Strongest NPC

ตอนที่ 43 : 42

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,706
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 207 ครั้ง
    30 ก.ย. 62

     เร็วยิ่งกว่าขีปนาวุธข้ามทวีป เพียงไม่ถึงชั่วโมงฟองเลือดมาถึงคฤหาสถ์ส่วนตัวของเรกัสในแรคคูนซิตี้ ยังดีที่ไอ้ฟองเลือดบ้าๆนี่มันมีอะไรบางอย่างที่ให้ไม่เกิดแรงต้านอากาศจนสร้างโซนิคบูมใส่แรคคูนซิตี้ ไม่งั้นแม้เขาจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเขาต้องจ่ายราคาไม่ใช่น้อย

     ทันทีที่มาถึงแรคคูนซิตี้ เรกัสก็ไปหาอลิซซาเบธในทันที ที่ตกลงกันไว้คือการปกป้องเขาจากอันตราย ไม่ใช่ลากเขากับมาจากสถานที่ที่ไกลออกไปเกือบหมื่นกิโลเมตร แต่เมื่อไปถึงที่พักของอลิซซาเบธ สาวใช้ของอลิซซาเบธก็มารอหน้าคฤหาสถ์พร้อมทั้งแจ้งว่าอลิซซาเบธเพิ่งออกไปเมื่อครู่แล้วยื่นตุ๊กตาเลือดกับจดหมายเอาให้เรกัส

     ด้วยความโกรธเรกัสจึงเปิดอ่านจดหมายในทันที

     การปกป้องที่ดีที่สุดคือการนำเจ้าออกจากอันตราย นี่เป็นตุ๊กตาตัวใหม่ หากใช้เมื่อไหร่ถือว่าเป็นการขอความช่วยเหลือครั้งที่สอง ไม่ต้องตามหาข้า เพราะหากข้าไม่อยากให้เจ้าเจออย่างเจ้าคงทำอะไรไม่ได้

     อลิซซาเบธ บาธาริน่า

     'ยายบ้าอลิซซาเบธ' เรกัสตะโกนต่าสุดเสียงภายในใจ อย่างไรเสียเขาก็ไม่กล้าหาเรื่องอลิซซาเบธ ถึงชีวิตทั้งคู่จะผูกเอาไว้ด้วยกันและอลิซซาเบธจะฆ่าเขาไม่ได้ แต่การทรมานเขาเล่นนั้นง่ายดุจผลิกฝ่ามือเท่านั้น

     "แม่งเอ้ย" เรกัสสบถแล้วหันหลังเดินออกไปจากประตูคฤหาสถ์ของอลิซซาเบธโดยทันที เป้าหมายของเขาคือการระบายอารมณ์ และที่ที่เขาจะไปก็คือ โรงโสเภณี 

     ไม่ผิด โรงโสเภณี ของจริงที่มีไว้ขายบริการทางเพศจริงๆ เพื่อความสมจริงของเกม อะไรที่ควรมีก็ต้องมี เพียงแต่ผู้เยาว์จะไม่สามารถเข้าไปยังโรงโสเภณีได้ ส่วนผู้ใหญ่นั้นแม้เข้าไปได้แต่การใช้บริการนั้นหากจำเป็นจริงผู้เล่นจะถูกตัดออกจากระบบและให้ AI จัดการแทน ทั้งนี้เนื่องจากภารกิจบางส่วนไม่อาจหลีกเลี่ยงการเข้าสู่โรงโสเภณีได้ ส่วนเรกัสด้วยความที่ไม่อยู่ใต้กฎใดๆของระบบเขาสามารถใช้บริการได้โดยไม่ติดขัด ก่อนหน้านี้เขาก็เคยใช้บริการมาหลายครั้งหลายเมืองแล้ว

     สาเหตุการใช้บริการโรงโสเภณีเพราะเรกัสไม่อยากมีพันธะใดๆในเวลานี้ แม้ว่าจะมีหญิงงามเสนอความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดตามรูปแบบสังคมสมัยใหม่ที่ใครๆก็เห็นเป็นเรื่องปกติ แต่เรกัสที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยครอบครัวหัวโบราณรับไม่ได้กับความสัมพันธุ์ประเภทนี้เอง ส่วนถ้าถามว่าไม่กลัวโรคติดต่อจากการเข้าโรงโสเภณีหรือ บอกได้เลยว่าไม่กลัวสักนิด ในโลกนี้โรคร้ายถึงตายในโลกมนุษย์อย่างเอดส์นั้นไม่ต่างอะไรกับไข้หวัดที่รุนแรงนิดหน่อย เพียงเวทระดับกลางก็สามารถรักษาได้ในทันที ส่วนโรคภัยในโลกใบนี้หากไปโพล่ที่โลกมนุษย์ จะกล่าวว่าเป็นหายนะที่อาจถึงกาลล่มสลายของอารายธรรมก็ไม่เกินไป

     โรงโสเภณีในแรคคูนซิตี้แม้เรกัสจะไม่ได้ดำเนินการโดยตรงแต่ก็เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีหุ้น 51% เป็นการลับ ที่ทำเช่นนี้ไม่ใช้ว่าเขาไม่รู้จัดผิดชอบชั่วดีจนมาหากินกับเรือนร่างของสตรี แต่เพราะจะอย่างไรเสียเขาก็ไม่อาจห้ามไม่ให้มีการดำเนินกิจการประเภทนี้ได้ การเข้ามาผูกขาดกิจการโดยตรงทำให้เชื่อได้ในระดับหนึ่งว่าโสเภณีที่ขายบริการนั้นไม่ได้ถูกบังคับหรือหลอกลวงแต่เป็นเพราะความสมัครใจ 

     ปาปิลอน อันมาจากคำว่า แพพพะลัน (Papillon) อันหมายถึงผีเสื้อกลางคืน ถูกใช้เป็นชื่อโรงโสเภณีแห่งแรคคูนซิตี้ อาคารของโรงโสเภณีเป็นอาคารไม้สามสั้นลักษณะเดียวกันกับอาคารอื่นๆในเมือง เมื่อเรกัสก้าวมาถึงหน้าปาปิลอน หญิงงามนุ่งห่มค่อนข้างวาบหวามก็มาต้องรับขับสู้ในทันที

     ทันทีที่ก้าวเข้าไปด้านใน บรรยากาศก็เปลี่ยนแปลงไปในฉับพลัน จากภายนอกที่เป็นอาคารไม้นั้นแท้จริงเป็นเพียงเปลือกที่สร้างไว้ตบตา อาคารแท้จริงถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหลัง ภายในประดับประดาผ้าและเครื่องตกแต่งสีแดงสด ที่ชั้นหนึ่งเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่มีเวทีกลางน้ำ ส่วนชั้นสองชั้นสามนั้นเป็นระเบียงที่สามารถล้อมรอบเวทีกลางน้ำเพื่อชมการแสดง เสียงบรรเลงเพลงอันวาบหวาม และสตรีนุ่งน้อยห่มน้อยจนแทบจะไม่ได้ปกปิดมีอยู่ให้เห็นทั่วทุกที่ เรื่องการแต่งกายนี่ก็เป็นนโยบายของเรกัสเช่นกัน ไอ้การแต่งตัวราวกับจะเปลือยกายนั้นให้ความรู้สึกน่าดึงดูดกว่าการเปลือยกายไปเลยเสียอีก แต่จะให้ใส่แบบนี้ภายนอกก็ไม่เหมาะสม จึงมีชุดที่แตกต่างกันระหว่างพนักงานต้องรับภายนอกและโสเภณีที่บริการข้างใน

     แม้เรกัสจะปรับเปลี่ยนใบหน้าและแต่งกายเหมือนกับชาวบ้านธรรมดาสามัญแต่การต้องรับของแรคคูนซิตี้ทำให้เขาพึงพอใจไม่น้อย

     "นายท่าน ได้โปรดให้ข้าได้ดูแลนายท่านด้วย" หญิงสาวผมสีแดงอายุราวยี่สิบกลางๆเป็นเสนอตัวออกมาเป็นคนแรก แม้ว่าใบหน้าของเธอจะมีฝ้ากระเล็กน้อย แต่ทรวดทรงองค์เอวของเธอนั้นเรียกได้ว่าเนื้อนมไข่น่าฟัดอย่างแท้จริง นอกจากนี้จากสายตาที่แสดงออกหญิงผมแดงผู้นี้สมควรไม่ใช่มือใหม่แต่เป็นมือเก่าที่ช่ำชองในวงการนี้มานับสิบปี ซึ่งตรงกับความต้องการของเขาพอดี 

     "นายท่าน เธอคือ แอนนาเบล เป็นโสเภณีมีชื่อจากอัลทราซ หากท่านต้องการนาง สินน้ำใจเพียงหนึ่งพันห้าร้อยรีสเท่านั้นท่านจะสามารถครอบครองนางได้จนถึงรุ่งเช้า" แม้จะยังไม่ถึงช่วงค่ำ แต่ผู้ดูแลเลือกที่จะแถมเวลาให้เล็กน้อย ด้วยอยากให้แอนนาเบลติดพันแขกอื่นก่อนที่คนผู้นั้นจะมาถึง

     "ตกลง" เรกัสเรียกเงินออกมาสองพันรีสแล้วส่งให้ผู้ดูแลทันที อย่างไรเสียเขาก็ไม่มีเหรียญที่มูลค่าต่ำกว่าพันรีสอยู่กับตัว

     "อีกห้าร้อยถือเป็นทิปให้กับ...แอนนาเบลแล้วกัน" เรกัสจ้องมองรูปร่างของแอนนาเบลด้วยความพึงพอใจแต่ก็ไม่แสดงออกจนหยาบโลนออกนอกหน้า

     "ขอบคุณนายท่านที่เมตตา" แอนนาเบลแสดงการขอบคุณด้วยการหอมแก้มแขกของเธอในทันที นอกจากจะหนีพ้นจากไอ้บ้ากามนั่น ยังได้รับรายได้เพิ่มอีกเท่าตัว ใช่ อีกเท่าตัว รายได้ในปาปิลอนนั้นจะถูกหัก 2 ใน 3 โดยปาปิลอน ส่วนอีก 1 ใน 3 นั้นเป็นของโสเภณี อาจจะดูไม่มาก แต่ต้องรู้ว่าโรงโสเภณีนั้นมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ อีกทั้งภาษีก็ยังค่อนข้างสูงถึงครึ่งหนึ่งของรายรับ ซึ่งนับว่าแพงกว่าสินค้าทั่วไปอยู่มาก

     "ถ้าเจ้าทำให้ข้าพึงพอใจ ข้าสามารถให้ได้มากกว่านี้นะ" เรกัสไม่ลืมที่จะให้แรงจูงใจกับแอนนาเบลเพื่อให้เธอบริการอย่างสุดฝีมือ

     "แน่นอนนายท่าน"

     ดังที่เรกัสคาดหมายเอาไว้ บทรักของแอนนาเบลนั้นยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ยอดชายที่อึดทดมากมาย แต่ด้วยลีลาของแอนนาเบลทำให้เขาเสร็จสมไปหลายต่อหลายครั้ง ความเครียดที่อัดอั้นเอาไว้ได้รับการผ่อนคลายลงจนแทบมลายสิ้น

     "แอนนาเบล หากข้าต้องการให้เจ้ามาอยู่กับข้า เจ้าจะว่าอย่างไร... แม้ข้าขอบอกไว้ก่อนว่าไม่อาจให้ฐานะอันเปิดเผยแก่เจ้าได้ แต่รับรองได้ว่าเจ้าจะได้รับทุกสิ่งที่ต้องการหากอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม" เรกัสกอดร่างเปลือยเปล่าของแอนอนาเอลที่นอนซุกอกในอ้อมแขนของเขาเสนอทางเลือกให้กับนาง เขายอมรับว่าในบรรดาโสเภณีหลายต่อหลายคนที่เคยผ่านมาแอนนาเบลนั้นถูกใจเขาที่สุด แม้จะให้ฐานะอะไรไม่ได้ แต่ด้วยศักดิ์ฐานะของเขาเวลานี้ การให้ความสุขสบายแก่แอนนาเบลนั้นเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยอย่างมาก

     "หากนายท่านไม่รังเกียจว่าข้าต่ำต้อย ข้าก็ยินดีอย่างยิ่ง" แอนนาเบลตอบรับ การซื้อตัวโสเภณีนั้นมีราคาสูงมาก คนธรรมดาๆไม่มีทางทำเช่นนั้นได้ นี่ควรจะบอกว่าชายหนุ่มตรงหน้าควรมีฐานะพอสมควร การเป็นภรรยาลับๆของเศรษฐีมีเงินย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการรับแขกมากหน้าหลายตาอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุผลใดต้องปฏิเสธ "กระนั้น ข้าเกรงว่าหากนายท่านซื้อตัวข้าไปจะทำคนของตระกูลแอนทัสไม่พอใจ" แม้จะอยากหนีไปทายาทของตระกูลแอนทัส แต่แอนนาเบลก็เลือกจะบอกปัญหาออกไปให้แขกหนุ่มได้รับรู้เพื่อพิจารณา หาไม่แล้วเกรงว่านางจะถูกชิงตัวไปทันทีที่ออกจากที่แห่งนี้และต้องเจอกับชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่ง ที่นางยังปลอดภัยเมื่ออยู่ในปาปิลอนเพราะว่าที่แห่งนี้เป็นของคนใหญ่คนโตที่ไม่ประสงค์ออกนาม เพียงแต่รู้ว่าเจ้าของที่แห่งนี้มีอำนาจมากพอที่ผู้มีอิทธิพลผู้นั้นก็ยังต้องเล่มตามกฎ

     "ตระกูลแอนทัส? ไม่เคยได้ยิน" เรกัสคิดไม่ออกจริงๆว่าตระกูลแอนทัสคือใครมีความสำคัญยังไง ดูทรงแล้วน่าจะเป็นพวกผู้มีอิทธิพลตัวเล็กตัวน้อยที่ไม่สลักสำคัญอะไร หากพวกนั้นไม่มายุ่มย่ามเขาลงไม่ลดตัวลงไปจัดการวุ่นวาย แต่หากต้องมีเรื่อง เขาก็ไม่มีปัญหาที่จะให้บทเรียนกับตระกูลแอนทัสเช่นกัน

     การเจรจาขอซื้อตัวแอนนาเบลเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยการจ่ายเงินเพียงแปดหมื่นรีสเท่านั้น ที่อะไรๆไม่ยากเย็นเพราะว่าแอนนาเบลหาใช่ทาสที่ถูกซื้อขาดโดยปาปิลอนเหมือนกับโสเภณีบางส่วน แต่เป็นโสเภณีอิสระที่สังกัดปาปิลอนเฉกเช่นนางแบบที่สังกัดโมเดลลิ่งหรือนักเตะสังกัดสโมสร หากจ่ายเงินในจำนวนที่เหมาะสมการซื้อตัวแอนนาเบลออกจากปาปิลอนจึงไม่ยากเย็นอะไร 

     อย่างไรก็ตาม ด้วยภาระที่ต้องจัดการ เรกัสจึงฝากแอนนาเบลเอาไว้ที่ปาปิลอนโดยรับปากว่าจะมารับในอีกไม่เกินหนึ่งเดือน แน่นอนว่าเรกัสจ่ายเงินค่าที่พักและกินอยู่ให้กับปาปิลอนไปอีกหนึ่งหมื่นรีส และให้เงินติดตัวกับแอนนาเบลไว้ใช้สอยอีกห้าหมื่นรีสพร้อมกับกำชับว่าให้ไปหาของใช้ส่วนตัวและเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับฐานะของตน อย่าได้ให้ต้องเป็นขี้ปากของใครว่าเขาดูแลคนของตนเองไม่ดี

     เรกัสกลับไปยังคฤหาสถ์ของตนหลังจากจัดการเรื่องของแอนนาเบลเกือบตีสอง จึงรีบชำระร่างกายแล้วนอนหลับพักผ่อนในทันที แม้ว่าเขาจะแข็งแรงกว่าคนปกติอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้ถึงระดับที่ไม่จำเป็นต้องพักผ่อนแต่อย่างใด

     เช้าวันต่อมา เรกัสมุ่งหน้าไปยังคอกฮิปโปกริฟของอเวนเจอร์เพื่อใช้เดินทางไปยังโอราอีกครั้ง เป็นความผิดของอลิซซาเบธที่ลากเขากลับมาโดยทิ้งฮิปโปกริฟที่เขาใช้เดินทางไปโอราครั้งก่อนเอาไว้ แม้จะฝากไว้กับโรงแรมที่ใกล้กับโอรา แต่ร้อยละ 99.99 บอกได้เลยว่ากว่าเขาจะไปถึงอีกครั้งมันคงหายไปแล้ว สัตว์ขี่ราคาแพงที่เจ้าของหายไปมีหรือจะไม่ถูกขโมย เท่ากับว่าเขาต้องเสียเงินซื้อใหม่อีกเป็นล้าน

     เพียงเรกัสจากไปจากแรคคูนซิตี้ได้ไม่ทันถึงวัน มาร์ แอนทัส ก็มายังปาปิลอนอีกครั้ง และเรียกหาแอนนาเบลในทันที ไม่ว่าใครจะว่ายังไงมาร์ก็ไม่รับฟัง ร้อนถึงมาดามปาปิลอนที่ต้องออกมารับหน้าด้วยตนเอง

     "คุณชายแอนทัส ข้าต้องขออภัยจริงๆ แต่แอนนาเบลถูกซื้อตัวไปแล้ว หวังว่าท่านจะเข้าใจ ยังไงให้ข้าแนะนำเด็กใหม่ให้ท่านดีหรือไม่ รับรองว่าท่านจะพึงพอใจแน่นอน" มาดามปาปิลอนที่รวบผมสีบลอนด์ทองคล้ายกับมาดามของเหล่าขุนนางแซคสีม่วงเข้มผ่าข้างจนเห็นขาอ่อนเรียวงามกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานชวนฟัง 

     "นอกจากแอนนาเบลแล้วข้าไม่ต้องการใครอื่น เว้นแต่ว่ามาดามจะมาบริการข้าด้วยตนเอง" มาร์ตอบกลับไป

     ในปาปิลอนแห่งนี้ หากถามว่าสตรีนางใดงดงามทรงสเน่ห์ที่สุดคงเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่คงเลือกมาดามปาปิลอน แม้ว่านางจะอายุปาเข้าไปจะเลขสี่แล้ว แน่ใบหน้าของนางยังคงไม่ต่างกับสตรีวัยสามสิบ ผิวพรรณนั้นนวลเนียนราวกับเด็กสาววัยขบเพาะ แต่แฝงไปด้วยออร่าที่สูงศักดิ์สง่างามผสานกับความยั่วยวนได้อย่างลดตัว แต่สิ่งที่ใครๆไม่อาจลืมเลือดได้คือดวงตาสีอำพันที่หวานยาดเยื้มราวกับผึ้งแต่กับคมกริบราวกับใบมีดที่และทรงอำนาจดุจนางพญาคู่นั้น น่าเสียดายที่นางเพียงต้องรับแขกแต่ไม่รับแขก ไม่เช่นนั้นโสเภณีที่มีค่าตัวแพงที่สุดก็คงไม่พ้นมาดามปาปิลอน

     "คุณชายแอนทัสชอบล้อเล่นอยู่เรื่อยเชียว ตัวข้าอายุก็มากแล้วคงไม่อาจบริการคุณชายได้เหมือนกับสาวๆ" มาดามปาปิลอนกล่าวปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด กระทั่งหนึ่งในสิบผู้ปกครองของแรคคูนซิตี้ยังไม่อาจร่วมหลับนอนกับนางได้ นับประสาอะไรกับทายาทรุ่นเยาว์ของตระกูลตระกูลแอนทัส

     "เช่นนี้เป็นอย่างไร วันนี้ให้ข้าได้ชดเชยความผิดหวังของคุณชายด้วยการดื่มให้ท่านหนึ่งแก้ว" แม้จะไม่พอใจนักแต่ด้วยความเป็นมืออาชีพจึงเสนอทางออกให้กับมาร์ การที่มาดามปาปิลอนดื่มให้นั้นถือว่าไว้หน้าอย่างมากแล้ว

     "เจ้าเห็นว่าข้าเป็นเพียงทายาทของตระกูลพ่อค้าถึงไม่ไว้หน้าข้าสินะ จะบอกให้ว่าบิดาของข้าได้รับการคัดเลือกให้เป็นบอร์ดบริหารของแรคคูนซิตี้ซึ่งทำงานภายใต้ไวเคาท์สตริงโดยตรง หากข้าไม่พอใจจะปิดซ่องแห่งนี้เมื่อไหร่ก็ได้" มาร์ข่มขู่ แม้ว่าปาปิลอนจะมีเบื้องหลังไม่ธรรมดา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไว้หน้าคนของไวเคาท์สตริงอยู่บ้าง การไล่แม่เล้าออกจึงไม่ควรเป็นเรื่องใหญ่

     "คุณชายแอนทัส ข้าเจรจากับท่านดีๆแล้วนะ หากท่านยังคงสร้างปัญหาข้าคงต้องจัดการตามสมควร" มาดามปาปิลอนจ้องมองด้วยแววตาเอาเรื่องจนทำให้มาร์สะดุ้งด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย ก่อนจะระลึกได้ว่าพ่อของตัวเองเป็นใคร

     "ดีมาก เช่นนั้นช่วยทำให้ข้าดูหน่อยว่าอีตัวชั้นต่ำอย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้" มาร์วางก้ามเต็มที่ ด้วยฐานะของบุตรชายของผู้บริหารที่เป็นรองเพียงสิบผู้ปกครอง มีหรือที่แม่เล้าชั้นต่ำจะทำอะไรเขาได้

     "ส่งคุณชายแอนทัสออกไป" มาดอมปาปิลอนออกคำสั่งเสียงดังฟังชัด

     ในฉับพลันทันใด ทีมรักษาความปลอดภัยที่ล้วนแต่เป็นนักรบระดับหนึ่งวงแหวนก็เข้ามาล้อมกรอบมาร์ทันที 

     "เชิญคุณชายแอนทัส" หัวหน้าทีมย่อยผายมือออกไปทางประตูด้วยความสุภาพ

     "ข้าไม่ไป พวกเจ้าจะทำไม" มาร์ตะโกนก้องด้วยความถือดี

     "เช่นนั้นต้องขอเสียมารยาท" หัวหน้าทีมก้มหัวเล็กน้อยแล้วพยักหน้าให้กับลูกทีมที่เดินเข้าชาร์จใส่มาร์ทันที

     "โลเวล" มาร์ตะโกนก้องเพื่อเรียกผู้คุ้มกันของตนทันที 

     สิ้นเสียงตะโกนของมาร์ นักรบชุดดำก็ปรากฎตัวออกมาจากเงาของมาร์ทันที เมื่อพ่อของเขาได้เป็นผู้บริหารของเมือง การรักษาความปลอดภัยของเขาก็ดีขึ้น ตอนนี้เขามีบอดี้การ์ดส่วนตัวที่เป็นถึงนักรบเงาวงแหวนที่สาม

     นักรบชุดดำที่ปิดใบหน้าเหลือไว้แต่ช่วงดวงตาราวกับนินจาสะบัดแส้กระดูกสัตว์ใส่พนักงานรักษาความปลอดภัยด้วยอำมหิต แม้ไม่ได้หมายจะเอาชีวิตแต่พนักงานทั้งสองที่เข้ามาเพื่อจับตัวมาร์ต้องกลายเป็นคนพิการแน่นอน

     "หมับ" โดยที่ไม่มีใครมองทันหรือคาดคิดมาก่อน แส้กระดูกถูกคว้าจับเอาไว้อย่างง่ายดายด้วยมือเปล่าๆที่สวมเพียงถุงมือไหมหรูหราสีแดงเหมือนกับชุดของมาดามปาปิลอนเท่านั้น 

     "เปรี้ยงงง" แส้กระดูกสัตว์แตกเป็นเสี่ยงๆไล่จากจุดที่มาดามปาปิลอนจับไปยังด้ามจับในมือของนักรบเงาอย่างรวดเร็ว นักรบเงาที่รู้ได้ถึงอันตรายก็รีบปล่อยแส้กระดูกทันที อนิจจาความเร็วของนักรบเงาไม่อาจเทียบได้กับพลังงานลึกลับที่ไหลมาตามแส้ แม้จะปล่อยออกในเสี้ยววินาทีสุดท้ายแต่ก็ไม่พ้นมือขวาถูกคว้านเนื้อออกไปจนเห็นกระดูก สร้างความเจ็บปวดอย่างมากให้นักรบเงา แต่เขากลับไม่ส่งเสียงออกมาสักแอะสมกลับเป็นบอดี้การ์ดมืออาชีพที่ฝีกฝนมาอย่างดี

     "ต้องบอกว่าเจ้าโชคดีที่ไม่ได้คิดเอาชีวิตคนของข้า ไม่เช่นนั้นคงไม่จบแค่แผลเล็กๆแบบนั้น" มาดามปาปิลอนยิ้มหวานราวกับว่าสิ่งที่เพิ่งทำลงไปเป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ใช่การทำลายมือของคนคนหนึ่งจนอาจจะพิการ

     เหงื่อเย็นเยียบไหลท่วมสรรพพางกายของบรรดาแขกเหลือและคนของปาปิลอนทันที ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนว่ามาดามปาปิลอนจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ด้วยความเร็วและพลังที่แสดงออกมา แม้จะยังไม่ถึงกับเป็นคลาสสองแต่ก็ใกล้จะกลายเป็นคลาสสองเต็มที หากให้เวลาอีกสักไม่กี่ปีแน่นอนว่านางจะกลายคลาสสองเต็มตัว ไม่มีใครสามารถทำความเข้าใจได้ว่าเหตุใดสตรีที่แข็งแกร่งถึงขนาดนี้จึงมาเป็นแม่เล้าของโรงโสเภณีเล็กๆเช่นนี้ได้ เว้นแต่เจ้าตัวและชายหนุ่มที่ช่วยเหลือนางออกมาจากขุมนรกและมอบโอกาสให้กับนาง















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 207 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #350 Eluminus (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 17:21
    หรือว่า จะเป็น หลานของตุ๊กตาโลหะ
    #350
    0
  2. #321 นอน (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 21:34

    "มีหญิงงามเสนอความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดตามรูปแบบสังคมสมัยใหม่ที่ใครๆก็เห็นเป็นเรื่องปกติ แต่เรกัสที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยครอบครัวหัวโบราณรับไม่ได้กับความสัมพันธุ์ประเภทนี้เอง" คือยังไง? ตามความเข้าใจคือพระเอกรับไม่ได้กับความสัมพันธ์แบบไม่ผูก?(แต่ดันมีความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด) ช่วยบอกหน่อยครับ(ผมงงกับบรรทัดนี้)

    #321
    3
    • #321-2 นอน (จากตอนที่ 43)
      7 ตุลาคม 2562 / 21:39
      เอาเม้นเวลา 21:19 หรือเม้นล่างเป็นหลัก(เม้นบนไม่ต้องตอบ)
      #321-2
    • #321-3 tangniyaynaja(จากตอนที่ 43)
      8 ตุลาคม 2562 / 08:43
      ประเด็นนี้ขอให้ลองพิจารณาการมีอะไรกับเพื่อนข้างบ้าน กับการไปซื้อบริการ(ที่สมมติว่าถูกกฎหมาย) ถ้าโดนคนอื่นรู้สำหรับสังคมไทยคุณเห็นว่าแบบไหนเป็นเรื่องมากกว่า ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เชื่อว่าการไปมีอะไรกับคนข้างบ้านย่อมเป็นเรื่อง ถึงเจ้าตัวจะบอกไม่เป็นอะไร คนรอบข้างจะมีกี่คนที่มองว่าไม่เป็นไรเหมือนกัน ยังไงซะสังคมไทยก็ยังไม่ยอมรับเรื่องแบบนี้แบบเปิดกว้างขนาดนั้น เรกัสที่ถูกครอบโดยสถาบันจึงรู้สึกตะขิดตะขวงที่จะทำเช่นนั้น
      ส่วนเรื่องการซื้อโสเภณีเอาไว้ส่วนตัวโดย ไม่ได้มาจากพื้นฐานของความรัก ความผูกพันธ์ หรือความสัมพันธ์อะไรมากกว่าการหลับนอน จะถือว่าซื้อบริการแบบเหมาระยะยาวก็ไม่ผิด ราวกับอาเสี่ยไปถึงอาบอบนวดแล้วได้รับคำตอบว่าเบอร์ทองที่ต้องการรับแขกอื่นอยู่ก็น่าจะเซ็งพอตัว เอามาเลี้ยงไว้เองแม่งเลย ซึ่งหากถามคนทั่วไปอาเสี่ยเลี้ยงอีหนู กับฟันคนข้างบ้านน้ำหนักมันก็ไม่เท่ากันอยู่ดี ฟันคนข้างบ้านโดนด่าเละกว่า เผลอๆพ่อแม่คนข้างบ้านจะให้เสี่ยรับผิดชอบเพื่อหวังสมบัติเสี่ยอีกต่างหาก
      #321-3
  3. #320 นอน (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 21:19

    "แม้ว่าจะมีหญิงงามเสนอความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดตามรูปแบบสังคมสมัยใหม่ที่ใครๆก็เห็นเป็นเรื่องปกติ แต่เรกัสที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยครอบครัวหัวโบราณรับไม่ได้กับความสัมพันธ์ประเภทนี้" คือยังไง? หรือจะบอกว่าพระเอกรับไม่ได้กับความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด?(แต่ดันมีความสัมพันธ์ไม่ผูกมัด) มันขัดแย้งหรือผมคิดผิดเอง ช่วยบอกหน่อยครับ

    #320
    2
    • #320-1 นอน (จากตอนที่ 43)
      7 ตุลาคม 2562 / 21:20
      ผมงงกับบรรทัดนี้ครับ
      #320-1
    • #320-2 BoldDekds(จากตอนที่ 43)
      10 ตุลาคม 2562 / 07:38
      หมายถึงพ่อแม่มั้งที่รับไม่ได้
      #320-2
  4. #275 slzyzero (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 12:36

    ติดตามครับ

    #275
    0
  5. #273 Fikusa (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 09:19
    หาลูกเมียตอนยังไม่แกร่งมันสร้างภาระนะเออ มาซ่องน่ะถูกแล้ว
    #273
    0
  6. #272 ThaipaKing (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 08:25
    รีบหา ภรรยามาทำลูกได้แล้ว แกไกล้จะเลยอายุแล้วนะ พวกยุคกลาง 12-15ก็แทบจะแต่งงานมีลูกกันหมดละ-..-
    #272
    2
    • #272-1 ThaipaKing(จากตอนที่ 43)
      1 ตุลาคม 2562 / 08:34
      เรกัสกำลังจะมีเมียเก็บแล้ว!! รออ่าน เรกัสเป็นเล่นบทคุณพ่ออยู่นะ *-*
      #272-1
    • #272-2 tangniyaynaja(จากตอนที่ 43)
      1 ตุลาคม 2562 / 12:25
      ขออภัยที่ทำให้ผิดหวังครับ ภรรยาลับกับลูกนั้นความสำคัญต่างกันอยู่มาก ในสายตาของคนในโลกนี้ ภรรยาลับไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งภรรยาลับที่มาจากหญิงขายบริการกับคนระดับเรกัสที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอาณาจักร แต่หากมีลูกขึ้นมา จะกลายเป็นจุดอ่อนให้ศัตรูเล่นงานทันที นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เรกัสไม่มีคิดจะมีใครเป็นเรื่องเป็นราว
      #272-2
  7. #270 เหมียวขนฟู (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 00:33
    เข้ เทพมาก
    #270
    0
  8. #269 kimurakung (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 21:58

    ขออีกสักตอนเถอะคร้าบบ
    #269
    0
  9. #268 ปากกาเงาสายลม (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 20:36
    คะ ค้างเกินไปแล้ว
    #268
    0