Strongest NPC

ตอนที่ 20 : 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 399 ครั้ง
    1 ก.ย. 62

     ลำแสงสีทองอร่ามพุ่งผ่านขอบฟ้ายามราตรีจากซีกโลกหนึ่งไปยังอีกซีกโลกหนึ่งด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อที่ทิ้งไว้แต่เส้นทางแสงสีทอดพาดผ่านท้องฟ้า คนทั่วไปอาจเห็นเป็นปรากฎการณ์ที่แปลกประหลาด แต่สำหรับผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ที่เข้าใจว่ามันคืออะไรถึงกลับเรียกประชุมด่วนเพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นทันที ทรีแองเกิล สามบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุด ผู้พิทักษ์ที่ยืนอยู่บนจนสูงสุดของโลก แทบไม่อะไรทำให้ทรีเกจต้องเคลื่อนไหวด้วยตนเองมาก่อน ขนาดเมื่อห้าร้อยปีก่อนมังกรทรราชไอเซนได้ทำลายจักรวรรดิไปมากมาย ทรีเกจยังเพียงส่งบริวาณจำนวนหนึ่งออกมาจัดการเท่านั้น ถ้าเช่นนั้นแล้วอะไรที่ทำให้ทรีเกจต้องเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง จะเป็นหายนะระดับไหน?

     ในเวลาเดียวกับที่มหาอำนาจแตกตื่นลนลาน ร่างเงาสีทองได้ปรากฎขึ้นข้างเทมเพสท์ที่กำลังจะคลั่ง มือซ้ายของร่างเงาสีทองวางบนหัวของเทมเพสท์แล้วสะกดการเคลื่อนไหวของมัน เสียงอ่อนนุ่มแต่ทรงอำนาจอย่างไม่น่าเชื่อเปล่งออกมา "ผู้สืบทอดสายเลือดโบราณ ถ้าเจ้าปลุกสายเลือดของเจ้าด้วยอารมณ์เช่นนี้ เจ้าจะกลายเป็นอสูรร้าย ดังนั้นหากจำเป็น ข้าคงต้องกำจัดเจ้าก่อนที่เจ้าจะกลายเป็นหายนะ"

     "อย่าเพิ่งปฏิเสธว่าไม่ยินยอม ข้าสามารถช่วยเหลือสหายของเจ้าได้ นอกจากนี้ข้ายังจะไม่ไห้คนเหล่านี้แตะต้องสหายของเจ้าเป็นเวลาสามปี เจ้าเห็นว่าอย่างไร" เห็นสายตาอันเกรี้ยวกราดคลั่งแค้นร่างเงาสีทองก็เสนอข้อเสนอออกไป "แน่นอนว่าหากเจ้าไม่เห็นด้วยแล้วปลุกสายเลือดของเจ้าขึ้นมา เราอาจต้องต่อสู้กัน แต่ข้ามั่นใจว่าข้าจะชนะ หรือต่อให้เจ้าชนะ เจ้าอาจฆ่าคนเหล่านี้ได้ แต่เจ้าก็ช่วยชีวิตสหายเจ้าไม่ได้อยู่ดี"

     ขุนพลของยูดาอิลทั้งสี่แม้จะเห็นว่ามีร่างเงาสีทองมายุ่งย่ามกับเรื่องราวของพวกเขา แต่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัว นอกจากลำแสงสีทองพาดผ่านท้องฟ้ายาวสุดลูกหูลูกตา ร่างเงาสีทองปรากฎขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยโดยที่พูดเขาไม่รู้ตัวสักนิด อีกทั้งยังไม่อาจสัมผัสแรงกดดันหรือกระแสพลังอะไรได้สักอย่างราวกับคนธรรมดา ย่อมหมายความว่าร่างเงาสีทองนั้นอยู่คนละระดับกับพวกเขาอย่างแท้จริง 

     "ตกลง" เทมเพสท์ยอมรับอย่างง่ายดาย ที่มันยังอยู่ตรงนี้เพราะเรกัสสละชีวิตให้มัน ล้างแค้นในตอนนี้แล้วทำให้เรกัสต้องตายเป็นเรื่องโง่เง่าอย่างที่สุด นอกจากนี้หากตาแก่สีทองนี่รับรองความปลอดภัยของเรกัสเป็นเวลาสามปี ไอ้พวกหน้ากากนี่ย่อมไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ตัวมันที่ติดตามเรกัสมาพักหนึ่งเข้าใจดีว่าเรกัสแข็งแกร่งขึ้นด้วยความเร็วอันน่าพรั่นพรึงขนาดไหน ในตอนที่สายเลือดของมันตื่นขึ้นมา ความทรงจำจากบรรพบุรุษได้ถูกส่งทอดมาให้มัน แม้จะไม่ปะติดปะต่อและขาดหายไปเป็นส่วนใหญ่ แต่มันก็พอจะรู้ได้ว่ากระทั่งบรรพบุรุษของมันก็ยังสั่นสะท้านกับความเร็วในการพัฒนาของเรกัส

     ในฉับพลัน ร่างเงาอันทรงอำนาจราวกับการจุติของเทพเจ้าสลายหายไปราวกับฝุ่นควัน

     ร่างสีทองเมื่อเห็นเช่นนั้นก็คลายผนึกออกจากร่างของเทมเพสท์ แล้วสะบัดมือส่งละอองแสงสีทองไปยังร่างไร้สติของเรกัส เพียงละอองแสงสัมผัสร่างของเรกัสบาดแผลที่เกิดขึ้นก็สมานตัวอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นปกติในอึดใจ ขนาดมือทั้งสองข้างที่ถูกตัดขาดยังงอกออกมาใหม่ได้ สร้างความยินดีให้กับเทมเพสท์อย่างยิ่ง

     "อะไร" ร่างเงาสีทองอุทานออกมาด้วยความตื่นตกใจ พลังงานลึกลับบางอย่างพลักดันพลังของเขากลับมา ในชั่วพริบตาออร่าสีดำราวกับหมึกได้ปกคลุมร่างของเรกัสแล้วดูดร่างนั้นหายไปในช่องว่างของห้วงมิติและเวลาทันที

     "เจ้าทำอะไร" เทมเพสท์ดูจะบ้าคลั่งอีกครั้งเมื่อร่างของเรกัสหายไปไม่เหลือแม้แต่ซาก

     "ข้าไม่ได้ทำอะไร แต่มีบางอย่างที่มีอำนาจยิ่งใหญ่นำตัวของเขาไป จะให้ฝืนแย่งกับสิ่งนั้นก็ทำได้ แต่มีโอกาสสูงมากที่ร่างของเจ้าหนุ่มนั้นจะถูกฉีกกระชากจากพลังอำนาจยิ่งใหญ่สองสาย ข้าจึงเลือกจะให้สิ่งนั้นนำตัวเขาไป อย่างน้อยที่สุดข้าไม่อาจสัมผัสได้ถึงความเป็นปรปักษ์จากสิ่งนั้น คงไม่เกิดเรื่องร้ายแรงอะไร" ร่างสีทองชี้แจง หากเขามาด้วยร่างจริง การยื้อแย้งกับออร่าสีดำนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับร่างแสงที่มีพลังเพียงหนึ่งในสิบ เขายอมรับว่าตนเองด้อยกว่าออร่าสีดำอยู่เล็กน้อย หากใช้กำลังยื้อแย่งกันร่างของเรกัสอาจถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

     "ข้าหวังว่าเจ้านายโง่ของข้าจะไม่ไปต้มตุ๋นสิ่งนั้นนะ" เทมเพสท์ส่ายหัวเล็กๆเมื่อคิดถึงนิสัยของเรกัส 

     ร่างแสงสีทองถึงกับสั่นไหวพร้อมกับร่างหลักที่กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ 

     เจ้านาย สายเลือดโบราณกาลรับมนุษย์ที่เป็นแค่เมจหนึ่งดาวเป็นเจ้านาย นี่มันเรื่องบ้าอะไร แค่สหายก็พอจะทำให้คนทั่วไปช็อคแล้ว กระทั่งชายชราเองตอนสืบทอดตำแหน่งหนึ่งในผู้นำของทรีแองเกิลใหม่ๆก็เคยเจรจาเพื่อให้สายเลือดโบราณกาลตนหนึ่งที่เพิ่งถูกปลุกมาเป็นคู่หู พร้อมกับเสนอผลประโยชน์มากมาย แต่ผลที่ได้คือสายเลือดโบราณกาลนั้นไม่แม้แต่จะพิจารณาข้อเสนอสักนิด ในประวัติศาสตร์อันยาวนาน ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากสายเลือดโบราณกาลมีเพียงหยิบมือ และนั่นเป็นความสัมพันธ์ที่เท่าเทียม ไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับข้ารับใช้มาก่อน

     "ข้าขอถามอะไรหน่อย เจ้าโดนต้มตุ๋นมาด้วยใช่ไหม" ร่างสีทองเมื่อจับความนัยบางอย่างได้เอ่ยถามขึ้นมา

     "ก็ส่วนหนึ่ง" เทมเพสท์ตอบเหมือนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ไม่มีความอับอายในน้ำเสียงและสายตาสักนิด

     อ๊ากกกกกก รู้แบบนี้ข้านำร่างจริงมาดีกว่า ถ้าข้าแย่งเด็กนั่นมาได้ ข้าจะได้ขอเรียนวิชาต้มตุ๋นสายเลือดโบราณกาล ยังไงซะด้วยบุญคุณที่ช่วยชีวิตเอาไว้ หากเสนอราคาที่เหมาะสมเขาคงไม่ปิดบัง แม้สีหน้าจะราบเรียบแต่ภายในของชายชราคลุ้มคลั่งอย่างมาก

     หลายวันหลังจากนี้ คนที่เข้าพบกับชายชราผู้นี้เพื่อสอบถามเรื่องการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจะถูกไล่ตะเพิดออกไปทั้งหมด หลายต่อหลายคนคิดว่าชายชราผู้นี้ต้องไปเจอกับศัตรูที่ร้ายกาจและล้มเหลว เช่นนั้นหรือว่าโลกจะเข้าสู่วิกฤตอีกครั้ง?

     ............

      เรกัสลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองมองเห็นเพียงท้องฟ้าสีดำว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตา เขายันร่างที่นอนราบอยู่กับพื้นอันเย็นเยียบให้ลุกขึ้น มันเป็นพื้นสีดำราบเรียบที่ไร้ซึ่งลวดลายใดๆ ทุกสิ่งที่อยู่ที่นี่มีแต่สีดำอึกครึม แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงสามารถมองเห็นได้ไกลราวกับอยู่ภายใต้แสงสว่างยามเที่ยงวัน

     "นี่คือโลกของคนตาย?" เรกัสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

     "บังอาจ นี่คือดินแดนแห่งกฏระเบียบและรากฐาน กล้านำไปเปรียบเทียบกับดินแดนคนตายที่วุ่นวายนั่นได้อย่าไร" น้ำเสียงเก่าแก่ที่โกรธเกรี้ยวดังขึ้นจากทุกทิศทาง ตามรูนจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฎขึ้นครอบคลุมฟ้าดินทั้งหมด พลังอำนาจของรูนจำนวนนับไม่ถ้วนแทบจะกดทับเรกัสจนหายใจไม่ออก

     "ดินแดนแห่งกฎระเบียบและรากฐาน?" เรกัสทวน

     "เจ้าเข้ามาที่นี่โดยไม่รู้ว่ามันคือที่ไหนงั้นรึ" น้ำเสียงเก่าแก่ยังคงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดังเดิม แต่มีร่องรอยเล็กๆของความสงสัยปรากฎอยู่

     "ข้าไม่รู้ ข้าจำได้ว่าข้าได้รับบาดเจ็บถึงตาย หลังจากนั้นก็หมดสติไป ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็มาอยู่ที่นี่" เรกัสตอบไปตามตรง หากเขาปิดบังเกรงว่าอะไรๆจะผิดเพี้ยน

     "เป็นไปไม่ได้ หากเจ้าบาดเจ็บถึงตายเจ้าจะต้องมาที่นี่ด้วยสภาพแบบนั้น ดูเหมือนจะมีใครรักษาเจ้าก่อนที่บัตรเชิญจะทำงาน" เสียงเก่าแก่กล่าวบทวิเคราะห์ของมันออกมา

     "เจ้าคงอยากรู้ว่าข้ารู้ได้ยังไงว่าเจ้าไม่ได้โกหก นั่นง่ายมาก รูนตัวนั้นจะลงฑัณต์เจ้าทันทีที่เจ้าโกหก" 

     รูนตัวหนึ่งที่เหมือนกับตาชั่งที่มีดวงตาเปล่งแสงจางๆแสดงให้เห็นว่าเสียเก่าแก่หมายถึงรูนตัวไหน

     "ข้าเข้าใจแล้ว" เรกัสพอจะเข้าใจได้ว่าอะไรเกิดขึ้น ดูเหมือนจะมีคนมาช่วยเขาเอาไว้ แต่ใครกันที่สามารถจัดการกับขุนพลของยูดาอิลสี่คนในเวลาเดียวกันได้ ในขอบเขตความทรงจำของเขา อาณาจักรวาซิลเลียนไม่มีใครมีความสามารถขนาดนั้น ความเป็นไปได้คือกลุ่มบุคคลหรืออาจเป็นกองทัพขนาดใหญ่ที่ทำแบบนั้นได้ แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่ต้องสนใจ หากเขาเข้าใจไม่ผิดที่นี่คือโค้ดการ์เด้น บัตรเชิญหรือดันเจี้ยนพาสสมควรเปิดการทำงานด้วยเลือด

     "สหายของข้าบอกว่าที่แห่งนี้ทำให้ข้าสามารถเลื่อนระดับได้ รบกวนสอบถามว่าข้าต้องทำอย่างไร" เรกัสกลับเข้ามายังสาระหลักของดันเจี้ยนแห่งนี้ทันที เขามั่นใจว่าไม่ใช่การเอาชนะเสียงเก่าแก่นั่นแน่นอน ด้วยรูนที่มีพลังอำนาจมากมายนับล้านล้าน อย่าว่าแต่เขา ต่อให้เอนวอยทั้งสิบสองร่วมมือกันก็ใช่ว่าจะเอาชนะได้

     "รูนคือรากฐานและกฎระเบียบ ที่แห่งนี้เจ้าสามารถแลกเปลี่ยนรูนของตัวเองกับรูนเหล่านี้ได้ ส่วนมูลค่าของรูนตัวใดมีมากขนาดไหนนั้นข้าจะเป็นผู้กำหนด แต่หากต้องการออกไปจากที่นี่ รูนข้ามมิติแบบครั้งเดียวตัวนั้นจำเป็นต้องถูกแลกเปลี่ยน" รูนที่มีรูปร่างคล้ายเสาชิงช้ากลางกรุงเทพเรืองแสงขึ้น

     "ในเวลาจนกว่าทรายแห่งเวลาจะหมดลง จงเลือกรูนของเจ้าออกมาแล้วข้าจะตีราคาให้" เสียงโบราณกล่าวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับรูนขนาดจิ๋วมากมายที่หมุนวนอยู่รอบตัวเขา และนาฬิกาทรายที่บรรจุทรายสีทองที่เริ่มจับเวลา

     เรกัสกวาดสายตามองรูนเหล่านั้นด้วยความสิ้นหวัง หากเขาศึกษาศาสตร์เวทมนต์มาอย่างเข้มข้น เขาคงเข้าใจความหมายของรูนเหล่านี้บ้าง แต่นี่เขาไม่เข้าใจอะไรเลย จะเอาอะไรไปแลกเปลี่ยนดี? 

     เรกัสไม่รู้ว่าต่อให้เซเรฟ หนอนหนังสือผู้บ้าคลั่ง มาที่นี่ก็ไม่เข้าใจรูนเหล่านี้เหมือนกัน รูนพื้นฐานเหล่านี้แทบไม่มีคนรู้จัก หรือต่อให้มีใครจะไปจำรูนเป็นล้านตัวได้ นี่เป็นกับดักของสถานที่แห่งนี้ รูนกว่า 80% เกี่ยวข้องกับชีวิต หากผิดพลาดอาจหมายถึงความตาย นอกจากนี้หากเลือกรูนเพียงไม่กี่ตัวก็ไม่อาจแลกรูนสำหรับออกไปจากที่แห่งนี้ได้เหมือนกัน ดังนั้นเกือบทุกคนที่มายังที่แห่งนี้จึงต้องตายอยู่ที่นี่ และรูนที่ไร้ผู้ครอบครองก็ถูกยึดครองโดยปริยาย

     เดี๋ยว เรกัสเมื่อเห็นกลุ่มของรูนที่คุ้นเคยผ่านหน้า เขาเพียงคิดว่าอยากหยุดมันเอาไว้เพื่อดูให้ชัดๆ รูนเหล่านั้นก็หยุดลงพร้อมกับขยายขนาดใหญ่ขึ้น

     "นั่นมันรูนอะไร" เสียงโบราณเอ่ยออกมาด้วยความสนใจในรูนที่มันไม่เคยเห็น

     เช้ดแม่ C++ เรกัสระเบิดหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ ถึงอาจารย์จะตัดเกรดโหดไปหน่อย แต่ผมก็ขอบคุณอาจารย์ที่สอน C++ ให้ผมนะครับ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 399 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #196 slzyzero (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 14:21

    ติดตามครับ

    #196
    0
  2. #75 Bloody_Mary (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 02:29
    แบบนี้มันต้อง Hello World 555+
    #75
    0
  3. #33 เหมียวขนฟู (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 01:44
    ภาษาซี55555555 ว่อย
    #33
    0
  4. #32 Totorokun (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 19:43
    ในการด่าเจ้านายนี้นั้น //ยอมใจพี่เลย
    #32
    0
  5. #31 Fikusa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 18:23
    ภาษาอังกฤษรึเปล่านะ ฮ่าๆๆๆๆๆ เทมเพลสนี่ฝอยเจ้านายแบบไม่รู้สึกอะไรเลย
    #31
    3
    • #31-1 tangniyaynaja(จากตอนที่ 20)
      31 สิงหาคม 2562 / 18:27
      C++ เป็นภาษาคอมครับ ใช้ในการเขียนโปรแกรมต่างๆ รวมถึงเกมด้วย
      #31-1
    • #31-3 tangniyaynaja(จากตอนที่ 20)
      31 สิงหาคม 2562 / 18:54
      จะบอกว่าภาษา C++ คือตัวพัฒนาของภาษา C ก็พอจะได้
      #31-3