เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 5 : Chapter 4 : งานเลี้ยง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 388 ครั้ง
    14 ม.ค. 59

 

          

           

 

           

            “อ้ะ แต่เช้านี้ท่าทางมื้อเช้าของพี่จะเป็นหมันนะ กินข้าวเช้ามาแล้วล่ะสิ” ฮันบินยื่นขนมให้แบมแบมอย่างที่ทำทุกเช้าพลางส่งยิ้มให้อย่างทุกที แบมแบมรับมาพลางขอบคุณ

“อย่าพูดอย่างนี้สิครับ แบมกินตอนเที่ยงก็ได้” แบมแบมวางขนมลงในตะกร้ารวมกับของพี่เซฮุน

“แบม..พี่ขอถามอย่างจริงจังเลยได้ไหม”

“ครับ?”

“พี่พอมีหวังหรือเปล่า?”

แบมแบมชะงัก เงยหน้าขึ้นมองพี่ฮันบินที่กำลังมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง ร่างบางหลบสายตา พี่เลี้ยงสาวเลื่อนเก้าอี้มาร่วมวงสนทนาทั้งที่ไม่ได้ขอ

“แกถามแบบนี้น้องลำบากใจนะเว้ย”

“ฉันจริงจังนะมิน”

“แบมว่า..เราอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลยครับ แบมไม่ได้ชอบใครทั้งนั้น ทั้งพี่ฮันบินหรือว่าพี่เซฮุน พี่ทั้งสองเป็นพี่ชายที่ใจดีกับแบมมาก..

แบมแบมลำบากใจ ตอนแรกเขาคิดว่าพี่คงหยอกทีเล่นทีจริงตามประสา ไม่คิดว่าพี่ฮันบินจะจริงจัง

“ไม่มีใครอยากได้สถานะพี่ชายหรอกนะแบม เลือกท่านไปแล้วก็บอกฮันบินไปตรงๆ สิอย่าให้ความหวังมัน” พี่มินบอกน้องที่ยังอ่อนหัดนัก แบมแบมเม้มปากแน่น มองพี่มินที่เขานับถือเป็นพี่สาวอีกคน แม้พี่จะชอบพูดอะไรตรงๆ ให้แทงใจเขาก็ตาม

  “ท่านก็ไม่ใช่ครับ ผมไม่เคยเลือกท่าน ผมก็รอวันที่ท่านจะเลิกสนใจผมเหมือนกัน ผมไม่สนหรอกว่าคนทั้งบริษัทจะคิดกับผมยังไง ผมแคร์ทุกคนไม่ได้ ผมเลือกแคร์แค่ความรู้สึกของคนในแผนก และอยากให้ทุกคนสนใจความรู้สึกของผมด้วยเหมือนกัน ผมอยู่กับพี่ๆ ได้แค่ไม่กี่เดือน อีกหน่อยเราก็ต้องจากกันแล้ว ผมไม่อยากมีความสัมพันธ์กับคนที่นี่มากกว่าไปพี่น้องที่ดีต่อกัน แม้แต่เจ้าของที่นี่ผมก็รู้สึกกับเขาแค่เจ้านาย แต่เขาจะรู้สึกกับผมยังไง เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้ครับ”

แบมแบมลุกจากเก้าอี้เดินออกไปเข้าห้องน้ำด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

น้อยใจไม่มีใครมองเขาในแง่ดีบ้างเหรอ ไม่เคยมีใครคิดเลยหรือไงว่าเขาก็ไม่ได้เต็มใจจะตกอยู่ในสถานะแบบนี้

พี่ๆ พากันเงียบเมื่อเจอน้องระเบิดลง คนที่พากันซุบซิบเลยพาลหยุดพูดกันไปหมด

ฮันบินถอนหายใจ มองมินด้วยสายตาตำหนิ

“แกควรจะเป็นคนที่ดูแลเขาดีที่สุด หรือถ้าทำไม่ได้ก็ต้องทำมากกว่าฉันและไอ้ฮุนไหมวะ”

“ก็..แกเริ่มก่อนไม่ใช่หรือไง”

มินบ่นอุบอิบ เธอไม่ได้ตั้งใจจะพูดสื่อไปในทางร้ายนะ แบมแบมเข้าใจเธอผิดไปซะแล้วสิ

“ฉันแค่ถาม จะได้ตัดใจไปซะที ไม่ว่าน้องจะว่ายังไงฉันตั้งใจว่าต่อจากวันนี้จะไม่เซ้าซี้เขาอีกแล้ว แต่แกบอกว่าน้องเลือกท่านนะเว้ย!

“เออ เดี๋ยวน้องกลับมาฉันจะขอโทษเขาก็ได้ ทำไมต้องเสียงดังใส่ด้วยล่ะ!

“เลิกเถียงกันเหอะว่ะ ไร้สาระ เถียงกันให้ได้อะไรวะ ตอนนี้มีแต่พวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเต็มไปหมด น้องอยู่ยากนะโว้ย เราควรทำให้น้องมันสบายใจไหมวะ อย่างน้อยแค่ที่นี่ก็ยังดี ให้น้องมันมีที่หายใจได้สบายๆ บ้างเถอะ ถ้าน้องกลับมาก็ทำตัวปกติ เลิกพูด เลิกแอบนินทากันได้แล้ว คิดถึงใจเขาใจเรามั่ง”

เซฮุนขัดขึ้น ทำให้มินและฮันบินแยกย้ายกันไปคนละทาง ร่างสูงมองเลยไปยังคนอื่นที่มองมาทางเขาเหมือนกัน ลุกจากเก้าอี้ทำงานตามไปดูแบมแบม

 

 

           

            แบมแบมล็อกห้องน้ำแล้วนั่งลงบนชักโครกที่ปิดฝา รู้สึกไม่ดีมากๆ เลย อยากร้องไห้ชะมัด

            ทำไมท่านไม่ไปหาคนที่สนใจและอยากได้ผลประโยชน์จากท่านกันนะ มาสนใจคนอย่างเขาทำไม เขาไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์นี้แล้ว ไม่อยากเดินไปไหนก็มีแต่คนพูดถึง

            คนอื่นของท่านผ่านช่วงเวลาแบบนี้ไปได้ยังไงนะ หรือว่าเต็มใจกันอยู่แล้วเลยไม่ทุกข์ร้อนอะไร..

            เขาต้องทนสายตาที่มองมาและถ้อยคำซุบซิบไปอีกนานแค่ไหนกัน

            คนที่ซบหน้ากับฝ่ามือ กรีดร้องไม่มีเสียงเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ นั่งทำใจอยู่สักพักก็ตัดสินใจจะกลับไปทำงาน  เมื่อครู่จู่ๆ เขาก็เดินออกมา แถมยังพูดจาแบบนั้นอีก พี่ๆ คงตกใจ คงไม่มีใครที่ไม่พอใจเขาหรอกนะ ไม่อย่างนั้นต่อจากนี้เขาคงมาทำงานด้วยความรู้สึกแย่เหมือนตกนรกทุกวันแน่ๆ

            “แกเคยเห็นนักศึกษาฝึกงานที่เขาลือกันไหม เมื่อเช้าฉันมาทำงานสายเลยพลาดข่าวเด็ดประเด็นร้อนเลย”

            แบมแบมหยุดมือที่กำลังจะเปิดประตู ยืนรอฟังเมื่อได้ยินเสียงของคนเดินเข้ามาในห้องน้ำ และที่สำคัญเหมือนจะกำลังพูดถึงเขาด้วย

“เคยแล้ว น้องของพวกฝ่ายพัฒนาฯไงแก”

“สวยไหม?”

“อืม..จะว่าสวยก็ไม่ได้สวยจับจิตอะไรนักหรอก แต่ถ้าพูดถึงความน่ารักนะ โคตรน่ารัก ตัวเล็กนิดเดียวเองว่ะ ต่างกับคนก่อนนะ คนที่แล้วสวยมาก”

“อิจฉาอ่า ทำไมฉันไม่โชคดีงี้บ้างวะ ถ้าท่านเลือกฉันนะแก จะขอทั้งรถและคอนโดเลย ขี้เกียจผ่อนบ้านแล้วเนี่ย” เสียงนั้นพูดพลางหัวเราะ

“บ้าเหรอ ถ้าเป็นฉันนะ ต่อให้ได้เป็นร้อยล้านฉันก็ไม่เอาว่ะ สงสารพ่อแม่ ต่างกับขายตัวตรงไหน ถึงท่านจะเสนอก่อนก็เถอะ คนนี้น่ะท่าทางไร้เดียงสามากเลยนะเว้ย แต่ท่าทางจะไม่ใช่เล่นๆ  แกคิดดู แค่นักศึกษาฝึกงานที่เพิ่งเข้ามาที่นี่ได้ไม่เท่าไหร่ ทำไมท่านถึงเลือกล่ะ? น้องมันก็ต้องอ่อยท่านไหมวะ”

แบมแบมกำมือแน่นกับคำดูถูกของใครคนนั้น ชาไปทั้งหัวใจกับสิ่งที่ได้ยิน

“นั่นสิ แต่เป็นของเล่นคนรวยใครเขาจะบอกพ่อแม่วะ เขาว่าเมื่อเช้ามาพร้อมท่านด้วยใช่ไหม?”

“เออ เปิดตัวแรงมาก ท่านน่าจะกำลังหลงสุดๆ พนันกันไหมล่ะว่าคนนี้จะอยู่ได้นานเท่าไร”

“คนที่แล้วนานแค่ไหน สองอาทิตย์? คนนี้น่าจะอาทิตย์เดียว”

“ฉันว่าน่าจะเท่าคนก่อน”

“เป็นไปได้เหรอ ถ้าแบบใสๆ มักอยู่ไม่นานไม่ใช่เหรอแก”

“ใต้ความไร้เดียงสาอาจจะซ่อนอะไรไว้ก็ได้ ไม่งั้นท่านไม่เรียกหาหรอก”

“ฉันชอบลิปสีที่แกใช้น่ะ ถ้าฉันชนะแกซื้อให้ฉันบ้างสิ”

“โหย แพงมากนะเนี่ย แต่ก็ได้ ถ้าฉันชนะแกเลี้ยงข้าวฉันก็พอ”

“ได้ แกอยากจะกินอะไรก็บอกแล้วกัน”

คนที่แอบฟังอยู่ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ก่อนจะเปิดประตูออกไปอย่างแรง ตากลมที่กลบไปด้วยน้ำตามองหญิงสาวทั้งสองที่ยืนตรงอ่างล้างหน้า สาวสวยหนึ่งในสองที่เห็นภาพสะท้อนของแบมแบมผ่านกระจกเงาบานใหญ่มีสีหน้าตกใจ หันกลับมามองเขา

“เอ่อคือ..

“ว้าว..” อีกคนที่ยังไม่เคยเห็นนักศึกษาฝึกงานที่เป็นข่าวร้องออกมาเบาๆ เมื่อเห็นแบมแบม

“เฮ้ย..ชั้นที่เราทำงานมีทอมสวยๆ ด้วยเหรอวะแก”

“คนที่เรานินทากันเมื่อกี้ไง” เพื่อนสาวศอกใส่คนที่ยังไม่รู้เรื่องราว เธอที่เข้าใจผิดยกมือขึ้นปิดปาก ตกใจมาก

แบมแบมข่มกลั้นความไม่พอใจเอาไว้ ไม่พูดอะไร รีบก้าวออกจากห้องน้ำ

“ซวยชะมัด เจอเจ้าตัวจังๆ เลย”

“ฉันไม่แปลกใจแล้วว่ะว่าทำไมท่านเลือก”

“ใช่ไหมล่ะ..รูปร่างหน้าตาแบบนี้ไงใครจะไม่หลง มีดีก็ต้องเอามาใช้ คงกลัวจะเสียของล่ะมั้ง”

แม้คำพูดจะชื่นชมในรูปร่างหน้าตาแต่ในน้ำเสียงยังเจือสมเพชคนอายุน้อยกว่า

 

 

 

“แบมแบมจะไปไหนน่ะ” เซฮุนที่มายืนรอหน้าห้องน้ำทักแบมแบมที่เดินผ่านเขาไปอย่างรีบร้อนเหมือนมองไม่เห็นกัน

คนถูกเรียกก้าวยาวๆ ตรงไปทางลิฟต์ เซฮุนรีบเดินตามด้วยขายาวๆ จนที่สุดก็ทันกันที่หน้าลิฟต์

“แบมแบมจะไปไหน นี่ร้องไห้ทำไม” เซฮุนตกใจ จะเช็ดน้ำตาให้ แต่แบมแบมถอยหนี

“แบมจะไปพบท่านประธาน” แบมแบมเอ่ยเพียงเท่านั้นแล้วหันไปกดลิฟต์ กอดอกยืนรอ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น

“ไปทำอะไร ตอนนี้เราโกรธอยู่ใช่ไหม ในห้องน้ำมีใครทำอะไรหรือไง บอกพี่สิ เดี๋ยวพี่ไปจัดการให้ ถ้าแบมขึ้นไปหาท่านด้วยอารมณ์แบบนี้คงเกิดเรื่อง มันไม่เป็นผลดีต่อแบมเลยนะ”

เซฮุนเดินไปขวางหน้าแบมแบมไว้ ห้ามปราม

“จะเกิดอะไรขึ้นแบมก็ไม่สนใจแล้วครับ แบมไม่มีอะไรจะเสียแล้วล่ะ” แบมแบมโกรธคนที่พูดจาไม่คิดถึงใจคนฟัง แล้วยังมองด้วยสายตาสมเพชอย่างไม่เกรงใจกันเลยแม้แต่นิดเดียว

เรื่องคาวๆ ของคนอื่นมันสนุกมากใช่ไหมล่ะ ตัดสินใจคนอื่นจากสิ่งที่เห็น กล้าซุบซิบนินทาแต่ไม่มีใครกล้าเดินมาถามเขาสักคน!

เขาน่ะเหรอเอาตัวเข้าไปให้ท่านสนใจ เขาอยู่ของเขาเฉยๆ คนที่เข้ามาหาคือท่านต่างหาก! กล้านินทาเขา แต่ไม่กล้านินทาต่อหน้าท่านนะ แน่จริงก็เดินไปถามท่านเลยสิว่าเลือกเขาเพราะอะไร

“จะเอาอะไรกับลมปากคน เดี๋ยวมันก็ผ่านไป พี่ช่วยพูดให้แล้วนะ ทุกคนอยากขอโทษแบม กลับไปทำงานกัน” เซฮุนพยายามปลอบใจ

“แต่คนอื่นเขาคงไม่คิดเหมือนพี่ๆ หรอกครับ แบมไม่ทนแล้ว ที่นี่ใช่ว่าจะมีแต่คนดีแบบพี่ฮุนและคนในแผนกนะ เรื่องของแบมมันน่าสนใจมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

แบมแบมเดินเข้าไปในลิฟต์ เซฮุนรีบตามเข้าไปด้วย เผื่อมีอะไรจะได้ห้ามปรามกันทัน

เซฮุนพยายามกล่อมแบมแบมให้กลับลงไปทำงาน กระวนกระวาย คิดอยู่ว่าถ้าแบมแบมบ้าดีเดือดเข้าไปหาท่านจริงๆ เขาจะยอมเป็นคนเลวใช้กำลังลากแบมแบมกลับไปทำงานแล้วนะ

“แบมฟังพี่ก่อน เชื่อพี่เถอะนะกลับกันเถอะ” เซฮุนเอ่ยพลางรีบก้าวตามแบมแบมออกจากลิฟต์ แบมแบมไม่สนใจ รีบเดินไปทางห้องทำงานท่านประธาน

ในเมื่อจัดการคนอื่นไม่ได้ มาคุยกับต้นเหตุของปัญหาเลยน่าจะดีกว่า ยังไงเขาก็ตามไปอธิบายกับทุกคนไม่ได้ แต่มาพูดกับท่านได้

“คุณชเวครับ ท่านอยู่ไหมครับ”

“อ่า อยู่ครับ เดี๋ยวจะเรียนท่านให้นะครับ” ยองแจยิ้มให้แบมแบม ก่อนจะยกโทรศัพท์เพื่อโทรเข้าไปหาท่าน เซฮุนรีบเสียมารยาทจับมือยองแจไว้

“อย่าเลยครับ ผมจะพาแบมแบมกลับไปทำงานแล้ว” เซฮุนยิ้มเจื่อน ฉุดแขนแบมแบมให้ห่างจากโต๊ะทำงานของเลขานุการท่านประธาน ยองแจงุนงง

“เอ่อ..ถ้ามีอะไรสำคัญก็พบได้นะครับ ตอนบ่ายท่านไม่ว่างแล้วนะ มีประชุม”

“มีครับ / ไม่มีครับ!

“ยังไงกันแน่ครับ มีธุระอยากพบหรือเปล่า” ยองแจอมยิ้ม ยังงงที่ทั้งสองพูดไม่ตรงกันเลย

“แบมแบมกลับเถอะนะพี่ขอร้อง แบมจะมาคุยอะไรกับท่านกันเล่า ไม่มีเรื่องต้องคุยสักหน่อย ใจเย็นๆ เชื่อพี่” เซฮุนยื้อตัวแบมแบมไว้ พยายามลากแบมแบมให้เดินตามตน

“ไม่! พี่ปล่อยแบมนะ นี่ไม่ใช่เรื่องของพี่สักหน่อย”

“เรื่องของแบมก็เรื่องของพี่นั่นล่ะ ตอนนี้แบมกำลังโมโห ถ้าหายแล้วแบมจะได้ไม่เสียใจไงว่าทำอะไรลงไปโดยไม่คิด”

“พี่เซฮุนปล่อยแบมนะ!

“ไม่! กลับกับพี่เดี๋ยวนี้เลย!” เซฮุนมือหนึ่งรวบแขน อีกมือโอบไหล่คนที่ขืนตัวเอาไว้

“ปล่อย!

“เอ่อ..ใจเย็นๆ กันก่อนนะครับ อย่าเสียงดังสิ” ยองแจรีบลุกจากเก้าอี้ทำงานมาห้ามทั้งสองคน กลัวว่าจะเสียงดังจนรบกวนคนที่อยู่ในห้องทำงาน

“แบมอยากพบท่าน!

“แบมไม่อยากพบท่านหรอกน่า!

“โอ๊ย ตกลงกันดีๆ ก่อนสิครับว่าจะเอายังไงกันแน่น่ะ”

“คุณยองแจ ผมเรียกหลายครั้งแล้วนะครับ ทำไม..” คนที่เพิ่งเปิดประตูห้องทำงานออกมาเพื่อจะต่อว่าเลขานุการที่เข้าไปหาช้า มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างแปลกใจ

ยองแจรีบถอยออกมาห่างจากเซฮุนและแบมแบม

“ขอโทษนะครับ พอดีว่ามัวแต่ยุ่งกับสองคนนี้จนไม่ได้ยินที่ท่านเรียก” ยองแจยิ้มจืด มาร์คพยักหน้าว่าไม่เป็นไร แต่ตาคมจับจ้องไปที่มือเรียวของชายหนุ่มตัวสูงที่วางบนเอวลูกแกะ

ทำไมต้องโอบเอว?

เซฮุนเห็นท่านประธานออกมาแล้วก็รีบปล่อยมือจากตัวแบมแบมที่ยื้ดยุดกันอยู่ โค้งให้

แบมแบมเบี่ยงตัวออกมาห่างรุ่นพี่ แต่ก่อนจะได้เอ่ยอะไร มาร์คก็เอ่ยเสียงเรียบ มองหน้าหวานนิ่ง

“ผมอยากคุยด้วยครับกันต์”

เซฮุนหนาวเยือกแปลกๆ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่ากับสายตาท่านที่มองเขาเมื่อกี้

เหมือนท่านไม่พอใจเขาเลย จะโดนตัดเงินเดือนไหม?

 

 

 

มาร์คกอดอก ยืนมองแบมแบม หน้านิ่งจนแบมแบมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่

แบมแบมคิดว่าบรรยากาศแบบนี้มันไม่ใช่แล้วนะ ท่านไม่ควรเป็นฝ่ายที่ยืนกดดันเขาสิ เขามาเพื่อคุยกับท่านให้รู้เรื่องนะ

“ผู้ชายคนเมื่อกี้คือใครหรือครับ?”

            แบมแบมสะดุ้งเมื่อจู่ๆ ท่านก็เอ่ยขึ้น ยืนจ้องกันเงียบๆ เป็นนาทีแล้วถามคำถามนี้น่ะเหรอ?

“เอ่อ..พี่เซฮุน โอ เซฮุน รุ่นพี่ที่แผนกครับ”

“ทำไมต้องโอบกันอยู่หน้าห้องผม มาทำอะไรกันหรือครับ?”

            ทำไมท่านต้องทำตาน่ากลัวด้วยล่ะครับ

            “พี่เซฮุนพยายามลากผมกลับไปทำงาน เพราะผมดื้อจะมาคุยกับท่าน”

“คุยกับผม? เรื่องอะไรครับ คุณโอเขาเป็นอะไรกับคุณ แค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้นเหรอ?”

“ครับ เขาเป็นรุ่นพี่ที่ใจดีมาก คอยช่วยสอนงานให้”

แบมแบมไม่เข้าใจว่าท่านสนใจพี่เซฮุนทำไมนักหนา หรือว่า…!!

“ทำสีหน้าตกใจแบบนั้นคืออะไรครับ คุณกำลังคิดอะไรไม่ดีอยู่ใช่ไหม?” มาร์คขัดขึ้น

แบมแบมยิ้มเก้อ เพราะเผลอคิดไปว่าท่านอาจจะสนใจพี่เซฮุน

บ้าไปแล้วนะแบมแบม ไอ้คนบ้าบอนี่

“เปล่าครับ ผมจะมาคุยกับท่านเรื่องระหว่างเรา”

“อยากจะพูดอะไรก็พูดมาสิครับ” มาร์คอนุญาตให้พูดได้ เดินไปนั่งรอฟังที่โซฟารับรอง

“ผมอึดอัด เพราะเรื่องเมื่อเช้าทำให้ผมโดนนินทาเสียๆ หายๆ แรงกระทั่งผมขายตัวด้วยซ้ำ”

หน้าหวานบึ้งตึง คิดขึ้นมาแล้วหงุดหงิด

“อืมแรงมากนะครับ”

“ท่านจัดการเรื่องนี้ให้ผมบ้างสิครับ” ท่านเป็นคนทำให้เรื่องมันแย่ลง ท่านต้องรับผิดชอบนะ

“จะให้ผมจัดการยังไงดีล่ะ เปลี่ยนที่ฝึกงานเหรอ.. มันจะเป็นการหนีปัญหาไปนะครับ”

มาร์คเห็นใจ ดูสีหน้าลูกแกะก็เดาได้ว่าไม่สบายใจมาก กันต์พิมุกต์ไม่ได้เต็มใจจะมาเป็นคนของเขาอยู่แล้ว เจออะไรเล็กน้อยเลยพาลกระทบกระเทือนจิตใจจนเกินทน ถึงเป็นฝ่ายขึ้นมาหาเขาเองถึงห้อง

“ท่านทำได้ด้วยเหรอครับ”

“ได้สิ แต่ผมไม่ทำให้หรอก ไม่อยากสนับสนุนให้คุณหนีปัญหา คุณอยู่ที่นี่ก็ดีแล้วนี่ครับ”

“แต่ผมต้องทนสายตาและคำพูดถากถางไปจนกว่าเรื่องของเราจะจบเลยนะครับ”

“ถ้าคุณทำให้จบเร็วมันก็เร็วนะ เรื่องแบบนี้พูดถึงไม่กี่วันคนเขาก็เบื่อแล้วครับ อย่าใส่ใจมากเลย”

            “ท่านก็พูดได้สิครับ ท่านไม่ใช่คนที่ต้องทนกับสิ่งพวกนั้นนี่ ไม่เคยมีใครมองท่านด้วยสายตาไม่ดี ไม่เคยมีคนกล้าพูดแย่ๆ ใส่ท่าน เหมือนผมรับอยู่คนเดียว ทั้งที่เรื่องนี้ผมไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ”

แบมแบมไม่พอใจ ท่านพูดเหมือนไม่สนใจเลยว่าเขาจะเป็นยังไงหรือจะรู้สึกแย่แค่ไหน ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้เมื่อคืนและเมื่อเช้า ตอนนี้มันไม่มีเหลือแล้ว

มาร์คตบลงบนโซฟาตัวที่นั่งอยู่ มองแบมแบม บอกด้วยสายตาให้อีกฝ่ายมานั่งด้วยกัน แบมแบมยอมเดินไปนั่งด้วยแต่เว้นระยะห่างเอาไว้หนึ่งฟุต

“คุณแน่ใจเหรอว่าจะไม่มีคนพูดถึงผม เขาพูดนะครับ แต่แค่พูดเงียบๆ คนเกลียดผมก็มี แต่ผมจ่ายเงินเดือนเขาไง เขาเลยไม่กล้าพูดดัง” ท่านเอ่ยยิ้มๆ

“ผมเกลียดสถานะแบบนี้” แบมแบมพูดตามตรง ใครก็คิดไปแล้วว่าเขากับท่านมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันไปแล้วเรียบร้อย

“ความคิดคนห้ามได้ที่ไหนล่ะครับ เรื่องนี้มันมีทางออกอยู่สามทาง หนึ่ง ผมปล่อยคุณไป ซึ่งผมไม่ทำแน่นอน สอง คุณยอมเป็นของผม เรื่องของเราจะได้จบ ซึ่งคุณไม่ยอมแน่ สาม ทนต่อไป”

“ผมอยากเลือกทางที่หนึ่ง”

“ผมก็อยากให้คุณเลือกทางที่สองครับ”

แบมแบมกัดริมฝีปากแน่น มาร์คหันมองคนตัวเล็กที่กำลังสะกดกลั้นอารมณ์น่าดู

“คุณเป็นคนแรกนะที่มีปฏิกิริยาแบบนี้ คนอื่นๆ ไม่มีใครมาสนใจกับเสียงรอบข้างหรอกครับ ที่จริงแปลกตั้งแต่คุณปฏิเสธผมแล้ว”

“คนเรามันไม่เหมือนกันไปทุกคนหรอกครับท่าน คนอื่นเขาทนได้ เพราะเขาเต็มใจและเตรียมใจที่จะทน”

“อยากให้สถานการณ์มันดีขึ้นกว่านี้ไหมล่ะครับ?”

แบมแบมหันมามองหน้าท่าน ถามด้วยสายตา มาร์คอมยิ้ม

“คืนนี้ผมต้องไปงานเลี้ยงของท่านรัฐมนตรี ปกติเวลาต้องออกงานผมจะพาคุณยองแจไปเป็นเพื่อน คืนนี้คุณไปเป็นเพื่อนผมแล้วกัน”

ท่านลุกขึ้นเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เรียกเลขาคนสวยเข้ามาหา คนถูกเรียกก็เข้ามาได้รวดเร็วทันใจ

“มีอะไรเหรอครับท่าน”

“คุณยองแจครับ ผมรบกวนคุณพาคุณกันต์พิมุกต์ไปซื้อสูทสำหรับออกงานคืนนี้หน่อย ผมให้เวลาหนึ่งชั่วโมง คุณน่าจะกลับมาทันไปพบลูกค้ากับผม”

“อ่า..ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นงานคืนนี้ผมก็ไม่ต้องไปแล้วใช่ไหมครับ” ยองแจถามให้แน่ใจ ในใจกำลังยินดีที่จะไม่ต้องไปงานเลี้ยงหรูหราหนึ่งวัน  

“ครับ”

“จะให้พาไปซื้อที่ไหนครับ ห้องเสื้อประจำของท่านหรือเปล่า”

“ใช่ครับ อ้อ เรื่องคอนโดที่ผมให้คุณจัดการให้คุณกันต์พิมุกต์ล่ะครับ”

“เรียบร้อยครับท่าน”

“ขอบคุณครับ”

ยองแจพยักหน้าให้แบมแบมลุกตามตนออกจากห้อง คนถูกเรียกยังงุนงง

เอ๊ะ ยังคุยไม่ทันรู้เรื่องเลยนะ ท่านเปลี่ยนเรื่องให้คุณเลขาพาเขาไปไหนอีกเนี่ย

“คุณชเวครับ..ทำไมท่านต้องพาผมไปงานเลี้ยงอะไรนั่นด้วยล่ะ” แบมแบมถามอย่างสงสัย เขาไม่ได้พบท่านเพื่อมาเปลี่ยนความตั้งใจแบบนี้นะ

ยองแจอมยิ้ม หยิบกระเป๋าจากโต๊ะทำงานแล้วเดินนำอีกคนไปที่ลิฟต์

“ท่านคงมีเหตุผลของท่านน่ะครับ แค่ไปเป็นเพื่อนท่านเท่านั้น งานนี้ค่อนข้างสำคัญแต่ไม่ใช่ทางการอะไรมากนัก เพราะเป็นงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดเฉยๆ คุณคงไม่เคยไปงานเลี้ยงใช่ไหม”

“เอ่อ..ถ้างานของคนใหญ่คนโต ในชีวิตนี้ไม่เคยไปหรอกครับ” 

“แค่อยู่ใกล้ท่านไว้ก็พอ ท่านรัฐมนตรีฮวางรู้จักคุณปู่ของท่านเป็นการส่วนตัว แต่ว่านะ..

“ครับ?” แบมแบมสงสัยอีกแล้วเมื่ออีกฝ่ายก็เงียบไป ยองแจซ่อนรอยยิ้มไว้พลางกดลิฟต์

“ตั้งแต่ทำงานกับท่านมา ท่านยังไม่เคยพาใครออกงานสักที เวลาไปไหนจะติดผมไปด้วยทุกครั้งจนผมเคยโดนหาว่าเป็นหนึ่งในคนที่นอนกับท่านด้วยนะครับ คนที่เคยควงนานๆ หน่อย นักข่าวจะได้ภาพจากการไปเที่ยวส่วนตัวกันเท่านั้น และเป็นภาพแอบถ่ายด้วย เพราะท่านรักความเป็นส่วนตัวมาก แต่ฝ่ายตรงข้ามมักชอบเป็นข่าวน่ะ”

แบมแบมยืนฟังเงียบๆ ยองแจเองก็เงียบไป จนลิฟต์ลงมาถึงชั้นใต้ดินที่เป็นลานจอดรถ คุณเลขานุการเดินไปยังรถคันงามของตน แบมแบมตาโต มองรถออดี้สีแดงที่ยองแจกำลังเปิดประตูรถ

“ลูกรักเลยนะครับ ท่านให้เป็นโบนัสเมื่อตอนปีใหม่” ยองแจก้าวขึ้นไปนั่งบนรถสปอตราคาแพง แบมแบมมุ่นคิ้วกับคำว่าโบนัส

“ปกติท่านจะถามนะครับว่าอยากได้อะไร ปีก่อนผมได้แพคเกจทัวร์ยุโรป สนุกมากเลย ถึงไม่ใช่โบนัสสิ้นปีท่านก็ให้นั่นนี่ผมบ่อยๆ ป่านนี้คนยังลือกันอยู่เลยว่าผมเป็นภรรยาลับๆ ของท่านประธาน”

ยองแจเล่าพลางหัวเราะ แบมแบมคาดเข็มขัดนิรภัย ยิ้มให้คุณเลขา ไม่ได้เอ่ยอะไร กำลังตกใจอยู่ ชีวิตนี้มีวาสนาได้นั่งรถหรูสองคันแล้วนะ

ไม่แปลกหรอกครับคุณชเวที่มีคนสงสัย ผมเองก็สงสัยเหมือนกัน

“ไม่ต้องคิดมากนะครับ ท่านไม่สนใจผมหรอก ผมกับท่านเป็นแค่เจ้านายกับเลขากันเท่านั้น”

“คุณไม่หวั่นไหวกับท่านบ้างหรือครับ” ยองแจหัวเราะเบาๆ ดูชอบใจกับคำถามแบบนี้

“มีบ้างครับ ยอมรับนะว่าเคยคิด ตอนแรกที่มาทำงานผมไม่กล้าสู้สายตาท่านด้วยซ้ำ มองแล้วเหมือนจะตกลงไปในหลุมอะไรสักอย่าง พออยู่ไปนานๆ ก็ชินนะครับ แต่ให้ผมเป็นของท่านผมไม่เอาด้วยคนล่ะ กลัวน่ะ”

แบมแบมพยักหน้าเห็นด้วยตรงที่บอกว่าไม่กล้าสบตาน่ะ เป็นเหมือนกัน เขาล่ะนับถือคุณชเวจริงๆ ทำงานใกล้ชิดท่านมาได้ยังไงตั้งนาน

“ท่านไม่เคยมีตัวจริงบ้างหรือครับ”

“เขาพูดกันว่าเคยมีนะ คนเก่าที่ทำงานมานานก็พูดกัน ผมไม่เคยเห็นหรอกครับ ตั้งแต่ผมทำงานกับท่านมา เห็นมีแต่ชั่วครั้งชั่วคราว”

แบมแบมเจ็บในใจกับคำว่าชั่วครั้งชั่วคราว ยองแจเห็นอีกฝ่ายเงียบไปเลยนึกขึ้นได้ว่าตนคงพูดอะไรไม่สมควรออกไป

“ขอโทษนะครับถ้าทำให้คุณรู้สึกไม่ดี”

“ไม่เป็นไรครับ” มันความจริง เขาจัดอยู่ในประเภทชั่วครั้งชั่วคราวเหมือนกัน รู้สึกแย่จังเลย อยากร้องไห้นะ รู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่าชอบกล

“ท่านแคร์คุณมากนะครับ ผมไม่ได้จะแก้ตัวแทนเจ้านายหรอกนะ แต่ผมไม่เคยเห็นท่านใส่ใจความต้องการของใครเท่าคุณมาก่อน”

“คุณชเวรู้เรื่องของผมกับท่านด้วยเหรอครับ” แบมแบมตกใจ ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะถึงหูคนอื่นได้

“ผมเป็นเลขาที่เก็บความลับเก่งนะครับวางใจได้ ท่านจะเล่าเรื่องส่วนตัวให้แค่คนที่สนิทรู้เท่านั้น ก็มีหมอประจำตัวท่านกับผม”

“หมอเหรอครับ?”

“ครับ คุณเรียกผมว่ายองแจก็ได้นะ” คุณเลขาเปลี่ยนเรื่องไม่เล่าอะไรมากกว่านั้น แบมแบมเข้าใจว่าบางเรื่องก็คงต้องเก็บเป็นความลับ

จะเกี่ยวกับที่ท่านหลับเองไม่ได้หรือเปล่านะ

“ผมได้ยินคนเขาพูดถึงคุณอยู่บ้าง..คุณคงไม่สบายใจ ผมอยากให้คุณสนใจแค่ตัวเองก็พอนะครับ เราใช้ชีวิตของเรา คนที่นินทาไม่ได้อยู่ในจุดที่เราอยู่ก็ทำได้แค่พูดทำร้ายจิตใจเท่านั้น คำพูดเป็นของเขาถ้าเรารับมาเราก็ทุกข์ ถ้าเขายื่นมาแล้วเราหันหลังให้ เขาก็ทำอะไรเราไม่ได้ครับ ผมคิดแบบนี้อยู่ตลอดเหมือนกัน อยู่กับท่านต้องทำใจนิดหนึ่ง”

“คุณเองคงลำบากไม่น้อยนะครับ” แบมแบมอารมณ์ดีขึ้น ได้คุยกับคุณยองแจแล้วสบายใจ เหมือนได้เจอคนที่ตกที่นั่งลำบากเหมือนกัน แม้จะคนละสถานการณ์ก็เถอะ คุณยองแจเก่งจัง

“เป็นความลำบากที่เต็มใจครับ ผมทิ้งท่านไม่ได้ ถ้าคุณได้อยู่กับท่านนานๆ สักเดือนหนึ่ง คุณจะเข้าใจท่านเองว่า ท่านไม่เหมือนที่เขาพูดกันหรอก”

ระหว่างการเดินทางไปร้านเสื้อ ทั้งสองก็ได้พูดคุยกันจนสนิทสนมมากขึ้น และยองแจอนุญาตให้แบมแบมเรียกตนว่าพี่ยองแจได้ด้วย

เมื่อมาถึงห้องเสื้อชื่อดัง แบมแบมจับแขนยองแจไว้ให้หยุดอยู่หน้าร้าน คุณเลขาหยุดเท้า มือยังจับอยู่ที่ประตูกระจกของร้าน

“มีอะไรเหรอครับ?”

“มันหรูมากเลยนะครับ” แบมแบมไม่กล้าเข้า ร้านแบบนี้เขาไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่ด้ายสักเส้นหรอก

“ไม่ต้องกังวลครับ ท่านจ่ายให้อยู่แล้ว” ยองแจจับมือแบมแบมเดินเข้าร้าน

ร้านเสื้อแห่งนี้ตกแต่งโดยได้รับอิทธิพลมาจากอพาร์ตเม้นท์หรูใจกลางมหานครนิวยอร์ก ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังจากปารีสที่มีผลงานออกแบบร้านระดับซุปเปอร์แบรนด์ทั่วโลกมาแล้ว เมื่อลูกค้าเดินเข้ามาในร้านจะทำให้รู้สึกเหมือนเข้ามาอยู่ในบ้านของมาดามผู้งดงามคนหนึ่ง โดยมีกรอบประตูกั้นส่วนต่างๆ ออกจากกันเพื่อความรู้สึกที่เป็นส่วนตัว

มีการจัดแสดงตัวอย่างของผ้าและวัตถุดิบคุณภาพสูงที่นำมาผลิตสินค้าของแบรนด์ด้วย ซึ่งวัตถุดิบนั้นก็นำเข้ามาจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด ผนังของร้านมันเงาวาวเพื่อเน้นความหรูหราที่ไม่มากจนเกินไป พื้นไม้ทางเดินใช้พรมขนสัตว์ปูทับ ตกแต่งด้วยเตาผิงแอนทีค เครื่องเรือนที่ทำจากผ้าทวีตเอกลักษณ์ของแบรนด์ และแชนเดอเลียคริสตัลจากฝีมือของช่างทำจิวเวลรี่ที่รู้จักสนิทสนมกับเจ้าของห้องเสื้อมานาน

แบมแบมรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะเหยียบเข้ามาในร้านที่สวยและหรูหราแห่งนี้เลย ต่างกับคุณยองแจที่ดูคุ้นเคย และไม่แปลกแยก

คุณเลขานุการของท่านทั้งดูดีและน่ารักมาก เขายังคิดเลยว่าท่านรับเลขานุการจากหน้าตาด้วยหรือเปล่า ไม่น่าแปลกใจที่ใครๆ จะคิดว่าคุณยองแจเป็นภรรยาลับของท่าน เหมาะสมกันมากเลย

“สวัสดีค่ะคุณยองแจ เดี๋ยวดิฉันไปตามคุณมิลามาพบนะคะ เชิญนั่งรอก่อนเลยค่ะ” พนักงานสาวของร้านเดินมาต้อนรับทันทีที่เห็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเดินเข้ามาในร้าน

ยองแจเดินตามเธอไปนั่งที่โซฟานุ่มเพื่อรอเจ้าของร้าน แบมแบมเดินไปนั่งคู่ด้วยท่าทางเกร็งๆ มองรอบร้านด้วยความสนใจ ร้านนี้มีเสื้อผ้าทั้งชายและหญิง แบ่งสัดส่วนกันอย่างชัดเจน

“สวัสดีค่ะคุณยองแจ”

รอคอยไม่นาน หญิงสาวผมยาวตรงร่างสูงเพรียวก็ก้าวมาหายองแจ ทักทายอย่างนอบน้อม แบมแบมแปลกใจที่เจ้าของร้านนี้อายุน้อยกว่าที่เขาคิด แถมยังสวยด้วย หุ่นดีมากเลย

“สวัสดีครับคุณมิลา”

“วันนี้มีอะไรให้มิลารับใช้คะ ต้องการสูทสำหรับใครเอ่ย ท่านหรือว่าคุณ อ้อ มิลาได้ผ้าเนื้อดีมาใหม่ สีเตกิล่าช็อตเกรย์ สวยมากเลยค่ะ ตั้งใจจะตัดสูทไว้ให้ท่าน จะโทรไปถามคุณพอดีว่าสนใจจะให้มิลาตัดให้ด้วยหรือเปล่า”

รูปร่างหน้าตาของเธอทำให้แบมแบมอึ้งแล้ว เจอความช่างเจรจาเข้าไปนี่อึ้งกว่าเดิมอีก

“ไม่เป็นไรครับ เกรงใจ ขอบคุณมากครับที่นึกถึงผมด้วย” ยองแจยิ้มให้หญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้ม เธอหัวเราะพลางตีที่ต้นแขนเขาเบาๆ

“เกรงใจกันทำไมคะ ทำเป็นคนอื่นไกลไปได้ คุณยองแจมาเรื่องสูทของท่านหรือเปล่าคะ สูทของงานวันนี้มิลาให้คนเอาไปส่งตั้งแต่วานก่อนแล้วนี่นา หรือว่าสูทมีปัญหาคะ?”

“เปล่าครับ วันนี้พาลูกค้าใหม่มาให้” ยองแจดึงแขนแบมแบมให้ลุกขึ้น แบมแบมโค้งให้มิลา

“น่ารักมาก!” เจมิลากรีดร้องเมื่อเห็นหน้าแบมแบมชัดๆ เมื่อกี้ไม่ทันได้สนใจเพราะอีกฝ่ายเอาแต่นั่งก้มหน้า

“มากะทันหัน ไม่รู้ว่าคุณมิลาพอจะมีสูทพอดีตัวให้เด็กคนนี้บ้างหรือเปล่า..

“ต้องการสูทไปงานแบบไหนคะ งานกลางคืนหรือทำงานกลางวัน”

“งานท่านรัฐมนตรีคืนนี้ครับ ท่านจะพาออกงานด้วย” ยองแจเล่าพลางอมยิ้ม  เจมิลายกมือทาบอก มองหน้าแบมแบมด้วยความตกใจ เธอเอ่ยขอตัวกับแบมแบมแล้วลากแขนยองแจไปคุยกันอีกทาง

“เล่ามาเดี๋ยวนี้นะคะคุณยองแจ!

“จะให้เล่าอะไรล่ะครับ”

“แหม! อย่ามาทำเป็นอมพะนำเก็บไว้คนเดียวเลย หลุดอะไรออกมาคะเมื่อกี้ ออกงานใหญ่ขนาดนี้ท่านไม่พาคุณไปแต่กลับพาน้องคนนั้นไปแทนนี่ไม่ธรรมดาแล้วนะคะ”

เจมิลาตื่นเต้น ยองแจยิ้มขำ เอียงกายกระซิบกับเธอ

“คนของท่านครับ”

“โอ๊ย! เรื่องนั้นรู้ค่ะ คุณพาคนของท่านมาใช้อภิสิทธิ์ลัดคิวซื้อเสื้อร้านมิลาออกจะบ่อย แต่ไม่มีใครที่มาซื้อชุดงานกลางคืนสักคน!” เจมิลาหยิกคนที่ลีลาเยอะเหลือเกิน ยองแจกลั้นหัวเราะ

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ท่านสั่งให้พามาซื้อ คุณมิลาก็ช่วยรับบัญชาจัดหาชุดเหมาะๆ ให้สักชุดแล้วกัน ผมเชื่อสายตาและฝีมือคุณ”

“แสดงว่านี่อาจจะเป็นตัวจริงหรือคะ โหย มากะทันหันซะเหลือเกิน ชุดในร้านจะมีเหมาะกับน้องหรือเปล่าไม่รู้ ถ้ามาก่อนหน้านี้มิลาจะตัดให้ใหม่ เอาให้สวยจนตะลึงกันไปเลย คุณยองแจน่ะ! มาซะเร่งด่วน” เจมิลาหน้านิ่ว ฟาดมือเบาๆ ลงบนไหล่อีกฝ่ายหลายที ยองแจอมยิ้ม

“ไม่ต้องกลัวเสียชื่อหรอกครับ ร้านคุณมิลามีแต่ชุดสวยๆ ผมเชื่อฝีมือคุณทุกชุด”

“ปากหวานกับมิลาตลอด ถ้าไม่ติดดอกเตอร์ล่ะก็มิลาจะจีบแล้วนะ เอาเถอะค่ะ เดี๋ยวมิลาจัดการให้เอง เชื่อมือมิลาเถอะ”

“คุณมิลาจะไม่น่ารักก็ตรงที่เอ่ยถึงผู้ชายคนนั้นนี่ล่ะครับ คุณมิลาวัดตัวน้องเลยแล้วกันครับ ท่านให้เวลาผมมาชั่วโมงนึง ผมต้องรีบกลับไปทำงาน ต้องออกไปพบลูกค้ากัน”

“ได้ค่ะ มิลาวัดให้เองเลย” เจมิลาผละจากยองแจเดินไปหาแบมแบม ลากเขาไปห้องด้านในเพื่อวัดตัว ยองแจเดินไปนั่งรอที่เดิม

“โชคดีมากเลยค่ะที่มิลาเหลือชุดสวยๆ ชุดหนึ่ง แต่หลวมไปหน่อยเพราะน้องเขาผอม แต่มิลาจะแก้ให้พอดี เสร็จทันเย็นนี้แน่นอนค่ะ”

เจมิลาจับมือแบมแบมพามาส่งยองแจที่นั่งรออยู่ เอ่ยบอกเขาด้วยรอยยิ้ม 

“ดีจัง ขอบคุณมากนะครับคุณมิลา ค่าชุดน่ะบวกค่าฝีมือคุณมิลาที่แก้ให้ไปด้วยเลยนะครับ ท่านโทรมาบอกผมแล้วว่าราคาเท่าไรก็ได้”

“โอ๊ย ท่านใจดีกับมิลาเสมอเลย ฝากขอบคุณท่านด้วยนะคะ มิลาทำให้สุดฝีมือเลย งานดีเหมือนตัดออกมาเพื่อน้องแบมแบมแน่นอนค่ะ”

เจมิลายิ้มกว้าง ยองแจขอตัวลากลับ แบมแบมขอบคุณเจมิลาแล้วรีบตามยองแจออกจากร้าน

“พี่มิลาคะ..เด็กคนใหม่ของท่านเหรอ”
            “อื้อ
! ท่านพาออกงานด้วยนะเธอ พี่ว่าคนนี้น่าจับตามองอยู่เหมือนกัน แต่ไม่คุ้นหน้า ท่าทางจะไม่ได้อยู่ในวงการ”

เจมิลาบอกลูกน้องสาวที่ถลามาหาเธอเพื่อเม้าท์ด้วย เธอเห็นหน้าตาผิวพรรณของเด็กคนนั้นแล้วก็เข้าใจล่ะว่าทำไมท่านถึงอยากพาไปอวดใครต่อใคร

 

 

“คุณนิชคุณ กลับยังไงล่ะ” คุณหนูคิมเดินออกมาจากห้องทำงานตอนเวลาห้าโมงเย็นเลยเวลาเลิกงานตามปกติ นิชคุณที่กำลังง่วนกับการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เอ่ยกับเจ้านายโดยไม่มองหน้า

“รถไฟใต้ดินครับ”

“ฉันไปส่งไหม”

“ไม่ครับ ผมทำงานอยู่”

“ไม่ต้องทำเป็นขยันต่อหน้าฉันหรอก ยังไงก็ได้เงินเดือนเต็ม รีบเก็บของของคุณซะ ฉันให้เวลาห้านาที” ยูคยอมเอ่ยสั่ง นิชคุณถอนหายใจ เงยหน้ามองเจ้านาย

“ผมจะอยู่ถึงกี่โมงก็เรื่องของผมสิครับ เดี๋ยวงานไม่เสร็จให้คุณดูพรุ่งนี้ คุณก็มาด่าผมอีก”

“ไม่หรอกน่า เร็ว อย่าลีลา ฉันขี้เกียจรอนาน”

นิชคุณจำต้องเก็บของและเซฟงานเอาไว้ กลับไปทำต่อที่บ้านก็ได้ ชายหนุ่มสะพายเป้ใบเก่าแล้วกอดแฟ้มงานของเลขาคนเก่าไว้เต็มอ้อมแขน

ระหว่างเดินไปที่รถ เจ้านายและลูกน้องไม่ได้คุยอะไรกันสักคำ นิชคุณเห็นท่าทางอีกฝ่ายดูเครียดๆ

“คุณไปกินข้าวเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”

“ผมต้องกลับบ้านไปกินข้าวกับน้อง”

“น้องคุณ 21 ไม่ใช่สามขวบ” นิชคุณตัดสินใจไม่เถียงต่อ เพราะถ้าลองได้พูดแบบนี้ก็คือจะบังคับให้ไปกินด้วยนั่นแหละ ยอมๆ ไปละกัน ขี้เกียจเถียง เหนื่อย

คุณหนูมองออกไปนอกรถระหว่างรอสัญญาณไฟจราจร นิชคุณเห็นความผิดปกติของเจ้านาย

คุณหนูพูดมากเมื่อเช้าเงียบๆ ไปนะ

ยูคยอมสะดุ้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาหยิบออกจากกระเป๋ามาดูชื่อคนโทร ตัดสินใจไม่รับ แต่คนโทรมาดื้อ โทรมาย้ำสามรอบจนนิชคุณต้องบอกให้รับ ยูคยอมใส่บลูทูธ ยอมรับสาย

“ว่าไงครับคุณแม่”

<คุณเล็กของแม่ เลทมากแล้วนะคะ ทำไมลูกยังไม่ถึงบ้านเอ่ย?> คำถามของแม่ทำให้ยูคยอมขนลุกเลย

“คุณเล็กยังทำงานไม่เสร็จเลยครับ คงกลับไปแต่งตัวไม่ทัน ขอไม่ไปนะครับ”

<ว่าแล้วว่าต้องเบี้ยวนัดแม่ อย่ายื้อเลย ยังไงก็ต้องได้เจอกันสักวัน>

“คุณเล็กไม่อยากไปอ่า..

<อายุไม่ใช่น้อยแล้วนะเรา ยังทำตัวเป็นเด็กอีก อย่าหนีปัญหาและทำให้คุณพ่อเสียหน้าเด็ดขาด ไปสักหน่อย คราวก่อนหนูก็หลบออกจากงานก่อนเจอพี่เขา ไม่ไหวเลย>

“แต่ว่า..คุณแม่จะให้คุณเล็กไปทำไม คุณเล็กรู้นะว่าคุณพ่อมีแผนน่ะ”

<รู้แล้วก็รีบกลับนะคะลูก ไม่เสียเวลากล่อมแล้วนะคะ ตอนนี้คุณแม่ต้องรีบไปแต่งตัวเหมือนกัน>

ยูคยอมหน้าบึ้ง อารมณ์ไม่ดีเมื่อแม่รีบวางสายหนีกันไปดื้อๆ เลย

            “มีอะไรเหรอครับ” นิชคุณลองถามเมื่อเจ้านายเขาท่าทางหงุดหงิดน่าดู

“แม่บอกให้ไปงานเลี้ยงของเพื่อนพ่อ ฉันปฏิเสธแล้วแต่แม่ไม่ยอมท่าเดียว” คุณหนูคิมเสียงห้วน

“พ่อชอบให้ฉันไปเป็นเพื่อน คงจะจับคู่ให้อีกนั่นล่ะ ไม่รู้ว่าจะอยากให้ลูกมีแฟนอะไรนักหนา”

“ก็ดีไม่ใช่หรือไง ยังไงพ่อแม่ก็ต้องเลือกคนที่ดีให้คุณอยู่แล้ว”

“หึ..ถ้าพ่อแม่คุณบังคับให้คุณคบกับคนที่คุณไม่ชอบ และคนนั้นก็อาจจะต้องแต่งงานกับคุณด้วย คุณรับได้ไหมล่ะ คุณอยู่กับคนที่ไม่รักก็ได้เหรอ ดีจังเลยนะ” คุณหนูคิมประชดประชัน   

“ผมขอโทษ คุณก็ลำบากเหมือนกันนะ”

“แน่นอน ชีวิตใครบ้างที่สมบูรณ์แบบ” ยูคยอมถอนหายใจ หน้าหมองลงไปถนัดตา

นิชคุณสงสาร คุณหนูจอมเอาแต่ใจก็มีเรื่องให้เครียดเหมือนกันนะ

“คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหม?”

“หืม จะให้ทำอะไร”

“ไปงานเลี้ยงเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”

“หา?”

“น่า นะ ช่วยหน่อย อย่างน้อยไปเป็นไม้กันหมาก็ยังดี ฉันไม่อยากรับมือลูกเพื่อนพ่อคนเดียวอ่ะ..

“ทำไมผมต้องไปเป็นเพื่อนคุณด้วย ไม่เอาหรอก! ไม่ใช่ธุระสักหน่อย แล้วงานเลี้ยงก็ต้องหรูหรามากแน่ๆ ชีวิตนี้ผมไม่เคยไปงานแบบนั้นเลยสักครั้ง”

นิชคุณปฏิเสธทันที ยูคยอมเม้มปากนิดๆ ก่อนจะพยักหน้า

“อือ..” แล้วก็เงียบไป ทำให้คนที่นั่งอยู่ข้างกันเริ่มไม่สบายใจ

ทำไมไม่สั่งหรือบังคับเขาเหมือนเมื่อเช้าล่ะ ทำตัวแปลกไปนะเนี่ย

“เฮ้คุณหนู ทำไมคุณเงียบไปล่ะ มีอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะครับ”

“ไม่มีอะไรหรอก บ้านอยู่ไหนล่ะจะไปส่ง” ยูคยอมหันมามองนิชคุณแวบหนึ่ง ก่อนมองทางข้างหน้าต่อ อีกฝ่ายตาไว ทันเห็นว่าในดวงตาสวยของอีกคนแวววาวด้วยน้ำใสๆ แม้ยังไม่หยดเขาก็รู้ว่านั่นคือน้ำตา

ร้องไห้เหรอ..จริงน่ะ?

“คุณมีอะไรก็พูดสิ ระบายก็ได้นะ ผมเป็นเลขาคุณนี่” นิชคุณเริ่มร้อนใจเมื่ออีกฝ่ายมีน้ำตา

“ไม่เอาหรอก คุณเองก็รำคาญฉันใช่ไหมล่ะ บอกไปคุณก็ช่วยฉันไม่ได้อยู่ดี อย่าเอาเรื่องของฉันไปรกสมองของคุณเลย”

“คุณไม่อยากไปงานเลี้ยงนั่นขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“งานนี้เป็นงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดท่านรัฐมนตรีฮวาง ท่านเป็นเพื่อนของคุณพ่อฉัน พ่อชอบบังคับให้ฉันออกงานด้วยบ่อยๆ ลูกชายเพื่อนคุณพ่อมีหลายคน ท่านพยายามพาฉันไปรู้จักพวกเขาไว้ เผื่อฉันจะชอบใครสักคน จะได้ทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ถ้าเป็นอย่างที่ท่านหวังเราก็อาจจะได้ไปเดทกัน..แต่ฉันไม่อยากไป ฉันจะไปงานที่ฉันรู้ว่ามันมีจุดประสงค์แฝงเพื่อจับคู่ให้ฉันทำไม ฉันไม่ใช่คนโง่นะ ฉันไม่อยากแต่งงานกับคนที่พ่อแม่เลือกให้ อยากมีชีวิตของตัวเอง มีคนรักที่ฉันเลือกด้วยตัวของฉันเอง”

คุณหนูได้โอกาสก็ระบายความอัดอั้นตันใจออกมาจนหมดเปลือก ก่อนจะจอดรถเข้าข้างทางแล้วซบหน้ากับพวงมาลัยรถ ร้องไห้โฮออกมา

“คุณ..ไม่เอาสิ ไม่ร้องนะ” นิชคุณเอื้อมมือไปแตะไหล่ของอีกฝ่าย ก่อนจะเลื่อนไปวางลงบนหัวกลม ลูบผมนิ่มไปมา เอ่ยปลอบใจ

“ไม่ต้องมาสงสารฉันหรอก ฉันชินแล้วกับเรื่องพวกนี้ ยังไงฉันก็คงต้องไป แต่จะหาทางแวบออกมาก่อนที่จะได้เจอคนที่พ่อต้องการให้เจอ ฉันหลบแบบนี้มาได้หลายครั้งแล้ว คุณพ่อเองก็คงรู้แผนแล้วล่ะ แต่หน้าด้านทำอีกสักครั้งก็ได้ มันไม่มีทางเลือกแล้ว”

ยูคยอมเงยหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นมองอีกฝ่าย ถอนหายใจ ยกมือเช็ดน้ำตา

นิชคุณอึ้ง ไม่คิดว่าคุณหนูคิมจะยอมร้องไห้ให้เขาเห็น เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อส่งให้อีกฝ่ายซับน้ำตา

“ถึงเป็นผ้าเช็ดหน้าถูกๆ มันก็พอใช้ซับน้ำตาได้ เอาไปสิ”

“ขอบใจนะ” ยูคยอมรับผ้ามาซับน้ำตา ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ

“อย่าเอาเรื่องที่ฉันร้องไห้ไปบอกใครนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะตัดเงินเดือน”

“ถึงไม่ขู่ผมก็ไม่บอกใครหรอกน่า”

“อือ บ้านอยู่ไหนล่ะบอกมาสิ” คุณหนูยื่นผ้าเช็ดหน้าคืน นิชคุณดันมือนิ่มเข้าหาตัวอีกฝ่าย

“ไม่ต้องหรอก เอาไปเถอะ”

“รังเกียจเหรอ ไม่ได้สั่งน้ำมูกนะ มีแค่รอยน้ำตาเอง หรือซื้อมาเป็นโหลอ่ะเลยใช้แล้วทิ้งได้”

ถึงเศร้าก็ยังอุตส่าห์กวนประสาทคนอื่นเขาอีกนะคุณหนูนี่

“เปล่า ให้ เอาไปเถอะ เอ่อ..เรื่องงานน่ะ ผมไปด้วยก็ได้นะ แต่ว่าผมไม่เคยไปงานเลี้ยงรัฐมนตรีอะไรแบบนั้น อาจไปทำคุณขายหน้าก็ได้” นิชคุณอดใจอ่อนไม่ได้ เขามันพวกแพ้น้ำตาซะด้วย..

“คุณพูดจริงเหรอ!” ยูคยอมดีใจมาก จับมืออีกฝ่ายแน่น นิชคุณพยักหน้า

“แต่ผมไม่มีเสื้อผ้าใส่ไปงานพวกนั้นหรอกนะ”

“พี่ชายฉันมี อ๊ะ ไม่สิ ตัวน่าจะไม่พอดี เดี๋ยวพาไปซื้อใหม่แล้วกันนะ คุณก็ใจดีนี่นา”

นิชคุณพยักหน้า เอาไงก็ได้ ยิ้มได้ก็ดีแล้วล่ะ

ยูคยอมอารมณ์ดี หายเศร้าเป็นปลิดทิ้ง จะจำเอาไว้ว่าเลขานุการคนนี้เป็นพวกแพ้น้ำตา ทนเห็นใครร้องไห้ไม่ได้ ไม่เสียแรงที่บีบน้ำตาแฮะ

คุณเลขา..การเป็นคนดีมันก็ดีนะ แต่ช่วยทันคนหน่อยสิ ซื่อบื้อจริง หึ..

 

70%

 

“ฮ้า..สบายสุดๆ เลย”

คุณเลขาของมาร์คครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนโซฟาที่ปรับระดับเอนนอนได้ เท้าขาวเนียนแช่น้ำอุ่นในอ่างใบเล็ก หน้าหวานมี Mask Sheet แปะอยู่ ชามขาวที่ใส่มิลค์ช็อกโกแลตแท่งและสตรอเบอร์รี่สดลูกโตวางบนตักเพื่อให้หยิบเข้าปากถนัด หูฟังเสียงเพลงป๊อปเพลงโปรดที่เปิดในคอมพิวเตอร์ให้มันเล่นวนไปเรื่อยๆ

ภายในคอนโดกว้างห้องนี้มียองแจอาศัยอยู่คนเดียว บ้านของพ่อและแม่อยู่ชานเมือง นานๆ ทีพ่อแม่จะว่างมาหา แต่บางทีจะมาก็ไม่ได้มา เพราะว่าเขางานยุ่ง ไม่ได้ทำงานแค่ในบริษัทอย่างเดียวแต่ต้องตามเจ้านายไปทำธุระเรื่องงานที่อื่นด้วย ทำให้แทบไม่ได้หยุดเลย ยังดีที่พี่สาวมาหาบ้างแต่พี่ก็แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว เวลาของพี่เลยทุ่มเทให้ครอบครัวมากกว่าน้องชาย ซึ่งยองแจชินแล้ว

“ชเวยองแจครับ” ยองแจกดรับสายโดยไม่ดูหน้าจอเพราะคิดว่าเป็นเจ้านาย

เวลาแบบนี้ไม่ค่อยมีคนโทรหา เพื่อนร่วมงานก็ไม่มีใครโทรหาเท่าไร ไม่ค่อยมีคนคบ เพราะคนมักชอบพูดกันว่าเขาหยิ่งบ้างล่ะ น่ากลัวบ้างล่ะ ทั้งที่เขาแค่ทำหน้าเครียดเพราะต้องทำงานให้เจ้านายที่รักความสมบูรณ์แบบเท่านั้น เบอร์โทรเข้าโทรออกของเขาเลยมีแค่เบอร์บอสสุดหล่อซะเก้าสิบเปอร์เซ็นต์

<คุณชเวครับฮือ> เสียงออดอ้อนสำเนียงเกาหลีแปร่งๆ ทำให้ยองแจคิ้วขมวด

บ้าน่า..หูฝาด?

<เฮลโลคุณชเว ได้ยินไหมครับ ผมแจ็คสันน้า> ชัดเจนเลย จิตแพทย์ประจำตัวท่านนี่นา

ยองแจนึกเสียใจที่ด่วนรับสายก่อนจะมองชื่อว่าใครโทรมา

“มีอะไรหรือครับคุณหมอหวัง” ยองแจถามกลับไปด้วยน้ำเสียงสุภาพที่แฝงความห่างเหิน

<ห่างเหินจังเลย แต่ไม่เป็นไร ผมหิวข้าว>

“ผมไม่ใช่แม่ของคุณหมอนะครับ มาบอกผมทำไม” ยองแจกล่าววาจาไร้เยื่อไย

<ผมมีคุณแม่คนเดียวพอแล้วครับ แต่แม่ของลูกยังขาดอยู่ ถ้าสนใจติดต่อได้นะครับ แถมตำแหน่งแม่ทูนหัวให้เลยด้วย> หมอสุดหล่อกวนประสาทยองแจทันที ร่างบางเบ้ปาก

“ถ้าโทรมาแบบนี้วางสายไปเถอะครับ”

<ขอโทษครับ ผมหิวข้าว..>

“ไปกินสิครับ”

<ผมเครียดจังเลยครับ อยากคุยกับใครสักคน..ฮือ> คุณหมอแกล้งร้องไห้ รักษาความเครียดให้คนอื่นได้ก็เครียดได้เหมือนกันนะ

“จิ๊..ตอนนี้อยู่ไหนล่ะ” ยองแจจะสงเคราะห์คนโสดเหมือนกันสักหน่อยก็ได้

<คลินิกครับ>

“ยังไม่ปิดอีกหรือไงคุณ”

<ยังครับ คุณชเวลืมอีกแล้วน้า คลินิกผมปิดสองทุ่มครับ วันนี้ไม่มีคนไข้นัดหลังเวลาคลินิกปิด ไปกินข้าวได้ด้วยล่ะ>

ยังจะมาอวดอีก..

“คุณหมอเลี้ยงใช่ไหมครับ”

<ใช่ครับ! เลี้ยงๆ เลี้ยงแน่นอน มาเลยนะผมจะรอ ฮือ น่ารักที่สุดเลย อยากกินอะไรคิดไว้เลยนะ>

“อือ แต่อาจไปช้าหน่อยนะครับ ผมมาร์กหน้าอยู่” ยองแจรับคำแล้ววางสายทันที

ยองแจวางสายจากหมอก็โทรไปจองโต๊ะที่ร้านอาหารอิตาเลียนแห่งหนึ่งที่เจ้านายเคยพาไปกินบ่อยๆ ตอนนี้เขาอยากกินของหวานอร่อยๆ มีคนเลี้ยงทั้งที อยากกินอะไรก็ต้องคว้าไว้ก่อน

ทำไมยองแจจะไม่รู้ว่าคุณหมอหวังชอบตนอยู่ แต่เขาไม่พร้อมคบใครตอนนี้ เขายังสนุกกับการทำงาน อยากทุ่มเทเวลาให้งานมากกว่าแบ่งเวลาไปดูแลใครอีกคน และคนนั้นก็งานยุ่งกว่าเขาเสียอีก

คุณหมอจิตป่วงที่เขาและท่านเรียกกันเล่นๆ เป็นจิตแพทย์ที่เก่งมากที่สุดคนหนึ่งเลย นอกจากเป็นจิตแพทย์ที่รักษาคนไข้แล้ว หมอยังเป็นนักวาดด้วย วาดการ์ตูนเกี่ยวกับการดูแลจิตใจตัวเองแบบง่ายๆ ให้คนที่มีเรื่องไม่สบายใจได้แก้ปัญหาชีวิตและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข หนังสือการ์ตูนขายดีติดอันดับเบสเซลล์เลอร์ แถมยังพิมพ์ซ้ำตั้งหลายรอบอีกต่างหาก ยองแจยังเคยงงว่าอีกฝ่ายทำได้ยังไง

ยองแจดึงมาร์กออกจากใบหน้า ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มองนาฬิกาที่ผนังเพื่อคำนวณเวลา ก้มหยิบอ่างใบเล็กบนพื้นเพื่อเอาไปเททิ้งในห้องน้ำจะได้อาบน้ำด้วยเลย ปล่อยให้หมอคอยนานเดี๋ยวจะหิวตายคาคลินิกไปเสียก่อน

 

 

แจ็คสันโบกมือลาพยาบาลวิชาชีพที่มารับงานพิเศษเป็นผู้ช่วยให้ ก่อนเธอจะออกจากคลินิกไปก็ไม่ลืมแขวนป้ายปิดคลินิกไว้ให้ด้วย คุณหมอฟุบลงกับเคาน์เตอร์ นอนนิ่ง รอยองแจมาหา

คลินิกของคุณหมอหวังเป็นคลินิกบริการให้คำปรึกษาและบำบัดรักษาไปพร้อมกัน

เขารับบำบัดรักษาทุกอาการจนคิวคนไข้ที่ขอเข้ารับการบำบัดเต็มแน่นทุกวันยาวไปสามเดือน มีทั้งคนไข้ใหม่และคนไข้ที่ดูแลกันมานาน มีคนไข้หลากหลายวัยเลยด้วย

ถ้าเป็นเด็กๆ ก็จะเป็นเคสของโรคสมาธิสั้น ออทิสติก หรือคนที่มีปัญหาด้านพฤติกรรมที่พ่อแม่ไม่รู้จะรับมือยังไง ในผู้ใหญ่จะเป็นพวกโรคซึมเศร้า ไบโพล่า โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคแพนิค และโรคกลัว ซึ่งแจ็คสันเจออาการกลัวมาสารพัดแล้ว กลัวอะไรแปลกๆ กันก็เยอะ

แต่บ่อยครั้งแจ็คสันก็ได้รักษาอาการโรคสมองเสื่อมและปัญหาสุขภาพทางจิตอื่นๆ ด้วย คนไข้ใหม่ๆ ที่มาหาเขาเยอะในช่วงนี้ คือ กลุ่มที่มีความเครียด นอนไม่หลับ และปวดศีรษะจากความตึงเครียด

อี้เอิน ต้วนก็จัดอยู่ในกลุ่มหลังนี่ล่ะแต่ที่เป็นมากกว่าคนอื่นนิดหน่อย คือ ความวิตกกังวลและอาการซึมเศร้า เป็นความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ..

ในสังคมปัจจุบัน สิ่งที่ต้องเผชิญกันในแต่ละวันก็ชวนให้เครียดกันได้ง่ายมากจริงๆ พอสะสมนานไปมันก็ส่งผลต่อสภาพจิตใจ นับวันคนที่ต้องการคำปรึกษามีมากขึ้นจนน่าตกใจ ถึงจะเหนื่อยเพราะมีคนไข้เยอะ ก็ยังดีที่คนไข้รู้สึกอยากมาหาหมอเพื่อผ่านอาการที่เป็นอยู่ไปให้ได้ แม้ไม่มีใครให้คุยด้วยแต่มาคุยกับหมอสักครั้งสองครั้งก็ยังดี จะได้ไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาแบบผิดๆ อย่างเช่นการฆ่าตัวตายหรือทำร้ายคนอื่น

แจ็คสันไม่ชอบเลยกับความคิดที่ว่า คนที่มาหาจิตแพทย์คือคนบ้า คนอ่อนแอ มันทำให้คนที่มีอาการมักไม่ค่อยอยากมาหาหมอ เพราะกลัวคนอื่นจะรู้ว่าตัวเองไม่สามารถเยียวยาสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ได้

คนไข้ของแจ็คสันแค่ต้องการการบำบัดรักษา เหมือนคนเราป่วยด้วยโรคทางกาย เจ็บป่วยทีก็ต้องไปหาหมอ แค่คนไข้ของเขามีอาการที่จิตใจ ดีที่คนรุ่นใหม่เริ่มยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็นได้แล้ว แม้แก้ปัญหาด้วยตัวเองไม่ได้ก็เลือกที่จะมาให้หมอช่วยแนะทางแก้ปัญหาให้

ยองแจจอดรถไว้ที่หน้าร้านหมอ ผลักประตูกระจกเข้าไปในคลินิกหรู ผิวกายรับรู้ถึงอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำ เย็นจนหนาวเลยเถอะ

“คุณหมอ” ยองแจร้องเรียกคนที่นั่งฟุบกับเคาน์เตอร์ เมื่อร่างกำยำนั้นแน่นิ่งไม่ไหวติงคุณเลขาจึงเดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปสะกิดที่ไหล่กว้าง

“คุณหมอ..คุณหมอครับ” แกล้งหรือหลับจริงเนี่ย?

มือเรียวลงน้ำหนักเขย่าไหล่แรงขึ้น แจ็คสันหลับไปจริงๆ เขางัวเงียยกศีรษะขึ้น

“อ่า..” คุณหมอนั่งตัวตรง ยกมือลูบหน้า ส่งยิ้มให้ยองแจ หน้าตาหล่อเหลายังดูง่วงงุน

“ไปล้างหน้าสิครับ” ยองแจไล่ แจ็คสันลุกเดินโซเซไปเข้าห้องน้ำ คุณเลขาเดินไปปิดแอร์ให้

“มาไวจังเลย” แจ็คสันเช็ดหน้าที่มีหยดน้ำเกาะก่อนยิ้มให้ยองแจ มองนาฬิกาข้อมือ

ยองแจไม่พูดอะไร เดินนำออกจากคลินิกไปรอที่รถ ปล่อยให้เจ้าของคลินิกปิดคลินิกให้เรียบร้อย

“จะไปกินข้าวที่ไหนครับ” แจ็คสันเดินมายืนเคียงคนที่รออยู่ใกล้รถคันงามของเจ้าตัว

“ผมจองโต๊ะไว้แล้วครับ”

“ดีจังเลย” คุณหมอร่าเริงเชียวที่ไม่ต้องมาคิดเมนูว่าจะกินอะไรดี

“อาหารอิตาเลียนนะ”

“ง่ะที่ไหนครับ”

“ร้านที่ผมเคยไปกินกับบอสบ่อยๆ น่ะครับ”

“ง่า..” คุณหมอที่ไม่ค่อยชอบร้านหรูหน้าเจื่อน มันก็อร่อยแหละ แต่ไม่ค่อยชอบบรรยากาศ

“ไม่อยากกินเหรอครับ?”

“กินครับกิน กินได้หมดทุกอย่างเลย” คุณหมอยิ้มกว้างทันทีเมื่ออีกคนหันมาถามหน้านิ่ง

กลัวแล้วครับ กลัวคุณชเวจะยกเลิกไม่กินข้าวเป็นเพื่อนด้วย ใช่ว่าคุณเลขาคนสวยจะยอมไปกินข้าวด้วยทุกครั้งที่ชวน ชวนกี่ทีก็ปฏิเสธตลอด ติดงาน ถึงไม่ติดงานบางทีก็ไม่ไป คาดเดาอารมณ์ยากมาก

ถึงเขาจะเป็นคนที่ถือว่าเชี่ยวชาญในด้านจิตใจคน แต่อารมณ์และความคิดของคุณเลขาคนสวยเป็นสิ่งที่หวังแจ็คสันคาดเดาไม่ได้เลย...

 

 

 

 

“คุณเงียบไปนะครับ เป็นอะไรหรือเปล่า?” มาร์คถามคนที่นั่งข้างกันภายในรถคันงาม แบมแบมหันไปมองหน้าคนที่สนใจแท็บเลตมากกว่าเขา

ดีแล้วล่ะ ท่านหาอะไรทำไปเถอะ ขืนเอาแต่นั่งมองเขา คงอึดอัด

“ผมยังสงสัยเรื่องเมื่อเช้าครับ”

“ครับ ว่ามาสิ”

“ผมให้ท่านช่วยแก้ปัญหานะครับ แต่ท่านกลับพาผมไปงานเลี้ยง มันเกี่ยวอะไรกันล่ะครับ”

แบมแบมอยากรู้มากว่าทำไมตนเองต้องมาทำหน้าที่นี้แทนพี่ยองแจ ตั้งแต่กลับจากร้านเสื้อหรูๆ นั่นเขาก็กลับไปทำงาน ไม่ได้เจอท่านอีกเลยทั้งวัน จึงยังไม่มีจังหวะให้ถาม

“คุณไม่อยากให้คนนินทาเสียหายไม่ใช่เหรอครับ”

“ครับ..” ท่านจะพูดก็ไม่พูดให้จบนะ พูดแค่นั้นแล้วเงียบทำไม

“ถึงงานพอดี”  พอมาร์คพูดขึ้นแบมแบมถึงได้รู้สึกตัวว่ารถสวยคันใหญ่ของท่านมาจอดที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว

คนขับรถส่วนตัวลงจากรถอ้อมมาเปิดประตูให้เจ้านายลงก่อน  มาร์คก้าวออกจากรถ จัดเสื้อสูทเล็กน้อย ก่อนยื่นมือให้คนที่ขยับตามลงมาจับเพื่อลงจากรถ แบมแบมเงยหน้ามองเจ้าของมือ สงสัยว่าแค่ลงรถเขาลงเองก็ได้ ไม่เห็นต้องช่วย แต่พอสบตาท่านเลยวางมือลงบนมือเรียว

แบมแบมรู้สึกตื่นเต้นมากขณะมองโรงแรมเบื้องหน้า  แค่สถานที่ยังหรูเลย

ร่างบางรับกล่องของขวัญที่คนขับรถส่งให้มาถือไว้

“คล้องแขนผมสิ” แบมแบมปล่อยมือเจ้านายที่จับอยู่สอดมือคล้องตามคำสั่ง

“งานนี้ไม่มีอะไรมากหรอกครับ คุณไม่ต้องตื่นเต้นหรอก มันเป็นงานปิด แต่ก็ไม่ได้มีแค่คนสนิทของท่านเท่านั้นที่มาร่วมงาน ในงานไม่มีอะไรมาก แค่อวยพรให้ท่าน รับประทานอาหาร แล้วก็พูดคุยสังสรรค์กับคนในงานกันนิดหน่อย งานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของท่านก็เหมือนงานรวมคนใหญ่คนโตและพวกนักธุรกิจตัวท็อปนั่นล่ะครับ มีพวกเซเลบริตี้บ้าง คือเพื่อนๆ ของลูกหลานท่าน งานนี้แม่งานหลักคือลูกสาวคนโตของท่านที่อยากจัดงานเอาใจพ่อ และรายนี้เป็นพวกทำอะไรต้องทำให้สุด งานเลยหรูหราใหญ่โตเกินความต้องการของท่านไปสักหน่อย ตัวจริงท่านเป็นคนสมถะนะ”

มาร์คอธิบายให้แบมแบมรู้รูปแบบงานคร่าวๆ ก่อนว่าจะเข้าไปเจออะไรบ้าง แบมแบมพยักหน้า พยายามเข้าใจ แต่ฟังแล้วตัวยิ่งหดเล็กลง

แบมแบมรู้สึกเหมือนตัวเองมาอยู่ผิดที่ผิดทางชอบกล และเขาไม่คิดว่าตัวเองดูดีพอจะเดินข้างท่านได้ด้วย เหมือนมาเป็นเครื่องประดับให้ท่านเสียมากกว่า

ถ้าเปลี่ยนเป็นพี่ยองแจมาคงดีกว่านี้นะ กลัวทำอะไรให้ท่านขายหน้าจัง

“สวัสดีค่ะท่าน” พนักงานสาวทักทายมาร์คอย่างนอบน้อมกว่าแขกทุกคน รู้จักดีเพราะเขาเป็นหุ้นส่วนของโรงแรมนี้ร่วมกับตระกูลคิม

“ครับ” มาร์คยื่นบัตรเชิญให้เธอ ทำตัวเป็นแขกธรรมดาคนหนึ่ง

แบมแบมยื่นของขวัญให้ หญิงสาวผายมือเชิญ เดินนำไปที่โต๊ะเซ็นร่วมงานตามหน้าที่ของเธอ

“เชิญด้านนี้ครับท่าน” พนักงานชายอีกคนรับหน้าที่ต่อจากหญิงสาว พามาร์คและแบมแบมไปที่ลิฟต์แก้วที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม แบมแบมอึ้งนิดๆ ว่าจะหรูหราอะไรขนาดนี้

เมื่อลิฟต์มาถึงชั้นของสถานที่จัดงาน แบมแบมก็เผลอขยับเข้าใกล้มาร์ค งานมันจะหรูหราอลังการอะไรขนาดนี้เนี่ย มีแต่คนที่เขาเคยเห็นแต่ในโทรทัศน์เดินกันเต็มไปหมด

แบมแบมตื่นคน กลัวด้วย ยอมรับตรงนี้เลย..

“ไม่มีอะไรหรอกครับ” มาร์คปลอบใจ จับมือนิ่มที่เผลอบีบแขนเขา ลูกแกะน้อยนี่ตื่นเต้นมากไปแล้วนะครับ น่ารักจริงๆ

“แต่..มีแต่คนมองมาทางนี้นะครับ” แบมแบมพูดแล้วเผลอหันซ้ายหันขวา ถ้าไม่ติดว่ากอดแขนท่านอยู่ก็จะหันไปมองด้านหลังด้วย หรือว่ามองคนอื่นกันนะ หรือว่าเขาคิดไปเอง?

“เขามองคุณน่ะสิ” มาร์คอมยิ้ม มองหน้าคนที่ยืนชิดกัน แบมแบมสงสัย ชี้หน้าตัวเอง

“มองผมเหรอครับ? อ่า..ผมว่าผมคงไม่เหมาะกับงานนี้ ผมกลับดีกว่า” ด้วยความที่ระแวงอยู่แล้วว่าไม่ควรมางานนี้ แบมแบมจึงถอดใจง่ายๆ ปล่อยแขนท่านทันที แต่มาร์คไม่ยอมปล่อย รั้งมือแบมแบมไว้

“ทำไมมาทิ้งกันอย่างนี้ล่ะครับ..จะปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวจริงๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเอ่ยนุ่มๆ แล้วมองตาแบมแบม ร่างบางชะงักไปเล็กน้อย

แค่พูดก็ได้ครับ ไม่ต้องส่งสายตาอ้อนมารั้งกันก็ได้ เดี๋ยวหัวใจเต้นผิดจังหวะกันพอดี..

แบมแบมถอนหายใจ กัดริมฝีปากล่างเบาๆ  แม้จะรู้สึกไม่ดีที่ถูกมอง แต่..อยู่กับท่านคงไม่เป็นไรมั้ง

“มั่นใจให้สมกับความน่ารักของคุณหน่อยสิครับ” มาร์คยิ้มเมื่ออีกฝ่ายเริ่มนิ่งแม้ยังมีท่าทางกังวล

“อย่ามาแกล้งชมกันเลยครับ ผมรู้หรอกว่าถึงจะแต่งตัวดูดีแค่ไหนก็ยังดูธรรมดา” แบมแบมค้าน

พี่คุณบอกเขาเสมอว่าขนาดหน้าสดเขายังไม่น่าดู แต่งหน้ากลบก็คงไม่ช่วยอะไร เขาเลยไม่เคยคิดจะแต่งตัวให้มันดูดี เพราะแต่งไปก็มีค่าเท่ากับไม่แต่ง

“ใครบอกคุณมาแบบนั้นครับ?”

“พี่ชายผมน่ะครับ”  ตั้งแต่พี่ยองแจพาไปแต่งหน้าแต่งตัวก่อนท่านจะไปรับ แบมแบมยังไม่กล้าส่องกระจกดูหน้าตัวเองเลย พี่ยองแจให้ช่างทำสีผมให้เขาใหม่ด้วย มันคงยิ่งแปลกกว่าเดิมเข้าไปอีก

“เขารักคุณมากเลยนะครับ” มาร์คอมยิ้ม พึมพำกับตัวเอง แต่เพราะแบมแบมกอดแขนท่านไว้ตลอดจึงได้ยิน หน้าหวานหันมองท่าน

“หืม? ทำไมท่านพูดแบบนั้นล่ะครับ”

“ช่างเถอะครับ” มาร์คไม่บอกแกะหรอกว่าเจ้าตัวเข้าใจมาผิดมาตลอด ไม่รู้ว่าพี่ชายสอนน้องมาอย่างไร แต่คงสอนและบ่มเพาะความคิดเรื่องการมองตัวเองติดลบมาหลายปีแน่ๆ กันต์พิมุกต์ถึงยังคงเชื่อว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์ดึงดูด ทั้งที่ตั้งแต่เข้ามาในงาน คนที่กอดแขนเขาดึงดูดสายตาของทุกคนมาก 

มาร์คตั้งใจพาแบมแบมไปทักทายเจ้าของงานก่อน แต่การไปเจอท่านรัฐมนตรีนั้นลำบากกว่าที่คิด เพราะต้องหยุดทักทายคนรู้จักหลายคน ที่ต่างพากันทักทายตุ๊กตาแกะน่ารักที่เขาพามาด้วย สนอกสนใจกว่าตัวเขาเสียอีก เป็นคืนแรกตั้งแต่เขาได้ออกงานสังคม ที่ตัวเขาไม่ใช่ดาวเด่นในงานที่สาวๆ หรือนักข่าวสนใจ และท่าทางกันต์พิมุกต์ก็คงไม่รู้ตัวด้วย

“มาร์ค!” แบมแบมที่ไม่ใช่เจ้าของชื่อยังสะดุ้งเมื่อมีคนเรียกชื่อท่านเสียงดัง เพราะตั้งแต่เข้ามาในงาน คนที่เข้ามาทักทายท่านล้วนแต่เคารพนบนอบ เกรงอกเกรงใจกันทั้งนั้น ไม่มีการเรียกเสียงดังแบบนี้

ถ้าเขาไม่รู้ว่าเจ้านายเป็นนักธุรกิจรวยติดอันดับโลก เขาคงคิดว่าเป็นคนตำแหน่งใหญ่ในกระทรวงไหนสักกระทรวงถึงมีคนเข้ามาคุยด้วยไม่ขาดสาย เขาเห็นท่านรับนามบัตรมาเกือบสิบใบแล้ว แต่การที่มีเงินมากอาจจะดีกว่าการมีอำนาจในมืออย่างเดียวมั้ง ถ้ามีเงิน จะเอาคนมีอำนาจมารับใช้ยังได้เลย

แม้แบมแบมจะตกใจ แต่ท่านของเขายังคงนิ่งได้ทุกสถานการณ์

“ครับพี่ซอนมี”

“คิดถึงจัง” สาวสวยสวมชุดเดรสสั้นเลยเข่าแขนยาว ตัวชุดเป็นลูกไม้สีขาวและเว้าหลังเซ็กซี่ เธอพูดพร้อมโผเข้ากอดทักทายมาร์ค  ตามด้วย Cheek kiss ซ้ายขวา

“คุณลุงล่ะครับ”

“คุยกับเพื่อนอยู่ตรงแถวเวทีน่ะ แต่ก่อนไปพบคุณพ่อ จะไม่แนะนำหนุ่มน้อยคนนี้ให้รู้จักบ้างเหรอ วันนี้คุณยองแจไปไหนซะแล้วล่ะ” ซอนมีมองหน้าหวานของคู่ควงมาร์คตรงๆ เผยความสนใจอย่างไม่ปิดบัง

แบมแบมโค้งให้เพื่อนเจ้านาย ท่าทางสนิทสนมกันมากเสียด้วยสิ

“ท่าทางอยากรู้มากเลยนะครับ” มาร์ควางมือบนเอวเธอ หญิงสาวค้อนเขา ตีไหล่กว้างอย่างหมั่นไส้

“ถ้าจะด่าฉันก็อย่าใช้น้ำเสียงสุภาพเลย เพราะมันทำให้น่าหงุดหงิดมากกว่าตะคอกใส่เสียอีก ตอบมาเลยว่าใคร รู้ใช่ไหมว่าถ้าพามางานนี้คงได้เป็นข่าวไปทั่วเมืองแน่ คนแรกเลยมั้งเนี่ยที่นายพาออกงาน”

แบมแบมไม่ได้แปลกใจกับสรรพนามสนิทสนมที่เธอใช้กับท่าน แต่เขาตกใจกับการที่บอกว่าได้ถูกพูดถึงไปทั่วเมืองต่างหาก

“คุณยองแจแค่อยากพักบ้าง”

“เปิดตัวเหรอ?” คำถามของเธอทำให้แบมแบมรอคำตอบเช่นกัน ภาวนาว่าอย่าตอบว่าใช่เชียว!

            “พาไปพบคุณลุงหน่อยสิครับ”

            “บอกมาก่อนสิ” ซอนมีกอดอก ยิ้มมุมปาก มาร์คอมยิ้ม

“ผมหาเองก็ได้”

“โธ่! พาไปก็ได้ แต่พอเจอพ่อแล้วต้องบอกนะ” ซอนมีหน้ามุ่ย เดินนำมาร์คไปพบคุณพ่อของเธอ

ร่างสูงใหญ่ที่เริ่มมีพุงตามประสาคนมีอายุกำลังหัวเราะกับบทสนทนาที่กำลังคุยกันออกรสกับเพื่อนๆ ของท่านที่โต๊ะอาหารใกล้เวที

“สวัสดีครับคุณลุง” มาร์คโค้งให้คนสนิทของคุณปู่ เมื่อท่านรัฐมนตรีฮวางเห็นว่าใครมาก็รีบลุกจากเก้าอี้ เดินเข้าไปสวมกอดมาร์คทันที

“ขอบใจที่มานะอี้เอิน ไม่ได้เจอกันเสียนาน สบายดีนะ!” ฮยอนจูตบบ่ากว้างของมาร์ค หัวเราะอารมณ์ดีที่เห็นหน้าคนที่เขาเอ็นดูเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง

“สบายดีครับ คุณลุงล่ะครับสบายดีไหม สุขสันต์วันเกิด ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงนะครับ”

“ฮะฮะฮะ ขอบใจมากๆ”

มาร์คยิ้มให้ท่าน จากนั้นหันไปทำความเคารพเพื่อนร่วมงานและภรรยาของฮวางฮยอนจู

“คุณพ่อคะ ไม่สังเกตเห็นอะไรบ้างหรือคะ” ซอนมีท้วงพ่อ ฮยอนจูเลิกคิ้ว มองหน้ามาร์ค

“อ่าอ๊า! นี่ใครน่ะอี้เอิน ไม่ได้พายองแจมานี่ ลุงก็ว่าอยู่ว่าทำไมไม่ได้ยินเสียงหวานๆ ของเลขาชเวเลย” ฮยอนจูร้องออกมาเสียงดัง แก่จนหลงลืมไปแล้วว่าวันนี้ไร้เงาเลขาหน้ามนของอี้เอิน

พอคนระดับท่านรัฐมนตรีหันมาสนใจ แบมแบมรีบโค้งให้ท่าน เงยหน้ายิ้มเจื่อนให้ด้วยความประหม่า หันไปโค้งให้คนอื่นๆ ที่นั่งมองมาทางนี้ด้วย

“น่ารักมากเลยนะจ๊ะ คนรักเราหรืออี้เอิน ป้าไม่เคยเห็นเราพาใครมางานเลี้ยงมาก่อนเลย” ภริยาท่านรัฐมนตรีฮวางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงยินดีที่เห็นว่าอี้เอินมีใครข้างกายนอกจากเลขาสักที

มาร์คยิ้ม แบมแบมปล่อยแขนมาร์คนานแล้ว รู้สึกอึดอัดที่ถูกจ้อง

“สมกันดีๆ คบกับอี้เอินน่ะเหนื่อยหน่อยนะ หลานลุงคนนี้น่ะพวกบ้างาน ชื่ออะไรล่ะเรา”

ท่านแทนตัวเองอย่างไม่ถือตัว แบมแบมตกใจ ไม่คิดว่าท่านจะเมตตาตนที่เพิ่งเจอครั้งแรกอย่างนี้

ที่ท่านให้ความสนิทสนมคงเพราะเขามากับเจ้านาย และท่านกำลังเข้าใจผิด เขากับเจ้านายไม่ได้กำลังคบกันสักหน่อย 

 “กันต์พิมุกต์ครับ แล้วผมกับทะ..

“ไม่ใช่คนเกาหลีหรอกเหรอ มีชื่อที่เรียกง่ายกว่านี้ไหม” ท่านขัดขึ้นก่อนแบมแบมจะแก้ตัวจบ

“เอ่อ..แบมแบมครับ”

“มาๆ มานั่งคุยกันเถอะ คุณลุงซังวูคงดีใจมากเลยสิที่มาร์คจะหาสะใภ้เข้าบ้านแล้ว”  ฮยอนจูกลับไปนั่งที่เดิม ไม่ลืมดึงแขนแบมแบมให้เดินตามไปนั่งด้วยกัน ร่างบางเหลียวมองท่าน มาร์คก็เอาแต่ยิ้ม

“พี่จินยองมาหรือยังครับ” มาร์คเปลี่ยนเรื่องคุยไปถึงพี่ชาย

แบมแบมคิ้วขมวด ข้องใจว่าทำไมท่านไม่ปฏิเสธ ท่านพาเขามาเล่นตลกอะไรที่นี่กันน่ะ

“อ่อ รายนั้นมานานแล้วล่ะ ขอตัวไปคุยกับเพื่อน กินอะไรกันมาหรือยัง” ท่านรัฐมนตรีดึงแบมแบมให้มานั่งข้างตน มาร์คเลยต้องขยับห่างออกไปอีกที่นั่ง

แบมแบมรู้สึกอยากหายตัวไปจากตรงนี้เลย เขาอึดอัดที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ของเขานะ

 

 

“คุณนิชคุณ! คุณช่วยเดินให้มันดีๆ เลิกจัดเสื้อสักทีได้ไหม ใส่ของแพงแล้วคันหรือไง” คุณหนูคิมตีแขนหนุ่มหล่อข้างตัวให้เลิกทำตัวเหมือนไม่เคยใส่เสื้อราคาแพงสักที จับนู่นจัดนี่อยู่ตลอดเลย

นิชคุณหน้านิ่ว พอถูกห้ามจับเสื้อสูทยี่ห้อดังราคาเฉียดสองล้านวอน เขาเลยเอื้อมมือไปแตะผมตัวเองที่ถูกเซตมาอย่างดีแทน คุณหนูพาเขาไปเสริมหล่อตั้งแต่หัวจดเท้าอย่างไม่เสียดายเงินเลยสักนิด

แค่มางานเลี้ยงวันเกิดทำไมต้องแต่งตัวเยอะขนาดนี้ด้วย ใช้เงินสิ้นเปลืองจริงๆ

ตอนได้ยินราคาสูทที่คุณหนูนี่จ่ายให้ เขาแทบร้องแน่ะ เสียดาย ถ้าไม่ติดว่าคิดจะคืนสูทชุดนี้ให้เจ้านายหลังจบงานนะ เขาจะเอามันไปขาย ยอดเงินคงเหลือในบัญชีคงเพิ่มพรวดแน่ๆ

“ยิ้มไว้นะ คุณหล่ออยู่แล้วมั่นใจเข้าไว้” ยูคยอมยิ้มกว้าง นิชคุณยิ้มเจื่อน

“จะพยายามครับ”

“ดีมาก” คุณหนูชมแล้วลากชายหนุ่มเข้าไปในงาน พลางมองหาพ่อแม่ของตน

“คุณมองหาใครน่ะ”

“หาแม่”

“ไม่ไปทักทายเจ้าของงานก่อนเหรอครับ?”

“จริงด้วย ไปพบคุณลุงก่อนดีกว่าเนาะ” ยูคยอมคล้องแขนนิชคุณลากไปตามทางที่ต้องการ

นิชคุณอดคิดไม่ได้ว่า เขาเป็นสุนัขที่ถูกเจ้าของลากไปลากมามากกว่าจะเป็นเลขากับเจ้านายนะ..

“คุณเล็ก!” ยูคยอมหยุดเท้า หันไปทางขวามือตามเสียงเรียก ใบหน้าที่มีรอยยิ้มบึ้งตึงขึ้นทันที

“พี่ชานซอง สวัสดีครับ”

“สวัสดีครับ ในที่สุดก็ได้เจอกันสักที..เพื่อนเหรอครับ” หนุ่มหล่อเดินมาหายูคยอม ชะงักเมื่อเจอคนที่มากับอีกฝ่าย สายตาเลื่อนไปที่มือยูคยอมที่กำลังกอดแขนผู้ชายคนนั้นอยู่ กอดแน่นด้วย..

“บอยเฟรนด์ของคุณเล็กเองครับ” ยูคยอมซบไหล่นิชคุณ ยิ้มหวานให้ชานซอง

“อะไรนะ!

“อย่าเสียงดังสิครับ อายเขา คุณเล็กขอตัวก่อนนะครับ ขอไปอวยพรวันเกิดคุณลุงก่อน”

ยูคยอมยกนิ้วเรียวแตะริมฝีปาก ยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างน่ารักแล้วรีบรั้งแขนนิชคุณให้เดินไปอีกทาง

“เดี๋ยวสิ” ชานซองยื่นแขนไปกัน ไม่ให้ยูคยอมเดินต่อ

“มีอะไรหรือครับ”

“เขาเป็นใครเหรอ ไม่แนะนำอีกสักหน่อยล่ะครับ”

“อยากรู้ก็ไปรู้พร้อมกันกับคุณลุงก็ได้นะครับ คุณพ่อคุณแม่ของคุณเล็กอยู่กับท่านหรือเปล่า?”

“เพิ่งมาถึงก่อนหน้าคุณเล็กไม่นานนี้เอง ทำไมมีแต่คนพาแฟนมาเปิดตัวนะ อี้เอินก็อีกคน..” ชานซองอดบ่นไม่ได้ ผิดหวังเมื่อยูคยอมมีคนรักแล้ว ทำไมแม่พูดให้เขามีความหวังว่ายูคยอมไม่มีใครล่ะ

“อะไรนะครับ!” ยูคยอมเผลอเสียงดังอย่างลืมตัว ชานซองและนิชคุณสะดุ้งด้วยความตกใจ

“อี้เอินไง..

“ได้ไง! มีแฟนแล้วไม่บอกน้อง พี่มาร์คอยู่ไหนเหรอครับ”

“อยู่กับพ่อพี่น่ะ พ่อแม่คุณเล็กก็อยู่ด้วยกัน..

“รีบพาคุณเล็กไปเร็วๆ เลย” ยูคยอมเร่งให้ชานซองเดินนำไป กระตือรือร้นมากๆ จนนิชคุณแปลกใจ

อี้เอินนี่..ชื่อคุ้นๆ แฮะ

 

 

“คุณเล็กของแม่ นั่นพาใครมาคะลูก” คุณนายคิมถามด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งมากับลูกชายคนเล็ก

ยูคยอมโค้งให้ทุกคน จากนั้นมองไปที่ชายหนุ่มอายุน้อยที่นั่งสวยๆ อยู่ข้างคุณลุงฮวาง ยูคยอมคิดว่าใช่แน่ๆ เพราะเขาคนนี้ดึงดูดสายตาที่สุด

“นี่แฟนคุณเล็กเองครับคุณแม่ ไหนล่ะแฟนพี่อี้เอินน่ะ?” ยูคยอมถามเพื่อความแน่ใจเท่านั้นทั้งที่ล็อกเป้าหมายสายตาที่แบมแบมเรียบร้อย

น่ารักมาก! พี่มาร์คไปหามาจากไหน เป็นไอดอลหรือเปล่า ทำไมน่ารักจังเลย!

แต่คนที่ตกใจมากที่สุดคงหนีไม่พ้นสองพี่น้องภูวกุล นิชคุณจ้องน้องเขม็ง ลืมสนใจว่ายูคยอมแนะนำตนเองกับแม่ของเจ้าตัวว่ายังไง

“แบมแบม!

“พี่คุณ..” แบมแบมหน้าซีด หลบสายตาพี่ชายที่มองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ

อะไรกันเล่า มองน้องแบบนั้นทำไม กลัวนะ

“รู้จักกันเหรอ?” ยูคยอมหันมองนิชคุณและแบมแบมสลับกัน

“ขอตัวสักครู่นะครับ” นิชคุณโค้งให้ผู้ใหญ่ในโต๊ะ ก้าวประชิดตัวน้อง ฉุดแขนแบมแบมให้ลุกจากเก้าอี้ ลากน้องออกไปทั้งที่แบมแบมไม่เต็มใจ

“อ่าวพี่นิช!” ยูคยอมจะเดินตามนิชคุณออกไป แต่บิดาลุกจากเก้าอี้มาจับไหล่ลูกชายเอาไว้

“พ่อว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันนะ” ยูคยอมมองพ่อแล้วยิ้มแหย ถลาตามแรงฉุดเมื่อพ่อดึงไปนั่งด้วยกัน

มาร์คถอนหายใจ สบตาน้องชายคนสนิทที่มองเขาอย่างสงสัย

“นิชคุณเป็นพี่ชายกันต์พิมุกต์ ไม่ต้องกังวลหรอก”

 

 

            นิชคุณลากน้องเข้ามาในห้องน้ำ เขาเปิดประตูทุกห้องจนแน่ใจว่าไม่มีใครแล้วก็เดินไปล็อกประตูทางเข้า จากนั้นหันมากอดอก มองน้องเขม็ง

“แบมแบม! มันเรื่องอะไรกัน ไหนเล่ามาซิ!

แบมแบมสะดุ้งเฮือกคอหดเมื่อพี่ชายตะโกนใส่ เสียงดังก้องห้องน้ำไปหมด

“คือว่า..” เสียงหวานสั่นด้วยความกลัว สูดลมหายใจตั้งสติเตรียมรับมือ

“มาที่นี่ได้ยังไง มาทำไม มากับเจ้านายคนนั้นเหรอ แล้วมาในฐานะอะไร ทำไมพี่ได้ยินคำว่าแฟน!

 แบมแบมที่ซีดอยู่แล้วยิ่งซีดลงไปอีก มองพี่ชายที่ยืนเท้าเอว จ้องหน้าเขาเขม็ง

พี่จะโกรธทำไม ในเมื่อพี่เองก็มางานนี้เหมือนกัน

“วันนี้หล่อเนอะ” แบมแบมเอื้อมมือไปแตะเสื้อสูทสีเทาของพี่ชาย พยายามเปลี่ยนเรื่องกันอย่างหน้าด้านๆ นิชคุณจับมือน้องไว้แล้วบีบอย่างแรงจนน้องร้องโอ๊ย

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ”

“ใครบอกว่ามาเป็นแฟน แบมแค่มาเป็นเพื่อนท่าน คุณยองแจ เอ่อ คุณเลขาของท่านเขามาด้วยไม่ได้..” แบมแบมดึงมือคืนแล้วสะบัดมือเร่าด้วยความเจ็บ น้ำตาคลอ

“ก้าวหน้าเร็วดีเนอะ จากเด็กฝึกงานก็ออกงานแทนเลขา แบมมีเรื่องอะไรที่ไม่ได้บอกพี่หรือเปล่า เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแบมกับเจ้านายแบม มีเรื่องปิดบังพี่ใช่ไหม?!” นิชคุณปลดกระดุมเสื้อสูท รั้ง Bow Tie ลง หงุดหงิด พออารมณ์ร้อน ใจร้อน ทุกอย่างก็ร้อนไปหมด!

แบมแบมตาโต มีพิรุธเมื่อพี่เดาได้ถูกเผง

“แบม..

“อย่าโกหก” นิชคุณหรี่ตามอง กดดันให้น้องคายความลับออกมาซะ

“จะให้แบมเล่า พี่ก็เล่ามาก่อนสิว่ามาที่นี่ได้ไง แบมได้ยินนะที่คุณคนนั้นบอกแม่เขาว่าพี่เป็นแฟนเขา” แบมแบมพยายามข่มอาการสั่นข้างใน เชิดหน้าถามกลับ

“เขาแค่ขอร้องให้พี่ช่วยกันคนที่พ่อแม่เขาจะดูตัวให้ ก็เท่านั้น เอ้า! เล่ามาสิว่าเป็นอะไรกับไอ้ประธานนั่นหรือเปล่า!

“ชี่! อย่าเสียงดังสิพี่ พูดจาแบบนั้นได้ไง” แบมแบมรีบยกมือตะครุบปิดปากสวยของพี่ชาย กลัวเสียงจะดังออกไปข้างนอก

“ทำไมพี่จะเรียกว่าไอ้ไม่ได้ ในเมื่อมันกล้ามายุ่มย่ามกับแกพี่ก็จะเรียก!” แบมแบมคิ้วขมวด มองพี่ชายที่เหมือนมียักษ์ประทับร่าง

บอกความจริงไปตอนนี้ มีแค่สองทางเท่านั้น เขาโดนพี่ฆ่าตายในห้องน้ำนี่ กับพี่ออกไปต่อยท่านข้างนอก ซึ่งทางที่สองพี่อาจโดนข้อหาทำร้ายร่างกายเอาได้

“อ่า..” แบมแบมร้อนใจ คิดหาข้อแก้ตัว

“จะอ้ำอึ้งทำไม!

“อย่ากดดันสิ! แบม..แบมกับท่านก็แค่ตกลงกันไว้ว่า” แบมแบมกัดริมฝีปาก สีหน้ากังวล มือทั้งสองที่กุมเข้าหากันก็อยู่ไม่สุข พี่ชายดูก็รู้ว่าตอนนี้น้องชายกำลังไม่สบายใจ

“ว่า?”

“พี่จะให้แบมเล่าให้จบไหม ขัดจังเลย” แบมแบมแสร้งทำเป็นรำคาญ นิชคุณถลึงตาใส่อีกฝ่าย

“อย่ามาลีลา”

“เออๆ แบมกับท่านตกลงกันว่าจะคบหาดูใจกัน ตอนนี้ศึกษานิสัยใจคอกันอยู่ พอใจหรือยัง!

            “คบหาดูใจ? ศึกษากัน? ทำไมแกไม่เคยบอกพี่เลยสักคำ” พี่ชายหน้านิ่วคิ้วขมวด

            “ที่ไม่บอกเพราะรู้ไงว่าพี่จะต้องทำตัวเป็นหมาบ้าคอยหวงแบม แบมโตแล้วนะพี่คุณ พี่ก็ปล่อยแบมบ้างเถอะ” เสียงหวานอ่อนลง หวังให้พี่ใจเย็นและยอมเข้าใจคำโกหกคำโตของตน

            “อ๋อ โตแล้ว แต่ก็ไม่ควรไปค้างอ้างแรมกับผู้ชายไหมล่ะ!” พอได้รู้ว่าน้องคบหาอยู่กับอี้เอิน นิชคุณก็ขุดเรื่องเก่ามาพูดด้วยทันที ตอนนั้นบอกแค่ไปค้างบ้านเจ้านาย แต่ที่แท้หาเรื่องไปค้างบ้านแฟนนี่เอง!

            พอเผลอปล่อยเข้าหน่อยล่ะหัดทำตัวแบบนี้เหรอ ร้ายนักนะแบมแบม

“เราไม่ได้มีอะไรกันเลยเถิดหรอกน่า” ถึงจะเกือบๆ มีไปแล้วก็เถอะ..

“ไว้ใจได้ที่ไหน แกยิ่งหน้าโง่หลอกง่ายอยู่ด้วย คนอย่างเขาจะมาคบแกจริงจังได้สักกี่วัน ระวังจะโดนหลอกฟันกินฟรีเหอะ!

คนขี้หวงยังคงพรั่งพรูคำพูดด้วยความเป็นห่วงออกมาไม่หยุด แม้จะเป็นคำพูดที่แรงมากในความรู้สึกของน้องชายก็ตาม นิชคุณมีอคติ เขาไม่เคยคิดว่าคนที่แตกต่างกันมาก ทั้งในเรื่องฐานะและการใช้ชีวิตจะเข้ากันและรักกันได้จริงๆ

แบมแบมยืนอึ้งกับคำพูดของพี่ชายที่แทงใจเขาจนพรุนไปหมด..

“จะได้กี่วันก็ช่างเถอะ..แบมเลือกแล้ว ถ้าจะเจ็บก็เรื่องของแบม”

“หึ..เรื่องของแกอย่างนั้นเหรอ ตอนโดนทิ้งอย่ามาร้องไห้ให้พี่เห็นแล้วกัน!

“แบมไปร้องไห้ที่อื่นที่ไม่ใช่ต่อหน้าพี่ก็ได้..แล้ว..พี่ไม่คิดบ้างหรือว่าท่านจะจริงจังกับแบม”

แบมแบมถามเสียงเบา แล้วก็ต้องรู้สึกแย่กับคำพูดต่อมาของพี่ชาย

“แกมันโง่แบม แฟนกันประสาอะไร แค่เรียกแฟนด้วยชื่อแกยังทำไม่ได้เลย แกเองก็น่าจะรู้นะว่าเขากับเราต่างกันแค่ไหน เขามีพร้อมทุกอย่าง ตรงข้ามกับเราที่แทบไม่มีอะไรเลย สิ่งที่แกมีและเป็นสิ่งที่เขาต้องการ มันจะเป็นอะไรไปได้นอกจากตัวแกเท่านั้นแหละ พี่ไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเขาจะหลงรักแกจริงๆ คนเราพบหน้ากันไม่กี่วันก็ชวนไปคอนโด มันน่าคิดไหมล่ะ พี่เป็นห่วงแกนะแบม”

“แบมรู้..แบมขอโทษที่ไม่ได้บอกพี่ก่อน แบมก็แค่..แค่อยากตัดสินใจเองบ้าง”

“แกชอบเขาเหรอ?” นิชคุณกอดอก คาดคั้น น้องชายก้มหน้า ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ

“ไม่ชอบแล้วไปคบกับเขาทำไม?”

“ก็..มันเลี่ยงไม่ได้นี่”

“เขาบังคับแกเหรอ!” เสียงที่เพิ่งอ่อนลงแผดดังขึ้นทันที แบมแบมสะดุ้ง

“เปล่า แบมก็แค่..อยากจะรู้จักเขาให้มากกว่านี้ เหมือนที่พี่บอกไงว่าเขาจะมาจริงจังอะไรกับคนอย่างแบม แบมอยากรู้ว่าเขาจะถอดใจเมื่อไร และเขาจะเลิกสนใจคนอย่างแบมตอนไหน”

แบมแบมยิ้มออกมาอย่างขมขื่น เขาเองก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะมีดีอะไรให้ท่านสนใจได้ ท่านแสดงเจตนาที่แท้จริงมาแต่แรกว่าต้องการแค่ตัวเขา และถ้าเมื่อไรเขาให้ไป ทุกอย่างมันก็จบ

“ถ้าพลาดท่าขึ้นมันมาจะลำบาก” นิชคุณพอได้ตะโกนก็ค่อยระบายอารมณ์หงุดหงิดไปมาก แต่เขาก็ยังห่วง

“แบมรู้..

“ชื่อเสียงไม่ค่อยดีนี่หมอนั่น ถ้าแกเผลอตัวเผลอใจไปด้วยเมื่อไรล่ะก็ ลำบากแน่”

“อืม..” พี่จะตอกย้ำอะไรนักหนานะ แค่นี้เขาก็เครียดจะแย่แล้ว เจอคนที่บริษัทว่าร้ายมาไม่พอ ยังต้องมาทนฟังพี่ตัวเองบ่นอีก ขอให้เขาได้พักหูพักสมองบ้างไม่ได้หรือไง

นิชคุณถอนหายใจ หันไปผูก Bow Tie ใหม่ เพื่อจะได้ออกไปพบทุกคนข้างนอกในสภาพที่ไม่ทุเรศจนเกินไปนัก

“โธ่เว้ย!” คนอารมณ์ร้อนผูกหูกระต่ายไม่ได้สักที

“มานี่” แบมแบมทำใจกล้าเดินเข้าหาพี่ชายเมื่อแน่ใจว่าพี่จะไม่อาละวาดใส่แล้ว มือนิ่มจับ Bow Tie ผูกให้ใหม่

นิชคุณหลุบตาลงต่ำ มองหน้าน้อง เมื่อแบมแบมจัดการผูกให้เสร็จแล้ว เขาก็รั้งน้องชายมากอด

“พี่หายโกรธรึยัง” แบมแบมรวบรวมความกล้าถามขึ้น

“ยัง”

“อ่าว”

“ถ้าแกอยากจะคบก็เรื่องของแก แต่อย่าไปเป็นของเล่นให้เขาก็พอ แม่กับพี่ไม่ได้เลี้ยงแกมาให้คนอื่นเขาทำร้ายได้ตามใจชอบ”

แบมแบมน้ำตาคลอกับถ้อยคำนั้น กอดพี่ชายไว้ พยักหน้า

“อือ..

“ออกไปเหอะ ป่านนี้คนพวกนั้นคงสงสัยแล้วว่าเรามาทำอะไรนานนัก โคตรน่าเบื่อเลยไอ้งานแบบนี้ มีแต่ไฮโซเดินกันเต็มงาน ไอ้ชุดนี้ก็ร้อนมากด้วย” นิชคุณบ่นอย่างไม่ชอบใจ แบมแบมอมยิ้ม

“พี่ชายแบมใส่ชุดแบบนี้ก็หล่อดีเหมือนกันนะ”

“อย่าล้อน่า!” นิชคุณมองน้องตาขวาง ลากแขนน้องออกจากห้องน้ำ

สองพี่น้องผงะไปเล็กน้อยเมื่อเจอคนรอหน้าห้องน้ำหลายคน แบมแบมก้มหัวขอโทษคนเหล่านั้น เร่งฝีเท้าตามพี่ชายไปให้พ้นจากตรงนี้

 

 

“เป็นแฟนกันจริงเหรอ น้องชายเขาก็ยังไม่รู้จัก” คุณคิมจับผิดลูกชาย ยูคยอมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“คุณเล็กเพิ่งตกลงเป็นแฟนกับเขาได้อาทิตย์เดียว เขาเคยบอกว่ามีน้อง แต่คุณเล็กไม่เคยเห็นหน้านี่ครับคุณพ่อ ไม่ได้ไปบ้านเขานี่นา หรือว่าคุณพ่ออยากให้คุณเล็กไปบ้านผู้ชายทั้งที่เพิ่งคบกัน?”

“หลอกหรือเปล่า?”

“คุณเล็กมีแฟนคุณพ่อก็หาว่าหลอก ทีตอนไม่มีแฟนนี่เร่งจังเลยอยากจะให้ลูกมี คุณพ่อต้องการให้คุณเล็กทำตัวยังไงกันแน่ครับเนี่ย” คุณหนูเริ่มจะงอนพ่อแล้วนะ

“เอาน่า เด็กเขารักชอบกันเราก็ปล่อยเขาไปเถอะครับ ถึงผมจะเสียดายนิดๆ ก็เถอะนะที่เจ้าชานซองไม่มีวาสนาได้เลื่อนจากพี่ชายยูคยอมเป็นอย่างอื่น” ฮยอนจูห้ามปรามไม่ให้เพื่อนคาดคั้นลูกชาย

ยูคยอมมองฮยอนจูด้วยสายตาขอบคุณจากใจเลย

“คุยอะไรกันเอ่ย ขอคุยด้วยคนสิครับ ไงมาร์ค จะไม่ทักทายพี่หน่อยเหรอ?”

ชายหนุ่มผิวขาวเดินเข้ามาแทรกการสนทนา ใบหน้าหวานมีรอยยิ้มสวยๆ ติดริมฝีปาก มาร์คจับมือนิ่มที่วางบนไหล่ตน

“สบายดีไหมครับพี่จินยอง”

“คำพูดห่างเหินนั่นมันอะไรกันห๊ะ! นายจะกวนประสาทพี่เหรอ?” จินยองจะเดินไปนั่งข้างฮยอนจูแต่ชายกลางคนกลับยกมือกัน

“จินยองต้องไปนั่งที่อื่นแล้วล่ะ ตรงนี้มันที่ของแฟนอี้เอินเขานะ”

“อะ..อะไรนะครับคุณลุง! แฟนใครนะครับ?” จินยองตกใจ คิดว่าลุงฮยอนจูพูดผิด

เอ๊ะ หรือว่าเขาหูเพี้ยน?

“แฟนอี้เอินไง ทำไมทำท่าทางเหมือนไม่รู้เรื่องเลยล่ะ นี่อี้เอินยังไม่บอกพี่เขาเหรอ?” ฮยอนจูชะโงกหน้าหลบจินยองที่ยืนขวางมาถามมาร์ค ชายหนุ่มส่ายหน้า

“ยังไม่มีโอกาสบอกครับคุณลุง”

“แฟนนายใครน่ะมาร์ค ทำไมพี่ไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย!” จินยองทั้งดีใจและน้อยใจ ตีไหล่น้องชายแรงๆ

“ก็

“ขอโทษที่มาช้านะครับ พอดีหลงทาง ห้องจัดเลี้ยงนี่กว้างมากเลย” นิชคุณเป็นคนเอ่ยขอโทษทุกคน ขัดการสนทนาระหว่างมาร์คและพี่ชาย คุณคิมมองหนุ่มหล่อเขม็ง

“ไม่เป็นไรหรอกพี่นิช มานั่งนี่สิ ข้างๆ คุณเล็กเนี่ย” นิชคุณเดินไปนั่งด้วยตามคำชวนของยูคยอม  พยายามวางเฉยกับสายตาของพ่อแม่ยูคยอมที่มองมาไม่หยุด

แบมแบมยืนเคว้ง ไม่มีที่นั่ง เพราะเก้าอี้ของเขาถูกผู้ชายสูงโปร่งคนหนึ่งครอบครองอยู่

“กันต์ นี่พี่ชายผมเองครับ พี่จินยองนะ อายุมากกว่าผมแค่ไม่กี่เดือนเอง” มาร์คแนะนำพี่ชาย ร่างบางโค้งให้จินยอง คนถูกแนะนำพยักหน้ารับช้าๆ มองสำรวจแบมแบม ยกยิ้มพึงพอใจ

“พี่จินยอง นี่กันต์พิมุกต์ครับ เรียกแบมแบมก็ได้”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าน้องชายจอมเรื่องมากของพี่จะมีตัวจริงกับเขาสักที”

โอ๊ย จินยองตื่นเต้นจนมือเย็นไปหมดละ อยากโทรไปบอกคุณปู่ตอนนี้เลย ท่านต้องดีใจมากแน่ๆ!

“แต่ว่าแบมกับทะ..

“คุณนั่งนี่นะครับ เดี๋ยวผมไปหาอะไรมาให้ทาน” มาร์คลุกขึ้นจากเก้าอี้ ขยับห่างออกมาแล้วดันแบมแบมให้นั่งแทนที่ตน วางมือบนไหล่บางทั้งสองข้าง ก้มลงเอ่ยกับแบมแบมแล้วผละไป

แบมแบมนั่งตัวลีบ ทำได้แค่ยิ้มให้พี่ชายของเจ้านายที่มองเขาแปลกๆ

“พี่ดีใจจังเลยที่เห็นมาร์คได้ดูแลใครกับเขาบ้าง ขอบใจมากนะแบมแบม ขอบใจจริงๆ”

จินยองจับมือนิ่มมากุมไว้ ท่าทางซาบซึ้งใจจนแบมแบมไม่กล้าเอ่ยความจริงเรื่องท่านกับตนไม่ได้เป็นอะไรกันออกไป

ท่านพาเขามาทำอะไรกันแน่ คงไม่ใช่อย่างที่เขาคิดใช่ไหม

ถ้าเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ..ข่าวลือและเสียงซุบซิบไม่ยิ่งแรงกว่าเดิมหรอกเหรอ ท่านต้องการอะไรกันแน่ เขาไม่เข้าใจเลย!

 

TBC.

**

ครึ่งหลังท่านยังไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวอีหนูเลยอ้ะ ยกไปตอนหน้า

ยังไม่อีดิทคำผิด






***

หมั่นหนูคิมจริมๆ บริษัทเขามีแยกห้องน้ำชายหญิงป้ะ? คิดซะว่าที่ TB ไม่แยกนะ 555555

เรื่องนี้มีแต่คนกลัวเราดราม่า ไม่เอาน้า อย่าคิดมากจิ เชื่อเรา 55555

เค้นอารมณ์หนักๆ เหมือนวิวาห์ไม่ไหว ไม่งั้นแนวเรื่องจะซ้ำซ้อน

เราจะหัดหื่นในเรื่องนี้แหละ-.,- แนวเพ้อฝัน ซินเดอเรลล่าอ่าเตง โรแมนซ์นิดๆ

เจ็ดสิบเปอร์นี้ไม่มีอะไร แต่อีกสามสิบเปอร์นั้นมีอะไรๆ (ล่ะมั้ง) อิ้__อิ้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 388 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6087 MayKamon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:56

    พี่มาร์คจะจริงจังใช่มั้ย

    #6,087
    0
  2. #6053 My love markbam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 12:41
    เปิดคัวน้องละสิ
    #6,053
    0
  3. #5988 MarkP_endear. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 15:21
    พามาแบบนี้คนยิ่งรู้ยิ่งเม้าท์ป่าว?? มีแผนอะไรกันแน่
    แอบสงสารแบมจะปฏิเสธทั้งที โดนขัดตลอด 55555
    #5,988
    0
  4. #5974 tTtT (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 18:02

    ท่านจะทำอะไรคะะะะะะ

    #5,974
    0
  5. #5959 นิรญา กลางเบิด (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 18:47
    คน-ไม่ว่าที่ไหนก็มีทั้งนั้น อยากให้จิตแพทย์แจ็คสันมาสวมบทบาทหมอหมาผ่าหมาออกจากปากจริงๆ พี่มาร์คก็อะไรสนุกรึไงความรุสึกคนอื่น เหอะไปให้ไกลๆเหอะพี่แบม
    #5,959
    0
  6. #5922 wtSunDra (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 10:27
    น้องแบมปฏิเสธไม่ได้เลยย เห้อมมม ท่านคะ ช่วยชัดเจนด้วยค้ะ
    #5,922
    0
  7. #5890 Harukim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 22:00
    ท่านคะ ท่านคิดจะทำอะไรอยู่เหรอคะ
    #5,890
    0
  8. #5836 ppploycb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 17:22
    โลกกลมจริงๆ555555555555 รู้จักกันไปหมด หวังว่าสักวันมาร์คจะชอบแบมจริงๆ
    #5,836
    0
  9. #5777 ChayapornSs (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 19:49
    จริงจังกับแบมได้ไหมมาร์ค คงเสียใจมากๆแน่ ถ้ามีดราม่า
    #5,777
    0
  10. #5635 ntn.9846 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 10:16
    ค่ะ โลกมันกลมจริงๆ
    #5,635
    0
  11. #5564 atita22049 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 18:58
    สักวันแกจะต้องรักแบม
    #5,564
    0
  12. #5554 hept (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:58
    อยากโดนพี่มาร์คพาไปเปิดตัวบ้างจัง
    #5,554
    0
  13. #4435 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 17:54
    เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วใช่ไหม อ๊ากกกก พี่มาร์คชอบน้องแบมแล้วใช่ไหมคะ อล้วยูคุณอ่ะ จะชอบกันยัง
    #4,435
    0
  14. #4389 PiPoTweeTy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 02:04
    ยูคเกือบดีแล้วหละ เกือบดี มีบีบน้ำตาอะไร 555555555555
    พี่มาร์คคงจะพาน้องมาเปิดตัวใช่ไหม ทั้งพี่ทั้งน้องเล๊ยยย
    #4,389
    0
  15. #4021 MBisme (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 12:42
    ฮาคุณหนูคิม นางบีบน้ำตาค้า  หือออพี่คุณจะทันคุณหนูคิมปะนิ 5555  ท่านคงวางแผนอะไรสักอย่างแน่ๆเลยแบมเราชีกคิดว่าท่านจะจริงจังละ แต่.. ความเป็นจริงท่านอาจขุดหลุมดักไว้ก็ได้ เดาไม่ออก เหมือนจะจริงจัง แต่มีอะไรแอบแฝง คงต้องรอเวลา หวังแค่ว่า วันหนึ่งน้องแบมรักท่านจริงๆ แล้วคงไม่ใจดำทำร้ายกัน้กินไปนะ  น้องแบมคงเจ็บหนักเลยหละ
    #4,021
    0
  16. #3624 Nalin Tip (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 10:11
    เฮ้อ เครียดแทนแบมอ่ะ เหมือนตกกระได พลอยโจนอยู่ตลอดเวลา พี่คุณก็แสนดี ปากร้ายเท่าทันขนาดไหน ก็แพ้ทางยัยลูกหมู คุณเลขา กับหมอหวังของเราจะพัฒนามั้ยน้า คุณหมอสู้ๆ
    #3,624
    0
  17. #3171 ` PuGun. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 17:17
    ท่านคิดอะไรอยู่ค๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #3,171
    0
  18. #2980 KarisKissTao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 15:17
    ยึ่ยยยยย ตัวจริงเลยมั้ยล้าาาา5555555
    #2,980
    0
  19. #2897 mellow_aa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 14:43
    นี่พามาเปิดตัวแบบนี้นี่คิดเองเออเองว่าจิงจังได้มั้ยคะ 555555555 โอ้ยย >< พิเศษกว่าคนอื่นจิงๆด้วยใช่มั้ยคะคุณอี้เอิน ดีใจจัง ฮ่าาาา หวังว่าจะไม่ได้คิดไปเองอะเนอะ ต้องมีใจบ้างแหละ เนอะๆ 
    คุณเล็กก็น่ารักนะคะ ขำตอนพี่น้องเจอกันมากอะ แอบคิดไว้อยู่ว่าเจอกันแล้วนี่จะเป็นยังไง 555555555 แต่พี่น้องคู่นี้หน้าตาดีทั้งคู่นะคะ เหมาะสมแล้วล่ะค่ะ 5555 
    #2,897
    0
  20. #2761 Midori Mori (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 11:58
    มือสั่นแรงงงงง โอ่ยยยยยยยย พี่มาร์คลุคนี่ ตายยยยยยยยยย
    #2,761
    0
  21. #2756 @fujinoii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 10:13
    มาร์คบุคลิกนี้ดูดีมากพูดสุภาพสมฐานะส่วนแบมน่ารักมาก
    #2,756
    0
  22. #2681 Castella_ombra (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 21:58
    กลัวใจจจจ
    #2,681
    0
  23. #2408 lovesujuniorkyu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 12:12
    กลัวคุณมาร์คทำร้ายจิตใจน้อง
    #2,408
    0
  24. #1950 M.m1nt (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:26
    กลัวใจคุณมาร์คจัง
    #1,950
    0
  25. #1910 namemy_jung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:50
    โหยยยย กลัวใจพี่ต้วน กลัวน้องแบมเจ็บ
    #1,910
    0