(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 30 : Chapter 26 Beach and Sea Wedding

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 355 ครั้ง
    20 ธ.ค. 58


 


 

 

 

“เอ้าชน! ยินดีด้วยนะแบมแบม ยองแจ ฮันบิน!

จีวอนเป็นต้นเสียงแล้วชูแก้วขึ้นมาก่อน ทุกคนเฮตาม เสียงดังจนลูกค้าโต๊ะอื่นหันมอง

ความจริงวันนี้จีวอนจะปิดร้านเลี้ยงฉลองที่เมียและน้องเพื่อนรับปริญญา แต่เมียเพื่อนดันห้ามไว้ซะก่อนว่าเปิดตามปกติก็ได้ ไม่รู้จะเกรงใจเฮียทำไม

“ขอบคุณครับ”แบมแบมขอบคุณทุกคนที่จัดงานฉลองเล็กๆ ให้ นี่เป็นครั้งที่สามเองที่เขาได้มาร้านพี่จีวอน

ครั้งแรกมาตามพี่มาร์คกลับบ้าน พี่มาร์คหนีมาดื่มเพราะน้อยอกน้อยใจเขา ครั้งที่สองมาตามยองแจเพื่อกันพี่มาร์คและยองแจไม่ให้ทะเลาะกัน

“ถ้าไม่ได้แบมบี้เราคงเรียนไม่จบแน่ๆ เลยอ่ะ ขอบคุณมากนะ แบมบี้คือผู้มีพระคุณของยองแจเลย แต่น้อยกว่าแม่ที่จ่ายค่าเทอมให้ยองแจนิดนึงนะ”

ยองแจดื่มหมดแก้วแล้วทิ้งตัวพิงซบไหล่พี่สะใภ้ ทุกคนหัวเราะกับความในใจของยองแจที่มีต่อแบมแบม

“ไม่หรอก ไม่มีแบมยองแจก็เรียนจบได้เหมือนกันนั่นล่ะ”

“ไม่จริงหรอก ไม่จริง”

ถึงยองแจจะได้แบมแบมช่วยติว ช่วยผลักและดันให้เรียนและสอบผ่านมาได้ แต่จบด้วยเกรดไม่เท่ากันหรอกนะ แบมแบมฉลาดจะตายไป

“แบมแบมไม่ดื่มสักหน่อยเหรอ นานๆ ทีไม่เป็นไรหรอกนะ ไอ้มาร์คไม่ว่าหรอก”

จินฮวานเลื่อนแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แบมแบม ร่างบางส่ายหน้า

“ไม่ดีกว่าครับ แบมขอแค่น้ำผลไม้ก็พอ ไม่อยากดื่มจริงๆ”

“กลัวเมาเหรอ หรือว่ากลัวไอ้มาร์คดุ”

“เฮ้ย! เมียกูบอกไม่ดื่มก็อย่าเซ้าซี้สิวะ”

“ชิ งั้นให้น้องฮันบินดื่มแทนก็แล้วกัน” จินฮวานหันไปหาฮันบินที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ขอบคุณครับ”

“มันอ่อยมาตั้งหลายปีแล้วนะฮันบิน ไม่คิดจะใจอ่อนกับมันหน่อยเหรอ? สงสารมันเถอะมันแก่แล้ว” ยุนฮยองถามยิ้มๆ จินฮวานยกนิ้วให้เพื่อน ถูกใจที่ช่วยเชียร์

“ผมก็แปลกใจเหมือนกันครับที่พี่เขาไม่เหนื่อยและล้มเลิกความตั้งใจไปสักที”

“โธ่ พี่จะยอมแพ้ง่ายๆ ได้ไงเล่า สักวันฮันบินก็ต้องใจอ่อน แต่ลึกๆ อยากจะมอมเหล้าลากเข้าห้องเหมือนกันนะ ฮือ ยิ่งนานวันพี่ยิ่งแก่นะ และถ้าท้องตอนอายุมากมันจะลำบากนะฮันบิน ไม่สงสารลูกของเราในอนาคตหน่อยเหรอ”

จินฮวานแสร้งร้องไห้ จีวอนยกเท้าเตะขาแรงๆ อย่างหมั่นไส้

“แล้วทำไมไม่ทำล่ะครับ” ฮันบินกลั้นขำคนตัวขาว

“นี่ยอมใจอ่อนแล้วเหรอ?”

มาร์คประหลาดใจ เขาสงสารเพื่อนที่ไม่ยอมแพ้จากฮันบินไปหาคนใหม่สักทีเพราะฮันบินไม่มีท่าทีอะไรตอบเลย แต่ไม่รู้ว่าฮันบินไม่สนใจเพื่อนเขาจริงๆ หรือเปล่า เพราะฮันบินยังไม่มีใครเป็นตัวตนสักทีนะ

“เปล่าหรอกครับ แค่ถามดูเฉยๆ”

“ดีแล้วล่ะฮันบินอย่าไปสนใจไอ้จินเลย สนใจพี่ดีกว่า ถ้าเลือกพี่ไม่ต้องกังวลเรื่องลูกของเราเลยนะ เพราะถ้าฮันบินท้องตอนอายุเท่านี้น่ะกำลังดี”

จีวอนแซวแรงมากทั้งที่รู้ว่าฮันบินไม่ชอบให้พูดจาแบบนี้

“เคยโดนแก้วเหล้าปาหัวแตกไหมครับ” วันนี้วันดีไอ้พี่จีวอนก็ยังจะมากวนประสาทเขาอีกนะ!

ทุกคนหัวเราะขำฮันบินที่เงื้อแก้วในมือจะปาไปทางจีวอนจริงๆ จีวอนรีบร้องห้ามเสียงหลง

บางทีทุกคนก็อยากจะให้ทั้งสามคนอยู่กันไปแบบนี้นะ น่ารักดี เห็นทั้งสามเถียงกันอ่อยกันมานานหลายปีจนเป็นเรื่องปกติชินตา ทั้งกลุ่มเหลือแค่แจ็คสัน จีวอน และจินฮวานนี่ล่ะที่ยังไม่ได้แต่งงาน แต่แจ็คสันมีตัวจริงรอแต่งอยู่แล้ว

“ยิ้มได้แล้วนี่ วันนี้เงียบๆ ไปนะ เหนื่อยเหรอ” มาร์คพูดข้างหูคนที่นั่งข้างกัน จมูกโด่งคลอเคลียกับผิวนุ่ม

“เปล่านี่ครับแบมก็ปกตินะ”

“จริงน่ะ หรือพี่คิดมากไปเอง ไม่ดื่มสักหน่อยเหรอพี่ไม่ว่าหรอก”

“ไม่ครับ แบมไม่อยากดื่ม”

มือนิ่มดันแก้วในมือสามีออกไป ช่วงหลังมานี้เขาก็หัดดื่มบ้างแล้วล่ะเพราะว่าต้องทำงาน ดื่มเพื่อเข้าสังคม แต่ถ้าไม่มีการบังคับ แบมแบมเลี่ยงได้ก็เลี่ยง

“จูบขนาดนี้พาเมียกลับบ้านไปเลยไหม?”

ยองแจที่อยู่ใกล้สองสามีภรรยาที่สุดกลอกตาเอือมระอาพี่ชาย คุยกันอยู่สองคน จูบน่ะจูบได้ แต่ดูดดื่มมากไปทำลายสมาธิคนอื่นเขานะ

“พี่มาร์ค! แกล้งแบมเหรอ” ร่างบางอายจนต้องทุบสามีแก้เขิน และที่น่าเคืองคือแอลกอฮอล์ที่ติดอยู่ในปากเขานี่ล่ะ อุตส่าห์ไม่ดื่มเองก็ยังจะได้รสชาติขมๆ ของมันติดลิ้นอีกนะ พี่มาร์คนี่นิสัยเสียจริงๆ เลย

มาร์คหัวเราะ กอดไหล่บาง ขอโทษแล้วคลอเคลียใหม่ ก็เมียน่ารักเนอะ

“อิจฉาโว้ย!” จีวอนหงุดหงิดที่เห็นเพื่อนกับเมียสวีทกันต่อหน้า เห็นแล้วอยากจะให้เด็กเอาเหล้าที่แรงที่สุดมามอมฮันบินแล้วลักพาตัวกลับบ้านเลย

“ช่วยไม่ได้นะ คนไม่มีเมียนี่น่าสงสารจริงๆ” มาร์คหัวเราะเยาะเย้ย ก่อนจะร้องโอ๊ยเมื่อถูกเมียฟาด

“พี่แจ็คสันไม่คิดจะพูดอะไรกับยองแจหน่อยเหรอ?”

“หือ อะไรนะที่รัก”

แจ็คสันนั่งมึน เพิ่งดื่มยังไม่ทันเมาหรอก แต่ร่างกายยังปรับรับเวลาที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เพราะไปอยู่ต่างประเทศมานาน

“เฮ้อ! ช่างเถอะ ยองแจผิดเองที่หวังอะไรลมๆ แล้งๆ”

ยองแจคิดว่าพี่แจ็คสันจะขอเขาแต่งงานวันนี้ซะอีก ไหนบอกว่าเรียนจบเมื่อไรจะขอไง นี่อะไร รอแต่เช้าแล้วมีแต่ดอกไม้แสดงความยินดีอ่ะ! ขอแต่งงานวันนี้มันน่าจะโรแมนติกที่สุดแล้วนะ

วันดีๆ อย่างนี้ยังไม่ขอแล้ววันอื่นๆ จะมีหวังไหมเนี่ย..แต่อยู่ไกลกันหลายปีนี่พี่แจ็คสันก็ยังไม่เคยคุยเรื่องนี้เลยเนอะว่าจะขอเมื่อไร

“หือ หวังอะไรเหรอ หรือว่าอยากได้ของขวัญเรียนจบ อยากได้อะไรล่ะครับ”

“แล้วพี่ตั้งใจจะให้อะไรยองแจล่ะ”

“อ่า..ยองแจอยากได้อะไรก็บอกพี่มาสิจ๊ะ”

“อ่าว..งอนเลย ลุกหนีไปแล้ว”  ชานอูพยักหน้าไปทางยองแจที่ลุกออกจากโต๊ะไปแต่สายตามองเพื่อนที่นั่งนิ่ง กำลังคิดว่ามันยังไม่หายจากอาการเจ็ทแล็คสินะ เพราะเพิ่งจะบินกลับมาเกาหลียังไม่ถึงอาทิตย์เลย แต่ใส่ใจยองแจมากกว่านี้ก็ได้นะ

“คงไปห้องน้ำ..

“หือ..กูว่าน้องไม่ได้ไปห้องน้ำแล้วแหละ” ดงฮยอกเอ่ยขึ้นมองไปทางเวทีที่ยองแจเพิ่งจะขึ้นไป แย่งไมค์จากนักร้องประจำผับแล้วไล่ให้ถอยไปด้านหลัง

“วันนี้วันรับปริญญาของยองแจ ทุกโต๊ะดื่มฟรีไปเลย ยองแจเลี้ยง!

“โอ๊ย เอาจริงน่ะ..” พี่ชายยังแทบลมจับกับความใจดีของน้องชายที่ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร นี่อยากให้มีคนร่วมแสดงความยินดีขนาดนี้เลยเหรอ? ทั้งร้านเงินไม่ใช่น้อยๆ นะโว้ยถึงเราจะรวยก็เถอะ

แบมแบมยกมือปิดหูเมื่อเสียงลูกค้าในร้านเฮกันดังลั่นที่จู่ๆ ก็โชคดีได้ดื่มฟรี

“หยุด! หยุดก่อน! ในเมื่อยองแจเลี้ยงแล้วก็อยากจะขอให้ทุกคนเป็นสักขีพยานให้ยองแจหน่อย”

“เอาแล้วไง”ยุนฮยองอมยิ้ม รู้แล้วว่าล่ะยองแจต้องมีเหตุผล

ทั้งร้านเงียบกริบเพื่อรอฟังว่าชายหนุ่มใจดีที่เลี้ยงเหล้าคนแปลกหน้าจะพูดอะไรต่อ ยองแจชี้ไปที่โต๊ะของตัวเอง ทุกสายตามองตาม

“เมื่อกี้พี่ถามเองใช่ไหมว่ายองแจอยากได้อะไรน่ะ พี่เคยบอกยองแจว่าเรียนจบเราจะแต่งงานกันทันทีแล้วพี่ก็หายไปทำงาน พี่ให้รอยองแจก็รอนะแล้วไหนล่ะไอ้ฉากขอแต่งงานแสนโรแมนติกอ่ะ! เฮ้อ! แต่ช่างเถอะ ขืนรอพี่ขอก็ไม่ได้แต่งสักที ไม่ต้องไปคิดว่าจะขอที่ไหนขอยังไงแล้วแหละ วันนี้ยองแจขอเองเลยแล้วกัน พี่ต้องแต่งงานกับยองแจนะ นี่ไม่ใช่คำขอแต่เป็นคำสั่งเพราะพี่มีแค่ตัวเลือกเดียว ไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง”

ยองแจทำเอาพี่ๆ อึ้งกันไปทั้งโต๊ะเลย

“น้องยองแจแม่งโคตรน่ารักอ่ะ!” จินฮวานรู้สึกว่าน้องเท่มากเลย ทำไมไม่มีคนมาขอเขาแบบนี้บ้าง

แบมแบมสะดุ้งเมื่อคนทั้งร้านส่งเสียงดังออกมาอีกแล้ว

“กูว่าเห็นอนาคตไอ้แจ็คสันแล้วล่ะ อยู่ใต้อำนาจเมียชัวร์ๆ น้องยองแจเห็นหน้าตาน่ารักๆ นี่แอบโหดนะ”

ดงฮยอกยิ้มเจื่อน เพื่อนๆ พยักหน้าเห็นด้วย แต่เจ้าตัวก็แค่ยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร

..สลับกันซะงั้น แกคงคิดช้าทำช้าไปจริงๆ น่ะ ยกเลิกแผนแล้วไปคิดหาธีมแต่งงานเลยเถอะ” มาร์คแนะนำได้เท่านี้

“คงจะอย่างนั้นแหละ อุ๊ย!” แจ็คสันสะดุ้งเมื่อคนรักเดินมาตบโต๊ะเสียงดัง ไม่แค่แจ็คสันสะดุ้งหรอก คนอื่นก็ผวา

“ว่าไงพี่แจ็คสัน จะแต่งไม่แต่ง”

“ถ้าแม่รู้ว่าแกขอผู้ชายแต่งงานก่อนนี่โดนด่าหูชาแน่ๆ” ยองแจหันขวับ

“เงียบเลยพี่มาร์ค ถ้าพี่บอกแม่คอยดูเถอะฉันจะยึดแบมบี้ไว้นอนด้วย ว่าไงพี่แจ็คสัน ไม่ตอบเราไม่ต้องคุยกันอีกเลยนะ”

ยองแจข่มขู่พี่ชายให้เงียบแล้วหันมาทวงคำตอบจากแจ็คสัน

“อ่า..ตกลงครับ”

“ดี” หน้าหวานมีรอยยิ้มทันที ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก

“แต่ใจร้อนจัง พี่ก็กำลังจะขออยู่พอดี..

“แก้ตัว! กำลังจะขอน่ะเมื่อไร?” ยองแจเดินกลับมานั่งที่ของตน แจ็คสันส่ายหน้า บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน

“เท่ากับวันนี้มีเรื่องน่ายินดีสองเรื่องเลยนะ” ฮันบินขัดก่อนยองแจจะทุบพี่แจ็คสันซะก่อน

“อยากมีเรื่องน่ายินดีเรื่องที่สองบ้างไหมล่ะ” จีวอนยิ้มกรุ้มกริ่ม ฮันบินถอนหายใจ

“ผมว่าแทนที่พี่จะมามัวตามจีบให้ผมใจอ่อน พี่กับพี่จินฮวานคบและแต่งกันไปเองเลยดีไหมครับ?”

“น้องฮันบิน! ทำไมพูดจาน่าสยดสยองแบบนั้น” จินฮวานโวยเสียงดัง ดิ้นโวยวาย ทุกคนหัวเราะ

“เป็นความคิดที่ดีนะครับ พี่จีวอนกับพี่จินฮวานเหมาะกันดีนะ”

แบมแบมเห็นด้วยกับฮันบิน สวยหล่อทั้งคู่ ลูกออกมาคงน่ารักมากแน่ๆ เลย

“พี่ไม่สิ้นไร้ชายโสดขนาดนั้นนะแบมแบม ให้พี่ได้กับจีวอนพี่นอนบนคานดีกว่า”

“ทำไมล่ะมึง กูเด็ดนะ” เพื่อนๆ ชอบใจเมื่อเห็นสีหน้าขยะแขยงของจินฮวาน

 แบมแบมชอบเพื่อนสามีจัง ช่างเป็นกลุ่มคนที่..จะว่ายังไงดีล่ะ อยู่ด้วยแล้วมีแต่เสียงหัวเราะนะ

 

 

 

 

 

            “ม๊ากลับมาแล้ว!

แบมแบมยิ้มกว้าง หยุดยืนรอรับเจ้าตัวเล็กที่วิ่งมาหา ร่างบางย่อกายอุ้มลูกชายคนเล็กวัยสี่ขวบ ส่งข้าวของให้พี่ยูบินช่วยเอาไปเก็บที่ห้อง

“วันนี้กลับเย็นจังเลยแบมแบม”

“มีงานด่วนน่ะครับคุณแม่ก็เลยกลับเย็นไปหน่อย”

“มานั่งนี่สิจ๊ะ” มาดามตบที่ข้างตัวให้ลูกสะใภ้มานั่งด้วยกัน บรู๊คลินนั่งต่อตัวต่อสำหรับเด็กอยู่ที่พื้น

“ทำไมบรู๊คลินไม่สนใจม๊าเลยอ่า” แบมแบมเรียกร้องความสนใจจากลูกชาย บรู๊คลินลุกมาหอมแก้มม๊าแล้วกลับไปนั่งเล่นต่อ

“แบมบี้มาก็ดีเลย ช่วยยองแจคิดหน่อยสิว่าจะจัดงานแต่งที่ไหนดี แม่บอกว่าจะให้จัดที่โรงแรมเดียวกับแบมบี้อ่ะ แต่ยองแจว่ามันน่าเบื่อนะ”

ยองแจที่นั่งข้างมาดามเช่นกันยกขาขึ้นขัดสมาธิบนโซฟา ในมือมีแท็บเลตที่เปิดหาข้อมูลธีมงานแต่งงานสวยๆ ในอินเทอร์เนต

“ไม่จัดที่โรงแรมแล้วจะจัดที่ไหนล่ะที่รัก แขกเรากับแขกทางโน้นน้อยเสียไหร่”

คุณย่ายังสวยของหลานๆ คิดว่าจัดที่โรงแรมนี่ล่ะดีที่สุด เธอและแม่ของแจ็คสันไปหาฤกษ์ดีกันมาแล้ว ที่เร็วที่สุดก็อีกสองเดือนเอง แทบจะเตรียมอะไรไม่ทันด้วยซ้ำ

“ยองแจคิดธีมที่อยากได้เอาไว้บ้างไหมล่ะ อยากได้งานแบบไหน สีอะไร ได้คุยกับพี่แจ็คสันบ้างหรือยังว่าพี่เขาอยากจัดงานที่ไหน”

แบมแบมปล่อยแมทธิวไปเล่นกับพี่ชาย รับแท็บเลตจากยองแจมาดู

“คุยแล้วล่ะ พี่บอกว่าจะจัดยังไงก็ตามใจยองแจเลย”

“ไม่จำกัดงบสินะ”

“อื้อ ทางโน้นเขาไม่ว่าอะไร แต่คุณปู่เขาก็คิดแบบแม่นะ อยากให้จัดที่โรงแรม”

“โรงแรมก็สวยนะลูกแล้วยังสะดวกกับแขกด้วย”

มาดามเกลี้ยกล่อม ยองแจน่ะเป็นคนที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ และทุกสิ่งที่ได้ต้องดีที่สุด ขืนหาข้อสรุปไม่ได้ก็คงไม่ได้เริ่มหาสถานที่สักที่ เวลาแค่สองเดือนน่ะน้อยมากนะสำหรับการจัดงานแต่งงานของลูกชายคนเล็กสุดที่รักของมาดามต้วน

งานของยองแจจะต้องเป็นงานที่ดีและใหญ่ที่สุดกว่างานของใครในปีนี้เลย

“ยองแจอยากจัดงานที่เป็นงานแต่งจริงๆ นะครับไม่ใช่งานสังสรรค์นักธุรกิจ ถ้าอยากนัดพบปะกันไปจัดงานในโรงแรมใหญ่โตเจอกันเองดีกว่านะ”

ยองแจเคยผ่านงานแต่งของพี่ชายมาแล้ว งานแต่งเพื่อนด้วย มันจะสนุกอะไรที่ต้องเจอแต่คนที่เราไม่รู้จัก

ใครก็ฝันอยากมีงานแต่งงาน ได้ใส่ชุดเจ้าสาว มีเจ้าบ่าวสุดหล่อที่พร้อมจะฝากชีวิตไว้กับเขาและใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกันจนแก่เฒ่า งานที่เป็นจุดเริ่มต้นครอบครัวมันควรจะมีแต่แขกที่เป็นญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงที่มาร่วมแสดงความยินดี แค่นี้มีความสุขแล้ว

“อืมเท่าที่รู้มา คุณปู่ของพี่แจ็คสันมีชายหาดส่วนตัวด้วยนี่นา ถ้าไปจัดริมทะเลล่ะว่าไง บรรยากาศดี โรแมนติก แบมว่าดีนะ” แบมแบมยื่นแท็บเลตคืนยองแจ

“เฮ้ย! ดีอ่ะ ยองแจชอบไอเดียนี้ ขอบใจนะแบมบี้ เดี๋ยวเราจะโทรไปบอกพี่แจ็คสันว่าให้ไปขอสถานที่คุณปู่จัดงานแต่ง”

ยองแจเอื้อมมือมาจับมือพี่สะใภ้ เขย่าไปมา ดีใจที่ได้สถานที่จัดงานแล้ว

ปู่รักพี่แจ็คสันจะตาย ต้องอนุญาตแน่

“แต่หาดมันใหญ่แค่ไหนล่ะ แขกจะไปได้เยอะหรือเปล่า”

“ระยะทางของหาดมันยาวนะครับ น่าจะไปกันได้เยอะอยู่นะแม่”

“แต่การเดินทางไปทะเลจะสะดวกกับแขกไหม”

“ใครไม่สะดวกก็ไม่ต้องไปสิครับแม่ ถ้าญาติเราจะไปเราก็ส่งรถไปรับ พาไปก็ได้” ยองแจไม่แคร์คนอื่นหรอก ใครไปไม่ได้ก็ไม่ต้องไป แต่ญาติพี่น้องยองแจต้องไปนะ

“คงห้ามไม่ได้แล้วล่ะครับคุณแม่ ขอโทษนะครับที่แบมเสนองานริมทะเลไป”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ยองแจก็ชอบด้วยปล่อยเขาเถอะ กลับมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไป เดี๋ยวมาร์คก็กลับมาแล้วล่ะ”

แบมแบมพยักหน้าแล้วขอตัวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชั้นบนก่อน

 

 

“เสียงดังอะไรกันครับเนี่ย พ่อลูกทะเลาะอะไรกันอีกแล้วเหรอ?”

แบมแบมในชุดลำลองลงมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้งก็ได้ยินเสียงดังของสองพ่อลูก ถามขณะก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่น เด็กหนุ่มร่างสูงรีบลุกมาหาแม่ทันที หน้าหล่อใสนิ่วน้อยๆ เหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่าง

“มีอะไรกันล่ะ” แบมแบมมองสามี คงเพิ่งกลับมาถึงบ้านกันเมื่อกี้สินะ

“เดนนิสบอกว่าอยากจะไปเรียนต่างประเทศน่ะค่ะม๊าแต่ป๊าไม่ยอม บอกว่ายังเด็กอยู่ เถียงกันมาตั้งแต่ในรถหนูหูชาหมดแล้ว”

ลูกสาววัย 13 เอ่ยออกมา ร่างเพรียวบางนั่งอยู่ที่อาร์มแชร์ใกล้กับอายองแจ

“อ่า..ถ้าอยากไปก็ไปสิจ๊ะ” แบมแบมไม่ได้คัดค้านอะไร เดนนิสยิ้มออกมาทันทีเมื่อม๊าเห็นด้วย

“แบมแบม! พี่ไม่ให้ไป นี่ไปหลายปีนะไม่ใช่ไปซัมเมอร์เดือนสองเดือน” ป๊าเอ่ยขัดทันที

เดนนิสหันมาส่งเสียงเรียกม๊าให้ช่วยหน่อย แบมแบมวางมือบนไหล่เดนนิส

“แล้วพี่จะเก็บลูกไว้กับตัวทำไมล่ะครับ เขาอยากไปก็ให้ไปสิ”

“ลูกยังเด็ก อายุแค่สิบสามจะดูแลตัวเองได้ยังไง”

“ป๊าไม่เชื่อใจผมเลยอ่ะ! ผมบอกว่าผมดูแลตัวเองได้ไง”

“ถ้าอยากไปก็รอจบเกรดเก้าก่อนแล้วกัน!

“ทำไมป๊าไม่มีเหตุผลเลย เดี๋ยวพอขึ้นไฮสกูลป๊าก็ไม่ให้ไปอีกนั่นแหละ ป๊าก็แค่ซื้อเวลาใช่ไหมล่ะ!

“โอ๊ะ พ่อลูกคู่นี้เขาทันกันจริงๆ เนอะแม่” ยองแจกระซิบกับมาดาม ลี่จูพยักหน้าเห็นด้วย

“ไม่ให้ไป” มาร์คยังยืนกรานคำเดิม

“แต่ม๊าให้ไปนี่ ใช่ไหมครับม๊า” เดนนิสกอดเอวแม่ ส่งสายตาเว้าวอน

“งั้นบอกเหตุผลม๊ามาก่อนว่าอยากไปทำไม ถ้าเหตุผลฟังขึ้นม๊าจะให้ไป”

“แบมแบม พี่บอกว่าพี่ไม่ให้ลูกไปไง”

“ถ้าอย่างนั้นพี่มีเหตุผลไหมล่ะครับว่าทำไมไม่อนุญาต”

“เพราะพี่เป็นห่วงไง แบมไม่ห่วงลูกเหรอ ไปอยู่เมืองนอกคนเดียวมันอันตราย อยู่บ้านก็สุขสบายดีแล้วจะดิ้นรนไปอยู่ที่อื่นให้ลำบากทำไม”

คนเป็นพ่อไม่เข้าใจเลยว่าทำไมลูกต้องขอไปโน่นไปนี่ อยากจะไปไหนนักหนา พอโตแล้วเดี๋ยวก็ได้ไปเองนั่นล่ะ จะได้อยู่บ้านกับพ่อแม่กันสักกี่ปีเชียว

“ก็เพราะมันสบายเกินไปไงล่ะครับ ป๊าไม่เคยปล่อยให้ผมกับยุนอาไปไหนเองตามลำพังเลย ไปเที่ยวกับเพื่อนก็ไม่ได้ จะไปไหนป๊าก็ไปรับไปส่งตลอดอ่ะ”

“อ๋อ..ที่ร่ำร้องอยากจะไปก็เพราะอยากจะไปอยู่ไกลหูไกลตาป๊าม๊าจะได้ทำตัวเหลวไหลล่ะสิ”

“ป๊า! ผมจะไปเรียนจริงๆ ผมอยากไปก็เพราะอยากจะอยู่ด้วยตัวเองบ้าง” เดนนิสเสียใจนะที่ป๊าหาว่าเขามีเหตุผลแอบแฝง

“พี่เดนนิสจะไปอยู่ที่อื่นเหรอ?”  ป๊าและพี่ชายเถียงกันโดยลืมไปแล้วว่าฝาแฝดก็อยู่ที่นี่ด้วย

“พี่จะไปไหนฮะ” บรู๊คลินเงยหน้าถามทุกคน พี่สาวกวักมือเรียกแกมากอด

“พี่เขาจะไปเรียนเมืองนอกน่ะ แต่ยังไม่ได้คิดเลยว่าจะไปที่ไหน”

“พี่ไปด้วยมั้ยฮะ”

“อ่า..ไม่รู้จ้ะ คงต้องแล้วแต่ป๊า” ยุนอายังไงก็ได้ เธอเป็นเด็กเรียบร้อยเชื่อฟังป๊าม๊าอยู่แล้ว เป็นลูกสาวที่น่าภาคภูมิใจ เรียนเก่งแถมยังสวยน่ารัก

“หึ..อยากจะไปแต่ยังไม่คิดเลยว่าจะไปไหน อยากไปเรียนจริงๆ หรือเปล่า ไหนล่ะข้อมูลโรงเรียนที่นั่น เคยคิดไว้บ้างไหมเดนนิส”

มาร์คได้ทีอ้างคำพูดของลูกสาว เดนิสชะงัก เขาแค่ดูๆ โรงเรียนไว้บ้างแต่ยังไม่ได้หาข้อมูลเลย

“เอาอย่างนี้ ถ้าอยากไปจริงๆ เดี๋ยวม๊าจะช่วยหาโรงเรียนให้”

“แบมอย่าตามใจลูกเลยน่ะ ไม่ห่วงบ้างหรือไงที่จะให้ลูกไปอยู่ที่อื่นคนเดียว”

“ถ้าอย่างนั้นให้ยุนอาไปอยู่เป็นเพื่อนไหมครับ อยู่กันสองพี่น้องจะได้คอยช่วยดูแลกันได้”

“อะไรนะ! เด็กผู้หญิงน่ะอันตรายกว่าเด็กผู้ชายอีกนะ แถมไปอยู่กันแค่สองคนอีก” มาร์คว่านี่ชักจะเกินไปแล้วนะ เขาไม่ให้ใครไปไหนทั้งนั้นแหละ!

“พี่มาร์ค” แบมแบมเดินไปนั่งกับสามี จับแขนเขาไว้ให้ฟังตนบ้าง

“แบมก็ห่วง ลูกทั้งคนแบมจะไม่ห่วงได้ยังไง แต่ในเมื่อเขาอยากจะไปรู้จักความลำบากบ้างก็ต้องให้เขาไป แบมทำใจไม่ได้หรอกแต่เราต้องเริ่มทำใจกันได้แล้วนะ การไปเรียนเมืองนอกมันก็มีข้อดี เขาจะได้เติบโตขึ้น รู้จักรับผิดชอบตัวเอง เราส่งลูกไปเรียนที่นิวยอร์กดีไหม โซจองก็อยู่ที่นั่นแกคงช่วยดูแลน้องได้ ถึงจะอยู่ไกลใช่ว่าจะติดต่อกันไม่ได้เสียเมื่อไหร่ ถ้าคิดถึงก็ไปเยี่ยมได้”

แบมแบมอ้างไปถึงโซจอง สาวน้อยที่เคยได้รู้จักกันเมื่อหลายปีก่อนตอนเกิดอุบัติเหตุกับแทจีและฮีเอ

เขาและสามีให้ทุนการศึกษาโซจองกับยูจูมาตลอด เธอได้ทุนแลกเปลี่ยนไปอเมริกาตอนมอปลาย พี่มาร์คเลยให้เรียนต่อปริญญาตรีที่นั่นเลย เข้าปีหนึ่งแล้วล่ะ

“แบมก็ตามใจลูกตลอด! นี่เรื่องใหญ่นะ”

“แบมแค่เคารพการตัดสินใจของลูกต่างหาก”

“อายุแค่นี้จะคิดอะไรได้”

“พี่กำลังดูถูกความคิดของลูกอยู่นะครับ เชื่อใจเขาหน่อย สิบสามก็ไม่เด็กแล้วนะ เนี่ยวัยรุ่นแล้ว ในเมื่อเขาขอไปเองเราก็ให้ลูกไปลองก่อนเถอะครับ เดี๋ยวพอห่างพ่อกับแม่เขาก็รู้ถึงความเป็นห่วงเราเองนั่นล่ะ”

“อยากจะทำอะไรก็ทำ โตแล้วนี่!

มาร์คลุกออกจากห้องนั่งเล่นไป ทุกคนมองหน้ากัน

เดนนิสถอนหายใจเฮือก คุยกับป๊าทีไรปวดหัวทุกทีให้ตายเถอะ!

“ตกลงว่าผมจะได้ไปไหมครับ?”

“คงได้แล้วล่ะจ้ะ ให้เวลาป๊าเขาทำใจหน่อยแล้วกันเดี๋ยวม๊าจะพูดให้อีกที”

“ผมไม่ได้ไปปุบปับสักหน่อย อย่างน้อยก็ต้องเรียนจบเทอมนี้ก่อน”

“ม๊าเข้าใจ เดี๋ยวม๊าจะจัดการเรื่องโรงเรียนให้แล้วกัน หนูกับยุนอาขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ จะได้ลงมาทานข้าวกัน”

“ขอบคุณนะครับม๊า” เดนนิสกอดแม่อย่างขอบคุณที่เข้าใจ

“จ้ะ ไม่เป็นไร” แบมแบมลูบหลังลูกชาย กอดตอบแล้วปล่อยให้เขาไปอาบน้ำ

“เรื่องนี้เรื่องใหญ่มากนะ แม่ว่ามาร์คคงหงุดหงิดไปอีกหลายวัน”

ลี่จูเอ่ยขึ้นเมื่อหลานทั้งสองออกจากห้องนั่งเล่นไปแล้ว

“พี่มาร์คน่ะโรคจิตหน่อยๆ ห่วงกังวลไปสารพัด ทำอย่างกับลูกเป็นนกที่จะขังไว้ในกรงได้ เด็กมันมีปีกมันก็อยากจะออกบินบ้างน่ะสิ” ยองแจวางแท็บเลตลงบนโต๊ะ

“พี่เดนนิสมีปีกด้วยเหรอฮะ? ตรงไหนอ่ะ?”

เจ้าหนูจอมสงสัยแมทธิวเงยหน้ามองอาคนสวยตาแป๋ว คำถามไร้เดียงสาของแกทำให้ทุกคนอดยิ้มไม่ได้ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คลี่คลายลง

“มีสิจ๊ะ ปีกพี่เขาอยู่ตรงกลางหลังพอดีเลย พอพี่เขาลงมาก็ขอดูเลยนะรู้ไหม”

“ว้าว! ยอดเลย” แมทธิวมีแววตาชื่นชม ยองแจทนความน่ารักไม่ไหวคว้าหลานมากอดแน่น

“ยองแจ! อย่าฝังเรื่องไร้สาระใส่หัวลูกเรานะ แมทธิวอย่าไปเชื่ออาเขานะลูก พี่เดนนิสไม่มีปีกนะ คนเราไม่มีปีกนะครับ”

“อ่าว?” เด็กน้อยทำหน้างง ไม่รู้จะเชื่อใครดี 

“ขืนให้แฝดอยู่กับยองแจมากๆ ต้องเชื่ออะไรผิดๆ อีกหลายอย่างแน่เลยครับ”

แบมแบมพูดกับแม่สามี เหนื่อยใจ มาดามหัวเราะบอกให้แบมแบมชินได้แล้ว

 

 

 

 

 

 “พี่ว่าเอาการ์ดแบบไหนดีล่ะ ยองแจเลือกไม่ถูกอ่ะ สวยไปหมดเลย” ว่าที่เจ้าสาวลังเล ถือการ์ดแต่งงานสองแบบไว้สลับมอง

แจ็คสันมองคนที่เอนซบเขา จุ๊บผมนุ่มเบาๆ

“ใช้สีอะไรล่ะครับ ถ้าเอาสีฟ้าก็เอาแบบในมือซ้ายดีไหม”

“แต่สีขาวก็น่ารักดีนะ”

“สั่งออกแบบใหม่เลยสิ”

“ยองแจไม่มีไอเดียดีๆ เลย พี่คิดว่าไง”

ยองแจใช้การ์ดแต่งงานตีคนรักเบาๆ ให้ช่วยคิดหน่อย แจ็คสันหาแบบของชำร่วยในโน้ตบุ๊คที่วางอยู่บนตัก แบบของทางร้านเวดดิ้งเท่าที่มีเขาไม่ชอบเลย

“เดี๋ยวพี่วาดให้เอาไหม?” แจ็คสันแค่เสนอไม่ได้เอาเป็นไอเดียจริงจัง

“เอ๋?! วาดเอาเหรอ?”

“พี่วาดรูปเป็นนะ น่ารักด้วย”

“ขี้โม้ ยองแจไม่เคยเห็นเลย”

“พี่ไม่ได้วาดจริงจังน่ะ แค่วาดเล่นๆ เคยอยากเรียนคณะที่เกี่ยวกับวาดๆ เขียนๆ เหมือนกันนะ”

“แล้วพี่ทำไมไม่รีบบอกยองแจเล่า จะได้ไม่ต้องมานั่งหาแบบการ์ดอ่ะ” ยองแจวางการ์ดลงทันที

“อ่าว พี่ไม่รู้นี่นา พี่กลัวมันไม่สวยแล้วตลกน่ะพี่เลยให้ยองแจเลือกเองดีกว่า”

“ไม่หรอกครับ ถ้างั้นพี่ออกแบบการ์ดให้ยองแจดูก่อนก็แล้วกัน” ยองแจหันไปสนใจรูปของชำร่วยในงานแต่งคนอื่นเพื่อดูเป็นแนวทาง

“แต่มันจะทันเหรอ พี่วาดช้ามากเลย ตั้งแต่เรียนจบนานๆ พี่จะวาดรูปสักที ถ้าพี่วาดเสร็จช้า การ์ดก็จะพิมพ์ช้าไปด้วย กว่าจะแจกอีกล่ะ”

“ไม่หรอกครับต้องทันแน่ๆ พี่ไม่ต้องวาดให้ยองแจดูก่อนหรอก พี่อยากให้การ์ดแต่งงานของเราเป็นแบบไหนพี่ก็ออกแบบตามสบายเลย ยองแจจะรอดูตอนเสร็จแล้วนะ”

“เอาจริงนะ ถ้าไม่สวยอย่ามาบ่นทีหลังล่ะ”

“ไม่บ่นหรอกครับ เจ้าบ่าวออกแบบการ์ดแต่งงานเองน่ะโรแมนติกจะตาย” ยองแจกุมมือเพ้อฝัน แจ็คสันหัวเราะ บีบจมูกอีกฝ่ายเบาๆ เอ็นดู

“ไวเหมือนกันนะ จะแต่งงานกันแล้ว บางทีพี่ก็ยังรู้สึกอยู่นะว่าเรากำลังจะแต่งงานกันจริงๆ เหรอ”

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะครับ”

“พี่ไม่อยากจะเชื่อเลยน่ะสิ..

“เราผลัดกันรอกันและกันมานานแล้วนะครับ ยองแจว่ามันช้าไปด้วยซ้ำ”

“พี่แจ็คสัน ยองแจเครียดจังเลย”

“คนกำลังจะเป็นเจ้าสาวก็กังวลแบบนี้กันทุกคนนั่นล่ะ อย่าคิดมากเลยนะ ยังไงงานแต่งของเราก็จะเป็นอย่างที่เราตั้งใจแน่นอน”

แจ็คสันโอบบ่า ลูบไหล่บางเบาๆ ปลอบไม่ให้คิดมาก

“เรื่องนั้นก็ด้วย แต่เรื่องงานยังไม่น่ากังวลเท่าตัวยองแจเองนี่ล่ะ”

“ทำไม? กลัวอ้วนใส่ชุดเจ้าสาวแล้วดูไม่ดีเหรอ ไม่ต้องกังวลหรอกนะ”

“เพราะยองแจน่ารักอยู่แล้วใช่ป้ะ?”

“เพราะยองแจอ้วนอยู่แล้วต่างหาก ไม่ต้องกลัวอ้วนกว่านี้หรอก”

“พี่แจ็คสัน!”แจ็คสันหัวเราะเมื่อแกล้งแหย่คนรักได้ ยองแจมองค้อน แต่พอเห็นพี่แจ็คสันหัวเราะก็ขำไปด้วยเลย

“ฮะฮะ ไม่ล้อแล้ว ไหนว่ามาซิว่ากังวลอะไรอยู่”

“ยองแจ..ทำอะไรไม่เป็นเลยนะ”

“ที่ว่าไม่เป็นนั่นน่ะอะไรบ้างล่ะ”

“ก็..ยองแจทำอาหารก็ไม่เป็น ยองแจคิดภาพตัวเองมีลูกไม่ออกด้วยนะว่าจะเป็นยังไง เราแต่งงานกันไปสักวันก็ต้องมีลูกใช่ไหมล่ะ ยองแจจะเลี้ยงเด็กได้เหรอ คนอย่างยองแจเนี่ยนะ”

คุณหนูทำท่าทางประกอบคำพูด ใส่อารมณ์ไปด้วย แจ็คสันอมยิ้ม

“คนอย่างยองแจเป็นยังไงล่ะ พี่ไม่ได้หวังว่าตื่นเช้ามาจะได้กินอาหารฝีมือยองแจ หรือกลับจากทำงานจะได้กินข้าวเย็นที่ยองแจทำสักหน่อย พี่รู้สิว่ายองแจทำอาหารไม่เป็น แค่พี่ได้อยู่กับยองแจ ได้เจอยองแจทุกวันพี่ก็คิดว่าดีแล้ว แต่ถ้ายองแจคิดจะทำให้พี่กินบ้างก็หาเวลาไปเรียนสิ หรือจะให้แบมแบมสอนก็ได้แล้วพี่จะเป็นหนูทดลองให้เอง ส่วนเรื่องลูกน่ะ แม่ทุกคนมีสัญชาตญาณของความเป็นแม่อยู่แล้ว พี่คิดว่าลูกของเราก็ต้องโชคดีไม่แพ้เด็กคนอื่นหรอกที่มีแม่คือยองแจ”

“ซึ้งอ่ะ”

“ฮะฮะ ใครเขาพูดออกมาโจ่งแจ้งแบบนั้นล่ะว่าซึ้ง เลิกคิดมากได้แล้วนะ”

แจ็คสันดีดหน้าผากคนรักเบาๆ ยองแจโถมกอดแจ็คสันแน่น สบายใจแล้วล่ะ

ยองแจคิดมากก็เพราะยองแจมีตัวอย่างที่ดีอยู่ใกล้ตัวน่ะสิ พี่สะใภ้ของยองแจน่ะทั้งน่ารักและทำอาหารเก่ง เลี้ยงลูกก็เก่งด้วย ดีไปหมดทุกอย่าง ซึ่งยองแจคิดว่าตัวเองอาจจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้ 

แต่ยองแจกับแบมแบมก็ไม่เหมือนกันนี่นะ..ยองแจจะเป็นภรรยาและแม่ในแบบตัวเองก็แล้วกัน

 

 

 

 

 

            “แบมแบม..แบมแบม”

มาร์คจับไหล่ของคนที่นอนหลับสนิท ในอ้อมแขนมีลูกชายทั้งสองหนุนแขนนอนหลับอยู่ด้วยกัน แบมแบมต้องกล่อมฝาแฝดเข้านอนทุกคืนแต่คืนนี้ไม่คิดว่าจะเผลอหลับไปพร้อมลูกด้วยนะ

            “อือ

“กลับห้องไปอาบน้ำก่อนเถอะ เหนื่อยเหรอทำไมมาหลับที่ห้องลูกแบบนี้ล่ะ”

มาร์คพูดเสียงเบาเพื่อไม่ให้ฝาแฝดตื่นขึ้นมาอีก แบมแบมงัวเงีย จะขยับลุกแต่มาร์คกดให้นอนก่อนแล้วค่อยๆ ยกตัวลูกขึ้นช้าๆ ระวังแกตื่นเพื่อให้เมียเอาแขนออก

พอไม่มีตัวอุ่นๆ ของม๊าให้ซุก แฝดก็กลิ้งไปซุกกันเองและไม่ตื่นด้วยนะ

มาร์คมองภาพสองพี่น้องนอนกอดกันกลมแล้วอมยิ้ม หอมแก้มนิ่มของลูกชายคนละฟอดเบาๆ ห่มผ้าห่มสีฟ้าให้ทั้งคู่แล้วเดินตามแบมแบมออกจากห้อง

แบมแบมเดินกลับห้องด้วยสภาพงัวเงียสุดแทบชนประตู โซเซไปนั่งที่โซฟาปลายเตียง มาร์คหัวเราะ

“เป็นอะไรน่ะแบม”

“เพลียๆ อ่ะพี่มาร์ค..

“เหนื่อยล่ะสิ” มาร์คเข้าใจเลย งานที่บริษัทก็หนักมากอยู่แล้วแบมแบมยังต้องช่วยยองแจเตรียมงานแต่งอีก

เวลาไปไหนยองแจก็ติดพี่สะใภ้ไปด้วยทุกครั้งจนแจ็คสันยังมาพูดกับเขาเลยว่ายองแจจะแต่งกับใครกันแน่ มันหรือแบมแบม แต่แจ็คสันก็ไม่ว่าอะไรหรอกแค่แซวเล่นเพราะมีแบมแบมคอยช่วยนี่ล่ะงานถึงเตรียมไปได้ 80% แล้ว

 “อือ เหนื่อยมากเลย”

แบมแบมเสียงอ่อย ช่วงนี้ยุ่งจนไม่มีเวลาเล่นกับลูกเลย ดีที่มีพี่มาร์คและมาดามคอยเลี้ยงนะ จะได้กอดฟัดลูกเต็มที่ก็ตอนเล่านิทานก่อนนอนให้ฟังเนี่ยล่ะ

“ไปอาบน้ำเถอะจะได้มานอนพักผ่อน” มาร์คเดินมาจับไหล่บาง แบมแบมสะดุ้ง

“โอ๊ยๆ ตรงนั้นอ่ะพี่มาร์ค บีบให้แบมหน่อย”

“เจ็บแล้วจะให้พี่บีบทำไม?”

“มันเมื่อยน่ะครับ”

“ช่วงนี้ยุ่งจนไม่มีเวลาพักผ่อนเลยนะ งานแต่งก็ใกล้จะเตรียมเรียบร้อยแล้วด้วย พี่ว่าให้คนอื่นจัดการต่อดีไหม เดี๋ยวพี่ไปบอกยองแจให้ แค่งานที่บริษัทก็ยุ่งมากแล้วนะแบม”

ถึงแม่จะหาบริษัทรับจัดงานแต่งที่ดีที่สุดในประเทศเอาไว้ แต่นั่นก็ยังไม่ถูกใจว่าที่เจ้าสาวจอมเลือกมากอย่างยองแจ

มาร์คยังเคยคุยกับแม่เลยว่าจะเสียเงินจ้างคนอื่นทำไม ในเมื่อเจ้าสาวจัดการเองได้หมดเลย

ยองแจเป็นคนทำงานเก่งนะ จัดการเรื่องต่างๆ ได้ดีทีเดียวล่ะ แต่ถ้าทำคนเดียวไหวจะลากเมียเขาไปลำบากด้วยทำไมบ่อยๆ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แบมอยากช่วย อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้วไม่เป็นไรหรอก ส่วนเรื่องงานน่ะแบมไหว มีพี่จินยองช่วยจัดการไม่เป็นไรหรอกครับ”

            หลังจากแบมแบมเข้ารับผิดชอบงานที่บริษัทแทนแม่ เขาก็ต้องหาเลขานุการคนใหม่เพราะเลขาของแม่นั้นแม่เอาไปทำงานด้วย เลขาใครเลขามัน

แม่หันไปทุ่มเทให้งานที่มูลนิธิที่แม่ก่อตั้งร่วมกับมาดาม มูลนิธิช่วยเหลือเด็กๆ และคุณเลขาที่ทำงานกับแม่มานานก็รู้ใจแม่ที่สุด แม่ยกให้แบมแบมไม่ได้จริงๆ แบมแบมไม่รู้จะหาใครก็เลยให้พี่จินยองเลื่อนจากเภสัชกรมาเป็นเลขาแทนซะเลย

            ตอนที่ยองแจรู้นะ ยองแจไปหาแฟ้มประวัติบุคคลที่สมัครตำแหน่งเลขานุการที่ยองแจประกาศรับแต่ไม่เอามาให้แบมแบมเลือกทันที

ยองแจคัดแต่คนคุณสมบัติเยี่ยมเพื่อให้แบมแบมเปลี่ยนเลขาคนใหม่ให้ได้เลย แต่แบมแบมตกลงเลือกพี่จินยองไปแล้ว ยองแจงอนไม่พูดด้วยตั้งสามวันแน่ะ

            “วันนี้ไม่มีอะไรจะคุยกับแบมเหรอครับ?”

ทุกคืนก่อนนอนแบมแบมกับสามีจะคุยกันในเรื่องต่างๆ ที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน หรือไม่ก็เรื่องลูก เรื่องบ้าน เรื่องปัญหาสารพัด บางทีแบมแบมยังปรึกษาเรื่องงานกับพี่มาร์คเลย

“มีเรื่องจะคุยเหมือนกันแต่เอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้ แบมง่วงก็เข้านอนก่อนเถอะ”

“ไม่หรอกครับตื่นเต็มตาแล้วล่ะ เดี๋ยวค่อยอาบน้ำก็ได้ คุยเรื่องอะไรเหรอ?”

“เรื่องโรงเรียนเดนนิสน่ะ” แบมแบมอมยิ้ม

“ครับ?”

“แบมหาได้หรือยัง”

พี่มาร์คน่ะปากก็ว่าไม่ยอมให้ไปนั่นนี่ แต่พอเอาเข้าจริงพี่มาร์คก็สนใจนั่นล่ะนะ คงเป็นห่วง ถ้าไม่ได้จัดการเรื่องเรียนต่อด้วยตัวเองพี่มาร์คคงไม่สบายใจ

“ยังเลยครับ แบมคุยกับโซจองให้ช่วยหาโรงเรียนดีๆ ให้น้องสักสองสามที่แล้วเมลข้อมูลมาให้แบมน่ะครับ แบมคุยเรื่องที่อยู่กับโซจองด้วย จะให้โซจองย้ายจากหอพักของมหาวิทยาลัยมาอยู่ข้างนอก หาอพาร์ทเมนต์ดีๆ กว้างๆ สักที่แถวนั้นให้แก เวลาเดนนิสไปจะได้ไปอยู่ด้วยกันได้”

“โซจองว่ายังไง จะยอมย้ายเหรอ?”

“แกดีใจด้วยซ้ำครับที่ได้ย้ายหอ เพิ่งยอมสารภาพกับแบมว่าเมทเป็นคนแปลกๆ และชอบรบกวนเวลาแกอ่านหนังสือ แกอยากย้ายมาอยู่ข้างนอกแต่เกรงใจเรา”

ทุกวันนี้เวลาแบมแบมไปเจอคุณอายอนที่ไปช่วยงานที่มูลนิธิของแม่ เธอยังขอบคุณเขาและฝากมาถึงพี่มาร์คทุกครั้งเลยที่ให้โอกาสโซจองได้เรียนต่อที่ต่างประเทศ

โซจองน่ะเรียนเก่งแต่ยังไม่สามารถขอทุนได้สักที ค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของโซจองจึงเป็นเงินของเขาและพี่มาร์ค โซจองไม่ค่อยได้ใช้หรอก แต่ละเดือนโอนเงินไปให้ใช้เท่าไรก็เท่านั้น ระหว่างเดือนแกก็ไม่เคยขอเพิ่มเลย

เขายังรู้มาจากคุณอายอนว่าโซจองทำงานพิเศษด้วย เธอเป็นเด็กดีจริงๆ นะ

เคยมีคนถามแบมแบมว่าทำไมต้องจ่ายเงินปีละมากมายส่งเสียลูกคนอื่นเรียนดีๆ ถึงเมืองนอกด้วย

มันก็เพราะถูกชะตากันอยู่แล้วสิ แบมแบมคิดว่าการให้การศึกษาเด็กมันก็คือการมอบอนาคตที่ดีให้กับคนๆ หนึ่ง มันเป็นการให้ที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งเลยนะ

“เดี๋ยวพี่ให้แอชลีย์ช่วยหาที่อยู่ใหม่ให้โซจอง ให้ลูกไปอยู่กับโซจองก็ดี โซจองจะได้ช่วยสอนเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้ด้วย”

“ดีเลยครับ ต้องรีบหาโรงเรียนจะได้ทำเรื่องย้ายไปเรียนต่อได้เร็วๆ ”

“อื้อ แต่พี่คงให้เดนนิสไปคนเดียวนะ พี่ยังไม่อยากให้ยุนอาไป”

“ครับ เอาไว้ยุนอาจบมอต้นค่อยถามแกอีกทีก็ได้ว่าแกอยากไปไหม แต่ยุนอาเป็นเด็กติดบ้าน แบมว่าแกคงไม่อยากไปเรียนเมืองนอกแน่ๆ”

หม่าม๊าเข้าใจลูกสาวดีว่าแกติดบ้าน ติดน้องด้วย ฝาแฝดก็ติดพี่ยุนอาเหมือนกัน ถ้าพี่ไปเรียนต่อที่อื่นทีเดียวสองคนบรู๊คลินและแมทธิวคงเหงามากแน่ ก็โตมาด้วยกันนี่นา

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีเลยน่ะสิ! เดนนิสน่ะต่างจากยุนอามากนะ ทั้งดื้อและรั้น”

“แบมว่าเขาเหมือนพี่มาร์คนะครับ แกไม่ได้ดื้อแต่แกรักความก้าวหน้า แกมองอนาคตของตัวเองได้แล้วว่าอยากจะทำอะไร อยากเรียนอะไร มันก็ดีไม่ใช่เหรอ เราจะได้ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญแกมากไง”

“แบมก็มองอะไรเป็นแง่ดีไปซะหมด”

“แล้วจะมองในแง่ร้ายไปทำไมล่ะครับ ยิ่งกับลูกแล้วเราควรคิดแต่ในสิ่งที่ดี แกรักดีก็ดีแล้วนี่ ดีกว่าสร้างปัญหา หาเรื่องปวดหัวให้ ลูกเราน่ะน่ารักที่สุดแล้วนะ”

            “ครับๆ”เวลาคุยกันด้วยเหตุผล มาร์คไม่เคยชนะเมียได้หรอก

“เอ..แต่แบมว่าที่พี่มาร์คพูดโน่นพูดนี่เพราะกลัวเหงาแน่ๆ เลย”

“อะไรเล่า! เปล่าสักหน่อย”

“คิก แทงใจดำก็บอกมาเถอะน่า”

“ทำเป็นรู้ดีนะเรา”

“ก็รู้ดีน่ะสิครับ ไม่ล้อก็ได้ พอแล้วล่ะครับเดี๋ยวแบมไปอาบน้ำก่อน เริ่มง่วงอีกแล้ว”

แบมแบมบอกให้สามีหยุดมือที่กำลังนวดบ่าให้ตน ขอบคุณแล้วลุกไปอาบน้ำ

มาร์คลุกไปหยิบโทรศัพท์ติดต่อหาน้องสาวเพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องอพาร์ทเมนต์ใหม่ของโซจอง ตอนเดนนิสไปอเมริกาคงต้องไปด้วยล่ะนะ ไปดูสักครั้งว่าลูกอยู่ยังไง

 

 

 

 

 

“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าคุณหนูยองแจที่ชอบความอลังการเลิศเลอไปทุกอย่างจะจัดงานแต่งเรียบๆ ริมทะเลอย่างนี้”

เพื่อนสมัยมอปลายของยองแจคนหนึ่งเอ่ยกับเจ้าสาว ยังประหลาดใจไม่หาย เพื่อนๆ ทุกคนที่ได้รับเชิญมาเห็นด้วย ยองแจอมยิ้ม

“ทำไมล่ะ งานแต่งงานที่มีแต่คนสนิทมันทำให้บรรยากาศงานอบอุ่นและเป็นกันเองมากกว่างานหรูๆ ใหญ่โตนะ”

“นายเปลี่ยนไปจริงๆ นะยองแจ พวกเราไม่คิดเลยว่านายจะชวนพวกเรามา"

ชายหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ เขาเคยชอบยองแจด้วยนะ แต่ตอนนั้นยองแจเป็นคุณหนูที่ถือตัวมากจนไม่กล้าสนิทด้วย

“ไม่เชิญได้ยังไงเราเพื่อนกัน ขอบใจที่มานะ”

ยองแจเชิญเพื่อนๆ ทั้งสมัยมอปลายและสมัยมหาวิทยาลัยเลยล่ะ แต่ส่วนมากไม่ว่างมากัน

ยองแจเข้าใจ เรื่องติดงานร้อยละ 50คือข้ออ้าง ความจริงคงกลัวยองแจกับวีรกรรมในอดีตจนไม่กล้ามามากกว่า

“ขอถามหน่อยสิ นายไม่ได้เชิญโชรงมาเหรอ?” เพื่อนในกลุ่มโชรงอยากรู้ เพื่อนคนอื่นมองหน้ากัน ไม่คิดว่าเธอจะกล้าถามยองแจ เดี๋ยวเจ้าสาวได้อาละวาดหรอก

“อ๋อ..เราส่งบัตรเชิญไปให้นะแต่โชรงอาจไม่มา ช่างเขาเถอะ ถ้าเขาอยากจะมาเดี๋ยวก็คงมาเอง”

ยองแจยิ้มสดใส ไม่ได้ไม่พอใจอะไรที่เพื่อนถามถึงโชรง ทุกคนอึ้ง

“ยองแจ! ไปกับแบมหน่อยมีแขกต้องไปทักทาย” แบมแบมเดินมาตามเจ้าสาวที่มัวแต่คุยกับเพื่อน ร่างบางทักทายเพื่อนๆ ของยองแจ

“เราไปทางโน้นก่อนนะ ตามสบายนะทุกคนเดี๋ยวมาคุยด้วยใหม่” ยองแจบอกเพื่อนๆ แล้วเดินตามพี่สะใภ้ไป เพื่อนยิ่งแปลกใจหนักขึ้นอีก

“ยองแจเปลี่ยนไปจริงๆ ถ้าทำตัวน่ารักกับพวกเราอย่างนี้ตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกันก็คงดีเนอะ”

“อื้ม คิดถูกแล้วล่ะที่มา แต่ฉันว่าที่โชรงไม่มาต้องเป็นเพราะทำใจไม่ได้แน่ๆ ก็เจ้าบ่าวเป็นคนที่เคยแอบชอบนี่นะ”

 

 

เจ้าสาวเดินตามเพื่อนเจ้าสาวไปครู่หนึ่งก็อดใจถามไม่ได้

“ใครเหรอแบมแบม แม่ก็รับแขกอยู่แล้วนี่ ทำไมยองแจต้องไปทักทายด้วยล่ะ”

“คนที่ยองแจอยากให้มาไง”

“หือ?  อย่าบอกนะว่า..

“พี่แจบอม!” แบมแบมร้องเรียกโบกมือให้แจบอมที่วันนี้แต่งตัวหล่อมาก เจ้าสาววิ่งไปหาร่างสูงทันที

“ขอบคุณนะครับที่มา ดีใจจังที่พี่มาได้”

“จะไม่มาได้ยังไงล่ะครับ ยินดีด้วยนะ” แจบอมยิ้มให้ ยินดีด้วยจากใจ

“ครับ ว่าไงพริมโรส ดีใจที่ได้เจอกันนะครับ”

“ยินดีด้วยค่าพี่ยองแจ” สาวน้อยพริมโรสยิ้มหวานแล้วยื่นมงกุฎดอกไม้ให้

“ว้าว นี่ของขวัญให้พี่เหรอ?” ยองแจรับมาแล้วบีบแก้มนุ่มเบาๆ

“คล้องแขนไว้ได้ไหมอ่ะ”

“ต้องสวมไว้สิคะ บนหัวน่ะ” พริมโรสทำท่าสวมมงกุฏอากาศให้ดู

“แบบนี้เหรอ มันเข้ากับพี่ไหมอ่า” ยองแจสวมมงกุฎดอกไม้ลงบนหัวตัวเอง พริมโรสพยักหน้า

“น่ารักมากเลยค่ะ!

“โอเค ถ้าอย่างนั้นพี่จะใส่ไว้ตลอดเลยนะ”

“ดีค่ะ!” ยองแจกำมือชนมือพริมโรสก่อนมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเด็กหญิง

“ยินดีด้วยนะครับ”

“ขอบคุณ” จินยองมองหน้าแบมแบม ร่างบางยิ้มให้กำลังใจ จินยองเข้าใจดี ยังไงยองแจก็คงยังยิ้มอย่างสนิทใจให้เขาไม่ได้สินะ..

“พริมโรสไปหาน้องบรู๊คลินและน้องแมทธิวกับพี่แบมแบมไหมจ๊ะ”

“ไปค่ะ! หนูอยากเจอ”

“ป้ะ!” แบมแบมจับมือพริมโรสไปเล่นกับลูกๆ ของเขา ปล่อยให้ยองแจคุยกับพี่แจบอมและพี่จินยองตามลำพัง

“ยองแจ..ยังไม่ชอบจินยองอยู่อีกเหรอ” แจบอมไม่อยากให้เป็นอย่างนี้เลย

“ครับ” ยองแจพยักหน้า จินยองถอนหายใจ ก้มหน้าลง

“ทำไมล่ะ ยังไม่หายโกรธอีกเหรอ หลายปีแล้วนะ” แจบอมอยากให้ยองแจอภัยให้จินยองได้แล้วนะ อย่างไรก็คนรู้จักกัน

“เรื่องพี่มาร์คน่ะยองแจไม่อะไรแล้วล่ะครับ ในเมื่อเมียพี่มาร์คยังไม่สนใจ ยองแจก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปเดือดร้อนแทนแล้ว”

“อ่าว? แล้วทำไม?” แจบอมและจินยองมองหน้ากัน งุนงง

“อ่อมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะพูดยากสักหน่อยน่ะ”

ยองแจกอดอก ลำบากใจที่จะพูดจังแฮะ ในงานแต่งตัวเองเนี่ยนะ

เจ้าสาวมองไปรอบๆ พอเห็นว่าเจ้าบ่าวไม่ได้อยู่แถวนี้ก็ตัดสินใจพูด

“ยองแจปลื้มพี่แจบอมตั้งแต่เรียนปีหนึ่งยันเรียนจบเลยอ่ะ รู้ใช่ไหมครับ?”

“อ่ะ..อืม รู้ครับ” แจบอมพอจะรู้ว่ายองแจปลื้มตัวเองมาก

“นั่นล่ะเหตุผล ยองแจเลยหมั่นไส้จินยองที่ได้คนดีๆ อย่างพี่ไปน่ะ งี่เง่าเนอะ แต่ไม่ชอบจริงๆ นะให้ตายเถอะ เฮ้อ..ตามสบายนะครับ ยองแจไปหาเพื่อนก่อนนะ”

ยองแจพูดจบก็เดินไปอีกทาง จินยองยืนนิ่งหันมองสามี แจบอมอมยิ้ม

“อย่าคิดมากนะ ยังไงก็..ไม่ใช่เหตุผลร้ายแรงอะไร แบมแบมเคยบอกผมว่าอย่าไปเอาแน่นอนอะไรกับอารมณ์ยองแจมากเลยน่ะ”

“ครับ เข้าใจ ได้รู้อย่างนี้ก็โล่งใจแล้วล่ะ”

โล่งใจจริงๆ ถึงจะโดนเกลียดขี้หน้าแต่เพราะมันเป็นเหตุผลแบบนี้ก็ไม่รู้จะถือสายองแจไปทำไมนะ ยังไงก็ต้องขอบคุณที่ยองแจไม่คิดอะไรเรื่องเขากับมาร์คแล้ว

 

 

 

สถานที่จัดงานแต่งงานของคุณหนูต้วนคือบ้านพักตากอากาศส่วนตัวหลังใหญ่ที่มีสนามหญ้าไว้ปาร์ตี้ มีชายหาดให้ทำพิธีน่ารักๆ ได้ และน้ำทะเลสีมรกตก็สวยมาก ทุกสิ่งเป็นไปอย่างที่ยองแจคิดไว้

บรรยากาศดีมาก การตกแต่งเน้นแบบสบายๆ ด้วยสีขาวและสีฟ้าให้เข้ากับธีมทะเล ทุกอย่างสวยงาม เรียบง่าย แต่น่าประทับใจ

ชุดของแขกในงานยองแจกำหนดไว้ว่าต้องอยู่ในโทนสีฟ้า ขาว หรือน้ำเงินเท่านั้น ห้ามใส่สีอื่นนอกจากสามสีนี้มางานเด็ดขาด และตรงทางเข้างานจะมีชั้นวางรองเท้าทำจากไม้เอาไว้เก็บรองเท้าของแขกที่มาร่วมงานด้วย ภายในงานทุกคนต้องเดินเท้าเปล่าย่ำทรายนุ่มๆ กันเท่านั้น

Wedding backdrop ตกแต่งด้วยดอกกล้วยไม้และผ้าสีขาว ยองแจต้องการใช้ดอกไม้สดอื่นๆ ตกแต่งในงานด้วยแต่พอคำนึงถึงสภาพอากาศแล้วก็ต้องตัดใจ เน้นเป็นพวกใบไม้แทนดอกไม้ มันก็สวยดี

บริเวณสำหรับให้แขกนั่งพักก่อนและหลังพิธีการทำเป็นซุ้มวางม้านั่งยาวกับเบาะและหมอนอิงสีขาว วางโคมไฟดีไซน์สวยวางบนทรายสีขาวเป็นระยะเพิ่มความสวยงาม ส่วนเค้กแต่งงานใช้เป็นคัพเค้กน่ารักตั้งอยู่ในซุ้มที่ประดับประดาด้วยไฟดวงเล็กๆ น่ารักแทน

ของชำร่วยเป็นสร้อยคอทำจากเงินแท้ จี้เป็นรูปหอย ปลาดาว และหินสีฟ้ารูปหยดน้ำที่ถูกออกแบบอย่างสวยงามในคอนเซ็ปต์ Beach Wedding Jewelryมาดามเก็บกดที่งานแต่งเชิญแขกได้ไม่เยอะเลยแจกของชำร่วยสวยๆ มีราคาแทน

“ยองแจมาอยู่ที่เอง พี่ตามหาซะทั่ว” แจ็คสันเดินมาหาว่าที่เจ้าสาวที่มาหลบนั่งกินขนมอยู่กับหลานๆ

“ทำไมเหรอครับ?”

“ไปซ้อมกัน”

“อ่า ยองแจจำได้หมดแล้วอ่ะ ยองแจขอกินก่อนได้ไหม” ยองแจแต่งตัวทั้งบ่ายเลย ยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ หิวมากๆ เลยด้วย

“เดี๋ยวค่อยกินต่อตอนปาร์ตี้ก็ได้”

งานเริ่มตอนห้าโมงเย็น ยังมีเวลาซ้อมการแสดงนะ แจ็คสันไม่เชื่อหรอกว่ายองแจจำเนื้อเพลงได้หมดแล้ว เด็กคนนี้ชอบอู้ทั้งที่คนต้นคิดว่าจะให้เราสองคนร้องเพลงเซอร์ไพรซ์แขกคือยองแจเอง

            “ก็ได้ๆ เด็กๆ อาไปทำธุระแป๊บนะเดี๋ยวมา เดนนิสยุนอาดูน้องแฝดด้วยนะลูก”

ยองแจสั่งหลานแล้วรีบลุกตามว่าที่เจ้าบ่าวไปซ้อมร้องเพลง

“เด็กๆ อายองแจไปไหนล่ะลูก”

หลังจากยองแจหายไปกับแจ็คสันไม่นาน มาดาม ฮีเอ และแทจีเดินมาหาหลานๆ

“ไปกับลุงแจ็คน่ะครับ ไปทำอะไรก็ไม่รู้” เดนนิสตอบพลางตักขนมป้อนน้องชาย คุณตาอุ้มแฝดคนหนึ่งขึ้นมากอด

“คงไปหาเพื่อนเขามั้งคะ” ฮีเอนั่งลงเก้าอี้ข้างยุนอา อุ้มแฝดอีกคนมานั่งตัก ป๊าม๊าหายไปไหนไม่รู้ ปล่อยลูกนั่งเล่นกันตามลำพัง

“เดี๋ยวหนูไปเอาเครื่องดื่มมาให้นะคะ” เด็กสาวลุกจากเก้าอี้เพื่อไปหาเครื่องดื่มมาให้คุณย่า คุณตาและคุณยาย

“ขอบใจจ้ะยุนอา”

“นิชคุณมาแล้วเหรอ” มาดามทักทายพี่ชายของสะใภ้เมื่อเห็นเขาและภรรยาเดินมาทางนี้

นิชคุณและยูคยอมทำความเคารพทักทายผู้ใหญ่ทั้งสามก่อนลุงหมอจะย่อกายนั่งลงตรงหน้าฮีเอ

“ไงไม่เจอกันนานเลย ไม่ทักทายลุงเลยนะ ลืมหน้ากันแล้วใช่ไหมเนี่ย”

นิชคุณเย้าหลาน เขางานยุ่งจนไม่ได้เจอพวกแกมาเป็นเดือนแล้ว

เด็กชายยิ้มกว้าง พยักหน้าว่าจำได้ โผกอดคอคุณลุง นิชคุณหอมแก้มเด็กน้อยฟอดใหญ่ด้วยความคิดถึง กอดหลานชายบนตักคุณยายพลางมองไปที่อีกคนที่อยู่ในอ้อมแขนคุณตา

“อ่า..คนไหนบรู๊คลินคนไหนแมทธิวครับ?”

“เอ่อ..” มาดามและสองสามีภรรยาคิมมองหน้ากัน ไม่รู้จะตอบยังไงเพราะแยกไม่ออก

วันนี้บรู๊คลินและแมทธิวแต่งตัวเหมือนกันเลย ไม่แค่การแต่งตัว ทั้งน้ำเสียง ส่วนสูง และขนาดตัวก็เท่ากัน

“บรู๊คลิน” นิชคุณลองเรียกดูแต่หลานชายก็ไม่ขาน

“แมทธิว” คราวนี้ก็ไม่มีเสียงตอบรับอีก ทั้งสองนิ่งอย่างเดียวเลย

“พี่คุณมาแล้วเหรอครับ พี่ยูคยอมสวัสดีครับ” หม่าม๊าเดินเร็วๆ มาหาพี่ชาย ทักทายพี่สะใภ้ ยูคยอมยิ้มกว้าง

“ฮันบินอยู่ไหนเหรอแบมแบม”

“อยู่กับเพื่อนพี่มาร์คตรงมุมเครื่องดื่มน่ะครับ”

“แบมมาก็ดีแล้ว ใครบรู๊คลินใครแมทธิวเหรอ บอกหน่อยสิ”

ยูคยอมขอความช่วยเหลือ แบมแบมมองลูกชายสองคนไปมาแป๊บหนึ่งก็ชี้ไปที่คนในอ้อมกอดบิดา

“คนนั้นบรู๊คลินครับ”

“สุดยอดเลย” ยูคยอมประทับใจมากเมื่อหม่าม๊าแยกฝาแฝดได้อย่างรวดเร็ว

“เก่งจริงๆ ด้วย แต่เด็กๆ นี่แสบนะ ตอนพี่เรียกชื่อไม่มีใครตอบพี่เลย” ลุงคุณตัดพ้อ แบมแบมหัวเราะ

“อ่อ พี่มาร์คบอกลูกไว้น่ะครับว่าถ้าเจอลุงคุณแล้วโดนถามชื่อห้ามบอกเด็ดขาด อยากจะแกล้งพี่เล่นน่ะ”

ทุกคนขำกับความจริงที่แบมแบมเผยออกมา สงสัยกันอยู่ว่าทำไมฝาแฝดนิ่งไม่ยอมพูดกับลุงคุณเลย ทั้งที่ปกติเจอกันปุ๊บจะพูดไม่หยุด

“หนอย แสบนักนะมาร์คต้วน” นิชคุณจดบัญชีจำไว้ตอบแทนทีหลัง

“พี่ยูคอยากไปหาฮันบินไหมครับ แบมพาไป”

“ไปครับ”

“แบมกินอะไรหรือยังลูก ตั้งแต่เช้าพ่อเห็นหนูวิ่งวุ่นตลอดเลย” แทจีเป็นห่วง แบมแบมอมยิ้ม

“กินขนมไปนิดหน่อยแล้วครับ”

“แล้วมาร์คล่ะจ๊ะ” ลี่จูไม่เห็นหน้าลูกคนโตเลยทั้งที่งานก็ไม่ได้กว้างมาก

“พี่มาร์คไปคุยลำดับงานกับพิธีกรอยู่น่ะครับ..ไปครับพี่ยูค”

“ม๊า แมทไปด้วย” เด็กน้อยที่กอดคอลุงอยู่ดิ้นออกจากอกกว้างมากอดขาหม่าม๊าที่กำลังจะเดินไป

“ไม่อยู่คุยกับลุงก่อนเหรอครับ อยู่เล่นกับลุงก่อนสิเดี๋ยวม๊ามา”

“ไม่เอา”

“โอเค ไปก็ไป” แบมแบมจับมือน้อยจะพาเดินไปแต่แมทธิวสะบัดตัว ไม่เอา

“จะให้หม่าม๊าอุ้มเหรอ?”

“อื้อ”ตาหนูคนเล็กของบ้านพยักหน้าหงึกน่ารักจนม๊าใจอ่อน

“ถ้าจะไปกับหม่าม๊าอย่าซนนะ”

“ฮะ” แบมแบมอุ้มแมทธิวเดินนำยูคยอมไปหาฮันบิน นิชคุณมองตาม

“แมทธิวนี่ติดแม่จริงๆ เลยนะครับ”

“ดีนะที่ติดคนเดียว ถ้าบรู๊คลินขี้อ้อนอีกคนหม่าม๊าคงไม่เป็นอันทำอะไรแน่ๆ”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของแทจี

 

 

 

 

            “ยองแจ..พร้อมนะ”

“ยองแจตื่นเต้นอ่ะพี่มาร์ค” คุณหนูต้วนหันมองพี่ชาย มาร์คจับมือของคนที่กำลังคล้องแขนเขาไว้ ยิ้มให้เจ้าสาวสบายใจ

“ไม่เป็นไรไม่ต้องตื่นเต้นนะ พี่ก็อยู่ด้วย”

“อืม..” คำว่าพี่ก็อยู่ด้วยทำให้ยองแจน้ำตาซึม

วันนี้มาร์คทำหน้าที่แทนคุณพ่อของยองแจ เขาพาน้องเดินไปส่งให้แจ็คสันที่ยืนรออยู่ 

“ฝากยองแจด้วยนะเพื่อน”

“ได้สิ..ถึงจะดูแลยองแจได้ดีเท่าที่แกทำไม่ได้ แต่ฉันจะทำให้ดีที่สุดแน่นอน” แจ็คสันให้สัญญากับเพื่อนและเจ้าสาวของตัวเองที่ยืนฟังอยู่ด้วย

มาร์คขยับจะถอยไปยืนใกล้ๆ แต่เจ้าสาวกลับรั้งแขนเขาไว้แล้วสวมกอดพี่ชายแน่นๆ อีกครั้ง

ลี่จูปลื้มใจกับภาพที่ลูกทั้งสองกำลังกอดกัน เธอรู้ว่ามาร์คเองก็ใจหายที่ยองแจกำลังจะแต่งงานออกไป แต่เธอเชื่อว่าเขาเองก็คงดีใจเหมือนเธอ

ถ้าพ่อของยองแจยังอยู่คงจะดีนะ..ยองแจแต่งงานแล้วนะคะจูวาน..

“อย่าร้องไห้งอแงนะยองแจ โตจนแต่งงานได้แล้วนะ”

“อุตส่าห์มีอารมณ์ซึ้ง พี่นี่ชอบขัดอารมณ์ฉันอยู่เรื่อย”

สองพี่น้องซึ้งกันได้แป๊บเดียวก็เถียงกันอีกแล้ว มาร์คตบบ่าน้องเบาๆ แล้วถอยออกมาจะได้เริ่มพิธีกันสักที

“น่าปลื้มใจนะคะมาดาม” ฮีเอพูดพลางยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ลี่จู เธอรับมาซับน้ำตา ตื้นตันใจขณะมองลูกชายคนเล็กทำพิธีแลกแหวนโดยมีคนสนิทเป็นสักขีพยาน

“ผมว่างานมันเล็กและเรียบง่ายไปนะ คุณว่าไหมลี่จู” คุณปู่หวังหันมาคุยกับมาดาม หญิงสาวพยักหน้า

“ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ”

“อาหนูยองแจนี่ดื้อจริงๆ ผมอยากจัดงานให้ใหญ่โตลงข่าวใหญ่ๆ มากกว่า”

“ทำใจเถอะค่ะ หลานสะใภ้ท่านคนนี้ดื้อมากจริงๆ” คุณแม่ยืนยันเอง

ปู่ถอนหายใจ แต่เพราะหลานสะใภ้หน้าตาน่ารักหรอกนะ คุณปู่เลยไม่อยากจะพูดอะไรมาก

หลังจากทำพิธีริมหาดเรียบร้อยความมืดก็เข้าปกคลุมพอดี ได้เวลาย้ายสถานที่ไปบนสนามหญ้าเตรียมปาร์ตี้ แขกเริ่มมากันแล้ว ซึ่งงานก็ตกแต่งเรียบง่ายแต่สวยงามเหมือนงานในฝันที่ยองแจอยากได้  ถึงงานมันจะเล็กไปสักหน่อย เชิญแขกมาได้แค่ร้อยกว่าคน แต่เมื่อยองแจต้องการอย่างนี้ก็ต้องตามนี้ล่ะนะ

จุดลงทะเบียนอยู่ทางเข้าด้านหลังของบ้านพักตากอากาศสุดหรูของตระกูลหวัง ถัดมาเป็นต้นไม้ใหญ่ผูกชิงช้าที่ใช้จัดเป็นมุมให้ทุกคนมานั่งถ่ายรูปกัน ติดรูปพรีเวดดิ้งเป็นแกลอรี่เล็กๆ ให้แขกได้มาดูด้วย

แต่ที่น่าประทับใจกว่ารูปพรีเวดดิ้ง คือ เวดดิ้งพรีเซ็นเทชั่นของบ่าวสาวที่พี่ชายเจ้าสาวทำให้

เนื้อหาในวิดีโอเริ่มตั้งแต่เจ้าสาวยังเด็กที่มีพี่ชายแค่คนเดียว แต่ต่อมาพี่ชายก็พาพี่อีกคนมาให้ยองแจได้รู้จัก พี่ชายที่คอยดูแลและรักยองแจไม่ต่างจากพี่ชายตัวจริง

ต่อมาพี่ชายคนใหม่ก็ได้กลายมาเป็นเจ้าบ่าวของเจ้าสาว และนับจากนี้ไปก็จะกลายเป็นคนดูแลเจ้าสาวแทนพี่ชายด้วย

“พี่มาร์ค..ซึ้งมากเลยอ่ะ ขอบคุณมากนะ”

เจ้าสาวโผเข้ากอดพี่ชาย น้ำตาซึมด้วยความตื้นตันใจ ประหลาดใจมากเลยที่พี่มาร์คเลือกทำวิดีโอแบบนี้

เรื่องวิดีโอนี้น่ะพี่บอกแค่ว่าจะช่วยจัดการให้เพื่อลดงานยองแจ ยองแจจะได้เอาเวลาไปเตรียมตัวเข้าคอร์สเจ้าสาวให้เป็นเจ้าสาวที่โดดเด่นที่สุด ยองแจก็เพิ่งได้ดูพร้อมทุกคนในงานนี่ล่ะ

รูปสุดท้ายปิดวิดีโอที่เป็นรูปพรีเวดดิ้งของยองแจและพี่แจ็คสันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ยองแจร้องไห้หรอกนะ แต่รูปคู่ของพี่ชายกับยองแจตอนที่กำลังจะเปลี่ยนเข้าสู่เนื้อหาที่มีพี่แจ็คสันมาดูแลยองแจแทนพี่ชายแล้วนั่นต่างหากที่ทำให้ยองแจร้องไห้

มัน..รู้สึกใจหายนะ เราเคยอยู่ด้วยกันเสมอ แม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่แรก แต่นับจากที่พี่และยองแจได้รู้จักกัน พี่มาร์คก็อยู่ข้างๆ ยองแจมาตลอด แม้พี่จะขี้หวงไปบ้างแต่นั่นก็เพราะพี่รักยองแจ

ตอนที่พี่ชายแต่งงานยองแจยังไม่รู้สึกโหวงในอกเท่าตอนนี้เลย พี่ชายมีครอบครัวแต่ยองแจก็ยังอยู่กับพี่และครอบครัวของพี่ได้ แต่จากวันนี้ไปยองแจจะมีครอบครัวของตัวเอง เราจะห่างกันเป็นครั้งแรกเลย..

“ไม่เป็นไรหรอก แกชอบก็ดีแล้ว” มาร์คลูบหลังน้องไปมา

ทุกคนซาบซึ้งใจไปกับเจ้าสาวด้วยเลยที่มีพี่ชายน่ารักแบบนี้

แบมแบมรู้สึกดีและประทับใจทุกครั้งที่ได้เห็นความรักของครอบครัว ไม่ว่าจะของใครก็ตาม พี่มาร์คน่ะรักยองแจมากจริงๆ นะ ยองแจเองก็เช่นกัน

“เอ้าไปเปิดฟลอร์กันสิเด็กๆ ได้เวลาเต้นรำแล้วนะ”

มาดามเดินมาตามยองแจเมื่อเพลงคลาสสิกหวานๆ สำหรับเต้นรำในจังหวะช้าๆ เริ่มบรรเลง ยองแจชี้หน้าตัวเอง

“ยองแจเหรอ? เต้นกับพี่แจ็คสันเหรอ?”

“กับมาร์คต่างหาก เจ้าสาวต้องเต้นกับพ่อ แต่พี่ชายก็แทนพ่อได้ไง เร็วลุกเลยทั้งสองคน คนอื่นจะได้ออกไปเต้นบ้าง”

“โหย เพลงแบบนี้ยองแจเต้นไม่ออกหรอก”

“ที่แม่เคยส่งไปเรียนน่ะลืมหมดแล้วหรือไง ลีลาจริงเชียว”

มาดามดึงสองพี่น้องให้ออกไปเต้นรำตรงบริเวณที่จัดไว้

สองพี่น้องมองหน้ากัน ก่อนยองแจจะยกมือจับบ่าพี่ชายไว้ อีกมือก็ประสานมือ มาร์ควางมือลงบนเอวน้อง

“หาเอวแทบไม่เจอแล้วแก”

“พูดมากน่า! พี่อย่าเหยียบเท้าฉันเด็ดขาดเลยนะ”

“โอ๊ย คำนั้นฉันควรเป็นคนพูดไหมล่ะ”

เจ้าสาวและพี่ชายเต้นรำได้อย่างสวยงามสมกับที่มาดามส่งไปเรียนเผื่อออกงานสังคม เป็นคู่เต้นรำที่ลงตัวจนบรรดาแขกทั้งหลายต่างจับจ้องตาไม่กะพริบ

แต่ความสวยงามราวกับเจ้าชายและเจ้าหญิงในเทพนิยายเต้นรำกันก็จบลงอย่างรวดเร็วเมื่อ..

“โอ๊ยเจ็บ แกเหยียบเท้าฉันนะยองแจ”

“พี่หมุนฉันขนาดนี้ตั้งใจจะเหวี่ยงฉันลงทะเลไปเลยใช่ไหม?”

“อ้วนอย่างนี้เหวี่ยงไปก็ปลิวไปไม่ไกลกว่าหนึ่งเมตรหรอก”

“ย่า! มาร์คต้วน!! พี่ว่าใครอ้วนห๊ะ”

“นี่ไม่รู้ตัวหรอกเหรอ ท่ายกตัวนี่แขนล้าเลยล่ะ”

“ไอ้พี่บ้า! ฉันตัวพอๆ กับเมียพี่เลยนะ มาว่าฉันอ้วนได้ไง ใจร้าย”

“ช่างกล้าเปรียบเทียบ แบมแบมตัวเล็กกว่าตั้งเยอะ”

ไม่แค่แขกเหรื่อที่หัวเราะ แม่และครอบครัวเจ้าบ่าวยังหัวเราะเลย เจ้าสาวและพี่ชายเถียงกันไม่ลดละอย่างกับเด็กๆ

“สองคนนี้นี่ซึ้งกันได้กี่นาทีเอง จะฆ่ากันอีกแล้ว” แจ็คสันเอ่ยยิ้มๆ

“นั่นสิครับ แต่นี่ล่ะครับพี่น้องต้วนตัวจริงเสียงจริง”

“เราก็ออกไปเต้นกันหน่อยดีกว่า จะได้ไปเปลี่ยนคู่ให้สองคนนั้นด้วย”

แจ็คสันยืนขึ้นแล้วขอแบมแบมเต้นรำ ร่างบางตอบรับด้วยความยินดี

“อ่า อยากเต้นบ้าง ฮันบินไปเต้นเป็นเพื่อนพี่หน่อย” จินฮวานลากฮันบินให้ลุกไปเต้นด้วยกัน จีวอนยอมไม่ได้ ดึงยุนฮยองตามไปเพื่อแทรกเปลี่ยนคู่กับสองคนนั้น

 

 

            “พี่จีวอนขึ้นเวทีไปแร๊พให้ฟังหน่อยสิ เอามันๆ เลยนะ พี่แจ็คสันบอกว่าสมัยเรียนพี่เคยมีวงและร้องเพลงกันด้วย”

เจ้าสาวในชุดปาร์ตี้สีขาวน่ารักขอร้องเพื่อนของสามีที่ได้มาหมาดๆ จีวอนสะดุ้ง

กลุ่มของบ่าวสาวนั่งทานอาหารกันอยู่หน้าเวที เพลงหวานๆ จากวงที่แม่จ้างมาเพื่อเต้นรำแบบสวยๆ ยองแจว่ามันก็โรแมนติกเข้ากับบรรยากาศทะเลนะ แต่ยองแจไม่ชอบเต้นรำแบบนั้น

เต้นกับสามีมันก็หวานแหววดี แต่เต้นกับพี่ชายนี่หงุดหงิดสุดๆ บอกเลย นี่ยองแจอยากได้เพลงเร็วๆ ให้ได้ขยับตัวบ้าง อย่างไรแขกในงานก็ไม่ใช่คนสูงอายุไปซะทั้งหมดนะ มีวัยหนุ่มสาวครึ่งต่อครึ่งเลยด้วย

“อะไร๊ พี่แร๊พเริ้บเป็นที่ไหนเล่า อ่า..ไอ้มาร์คสิ ไอ้มาร์คเลย มันร้องเพลงเป็นนี่ ให้มันขึ้นไปร้องเพลงให้ฟังสิจ๊ะ?” จีวอนโบ้ยไปให้เพื่อน มาร์คส่ายหน้าพัลวัน

“จะบ้าเหรอ มึงจะให้กูขึ้นไปขายหน้าต่อหน้าลูกรึไง”

“จะยากอะไรล่ะครับน้องยองแจ ให้สามีขึ้นไปร้องสักเพลงสิ เดี๋ยวพี่หาคนเล่นกีตาร์ให้ดงฮยอกขึ้นไปเป็นเพื่อนไอ้แจ็คสันหน่อย” ชานอูสะกิดคนที่ก้มหน้าก้มตากิน

“ห๊ะ? เอ่อ ได้ๆ ไปสิ”

“ไอ้นี่ก็ง่ายเหลือเกิน” มาร์คพึมพำเมื่อดงฮยอกใช้ง่าย ไม่กลัวขายหน้าเรอะ

“ไม่เอา เดี๋ยวยองแจจะขึ้นไปกับพี่แจ็คสันทีหลัง แต่ตอนนี้ยองแจอยากเต้นแบบสนุกๆ อ่ะ ดูนักดนตรีที่แม่จ้างมาสิ เล่นแต่เพลงคลาสสิกจนยองแจจะหลับอยู่แล้ว”

“เราร้องให้ก็ได้” ฮันบินอาสาเมื่อเจ้าสาวอยากเต้น เดี๋ยวจะจัดให้สักเพลง

“น่ารักที่สุดเลย ขอบใจน้า” ยองแจยิ้มแก้มปริมีความสุข

“น้องฮันบินจะร้องเพลงเหรอ เดี๋ยวพี่ขึ้นไปเป็นเพื่อนนะ”

“ร้องเพลงเป็นเหรอครับ?”

“หูย ดูถูกกันขนาดนี้เลย ไปๆ ไปร้องคู่กันสักเพลงเถอะ” จินฮวานลุกขึ้นยืนก่อนแล้วดึงแขนฮันบินไปร้องเพลงให้เจ้าสาว

เพลงสนุกๆ เปลี่ยนบรรยากาศหวานๆ ให้สดใสขึ้นมากเลย

“พี่แจ็คสันไปเต้นกัน” 

ยองแจลุกขึ้นแล้วดึงสามีออกไปเต้น เมื่อแนวดนตรีเปลี่ยนไปเป็นเพลงป๊อบจังหวะสนุกๆ คนมีอายุหน่อยก็กลับไปนั่งพักแล้วให้หนุ่มสาวเข้ามาเต้นแทน

“แบมแบมไปกันบ้างไหม?” มาร์คหันมาถามภรรยาเมื่อเพื่อนๆ ทั้งกลุ่มลุกไปเต้นกันหมดแล้ว

“ไม่ล่ะครับ แบมไม่ถนัดเลย อีกอย่างตอนนี้แบมเหนื่อยน่ะครับ”

แบมแบมจิ้มของกินเข้าปาก ท่าทางเนือยๆ มาร์คมุ่นคิ้ว ถามด้วยความเป็นห่วง

“หือ? เหนื่อยอีกแล้วเหรอ ไปนอนพักในบ้านก่อนไหม เดี๋ยวพี่ไปตามพี่คุณมาดูสักหน่อยแล้วกัน”

“ไม่ต้องหรอกครับ คงเพราะนอนน้อยแล้วต้องช่วยทำโน่นนี่ทั้งวัน แบมไม่เป็นไร แบมอยากอยู่ให้จบงานมากกว่าน่ะครับ”

“แน่ใจนะว่าไม่อยากไปพักก่อน”

“ครับ พี่ไปสนุกกับทุกคนเถอะแบมจะนั่งอยู่ตรงนี้แล้วกัน”

“ไม่ล่ะ พี่อยู่เป็นเพื่อนแบมดีกว่า”

“แต่ว่า..

“อยากกินอะไรเพิ่มไหม เดี๋ยวพี่ไปตักให้”

“เอาเป็นผลไม้ก็แล้วกันครับ”

“โอเค เดี๋ยวพี่มา”

 

 

“เพลงนี้น่าสนุกนะคะ เราไปเต้นกับเด็กๆ สักเพลงไหม?”

มาดามหันมาชวนฮีเอหลังจากนั่งมองเด็กๆ มาสักพักแล้ว ตอนเพลงแรกๆ ก็ลากฮีเอไปเต้นรำมา ฮีเอสะดุ้ง

“คะ? ไม่ดีกว่าค่ะฉันไม่ถนัด แทจีไปเต้นเป็นเพื่อนมาดามหน่อยสิคะ” ฮีเอสะกิดขาสามี แทจีส่ายหน้าทันที

“ไม่เอาหรอกคุณ ผมไม่ถนัดเต้นน่ะ คุณนั่นแหละไป”

“แต่ว่า..

“ไม่ต้องเถียงกันค่ะ แทจีดูแลเด็กๆ ไปนะคะ อ๊ะ จุนฮเวกลับมาพอดี จุนฮเวมาดูแลคุณหนูหน่อย”

ลี่จูเรียกร่างสูงที่เพิ่งเลิกเต้นมานั่งพักให้มาดูแลฝาแฝด

“ครับมาดาม”

“เดี๋ยวพาบรู๊คลินกับแมทธิวเข้าไปนอนในบ้านนะ”

“ได้ครับ”

 

 

“อุ้ย! ชน โทษทีนะที่รัก แม่ไม่ทันมอง” ลี่จูเต้นกับฮีเอไปใกล้ๆ ลูกคนเล็กแล้วแกล้งชนจนยองแจเซเข้าหาอกกว้างของลูกเขย

“แม่อ่ะ” ยองแจรู้นะว่าแม่แกล้ง มาดามอมยิ้มแล้วโอบเอวฮีเอเต้นหนีไปอีกทาง

“ยองแจเหนื่อยแล้วอ่ะ ไปนั่งพักกันเถอะ”

“โอ๊ะ เปลี่ยนเพลงแล้วแน่ะ พี่ชอบเพลงนี้นะ” แจ็คสันมองไปที่เวที เพื่อนเขาที่ผลัดกันขึ้นไปร้องเพลงลงมาเต้นแทนแล้ว และมีนักดนตรีของมาดามขึ้นไปเล่นต่อ

“เพลงช้าอีกแล้วอ่า” ยองแจไม่ค่อยชอบเท่าไรเลย

“เอาน่ะอีกเพลงเดียวเอง” คุณเจ้าบ่าวโอบเอวเจ้าสาวเอาไว้ ยองแจเหยียบเท้าคนขัดใจไปหนึ่งทีเบาๆ แจ็คสันอมยิ้ม

“ทำร้ายร่างกายพี่เหรอ เดี๋ยวโดนเอาคืนหรอก”

“ไม่กลัวเลยเหอะ” ยองแจอมยิ้ม ลอยหน้าลอยตาจนน่าโดนลงโทษสักจูบ

“ในที่สุดก็สมหวังสักทีเนอะ..” แจ็คสันกอดยองแจไว้ รู้สึกมีความสุขมากๆ จนอธิบายไม่ได้เลย

มันรู้สึกว่าในที่สุดเราก็ได้แต่งงานกันสักทีนะ! รู้สึกแบบนี้ทั้งวันเลย

“อื้อ”

“ยองแจมีอะไรจะขอพี่หรือเปล่า?”

“จะให้ยองแจขออะไรล่ะครับ”

“ไม่อยากขอสัญญาอะไรจากพี่หน่อยเหรอ จากวันนี้ไปเราจะไม่ใช่แค่คนรักกัน แต่จะเป็นครอบครัวแล้วนะ”

“ยองแจไม่เชื่อคำว่าสัญญาเท่าไรหรอก เอาเท่าที่พี่ทำได้ก็พอ อยู่กันไปเหมือนทุกวันมันเป็นวันที่เราแต่งงานกัน ยองแจจะไม่เปลี่ยนตัวเองหรอกนะ การที่พี่เลือกยองแจก็แสดงว่าพี่รับยองแจได้ทุกอย่าง ยองแจก็จะไม่บังคับให้พี่เปลี่ยนตามใจยองแจ”

“ได้สิ”

“พูดไปตั้งเยอะพี่ตอบแค่นี้เองเหรอ?”

“พี่ชอบฟังยองแจพูดนี่”

“มันเกี่ยวกันไหม ไม่มีคำพูดหวานๆ อะไรบ้างเลยเหรอวันแต่งงานทั้งที”

“ฮะฮะ คาดหวังอะไรอยู่เนี่ย พี่ไม่พูดแต่พี่ทำแทนได้ไหม?”

“หือ?”

ความสงสัยถูกคลายลงเมื่อริมฝีปากได้รูปของเจ้าบ่าวประทับลงบนเรียวปากนุ่มของเจ้าสาวอย่างนุ่มนวล แม้ไม่ใช่จูบที่ดูดดื่มร้อนแรงอะไร แต่มันเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายของคนจูบ

จูบที่เหมือนเป็นสัญญาว่าเขาจะดูแลคนสำคัญของเขาไปตลอดชีวิต

“พี่รักยองแจนะ”เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปากที่เพิ่งถอนไป ยองแจยกแขนโอบรั้งต้นคออีกฝ่ายไว้ จูบเบาๆ ที่ริมฝีปากอีกครั้ง

“ยองแจก็เหมือนกัน”

 

 

และวินาทีที่สาวๆ ในงานรอคอยก็มาถึง หลังจากเต้นรำกันจนเหนื่อยก็ได้เวลาโยนช่อดอกไม้แล้ว เสียงของเพื่อนๆ ที่ยังโสดต่างร้องบอกให้ยองแจโยนดอกไม้มาที่ตน ยองแจหนักใจเพราะไม่รู้จะโยนให้ใครดี

“แกไม่ไปรอรับดอกไม้กะเขาบ้างเหรอ? เผื่อจะขายออกเป็นรายต่อไปไง”

ยุนฮยองสะกิดจินฮวานที่มีความสุขกับการกิน ทั้งร้องเพลงและเต้นรำซะสุดเหวี่ยงจนเหนื่อยเลยต้องหาอะไรใส่ท้องให้อิ่มอีกครั้ง

“ไม่อ่ะ หาคนมาเป็นผัวยังหาไม่ได้เลย คนมีผัวแล้วอย่างแกไม่เข้าใจฉันหรอก”

“น้องฮันบินไง”

“เลิกหวังเถอะ ทุกวันนี้แค่เต๊าะน้องไว้ประโลมจิตใจที่แห้งผากเท่านั้นแหละ”

คำพูดน่าสงสารของจินฮวานทำให้เพื่อนๆ มองหน้ากัน

“ไปดูใกล้ๆ กันเถอะครับ น่าสนุกดี”  แบมแบมลุกจากที่นั่งดึงพี่จินฮวานให้ยืนขึ้น จินฮวานอิดออดแต่ก็โดนมาร์คทั้งผลักและดันให้ลุกตามเมียไป

            แบมแบมจับมือจินฮวานไว้ ทำเป็นชะเง้อมองว่ายองแจจะโยนช่อดอกไม้ให้ใคร ยองแจตัดสินใจไม่ได้เลยหันหลังแล้วโยน

ขณะที่สาวๆ ต่างลุ้นให้ตนเองได้ช่อดอกไม้ จินฮวานกลับก้มหน้าก้มตาแกะกระดาษรองก้นคัพเค้ก

“อ๊ะ” จินฮวานตกใจเมื่อถูกแบมแบมผลักให้ออกไปข้างหน้า  ดอกไม้ถูกแย่งชิงกระเด็นเข้ามือใครต่อใครหลายคนจนท้ายที่สุดก็ลอยมาตกอยู่ตรงเท้าจินฮวานพอดี

บริเวณเงียบกริบ จินฮวานก้มมองช่อดอกไม้บนพื้นแล้วก้มลงหยิบมันขึ้นมา

“พี่จินฮวาน! ยินดีด้วยนะ!!

เจ้าสาวป้ายแดงโบกไม้โบกมือให้จินฮวานด้วยความดีใจที่ตัวเองมือแม่น แต่ไม่รู้หรอกว่าความจริงดอกไม้ที่บอบช้ำมันลอยมาตกเอง

“ของพี่เหรอ?” จินฮวานเอ่ยออกมางงๆ พอทุกคนพยักหน้าว่าใช่จินฮวานก็กระโดดกอดแบมแบมทันที

“มันได้ช่อดอกไม้แล้วไหนล่ะแฟนมัน?”

คำถามจากมาร์คช่างเป็นคำถามที่ทำให้เพื่อนๆ เศร้าใจและสะเทือนอารมณ์เหลือเกิน

ปาร์ตี้ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน แขกผู้ใหญ่ทยอยกลับหมดแล้วเหลือแต่เด็กๆ ที่อยู่สนุกต่อ บางคนก็เมาไปนอนเกลือกกลิ้งริมหาดเหมือนนัดเลี้ยงรุ่นเลย

 

 

 

 

 

            “รู้สึกยังไงบ้างครับที่น้องแต่งงานแล้ว”

แบมแบมเดินมายืนข้างสามีที่ยืนเกาะระเบียงมองลงไปที่หาด

แบมแบมไปดูลูกๆ ว่าหลับกันหมดเรียบร้อยแล้วถึงได้กลับมาที่ห้อง พบว่าสามียังไม่นอนเลย

“ใจหาย..พี่เพิ่งรู้สึกตัวว่ายองแจน่ะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว”

มาร์คมองไปที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่นอนหงายบนพื้นทรายนุ่มดูดาวท่ามกลางเพื่อนๆ ที่บ้างดีดกีตาร์ บ้างร้องเพลง เป็นบรรยากาศที่น่าสนุก ยองแจไม่เคยมีเพื่อนแต่วันนี้ยองแจกำลังจะมีเพื่อนแล้ว

เพื่อนที่มีมากกว่าหนึ่งคน เพื่อนที่ไม่ใช่แค่แบมแบมและฮันบิน

“ยองแจทำตัวเหมือนเด็กแต่ความจริงแล้วเขาก็โตพอที่จะมีครอบครัวของตัวเองแล้วเหมือนกัน อย่าห่วงไปเลยครับ ต่อจากนี้ไปคนที่จะดูแลเขาไม่ใช่แม่และพี่มาร์คอีกแล้ว พี่แจ็คสันจะเป็นคนดูแลแทน”

“ถึงจะรู้จักแจ็คสันว่ามันเป็นคนดีแต่พี่ก็อดห่วงยองแจไม่ได้ ไปเป็นสะใภ้มันลำบากนะ แต่ยังดีที่ยองแจกับแจ็คสันไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับปู่และพ่อแม่ ไม่อย่างนั้นพี่คงห่วงกว่าเดิม”

ดีแล้วที่แจ็คสันซื้อเพ้นเฮ้าส์สุดหรูสามชั้นเป็นเรือนหอและบ้านสำหรับครอบครัวใหม่ของมันเอง และยองแจก็จะเอาฮโยจูไปอยู่เป็นเพื่อนด้วย

 “พี่คงรู้สึกเหมือนพ่อไม่ใช่แค่พี่ของยองแจ”

“อืม..ตั้งแต่คุณอาเสียพี่ก็ตั้งใจไว้ว่าจะดูแลแม่และยองแจแทนคุณอาให้ดีที่สุด ซึ่งบางครั้งพี่ก็ทำอย่างที่รับปากไว้ไม่ได้ แต่พี่ก็พยายามแล้ว”

“พี่ดูแลทุกคนได้ดีแล้วครับ” มาร์คยิ้มขอบคุณกับกำลังใจของภรรยา

“พอยองแจย้ายออกจากบ้านไปแม่คงจะเหงาน่าดูเลย”

“แต่บ้านยองแจก็ไม่ได้ไกลจากบ้านเรานัก คิดถึงก็ไปหาได้สะดวกนะครับ”

“นั่นสินะ พี่คงต้องทำใจให้ชินสักทีว่าน้องแต่งออกไปแล้ว”

“ยองแจไม่ได้เปลี่ยนนามสกุลสักหน่อย คิดซะว่าเขายังเป็นคุณหนูต้วนเหมือนเดิมสิครับจะได้สบายใจไม่รู้สึกว่ายองแจหายไปไหน”

“พี่จะพยายาม ว่าแต่แบมเถอะเป็นไงบ้าง ไปนอนเถอะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

“แล้วพี่ล่ะ”

“ไปนอนพร้อมกันนี่ล่ะ”

“พี่มาร์ค..” แบมแบมรั้งสามีที่กำลังจะเดินไปที่เตียง มาร์คหันมามอง

“มีอะไรเหรอ?”

“เปล่าครับไม่มีอะไร นอนกันเถอะ”

แบมแบมเก็บความสงสัยของตัวเองเอาไว้ก่อน ยังไม่ค่อยแน่ใจ

“มีอะไรจะคุยหรือเปล่า คุยได้นะ”

มาร์คนั่งขัดสมาธิบนเตียง ตบที่นอนให้เมียขึ้นมานอนได้แล้ว

“สองสามเดือนมานี้น่ะ แบมยุ่งมากเลย..ก็เลยไม่ได้ไปหาพี่คุณเลยล่ะ”

“อืม ทำไมเหรอ?”

แบมแบมคลานขึ้นเตียงแล้วนั่งคุกเข่าทับขาตรงหน้าสามี

“พี่อย่าเพิ่งตกใจนะ แบมแค่สงสัย ก็แค่สงสัยว่าเอ่อ..” แบมแบมไม่กล้ามั่นใจ

“หือ? สงสัยอะไรเหรอครับ”

“แบมแค่สังหรณ์ใจนะเพราะว่าแบมแบมไม่มีอาการอะไรเลยนอกจากเหนื่อยง่ายและเพลียอยู่บ่อยๆ เท่านั้นเอง และมันก็..ห่างจากฝาแฝดหลายปีแล้วด้วย ใจหนึ่งแบมไม่คิดว่าจะมาหรอกนะ..แต่เขาอาจจะมาแล้วก็ได้..

มาร์คตกใจก่อนจะกลายเป็นดีใจเมื่อรู้ว่าแบมแบมกำลังจะพูดอะไร  ดีใจล่วงหน้าจนยิ้มไม่หุบแล้ว

“จริงเหรอ?! แล้ว..แล้วแบมสงสัยว่าจะมาสักกี่เปอร์เซ็นต์ล่ะพี่จะได้ตื่นเต้นถูก”

ไม่รู้หรอกครับ แบมยังไม่ได้ใช้ที่ตรวจนะ อยากไปตรวจที่โรงพยาบาลทีเดียวเลยมากกว่า

แบมแบมบอกอะไรตอนนี้ไม่ได้นะ กลัวพี่มาร์คจะผิดหวังถ้าเกิดไม่ท้อง

แบมแบมขอพี่มาร์คว่าจะคุมไว้จนกว่าจะเรียนจบ พอเรียนจบก็ขอเวลาทำงานอีกหน่อย จนเมื่อสี่เดือนก่อนก็ตกลงกันว่าจะพอแล้วล่ะ ควรจะปล่อยให้มีอีกสักคนได้แล้วแต่เขาไม่คิดว่าพอปล่อยปุ๊บจะติดปั๊บหรอกนะ ต้องรอไปตรวจให้แน่ใจก่อน

พี่ไปโทรหาพี่คุณก่อนนะมาร์คจะขยับลงจากเตียงไปหยิบโทรศัพท์โทรหาพี่ชายของภรรยา พี่คุณไม่ได้ค้างที่บ้านพักตากอากาศด้วยกันเพราะมีงานต้องรีบกลับ

แบมแบมรีบรั้งเอาไว้ไม่ให้ไป

พี่มาร์คนี่มันดึกแล้วนะครับ โทรไปก็รบกวน พี่อาจขับรถอยู่ต้องใช้สมาธิ เดี๋ยวรอกลับไปบ้านค่อยไปตรวจที่โรงพยาบาลก็ได้นี่นา”

“พี่ตื่นเต้นนี่ พี่อยากรู้”

“ครับ แบมเข้าใจ แต่อย่าคาดหวังมากเลยนะครับ บางทีอาจจะเพราะงานหนักและพักผ่อนน้อยก็ได้”

แบมแบมอยากให้สามีเผื่อใจไว้บ้าง แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล

“ลูกสาวป๊าจะมาแล้วเหรอ ป๊าจะมีลูกสาวอีกคนแล้วสินะ” แบมแบมก้มมองคนที่ล้มตัวนอนหนุนตักแล้วเอาหูแนบท้องเขาทันที พูดกับตัวเองไปแล้วด้วย

“พี่มาร์ค แบมแค่สงสัยเท่านั้นเอง อย่าเพิ่งหวังมากนะ..

“ไม่เป็นไรๆ พี่ไม่ผิดหวังหรอก เรามานอนกันเถอะนะ แบมต้องพักผ่อนเยอะๆ นะเดี๋ยวยัยหนูจะไม่แข็งแรงเนอะ นอนๆ วันนี้นี่วันดีเนอะยองแจแต่งงานแล้วแบมก็กำลังจะมียัยหนูอีกคน”

มาร์คจับแบมแบมลงนอนแล้วห่มผ้าให้ ถ้ากล่อมด้วยก็ครบสูตรเลย

แบมแบมถอนหายใจ ไม่ว่าจะพูดอะไรไปตอนนี้พี่มาร์คก็คงไม่ฟังแล้วสินะ

ถ้าอย่างนั้น..เขาจะขอให้มีลูกสาวมาเกิดอีกสักคนจริงๆ ก็แล้วกัน

 

TBC.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 355 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13138 lek0868909108 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 12:13
    ความสุขถ้วนหน้าเลย ยัยหนูจะมาแล้วว
    #13,138
    0
  2. #13116 lek0868909108 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 15:17

    ถังถังมาแล้ววว

    #13,116
    0
  3. #13074 lek0868909108 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 22:01

    ครบมาก ทั้งครอบครัวเพื่อน พี่น้อง สนุกสนานอยอุ่นสุด ถังถังจะมาแบ้วว

    #13,074
    0
  4. #13044 junekimsa93 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:53
    ลูกเยอะจริงบ้านนี้
    #13,044
    0
  5. #12971 ploylaksi (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 14:42
    ยินดีกับแจ็คสันและยองแจจริงๆนะ ถังถังกำลังจะมาา
    #12,971
    0
  6. #12825 llllovellll (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 04:38
    ยินดีกับแจ็คแจจจ แต่งกันแล้วว เยยยย้

    มีเจ้าตัวน้อยเร็วๆน้าา พี่มาร์คจะมีลูกเพิ่มอีกคนแล้วว
    #12,825
    0
  7. #12709 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 21:01
    ถังถังงงงงง
    #12,709
    0
  8. #12665 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 10:35
    สมใจมาดามเเล้วอยากมีหลานมีทีเดียว5คน รอรับขวัญหลานจากเฮียกับยองเเจอีกคน55555
    #12,665
    0
  9. #12403 FRVN (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 08:18
    บ้านนี้นี่ลูก5คนแล้วนะ โอ้ยขยันกันจริงๆ555
    #12,403
    0
  10. #12221 toto (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 04:14
    พี่มาร์คนี่น้ำยาดีตลอด
    #12,221
    0
  11. #12186 atita22049 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 22:23
    มาแล้วๆตัวเล็กมาแล้ว น้ำตาไหลเลยตอนที่เปิดวิดิโอของแจ็คแจ ซึ้งมากเลย
    #12,186
    0
  12. #12183 pchywws (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 21:06
    โอยยนยยยคุณป๊าลูก4 เอ๊ะไม่สิลูก5 แล้ว
    #12,183
    0
  13. #11972 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 18:04
    หวานแหววและอบอุ่น บรรยายกาศดีมากเลย และที่สำคัญจะมีข่าวดีแล้วใช่ไหมมมม ถังถังจะมาแล้ว
    #11,972
    0
  14. #11942 @fujinoii (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 23:25
    ยองแจแกพี่แจ็คสันมันช้าเนอะ ขอแต่งงานมันเองซะเลย ส่วนแบมก็จะมีข่าวดีน้องถังถังกำลังมาเกิดแล้วพ่อมาร์ครอก่อนนะ
    #11,942
    0
  15. #11849 Aely (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 22:01
    แจ๊คแจแต่งงานแล้ววว ดีใจจัง



    มีครอบครัวเพิ่มมาอีกคนละ



    อบอุ่นมากกก คิดถึงครอบครัวตัวเองซะแล้วซิ
    #11,849
    0
  16. #11766 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:10
    อบอุ่นมากกกกกก
    #11,766
    0
  17. #11523 A. Angkhana Wongsa (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 13:52
    น่ารักมากเลยตอนนี้ เป็รฝั่งเป็นฝาไปแล้วอีกคนหนึ่ง

    ป.ล.เรื่องส่งหนังสือ เราเห็นใจไรต์เตอร์นะ ต้องจัดการทำคนเดียวทุกอย่าง ไหนจะเวลาที่มีเพียงน้อยนิดอีก สู้ๆนะคะ แต่น่าเสียดายเรื่องนี้เราไม่ได้สั่ง แต่จะสั่งอีกเรื่องหนึ่งค่ะ สู้ๆค่ะ
    #11,523
    0
  18. #11416 neo_lolita22 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 06:10
    ไม่ทราบว่าจะเริ่มจัดส่งได้เมื่อไหร่คะ แต่อีกไม่นานนี่ก็ร่วม2อาทิตย์จากครั้งล่าสุด ทราบค่ะว่ายุ่ง มีเวลาน้อย ทำคนเดียว แต่แค่มาอัพเดตความคืบหน้าบ้างก็ได้ค่ะว่าขั้นตอนถึงไหนแล้ว ลำดับต้นๆเริ่มส่งรึยัง แล้วเปิดพรีอีก2เรื่องนี่จัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนมั้ยคะ ไหนบอกว่ายุ่ง ถามว่าอีก2เรื่องที่เปิดพรี ตัวนี่เองก็อยากจะสั่ง แต่เรื่องนี้ยังไม่เคลียเลยแล้วจะมั่นใจได้ยังไงว่าอีก2เรื่องที่เหลือจะจัดการได้ ไม่ได้กลัวว่าจะโดนโกง แต่ก็ไม่ใช่จะเลื่อนกันยาวขนาดนี้โดยที่กำหนดเวลาที่แน่นอนไม่ได้ว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ คือที่มาเม้นขนาดนี้อยากได้นะคะฟิคไม่ใช่ไม่อยาก ตามอ่านมานานแล้วตั้งแต่เรื่องก่อน แต่เจอแบบนี้ก็เซ็งนะคะ
    #11,416
    1
    • #11416-1 Mookrv (จากตอนที่ 30)
      6 ธันวาคม 2558 / 17:27
      เห็นด้วยค่ะ ไม่ได้กลัวโดนโกงหรอกแต่เรารอมานานมากๆแล้ว ตั้งแต่เลื่อนปิดจอง เลื่อนส่ง ปัญหาส่วนตัวบลาๆ แล้วมาเห็นว่าเปิดจองเรื่องใหม่แต่เรื่องนี้ก็ยังคาราคาซังอยู่แบบนี้ แถมไม่มาอ้พเดทให้ทราบเลยว่าตอนนี้ถึงไหนแล้ว เราก็รอไปวันๆ อย่าว่าเราเรื่องมากเลยนะคะเพราะเราก็ชอบไรท์เตอร์ชอบฟิคที่แต่ง แต่ในฐานะของผู้บริโภคเจอแบบนี้ก็เซ็งจริงๆแหละค่ะ
      #11416-1
  19. #11415 Took (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 22:42
    อยากได้ฟิคมากเห็นบอกว่ามีเหลือจะสั่งด้ที่ไหนคะไรต์
    #11,415
    0
  20. #11412 PetalStory (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2558 / 16:10
    จะได้ฟิคทันภายในปีนี้มั้ยคะ?
    #11,412
    0
  21. #11411 Nhua (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 21:33
    มันอบอุ่น มีความรักจากทุกคนในครอบครัว อ่านแล้วดีกับใจจริงๆ
    #11,411
    0
  22. #11408 moonschedule (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 09:35
    ครอบครัวใหญ่มากๆเลย
    จากที่เคยมีแค่มาร์ค ยองแจ แม่
    ตอนนี้ครอบครัวใหญ่มากๆ อบอุ่นแทนเลย
    #11,408
    0
  23. #11407 Piam'Mara (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 00:28
    ครอบครัวมาร์คน่ารักอ่ะ 
    จะมีสมาชิกแล้วใช่มั้ย

    #11,407
    0
  24. #11406 Mermaidtears (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 22:39
    ไม่เห่อเลยนะแกอิมาร์คคค
    #11,406
    0
  25. #11404 อดีตลีดเงา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 21:15
    แหมมมม ลูกสาวของป๊า  ไม่ค่อยจะเห่อลูกเท่าไหร่เลยนะคะป๊ามาร์ค
    #11,404
    0