Strongest NPC

ตอนที่ 42 : 41

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 182 ครั้ง
    29 ก.ย. 62

     "ตู้มมมม" ไอซ์ไจแอนท์กระทืบพื้นจนแตกกระจาย โดยที่มนุษย์ที่มันหมายจะกระทืบให้แหลกเหลวกลายเป็นลำแสงไปปรากฎอยู่ห่างออกไปกว่าสิบเมตร

     แม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เรกัสก็ปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้ในทันที สกิลระดับสูงบางสกิลมีความลับที่ไม่แสดงผ่านหน้าต่างของระบบแต่ต้องรับรู้ด้วยตัวของตัวเอง บ้างก็มีผลดีบ้างก็มีผลร้าย แต่ดูเหมือนว่าร่างมังกรสายฟ้าจะมีีทั้งผลดีและผลร้ายรวมๆกัน ผลร้ายคือการเปิดใช้ทำให้อยู่ในสภาวะที่ไม่อาจอธิบายได้ว่าเป็นอย่างไร เพียงแต่รู้สึกได้ถึงความปั่นป่วนจากภายในจนไม่อาจขยับตัวได้ แต่หลังจากความปั่นป่วนหายไปเขากับได้รับการสืบทอดสายฟ้าฑัณฑ์สวรรค์มาโดยไม่ทราบสาเหตุ

     ด้วยการสืบทอดที่ยังไม่สมบูรณ์ เรกัสจึงสามารถเลือกสายสกิลได้เพียงสายเดียว คือ มังกรอัสนีทะยานสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ฑัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า และเกล็ดมังกรสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ซึ่งเป็นสกิลสายเคลื่อนไหว โจมตี และป้องกันตามลำดับ เรกัสแม้จะอยากได้สายโจมตีมากกว่า แต่ในสถานการณ์ที่คับขันที่ตัวเขาแทบไม่มีพลังเวทเหลืออยู่ กับค่าสถานะความเร็วที่โดดเด่นที่สุดอยู่ในขณะนี้ เขาจึงเลือกสายการเคลื่อนไหวอย่างทะยานสวรรค์โดยไม่มีทางเลือก

     ทะยานสวรรค์เก้าชั้นฟ้า (แรร์+/สามารถเติบโตได้)
     ชั้นฟ้าที่ 1: เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 10%
     ชั้นฟ้าที่ 2: [อัสนีท่อง] กลายเป็นสายฟ้าแล้วเคลื่อนที่ด้วยความเร็วดุจสายฟ้าเป็นระยะทาง 10 เมตร ดูลดาว์น 1 นาที
     ชั้นฟ้าที่ 3: Locked 
     ชั้นฟ้าที่ 4: Locked
     ชั้นฟ้าที่ 5: Locked
     ชั้นฟ้าที่ 6: Locked
     ชั้นฟ้าที่ 7: Locked
     ชั้นฟ้าที่ 8: Locked
     ชั้นฟ้าที่ 9: Locked
     มังกรอัสนีท่องทะยานทั่วสวรรค์เก้าชั้นฟ้า สามภพผู้ใดอาจสกัดกั้น

     ใช้สกิลสายปราณด้วยพลังเวท มันคือความเป็นไปได้ที่เป็นไปไม่ได้ที่บังเอิญอย่างที่สุด ด้วยระบบทำให้เรกัสสามารถเรียนรู้สกิลอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่สกิลเฉพาะหรือสกิลพิเศษที่มีเงื่อนไขพิเศษโดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐาน แต่ด้วยความที่ไม่ขึ้นอยู่กับระบบทำให้สามารถใช้สกิลสายปราณได้ด้วยพลังเวทมนต์ที่แปรสภาพเป็นปราณได้อย่างที่ผู้เล่นไม่อาจทำได้เพราะถูกตีกรอบโดยระบบด้วยสายของเวท ปราณ และจิต ส่วนการแปรสภาพเวทเป็นปราณนั้นต้องขอบคุณที่ก่อนจะมาอยู่ในร่างของเรกัสเขาอยู่ในสายนักรบผสมที่ใช้ออร่าอันเป็นพลังเวทที่แปรสภาพให้เหมาะสมกับนักรบมากกว่านักเวทจึงมีคุณสมบัติบางส่วนคล้ายคลึงกับพลังปราณทำให้สามารถแปรสภาพเวทเป็นปราณซึ่งเป็นพลังงานบริสุทธิ์เหมือนกันได้ 

     ราวกับหยิบยื่นก้อนถ่านให้ตอนหน้าหนาว พลังเวทที่น้อยนิดของเรกัสไม่เพียงพอจะใช้เวทมนต์อย่างต่อเนื่อง แต่ทักษะสายปราณนั้นต่างออกไป แม้จะมีการสูญเสียงพลังเวทส่วนหนึ่งระหว่างการแปรสภาพการใช้ทักษะปราณก็ยังใช้พลังเวทน้อยกว่าหลายเท่า ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลบการโจมตีครั้งล่าสุดของไอซ์ไจแอนท์ได้ 

     กระนั้น ความจริงที่ว่าโอกาสชนะของเขาตอนนี้ไม่มีแล้วไม่ได้เปลี่ยนไปด้วยสกิลเพียงแค่สองสกิล ด้วยพลังเวทเพียงไม่ถึงร้อยหน่วยกับเลือดหลักพัน การโจมตีถากๆของไอซ์ไจแอนท์ก็เพียงพอที่จะสังหารเขาได้ในทันที เพื่อรักษาชีวิตเรกัสจึงขอความช่วยเหลือจากอลิซซาเบธด้วยการทำลายรูปสลักเลือดที่ได้รับจากอลิซซาเบธ

     ในชั่วอึดใจหลังจากรูปสลักถูกทำลาย มันก็กลายเป็นโลหิตจำนวนหลายพันลิตรที่แปรสภาพราวกับฟองเลือดห่อหุ้มร่างของเรกัสเอาไว้

     "ปุ" หมัดของไอซ์ไจแอนท์ชกเข้าในฟองเลือดในวินาทีต่อมาไม่อาจสร้างความเสียหายกับฟองเลือดแม้เพียงนิดด้วยฟองเลือดนั้นกระจายแรงที่โจมตีใส่มันไปทั่วแล้วส่งกลับไปใส่แขนของมัน

     "ตู้มมม" แขนของไอซ์ไจแอนท์แตกเป็นเสี่ยงๆทันที แตกต่างจากการสะท้อนกลับการโจมตีของประตูน้ำแข็งที่สะท้อนกลับไปราวแปดในสิบของพลังโจมตี ฟองเลือดของอลิซซาเบธนั้นสะท้อนกลับการโจมตีกลับไปหลายเท่า ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่ว่าสกิลของอลิซซาเบธนั้นร้ายกาจมากมาย แต่ผลต่างของเลเวลและระดับชั้นทำให้ได้รับโบนัสมหาศาลต่างหาก ต่อให้ไอซ์ไจแอนท์นับร้อยก็ไม่อาจทำอะไรฟองเลือดเหล่านี้ได้

     ฟองเลือดลอยขึ้นจากฟื้นแล้วพุ่งขึ้นไปด้านบนในทันที เพดานน้ำแข็งที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเพชรเมื่อสัมผัสเข้ากับฟองเลือดกลับแตกสลายราวกับเป็นเพียงเยื่อแก้วที่บางเบา 

     ในเวลาไม่กี่อึดใจฟองเลือดก็ลอยขึ้นมาเหลือพื้นดินราวหนึ่งร้อยเมตร ก่อนจะพุ่งไปยังทิศทางของแรคคูนซิตี้ด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองด้วยตาเปล่าทัน

     "เหี้ย" เรกัสสบทออกมาโดยทันทีเมื่อรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น ด้วยระยะทางจากแรคคูนซิตี้มายังโอราที่ไกลกว่าแปดพันกิโลเมตรอีกทั้งยังเต็มไปด้วยอันตรายนานาประการ กว่าเรกัสจะมาถึงที่นี่ได้ต้องใช้เวลาร่วมสิบวัน หากฟองเลือดบ้านี่พาเขากลับไปหมายความว่าเขาต้องเสียเวลาเดินทางใหม่

     นอกจากนี้ ความซวยของเขายังไม่จบ เพราะเมื่อเทสลาเห็นว่าว่าที่ผู้สืบทอดเลือกจะหนีก็รู้สึกผิดหวังเล็ก จึงออกบทลงโทษใส่

     "เทสลา รู้สึกผิดหวังในตัวท่าน สกิลสายสายฟ้าทั้งหมดจะลดประสิทธิภาพลง 50% จนกว่าท่านจะทำภารกิจสืบทอดลำดับแรกได้เสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้ภารกิจลำดับที่สองจะยากขึ้น 50%" เสียงโมโนโทนของระบบแจ้งบทลงโทษในทันที

     "อีป้าน้ำแข็ง อีกสิบวันล้างคอรอได้เลย พ่อคนนี้จะเอาคืนทั้งต้นทั้งดอก" เมื่อไม่อาจทำอะไรอลิซซาเบธกับเทสลาได้ เรกัสก็ได้แต่ระบายความอัดอั้นกับราชินีน้ำแข็งแทน

     .......................

     ในเวลาใกล้เคียงกัน ณ ดินแดนที่ห่างไกลสุดขอบโลก มหาป่าตัวหนึ่งกำลังใส่ตีนหมาวิ่งหนีฝูงหนูดำขนาดเท่ากับหนูท่ออย่างสุดชีวิต หากเรกัสมาเห็นหมาป่าตรงหน้าแม้ว่ามันจะตัวโตขึ้นและมีขนสีขาวสะอาดตาก็จะจำใบหน้าโง่ๆของมันได้ในทันที ส่วนหนูสีดำที่วิ่งไล่มันหน่ะหรือ

     แบล็กอะกูที (Agouti) อีลีท เลเวล 120

     ถามว่าทำไมหมาโง่ต้องมาวิ่งหนีหนูอยู่แบบนี้ต้องย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สักพักใหญ่ คือ หลังจากที่มันสะกดการตื่นของสายเลือดในคราวนั้น มันก็ไม่อาจปลุกสายเลือดขึ้นมาได้อีก สพาร์คเคิลก็เลยจับมันมาปล่อยไว้กลางเกาะที่อยู่กลางมหาสมุทรที่คนธรรมดาไม่อาจมาถึงได้ 

     ความพิเศษของเกาะแห่งนี้คือมันเป็นสถานที่ที่บรรพบุรุษของเทมเพสท์ทอดกายสิ้นชีวิตเมื่อครั้งอดีต และด้วยการที่่ศพของบรรพบุรุษของเทมเพสท์อยู่บนเกาะนี้ทำให้สิ่งมีชีวิตบนเกาะได้รับเศษเสี้ยวของพลังอันยิ่งใหญ่จากอดีตกาลทำให้พวกมันแข็งแกร่งแบบผิดปกติ อย่างหนูโง่ๆที่ควรจะอยู่เกือบล่างสุดของห่วงโซ่อาหารกลับเป็นอีลีทเลเวลมากกว่าร้อย เอาจริงๆบนเกาะนี้ขนาดสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอที่สุดก็เป็นอีลีทเลเวล 100 เช่นกัน ดังนั้นเทมเพสท์ที่เวลานี้แม้กลายเป็นลอร์ดเต็มตัวแต่เลเวลยังคงตันที่ 99 จึงมีชีวิตอย่างยากลำบาก

     "ไอ้พวกหมา.. ไม่ไอ้พวกหนูหมู่ แน่จริงมาตัวๆกับท่านลอร์ดหมาป่าผู้ยิ่งใหญ่สิว่ะ" เทมเพสท์ตะโกนท้าทาย

     "จี๊ด จี๊ด ..." เสียงหนูจำนวนมากร้องระงม กระนั้นเทมเพสท์ก็ไม่อาจฟังรู้เรื่องแต่อย่างใด

     ควรทราบว่าแม้มอนสเตอร์บนเกาะนี้จะได้รับพลังจากบรรพบุรุษของเทมเพสท์ แต่ก็ไม่ได้รับสายเลือดสืบทอดมา ทันทีที่เทมเพสท์เหยียบย่างลงมาบนเกาะนี้ มอนสเตอร์ทุกตัวก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดอันทรงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเทมเพสท์ในทันที ในสายตาของพวกมอนสเตอร์เหล่านี้ เทมเพสท์ไม่ต่างอะไรกับพระถังซัมจั๋งโดยมีพวกมันเป็นปีศาจที่ต้องการกินเลือดกินเนื้อของเทมเพสท์แต่อย่างใด ความจริงแล้วหากสพาร์คเคิลไม่ส่งคนของตนมาคอยจัดการพวกที่ระดับสูงเกินไปแล้วล่ะก็ เทมเพสท์ไปอยู่ในท้องของมอนสเตอร์ระดับสูงสักดตัวบนเกาะนี้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เหยียบเข้ามาแล้ว ด้วยบนเกาะแห่งนี้มอนสเตอร์ระดับลอร์ดคลาสสามมีอยู่หลายสิบตัวด้วยกัน ส่วนตัวตนที่ทรงอำนาจสูงสุดนั้นเป็นถึงไฮลอร์วงแหวนที่เก้าที่เกือบจะกลายเป็นทรานเซนเดนท์แล้วด้วยซ้ำ น่าเสียดายที่มันเพิ่งจะหาเรื่องกับสพาร์คเคิลจะโดนอัดยับต้องนอนรักษาตัวอีกเป็นปีๆ จึงไม่อาจออกมาหาเรื่องกับคนของสพาร์คเคิลที่เป็นไฮลอร์ดวงแหวนที่เก้าเหมือนกันได้

     เทมเพสท์วิ่งหนีพวกหนูมาไกลเกือบสิบกิโลเมตรจนมาเจอกับผาชันตั้งตระหง่านขวางอยู่เบื้องหน้า มันจึงหันหลังชนผาหินนั้นแล้วหันไปเผชิญหน้ากับฝูงหนูนับสิบตัวด้วยร่างกายอันสั่นเทา

     "ยะ อย่างเข้ามานะ ไม่อย่างงั้นอย่างหาว่าข้าไม่เตือน" เทมเพสท์เสียงสั่น

     "จี๊ด" หนูตัวโตที่สุดร้องเสียงดัง แล้วพุ่งเข้าใส่เทมเพสท์ทันที เมื่อมีตัวนำ ตัวอื่นๆก็พุ่งเข้าใส่ตามๆกันไป

     "จี๊ดดด" หนูตัวโตกระแทกกับหินผาจนมึนงงตามด้วยหนูตัวอื่นๆที่สภาพไม่ต่างกัน มันไม่อาจเข้าใจได้ว่าเหตุใดเหยื่ออันโอชะของพวกมันจึงหายไป

     "ครืนนน" ไม่ทันให้พวกมันปรับสติได้ทัน หน้าผาก็ถล่มลงมาในทันที หินนับร้อยๆตันถล่มลงมาใส่พวกหนูจนแหลกเละไปหมด

     "ว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ไอ้พวกหนูโง่ ท่านลอร์ดหมาป่าผู้ปราชญ์เปรื่องมีหรือจะไปประลองกำลังกับพวกแก อย่างท่านลอร์ดผู้นี้ใช้นี่ต่างหาก" เทมเพสท์ใช้ขาหน้าลูบที่หัวของมันด้วยท่าทางกระหยิ่งยิ้มย่อง

     ด้วยการเลื่อนขั้นเป็นลอร์ด แม้เลเวลจะไม่เพิ่มขึ้น แต่มันได้รับสกิลหลายๆอย่างมา อย่างที่เพิ่งใช้ตะกี้ไปหยกๆคือ เคลื่อนมายา ที่ทำให้มันสามารถย้ายตำแหน่งในระยะร้อยเมตรได้อย่างอิสระพร้อมกับทิ้งภาพติดตาและกลิ่นอายเอาไว้หลอกลวงศัตรูได้ จึงไม่แปลกที่พวกหนูจะคิดว่าภาพติดตาตรงหน้าคือเทมเพสท์ ส่วนตัวมันหน่ะหรือ อยู่บนหน้าผาพร้อมกับผลักหินจำนวนมากลงถล่มทับพวกหนูต่างหาก

     ด้วยการติดตามเรกัสอยู่พักใหญ่ เทมเพสท์ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างว่าการใช้กำลังปะทะตรงๆนั้นมีไว้กับตบเด็กเท่านั้น กับตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าหากไม่เอาด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล โดยไม่รู้เลยว่าเพราะว่าการทำเช่นนี้จึงทำให้มันไม่อาจปลุกสายเลือดอันทระนงของบรรพบุรุษขึ้นมาได้สักที

     ........................

      หลายๆคนถามถึง หมาโง่ มันก็ฟาร์มอยู่เหมือนกัน แต่มันฟาร์มไม่ขึ้น ส่วนเรกัสใครคิดว่าจะกลายเป็นเทพไล่ล้างดันแบบชิวๆคิดผิดนะครับ ครั้งนี้เรียกได้ว่าขาดทุนย่อยยับ ชีวิตนึงๆมันก็ต้องมีทั้งสำเร็จทั้งล้มเหลวจึงจะมีสีสัน หากอะไรๆก็สำเร็จง่ายๆไปหมด ผมว่าถ้าไม่ใช่นิยายแนวเบาสมองมันดูจะขาดอะไรบางอย่างไป 

     สุดท้าย ที่หายไปนานนี่คือต้องเฝ้าคนป่วยครับ คืนๆนึงแทบจะไม่ได้นอน ตอนนี้ผ่านมาได้แล้ว อยากนอนแม๊กซ์ ถ้าไม่ติดว่าจะรอลงช็อปชิมใช้ก็คงนอนแล้ว ไม่มาลงนิยายหรอก ดังนั้น อย่างลืมขอบคุณลุงที่ทำให้ไรท์เอาเวลารอลงทะเบียนมาเขียนนิยายกันนะ.. :P






    
     




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 182 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #289 Morden Jr (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 19:17
    เจ้าหมาโง่....
    #289
    0
  2. #271 ball-kpp (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 01:10
    โถ...สงสารทั้งคนทั้งหมา55555
    #271
    0
  3. #267 slzyzero (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 11:42

    ติดตาม

    #267
    0
  4. #263 kimurakung (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 22:19
    ขอบคุณไรท์ แต่ต้องบอกว่าตอนนี้ซวยทั้งคนทั้งหมา ถ้วนหน้า 55
    #263
    0
  5. #262 Fikusa (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 22:00
    ย่อยยับจริงๆงานนี้ ต้องฟาร์มให้พร้อมก่อนล่ะนะ
    #262
    0
  6. #261 เร - Rae (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 22:00
    เยี่ยม มีความล้มเหลวแทรกด้วย ไม่ได้เห็นมานานมากแล้วในนิยายที่เคยอ่าน ส่วนหมาสายฟ้า...เอ็งเริ่มเหมือนเจ้านายทุกที
    #261
    0