ปิดจอง(GOT7) รักสลับร่าง Markbam

ตอนที่ 10 : Ep.10 แบมแบมสติแตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    10 ต.ค. 60

 

 




            “พี่แบมแบม สวัสดีครับ มาหาเฮียมาร์คเหรอ เฮียเขายังไม่ตื่นเลยครับ”

            มาร์คยืนมองน้องชายที่เดินมาต้อนรับถึงหน้าบ้าน เจ้าโจอี้ยิ้มแย้มเหมือนดีใจที่เห็นเขามา

            อย่าบอกว่าเจ้านี่ชอบแบมแบมนะ

            “สวัสดีจ้ะ ยังไม่ตื่นอีกเหรอ พี่นัดเขาไว้น่ะเขาไม่ไปรับที่บ้านสักทีพี่เลยมาหาเอง โทรมาตั้งหลายสายก็ไม่รับ”

            “อ่า เฮียนี่แย่จัง เข้ามาก่อนสิครับเดี๋ยวผมไปเรียกให้”

            “เอ่อ..พี่ขึ้นไปหาที่ห้องเองดีกว่าค่ะ ไปได้ใช่ไหมคะ?”

            “อ่อ..ได้ครับ เชิญเลยครับ” โจอี้ทำหน้าเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่างแต่มาร์คคิดว่าน้องชายต้องเข้าใจอะไรผิดไปแน่ๆ

            “พี่ไม่ได้เป็นอะไรกับมาร์คนะคะ” มาร์คแก้ให้เข้าใจตรงกันก่อน แต่ในความคิดคิดโจอี้มันไม่ต่างจากแก้ตัวเลยนะ

            “ก็..ยังไม่ได้สงสัยอย่างนั้นเลยนะครับ” โจอี้ยิ้มกรุ้มกริ่ม

            “ขอตัวนะคะ” มาร์คทุบไหล่กว้างของน้องชาย หมั่นไส้ โจอี้กลั้นหัวเราะ ผายมือเชิญให้เธอเข้าบ้านตามสบาย

            พอพี่สาวคนสวยเดินไปแล้วโจอี้ก็รีบส่งข้อความหาม๊าและเจ้ที่ออกไปช็อปปิ้งกันทันที

            T^T พี่แบมแบมขึ้นไปหาเฮียถึงห้อง ฮึก ดีใจจนจะร้องไห้ ใกล้ได้พี่สะใภ้แล้วสินะ

 

 

 

            มาร์คเปิดประตูห้องนอนเข้าไปโดยไม่เคาะเพราะคิดว่านี่ห้องตัวเอง และอีกอย่างคนในห้องก็ไม่มีมารยาทอยู่แล้ว ไม่ต้องรักษามารยาทด้วยหรอก

            มาร์คปิดประตูเบาๆ มองรอบห้องด้วยความคิดถึง แบมแบมไม่ได้ย้ายข้าวของส่วนตัวเขาไปไหน แต่เขาเห็นว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาหนึ่งอย่าง กีตาร์สีดำวางอยู่ใกล้ตู้หนังสือ

            เจ้าของห้องที่แท้จริงเดินไปรวบม่านผูกเพื่อเปิดให้แสงส่องเข้ามาในห้อง สภาพห้องทำให้ถอนใจแผ่วเบา ชายหนุ่มในร่างสาวสวยตัดสินใจเก็บห้องก่อนแบมแบมจะไม่มีที่ซุกตัวเสียก่อน

            ถึงเขาจะเป็นลูกคุณหนูที่มีคนรับใช้แต่เขาก็เก็บห้องเองนะ เพราะอยู่เองใช้เอง จะให้คนอื่นมาเก็บให้ได้ยังไง อีกอย่างเขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบให้คนอื่นเข้ามายุ่มย่ามในพื้นที่ส่วนตัวด้วย

            มาร์คคลานเก็บก้อนกระดาษที่ถูกขยำจนเกลื่อนพื้นใส่ถังขยะใบเล็ก รวบแผ่นกระดาษที่วางกระจายบนโต๊ะรวมกันไว้แล้วสอดเก็บในสมุดแต่งเพลง เก็บเสื้อผ้าที่วางเกลื่อนตรงมุมนั้นมุมนี้ไปใส่ตะกร้าเพื่อรอให้แม่บ้านมาเอาไปซัก

            คนบนเตียงเริ่มขยับตัว ปรือตาขึ้นมอง สะดุ้งโหยงเมื่อเห็นผู้หญิงอยู่ในห้อง เกือบร้องอยู่แล้วเชียวถ้ามาร์คไม่หันหน้ามาเสียก่อน

            ตกใจหมด!

            มาร์คมองคนที่ตื่นแล้วโดยไม่พูดอะไร แบมแบมเอื้อมมือไปหยิบนาฬิกาปลุกบนโต๊ะมาดู

            ฉิบหายแล้วเลยเวลานัด!

            “เอ่อ..” เสียงแหบเอ่ออ่า นึกไม่ออกว่าจะแก้ตัวยังไงดี

            “ไปอาบน้ำสิ”

            ทำไมดูนิ่งจัง ไม่ด่าเหรอ?

            “ขอโทษนะ” แบมแบมเอ่ยเสียงอ่อยเพราะรู้ว่าตัวเองผิด

            “ช่างเหอะ ผมรู้นานแล้วว่าไม่ควรคาดหวังอะไรจากคุณ”

            เอื๊อ! พูดแบบนี้พุ่งมาตบเลยก็ได้นะ

            แบมแบมลุกขึ้นนั่งแต่ยังไม่ขยับลงจากเตียง ยังร้องเรียกความสนใจของคนที่ไม่อยากจะสนใจตัวเองด้วย

            “มาร์ค หยิบผ้าเช็ดตัวให้หน่อย”

            “ผมไม่ใช่คนใช้คุณนะ ลุกไปหยิบเองสิ” ตื่นสายจนเลยนัดแล้วยังกล้าใช้คนอื่นอีกนะ

            ไม่ได้สำนึกเลยจริงๆ

            “ลุกไม่ได้น่ะสิ” แบมแบมยิ้มแหย มาร์คมองเชิงถามว่าทำไม

            “ฉันโป๊”

            “หืม?”

            “เปลือยทั้งตัว แบบไม่ใส่อะไรเลยน่ะ”

            มันติดเป็นนิสัยไปซะแล้ว ร่างเก่าเขาก็ใส่ชุดนอนน้อยชิ้นอยู่นะ แต่พอมาเป็นผู้ชายอะไรๆ ก็เปลี่ยนไป

            “อะไรนะ นี่คุณไม่หนาวหรือไง” มาร์ครับไม่ทันเมื่อคิดว่าตัวเองไม่มีเสื้อผ้าติดตัวสักชิ้นอยู่ใต้ผ้าห่ม

            “ไม่หนาว จะเอาไง ให้ลุกจากเตียงทั้งอย่างนี้เลยไหม” แบมแบมทำท่าจะขยับ มาร์ครีบยกมือห้าม

            “นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ!” มาร์คเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบผ้าเช็ดตัวมาส่งให้ แบมแบมรับไปพลางมองหน้า

            “มีอะไรอีก” มาร์คเริ่มรำคาญ

            “ว่าจะพูดอะไรด้วย แต่ลืมละ”

            “ไร้สาระ รีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว” มาร์คฟาดไหล่เปลือยอย่างแรงจนแบมแบมสะดุ้งโหยง

            “ซี๊ด..เจ็บนะ!

            “เห็นหน้าแล้วหมั่นไส้”

            “หึหึ หมั่นไส้หน้าตัวเองก็ได้ด้วยนะคนเรา” แบมแบมเลิกผ้าห่มออกจากตัว มาร์คสะดุ้ง หันไปทางอื่นแทบไม่ทัน

            “ไม่ต้องมาเขินแทนหรอก นายเห็นตัวเองเปลือยมาตลอดชีวิตแล้วป้ะ” อยู่มาระยะหนึ่งแบมแบมก็ลืมความอายไปแล้วล่ะ มองร่างกายมาร์คได้แบบไม่รู้สึกอะไรแล้ว

            “แต่ผมก็ไม่เคยไม่ใส่เสื้อผ้านอนหรือเปลือยต่อหน้าคนอื่นก็แล้วกันน่า!

            แบมแบมอมยิ้ม ก้าวลงจากเตียงแล้วพันผ้าเช็ดตัวรอบเอว บิดซ้ายบิดขวาไล่ความเมื่อยขบ

            “กินข้าวมายัง?” แบมแบมแกล้งเดินไปยืนข้างหลังแล้วก้มลงพูดข้างหู เป่าลมใส่หูมาร์คเบาๆ มาร์คสะดุ้งเฮือก จะหันมาด่าแต่กลับเจอหน้าอกตัวเองในระยะประชิด

            “อะไรของคุณเนี่ย!” มาร์คก้าวถอยหลัง ไม่ไว้ใจ

            “ฮะฮะฮะ ตลกอ่ะ ขวัญอ่อนจริ๊ง” เท้าเอวหัวเราะสะใจที่ได้แกล้ง

            “โว้ย! ไปอาบน้ำสักทีไป๊ จะหมดความอดทนละนะ!

            “ไม่อยากทนก็ไม่ต้องทนสิ”

            มาร์คเกลียดหน้าตากวนประสาทที่แบมแบมกำลังทำตอนนี้มากเลย ถ้าไม่ติดว่าเป็นหน้าตัวเองจะต่อยจริงๆ ด้วย

            มาร์คเดินไปเก็บเตียง ไม่ต่อปากต่อคำ แต่อีกคนกลับไม่ยอมไปอาบน้ำยังตามมาก่อกวน แบมแบมเดินมาทิ้งตัวนอนตะแคงบนผ้าห่มที่มาร์คกำลังจะพับ

            “อย่ามาเกะกะ แล้วนอนให้มันดีๆ เดี๋ยวอะไรก็โผล่หรอก” มาร์คดุคนที่กวนไม่เลิก

            “อะไรที่ว่านั่นมันอะไรล่ะ”

            “อย่ามากวนประสาท คิดเหรอว่าจะไม่โดนด่าที่คุณตื่นสายจนไม่ได้ไปรับผมที่บ้าน”

            “ก็ขอโทษไปแล้วไงจ๊ะคนสวย” แบมแบมขยิบตาให้

            “อี๊! ขนลุก ทำไมคุณเป็นคนแบบนี้นะ” มาร์คเหนื่อยใจจริงๆ

            “ขี้เกียจไปอ่ะมาร์ค ไม่ไปไม่ได้เหรอ ต่อให้ฉันพยายามยังไงก็ขี่ม้าให้เก่งเหมือนแชมป์อย่างนายไม่ได้อยู่ดี”

            แบมแบมพลิกตัวนอนหงาย ไม่ลืมดึงผ้าห่มมาคลุมตัวด้วย มาร์คนั่งลงบนเตียง มองคนที่กำลังมองหน้าตนอยู่เหมือนกัน

            “เรื่องนั้นผมรู้ดี”

            “งั้นจะบังคับให้ไปทำไม”

            “ผมแค่อยากให้คุณรู้จักชารอนม้าของผม และอยากให้คุณได้เห็นว่าสิ่งที่ผมทำมันเป็นยังไง”

            “ฉันไปดูนายแข่งกับยองแจไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว ชารอนของนายฉันก็เคยเห็นออกบ่อย”

            “ตอนนั้นคุณได้ดูด้วยใจที่ปราศจากอคติหรือเปล่า คงดูไปบ่นไป ดูแล้วอยากกลับบ้าน คุณไม่เคยไปสัมผัสใกล้ชิดกับชารอนสักครั้ง”

            “พูดเหมือนตาเห็นเลยนะ”

            “พอเดาได้น่ะ”

            มาร์คก้มมองมือตัวเอง เข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวคิดอะไรเงียบๆ แบมแบมนอนนิ่ง รอให้มาร์คพูด

            “นี่แบมแบม..ถ้าคุณฝืนไม่ไหว เราอย่าพยายามเป็นกันและกันเลยดีไหม” หลังจากเงียบไปสักพักมาร์คก็เอ่ยสิ่งที่แบมแบมไม่คิดว่าจะได้ยินออกมา

            “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ถ้าเราไม่เข้าใจกันเราก็กลับร่างไม่ได้นะ หรือว่านายถอดใจยอมแพ้แล้ว” แบมแบมลุกขึ้นนั่งทันที จริงจังขึ้นมาเลย

            เรื่องกลับไปเป็นอย่างเดิมมันต้องร่วมมือกันนะ ถ้ามีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่อยากทำ ความหวังก็เท่ากับศูนย์น่ะสิ!

            “อืม”

            “เฮ้ย! ได้ไงวะ!” แบมแบมผลักไหล่ร่างตัวเองอย่างแรงจนมาร์คเกือบตกเตียง แต่มาร์คไม่ด่าสักคำ แบมแบมชะงัก เริ่มรู้ว่าผิดปกติ

            “มาร์ค มีอะไรก็พูดดิ”

            มาร์คจ้องหน้าหล่อของร่างตน หนักใจ

            “แทนที่จะคิดหาทางกลับร่าง เราควรเรียนรู้ที่จะเป็นคนใหม่ดีกว่า ไม่ใช่การที่แสร้งทำเป็นมาร์คหรือแบมแบมคนเดิม แต่เป็นมาร์คและแบมแบมคนใหม่อย่างที่เราสามารถเป็นได้”

            “อะไรนะ..ฉันไม่เข้าใจ ฉันตามนายไม่ทันหรอก” แบมแบมหน้านิ่วคิ้วขมวดเป็นปมแล้วนะ  

            “เฮ้อ..ก็คุณน่ะต้องฝืนเป็นมาร์คต้วนแบบที่ผมเคยเป็นใช่ไหม มันลำบากใช่หรือเปล่า และฝืนได้ไม่ดด้วย ยังไงคุณก็หลุดความเป็นตัวเองออกมาอยู่ดี ผมเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เรายึดติดกับคำทำนายว่าเราต้องเปลี่ยนเพื่อให้เข้าใจอีกคน ซึ่งเราเข้าใจว่าเราต้องเป็นคนคนนั้นให้เหมือน แต่เราลืมไปหรือเปล่าว่าเราไม่สามารถฝืนเป็นคนอื่นได้นานๆ หรอกนะ มันเหนื่อย ดูอย่างคุณสิ คุณไม่เคยยิงธนู ไม่เคยขี่ม้า ต่อให้ซ้อมทุกวันเป็นปีๆ คุณก็เข้าแข่งไม่ได้ เพราะทุกอย่างนั่นผมทำมันมาตั้งแต่เด็ก ผมเองก็ดีดกีต้าร์ร้องเพลงไม่ได้เหมือนกันเพราะผมไม่เคยทำมาก่อน ต่อให้ฝึกฝนเป็นปีก็ทำอย่างที่คุณทำไม่ได้ ผมไม่มีพรสวรรค์ ถ้าจะทำให้ดีเหมือนคุณคงต้องฝึกเป็นสิบปี เราเป็นกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบไม่ได้หรอกนะ แต่เราใช้ชีวิตของเราตามแบบที่เราเป็นในร่างใหม่ได้นะแบมแบม เป็นตัวเองและเป็นเพื่อนกันไปด้วย”

            แบมแบมมองหน้าหวานนิ่งงัน พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่มาร์คบอก

            “..นายจะให้ฉันเป็นมาร์คต้วนในแบบของแบมแบมใช่ไหม” แบมแบมเข้าใจแล้วว่ามาร์คคิดอะไร

            “ใช่”

            “ถ้าเราทำแบบที่นายว่าแล้วเราจะคืนร่างได้ยังไง ขนาดพยายามจะเป็นอีกคนมันยังทำให้เราคืนร่างไม่ได้เลยนะ”

            แบมแบมนั่งกอดเข่า คิดไปคิดมามันไม่ใช่แผนการที่ดีสักเท่าไรหรือเปล่า

            “เพราะเราทำมาผิดหมดเราถึงคืนร่างไม่ได้สักทีไง”

            “ยังไง ฉันไม่เข้าใจ” แบมแบมงง

            “เราพยายามเป็นอีกคนเพราะผลประโยชน์ เราอยากคืนร่างเราก็เลยฝืน ทั้งที่เราไม่ได้อยากเข้าใจหรืออยากเป็นอีกคนเลย มันไม่ต่างจากตอนที่เราเกลียดกันหรอก”

            มาร์คพยายามอธิบายอย่างใจเย็น

            “แล้วถ้าไม่ได้คืนร่างเราจะทำไปทำไมล่ะ นายก็พูดแปลก เราทำเพราะมีจุดมุ่งหมาย ไม่ใช่ผลประโยชน์”

            “ก็ลองทำอะไรแบบไม่หวังผลบ้างสิ เราเป็นตัวของตัวเองแล้วลองเป็นเพื่อนกันจริงๆ ดู ถ้าเราคบกันแบบจริงใจและบริสุทธิ์ใจ บางทีมันอาจจะทำให้เราทำตามเงื่อนไขสำเร็จ แต่เราต้องอย่าไปคิดถึงผลที่จะได้นะ ลองเผื่อใจไว้บ้าง และลองคิดดูว่าถ้าเราต้องเป็นใครอีกคนไปตลอดชีวิตเราจะใช้ชีวิตยังไง มันก็ไม่แย่นักหรอกนะ”

            มาร์คคิดมาดีแล้ว คิดมาทั้งคืน ทำไมเขาต้องสอนแบมแบมให้ทำในสิ่งที่ไม่ถนัดด้วย เหนื่อยเปล่า และแบมแบมก็ไม่ได้กระตือรือร้นด้วย ดูจากที่ไม่ยอมตื่นไปตามนัดสิ

            “นายอยากให้เราสองคนเผื่อใจไว้บ้างใช่ไหม?”

            “ใช่”

            แบมแบมจ้องหน้ามาร์ค นิ่งไปเกือบสามนาทีจนมาร์คเริ่มอึดอัด ก่อนแบมแบมจะพูดออกมา

            “งั้นฉันไปเล่นดนตรีในร่างมาร์คต้วนก็ได้ใช่ไหม”

            “ได้”

            “” แบมแบมยังคิดหนัก ถึงจะได้ทำตัวตามสบาย แต่ถ้าไม่ได้กลับคืนชีวิตตัวเองมันก็ทำใจไม่ได้หรอก

            “ผมว่าจะไปลาออกจากชมรมด้วย”

            “อ่าว ทำไมล่ะ”

            “ผมจะรอให้แน่ใจก่อนน่ะว่าเราจะได้กลับร่างหรือเปล่า ถ้าไม่ได้กลับร่าง ผมจะไปสมัครใหม่ในชื่อคุณเลย”

            “นายจะทำสิ่งที่นายรักในร่างฉันสินะ ไม่กลัวคนสงสัยเหรอ”

            “เรื่องผิดธรรมชาติแบบนี้บอกไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอกครับ และคุณคงไม่อยากบอกใครให้เขาพาเราไปส่งโรงพยาบาลจิตเวชหรอกใช่ไหมล่ะ ถึงสิ่งที่เราทำจะสลับกัน แต่คนก็แค่สงสัยในช่วงแรกๆ เท่านั้นแหละมั้ง ถ้าติดอยู่ร่างใหม่ไปตลอดแล้วต้องเก็บซ่อนความชอบเอาไว้มันไม่ทรมานซ้อนทรมานเหรอ”

            “ก็จริง แล้วถ้าเราไม่ได้กลับคืนร่างตัวเอง เราจะต้องทนเรียนสิ่งที่เราไม่ชอบต่อไปจนจบด้วยเหรอ”

            แบมแบมเริ่มวางแผนชีวิตใหม่ให้ตัวเองในกรณีที่กลับไปเป็นนางสาวกันต์พิมุกต์ไม่ได้

            “ผมว่าจะสอบใหม่เข้าคณะเดิม ผมคิดมาทั้งคืนเลยนะ คุณล่ะ”

            สอบใหม่นี่คือความคิดของคนฉลาดสินะ นายคิดว่าสอบเข้ามหาวิทยาลัยมันง่ายนักหรือไง ก่อนจะสอบเข้าคณะและมหาลัยที่อยากเข้าได้ฉันเตรียมตัวสามปีเลยนะเว้ย!

            แบมแบมถอนหายใจ ถ้าเกิดมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็คงทนเรียนจนจบไม่ได้หรอก

            “อืม..ถ้ามีนายเรียนใหม่เป็นเพื่อน ฉันสอบใหม่ด้วยก็ได้ ฉันก็ทนเรียนหมอไม่ไหวหรอกฉันเหนื่อย แต่ก่อนจะครบสามเดือนเราต้องตั้งใจเรียนไปก่อนนะ เผื่อสวรรค์เมตตาได้กลับเป็นคนเดิมแต่เกรดเน่านี่ได้ลงเรียนใหม่หมดแน่ๆ”

            แบมแบมเห็นด้วยนะเรื่องนี้ ทนต่อไปก็ไม่ได้อะไร คนเราต้องเรียนในสิ่งที่รักสิ ทนเรียนจนจบก็ต้องทนทำงานที่ไม่ชอบต่อไปด้วยนะ ถ้าเป็นงั้นเธอได้บ้าตายแน่

            “โอเค สัญญานะ” มาร์คยื่นมือไปตรงหน้าแบมแบม ร่างสูงยื่นมือมาจับแล้วเขย่า

            “สัญญา”

           

 

 

 

 

            “ตกลงกันเรียบร้อยแล้วสินะ”

            ยองแจรับฟังเรื่องราวของเพื่อนรักในร่างชายหนุ่ม แบมแบมพยักหน้าหงึกหงัก

            “งี้แกก็ต้องแต่งเมียสิ ถ้าเกิดว่าแกกับมาร์คเปลี่ยนกลับไม่ได้” ยองแจเป็นห่วงเบาๆ ถ้าไม่ติดว่าสนิทกันมากก็อยากจะเสนอตัว แอร๊!

            “น่าลองแต่ขอคิดอีกที ตอนนี้คงต้องตั้งใจเรียนไปก่อน” แบมแบมถอนหายใจ คิดแล้วเครียด

            “ลองเป็นเกย์ไหมล่ะ” ยองแจยิ้มกริ่มหลอกล่อ

            “จะดีเหรอแก” แบมแบมเห็นนะสายตาวับวิบของเพื่อนนั่นน่ะ ยัยสาววาย แกต้องการอะไรฉันรู้ฉันเห็นนะ

            “เอ๊า! แกชอบผู้ชายนะ แกก็หาแฟนผู้ชายสิ”

            “อ่า..กล้ามชนกล้ามงี้เหรอ..”  แบมแบมคิดภาพแล้วเหมือนเลือดลมไม่ค่อยจะดี วิงเวียนเลยทีเดียว

            ฮือ เสียดายของอ่ะ นายมาร์คมันหล่อมากเลยนะแก ควรอยู่หล่อๆ เป็นสมบัติของชาติไหมอ่ะ

            “งั้นก็จับคู่กับมาร์คซะ ยังไงแกก็รู้แก่ใจว่าข้างในเขาเป็นผู้ชาย แต่กายภาพข้างนอกน่ะสวยพอจะเป็นคุณนายน้อยตระกูลต้วนได้นา”

            ยองแจไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือ เสี้ยมนิดเสี้ยมหน่อยให้เพื่อนเขว

            “ลำบากใจจัง” แบมแบมเท้าคาง เขี่ยวิปครีมในแก้วเล่นแก้เบื่อ

            “เขาไหมล่ะที่ต้องลำบากใจ ได้ผัวแบบแกเนี่ย”

            “พูดให้ดีๆ นะ ฉันมันทำไม”

            “เปล่า แกลองคิดดู เป็นสะใภ้ตระกูลต้วนไม่ดีตรงไหน เจ้าหญิงเลยนะจ๊ะ”

            “บ้านฉันก็พอมีพอกิน ไม่ต้องหวังสมบัติสามีก็อยู่ได้นะ”

            ยองแจเหนื่อยที่ลุ้นไม่ขึ้นสักที จะจับคู่ยังไงดีวะ เธอว่าเพื่อนเธอเหมาะกับมาร์คมากอ่ะ

            “แล้วแต่แก ถ้าแกสงบศึกกับเขาได้ก็ดีอ่ะ ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน ทะเลาะกันมากๆ ก็เสียดายเวลา มาผูกมิตรกันแบบนี้แหละดี”

            “เออ ปรัชญามาก วิชาเลือกที่ไปลงเรียนมาล่ะสิ”

            “ก็อาจารย์เขาให้เกรดง่าย ไม่งั้นแกกับฉันจะเฝ้าหน้าจอรอลงทะเบียนเหรอ”

            “อยากเรียนอะไรง่ายๆ บ้าง เดือนนึงที่ผ่านมาฉันรู้สึกเหมือนเป็นชั้นต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารในคณะ แกรู้ไหมว่าสอบครั้งที่ผ่านมาอาจารย์เรียกฉันไปคุยว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทำไมคนที่ได้ท็อปทรีทุกครั้งถึงได้คะแนนน้อย ฉันต้องโกหกไปว่าที่บ้านมีปัญหา แกเอ๊ย ถ้ามาร์ครู้ฉันโดนฆ่าแน่”

            แบมแบมคร่ำครวญ มีคนให้ระบายมันดีอย่างนี้เอง ยองแจหัวเราะขำ จากจุดสูงสุดลงมาท้ายๆ ก็ไม่น่าแปลกหรอกที่อาจารย์จะสงสัย

            “ขอถามหน่อยสิ แกไม่คิดจะชอบมาร์คบ้างเหรอ เขาก็นิสัยดีนะแก”

            “ไม่รู้สิ จู่ๆ จากคนที่ไม่ชอบกลายเป็นคนรู้จักนี่ก็เป็นอะไรที่มหัศจรรย์แล้วนะ แกเคยคิดไหมล่ะว่าจะมีวันที่ฉันกับมาร์คคุยกันดีๆ ได้”

            “ไม่เลย” ยองแจตอบทันทีอย่างมั่นใจ

            “นั่นไง ค่อยเป็นค่อยไป อย่าไปจริงจังอะไรมาก” แบมแบมโบกไม้โบกมือไปมา

            “แล้วแต่โชคชะตาของแกสองคนละกัน” ยองแจไม่ถอดใจหรอก เดี๋ยวจะไปหาหมอดูสักหน่อย เธอว่าคู่นี้มันต้องมีอะไรแหละ อาจจะเข้าคู่กันได้ดีมากก็ได้

            “เออแบม ต่อไปฉันจะไม่รับส่งมาร์คแล้วนะ แกรับหน้าที่นี้ไปนะ ฉันไม่ค่อยสนิทใจจะไปไหนมาไหนกับเขาอ่ะ ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่เลยที่ต้องอยู่กับเขาตามลำพัง แกเข้าใจใช่ไหม”

            ยองแจตักเค้กเข้าปาก เพิ่งนึกได้ถึงเรื่องสำคัญที่ต้องไหว้วานเพื่อน

            “อ๋อ ได้สิ เรื่องมาเรียนของมาร์คฉันจัดการเอง”

            แบมแบมไม่ได้ว่าอะไร เข้าใจว่ายองแจคงยังทำใจไม่ได้ที่ไอดอลกลายเป็นเพื่อนสนิทตัวเอง

            ยองแจโล่งอกที่เพื่อนไม่ได้ปฏิเสธ เรื่องความรู้สึกของเธอก็เรื่องหนึ่ง แต่จุดหมายหลักคือให้แบมแบมกับมาร์คได้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง ไม่อยากให้ต่างคนต่างใช้ชีวิตแล้วหายไปจากชีวิตกันและกัน

            “เริ่มเย็นนี้เลยนะ พามาร์คไปส่งบ้านด้วย”

            “โอเค”

           

 

 

 

 

            “มาร์ค มาทำอะไรที่นี่?”

            มาร์คออกจากห้องเรียน สายตาดันไปเห็นว่าแบมแบมมานั่งอยู่หน้าห้องจึงเดินมาถาม แบมแบมนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือเหมือนรอใคร

            “มารับกลับบ้าน” แบมแบมเงยหน้าขึ้นจากมือถือ มาร์คแปลกใจกับจุดประสงค์ที่ทำให้แบมแบมมานั่งรอเขา

            “ทำไมล่ะ? มีธุระอะไรหรือเปล่า”

            “พอไม่ได้มาเรียนกับยองแจแล้วมาเรียนยังไง” แบมแบมตอบกลับด้วยคำถามแทนที่จะบอกว่ายองแจวานมา

            “แท็กซี่น่ะ” ตั้งแต่ที่ยองแจหลบหน้า มาร์คก็ใช้บริการแท็กซี่ตลอดเลย

            “เป็นผู้หญิงจะขึ้นแท็กซี่ทุกวันได้ไง ต่อจากนี้ฉันจะรับส่งเอง”

            “ไม่ลำบากเหรอ” มาร์คเกรงใจ ตารางเรียนของเราสองคนใช่จะตรงกันไปซะทุกวัน

            “ไม่หรอก”

            “มาทำดีแบบนี้..มีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า” มาร์คไม่ไว้ใจแบมแบมเลยให้ตาย

            “มองกันในแง่ดีบ้างเหอะ หรือถ้าไม่อยากให้เทียวรับส่งจะเอารถที่บ้านมาใช้สักคันไหมล่ะ รถยนต์น่ะ เดี๋ยวขับไปให้ที่บ้าน ขับรถยนต์เป็นไม่ใช่เหรอ”

            “จะบ้าหรือไง คนที่บ้านผมได้ตกใจจนช็อกพอดี เพื่อนที่ไหนเขาให้รถยนต์มาขับเล่น และคุณก็เอารถของที่บ้านมาเที่ยวแจกใครต่อใครโดยไม่บอกม๊าไม่ได้ด้วย ขืนบอกว่าเอามาให้ผมใช้คุณได้โดนซักละเอียดแน่ว่าทำไม เพราะอะไร”

            มาร์คไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้หรอก ต้องโกหกม๊ากับแม่อีกมันไม่ดีเลยนะ ทีนี้แม่กับม๊าคงคิดว่าเขาและแบมแบมคบกันอยู่จริงๆ

            “นั่นไงมันมีแต่ปัญหา ฉันมารับก็จบแล้ว”

            “ตามใจคุณ” มาร์คยอมก็ได้ เอาเถอะ อยากทำอะไรก็ทำ มีคนรับส่งก็สบายดี

            “เรากลับมาตัวติดกันเหมือนเดิมแบบนี้ต้องมีคนเม้าท์อีกแน่เลยว่าไหม” แบมแบมลุกขึ้น ยื่นมือไปรับกระเป๋ามาร์คมาถือให้

            “คิดอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน” มาร์คชินแล้ว ตกเป็นข่าวมานับครั้งไม่ถ้วน แบมแบมเองก็ควรชิน      “กลับเถอะ อยากไปนอนแล้ว” แบมแบมจับมือมาร์คให้รีบเดินสักที มาร์คดึงมือออก ไม่อยากเป็นเป้าสายตา แค่นี้ยังถูกมองไม่พออีกหรือไง

            “วันนี้เรียนเป็นไงบ้าง”

            “ไม่เข้าใจ ทำไม่ได้” แบมแบมปวดหัว ไอ้สไลด์ที่มีแต่ภาษาอังกฤษยังติดตาสลัดไม่หลุด

            มาร์คฟังแล้วอดถอนหายใจไม่ได้ จะรอดไหมนะแบมแบม  

            “ฉันเพิ่งเข้าไปดูเกรดนายในเว็บมา นายเป็นคนหรือเปล่าถึงได้ A ช้วนแบบนั้น” แบมแบมมองหน้ามาร์ค มาร์คมองกลับเหมือนกัน

            “มันเรื่องแปลกเหรอ เพื่อนผมก็ได้กันหลายคนนะ”  มาร์คแกะลูกอมที่อีกคนยื่นมาให้เข้าปาก แบมแบมเบ้ปาก

            “ถามแบบนี้มันเหมือนเยาะเย้ยยังไงก็ไม่รู้ว่ะ พวกนายเป็นมนุษย์ต่างดาวหรือไง”

            “เกรดคุณก็ไม่ได้ขี้เหร่นี่ ได้Aกับ B ตั้งหลายตัว ดีนะที่ไม่ได้ต่ำกว่าC  มาร์คคิดว่าแบมแบมเองก็เป็นนักศึกษาที่ผลการเรียนดีเป็นอันดับต้นๆ ของชั้นปีเลยมั้ง

            “นายทำตัวฉลาดจนคนผิดสังเกตหรือเปล่า แกล้งเรียนไม่เข้าใจบ้างก็ได้นะ”     แบมแบมเปิดประตูรถให้มาร์คเข้าไปนั่ง ก่อนเดินอ้อมไปนั่งที่คนขับ

            “ทำตัวไม่ฉลาดน่ะทำไม่เป็นหรอก” เกลียดดดด

            “หมั่นไส้” แบมแบมอดไม่ไหวผลักหัวมาร์คซะร่างบางเกือบติดประตูรถ มาร์คตีกลับไม่ยอม เรื่องอะไรจะยอมให้ทำฝ่ายเดียว

            “เจ็บนะ ทำไมชอบรุนแรงกับผมเรื่อยเลย ลืมหรือไงว่าแรงในร่างผมมันเยอะมากนะ”

            “บอบบางจริ๊ง แตะนิดแตะหน่อยจะแตกร้าวเลยว่างั้น”

            “คุณควรเข้าใจได้แล้วนะว่าถึงผมจะเป็นผู้ชายแต่ผมใช้ร่างคุณอยู่ คุณไม่ทะนุถนอมร่างตัวเองเลย”

            “ถ้าฉันโดนนายทำแบบนี้ตอนวิญญาณฉันอยู่ในร่างนั้น ฉันไม่อ่อนแอแบบนี้หรอก”

            “นี่คุณ ก่อนกลับบ้านแวะไปหาชารอนหน่อยได้ไหม” มาร์คขี้เกียจเถียงด้วยก็เปลี่ยนเรื่อง

            “ไปทำไม”

            “คิดถึง แค่ไปหาเฉยๆ วันนี้ไม่ได้เตรียมชุดเปลี่ยนมาขี่ม้าไม่ได้หรอก”

            “ทำไมฉันต้องพานายไปด้วย”

            “จะใจร้ายใจดำกับผมขนาดนั้นจริงๆ อ่ะ?”

            “” แบมแบมกลอกตามองบนเมื่ออีกฝ่ายทำหน้าตาน่าสงสาร  อย่าใช้หน้าตาเธอทำตัวแบบนั้นนะ ขนลุก!

            “แบมแบม..” เออ ยอม!

            “ก็ได้ๆ พาไปแป๊บนึงก็ได้ แค่แป๊บเดียวนะจะกลับไปนอน”

            “ทำไมคุณย้ำจังว่าจะนอน เมื่อคืนทำอะไรนักหนา เล่นเกมเหรอ” มาร์คอดสงสัยไม่ได้ แบมแบมก็ดูเหมือนง่วงๆ อยู่นะ อย่างแบมแบมคงไม่ได้อ่านหนังสือหรอกมั้ง

            “บอกไปนายก็รับไม่ได้หรอก” แบมแบมละมือข้างนึงจากการบังคับรถมาควานหาหมากฝรั่งในช่องเล็กๆ ในรถ

            “อะไรน่ะ? ทำอะไร อย่าบอกว่าใช้ร่างผมทำอะไรแปลกๆ นะ บอกมาเลย!” มาร์คฟาดมือลงบนไหล่กว้างอย่างแรงจนแบมแบมสะดุ้ง

            “เอาหูมาใกล้ๆ” แบมแบมกระดิกนิ้วเรียกเมื่อรถจอดติดสัญญาณไฟจราจร มาร์คขยับเข้าไปหาด้วยความอยากรู้

            “” แบมแบมหัวเราะในคอเมื่อเห็นสีหน้าอึ้งของมาร์ค ก่อนแก้มใสของร่างเธอจะขึ้นริ้วเรื่อแดงน่าบีบเล่น

            “กันต์พิมุกต์!

            “หืม? เรียกทำไม” แบมแบมแกล้งเอานิ้วแยงหู

            “ผมเกลียดคุณ” มาร์คกำมือแน่น ไม่อยากจะเชื่อเลย!

            “เรื่องธรรมชาติน่า” แบมแบมทำเสียงเหมือนไม่มีอะไร

            “กันต์พิมุกต์ ทำไมเป็นคนแบบนี้..

            “อยากให้เลิกไหมล่ะ”

            “ทำไมคุณทำแบบนั้นเล่า..” มาร์ครู้สึกอึ้งมาก ทั้งอึ้งและตกใจเลย

            “แค่อยากลองน่ะ มันก็เป็นประสบการณ์ไม่ใช่เหรอ ถ้าเกิดได้กลับร่างแล้วไม่ได้ลองทำอะไรเลยก็เสียดายโอกาสแย่เลยสิ หรือถ้าเราไม่ได้กลับร่างกันฉันจะได้มีชีวิตในฐานะผู้ชายได้ไง  อย่าคิดมากน่า”

            แบมแบมจับหัวร่างตัวเองลูบไปมา มาร์คยังตกใจจนลืมปัดป้อง

            “เลิกเลยนะ!” มาร์คต้องยั้งใจอย่างมากไม่ให้ฆาตกรรมแบมแบมในรถ

            “มีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ทราบ ตอนที่เราคุยกันมันก็เหมือนนายยกร่างนายให้ฉันแล้วนี่”

            “ผมขอร้อง” โอ๊ะ มาร์คต้วนขอร้องเธอแน่ะ

            “หืม? นายนี่นะขอร้องฉัน”

            “พลีส” แบมแบมอมยิ้ม มองคนที่ร้องพลีสยาวๆ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลย

            “ถ้าเลิกแล้วฉันจะได้อะไร”

            “อะ..อะไรก็ได้” มาร์คสะดุ้งเมื่อเห็นรอยยิ้มแปลกๆ ของยัยผู้หญิงที่เขาชักไม่แน่ใจว่าหญิงแท้ไหม

            “พูดแล้วอย่าคืนคำนะ”

            “เอ๊ะ ไม่เอาๆ ถ้าไม่ใช่ของที่ให้ได้ก็ไม่ให้หรอก” มาร์ครีบเอ่ยแก้เมื่อลืมตัวเผลอตกปากรับคำไป

            “ไม่ทันแล้ว ถือว่าคำแรกที่พูดออกมาคือตามนั้นนะ” แบมแบมจับมือคนที่โบกปฏิเสธเอาไว้แน่น กว่ามาร์คจะไหวตัวทันก็สายไปซะแล้ว

            “คุณแค่สนุกๆ ไม่ได้จริงจังใช่ไหม อย่าทำให้ผมกลายเป็นคาสโนว่านะ ไม่เอานะแบมแบม”

            มาร์คคิดว่าการที่ให้แบมแบมใช้ชีวิตในแบบของตัวเองในร่างเขานี่มันเป็นการคิดสั้นชัดๆ เท่ากับยกร่างให้ทำอะไรตามใจชอบได้เลยสินะ เขาไม่คิดว่าแบมแบมจะทำตัวแบบนี้นี่

            “หวงตัวจัง ไม่สึกหรอสักหน่อย” แบมแบมไม่แคร์อยู่แล้ว อยากให้เธอเป็นตัวของตัวเองนักนี่

            “คุณไม่รู้สึกแปลกบ้างหรือไง”

            “ไม่นะ ธรรมดา”

            เออ พฤติกรรมธรรมดามาก ไอ้ที่ไม่ธรรมดาคือคุณใช่ไหม?!

            มาร์คเริ่มรู้สึกแย่แล้วนะ

            “ทำไมหน้าแบบนั้น งอนเหรอ เฮ้! นายไม่เสียหายอะไรสักหน่อย” แบมแบมเอื้อมมือไปจับหัวอีกแต่คราวนี้มาร์คเอียงหนี

            “ผมช็อกมากเลยนะ” เสียงหวานพูดเบาๆ

            “นายนี่อ่อนไหวกว่าที่คิดนะ”

            “คุณต้องรักพวกเธอก่อนสิ ผู้หญิงเป็นเพศแม่ เป็นคนที่ควรดูแล ไม่ใช่ของเล่น..เฮ้ย!

            มาร์คร้องลั่นรถด้วยความตกใจจากการที่แบมแบมเบรกรถกะทันหัน ดีที่เอามือยันคอนโซลไว้ไม่อย่างนั้นหัวกระแทกแน่

            “ฉันไม่คิดเลยนะว่าจะได้ยินคำพวกนี้จากมาร์คต้วน”

            “ก็”มาร์คอ้ำอึ้ง เขาเองก็ตกใจกับสิ่งที่พูดออกไปเหมือนกัน

            “พูดได้น่าประทับใจมากเลย” แบมแบมขยับจอดรถเลียบทางเท้า หันมองมาร์คอย่างจริงจัง

            “ผมก็..แค่พูดไปตามที่รู้สึก”

            มาร์คแค่ทนไม่ได้ที่แบมแบมเอาร่างเขาไปใช้ในเรื่องแบบ..เอ่อ ไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่เขาไม่รู้จักมาก่อน แบมแบมเป้นผู้หญิงแท้ๆ ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจบ้างหรือไง

            “นายอยากปกป้องพวกเธอจริงๆ เหรอ”

            “อืม..

            “งั้นก็เสียสละตัวเองมาสิ”

            แบมแบมขยับเข้าไปใกล้ ยันมือกับประตู กักคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน มาร์คถอยหนีจนตัวติดประตูแล้วนะ

            “เอ๋? หมะ..หมายความว่าไง” มาร์คระแวง ติดอยู่ในที่แคบแบบช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นี่มันแย่มากนะ

            “คืนนี้มาค้างบ้านฉันสิ” แบมแบมสบตากลมของร่างตัวเองนิ่งจนมาร์คต้องหันหนี

            “เอ่อ..ผมไม่ว่าง”

            มาร์คหน้าซีด อยู่ในร่างผู้หญิงก็รู้สึกว่าความแข็งแกร่งหดหายแล้วนะ ไอ้ความรู้สึกกลัวนี้มันคืออะไรกัน เวลาผู้หญิงอยู่กับผู้ชายที่เธอไม่มีทางสู้ พวกเธอรู้สึกแบบนี้กันทุกคนหรือเปล่า

            “ฉันล้อเล่น” แบมแบมขยับไปนั่งดีๆ เหมือนเดิม เอ่ยว่าล้อเล่นทั้งที่ไม่มีรอยยิ้มสักนิด

            “แบมแบม..คุณจะเป็นผู้ชายเนียนเกินไปหรือเปล่า” มาร์คยกมือลูบอกตัวเอง จะว่าโล่งใจก็ได้

            “แล้วไง เราต้องเป็นตัวของตัวเองนะ นายบอกเอง”

            “อย่างนั้นตัวคุณจริงๆ คุณชอบผู้หญิงเหรอ?”

            “เปล่า”

            อ่าว! มันยังไงกันล่ะเนี่ย

            “แล้วทำไม..

            “จะไปลองกับผู้ชายก็แปลกๆ น่ะ ยังทำใจไม่ได้ ไว้ทำใจไปทำจริงๆ แล้วจะมาบอก”

            “นี่คุณ!” โอ๊ย ฟังแล้วอยากจะกัดลิ้นตาย

            “อะไร” แบมแบมเริ่มรำคาญมาร์คแล้วนะ

            “คุณประชดชีวิตอยู่หรือเปล่า?”  สิ่งที่แบมแบมทำ มาร์คคิดได้แค่แง่นี้จริงๆ นะ

            คำพูดของมาร์คทำให้แบมแบมชะงักไป

            “เปล่านี่ ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ”

            “คุณใช้ชีวิตเต็มที่เพราะคิดว่าต่อจากนี้คุณคือมาร์คต้วนแล้วจริงๆ ใช่ไหม เป็นผู้ชายสมบูรณ์แบบ ไม่คิดเรื่องคืนร่างแล้วสินะ”

            “ใช่ ฉันคิดว่าเปอร์เซ็นต์จะกลับมาเหมือนเดิมมันน้อยมาก”

            คำตอบรับหนักแน่นของแบมแบมทำให้มาร์คเริ่มจะกลัวนิดๆ แล้วนะ 

            “ถ้าคุณกลัว คุณไม่ต้องทำตัวแบบนั้นก็ได้”

            “ไม่ได้กลัว ฉันปกติ”

            “คุณไม่ปกติเลย ไม่สักนิด”

            เรื่องนี้มาร์คค้านสุดตัว แบมแบมไม่เหมือนเดิมเขารู้สึกได้ เขาให้แบมแบมเริ่มทำใจไม่ใช่ให้อินจนสุดโต่งแบบนี้ เวลายังเหลือทำไมต้องถอดใจไวขนาดนี้ นี่ไม่ใช่แค่เผื่อใจแล้วแต่มันคือไม่เผื่อใจเลยมากกว่าว่าจะเป็นคนเดิมได้

            “จะบอกว่านายไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงถ้าต้องเป็นผู้หญิงตลอดไป แค่คิดว่าต้องเป็นผู้ชายไปตลอดชีวิตฉันก็คิดอะไรไม่ออกเลยนะ ฉันอยู่กับตัวเองหนึ่งวันเต็มเพื่อหาคำตอบว่าจะเอายังไงต่อไปดี แต่ยิ่งคิดฉันยิ่งรู้สึกว่าอยากจะบ้า”

            แบมแบมเคาะนิ้วกับพวงมาลัย เห็นท่าทางนั้นมาร์คก็รู้ว่าแบมแบมกำลังเครียด

            “ไม่มาคุยกับผมล่ะ” ร่างบางเสียงอ่อนลง แบมแบมสติแตกไปแล้วล่ะมั้งเนี่ย

            “คุยแล้วได้อะไร นายมันเก่งนี่ นายทำได้ทุกอย่างแม้แต่การรับเรื่องเฮงซวยนี่ แต่ฉันทำไม่ไหวหรอก”

            “เราตกที่นั่งเดียวกันนะแบม เราจะต้องคุยเรื่องนี้กันอีกกี่รอบ คุณอย่ากลัวได้ไหม สู้สิ ผมให้ทำใจแต่ไม่ใช่ให้เลิกหวัง”

            “เงียบเถอะ”

            “แบมแบม”

            “ฉันบอกไม่ให้นายพูดไง!

            มาร์คสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกแบมแบมตวาดใส่ แบมแบมกัดริมฝีปากแน่น รู้สึกผิดที่เสียงดังใส่มาร์คแต่เธอไม่ขอโทษหรอก!

            “คุณน่าจะมีเหตุผลกว่านี้หน่อยนะแบม อ๊ะ!

            แบมแบมจับข้อมือเล็กไว้แน่น มาร์คมองแบมแบมอย่างไม่ไว้ใจ พยายามดึงมือคืน

            “ฉันสับสน” แบมแบมรวบมือทั้งสองข้างของมาร์คไว้

            “

            “เหมือนฉันจะรับได้ แต่บางทีก็รับไม่ได้”

            “แบมแบม..

            “นายจะช่วยฉันยังไง ฉันไม่ต้องการคำปลอบสวยหรู ฉันต้องการสิ่งที่จะช่วยฉันได้จริงๆ ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะสติแตก ตอนแรกนายบอกฉันให้แสร้งเป็นนาย พออีกทีก็บอกให้เป็นตัวฉันเองและทำใจถ้าต้องเป็นผู้ชายไปตลอดชีวิต นายพูดง่ายเป็นบ้า ตอนแรกก็เหมือนจะเข้าใจ แต่พอมาคิดอีกทีมันก็ไม่ใช่ ฉันไม่อยากเข้าใจเรื่องเฮงซวยนี่ ไม่อยากเข้าใจสิ่งที่นายพูด!

            “คุณอยากเป็นกันต์พิมุกต์คนเดิม ผมรู้ คุณรับไม่ได้ถ้าวันนึงคุณจะไม่ได้ตื่นจากความฝันบ้าๆ นี้อีกเลยใช่ไหม แต่คุณต้องตั้งสติก่อนนะแบมแบม”

            มาร์คพยายามกล่อมให้ใจเย็น

            “ฉันไม่อยากจะทำอะไรแล้ว ฉันพอใจจะทำตัวแบบไหนฉันก็จะทำ ฉันจะไม่สนใจอะไรแล้ว จะใช้ชีวิตในร่างนี้ให้เต็มที่ไปเลย”

            ท่าทางแบมแบมจะเอาจริงจนมาร์คกลัวใจเลยจริงๆ

            “คุณอย่าลืมสิว่าเวลาเรายังไม่หมดเลย” มาร์คอยากปลอบใจมากกว่านี้แต่เห็นทีแบมแบมจะไม่รับฟัง

          “ถ้าเราไม่มีหวังจะกลับร่าง..เรามาคบกันเหอะ”

          แบมแบมพูดไปอีกทางเหมือนไม่ได้ฟังมาร์คเลยสักนิด

            “อะไรนะ?!” มาร์คตกใจจริงๆ นะ คบนี่คือแฟนเหรอ?

            “นายทำอะไรฉันจะทำตาม มันคงทำให้ฉันรู้ว่าจะเดินไปทางไหนได้ง่ายขึ้น” แบมแบมสิ้นหนทางแล้วจริงๆ

            “แน่ใจแล้วเหรอ” มาร์คนึกไม่ถึงว่าแบมแบมจะหวังพึ่งเขาขนาดนี้ แต่ยังไงก็ต้องช่วยสินะ

            “แน่ใจสิ เราเป็นแฟนกันเหอะ”

            มาร์คเจอแบบนี้ไปก็พูดไม่ออกไปเลย

            เมื่อก่อนใครกันว่าเขาเป็นคนเข้าใจยาก มาเจอคนอารมณ์แปรปรวนอย่างแบมแบมก่อนเถอะ..

 

 

 

 

            “แบมแบม เรามีเรื่องอยากคุยด้วย”

            ยองแจทำใจให้นิ่งแล้วเดินมาหยุดที่โต๊ะมาร์ค ไม่สนใจแจบอมและยูคยอมที่นั่งขนาบมาร์คอยู่เลย ชายหนุ่มทั้งสองนี่หูผึ่งรอฟังเลยนะ

            “ได้สิ..เดี๋ยวฉันตามไปที่ชมรมนะ” มาร์คไม่ปฏิเสธยองแจและบอกกับเพื่อนทั้งสองที่มีนัดกัน

            มาร์คหยิบกระเป๋าแล้วรีบลุกตามยองแจออกจากห้องเรียน จากท่าทางและสีหน้าเคร่งเครียดของยองแจก็พอเดาได้ว่าเป็นเรื่องเดียวกับที่เขากังวลอยู่

            “ไปกินข้าวกันฉันเลี้ยง” ยองแจจับมือมาร์คพาไปที่รถของตน ไม่อยากคุยกันในแคนทีนที่มีคนมากมาย

            “คุณอยากคุยเรื่องแบมแบมใช่ไหม”

            “อือ”

            ทายถูกเผง มาร์คเองก็อยากคุยกับยองแจเรื่องนี้เหมือนกัน

           

 

 

 

            “มาร์คจะเอายังไง ตอนนี้เรื่องมันชักไปกันใหญ่แล้วนะ ทำไมแบมมันทำแบบนี้ก็ไม่รู้ มาร์คกับแบมแบมทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า”

            ยองแจวางแขนกับโต๊ะ โน้มตัวมาซุบซิบกับมาร์ค ใส่อารมณ์ด้วยการตบโต๊ะอาหารหนึ่งที มาร์คยิ้มเจื่อน ส่ายหน้า

            “ไม่ได้ทะเลาะนะ”

            จากที่คุยกันครั้งล่าสุด จะเรียกว่าทะเลาะก็คงไม่ได้หรอก แล้วเขาก็แทบไม่ได้เจอแบมแบมเลย ที่บอกจะไปรับไปส่งก็ให้คนขับรถที่บ้านม๊ามาทำหน้าที่แทน ส่วนแบมแบมก็หายหัวต๋อม ไลน์หาก็ไม่ตอบ

            “ถ้าไม่มีเรื่องอะไรกันทำไมไอ้แบมไปควงสาวไม่ซ้ำหน้าแบบนี้ แค่อาทิตย์กว่าเปลี่ยนมาสิบคนแล้วนะ และกวาดดาวมันซะทุกคณะยกเว้นยองแจกับจินยองเนี่ย นี่มันยังไงกัน!

            ยองแจเครียดมากบอกเลย ไอ้เพื่อนรักมันกำลังทำลายชื่อเสียงของไอดอลเธอป่นปี้ จบกัน จากพวกไม่สนผู้หญิงกลายเป็นฟาดเรียบ ตอนข่าวกระจายทั่วมหาลัยนี่เธอจะเป็นลม

            เวลาแบมแบมมันไปม่อสาวมันไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไง?

            “ใจเย็นก่อนนะ ผมรู้ว่าเรื่องนี้มันทำใจยากแต่เราต้องให้เวลาแบมแบมหน่อยนะ ตอนนี้เขากำลังสับสน ดีกว่าเขาไปนอนกับผู้ชายเนอะ”

            มาร์คปลอบใจยองแจทั้งที่ตัวเองก็อยากร้องไห้เหมือนกัน คนพูดเรื่องแบมแบมกับสาวๆ เยอะกันซะจนเขาที่ไม่ตามข่าวอะไรในรั้วมหาลัยยังรู้เลย  

            “ไม่ว่าจะเพศไหนเราก็ไม่โอเคอ่ะมาร์ค ยองแจไม่โอเคเลย ทำไมไอ้แบมมันทำตัวแบบนี้ ถ้ามาร์คพอรู้อะไรบ้างก็บอกเราหน่อยได้ไหม ตอนนี้ไอ้แบมไม่คุยกับเราเลย พยายามถามเท่าไรก็ไม่บอกไม่พูด ยองแจเสียใจมากเลยนะมาร์ค เราเคยบอกมันแล้วว่าถ้ามันมีเรื่องอะไรให้บอกเรา แต่นี่มันใช้เวลาว่างไปอยู่กับสาวๆ ที่ยองแจไม่รู้จักอ่ะมาร์ค เราหวงเพื่อน เราหวงทั้งวิญญาณไอ้แบมและร่างมาร์คเลยอ่ะ ฮือ”

            ยองแจกัดผ้าเช็ดหน้า น้ำตาคลอ มาร์คถอนหายใจ เอื้อมมือไปจับมือยองแจ

            “เอาไว้ผมจะถามให้นะ ที่เราสองคนทำได้ตอนนี้คือเราต้องทำเป็นปิดหูปิดตาไปก่อน ไปห้ามตอนนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์หรอก”

            “เราอยากรู้ว่าอะไรทำให้แบมแบมเปลี่ยนไปขนาดนี้ เราจะร้องไห้อ่ะ”

            ยองแจซบหน้ากับผ้าเช็ดหน้าลูกไม้ มาร์คลุกไปนั่งข้างยองแจ กอดไหล่ปลอบ

            “มันเป็นความผิดของผมด้วยส่วนหนึ่งน่ะยองแจ”

            มาร์คเล่าสิ่งที่เขาพูดกับแบมแบมให้ยองแจฟัง การคุยครั้งล่าสุดที่แบมแบมขอเขาคบ

            ยองแจเงยหน้ามองมาร์ค อึ้งและไม่อยากจะเชื่อเลย

            “มาร์คปฏิเสธมันเหรอ..

            “ก็..คือผมตกใจน่ะ ไม่คิดว่าแบมจะขอคบ แต่ผมไม่ได้ปฏิเสธเลยนะผมแค่ขอเวลาคิด”

            มันทำใจลำบากน่ะ..จะให้เขาทำยังไงได้เล่า ก็ต้องถ่วงเวลาไปอย่างนี้แหละ

            “มันคงเตลิดไปแล้วสินะ”

            ยองแจเป็นห่วงเพื่อนเหลือเกิน ทำไมเรื่องบ้าๆ นี่ต้องมาเกิดกับเพื่อนเธอด้วยนะ ถ้ายัยแม่มดร้านขนมหวานนั่นกลับจากต่างประเทศเมื่อไรเธอไปเอาเรื่องถึงร้านแน่!

            “ผมขอโทษนะที่ไม่รู้จักคิดให้มากกว่านี้”

            มาร์คสำนึกผิด เขาเอาแต่พูดและทำในสิ่งที่เขาคิดว่าดีสำหรับตัวเองและแบมแบม แล้วก็เอาไปหว่านล้อมแบมแบมให้ยอมรับด้วย โดยที่ไม่พยายามเข้าใจแบมแบมเลย และเวลาที่แบมแบมต้องการพึ่งพาเขากลับปฏิเสธแบมแบม สำหรับแบมแบมมันแค่อารมณ์ชั่ววูบ เขาน่าจะรับปากไป ยังไงแบมแบมก็คงไม่ได้อยากเป็นแฟนเขาไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว

            “ไม่หรอก มันไม่ใช่ความผิดของมาร์คหรอกนะ เรื่องแบบนี้มันก็พูดยาก แบมแบมแบมมันก็กำลังสับสนจริงๆ เราคงต้องปล่อยมันไปก่อนใช่ไหม แต่กว่ามันจะเป็นเหมือนเดิมเรากลัวจะมีใครมาจับมันทำแฟนซะก่อนอ่ะ ฮือ”

            ยองแจกอดมาร์คร้องไห้คร่ำครวญ เธอเป็นห่วงเพื่อนมากเลย แบมแบมเป็นสาวน้อยมาตลอดชีวิต เพิ่งจะมาหัดเป็นหนุ่มไม่เท่าไรจะทันเล่ห์เหลี่ยมจิ้งจอกสาวพวกนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้

            “ทำใจเถอะเนอะ” มาร์คก็ช่วยยองแจได้แค่นี้แหละ ช่วยห่วงใครอีกคนเป็นเพื่อนกัน

            หวังว่าแบมแบมจะคิดได้เร็วๆ

 

 

 

 

 

            ‘เฮียไม่ได้กลับมานอนบ้านเกือบสองอาทิตย์แล้วครับพี่แบม เฮียขอม๊าไปเช่าคอนโดใกล้มหาลัยอยู่คนเดียว บอกว่าอยากจะอ่านหนังสือเงียบๆ

            เพราะคำบอกเล่าของโจอี้ทำให้มาร์คต้วนตัวจริงต้องมาอยู่ที่คอนโดของแบมแบม พอไปขอคุณม๊าว่าอยากจะมาหามาร์คแต่ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ คุณม๊าก็โทรมาหารีเซฟชั่นอีกทั้งหาคีย์การ์ดใหม่มาให้อีกใบ

            รู้หรอกนะว่าคุณม๊าคิดอะไร แต่ก็ดีแล้วล่ะที่ม๊าช่วยเขาถึงมารอแบมแบมที่ห้องได้

            มาร์คมองไปรอบห้องชุดสุดหรูที่ตกแต่งได้เข้ากับสไตล์แบมแบมจริงๆ เลย สวย หรู ดูแพง

            แบมแบมคงขอปุ๊บแล้วได้ปั๊บ ถึงจะแค่เช่าชั่วคราวแต่ราคาคงชวนขนลุกน่าดู ม๊ายิ่งเป็นคนชอบสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกอยู่ด้วย

            เฮอะ ห้องหรูขนาดนี้เอาไว้อ่านหนังสืองั้นเหรอ เอาไว้พาสาวๆ มาซะมากกว่า

            คิดถึงเรื่อวสาวของแบมแบมแล้วมาร์คใจแป้ว ห่วงแบมแบมกว่าเดิม

            ไม่เข้าใจแบมแบมเลยให้ตายสิ จะเลิกบ้าเมื่อไร คงไม่ทำไปจนเวลาสามเดือนมันหมดลงหรอกนะ

            มาร์คนั่งรอแบมแบมนานหลายชั่วโมงจนเริ่มง่วง ทั้งเก็บกวาดห้องและทำมื้อเย็นฆ่าเวลาแต่แบมแบมก็ยังไม่กลับเสียที ตารางเรียนเขาไม่ได้เลิกมืดค่ำเสียหน่อย

            ร่างบางนอนราบไปกับโซฟาเบดสีครีม ดูโทรทัศน์แก้เบื่อ อยากจะรู้เหมือนกันว่าแบมแบมจะกลับกี่ทุ่มกัน

 

 

 

 

            “หืม?” แบมแบมเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วแปลกใจเมื่อเจอรองเท้าผ้าใบของผู้หญิงวางอยู่ตรงที่เปลี่ยนรองเท้า

            เธอไม่ได้ให้คีย์การ์ดกับใครนะ ไม่เคยให้รหัสเข้าห้องกับสาวคนไหนด้วย

            “มีอะไรเหรอคะมาร์ค”

            สาวสวยที่เพิ่งเจอกันในผับถามหนุ่มหล่ออย่างสงสัยเมื่อเขาหยุดหน้าประตูไม่ยอมเข้าห้องสักที 

            “เปล่า”

            ร่างสูงที่ดื่มมาหนักเดินเซเข้าไปดูว่าใครมา หรือว่าเจ้มา แต่รองเท้าแบบนี้ไม่น่าจะเป็นของเจ้นะ

 

 

 

            แบมแบมแปลกใจที่เห็นว่าผู้มาเยือนคือมาร์ค เธอยืนมองคนที่นอนหลับอยู่บนโซฟา บนโต๊ะกระจกมีน้ำผลไม้ ชีทเรียนและกระเป๋าดินสอวางอยู่ ท่าทางจะมานานแล้วสินะ

            “ใครเหรอคะ” สาวสวยที่ตามเข้ามาก็พลอยมองคนที่กำลังหลับไปด้วย

            ไม่ใช่รูมเมทของมาร์คแน่ ใครจะแชร์ห้องกับเพื่อนต่างเพศกันล่ะ คงไม่ใช่แฟนเขาหรอกนะ?

            “กลับไปก่อนไป” แบมแบมโบกมือไล่

            “ทำไมล่ะคะมาร์ค” หญิงสาวไม่พอใจที่จู่ๆ ก็ถูกไล่ แบมแบมยกมือกุมศีรษะ ถอนหายใจแรง เอ่ยตัดรำคาญ

            “เดี๋ยวพรุ่งนี้โทรหา”

            “เอ่อ..ก็ได้ค่ะ” แค่ได้คำสัญญาหญิงสาวก็ยอมถอย แต่ความจริงไม่ใช่เพราะคำสัญญาอย่างเดียวหรอก เพราะสายตานิ่งๆ คู่นั้นด้วยต่างหากที่ทำให้ต้องตัดใจ

            เมื่อคนที่พามากลับไปแล้วแบมแบมก็เดินไปนั่งที่โซฟาเดี่ยว มองคนที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องทั้งที่เจ้าของห้องกลับมาแล้ว

           

 

 

            ร่างบางผวาตื่นเมื่อเวลาล่วงเลยไปเกือบเที่ยงคืน สิ่งแรกที่ทำคือมองหานาฬิกาโดยที่ลืมไปว่าตัวเองก็ใส่นาฬิกาข้อมืออยู่

            มาร์คสะดุ้งนิดๆ ตอนหันไปเจอแบมแบมนั่งหลับอยู่ เขาขี้เซาอะไรขนาดนี้ แบมแบมกลับมาแล้วยังไม่รู้ตัวเลย

            ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวลุกขึ้นนั่ง เสยผมยาวไปข้างหลัง ดึงเสื้อให้เรียบร้อยแล้วลุกไปปลุกแบมแบม หวังดีอยากให้เข้าไปนอนในห้อง

            กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกเข้าจมูกจนเด็กอนามัยยังต้องย่นจมูก

            “แบมแบมกลับมาตั้งแต่เมื่อไร เข้าไปนอนในห้องเถอะ”

            มาร์คเขย่าไหล่อย่างแรงจนแบมแบมค่อยๆ ลืมตาขึ้น

            “มาตอนไหนทำไมไม่ปลุกผมล่ะ ไปนอนในห้องเถอะ ถ้าอาบน้ำไหวก็อาบก่อนนะ”

            แม้มาร์คจะพูดไปมากมายด้วยความห่วงใย แต่แบมแบมกลับเอาแต่มองมาร์คเขม็งจนมาร์คต้องหยุดพูด

            “ดูแลตัวเองละกัน  ทำข้าวเย็นไว้ด้วยถ้าหิวก็ไปกิน กลับแล้วนะ”

            มาร์คคิดว่าแบมแบมกำลังกวนประสาทกันโดยไม่ยอมพูดด้วยก็จะเดินไปหยิบกระเป๋าเพื่อกลับบ้าน แต่กลับถูกแบมแบมจับข้อมือไว้ไม่ให้ไป

            “มีอะไรหรือเปล่า”

            มาร์คดึงมือกลับแต่แบมแบมไม่ยอมปล่อย ร่างบางพยายามไม่ถือสาเพราะคิดว่าแบมแบมเมาอยู่ แค่ตอนสติดีเต็มร้อยยังคุยกันไม่ค่อยเข้าใจเลย

            “มานานหรือยัง” ในที่สุดแบมแบมก็พูดออกมาจนได้

            “ตั้งแต่สี่โมงเย็นแล้ว คิดว่าคุณจะกลับสักทุ่มสองทุ่ม รอนานจนเผลอหลับไปเลย”

            “ทำไมไม่โทรหาฉัน”

            “ไม่กล้าโทรหรอก จะไปรู้หรือไงว่าคุณกำลังอยู่กับใครหรือเปล่า ไม่อยากรบกวน”

            นอกจากกลิ่นแอลกอฮอล์มาร์คยังได้กลิ่นน้ำหอมปนมา แล้วริมฝีปากของร่างตัวเองก็มีร่องรอยลิปสติกของผู้หญิงอยู่ด้วย แค่นี้ก็เดาไม่ยากว่าแบมแบมไปทำอะไรมา

            “เดี๋ยวไปส่ง”

            แบมแบมยันตัวลุกขึ้นทั้งที่ยังจับมือมาร์คไว้ ร่างสูงเซจนมาร์คต้องขยับไปประคอง

            “ไม่ต้องหรอกผมกลับแท็กซี่ได้ สภาพแบบนี้คุณขับรถไม่ไหวหรอก”

            “ไหวสิ ตอนกลับยังขับมาได้เลย” แบมแบมจะเดินไปหยิบกุญแจรถแต่มาร์คกันไว้ไม่ให้หยิบ ดึงแบมแบมกลับไปนั่งที่โซฟายาว

            “ผมกลับเองได้”

            “มันอันตราย”

            “ไปกับคุณอันตรายกว่า ขืนไปส่งทั้งสภาพนี้คงไปไม่ถึงบ้านผมหรอก..นี่คุณไหวไหมเนี่ย” มาร์คถอนหายใจ สภาพเขาตอนเมานี่มันเป็นอย่างนี้เองสินะ ดีแล้วที่ไม่เคยดื่มจนเป็นขนาดนี้

            “อืม..” เสียงครางรับเบาๆ ไม่ได้ทำให้มาร์คสบายใจขึ้นเลย

            “ไปอาบน้ำหน่อยไหมจะได้ดีขึ้น”

            “อือ” แบมแบมตอบรับพลางกุมขมับ ท่าทางไม่ค่อยดีจนมาร์คยิ่งห่วงกว่าเดิม

            “อือก็ลุกสิ”

            มาร์คตีแบมแบมให้เลิกทำตัวน่ารำคาญสักที นี่เขาต้องอยู่จนกว่าแบมแบมจะอาบน้ำเสร็จด้วยหรือเปล่า ปล่อยให้อยู่คนเดียวเกิดล้มหัวฟาดพื้นห้องน้ำไปนี่ซวยเลยนะ

          “อยากให้อาบ..ก็ถอดให้หน่อยสิ” คนเมาปรือตามองคนตรงหน้า ก่อนจะหัวเราะหึหึเมื่อมาร์คยืนนิ่งเหมือนอึ้งไปแล้ว

            “คุณพูดบ้าอะไรอีก อย่ามาลี..อ๊ะ”

            มาร์คล้มใส่ตักร่างตัวเองเพราะถูกแบมแบมดึงเข้าหาตัวอย่างแรง แบมแบมจับมือมาร์คแปะลงบนอกกว้าง

            “อะ แกะตามสบาย”

            ตามสบายอะไรของคุณกันเล่า!

            “เมาแล้วก็ไปนอนเหอะคุณ เล่นแบบนี้มันไม่ตลกนะ” มาร์คดุคนที่รวบเอวเขากอดไว้แน่น พยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ถูกกักไว้ในอ้อมแขนไปไหนไม่ได้

            “ใครบอกว่าฉันเล่น”

            ตาคมสบสายตามาร์คนิ่ง มาร์คเกือบเชื่อแล้วถ้าแบมแบมไม่ยิ้มมุมปาก

            ผลัวะ!

            “โอ๊ย! เจ็บนะตาบ้า!” แบมแบมกุมแก้มซ้ายเมื่อถูกชกเข้ามาไม่ออมแรงเลย มาร์ครีบลุกถอยออกมา ยกมือเท้าเอว

            “จะเลิกบ้าได้หรือยัง! ที่ผมมาวันนี้ก็เพราะจะมาคุยกับคุณให้รู้เรื่องว่าคุณจะเอายังไงกันแน่”

            “เอาอะไรเล่า!” แบมแบมแทบสร่างเมา น้ำตาคลอ มาร์คมองตาเขียว

            “จะเลิกทำตัวไร้สาระได้หรือยัง”

            “ห๊ะ?”

            “ผมรู้ว่าคุณรู้ว่าผมหมายถึงเรื่องอะไร ทำไมต้องทำตัวแบบนั้น มีปัญหาอะไรก็คุยกับผมสิ”

            “แล้วไง ฉันจะทำตัวยังไงมันเกี่ยวอะไรกับนายไม่ทราบ นี่มันร่างฉันแล้ว นี่คือชีวิตของฉัน นายอย่ามายุ่งได้ไหม!

            แบมแบมกอดอก หันหน้าไปทางอื่น ท่าทางดื้อดึงชวนหมั่นไส้ทำให้มาร์คอดไม่ไหว เข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายออกแรงเหวี่ยงลงจากโซฟา

            “ทำอะไรของนายเนี่ย อ๊อก!

            มาร์คนั่งคร่อมทับร่างตัวเองแล้วบีบคอ แบมแบมรีบดึงมือออก มาร์คเลยเปลี่ยนไปขยุ้มผมที่เปลี่ยนสีใหม่แล้วเขย่าแรงๆ จับโขกกับพื้นพรมด้วย

            “โอ๊ย! นายจะฆ่าฉันเหรอมาร์ค พะ..พอแล้ว พอ”

            “เจ็บรึยัง เจ็บไหม เรียกสติกลับมาสักที คุณจะทำตัวน่าอายแบบนี้ไปถึงเมื่อไรห๊ะ ผมผิดหวังในตัวคุณมากเลยรู้ไหม ตอนเราเปลี่ยนร่างกันวันแรกคุณไม่ใช่เหรอที่ยอมรับมันได้ดีกว่าผมซะอีก จากนั้นคุณเองไม่ใช่รึไงที่ให้กำลังใจผมน่ะ ทำไมวันนี้คุณถอดใจง่ายนักล่ะ ทำไม!

            “จะ..เจ็บ” แบมแบมไม่ได้ต่อต้านแต่ปล่อยให้มาร์คทำร้ายร่างกายตัวเองทั้งที่จะผลักออกไปก็ได้แหละ

            “ฮึ่ย!” มาร์คคว้าหมอนบนโซฟามาวางทับหน้าแบมแบม อุดปากแล้วก็ทุบๆ ให้หายหงุดหงิด

            แบมแบมปล่อยให้มาร์คตีตัวเองจนกว่าจะพอใจ พอมาร์คเหนื่อยก็ลงจากตัวแบมแบมไปนั่งพับเพียบข้างๆ

            ร่างสูงนอนหลับตา ถอนหายใจแรงๆ เมื่อในที่สุดมาร์คก็หยุดสักที

            เจ็บ..จิกหนังหัวจนแสบไปหมดละเนี่ย

            “ตกลงจะเอาไง”

            “ไม่รู้”

            “เลิกควงสาวไปเรื่อยสักที”

            “ทำไม หึงเหรอ” แบมแบมยิ้มกรุ้มกริ่ม แต่พอมาร์คเงื้อมือก็รีบทำหน้าตาน่าสงสาร

            “อี๊! ทำไมคิดไปได้ขนาดนั้นห๊ะ ผมล่ะเชื่อเลยจริงๆ มันดูไม่ดี คุณไม่ให้เกียรติเพศแม่แล้วรึไง สมัยเป็นสาวคุณออกจะเฟมินิสต์ตัวแม่”

            “นายเข้าใจเรื่องเฟมินิสต์ผิดไปรึเปล่า เกี่ยวไรกันกับไม่ให้เกียรติ ผู้หญิงน่ะเท่าเทียมกับผู้ชายแล้ว เรื่องเวอร์จิ้นอะไรพวกนี้เขาไม่คิดมากกันแล้วเว้ย ไม่เชื่อไปหาอ่านได้เลย ดังนั้นฉันจะไปนอนกับใครก็ไม่แปลกป้ะ”

            “นี่เตรียมใจเป็นผู้ชายตลอดชีวิตแล้วสินะ”

            “อือ ก็งั้นแหละ” แบมแบมพลิกตัวนอนตะแคง

            “ยองแจเป็นห่วงคุณมากนะ”

            “เหรอ” แบมแบมครางรับเหมือนไม่แคร์อะไรจนมาร์คโมโหปรี๊ด ทำให้เพื่อนรักเป็นห่วงจนร้องห่มร้องไห้ยังไม่รู้สึกอีก

            “ได้..อยากจะทำแบบนี้ใช่ไหม อยากจะไปนอนกับใคร อยากจะประชดชีวิตแค่ไหนก็เชิญ ผมจะไม่พูดอะไรอีกแล้ว พอกันที ในเมื่อคุณทำได้ผมก็จะทำเหมือนกัน ตอนนี้คุณไม่สนใจอะไรแล้วก็คงไม่แคร์ใช่ไหมถ้าผมจะทำตัวเหมือนคุณบ้าง”

            มาร์คลุกจากพื้น เดินไปคว้ากระเป๋าปึงปัง แบมแบมพลิกตัวมามอง

            “นายไม่กล้าทำหรอก”

            “คอยดูละกัน ร่างคุณสวยออกขนาดนี้ ถ้าผมเข้าหาใครแล้วเขาไม่สนใจผมเลยก็ให้มันรู้ไปสิ”

            “จะหัดแรดรึไง”

            “เออ!

            ในเมื่อแบมแบมทำหน้าตาไม่เชื่อว่าเขาจะทำจริง มาร์คก็หยิบโทรศัพท์ออกมาเลื่อนหาคนรู้จักของแบมแบมในแชท

            “เอาใครดีล่ะ พี่เซฮุนเอาไว้ทีหลัง เอาพี่ฮันบินก่อนละกัน ”

            มาร์คคอลหารุ่นพี่ขณะมองหน้าแบมแบมไปด้วย ใบหน้าหล่อเหลายับยุ่ง

            “พี่ฮันบินคะ แบมนะ”

            <ครับว่าไงเอ่ย มีอะไรหรือเปล่าถึงคอลหา เราไม่ได้คุยกันนานแล้วนะ>

            “แบมว่างค่ะ เบื่อด้วย ออกไปเที่ยวเป็นเพื่อนแบมหน่อยได้ไหมคะ”

            <เที่ยวที่ไหนครับ ตอนนี้เหรอ>

            “ค่ะ พี่ว่าไปไหนดีคะ”

            <ไปผับของรุ่นพี่พี่ไหมล่ะครับ ตอนนี้แบมอยู่ไหนเดี๋ยวพี่ไปรับ>

            “อยู่คอนโดเพื่อนค่ะ เดี๋ยวแบมบอกทางให้นะ”

            <โอเคจ้ะ บอกมาเลย>

            แบมแบมได้ยินทุกถ้อยคำที่ทั้งคู่สนทนากัน ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกแปลกๆ..เหมือนจะเป็นโมโหหรือไม่พอใจ

            แบมแบมลุกมาคว้าโทรศัพท์จากมาร์คมากรอกเสียงลงไป

            “ไม่ต้องมาแล้วนะพี่ แฟนแบมมันกลับมาละ!

            แล้วก็ปิดเครื่องโยนมือถือไปบนโซฟา หันมาเท้าเอวมองหน้ามาร์ค

            “ไร้มารยาท คุณกำลังยุ่งเรื่องคนอื่นอยู่รู้ตัวไหม”

            “อย่าคิดจะเอาคืนกันด้วยวิธีนี้ดีกว่า”

            “ทีคุณยังทำตามใจตัวเองได้เลย คุณบอกว่าหญิงชายเท่าเทียมและคุณไม่แคร์ไม่ใช่เหรอเรื่องเซ็กส์น่ะ ผมจะไปเที่ยวกับใครหรือไปนอนกับใครมันก็สิทธิ์ของผมเหมือนกัน ผมก็แค่จะทำตัวให้ชินถ้าต้องเป็นผู้หญิงไปตลอดชีวิต”

            มาร์คเดินเลี่ยงแบมแบมไปหยิบโทรศัพท์มาใส่กระเป๋า เตรียมตัวจะกลับบ้าน แบมแบมถอนหายใจ รั้งแขนเรียวไว้เมื่อมาร์คจะเดินผ่านไป

            “มีอะไร”

            “โอเค ฉันจะเลิกคุยและเลิกยุ่งกับผู้หญิงทุกคน” เออ ยอมแพ้! พอใจรึยังล่ะ

            “มาบอกผมทำไม”

            “ก็บอกเพื่อไม่ให้นายมาทำตัวเหมือนกันไง”

            “ห่วงผมเหรอ?” มาร์คกลั้นยิ้มกับคนที่ทำท่าทางฮึดฮัด แบมแบมเดินหนีไปในครัว

 

 

            มาร์คมองแบมแบมที่กำลังกินข้าวที่เขาทำไว้ เดินมานั่งที่เก้าอี้กลมหน้าเคาน์เตอร์เป็นเพื่อน

            “ผมรู้นะว่าคุณสับสน แต่เรายังเหลือเวลาอยู่นะเราต้องเชื่อในปาฎิหาริย์สิ”

            “ครั้งสุดท้ายที่ฉันเชื่อในปาฏิหาริย์คือตอนสิบขวบเพราะแม่บอกว่าซานตาครอสไม่มีอยู่จริง”

            “คุณนี่มัน..” มาร์คไม่รู้จะพูดยังไงเลย

            “คุณรู้ตัวใช่ไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่”

            “รู้สิ”

            “ผมไม่อยากให้คุณหมดหวังนะ และคุณก็ไม่จำเป็นต้องหลบทุกคนไปอยู่คนเดียวด้วย กลับมาคุยกับผมและยองแจเหมือนเดิมก็ได้”

            “แค่หลบไปใช้เวลากับตัวเองนี่ดูเป็นเรื่องใหญ่มากเลยเนอะ” แบมแบมก็ไม่ได้อยากให้ทุกคนเป็นห่วงสักหน่อยนะ แต่บางเรื่องมันก็ต้องทำคนเดียว คิดคนเดียว

            “อย่าพูดเหมือนไม่แคร์ใครสิ ยังไงเพื่อนกันก็ต้องห่วงกันอยู่แล้ว”

            “นี่นายนับฉันเป็นเพื่อนด้วยเหรอ?” แบมแบมทำหน้าแปลกใจ มาร์คมองค้อน

            “ก็ต้องนับอยู่แล้ว ผมกลับแล้วนะ”

            “ค้างที่นี่ก็ได้นะมีห้องเหลือ กลับตอนนี้มันอันตราย” มาร์คมองนาฬิกาข้อมือ ชั่งใจว่าจะเอายังไงดี นอนที่นี่ตามคำชวนก็น่าจะดีนะ

            “ไม่ต้องกลัวหรอกน่า สาวที่ฉันควงเมื่อตอนค่ำเซ็กซี่น่ากินกว่านายอีก อีกอย่างร่างนี้ก็ร่างฉัน แค่มุมมองต่างออกไปไม่ได้ทำให้อยากขย้ำร่างตัวเองหรอก”

            “เงียบเหอะน่า!” มาร์คถีบขาแบมแบมแรงๆ หมั่นไส้ขึ้นมาอีกแล้ว

            “คุณทำอะไรไม่เห็นแก่หน้าผมเลย เฮ้อ ไม่เอาละขี้เกียจบ่น เรื่องที่พูดไว้น่ะทำให้ได้ด้วยล่ะกัน”

            “จ้า! ขี้บ่นจริงๆ เลย”

            แบมแบมบ่นงึมงำ มาร์คถอนหายใจเฮือก เหนื่อยใจมาก

 

 

 

            หลังจากกินข้าวอาบน้ำแล้วแบมแบมก็นอนไม่หลับเลยไปนั่งเล่นเกมที่ห้องนั่งเล่น ปล่อยให้คนที่ใช้ร่างตัวเองไปนอนก่อน

            “โอ๊ย เมื่อย” แบมแบมยกแขนขึ้นชูสูง บิดตัวไปมาเมื่อนั่งเกมจนล่วงเข้าไปตีสามแล้ว

            อีบ้า พรุ่งนี้เรียนแปดโมงเช้า จะตื่นไหวไหมล่ะสังคม

            “เออ ไปนอนก็ได้” แบมแบมเดินไปห้องนอนตัวเอง

            (-___________-) โดนแย่งเตียงอ่ะ แบมไม่โอเคเลยอ่ะ

            แบมแบมเดินไปเท้าเอวมองคนที่นอนหลับสบายใจ  นี่เธอตัวเล็กกว่านายมาร์คขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ใส่ชุดนอนนายมาร์คแล้วเหมือนคนแคระเลยอ่ะ

            แบมแบมดึงโพสอิทที่ติดหมอนหนุนอีกใบมาอ่าน

 

          ห้องอื่นมันไม่มีหมอนและผ้าปูที่นอนผมนอนไม่ได้หรอก คุณไปนอนโซฟานะคืนนี้ ^u^’

 

            “ฝันเหอะย่ะ เรื่องอะไรฉันจะไปทรมานบนโซฟาให้ปวดหลังล่ะ”

            แบมแบมขึ้นไปนอนบนที่นอนด้วย ยังไงมาร์คก็ตัวเล็กที่เหลืออีกตั้งเยอะ

 

 

 

            “ไอ้มาร์คแม่งไม่ยอมรับสายเลยอ่ะ มันจะมาเรียนไหมเนี่ย” แจ็คสันบ่นกับจินยอง หญิงสาวเหลือบมองที่คนพยายามโทรหามาร์คหลายรอบ

            “มาร์คไม่เคยขาดเรียนเลยสักวันนะ ไม่สบายหรือเปล่า”        

            “ไม่แน่ว่ามันอาจจะกกสาวจนตื่นไม่ได้ก็ได้นะ” แจ็คสันล่ะหมั่นไส้นัก ได้ใกล้ชิดกับแบมแบมทั้งทีไม่มอง หันไปคว้าสาวไหนก็ไม่รู้มาควง ไอ้เพื่อนไม่ได้เรื่อง

            “ลองโทรอีกทีสิ”

            “ไม่รับอ่ะ”

            “ไปหาที่คอนโดกันไหม ถ้าขาดน่าจะขาดวันอื่นนะ วันนี้สอบด้วยมาร์คต้องมาสิ คอนโดก็อยู่หลังมหาลัยนี่เองไปตามกันเถอะ”

            จินยองเก็บชีทเรียนใส่กระเป๋า ลุกนำ แจ็คสันเลยต้องลุกตามไปด้วย

 

 

 

            “เห็นไหมล่ะ ผิดจากที่พูดตรงไหน รองเท้าผู้หญิง” แจ็คสันเบะปากแรง จินยองยิ้มเจื่อน เดินเข้าห้องไปก่อน

            ในกลุ่มเพื่อนสนิทแบมแบมก็บอกรหัสเข้าห้องทุกคน ไม่ได้หวงอยู่แล้ว

            “ไอ้มาร์ค! ไอ้มาร์คโว้ย มึงจะไปเรียนไหมเนี่ย นี่มันจะสายแล้วนะ” แจ็คสันปิดประตูห้องแล้วตะโกนเรียกเพื่อน

            “อยู่ในห้องนอนมั้ง แจ็คสันเข้าไปตามสิ” ถึงเป็นเพื่อนกันแต่จินยองก็ไม่เข้าห้องเพื่อนผู้ชายหรอกนะ

            แจ็คสันเดินไปยังห้องนอนของเพื่อน พบว่าประตูไม่ได้ล็อกเลยถือวิสาสะเปิดเข้าไปเลย

            “ไอ้มาร์คมึงยังไม่ตื่นหระ..

            ตาคมเบิกกว้างกับภาพตรงหน้า อ้าปากค้างเพราะไม่คาดคิดว่าจะได้รู้ความจริงที่ชวนช็อกอย่างนี้แต่เช้า

            ร่างสูงกอดร่างเล็กบางต่างหมอนข้าง มันไม่ใช่ช็อตนางเอกซุกอกกว้างของพระเอกนี่สิ ถ้าเป็นอย่างนั้นแจ็คสันยังไม่ตกใจเท่านี้

            แขนเพื่อนพาดหน้าท้องขาวๆ ของไอดอลสาวในดวงใจเพราะเสื้อยืดเลิกขึ้น ขายาวพาดไปกับขาเรียว ไอ้อะไรที่มันตื่นตอนเช้าเป็นปกติของผู้ชายก็ดันไปจิ้มอยู่ตรงต้นขาแบมแบม ส่วนหัวของมันก็ซุกซบอยู่กับหน้าอกคัพซีของแบมแบมด้วยอ่ะ นิ่มไหมพูด!

            เอ๊ย! ไม่ใช่ดิ ไอ้มาร์ค ไอ้เพื่อนเลว มึงงงงงงงง

            ไม่นึกเลยว่าตั้งแต่มันเปลี่ยนเป็นเสือผู้หญิงแล้วมันจะขนาดนี้ กระทั่งไอดอลเขามันก็ไม่เว้น เออ เคยเชียร์ให้คบกันโว้ย แต่แค่คบก็พอแล้วไหมล่ะ ต้องกันด้วยเหรอ หวังจะร้องไห้ หวังยังไม่พร้อมรับความจริง

            ไม่รู้จะเสียใจหรือดีใจดี กลัวแบมแบมถูกฟันแล้วทิ้งมากเลยอ่ะ

            “ว่าไงแจ็คสัน มาร์คอยู่ในห้องหรือเปล่า..อุ๊ย!

            จินยองตามมาชะโงกมองเข้าไปในห้อง ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อบนเตียงไม่ได้มีแค่เพื่อนเธอนอนอยู่คนเดียว

            “แจ็ค..แจ็คสันคะ”  จินยองปากคอสั่น ไม่คิดว่าจะได้เป็นพยานรู้เห็นเรื่องที่

            “เราเสียใจอ่ะจินยองT^T แม้แต่แบมแบมของเราก็..อึก..พูดไม่ออกเลยอ่ะ ปวดใจ”

            แจ็คสันกุมอก จินยองตบบ่า เห็นใจ

            “เรารู้ค่ะแต่อย่าเพิ่งช็อกเลยนะ เข้าไปปลุกก่อนเถอะ” จินยองแนะนำแล้วเดินไปนั่งรอที่โซฟา

            “ไอ้มาร์ค” แจ็คสันเดินเข้าไปยืนข้างเตียงแล้วลองเรียกเบาๆ ดูก่อน แต่คนขี้เซายังไม่ยอมตื่น

            “ไอ้มาร์ค!” ด้วยความหงุดหงิดแจ็คสันตะโกนเสียงดัง เจ้าของชื่อที่แท้จริงสะดุ้งเฮือกจนแจ็คสันพลอยสะดุ้งตามเลย

            “อะ..” มาร์คชาไปครึ่งตัวเพราะถูกทับ จะลุกเลยลุกไม่ได้

            “แจ็คสัน มาได้ไง” มาร์คมึนงงเพราะยังงัวเงีย  แจ็คสันยิ้มให้แล้วช่วยรั้งเพื่อนออกจากตัว

            “ผมมาตามมาร์คไปเรียนน่ะ”

            “อ่อ” มาร์คทิ้งตัวนอนหงาย ชาจนหน้านิ่ว แจ็คสันกลับมาสนใจเพื่อนตัวเอง เขย่าแรงๆ

            “ไอ้มาร์คตื่น”

            “งือ”

            “งือพ่องมึง ลุกเดี๋ยวนี้จะไปเรียนไหมวะ มีสอบนะ”

            แบมแบมค่อยๆ ลืมตามองก่อนสะดุ้งเมื่อเห็นหน้าเพื่อนลอยอยู่ตรงหน้าแต่เช้า ตกอกตกใจหมด!

            “มึงมาได้ไง”

            “ขับรถมา”

            “กูก็ไม่คิดว่ามึงบินมาหรอก”

            “ไม่ต้องมาพูดมาก รีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว และเรามีเรื่องต้องคุยกัน!

            แจ็คสันทิ้งเพื่อนลงกับเตียงอีกครั้ง ส่งยิ้มทักทายมาร์คอีกทีแล้วสะบัดก้นเดินออกจากห้องนอน

            แบมแบมมองหาโทรศัพท์ ก่อนจะยันกายลุกแล้วโน้มตัวข้ามมาร์คที่นอนอยู่ไปหยิบมือถือที่โต๊ะตัวเล็ก

            “ไอ้มาร์คอย่านอนต่อนะมึง..ไอ้เชี่ยมาร์คมึงจะทำอะไรแต่เช้าเนี่ย!

            แจ็คสันเดินกลับมาอีกทีเพื่อให้มั่นใจว่าเพื่อนจะไม่อู้นอนต่ออีกสักห้านาที คนบนเตียงแทบจะสะดุ้งพร้อมกัน แบมแบมมองมาทางประตูอย่างงุนงง

            “อะไรของมึง หยิบมือถือไง”

            “แล้วทำไมต้องกอดแบมแบม”

            “ตรงไหนเนี่ย?” แบมแบมก้มมองคนที่นอนนิ่งอยู่ใต้ร่างตน

            “ยังจะงงอีก รีบลุกไปอาบน้ำเลยจะเช็กมือถืออะไรแต่เช้า ข้ออ้างฟังไม่ขึ้น”

            “เอ๊า?!” แบมแบมงงแต่ก็ยอมถอยมาห่างๆ มาร์ค

            ไอ้แจ็คสันเป็นอะไรแต่เช้าเลยวะ เห้อ ช่างมันเถอะ ปวดฉี่ เอามือถือไปเช็กในห้องน้ำก็ได้

            “โอ๊ะ” หน้าหวานนิ่วน้อยๆ เมื่อจะขยับลุกขึ้นบ้าง แจ็คสันถอนหายใจแล้วเดินออกไปจากห้องนอนอีกครั้ง

            T^T แบมแบมอา เป็นไงบ้าง เป็นห่วงจังเลย นี่ถึงขนาดเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเลยเหรอ ฮือ

            หญิงสาวตีไหล่เพื่อนเบาๆ

            “อย่าคิดมากเลยนะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเนาะ”

 

 

 

 

            “ดูอะไรน่ะ ลุกมาช่วยหน่อยสิ ซื้อมาให้ยังจะต้องเอาไปเก็บอีกเหรอ” มาร์คเดินเข้ามาในบ้านพร้อมถุงจากร้านขายของ

            “ขี้บ่นจัง วางไว้แถวนั้นแหละเดี๋ยวเก็บให้” แบมแบมนอนกระดิกเท้าดูทีวี มาร์คโยนของลงบนโต๊ะ ถุงไถลจนของบางชิ้นตกพื้น 

            “โถ ยังไม่เป็นเมนส์สักหน่อยทำอารมณ์ฉุนเฉียวไปได้ มานั่งนี่มา” แบมแบมตบที่ข้างตัวให้มานั่ง มาร์คสะบัดหน้าเดินไปนั่งไกลจากแบมแบม

            ไหนว่าไม่สบายไง ทำสำออยให้ซื้อของมาให้แล้วตัวเองมานั่งดูละครสบายใจเฉิบ

            “ป่วยการเมือง” มาร์คเปรย แต่แบมแบมหรือจะสน

            “เหงา ไม่มีคนกินข้าวด้วย”

            “ว่างนักก็กลับบ้านสิ คืนห้องนี้ไปสักที”

            “ไม่อ่ะ อยู่แบบนี้สบายใจดี ไม่คุยละจะดูละคร”

            “ดูอะไรเนี่ย”

            “ละคร”

            “ภาษาอะไร ฟังไม่รู้เรื่อง”

            “ภาษาไทย พ่อส่งมาให้น่ะ เรื่องนี้ลูกพี่ลูกน้องฉันเป็นพระเอกแหละ”

            “จริงอ่ะ ไหนๆ” มาร์คดูจะตื่นเต้นกับการที่แบมแบมมีเพื่อนเป็นนักแสดง ลุกมานั่งดูด้วย แบมแบมอมยิ้ม

            “เรื่องเกี่ยวกับอะไรน่ะ” มาร์คอ่านซับอังกฤษที่ขึ้นอยู่ด้านล่าง

            “ดราม่ามาก มีช่วงวัยรุ่นกับตอนโตทำงานแล้ว ตอนนี้เพิ่งเริ่มเรื่องเป็นช่วงวัยรุ่นอ่ะ พระเอกมันเป็นพี่ข้างบ้านนางเอกและเจ้าชู้มาก ละทีนี้นางเอกก็แอบชอบเขาอ่ะ พระเอกก็มึนๆ ไม่รู้เรื่อง คือนางสนใจผู้หญิงทุกคนยกเว้นนางเอกไง ทีนี้พวกนางเผลอไปได้กันเว้ย นางเอกก็แบบเพื่อนกัน พี่น้องกัน อีกอย่างก็ชอบเขาด้วยใช่ป้ะล่ะเลยปล่อยๆ ไป ทีนี้นางท้องจ้ะ ก็งงนะว่าทำไมเขาไม่เขียนให้นางเอกมันซื้อยาคุมฉุกเฉินกิน แต่ช่างมันเหอะ เออ และนางก็ตัดสินใจจะไปบอกพระเอกว่าเออนางท้องนะ แต่พระเอกมันดันพาสาวมาบ้าน เนี่ยๆ กำลังมาละ ฉากนี้แหละๆ”

            แบมแบมขยับตัวขึ้นเล็กน้อย มองจอทีวีตาไม่กระพริบ มาร์คกอดอก รอดู

            “โว๊ะ! จะออกมาทำไมเล่า ปาที่ตรวจใส่หน้ามันเลยดิ” แบมแบมขัดใจเมื่อนางเอกเดินออกมาร้องไห้ฟูมฟายที่บ้านตัวเอง

            “แล้วเอิร์นจะบอกกันต์ไหมล่ะว่าท้อง”

            “ไม่รู้อ้ะ ไปเปิดลิ้งค์ตอนต่อไปให้หน่อย” แบมแบมสะกิดมาร์ค ถือโอกาสใช้ซะเลย มาร์คถอนใจ มองจิกแล้วลุกไปเปิดให้

            “มีเวลามานั่งดูละครนี่ไม่มีการบ้านหรือรายงานอะไรทำเลยหรือไง”

            “ดูตอนนี้จบก่อนเดี๋ยวไปทำ”

            มาร์คหยุดมือทันที หันไปมองหน้าแบมแบม

            “ไปทำก่อน ไม่ว่างก็ไม่ต้องดู”

            “โห่..” แบมแบมดีดดิ้นบนโซฟาเมื่อถูกบังคับและขัดความสนุก

            “อย่ามาร้อง น่ารำคาญ ทำไมคุณทำตัวไม่มีสาระแบบนี้ มีงานอะไรก็ควรทำก่อนสิ แล้วอยากจะพักผ่อนค่อยพักทีหลัง”

            “เออๆ ไม่ดูก็ได้ มาก็ดีละคืนนี้ค้างที่นี่นะ ช่วยสอนหน่อย วันนี้เรียนไม่รู้เรื่องเลย”

            แบมแบมลุกไปเอาหนังสือเรียนของมาร์คที่อยู่ในห้องนอน มาร์คหน้านิ่ว แบมแบมไม่คิดจะถามเขาสักคำเหรอว่าเขาอยากค้างไหม ต้องเสียเวลาโทรไปโกหกกับแม่อีก

            “เออมาร์ค ว่าจะถามอยู่หลายครั้งละ” แบมแบมเดินมาหามาร์คแล้ววางหนังสือและชีทเรียนหนาปึกลงบนโต๊ะ

            แค่เรื่องเดียวชีทหนาเกือบสองเซ็นเห็นแล้วจะร้องไห้

            “อะไร”

            “นายย้ายมาอยู่กับฉันเลยเอาไหม จะได้ไปไหนมาไหนสะดวกดี นายจะได้ติวให้ฉันด้วย”

            “ไม่อ่ะขี้เกียจ อยู่บ้านก็สบายดีแล้ว”

            “นายไม่อยากไต่อันดับจากรั้งท้ายขึ้นสู่ยอดอีกครั้งเหรอ”

            มาร์คมองตาขวาง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แสลงใจมาร์คมากทีเดียว แบมแบมทำให้ผลการเรียนเขาตกต่ำลง

            “ผมจะบอกแม่ยังไง”

            “ฉันมันพวกไปโน่นมานี่หัวหกก้นขวิดอยู่แล้ว แค่บอกแม่ว่าจะไปเก็บตัวเตรียมแข่งดนตรีแม่ไม่ว่าหรอก แค่เสาร์อาทิตย์โผล่หน้าไปหาแม่บ้างก็พอ”

            “เอาจริง?”

            “ก็จริงดิ ใครว่าจะทำเล่นๆ ย้ายมาอยู่ด้วยกันเถอะสบายดี สะดวกด้วย เราจะได้มีเวลาเรียนรู้กันอย่างเต็มที่เผื่ออะไรๆ จะทันเวลาสามเดือนไง ไม่ดีเหรอ”

            แบมแบมโน้มน้าวเต็มที่ มาร์คครุ่นคิดตามแล้วก็เริ่มเห็นด้วย

            “ก็ได้ จะลองดู”

            “ไม่ลองดูแล้ว ต้องขอเลย หนักแน่น ขอปุ๊บเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋ามาอยู่เลยนะ” แบมแบมดีใจที่จะมีเพื่อนอยู่ด้วย มาร์คพยักหน้าหงึกก่อนจะคิดอะไรขึ้นมาได้

            “เดี๋ยวสิ! ถ้าเราอยู่ด้วยกัน ถ้ามีคนรู้เขาไม่เอาไปเม้าท์เหรอว่าเราอยู่กินกันอะไรแบบนั้นอ่ะ มีที่ไหนที่เพื่อนผู้ชายกับเพื่อนผู้หญิงแชร์ห้องกัน”

            “แปลกตรงไหนอ่ะ นักศึกษาที่มีแฟนและอยู่หอ ส่วนมากก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้วป้ะ”

            “แต่เราไม่ใช่แฟนกัน!

            “ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ดิ เราบริสุทธิ์ใจจะกลัวอะไร”

            “คุณไม่กลัวชื่อเสียงตัวเองเสียหายเหรอแบมแบม” มาร์คไม่เข้าใจว่าทำไมแบมแบมทำอะไรไม่คิดถึงตัวเองบ้าง เขาน่ะไม่เป็นไรหรอก ขนาดแบมแบมไปทำตัวคาสโนว่าฟันแล้วทิ้งยังไม่มีใครด่าว่าเป็นสัตว์เลื้อยคลานสักคน มีแต่แบดบอยค่ะ เท่จังค่ะ

            ค่านิยมเด็กวัยรุ่นสมัยนี้นี่มันเป็นยังไงมาร์คก็ชักจะงงแล้วเหมือนกัน

            “ไม่ ฉันไม่สนใจปากคนหรอก อยากพูดก็พูดไปสิ ตกลงตามนี้นะ ไปบอกแม่แล้วย้ายมาเลย”

            แบมแบมดูชิลมากกับการตัดสินใจของตัวเอง มาร์คเลยเออออตามไป จะหนักใจแทนเจ้าตัวไปทำไมในเมื่อแบมแบมยังไม่สนใจเลย

 

TBC.

**

แบมมาร์คไหมล่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจ>_<

เป็นตอนที่แต่งแล้วต้องคิดถึงอารมณ์ตัวละครหลายตลบมากว่าควรจะรู้สึกยังไง

ถ้าเราเป็นยัยแบมก็คงสติแตกกว่านางร้อยเท่า

แต่มันไม่ใช่ฟิคดราม่า ตอนหน้าก็ไม่ม่าแล้วแหละนะ

นี่เปลี่ยนเนื้อเรื่องท้ายตอน ความจริงที่แต่งไว้ครั้งแรกแบมมาร์คเขาได้กันไปแล้วอ่ะ มี NC เลย

แบมแบมรุกมาร์ครับ 55555 แต่กลัวคนอ่านรับไม่ได้เลยลบแล้วแต่งตอนท้ายใหม่


O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,302 ความคิดเห็น

  1. #1289 gaia05 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 21:23
    ตอนนี้แบมแมนมากค่ะ 555555. แบบหลัวมากจ้าาา
    #1,289
    0
  2. #1153 Cake__Cake (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 08:41
    เราอยากให้เค้าได้กันต์ในร่างนี้อ่า
    #1,153
    0
  3. #1132 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 03:01
    สนุกมากอ่ะ โคตรชอบเลย แบมมาร์คก็ดีนะไรท์ ไม่ต้องกลับร่างก็ได้ ถ้าเป็นแฟนกันแล้วคงสนุกกว่านี้แน่ๆอ่ะ
    #1,132
    0
  4. #1131 bossbam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 06:23
    แบมมาร์คก็ดีนะไรท์
    #1,131
    0
  5. #1033 <3 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 00:05
    ฮู้ยยย อยากอ่าน nc -.,-

    เอาจริงๆนี่ชอบแบมมาร์คเพราะแบบนิสัยทั้งคู่

    แต่คือคิดว่าท้ายสุดก็ต้องคืนร่างเดิม

    และถ้าได้กันก่อนคืนร่างคงจะแบบเอิ่ม..มาก

    เลยแบบเป็นอย่างงี้ก็ดีแล้ว

    ปล.แต่เก๊าอยากอ่านncจริงๆนะ ไรต์แอบปล่อยได้มะ >< 555
    #1,033
    0
  6. #1019 N_udaen_G (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 14:42
    ถถถถถ จะย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ 5555555 แบมแบบไม่แคร์อะไรเลยลูกกก~
    #1,019
    0
  7. #1010 Mikimiki015 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 08:36
    แจ็คสันนายอกหักแล้ว55555มีความสงสารนางมากมาเจอภาพบาดใจ
    #1,010
    0
  8. #1003 0837883429 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 05:35
    nc แบมมาร์คก็ได้คือมันได้ฟิวส์อ้ะแต่แบบ... (ตรงๆอ้ะอย่าว่าเก๊านะ) อย่าท้องได้ไหมอ้ะ สงสารมาร์คตั้งแต่ตอนเป็นปจดแทนแบมแล้วอ้ะ ถ้าท้องนี่มันแปลกๆอ้ะ 55. (คิดไกลเนอะ)
    #1,003
    0
  9. #990 MT0493 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 15:31
    รอทุกวันนนน รอว่าถ้ามีวันไหนวันนึง ฟิคเรื่องนี้อัพ คงดีใจมากอะ ไรท์มาต่อเถอะนะ อย่าทิ้งเลย เรื่องนี้มันดีมากจริงๆ
    #990
    0
  10. #986 PLOY_zc (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 12:40
    ยังรอไรท์มาอัพอยู่นะ มาเร็วๆน้าาาา
    #986
    0
  11. #979 Marktuan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 18:09
    ฮืออ 555 รอไรต์มาอัพนะคะะะะ
    #979
    0
  12. #978 ans (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 21:09
    แหม่ มีพี่กันต์น้องเอิร์นด้วย
    #978
    0
  13. #977 ans (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 21:09
    แหม่ มีพี่กันต์น้องเอิร์นด้วย
    #977
    0
  14. #974 wrdhkt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 18:14
    ไรต์!!!! มาอัพเรื่องนี้ทีเรารอนานแล้วน้าาาา ติดเรื่องนี้มากก เข้ามาเช็คตลอดเลย
    #974
    0
  15. #968 fa222388 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 20:07
    เพิ่งมาอ่านค่ะ  สนุกมากเลย 

    ชอบแบบนี้นะ นึกไม่ออกเวลากลับรา่งจะเป็นไง

    เราว่า แบมมาร์ค ก็ดีนะคะ =.,=
    #968
    0
  16. #967 pwen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 18:32
    คิดถึงเรื่องนี้ นี่กลับมาอ่านหลายรอบมากกกกก
    #967
    0
  17. #965 ปีศาจฝึกหัด (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 00:10
    เค้ารอทุกวันนนน คิดถึงงงง
    #965
    0
  18. #964 momay_tit (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 11:55
    น้องเล็กกกกกก พี่ยังรอเรื่องนี้อยู่นะคะ เปิดวนมาอ่านหลายรอบมากกกกกก 
    ปล. มีโครงการจะทำขายไหมคะ เรื่องนี้ พี่จะรอซื้อ ฮืออออ
    #964
    0
  19. #949 dow_nua (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 20:38
    รอออจุ้บบ
    #949
    0
  20. #948 pwen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 22:54
    คิดเรื่องนี้จัง รออยู่น้าาาา
    #948
    0
  21. #947 march03 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 22:19
    ไมไม่มีแวว จจะรักจะชอบกันได้เลย
    #947
    0
  22. #946 sobu10 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 21:06
    รอนานมากเรื่องนี้ นั่นสิรออ่าน nc ไม่ก็ฉากจูบก็ได้ แบมมาร์คกุ๊กกิ๊กน่ารักดี
    #946
    0
  23. #945 Piekie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 01:32
    อยากอ่าน ncแบมมาร์ค แงงงงงง เมื่อไหร่จะมาต่ออ่า
    #945
    0
  24. #944 abnormalcute (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 01:00
    ไรท์เมื่อไหร่เค้าจะรักกันซักทีอ่าคะ รักกันไวๆนะคะ เห็นเค้าเถียงกันแล้วเหนื่อย 55555555+
    #944
    0
  25. #943 Love디오 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 20:59
    รีบรักกันสักทีซี!!!จะได้กลับร่าง
    คิกๆ รอจ่ะไรท์^~^
    #943
    0