เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 7 : Chapter 6 : Dinner 100% + เปลี่ยนอิมเมจคุณปู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 363 ครั้ง
    28 เม.ย. 59

 

 




ต้วน ซังวู

 

 

 

 

 

The Grand Rich คือสถานที่ที่เข้ามาแล้วเหมือนอยู่คนละโลกกับด้านนอกเลย

แบมแบมถอนหายใจพลางมองไปรอบๆ บริเวณ Lobby ดูโอ่โถงมาก มี Lounge อยู่ที่บริเวณ Lobby ด้วยล่ะ

โรงแรมระดับหกดาวหรูหราแบบนี้นี่เอง เขาเคยเดินเล่นย่านนี้บ่อยๆ ผ่านโรงแรมนี้ทีไรก็ได้แต่มองจากด้านนอก ยังเคยคิดเลยว่าใครกันคือเจ้าของโรงแรมสวยๆ แห่งนี้

แต่วันนี้เขากำลังจะได้ทานข้าวกับเจ้าของที่นี่..ยังไงก็น่าเหลือเชื่ออยู่ดี

“เป็นอะไรไปครับ กังวลเหรอ?”

“ครับ” แบมแบมยอมรับกับเจ้านายที่เดินข้างกันตามตรง

เขากังวลสิ กังวลมากเลยด้วย..

พอได้เข้ามาที่นี่ยิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกว่าเขากับท่านต่างกันมากเกินไป ท่านเป็นหลานของเจ้าสัวใหญ่ที่ร่ำรวยมหาศาลเชียวนะ แล้วเขาล่ะ ก็แค่คนธรรมดาทั่วไป เราไม่น่าจะมารู้จักกันได้เลย

“ไม่เป็นไรหรอกท่านใจดี” มาร์คจับมือลูกแกะที่เย็นเฉียบเอาไว้ เจ้าตัวคงตื่นเต้น

“แต่ว่า..” แบมแบมยังไม่มั่นใจกับการที่ต้องเผชิญหน้ากับต้วนซังวู เขาบอกท่านเองว่าเขาเข้ากับผู้ใหญ่ได้ แต่เขาแต่งตัวมาไม่เรียบร้อยนะ

เมื่อเช้าเขาแวะไปทำธุระที่มหาวิทยาลัยมา ใส่แค่เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนสีซีดและรองเท้าผ้าใบเก่าๆ มาเท่านั้น ท่านไม่ได้บอกเขาล่วงหน้านี่นาว่าต้องมากินข้าวกับปู่ของท่าน ไม่อย่างนั้นเขาคงแต่งตัวมาดีกว่านี้

“แต่อะไรหรือครับ คุณลำบากใจอะไรบอกผมได้นะ”

มาร์คถามคนข้างกายด้วยความเป็นห่วง สีหน้ากันต์พิมุกต์ดูไม่ดีเลย

“เปล่าครับ” แบมแบมลูบมือที่ชื้นเหงื่อกับต้นขาที่ห่อหุ้มด้วยยีนพอดีตัว จะบอกได้ยังไงว่าอยากกลับบ้าน ถ้าเขาไม่ได้เดินมากับท่าน แต่งตัวมาแบบนี้พนักงานโรงแรมคงไม่ให้เข้ามาหรอก

 

 

ซังวูนั่งรอหลานชายในห้องอาหารที่มีความเป็นส่วนตัวของโรงแรมเดอะแกรนด์ริช เขาคอยมองนาฬิกาข้อมือตลอดเวลา ยังไม่ถึงเวลานัดหรอก ยังมีเวลา แต่เขาอยากพบแบมแบมไวๆ

“อ่า..มาแล้ว” ชายสูงอายุยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นทั้งสองคนที่รออยู่เดินเข้ามาในห้องอาหาร เขาพยักหน้ารับการทักทายของคนอายุน้อยกว่า

“นั่งสิ” เมื่อซังวูอนุญาต มาร์คจึงเลื่อนเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับคุณปู่ให้แบมแบมนั่ง

ร่างบางตกใจจนลืมขอบคุณ มองเจ้านายเหมือนต้องการถามว่าเอาจริงเหรอ?

ให้เขานั่งตรงกับเจ้าสัวเลยเนี่ย มันเกร็งนะ..

“ทำตัวตามสบายนะ” ซังวูพินิจรูปร่างหน้าตาของแบมแบม

ถึงให้ทำตัวตามสบายแบมแบมก็ยังประหม่า พอเห็นโต๊ะอาหารยิ่งเครียด

เขาไม่รู้มารยาทบนโต๊ะอาหารแบบตะวันตกหรอกนะ

คนที่ไม่เคยเข้าวงสังคมชั้นสูงวางตัวไม่ถูก คิดในใจว่าถ้าต้องทานอาหารเย็นที่นี่จริงๆ จะต้องเริ่มจากอะไร อย่างไรก่อนดี

“ฉันซังวู ปู่ของอี้เอิน”

“ผมทราบครับ”

แบมแบมยิ้มเจื่อน สูดลมหายใจเข้าเพื่อตั้งสติและลดความตื่นเต้น ซังวูอมยิ้ม จ้องหน้าหวาน แบมแบมถามด้วยสายตา แล้วค่อยนึกออกว่าตนเองลืมอะไรไป 

“ผมแบมแบมครับ..

“ฉันรู้จักหนูแล้วล่ะ เป็นแฟนอี้เอินน่ะลำบากหน่อยนะ”

“เอ่อ..ท่านน่าจะรู้นะครับว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง” แบมแบมจำได้ว่าท่านบอกเขาว่าคุณซังวูรู้เรื่องของเราแล้ว

“แต่คนอื่นเขารู้จักหนูในฐานะนั้นนี่นา ไม่อยากรับสมอ้างหน่อยหรือ”

“ถ้าเลือกได้ขอไม่รับดีกว่าครับ..

ซังวูหลุดขำในความตรงไปตรงมาของแบมแบม

มาร์คประหลาดใจที่ปู่ดูยิ้มง่ายและหัวเราะง่ายมากเมื่อเจอแบมแบม แกะของเขาน่ารักล่ะสิ ปู่ก็คงชอบแกะของเขาเหมือนกัน

“เพราะอะไรหนูถึงไม่อยากเป็นแฟนของอี้เอินจริงๆ ล่ะ เขาไม่หล่อเหรอ”

“เอ่อ ก็..หล่อครับ” แบมแบมคิดวุ่นวายในหัวว่าทำไมต้องมาถามอะไรแบบนี้ต่อหน้าท่านด้วย ปู่หลานคู่นี้ต้องการแกล้งอะไรเขาหรือเปล่า

“เนอะ ปู่ก็คิดว่าเขาหล่อนะ หรือเพราะเขาไม่รวยพอ?”

“มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินหรอกครับท่าน” ถ้ามิสเตอร์เรียกว่ารวยไม่พอ ในประเทศนี้ก็เหลืออีกไม่กี่คนแล้วล่ะที่รวยกว่า

“หนูเรียกฉันว่าคุณปู่ก็ได้นะ”

“ผมว่ามันคงไม่เหมาะนะครับ”

ให้เขาเรียกคุณปู่มันไม่มากเกินไปเหรอ เขา..เขาไม่กล้าหรอก จะกล้าตีสนิทท่านได้ยังไง

“ได้สิไม่เป็นไร หนูจะได้รู้สึกว่าเราสนิทกัน จะได้ไม่เกร็ง คิดซะว่าฉันเป็นญาติผู้ใหญ่ของหนูแล้วกันนะ”

“เอ่อ..” แบมแบมมองเจ้านายต้องการความช่วยเหลือว่าเขาควรทำตัวอย่างไรดี แต่ท่านกลับส่ายหน้าให้เขาเสียอย่างนั้น

“เผื่ออี้เอินยังไม่เคยเล่า ฉันต้องบอกหนูไว้ก่อนว่าฉันไม่ค่อยชอบคนขัดใจสักเท่าไร”

แม้เจ้าสัวยิ้มให้แบมแบม แต่แบมแบมคิดว่าถูกกดดันอยู่ ถ้าอยากให้การคุยกันครั้งนี้ราบรื่นมีแต่ต้องทำตามที่เจ้าสัวต้องการสินะ

“ครับ” เมื่อไม่มีทางเลือกมีแต่ต้องตามน้ำไป

“ครับอะไร?”

“ครับ..คุณปู่” แบมแบมกลั้นใจเรียกเลยนะ ตื่นเต้น ทำไมเขาต้องเรียกคนที่ไม่รู้จักว่าคุณปู่ด้วย แล้วยังเป็นคนแปลกหน้าที่ควรจะถือตัวด้วยนะ

ท่านเจ้าสัวคนที่แบมแบมนึกภาพไว้เขาน่ากลัวกว่านี้ ไม่ใช่คุณปู่ใจดีที่เอาแต่ยิ้ม

ว่าไปแล้วท่านกับคุณปู่ก็คล้ายกันนะตรงที่ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ยิ้มด้วยตลอด ไม่รู้จะเชื่อรอยยิ้มพวกนี้ได้มากน้อยแค่ไหน

“หนูเป็นเด็กว่าง่ายดีนะ”

“คุณปู่เลิกแกล้งแกะของผมสักทีเถอะครับ” มาร์คแทรกขึ้นก่อนปู่จะทำให้กันต์พิมุกต์ตกใจมากไปกว่านี้ จะจู่โจมเกินไปแล้ว จู่ๆ ให้เรียกคุณปู่เลยเหรอ

“เรียกเขาว่าแกะได้ยังไง” เจ้าสัวข้องใจปนตำหนิ แบมแบมเป็นคนไปเปรียบเป็นสัตว์ขนฟูแบบนั้นได้ยังไงกัน ไม่มีมารยาทเลยหลานคนนี้

“ผมพอใจจะเรียกผมก็เรียก ปู่ไม่คิดว่ากันต์เขาเหมือนแกะเหรอครับ” ไม่เพียงขยับปากพูดแต่มือท่านยังเอื้อมจับผมนุ่มไล่ไปที่แก้มกลม

“เป็นแกะน่ะน่ารักดีนะครับ มองกันต์ทีไรคำนี้ก็ผุดในหัวผมตลอดเลย”

น่าจับขย้ำแล้วกลืนไปเลย เด็กอะไรก็ไม่รู้น่ารักนุ่มนิ่มเหมือนแกะ

แบมแบมอยากเอียงหน้าหลบแต่ไม่กล้า ท่านจะลูบคลำเขาอีกนานไหม เขาไม่ใช่ของเล่นนะ

“แกนี่มันประหลาดคน จะเรียกอะไรก็ตามใจแกเถอะ ไม่ได้คุยด้วยก็อย่าแทรกสิปู่จะคุยกับแบมแบม”

“ถ้าอยากคุยกันแค่สองคนทำไมไม่เรียกกันต์มาหาแค่คนเดียวล่ะครับ ผมมาด้วยผมก็ต้องพูดสิ”

“ยังจะเถียงอีก”

“ผมเปล่า นี่ไง ผู้ใหญ่นี่มีอะไรก็ชอบหาว่าเด็กเถียงตลอด”

แบมแบมฟังสองปู่หลานคุยกันแล้วกลั้นยิ้ม ฟังแล้วก็ตลกดี เวลามิสเตอร์อยู่กับครอบครัวเป็นอย่างนี้นี่เอง

“ปู่เห็นหนูในข่าวเลยอยากรู้จัก ตัวจริงดูดีมากเลยนะ”

คุณปู่หันมาสนใจแบมแบมอีกครั้ง แบมแบมเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น ยิ้มโดยไม่เกร็งได้แล้ว

“ขอบคุณครับ” คนที่ควรถูกชมว่าดูดีคือคุณปู่ต่างหาก

คุณซังวูยังแข็งแรง รูปร่างสูงยังเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ คงดูแลรักษารูปร่างตัวเองเป็นอย่างดีมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ หน้าตายังเห็นความหล่อเหลาในอดีต เมื่อก่อนคุณปู่คงฮอตมากแน่ๆ

“ปู่สั่งให้เชฟใหญ่เตรียมอาหารไว้ให้หนูเป็นพิเศษเลย แต่ถ้าหนูไม่ชอบทานอะไรก็บอกปู่ได้เลยนะ ปู่จะให้คนเตรียมให้ใหม่”

“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับ ผมกินอะไรก็ได้” แบมแบมเกรงใจมาก คุณปู่ใจดีกับเขามากเลยแฮะ

อาหารในโรงแรมหรูระดับนี้มีหรือจะไม่อร่อย เขาจะกล้าเอาแต่ใจเลือกกินได้ยังไง แค่ได้กินก็ถือว่าโชคดี มื้อนี้คงราคาแพงมาก

“หนูฝึกงานที่ทีบีเป็นไงบ้างชอบหรือเปล่า ทำไมถึงเลือกฝึกงานบริษัทของอี้เอินเขาล่ะ”

“ห้ามคุยเรื่องงานบนโต๊ะอาหารไม่ใช่หรือครับคุณปู่”

มาร์คเย้าปู่ ซังวูชี้หน้าคาดโทษหลานชายที่ขัดจังหวะอีกแล้ว มาร์คยิ้มกว้าง ยกมือยอมแพ้

แบมแบมฟังแล้วเก็บข้อมูลใหม่ว่าบ้านท่านก็มีข้อห้ามเหมือนกันเนอะ

“บ้านปู่มีกฎว่าห้ามคุยเรื่องงานระหว่างทานอาหารน่ะ เพราะเวลาทานอาหารคือเวลาของครอบครัว แต่ปู่ว่าจะยกเลิกกฎสักวันเพราะอยากคุยกับหนู เรื่องฝึกงานราบรื่นดีไหม?”

“ดีครับ ทุกคนที่นั่นน่ารักและใจดีกับแบม..เอ่อ ผมมากเลย”

แบมแบมลืมตัวเกือบแทนตัวเองว่าแบมเพราะความอ่อนโยนของท่านแท้ๆ เลย

“แทนตัวเองด้วยชื่อก็น่ารักดี ไม่เป็นไรหรอก”

“ครับ” แบมแบมรู้สึกดีที่เจ้าสัวท่านไม่ถือตัวเลย  

“ว่าต่อสิ”

“แบมลองสมัครดูน่ะครับเพราะว่าเกรดถึง แต่ไม่นึกว่าจะผ่านจนได้ฝึกงานจริงๆ”

แบมแบมคิดว่าตนเองโชคดีที่ได้ฝึกงานกับบริษัทชั้นนำอย่างทีบี มันมีผลดีต่อการไปสมัครงานที่อื่นด้วย

“ชอบงานที่นั่นไหม?”

ความจริงซังวูรู้แล้วล่ะว่าแบมแบมผ่านการคัดเลือกเข้าฝึกงานที่ทีบีได้ด้วยเกรดเฉลี่ยที่สูงมาก แต่แค่เกรดน่ะเข้าเลยไม่ได้หรอกนะ เพราะทีบีมีการคัดกรณีพิเศษเพิ่มอีกคือทำแบบทดสอบเหมือนที่พนักงานทำก่อนถูกรับเข้าทำงานประจำ ปัญหาที่มาร์คคิดขึ้นมาเองเพื่อดูว่าคนคนนั้นเหมาะสมกับบริษัทของตัวเองหรือเปล่า

แบมแบมผ่านมาได้แสดงว่าแบมแบมเป็นคนที่เก่งมากคนหนึ่งนะ

“ชอบครับ” แบมแบมตอบคุณซังวูแต่หันไปมองท่าน

มาร์คจับไหล่บางบีบเบาๆ เพื่อให้คนตัวเล็กลดความเกร็งลงบ้าง นั่งตัวแข็งเหมือนก้อนหินแล้ว แบมแบมยอมผ่อนคลายตัวเองลง

“ถ้าฝึกงานจบจะทำงานที่ทีบีเลยหรือเปล่า?”

“เอ่อ..ยังไม่แน่ใจเลยครับ อาจจะไปสมัครที่อื่นหรือไม่ก็กลับไปช่วยงานที่บ้านน่ะครับ”

แบมแบมอยากทำงานที่ทีบีนะ แต่นั่นคือความรู้สึกก่อนเขาได้เจอท่าน พอได้รู้จักกันเขาก็เปลี่ยนความคิด ถ้าที่ทำอยู่ทุกวันนี้คือการทำงานจริงหลังเรียนจบแล้ว เขาคงลาออกไปหางานใหม่เพื่อหนีท่านโดยไม่ลังเลเลย

เขาต้องฝึกงานให้ผ่านเพื่อจะได้เรียนจบสักที ไม่อยากให้ความพยายามที่ผ่านมาหลายปีสูญเปล่า ไม่ต้องการสร้างปัญหาจนฝึกงานไม่ผ่าน เพราะค่าเล่าเรียนมันก็มาจากหยาดเหงื่อของแม่ทั้งนั้น

“ช่วยงานที่บ้าน? ตรงสายกับที่เรียนมาเหรอ?”

“ไม่ใช่ครับ ที่บ้านผมทำไร่”

“น่าเสียดายนะถ้าเรียนจบแล้วต้องไปทำงานด้านเกษตรที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย”

ซังวูเสียดายถ้าคนที่มีพร้อมทั้งความสามารถและความรู้อย่างเด็กคนนี้ต้องไปทำงานไร่

“ที่ไม่อยากทำต่อเพราะเจ้าของบริษัทหรือเปล่า?”

คำถามของคุณปู่ที่ได้มาแทงใจดำแบมแบม ร่างบางแค่ยิ้ม ไม่ตอบอะไร แต่ท่าทางลำบากใจของเขาทำให้ซังวูเข้าใจอยู่ดีว่าที่แบมแบมไม่อยากทำงานที่ทีบีต่อเพราะมาร์ค

อยากได้เขาไปสนองความต้องการของตัวเองใครเขาจะอยากทำงานด้วย

มาร์คทำสีหน้าและท่าทางบอกว่าไม่เกี่ยวกับผม ซังวูส่ายหน้าน้อยๆ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับมาร์คเต็มๆ

“สนใจงานด้านโรงแรมหรือรีสอร์ทไหม? ปู่มีกิจการพวกนี้เยอะแยะ ถ้าฝึกงานจบก็มาสมัครงานกับปู่ได้นะ”

“เอ๋?..จริงเหรอครับ” แบมแบมตกใจในความโชคดีของตนที่จู่ๆ ก็ถูกเจ้าสัวต้วนชวนไปทำงานด้วยตัวเอง

นี่เขาฝันอยู่หรือเปล่าน่ะ! โอกาสที่เจ้าสัวจะชวนใครสักคนไปทำงานด้วยตนเองแบบนี้น่าจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนะ ทำงานในเครือของเดอะแกรนด์ริชเงินเดือนต้องสูงมากแน่ๆ เขาก็จะมีเงินส่งไปให้แม่เยอะขึ้นด้วยใช่ไหม น่าสนใจมากเลย

“ฮะฮะ ดูทำหน้าเข้าสิ ตกใจมากเลยเหรอ ปู่ชวนจริงๆ นะอยากมาทำงานด้วยกันไหมล่ะ”

ซังวูเอ็นดูแบมแบมมาก อยากจะสนับสนุน ในบรรดาคนของมาร์คคนนี้เขาถูกชะตาที่สุดแล้ว

แค่เขามองหน้าแบมแบมก็เกิดความรู้สึกเอ็นดูขึ้นมาทันที เด็กคนนี้น่ารักมาก มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้คนรอบข้างหลงรักได้ง่ายดาย แค่ยิ้มนิดหน่อยก็โดดเด่น ไม่จำเป็นต้องทำอะไรแค่แบมแบมอยู่เฉยๆ คนที่มองก็เกิดความรู้สึกที่อยากช่วยเหลือ ปกป้อง หรือดูแล อะไรทำนองนั้น เขาว่ามาร์คเองก็คงรู้สึกอย่างนี้ถึงชอบแบมแบม

            แบมแบมเป็นคนที่แปลกนะ ความประทับใจแรกต่อรูปลักษณ์ภายนอกที่เขามีต่อแบมแบมถ้าเต็ม 10 เขาให้ 9.8 หัก 0.2 ที่ทำท่าทางกลัวเขาในตอนแรก

แบมแบมไม่ต้องแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาแพงยังดูดีได้ เหมือนเพชรเปื้อนดินที่เอาไปเจียระไนอีกนิดหน่อยคงเปล่งประกายน่าดู อย่างงานคืนนั้นที่ไปกับมาร์ค

“อยากครับ..

“ไม่ได้หรอกครับกันต์ต้องทำงานกับผมสิ คุณปู่อย่ามาแย่งแกะไปจากผมสิครับ”

มาร์คแสดงความเป็นเจ้าของไม่ยอมให้ปู่แย่งตัวแบมแบมไป ซังวูหมั่นไส้คนขี้หวง

“เรื่องแบบนี้อยู่ที่ความสมัครใจเจ้าตัว..คนเก่งก็มีแต่คนแย่งตัวเนอะ” คุณซังวูเอ่ยกับหลานชายแล้วต่อด้วยแบมแบม

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” แบมแบมประหม่าที่ถูกชมตรงๆ

แบมแบมมองคุณปู่ที่ให้พนักงานเริ่มเสิร์ฟอาหารได้แล้วก็กลับมานึกได้ว่าเขาไม่รู้วิธีการใช้ข้าวของบนโต๊ะนี้เลย มีด ช้อน และส้อมก็มีหลายคัน แก้วก็หลายใบ แล้วต้องใช้มีดกับส้อมคู่ไหนทานอะไรก่อนล่ะ?

มาทานอาหารกับคุณปู่ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ต้องอายหรอกใช่ไหม

“คุณปู่ครับ” แบมแบมส่งเสียงเรียกท่านเบาๆ ซังวูยิ้มให้

“ว่าไง หนูมีอะไรอยากถามเหรอ”

“แบมใช้ของพวกนี้ไม่เป็นน่ะครับ ไม่รู้ว่าอะไรชิ้นไหนต้องใช้กับอาหารชนิดไหน..

แบมแบมตัดสินใจบอกคนที่อยากเลี้ยงข้าวเขาตามตรง แบมแบมเคยเรียนมารยาทบนโต๊ะอาหารแบบสากลเมื่อนานมาแล้วนะ แต่นั่นมันแค่ทฤษฎีในหนังสือ เมื่อไม่ได้ทานแบบนี้ในชีวิตประจำวันแบมแบมเลยไม่จำมัน

ใครจะไปรู้ว่าในชีวิตนี้จะได้ทานอาหารหรูในโรงแรมดังล่ะ อาหารที่คุณปู่จะเลี้ยงแค่จานเดียวคงเท่ากับเงินเดือนร้านขนมเขาทั้งเดือน หรืออาจจะมากกว่า

ซังวูยิ้มกว้าง ไม่คิดว่าแบมแบมจะถามตรงๆ

“ถามกันแบบนี้ไม่อายปู่เหรอ”

“ถามเพราะไม่รู้แบมไม่อายหรอกครับ ถ้าไม่รู้แล้วฝืนทำว่ารู้ พอผิดพลาดแล้วมันน่าอายกว่า”

ซังวูชอบทัศนคติมองโลกในแง่บวกของเด็กคนนี้จัง

“ไม่เป็นไร ถ้าไม่เคยทานเดี๋ยวปู่สอนเองครั้งต่อไปจะได้ทำเป็น”

“ครั้งต่อไปเหรอครับ?” แบมแบมสงสัยว่ามันจะมีครั้งต่อไปได้ยังไงกัน หรือคุณปู่คิดจะเลี้ยงข้าวเขาบ่อยๆ?

“หนูอยากทานขนมปังแบบไหนก็บอกเขาได้เลยนะ”

คุณปู่เปลี่ยนเรื่องแล้วหันไปเอ่ยกับบริกรที่นำตะกร้าขนมปังมาคอยบริการทางซ้ายมือ บริกรชายตักขนมปังชิ้นที่เจ้าสัวต้องการวางลงบนจานขนมปังด้านซ้ายมือของท่าน ซึ่งบนจานมีมีดเนยรูปทรงแบบปลายมนใช้สำหนับตักเนยวางอยู่

“พอเราเลือกขนมปังที่ต้องการแล้วเราต้องฉีกขนมปังให้เป็นชิ้นพอดีคำอย่างนี้ก่อนจะทาเนย อย่าทานโดยกัดขนมปังนะ”

คุณปู่ฉีกขนมปังก้อนกลมให้แบมแบมดู

“จากนั้นเราจะใช้มีดเนยกลางตักเนยจานกลางมาวางบนจานขนมปังของเรา แล้วใช้มีดเนยของเราทาเนยบนขนมปัง ห้ามตักเนยจากจานกลางมาทาขนมปังโดยตรง”

คุณปู่ตักเนยก้อนสี่เหลี่ยมบนจานกลางให้แบมแบมดูพลางบอกไปด้วย แบมแบมพยักหน้าเข้าใจ เป็นผู้เรียนที่ดีทำตามคุณปู่บอกทีละขั้นตอน

มาร์คทานส่วนของตนเงียบๆ มองปู่ของตนและแบมแบมที่ตั้งใจสอนและเรียนมารยาทบนโต๊ะอาหารทั้งที่มีสายตาของบริกรที่คอยดูแลมองอยู่

เขาไม่เห็นปู่ใส่ใจใครแบบนี้มานานมากแล้วนอกจากจินฮวาน แต่ถ้าไม่นับคนในครอบครัวก็ไม่มีใครแล้วนะ

“ลำดับการเสิร์ฟโดยทั่วไปก็จะเป็นขนมปังและเนย ซุป สลัด อาหารจานหลัก และก็ของหวาน อ้อ ของหวานโรงแรมปู่น่ะอร่อยมากเลยนะ ชอบของหวานหรือเปล่าล่ะเรา”

“ชอบครับ”

“พูดถึงของหวาน..กันต์เขาทำขนมเป็นด้วยนะครับคุณปู่แต่ผมยังไม่ได้ลองชิมเลยว่าอร่อยไหม วันนี้กันต์เขาทำแยมและพายสตรอเบอร์รี่ไปแจกคนในแผนกที่เขาฝึกงานด้วย”

มาร์คนึกขึ้นได้ว่าตนเองได้ขนมจากแบมแบมมาชุดหนึ่ง ซังวูมองหน้าหลานและแบมแบมสลับกัน

“จริงเหรอเก่งจัง ดีนะเด็กผู้ชายทำอาหารเป็นน่ะ ปู่ก็ให้จูเนียร์กับมาร์คเรียนทำอาหารไว้เหมือนกัน สมัยนี้ผู้ชายทำอาหารให้คนที่รักทานได้น่ะน่ารักดี แล้วนี่ขนมอยู่ไหนเหรอ?”

“อยู่ในรถน่ะครับ คุณปู่อยากลองชิมไหมครับเผื่อเอาเป็นของหวานท้ายมื้อนี้” มาร์คก็อยากจะชิมอยู่เหมือนกัน

“เอาสิปู่อยากกิน” ซังวูอยากรู้ว่าฝีมือการทำอาหารของแบมแบมอยู่ในระดับไหน

“ไม่ดีหรอกครับ มันก็ไม่อร่อยอะไรมาก” แบมแบมรีบห้าม อาย ไม่กล้าให้คุณปู่ทานขนมธรรมดาๆ ของเขา

“จะอร่อยหรือไม่อร่อยก็ต้องลองกินดูก่อนนะ”

พอคุณปู่เอ่ยเช่นนั้นมาร์คจึงโทรให้คนขับรถที่รออยู่ล็อบบี้โรงแรมไปเอาของที่ต้องการขึ้นมาให้ที่ห้องอาหาร

แบมแบมหน้าเจื่อน ไม่คิดว่าท่านจะพูดเรื่องขนมของเขาขึ้นมา นึกว่าลืมไปแล้วเสียอีก

เขากลัวว่ามันจะไม่ถูกปากจริงๆ นะ แค่ท่านคนเดียวก็กลัวแล้ว นี่ต้องให้คุณปู่กินด้วยเหรอ..

“เวลาว่างหนูทำอะไรน่ะแบม ชอบไปเที่ยวไหนหรือเปล่า” คุณปู่ชวนคุยเพราะแบมแบมทำสีหน้ากังวลอีกแล้ว แบมแบมส่ายหน้า

“ไม่ครับ วันหยุดแบมจะไปทำงานพิเศษที่ร้านขนม ถ้าว่างจริงๆ ก่อนนอนแบมชอบอ่านหนังสือ มันเป็นงานอดิเรกที่ประหยัดและได้ประโยชน์ที่สุดแล้วน่ะครับ”

“ปู่ก็ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันเลย! นิยายต่างประเทศน่ะชอบมากเลยล่ะ โดยเฉพาะอาเธอร์ ซีคลาร์กน่ะปู่ชอบนิยายไซไฟของเขาที่สุด งานของคลาร์กทรงพลังดีนะทำให้วงการอวกาศและดาราศาสตร์ของอเมริกาตื่นตัวได้มากเลย รู้หรือเปล่าว่าชื่อของเขาน่ะถูกเอาไปตั้งชื่อวงแหวนอวกาศที่ถูกค้นพบด้วย ซีคลาร์กเป็นนักเขียนตะวันตกคนแรกๆ เลยมั้งที่รับอิทธิพลและแนวคิดปรัชญาเชิงพุทธกับแนวคิดตะวันออกเข้าไปอยู่ในผลงาน

ซังวูชอบอ่านหนังสือจริงๆ ที่พูดนี่ไม่ได้จะลองภูมิหรือดูว่าแบมแบมชอบอ่านหนังสือจริงๆ หรือเปล่าหรอกนะ

เวลาสัมภาษณ์ลงนิตยสารเกี่ยวกับประวัติหรือความสนใจ งานอดิเรกของเขามักถูกเอาลงเสมอ หลายคนที่รู้ว่าเขาชอบอ่านหนังสือมีของขวัญเป็นหนังสือยากๆ มาให้อยู่ตลอด แต่พอชวนคุยเรื่องหนังสือก็ตอบได้แต่เรื่องที่เตรียมมา พอคุยลึกเข้ากลับกลายเป็นแทบไม่รู้จักงานเขียนดีๆ เลย

 “งานของซีคลาร์กก็น่าสนใจดีนะครับแต่ถ้านิยายไซไฟแบมชอบงานเขียนของอาแซค อาสิมอฟมากกว่า นิยายของเขาสะท้อนสังคมดีครับโดยเฉพาะเรื่องสถาบันสถาปนาแบมชอบมากๆ เลย”

ซังวูประหลาดใจที่แบมแบมรู้จักนักเขียนนิยายไซไฟที่ได้รับการยกย่องคู่กับซีคลาร์กด้วย

“แป๊บนึงนะแบมแบม”

ชายสูงวัยหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเสื้อเพื่อส่งข้อความแชทถามหลานชายว่าแบมแบมรู้เรื่องงานอดิเรกของเขามาก่อนหรือเปล่า

“มาร์ค” ซังวูชูโทรศัพท์ให้มาร์คดู มาร์คหยิบโทรศัพท์ของตนออกมาเช็ก อ่านแล้วก็ไม่พิมพ์ตอบ

พอหลานชายส่ายหน้าปฏิเสธซังวูยิ่งคิดว่าแบมแบมน่าสนใจ

เด็กคนนี้มีงานอดิเรกเป็นการอ่านหนังสือจริงๆ สินะ

“ดีจัง ปู่ไม่ค่อยได้เจอหนอนหนังสือที่ชอบอ่านเหมือนกันเท่าไรเลย

“แบมชอบยืมหนังสือที่ห้องสมุดของมหาลัยอ่านน่ะครับ แบมก็อ่านไปเรื่อย อ่านได้หลายแนว”

“ชอบอ่านแฟนตาซีไหม ปู่ชอบแฟรงค์ เฮอร์เบิร์ตล่ะ”

“อ๋อ คนแต่งมหากาพย์ Dune ใช่ไหมครับ เขาว่าเป็นสุดยอดผลงานไซไฟแฟนตาซีด้วยนี่ครับ แต่เรื่องนี้แบมอ่านไม่ค่อยเข้าใจเลย มีแต่ปรัชญาทางศาสนาเต็มไปหมด”

ซังวูหัวเราะ ถูกใจเมื่อเจอคนคอเดียวกัน ไม่คิดว่าวัยรุ่นอย่างแบมแบมจะเลือกหยิบหนังสือยากๆ มาอ่านกับเขาด้วย

“ใช่ๆ เรื่องนี้ปู่ชอบนะ ปรัชญาในเล่มมีทั้งทางพุทธ คริสต์ อิสลาม และก็พราหมณ์ฮินดู รวมไว้ครบเลย เรื่องนี้มันสะท้อนปรัชญาทางสังคม การเมือง และล้อประวัติศาสตร์ยุคอาณานิคมด้วย ในบริบทของยุคนั้นปู่ว่าเขากล้ามากนะที่เอามารวมกันได้ นับถือเขาเลยที่กล้าเขียนออกมา”

“เขาเสียชีวิตหลังจากเขียน Dune ไปได้ครึ่งทางใช่ไหมครับ เขาเขียนไม่จบนี่”

“ใช่แล้วล่ะ ลูกชายเขาเข้ามาสานต่อจนจบน่ะ เรื่องนี้สอนอะไรได้หลายอย่างนะ ถ้าว่างหนูก็ลองอ่านดูใหม่อีกสักรอบสิแบมแบม Dune น่ะสร้างอิทธิพลต่อไซไฟแนวปรัชญายุคหลังมากๆ เลยนะ คนที่น่าจะรับอิทธิพลมาค่อนข้างมากแล้วดังที่สุดคือออร์สัน สกอต การ์ต งานของคนนี้ก็ดี เขาคือคนที่เขียนมหากาพย์ไซไฟ Ender's Game น่ะ ในบทนำของการ์ตมักจะเขียนยกย่องอาสิมอฟ คลาร์ก เฮอร์เบิร์ต และเอ ไฮน์ไลน์อยู่เสมอเลย ถ้าพูดถึงแฟรงค์แล้วก็ต้องนึกถึงเจอาร์ โทลคีนนะ สองคนนี้ถูกยกย่องว่าเป็นที่สุดของวรรณกรรมสายไซไฟแฟนตาซีเลยล่ะ”

“อ่อ อาจารย์โทลคีน แบมชอบเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์มากๆ เลยครับ เป็นนิยายเรื่องแรกที่แบมเก็บเงินซื้อครบเซตเลยด้วยล่ะ”

แบมแบมดีใจที่ได้คุยเรื่องหนังสือกับคนที่ชอบเหมือนกัน เวลาเขาซื้อหรือยืมนิยายมาอ่านพี่คุณมักชอบว่าเขาเพ้อฝัน จมอยู่แต่กับโลกในจินตนาการ

พี่ต่างหากที่ไม่มีความฝันและจินตนาการเอาซะเลย

“เรื่องนี้ปู่ก็มีอยู่ในห้องหนังสือ เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนิยายแฟนตาซีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกด้วยนี่เนอะ ปู่ว่าเรื่องนี้อ่านง่ายนะ” 

“ใช่ครับมันเจ๋งมาก! นิยายเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้นิยายยุคหลังที่เกี่ยวกับการสร้างโลกแฟนตาซีของหลากหลายเผ่าพันธุ์ที่อิงโลกเอเชียและยุโรปด้วย พออ่านเรื่องนี้จบทำให้แบมต้องหาเรื่องอื่นมาอ่านอีก แบมเลยได้อ่านงานสนุกๆ อีกหลายเรื่องเลยครับ”

“เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์มีการศึกษาวิเคราะห์จนถึงขั้นเรียกว่าศาสตร์สายโทลคีนเนี่ยนเลยนี่นะ น่าปลื้มแทนนักเขียนจริงๆ”

“แบมยังอยากเรียนเลยครับ ต้องสนุกมากแน่ๆ เลย”

“แล้วแบมชอบนักเขียนคนไหนอีกไหม”

“ที่ชอบก็มีหลายคนนะครับ ที่ชอบมากสุดก็คงเป็นจูลส์ เวิร์น คนที่เขียนผจญใต้ทะเลลึก 20,000 โยชน์ กับ มาร์ค เทวนที่เขียนเรื่องการผจญภัยของทอม ซอว์เยอร์ น่ะครับ อ่านงานเวิร์นทีไรแบมคิดตามตลอดเลยว่าแนวคิดของเขามันจะเอามาทดลองและพิสูจน์ได้จริงๆ หรือเปล่า”

“แบมรู้จักนักเขียนเยอะเหมือนกันนี่นา มาร์ค เทวนน่ะในวงการวรรณกรรมของอเมริกาถึงกับกล่าวว่าเขาคือประธานาธิบดีแห่งวรรณกรรมอเมริกาเลยทีเดียวล่ะ ปู่ว่างานของเขาก็สนุกดี ของเวิร์นปู่ชอบ 80 วันรอบโลกนะ”

“คุณปู่อ่านวรรณกรรมเยาวชนด้วยเหรอครับ” แบมแบมแปลกใจ ซังวูหัวเราะ

“ชอบสิ อ่านให้จินฮวานฟังบ่อยๆ พวก Charlie and the Chocolate Factory , Charlotte's Web , The Neverending Story ,Daddy Long Legs  เดอะ ฮอบบิท กัลลิเวอร์ผจญภัย บ้านเล็กในป่าใหญ่ เจ้าชายน้อย โอ๊ยเยอะมาก วรรณกรรมเยาวชนนี่ปู่มีเป็นร้อยเรื่อง หนังสือพวกนี้น่ะดีนะ สนุก อ่านเข้าใจง่ายแล้วยังได้ข้อคิดด้วย หนูรู้จักจินฮวานใช่ไหม”

“ครับ ลูกชายของคุณจินยอง”

“จินฮวานก็ชอบอ่านหนังสือนะ ปู่ว่าให้เด็กๆ เริ่มอ่านหนังสือกันตั้งแต่ตัวเล็กๆ น่ะดี นอกจากฝึกการอ่านแล้วยังปลูกฝังความคิดดีๆ ได้ด้วย ดีกว่าให้พวกเขาอยู่กับเทคโนโลยีอย่างเดียว จินฮวานก็เล่นเกมนะ ชอบเล่นแท็บเลตอยู่เรื่อยแต่เขาจะถือหนังสือบ่อยกว่าแท็บเลตที่แม่ซื้อให้ ห้องหนังสือที่บ้านปู่น่ะมีหนังสือพวกนี้เยอะแยะเลย มีจอมพราน สาวสองพันปีของเซอร์ ไรเดอร์ แฮกการ์ดด้วย จันทราปฏิวัติ ของ โรเบิร์ต เอ ไฮน์ไลน์ก็มี หนังสือของเซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยส์ และอกาธา คริสตีก็มีครบหมดทุกเล่ม”

คุณปู่อวดให้หนอนหนังสืออย่างแบมแบมอิจฉาเล่น

“น่าอิจฉาจังเลย” แบมแบมอยากมีห้องหนังสือที่บ้านบ้างจัง หรือไม่ก็มีเงินมากพอที่จะซื้อหนังสือดีๆ เก็บสะสมไว้อ่านได้ตลอดเวลา

ถึงในยุคนี้จะสามารถอ่านหนังสือออนไลน์ได้ มี E-Book ขายเยอะพอกับหนังสือที่พิมพ์ด้วยกระดาษ แต่หนังสือที่ซื้อแล้วอ่านในคอมพิวเตอร์หรือแท็บเลตมันไม่ให้อารมณ์แบบหนังสือจริงๆ กลิ่นกระดาษน่ะคลาสสิกจะตาย

บ้านคนรวยที่มีห้องหนังสือกว้างๆ และชั้นวางที่อัดแน่นด้วยหนังสือดีๆ มากมายน่ะน่าอิจฉามากเลย

“อยากอ่านก็ไปบ้านปู่สิ ให้พี่เขาพาไป”

มาร์คไอออกมาเล็กน้อยเพราะสำลักซุปเมื่อคุณปู่แสดงเจตนาที่แท้จริงออกมาจนได้

คิดจะหลอกล่อลูกแกะของเขาไปที่บ้านอย่างนั้นเหรอ

“เอ่อ..” พี่?

แบมแบมหันมองท่านแล้วรีบกลับมามองคุณปู่ เขาว่าการไปบ้านคุณปู่คงไม่ใช่เรื่องที่ควรทำหรอก

“เสาร์อาทิตย์พี่เขาว่าง ถ้าหนูอยากไปอ่านหนังสือที่บ้านปู่ก็ให้พี่เขาพาไปสิ จะอ่านทั้งวันก็ได้ ปู่ให้ยืมกลับบ้านได้ด้วยนะ”

“แบมไปคนเดียวไม่ได้เหรอครับ”

แบมแบมพูดอุบอิบ เกรงใจคนที่นั่งข้างกันว่าจะไม่พอใจที่เขาไม่อยากไปด้วยหรือเปล่า

แต่ความจริงก็คือไม่อยากไปด้วยนั่นล่ะ

“ไปคนเดียวไม่ได้นะ”

“แบมต้องทำงานด้วยครับไปไม่ได้อยู่ดี”   

นี่เขาสนิทกับเจ้าสัวขนาดไปเที่ยวบ้านได้แล้วหรือเนี่ย? สนิทตอนไหน ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย

“ต้องทำงานทั้งวันเลยเหรอ?”

“ใช่ครับ ทำงานเต็มวันทั้งเสาร์และอาทิตย์เลย”

“ฝึกงานห้าวันเต็มแล้วยังต้องไปทำงานพิเศษอีก เท่ากับทำทุกวันไม่มีวันหยุดเลยนะ หนูไม่เหนื่อยเหรอแบมแบม?” ซังวูฟังแล้วสงสารจังเลย ตัวเล็กนิดเดียวแต่ทำงานหนักมาก

“เหนื่อยครับแต่ไม่ทำก็ไม่ได้ แบมหาเงินใช้จ่ายส่วนตัวเองน่ะครับ ไม่ได้รบกวนที่บ้าน”

แบมแบมยอมรับตามตรง ความจนไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะถึงไม่ได้ร่ำรวยแต่เขาก็ใช้แรงหาเงินมาด้วยวิธีสุจริต ไม่ได้แบมือขอใครสักหน่อย

“อี้เอิน ฝึกงานที่ทีบีนี่ไม่ได้เบี้ยเลี้ยงหรอกเหรอ?” คุณปู่หันไปถามเจ้าของที่นั่งกินคนเดียวไม่สนใจใครเลย

“ไม่ได้ครับ”

“ขี้งกจังเลย ผลประกอบการบริษัทมีตั้งเท่าไร ให้นักศึกษาฝึกงานบ้างไม่ได้หรือไง?”

“คุณปู่อย่ามาเปลี่ยนแปลงระบบงานของผมตามใจชอบสิครับ”

ถึงไม่มีเงินให้แต่ใครๆ ก็ยังแข่งขันกันเข้ามาฝึกงานที่ทีบีนะ

“เริ่มปีนี้ไม่ได้เหรอ ถือว่าค่าขนมเด็ก ใช้กับเรื่องอื่นหมดเยอะกว่านี้อีก”

“จะให้กันต์คนเดียวได้ยังไงครับ มันก็ไม่ยุติธรรมน่ะสิ”

“ให้ทุกคนเลยไง”

“ไหนบอกว่าเราจะไม่คุยเรื่องงานกันตอนทานอาหารไงครับ”

“นี่เรื่องจำเป็นนะ”

“คุณปู่..” ปู่ไม่เคยยุ่งกับงานที่บริษัทของเขาเพราะถือว่าเขาตั้งบริษัทขึ้นมาเอง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่คุณปู่อยากยุ่งกับระบบบริหารของทีบีเสียเหลือเกิน

“ถ้าไม่ให้ก็ย้ายแบมแบมมาฝึกที่โรงแรมปู่ก็ได้..เดี๋ยวปู่ทำเรื่องไปที่คณะให้นะแบมแบม หรือจะมาช่วยงานพี่จุนเคดี พี่จุนเคเป็นเลขาของปู่เองใจดีมากๆ เลย”

ความอาทรของคุณปู่คนใหม่ทำให้แบมแบมตื้นตัน

“ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอกครับ เดี๋ยวผมจ่ายให้ก็ได้” มาร์คว่าเขายอมเปลี่ยนดีกว่าให้ปู่ได้ตัวกันต์พิมุกต์ไปทำงานด้วยนะ

ซังวูพยักหน้าพอใจ  

“ดีแล้ว เราต้องให้เงินค่าขนมเด็กบ้าง ไหนจะค่ารถค่าข้าว บางคนที่มาฝึกงานบ้านก็อยู่ไกลนะ มันมีค่าใช้จ่ายเยอะแยะ”

“แบมไม่ได้ลำบากอะไรนะครับ ไม่ต้องก็ได้” แบมแบมไม่อยากให้ตัวเองสร้างความเดือดร้อนให้ใครหรอกนะ

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกแบมแบม พี่เขาก็ชอบให้ทุนการศึกษาเด็กอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเด็กอายุสิบแปดปีไปแล้วน่ะ”

แบมแบมฟังแล้วถึงกับต้องกลั้นขำเพราะรู้ว่าคุณซังวูว่ากระทบหลานชายตัวเอง คุณซังวูเป็นคนมีอารมณ์ขันดีนะ

“ใจดีจังเลยนะครับ” แบมแบมรับมุข

“เนอะ”

“จะว่าผมก็ว่ามาตรงๆ เถอะครับ พูดแบบนี้ไม่คิดว่าผมอายบ้างหรือไง”

มาร์คโดนปู่เผาต่อหน้าแกะแล้วรู้สึกกระอักกระอ่วนพิกล ซังวูหัวเราะขันเมื่อหลานชายถอนหายใจเหมือนเหนื่อยใจกับเขาเต็มที

“ตัวเองเคยทำอะไรไว้ก็ต้องรับมันให้ได้สิเนอะแบมแบมเนอะ”

แบมแบมเพียงอมยิ้มแล้วทานอาหารตรงหน้า ทำตามคุณปู่ทุกอย่างเลยมันก็ไม่ยากหรอก

มาร์คต้องนั่งฟังกันต์และปู่ของตนคุยกันอยู่สองคนโดยไม่มีจังหวะให้แทรก คุณปู่เขาน่ะไม่ใช่คนชอบพูดนักหรอกนะยกเว้นคนที่ท่านสนใจจริงๆ จะว่าค่อนข้างถือตัวก็ได้ แต่กับกันต์พิมุกต์เหมือนท่านเมตตาอีกฝ่ายอยู่มากเลยทีเดียว

เขาก็ไม่รู้ว่าแบบนี้เรียกว่าดีหรือเปล่า

อาจเพราะกันต์เป็นคนน่ารักและยังมีความสนใจเหมือนคุณปู่ก็ได้ ทั้งเรื่องหนังสือและดนตรี แล้วยังมีความคิดคล้ายๆ กัน ถ้ากันต์เป็นคนรักของเขาจริง กันต์คงขึ้นแท่นเป็นหลานคนโปรดได้ไม่ยากเลย

“ได้เวลาของหวานแล้ว” ซังวูดูตื่นเต้นกับของหวานมื้อนี้มากเป็นพิเศษแต่คนที่ไม่ยินดีเลยคือแบมแบม

แบมแบมมองพายสตรอเบอร์รี่ของตนที่ถูกจัดใส่จานสวยงาม ทั้งสองจานวางตรงหน้าคุณปู่และท่าน ส่วนของหวานของเขาเป็นพุดดิ้งเค้กช็อกโกแลตที่ทานคู่กับซอสวานิลา

พอได้ขนมแบมแบมก็ก้มหน้าก้มตากินของตนไม่สนใจผู้ร่วมโต๊ะเพราะไม่อยากเห็นสีหน้าแปลกๆ ของคนกิน

“เอ๊ะ..” คุณปู่อุทานเบาๆ ก้มมองพายชิ้นเล็ก เคี้ยวแป้งพายอบกรอบที่แต่งหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่สด

“มีอะไรหรือครับคุณปู่” ชายหนุ่มผู้เป็นหลานใช้ช้อนส้อมจิ้มพายกับแยมสตรอเบอร์รี่ที่ถูกราดมาในจานด้วย ให้เดาก็คงเป็นแยมที่กันต์พิมุกต์ทำ

“ไม่อร่อยหรือครับ..” แบมแบมเงยหน้าจากจานขนมมองคุณซังวู ชายสูงวัยส่ายหน้า ริมฝีปากยิ้มบาง

“อร่อยมากเลยต่างหาก ฝีมือหนูไม่ธรรมดานะ ใช่ไหมมาร์ค?”

ซังวูชมจากใจหันไปขอคำตอบคนที่กินไม่พูดไม่จา มาร์คพยักหน้ายืนยันอีกคน

“แต่ว่า..เมื่อกี้คุณปู่..” แบมแบมว่าตนหูไม่ฝาด ขนาดท่านยังทักเลย

“อ่อ ปู่แค่สงสัยอะไรนิดหน่อยน่ะ รสชาติแบบนี้ปู่คิดว่าเคยทานที่ไหนมาก่อน” ซังวูละเลียดชิมรสเปรี้ยวอมหวานของชิ้นพายขณะครุ่นคิดว่ารสมืออย่างนี้เขาต้องเคยกินที่ไหนมาก่อนแน่

“ของหวานก็รสชาติเหมือนกันไปหมดไม่ใช่หรือครับ คุณปู่อาจเคยไปทานที่ร้านไหนสักร้านแล้วติดรสชาติมา”

มาร์คแยกไม่ออกหรอกว่ารสชาติพายของกันต์พิมุกต์เหมือนร้านไหนหรือเปล่า รู้แค่ว่าอร่อย

“เหรอ..ปู่ว่าคุ้นมากจริงๆ” ซังวูเห็นด้วยกับหลานชาย หันมาถามแบมแบม

“หนูเคยทำขายที่ไหนมาบ้างหรือเปล่าแบมแบม”

“เคยครับ แต่แบมว่าคุณปู่คงไม่เคยทานแน่เพราะแบมทำขายแค่เพื่อนและอาจารย์ในคลาสเท่านั้น ซึ่งมันก็ผ่านมาเกือบสองปีแล้วด้วย แบมทำตามสูตรของแม่น่ะครับ”

“แม่หนูขายขนมด้วยเหรอ? ร้านอยู่ไหนล่ะปู่จะไปอุดหนุน”

ซังวูติดใจจริงๆ นะ นึกไม่ออกแต่คิดว่าต้องเคยกินมาก่อนแน่นอน

รสชาติขนมน่ะไม่มีทางเหมือนกันไปได้หรอก มันมีสูตรเฉพาะของใครของมัน ถ้าคนเราทำขนมตามสูตรแล้วได้รสชาติออกมาเหมือนกันหมดจะมีร้านอร่อยกับไม่อร่อยได้ยังไง

“เปล่าครับ แม่แบมท่านทำเป็นงานอดิเรกน่ะครับ ชอบทำให้ลูกกับคนสนิททาน ตอนเด็กแบมเป็นลูกมือให้แม่บ่อยๆ เลยได้วิชาติดตัวมาบ้าง”

“แค่เป็นลูกมือก็ทำได้ขนาดนี้แล้วเหรอ มีพรสวรรค์เหมือนกันนะ”

ซังวูชื่นชม เด็กคนนี้มีความสามารถหลายอย่างดี

“ขอบคุณครับ” แบมแบมรับคำชมเพราะคิดว่าดีกว่าปฏิเสธ

 

 

 

“มาร์คจะไปส่งแบมแบมด้วยใช่ไหม? ถ้าเราไม่ไปปู่จะได้ไปส่งเอง”

ซังวูถามหลานชายตอนที่เขา มาร์ค และแบมแบมเดินมาถึงล็อบบี้กันแล้ว

“ผมไปส่งเองครับ”

“ดี..ขอบใจนะแบมแบมที่มาทานข้าวกับปู่ วันนี้สนุกมาก ไว้วันหลังเรามาคุยกันอีกนะ”

ซังวูจับมือร่างบางตบเบาๆ ยิ้มเอ็นดู แบมแบมพยักหน้า

“ได้ครับ ขอบคุณนะครับคุณปู่” แบมแบมโค้งให้อีกฝ่าย ซังวูตบไหล่แคบสองทีเบาๆ แล้วเดินไปหน้าโรงแรมเมื่อคนขับรถนำรถมาจอดรอแล้ว

“ไว้เจอกัน” ซังวูเอ่ยกับหลานชายที่เดินมาเปิดประตูรถให้ด้วยตนเอง มาร์ครับคำก่อนปิดประตูเมื่อคุณปู่ขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้ว

พอท้ายรถลีมูซีนสีดำคันหรูติดตัวอักษรทีเทียบเคียงตราสัญลักษณ์ประจำกูลต้วนแล่นออกไป รถของมาร์คก็แล่นมาจอดต่อทันที

ร่างบางขอบคุณเจ้านายที่เขาเปิดประตูรถให้ตนขึ้นก่อน

“ปู่ผมท่านชอบคุณมากเลยนะ”

“คุณซังวูท่านใจดีมากนะครับ ผมไม่คิดว่าท่านจะเป็นคนง่ายๆ ไม่ถือตัวแบบนี้”

แบมแบมดีใจที่ท่านชวนคุยก่อน เขาไม่รู้จะคุยอะไร กำลังคิดว่าภายในรถเงียบเกินไปอยู่พอดี

“ไม่เรียกท่านว่าคุณปู่แล้วเหรอ”

“ตอนทานอาหารผมเรียกเพราะตามใจท่านเท่านั้น ไม่กล้าทำตัวสนิทสนมขนาดนั้นหรอกครับ”

“คุณก็ยังไม่ค่อยรู้ตัวเหมือนเดิมนะครับ ที่ท่านให้คุณเรียกเพราะอยากให้เรียกจริงๆ ปกติท่านไม่ใช่คนสบายๆ แบบนี้หรอกนะ ไว้ตัวมากๆ เลยด้วย ถ้าท่านไม่อยากคุยด้วยท่านไม่ใจดีแบบนี้หรอกครับ คุณโชคดีที่ท่านเอ็นดู”

“เอ๋? จริงเหรอครับ” แบมแบมนึกว่าคุณซังวูทำตัวแบบนี้กับทุกคนเสียอีก

“จริงครับ เรื่องงานอดิเรกนั่นคุณชอบจริงๆ หรือครับ รู้ลึกมากเลยนะ”

“ชอบจริงสิครับ ทำไมเหรอ?”

“ผมแปลกใจที่คุณชอบเหมือนท่านเกือบทุกอย่าง ถ้าไม่ใช่คุณผมคงคิดว่าคุณทำการบ้านมาเป็นอย่างดีแน่ว่าจะคุยเรื่องอะไรกับท่านบ้าง”

“คุณซังวูถามขึ้นมาก่อนนะครับ และผมก็รู้จากท่านปุบปับด้วยว่าต้องไปทานข้าวที่เดอะแกรนด์ริช เวลาแค่ไม่กี่นาทีตอนกลับไปเก็บของที่โต๊ะคงไม่พอให้หาข้อมูลหรอกครับ”

อะไรกัน อย่ามาใส่ร้ายเขาสิ

“ผมลืมไป คุณไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้ท่านเอ็นดูก็ได้นี่นะ คุณไม่อยากเป็นของผมอยู่แล้ว แต่คุณเข้ากับท่านได้ดีอย่างที่บอกจริงๆ นะครับ”

“ไม่มีอะไรเป็นพิเศษสักหน่อยนี่ครับ แค่เป็นตัวเองและมีความจริงใจในการคุยกันก็พอแล้ว ตอนเจอท่านผมกลัวแทบแย่ เกร็งไปหมด”

“แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีนะครับ เกือบลืม ผมว่าจะถามคุณอยู่ว่าคุณว่างเมื่อไร”

แบมแบมมองท่านด้วยความสงสัย

“ทำไมเหรอครับ”

“เรายังไม่ได้ไปเดทกันเลยนี่ครับ ผมจะพาคุณไปเที่ยว ถ้าอาศัยเวลาตอนเย็นหลังเลิกงานคงไม่ได้ ทำงานมาทั้งวันคงเหนื่อยแล้ว เสาร์อาทิตย์คุณก็ต้องทำงานอีก”

เดท?!

แบมแบมลืมไปสนิทว่าต้องมีการเดทด้วย และไอ้การเดทนี่มันก็..

เดทหนึ่งครั้งเท่ากับเซ็กส์หนึ่งครั้งนี่ตายแล้วไอ้แบม

“ผมว่าถ้าไม่ว่างก็ไม่ต้องไปก็ได้ครับ” ร่างบางยิ้มเจื่อน ปฏิเสธกันหน้าด้านๆ อย่างนี้ล่ะ

“ไม่ได้หรอกครับมันอยู่ในสัญญานะ ถ้าคุณไม่ว่างไปเที่ยวกับผมแล้วเมื่อไรคุณจะชอบผมล่ะ”

“การทำให้ผมชอบท่านมันมีหลายวิธีนะครับ ท่านอยากทำอะไรเพื่อผมบ้างก็ทำสิครับ”

“ยากจังเลยครับ ผมคิดไม่ออกหรอก” มาร์คถอนหายใจ หลังพิงเบาะ มือไล้แก้มนุ่มของคนตัวเล็กเล่นแก้เซ็ง

“สรุปไปเดทนะ ลางานด้วยนะครับวันอาทิตย์ผมจะไปรับคุณที่บ้าน”

“เอ้อเดือนนี้แบมลาไม่ได้แล้วครับ วันลาหมดแล้ว”

“คุณกำลังโกหกผมหรือเปล่าครับ” มาร์คจับผิด แบมแบมสะดุ้ง

“เปล่าครับ”

“ผมไม่เชื่อคุณเลยนะรู้ไหม คุณกลัวที่ต้องไปเที่ยวกับผมใช่ไหม ทำไมล่ะครับผมไม่ได้จะปล้ำคุณสักหน่อย”

“ผมไม่ว่างจริงๆ ครับ..เอ่อ..เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ผมไปค้างบ้านท่านก็ได้นะ ท่านอยากให้ผมไปนอนเป็นเพื่อนไม่ใช่เหรอครับ?”

แบมแบมยอมทุ่มสุดตัว แม้ไม่รู้ว่าการไปเดทหรือการไปค้างอย่างไหนจะเสียเปรียบกว่ากัน

แต่ค้างก็คือค้าง ท่านเคยบอกว่าไม่ขืนใจใครนี่นะ ทางนี้ดีกว่านิดนึงนะ..หรือเปล่า

“พี่ชายคุณไม่ว่าแล้วหรือครับ?”

“ไม่หรอกครับ พี่ชายผมก็รู้แล้วว่าเราคบกัน เอ่อ เราแสร้งว่าคบแต่เขาคิดว่าจริงน่ะครับ”

“อืม..เอายังไงดีนะ” มาร์คทำเป็นคิดไปอย่างนั้นเอง รู้ทันแกะของตนหรอกว่าคิดอะไรอยู่

ในสัญญาก็บอกอยู่ว่าจำนวนครั้งที่ไปเดทเท่ากับจำนวนครั้งที่เขาจะได้กอดกันต์พิมุกต์..

แบมแบมไม่กล้าท้วงว่าให้ท่านเลือกให้เขาไปค้างที่บ้าน แต่ในใจนี่ภาวนาให้อีกฝ่ายรับปากเถอะ

“ก็ได้ครับ ไปค้างก็ได้”

แบมแบมเผลอถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมาเพราะลืมตัว มาร์คกลั้นยิ้ม

แกะของเขานี่น่ารักจริงๆ

ช่วงเวลาน่าอึดอัดในพื้นที่แคบๆ ของรถจบลงสักทีเมื่อรถหรูสีดำจอดหน้าบ้านแล้ว แบมแบมรอให้คนขับรถปลดล็อกรถ

“เดี๋ยวสิครับ” มาร์ครั้งแขนคนที่กอดกระเป๋าจะก้าวลงจากรถเอาไว้ โน้มตัวไปจับมือเล็กที่เปิดประตูเพื่อดึงประตูปิดอีกครั้ง แบมแบมมองคนที่ขยับมาใกล้ใจหายแวบ

“ครับ?”

“ไม่คิดจะชวนผมเข้าบ้านหน่อยหรือครับ”

“ผมว่าอย่าดีกว่าครับ ป่านนี้พี่ชายคงกลับบ้านแล้ว และผมคิดว่าคงไม่ใช่ความคิดที่ดีถ้าลงไปแล้วเขาพูดจาหาเรื่องท่านอีก”

“ถ้าอย่างนั้น..ผมขอค่าจ้างที่มาส่งหน่อยสิ” คนพูดก้มลงกระซิบข้างหูเบาๆ ก่อนจะขบเม้มติ่งหูนิ่มอย่างหยอกเย้า

“อ๊ะ” ลูกแกะขนฟูสะดุ้งขนลุกซู่เพราะใบหูเป็นจุดที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดแล้ว คนแกล้งหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจสีหน้าตื่นๆ ของแกะ

ร่างบางมองไปยังบุคคลที่สามผู้ประจำตำแหน่งคนขับ ขัดเขินเมื่อเจ้านายกล้าทำรุ่มร่ามกับตนทั้งที่มีคนอื่นอยู่ด้วย

“สนใจแค่ผมก็พอนะครับ”

มาร์คจับแก้มอีกฝ่ายให้หันมามองตน รั้งร่างเล็กเข้าหาแผ่นอกกว้างแล้วประทับริมฝีปากสวยแนบริมฝีปากอวบอิ่มแรงๆ มือเล็กจับต้นแขนท่านไว้พยายามดันร่างอีกคนออกไปด้วยความตกใจ

“ถ้าคุณเลือกไปค้างก็ต้องไปทั้งอาทิตย์นะครับ เริ่มตั้งแต่คืนนี้”

 เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ตรงปากอิ่มก่อนจะบดเบียดลงไปอีกครั้งอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวลขึ้น

และทันทีที่แบมแบมขยับปากจะประท้วงคำสั่ง คนเอาแต่ใจก็ได้โอกาสแทรกลิ้นอุ่นสำรวจความหวานอย่างชำนาญ ปลายลิ้นเรียวตวัดหยอกเย้าขณะที่มือสวยลูบไล้แผ่นหลังบางก่อนสอดมือเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตที่ชายหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกงยีนเมื่อไรไม่รู้

“อือ พอเถอะครับ..” 

สัมผัสจากฝ่ามือร้อนที่วางทาบบนผิวตนบริเวณเอวทำให้แบมแบมได้สติผลักท่านออก พยายามควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ให้แตกกระเจิงไปกับสิ่งที่ท่านพยายามเล้าโลมให้เขาตอบสนอง

เหนือกว่าการข่มใจคือความอายมากกว่า แค่อยู่สองต่อสองเขายังไม่อยากจะทำ นี่ท่านทำทั้งที่บนรถไม่ได้มีแค่เรา..จากนี้เขาจะกล้ามองหน้าคนขับรถของท่านได้ยังไง

“อีกนิดไม่ได้เหรอครับ”

แบมแบมหน้าร้อน หลุบตาลงต่ำไม่อยากสบตาด้วย

ไม่ต้องมาออดอ้อนเลยครับท่าน อีกนิดของท่านคงได้ทำอะไรๆ โชว์คนขับรถแน่ๆ..

“ไม่ได้ครับ พอแล้ว” คิดบ้างเถอะว่าเขาอาย ท่านควรปล่อยเขาลงจากรถได้แล้วนะ

“แค่เก็บของคงใช้เวลาไม่นานใช่ไหมครับ ไปอาบน้ำบ้านผมก็ได้”

มาร์คกดจมูกโด่งลงบนแก้มเนียนที่แดงเรื่ออย่างอดใจไม่ไหว ท่อนแขนเล็กยกขึ้นกันไม่ให้มาร์คแนบชิดเข้ามาหาอีก

“ขอเป็นคืนพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอครับ..

“ไม่ได้ครับ” ร่างสูงกดริมฝีกปากหนักๆ บนหน้าผากมนแล้วเปิดประตูให้แบมแบมลงจากรถ

คำปฏิเสธนี้ถือเป็นเด็ดขาด ลูกแกะห้ามต่อรอง

ร่างบางก้าวลงจากรถ ปิดประตูรถ พอหันหลังให้รถหรูที่จอดรอแล้วแบมแบมก็กรีดร้องออกมาเบาๆ แทบไม่ได้ยินเสียง ถ้าร้องไห้ได้เขาคงทำแล้ว

เกิดเป็นกันต์พิมุกต์นี่ชีวิตยุ่งยากจริงๆ ให้ท่านมอมเหล้าแล้วปล้ำเขาให้จบๆ ไปเลยดีไหมเนี่ย

 

75%

 

“มีอะไรเหรอ” ยูคยอมถามทั้งที่ไม่เงยหน้ามองเพราะรู้ว่าใครที่เข้ามา

            “ผมเอาของมาให้ครับ” นิชคุณเดินไปหาเจ้านายแล้ววางของลงบนโต๊ะทำงาน ยูคยอมเบนความสนใจจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อมองถุงกระดาษสีน้ำตาล

“อะไรน่ะ”

“ขนมน่ะครับ น้องผมทำไว้เยอะเลยเอามาให้คุณด้วย คุณชอบกินของหวานหรือเปล่า อ๊ะ แต่ไม่น่าถามเนอะ คุณน่ะเหรอจะไม่ชอบ”

“ทำไมถึงคิดว่าฉันจะชอบล่ะ” ยูคยอมไม่ทันคิดอะไร ถามพลางคว้าถุงมาเปิดดู

“ดูจากหุ่นก็พอเดาได้อยู่น่ะครับ” คุณเจ้านายตวัดสายตามองเลขานุการตาเขียวทันควัน

“หยาบคายที่สุด! คุณจะว่าฉันอ้วนว่างั้น?”

“ผมไม่ได้พูดนะ”

“ถ้าจะเอาของมาให้แล้วพูดแดกดันฉันก็เชิญเอากลับไปเถอะ” ยูคยอมจะเหวี่ยงขนมทิ้ง นิชคุณรีบจับมือนิ่มห้ามไว้

“อย่าทิ้งขว้างของกินเด็ดขาดเลยนะ! พ่อแม่คุณสอนแล้วก็จำบ้างสิว่าต้องรู้จักคุณค่าของอาหารน่ะ”

“คุณหลอกด่าฉันสองรอบแล้วนะ! ฉันไม่ได้อ้วน อยู่เมืองนอกมันก็แค่กินเยอะเฉยๆ มีแต่เนยแต่ชีสอ่ะ และฉันก็ไม่ได้โง่ด้วย”

“อ้อเหรอ?” นิชคุณกลั้นหัวเราะเมื่ออีกฝ่ายอมลมจนแก้มพอง ตาคมขุ่นเคืองจ้องเขาเขม็ง

“เอาน่าอย่าเพิ่งโมโหสิครับ รับไว้หน่อยละกัน แม่ผมส่งสตรอเบอร์รี่มาให้เยอะน้องผมเลยทำขนมกับแยมแจกคนที่รู้จัก ของมันเยอะถ้ากินไม่ทันแล้วมันน่าเสียดาย”

พอนิชคุณเลิกเย้าแหย่ ยูคยอมเลยใจเย็นลงนิดหนึ่ง

“น้องคุณไม่รู้จักฉันสักหน่อย” ในงานวันเกิดคุณลุงก็ไม่ค่อยได้คุยกันเพราะเขาต้องคอยช่วยตาเลขาปากจัดตอนโดนพ่อแม่ซักฟอก

“ผมรู้จักคุณไง ทุกทีเวลามีของจากฟาร์ม ผมจะฝากเพื่อนร่วมงานให้ช่วยกินตลอด แต่คราวนี้ย้ายที่ทำงาน ผมก็ยังไม่สนิทกับใครมากนักนอกจากคุณ เลยเอามาให้คุณแค่ชุดเดียว”

“ขอบใจ”

“คุณจะทานเลยไหม หรือว่าจะเอากลับไปทานที่บ้าน”

“ฉันเพิ่งดื่มกาแฟไปเองนะ”

“ยังไม่ทานใช่ไหมจะได้เอาไปแช่ตู้เย็นก่อน ตอนจะกลับบ้านเดี๋ยวผมเอามาให้”

“กิน!” ยูคยอมใช้สองแขนโอบขนมไว้ไม่ให้นิชคุณเอาคืนไป ร่างสูงกลั้นขำ

ตกลงเจ้านายเขาเป็นคนยังไงกันแน่ จะเซ็กซี่ขี้ยั่วหรือจะน่ารักก็เอาสักอย่างเถอะ

“มีช้อนด้วยนี่ เตรียมมาพร้อมเลยนะ” ยูคยอมหยิบของออกมาทีละอย่าง ได้กลิ่นสตรอเบอร์รี่แล้วน้ำลายสอเลย

“คุณจะดื่มอะไร” นิชคุณยืนมองเจ้านายแล้วคิดว่าอีกฝ่ายนี่โตแต่ตัวจริงๆ

“เอาช็อกโกแลตร้อน ใส่นมด้วยนะ”

นิชคุณออกไปชงเครื่องดื่มมาให้ตามคำสั่ง พอกลับเข้ามาพร้อมช็อกโกแลตร้อนเจ้านายก็ยังไม่ได้กินเลย มัวแต่ทำอะไรไม่รู้

“คุณทำอะไรน่ะ”

“ก็ทำให้มันน่ากินไง” ยูคยอมเงยหน้าขึ้นมองคนที่ถามอะไรไม่เข้าท่า ก่อนเกลี่ยแยมลงบนพายแล้วเอาสตรอเบอร์รี่สดวางทับด้านบน

“คุณชอบกินแบบนี้เหรอ?”

“อยากลองกินพร้อมกันเฉยๆ มันอร่อยทุกอย่างเลยน่ะ น้องคุณเก่งนะ ทั้งน่ารักทั้งทำอาหารเก่ง..มิน่าพี่มาร์คถึงชอบ”

 เพราะแบบนี้สินะถึงมัดใจพี่ชายจอมเลือกมากของเขาอยู่หมัด

 “ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะกินเสร็จก็เรียกแล้วกัน” นิชคุณหงุดหงิดตั้งแต่ได้ยินคำว่าพี่มาร์คจากปากเจ้านาย ยูคยอมรีบรั้งไว้

“อย่าเพิ่งสิ ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วย”

“อะไรเหรอครับ” นิชคุณถอนหายใจแล้วหันกลับไปมองหน้าเจ้านาย ยูคยอมเบ้ปากที่อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีเกรงใจอะไรเขาเลย เป็นเจ้านายหรือลูกน้องกันแน่

“เรายังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลยนะ”

“คุณก็รู้เรื่องของผมพร้อมกับพ่อแม่คุณแล้วนี่” ในงานเลี้ยงวันเกิดอะไรนั่นเขาโดนซักซะละเอียดยิบว่าลูกใคร ทำงานอะไร บ้านอยู่ไหน คุณคิมและคุณหญิงซักฟอกเหมือนเขาเป็นผู้ร้ายเลย

พอพ่อแม่ของเด็กหมูนี่รู้ว่าเขาเป็นคนธรรมดาที่เป็นลูกชาวไร่ แล้วยังเป็นแค่เลขานุการของยูคยอม คนพวกนั้นก็มองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

คงกลัวเขาจะจับลูกชายตัวเองล่ะมั้ง บอกเลยว่าให้ฟรีนี่ยังไม่เอาเลยนะเด็กคนนี้ รวยแล้วไง นิสัยคุณหนูจ๋าแบบนี้ไม่เข้าตาเลยสักนิด

“พ่อกับแม่ไม่ค่อยชอบคุณเลย”

“ชอบก็แปลกแล้วเหอะ” นิชคุณกอดอก แค่นหัวเราะ

“แต่ท่านก็ไม่ได้บอกให้เราเลิกกันนะ” ข้อนี้ยูคยอมก็สงสัยนะว่าทำไม ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ชอบใครที่เขาคบด้วยท่านจะสั่งให้เลิกเลยนะ

“คงอยากจะดูไปอีกสักระยะล่ะมั้ง คุณเองระหว่างนี้ก็รีบหาคนที่ถูกใจเร็วๆ แล้วคบอย่างจริงจังเถอะผมจะได้หมดภาระ”  นิชคุณไม่คิดอะไรมากอยู่แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ถูกใจพ่อแม่เด็กหมูหรอก ไม่ได้อยากจะเป็นคนรักเด็กนี่จริงๆ สักหน่อย ทุกอย่างมันคืองานทั้งนั้น

ยูคยอมหน้ามุ่ยกับคำว่าภาระ

“ใจร้ายจังเลย

“คิดว่าตีหน้าเศร้าแล้วผมจะสงสารเหรอครับ ผมไม่หลงกลคุณอีกแล้ว”

“ฉลาดแล้วเหรอ?”

“ใช่!” ยูคยอมหัวเราะคิก ก่อนจะผายมือให้อีกฝ่ายมานั่งที่เก้าอี้เพื่อจะคุยกันยาวๆ นิชคุณต้องเดินไปนั่ง ขืนขัดใจเดี๋ยวโดนตัดเงินเดือน เรื่องเงินกับคนที่ชื่อนิชคุณคือเรื่องใหญ่นะ

“วันงานน่ะคุณดูดีมากเลย มีแต่เพื่อนฉันถามว่าคุณเป็นใคร”

“แล้วคุณโกหกหรือตอบไปตามความจริงล่ะ”

“บอกแค่ว่าเป็นเลขาคนใหม่ เพราะขี้เกียจสร้างโปรไฟล์ไฮโซให้ใหม่ มีแต่คนชมคุณว่าหล่ออย่างกับพระเอกละคร ฉันล่ะอยากให้มาเห็นคุณในสภาพทำงานจริงๆ เลย ภาพดูดีที่สร้างคืนเดียวคงพังทลายแน่”

“หึ..ก็ผมมันคนธรรมดานี่ คุณไม่อายเพื่อนหรือไงที่มีแฟนเป็นคนกระจอกอย่างผมน่ะ ผมเดาว่าเพื่อนคุณคงมีแต่แฟนที่จบนอกหรือไม่ก็ลูกเศรษฐีกันทั้งนั้น”

“ใช่ มีแต่คนแบบนั้นแหละแต่ไม่มีใครหล่อเท่าคุณสักคน พวกนั้นถึงสนใจกันไง”

นิชคุณหรี่ตามองคนที่ตั้งใจกิน ผิดสังเกตกับคำชมที่ออกจากปากคุณหนูนี่บ่อยเหลือเกิน

“คุณมีอะไรหรือเปล่า ทำไมชมผมบ่อยจัง”

“คุณนี่ความรู้สึกไวจังเลย บอกตามตรงแล้วกันว่าฉันอยากควงคุณไปอวดเพื่อน เพราะเพื่อนฉันนัดกินข้าวกันแบบรวมรุ่นน่ะ โกหกพ่อแม่แล้วก็ต้องโกหกคนรอบข้างด้วยล่ะนะ เพราะตอนนี้ใครๆ ก็รู้แล้วว่าคุณเป็นแฟนฉัน”

“ทำไมผมจะต้องไปร่วมขบวนการโกหกกับคุณด้วย แค่พ่อแม่คุณผมก็เสียวความแตกจะแย่ บอกเพื่อนไปสิว่าผมไม่ว่าง”

“ถ้าทำได้ง่ายๆ ก็ดีน่ะสิ ฉันต้องควงคุณออกงานสักสองสามงานให้คนลือกันไปทั่วก่อนแล้วจากนั้นคุณจะไปหรือไม่ไปไหนกับฉันอีกค่อยว่ากัน ฉันไม่ได้ให้คุณทำฟรีๆ หรอกน่า”

นิชคุณกลอกตา เอือมคนที่มองเขาด้วยแววตาเหมือนลูกสุนัขตัวเล็กๆ

“ตัวผมไม่ได้มีไว้ขายนะและผมก็ไม่ว่างไปไหนมาไหนตามใจคุณด้วย นอกจากเป็นเลขาคุณผมยังมีงานพาร์ททามอีกหลายที่ ไม่มีเวลาไปเล่นตลกหลอกคนกับคุณหรอก ที่ผมยอมช่วยคุณวันนั้นก็เพราะสงสารจะทำอะไรก็อย่าให้มันเกินขอบเขตนัก ยิ่งเพื่อนคุณรู้มากเท่าไร เวลาความแตกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน คุณจะอับอายเขานะ”

“คุณนี่นอกจากจะจนแล้วยังเป็นคนจริงจังกับชีวิตมากเนอะ”

ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเจ้านายนี่คว้าคอเสื้อแล้วนะ พูดตรงเป็นบ้า

พอเห็นนิชคุณมองเขม็ง ยูคยอมก็กระแอมเล็กน้อย

“ฉันไม่ได้มีเจตนาจะพูดให้คุณรู้สึกแย่หรอกนะ คุณก็คิดซะว่าคุณรับงานพิเศษเพิ่มสิ เหมือนบริษัทที่จัดหาคู่เดทน่ะ เรื่องนี้มีแค่เรารู้ ฉันไม่พูด คุณไม่พูด แล้วใครเขาจะรู้เล่า งานพิเศษที่คุณทำอยู่ได้เงินเท่าไร? ฉันจ่ายมากกว่านั้นก็ได้”

“ผมไม่สนเงินของคุณหรอก ถึงงานที่ผมทำเงินน้อยแต่มันสบายใจกว่า ผมไปทำงานละ”

นิชคุณลุกขึ้นทันที ยูคยอมรีบลุกมาขวางไว้ไม่ให้ไป

“อย่าใจดำนักสิ น่านะช่วยกันหน่อย ไม่จ้างก็ได้”

“ผมไม่ว่าง”

“คุณจะเอายังไงกันแน่ ฉันจะพยายามนัดเจอเพื่อนให้ไม่ตรงกับเวลาทำงานคุณแล้วกัน ตกลงไหม?” อย่าลีลามากนักได้ไหมนิชคุณ คนอย่างคุณเล็กไม่เคยยอมขอร้องใครมากขนาดนี้มาก่อนเลยนะ

“ไม่” นิชคุณยืนยันอย่างไม่ถนอมน้ำใจ

“ทำไมคุณเล่นตัวแบบนี้นะ!” ยูคยอมขัดใจที่นิชคุณเอาแต่ปฏิเสธ

“ผมไม่อยากโกหกใครมากไปกว่านี้ ผมนับถือพุทธนะคุณ มันผิดศีล”  นิชคุณอ้างเหตุผลหน้ายุ่ง ร่ำๆ จะจับตัวอีกฝ่ายเขย่าให้เลิกพูดสักที

“แต่คุณก็ยอมช่วยเรื่องพ่อกับแม่นี่”

“นั่นคือเรื่องจำเป็นมากๆ สำหรับคุณ แต่เรื่องเพื่อนมันไม่จำเป็น” นิชคุณเดินเลี่ยงยูคยอมจะออกจากห้อง คุณหนูคิมกลั้นใจเอ่ยโพล่งออกไป

“งั้นคุณก็คบกับฉันจริงๆ ซะเลยสิ!

นิชคุณชะงัก หันกลับมามองยูคยอม สีหน้าที่เดาไม่ออกว่ารู้สึกยังไงทำให้ยูคยอมกำลังคิดว่าเลขาปากร้ายต้องคิดด่าอะไรเขาอีกแน่ๆ

“เฮ้ย!” ยูคยอมถอยกรูดเมื่ออีกฝ่ายก้าวมาหาอย่างรวดเร็ว

“อะ..อะไรของคุณเนี่ย!” ยูคยอมใจหายใจคว่ำเมื่อนิชคุณเดินเข้าหาจนเขาถอยมาติดโต๊ะทำงาน

ยูคยอมเอนตัวหนีเมื่อนิชคุณประชิดตัว เลขาหน้าหล่อวางมือยันโต๊ะทำงานมือหนึ่ง อีกมือรั้งเนคไทเขาเอาไว้

“คุณนี่มันน่ารำคาญมากเลยรู้ตัวไหม”

“นี่!” ยูคยอมหน้าขึ้นสีด้วยความโมโหเมื่อถูกด่า อยากจะด่ากลับแต่ต้องยั้งคำพูดเอาไว้ตอนที่ใบหน้าหล่อนั่นโน้มเข้ามาใกล้ คุณหนูเอนหนีจนต้องใช้ข้อศอกพยุงตัวไว้กับโต๊ะ

“ถ้าไม่เพราะน้ำตาจอมปลอมของคุณเรื่องวันนั้นก็ไม่เกิดขึ้นหรอก ผมล่ะโคตรแปลกใจเลยที่คุณเรียนบริหารไม่ใช่เอกการแสดง ผมช่วยคุณเพราะผมอยากช่วย แต่ถ้าไม่อยากช่วยต่อให้เอาเงินฟาดหัวผมสักร้อยล้านผมก็ไม่ทำให้ เข้าใจนะครับ?”

นิชคุณเกลียดคนแบบคุณหนูนี่ที่สุด น่าหมั่นไส้ ถ้าเป็นน้องนะจะจับตีก้นให้!

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะนิชคุณ!” ยูคยอมรีบก้าวตามคนที่เดินออกจากห้องทำงานโดยไม่สนใจเขาเลย

 นึกหรือว่าฉันอยากง้อคุณนักน่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเคยพาตัวไปให้พ่อกับแม่เห็นหน้าแล้วคุณโดนไล่ออกแน่!

“นิชคุณอย่าเดินหนีฉันนะ คุณจะปฏิเสธกันแบบนี้ไม่ได้นะมาคุยให้รู้เรื่องก่อนเลย!

ยูคยอมเดินไปคว้าไหล่กว้างไว้โดนลืมสังเกตว่าทำไมนิชคุณถึงยืนนิ่ง

“ทะเลาะกันเหรอคุณเล็ก?”

ยูคยอมหันไปตามเสียง ตาเบิกกว้างนิดด้วยความตกใจ

“คุณพ่อ..

 

 

 

สาวสวยจ้องหน้าเพื่อนเขม็งจนแบมแบมอึดอัด ใบหน้าหวานก้มต่ำ ตามองน้ำอัดลมในมือเพื่อเลี่ยงหลบสายตาดุดันของเพื่อนรัก

“ฉันไม่รู้จะด่าแกว่ายังไงดีเลยแบมแบม เลือกคำด่าเจ็บๆ ให้ฉันสักคำซิ สมองแกเท่าเมล็ดถั่วเหรอถึงได้เสนอตัวไปให้เขานอนกกตั้งอาทิตย์นึง แกคิดหรือว่าผู้ชายวัยฉกรรจ์แบบนั้นจะข่มอารมณ์ไม่ข่มขืนแกได้เนี่ย แกเอาอะไรคิด!

แบมแบมสะดุ้งเฮือกเมื่อโดนเพื่อนตวาดเอาอีกแล้ว คิดแล้วเชียวว่าถ้าเล่าให้ฟังต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้

มันเป็นจังหวะที่ไม่ดีเอาซะเลยที่จีมินมาหาเขาที่บ้านวันนี้ วันที่ท่านมาส่ง..

“เขาไม่ทำหรอก ครั้งที่แล้วก็นอนเฉยๆ” แบมแบมเอ่ยอุบอิบ ผวาว่าเพื่อนจะตวาดมาอีก จีมินจิ้มศีรษะเพื่อนแรงๆ

“เสือน่ะเขาไม่หลงรักเหยื่อหรอกรู้เอาไว้ซะ! ที่เขาไม่กินเหยื่อทันทีก็เพราะอยากจะเล่นสนุกก่อน พอเหยื่อหลงกลตายใจก็ขย้ำฟาดเรียบแม้แต่กระดูกก็แทบไม่เหลือ”

“ก็..” ทำไมต้องเปรียบอะไรน่าขนลุกแบบนั้นด้วยเล่า

“แล้วเรื่องปู่เขาก็เหมือนกัน ฉันว่าน่าสงสัย เขาจะมาสนใจเอ็นดูอะไรแกขนาดนั้นทั้งที่เขารู้ว่าแกเป็นแค่นางบำเรอหลานเขา แกยังมีค่าพอให้เขาสนใจอยู่อีกเหรอ?”

แบมแบมน้ำตาซึมเมื่อเพื่อนเอ่ยแทงใจดำ จีมินอยากจะตีเพื่อนสักทีให้หายโง่แต่ก็ยังเห็นใจ

เธอผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาเอาขนม แล้วจะพูดเรื่องย้ายคอนโดด้วย แต่กลับกลายเป็นว่าต้องมารู้ว่าเพื่อนจะไม่อยู่บ้านเพราะต้องไปอยู่บ้านเจ้านายอาทิตย์หนึ่ง!

อกเธอจะแตกตายอยู่แล้ว มันทั้งหวงทั้งห่วงจนจะจุกอกตายอยู่แล้วเนี่ย!!

“เรื่องฉันน่ะช่างเถอะ ว่าแต่แกมาหาฉันทำไมเหรอ” แบมแบมพยายามเปลี่ยนเรื่อง

“มาเอาขนมและจะบอกว่าสิ้นเดือนนี้ฉันจะย้ายเข้าคอนโดที่แกบอก กะจะขอเวลาแกไปช่วยฉันย้ายของเพราะฉันไม่อยากจ้างบริษัทขนย้ายมันเสียดายเงิน แต่แกคงไม่ว่างแล้วแหละ ฉันเข้าใจ”

“ไม่เอาน่าจีมินอย่าพูดแบบนี้สิ ฉันว่างไปช่วยเสมอนั่นแหละ”

“ไม่เอาเวลาไปอยู่กับมิสเตอร์เหรอ?” จีมินอดแดกดันประชดประชันไม่ได้ ยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิด

“ระหว่างแกกับเขาฉันต้องเลือกแกอยู่แล้วสิ..” แบมแบมถอนหายใจก้มหน้าซบเข่าซ่อนน้ำตา

เสียใจนะที่เพื่อนชอบเอาแต่ว่าเขา เขารู้ว่าเพื่อนหวังดี แต่สิ่งที่ตัดสินใจไปแล้วมันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วนะ จีมินบ่นไปก็เท่านั้น

“แกเคยตรวจร่างกายบ้างไหม ไอ้สุขภาพประจำปีอะไรนั่น”

จีมินดื่มน้ำอัดลมเย็นๆ หวังให้ใจเย็นขึ้นบ้าง แบมแบมเงยหน้ามองเพื่อนอย่างแปลกใจ

“ทำไมเหรอ? ไม่เคยไปหรอกเสียดายเงิน” บัตรประกันสุขภาพของรัฐก็ต้องคอยคิวนาน ยิ่งไปเพราะตรวจสุขภาพเฉยๆ ไม่ได้เจ็บป่วยอะไรยิ่งนานเลยไม่คิดจะไป เสียเวลาทำงานหาเงิน

“หาเวลาไปตรวจบ้างก็ดี”

“ทำไมล่ะ?”

“แกท้องได้หรือเปล่า” จีมินหนักใจนะที่ต้องพูดแบบนี้

แบมแบมตาโตด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเพื่อนจะถามคำถามชวนอึดอัดใจอย่างนี้

“ฉัน..ฉันไม่รู้หรอก” จีมินจะพูดขึ้นมาให้เขากลัวทำไม

“ถ้าไม่รู้ก็ไปตรวจ ถ้าไม่ตรวจก็ต้องหาทางป้องกันไว้บ้าง”

“แต่ว่า..เขาไม่ทำอะไรฉันหรอกมั้ง”

“คำสัญญาไม่ว่าจากปากใครก็เชื่อไม่ได้ กระทั่งตัวเราเองเคยสัญญาอะไรกับตัวเองไว้บางทียังทำไม่ได้เลย ประสาอะไรกับลมปากคนอื่น เขาจะรักษาสัญญาจริงจังอะไรนักหนา”

จีมินเตือนเพราะความปรารถนาดีจากใจเลยนะ หวังว่าสักวันนอกจากแบมแบมจะรับรู้อย่างเดียวมันจะหันมาใส่ใจทำตามบ้าง

“แกคิดว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ฉันจะไปอยู่กับเขา..เขาไม่คิดจะนอนเฉยๆ จริงๆ น่ะเหรอ”

หน้าหวานซีดลงจนจีมินชักจะสงสารเพื่อน

“บอกตามตรงว่าไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่ทำอะไรแก ถ้าสมมตินะ..นี่ไม่ได้พูดให้กลัว ถ้าเกิดยับยั้งอารมณ์ไม่อยู่น่ะแกต้องให้เขาป้องกันนะ ยังไงเขาก็ผ่านมาเยอะอ่ะ แกเข้าใจใช่ไหม?”

แบมแบมพยักหน้าช้าๆ จีมินเอ่ยต่อ

“แล้วแกเองก็ไม่รู้อีกว่าตัวเองท้องได้หรือเปล่า ถ้าเกิดเออ เรื่องแบบนั้นขึ้น นอกจากเสี่ยงโรคแล้วยังอาจจะแถมลูกมาอีก คงไม่ต้องให้บอกนะว่าถ้าพลาดแล้วถึงคราวซวยขนาดนั้นแกจะลำบากขนาดไหน ลำพังที่ใช้จ่ายทุกวันนี้ยังต้องกระเบียดกระเสียร ทั้งจะตัวเองแล้วไหนจะแม่อีก”

“ฉัน..อาจท้องไม่ได้ก็ได้นะเว้ย”

“คนอย่างเขาฉันก็ไม่รู้จักมักจี่อะไรฉันไม่รู้หรอกว่าถ้าแกพลาดท่าท้องขึ้นมาเขาจะรับผิดชอบอะไรหรือเปล่า ฉันกลัวอย่างเดียวคือเขาคิดว่าแกเป็นผู้ชายแล้วจะไม่ป้องกันอ่ะ”

“ไม่หรอกมั้ง..เขาก็ไม่เคยมีข่าวทำใครท้องนี่นา”

“อาจจะปิดข่าวก็ได้ไง ให้เงินฟาดหัวสักก้อนไปเอาออกหรือเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างในละครอ่ะ เขาออกจะรวยล้นฟ้า ปัญหาง่ายๆ แค่นั้นจะจัดการไม่ได้ได้ยังไง อำนาจเงินล้นมือขนาดนั้นปิดข่าวไม่ได้ก็แย่แล้วแก”

“ขอบใจที่ทำให้ฉันกลัวมากขึ้นนะ” จิตใจแบมแบมเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วนะ

“ปากบอกกลัวแต่ไม่เห็นจะกลัวจริงๆ เลย ตราบใดที่หมอยังไม่ยืนยันก็คิดเผื่อไว้เหอะ นี่ถ้าแกรู้ตัวว่าท้องได้ฉันจะแบ่งยาคุมให้กินละเนี่ย”

จีมินกอดเข่าถอนหายใจเฮือก แบมแบมสงสัย

“เอ๋? แกกินยาคุมทำไม?” จีมินไม่มีแฟนนี่ แถมเป็นเลสเบี้ยนอีกต่างหาก

 “เกี่ยวกับภาวะประจำเดือนนี่แหละ ไอ้ที่เคยบ่นๆ ให้ฟังว่ามันมาไม่ค่อยสม่ำเสมออ่ะ ยุ่งยาก ช่างเหอะ หรือจะกินเผื่อไว้ดีแต่ถ้าไม่มีอะไรก็ดีไป ถ้าเผื่อมีจะแนะนำให้อีกวิธี”

“อะไรเหรอ”

“ยาคุมฉุกเฉิน ถ้าแบบว่ามันเกิดไปแล้วก็ไปซื้อมากินให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้นะ ภายใน 24 ชม.ยิ่งดี ฉันก็เพิ่งรู้จากพี่ที่ทำงาน อาทิตย์ก่อนเจ๊แกไปผับแล้วดันเมาไปกับใครไม่รู้ ตื่นมาอีกทีนอนกับผู้ชายแปลกหน้าไปแล้ว เจ๊แกก็ใช้วิธีนี้แหละ มันไม่ได้ผล 100% นะแต่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย”

“อืม..จะจำไว้ละกัน”

“ที่ฉันบ่นฉันว่าก็เพราะฉันห่วงนะแก”

“ฉันเข้าใจ”

จีมินมองกองเสื้อผ้าที่เพื่อนเอาออกจากตู้เสื้อผ้ามาวางบนเตียงแล้วก็ลุกคลานไปช่วยเก็บ

“ไม่ต้องหรอกแกเดี๋ยวฉันเก็บเอง แกไปเอาขนมเถอะ”

“เดี๋ยวค่อยไปเอาตอนจะกลับก็ได้ ให้เจ้านายแกรอนานคงไม่ดีหรอก”

จีมินเอ่ยเสียงเรียบ ลงมือพับเสื้อแบบลวกๆ ยัดใส่กระเป๋าให้เพื่อน แบมแบมหน้าเศร้า

“ขอโทษนะเว้ย แกโกรธฉันใช่ไหม”

“เปล่าหรอก อย่าคิดมากเลยฉันก็แค่เป็นห่วง ถ้าแกดูแลตัวเองได้ก็ดี”

“แกเหมือนแม่ฉันเลยอ่ะ..

“นี่ชมใช่ไหมวะ”

“ก็ชมน่ะสิ” จีมินหันไปเหล่มอง เจอคนหน้าหวานฝืนยิ้มให้แล้วก็อดดึงมากอดไม่ได้

“เอาเหอะ..เลือกแล้วก็ระวังตัวแล้วกัน จำไว้นะเว้ยว่าไม่มีใครในโลกนี้หรอกที่ไว้ใจได้”

“แกไง” แบมแบมกอดตอบเพื่อนแล้วผละออก

“ถ้าไว้ใจฉันแกก็ต้องเชื่อฉันเข้าใจไหม อย่าไปยอมง่ายๆ เห็นท่าไม่ดีก็ต่อยเลย”

“จะบ้าเหรอ” แบมแบมหลุดขำเมื่อเพื่อนกำหมัดชูให้ดู

“ไม่บ้าหรอกนี่ยุจริงๆ อะไรที่ได้มายากๆ มักมีค่าเว้ย อย่าลดคุณค่าตัวเองเด็ดขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ฉันเชื่อในตัวแกนะแบม”

“แต่ฉันไม่ค่อยเชื่อใจตัวเองเลยอ่ะ”

“อ่าวไอ้นี่!” จีมินคว้าไม้แขวนเสื้อจะฟาดให้ แบมแบมรีบขยับถอยหนี

“พูดเล่นน่า”

“แต่ฉันคิดจริงๆ! เขาออกจะหล่อรวยเพอร์เฟ็กต์ซะขนาดนั้น ใครจะไม่หลง”

“ฉันไง”

“แกจำคำพูดนี้ของแกไว้เลยนะฉันจะคอยดู ห้ามไปหลงเขาก่อนล่ะ แกต้องทำให้เขาหลงก่อนนะรู้ไหม”

“ไหนบอกไม่ให้ปล่อยตัวไง”

“ไม่รู้จักวิธีทำให้ผู้ชายทุรนทุรายเล่นหรือไง” แบมแบมส่ายหน้าทันที จีมินกลอกตา

“เออๆ ช่างแกเหอะ ที่เป็นอย่างทุกวันนี้ก็พอถูไถไปได้บ้างแหละ เป็นอย่างที่แกเป็นละกัน”

แบมแบมเป็นผู้ชายที่น่าหลงรักมากนะ เหมือนน้องชายตัวเล็กที่น่าทะนุถนอมปกป้อง แต่มิสเตอร์อาจอยากทำลายแทนที่จะปกป้องก็ได้ หน้าใสๆ ตัวเล็กๆ แบบนี้บางครั้งเธอยังอยากจะจับขยำขยี้ให้หายหมั่นเขี้ยวเลย

เธอหวังว่าความเป็นคนดีน่ารักของแบมแบมจะทำให้มิสเตอร์มองเพื่อนเธอต่างจากคนอื่นๆ ของเขาได้บ้าง แค่สักนิดก็ยังดี ถ้ามิสเตอร์ไม่มีเศษเสี้ยวของความรู้สึกดีๆ ให้แบมแบมเลยมันเป็นเรื่องน่าเศร้าเกินไป

น่าเศร้าตรงที่คนอย่างแบมแบมน่ะ ไม่ว่าคนคนนั้นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตจะเป็นคนยังไง แบมแบมก็จะทำดีกับอีกฝ่ายจนตัวเองเกิดความรู้สึกผูกพัน บางครั้งก็ยอมให้เขาเอารัดเอาเปรียบ

มิสเตอร์คงไม่ใช่คนไร้หัวใจหรอกใช่ไหม?

“เรื่องย้ายบ้านน่ะ แกจะย้ายวันไหนก็บอกนะ”

“อือ แต่เราลาทีเดียวสองคนพี่เฟยต้องกรี๊ดแน่ๆ”

พี่เฟยจะให้เด็กๆ ในร้านลาหยุดได้เดือนละห้าวัน แต่ทุกคนต้องจัดเวลากันเอาเองว่าใครจะหยุดวันไหนเมื่อไร ห้ามหายตัวไปพร้อมกันหลายคนไม่อย่างนั้นร้านจะวุ่นวายมาก

“มันจำเป็นนี่นา พี่เฟยน่าจะเข้าใจ”

“ก็หวังอย่างนั้น เสร็จแล้ว เหลืออะไรอีกไหม” จีมินเก็บของไวมาก แบมแบมเดินไปเอาของในห้องน้ำ เธอเลยลากกระเป๋าออกไปไว้ข้างนอกให้

ความรู้สึกจีมินตอนนี้เหมือนส่งลูกไปแต่งงานเลยอ่ะ ต่างกันแค่แบมแบมไม่ใช่ลูกจริงๆ และมันไม่ได้จะแต่งงาน

เป็นห่วงสุดๆ เลย หวังว่าจะอยู่รอดปลอดภัยได้ครบหนึ่งอาทิตย์นะแบมแบม..

 

TBC.

 

 

ยังไม่ได้อีดิทคำผิด

**

โรคจิตหน่อยๆ คือไม่ชอบให้นายเอกมีอุปสรรคกีดกันเพราะคนฝ่ายพระเอกอ่ะ ขี้เกียจลุ้น

แต่งเองก็ลุ้นเองได้นา พระเอกไม่รักก็อยากให้มีคนอื่นเอ็นดูอ่ะเนาะ

ต่อไปจะพยายามอัพเรื่องนี้อย่างจริงจังเพราะวิวาห์ก็จบไปอีกเรื่องแล้ว

(ถึงจะยังทยอยลงในเว็บไม่จบก็เถอะ)

บอกว่าจริงจังแต่ก็ไม่ค่อยว่างเลยอ่ะ T^T เวลาค่อนข้างน้อย ถ้าเว้นช่วงหน่อยก็เข้าใจเราด้วยนะ

คอมเม้นแยกสองทาง อีกทางให้เล่นตัวนานๆ อีกทางให้ได้กันสักที..

นี่ก็อยากให้ได้กัน อดใจรออีกไม่กี่ตอนเนอะ 5555

ไม่ใช่ได้กันครั้งเดียวคืนเดียวจบอ่ะ ถ้าครั้งเดียวเดี๋ยวไม่ท้อง

พอเค้ากัน หลังจากนั้นคุณอาจจะบอกว่าพอเถอะอีไรท์ เยอะไปละ ไรงี้-.,-

 

ขอคนเขียนทำใจแป๊บ ฉงฉานแบมแบม

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 363 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6128 oiLL (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 09:14

    คุณปุ่น่ารักอยากให้น้องได้เจอคุณปู่บ่อยๆ

    #6,128
    0
  2. #6090 MayKamon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:44

    แบมแบใหม่น่ารอด

    #6,090
    0
  3. #6055 My love markbam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 16:21
    หนูจะรอดมั้ยแบมลูก
    #6,055
    0
  4. #5992 MarkP_endear. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 13:26
    หนึ่งอาทิตย์แบมจะรอดมั้ยอ่า แต่พอดูอีกฝ่ายเป็นใครแล้วคิดว่าคงไม่ 55555
    #5,992
    0
  5. #5961 นิรญา กลางเบิด (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 20:41
    คนดีๆไม่น่ามาเตอคนชั่ว...เออะ...ไม่ใช่ เอาใหม่ ไม่น่ามาเจอพวกคนรวยเห็นแก่ตัวพวกนี้เลย เขาชอบทำให้คุณค่ากับศักดิ์ศรีของเราถูกมองข้ามไป
    #5,961
    0
  6. #5924 wtSunDra (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 19:00
    แบม เป็นห่วงจังเลยลูกก จะรอดมั้ยเนี่ย
    #5,924
    0
  7. #5916 poo_ka (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 20:52
    คุณปู่ตัวจริงชื่ออะไรอ่ะTT//หล่อมากก
    #5,916
    0
  8. #5892 Harukim (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 23:17
    คุณปู่แด๊ดดี้มากเลย เฟี้ยวสุดๆ
    #5,892
    0
  9. #5779 ChayapornSs (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 20:51
    คุณปู่น่ารักอ่าาา โปรไฟล์อย่างเท่><
    #5,779
    0
  10. #5740 naamzz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 21:58
    คุณปู่น่ารัก~
    #5,740
    0
  11. #4585 NewLoly PanTanyakit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 10:54
    จีมินตลก5555
    #4,585
    0
  12. #4437 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 20:00
    คุณปู่หลงหลานสะใภ้แล้วแหละ น่ารักสะขนาดนั้นเนอะ หนอนหนังสือเหมือนกันอีก และเชื่อว่าตอนนี้ใจมาร์คเริ่มหลงแบมแล้ว
    #4,437
    0
  13. #4393 mmaijii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 08:23
    แอบรำจีมินนิดๆแหะ 5555555
    #4,393
    0
  14. #4392 PiPoTweeTy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 03:07
    ชอบตอนที่ไปทานข้าวกับคุณปู่มากๆเลย รู้สึกได้ถึงความเอ็นดูที่คุณปู่มีให้น้องแบม พี่มาร์คน้องเกิดมาเพื่อพี่ขนาดนี้ รักน้องไวๆนะ
    #4,392
    0
  15. #4350 Miniminzz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 22:28
    จริงๆคือ... อยากมอบโล่ในหมูมินมากค่ะ รางวัลเพื่อนดีเด่นแห่งปี เป็นเพื่อนที่น่ารักสำหรับน้องจริงๆ
    #4,350
    0
  16. #4026 MBisme (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 14:11
    ปู่เอ็นดูแบมมาก  จีมินยังกะแม่เลยค้า  คู่คุณยูลนี้ฮาอะ
    #4,026
    0
  17. #3635 Nalin Tip (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 10:58
    คือคุณเล็กงอแงเชียว คุณนี่เอาอยู่ทุกสถานการณ์ จีมินเราคือพวกเดียวกัน มามากอดคอ
    #3,635
    0
  18. #3240 MarKBmAG (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 11:28
    ที่พูดถึงท้องนี่ ต่อไปจะท้องใช่ไหม มโนไว้หวีดแปปมั่ง655555
    #3,240
    0
  19. #3179 ` PuGun. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 19:43
    ตั้งอาทิตย์นึงงงงงนู่นน ดีงาม
    #3,179
    0
  20. #2983 KarisKissTao (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 16:12
    อุ๊ยยยย อาทิตนึงงง หืมมม55555
    #2,983
    0
  21. #2912 mellow_aa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 17:15
    ดีใจมากที่คุณปู่เอ็นดูแบมขนาดนี้ เผื่อไว้ว่าอนาคตมีเรื่องดราม่า?อะไรของสองคนนี้ ก็หวังไว้ว่าคุณปู้จะช่วยได้ไม่มากก็น้อยค่ะ 5555555555 

    นี่ยังชอบนิสัยจีมินในเรื่องยังไงก็ยังชอบมากอย่างนั้นนะ ตรงๆแมนๆดี คือแมนกว่าแบมอีกอะ 555555555555 นี่ก็ไม่คิดนะว่าแบมไปอยู่กะมาร์คแล้วจะรอดน่ะ อยู่ในถ้ำเสือด้วย โดนลักหลับไปนี่จบเลยนะเออ 
    #2,912
    0
  22. #2763 Midori Mori (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 13:44
    ปู่แซ่บมากกกกกกกกกกกกกก
    #2,763
    0
  23. #2685 Castella_ombra (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 22:49
    คนปู่เนี่ยจริงใจ แต่คนหลานนะค่ะ จริงใจหรือเปล่า
    #2,685
    0
  24. #2673 Mampbah (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 16:34
    ได้แต่อุทานออกมาว่า อหหหห!!! แซ่บลิ้มมากกกกกกกกกกกกกกกก มีความฝรั่ง มีความมาเฟีย มีความดุดันพร้อมไปหมดเลยค่ะ ฮืออออออออ
    #2,673
    0
  25. #2669 manut_earn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 12:49
    อิมเมจปู่ดูแซ่บเว่อค่ะ55555
    #2,669
    0