เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 4 : Chapter 3 : ยานอนหลับ 100% [อีดิทคำผิด]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,811
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 384 ครั้ง
    17 ส.ค. 58

 

           



 

                      

        

            “ท่านลงไปรอในบ้านไหมครับ” แบมแบมเอ่ยชวนเจ้านายขณะเปิดประตูรถหรู

            “ไม่ครับ คุณแค่ไปเอาชุดทำงานไม่ใช่เหรอ? ไม่กี่นาทีเองผมรอได้”

รอทั้งวันก็รอมาแล้ว

“คือ..” พอท่านเอ่ยมาอย่างนั้นแบมแบมก็เริ่มเกรงใจ เขาไม่ได้ต้องการเก็บเสื้อผ้าอย่างเดียวน่ะสิ

“แบม..เอ่อ ผมต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ คงจะนาน ผมว่าท่านลงไปรอในบ้านดีกว่า”

แบมแบมตัดสินใจเอ่ยตามตรง เขาไม่คิดไปอาบน้ำที่บ้านท่านอยู่แล้ว แค่ต้องไปค้างด้วยก็กลัวจะแย่ ให้ไปทำตัวเหมือนอยู่บ้านตัวเองเขาต้องเกร็งจนประสาทเสียแน่

“ไม่เป็นไร ไปอาบน้ำบ้านผมก็ได้”

            ไม่ใช่เวลามาใจดีนะครับท่าน

“ไม่ดีกว่าครับ” แบมแบมไม่ยินยอม ก้าวลงจากรถ มาร์คจึงต้องตามเข้าบ้านไปด้วย

เขาอยากเห็นเหมือนกันว่าบ้านกันต์พิมุกต์เป็นอย่างไร

 

 

 

            แบมแบมบอกให้เจ้านายนั่งรอที่ห้องนั่งเล่น เพราะบ้านเขาไม่ได้กว้างขวางขนาดมีห้องรับแขก และห้องนั่งเล่นนี้ก็เป็นห้องสารพัดประโยชน์ ใช้ทำทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่นั่งกินข้าว

            มาร์คเอามือไพล่หลัง กวาดสายตามองบ้านของลูกน้องเงียบๆ แม้จะไม่ใหญ่โตหรือกว้างขวางนัก แต่จัดวางข้าวของให้มีพื้นที่ใช้สอยได้ดีมาก เรียบง่ายแต่เป็นระเบียบ บ่งบอกถึงนิสัยของเจ้าของบ้าน ทั้งที่เป็นชายหนุ่มสองคนแต่บ้านกลับเรียบร้อยน่าอยู่มาก

            ชายหนุ่มหยุดมองที่ผนังด้านหนึ่งนานเป็นพิเศษ เหนือชั้นวางหนังสือไม้ที่เต็มแน่นด้วยหนังสือหลากหลายประเภท มีกรอบรูปหลายขนาดแขวนเต็มไปหมด รูปส่วนใหญ่คือลูกแกะตัวน้อยถ่ายคู่กับชายหนุ่มหน้าตาดีที่จะมองว่าหล่อก็ได้สวยก็ดี มาร์คดูไปเรื่อยๆ จนสะดุดกับรูปครอบครัว

            บ้านนี้แบ่งลูกพ่อกับลูกแม่ได้ชัดเจนดี ชายหนุ่มที่เป็นพี่ชายละม้ายคล้ายชายกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ที่ยิ้มแย้มนี้มากเลย ส่วนผู้หญิงคนเดียวในรูปดูอ่อนหวาน มีใบหน้าหวานน่ารัก ปากอิ่ม ตากลมโตสวยด้วยขนตายาว เรือนร่างเล็กบางไม่บอกก็รู้เลยว่าเป็นแม่ของแกะ ถอดกันมาอย่างกับก็อปปี้แล้ววาง 

            มาร์คสำรวจจนพอใจแล้วจึงไปนั่งที่โซฟา เอื้อมหยิบนิตยสารที่วางบนโต๊ะตัวเตี้ยมาเปิดดู

            “กลับมาแล้วเหรอวะแบม” มาร์คได้ยินเสียงของใครอีกคนที่อาศัยในบ้านขณะเปิดพลิกกระดาษสี่สีในมือ แต่คนคนนั้นยังไม่ได้เดินมาแถวที่เขานั่งอยู่

“คืนนี้แบมไปค้างบ้านเจ้านายนะ” มาร์คได้ยินเสียงตอบโต้ของลูกน้อง

“เจ้านาย? ใคร? ไปทำไม?”

“เอาน่า ถามเยอะแยะจัง นี่นึกว่านอนไปแล้ว”

“ถ้านอนก็ไม่เห็นสิ”

มาร์คเอนกายพิงพนักโซฟา ไขว่ห้าง อ่านตัวหนังสือผ่านสายตาแก้เบื่อ แต่ไม่ได้สนใจจำสิ่งที่อ่านไว้ เพราะมันก็แค่บทความไร้สาระ

“เฮ้ย! คุณเป็นใครเนี่ย!” มาร์คชะงัก เงยหน้าหันไปทางซ้ายมือ จึงเห็นชายหนุ่มคนเดียวกับที่เขาเห็นในรูปคู่กับกันต์พิมุกต์ยืนมองตนด้วยท่าทางตกใจ

“สวัสดีครับ คุณคงเป็นพี่ชายของกันต์พิมุกต์ ยินดีที่ได้รู้จัก” มาร์คก้มหัวทักทายเล็กน้อย ยิ้มให้นิชคุณ ชายหนุ่มในชุดนอนมุ่นคิ้ว มองมาร์คสลับกับหนังสือที่อยู่ในมืออีกฝ่าย

ผู้ชายคนนี้หน้าเหมือนคนที่อยู่บนปกนิตยสารธุรกิจที่เขาซื้อมาเลย!

เดี๋ยวนะ ไอ้แบมมันทำงานที่ทีบีเอนเตอร์ไพรซ์ แล้วเจ้าของทีบีคืออี้เอินต้วน อี้เอินต้วนก็คือเจ้านายไอ้แบม  

“นี่น้องผมต้องไปค้างที่บ้านคุณเหรอ!!!” นิชคุณตะโกนออกมาเสียงดังลั่นจนมาร์ครู้สึกแสบหู แต่ไม่ได้เอ่ยต่อว่า

“ครับ”

“พี่เป็นอะไร!” คนที่ยังไม่ได้อาบน้ำรีบวิ่งออกมาดูว่าพี่ชายเป็นอะไร ถึงร้องซะเสียงดังจนเขาตกอกตกใจ

“อะ..อะไร! มองทำไม มีอะไรก็พูดมาสิ! คนเขาตกใจนะ นี่ทะเลาะกันเหรอ หรือยังไง เฮ้! จะไม่มีใครอยากบอกแบมเลยเหรอ”

แบมแบมตีแขนแน่นๆ ของพี่ชายไปเสียงดังสนั่นหูดีแท้ มาร์คมองลูกน้องที่ทำหน้าตกใจได้เหมือนพี่ชายเป๊ะแล้วเลื่อนจากใบหน้าลงไปหาสิ่งที่ดึงดูดสายตามากกว่า

“กลับไปอาบน้ำไป๊!” นิชคุณรีบเอาตัวบังน้องแล้วให้แบมแบมกลับเข้าห้องไป แบมแบมงงเมื่อถูกพี่ชายดันจนหน้าเกือบทิ่มพื้น

ไอ้เด็กบ้า แกกล้าออกมาจากห้องทั้งที่ใส่เสื้อทำงานตัวเดียวได้ยังไง ใครใช้ให้อวดขาอ่อนกับคนแปลกหน้าห๊ะ! ดีนะเชิ้ตมันยาวน่ะ

“โอ๊ย! ทำไมต้องผลักด้วยเล่า พี่โรคจิตหรือไง” แบมแบมกระฟัดกระเฟียดเดินกลับห้องทั้งที่ยังไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรผิดไป พี่คุณนี่เข้าใจยากจริงๆ

นิชคุณถอนหายใจ มองจนน้องเข้าห้องไปแล้วจึงหันมาทางมาร์ค

“ทำไมแบมต้องไปนอนบ้านคุณครับ” น้ำเสียงเข้มและจริงจังมากด้วย

“การที่น้องชายคุณไปนอนบ้านผม มันต้องมีเหตุผลด้วยหรือครับ”

“ต้องมีสิครับ”

นิชคุณว่าตนเองไม่ได้ระแวงมากเกินไปหรอก ถึงเขาจะบ่นน้องทุกวันว่ามันไม่น่ารักบ้างล่ะ หน้าแย่บ้างล่ะ อ้วนบ้างล่ะ แต่ทุกคำที่ว่าก็ตรงข้ามกับความจริงหมด เขาว่าเพราะอยากให้แบมแบมมันคิดจริงจังว่าตัวมันไม่มีใครหลงผิดมาเอาไปเป็นแฟนได้

เขาหวงน้องมาก เมื่อกี้แบมแบมเพิ่งจะอวดขาสวยๆ ให้เจ้านายดู และเจ้านายของแบมแบมก็ไม่น่าไว้ใจ จะว่าเขาเชื่อข่าวก็ช่างเถอะ แต่เขาเชื่อไว้ก่อน

มีเหตุผลอะไรเจ้าของบริษัทถึงได้มารู้จักกับเด็กฝึกงาน? แบมแบมเพิ่งเข้าไปทำงานได้กี่วันเอง สนิทกันขนาดชวนไปค้างบ้านแล้วเหรอ?

จะนึกหาเหตุผลยังไงก็นึกไม่ออก มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย

“ค้างทำไม เพื่ออะไร ไปกันกี่คนเหรอครับ ผมไม่เคยรู้เลยว่าคนระดับผู้บริหารก็สนิทสนมกับเด็กฝึกงานด้วย”

นิชคุณพูดเบาที่สุดแล้วนะ เกรงใจ กลัวว่าใส่อารมณ์มากไปน้องจะเดือดร้อนเพราะคำพูดของเขา  เขาคงไม่ได้เจอมาร์คอีก แต่น้องเขาต้องทำงานที่ทีบีอีกหลายเดือน

“ไม่ได้สนิทสนมหรอกครับ แต่อยากสนิทกันให้มากขึ้นเลยชวนไปนอนที่บ้าน ส่วนที่ถามว่าไปทำไม เขาไปเพราะผมอยากให้ไป เพื่ออะไร เพื่อตัวผมเอง ไปกันกี่คน แบมไปคนเดียวครับ”

นิชคุณบอกได้เลยว่าผู้ชายคนนี้กวนประสาทเขาได้รุนแรงมาก

ถ้าไม่ติดแบมแบมเขาตะเพิดออกจากบ้านแล้ว ทำไมคนรวยมันทำตัวได้น่าหงุดหงิดกันทุกคนเลยวะ

“ถ้าผมไม่อนุญาตล่ะ?”

“น้องคุณบรรลุนิติภาวะแล้ว เขามีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตนเอง และเขาก็ตัดสินใจจะไปบ้านผมแล้วครับ”

อ่าหงุดหงิดจังเลย เขาไม่ชอบหน้าเจ้านายแบมแบมเลยให้ตาย

“คุณรู้จักแบมแบมได้ยังไงครับ”

“เดินสวนกันที่บริษัทสิครับ ทำไมคุณถึงคิดว่าผมจะไม่รู้จักพนักงานของตัวเอง” มาร์คยิ้มน้อยๆ และนั่นทำให้นิชคุณรู้สึกขวางหูขวางตา

ไม่แปลกหรอกที่เจ้าของบริษัทจะรู้จักพนักงานของตัวเอง แต่มีเหรอที่จะรู้จักและจำพนักงานระดับล่างที่ไม่มีความสำคัญต้องจดจำได้ และแบมแบมก็ยังเป็นเพียงแค่นักศึกษาฝึกงานอีกต่างหาก แค่เดินสวนกันแล้วทำไมต้องสนใจอยากสนิทกันขนาดนี้ ความจำเป็นอยู่ไหน?

นิชคุณเพิ่งเชื่อคำที่แม่บอกนี่ล่ะเรื่องถูกชะตาไม่ถูกชะตาอะไรนั่นน่ะ เขากำลังรู้สึกไม่ชอบหน้าเจ้านายของน้องชาย

“มีเหตุจำเป็นอะไรที่ต้องสนิทสนมกันครับ”

“ถูกชะตา ประมาณนั้นล่ะมั้งครับ”

นิชคุณมองไม่เห็นความเอ็นดูในสายตาของอี้เอินยามพูดถึงแบมแบมเลย

ชายหนุ่มเจ้าของบ้านเดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัว ตั้งใจมองมาร์ค และมองจ้องอย่างไร้มารยาทด้วย มาร์ครู้สึกอึดอัด แต่ยังทำท่าทางปกติ

พี่ชายกันต์พิมุกต์นี่น่ารำคาญจริงๆ แต่เขาไม่สนใจผู้ชายคนนี้หรอก เขาสนใจแค่กันต์พิมุกต์คนเดียว

กระทั่งแบมแบมอาบน้ำเสร็จแล้ว มาร์คและนิชคุณก็ไม่ได้คุยอะไรกันเพิ่มเติมอีกเลย นอกจากมองหน้ากัน เหมือนแข่งกันว่าใครจะหมดความอดทนก่อนกัน

“อ่าว นี่พี่ยังไม่ไปนอนอีกเหรอ?”

“ยัง” นิชคุณมองน้อง หงุดหงิด ไม่ชอบใจเลยที่แบมแบมจะไปค้างบ้านผู้ชาย

ร่างบางมองเจ้านายและพี่ชายสลับกันไปมาอย่างงุนงง มือเล็กขยี้ผมนุ่มที่เพิ่งไดร์ให้พอหมาดเพราะไม่อยากให้เจ้านายเสียเวลารอนาน ทำให้ผมนิ่มสีเข้มยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงแต่ขับเน้นให้ดวงหน้าหวานน่ารักกว่าเดิม และพอแบมแบมสวมเพียงเสื้อยืดแขนยาวตัวโคร่งกับกางเกงผ้านิ่มขายาวสีเทายิ่งทำให้ดูตัวเล็กเข้าไปอีก

“เสร็จแล้วใช่ไหมครับ” มาร์คยิ้มให้แบมแบม คำพูดคำจายังสุภาพเสมอต้นเสมอปลาย แต่นิชคุณฟังแล้วตงิดหัวใจพิกล

เขารู้สึกว่าไอ้ท่าทางสุภาพมันแค่เปลือกนอกเท่านั้น คงไม่ใช่คนประเภทเสือห่มหนังแกะไว้หลอกตาลูกแกะโง่ๆ อย่างน้องชายเขาใช่ไหม?

ถึงแบมแบมจะเป็นเด็กฉลาด แต่บางทีมันก็ซื่อบื้อเฉียดใกล้คำว่าโง่แค่เส้นบางๆ เท่านั้น

“ครับ เราไปกันเลยไหมครับ คุณมาร์คจะได้ไปพักผ่อนเร็วๆ”  แบมแบมกอดกระเป๋าที่ใส่ทั้งเสื้อผ้าและของส่วนตัวเตรียมไปทำงานพรุ่งนี้เอาไว้ ในสายตาพี่ชายท่าทางแบบนี้ช่างน่าเอ็นดู

“ไปนะ” แบมแบมโบกมือลาพี่ชาย

“เดี๋ยว มือถือแบตฯเต็มหรือเปล่า” นิชคุณรั้งไหล่น้องชายไว้จนคนตัวเล็กเซติดมือพี่ชาย  

“หา? เอ่อ ก็..” แบมแบมล้วงโทรศัพท์ที่ตกรุ่นไปตั้งแต่สามปีก่อนออกมาจากกระเป๋ากางเกงนอนเพื่อดูหน้าจอ

“เหลือครึ่งนึง แต่แบมเอาแบตฯสำรองไปละ ไม่ต้องห่วง” แบมแบมยิ้มหวานให้พี่ชาย

“เออดี มีอะไรก็โทรมาหาพี่นะ”

“อะไร? จะมีอะไรให้โทรหาล่ะ?” แบมแบมงง

“เออน่า”

“อือๆ เข้าใจแล้ว”

มาร์คเห็นท่าทางห่วงใยของพี่ชายแบมแบมแล้วตัดสินใจจับข้อมือแบมแบมไว้ โค้งให้นิชคุณเล็กน้อย

“ลาก่อนนะครับ” มาร์คเอ่ยแล้วดึงแบมแบมให้เดินตาม ขืนไม่พาออกจากบ้านสักทีคุณพี่ชายก็คงหาทางรั้งไว้อีก

นิชคุณมองแบมแบมที่ก้าวออกจากบ้านแล้วปิดประตูตามหลังเจ้านายไป รู้สึกเหมือนโดนขโมยน้องไปเลย ถึงแบมแบมจะน่ารัก แต่มันเป็นเด็กผู้ชาย เจ้านายมันคงไม่หน้ามืดทำอะไรมั้ง

 

 

 

“พี่ชายคุณท่าทางจะหวงคุณน่าดูเลยนะ”

“ครับ พี่เขาขี้ห่วงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” แบมแบมตอบพลางค่อยๆ ดึงข้อมือตนคืนมาจากมืออีกฝ่าย

“พี่ชายคุณชื่ออะไร”

“นิชคุณครับ เรียกว่าคุณก็ได้”

“ทำไมคุณชื่อแบมแบม”

“เอ่อ..พี่เป็นคนตั้งน่ะครับ เขาดูการ์ตูนแล้วชอบเด็กน้อยที่แข็งแรงที่สุดในเรื่อง เลยตั้งชื่อผมตามนั้น”

“เข้าใจคิดนะ” มาร์คหัวเราะเบาๆ แข็งแรงเหรอ?

“ผมว่าน่าจะชื่อแลมมากกว่านะ” ชายหนุ่มมองแบมแบมแล้วอมยิ้ม

“หา..หมายถึงผมเหรอครับ” แบมแบมงงเมื่อจู่ๆ ก็ได้ชื่อใหม่

“ใช่”

“แลม..เอ่อ โคมไฟ? เกี่ยวอะไรกันล่ะครับ” แบมแบมเผลอยกมือเกาหัว คราวนี้มาร์คหัวเราะเลย

“ไม่ใช่แลมพ์ (lamp) ที่แปลว่าโคมไฟ แลม (lamb) ที่แปลว่าลูกแกะต่างหาก”

“ท่านอ้ะ!” แบมแบมลืมตัวหันไปทำเสียงกระเง้ากระงอดใส่มาร์คเหมือนที่ทำกับคนสนิทเวลางอน ก่อนชะงักเมื่อรู้ว่าไม่สมควร แต่มาร์คกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าเอ็นดูขึ้น

เผลอแสดงท่าทางธรรมชาติออกมาอีกแล้วสิ

“คุณไม่ได้บอกเรื่องของเราให้พี่ชายคุณรู้สินะ”

“ไม่ครับ แบม..เอ่อ..ผมไม่กล้าบอก” ยังไงก็บอกไม่ได้เด็ดขาด เขายอมมีความลับกับพี่เรื่องหนึ่งแต่จะไม่ยอมเห็นสายตาผิดหวังเหมือนที่ได้รับจากจีมินแน่นอน

“เวลาเราอยู่กันสองคนคุณแทนตัวเองว่าแบมก็ได้นะครับ ถ้านั่นจะทำให้เราสนิทกันมากขึ้น”

มาร์คหันมาอนุญาต ก่อนจะเปิดประตูรถให้คนตัวเล็กขึ้นไปนั่ง แบมแบมขอบคุณเขาเบาๆ

ถ้าไม่มีสัญญาประหลาดระหว่างกัน แบมแบมคงจะดีใจและรู้สึกโชคดีล่ะนะที่ท่านเอาใจใส่

เฮ้อ แต่มันก็เป็นได้แค่เรื่องในอดีตเท่านั้น

 

 

 

 

ชายหนุ่มหน้าสวยคนหนึ่งก้าวลงจากรถหรูสีดำที่คนขับเปิดประตูรอ ส่งกระเป๋าให้คนรับใช้ที่มายืนรอ ขาเรียวก้าวเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์ Modern Classic เรียบหรูที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1000 ตารางเมตร

ทันทีที่ก้าวเข้าห้องโถง ร่างบางก็หยุดถามกับคนรับใช้เมื่อไม่ได้ยินเสียงวิ่งตึงตังของลูกชายที่วิ่งมาหาเขาอย่างทุกทีที่เขากลับมาถึงบ้าน

“ลูกฉันไปไหน?”

“เอ่อ..

“แจบอมมาที่นี่อย่างนั้นเหรอ?” ชายหนุ่มเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจ เดาไม่ยากว่าลูกจะหายไปไหน

คนรับใช้พากันหลบตากลัวคุณชายใหญ่ของบ้านจะอาละวาด

“ฉันถามก็ตอบมาสิ!

“ค..ค่ะคุณชาย..คุณแจบอมเธอมาหาคุณหนูน้อยวันนี้ บอกว่าจะพาไปเที่ยวแล้วค้างที่บ้าน เธอบอกว่าขอคุณชายไว้แล้ว พวกเราก็เลย..เอ่อ” หญิงสาวในชุดเมดคนหนึ่งใจกล้าเอ่ยตอบ

“อิมแจบอมนะอิมแจบอม!” จินยองหงุดหงิดเมื่อสามีแอบมาพาลูกเขาไปบ้านตัวเองอีกแล้ว นี่มันยังไม่ถึงเวลาที่ตกลงกันไว้สักหน่อย!

เขาเพิ่งจะได้กลับเข้าบ้านก็ต้องออกจากบ้านไปตามลูกอีกแล้ว แจบอมนี่สร้างแต่ความลำบากให้เขาจริงๆ

“จิน..เพิ่งกลับมาก็จะออกไปอีกแล้วเหรอ ไม่เหนื่อยหรือไง”

เสียงเครือต่ำของชายชราดังขึ้นดึงความสนใจของคนที่กำลังจะก้าวออกจากบ้านหันมามอง จินยองรีบก้าวเข้าไปกอดแขน

“ทำไมคุณปู่ถึงไม่ห้ามล่ะครับ ปล่อยให้แจบอมเอาลูกผมไปได้ยังไง”

“คนเขาพ่อลูกกัน จินฮวานเองก็อยากเจอพ่อนะ เราไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกอยู่แล้ว ปล่อยให้พ่อเขาเอาไปเลี้ยงบ้างจะเป็นไรไป” คุณปู่เอ่ยเนิบๆ ทำให้คนที่ร้อนใจต้องสะกดกลั้นอารมณ์ให้ดาวน์ตามไปด้วย

“หึ! คนอย่างแจบอมน่ะหรือครับจะเลี้ยงลูกให้ดีได้ มีแต่จะพาลูกเสียคนน่ะสิครับ ถ้าจินฮวานโตขึ้นมาเหมือนแจบอมผมคงอกแตกตายแน่”

จินยองกอดอก ไม่พอใจสามีที่เขาอยากจะให้เป็นอดีต แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่ยื้อเวลาอยู่นั่น ลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เสมอเวลาเขาพูดเรื่องหย่า

“เจ้าจินฮวานต้องโตมาเป็นคนแบบแม่หรือถึงจะดี เราเองก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบเต็มร้อยให้ลูกเอาเป็นแบบอย่างได้ทุกเรื่องไม่ใช่รึ”

“คุณปู่” จินยองทำเสียงโอดครวญเมื่อโดนคุณปู่ที่เคารพรักพูดย้อนเข้าหาตัวเขาซะอย่างนั้น

“อย่าคิดมากเลยน่า เดี๋ยวหน้าก็เหี่ยวก่อนวัยหรอก และอย่าเถียงด้วยนะว่ามีเงินซื้อครีมกระปุกละหลายแสนวอนน่ะ กลับมาบ้านก็ทำใจให้สบาย ยิ้มแย้มกับปู่บ้างเถอะ นี่กินอะไรมาหรือยัง”

ชายสูงวัยที่ยังแข็งแรงและสง่างามเอ่ยกับหลานชายแท้ๆ อย่างใจเย็น มีรอยยิ้ม ชี้หน้าดักคอกันด้วย จินยองหัวเราะออกมาเมื่อโดนเย้า อารมณ์ค่อยดีขึ้น

“ขอโทษนะครับที่โวยวาย ผมยังไม่ได้กินเลย คุณปู่ล่ะครับทานหรือยัง” จินยองปรับอารมณ์ให้เย็นลง ยิ้มให้ญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่เหลืออยู่

“ปู่กินเรียบร้อยแล้ว นี่น้องมันติดต่อหาเราบ้างหรือเปล่า เจ้าอี้เอินหายหน้าหายตาไปเป็นอาทิตย์แล้ว ไม่กลับบ้านมาหาปู่บ้างเลย” ซังวูบ่นกับหลานชายด้วยความห่วงใยและคิดถึงคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่

“มันก็คงยุ่งๆ กับงานนั่นล่ะครับ ใกล้จะเปิดตัวเกมใหม่อีกแล้ว บอกจะส่งตัวอย่างมาให้จินฮวานลองเล่นด้วย ไว้มันว่างเมื่อไรก็กลับมาเองล่ะครับ” จินยองคล้องแขนคุณปู่ไว้ พากันเดินไปที่ห้องนั่งเล่น สรรพนามที่ใช้แสดงถึงความใกล้ชิดสนิทสนมที่มีต่อน้องชาย

“เฮ้อ..เอาแต่ทำงาน ไม่คิดจะมีครอบครัวบ้างเลย เมื่อไหร่ปู่จะได้มีหลานสะใภ้สักที” ซังวูค่อยๆ นั่งลงบนโซฟาตัวโปรด โดยมีหลานชายนั่งลงข้างกัน

“เห็นทีจะยากครับ ไม่แน่อี้เอินอาจไม่แต่งงานเลยก็ได้ คงกินทิ้งกินขว้างไปเรื่อยๆ ตามประสา”

จินยองไม่ได้จะว่าน้องหรอก แต่คิดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่มาร์คจะใช้ชีวิตโสดไปเรื่อยเปื่อยมากกว่าจะมีครอบครัวจริงจัง

“ปู่มีหลานเขยแล้วนะ มีเหลนชายแล้ว ปู่อยากจะอุ้มเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อีกสักคน หวังที่จินก็ไม่ได้แล้ว” ซังวูรักเหลนชายดั่งแก้วตาดวงใจ แต่ยังอยากให้จินฮวานมีน้องออกมาวิ่งเล่นเป็นเพื่อนกัน อยากได้ยินเสียงเด็กๆ เต็มบ้านตามประสาคนแก่

“ถ้าจะให้ผมมีลูกกับแจบอมอีกคน คุณปู่ให้ผมหาสามีใหม่แล้วทำลูกใหม่ยังง่ายกว่า” จินยองเบะปากยามเอ่ยชื่อสามี ซังวูอมยิ้ม

“ปู่ไม่ได้หวังที่เจ้าแล้วไง หวังที่อี้เอินแทน”

“ผมกลัวคุณปู่จะผิดหวังเพราะเป็นหวังที่ไม่มีจุดหมาย คุณปู่ก็รู้ว่าถ้าอี้เอินยังทำใจไม่ได้ มันก็คงไม่คิดที่จะมีครอบครัวของตัวเอง ดูสิครับที่ผ่านมามันนอนกับคนนู้นคนนี้มากี่คนแล้ว ไม่มีใครหลุดมีลูกกับมันสักคน คนที่หวงชีวิตโสดและจมอยู่กับอดีตแบบอี้เอินน่ะหวังอะไรไม่ได้หรอก”

จินยองเห็นใจและเข้าใจอี้เอินดี ซังวูพรูลมหายใจยาว

“ถึงจะยากแต่ปู่ยังเชื่อว่าจะมีสักคนนะ คนที่เกิดมาเพื่ออี้เอินจริงๆ คนเราบนโลกนี้ไม่ได้เกิดมาสมบูรณ์พร้อมหรอกนะจิน เราต้องการใครสักคนมาเติมเต็ม คนที่เข้ากับเราได้พอดี การที่ยังหาไม่เจอไม่ใช่ว่าเราไม่มี เมื่อถึงเวลาคนคนนั้นก็จะมาปรากฏตัวต่อหน้าเราเอง”

“ขอให้คุณปู่สมหวังแล้วกันนะครับ” จินยองเพียงพูดเพื่อเอาใจปู่เพราะใจคัดค้าน ตราบใดอี้เอินยังไม่เปิดใจและยังมีจิตแพทย์ประจำตัว เขาไม่คิดว่าน้องจะมีใครคนนั้นแน่

 

 

 

 

แบมแบมยืนอึ้งกับที่อยู่อาศัยของเจ้านาย รู้ว่าเจ้านายร่ำรวยติดท็อปของประเทศ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะได้มาเห็นเพ้นท์เฮ้าส์หรูๆ แบบนี้ด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต

แค่ของตกแต่งในบ้านนี้สักชิ้น เขาทำงานทั้งปียังไม่มีปัญญาซื้อด้วยซ้ำ

“เข้ามาสิ” มาร์คเปิดประตูบ้านแล้วยืนรอให้ลูกแกะขนฟูอุ้มกระเป๋าเดินเข้าไปก่อน แบมแบมสะดุ้งก่อนจะรีบเดินเข้าไปในบ้านเจ้านาย

เพ้นท์เฮาส์แห่งนี้มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 600 ตารางเมตร อยู่บนชั้น 40  เมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามาแบมแบมก็เจอเข้ากับโถงเล็กๆ ที่เชื่อมต่อทางเดินก่อนเข้าไปถึงพื้นที่ด้านใน ผนังด้านหนึ่งกรุกระจกและมีภาพถ่ายตกแต่งอยู่ แบมแบมยังไม่ทันได้ดูอย่างละเอียดก็ต้องรีบเดิน จึงได้เห็นว่าผนังอีกด้านประดับภาพวาดที่เขาดูแล้วไม่เข้าใจไว้ด้วย เป็นภาพศิลปะที่คนรวยเขาชอบซื้อมาติดบ้าน ซึ่งแบมแบมก็ไม่รู้ว่าเจ้านายตัวเองมีอารมณ์สุนทรีหรือแค่ซื้อมาประดับให้ดูเก๋เฉยๆ

มาร์คกอดอก มองลูกแกะที่มองบ้านเขาด้วยท่าทางสนอกสนใจ แต่ก็ไม่กล้าเดินไปไหนไกลจากเขา

ท่าทางตื่นๆ นั่นน่ารักดี

“คุณเดินดูบ้านผมก่อนก็ได้นะ ผมจะไปอาบน้ำ”

แบมแบมสะดุ้ง ขวัญอ่อนกว่าปกติเมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านของเจ้านาย เขาหันมาพยักหน้าให้มาร์ค เมื่อเจ้านายเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง แบมแบมจึงเดินดูบ้านเจ้านายต่อ ท่านอนุญาตแล้วนี่

ถัดจากพื้นที่ด้านหน้าก็เป็นพื้นที่หลักที่แบ่งเป็นห้องครัว ที่รับประทานอาหาร และห้องรับแขก โดยพื้นที่ทั้งสามส่วนเปิดโล่งถึงกันทั้งหมด ถัดจากนั้นจะเป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ แบมแบมวางกระเป๋าเก่าๆ ของตัวเองไว้บนพื้นข้างโซฟาหรู เดินไปดูตู้โชว์ที่เป็นที่เก็บของสะสมของเจ้านาย

โมเดลเครื่องบินเต็มไปหมดเลย สวยๆ ทั้งนั้น ท่านชอบเครื่องบินสินะ..

เมื่อเดินต่อจากห้องนั่งเล่นเข้าไปด้านในทางขวามือแบมแบมก็เห็นว่ามีบันไดวนเล็กๆ ขึ้นไปชั้นบนด้วย ร่างบางตาวาวเมื่อเห็นว่าที่ชั้นสองมีชั้นหนังสือเรียงรายเต็มผนัง

แบมแบมไม่ได้คิดจะขึ้นไปชั้นสองเพราะจะเข้าไปในห้องใดห้องหนึ่งในเพ้นท์เฮ้าส์นี้ก่อนจะได้รับอนุญาตหรอก แค่อยากขึ้นไปดูหนังสือเท่านั้นเอง

“ว้าว” แบมแบมเดินมองชั้นหนังสือสีดำด้วยดวงตาเป็นประกาย แต่ทำได้แค่ชื่นชมเพราะไม่กล้าหยิบมาอ่านสักเล่ม นี่มันเหมือนความฝันของเขาเลยนะ เขาอยากจะมีชั้นหนังสือที่มีหนังสืออัดแน่นเต็มผนังบ้านแบบนี้บ้าง เหมือนห้องสมุดย่อมๆ ส่วนตัวเลย

ร่างบางหยุดมือที่ไล้ไปตามสันหนังสือ หักห้ามใจจากสิ่งที่ชอบแล้วเดินไปที่ระเบียง เลื่อนกระจกออก จึงเห็นว่าเป็นพื้นที่โล่งกว้าง พื้นที่เอาท์ดอร์ด้านนอกนี้มีขนาดกว้างมาก แบมแบมกะด้วยสายตาน่าจะกว้างกว่าร้อยตารางเมตร

“สุดยอดไปเลย..” แบมแบมเกาะกระจกมองวิวพาโนราม่าบนชั้นที่ 40 ด้วยความทึ่ง อำนาจเงินนี่มันดีจังเลย สามารถหาบรรยากาศสวยๆ และวิวดีๆ มาเป็นของตัวเองได้ด้วย

ท่านได้อยู่ในห้องที่มองเห็นวิวพวกนี้ทุกคืนเลยสินะ น่าอิจฉาจังเลย เหมือนที่เคยเห็นในหนังเลยล่ะ

เมื่อมองจากตรงนี้ลงไปที่ชั้นล่าง แบมแบมถึงเพิ่งเห็นว่าบ้านเจ้านายมีสระว่ายน้ำเล็กๆ ด้วย..

แบมแบมไม่กล้าเดาเลยว่าที่นี่จะราคาแพงมากแค่ไหน เพราะเดาไปก็คงไม่ถูกอยู่ดี ต้องเป็นจำนวนตัวเลขที่ต่อให้เขาเกิดอีกสักสามชาติก็ยังซื้อไม่ได้

ดูจากตรงนี้เหมือนทั้งเมืองเต็มไปด้วยดาวเลยนะ เห็นแสงไฟเต็มไปหมด มองแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าของเมืองนี้ทั้งเมืองเลย

บ้านท่านสวยขนาดนี้ทำไมไม่มีเพื่อนมานอนด้วยนะ น่าแปลกใจจริงๆ เลย

แบมแบมดื่มด่ำกับบรรยากาศสวยงามยามค่ำคืนของเมืองหลวง ไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว

“สวยมากใช่ไหมล่ะครับ..

แบมแบมสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆ เสียงท่านก็ดังขึ้นใกล้หูเขา ไม่มาแค่เสียง ริมฝีปากเย็นยังเม้มเบาๆ ที่ใบหูเขาอีกด้วย มือเล็กยกขึ้นจับบริเวณที่เพิ่งโดนสัมผัสไป ขนลุกวาบ..

มาร์คยืนซ้อนหลังบาง วางมือทาบลงบนมือนิ่มที่วางบนกำแพงกระจก

“ผมชอบวิวที่นี่ รู้สึกเหมือนทุกอย่างอยู่ในกำมือ”

มาร์คเล่าเรื่อยๆ แบมแบมก็รู้สึกเกร็งขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน..

แบมแบมไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้านายจะต้องมายืนใกล้เขาขนาดนี้ อยากหันไปหรอกนะแต่ไม่กล้าขยับตัวเลย รู้ได้เลยว่าถ้าถอยสักก้าวหลังเขาต้องชนตัวท่านแน่นอน

ใบหน้าหวานเอียงหลบปลายผมที่ยังชื้นเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ มันไม่ได้โดนแค่ปลายผมไง จมูกท่านก็เกือบจะโดนแก้มเขาด้วย..

“คุณดูสนใจวิวที่นี่นะ อยากมาทุกวันไหมล่ะครับผมจะบอกรหัสเข้าบ้านให้ อ้อ ที่นี่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงมาก ผมต้องบอกผู้ดูแลด้วยว่าอนุญาตให้คุณขึ้นมาหาผมได้ตลอดเวลา..เป็นพิเศษ”

มือสวยลูบไล้ที่มือนิ่มเบาๆ ไล่มาที่แขนเรียวจนร่างบางขนลุก ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงไปหาคนตัวเล็กมากขึ้น

ร่างสูงรู้สึกชอบกลิ่นแป้งกับกลิ่นครีมอาบน้ำจากตัวแกะขนฟูมากกว่ากลิ่นน้ำหอมราคาแพงของสาวๆ เซเลบริตี้ที่เขาเคยควงเสียอีก มันดีกว่าเยอะมาก

แบมแบมต้องสะดุ้งรอบสองเมื่อเจ้านายก้มมาหาซะใกล้ ถ้าหน้าจะใกล้แบบนี้หอมแก้มกันเลยไหมล่ะครับ..

“เอ่อ..” แบมแบมอยากจะบอกให้อีกฝ่ายถอยไปก่อน

“มีอะไรเหรอครับ”

“คือ..ท่านถอยออกไปหน่อยได้ไหมครับ” นี่หายใจไม่ทั่วท้องเลย เสียงท่านฟังแล้วขนลุกตลอด ไม่ได้น่ากลัวนะ แต่ฟังแล้วใจหวิวๆ พิกล

“หึ” โอย..หัวเราะทำไมครับ คนเขากลัวนะ

“คุณอยากดื่มอะไรไหม เป็นคนนอนดึกหรือเปล่า” แบมแบมหันกลับไปมองคนถาม จึงเห็นว่าท่านเดินไปประมาณสามก้าวแล้วหันกลับมามองตนอีกครั้ง

“ไม่ล่ะครับ ผมนอนดึกไม่ได้” เรื่องจริง เขาเป็นคนเข้านอนไวมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าไม่มีรายงานหรือเป็นช่วงสอบที่ต้องอ่านหนังสือน่ะนะ

“คุณต่างกับผมนะ เวลานี้ผมยังนอนไม่หลับหรอก ผมหลับยาก”

“ทำไมเหรอครับ”

“ไม่รู้สิครับ แต่รู้ตัวอีกทีผมก็นอนคนเดียวไม่ได้แล้ว” มาร์คเดินลงไปที่ชั้นล่าง แบมแบมเลยต้องเดินตามไป จะนอนห้องไหนท่านก็ยังไม่ได้บอก ต้องรอท่านอนุญาตก่อน

 แบมแบมเห็นเจ้านายเดินไปที่ตู้สีขาว หยิบขวดยาอะไรสักอย่างออกมา ด้วยความสงสัยเลยอดถามไม่ได้

“ท่านไม่สบายเหรอครับ” เท่าที่เขาเห็น ท่านดูแข็งแรงมากนะ

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้..สงสัยเหรอครับว่ายาอะไร” มาร์คหันมายิ้มให้แบมแบม ร่างบางพยักหน้า

“ยากล่อมประสาทน่ะ”

“หา?!” แบมแบมตกใจ แต่หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นไม่สบายใจ “ทำไม..ต้องกินเหรอครับ”

“จะว่ายังไงดีนะ” มาร์ควางขวดยาลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะพิงเอวกับเคาน์เตอร์มองมาที่แบมแบม

“บางทีก็กินยานอนหลับด้วยน่ะ ต้องกินอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นผมก็หลับไม่ได้น่ะครับ”

คิ้วสวยขมวดมุ่นทันทีที่ได้ยิน แบมแบมเดินไปหยิบขวดยาขึ้นมาดู

“ท่านหลับยากถึงขนาดต้องพึ่งของแบบนี้เลยเหรอครับ มันไม่ดีต่อร่างกายนะ ไม่กินไม่ได้เหรอ”

แบมแบมเป็นห่วง ถึงจะไม่ชอบพฤติกรรมบางอย่างของท่านก็เถอะ

“คุณไม่ได้เป็นอะไรกับผมสักหน่อย ไม่จำเป็นต้องห่วงผมไม่ใช่เหรอ”

“มันก็..” แบมแบมอึกอัก เขาแค่รู้มาบ้างว่ายาพวกนี้กินมากๆ ไม่ดี

“ขอโทษครับ” อย่าจุ้นจ้านดีกว่าสินะ แต่มันอดไม่ได้นี่นา ถึงไม่ชอบท่าน แต่เมื่อรู้จักกันแล้วก็สามารถปรารถนาดีต่อกันได้ล่ะน่า

“ท่านไม่หาอย่างอื่นทำล่ะครับ อะไรก็ได้ที่ไม่ต้องกินยาพวกนี้”

“ผมลองแล้วไม่ไหวจริงๆ”

“อะไรก็ช่วยไม่ได้เลยเหรอ?”

มาร์คระบายยิ้ม รู้สึกดีนิดๆ ที่อีกฝ่ายเป็นห่วงเขาจากใจจริง แต่ว่านะ..เด็กคนนี้น่าแกล้งจริงๆ เลย

“มีสิ..ก็พอมีนะครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องกินหรอกครับ เก็บไปเถอะ”

“ให้ผมเก็บยาไปแบบนี้ แปลว่าคุณจะยอมช่วยผมเหรอรู้หรือเปล่าว่าผมต้องทำอะไรถึงจะนอนได้น่ะ” มาร์คจับมือนิ่มที่กุมขวดยาไว้ แบมแบมพยักหน้า อยากช่วยจากใจจริง

“ครับ”

“ผมจะให้คุณคิดอีกทีนะครับกันต์” มาร์คพูดแล้วอมยิ้ม ในหัวคิดสภาพแบมแบมตกใจรอเลยนะ

“เอ่อ..ครับ ผมจะช่วย ท่านบอกเองไม่ใช่เหรอครับว่าพาผมมาเป็นยานอนหลับ เพราะฉะนั้นคืนนี้ก็ไม่ต้องกินหรอก” แบมแบมหยิบขวดยาไปเก็บใส่ตู้ที่เห็นเมื่อกี้ ก่อนจะหันมามองหน้ามาร์ค

ชายหนุ่มยังคงอมยิ้มอยู่ ฉวยข้อมือแบมแบมให้เดินตามไปที่ชั้นสอง

“เอ่อ..จะไปไหนครับ”

“นอนไง คุณมาเป็นยานอนหลับผมนี่”

“เอ่อ..เราคงจะไม่..ไม่นอนห้องเดียวกันใช่ไหมครับ” เสียงหวานตะกุกตะกัก ทำให้คนที่เดินนำต้องกลั้นยิ้ม

“ต้องนอนห้องเดียวกันอยู่แล้วสิครับ ถ้านอนคนล่ะห้องผมก็ไม่ได้เห็นหน้าคุณสิ มันจะต่างกับผมนอนคนเดียวตรงไหน เข้าใจความหมายของคำว่านอนเป็นเพื่อนจริงๆ หรือเปล่าครับ”

มาร์คเปิดประตูห้องริมสุดเข้าไป รู้สึกได้ถึงแรงยื้อขัดขืนของแบมแบมเล็กน้อย แบมแบมทำไปตามสัญชาติญาณโดยไม่รู้ตัว มาร์คหันมามองหน้าหวาน

“คุณอยากนอนห้องอื่นเหรอ?”

เอ่อ”

“โอเค คุณนอนห้องข้างๆ ผมแล้วกัน” มาร์คปล่อยมือแบมแบม ก่อนจะเดินไปทางบันไดอีกครั้ง แบมแบมรีบเดินไปยื้อแขนอีกฝ่ายไว้ รู้ว่าท่านคงกลับไปหายาขวดนั้นแน่ๆ

“ผม..นอนห้องนี้ก็ได้”

“คุณนี่ใจดีจังเลยนะ มีคนเคยบอกคุณหรือเปล่าว่าบางทีการเป็นคนดีเกินไปก็ทำให้ถูกเอาเปรียบนะครับ”

แบมแบมงุนงงไม่ค่อยเข้าใจว่าเจ้านายต้องการสอนหรือหลอกด่าเขากันแน่

            พอเข้ามาในห้องนอนของท่านแล้ว แบมแบมอยากจะกลับคำว่า จะนอนด้วยเลยจริงๆ

ห้องนอนก็หรูหราไม่แพ้ห้องอื่นๆ ห้องท่านเป็นห้องนอน master ที่มีพื้นที่กว้างขวาง มีห้องพักผ่อนและ Walk-in closet ขนาดใหญ่มากอยู่ภายในห้องนอนด้วย ทางเดินเชื่อมทะลุหาเตียงนอนขนาดใหญ่แถมยังติดริมระเบียง

แค่ห้องนอนท่านก็ใหญ่เกือบเท่าบ้านเขาแล้ว..หรูมากด้วย

“ในเมื่อคุณบอกว่าจะช่วย อย่างนั้นเราก็มาเริ่มกันเลยเถอะ”

“เอ๋?...อ๊ะ!” อารมณ์แบมแบมถูกเปลี่ยนภายในเวลาไม่กี่วินาที จากสงสัยกลายเป็นตกใจมากเมื่อถูกท่านดันจนหงายลงไปบนที่นอนนุ่ม ก่อนที่จะตั้งสติหรือขยับหนีได้ท่านก็ตามมาคร่อมเอาไว้ซะแล้ว

“ท่านจะทำอะไรครับ” แบมแบมหนีไม่ทันเลยใช้มือดันไหล่แข็งแรงเอาไว้

มาร์คมองสีหน้าตื่นตระหนกของอีกฝ่ายแล้วอดยิ้มกว้างไม่ได้ ไม่ผิดไปจากที่คาดไว้เท่าไหร่เลย

ร่างสูงยืดกายขึ้น จับข้อมือทั้งสองข้างของแบมแบมไว้ ก่อนจะกดตรึงไว้กับเตียง

“คุณคิดตามผมไม่ทันเลยกันต์ มันก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของคุณเหมือนกันนะ แต่อย่าไปทำใจดีแบบนี้กับใครก่อนจะได้รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากเรานะครับ”

น้ำเสียงนุ่มนวลกับคำพูดที่เหมือนเตือนด้วยความหวังดีคงจะทำให้แบมแบมเต็มใจรับมันด้วยความสบายใจกว่านี้ถ้าท่านไม่มองเขาด้วยสายตาที่พราวด้วยรอยขำและมุมปากที่ยกยิ้มแบบไม่น่าวางใจ

“ท่านครับ ปล่อยผมเถอะ”  แบมแบมพยายามออกแรงจะดึงข้อมือคืน แต่ท่านออกแรงกดจนเขาขยับไม่ได้เลย และนั่นทำให้คนกลัวยิ่งใจหาย

“คุณบอกจะช่วยผมเองนี่ครับ”

“แล้วการกดผมลงบนเตียงมันเกี่ยวกับช่วยท่านตรงไหนกันล่ะครับ”  แบมแบมพยายามตั้งสติกับสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ เขาไม่น่าหลงเชื่อใจท่านเลย 

“สิ่งที่จะทำให้ผมนอนหลับได้ นอกจากยาพวกนั้นก็คือเซ็กส์..คุณไม่ให้ผมกินยา มันก็เหลือแค่ทางเดียวนะครับกันต์พิมุกต์..

สิ้นสุดคำบอกเล่า ดวงตากลมก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ

การถูกเรียกชื่อครั้งนี้มันน่าหวาดหวั่นมากที่สุดในชีวิตเขาเลย..

“ผมไม่ได้โกหกหรอกนะ ถ้าไม่ได้กินยาก็ต้องกอดใครสักคน คนเขาถึงหาว่าผมเจ้าชู้ไงล่ะ ทั้งที่ผมไม่ใช่คนแบบนั้นเลยนะ

ท่านแค่อธิบาย แก้ตัว หรือพูดให้ฟังเฉยๆ แต่จะพูดเพราะอะไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้เขาไม่ได้อยากรู้ว่าท่านเป็นคนแบบไหน แต่อยากให้ท่านปล่อยเขามากกว่า  

“ผมควรต้องเชื่อใช่ไหมครับ” แบมแบมตั้งสติตอบโต้ แม้ตอนนี้เขาจะคิดอะไรแทบไม่ออกก็เถอะ ถ้าท่านจะทำ การชวนคุยไปเรื่อยๆ น่าจะยื้อเวลาได้

“ผมไม่ใช่พวกกินไม่เลือกนะ ผมเลือก และเลือกอย่างดีด้วย”

แบมแบมพูดไม่ออกเลย ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก ในหัวก็คิดไปด้วยว่าจะออกไปจากตรงนี้ยังไงดี

ตอนนี้เขาควรรู้สึกยังไง เรื่องถูกเลือกนี่ไม่น่าดีใจเลยสักนิด ขอเป็นของไม่ดีที่ไม่ถูกเลือกได้ไหม..

“ขนาดอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ คุณยังเหม่อได้อีกนะครับกันต์” มาร์คหัวเราะเบาๆ มองหน้าหวานไม่วางตา คนที่เผลอเข้าภวังค์ไปโดยไม่รู้ตัวสะดุ้งเมื่อถูกหัวเราะ ช้อนตาขึ้นมองใบหน้าที่ห่างกันแค่คืบเดียว

ท่าทางที่ดูงุนงงและสับสนของแบมแบมมันน่ารักมากจนทำให้คนมองต้องชิงความหอมจากแก้มนุ่มมาก่อนสักครั้ง

“ทำไมไม่ขัดขืนแล้วล่ะครับ”

พอได้หอมเหมือนท่านจะอารมณ์ดีขึ้นอีก ต่างกับแบมแบมที่จะร้องไห้แล้ว แต่อดทนไว้

สถานที่กับบรรยากาศเป็นใจซะด้วย ถ้าท่านจะทำอะไรจริง ถึงอยากขัดขืนท่าน คิดหรือว่าเขาจะหนีได้ ขนาดจะดึงมือตัวเองขึ้นจากเตียงยังทำไม่ได้เลย

กันต์พิมุกต์ ไอ้คนอ่อนแอเอ๊ย

“อยากทำก็ทำสิครับ”

ในเมื่อหนีไม่ได้ก็ต้องเผชิญหน้าเท่านั้น

“หืม?” มาร์คเป็นฝ่ายประหลาดใจเสียเองเมื่อแบมแบมเอ่ยออกมาเช่นนั้น

ไม่หวงตัวกับเขาแล้วหรือ ทำไมเปลี่ยนใจง่ายนัก

“ถ้าท่านจะทำตอนนี้ ผมคิดว่าตัวเองคงสู้แรงท่านไม่ได้หรอก แต่ผมยังจำสัญญาของเราได้นะครับว่าท่านจะไม่ทำอะไรผมถ้าผมไม่ยินยอมเอง”

แบมแบมต้องรวบรวมความกล้าแค่ไหนท่านไม่รู้หรอก พูดไปแล้วก็กลัว ถ้าท่านนึกบ้าปล้ำเขาขึ้นมาจริงๆ เขาคงทำได้แค่ร้องไห้น่ะนะ

มาร์คหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่ออีกคนเอาคำสัญญามาให้เขารู้สึกผิด

“คิดหรือครับว่าถ้าผมอยากจะทำ สัญญานั่นจะมีความหมาย”

แบมแบมร้องอ้าวในใจทันที นี่อย่าบอกนะว่าท่านจะไม่สนใจอะไรเลยน่ะ!

“จะทำจริงๆ ก็ทำสิครับ ถ้าสัญญานั่นไม่มีความหมายอะไร ผมยอมเป็นของท่านก็ได้ เมื่อท่านได้สิ่งที่ต้องการทุกอย่างจะได้จบไปสักที และผมจะได้ไม่ต้องมาคอยระแวงท่านอีก”

แบมแบมทั้งโกรธและผิดหวังมากที่ท่านเป็นคนแบบนี้  ท่านทำให้เขาผิดหวังในตัวท่านสองครั้งแล้ว เรื่องที่ท่านอยากได้ตัวเขาก็ทำให้เขาหมดความชื่นชมไปแล้วนะ ถ้าท่านยังผิดสัญญาอีกเขาคงหมดความนับถือเลย

ในเมื่อนายหนีไม่ได้ก็ต้องเผชิญหน้า อย่าร้องไห้เด็ดขาดเลยนะกันต์พิมุกต์..

ลูกแกะพยายามทำเหมือนไม่กลัว แต่ความกลัวมันแสดงออกผ่านสายตาจนมาร์ครับรู้ได้

มาร์คอมยิ้ม ปล่อยมือจากแบมแบมขยับไปนอนหงายบนเตียง จากนั้นจึงเงียบไป

แบมแบมกะพริบตา งุนงงที่จู่ๆ ท่านก็ปล่อยตน หันมองคนที่นอนข้างกัน

“เอ่อ..ท่านเปลี่ยนใจแล้วหรือครับ”

โล่งอกเลยนะ..

“ผมไม่ใช่พวกชอบขืนใจใครหรอกนะครับ ยังมีสำนึกผิดชอบชั่วดีอยู่นะ”

ที่ผ่านมามีแต่คนมาเสนอให้ จะไม่สนองก็กระไรอยู่ เลยไม่เคยถึงขั้นบังคับใจใครให้ได้มาเป็นของตัวเอง ยกเว้นแค่คนที่นอนข้างกัน

มาร์คหันมามองแบมแบมเช่นกัน แบมแบมตาโต ตกใจ ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“ทำสีหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไงครับ ผมในสายตาคุณเป็นคนที่แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

มาร์คยังยิ้มอยู่ แบมแบมรู้สึกผิดที่เผลอคิดอย่างนั้นไปเหมือนกัน มันอดคิดไม่ได้นี่ 

“ขอโทษครับ แล้วเอ่อ..คืนนี้”

“คืนนี้?”

“ท่านจะนอนยังไงครับ”

“ไม่รู้สิ หรือจะเรียกใครมาหาดี” มาร์คปรึกษาแบมแบม ร่างบางหน้าเจื่อน

ทำไมมาขอคำปรึกษาเรื่องอย่างนี้กับผมล่ะครับท่าน

“ทำไมเอ่อ ท่านต้องกอดใครสักคนด้วยล่ะครับ”

“ปลดปล่อยความเครียดมั้งครับ คุณนอนอยู่ข้างๆ แต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้ มันแย่ยิ่งกว่านอนไม่หลับอีกนะ”

“ก็..ก็ผมยังไม่พร้อมนี่ครับ”

“ผมรู้” มาร์คพลิกกายนอนตะแคง ยันมือกับศีรษะ นอนมองคนที่นอนนิ่ง

“คุณเกร็งนะ นอนตามสบายก็ได้ กลัวผมเหรอครับ”

แบมแบมเผลอถอนหายใจออกมา ถ้าบอกไม่กลัวจะกลายเป็นโกหกไปอีก

ร่างบางแค่พยักหน้าเท่านั้น เวลานี้มันได้เวลานอนเขาแล้ว แต่แบมแบมยังไม่รู้สึกง่วงเลย คงจะกลัวจนประสาทตื่นตัวไปหมดแล้ว จะนอนก็ระแวง

นิ้วสวยไล้ไปตามโครงหน้าหวานของอีกฝ่ายเบาๆ ผ่านจมูกโด่งและริมฝีปากอิ่ม ก่อนจบที่แก้มนุ่ม นวดคลึงด้วยความหมั่นเขี้ยว ทำให้คิ้วสวยของตุ๊กตาจำเป็นมุ่นเข้าหากัน

“คุณนี่เหมือนเด็กมอปลายนะ”

จะชมสินะ ชมเขาว่าหน้าเด็กใช่ไหม?

“ให้อารมณ์เหมือนพรากผู้เยาว์ดี คุณนี่น่าฟัดชะมัด แต่ถ้าทำมันคงไม่จบง่ายๆ แน่”

ถ้าอย่างนั้นก็อย่าฟัดผมเลย ปล่อยผมไว้แบบนี่ล่ะดีแล้ว 

มาร์คก้มหน้าลงไปหา แบมแบมหลับตาหนีก่อนจะรู้สึกเย็นๆ ที่ริมฝีปากไม่กี่วินาที แล้วสัมผัสนุ่มนั้นก็หายไป

“คุณนอนหลับไปก่อนได้เลยนะ ผมจะไปห้องทำงาน”

            แบมแบมลืมตาขึ้นเมื่อเจ้านายเอ่ยออกมาแบบนั้น เจ้านายลุกจากเตียงไปแล้ว ตากลมมองตามแผ่นหลังกว้างใต้ชุดนอน

อยากจะถามหรอกนะว่าทำไมต้องทำงานด้วย มันเวลาพักผ่อนแล้ว แต่กลัวท่านจะเปลี่ยนใจมาทำมิดีมิร้ายเขาแทนงาน เลยต้องเก็บความเป็นห่วงเอาไว้ก่อน

เซ็กส์ยังท่าทางจะเหนื่อยกว่าทำงานซะอีก ท่านคงไม่เป็นไรหรอก

มาร์คปิดประตูห้องนอน บนใบหน้ายังมีรอยยิ้มจางๆ

ไม่เป็นไรหรอกแค่คืนเดียว แกล้งเท่านี้ก็พอแล้ว เขาไม่อยากให้กันต์พิมุกต์รู้สึกแย่กับเขามากกว่านี้ เรื่องคืนนี้น่าจะทำให้กันต์พิมุกต์วางใจและไว้ใจเขามากขึ้น

 

 

 

มาร์คทำงานฆ่าเวลารอให้ตัวเองง่วง แต่ก็ไม่ช่วยอะไรเลย เขาตัดสินใจเก็บทุกอย่างแล้วตั้งใจจะไปกินยาแทน แต่ก็เปลี่ยนใจ เปลี่ยนทิศจากห้องครัวขึ้นไปชั้นสอง

เจ้าของบ้านเปิดประตูห้องนอนตัวเองที่ตอนนี้มีอีกคนครอบครองเตียงอยู่ มาร์คสาวเท้าก้าวเข้าไปที่เตียงตน

คนตัวเล็กหลับสนิทไปแล้ว..

มาร์คค่อยๆ นั่งลงบนเตียงทางฝั่งขวาที่เหลือพื้นที่ให้นอนเยอะกว่า ดึงผ้าห่มที่ลูกแกะห่มอยู่มาคลุมตัวบ้าง

มาร์คมองคนหลับที่ริมฝีปากยิ้มน้อยๆ เหมือนกำลังฝันดี ขนาดมานอนบ้านเขายังนอนหลับได้อีกนะ กันต์พิมุกต์กลัวเขาจริงหรือเปล่า?

ทำไมถึงหลับได้สบายใจขนาดนี้นะ น่าอิจฉาจริงๆ คนที่นอนหลับเองไม่ได้น่ะทรมานมากนะ...

“ไม่ระวังตัวเอาซะเลยนะครับ”

มาร์คก้มลงไปหอมแก้มใสที่ยั่วสายตา แต่อีกฝ่ายท่าทางจะหลับลึกไปแล้วถึงไม่รู้สึกตัวเลย

ถ้าลักหลับก็คงไม่รู้ตัวเลยล่ะมั้งนะ

คุณฝันเรื่องอะไรอยู่เหรอครับ แบ่งให้ผมบ้างสิ เผื่อผมจะนอนฝันดีบ้าง ผมเกลียดฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนมาหลายปีเต็มทีแล้ว

 

 

 

ลูกแกะตัวนี้นอนตื่นสาย

มาร์คมองนาฬิกาที่ผนัง ตอนนี้หกโมงเช้าแล้วแต่แกะตัวนี้ยังนอนกอดเขาไม่ยอมปล่อยเลย

แต่เห็นแก่ความดีความชอบเมื่อคืน เขาจะยอมนอนเป็นหมอนข้างให้แกะกอดอีกสักพักก็ได้

เขานอนหลับได้เองหลายชั่วโมงโดยที่ไม่ได้กินยาสักเม็ด แค่นอนกอดกันต์พิมุกต์ไว้เท่านั้น

หรือเขาจะเพิ่มข้อตกลงดีนะ ขอให้กันต์พิมุกต์มาอยู่ที่นี่เลยได้ไหม เป็นยานอนหลับระยะยาว การที่นอนได้เองมันรู้สึกดีมากๆ เลย

และเรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจมากๆ ด้วย ไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาหลายปีแล้ว

ต้องเป็นเพราะตัวนิ่มๆ ของแกะแน่ๆ ที่กอดแล้วทำให้รู้สึกดีมาก

มาร์คให้แกะกอดแลกกับการได้จับได้ขยำเนื้อตัวนุ่มนิ่มแก้เบื่อ แต่เมื่อนาฬิกาบอกเวลาหกโมงครึ่งแล้ว มาร์คคิดว่าแกะตัวนี้คงต้องตื่นสักที

“กันต์กันต์ครับ ตื่นได้แล้วนะ”

การที่มีคนอย่างอี้เอินต้วนมากระซิบปลุกอยู่ข้างหูในยามเช้า คงเป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิงหลายคน เพราะพวกเธอไม่มีใครได้อยู่กับเขาจนถึงเช้าสักคน แต่ยกเว้นแกะขนฟูขี้เซาที่เสียงทุ้มแหบแสนเซ็กซี่ไม่มีผลใดๆ ไม่คิดจะตื่นขึ้นมาฟังเสียด้วยซ้ำ

“กันต์” มาร์คเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น แต่แบมแบมแค่ครางอื้อ ยกแขนกอดเอวสอบ ยกขาก่ายขามาร์ค เอาหัวฟูๆ กลมๆ ถูอกกว้างแล้วเข้าสู่นิทราต่อ

มาร์คแกะแขนและขาลูกน้องออกจากตัว ก่อนจะพลิกร่างเล็กให้นอนหงายแล้วคร่อมทับ

“อื้อ..” คนที่หลับใหลค่อยครึ่งหลับครึ่งตื่นเมื่อรู้สึกว่าหายใจลำบากขึ้น ตากลมยังคงเปิดไม่ขึ้น งัวเงีย มือเล็กวางบนอะไรสักอย่างที่ทับอยู่บนตัว

“อรุณสวัสดิ์ครับ”

แบมแบมได้ยินเสียงเพราะๆ บอกอรุณสวัสดิ์ พยายามลืมตาขึ้นมองถึงเห็นว่าลางๆ ว่าเป็นหน้าเจ้านาย ตากลมที่เปิดปรือเบิกกว้างขึ้นมาทันที

“ท่าน..” เสียงหวานแหบเล็กน้อยเพราะเพิ่งตื่นแต่ยังฟังรื่นหูอยู่

“ทำอะไรครับ..

ท่านยิ้มให้คนถามเล็กน้อยก่อนตอบ

Morning kiss..

ขณะที่แบมแบมกำลังทำความเข้าใจคำพูดของท่านเข้าสมองที่เพิ่งจะเปิดเครื่องรับรู้โลกนอกนิทรา ท่านก็จูบรับเช้าวันใหม่เขาอีกครั้ง

ถึงแบมแบมจะไม่ค่อยรู้เรื่องราวอะไรเท่าไร แต่เขาว่าเฟรนซ์คิสมันไม่ควรใช้เป็นจูบรับอรุณนะ..

เขาควรจะทำยังไง? จิกผมท่านให้หยุดเลยไหม? มือวางบนหัวอีกฝ่ายพอดีเลยเนี่ย!

กว่าท่านจะยอมหยุดแบมแบมก็คิดแล้วล่ะว่าปากเขามันคงช้ำมากแน่ๆ..และสภาพคงยิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่ พี่คุณบอกบ่อยๆ ว่าตอนเขาตื่นน่ะสภาพบวมอืดดูไม่ได้สุดๆ ไปเลย

มาร์คหัวเราะน้อยๆ มองหน้าหวานที่แดงก่ำเพราะความอาย ไหนจะท่าทางประหม่าไม่กล้าสบตาเขาอีก

สภาพแกะเพิ่งตื่นน่ะเซ็กซี่มากเลยนะ แกะตัวนี้กินได้ไหม อยากจะกินตอนนี้เลย..

มาร์คหักห้ามใจ จับริมฝีปากอิ่มที่เจ่อช้ำให้เลิกขบเม้มเข้าหากัน

“ผมบอกแล้วไงว่าอย่ากัด เดี๋ยวก็เป็นแผลช้ำหรอก ลุกเถอะครับ ตอนนี้สายแล้วนะ ห้องข้างๆ มีผ้าเช็ดตัวสำหรับแขก หาในตู้เสื้อผ้าได้เลย ใช้ห้องน้ำได้ตามสบายนะครับ”

มาร์คบอกแล้วผละจากตัวแบมแบม ลงจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องนอนไป

แบมแบมถอนหายใจเฮือก กลิ้งตัวนอนคว่ำแล้วทุบเตียงนุ่มแรงๆ ระบายอารมณ์อัดอั้น

“เอาน่ะแบมแบม แค่จูบเอง แกเคยบอกเขานี่ว่าทำได้ โดนแค่นี้ก็ดีแล้ว..

 

 

 

มาร์คล้างหน้าเสร็จแล้วก็เดินออกไปเอาหนังสือพิมพ์หน้าประตูบ้านเข้ามาวางบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะเดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์เพื่อบดกาแฟ

ร่างบางลงมาชั้นล่างทั้งชุดนอน เขายังไม่กล้าอาบน้ำแค่ล้างหน้าเท่านั้น ว่าจะลงมาดูก่อนว่าท่านทำอะไร เผื่อจะช่วยทำอะไรได้บ้าง

“ท่านทำอาหารเช้าทานเองหรือครับ?”

แบมแบมเดินมามองอยู่อีกฝั่งของเคาน์เตอร์ที่ตั้งกลางพื้นที่ส่วนห้องครัว

“ครับ แต่ไม่ได้ทำอะไรมากมาย แค่ขนมปังปิ้งกับกาแฟ คุณจะทานอะไรก็ทำทานเอานะ”

“แค่ขนมปังอย่างเดียวเองเหรอครับ?”

“ผมไม่รู้จะทำอะไรกิน ไม่รู้จะกินอะไรด้วย ขี้เกียจทำน่ะครับ คุณจะดื่มกาแฟไหม?”

มาร์คชงกาแฟให้ตัวเองเสร็จแล้วหันมาถาม แบมแบมส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยเมื่อรู้ตัวว่าการส่ายหน้าเฉยๆ เป็นกิริยาที่ไม่สมควรทำกับคนอายุมากกว่า

“ไม่ครับ ผมไม่ชอบดื่มกาแฟ ผม..ทำอาหารเช้าให้ไหมครับ”

“หือ? คุณจะทำอะไรให้ผมทานเหรอ?”

“ก็..ขอดูก่อนแล้วกันครับว่าทำอะไรได้บ้าง”

“เอาสิ”

มาร์คพยักหน้าอนุญาตให้อีกฝ่ายใช้ครัว ยกถ้วยกาแฟไปนั่งที่โต๊ะอาหาร นั่งลงอ่านหนังสือพิมพ์รอ

แบมแบมมองไปทั่วห้องครัวกว้าง มีแต่เครื่องครัวน่าใช้เต็มไปหมด แต่เขาดูแล้วก็รู้ว่ามันคงไม่ได้ผ่านการใช้งานสักเท่าไร น่าเสียดายของจริงๆ

ร่างบางมองหานาฬิกา ก่อนจะพบนาฬิกาดิจิตอลเครื่องเล็กสีดำวางอยู่ใกล้แจกันดอกไม้ปลอมสีเหลืองบนโต๊ะสีขาว

คงต้องทำอะไรที่ใช้เวลาไม่นานสินะ เพราะต้องเผื่อเวลาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงานอีก

แบมแบมเปิดตู้หาดูของเอง ไม่ได้ถามหากับเจ้าของบ้าน เพราะไม่กล้าพูดด้วยสักเท่าไร

มาร์ควางมือบนหนังสือพิมพ์ที่กางบนโต๊ะ มองคนตัวเล็กที่เดินไปทั่วห้องครัวเขา

มันเป็นบรรยากาศที่ไม่คุ้นชินน่ะ..เขาอยู่คนเดียวมาหลายปี ตื่นเช้ามาก็พบแต่ความเงียบ การมีคนเดินไปมาทำนู่นนี่ในบ้านก็เลยรู้สึกว่าแปลกดี แต่ไม่ได้รำคาญหรอกนะ

ร่างบางเปิดตู้เย็นสำรวจของที่มี ประหลาดใจที่ตู้เย็นท่านอุดมสมบูรณ์มากกว่าที่เขาคิดไว้ มีทั้งผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ น้ำผลไม้เต็มตู้ ไม่เห็นมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พวกเบียร์หรือเหล้าเลย หรือว่าท่านไม่ดื่มของราคาถูก

คงไม่มีตู้ไวน์เก็บไว้ในบ้านหรอกใช่ไหม? มีความเป็นได้นะ เมื่อคืนเขาไม่ได้สำรวจบ้านท่านทุกจุดเสียด้วย

แบมแบมหยิบเนื้อหมูในแพ็คที่ซีลปิดไว้อย่างดีออกมาวางบนเคาน์เตอร์ หาผักที่พอจะใช้ได้ออกมาจากตู้เย็นด้วย

คนตัวเล็กยิ้มออกมาเมื่อเจอของที่ต้องการ หยิบข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปที่เจอในตู้เหนือเคาน์เตอร์ติดผนังลงมา

มาร์คมองไกลๆ แล้วไม่รู้ว่าแบมแบมจะทำอะไร เลยตัดสินใจลุกเดินไปดูใกล้ๆ

“คุณจะทำอะไรเหรอ มีอะไรให้ช่วยไหม?”

แบมแบมที่กำลังสับหมูให้ละเอียด เงยหน้ามองคนที่มายันมือกับเคาน์เตอร์มองเขาอยู่

“ก็..” แบมแบมหางานให้ท่านทำ ชี้ไปที่ขิงและต้นหอม

“ท่านปอกขิงแล้วซอยหยาบๆ แล้วกันครับ หั่นต้นหอมด้วยก็ได้”

ท่านคงทำเป็นนะ

มาร์คเดินไปหยิบเขียงพลาสติกและมีดอันเล็กมาทำตามที่แบมแบมบอก แบมแบมมองท่าทางของท่านแล้วแปลกใจ

คล่องดีนี่ ทำอาหารเป็นจริงๆ ด้วยนะ แล้วทำไมไม่รู้จักทำอะไรกินเองบ้าง

แบมแบมต้มน้ำเปล่าทิ้งไว้ตอนที่สับหมู พอสับเสร็จน้ำเดือดพอดี เขาใส่เนื้อหมูลงไปต้มให้สุก จากนั้นก็ใส่ข้าวโอ๊ตที่ตวงไว้ในปริมาณสำหรับสองคนตามลงไป ปรับไฟที่เตาลงเป็นไฟกลาง ต้มจนข้าวโอ๊ตอืดข้น

“ขอน้ำเปล่าหน่อยสิครับ” แบมแบมหันไปเอ่ยกับคนที่ซอยขิงเสร็จแล้ว มาร์ครินน้ำเปล่าในเหยือกใส่ถ้วยแก้วยื่นไปให้ แบมแบมค่อยๆ เติมน้ำเพิ่มจนได้ข้าวโอ๊ตที่ไม่แห้งจนเกินไป

“คุณทำอะไรน่ะ”

“โจ๊กข้าวโอ๊ตน่ะครับ ท่านทานไข่หรือเปล่า”

“อืม”

“สุกไหมครับ”

“อื้อ” มาร์คตอบแล้วเดินไปหยิบไข่ในตู้เย็นออกมายื่นให้สองฟอง

แบมแบมตอกไข่ใส่ลงไปในหม้อเลย คนๆ จนได้ที่ก็ปิดเตา ปรุงรสด้วยเกลือป่นนิดหน่อยก็ตักใส่ชามกระเบื้องสองชาม โรยต้นหอมและขิงซอยลงไป

“เสร็จแล้วครับ” แบมแบมหยิบขวดพริกไทยยื่นให้ท่าน เลื่อนชามไปให้เจ้าของบ้านหนึ่งชามเป็นการบอกว่าท่านยกไปทานได้เลย จากนั้นก็หันมาเก็บของล้างทำความสะอาด

มาร์คนั่งมองชามโจ๊กข้าวโอ๊ตหอมๆ สลับกับแผ่นหลังบางของคนที่ยืนอยู่หน้าอ่างล้างจาน

“อ่าว ทำไมยังไม่ทานล่ะครับ หรือว่าชิมแล้วไม่อร่อย” แบมแบมใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ล้างเสร็จ เขาเดินมาหาท่านที่โต๊ะอาหารแล้วหน้าเสีย คิดว่าอาหารเช้าฝีมือตนคงไม่ถูกปากเจ้านาย

“ยังไม่ได้ทานเลยครับ ผมรอคุณก่อนจะได้ทานพร้อมกัน”

แบมแบมค่อยโล่งอกเมื่อไม่เป็นไปอย่างที่คิด

“อาจจะจืดไปหน่อยนะครับ ผมไม่ได้ปรุงหรือผัดหมูไว้ก่อน ไม่อยากเสียเวลา” แบมแบมออกตัวไว้ก่อนเมื่อเจ้านายกำลังจะตักคำแรกเข้าปาก มาร์คพยักหน้าว่ารู้แล้ว

“ผมไม่เคยรู้เลยว่าข้าวโอ๊ตก็ทำแบบนี้กินได้ ปกติถ้านึกอยากกินผมก็เอามันเข้าไมโครเวฟแล้วใส่นมเท่านั้น”

“คนส่วนใหญ่ก็ทานแบบนั้นล่ะครับ แต่ผมเคยลองแล้วกินไม่ได้เลย มันเลี่ยน เลยหาวิธีกินไปเรื่อย ที่ถูกปากสุดก็คือเอามาทำโจ๊กหรือข้าวต้มนี่ล่ะครับ”

แบมแบมคิดว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเช้านี้ไม่ได้แย่ นึกชมตัวเองที่ไม่เกร็งจนเกินไป

“คุณท่าทางทำอาหารเก่งนะ”

“ไม่หรอกครับ ถ้าเทียบกับพี่ชายแล้วผมทำได้แย่มากนะครับ คนที่ทำเป็นและทำอร่อยคือพี่ชายผม เขาคอยสอนผมบ่อยๆ ผมเองทำได้บ้างก็เพราะเขามักจะใช้ให้ทำ เขาขี้เกียจน่ะครับ ทำบ่อยๆ ก็เลยชิน รู้วิธีให้พอกินได้ แต่ให้อร่อยคงต้องฝึกอีกนาน”

แบมแบมรับสารภาพตามตรง มาร์คมองชามโจ๊กของตนแล้วไม่คิดอย่างนั้น

“ถ่อมตัวดีนะครับ ผมว่าโจ๊กมื้อนี้ก็ไม่ได้แย่นะ”  ออกจะอร่อยด้วยซ้ำ

“ขอบคุณครับ” มีคนชมก็ดีกว่ามีคนติ มันชื่นใจกว่าน่ะ

“วันนี้ผมจะให้เลขาของผมส่งรายละเอียดของคอนโดทั้งหมดที่ผมมีไปให้คุณดูนะ คุณชอบที่ไหนก็เลือกเอาไว้”

“ไม่เร็วไปหรือครับ”

“ไม่หรอกครับ ไม่ว่าเร็วหรือช้าก็ต้องหาอยู่ดี”

“ครับ” แบมแบมไม่คิดว่าท่านจะทำอะไรรวดเร็วแบบนี้ เขาจะหาเหตุผลอะไรไปบอกจีมินดีล่ะ มันต้องสงสัยแน่ๆ เลย

“ผมมีเรื่องจะถามคุณ”

“เรื่องอะไรเหรอครับ” แบมแบมยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม แล้วเกือบจะสำลักน้ำเมื่อเจอคำถามยามเช้าของท่านเข้าไป

“กันต์ คุณย้ายมาอยู่กับผมได้ไหม?”

“อะไรนะครับ!

“เมื่อคืนผมนอนกอดคุณแล้วผมนอนหลับได้เองในรอบหลายปีเลยนะ ทั้งที่เราไม่ได้มีเซ็กส์กันด้วยซ้ำ ผมรู้สึกดีมากเลย และคิดว่าคุณนี่เองที่เป็นยานอนหลับที่ดีที่สุดที่ผมตามหาอยู่”

แบมแบมพูดไม่ออกเมื่อเจอเรื่องช็อคความรู้สึกแต่เช้า มองสีหน้าจริงจังของท่านแล้วเผลอกำมือแน่น

ให้ตายสิท่านพูดจริง?

“เอ่อ..คงไม่ได้หรอกครับ พี่ผมคงไม่ยอม”

“แต่ผมอยากได้คุณมากจริงๆ นะครับ”

พูดให้ตรงน้อยกว่านี้ก็ได้ครับท่าน

“คือ..ผมว่าท่านคงคิดไปเองมากกว่า อุปทานน่ะครับ” แบมแบมพยายามแย้ง แต่มาร์คส่ายหน้า

“เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ผมไม่ได้คาดหวังอะไรด้วยซ้ำ ยังคิดว่าอาจจะไม่ได้นอนทั้งคืน แต่ผมก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ ผมนอนมองคุณจนหลับไปเอง”

แบมแบมรับฟังท่านที่พูดด้วยรอยยิ้ม ขณะที่สีหน้าตนแย่ลงทุกที

พุทโธ ธัมโม อะไรจะโชคร้ายซ้ำซ้อนขนาดนี้นะกันต์พิมุกต์..

ตัวเขาสกัดจากยานอนหลับหรือไง แค่โดนกอดก็หลับได้น่ะ

“ผมย้ายมาอยู่ด้วยไม่ได้หรอกครับ พี่ชายผมไม่ยอมแน่”

“ถ้าอย่างนั้นแค่เสาร์อาทิตย์ก็ได้นะครับ”

“คือ..” ทำไมเขาต้องช่วยท่านด้วย มานอนด้วยทุกอาทิตย์มันก็เสี่ยงนะ เขายังไม่ไว้ใจท่านหรอก

“นะครับ..

มาร์คเอื้อมมือมากุมมือนิ่มไว้ น้ำเสียงนั้นเหมือนจะวอนขอ แล้วยังสายตาขอร้องนั่นอีก

ทำไมท่านต้องมาอ้อนเขาขนาดนี้ด้วย ตกลงท่านเป็นคนยังไงกันแน่ หรือแค่แกล้งทำตัวให้น่าสงสารเพื่อให้เขาใจอ่อนอีก จะมากเกินไปแล้ว

อี้เอิน ต้วนเป็นผู้ชายอันตรายจริงๆ นะ..อันตรายต่อหัวใจคนอยู่ใกล้นี่ล่ะ

 

 

 

 

“เอ่อท่านส่งผมตรงนี้ก็ได้นะครับ ผมเดินไปเองได้”

แบมแบมบอกคนขับกิตติมศักดิ์ให้จอดตรงป้ายรถก่อนถึงบริษัท ถ้าให้เขาลงจากรถท่านแล้วเดินเข้าบริษัทพร้อมกัน ข่าวลือคงสะพัดยิ่งกว่าไฟป่าลุกโหมเสียอีก

“ทำไมล่ะครับ จากป้ายรถกว่าจะเดินไปถึงบริษัทมันไกลนะ”

“คือ..ผมไม่อยากถูกนินทาน่ะครับ” ตุ๊กตาหน้ารถของท่านยอมรับตามตรง มาร์คยิ้มขำลูกแกะที่กอดกระเป๋าเสียแน่น ท่าทางกังวลไม่น้อย

“ไม่ครับ ผมไม่อยากจอด ตรงนี้รถติด เสียเวลาคันข้างหลังเขาที่ต้องจอดรอ ไปด้วยกันไม่เห็นเป็นไร ใครถามก็บอกสิครับว่าผมเจอคุณระหว่างทางเลยรับขึ้นรถมาด้วย”

“คงไม่ค่อยมีคนเชื่อหรอกครับ”

“คนอยากนินทาก็ช่างเขาเถอะครับ แค่นินทาแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรคุณได้ นิ่งไว้เดี๋ยวเขาก็หยุดไปเอง ตอนนี้คุณก็เป็นคนของผมจริงๆ ไม่มีใครกล้ารังแกคุณหรอก นอกเสียจากเขาอยากจะหางานใหม่ทำ”

แบมแบมยิ้มเจื่อนฝืดเฝื่อนเต็มที ก่อนจะทำใจ

 

 

แบมแบมพยายามเดินห่างท่านอยู่ข้างหลังหนึ่งก้าว ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด แต่ยังไงคนก็เข้าใจถูกอยู่ดีเมื่อจู่ๆ ท่านก็หยุดเดินแล้วยื่นมือมาให้

“ลิฟต์สำหรับพนักงานคนเยอะครับ ไปลิฟต์สำหรับผู้บริหารดีกว่า”

แบมแบมยืนนิ่งเป็นก้อนหินเมื่อท่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ความดังปกติ แต่มันไม่ปกติตรงที่ทั้งบริเวณเงียบกริบเพราะเกรงใจท่านประธาน และยิ่งไม่ปกติตรงที่ตอนนี้มันใกล้เวลาเข้างาน คนเลยยืนรอลิฟต์กันเต็มไปหมด เท่าที่แบมแบมกวาดสายตาผ่านๆ ก็มีคนหลายแผนกด้วย

ท่านไม่เปิดเผยเกินไปหน่อยหรือครับว่าเราเป็นอะไรกัน เห็นใจคนที่ต้องทนสายตาสังคมด้วยเถอะนะครับ

เมื่อแบมแบมไม่ยอมยื่นมือมาจับ มาร์คก็ก้าวไปหาแล้วแตะหลังบางเบาๆ ให้เดินต่อ แบมแบมเลยได้สติ รีบเดินให้พ้นสายตาคน

เขายังอยากมีชีวิตทำงานที่มีความสุขอยู่นะ แต่คงจะเป็นไปไม่ได้แล้วแน่ๆ

 

 

 

 

            นิชคุณทักทายเพื่อนใหม่ในที่ทำงานใหม่ด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจกำลังหงุดหงิดและไม่พอใจมากที่ต้องย้ายที่ทำงาน ต้องลาจากเพื่อนที่สนิทสนมรักใคร่กันดีในที่เก่า เขาไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

นิชคุณเป็นคนติดที่ และทำงานที่เก่ามาหลายปีจนจิตวิญญาณฝังรากลึกไปแล้ว การย้ายเขามาในสิ่งแวดล้อมใหม่จึงไม่ต่างกับการทรมานเขาทางอ้อมเลย

แม้เงินเดือนจะได้เยอะกว่าสองเท่า แต่นิชคุณอยากได้ความสบายใจเดิมๆ มากกว่า

เขายอมแลกความก้าวหน้าจอมปลอมนี่กับใครก็ได้ เขาแค่อยากได้ชีวิตสงบๆ คืนมา

มือเรียวหยิบของใช้ของตนออกจากกล่องกระดาษสีครีมแบบมีฝาปิด เพื่อจัดโต๊ะทำงานใหม่ที่ตำแหน่งใหญ่กว่าเดิม

คงมีคนพูดกันแน่ๆ ว่าเขาใช้เส้นเข้าทำงาน ย้ายสายฟ้าแลบแถมเขี่ยเลขาคนเก่ากระเด็นออกจากตำแหน่งเดิม ตอนนี้ย้ายไปอยู่ไหนก็ไม่รู้

ร่างสูงกลอกตา ทำสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อได้ยินเสียงเรียกผ่านอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงาน นิชคุณละมือจากแฟ้มงานที่เลขาคนเก่าทำค้างไว้ เดินเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านายคนใหม่

คุณหนูเอาแต่ใจที่นิชคุณไม่ชอบหน้านั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แต่งตัวอย่างกับหลุดมาจากนิตยสารแฟชั่น ความรู้สึกอยากจะทำงานให้ไม่เกิดขึ้นในใจของคนอายุมากกว่าเลยสักวินาที

คุณเจ้านายครับ ไปเป็นนายแบบหรือดาราจะเหมาะกว่ามั้ง?

คุณหนูคิมยกมือขึ้นดูนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะช้อนตามองคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของโต๊ะทำงาน ยกยิ้มมุมปากสวย

“คุณมาสายนะ”

“ผมมาตามเวลาครับ และนี่ก็ยังไม่ถึงเวลาเข้างานด้วย คุณต่างหากมาเช้า”

นิชคุณเอ่ยเสียงเรียบ หน้านิ่ง ยูคยอมดูสีหน้าก็รู้ว่าฝืนใจ แต่นั่นทำให้เขารู้สึกสะใจมาก

คุณหนูเอนกายพิงพนักเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ประสานมือสวยไว้ระดับหน้าท้อง

“แต่ว่านาฬิกาฉันตั้งตรงเป็นมาตรฐานเลยนะ”

“นาฬิกาผมต่างหากครับที่ตรงเวลา”

“ฉันยึดตามนาฬิกาของฉันเท่านั้น ไม่ว่านาฬิกาของคุณจะเดินเร็วหรือช้ากว่าฉันก็ตาม ขอให้ตั้งเวลาใหม่แล้วยึดตามฉันเป็นหลักด้วย อ้อ ตอนนี้แปดโมงสองนาทีแล้ว ช่วยตั้งนาฬิกาให้ตรงกันด้วยนะ”

“ครับ” นิชคุณถอนหายใจ ถอดนาฬิกาที่สวมอยู่ออกมาตั้งเวลาใหม่ด้วยท่าทางเบื่อหน่าย ทำไปเพื่อประชดประชันเจ้านายจอมอวดดี

“อ่อ แล้วชงกาแฟมาให้ฉันที”

“ผมมาทำงาน ไม่ได้มาเป็นคนชงกาแฟ”

“มันเป็นอีกหน้าที่ของเลขาไม่ใช่หรือไง ไหนๆ ก็คุยแล้ว ฉันบอกไว้ก่อนเลยก็แล้วกันว่าเลขาของฉันต้องทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว”

นิชคุณคิ้วขมวด มองเด็กเอาแต่ใจที่เท้าคางมองเขา ยิ้มสวยๆ นั่นมองแล้วน่าหงุดหงิดสิ้นดี

คิดว่าน่ารักมากมั้ง? เขาอยากจับเด็กนี่ทุ่มกับโต๊ะทำงานให้รู้แล้วรู้รอด

“ผมไม่ทำงานที่นอกเหนือจากงานที่ผมควรจะทำ”

“คุณมีสิทธิ์บ่นเหรอ ถ้าไม่ทำก็ออกไป ออกในที่นี้ไม่ใช่กลับบ้านนะ แต่ลาออกไปเลย ฉันยินดีรับจดหมายลาออกของคุณทุกเมื่อแหละ..งานสมัยนี้หายากซะด้วยสิ”

นิชคุณฟังแล้วหัวเราะในลำคอ ริมฝีปากเหยียดยิ้ม

อ้อ นี่คือเหตุผลที่ดึงเขามาทำงานด้วยอย่างนั้นเหรอ?

“ผมไม่มีทางยอมลาออกเพราะเจ้านายงี่เง่าอย่างคุณหรอก จะให้ทำอะไรก็ว่ามา”

“นี่คุณกล้าว่าฉันเหรอ!” ยูคยอมหน้าบึ้ง ตบโต๊ะด้วยความไม่พอใจ แต่ในสายตานิชคุณมันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด เหมือนถูกแมวขู่มากกว่า

“ผมกล้าว่าคุณอยู่แล้ว ผมไม่เต็มใจที่จะมาทำงานกับคุณตั้งแต่แรก เอาสิ คุณอยากจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ ผมจะทำงาน หน้าที่ผมมีแค่ช่วยคุณทำงานให้เสร็จลุล่วงเท่านั้น”

“ถ้าฉันจ้างคุณนอกเวลางานล่ะ”

“ผมไม่ทำ” นิชคุณตอบอย่างไร้เยื่อใย ไม่สนใจด้วยว่าเด็กตรงหน้าจะอยากเข้ามาทุบเขาแค่ไหน

ลองเข้ามาสิพ่อจะจับตีให้ เด็กอะไรชอบวางอำนาจ

“คุณเสนอเงินเดือนมา อยากได้เท่าไรฉันจะให้”

“ทำไมคุณถึงอยากได้ผมทำงานนัก ไม่ใช่อยากให้ผมลาออกหรอกเหรอ?”

ทำไมในเวลาไม่กี่นาที คำพูดของเด็กนี่ก็ย้อนแย้งกันชอบกล ตกลงอยากให้ออกหรืออยากให้อยู่?

“ตอนแรกก็คิดว่าจะหาทางบีบคุณออกสักหน่อย หมั่นไส้ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะเอาคุณไว้ทรมานเล่น”

“ผมไม่มีทางยอมให้คุณทรมานเล่นหรอก”

“แต่คุณต้องทำ คงไม่อยากตกงานหรอกใช่ไหม รู้หรือเปล่าว่าตระกูลคิมมีอำนาจมากแค่ไหน ต่อให้คุณเย่อหยิ่งยอมลาออก คุณก็จะไม่มีทางไปสมัครงานที่ไหนได้อีกเลย และต่อให้ไปสมัครงานในบริษัทที่ตระกูลคิมยื่นมือเข้าไปยุ่งไม่ได้ ฉันก็มีคนรู้จักสนิทสนมที่จะช่วยกีดกันไม่ให้คุณมีงานทำได้อยู่ดี มีหนี้เยอะไม่ใช่เหรอ? เงินเดือนที่ฉันจะให้น่ะ สามารถทำให้คุณส่งเงินไปให้แม่ได้มากกว่าเดิมนะ”

นิชคุณเกลียดรอยยิ้มร้ายๆ ของเด็กคนนี้ เกลียดตัวเองที่ตกอยู่ในสถานะเป็นรอง

“คุณรู้เรื่องของผมได้ยังไง”

คนอายุน้อยกว่ายิ้มกริ่ม ก่อนจะใช้มือยันโต๊ะทำงานหยัดกายขึ้นยืนช้าๆ

“ไม่มีอะไรที่ฉันอยากรู้แล้วไม่ได้รู้ จะให้ร่ายประวัติคุณตั้งแต่เกิดเลยไหมล่ะ ข้อมูลของคุณทุกอย่างอยู่ในมือของฉันแล้ว เรื่องครอบครัวของคุณฉันก็รู้ มีน้องชายหนึ่งคน พ่อเสียไปแล้ว แม่อยู่ที่..

“พอ! ไม่ต้องสาธยายอะไรให้มากความหรอก คุณจะเอายังไงกันแน่!

นิชคุณไม่พอใจมากที่อีกฝ่ายขุดคุ้ยหาประวัติส่วนตัวของเขานอกเหนือไปจากที่กรอกไว้ในเอกสารของฝ่ายบุคคล ยุ่มย่าม ไร้มารยาทที่สุด เป็นถึงคุณหนูตระกูลดัง ที่บ้านไม่สอนมารยาทหรือไง

“โกรธแล้วเหรอ คุณนี่ใจร้อนน่าดู หรือว่าเกลียดขี้หน้าฉันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว..

คุณหนูคิมเดินเข้าหานิชคุณ มองใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงแล้วอยากหัวเราะ

คนธรรมดาก็ยังเป็นคนธรรมดา จะขยี้ทิ้งก็ง่ายนิดเดียว

“ฉันอยากได้อะไรก็ต้องได้ และเกลียดคนขัดใจที่สุด แค่คุณทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง คุณก็จะอยู่อย่างสงบสุข”

คุณหนูผลักนิชคุณลงไปนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน ร่างสูงมองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจว่าเด็กนี่จะทำอะไร

ยูคยอมวางเข่าข้างหนึ่งลงบนเก้าอี้แทรกตรงหว่างขาของอีกคน มือหนึ่งวางบนหน้าขา อีกมือจับบนปกเสื้อเชิ้ตราคาถูก ก่อนจะไล้ปลายนิ้วลงมาที่อกกว้างช้าๆ..

นิชคุณตาโต ตกใจกับสัมผัสของปลายนิ้วที่ลากผ่านเชิ้ตเนื้อผ้าบาง รีบจับมือซนเอาไว้ก่อนจะรู้สึกแปลกๆ ไปมากกว่านี้

ขนลุกเลย!

“คุณจะทำอะไร”

“นี่ตายด้านเหรอ?” มือซนอีกข้างที่ว่างดึงชายเสื้อเชิ้ตที่ซ่อนไว้ใต้กางเกงสแล็คออกมา นิชคุณเสียววูบที่ช่องท้องเมื่อปลายนิ้วนิ่มจิ้มโดนหน้าท้อง

“โอ้ คุณนี่หุ่นดีมากเลยแฮะ” คุณหนูวางมือนิ่มบนหน้าท้องที่มีกล้ามเรียงตัวสวยของอีกฝ่าย สีหน้าประหลาดใจมาก

“คุณจะทำอะไร!” นิชคุณทนไม่ไหว จับข้อมือเจ้านายไว้ทั้งสองข้างให้หยุดทำบ้าๆ ได้แล้ว ก่อนเขาจะบ้าตายไปมากกว่านี้ วางมือไม่พอยังมาลูบกันอีก

“หน้าตาคุณก็พอใช้ได้ หุ่นก็...ถือว่าดี ฉันมีงานให้คุณทำ งานที่นอกเหนือจากงานเอกสารน่าเบื่อน่ะ”

ยูคยอมกัดปากเล็กน้อย ทำท่าใช้ความคิด

คนคนนี้ภายนอกดูบ้านๆ ธรรมดา แต่ข้างในซ่อนรูปมากเลย น่าจะใช้การได้

นิชคุณมองอีกฝ่ายตาปริบๆ เจ้านายที่รัก(?)อยู่ใกล้จนเขาได้กลิ่นน้ำหอมของเจ้าตัวเลย..ให้ตายเถอะ ถ้ากลั้นหายใจได้เขาทำไปแล้ว

เขาอยากจะบอกเจ้านายให้เปลี่ยนไปใช้กลิ่นอื่นหรือยี่ห้ออื่นเสียจริง น้ำหอมบ้านี่ทำให้คนอยู่ใกล้ปั่นป่วนพิกล

ยูคยอมดึงมือจากมือนิชคุณ จับใบหน้านิชคุณหันซ้ายขวา ก่อนยิ้มพอใจ

            “เสริมหล่อสักหน่อย ใส่เสื้อผ้าดีๆ..เพอร์เฟ็กต์เลยนะเนี่ย”

ยูคยอมพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“คุณเจ้านายครับ ไม่มีใครสั่งสอนหรือว่าอย่าอยู่ใกล้ผู้ชายด้วยท่าทางไม่งามแบบนี้ หรือว่า เคยซะจนเคยชินไปแล้ว? อยู่เมืองนอกมานานจนลืมไปแล้วรึไง”

นิชคุณไม่เข้าใจว่าเด็กนี่พูดอะไรอยู่คนเดียว แต่หมั่นไส้ ยั่วจังวะ!

ใกล้ขนาดนี้นั่งคร่อมกันเลยไหมล่ะ?

ร่างสูงโอบเอวอีกฝ่ายจนยูคยอมทับมาบนตัว  ปลายจมูกนิชคุณเฉียดแก้มเนียนไปเพียงนิดเดียว

“ไอ้!” คุณหนูโมโหจนด่าไม่ออกเมื่อโดนดูถูก เขาฟังออกนะที่นิชคุณจงใจว่าเขา!

“ฉันจะเคยไม่เคยก็ไม่ใช่เรื่องของนาย! ปล่อยได้แล้ว!!” คุณหนูทั้งโมโหทั้งอายจนหน้าแดงไปหมด ทุบอกกว้างแรงๆ หลายทีให้หนำใจแล้วลุกออกมายืนห่างๆ นิชคุณนิ่วหน้าด้วยความจุก

“ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว!” ยูคยอมชี้นิ้วไปทางประตู นิชคุณยันพนักวางแขนลุกจากเก้าอี้

“ไม่ต้องไล่หรอก ทำอย่างกับผมอยากอยู่ในห้องกับคุณสองต่อสองอย่างนั้นแหละ”

นิชคุณเบ้ปาก แต่งตัวให้เรียบร้อย เด็กคนนี้มือไวมากนะ เผลอแป๊บเดียวจับนู่นดึงนี่เขาอย่างกับของเล่น

เมื่อนิชคุณออกไปจากห้องแล้ว คุณหนูคิมก็กอดอก ถอนหายใจ ครุ่นคิดอย่างหนัก

นิชคุณน่ะใช้ได้เลยล่ะ แต่ท่าทางจะควบคุมยาก จากที่ต้องการจะเอาไว้แก้ปัญหากลับจะสร้างปัญหามากขึ้นหรือเปล่านะ

 

 

“เฮ้อ” นิชคุณนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานพลางถอนหายใจ

แค่วันแรกก็เหนื่อยใจมากมายมหาศาล..

เจ้านายเขานี่พ่อแม่ว่างอบรมบ้างหรือเปล่านะ หรือว่าสอนแล้วแต่เจ้าตัวไม่ใส่ใจ ถึงได้เป็นเด็กกล้าพูดกล้าทำแบบนั้น

มาทำตัวแบบนั้นกับผู้ชายได้ไง ถ้าไม่ใช่เขาแต่เป็นคนอื่นน่ะโดนปล้ำกลางห้องทำงานไปแล้วมั้ง มาลูบคลำกันอยู่ได้ แอบโรคจิตหรือไง

ดีนะที่แบมแบมไม่ใช่คนแบบนี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงปวดหัวตาย

นิชคุณกุมขมับ ก่อนจะทำใจแล้วเริ่มต้นศึกษางาน ตอนนี้งานสำคัญที่สุด ทำให้คุ้มเงินเดือนเสียหน่อย ส่วนเจ้านายจิตป่วงน่ะเอาไว้คิดทีหลังว่าจะจัดการกับเจ้าตัวยังไงดี

 

TBC.

**

อยากแต่งอะไรก็แต่ง 5555 #อ่าวอิเด็กนี่

ท่านประธานจอมหื่นกับคุณหนูจอมยั่ว เพราะงี้ถึงรักและนับถือกันเป็นพี่น้องได้ อิ้_อิ้

มีคนชอบคุณยูคมั้ย? เราชอบง่ะ เปิดใจแล้วจะรู้ว่ายูคมุ้งมิ้ง 555 ฉันเมนยูคยอมนะแกรรรร

เผื่อบางคนไม่รู้แล้วคิดว่าเราชิงชังอะไรคิมหรือเปล่า? ถึงให้คิมเคะและขี้ยั่ว 55555555

ไปดูตาคิมนะ ตาสวยมาก หน้าหล่อนะแต่บางมุมโคตรสวยและน่ารัก (จงมองข้ามขนาดตัว><)

คิมขี้ยั่วอ่ะ! สวย หุ่นดี หรือเราเห็นคนเดียว? 55555

ไม่ว่าคิมจะเมะให้ใครมาก่อน อยู่ในมือเรา คิมคือของคุณ’ >//<





***

ลองเดา เขาจะได้กันไหม? *วิ่งหนีทีนรีดเดอร์

มาช้าแล้วยังจะตัดจบกวนตีนอีก 555555555555555555

เรายังเขินอายที่จะหื่นอ่ะแก อยากจะแต่งบางฉากมาก แต่ยั้งมือไว้ตลอดเลย ไม่รู้ทำไม

ทำไงดีอ่ะแกถึงจะขจัดความรู้สึกนี้ได้ เราคงใสเกินไปแน่ๆ เลย>3< #นี่จริงจังนะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 384 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6126 oiLL (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 09:12

    อุ่นไหมยาตัวนี้

    #6,126
    0
  2. #6107 BewRavikarn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 22:58
    แหน๊ ปล้นลูกเลาแล้วนะ
    #6,107
    0
  3. #6086 MayKamon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:36

    อย่าเรียกว่ายานอนหลับค่ะ เค้าเรียกว่าเนื้อคู่

    #6,086
    0
  4. #6052 My love markbam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 11:34
    แหมมมมม ท่านประธาน ยูคลูก หนูทำแบบนี้กับผู้ชายไม่ได้
    #6,052
    0
  5. #6047 bowylion (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 22:19
    ร้ายกาจนะอีเอิ้น​ แบมแบมน่ารักเกิน
    #6,047
    0
  6. #6045 YugjinMarkBam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 14:32

    ช่ายๆยูคยอมนะบางมุมก้อหล่อบางมุมก้อน่ารัก

    #6,045
    0
  7. #6031 R_Jummar (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 10:19
    มาร์คเนียนอ่ะล่อลวงน้อง
    #6,031
    0
  8. #6014 opoceleste (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 02:51

    มาร์คล่อลวงน้องงงง

    #6,014
    0
  9. #5987 MarkP_endear. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 16:11
    พี่มาร์คมันร้ายนะคะหัวหน้า แผนสูงจัด =0=
    แบมอย่าไปหลงกลง่ายๆนะเห้ย
    #5,987
    0
  10. #5920 wtSunDra (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 22:21
    ม้าคคคคคคค อย่าล่อลวงน้องง น้องตามไม่ทัน ฮืออออ พี่คุณก็อย่าไปยอมง่ายๆนะ
    #5,920
    0
  11. #5870 williamsh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 20:40
    ชอบมากค่ะ
    #5,870
    0
  12. #5843 ม้ากกกบวมมม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 21:29
    พี่มาร์คกับน้องยูคนี้ไปกันได้เนอะอีกคนหื่นอีกคนยั่วแหมมมมพี่น้องชัดๆ(?)
    #5,843
    0
  13. #5835 ppploycb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 15:37
    น้องเราจะต้องเสร็จพี่มาร์คสักวัน แต่พี่คุณไม่น่าให้ค้างนะ หวงน้องขนาดนั้น55555555555 แต่ยูคตลกอะ
    #5,835
    0
  14. #5776 ChayapornSs (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 19:12
    โอ๊ยยยยขำ คุณยูค555555
    #5,776
    0
  15. #5634 ntn.9846 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 09:31
    ต้องสั่งสอนนนน
    #5,634
    0
  16. #5503 สามีจุ๋ม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 00:50
    นี่ไรท์จะให้พี่คุณกับคุณต้วนเค้าตีกันไปทุกเรื่องเลยใช่ไหมคะ5555555555 #คุณยูค อิอิ
    #5,503
    0
  17. #5399 my waffle (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:24
    สามีเป็นเคะ ขอยาดม-.-
    #5,399
    0
  18. #5018 blyy2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 10:42
    พี่มาร์คก็น่ารักนะ ?///?
    #5,018
    0
  19. #4434 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 14:29
    ยานอนหลับดีขนาดนี้เลยหรอฮะคุณชายมาร์ค แต่น้องเค้าดีเกินไปน๊าาาา 

    ยูเหมือนอ่อยพี่คุณเลยอ่ะ แต่จินนี่เลิกกะแจเพราะอะไรกลับไปรักกันใหม่ได้ไหมมมม
    #4,434
    0
  20. #4388 PiPoTweeTy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 01:28
    น้องแบมเลยเกิดมาเพื่อพี่มาร์ค แอบน่ารักนะตอนทำกับข้าวกัน ถ้าพี่มาร์คจริงใจกับน้องจริงๆก็ดี
    พี่คุณเจอเด็กแสบแล้วอ่ะ 5555 บอกตามตรงเคยอ่านแต่ยูคคุณ งื้ออออ
    #4,388
    0
  21. #4020 MBisme (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 11:48
    555คุณหนูคิม นี้อ่อยเค้าพอเค้ารุกบ้างนี้เงิบ อิอิ  น่ารักอะคู่นี้คงกัดกันน่าดูแน่ๆ



    มาร์คก็รุกหนักมาก เค้าเริ่มเปิดใจกันคนละนิดละนะ
    #4,020
    0
  22. #3615 Nalin Tip (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 09:52
    ชอบ Mr.T มุมนี้จัง คือตรงดีอ่ะ คุณหมอกับเลขาก็น่าลุ้น คุณเลขาดูแซ่บมากอ่ะ คุณยูคเราก็ชอบนะยัยลูกหมูน่ารักมากๆ เรามองข้ามเรื่องขนาดตัวของนางได้อยู่เพราะถ้าไปเทียบกะพี่คุณแล้วมองข้ามได้สบายมาก5555  ชอบพี่คุณอ่ะ ชอบมากๆในความหวงน้อง
    #3,615
    0
  23. #3229 MarKBmAG (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 14:28
    อย่าว่าเลยเราก้เมนยูค สับสนระหว่างแบมกับยูคนานๆเคยเลยรุ้เมนใคร แบม รองเมนยูคตามนี่เลยครัชน่ารักทั้งสองขี้ยั่วกันปายย555555
    #3,229
    0
  24. #3169 ` PuGun. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 17:01
    ชอบมาร์คค -//-
    #3,169
    0
  25. #2979 KarisKissTao (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 14:47
    ชอบพี่มาร์คจังงง เดี๋ยวพี่มาร์คก็จะชอบแบมเหมือนกันใช่มั้ยยยย ยูคจะทำไรอ่าาา
    #2,979
    0