TWINS ( yaoi - rewrite)

  • 98% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 51,621 Views

  • 1,179 Comments

  • 1,219 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    65

    Overall
    51,621

ตอนที่ 5 : เสน่หา หรืออาฆาต ( + เล่นเกมตอบคำถาม ^ ^ )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    26 ม.ค. 57

ผมผลุนผลันออกมาจากตรงนั้นอย่างคนสติกระเจิง และวิ่งผ่านห้องโถงออกไปยังด้านนอกที่มีฝนตกปรอยๆ  ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองจะวิ่งไปที่ไหน จนกระทั่งเกือบชนเข้ากับมาร์ค ที่กำลังจะเดินเข้าไปในบ้านของตัวเอง

“โว้ว.. เอ็ดการ์” มาร์คจับต้นแขนผมไว้ “จะรีบไปไหนนี่”

ผมมองเขา นึกคำพูดอะไรไม่ออกเลย

“เอ็ดการ์” มาร์คขมวดคิ้ว  “มีอะไรรึเปล่า?”

ผมมองตอบมาร์ค ตาเขาเป็นสีเทาเข้มดูอบอุ่น และนั่นทำให้ผมเค้นเสียงออกมาจนได้ “ที่จริงฉัน.. เอ่อ...กำลังจะแวะมาหานาย”

“อืม” มาร์คพยักหน้า เขาดึงตัวผมไปยังบันไดที่ทอดขึ้นไปสู่ประตูบ้าน  ผมว่าเขารู้แล้วล่ะ ว่าต้องมีอะไรผิดปกติ

และเมื่อผมขึ้นไปบนห้องเขา มาร์คก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูในตู้  ในขณะที่ผมนั่งลงตรงโต๊ะเขียนหนังสือ และพยายามระงับความแตกตื่น ผมไม่ได้ตั้งใจมาหามาร์คอย่างที่พูด แค่อยากหนีออกมาให้พ้นๆเรื่องบ้าๆนั่น

“ลีโอล่ะ” มาร์คถามพร้อมกับยื่นผ้าขนหนูให้

“ยังไม่กลับจากโรงเรียน”

“ดื่มอะไรอุ่นๆมั้ย?” เสียงมาร์คฟังดูนุ่มนวล

“ฉันอยากได้โกโก้ร้อน”

มาร์คพยักหน้า ก่อนจะเดินหายออกไปทางประตู ผมขยับนั่งให้ตรงและมองผ่านหน้าต่างออกไปยังห้องของผมที่อยู่อีกฟาก ตัวสั่นขึ้นมานิดๆเมื่อนึกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในห้องนั้น ผมสั่งตัวเองให้สงบ โดยการเอนตัวพิงพนักพิงของเก้าอี้และนวดตรงขมับ

...มันเป็นเรื่องจริงใช่มั้ย

คำถามบ้าๆลอยแทรกขึ้นมา  เหมือนบังคับให้ผมหาคำตอบของอะไรก็ตามที่กำลังไล่ตามผมอยู่  ผมอยากหนีแต่ก็อยากรู้ด้วยในเวลาเดียวกัน

โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ผมขยับเอื้อมมือไปหยิบกระดาษกับปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะของมาร์ค นึกถึงภาพสิ่งที่แมวดำกรีดปลายเล็บลงบนอกผม ก่อนจรดปากกาวาดสิ่งนั้นลงบนกระดาษ

มันเป็นภาพแปลกๆ ที่ประกอบด้วยสามเหลี่ยมกลับหัว , ตัววี และกากบาทซ้อนทับกัน ผมขนลุกขึ้นมาเฉยๆเมื่อเขียนมันเสร็จและจ้องมองมัน

“นั่นอะไร?” เสียงของมาร์คที่ดังขึ้นทางด้านหลัง ทำเอาผมถึงกับสะดุ้ง

“เปล่า” ผมปฏิเสธ “เขียนขึ้นมาเล่นๆ ไม่มีความหมายอะไร”

“แน่ใจเหรอ” มาร์ควางแก้วโกโก้อุ่นๆลงบนโต๊ะและมองผมอย่างพิจารณา ถึงสีหน้าเขาจะนุ่มนวล แต่แววตาเขามันทะลุทะลวงเข้าไปในอกผมเหมือนมีดคมๆ “เพราะฉันว่าฉันเคยเห็นมันนะ”

ผมชะงักและตาโต “นายรู้จักมัน?”

“อย่าใช้คำว่ารู้จักเลย” มาร์คเปลี่ยนสีหน้า แววตาบ่งบอกถึงความไม่ชอบใจ “เพราะฉันไม่อยากรู้จักกับอะไรแบบนั้น”

“มาร์ค ช่วยอธิบายให้เข้าใจกว่านี้หน่อยเถอะ”

มาร์คมองผมอย่างชั่งใจ แต่ในที่สุดเขาก็เดินไปที่ตู้หนังสือขนาดใหญ่ที่กินเนื้อที่ผนังด้านหนึ่งทั้งด้าน และหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา มันเป็นหนังสือปกหนังสีน้ำตาลที่ดูจะค่อนข้างเก่า

มาร์ควางมันลงบนโต๊ะ และเปิดข้ามเร็วๆจนกระทั่งเกือบๆกลางเล่ม ก่อนจะเปิดมันอ้าออกให้ผมเห็นชัดๆ ผมตาโตเมื่อเห็นสัญลักษณ์แบบเดียวกันกับที่ผมวาดอยู่ในกระดาษแผ่นนั้น

“มันคืออะไร” ผมกวาดตามองตัวอักษรยึกยือและสัญลักษณ์อีกหลายแบบที่โชว์อยู่ในหน้าเดียวกัน

“ทั้งหมดนี้คือสัญลักษณ์ที่เชื่อว่ามันคือสื่อกลางที่ใช้ติดต่อกับบุคลซึ่งอยู่ในอีกโลกหนึ่งซึ่งไม่ใช่โลกเดียวกับเรา ...มันคือนรก”

ผมตัวแข็งทื่อ

“หรือถ้าจะพูดให้เฉพาะเจาะจง สิ่งที่นายเพิ่งเขียนลงไปนั่น” มาร์คจิ้มนิ้วลงบนรูปที่ผมวาด “มันคือสัญลักษณ์ของใครบางคนที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย  มากด้วยเล่ห์กลที่จะล่อลวงมนุษย์ให้ตกลงไปในบ่วงบาป เป็นจอมอหังการ์ที่บังอาจกล้าท้าทายอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าและก่อสงครามกับสวรรค์”

“ใคร...?”

“ตัวแทนของบาปแห่งความเย่อหยิ่ง” มาร์คปิดหนังสือลง “จ้าวแห่งแดนนรก ...ลูซิเฟอร์”

ลำคอผมแห้งผาก สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าปกหนังสือ ไม่กล้าหันไปสบตามาร์ค

“คราวนี้ถึงตาที่นายจะบอกฉันได้รึยัง ว่าทำไมถึงวาดรูปนี้” เสียงมาร์คนิ่ง แต่ทว่าคาดคั้น

ผมพยายามควบคุมอารมณ์ และถามเขาออกไปแทนที่จะตอบ “นายได้หนังสือนี่มายังไง”

“ฉันบังเอิญได้มาจากร้านหนังสือเก่าในย่านอีสต์วิลเลจ มันมีประโยชน์อยู่เหมือนกันนะ ที่จะเรียนรู้ปูมหลังและอำนาจของฝ่ายที่อยู่ตรงข้าม”

“นั่นสินะ นายตั้งใจจะเป็นบาทหลวงนี่” ผมฝืนหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์ ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ตอนนี้ลีโอน่าจะกลับมาแล้ว ฉันคงต้องไปแล้วล่ะ”

“เอ็ดการ์” มาร์คดึงแขนผมไว้ และพยายามบังคับให้ผมสบตาเขา

ผมเม้มริมฝีปากแน่น และหันไปจ้องตอบมาร์ค

มาร์คถอนหายใจ รู้ว่าผมไม่คายอะไรออกมาตอนนี้แน่ แต่เขาก็ยังพูดอย่างอ่อนโยน “รู้ใช่ไหม ว่านายพูดกับฉันได้ทุกเรื่อง”

ผมฝืนยิ้มให้เขาเล็กน้อย “อืม  ฉันรู้อยู่แล้ว ขอบใจสำหรับโกโก้นะ”

แล้วผมก็ก้าวเร็วๆออกมาจากที่นั่น

และเมื่อผมกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าลีโอกลับมาแล้วจริงๆ เขานั่งอยู่บนเตียง กระดิกเท้านิดๆและมีเฮดโฟนครอบอยู่ที่หู

“นายหายไปไหนมา ฉันถามฟิโอน่า เขาบอกว่านายกลับมาได้สักพักแล้ว” ลีโอถาม

“ฉันแวะไปหามาร์ค”

“มาร์ค?” ลีโอขมวดคิ้ว และถอดหูฟังออก

“เราไปหามาร์คแทบทุกโอกาสอยู่แล้ว มีอะไรน่าแปลก?

“แปลกที่นายไปคนเดียว แบบนี้ขี้โกงนะเอ็ด”

ผมถอนใจแรง “ฉันไม่ได้แอบงาบเขาลับหลังนายหรอก สบายใจได้”

ลีโอหัวเราะเบาๆและลุกขึ้นจากเตียง รอยยิ้มบนริมฝีปากสวยๆนั่นดูซุกซนมีเสน่ห์ มันทำให้ผมเข้าใจเลยว่าพวกผู้หญิงรู้สึกยังไงเวลาที่มองเขา ลีโอเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับปลดเนคไท  ก่อนจะขยี้เส้นผมชื้นๆของผมและพูดขึ้น “ถอดเสื้อออกซะแล้วไปแช่น้ำอุ่นกัน ฉันมีอะไรจะเล่าให้นายฟังด้วย”

“อืม เดี๋ยวตามไป” ผมส่งยิ้มฝืดๆให้เขา

ลีโอเดินผ่านผมไปทางห้องน้ำ ผมเม้มริมฝีปากด้วยความอึดอัดว้าวุ่นใจ ผมอยากบอกทุกอย่างกับลีโอ แต่คิดว่าตอนนี้ตัวเองยังไม่พร้อม

...รออีกนิดก่อนเถอะ

ค่ำนั้นผมฟังเรื่องขำๆเกี่ยวกับครูชมรมดนตรีคนหนึ่ง ที่พยายามจะจัดให้ลีโอเป็นมือสามแทนที่จะเป็นมือหนึ่ง ทั้งๆที่ลีโอพิสูจน์ให้เห็นจะๆคาตาแล้ว ว่าฝีมือไวโอลินเขาเหนือกว่าทุกคนในโรงเรียนนี้ และในจังหวะที่ครูคนนั้นกำลังอ้าปากคัดค้าน เขากลับตดปู้ดออกมาเพราะท้องเสีย ก็เลยต้องแจ้นไปเข้าส้วมแทนด้วยความอับอาย ลีโอก็เลยได้เป็นมือหนึ่งโดยที่ไม่มีใครคัดค้านอีก

และในคืนนั้น ขณะที่เรากำลังขึ้นเตียงนอนที่อยู่กันคนละฟากของห้อง และผมกำลังจะเอื้อมมือไปปิดสวิทช์ไฟตรงหัวเตียง  ลีโอก็เปรยขึ้น

“นายจะคบแซ็คเป็นแฟนรึเปล่าเอ็ด”

“ไม่นะ ฉันยังไม่รู้สึกอะไรกับเขาขนาดนั้น”

“แปลว่าวันนี้พวกนายไปเที่ยวกันแบบเพื่อน?”

“แปลว่านายกำลังหลอกถามฉัน ว่าเราทั้งคู่ได้แลกเปลี่ยนของเหลวในร่างกายกันหรือเปล่า ซึ่งคำตอบก็คือไม่”

ลีโอยิ้ม “ภูมิใจในตัวนายจริงๆ ที่ไม่เลือกแฟนแบบชุ่ยๆ”

“นี่คือคำชมของคนที่เอารายชื่อผู้หญิง 6 คนใส่ในขวดโหลในคืนวาเลนไทน์ปีที่แล้ว แล้วจับฉลากขึ้นมาว่าจะใครจะเป็นผู้โชคดีที่ได้ไปเที่ยวและได้รับจูบอันเร่าร้อนจากนาย  ...อืม ฉันเกือบจะดีใจแล้วนะเนี่ย”

“เฮ้... มันเป็นวิธีที่ยุติธรรมนะ”

“นั่นสิ” ผมยิ้มแยกเขี้ยว “ถ้าสาวๆพวกนั้นรู้เข้าคงดีใจแย่”

ผมปิดสวิทช์ไฟ และหลับตานอนเหมือนปกติ ลีโอพลิกตัวไปมาอยู่สักครู่ ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะสม่ำเสมอแบบคนหลับสนิท ผมรอจนกระทั่งแน่ใจว่าทุกคนในบ้านหลังนี้เข้านอนกันหมดแล้ว ผมก็ลืมตาโพลงขึ้นมาตอนเที่ยงคืน

ผมค่อยๆขยับตัวลุกจากเตียง และย่องออกมาจากห้องอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเดินลงบันไดผ่านห้องครัวชั้นล่างออกไปยังระเบียงหลังบ้าน ที่ทอดไปสู่สวนขนาดย่อมที่เงียบเชียบและหอมรื่นไปด้วยกลิ่นดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมในเวลากลางคืน

ผมสูดลมหายใจลึก ขณะมองสวนสวยใต้แสงจันทร์กระจ่าง ก่อนจะก้าวลงบันไดเตี้ยๆไปสู่สนามหญ้าชื้นๆ ลมเย็นพัดวูบมากระทบผิวเนื้อ ผมห่อตัวเล็กน้อย และรีบเดินไปยังเรือนกระจก

ผมเปิดประตูเข้าไปด้านในและรีบปิดมันลง ก่อนจะกวาดตามองรอบๆ ภายในเรือนกระจกดูเป็นเงาตะคุ่มจากแสงของดวงจันทร์ที่ส่องผ่านเข้ามาบางส่วน  ผมเดินไปจุดตะเกียงที่อยู่มุมทางด้านหนึ่ง แสงสีเหลืองสว่างเรืองขึ้น ส่งให้ภายเรือนกระจกดูไม่น่ากลัวเหมือนตอนแรก

ผมถือตะเกียงเดินผ่านแปลงต้นไม้เข้าไปด้านใน ที่มีชุดเก้าอี้นั่งเล่นและเปลนอนซึ่งทำจากหวายถัก ซึ่งผมและลีโอชอบหลบฟิโอน่ามาแอบสูบบุหรี่ หรือไม่ก็ทำอะไรสนุกๆโดยไม่มีใครมารบกวน

ผมวางตะเกียงไว้ที่ชั้นวางข้างผนัง ก่อนจะเดินไปยังบ่อน้ำตกเล็กๆที่อยู่มุมด้านในสุดของเรือนกระจก และหยิบใบมีดโกนออกมา เพื่อทำอะไรบางอย่างที่ผมตั้งใจไว้แต่แรก

...มันคือการพิสูจน์ขั้นสุดท้ายของผม

ผมแตะใบมีดคมๆลงที่ปลายนิ้วชี้ด้านหนึ่ง และตวัดมือสะกิดให้เกิดบาดแผลเล็กๆ  หยดเลือดไหลซึมออกมาจากปลายนิ้วทันที

...เลือดเพียงหยดเดียว

......

ส่งสัญญาณ และเอ่ยนามเขา...

ผมวาดนิ้วในอากาศเป็นสัญลักษณ์ที่เคยเห็นในความฝันและในหนังสือของมาร์ค พร้อมกับพึมพำออกมาเบาๆ

“ลูซิเฟอร์ ผู้ยิ่งใหญ่จากดินแดนแห่งความตาย ถ้าท่านมีตัวตนจริงๆ ก็จงมาปรากฏตัวให้ฉันเห็น...”

ผมมองเลือดจากปลายนิ้วไหลหยดลงบนผืนน้ำใสแจ๋ว มันเจือจางผสมปนเปไปกับอณูของน้ำ ผมกลั้นหายใจและรอสิ่งที่จะเกิดขึ้น...

......

...เงียบ  ไร้เสียงตอบรับจากโลกใด

ผมกระพริบตาปริบๆ สีแดงของเลือดถูกกลืนหายไปกับผิวน้ำใสๆ ในขณะที่ความรู้สึกงี่เง่ากำลังก่อตัวขึ้นในอกผม

และในที่สุดผมก็หัวเราะออกมาเบาๆอย่างห้ามไม่อยู่ ถ้าก่อนหน้านี้ผมกำลังใกล้บ้า ตอนนี้ผมก็คงบ้าไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ  ผมส่ายหัวและสบถออกมาก่อนจะหันหลังกลับ

“จ้าวนรกเฮงซวย เสียเวลานอนชะมัด”

ผมเดินออกมาจากตรงนั้นได้แค่ไม่กี่ก้าว ผมก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงแปลกๆเหมือนน้ำกำลังเดือดปุดๆอยู่ทางด้านหลัง แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้หันหลังกลับไป ผมก็รู้สึกถึงความผิดปกติในบรรยากาศ

แสงจันทร์สว่างบนท้องฟ้าเลือนรางลงอย่างฉับพลันจากกลุ่มเมฆที่เคลื่อนตัวมาบดบัง กระทั่งแสงจากตะเกียงก็ยังริบหรี่ลง เงาจากใบไม้และกิ่งก้านหงิกงอของต้นไม้ที่อยู่ด้านนอกทอดตัวทาบทาผนังเรือนกระจก  มันยืดยาวไหวระริกเหมือนมีชีวิต และเมื่อเสียงน้ำเดือดเงียบลง ผมก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอื่นเลย นอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรง

ผมค่อยๆหันหลังกลับไป ผมไล่สายตาไปตามพื้นกระเบื้องสีเทาอ่อนของเรือนกระจก ไปจนถึงผืนน้ำที่มีควันลอยกรุ่น ผมเบิกตาโตเมื่อสายตาเจอเข้ากับบางสิ่ง ก่อนจะเบนสายตาขึ้นด้านบนอย่างรวดเร็ว

....มนุษย์

ผมมองสิ่งนั้นอย่างงุนงง นี่ไม่ใช่อะไรที่ผมคาดไว้เลย ผมเตรียมใจเจอสิ่งสุดพิสดารน่าสะพรึงกลัวเท่าที่จะจินตนาการได้ แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าผม กลับเป็นเพียงมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่ง มนุษย์รูปร่างสูงสง่า ที่มีเรือนผมสีดำและดวงตาดำสนิท เขามองหน้าผมโดยไม่พูดอะไร แต่มันกลับทำให้ผมก้าวขาไม่ออก

...ไม่ใช่มนุษย์หรอก

สายตาผมฟ้องภาพความเป็นจริง เขาดูเหมือนมนุษย์อย่างมากก็จริง แต่ใบหน้าที่หล่อเหลาจนเหมือนรูปสลัก คิ้วดกเข้มรับกับดวงตาเรียวคมกริบ ช่วงไหล่กว้าง  รูปร่างสูงใหญ่สมส่วนอย่างที่หาที่ติไม่พบ

มันสมบูรณ์แบบเกินไป...

และที่สำคัญ...  ไม่มีมนุษย์คนไหนที่ยืนอยู่บนผิวน้ำได้  ความหวาดหวั่นจู่โจมเข้ามาเกาะกุมจิตใจผม เมื่อมองเขาก้าวช้าๆเข้ามา เงาดำคืบคลานมาตามพื้นทุกย่างก้าวที่เขาเดิน มันแผ่ครอบคลุมบรรยากาศโดยรอบ เหมือนไม่ยอมให้แสงสว่างกล้ำกรายเข้าไปได้ 


“เอ็ดการ์...”

เขาเรียกชื่อผมด้วยเสียงทุ้มต่ำแหบห้าว

“คุณคือ...”

“คนที่เจ้าเรียกหา”

เขามาหยุดยืนตรงหน้าผม  กลิ่นไออันตรายแผ่คุกคามออกมาจากร่างเขา    

“ลูซิเฟอร์...” เสียงผมเบาเหมือนคนละเมอ

ริมฝีปากได้รูปหยักเป็นรอยยิ้ม เขาแตะคางผมด้วยปลายนิ้วแข็งแรง ใจผมเต้นรัวอย่างควบคุมไม่อยู่เมื่อต้องสบตาเขาตรงๆ

“หนึ่งในสองฝาแฝด ลูกของนังหญิงบาป ที่สมควรจะตกนรกหมกไหม้ไปด้วยกัน”

ผมย่นคิ้วให้กับคำพูดนั้น และอ้าปากจะตอบโต้ แต่ปลายนิ้วที่แตะอยู่ก็ขยับอย่างรวดเร็ว เขายึดใบหน้าผมไว้ด้วยฝ่ามือหนาใหญ่

ผมนิ่วหน้า  เมื่อรู้สึกถึงแรงบีบตรงแนวกราม “แก... คือปีศาจที่ล่อลวงแม่ฉัน”

“ล่อลวง...? ” เขาทำเสียงฉงนฉงาย ก่อนจะเงยหน้าหัวเราะเสียงดังสนั่น “นังนั่นมันดิ้นรนร่ำร้องถึงข้าเองต่างหาก เอ็ดการ์ผู้โง่เขลา ข้าจะให้เจ้าเห็นอะไรชัดๆ”

เขาบิดตัวผมหันไปทางผนังกระจกใส มันมีภาพผมสะท้อนรางๆอยู่บนนั้น ผมตัวแข็งทื่อ เมื่อเห็นภาพของตัวเองกำลังอยู่ใต้การคุกคามของเงาร่างใหญ่โตที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนมนุษย์!

ผมเบิ่งตามองอย่างพรั่นพรึง ภาพเงาใหญ่โตที่เคียงข้างอยู่กับเงาร่างของผมนั้น ราวกับอสุรกายจากนรก ผิวสีน้ำตาลหยาบหนา ศรีษะที่มีเขาสัตว์ขรุขระงอโค้งงอกจากหน้าผาก และปีกค้างคาวมหึมาที่แผ่ออกมาจากกลางหลัง ผมได้แต่ยืนตัวแข็งอยู่กับที่

ลูซิเฟอร์ขยับเลื่อนไปทางด้านหลัง และและสอดมือโอบผมไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแกร่ง  ผมขยับจะดิ้น แต่ท่อนแขนแกร่งก็ดึงตัวผมให้เซถอยไปปะทะกับแผ่นอกเขา แผ่นหลังผมแนบไปกับแผ่นอกบึกบึน  ความอุ่นอย่างผิดปกติแผ่ซ่านเข้ามาสู่ผิวเนื้อ เขาเคล้าเคลียตรงแก้มและลำคอของผม ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดผิวเนื้อผมจนร้อนผ่าว 

“รูปลักษณ์ที่เลียนแบบจากเทพ ผลงานอันน่าอดสูของพระเจ้า” เสียงเขาเย็นชาและหยามหยันต่างจากการกระทำ “แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยบาปที่รอเวลาปรากฏ เช่นเดียวกับแม่ของเจ้า”

“ยะ... อย่าแตะต้องฉัน”

“ทำไมจะแตะไม่ได้ ในเมื่อเจ้าเต็มใจเชื้อเชิญข้าให้เข้ามาเอง  เจ้าเปิดประตูและเรียกร้องหาข้า”

“ไม่ใช่...” ทั้งที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น แต่ผมก็เค้นเสียงพูดออกไป “ฉันไม่เคยอยากเรียกร้องหาปีศาจ แต่เป็นเพราะสัญญาที่แกผูกมัดแม่ฉันเอาไว้ ไม่มีมนุษย์คนไหนอยากเกลือกกลั้วกับสิ่งชั่วร้ายอย่างที่แกเป็น!”

“นั่นไม่เป็นความจริงเลย” ริมฝีปากเขาเคล้าเคลียอยู่ใกล้ใบหู มันร้อนรุ่มเหมือนเปลวไฟลามเลีย “มนุษย์เต็มไปด้วยความต่ำช้าไม่ต่างอะไรกับปีศาจ และมันฝังอยู่ในสันดานของมนุษย์ทุกคน”

“ความโกรธ โลภ ริษยา” เขาสอดมือลูบไล้ไปตามแผ่นอกผม ลมหายใจร้อนรุ่มกรุ่นอยู่ตรงลำคอ ผมขนลุกซู่เมื่อริมฝีปากอุ่นจัดแนบลงมา ผมอยากดิ้นรนหลบหนีสัมผัสนั่น แต่กลับไม่สามารถทำได้ ลมหายใจผมเริ่มติดขัด  เมื่อฝ่ามือข้างหนึ่งลูบต่ำผ่านขอบเอวกางเกงลงไปถึงท้องน้อย

“ความเย่อหยิ่ง เห็นแก่ตัว และ....” ฝ่ามือเขาสัมผัสลงต่ำยิ่งขึ้น “ตัณหาราคะ”

ผมตาเบิกโพลง ฝืนรวมรวมกำลังทั้งหมดดิ้นรนออกมาจากอ้อมแขนเขา ผมไม่แน่ใจว่าผมดิ้นหลุดเองหรือเขายอมปล่อย แต่นั่นก็ทำให้ผมเสียหลักเซถลา หล่นตูมลงไปในบ่อน้ำตก

ลูซิเฟอร์ย่างสามขุมเข้ามาหาผม ริมฝีปากแสยะเป็นรอยยิ้มน่าสะพรึงกลัว ผมตะเกียกตะกายขึ้นจากบ่อเมื่อเห็นเขาก้าวลงมาในน้ำ ผมโผเผจากขอบสระด้านหนึ่งมุ่งไปทางประตู ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวและร้องออกมา เมื่อขาทั้งสองข้างถูกตะปบด้วยกรงเล็บแหลมคม ผมล้มลงอีกครั้ง และถูกลากมาตามพื้นจนหล่นลงไปในบ่อน้ำอีกรอบ

ลูซิเฟอร์กดตัวผมให้จมลงไปใต้น้ำ ผมดิ้นรนสุดชีวิตให้ตัวเองมีโอกาสหายใจ แต่ในที่สุดอ้อมแขนทรงพลังก็กอดรัดผมไว้แน่นจนดิ้นไม่หลุด ก่อนที่ริมฝีปากจะถูกปิดด้วยจูบอันร้อนรุ่ม

...ไม่!!!!!!

ผมร่ำร้องในใจอย่างแตกตื่น เมื่อร่างตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในบ่อน้ำตกที่มีความลึกแค่หัวเข่า ร่างของลูซิเฟอร์แนบชิดอยู่กับร่างของผม ทั้งรุ่มร้อนและแข็งแกร่ง ร่างผมจมลึกลงไปเรื่อยๆ ในขณะที่อึดอัดขึ้นทุกที

...ปล่อย!!!

ผมดิ้นรนอย่างอึดอัด รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตายเพราะขาดอากาศหายใจ ฝ่ามือผมจิกลงบนแผ่นหลังเขาและกดลากอย่างทรมาน ผมกัดลงที่ริมฝีปากเขา เลือดทั้งของผมและเขาไหลซึมออกมาปะปนไปกับน้ำ

...ไม่ไหวแล้ว

ได้โปรด... ปล่อย...

แขนขาผมอ่อนแรงลง และสติกำลังจะหลุดลอย แต่แล้ววงแขนที่กอดรัดผมอยู่ก็คลายออก ปล่อยให้ผมเป็นอิสระ ร่างผมลอยขึ้นไปด้านบนเหมือนถูกฉุด ในขณะที่เสียงแหบพร่ายังลอยแว่วมาเข้าหู

เอ็ดการ์... เจ้าไม่มีวันหนีพ้น...

ผมลืมตาและผวาเฮือก ก่อนจะโก่งคออาเจียนเอาน้ำออกมา

คุณเอ็ดการ์!เสียงฟิโอน่าร้องอย่างเสียขวัญ

ผมเห็นใบหน้าของลีโอชะโงกอยู่เหนือผม และมองมาที่ผมอย่างกังวลว้าวุ่น

เอ็ด... ไหวมั้ย

ผมไอแค่ก รู้สึกแสบร้อนในลำคอ ลีโอประคองให้ผมค่อยๆลุกขึ้นนั่ง เขาเช็ดหยดน้ำออกจากใบหน้าผมด้วยฝ่ามือ และเสยเส้นผมเปียกชื้นไม่ให้ปรกลงใบหน้าผม

โอเคขึ้นรึยังลีโอถาม

ผมมองไปรอบๆ ก่อนจะผงกหัว พาฉันกลับห้อง

หลังจากนั้นสักพัก ผมก็ได้นอนอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ โดยมีฟิโอน่านั่งอยู่ข้างเตียง และถามซ้ำอย่างห่วงใยเป็นครั้งที่ร้อย ว่าผมยังรู้สึกแย่อยู่หรือเปล่า

ผมสั่นหน้าปฎิเสธ และย้ำเป็นครั้งที่ร้อยเหมือนกัน ว่าตอนนี้ผมสบายมาก และที่พลัดตกลงไปในบ่อน้ำตอนเที่ยงคืนน่ะ ก็เป็นเพราะผมนึกได้ว่าลืมของไว้ที่นั่น ก็เลยรีบลงไปหยิบ แล้วก็ดันลื่นตกบ่อน้ำ แต่ตอนนี้ผมสบายดีแล้ว

ในที่สุดฟิโอน่าก็ยอมลุกขึ้นจากเตียงจนได้ แต่ก็ยังไม่วายกำชับลีโอให้ดูแลผมด้วย และเมื่อฟิโอน่าเดินออกไป ลีโอที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียงของผม ผมก็หันมามองผมด้วยสายตาคาดคั้น ก่อนจะพูดขึ้น

เอ็ด พูดออกมาซิ ว่าที่จริงนายลงไปทำอะไร

ผมมองตาเขา ก่อนจะคายทุกสิ่งออกมาตามที่ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะบอกให้เขารู้ แต่พอผมกำลังเล่าถึงตอนที่หยิบใบมีดโกนออกมาเพื่อกรีดบนปลายนิ้ว ลีโอก็ยกฝ่ามือขึ้น

เดี๋ยว... เอ็ด นายกำลังบอกฉันว่านายพยามยามติดต่อกับปีศาจ

ใช่สิ ฉันอยากรู้ว่าตัวเองเพ้อเจ้อไปเองรึเปล่า

นายบ้าไปแล้วรึยังไง!?” ลีโอดูเดือดดาลจนผมตกใจไม่ว่ายังไงนายก็ไม่ควรทำแบบนั้น! นายไม่ควรเอาตัวไปข้องเกี่ยวกับ... ของชั่วๆแบบนั้น

แค่เลือดหยดเดียวผมสูดลมหายใจ และมันก็ทำให้ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง ฉันมองเห็นเขา ...ลีโอ ทั้งเห็นและสัมผัสได้ว่าเขามีตัวตน

ลีโอส่ายหน้า นายจมน้ำ สิ่งที่นายเห็นมันเกิดขึ้นตอนนั้น

ผมมองลีโออย่างไม่อยากจะเชื่อ ผมกระชากผ้าห่มให้เปิดออก เพื่อให้เขาเห็นรอยแผลตรงข้อเท้าทั้งสองข้าง ก่อนจะพูดอย่างปั่นป่วนในอารมณ์ นายเห็นอะไรนี่มั้ย!? ไอ้ชั่วนั่นมันตะปบขาฉัน แล้วลากตัวฉันลงน้ำ ฉันอาจตายด้วยซ้ำ ถ้านายกับฟิโอน่าไม่ได้ยินเสียงร้องของฉัน!”

ลีโอส่ายหน้าอีกครั้ง ริมฝีปากเขาเม้มแน่น เขาจ้องตาผม ตอนกลางวันนายไปที่สุสานกับแซ็ค ใครจะรู้ นายอาจได้แผลนั่นมาตอนผล็อยหลับไปก็ได้ ที่นั่นรกยังกับอะไร ฉันจะไม่แปลกใจเลยด้วยซ้ำ ถ้านายได้แผลมาเต็มตัวเพราะโดนกิ่งไม้แห้งเกี่ยวเอา"

นี่มัน...ผมอัดอั้นใจอย่างที่สุด

ฉันไม่อยากให้นายทำแบบนั้นอีกเสียงของลีโอเด็ดขาด แต่แววตากลับเจือความเจ็บแค้น ซึ่งมันทำให้ผมต้องหยุดและฟังเขา

ฉันไม่อยากให้นายกรีดเอาเลือดตัวเองออกมาไม่ว่าจะหยดเดียวหรือกี่หยด  ไม่ต้องการให้นายหมกมุ่นข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าปีศาจนั่นมีจริงๆ ฉันนี่แหละ จะทำทุกวิถีทางให้มันอยู่ห่างจากนาย  ให้ตายแทนนายก็ได้ ถ้ามันจำเป็น

ผมได้แต่อึ้ง...

ลีโอขยับเข้ามาใกล้ ฝ่ามือของเขาแนบลงที่แก้มผม ดวงตายังเป็นประกายกร้าว  “เชื่อฉัน เอ็ดการ์ นายไม่ใช่เครื่องสังเวยของปีศาจ ไม่ได้ถูกลิขิตให้เกิดมาเพื่อเป็นของมัน และถ้าจะมีอะไรที่ถูกลิขิต นายก็ถูกลิขิตให้เกิดมาเป็นฝาแฝดของฉันอย่างเดียว

ผมจ้องตอบดวงตาสีเข้มของลีโอ และพูดออกไปในที่สุด คงจะเป็นแบบนั้น

คืนนั้นผมเข้านอนด้วยความรู้สึกที่แปลกไปจากที่เคยเป็นมาทั้งชีวิต ผมหลับตาลง และไม่รู้สึกสับสนอะไรอีกต่อไป คำพูดของลีโอทั้งหวานและอบอุ่น และมันคงทำให้ผมไม่นึกกังวลอะไรอีก ...แต่บังเอิญว่าผมเชื่ออีกอย่างไปซะแล้ว

ผมแตะลิ้นไล้ที่รอยแผลตรงริมฝีปาก รสชาติของเลือดและจูบอันทรมานยังชัดเจนอยู่ในความรู้สึกผม ก่อนหน้านี้ผมอาจไม่เคยแน่ใจอะไรเลย

แต่ครั้งนี้แหละ ที่ผมแน่ใจอย่างที่สุดว่ามันไม่ใช่ความฝัน...!

ช่วงสายของวันต่อมา หลังจากที่เรากินอาหารเช้าเสร็จ และผมเห็นแล้วว่าฟิโอน่ากำลังง่วนอยู่ในครัว ส่วนลีโอก็กำลังพยายามปฏิเสธสาวจากชมรมการละคร ว่าเขาไม่สนใจบทเจ้าชายและไม่อยากไปดูหนังเรื่อง IRON MAN ในวันนี้ด้วย  ผมก็พูดลอยๆขึ้นมาว่าจะออกไปซ้อมพิเศษกับทีมลาครอสส์

ลีโอเอามือปิดหูโทรศัพท์ทันที และหันมามองผมด้วยสายตาจับผิด “ที่ไหน?”

“สนามของโรงเรียน” ผมกอดอก “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้พกมีดโกนไป”

ลีโอผงกหัวเล็กน้อยและหันกลับไปคุยทางโทรศัพท์ต่อ ในขณะที่ผมคว้าเป้ขึ้นมาสะพายตรงไหล่ ก่อนจะเดินออกไปทางประตู

ผมเดินไปตามทางไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน อากาศวันนี้ค่อนข้างครึ้มและเย็นมากขึ้นกว่าวันก่อน แต่ก็ถือว่าโอเค หรือบางทีอาจเป็นเพราะความรู้สึกของผมเองก็ได้ ที่ปลอดโปร่งชัดเจนขึ้นกว่าเดิม

อย่าเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้ดีใจหรอกที่อยู่ๆก็มีปีศาจจากนรกมาตามทวงชีวิต แต่ความคลุมเครือน่ะแย่กว่ากันมาก ถึงผมจะโคตรซวยที่ตกเป็นเป้าหมายของปีศาจ แต่อย่างน้อยเราก็รู้ว่ากำลังสู้อยู่กับใคร

สักพัก ผมก็ลงจากรถไฟ และเดินไปยังถนนไนน์สตรีท แทนการไปที่โรงเรียนอย่างที่บอกลีโอไว้ เพราะเป้าหมายของผมในวันนี้ไม่ใช่การซ้อมลาครอสส์ แต่เป็นการค้นหาร้านหนังสือเก่าในย่านอีสต์วิลเลจต่างหาก

ผมชะงักเล็กน้อยตอนที่เดินเลี้ยวตรงหัวมุมถนน รู้สึกแปลกๆคล้ายกับมีคนกำลังจ้องมอง แต่พอผมหยุดเดินและหันกลับไปมอง ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ ชาวนิวยอร์คก็ยังเป็นอย่างที่เป็น คือไม่มีใครยอมเสียเวลาสนใจคนอื่นเลย

ผมปัดเรื่องนั้นออกจากหัว และหันไปสนในสิ่งที่ตั้งใจมาทำแต่แรก  ผมเดินผ่านร้านกิฟต์ชอปไปยังร้านหนังสือที่ผมหมายตาไว้ ผมผลักบานประตูที่มีเสียงกริ่งเข้าไปด้านใน และตรงไปยังเคาน์เตอร์ พนักงานประจำเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมาและถามด้วยน้ำเสียงสดใส

“ต้องการให้ช่วยอะไรคะ?”

ผมส่งยิ้มพิมพ์ใจให้ “ผมอยากให้ช่วยหาหนังสือให้สักเล่มครับ”

“ได้ค่ะ ทราบชื่อหนังสือหรือชื่อผู้แต่งรึเปล่าคะ”

“มันชื่อว่าตำนานและอำนาจแห่งปีศาจครับ” ผมบอกชื่อหนังสือเล่มที่มาร์คหยิบออกมาให้ผมดูสัญลักษณ์ต่างๆนั่น

เธอก้มหน้าคีย์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา “เสียใจด้วยค่ะ หนังสือเล่มนี้พิมพ์ขึ้นตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ขายหมดไปนานหลายปีแล้ว และตอนนี้ยังไม่มีการพิมพ์ซ้ำเลยค่ะ”

“แย่จัง ผมจำเป็นต้องซื้อมันคืนให้อาจารย์ที่ปรึกษาของผมด้วยสิ” ผมตีสีหน้าผิดหวังและส่งยิ้มเศร้าๆให้เธอ อย่างที่แน่ใจว่ามันจะทำให้ตาผมดูสวยซึ้ง และน่าเห็นใจมากๆ   ...เชื่อสิ  เป็นการลงทุนที่ต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนคุ้มมากๆ

“อืม...” เธอกัดริมฝีปาก “คุณลองไปหาดูที่ร้านขายหนังสือเก่าในละแวกนี้ดูมั้ยคะ อาจจะเจอหนังสือเล่มที่คุณหาอยู่ก็ได้”

“บอกตำแหน่งร้านให้ผมหน่อยได้มั้ยครับ”

“ได้สิคะ”

หลังจากนั้นผมก็เดินออกมาพร้อมกับพิกัดของร้านหนังสือเก่าที่ว่านั่น เพราะจากที่ผมลองหาดูในคอมพิวเตอร์เมื่อเช้า มันไม่ได้มีลงไว้ในอินเทอร์เน็ต

ผมเดินไปตามที่ได้รับข้อมูล และในที่สุดก็เจอเข้ากับร้านหนังสือเก่าที่ว่า มันเป็นร้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ระหว่างร้านกาแฟและแกลลอรีงานศิลปะ  ผมเหลือบมองปกหนังสือเก่าหลายเล่มซึ่งวางโชว์อยู่หน้าร้าน ก่อนจะผลักบานประตูเข้าไป

ภายในร้านดูสะอาดเรียบร้อยดี และมีกลิ่นแบบที่เป็นกลิ่นเฉพาะของกระดาษเก่าๆผสมกลิ่นความคลาสสิค  ผมมองหนังสือที่เรียงรายอยู่ตามชั้น  มันมีเยอะมาก และจัดเป็นหมวดหมู่เหมือนในห้องสมุด เพียงแต่เป็นห้องสมุดที่ดูขลังแบบโบราณ เพราะมันมีทั้งโคมไฟสเตนกลาส และบันไดเวียนลูกกรงเหล็กดัดที่ทอดขึ้นไปสู่ชั้นบน

ผมมองไปรอบๆอย่างทึ่งหน่อยๆ ก่อนที่สายตาจะมาหยุดตรงเคาน์เตอร์ ซึ่งมีชายแก่คนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาซ่อมปกหนังสือตรงหน้า

ผมกระแอมและส่งเสียงออกไป “เอ่อ... สวัสดีครับ”

ชายแก่เงยหน้าขึ้น เขามองลอดแว่นมาที่ผมด้วยสายตาเข้มดุ ซึ่งมันทำให้ผมตัวลีบขึ้นมาทันที  ผมรีบกวาดตามองรอบๆอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองกำลังอยู่ในร้านหนังสือ ไม่ใช่ห้องครูใหญ่ตอนเรียนเกรดหก (ที่ผมทำน้ำท่วมห้องวิทยาศาสตร์ เพราะดันอยากทดลองการทำงานของหัวสปริงเกอร์ดับเพลิง แทนการเรียนรู้เรื่องสารแขวนลอย)

“สวัสดี” เขาทักตอบด้วยเสียงทุ้มหนัก

“ผมมาตามหาหนังสือเก่าบางเล่ม” ผมชี้ไปทางตู้หนังสือที่เรียงเต็มผนัง “ขอไปเดินดูนะครับ”

“ไม่ได้” เขาตอบชัดเจนจนผมผงะ

...ให้ตาย ห้ามเดินดูหนังสือ แล้วจะเปิดร้านขายหนังสือทำไม?

“เธอต้องการหนังสือประเภทไหน ฉันช่วยหาให้จะง่ายกว่า” เขาบอก พลางใช้ผ้านุ่มๆเช็ดตรงรอยเปื้อนที่มุมหนังสืออย่างเบามือ พลางส่งสายตาให้ผมเหมือนจะบอกว่า การทำหนังสือเปื้อนคืออาชญากรรม และโทษคือตายสถานเดียว

“ผมอยากได้หนังสือที่เกี่ยวกับความเชื่อ ศาสนา นรก สวรรค์ ตำนานเก่าแก่ พิธีกรรม สัญลักษณ์ต้องห้าม พลังอำนาจทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว ...เอ่อ อันที่จริงผมอยากได้หนังสือที่มีชื่อว่าตำนานและอำนาจแห่งปีศาจ”

เขาจ้องผมเขม็ง ผมส่งยิ้มสู้ เพราะไม่มีทางที่จะทำตัวลีบไปกว่านี้ได้แล้ว เขาหยิบสมุดหนาปึ้กเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดู และพูดกับผมในที่สุด “หนังสือเล่มนั้นขายไปแล้วเมื่อปีก่อน มันถูกซื้อไปโดยชายหนุ่มผมบลอนด์ตาสีเทาเข้ม ที่มีศรัทธาหนักแน่น และดูเป็นคนประเภทที่จะกลายเป็นบาทหลวงในวันหนึ่ง"

หน้าของมาร์คลอยขึ้นมาทันที ผมมองชายแก่ตรงหน้าแบบพูดไม่ออก นี่ถ้าผมซื้อหนังสือจากที่นี่สักเล่ม จะถูกบันทึกเอาไว้ว่าอะไร?  ...เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทอง ตาสีน้ำเงินเข้มอมเขียว ที่มีแนวโน้มจะเป็นอาชญากรทางธุรกิจ หรือไม่ก็ตายตั้งแต่อายุยังน้อยเพราะโดนปีศาจคร่าวิญญาณเรอะ?  

“แต่ยังมีหนังสือเล่มอื่นอีกหลายเล่ม ที่มีเนื้อหาเชื่อมโยงคล้ายคลึงกับหนังสือที่เธอพูดถึง  ถ้าเธออยากเห็น ฉันจะหยิบมาให้ดู แต่มันจะง่ายขึ้นมาก ถ้าเธอจะพูดให้เฉพาะเจาะจงว่าต้องการรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอะไร”

“เรื่องราวเกี่ยวกับสัญลักษณ์ต้องห้าม การทำสัญญากับปีศาจ และปีศาจที่ชื่อลูซิเฟอร์”

...เป็นไง  เจาะจงพอมั้ย?

เขานิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะพยักหน้า “รอสักครู่”

แล้วเขาก็เดินขึ้นบันไดหายขึ้นไปชั้นบน ผมนั่งรอไม่นาน เขาก็กลับมาพร้อมกับหนังสือตั้งหนึ่ง

“คิดว่าเธอน่าจะสนใจเล่มนี้” เขาเลื่อนหนังสือเล่มหนึ่งมาตรงหน้าผม “สัญลักษณ์และการบูชาเทพต่างๆในอดีต มันมีบางส่วนที่เอ่ยถึงการขายวิญญาณให้ปีศาจด้วย”

ผมเปิดดูคร่าวๆ มันดูน่าสนใจและน่าขนลุกใช้ได้  ผมรีบตอบออกไป “น่าสนใจดีครับ ตกลงผมซื้อเล่มนี้แหละ”

“และอีกเล่มที่อยากแนะนำ” เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลื่อนหนังสืออีกเล่มมาข้างหน้า “The fallen angel”

“เอิ่ม...” ผมมองเขาอย่างกระอักกระอ่วน “ผมไม่ได้อยากรู้เรื่องราวของทูตสรรค์ แต่กำลังมองหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวของลูซิเฟอร์ จอมปีศาจแห่งนรก”

“ก็นี่แหละที่เธอถามหา” เขาพูดอย่างหงุดหงิดนิดๆ “พ่อหนุ่ม เธอนับถือศาสนาอะไรฮึ? ลูซิเฟอร์เป็นทูตสวรรค์องค์แรกที่พระเจ้าสร้างขึ้น ก่อนที่จะถูกขับไล่ลงมาจากสวรรค์เพราะบาปของเขา เป็นเทวทูตตกสวรรค์และกลายเป็นจอมมารแห่งนรก และ The fallen angel ก็กล่าวถึงเรื่องราวเหล่านั้น”

ผมนึกถึงคำพูดของมาร์คที่ว่า มันถือเป็นข้อได้เปรียบ ที่จะรู้ถึงปูมหลังและอำนาจของศัตรู ผมก็เลยพูดออกไป  “โอเค ตกลงผมเอาเล่มนี้ด้วย แล้วเล่มไหนอีกที่คุณอยากจะแนะนำ”

“ไม่มีแล้ว” เขาตอบพร้อมกับเลื่อนหนังสือที่เหลือเข้าหาตัว

“แล้วเล่มนั้นล่ะ” ผมชี้ไปยังหนังสือที่ชื่อ The Lucifarians

“เล่มนี้ไม่เหมาะเท่าไหร่แล้ว” เขาทำท่าทางปั้นปึ่ง “เดอะลูซิเฟอร์เรียน เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นโดยกลุ่มคนที่นับถือลูซิเฟอร์เป็นดั่งศาสดา และเรียกตัวเองว่าลูซิเฟอร์เรียน มันเอ่ยถึงความเชื่ออีกแบบที่ตรงข้ามกับความเชื่อของชาวคริสต์อย่างสิ้นเชิง ถือเป็นหนังสือของพวกนอกรีตบูชาซาตาน”

“ผมอยากอ่านมัน”

“เชื่อฉันเถอะพ่อหนุ่ม ถ้าเธอยังไม่เข้าใจถึง 2 เล่มที่ฉันเสนอไปแล้ว  ก็อย่าเพิ่งอ่านเล่มนี้เลย”

“ตกลงคุณจะขายให้ผมไหม?”

“ไม่”

...ให้มันได้อย่างนี้

หลังจากนั้น ผมก็เดินออกมาจากที่นั้นพร้อมกับหนังสือ 2 เล่มอยู่ในเป้สะพายหลัง และคิดว่าควรจะตรงกลับบ้านเลย เพื่อจะได้เริ่มมองหาวิธีที่จะหลุดพ้นจากการรังควานของปีศาจ หรือถ้าจะให้ดีมากๆ ก็ขอให้หนังสือหนักๆที่ผมกำลังแบกอยู่นี่ มีสักเล่มที่บอกถึงวิธีทำลายสัญญากับปีศาจ

ผมเดินกลับไปทางเดินเพื่อมุ่งไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน  แต่แล้วอยู่ๆผมก็รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองขึ้นมาอีกแล้ว ผมหันหลังกลับไปมอง และคราวนี้ผมก็รู้ว่ามันไม่ใช่การคิดไปเองอีกต่อไป  เพราะผมเห็นชายผิวสีร่างสูงคนหนึ่งที่มีใบหน้าคุ้นตามากๆกำลังจ้องมองผมอยู่

ผมมองแววตาดุดันและใบหน้าถมึงทึงของเขา แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยขึ้นมาทันที และพอผมนึกออกว่าเคยเห็นหน้าเขาที่ไหน สัญญาณเตือนภัยก็ดังลั่นขึ้นในหัวผม เขาคือชายที่จ้องหน้าผมอย่างไม่เป็นมิตรที่หน้าห้องฉุกเฉิน ตอนที่ลีโอกับผมเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนั่นเอง!

ผมฉุกคิดถึงคำเตือนของริเวอร์ แล้วก็รีบเดินจ้ำเร็วๆออกไปทางถนนใหญ่ ที่มีผู้คนพลุกพล่านกว่าตรงนี้

ผมหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกอย่างเร่งด่วน พลางเร่งฝีเท้ายิ่งขึ้น และทันทีที่ริเวอร์รับสาย ผมก็พูดออกไปเสียงรัว

“ริเวอร์ มีคนสะกดรอยตามฉัน”

“เขามีรูปร่างหน้าตายังไง”

“เป็นคนผิวดำ ตัวใหญ่ ฉันเคยเจอเขาที่โรงพยาบาลตอนที่ฉันกับลีโอบาดเจ็บ”

“พี่ชายของโจ...”

“หือ?”

“ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน” เสียงริเวอร์ดูร้อนรน

ผมบอกจุดที่ผมอยู่ให้เขารู้แบบเร็วๆ

ริเวอร์ตอบกลับมาเสียงเครียด “ฟังนะเอ็ดการ์ ออกมาถนนเส้นใหญ่ให้เร็วที่สุด เขาอาจไม่กล้าทำร้ายนายต่อหน้าคนเยอะๆ แต่ของแบบนี้มันก็ไม่แน่ พยายามอยู่ให้ห่างจากเขามากเท่าที่จะมากได้ เดี๋ยวฉันจะออกไปรับเดี๋ยวนี้”

“อะไรนะ?”

“ฉันอยู่ที่อีสต์วิลเลจนะ เคยบอกนายไปแล้ว อีกไม่ถึง 5 นาที ฉันจะไปถึงตัวนาย”

ผมจ้ำสุดฝีเท้าออกไปทางถนนใหญ่ แล้วก็ต้องรู้สึกแตกตื่น เมื่อเห็นเขาวิ่งตามผมมา นี่มันชัดเจนแล้วว่าเขาตั้งใจวิ่งเข้ามาหาผ!

เหงื่อซึมออกมาตามฝ่ามือผมเพราะความตื่นเต้น  และในที่สุดผมก็วิ่งออกมาสู่ความจอแจของถนนเส้นนอก ผมส่ายสายตามองไปทั้งสองฟากถนนว่าควรต้องทำยังไงต่อ การข้ามถนนไปยังฝั่งโน้นดูเสี่ยงเกินไป เพราะกว่าสัญญาณไฟคนข้ามจะสว่างขึ้น เขาก็อาจจะเข้ามาถึงตัวผมก่อนก็ได้

ผมตัดสินใจวิ่งผ่านฝูงคนไปทางด้านซ้าย ข้างหน้ามีร้านสะดวกซื้อกับร้านกาแฟอยู่ไม่ไกล ผมชั่งใจในเสี้ยววินาที และตัดสินใจเลี้ยวเขาไปในร้านสะดวกซื้อ

ผมก้าวเร็วๆไปทางตู้เครื่องดื่มทางด้านหลัง โดยไม่ให้เป็นที่สะดุดตาจนคนอื่นในร้านต้องหันมามอง ผมก้มตัวอยู่หลังชั้นวางขนมขบเคี้ยว และโผล่หน้ามองผ่านกระจกไปยังนอกร้าน พลางกดโทรถึงริเวอร์อีกครั้ง

“เอ็ดการ์ ตอนนี้นายอยู่ตรงไหน?” เขาถามออกมาก่อน

“หลบอยู่ในร้านสะดวกซื้อ  ...โอ๊ะ!  ผมหลบวูบเข้าไปหลังชั้นวางทันที เมื่อเห็นร่างของชายผิวดำยืนหันรีหันขวางอยู่หน้าร้าน

“เอ็ดการ์ มีอะไร!?” เสียงริเวอร์ร้อนรนอย่างมาก

“เขาตามฉันทันแล้ว และตอนนี้ก็กำลังยืนอยู่หน้าร้าน” ผมพูดปนหอบ “นายใกล้จะมาถึงรึยัง”

“อีกสิบห้าวินาทีนายวิ่งออกมาข้างนอกเลย ฉันจะจอดรถรับนายตรงหน้าร้านนั่น”

“โอเค” ผมตอบรับด้วยใจเต้นระทึก

ผมนับถอยหลังในใจตั้งแต่เลข 15 ลงไป และพอนับถึงเลขศูนย์ ผมก็ออกจากที่ซ่อน และวิ่งผ่านประตูออกไปที่ถนนอย่างสุดฝีเท้า

รถมอเตอร์ไซค์ของริเวอร์จอดเอี๊ยดที่หน้าร้านพอดิบพอดีกับเวลาที่ผมไปถึงตรงนั้น เสียงเบรคของรถเรียกความสนใจจากบางคนที่อยู่ใกล้ๆ  ผมตาโตเมื่อเห็นชายผิวดำคนนั้นหันกลับมามองทางนี้ สายตาเราสบกันอย่างจัง และนั่นก็ทำให้เขาแทบจะกระโจนเข้ามาหาผม

“เร็ว! เอ็ดการ์!” ริเวอร์ตะโกน

ผมกระโดดขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของริเวอร์ด้วยความไวที่ตัวเองยังทึ่ง แล้วริเวอร์ก็เร่งเครื่องพาผมออกจากตรงนั้นไปได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนที่ชายคนนั้นจะเข้ามาถึงตัวผม

“ริเวอร์ บ้านฉันไม่ได้ไปทางนี้” ผมท้วงขึ้น เมื่อเห็นเขาพาผมออกนอกเส้นทางกลับบ้าน

“ฉันไม่อยากเสี่ยง” ริเวอร์หันมาตองแข่งกับเสียงลมที่อื้ออึง “หมอนั่นต้องรู้จักบ้านนายแล้ว และเขาก็มีมอเตอร์ไซค์เหมือนกัน ฉันต้องพานายไปหลบที่อื่นก่อน”

“อืม”  ผมตอบ แผ่นอกผมแนบอยู่กับแผ่นหลังเขา

“กอดแน่นๆนะ”

“นายจะขับให้เร็วขึ้นกว่านี้รึไง?”

“เปล่า ฉันแค่อยากให้นายกอดฉัน”

...บ้าไปมั้ย?  นี่กำลังหน้าสิ่วหน้าขวานอยู่นะ

สักพัก ริเวอร์ก็จอดรถตรงหน้าอาคารหลังหนึ่ง มันดูคล้ายที่อยู่อาศัยระดับกลางทั่วๆไป แบบที่ไม่หรูพอที่ลุงบรูซจะอนุญาติให้ผมกับลีโออยู่หรอก

“อพาร์ทเม้นท์เพื่อนฉันเอง เราควรต้องหลบอยู่ที่นี่สักพักก่อน” ริเวอร์อธิบาย

ผมลงจากรถ และเงยหน้ามองอาคารสูงราวสิบชั้นตรงหน้า ก่อนจะเดินตามริเวอร์เข้าไปด้านใน

“ลิฟต์เสีย กำลังซ่อมอยู่ แต่ห้องเพื่อนฉันอยู่แค่ชั้นสี่นี่เอง เราคงต้องเดินขึ้นไป” ริเวอร์หันมาบอกขณะเดินนำผมไปยังบันได

“ไม่มีปัญหา” ผมพยักหน้า ไม่อยากเรื่องมากใส่คนที่เพิ่งจะช่วยชีวิตผม

เราทั้งคู่เดินขึ้นไปจนถึงชั้นสี่ และพอมาหยุดยืนที่หน้าประตูห้องห้องห้องหนึ่ง ริเวอร์ก็ผลักบานประตูให้เปิดออก

“เอ็ดการ์” เขาเรียกชื่อผมขึ้นมา ซึ่งมันทำให้ผมต้องหันไปมองหน้าเขา และในจังหวะนั้นเอง ริเวอร์ก็สวมกอดและดันตัวผมเขาไปด้านในอย่างรวดเร็ว แผ่นหลังผมถูกดันให้ชิดกับผนังด้วยแรงที่มากไปนิด และบานประตูก็ปิดลงทันที

“เฮ้...” ผมส่งเสียงท้วงการจู่โจมที่ไวไฟเกินคาด ก่อนจะรู้สึกถึงอะไรเย็นๆที่แตะตรงขมับ

ริเวอร์ถอยออกหนึ่งก้าว และมองหน้าผมด้วยสายตาจริงจัง ไม่มีการหยอกเย้าอย่างเจ้าชู้แบบที่แสดงออกมาก่อนหน้า ผมเบิ่งตาค้างมองเขา และเย็นวาบในอกเมื่อมองเห็นปากกระบอกปืนที่จ่อหัวผมอยู่

“ริเวอร์... นี่มันอะไร”

“มันคือการชดใช้” ริเวอร์ตอบเสียงเรียบ สายตาเขานิ่งจนน่ากลัว

“ฉันไม่เข้าใจ”

“อพาร์ทเม้นท์นี่ไม่ใช่ของเพื่อนฉันหรอก มันเป็นอพาร์ทเม้นท์ร้างที่กำลังจะถูกทุบทิ้งในอีกไม่กี่วัน และฉันจะสะสางเรื่องของนายให้จบในวันนี้”

ผมเหลือบตาไปทางด้านข้าง ห้องนี้มันว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย ซึ่งมันยืนยันคำพูดของริเวอร์ได้อย่างชัดเจน

“นายเจอฉันที่ร้านอดัมรับสักและเจาะใช่มั้ย?” ริเวอร์สูดลมหายใจ “นายไม่นึกสงสัยบ้างรึไง ว่าทำไมคนขาวอย่างฉันถึงเข้านอกออกในละแวกนั้นได้ โดยที่ไม่มีใครนึกอยากเอามีดมาเสียบท้องฉันอย่างที่ฝาแฝดของนายเพิ่งโดน นั่นเพราะอดัมเป็นเพื่อนแท้คนเดียวของฉัน ตอนที่พ่อฉันติดคุกเพราะซ้อมแม่ฉัน ตอนนั้นฉันเพิ่งจะเก้าขวบ และนั่นทำให้แม่ต้องเอาฉันไปฝากไว้ที่ญาติห่างๆซึ่งก็คือแม่ของอดัม”

“ยังไม่เข้าใจอยู่ดีใช่มั้ย?” ริเวอร์พ่นลมหายใจออกมา “งั้นลองนึกให้ดีๆซิ ว่าใครกันที่มือขาดเละในเหตุการณ์บันไดหนีไฟถล่มนั่น และตอนนี้เขายังอยู่ในโรงพยาบาลแบบไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ จะช่วยทวนความจำให้อีกนิด หมอนั่นชื่อโจ และเขาชอบสวมแหวนสวยๆไว้บนนิ้ว”

“โจเป็นน้องชายของอดัม” ริเวอร์เฉลย “เอาล่ะ ทีนี้ก็ค่อยๆขยับตัวเดินไปทางหน้าต่าง”

ริเวอร์สั่งโดยที่ยังเอาปืนจี้ขมับผม

ผมสูดลมหายใจ ในใจนึกหาทางรอดอย่างว้าวุ่น “ริเวอร์ ฉันเองก็ไม่ได้อยากให้เรื่องมันออกมาแบบนั้น”

“ฉันเตือนนายแล้วว่าอย่าเข้าไป” ริเวอร์ส่ายหน้า “อย่าถ่วงเวลาเลยเอ็ดการ์ ฉันก็รู้สึกแย่เหมือนกันที่ต้องทำแบบนี้ บางทีถ้าฉันเจอนายที่อื่น อย่างตามร้านกาแฟหรือโรงหนัง ฉันคงตกหลุมรักนายหัวปักหัวปำเข้าจริงๆ แต่โชคไม่ดีที่มันไม่เป็นแบบนั้น และตอนนี้ฉันอยากให้นายเดินไปที่หน้าต่าง เร็วๆ ”

เขากดย้ำตรงขมับผมเพื่อให้รู้ว่าเขาเอาจริง ผมเดินช้าๆไปทางหน้าต่างบานยาวจรดพื้น ที่ตอนนี้เหลือเพียงกรอบบานที่ปราศจากกระจก ผมหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามัน ก่อนจะหันกลับมาหาริเวอร์

“กระโดดลงไป” ริเวอร์สั่ง

ลำคอผมแห้งผาก “แต่นี่มันชั้นสี่”

“มันถึงเหมาะจะให้นายกระโดดลงไปไง อย่ากลัวเลยเอ็ดการ์ เพราะถ้าอดัมมาถึงก่อนที่นายจะกระโดดลงไป นายจะได้รู้จักความกลัวที่แท้จริง ข้างล่างนั่นเป็นกองขยะ ถ้าโชคดีนายก็อาจจะแขนขาหักหรือซี่โครงสักสามสี่ท่อน ซึ่งคงพอทำให้อดัมพอใจได้บ้าง เอาล่ะ กระโดดลงไปสักทีเถอะเอ็ดการ์ อย่าเอาหัวลงล่ะ”

“ริเวอร์ เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้” ผมขอร้องด้วยเสียงแห้งโหย

“ทำตามที่ฉันสั่งเดี๋ยวนี้เลยไอ้เด็กเวร!” ริเวอร์ตะคอก “แกอยากเจออดัมนักรึไง!?”

“เขาคงไม่ได้เจออดัมหรอก” เสียงหนึ่งพูดแทรกขึ้นมา

ผมกับริเวอร์หันควับไปมอง แล้วผมก็ต้องตกตะลึง เมื่อเห็นร่างของลีโอยืนตระหง่านอยู่ตรงบานประตูที่เปิดอ้า

ริเวอร์ดูงงงัน ในขณะที่ผมมองภาพนั้นแบบพูดไม่ออก ลีโอจ้องมองริเวอร์ด้วยแววตาแข็งกร้าว

“เอ็ด ถอยออกมาจากหน้าต่างซะ” ลีโอพูดและเดินเข้ามา เขาดูเยือกเย็นอย่างน่าแปลกใจ

“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยไอ้หนู” ริเวอร์หันปืนไปทางลีโอ และมันทำให้ผมแทบช็อค “ถ้านายอยากทำอย่างเดียวกับฝาแฝดของนาย ก็รอให้เขากระโดดลงไปก่อน แล้วค่อยถึงตานาย”

ลีโอยังเดินตรงเข้ามาหาริเวอร์ ซึ่งมันทำให้ผมแตกตื่นสุดขีด จนก้าวถลันเข้าไปหาเขา

ปัง!!!!

ลูกปืนลอยเฉียดหูผมไปฝังที่ผนัง ผมตัวแข็งอยู่กับที่ ในขณะริเวอร์มองผมอย่างดุดัน “เอ็ดการ์ถอยออกไป ฉันจะให้ไอ้เวรนี่กระโดดลงไปก่อน”

“แกนี่มันไม่เข้าใจอะไรเลย” ลีโอส่ายหน้า ตาเขาเป็นประกายวาววับ ผมว่าเขาดูเหมือนกำลังโกรธอย่างมาก “ไม่เอะใจมั่งรึไง ว่าทำไมป่านนี้อดัมยังไม่มาอีก”

ริเวอร์ยังไม่ทันได้ตอบอะไรออกไป ลีโอก็โยนของบางอย่างลงที่พื้น มันดูคล้ายเกล็ดอะไรบางอย่างที่อาบด้วยสีแดงคล้ำ

“ฉันต้องถอดเล็บมันออกถึง 3 เล็บ กว่ามันจะยอมบอกว่าแกพาเอ็ดการ์ไปที่ไหน และพอฉันขู่ว่าจะเอาลูกกระเดือกของมันออกมาจากคอ มันก็ฉี่ราดและสาบานว่าจะไม่มีวันเฉียดใกล้ฉันกับเอ็ดการ์อีก”

“ฉ... ฉันไม่เชื่อ” เรียงริเวอร์ดูหวาดหวั่น และมือที่จับปืนอยู่ก็สั่นเล็กน้อย “อดัมแข็งแรงยังกับหมี เขาไม่มีทางถูกจัดการด้วยน้ำมือแก”

“ฉันบอกตอนไหนว่าใช้มือ” ดวงตาของลีโอเป็นประกายวาวโรจน์ “ฉันใช้วิธีแบบนี้ต่างหาก”

ผมเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงพรึงเพริด  เมื่อเห็นนิ้วชี้ของริเวอร์ที่แตะไกปืนอยู่นั้นงอกลับไปอีกด้าน เหมือนถูกจับหักด้วยมือที่มองไม่เห็น ริเวอร์ร้องโหยหวนอย่างทรมานเมื่อนิ้วที่เหลืออีกสี่นิ้วหักงอพับ ปืนในมือร่วงหล่นลงบนพื้น ในขณะที่ลีโอจ้องริเวอร์อย่างไม่วางตา

“นั่นสำหรับที่แกหันปืนใส่ฉัน และนี่...” ลีโอพูดเสียงเหี้ยมเกรียม “สำหรับที่แกทำกับพี่ชายฝาแฝดของฉัน”

สิ้นคำพูดของลีโอ ร่างของริเวอร์ก็เหมือนถูกกระแทกให้ลอยละลิ่ว เขาร้องออกมาอย่างเสียขวัญ เมื่อร่างของตัวเองลอยผ่านหน้าต่างออกไป เสียงนั้นยังดังต่อเนื่องจนกระทั่งได้ยินเสียงตุบที่พื้นเบื้องล่าง

ผมยืนตะลึงอยู่ตรงนั้นด้วยอาการช็อค ในขณะที่ลีโอหันมาทางผม และตอนนั้นแหละที่ผมเห็นสัญลักษณ์เลข 6 สามตัวหันหัวเข้าหากันเด่นชัดอยู่ตรงลำคอด้านซ้ายของเขา

ลีโอมองผมด้วยสายตาปวดร้าว และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเจือความขมขื่น

“ไม่ใช่นายหรอกเอ็ด ที่ไอ้ปีศาจนั่นเลือกไว้ ...แต่เป็นฉันต่างหาก”

 

....................................................................................................................

 

โอ่ย...  โหดเกินไปรึเปล่านี่  > <

....เอาล่ะ  ตอนนี้ก็รู้แล้วสินะว่าริเวอร์ไม่ใช่พระเอก  ...ฮ่า

คนที่ไม่ทันได้อ่านก่อนรีไรท์ อาจจะสงสัยว่าผู้แต่งหัวเราะทำไม  คือว่า เรื่องก่อนรีไรท์ริเวอร์เค้าเป็นพระเอกค่ะ  แต่ตอนนี้ก็อย่างที่เห็น  เดี้ยงไปเรียบร้อยละ น่าสงสารเนอะ คงเจ็บหนักน่าดู เจ็บใจด้วยที่ถูกถอดออกจากบทพระเอกหน้าตาเฉย ...ฮา

ทีนี้ก็มาเล่นเกมกันสนุกๆเถอะค่ะ มีของรางวัลให้ด้วยล่ะ
 

มันคือของสะสมส่วนหนึ่งของผู้แต่ง
 

สำหรับผู้โชคที 2 ท่านที่ตอบถูก ถ้ามีคนตอบถูกมากกว่านั้น จะใช้วิธีจับฉลากตามรายชื่อของคนที่ตอบถูกค่ะ

ซึ่งคนที่ตอบถูกจะได้ของรางวัลคนละหนึ่งชุด แต่ละชุดประกอบด้วย สมุดโน้ตยมทูต 1 เล่ม (จากเรื่องลิขิตรักจากนรก) ไพ่ทาโรต์ 2 ชุด (ชุดละ2 ใบ ซึ่งเป็นรูปตัวเอกจากนิยายของ สนพ. นาบู ) โปสการ์ดคละลาย 3 แผ่น และที่คั่นหนังสือคละลาย 4 ค่ะ

คราวนี้ก็มาถึงคำถามกันค่ะ ในเมื่อพระเอกเก่าถูกกำจัดไปแล้ว เราก็มาลองทายกันเล่นๆ ว่าใครจะเป็นตัวตายตัวแทน และคำถามของผู้แต่งก็คือ...
 

“ใคร?  ที่เป็นพระเอกของเรื่องนี้”
 

อุ๊ย... ง่ายเนาะ   ^ ^   และเพื่อไม่ให้ปวดหัว ผู้แต่งมีชอยส์มาให้เลือกด้วยค่ะ

ข้อ  A. แซ็ค หนุ่มหล่อ รวย ตาสวยเหมือนเมายา
      B. ลูซิเฟอร์ จอมปีศาจจากนรก
      C. พี่มาร์ค ว่าที่บาทหลวง
      D. ลีโอ แฝดน้อง (เย้ยยยย! เอาจริงง่ะ!?)
      E . ไม่ใช่ 4  คน ที่ว่า ก็แล้วกัน


เลือกคำตอบที่ถูกใจ แล้วโพสต์ไว้ที่หน้านี้ได้เลยนะคะ

.............................................




ประกาศรายชื่อผู้ได้รับของที่ระลึกค่ะ  ^ ^

 

เอาล่ะ  ที่นี้ก็มาถึงการประกาศรายชื่อผู้ได้รับของสะสมจากผู้แต่ง จากเกมทายว่าพระเอกของเรื่องนี้คือใคร 

ตอนแรกผู้แต่งว่าจะจับฉลากเฉพาะชื่อคนที่ตอบถูกขึ้นมา 2 คน  แต่ตอนหลังเปลี่ยนใจ เอาเป็นจากทุกคนที่เล่นเกมเลยก็แล้วกัน  และก็เพิ่มเป็น 3 คนเลยค่ะ  เช็คชื่อได้เลยค่ะ  ^ ^

1. Natty

2 .บลา11!

3 .liuyue06

ทั้งสามคนช่วยแจ้งที่อยู่ให้ผู้แต่งด้วยนะคะ  จะทางข้อความในหน้า My iD  รึส่งข้อความลับ  หรือทางเฟซบุ๊คของผู้แต่ง ก็เลือกได้ตามสะดวกเลยค่ะ

https://www.facebook.com/#!/violet.rain.1694

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

70 ความคิดเห็น

  1. #1177 worajaroen2517 (@worajaroen2517) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 23:47

    ทำใจก่อนอ่านตอนต่อไปก่อนนะ

    #1177
    0
  2. #1112 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 11:20
    พลิกสุดๆ
    #1112
    0
  3. #1101 manat's (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 16:09
    ลูซิเฟอร์ สิ เหมาะมากกกกก//คิดแล้วฟิน
    #1101
    0
  4. #1092 KongKwanZz (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มีนาคม 2557 / 16:06
    เอ่อออ อันที่จริง เราอยากได้ D ลีโอ แฝดน้อง >< 555555
    #1092
    0
  5. #1081 pang2000 (@pichaya2000) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2557 / 22:09
    เหมือนเนตรวงแหวนเลย55
    #1081
    0
  6. #1051 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 20:24
    ยังไงสบสน ใครกันแน่ที่ถูกเลือกแล้วที่ลูซิเฟอร์บอกกับเอ็ดละ
    ที่ว่าหนีไม่พ้นอะ
    #1051
    0
  7. #1027 RINKUWAc .™ (@hasuki) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:48

    แอร๊ยยยยย คุณน้องชาย >< 

    #1027
    0
  8. #1003 กระต่ายสีเงิน (@jerot) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:20
    อ่าว แล้วเอ็ดล่ะ
    #1003
    0
  9. #967 rorony (@ricotta) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 20:44
    ไม่เคยคิดหรือเชียร์ริเวอร์เลยค่ะ เราว่าเรารู้สึกได้ถึงรังสีตัวประกอบ lol #โดนถีบ

    ตอนนี้หักมุมได้เจ๋ง //ปรบมือรัวๆ ว่าแต่หมดเวลาเล่นเกมตอบคำถามแล้วสินะ ไม่ต้องตอบละกัน
    #967
    0
  10. #817 Sanny (@suisei3) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 23:20
    เห้ยยย ตายแล้วลีโอกลายเป็นผู้ถูกเลือกซะงั้น แล้วที่ลูซิเฟอร์ทำกับเอ็ดการ์ดมันคืออะไร=[]=
    ทั้งBกับDค่ะอยากได้3p 5555555
    #817
    0
  11. #765 nnn. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 19:56
    ฮือออออ แอบอยากให้ริเวอร์เป็นท่างลูปลอมตัวมาาา



    เสียดายจังที่ถูกถอดออกจากบทพระเอก โถๆๆๆๆๆ



    ขอให้ไปดีนะริเวอร์



    ไม่เป็นไรคะ ยังมีลูซิเฟอร์อยู่ 5555
    #765
    0
  12. #727 Penguin[G] (@caucasus27) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 22:48
    =[]= อะ อะอะ ...กรี๊ดดดด ไม่เจ๊งงงงงงงงงงงงงงง!!!
    #727
    0
  13. #630 Natty (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 20:22
    ขอตอบข้อ B. ท่านลูซิเฟอร์ ค่าาา



    เชียร์ลูซี่กับเอ็ดมาตั้งแต่ก่อนรีไรท์แล้วค่ะ



    ชอบเอสๆ แบบนี้ 5555
    #630
    0
  14. #628 อิสระ (@yync) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กันยายน 2556 / 21:29
    B ลูซิเฟอร์
    #628
    0
  15. #625 somnolent_ง่วง (@somnolent) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กันยายน 2556 / 00:34
    B เร้าใจดี 555

    CD อีกคู่ก็โอนะ ลงตัว 
    #625
    0
  16. #613 Janii@Xiah (@janiixiah) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 21:32
    D ลีโอ สู้ๆ
    #613
    0
  17. #611 mini (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 13:17
    ขอตอบข้อ B ค่ะ ลูซิเฟอร์

    เราชอบชายหนุ่มที่มีกลิ่นอายความอันตราย+โรคจิตนิดๆๆๆ

    เจอพระเอกแบบนี้แล้วรู้สึกกระชุ่มกระชวยยยย

    ขอให้ลูซิเฟอร์หลงรักเอ็ดการ์ที่รักอย่างหัวปักหัวปำด้วยเท๊อะๆๆๆๆๆๆ
    #611
    0
  18. #610 BlackCat [Disappear!!] (@laktheghost) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 14:45
    B.ลูซิเฟอร์!!
    #610
    0
  19. #605 El-lize (@Z-liezen) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 16:23
    D ลีโอ แฝดน้อง ค่า
    ขอเชียร์ลีโอ เวอร์ก่อนเชียร์ลีโอสุดใจ แต่ก็ผิดหวัง รีใหม่แล้วก็หวังว่าลีโอจะได้เป็นพระเอกซะที เท่ห์ขาดใจเลยเวอร์นี้ แม้จะแอบเทใจให้ลูซิเฟอร์นิดๆ หล่อร้ายอ่ะ ชอบๆ แต่ไงพี่น้องที่รักกันปานจะกลืนกินก็ชนะขาดค่ะ
    #605
    0
  20. #590 El-da (@delear) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 18:40
    D ค่าาาาา



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 สิงหาคม 2556 / 19:54
    #590
    0
  21. #551 Pair p. (@Deat_p) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2556 / 15:31
    ขอตอน D. ลีโอน้องแฝดดดดด XD
    #551
    0
  22. #540 liuyue06 (@liuyue) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2556 / 00:33
    เราขอเลือกB.ลูซิเฟอร์แล้วกัน ให้เค้าเป็นพระเอก   ก็เค้าเป็นเจ้าชีวิตของฝาแฝดนี่ทำให้สองแฝดได้มีโอกาสลืมตาดูโลก ได้สร้างสีสันแปลกๆให้กับชีวิต แล้วเค้าก็เป็นคนนำเรื่องทั้งหมด แต่ใจจริงก็ไม่อยากให้มีพระเอกเลยอ่าอยากให้สองแฝดอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตเลย ดูแลกันและกันอ่ะได้อยู่แล้ว 
    #540
    0
  23. #523 ครอส << Isolate >> (@Isolate) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 / 16:02
    เลือกข้อ D ลีโอ ค่ะ ชอบ Twin incest ค่ะ อ๊ายยยย >////<
    #523
    0
  24. #516 malwar (@malwar) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 19:53
    ตามเหตุและผลอยากเลือก E แต่ด้วย อารมณ์ล้วนๆมันต้อง D จัดไปด้วยความเร้าใจของเนื้อเรื่อง มาม่าและดาร์ก

    ไม่ถามแต่อยากบอก ให้ลูซิเฟอร์กับนายมาร์คสิ มันน่าสนุกเหลือเกิน มันจะได้เห็นสัจธรรมชัดๆ

    ลีโอหล่อเหลือเกิ๊น ยึดติดเอ็ดสุดๆ นี้สิพระเอกของฉัน อ่านไปติ๊ดเดียวก็หลงรักจัดหนัก สาธุอย่าได้มาพลิกสถานการ์ณแบบว่า ลูซิเฟอร์มาถึงกลายเป็นรุกลีโอแล้วเอ็ดฉันพลิกโพลเป็นตัวอิจฉานะ อันนี้ร้องกรี้ดแตกจริงๆ 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 พฤษภาคม 2556 / 20:13
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 25 พฤษภาคม 2556 / 20:35
    #516
    0
  25. #515 iForGive (@iforgive) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 14:47
    อยากให้ลีโอเป็นพระเอก  และตอบว่า ลีโอคือพระเอก rewirte ได้ปวดใจมาก ๆ เลยค่ะ
    เพราะว่าแทบไม่เหลือโครงเรื่องอะไร  นอกจากตัวละคร
    ตอนนี้เพิ่งตอนที่ 5 ยังไม่ตัดสินหรอกว่า version ไหนสนุกกว่ากัน
    เพราะว่ามันก็คนละอย่างล่ะนะ  แต่สารภาพว่าชอบ version เก่ามากกว่านิดนึงอ่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 พฤษภาคม 2556 / 15:05
    #515
    0