เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : มิสเตอร์ต้วน คือ ผู้ชายธรรมดา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,639
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 455 ครั้ง
    14 ส.ค. 59

 

 






ปาร์ค จีมิน



 

เปลี่ยนชื่อตัวละครจาก จอง เยริน เป็น ปาร์ค จีมิน

 

 

 

  

 

 

            “คิดแล้วว่าต้องอยู่ที่นี่” ชายหนุ่มที่สวมชุดลำลองสีเข้มยิ้มให้คนที่เหงื่อโซมกาย มาร์คโยนนวมสีดำลงบนม้านั่งว่างข้างคนที่มาหา คว้าขวดน้ำไปเปิดดื่มทั้งที่ยังไม่เอาผ้าที่พันมือออก

            “น่าจะมาเร็วกว่านี้”

“ไม่ล่ะ ถ้ามาเร็วนายก็ลากฉันไปต่อยเป็นเพื่อนน่ะสิ ขี้เกียจ ต่อยกับเลขานายน่ะดีแล้ว”

“เป็นหมอประสาอะไร” มาร์คมองอีกฝ่ายอย่างตำหนิ คนที่เป็นจิตแพทย์ประจำตัวมาร์คยักไหล่ ไม่สนคำตินั้น

ทำงานอาทิตย์ละ 90 ชั่วโมง ขอเวลาพักผ่อนหย่อนใจบ้างได้ไหมล่ะ จะให้สละเวลาว่างอันน้อยนิดมาบ้าพลังกับมาร์คก็ใช่เรื่อง

“อ้ะ ทีหลังกินให้มันน้อยๆ หน่อย มันมีผลกับร่างกายระยะยาวนะมาร์ค” คุณหมอหวังล้วงขวดยาสีชาออกมาส่งให้สองขวด สีหน้าบ่งบอกว่าไม่ค่อยอยากให้สักเท่าไร

“นายเริ่มเป็นคนขี้บ่นตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“แค่เป็นห่วง”

“นายคงไม่มาเพื่อเอายามาให้ฉันอย่างเดียวหรอกใช่ไหม?”

มาร์คมองขวดยากล่อมประสาทและขวดยานอนหลับของตน จำนวนเหมือนจะน้อยกว่าเดิม

หมอนี่ตั้งใจจะลดยาให้เขาทีละนิดสินะ ยุ่งไม่เข้าเรื่อง

มาร์คตัดสินใจไม่ต่อว่า เพราะยาที่กินต้องอาศัยแพทย์สั่งจ่าย เดี๋ยวหมอบ้าแมวจะสไตรค์หยุดงาน เลิกให้คำปรึกษาและจ่ายยาเขาเสียก่อน

“เมื่อไรจะเรียกฉันว่าพี่วะ แต่ช่างเหอะ พอดีว่าง ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยมาหาเฉยๆ”

“กลับบ้านไปเลี้ยงแมวสิ”

“นายนี่มันไม่น่ารักเลย จะไปไหนต่อไหม?”

“ไปยิม” คุณหมอมองคนที่ถอดเสื้อกล้ามสีดำต่อหน้าต่อตา ถ้าเขาเป็นสาวน้อยคงจะใจละลายตายไปกับร่างพราวเหงื่อของมาร์คแล้ว

มันดูดีจนน่าหมั่นไส้

“อ่อ เออๆ ถ้าจะออกกำลังกายเยอะขนาดนี้เลิกใช้ยาสักทีดีกว่าไหม?”

แจ็คสันเป็นห่วง

เขารู้ตารางชีวิตของมาร์คเป็นอย่างดี รู้ละเอียดด้วย

มาร์คเป็นคนแปลก มีวิธีคลายเครียดด้วยตัวเอง ทำงานหนักจนเครียด มาร์คจะกำจัดความเครียดของตัวเองด้วยเซ็กส์

ที่คนหาว่ามาร์คเป็นคาสโนว่า เป็นเพราะมาร์คเครียดแทบทุกวันต่างหาก เก็บทุกอย่างในชีวิตมาเครียดหมด กระทั่งเรื่องในอดีตก็เอามาคิด

แต่ช่วงหลังเบาลงไปเยอะ ช่างเลือก ไม่ถูกใจใครก็ไม่นอน เลยต้องหันมาพึ่งยาจากเขา

จากที่เขาเคยกังวลว่าคนไข้ที่ควบตำแหน่งน้องรักจะติดโรค กลายเป็นกังวลว่ามาร์คจะติดยาแทน

ไม่ว่าจะแบบไหนก็ไม่ดีต่อตัวมาร์คทั้งนั้น

เมื่อไรจะนอนหลับด้วยตนเองได้สักทีก็ไม่รู้

การรักษามาร์คนั้น สำหรับเขาจะว่าล้มเหลวก็ไม่เชิง มาร์คยินดีเข้ารับการบำบัด แต่รักษาเท่าไรก็ไม่หายสักที กำแพงของมาร์คสูงเกินไป

 ถ้ามีคนทำให้มาร์คอาการดีขึ้นได้นะ เขาจะคำนับจนหัวติดพื้นเลยล่ะ

“คุณยองแจล่ะครับจะไปไหนไหม?” พอมาร์คไม่สนใจ คุณหมอก็หันไปหาคนน่ารักที่กำลังเช็ดเหงื่อตัวเอง

“กลับบ้านครับ”

“ไม่อยากไปซื้อของเป็นเพื่อนผมหน่อยเหรอ”

“อย่ามาล่อลวงเลขาของคนอื่นได้ไหมคุณหมอหวัง” มาร์คปราม ปกป้องเลขานุการ แจ็คสันไม่ยอมแพ้

“ที่มาหาถึงที่ก็เผื่อจะมาเจอคุณยองแจด้วย”

“ผมไปยิมกับท่านดีกว่าครับ”

“เฮ้อ กลับบ้านก็ได้ กลับไปอยู่กับแมวก็ได้”

ตัดพ้อไปคุณชเวก็ไม่สนใจอยู่ดี

“เย็นชากันทั้งเจ้านายและลูกน้องเลยนะ”

“ผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ” ยองแจบอกมาร์คแล้วหยิบข้าวของแยกตัวไปก่อน

“คนสวยทำไมเย็นชาแบบนี้นะ ติดนิสัยนายมาแน่ๆ เลยมาร์ค”

มาร์คมองแจ็คสันที่มองตามยองแจตาละห้อยแล้วถอนหายใจ

ชีวิตที่ราบเรียบของมิสเตอร์ต้วนมีเรื่องน่าปวดหัวอยู่บ้าง ตรงที่มีจิตแพทย์จิตป่วงอย่างหวังแจ็คสันนี่ไง

 

 

 

 

“แบมแบม โทรศัพท์แกที่ฝากไว้กับฉันมีสายเข้าตลอดเลยอ่ะ สั่นจนไขมันตรงต้นขาฉันลดไปหลายนิ้วละ”

หญิงสาวผิวขาวหน้าตาน่ารักเอ่ยกับเพื่อนขณะวางขนมลงบนเคาน์เตอร์ พนักงานเสิร์ฟแบมแบมยื่นใบรายการที่ลูกค้าสั่งให้จีมิน ดึงถาดที่วางขนมของโต๊ะที่สั่งก่อนหน้านี้ที่จีมินเพิ่งจะจัดเสร็จเข้าหาตัว

“หือ ใครโทรมาล่ะ?” แบมแบมถามเพื่อนร่วมคณะที่ตอนนี้ฝึกงานกันคนละที่ แต่ยังมาทำงานพาร์ททามเสาร์อาทิตย์ที่เดียวกัน

แบมแบมกับจีมินสนิทกันมากจนเพื่อนคนอื่นชอบบอกเสมอว่าอย่างกับคู่แฝด เพราะตัวติดกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ถ้าจีมินเกรดสูงก็คงได้เข้าฝึกงานที่เดียวกับแบมแบมไปแล้ว

“ไม่รู้ว่ะ แอบหยิบมาดูแวบๆ ชื่อ Mr. T ใครเหรอมิสเตอร์ทีที่ว่า ในที่ทำงานมีฝรั่งด้วยเหรอ?”

“เอ่อ เดี๋ยวมาคุยด้วยนะ ขอไปเสิร์ฟขนมก่อน”

แบมแบมตัดบท รีบหยิบถาดขนมผละจากมา จีมินอือออไปตามเรื่อง

พอพ้นสายตาเพื่อนมาแบมแบมก็มุ่นคิ้ว สงสัยว่าท่านจะโทรหาเขาทำไม อย่าบอกนะว่าท่านว่างแล้วน่ะ

แค่คิดก็ขนลุกแล้วนะ

 

 

 

“ไปหาอะไรกินกันก่อนไหม ต้องรีบกลับบ้านหรือเปล่า?” จีมินล้วงมือซุกกระเป๋าเสื้อตรงหน้าท้อง เดินเคียงแบมแบมออกจากร้านขนมตอนเวลาสามทุ่ม

“ไม่หรอก ป่านนี้พี่คุณคงกินข้าวเย็นก่อนแล้ว”

วันธรรมดาแบมแบมต้องรอพี่ชาย แต่เสาร์อาทิตย์ชีวิตใครชีวิตมัน ต่างคนต่างหาอะไรกินเอาเอง เพราะกว่าแบมแบมจะเลิกงานพิเศษก็ค่ำมืดแล้ว

“ไปกินไก่ผัดกันป้ะ?”

“อือ ไปสิ”

“แกยังไม่เล่าเลยว่ามิสเตอร์ทีที่โทรมาหาคือใคร เขาโทรหาแกเป็นร้อยสายเลยนะเว้ย”

จีมินไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของเพื่อน แต่ตามันเห็นเอง จำนวนตัวเลขของสายที่ไม่ได้รับน่ะเยอะจนน่าตกใจ ขนาดพี่คุณเคยตามตัวหาแบมแบม ยังไม่เกินร้อยสายเลย

“เจ้านายที่ทีบีน่ะ”

“โห แล้วเขาโทรมาเรื่องอะไร เป็นร้อยสายแบบนี้ต้องโดนว่าแน่ๆ เลย โทรหาเขาหรือยัง รีบติดต่อกลับไปสิ”

“ส่งข้อความไปขอโทษเขาแล้ว เดี๋ยวค่อยโทรไปหาก็ได้ รีบเดินเถอะฉันหิวจะตายแล้ว”

จีมินมองเพื่อนอย่างสงสัย ติดใจในท่าทางของแบมแบม

คนที่โทรหาแบมแบมเป็นร้อยสายจะใช่เจ้านายจริงเหรอ?

หรือว่าเพื่อนเธอแอบมีแฟนแต่ไม่ยอมบอกกัน! อย่างนี้ต้องแอบสืบซะแล้วสิ

“แกล่ะ ยังไม่เล่าเรื่องที่ไปฝึกงานให้ฉันฟังเลย” แบมแบมเปลี่ยนไปคุยเรื่องของจีมินบ้าง

“แย่” จีมินเบะปากทันที

ทั้งคู่ลงบันไดไปสถานีรถไฟ ตั้งใจว่าจะไปกินร้านอร่อยเจ้าประจำแถวมหาวิทยาลัยที่พวกเขาเรียนอยู่

“ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ?”

“แล้วจะให้เป็นยังไงล่ะ พี่เลี้ยงก็แย่ พี่ในแผนกก็แย่ ไม่นับเจ้านายนะแก โอ๊ยโคตรแย่!

“ทำไมล่ะ เล่าซิ”

“ขี้หลีอ่ะ”

แบมแบมไม่รู้จะถามอะไรต่อเลย เหมือนจะเจอคนแบบเดียวกัน

“ก็แกมันน่ารักนี่หว่า”

“ฉันมีพี่อายอนอยู่แล้วนะ! ไม่นอกใจด้วย ถึงพี่เขาจะไม่รู้ก็เหอะ ฉันไม่น่าหลงกลยื่นที่นั่นเพราะเบี้ยเลี้ยงเลย”

ปาร์ค จีมินต้องปากกัดตีนถีบหาเลี้ยงตัวเองมาตลอด ทำงานส่งตัวเองเรียน ทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่ทุนเต็มจำนวน

สถานที่ฝึกงานที่จีมินพอจะสมัครได้ก็มีไม่กี่ที่ พอเห็นว่าบริษัทเอกชนที่มีเจ้าของเป็นนายทุนต่างชาติมีเบี้ยเลี้ยงให้รายวันตั้งวันละสองหมื่นวอน จีมินก็ตัดสินใจเลือกที่นั่นอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด

ใครจะรู้ว่าพอเข้าไปแล้วมันจะมีแต่เรื่องน่าปวดหัวล่ะ

“ทำไงได้ ต้องทนจนกว่าจะฝึกงานเสร็จสิ้นนั่นแหละ ฉันน่ะอยากเรียนจบแล้วหางานทำจะแย่แล้ว”

แบมแบมถอนหายใจ ยืนรอรถไฟใต้ดินหลังเส้นกั้นกับจีมิน เพื่อนตบบ่า เข้าใจ

“รู้สึกไม่ต่างกัน เจ้านายของแกดีมั้ยอ่ะ แต่บริษัทยักษ์ใหญ่แบบนั้นต้องเจอกันยากแน่ๆ เลยใช่ไหม ของฉันน่ะท่านประธานเพิ่งจะยกตำแหน่งให้ลูกชาย ก็เลยพาลูกแนะนำตัวทุกแผนกเลย วันนั้นฉันน่าจะหลบอยู่ในห้องน้ำ พี่เลี้ยงบอกว่าหล่อนักหล่อหนา ฉันอุตส่าห์รอดูหน้า แต่ที่ไหนได้ นิสัยไม่ได้ดีเท่าหน้าตาเลย ซวยฉิบ”

จีมินระบายอย่างอัดอั้น ไม่เจอหน้าเพื่อนมาเป็นอาทิตย์ ต่างคนต่างยุ่ง แบมแบมยิ้มเจื่อน

“ก็พอใช้ได้”

“แค่เนี้ย? แหม ตาหนูอย่ามาโกหกพี่หมูมินคนนี้ซะให้ยาก มันไม่โอเคเหมือนกันใช่ไหม? เล่าหน่อยสิ รู้หรอกว่าชีวิตทำงานมันไม่ง่าย ต้องมีเรื่องมาเม้าท์บ้างสิ”

“อยากเล่านะ แต่เรื่องมันยาวมาก” แบมแบมไม่เคยมีเรื่องปิดบังจีมินหรอก แต่มันไม่ใช่เรื่องที่เล่าในที่สาธารณะได้

“ฉันมีเวลาฟังทั้งคืน ไปค้างบ้านแกได้ไหมล่ะ”

“ได้สิ” จีมินสนิทกับแบมแบมจนมีข้าวของอยู่ที่บ้านบ้าง เพราะไปค้างบ่อยมาก

ช่วงแรกๆ ที่จีมินไปที่บ้าน พี่คุณดีใจใหญ่ นึกว่าน้องมีแฟน แต่จีมินประกาศไว้แล้วว่าไม่อยากได้แบมแบมเป็นแฟน เธอไม่ชื่นชอบผู้ชายแบบชู้สาว ถ้าสาวๆ ล่ะไม่แน่ พี่คุณเลยผิดหวังไป

เคยมีคนบอกแบมแบมว่าผู้หญิงกับผู้ชายคบกันเป็นเพื่อนไม่ได้หรอก แต่แบมแบมพิสูจน์แล้วว่าได้ ถ้าจะให้บอกว่าใครเป็นเพื่อนแท้ เขาก็สามารถเอ่ยชื่อจีมินได้เลยทันที จีมินเองก็เช่นกัน

จีมินไว้ใจแบมแบมมาก ไปค้างด้วยบ่อยๆ เพราะรู้ว่าแบมแบมไม่ทำอะไรเธออยู่แล้ว ความเป็นเพื่อนระหว่างเธอและเขามีมากกว่าความรู้สึกอื่นใด

            จีมินมาเรียนที่โซลคนเดียวตั้งแต่มอปลายแล้ว อยู่หอพักคนเดียว เวลาไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องขออนุญาตใคร แต่แบมแบมก็เป็นห่วง ถ้าจีมินต้องกลับบ้านค่ำ และแบมแบมอยู่ด้วยพอดี เขาต้องเดินไปส่งจีมินที่บ้านก่อนถึงจะกลับบ้านตัวเอง โดนจีมินบ่นประจำ

แบมแบมเคยโดนจีมินว่าเอาบ่อยๆ ว่าเธอและแบมแบมก็เกิดอันตรายได้ไม่ต่างกันหรอก ไม่ต้องหวังดีขนาดนั้น แต่ทำยังไงได้ เพื่อนเขาเป็นผู้หญิงนี่ มันอันตรายมากกว่าตัวแบมแบมอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

“อะไรนะ! นิสัยไม่ดีเลยอ่ะ!” จีมินโวยออกมาแล้วปาตุ๊กตาพิกาจูของเพื่อนตกเตียงทันทีที่แบมแบมเล่าเรื่องในที่ทำงานให้ฟัง แบมแบมรีบยกนิ้วแตะปากให้เพื่อนเบาเสียงหน่อย ก่อนพี่ชายจะเดินมาด่าเอา

“ชี่! เบาหน่อยสิ เดี๋ยวพี่คุณก็ตื่นมาด่าหรอก เพราะแกขี้โวยวายอย่างนี้ไงฉันถึงไม่อยากจะเล่าให้ฟังสักเท่าไหร่”

“นี่มันแย่มากนะแบม มันคือการล่วงละเมิดทางเพศแล้วนะ แกอย่าไปยอมเด็ดขาดเลย! ไปแจ้งตำรวจเลยไป โธ่เอ๊ย!! ไอ้ภาพลักษณ์สุภาพบุรุษที่เห็นตามสื่อนั่นคือภาพลวงตาหรอกเหรอเนี่ย ไม่น่าเลย เป็นไงล่ะแก หลงชื่นชมเขานักหนา ตัวจริงนี่ปิศาจราคะชัดๆ!

แบมแบมหน้าแหยเมื่อเพื่อนใส่เป็นชุด เข้าใจหาคำเปรียบเทียบนะหมูมิน

“เอ่อ นี่ฉันนึกว่าแกจะไล่ฉันไปหาเขานะเนี่ย”

“ย๊า! จะบ้าเหรอ ถึงฉันจะเคยพูดว่าให้แกหาคนรวยๆ แต่งงานด้วยจะได้สบายก็เถอะ แต่แค่พูดเล่นเท่านั้นเอง คนเรามันควรมีศักดิ์ศรีนะ ต่อให้ลำบากแค่ไหนก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุดก่อนสิ”

“ถ้าสู้แล้วสุดทางค่อยคิดหาเศรษฐีใช่ไหม?”

“นี่นายจะกวนประสาทฉันเหรอ!” จีมินเหลือกตาใส่เพื่อนแล้วฟาดที่หลังจนแบมแบมร้องโอ๊ย

“พูดเล่นนิดเดียวเอง” แบมแบมน้ำตาคลอ เจ็บจริงไม่ได้สำออย เพราะจีมินมือหนักมาก

“ไม่ได้ๆ เรื่องแบบนี้มันสำคัญมากนะแบมแบม แกจะให้ครั้งแรกกับใครแกต้องเลือกคนที่เขารักแกสิ อย่าเลือกที่แกรักเขาฝ่ายเดียว มันไม่ยุติธรรมเลย”

“ฉันแค่หาทางยืดเวลาไปอีกนิด”

“จะต่อลมหายใจไปได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว มิสเตอร์นั่นอยากได้นายจะตายไป ไม่อย่างนั้นคนระดับเขาจะลดตัวลงมาเล่นอะไรไร้สาระกับแกทำไม แกคิดว่าเขาว่างมากนักเหรอ คนอย่างผู้ชายคนนั้นแค่กระดิ้วนิ้วก็มีคนมารอบนเตียงแล้ว แกอ่ะหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ”

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะจีมิน ฉันไม่มีทางเลือกนี่ ฉันต้องฝึกงานให้ผ่าน ฉันไม่อยากมีปัญหากับคนที่มีอำนาจตัดสินใจทุกอย่างในบริษัทจนกว่าจะมั่นใจได้ว่าฉันผ่าน คนธรรมดาอย่างเรามันมีทางเลือกให้หยิ่งนักเหรอวะแก อนาคตของฉันมันขึ้นกับสิ่งที่ฉันตัดสินใจ ฉันแค่คิดว่าต่อเวลาออกไปอีกหน่อย ถ้าท่านรอไม่ได้ ท่านก็หาคนอื่นเองนั่นล่ะ”

แบมแบมชันเข่าขึ้นกอด ใช่ว่าตัวเขาอยากทำ แต่การขัดใจเจ้าของบริษัททั้งที่ไม่มีปัญญาต่อกรไม่น่าใช่ทางเลือกที่ดี

จีมินนั่งขัดสมาธิ กอดอก มองเพื่อนแล้วอยากจะพ่นด่าถ้อยคำตอกย้ำว่ามันโง่ แต่ก็ทำไม่ลง

“อย่ามองโลกในแง่ดีนักเลย มองด้านร้ายบ้างเถอะว่ะ แกคิดว่าการเลิกรักหรือชอบใครสักคนมันง่ายนักเหรอแบมแบม”

“ฉันฉันไม่รู้ ถึงตัดใจไม่ได้แต่พอฉันฝึกงานเสร็จ ฉันกับท่านก็ไม่จำเป็นต้องเจอกันอีก สักวันคงตัดใจไปได้เองล่ะมั้ง”

“อ่อนหัด! คิดอะไรอยู่นะแกเนี่ย ถ้ามันเลิกง่ายขนาดนั้น โลกนี้จะมีคนฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเองเพราะความรักหรือไง ถึงฉันจะรู้ว่าเพื่อนตัวเองไม่กล้าทำร้ายตัวเองก็เถอะ เปลืองตัวไม่พอยังเปลืองหัวใจอีก มันไม่สนุกหรอกนะเล่นกับความรู้สึกของตัวเองน่ะ”

“แกก็พูดเหมือนว่าฉันชอบเขาไปแล้ว เรื่องของฉันกับเขาเพิ่งจะเริ่มเท่านั้นเอง” แบมแบมค้าน

“ถ้าแกไม่เพลี่ยงพล้ำก่อนมาถีบหน้าฉันเลย แกกับเขากระดูกมันคนละเบอร์ ฉันทายได้เลยว่าแกต้องเสียทีเขาก่อน คนอย่างเขาน่ะแบมแบม ถ้าเขาจริงจังหรือเคยรักใคร เขาไม่มีข่าวเดทแทบทุกอาทิตย์หรอก และถ้าแกยังไม่เปิดตาให้กว้างพอ แกก็ควรรู้ว่าไม่ซ้ำคนกันเลยด้วย”

จีมินรัวนิ้วลงบนคีบอร์ดโน้ตบุ๊คที่เปิดไว้ทำงาน แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาหาข่าวของเจ้านายแบมแบมก่อน

แบมแบมมองสิ่งที่เพื่อนอยากให้ดูแล้วพับโน้ตบุ๊คลง มือวางที่ตัวเครื่อง นัยน์ตามองเพื่อน

“ถึงแกจะหาอะไรมาให้ฉันดูมากมายกว่านี้ ฉันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้ว”

“แกมันทั้งโง่และดื้อเลย”

“ฉันรู้ แต่ฉันอยากให้โอกาสตัวเองได้รู้จักเขาก่อน ฉันได้ยินเรื่องของท่านมาเยอะเหลือเกินว่ะจีมิน ทั้งที่ทำงาน ทั้งสื่อ แต่คนพวกนั้นก็ไม่ได้รู้จักตัวจริงของท่านสักคน แกจะว่าฉันมองโลกด้านเดียวก็ได้ แต่ฉันขอมองต่างมุมบ้าง ตอนเจอท่านทำอย่างนั้นครั้งแรกตั้งแต่เจอหน้ากัน ฉันก็ตกใจ เสียใจ เสียความรู้สึก มันแย่มากๆ แต่พอได้คุยกันครั้งที่สอง ท่านเอาแต่ใจแต่ก็ยังรับฟังข้อเสนอของฉัน

“อาจจะทำไปเพื่อฆ่าเวลาก็ได้นี่!” จีมินแทรกขัด แบมแบมหัวเราะ

“เออ อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ แต่มันคงจะไม่ดี ถ้าฉันจะไม่เปิดใจเสียหน่อย ฉันบอกท่านไปแล้วว่าถ้าฉันชอบท่าน ฉันจะนอนด้วย ถ้าฉันไม่คิดจะมองท่านในมุมอื่นเลย ฉันคงทำใจชอบท่านไม่ได้”

“ฉันห้ามอะไรแกไม่ได้แล้วสินะ รู้ไหมแบมฉันโคตรอยากต่อยแกอ่ะ แกเป็นเพื่อนรักฉันนะโว้ย แต่ฉันต้องมานั่งฟังแกบอกว่าจะไปนอนกับผู้ชายที่ฉันไม่รู้จัก ไม่ใช่กระทั่งแฟนของแกด้วยซ้ำ โดยที่แกต้องชอบเขาก่อน พอแกนอนกับเขาแล้วเขาก็จะทิ้งแกไม่ต่างจากของไร้ค่าชิ้นหนึ่งแกคิดว่าเพื่อนอย่างฉันจะเจ็บปวดไหม”

จีมินน้ำตาคลอเพราะเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ กระทั่งห้ามเพื่อนแบมแบมก็ไม่ฟัง แบมแบมรู้สึกผิด เขาเอื้อมมือไปจับมือจีมินไว้

“ขอบใจแกนะที่เป็นห่วง ฉันเป็นผู้ชาย คงไม่มีอะไรเสียหายนักหรอก”

“ห่วงไปแล้วได้อะไร ความรู้สึกของฉันมันส่งไปถึงแกด้วยหรือไง”

“จีมิน

“ข้อเสนอบ้าๆ นี่ไม่ใช่แกจะมีแต่เสียหรอกนะ แต่มีบางอย่างที่แกจะได้ด้วย”

“อะไร”

“ความเจ็บปวดกับน้ำตาไง” จีมินหยิบโน้ตบุ๊ค คลานลงจากเตียงเอาของไปเก็บ แบมแบมนั่งอึ้ง

“ในเมื่อเลือกเอง จะมาโอดครวญทีหลังไม่ได้หรอกนะ แต่เอาเหอะ ถ้าแกเสียใจฉันจะนั่งฟังแกร้องไห้ก็แล้วกัน”

“ขอบใจนะจีมิน”

“เหอะ!” จีมินมองเพื่อนด้วยหางตา กลับขึ้นเตียงอีกครั้ง

แบมแบมถอนหายใจ ลงไปนั่งบนฟูกสำหรับแขกที่เอามาปูข้างเตียง

ต่อให้สนิทกันแค่ไหน แต่แบมแบมก็ยังมองว่าการให้เกียรติจีมินเป็นเรื่องสำคัญ ถึงแม้จีมินจะไม่ถือก็เถอะ

“หยิบพิกาจูมาด้วย คืนนี้มันเป็นของฉัน แกน่ะนอนกอดหมอนข้างไปเถอะ”

จีมินรั้งผ้าห่มมาคลุมครึ่งตัว ชี้นิ้วลงไปที่พื้นที่พิกาจูตัวใหญ่นอนแอ้งแม้งอยู่ แบมแบมคิ้วขมวด

“แกจะใจร้ายไปแล้วนะ”

“เด็กใจแตกอย่างแกไม่มีสิทธิ์กอดพิกาจู”

“ชึ!” แบมแบมโยนตุ๊กตาขึ้นไปบนเตียง โดนหน้าจีมินเต็มๆ จีมินไม่ยอม ขยับมาใกล้ ยื่นขาลงมาถีบเพื่อนไปหนึ่งที

จีมินพลิกตัวหันไปทางกำแพง นอนไวกว่าทุกครั้งที่มาค้างด้วย เพราะปกติเธอกับแบมแบมจะคุยกันเกือบสว่างตลอด

แบมแบมลุกไปปิดไฟแล้วกลับมานอน มองแผ่นหลังเพื่อนครู่หนึ่งก็พลิกตัวหันไปอีกทาง

จีมินคงไม่พอใจในสิ่งที่เขาทำจริงๆ

ขอโทษนะ แต่ฉันไม่อยากให้แกเกลียดฉันหรอกนะจีมิน

 

 

 

 

 

            ที่พักอาศัยของ อี้เอิน ต้วน ตามที่คนทั่วไปรู้ คือ  เพนท์เฮ้าส์หรู กว้างกว่า 600 ตารางเมตร ที่ตกแต่งอย่างสวยงามในย่านที่ราคาที่ดินแพงที่สุดของเมือง

ความจริงแล้วที่นั่นมาร์คใช้อาศัยนอนเพราะใกล้บริษัทหลักเท่านั้น และเอาไว้พาตัวช่วยในการคลายความเครียดไปนอน ส่วนบ้านที่เขาเรียกว่าบ้านอย่างแท้จริง คือ บ้านเดี่ยวชั้นเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นที่มีสวนกว้างๆ และอยู่ไกลจากที่ทำงาน

เสาร์อาทิตย์ถ้าไม่มีงาน มาร์คจะกลับมานอนที่นี่

ไม่เคยมีใครได้มาที่นี่ และไม่เคยมีใครรู้ว่ามาร์คมีบ้านอีกหลังนอกจากเลขานุการของเขา และเขาเป็นคนบอกชเวเยองแจเองว่า ถ้าไม่เจอตัวเขาที่คอนโดจะสามารถหาตัวเขาเจอได้ที่ไหน

เวลาช่วงเช้าในวันหยุดของมาร์คเป็นไปอย่างเรียบง่ายเช่นที่เคยเป็น มาร์คตื่นเช้าเพื่อออกไปวิ่งที่สวนใกล้บ้านก่อน  จากนั้นถึงจะกลับมาอาบน้ำแล้วกินมื้อเช้า

มาร์คชงกาแฟโดยเติมแค่น้ำร้อน เพราะเขาไม่ชอบดื่มกาแฟ ต้องการแค่สูดกลิ่นของกาแฟชงใหม่เท่านั้น อาหารเช้าเป็นอาหารง่ายๆ อย่างคอนเฟล็กธัญพืช หรือไม่ก็ขนมปังที่ไม่ทาอะไรเลย ไม่ใช่ว่าเป็นคนทำอาหารไม่เป็น แต่ไม่อยากทำ แม่บ้านที่จ้างมีหน้าที่แค่มาดูแลบ้านและทำความสะอาดให้เท่านั้น

หลังจากเช็กความเป็นไปของตลาดหลักทรัพย์ และอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจกับหนังสือพิมพ์เกาหลีเสร็จ เขาก็จัดการวางแผนงานที่เขาต้องทำตลอดหนึ่งอาทิตย์

มาร์คเป็นคนที่ชอบวางแผนในการทำทุกสิ่งทุกอย่างและมองมันในภาพรวมไว้ล่วงหน้าหนึ่งเดือนเสมอ มันต้องเป็นไปตามแบบแผนที่เขาวางไว้ แต่ถ้าบางอย่างนอกเหนือจากที่คาดไว้ เขามักจะมีแผนสำรองอย่างน้อยสองแผนเสมอ เพื่อไม่ให้สิ่งที่เขาทำล้มเหลว

แต่ใช่ว่ามาร์คจะเกลียดความล้มเหลว เขาชอบเสียอีกที่จะได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง

มาร์คมองแผนงานในแมคบุ๊คขณะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือมากดรับสาย

“ว่าไงยองแจ”

<ประวัติที่ท่านให้ผมไปเอาจากฝ่ายบุคคลมันไม่ละเอียดครับ แต่ผมหาเพิ่มให้แล้วนะ จะให้ส่งเมลไปให้เลยหรือเปล่าครับ>

“ส่งมาสิ บ่ายโมงมาหาฉันด้วยนะ”

<จะพาไปไหนหรือครับ>

“ธุระนิดหน่อย”

<ที่บ้านใช่ไหมครับ>

“ใช่”

<ได้ครับ>

มาร์คทำงานของตนจนเสร็จแล้วเข้าเช็กอีเมลที่ยองแจส่งมาให้

ทุกเรื่องราวที่เขาควรรู้เกี่ยวกับเด็กฝึกงานที่ชื่อกันต์พิมุกต์ ตอนนี้อยู่ในมือเขาแล้ว

เขาแค่อยากรู้ว่าต้องทำอย่างไรเขาถึงจะชนะใจเด็กคนนั้นได้

มาร์คต้วนจะทำอะไรไม่เคยไม่วางแผน เขาต้องการรู้ทุกอย่างที่จะทำให้กันต์พิมุกต์ชอบเขาให้เร็วที่สุด

เขาไม่มีเวลามาเล่นกับกันต์พิมุกต์มากนัก ชีวิตเขามีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะ และทุกเรื่องก็สำคัญกว่าเรื่องของ ของเล่นคนใหม่ด้วย

คิ้วสวยขมวดเล็กน้อยเมื่อเจอรูปรูปหนึ่งที่ยองแจส่งมาให้

มันเหมือน

มาร์คกดข้อมูลและรูปของแบมแบมทิ้งทั้งที่ยังดูไม่จบ คราวหลังคงต้องบอกยองแจว่าเอาแต่ข้อมูลมาก็ได้ ไม่จำเป็นต้องหาอะไรมาเพิ่มโดยที่เขาไม่ได้สั่ง

ความชอบหลายอย่างของกันต์พิมุกต์

มันช่างคล้ายกับใครคนนั้น

 

 

 

 

 

“เหม่ออะไรอยู่เหรอที่รัก”

ร่างบางสะดุ้งเมื่อโดนสวมกอดจากทางด้านหลัง วงแขนแกร่งโอบรัดเอวบางไว้แน่นเสียจนอึดอัดมากกว่าจะอบอุ่น

“เปล่า ปล่อยเถอะฉันอึดอัด” มือขาวแกะมือคนโอบออก แต่แทนที่อ้อมแขนนั้นจะคลายออกกลับรัดแน่นเข้าอีก

“คุณ! ฉันเจ็บ!!

“ผมถามคุณดีๆ แต่คุณกลับไม่ตอบผมดีๆ นะ”

ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเมื่อถูกมือใหญ่บีบคางอย่างแรง  ใบหน้าหล่อเหลาก้มต่ำลงไปหา

“กระทั่งความคิดของฉัน คุณก็จำเป็นต้องรู้ด้วยหรือไง”

“จำเป็นสิ ผมไม่อยากให้คุณมีเรื่องปิดบังผม ไม่แม้แต่เรื่องเดียว”

แผ่นหลังบางแนบชิดติดอกกว้าง แทบจมอยู่ในอ้อมกอด

“ฉันแค่คิดเรื่องงานเลี้ยงของคุณคืนนี้เท่านั้นเอง” ร่างบางตอบเอาตัวรอดไป มือยันกับกำแพงกระจกไว้ สบตาคนที่ยืนอยู่ด้านหลังตนผ่านผิวกระจกนั้น

“ไม่ได้คิดถึงมันใช่ไหม”

“ใช่”

“ดี..ผมรักคุณนะ”

“ฉันรู้”

“คุณเป็นของผม”

“ฉันไม่ไปจากคุณหรอก”

“ใช่คุณจะไปจากผมไม่ได้เด็ดขาด คุณเลือกผมแล้ว คุณก็ต้องอยู่กับผมไปตลอดชีวิต ถ้าคุณไป คุณน่าจะรู้ว่าผมจะทำอะไรได้บ้าง”

นัยน์ตาคู่สวยหลับลงเพราะไม่อยากเห็นการกระทำที่อีกฝ่ายทำกับตน

ไหล่ขาวนวลที่โผล่พ้นจากเสื้อคอกว้างถูกริมฝีปากสวยสัมผัส และเสื้อตัวที่สวมใส่อยู่อีกไม่นานก็คงหลุดออกจากร่าง

“เลิกคิดถึงมันเสียทีเลิกคิดถึงอี้เอิน”

ร่างบางถูกดันติดกำแพงโดยมีร่างสูงเข้าประชิดจนแทบติดกัน

“อย่ามองเห็นผมแค่ดวงตาคู่นี้แต่ในใจยังมีแต่มัน ไม่ว่าจะรู้สึกผิดหรืออะไรก็ตาม”

คำพูดตัดพ้อนั่นช่างเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนคนฟังใจอ่อนยวบ

“ฉันไม่

ริมฝีปากอิ่มถูกบดเบียดอย่างรุนแรงปิดกั้นไม่ให้เอ่ยคำพูดเสียดแทงใจใดๆ ออกมา

เจ็บ..

บางครั้งอ่อนโยน บางครั้งก็รุนแรง ตามอารมณ์ไม่ทันจริงๆ

“อย่า! คุณจะทำตอนนี้ไม่ได้นะ”

เสียงหวานเอ่ยห้าม สองมือพร้อมผลักไส ร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากคอขาว มองอีกฝ่ายด้วยสายตาแข็งกร้าวขึ้นทันใด

“ทำไม?”

“คืนนี้คุณต้องไปงานนะ และฉันก็ต้องไปด้วย”

ไม่ได้รังเกียจ แต่ไม่อยากออกจากบ้านทั้งที่ไม่พร้อม อีกฝ่ายท่าทางอารมณ์ไม่ค่อยดีคงทำอะไรรุนแรง

“ผมไม่สน ไปช้าได้ก็ไป ถ้าคุณไปไม่ได้ผมก็ไม่ไป”

ร่างบางถูกผลักลงบนโซฟา โดยมีอีกคนทาบทับตามลงมา

อยากต่อต้าน..แต่ก็ไม่อาจทำได้

เพราะรักถึงได้จากอี้เอินมา...

 

 

50%

 

 

“อ่าวพี่คุณ ทำไมทำหน้าตาแบบนั้น เป็นอะไร ที่ทำงานมีเรื่องอะไรเหรอ”

แบมแบมทักพี่ชายที่ทำหน้าบูดเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น นิชคุณเหวี่ยงกระเป๋าเป้เก่าๆ ลงบนพื้นแล้วทรุดลงนั่งบนโซฟา แบมแบมเขยิบหนี

“เป็นอะไรล่ะบอกมาสิ”

“โดนย้าย”

“ย้าย? ย้ายอะไร ย้ายไปไหน” แบมแบมงุนงงเมื่อพี่ชายเอ่ยออกมาโดยไม่มีที่มาที่ไปก่อนเลย

“ย้ายไปทำงานที่อื่น” นิชคุณเหวี่ยง อารมณ์ไม่ดีสุดๆ

“ห๊ะ? อะไรนะ พูดมาให้ชัดๆ ซิ พี่จะย้ายไปทำงานที่ไหน อะไร ยังไง”

แบมแบมถามรัวเป็นชุดด้วยความตกใจ นิชคุณหน้าเหยเกบิดเบี้ยว คนเป็นน้องดูก็รู้ว่ากำลังไม่สบอารมณ์อย่างมาก

“ย้ายไปบริษัทแม่”

“เฮ้ย! ก็ดีไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมพี่ต้องทำหน้าตาแบบนั้นด้วย”

บริษัทที่พี่ชายทำงานน่ะ เป็นบริษัทในเครือของกงซานใต้การควบคุมของตระกูลคิม ตระกูลที่ถูกจัดว่าร่ำรวยและมีทรัพย์สินในครอบครองติดอันดับมหาเศรษฐี

ถ้าได้ไปอยู่ในบริษัทแม่น่ะยิ่งดีมากเลยไม่ใช่เหรอ?

“จะดีได้ยังไง ในเมื่อพี่ถูกย้ายตำแหน่งเพราะไอ้คุณหนูสมองน้อยจอมเอาแต่ใจคนหนึ่งน่ะสิ ย้ายสายฟ้าแลบซะด้วย คำสั่งเพิ่งมีบ่ายนี้เอง จากนักการตลาดพี่ต้องไปเป็นเลขานุการของเด็กเอาแต่ใจนิสัยแย่ๆ คนหนึ่ง เลขานะ! แค่คิดก็อยากจะบีบคอเด็กนั่นแล้ว!

คนที่จู่ๆ ความซวยก็หล่นใส่ระบายออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ แบมแบมคิ้วขมวด

“เอ๋? แล้วพี่รู้ได้ไงว่าเจ้านายใหม่ของพี่เป็นคนนิสัยไม่ดีน่ะ”

แบมแบมเดินไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้พี่แก้วหนึ่ง เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง เหวี่ยงแล้วน่ากลัวชะมัด

“พี่เคยเจอเด็กนั่นมาก่อนหน้านี้แล้วน่ะสิ โลกโคตรกลมเลย ไม่คิดว่าคุณหนูนั่นจะเป็นน้องของเจ้านายพี่ เด็กนอกจบใหม่ นิสัยแย่ โดนสปอยล์ อยากได้อะไรก็ต้องได้!

แบมแบมหน้าแหย คุณสมบัตินี่ครบสูตรคุณหนูเลยนะ

“อ่าทำอะไรไม่ได้เลยสินะ”

“เราไม่ใช่เจ้าของบริษัทจะไปทำอะไรได้ล่ะ เจออะไรก็ต้องทน” นิชคุณอยากจะบ้าตาย

เขาล่ะอยากจะเก็บเงินใช้หนี้ให้แม่หมดเร็วๆ จะได้ย้ายกลับไปอยู่บ้านนอกหางานอย่างอื่นทำสักที ชีวิตในเมืองหลวงแม่งโคตรแย่!

“แล้วคนคนนั้นเขาทำตำแหน่งอะไรล่ะ”

“กรรมการผู้จัดการ”

“โอ้โหพี่ไปทำอะไรเขาเหรอ เขาถึงดึงตัวพี่ไปแบบนี้”

นิชคุณตาขวาง ก่อนจะเล่าเรื่องตอนที่เจอคุณ คิมยูคยอมให้น้องฟัง

“สวยไหม เหวี่ยงน่าดูเลยเนอะ” แบมแบมแค่นึกภาพตามยังเสียวสันหลังแทน

“ไม่! ไม่เห็นจะสวย”

“น่ารัก? หล่อ?”

“ไม่อะไรสักอย่าง ไม่สวย ไม่น่ารัก ไม่หล่อ”

“เป็นไปได้เหรอ”

“ทำไม? ไม่เชื่อสายตาพี่หรือไง”

“ก็พี่อคติน่ะ” แบมแบมเอ่ยเสียงเบา เว้นระยะห่างระวังพี่ชายฟาดงวงฟาดงา

“ไม่ได้อคติ! ก็พูดตามที่เห็น”

“เขาหน้าตายังไง”

“ไม่รู้ บอกไม่ถูก ดูรวมๆ ก็แย่อ่ะ!

“อ่อ เหรอ” แบมแบมไม่เชื่อ ตั้งใจว่าจะต้องไปหารูปคุณคิมยูคยอมดูให้ได้เลย

“พี่ไปอาบน้ำนอนละนะ เซ็ง!

“ไม่กินข้าวก่อนเหรอ”

“ไม่กิน กินไม่ลง” นิชคุณคว้ากระเป๋าเดินปึงปังเข้าห้องนอนไป แบมแบมสะดุ้งเมื่อพี่ปิดประตูเสียงดังโครม

โอย ท่าทางจะโมโหมากจริงๆ นะเนี่ย

ทำไมช่วงนี้คนรอบตัวเขามีปัญหาเรื่องงานกันทั้งนั้นเลยนะ ชีวิตทำงานนี่มันไม่ง่ายจริงๆ

 

 

 

 

 

“นี่ๆ ได้เบอร์มากี่คนแล้วล่ะ” จีมินกระเซ้าเพื่อนรักเมื่อแบมแบมเดินมาวางออเดอร์ขนมให้เธอ แบมแบมทั้งขำทั้งฉุน

“อะไรเล่า ได้เบอร์ที่ไหน”

“โต๊ะนักศึกษานั่นไง  มาตั้งหลายคน หล่อๆ ทั้งนั้น ท่าทางจะปีหนึ่งปีสอง กินเด็กก็อร่อยดีนะแก กระดูกอ่อนกรุบๆ เคี้ยวง่ายกลืนคล่อง”

“ลูกค้า” แบมแบมอ่อนอกอ่อนใจ จีมินหัวเราะ

“จ้าๆ ลูกค้า เดี๋ยวนี้ผู้ชายเขาไม่สนใจผู้หญิงน่ารักอย่างฉันแล้วสินะ”

“เดี๋ยวตอนฉันเอาขนมไปเสิร์ฟจะบอกว่าพนักงานตรงเคาน์เตอร์ชอบ ขอเบอร์หน่อย เอาไหม?”

“ก็ดีนะ เขาจะได้คิดว่านายหาข้ออ้างขอเบอร์พวกเขาไง อ่อยน่ะรู้จักไหม”

แบมแบมยกมือยอมแพ้เมื่อเอาชนะฝีปากจีมินไม่ได้

แบมแบมเดินไปรับเมนูจากลูกค้า จังหวะนั้นเองก็ได้ยินเสียงกระดิ่งลมดังขึ้น เป็นสัญญาณว่ามีลูกค้าเข้ามาใหม่ เขาหันไปต้อนรับเพราะอยู่ใกล้ประตูพอดี

แต่พอหันไปเท่านั้นเอง แบมแบมก็ตัวแข็ง ตกใจจนก้าวขาไม่ออก เผลอสบตากับคนที่เดินเข้ามา

            คนที่ก้าวเข้ามาสวมแจ็คเกตหนังสีแดงและกางเกงยีนสีดำ แว่นดำอันใหญ่คล้องไว้กับเสื้อยืดตัวในสีดำ

            ไม่เพียงแบมแบมที่ตกใจ จีมินที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ยังมองเห็นว่าใครมา ถ้าเธอไม่รู้จักหน้าตาของลูกค้าคนนี้มาก่อนคงจะต้องกรีดร้องว่าช่างดูดีเสียจริงๆ

คนที่เพิ่งเข้ามาในร้านมองร่างบางในชุดธรรมดาที่ทำให้ดูเด็กกว่าอายุจริงไปหลายปี สวมผ้ากันเปื้อนแบบผูกเอวเอาไว้

“ไม่คิดจะพาผมไปที่โต๊ะหน่อยเหรอ”

มาร์คจำเพาะเจาะจงว่าต้องเป็นแบมแบมเท่านั้น ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย ตั้งสติ ก่อนจะเดินนำเขาไปยังโต๊ะว่าง

แบมแบมรู้สึกว่าทุกสายตากำลังมองมาทางตน โดยที่จุดวางสายตาคือคนที่เดินตามหลัง

มิสเตอร์ดึงดูดสายตาเสมอ แม้จะถอดสูทนักธุรกิจออกแล้วก็ตาม รูปร่างสมส่วนในชุดธรรมดาทำให้คาดเดาอายุไม่ได้ และดูอ่อนวัยลงหลายปี

มาร์คถอดแจ็คเกตออกจากตัว เหลือเพียงเสื้อยืดแขนสั้นตัวใน แต่แค่เสื้อยืดธรรมดาก็ยังดูราคาแพงเมื่ออยู่บนตัวเขา หรือบางทีก็คงแพงมากจริงๆ

แบมแบมแน่ใจได้เลยว่าถึงไม่มีแจ็คเกตตัวนั้น มิสเตอร์เดินออกไปข้างนอกทั้งเสื้อยืดกางเกงยีนก็ยังต้องมีคนละสายตาไปจากเขาไม่ได้

“จะไปไหน ไม่รับเมนูเหรอ?” มาร์ครั้งอีกฝ่ายด้วยคำพูดเมื่อแบมแบมจะเดินหนี

“คือ” แบมแบมตั้งใจจะไปเรียกคนอื่นมาดูแลท่านแทนตนเอง

เจอกันในที่ทำงานก็น่าจะพอแล้ว ยังต้องโลกกลมมาเจอกันข้างนอกบริษัทอีกเหรอ

ขอเขาหายใจให้ทั่วท้องสะดวกๆ หน่อยไม่ได้เลยหรือไง..

“ผมเป็นลูกค้านะ”

“จะรับอะไรครับ” แบมแบมต้องหันมาสนใจท่านตามที่ต้องการ

“เลิกงานกี่โมง”

มาร์คถามทั้งที่รู้เวลาเลิกงานของอีกฝ่ายอยู่แล้ว

“สามทุ่มครับ”

“เหนื่อยน่าดูเลยนะ”

“ไม่เท่าไรหรอกครับ เอ่อ ท่านจะทานอะไรครับ”

“ข้างนอกอย่างนี้เรียกผมว่าคุณมาร์คก็พอ”

“ครับ แล้ว...

“ผู้หญิงน่ารักที่เคาน์เตอร์เป็นใครเหรอ มองคุณกับผมไม่วางตาเลย ท่าทางร้อนรน คงจะเป็นห่วงอะไรคุณสักอย่าง”

ท่านของแบมแบมวางแขนบนโต๊ะ ยกมือซ้ายขึ้นเท้าคาง มองแบมแบมด้วยดวงตายิ้มๆ ริมฝีปากบางสวยนั่นก็อมยิ้มด้วย

แบมแบมถึงกับต้องทอดถอนใจออกมา

ให้ตายเถอะดูดีมากเลย อย่างกับนายแบบ

“เธอเป็นเพื่อนผมครับ ท่านรู้หรือครับว่าเธอมองอยู่”

“ต้องรู้สิ มองจนไม่เป็นอันทำงาน เธอรู้จักผมด้วยเหรอ?” แบมแบมชะงัก

ทำไมท่านต้องถามแบบนี้ล่ะ เขาไม่ทันตั้งตัวเลย จะให้บอกว่าเขาบอกเรื่องสัญญากับเพื่อนเหรอ ถึงท่านจะไม่ได้สั่งว่าห้ามบอกใครแต่มันคงจะไม่ดีที่ความลับเรื่องตัวตนของท่านรั่วไหล

“มีผู้หญิงในประเทศนี้ที่ไม่รู้จักคุณมาร์คด้วยหรือครับ”

มาร์คหัวเราะเล็กน้อยกับคำตอบอันชาญฉลาด ทั้งที่เขาดูท่าทางของหญิงสาวคนนั้นก็พอรู้ว่าเธอไม่ได้ชื่นชมเขา ต่างกับผู้หญิงคนอื่นๆ อย่างที่กันต์พิมุกต์บอก

มาร์คสั่งเครื่องดื่มในเมนูแก้วหนึ่งโดยไม่รับอะไรเพิ่ม พอได้ออเดอร์แล้วแบมแบมก็รีบเดินหนีให้ห่างโต๊ะของท่านทันที

“แบมแบม! เขามาทำไม” จีมินโน้มตัวกระซิบกระซาบใส่เพื่อน หน้ายุ่งเสียงแข็ง แบมแบมส่ายหน้า

“ไม่รู้เหมือนกัน”

“แกบอกที่ทำงานพิเศษให้เขารู้เหรอ?”

“เปล่า! ฉันจะบอกทำไมกันเล่า ตกใจแทบตายตอนที่หันไปสบตากันพอดี นึกว่าจะโดนดูดวิญญาณไปซะแล้ว”

แบมแบมใจหายใจคว่ำ ไม่คิดว่ามิสเตอร์จะมา

“ราวีมาก เขาต้องหาทางรู้เองแน่ๆ เฮอะ! ไลฟ์สไตล์ท่านของแกที่ฉันหาอ่านน่ะ ไม่มีทางทำให้เขาเดินเข้าร้านขนมหวานเล็กๆ แบบนี้ได้หรอก”

ร้านขนมนี้อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยที่ทั้งคู่เรียนอยู่ เป็นร้านของภรรยาของพี่ร่วมคณะที่รู้จักสนิทสนมกันดี เธอทำร้านเล็กๆ ไม่ได้หวังรวย ทำแก้เบื่อเพราะไม่อยากอยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว

ที่ร้านนี้เป็นที่นิยมของเด็กแถวนี้เพราะราคาย่อมเยา ขนมโฮมเมดก็อร่อย ซึ่งหมายความว่ามันก็แค่ร้านขนมธรรมดาๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นเตะตาไงล่ะ

“ทำไงดีวะ  เขาอาจจะบังเอิญเข้ามาที่นี่เองก็ได้”

“ตลก! ฉันกับแกทำงานที่นี่มาเป็นปีๆ ไม่เคยเห็นเขาจะแวะมา พออยากได้แกเป็นเมียปุ๊บก็มาปั๊บเชียว เมื่อกี้แกพูดอะไรกับเขาบ้าง”

“เขาก็ทักทายทั่วไป” แบมแบมรู้สึกว่ามันทะแม่งๆ นะ กับคำว่า เป็นเมียเนี่ย!

“แกมาเปลี่ยนหน้าที่กับฉัน เดี๋ยวฉันไปเสิร์ฟเอง” แบมแบมพยักหน้ารับ จีมินเดินอ้อมเคาน์เตอร์มาหา รับกระดาษปากกาไปถือแทน

 

 

 

“เครื่องดื่มได้แล้วค่ะ” จีมินวางแก้วเครื่องดื่มที่มาร์คสั่งลงตรงหน้าเขา ลอบมองอีกฝ่ายใกล้ๆ

อือตาสวย จมูกโด่ง ปากก็สวย เครื่องหน้านี่วางรับกันได้สมบูรณ์แบบมาก หล่อ ดูดี มีออร่าจริงๆ ด้วย มิน่าสาวๆ ถึงชอบเขาครึ่งค่อนเมือง

คนอย่างนี้ชอบอะไรในตัวเพื่อนเธอนะ เขาสามารถหาคนสวยๆ ได้อีกตั้งเยอะ แบมแบมน่ะจะว่าไปก็ไม่ได้สะสวยเหมือนผู้หญิงอะไร หนักไปทางน่ารักน่าเอ็นดูด้วยซ้ำ เด็กใสๆ หน้าตาธรรมดา กับ ผู้ชายที่หล่ออย่างกับรูปปั้นนี่ไม่เข้ากันเลย

จีมินเผลอเม้มปาก คิ้วขมวดด้วยความไม่พอใจ แค่คิดว่าสักวันเพื่อนเธอต้องถูกคนคนนี้เขี่ยทิ้งหลังจากเชยชมสมใจแล้วก็เกิดอาการรับไม่ได้

แบมแบมนับถือพุทธสินะ เดี๋ยวเธอจะลากมันไปวัดสักหน่อย เพื่อดวงจะดีขึ้น

“คุณมีปัญหาอะไรกับผมหรือเปล่าครับ” มาร์คถามขึ้นขัดความคิดที่ล่องลอยของจีมิน หญิงสาวสะดุ้ง รีบส่ายหน้าแล้วโค้งขอโทษ

“ขอโทษค่ะ พอดีคิดอะไรเพลินไปหน่อย”

“มีอะไรก็บอกได้นะครับ” มาร์คยื่นนามบัตรให้เธอใบหนึ่ง จีมินรับมา คิ้วขมวด

“ให้ฉันทำไมคะ”

“เพราะคุณเป็นเพื่อนของกันต์ไงครับ”

“อ่าค่ะ ขอบคุณ”

จีมินงุนงง แต่ก็ใส่นามบัตรไว้ในกระเป๋าเสื้อแล้วเดินไปต้อนรับลูกค้าสาวที่เพิ่งเข้ามาใหม่

 

 

 

มาร์คนั่งอยู่ในร้านจนถึงเวลาร้านปิด นอกจากชาแก้วแรกที่ดื่มหมด ทุกหนึ่งชั่วโมงเขาจะสั่งเครื่องดื่มและขนม แต่ไม่เคยกินเลย แก้วเครื่องดื่มและเบเกอรี่น่าทานเต็มโต๊ะ

มาร์คดื่มแค่น้ำเปล่า ใช้เวลาว่างไปกับการใช้แท็บเลตและรับโทรศัพท์คนที่โทรหาสายแทบไม่ว่าง เรื่องงานบ้าง เรื่องส่วนตัวบ้าง เบื่อหรือเมื่อยก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ

“น่ากลัวว่ะแบม เราแอบออกทางหลังร้านไหม?”

“ได้ยังไง ท่านให้แกมาบอกฉันว่าจะรอนี่”

“แกจะไปตามใจเขาทำไม ไปกับเขาค่ำมืดแบบนี้เกิดเขาปล้ำแกขึ้นมาทำไง!

“บ้า! ท่านต้องเป็นคนรักษาสัญญาสิ”

“โลกสวยมาก เต็มไปด้วยสายรุ้งและยูนิคอร์น ตอนเด็กๆ แม่แกต้มนิทานดิสนี่ย์ปริ๊นเซสให้กินแทนข้าวเหรอ”

สองเพื่อนซี้แอบมองลูกค้าคนสุดท้ายของร้านที่มานั่งแต่เช้าแล้ว ก่อนหน้านี้จีมินเดินไปเตือนมาร์คว่าร้านใกล้จะปิด หวังให้มาร์คกลับ แต่มาร์คบอกว่ารอแบมแบมให้เธอบอกแบมแบมด้วย

“ท่านไม่ใช่คนหื่นกามขนาดนั้นสักหน่อย”

“จ้ะ ไม่กามเลยเนาะ เจอครั้งแรกแทบจะกดแกในห้องทำงานแล้ว ถึงหล่อแค่ไหนแต่อารมณ์พุ่งพล่านแบบนี้ฉันก็ไม่สู้ว่ะแก ไปเหอะ เราออกทางหลังร้านกัน”

จีมินจับมือแบมแบมแน่น เตรียมจะลากไป แบมแบมขืนตัวไว้

“เอาอย่างนั้นเหรอ จะดีเหรอแก ฉันต้องไปทำงานไปเจอหน้าเขาอีกนะ”

“โอ๊ย! นี่ก็ขี้กลัวจังเลย ไม่ต้องกลัว บอกว่าฉันไม่สบายเลยรีบพากลับบ้าน”

“แกเดินทั่วร้านทั้งวันเขาจะเชื่อไหม” แบมแบมหนักใจ

“ทั้งสองคนมายืนทำอะไรตรงนี้ ไม่ไปเก็บของล่ะ”

พี่เฟยเจ้าของร้านเดินมาหาหยุดด้านหลังทั้งคู่ แบมแบมและจีมินร้องเฮ้ยสะดุ้งเฮือกเมื่อพี่เธอมาเงียบๆ

“คือ..จะไปเดี๋ยวนี้แล้วค่ะ” จีมินจับมือแบมแบมจะพากันเดินไปเก็บของ แต่เฟยรั้งแบมแบมไว้

“แฟนมารอไม่ใช่เหรอ พี่เห็นมานั่งแต่เช้า เมื่อกี้เข้าไปคุยด้วยบอกว่ารอแบมแบม หล่อเนอะ แต่หน้าคุ้นๆ แบมก็เหลือเกินเลย มีแฟนแล้วไม่ยอมบอกพี่”

พี่เฟยท่าทางปลาบปลื้มกับแฟนของคนที่เธอรักและเอ็นดูเหมือนน้องชาย

“แฟน?” แบมแบมหน้านิ่ว จีมินอ้าปากค้าง

“ไปสิจ๊ะ รีบไปเก็บของจะได้รีบกลับ เกรงใจเขา มารอตั้งหลายชั่วโมงแล้ว”

พี่เฟยดันหลังแบมแบมให้ไปเก็บของ แบมแบมเลยต้องไปทั้งที่ยังอึ้งอยู่เลย

 

 

 

 

“หอพักของฉันอยู่ข้างหน้านี่ล่ะค่ะ” จีมินที่นั่งเบาะหลังคนเดียวเอ่ยกับมาร์ค เธอติดรถมากับคุณมาร์คและแบมแบมด้วย

คุณท่านของแบมแบมก็ใจดีเหมือนกัน ยอมขับรถมาส่งเธอด้วย ซึ่งเธอมั่นใจว่าเป็นเพราะแบมแบมเอ่ยขอร้องให้เขามาส่งเธอ เหมือนที่แบมแบมเดินมาส่งเป็นประจำ

ถึงไม่ค่อยชอบใจ เพราะเธอไม่รู้ว่าเมื่อเธอเข้าหอไปแล้วแบมแบมที่อยู่กับท่านภายในรถแคบๆ เพียงสองคนจะเป็นยังไงบ้าง แต่ก็ต้องขอบคุณเขาที่มาส่งล่ะนะ

มิสเตอร์อี้เอินต้วนมาส่งถึงบ้านเลยนะ น่าภูมิใจซะไม่มี เฮอะ!

“อาคารสีเทานี่น่ะเหรอครับ?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม

“ใช่แล้วค่ะ ที่นี่ล่ะค่ะ” มาร์คมองตึกที่สภาพดูเก่าและทรุดโทรม คิ้วขมวด

“ที่นี่มันทั้งเก่าและโทรม แถมซอยก็เปลี่ยวด้วย นี่คุณอยู่ที่นี่จริงเหรอ?”

“ค่ะ ก็ที่นี่มันใกล้มหาวิทยาลัยที่สุดนี่ค่ะ แถมค่าเช่ารายปีก็ไม่แพงด้วย ทำอาหารในห้องพักก็ได้ ถึงจะดูไม่ค่อยปลอดภัย แต่ผู้จัดการหออยู่ตลอดเวลานะคะ มีอะไรก็เรียกได้ ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง”

จีมินโฆษณาข้อดีของหอโทรมๆ ของตนแล้วก้าวลงจากรถ ปิดประตู ก่อนจะโค้งขอบคุณเจ้านายของเพื่อน

“บ๊ายบายนะแบมแบม เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันโทรหา”

“อือ ได้” แบมแบมที่นั่งข้างคนขับจับแขนท่านว่าอย่าเพิ่งออกรถ สายตามองตามจีมินจนเธอเดินเข้าไปในเขตรั้วของหอพักหญิงล้วน

“ทำไมคุณไม่บอกให้เพื่อนคุณไปหาที่อยู่ใหม่ให้มันดีกว่านี้หน่อย”

“ผมเคยบอกแล้วนะครับ แต่จีมินไม่ยอมย้ายออก ก็อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เรียนปีสองแล้ว” น้ำเสียงแบมแบมนั้น มาร์คฟังรู้เลยว่าเป็นห่วงจีมินมาก

“เพื่อนคุณเขามีปัญหาเรื่องการเงินเหรอครับ”

“ครับ จีมินอยู่คนเดียว ทำงานส่งตัวเองเรียน ผมเคยบอกให้เธอไปอยู่กับผมก็ได้ แต่เธอเกรงใจ”

ความคิดนี้น่ะน่าตีจริงๆ แต่จะให้จีมินมาอยู่ด้วยจริงๆ ก็ไม่เหมาะสมเท่าไร เพราะที่บ้านเขาไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว คนอื่นจะมองไม่ดีได้ที่จีมินอยู่ร่วมบ้านกับผู้ชายที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องกัน

“คุณคงสนิทกับเธอมาก”

“เพื่อนรักเลยล่ะครับ ท่านครับ ทางนี้ไม่ใช่ทางไปบ้านผมนะ” แบมแบมรีบบอกเมื่อท่านเลี้ยวรถไปอีกทาง ไม่ใช่เส้นทางที่มันจะพาไปถึงบ้านเขาได้เลย

“ใครบอกว่าผมจะไปบ้านคุณ ผมจะพาคุณไปหาอะไรทานก่อนต่างหาก ผมหิวข้าว”

ท่านบอกหน้าตาย แบมแบมพยักหน้ารับช้าๆ นิ่งไปนิด ก่อนจะตาโตเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ เขารีบหันไปหาท่าน

“นี่ไม่ใช่การเดทนะครับ!

“อือ ผมก็ไม่ได้นับอยู่แล้วครับ แค่ไปทานข้าวเท่านั้นเอง คุณอยากทานอะไรล่ะ”

“อะไรก็ได้ครับ”

“รู้ไหมครับว่าคำว่าอะไรก็ได้น่ะ มันทำให้การตัดสินใจยากขึ้นอีกสิบเท่า ผมขอชัดๆ เลยได้ไหมครับ?”

มาร์คหันมามองคนที่นั่งตัวแข็ง ยิ้มน้อยๆ ก่อนหันไปมองทางต่อ แบมแบมเหล่มอง

“ท่านเลือกแล้วกันครับ แต่ไม่เอาร้านหรูๆ นะ”

“ทำไมล่ะ ผมจ่ายนะ”

“ขอร้านข้างทางแล้วกันครับ ร้านไหนก็ได้ที่ท่านเห็นแล้วคิดว่ามันจะอร่อย ผมกินได้หมด”

แบมแบมโยนภาระการตัดสินใจไปให้ท่าน อยากรู้เหมือนกันว่าท่านจะกินร้านธรรมดาได้ไหม

ให้คนอย่างไอ้แบมไปกินร้านหรูนี่มันไม่ใช่ไลฟ์สไตล์อ่ะ กินไม่เป็น เดี๋ยวไปเขินหรือทำอะไรเปิ่นๆ ก็ขายหน้าตายเลย

“ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”

“ได้สิครับ อยากถามเรื่องอะไรเหรอ?”

“ท่านไปนั่งรอผมทำไมตั้งหลายชั่วโมง”

“ผมว่าง”

แบมแบมรอฟังต่อ นึกว่าท่านจะพูดอะไรอีก แต่ท่านก็ไม่ให้เหตุผลอะไรเพิ่มเติมเลย..

แค่นี้เหรอ? เดี๋ยวนะ ถ้าท่านว่าง ทำไมท่านไม่ไปทำอะไรที่มันมีประโยชน์กว่าการมานั่งเฝ้าเขาทำงานล่ะ??

ไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านกำลังคิดและกำลังทำเลยแฮะ

“สงสัยเหรอครับ?”

“ครับ”

“ผมไม่รู้จะไปไหน เลยตัดสินใจไปหาคุณ มองคุณทำงานก็เพลินดี ตอนลูกค้าโวยวายคุณก็จัดการได้ดีนะ แต่ตอนลูกค้าจีบทำไมคุณต้องไปยิ้มให้เขาด้วยล่ะครับ”

“ท่านอย่าจับผิดการกระทำของคนอื่นสิครับ ผมก็แค่ทำงานตามหน้าที่”

“ผมควรเพิ่มข้อตกลงใหม่ไหมว่า ห้ามคุณคุยกับเพศตรงข้ามและเพศเดียวกันไปในทางชู้สาว”

“ไม่มีเหตุผลเลยนะครับ” อย่ามาจำกัดอิสรภาพกันขนาดนั้นสิครับท่าน

“ตอนนี้ผมสนใจคุณคนเดียว คุณก็ควรสนใจผมคนเดียวเช่นกัน มันถึงจะยุติธรรม”

“ผมไม่ได้จะ

“ร้านนี้ดีไหม”

มาร์คเอ่ยขัดคำพูดของแบมแบม จอดรถแถวร้านอาหารเล็กๆ ร้านหนึ่ง

“ก็ได้ครับ” จะกินอะไรก็ได้ล่ะ ตอนนี้แบมแบมเองก็หิวมาก

“ท่านกินได้แน่นะครับ” แบมแบมเป็นห่วง กลัวอีกฝ่ายกินอะไรไม่คุ้นเคยแล้วจะปวดท้องอะไรแบบนั้นน่ะ ท่าทางท่านไม่น่าจะเคยกินอะไรแบบนี้ ส่วนเขามันพวกรากหญ้า กินได้ทุกอย่างที่ขวางหน้านั่นล่ะ

“ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะ แค่อร่อยผมก็กินได้ทั้งนั้น ผมไม่ใช่พวกเลือกกินหรอกนะครับกันต์”

มาร์คทรุดลงนั่งเก้าอี้พลาสติก เสยผมหนึ่งทีเพราะมาเจออากาศร้อนอบอ้าวภายในร้านแล้วรู้สึกไม่สบายเท่าไร แต่ตาก็มองหาเมนูเพื่อสั่งอาหาร

แบมแบมนั่งลงตรงข้ามท่าน แอบคิดว่าทำไมโลกช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย แค่ท่าเสยผมยังดูดีมากนะคนเรา..

“ท่านรู้ได้ยังไงครับว่าร้านนี้อร่อย”

“คนแน่นร้านขนาดนี้ก็น่าจะอร่อย” แบมแบมมองไปรอบร้าน เจอสายตาของสาวๆ มองมาทางนี้พอดี แบมแบมหันกลับมามองคนที่มองหน้าตน พอสู้สายตาท่านไม่ได้ก็สั่งอาหารแก้เก้อเสียเลย

มาร์คอมยิ้มที่อีกฝ่ายรีบหลบตาคม แต่ไม่ได้พูดอะไรให้อายหนักขึ้น

“คุณจำเป็นต้องทำงานพิเศษที่นั่นด้วยเหรอครับ”

“ร้านขนมน่ะเหรอครับ? ผมทำงานที่นั่นเพื่อหาเงินค่าขนมมาตั้งนานแล้ว อยากช่วยพี่ชายน่ะครับ จะได้ไม่ต้องขอเงินเขา” 

แบมแบมรู้หรอกว่าถ้าช่วยอะไรพี่คุณได้ก็ควรช่วย เพราะเงินเดือนของพี่ก็แบ่งเอาไว้ใช้หลายส่วนเหลือเกิน ทั้งค่าน้ำค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน และยังต้องแบ่งส่งไปให้แม่ด้วย ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของพี่ก็ประหยัดจนไม่รู้จะประหยัดยังไงแล้ว พี่น่ะทำข้าวกล่องให้ตัวเองเอาไปกินที่ที่ทำงานด้วยนะ นานๆ จะซื้อกินสักที พี่บอกว่าเวลาเห็นยอดเงินในบัญชีธนาคารมันเพิ่มขึ้นแล้วมีความสุข

ถ้าพี่มีความสุขในการทำอย่างนั้นเขาก็ต้องปล่อย ค่าใช้จ่ายส่วนของเขานั้นเขาหาเองได้ ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยก็ไม่ได้หนักหนาอะไร แค่เหนื่อยกว่าเพื่อนเป็นสองเท่า เท่านั้นเอง

“คุณอยู่กับพี่ชายเหรอ พ่อแม่ล่ะ”

“บ้านผมอยู่ต่างจังหวัดครับ พ่อเสียไปแล้ว มีแต่แม่ ผมมาอยู่ที่นี่กับพี่ชายแค่สองคน ก็ทั้งเรียนและทำงาน”

“คุณดูสนิทกับคุณจีมินมาก”

“เรารู้จักกันมานานแล้วน่ะครับ ผมกับจีมินนิสัยคล้ายๆ กันเลยคุยกันได้”

“เรื่องคุณจีมินน่ะ ผมคิดอะไรได้อย่างหนึ่งล่ะ”

“อะไรเหรอครับ?” ท่านท่าทางสนใจยัยจีมินเหลือเกินนะ คงไม่คิดไม่ดีกับเพื่อนเขาอีกคนใช่ไหม

มาร์คมองกันพิมุกต์แล้วอมยิ้ม ท่าทางไม่ไว้ใจเขาแบบนั้นนี่ตลกจริงๆ

“ผมว่าเธอควรย้ายที่อยู่ใหม่ได้แล้วนะครับ”

“จีมินไม่ยอมย้ายหรอกครับ ยัยนั่นงกจะตาย ถึงเรียนจบได้งานทำแล้ว จีมินก็คงอยู่ที่นั่นต่อไป”

แบมแบมถอนหายใจ รู้นิสัยเพื่อนดี จีมินทำงานหาเงินมาได้แทบไม่พอใช้แต่ละเดือน แต่ก็ยังพยายามเก็บหอมรอมริบเพื่อเอาเงินไปทำตามความฝัน

เรื่องที่พัก จีมินก็บอกแค่ว่ามันใช้เป็นแค่ที่ซุกหัวนอน ไม่จำเป็นต้องดูดีหรือหรูหราอะไรก็ได้

“ผมจะซื้อคอนโดให้คุณ แต่คุณให้เพื่อนไปอยู่ได้ สนใจไหมครับ?”

แบมแบมถึงกับทำตะเกียบหล่นเมื่อจู่ๆ ท่านก็เอ่ยออกมาเหมือนว่ากำลังจะซื้อขนมราคาห่อละไม่กี่ร้อยวอนให้เขา

“ว่าไงนะครับ?!

“ผมว่าคุณได้ยินชัดเจนแล้วนะ”

“เดี๋ยว..คือ..ไม่ใช่ ท่านจะซื้อให้ผมทำไม ผมไม่ได้อยากได้นะ”

คอนโดเลยเหรอ? ของราคาแพงแบบนั้นท่านตัดสินใจจะซื้อให้โดยแทบไม่คิดเลยสินะ

“ผมอยากซื้อ คุณดูห่วงใยคุณจีมินมาก อยากให้เธอได้พักอยู่ในที่ที่ปลอดภัยกว่านั้นไม่ใช่เหรอ ผู้หญิงตัวคนเดียวแบบนั้นน่าเป็นห่วงนะครับ ถ้าเป็นบ้านของเพื่อน เธอคงยอมย้ายไปอยู่”

“จีมินไม่ยอมไปอยู่แน่ครับ”

ไม่ต้องไปถามจีมินหรอก แบมแบมบอกเองเลยก็ได้ ถ้าลองยัยหมูมินมันรู้ว่าคอนโดได้มายังไง ยัยนั่นได้ฉีกอกเขาแน่

“ให้เธอเช่าสิครับ”

“ผมบอกท่านแล้วว่าอย่าเอาของราคาแพงมาเสนอผม ผมไม่ได้อยากได้อะไรจากท่านเลย”

แบมแบมเริ่มไม่พอใจเมื่อถูกยัดเยียด

“ถ้าคุณจะลองคิดในแง่ดีบ้าง ตอนนี้ผมกำลังเสนอความปลอดภัยของเพื่อนคุณต่างหาก”

แบมแบมนิ่งไป คำพูดของท่านมันก็ตรงกับสิ่งที่เขาอยากได้อยู่หรอก แต่คนอย่างท่านคงไม่คิดถึงความปลอดภัยของจีมินถ้าไม่อยากได้อะไรจากเขา

“ท่านคงมีสิ่งที่อยากได้จากผมเพื่อแลกกับคอนโดนั่นแน่ๆ เลยใช่ไหมครับ?”

“ใช่ครับ คุณก็ฉลาดนี่กันต์” ท่านของแบมแบมตอบรับทันที แบมแบมกลอกตา

นั่นไงล่ะ! ว่าแล้วเชียว

“ท่านอยากได้อะไรหรือครับ?”

“คุณต้องไปนอนบ้านผมคืนนี้”

แบมแบมสำลักอาหารที่กำลังจะกลืนลงคอเลยทีเดียว ร่างบางไอออกมา หยิบกระดาษมาเช็ดปากแล้วดื่มน้ำตาม

มือเรียวกระแทกแก้วน้ำวางลงบนโต๊ะอย่างแรง มองท่านเขม็ง ไม่พอใจ

“ท่านคิดจะใช้เพื่อนผมมาบีบผมเหรอ?”

“เปล่านี่ครับ ไม่ได้บีบแค่เสนอ ที่จริงผมก็คิดมากกว่านั้นนะ”

“อะไรอีกล่ะครับ” หางเสียงหวานๆ เริ่มกระแทกกระทั้น แต่ท่านยังยิ้มได้

แบมแบมกำลังคิดว่า ถ้าท่านพูดไม่เข้าหูอีกนี่เขาลุกหนีกลับบ้านจริงๆ ด้วย!

“ยังไม่บอกหรอกครับ ถ้าบอกคุณคงคว่ำโต๊ะแน่ๆ ซึ่งผมไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเพราะผมยังทานไม่อิ่ม”

แบมแบมร้องเฮอะก่อนกัดปากแน่น

ท่านนี่..กวนประสาทใช้ได้เลย

“ท่านคิดจะทำอะไร ถึงอยากให้ผมไปนอนที่บ้านคืนนี้เพื่อแลกกับคอนโด”

“ผมไม่ล่วงเกินคุณหรอกครับ ถ้าคุณไม่ยินยอมพร้อมใจผมก็ไม่ทำ ผมเป็นคนรักษาสัญญานะ”

” แต่การไปนอนค้างบ้านคนที่เรารู้ว่าเขาคิดจะเราน่ะ มันน่ากลัวนะ

“ร่างสัญญาก็ได้ถ้าคุณไม่สบายใจ”

“ถ้าท่านไม่คิดจะทำอะไรผม ท่านอยากให้ผมไปบ้านทำไมครับ”

“เอาไปเป็นยานอนหลับ”

“เอ๋?” ยานอนหลับ? เขาฟังไม่ผิดใช่ไหม

มาร์คมองสีหน้าตกใจของลูกน้องแล้วคิดขึ้นมาแวบหนึ่งว่า

ตลกดีจัง..

“ผมมีปัญหาเรื่องการนอนหลับน่ะ”

“ผมจะไปช่วยอะไรได้ล่ะครับ”

“ได้ไม่ได้ก็ต้องลองดูนะครับ ผมให้เวลาคุณตัดสินใจก็ได้ แต่แค่ตอนที่เรากินข้าวเสร็จเท่านั้น”

ข้อเสนอของท่านทำให้แบมแบมเริ่มเครียดจนกินไม่ลงแล้ว มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ปลายตะเกียบเย็นแตะริมฝีปาก แบมแบมสะดุ้งโหยงอย่างคนขวัญอ่อน มาร์คกลั้นขำ

“ผมกินเองได้” แบมแบมเบี่ยงหน้าหนีแล้วกินเอง

แบมแบมกินไปเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก มาร์คเองก็ไม่ชวนคุย ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ใช้เวลาคิด

แม้แบมแบมจะพยายามเคี้ยวช้าๆ เพื่อยืดเวลาในการให้คำตอบออกไป ในที่สุดมื้อเย็นที่แสนอึดอัดก็ต้องสิ้นสุดลงจนได้

เมื่อเข้ามานั่งในรถกันแล้ว คุณมาร์คก็ยังไม่ได้พูดอะไรจนแบมแบมอึดอัด

“เอ่อ

“ตัดสินใจได้แล้วเหรอครับ?”

“ครับ”

“ผมรอฟังอยู่ครับ”

“ผมขอปฏิเสธ”

มาร์คคิดไว้อยู่แล้วว่าแบมแบมต้องไม่ยอมรับ ถึงจะห่วงเพื่อน แต่คอนโดจากเขาคงทำให้แบมแบมลำบากใจ

“ทำไมคุณถึงปฏิเสธเหรอครับ”

“จีมินไม่มีทางยอมไปอยู่คอนโดที่คุณซื้อให้ผมแน่นอน”

“ถ้าไม่เอาที่ซื้อใหม่ เอาที่ผมมีอยู่แล้วไหม?”

“ไม่เอาครับ”

“ผมไม่เข้าใจคุณเลยจริงๆ ผมแค่อยากช่วยนะกันต์”

“เพื่อนผม ผมดูแลเธอเองได้ครับ”

“ผมกำลังพยายามทำให้คุณชอบผมอยู่นะ” มาร์คเอ่ยออกมาตรงๆ เมื่อลูกน้องไม่เข้าใจเจตนาสักที

แบมแบมหันไปมองคนที่ไม่ยอมออกรถ สงสัยว่านี่คือการทำให้เขาชอบตรงไหน มีแต่ความรู้สึกกดดันจะตายอยู่แล้ว

“ผมอยากทำให้คุณสบายใจนะ”

สบายใจมากเลยครับท่านตรงไหนกัน!

มาร์คอมยิ้มน้อยๆ เมื่อใบหน้าหวานของคนข้างกายเริ่มบึ้งตึงขึ้นทุกที

“หรือผมจะใช้อำนาจที่มี บังคับคุณไปที่บ้านผมโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนดีนะ”

แบมแบมเผลอกัดริมฝีปาก หันขวับไปจ้องท่าน

“ผมไม่อยากบังคับคุณจริงๆ นะครับ เข้าใจผมหน่อยสิ คุณมัวสร้างระยะห่างและแข็งใส่ผมแบบนี้ ผมจะเดินหน้าต่อได้ยังไงครับ”

“แต่ว่า..” มันก็จริงที่เขาพยายามปฏิเสธท่าน เขาก็แค่..แค่กลัว

“ผมถูกชะตากับคุณจีมินนะ คุณไม่ต้องบอกเธอสิครับว่าได้คอนโดมาจากผม ถ้าเธอไม่สบายใจจะอยู่ฟรีก็ให้เธอจ่ายค่าเช่าเท่าที่เธออยู่ตอนนี้ก็ได้  ผมว่าคุณคงมีวิธีคุยกับเพื่อนจนเธอยอมและเชื่อนะครับ”

แบมแบมนิ่งคิด สิ่งที่ท่านพูดก็เป็นความคิดที่ดีนะ

มาร์คปล่อยให้อีกฝ่ายได้นิ่งคิดโดยไม่พูดอะไร จากการที่กันต์พิมุกต์ไม่ตกลงรับข้อเสนอของเขาตั้งแต่วันแรก มาร์คก็คาดเดาได้ว่ากันต์พิมุกต์แตกต่างจากคนอื่น ในเมื่อยื่นผลประโยชน์ให้เจ้าตัวแล้วไม่สนใจ ก็ต้องใช้คนรอบข้างแบบนี้นี่ล่ะ

“ท่านจะให้ผมไปทำอะไรที่บ้านนะครับ” ในที่สุดแบมแบมก็ตัดสินใจได้สักที

แบมแบมเองก็อยากให้เพื่อนย้ายบ้านมานานแล้วเหมือนกัน เขาไม่เคยสบายใจเลยที่จีมินอยู่ที่นั่น แต่ภายใต้รายได้น้อยนิดก็ทำให้จีมินต้องทนอยู่ในที่ที่ไม่มีความปลอดภัย เขาไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรไม่ดีขึ้นมาก่อน อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลานั่นล่ะ ใช่ว่าบ้านเมืองจะสงบสุขปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีเรื่องการชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย หรือทำมิดีมิร้ายตามข่าวที่ออกอยู่ทุกวัน

“ไปนอนเป็นเพื่อนน่ะครับ”

“นอนเฉยๆ ใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ”

“แล้วท่านไม่มีเพื่อนพอที่จะนอนเป็นเพื่อนได้เลยเหรอ?”

“มีครับ จะอธิบายยังไงดีนะ ผมนอนคนเดียวได้แต่หลับไม่ค่อยสนิท เข้าใจผมไหม?”

แบมแบมพยักหน้า พยายามคิดว่าตัวเองเข้าใจนะ

“ก็ได้ครับ..ผมจะไป แต่ท่านคงต้องไปส่งผมที่บ้านก่อน ผมต้องไปเอาเสื้อผ้า พรุ่งนี้ต้องไปทำงาน”

แบมแบมคิดว่าถ้าไปนอนเฉยๆ คงไม่เป็นไร แม้จะตะขิดตะขวงในใจอยู่บ้างก็เถอะว่า ทำไมท่านต้องเอาของมีค่ามากขนาดนั้นมาแลกกับการให้เขาไปนอนเป็นเพื่อนด้วยแค่คืนเดียว แต่ราคาคอนโดจะมากน้อยแค่ไหน ท่านก็คงไม่สะเทือนหรอก รวยมหาศาลเสียขนาดนั้น

เขาน่ะเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ถ้าท่านบอกว่าให้ไปที่บ้านเฉยๆ โดยไม่ทำอะไร มันก็คุ้มกับที่ยัยหมูมินจะมีความปลอดภัยในชีวิตมากขึ้นนะ

เขาจะมองท่านดีขึ้นนิดหนึ่งแล้วกัน แค่นิดเดียว

“ผมเชื่อแล้วล่ะครับว่าคุณรักเพื่อนมากจริงๆ”

ต่อไปถ้าอยากจะได้อะไรจากเด็กคนนี้ แค่อ้างคนรอบตัวก็ได้ผลแล้วสินะ?

 

TBC.


 

 

            

 

***

ไปบ้านท่านจะได้นอนเฉยๆ แบบธรรมดาแน่เร้อ?

รอกันนานมากแต่ไม่ได้อะไรคืบหน้าเหลย 555555 #โดนรีดเดอร์ถีบ






***

ไม่ม่าหรอก ไม่ต้องต้มน้ำรอ เราไม่ถนัดงานสายม่า 55555

ครึ่งหลังท่านจะรุกหนูกันต์ละนะ ท่านว่างละ

เปลี่ยนชื่อเรื่องใหม่ แต่ธีมเรื่องยังคงเดิมนะจ๊ะ แนวไม่ใสที่ตั้งใจไว้ว่าจะหัดแต่ง

ชื่อเรื่องใหม่ พี่ตั้งให้ 555555

ขอเม้าท์พี่ตัวเองนิด ยาวๆ ใครไม่อ่านข้ามได้ ไร้สาระนิดนึง

ใครตามจากวุ่นนักคงรู้ว่าเราชอบเม้าท์ตัวเอง แต่เรื่องนี้ขอเม้าท์พี่

นางกลับบ้านเพราะหยุดยาวไอ้เราก็เลยขอให้ตั้งชื่อฟิคใหม่ให้หน่อย shade มันซ้ำอ่ะ ซ้ำเยอะมาก

 คนแต่งนิยายใช้ธีม 50 shades เยอะมากจริงๆ (หนังสือเขาดังอ่ะเนาะ)

เราขอให้พี่ตั้งชื่อไทยๆ ให้ นางอ่านผ่านๆ ละบอกว่า ดวงใจราชสีห์ไหม? 5555

ขำอ่ะ มองหน้านาง ถามว่าคิดได้ไง นางบอกอินโทรเห็นเรียกพระเอกว่าราชสีห์

เราก็ให้นางคิดใหม่ นางคิดไปสักพักก็บอกว่า ใต้ปีกมาร , ‘อ้อมกอดมารไหม? แต่ไม่โดนอ่ะ

นางคิดกระทั่ง แผนร้ายสัญญารัก , แผนร้ายพ่ายรัก, เล่ห์รักลวงใจ , หัวใจทระนง

หัวใจทระนงมายังไง ทำไมฟังดูแก่ๆ 5555

พอนางเริ่มหงุดหงิดก็ ‘Mr. T’ และเด็ดสุด บอสตัวร้ายกับนายใสซื่อ

นางบอกฟิคเกาหลี ชื่อก็ต้องเหมือนซีรี่ส์เกาหลีสิ 5555 โอยยยยย

นางคงโมโหอ่ะที่เราไปขำใส่ เลยตบหัวมาทีพร้อม มายาเกี้ยวรัก

(อย่าถามว่าทำไมเราเลือกชื่อนี้ ย้อนกลับไปดูชื่ออื่นๆ ข้างบนสิ 555555)

เราก็ไม่กล้าขำอีก เลยมาลงที่ชื่อนี้  แต่นางน่ารักนะ บ่นนู่นบ่นนี่แต่ก็คิดให้ ขอบคุณข่ะ!

การคิดชื่อนิยายนี่มันยากจริงๆ นะเว้ย 555   


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 455 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6145 BellPiyanan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 17:15
    ร้ายกาจนักนะ
    #6,145
    0
  2. #6125 oiLL (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 09:12

    ร้ายยยยยยมาก

    #6,125
    0
  3. #6115 R_Jummar (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 13:16
    เค้าคนนั้นคือใคร คนในอดีตของมาร์ค

    เปย์หนักมาก ซื้อคอนโดเลยเหรอ
    #6,115
    0
  4. #6106 BewRavikarn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 22:15
    ป๋ามากพ่อออ ซื้อคอนโดให้ลูกเลาเลยอ่อ
    #6,106
    0
  5. #6092 Spices_smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:51
    นั่นนนนนน
    #6,092
    0
  6. #6085 MayKamon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:04

    เสร็จ เสร็จแต่ๆ

    #6,085
    0
  7. #6051 My love markbam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 00:04
    ท่่นช่างร้ายกาจ
    #6,051
    0
  8. #5919 wtSunDra (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 13:15
    น้องแบมมมม หนีไปปปปปป ลูกหนีไปปป
    #5,919
    0
  9. #5889 Harukim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 21:08
    นอนกับน้องเฉยๆได้เหรอท่าน
    #5,889
    0
  10. #5875 nounaaz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 09:48
    ร้ายกาจสุดๆเลยอ่ะ มิสเตอร์อิ้เอิ้น คงจะไม่ทำอะไรจีมินใช้ไหม??
    #5,875
    0
  11. #5834 ppploycb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 13:53
    มันจะนอนเฉยๆได้ยังไง5555555555555 ท่านต้องคิดไม่ซื่อแน่ๆ
    #5,834
    0
  12. #5807 นัทมิมิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 10:42
    อ่อ นอนเฉยๆเนอะ นอนนิ่งๆ
    #5,807
    0
  13. #5806 Charlottelowell (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 20:44
    ท่านจะไม่ทำอะไร จีมินช่ายยมั้ยยย!!!
    #5,806
    0
  14. #5775 ChayapornSs (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 17:16
    ร้ายกาจ!!!!!
    #5,775
    0
  15. #5752 toto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 22:51
    สู้ๆคนเจ้าเล่ห์อ่ะเนอะ
    #5,752
    0
  16. #5707 markbammuay (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 09:48
    ร้ายนะคะ
    #5,707
    0
  17. #5633 ntn.9846 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 08:54
    มิสเตอร์ที เตรียมแผนมาดี จริงๆ นักธุรกิจ ไม่มีคำว่าขาดทุน เนอะ
    #5,633
    0
  18. #5569 PaulaPum (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 15:39
    คลื่นใต้น้ำชัดๆ
    #5,569
    0
  19. #5553 hept (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:10
    พี่มาร์คโคตรเจ้าเล่ห์
    #5,553
    0
  20. #5541 multuan98a (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 01:46
    สงสัยท่านอยากเปลี่ยนยานอนหลับชนิดเม็ดเป็นคนไว้นอนกอดแล้วม้าาาง
    #5,541
    0
  21. #5216 Snow Blaek (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 23:39
    น้ำนิ่งไหลลึกค่ะ คงจะจิงที่ว่ามาร์คเป็นคนชอบวางแผน แล้วก้ซ่อนแผนอีกที555ตะหนูลูกแม่ ตายๆๆๆ
    #5,216
    0
  22. #4629 wonnybum (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 00:52
    หลวมตัวโดนตล่อมให้ไม่มีทางหนีแล้วแบมเอ๊ยย
    #4,629
    0
  23. #4433 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 11:45
    แผนท่าร้ายลึกมากคร้า แต่อยากได้ก็ต้องลองเสี่ยงใช่ไหม 555
    หนูแบมไม่รอดหรอก ยอมๆพี่เค้าไปเถอะ คนที่คล้ายแบมเป็นใครนะ จินหรอ
    #4,433
    0
  24. #4387 PiPoTweeTy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 00:58
    เหมือนจะดีนะพี่มาร์คนะ ที่ไหนได้ผลประโยชน์มาก่อนตลอด ผู้หญิงที่แบมเหมือนคือใคร ไปแล้วไปลับ อย่ากลับมา!
    #4,387
    0
  25. #4348 Miniminzz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 20:50
    คือท่านแลดูเป็นผู้ชายอบอุ่นจนร้อนมาค่าา เจ้าเล่ห์ที่สุด และก็หล่อที่สุด จริงๆคือ ไม่ต้องพนันน้องแบมก็เสร็จท่านแน่ อยู่ที่จะยื้อได้แค่ไหน
    #4,348
    0