TWINS ( yaoi - rewrite)

  • 98% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 51,621 Views

  • 1,179 Comments

  • 1,219 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    65

    Overall
    51,621

ตอนที่ 4 : ของฝากจากสุสาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    2 พ.ค. 56

สัปดาห์ต่อมา ผมกับลีโอก็ได้ออกจากโรงพยาบาลด้วยรถทาวน์คาร์ที่กำลังจะเลยไปส่งลุงบรูซที่สนามบิน ลุงทำหน้าตึงเหมือนจะข่มขวัญเรากลายๆเป็นการทิ้งท้ายก่อนเดินทาง แต่บอกตรงๆนะ ให้ลุงกอดและบอกว่ารักเราทั้งคู่มากๆ นั่นต่างหากถึงจะทำให้เราขนหัวลุกขึ้นมาจริงๆ

ฉันมีธุระด่วนที่บรัสเซลส์ พวกแกคงต้องอยู่กันเองสักพักใหญ่ลุงพูดขึ้น

ครับผมกับลีโอรับคำพร้อมกัน

ช่วงที่ฉันไม่อยู่ลุงหายใจฟืดฟาด ฉันต้องการให้พวกแกอยู่อย่างสงบ อย่าสร้างปัญหา เข้าใจมั้ย

ครับ

...ถามจริง  ตอบแบบอื่นได้ด้วยเหรอ?

ลุงส่ายหัวไปมา พวกแก...  กว่าจะโตจนอายุ 21 ผมฉันคงหงอกหมดหัว

ผมหรุบตาลงต่ำเล็กน้อยเพื่อแสดงอาการสำนึกผิด ในขณะที่ลีโอเริ่มสนใจนาฬิกาตัวเอง

กล้าไปมีเรื่องกับคนพวกนั้น เคยคิดบ้างมั้ยว่ามันอันตรายขนาดไหน อีกสักพักฉันคงต้องให้พวกแกไปหัดยิงปืนเอาไว้

เราทั้งคู่หูผึ่งขึ้นมาทันที หัดยิงปืนไว้ป้องกันตัว เป็นอะไรที่เด็ดที่สุดเท่าที่ลุงเคยเสนอให้เรา

ลุงจ้องเราทั้งคู่เขม็ง ก่อนจะแค่นเสียงออกมาและทำตาประหลับประเหลือก เผื่อพวกแกจะทำมันลั่นใส่ตัวเอง

ผมกับลีโอพยายามที่สุดที่จะกลั้นยิ้ม ผมต้องกัดฟันจนหูอื้อ แล้วก็เห็นชัดเลย ว่าลีโอก็ต้องแอบหยิกลงบนเนื้อตรงข้อมือของตัวเอง

จากนั้นลุงก็กำชับให้ผมไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น และสั่งลีโอให้พักฟื้นต่ออีก 4-5 วัน แล้วถึงค่อยออกจากบ้านไปไหนมาไหน  เราทั้งคู่รับปากแข็งขัน ลุงบรูซดูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่ก็ไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น

หลังจากไปส่งลุงบรูซที่สนามบิน คนขับก็พาเรามาส่งที่บ้าน ฟิโอน่าที่รออยู่แล้ว กุลีกุจอมารับเราด้วยสีหน้าชื่นบาน เย็นนั้นพวกเรานั่งกินอาหารค่ำด้วยกันอย่างสบายใจในบรรยากาศเดิมๆ และพูดคุยกันถึงเรื่องทั่วๆไปตามปกติ เหมือนกับว่าไม่เคยมีเรื่องแย่ๆก่อนหน้านี้เกิดขึ้น

เช้าวันต่อมา ผมก็แต่งตัวเตรียมไปเรียนตามที่รับปากลุงบรูซไว้ ลีโอนั่งเอนตัวมองผมอยู่บนเตียงของตัวเอง ผมเขายุ่งนิดๆแบบคนเพิ่งตื่น และกระดุมเสื้อก็แบะออกหน่อยๆเห็นแผ่นอกวับๆแวมๆ ดูเซ็กซี่ยังกับนายแบบน้ำหอม paco rabanneคนล่าสุด  ไม่ใช่คนป่วยเพิ่งฟื้นไข้

ฉันไปโรงเรียนกับนายด้วยดีกว่า ลีโอพูดขึ้นและทำท่าจะลุกขึ้นจากเตียง

ผมชี้นิ้วออกมาข้างหน้า หยุดอยู่ตรงนั้นเลย เราเพิ่งจะรับปากลุงบรูซเมื่อวานเองนะ ว่าจะทำตัวให้อยู่กับร่องกับรอยตามที่ลุงสั่ง

เอ็ด ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้สถานการณ์ที่จะโรงเรียนเป็นไง หลังจากเหตุการณ์ที่พวกเราเพิ่งจะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนั้น ฉันว่ามันประมาทไปหน่อยที่นายจะไปคนเดียว

อ๋อ มันคงดีกว่าสินะ ถ้ามีนายไปด้วย ถามหน่อยเถอะลีโอ นายจะทำอะไรถ้ามีคนแกล้งปาคุกกี้กับไข่ดิบใส่ฉัน นายจะทำเลือดทะลักจากแผลหยดใส่พวกนั้นเรอะ?”  ผมส่ายหัว

ฉันหายดีแล้ว ลีโอทำเสียงเหนื่อยหน่าย นายก็ได้ยินที่หมอพูดแล้วนี่

ผมชะงักไปเล็กน้อย  ที่ลีโอพูดออกมาก็ไม่เชิงว่าไม่ถูกต้อง เพราะครั้งล่าสุดที่หมอเข้ามาตรวจเขา หมอบอกว่าร่างกายของลีโอฟื้นตัวเร็วมากอย่างน่าทึ่ง  บาดแผลที่ท้องเขาสมานตัวเร็วและเรียบร้อยดี ยังกับมันผ่านไปแล้วสักหนึ่งเดือน ไม่ใช่แค่อาทิตย์กว่าๆอย่างที่เป็น

ยังไงก็เถอะ ไม่ใช่วันนี้ ผมบอก

ลีโอทำหน้ายุ่ง เมื่อผมเดินผ่านหน้าเขาไปทางประตู ผมคว้าสเวตเตอร์มาสวมและหันไปบอกเขา เอาน่า เดี๋ยวกลับมาจะเล่าให้ฟัง ว่าฉันกลายเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนาอย่างที่นายห่วงรึเปล่า

แต่พอผมไปถึงโรงเรียน อะไรๆกลับไม่ใช่อย่างที่เราตั้งแง่ไว้เลย ทุกอย่างมันดูปกติจนผิดปกติ พวกนักเรียนที่นั่งอยู่ตามขั้นบันไดทางขึ้นไปยังประตูทางเข้า ก็ยังมีท่าทีแบบเดิมๆ คือมีบางคนทำท่าเหมือนไม่ได้สนใจ แต่ที่จริงแอบเหล่มองผมแล้วแก้มแดง  มีบางคนที่ส่งเสียงทักทาย  แต่ไม่ยักมีใครทำท่าทางแปลกๆ ประมาณว่าซุบซิบนินทา หรือทำท่าหวาดระแวงใส่ผมเลยสักคน

...อืม  สงสัยนักเรียนที่นี่คงชิน ที่เพื่อนนักเรียนเป็นข่าวอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ล่ะมั้ง

แต่ในที่สุด เรื่องผิดปกติก็มาเยือนผมจนได้ในช่วงเบรคหลังคาบเรียนที่สอง เมื่อผมกับวิกเตอร์กำลังถือถาดของว่างเดินไปยังโต๊ะตัวหนึ่ง ที่แคทรีน่ากับเพื่อนๆนักเรียนปีสุดท้าย 2-3 คนกำลังนั่งอยู่

เฮ้  เอ็ดการ์ สก็อตซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มของเพอร์ซีเดินมาแตะที่ไหล่ผม นายกำลังไปผิดด้าน

ผมหันไปมองเขา และค่อนข้างงงกับคำพูดนั่น

สก็อตยิ้มกว้าง และบุ้ยปากไปอีกทาง ที่นั่งนายอยู่ทางด้านโน้น

ผมมองข้ามไหล่ของสก็อตไปยังอีกฝั่ง ที่สว่างไสวไปด้วยแสงแดดจางๆ และบรรดากลุ่มนักเรียนที่หล่อสวยสดใสเหมือนภาพโฆษณา หรือที่เรียกอีกอย่างว่าฟากอภิสิทธิ์ชน  เพอร์ซีที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะที่ดีที่สุดส่งยิ้มบางๆมาให้ผม ในขณะที่คาร์ลกระดิกนิ้วชักชวนผมให้ไปทางนั้น

เอ่อ...ผมยังงงอยู่

มาเถอะน่า สก็อตกอดคอผมเหมือนเราเป็นสุดซี้กันมานาน

วิกเตอร์มองผมและสก็อตด้วยดวงตาที่เบิกโตอยู่หลังกรอบแว่น เขาดูตื่นเต้นนิดๆและเกือบจะยิ้ม

สก็อตถลึงตาใส่วิกเตอร์ มองอะไรวะไอ้เบื้อก

แค่นั้นเอง  วิกเตอร์ก็ถลาไปอีกทางเหมือนโดนยันออกนอกวง

ผมยอมให้สก็อตกอดคอพาเดินไปยังโต๊ะที่เพอร์ซีและเพื่อนๆกำลังนั่งอยู่แซ็คหนุ่มหล่อนัยน์ตาฝันขยับเลื่อนให้ผมนั่งลงข้างๆเขา ก่อนจะเอนตัวเข้ามากระซิบ ยินดีต้อนรับ

ผมกวาดตามองไปทั่วโต๊ะ ทุกคนดูชิลๆมากต่อการปรากฏตัวของผม ยังกับว่าผมนั่งตรงนี้อยู่แล้วมาตลอดปีการศึกษาที่ผ่านมาอย่างงั้นแหละ ขนาดยัยโคโค่สุดเชิด ยังเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผมนิดนึง ก่อนจะหันไปสนใจการแต่งเล็บของตัวเองต่อ

เพอร์ซีมองผม เขามีสีหน้าผ่อนคลายและดูเป็นไอ้ตัวแสบน้อยลงกว่าเดิมราว 10 %

คู่แฝดนายเป็นไงมั่ง?” เขาถาม

ก็โอเค ดีขึ้นเรื่อยๆผมตอบแบบกลางๆ อีกไม่กี่วันก็คงมาโรงเรียนได้

แย่นะไปเจอเรื่องซวยแบบนั้นเข้าเพอร์ซีส่ายหน้าอย่างเห็นใจ เสียใจด้วยที่ต้องเจ็บตัว

คนอื่นๆรอบโต๊ะเออออไปกับเพอร์ซี ผมตั้งรับแทบไม่ทันกับคำว่าเสียใจด้วยนะ และท่าทีเห็นใจที่ทุกคนมีให้ คือไอ้การแสดงความเสียใจกับคนที่เจอเรื่องแย่ๆมาน่ะมันธรรมดา แต่โทษทีเถอะ  แล้วไอ้ท่าทีก่อนหน้าโน้น ที่ทำเหมือนผมเป็นเมือกเหนียวๆติดอยู่ตามขอบโต๊ะล่ะ ผมตาฝาดเรอะ?

ไม่เอาน่าเอ็ดการ์เพอร์ซีกลอกตา หลังจากเรื่องที่พวกนายทำไป นายคิดเหรอว่าฉันจะไม่ติ๊กให้นายผ่านเงื่อนไขข้อสุดท้าย

...เหอ

พวกนายเด็ดมากสก็อตพูดขึ้นบ้างอย่างประทับใจ นอกจากคอลัมน์กอซซิปในนิตยสาร พวกเราไม่เคยมีใครโดนลงรูปในหนังสือพิมพ์หราแบบนั้นมาก่อน

โคตรเด็ดคาร์ลยกนิ้วให้

เพอร์ซีเอนตัวกับพนักพิงและยิ้มบางๆ พวกนายพิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าพวกนายไม่ธรรมดา ไม่จำเป็นต้องเอาถ้วยรางวัลโง่ๆของชมรมบาสมาโชว์หรอก

อ้อ งั้นถ้าฉันเอาเข็มมาเย็บต้นแขนตัวเองเล่น แล้วลีโอก็แทงตัวเองซะตั้งแต่แรก พวกนายก็จะติ๊กให้ผ่านอยู่ดีใช่มั้ย

ทุกคนหัวเราะครืน  เพอร์ซีแอบกลิ้งกระป๋องเบียร์มาเข้ามือผม ผมจับมันไว้ได้ทันก่อนที่ครูคนไหนจะเห็นเข้า

ยินดีต้อนรับสู่ฟากนี้อย่างเป็นทางการเพอร์ซีชูแก้วขึ้น ตาเขาวิบวับเหมือนเด็กซนๆ

และตอนนั้นแหละ ที่ผมรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในแก้วของทุกคนน่ะ ไม่ใช่น้ำแอปเปิ้ลหรอก

ช่วงบ่ายของวันนั้น ผมก็ได้ไปทิ้งตัวนอนมองท้องฟ้าทึมๆของแมนฮัตตัน อยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคารศิลปะหลังใหม่ที่ถูกล็อคกุญแจเอาไว้ แต่เพอร์ซีแอบไปได้กุญแจมาโดยบังเอิญ(แปลว่าขโมยไปปั๊มเพิ่ม)  แซ็คบอกผมว่ามันเป็นที่ที่พวกเขาใช้ปลีกวิเวกเวลาที่อยากอยู่เงียบๆไม่วุ่นวายกับใคร แต่เท่าที่ผมเห็น ผมว่ามันเป็นที่ปลีกตัวมาดูดปุ๊นมากกว่า

เพอร์ซียืนท้าวแขนกับราวกั้นและมองออกไปทางเซ็นทรัลพาร์ค ส่วนคาร์ลกับสก็อตนั่งพิงผนังด้านหนึ่งของช่องบันไดที่ทอดขึ้นมาถึงดาดฟ้า สองคนนั้นกำลังเล่นเกมส์ในโทรศัพท์มือถือแข่งกัน ในขณะที่ผมกับแซ็คเอนตัวนอนพิงกับเก้าอี้ผ้าดิบหน้าตาประหลาด ที่ตัวใหญ่พอจะนั่งทีเดียวพร้อมกันได้ถึงสามคน แซ็คบอกว่ามันเคยเป็นงานศิลปะของพวกนักเรียน  แต่บังเอิญมันดูน่าสบาย พวกเขาก็เลยแอบยืมมาวางไว้ที่นี่

เอาหน่อยมั้ยแซ็คยื่นบุหรี่ไส้กัญชาที่มวนเองให้ผม ตาเขาปรือและหวานเยิ้ม ขนตาก็ยาวกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก

ผมรับมันมาสูบ กลิ่นหวานชวนเคลิบเคลิ้มทะลักเข้าปอด ก่อนที่ผมจะระบายมันออกมาทางปากโดยหันหน้าไปทางแซ็ค  แซ็คขยับเข้ามาใกล้เหมือนจะสูดดมกลิ่นควันขาวๆที่ลอยออกมาจากปากผม

ดูโรคจิตทั้งเขาและผมเลย

เพอร์ซีหันมาทางเราและพูดขึ้น ฉันว่าจะจัดปาร์ตี้ฉลองที่พวกนายมาเข้ากลุ่มเรา ลีโอจะมาแจมได้เมื่อไหร่

ไม่แน่ใจผมตอบ อาจจะเป็นอีกสักอาทิตย์มั้ง

อืมเพอร์ซีอัดบุหรี่เข้าปอดแรงๆเหมือนกลัวจะไม่ได้เป็นมะเร็ง บอกฉันทันทีที่พร้อมก็แล้วกัน

วันนั้นทั้งวันผ่านไปอย่างราบรื่น ผมไม่มีอะไรให้ต้องคิดเท่าไหร่ นอกจากการบ้านน่าเบื่อสองสามวิชา กับเรื่องที่ผมจะต้องคัดตัวเพื่อเข้าทีมลาครอสส์ของโรงเรียนในวันพรุ่งนี้

แต่ผมลืมไป ช่วงเวลาสงบราบรื่นน่ะไม่เคยยืนยาว เมื่อผมเดินเลาะผ่านสนามหญ้าออกไปทางประตูโรงเรียนกับแซ็คหลังจากเพิ่งเรียนคาบสุดท้ายเสร็จมาหมาดๆ ผมก็พบว่ามีใครบางคนยืนรอผมอยู่ข้างซุ้มประตูด้านหน้า

ผมชะงักและหยุดเดินโดยอัตโนมัติ ภาพเรื่องราวบางอย่างที่ผมไม่อยากจะจดจำใส่สมองผ่านแว่บเข้ามาอีกครั้ง ร่างสูงๆของริเวอร์ยินพิงกำแพงหินสีเทาอยู่ตรงฟากหนึ่งของบันได ทั้งๆที่อากาศค่อนข้างเย็น แต่ริเวอร์ก็ยังอุตส่าห์ถลกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นกล้ามเนื้อต้นแขนแน่นๆที่มีรอยสักแพลมออกมา เถื่อน-เซ็กซี่-อันตราย แบบที่สาวบางคนชอบ

ริเวอร์ขยับตัวทันทีที่มองเห็นผม

แฟนนายเหรอแซ็คทำเสียงแปร่งๆ

พูดเป็นเล่นผมส่ายหน้า

ริเวอร์เดินตรงมาหาผมและทักขึ้นเอ็ดการ์ เป็นไงบ้าง หายดีแล้วใช่มั้ย

อืม ขอบใจที่ถามผมตอบเขา

ริเวอร์เดินมาหยุดยืนตรงหน้าผม เขาตัวสูงบึกบึนและดูเหมือนกำลังจะไปเข้าแก๊งค์เถื่อนๆอะไรสักอย่าง คนละสไตล์กับคุณหนูละแวกนี้เลย แซ็คย่นคิ้วนิดๆและเอามือล้วงกระเป๋า  ผมสังเกตท่าทีของทั้งคู่ แล้วก็ตัดสินใจว่าไม่ต้องแนะนำให้รู้จักกันน่าจะดีกว่า

ขอเวลาคุยด้วยสักครู่ได้มั้ย ริเวอร์บอก

ผมมองหน้าเขา รู้เลยว่าการปฏิเสธเป็นอะไรที่ไร้ความหมายสิ้นดี ผมก็เลยจำใจต้องผงกหัว โอเค

แซ็คหน้ามุ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ก็คงไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้มากกว่านั้น เขาหันมาหาผมและพูดขึ้น ถ้างั้นเจอกันพรุ่งนี้ อย่าลืมไปคัดตัวล่ะ ฉันจะไปเชียร์

อืมผมยิ้มให้เขา

แซ็คมองริเวอร์ด้วยหางตา ก่อนจะเดินไปขึ้นรถคันยาวเป็นกิโลเมตร ที่มีคนขับยืนรอเปิดประตูให้

ริเวอร์มองภาพนั้นแล้วยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนจะหันมาถามผม แฟนนายเหรอ

...เอาเข้าไป

ผมส่ายหัวแรงๆก่อนจะตอบ ไม่ใช่ นายมีธุระอะไรจะพูดกับฉัน

ริเวอร์จ้องตาผม ไปหาที่เงียบๆคุยกันเถอะ

หลังจากนั้นผมก็เลยต้องไปนั่งจ้องตากันต่อกับริเวอร์ในคาเฟ่บนถนนฟิฟธ์อเวนิว และเนื่องจากเครื่องแบบที่ผมสวมอยู่มันบอกชัดเลยว่าผมยังอายุไม่ถึง 21 ผมก็เลยต้องดื่มเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ ในขณะที่ริเวอร์กระดกเบียร์อั้กๆ

นายใส่เครื่องแบบแล้วดูดีนะริเวอร์ชี้มาที่เนคไทลายริ้วแดง-กรมท่า ของผม ฉันชอบ

...ให้ตายสิ เขาไม่เห็นต้องลากเสียงคำว่าชอบให้มันดูมีเลศนัยขนาดนั้นเลย เพราะไอ้ดอกกุหลาบก้านยาว 12ดอกที่เขาส่งมาให้ มันก็ตะโกนเซ็งแซ่แทนเขาไปเรียบร้อยแล้ว ว่าเขาน่ะไม่ได้เกลียดขี้หน้าผม

ผมเอาหลอดคนในแก้วเครื่องดื่มอันจืดชืดของตัวเอง ไหนนายว่ามีธุระจะพูดกับฉัน

มันก็มีอยู่หรอก แต่นายจะช่วยคุยเรื่อยเปื่อยถึงลมฟ้าอากาศก่อนไม่ได้รึไง ฉันอุตส่าห์ขับรถมาตั้งไกล อยากมองหน้านายนานๆหน่อย โดยเฉพาะตาสีน้ำเงินอมเขียวสวยๆนั่น ให้ฉันมองทั้งวันยังได้

ผมกลอกตา ริเวอร์ ปกติฉันชอบนะ เวลาที่มีคนชมอวัยวะส่วนไหนของฉันก็ตาม แต่ช่วงเวลาแบบนี้มันไม่ใช่ หลังจากเหตุการณ์ที่นายก็รู้ ตอนนี้ฉันอยากอยู่เงียบๆไม่ข้องเกี่ยวกับใครมากกว่า

หรือพูดชัดๆก็คือ ไม่อยากข้องเกี่ยวกับคนทางฟากบร็องซ์

ผมอึ้งไปชั่วครู่ คำพูดของเขามันจี้ใจดำผมจี๊ดๆเลย แต่ในที่สุดผมก็ยักไหล่ นายจะเข้าใจยังไงก็แล้วแต่

เอ็ดการ์ ฉันไม่ได้อาศัยอยู่ในย่านนั้น แค่ไปช่วยอดัมเป็นบางครั้งบางคราว และที่จริงฉันอยู่แค่อีสต์วิลเลจนี่เอง

ผมดูดเครื่องดื่มดังซู้ด เพื่อให้เขาเห็นว่าสิ่งที่เขาพูดน่ะ ไม่ได้อยู่ในความสนใจของผมเลย

ริเวอร์ถอนใจเบาๆ คู่แฝดของนายเป็นยังไงบ้าง

ก็ดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังต้องติดแหง็กอยู่ที่บ้านไปอีกสักระยะ

ดีแล้ว

ดียังไง?”

ดีที่เขาไม่ต้องออกไปไหน ส่วนนาย...ริเวอร์เว้นระยะไปเล็กน้อย ทางที่ดีก็อย่าไปไหนมาไหนคนเดียวจะดีกว่า

ผมชะงักมือที่เขี่ยหลอด โอ้โฮแฮะ... ไม่อยากจะเชื่อเลย นี่นายกำลังขู่ฉันงั้นสิ? ขอบอกเลยว่าเรื่องนั้นฉันไม่ใช่คนผิด เพื่อนนายต่างหากที่พยายามจะทำร้ายฉันกับลีโอ แต่ดันซวยโดนบันไดพังลงมาใส่เอง พวกฉันเป็นทั้งเหยื่อและผู้เคราะห์ร้าย ใครเค้ารู้ก็กันทั้งเมือง นายไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์เลยรึไง?”

นั่นแหละประเด็น พวกนายขาวสะอาดไร้มลทิน ในขณะที่อีกฝ่ายทั้งเลวและซวย

ไม่ใช่ความผิดฉันนี่

แต่บางคนไม่คิดแบบนั้น

ผมถึงกับเหวอ

ฉันต้องขอชมว่าผู้ปกครองของนายจัดการเรื่องนี้ได้ดีมาก พวกนายลอยตัวอยู่เหนือทุกอย่างโดยไม่มีข้อสงสัยจากสังคมเลย แต่เชื่อมั้ย ว่ามีบางคนที่คิดว่ามันไม่ควรเป็นแบบนั้น และถือว่าพวกนายทั้งคู่รนหาที่เองแต่แรก ที่เข้าไปในถิ่นของพวกเขา และนายทั้งคู่ควรได้รับผลตอบแทนที่สาสมกว่านี้ ในการที่มีส่วนทำให้บุคคลอันเป็นที่รักของเขาต้องโชคร้าย

แล้วฉันไม่โชคร้ายรึไง ที่ไปเจอสวะแบบพวกนั้นเข้า

แต่พวกนายไม่ได้มือขาด ไตพัง หรือต้องกลายเป็นคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เนื่องจากความเสียหายทางสมอง

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันผมบอกอย่างมึนตึง ไปบอกพรรคพวกของนาย ว่าถ้าจะอยากฟ้องก็เชิญเลย เพราะฉันไม่กลัว

พวกนั้นไม่ฟ้องหรอกเอ็ดการ์ และอีกอย่าง ฉันไปที่นั่นบ่อยก็จริง แต่ไม่ใช่พวกเดียวกับพวกเขา

แล้วเป็นพวกเดียวกับฉันหรือไง

กุหลาบพวกนั้นไม่ได้บอกอะไรนายเลยรึไงเสียงของริเวอร์อ่อนลง และตาก็ดูเป็นประกายวิบวับขึ้นกว่าเดิม สงสัยคราวหน้าคงต้องเปลี่ยนเป็นกุหลาบแดง

...บ้าชะมัด เวลาแบบนี้ยังจะมีอารมณ์จีบอยู่อีก

ผมยกมือขึ้นเป็นเชิงขอให้เขาหยุดแค่นั้น  ยังไงก็เหอะ ตอนนี้ฉันไม่รู้แล้วว่าควรจะคิดอะไร

ริเวอร์ยื่นมือมาคว้ามือข้างหนึ่งของผมหน้าตาเฉย เขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม ไว้ใจฉันเอ็ดการ์ ถ้าฉันเป็นพวกเดียวกับคนพวกนั้น ฉันคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้เพื่อเตือนนาย และที่ฉันทำ ไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทน นอกจากอยากให้นายปลอดภัย

ริเวอร์ฉวยโอกาสตอนที่ผมกำลังอึ้ง เขายัดกระดาษแผ่นเล็กๆแผ่นหนึ่งใส่ในกระเป๋าเสื้อผม

นั่นเป็นเบอร์โทรของฉัน นายโทรมาได้ทุกเมื่อที่รู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล หรือต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม โอเคมั้ย

ผมพยักหน้า รู้สึกมึนๆนิดหน่อย แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้รู้สึกแย่ที่มีคนมาทำท่าทางห่วงใยแบบที่ริเวอร์กำลังทำ

ไม่ต้องการอะไรตอบแทนจริงๆน่ะเหรอ ผมหรี่ตา

ริเวอร์อมยิ้ม ถ้าได้เป็นจูบหวานๆสักทีก็คงดี

ผมชูนิ้วกลางของมือข้างที่เขาจับอยู่นั่นแหละให้เขาเห็น ก่อนจะส่งยิ้มตอบและกระตุกมือออก

หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็กลับไปที่บ้าน ลีโอที่นอนเอกเขนกดูทีวีอยู่ตรงโซฟาหนังสีขาวตัวใหญ่ ปรายตามองผมเล็กน้อยก่อนจะถามออกมาเนือยๆ ทุกอย่างโอเคมั้ย?”

ยิ่งกว่าโอเคอีกผมวางกระเป๋าลงบนพื้น และทรุดตัวลงนั่งข้างๆเขา ก่อนจะแย่งกระป๋องน้ำอัดลมในมือเขามาดื่ม จะบอกอะไรให้ เราทั้งคู่ถูกลากเข้ากลุ่มอภิสิทธิ์ชนเรียบร้อยแล้ว

ลีโอเลิกคิ้ว

จริงๆผมย้ำ พวกนั้นน่ะถือว่าเราพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเราพิเศษ และตอนนี้เพอร์ซีก็แค่รอให้นายหายดี จะได้สนุกกันจริงๆจังๆซะที ...อ้อ โคโค่ถามถึงนายด้วย

ยายนั่นมีอะไรกับฉัน?” ลีโอนิ่วหน้า

ผมจิบโค้กและทำท่าครุ่นคิด อืม... จากครั้งล่าสุดที่เห็นพวกนายมองกัน แล้วทำเหมือนอยากกระโจนเข้าฉีกทึ้งเสื้อผ้ากันและกัน ฉันว่าโคโค่คงรอให้นายออกปากชัดๆว่าชอบเขา จะได้เริ่มนัวเนียกันจริงๆซะที

ลีโอทำเสียงแบบกึ่งหัวเราะกึ่งระบายลมหายใจ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ามันแปลว่าอะไร ผมก็เลยข้ามไปคุยเรื่องอื่นต่อ

วันนี้ริเวอร์มาหาฉัน

ใครนะ

ริเวอร์ ช่างสักที่เจอกันที่บรองซ์ไง ที่มีรอยสักสวยๆตรงอกน่ะ

ลีโอพยักหน้าช้าๆ เขามาทำไม? รับสักนอกสถานที่ รึว่าเอากุหลาบอีกครึ่งตันมาประเคนให้นาย

ฮ่า.. ขำจังนะผมแยกเขี้ยวใส่เขา ที่จริงเขามาเตือนฉัน

เตือน...?”

ให้ฉันระวังตัว เพราะเรื่องที่บร็องซ์น่ะยังไม่จบ

พูดเป็นเล่น

ฉันก็ไม่รู้ผมยักไหล่ เขาว่ามีบางคนที่นั่นไม่ค่อยพอใจที่เรารอดตัวมาได้สวยๆ ในขณะที่พวกเลวนั่นปางตายกันทุกคน

สมควรแล้วนี่เสียงของลีโอเข้มขึ้น

ผมจุ๊ปากและมองหน้าเขาด้วยสายตาแสดงความผิดหวัง พลางยื่นมือออกไปแตะปลายคางเขา พูดแบบนี้ไม่น่ารักเลยน้องน้อย ลุงบรูซได้ยินเข้าต้องไม่ชอบแน่ ไปซ้อมไวโอลินเถอะ ดนตรีจะได้ช่วยกล่อมเกลาจิตใจนายให้อ่อนโยนกว่านี้ เดี๋ยวฉันจะออกไปซ้อมลาครอสส์ด้วยเหมือนกัน

ลีโอปัดมือผมออกและหัวเราะเบาๆ มุกนี้เราเล่นกันเป็นประจำ เนื่องจากตอนที่เราทั้งคู่ยังเล็ก ลุงบรูซได้เล็งเห็นอะไรบางอย่างในตัวเราทั้งคู่ ว่าลีโอค่อนข้างมีอารมณ์รุนแรง ส่วนผมก็ค่อนข้างตามใจลีโอและปล่อยให้เขาทำสิ่งที่อยากทำ ลุงก็เลยสั่งให้ผมเล่นกีฬา และบังคับให้ลีโอเรียนดนตรี

แต่โชคดีที่ทั้งสองอย่างนั่นกลายมาเป็นสิ่งที่เราชอบจริงๆ ผมรู้สึกปลอดโปร่งและอิสระเวลาที่ได้ถือไม้ลาครอสส์ไล่จับและโยนลูก ส่วนลีโอก็หยุดไม่ได้ที่จะใส่อารมณ์ของเขาลงในคันชักและสายเล็กๆของไวโอลิน

อ่ะนะ... อะไรทุกอย่างมันฟังดูดีแล้ว ก็อย่าไปสนใจเลย ว่าลุงยังบ่นอยู่ดี ที่ตัวเองได้นักกีฬาที่ค่อนข้างมีนิสัยรอมชอม กับนักดนตรีที่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงมาแทน

พรุ่งนี้ฉันจะไปโรงเรียนกับนาย ลีโอพูดขึ้นมา

ผมหันไปมองเขาและอ้าปากจะทัดทาน แต่ลีโอก็ชี้นิ้วขึ้นมาและพูดต่อ ฉันจะไป และต่อให้เป็นนาย ก็ห้ามฉันไม่ได้

วันรุ่งขึ้น เราทั้งคู่ก็เลยได้นั่งรถไปโรงเรียนพร้อมกัน โดยมีฟิโอน่าที่ถอนหายใจและบ่นอะไรงึมงำอยู่ตลอดเวลาเป็นคนขับรถไปส่ง และเขม้นมองตามเรา จนกระทั่งผมกับลีโอเดินผ่านประตูเข้าไปให้เห็นกับตา

เพอร์ซีและกลุ่มเพื่อนต้อนรับเราอย่างชื่นมื่นอบอุ่น ด้วยการแว่บออกไปสูบบุหรี่กันในเซ็นทรัลปาร์ค เป็นการอุ่นเครื่องก่อนปาร์ตี้ต้อนรับจริงๆ ที่เพอร์ซีบอกว่าจะไปจัดบนเรือยอทช์ของพ่อเขา

ผมนอนทอดตัวกับพื้นหญ้าที่มีใบไม้ร่วงกระจัดกระจาย ในขณะที่คาร์ลเปิดฝาขวดโลหะทรงแบนที่มีวิสกี้อยู่ข้างใน แล้วยกขึ้นดื่มหนึ่งกรึ้บ ก่อนจะส่งต่อให้คนอื่นๆ

แซ็คล้มตัวลงนอนข้างผม กลิ่นเขาเหมือนแชมพูอาบน้ำยี่ห้อ Kiehl's ผสมกัญชาจางๆ ผมจิบวิสกี้ที่คาร์ลส่งมาให้ มันแสบร้อนในลำคอเล็กน้อย แต่ก็เหมาะดีกับลมเย็นๆที่พัดผ่านแมกไม้รอบตัวเรา แซ็คพลิกตัวนอนตะแคงข้างตัวผม ตาของเขาเป็นสีฟ้ากระจ่างเหมือนท้องฟ้า

เอาหน่อยมั้ย?” แซ็คยื่นบุหรี่มาตรงหน้าผม และจ้องปากผมเหมือนอยากจะทำอย่างอื่น มากกว่าที่จะเอาบุหรี่มาใส่

ผมส่ายหน้า แซ็คทำเสียงจึ้กจั๊กแล้วสูบมันซะเอง ก่อนจะบีบแก้มผมให้อ้าปากออก และเป่าควันเข้ามา

ผมหัวเราะร่วน ในขณะที่แซ็คยิ้มจนตาเยิ้ม ลีโอที่นั่งห่างออกไป 2-3 เมตร หรี่ตามองเราทั้งคู่และทำหน้าดุนิดๆ ผมเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีปัญหาอะไร แต่ลีโอไม่ทันได้ส่งกระแสจิตตอบคำถามผม โคโค่ก็ดึงดูดความสนใจของเขา ด้วยการทรุดตัวลงนั่งข้างๆ และเอาขาเรียวๆไขว้กันให้กระโปรงมันร่นขึ้นมา ก่อนจะส่งยิ้มหวานฉ่ำให้ลีโอและเอามือวางบนต้นขาเขา

...ไม่ปีนไปนั่งบนตักซะเลยล่ะ

ลีโอสนองตอบด้วยการยิ้มบางๆและใช้นิ้วไต่เล่นไปตามแขนของโคโค่ โคโค่หัวเราะคิกคักและกัดริมฝีปากแบบสะเทิ้นสุดขีด ซึ่งมันทำให้ผมต้องเผลอกลอกตา เพราะสิ่งที่ลีโอทำลงไปน่ะไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เขาแค่ไม่ชอบให้ผู้หญิงเก้อหรือเสียหน้า โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ

 หลังจากมอมเมากันเองจนพอใจแล้ว พวกเราก็เดินข้ามถนนกลับไปเรียนต่อ ผลของการนอนดึกเมื่อคืนและการรมควันก่อนเข้าเรียน ก็ทำให้ผมง่วงงุนถึงขีดสุดในวิชาวรรณกรรมของครูแม็คคลัสกี้ และในที่สุดก็ค่อยๆผล็อยหลับไป

...อืม

ผมขยี้ตา เมื่อพบว่าอยู่ๆตัวเองก็มายืนอยู่หน้าสุสานของตระกูลแวนดีสเทน ผมเกาะลูกกรงเหล็กดัดสีดำและมองผ่านความมืดครึ้มเข้าไปภายในสุสาน ในขณะที่รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่เรียกร้องผมอยู่ข้างใน

ผมเดินเข้าไปข้างใน ผ่านป้ายหลุมศพของคนในตระกูลที่เรียงรายอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมอ้างว้าง ...แอนนาเบล ...ริชาร์ด ...ชาร์ลส์ ...ลิเดีย จนกระทั่งไปหยุดยืนอยู่หน้าแผ่นหินที่ดูใหม่ที่สุด

เอ็ดการ์ และ ลีโอ แวนดีสเทน...

ผมนั่งลงตรงนั้น และยื่นมือไปออกไปสัมผัสตัวอักษรบนแผ่นหิน ในอกวูบโหวงด้วยความรู้สึกปั่นป่วนแปลกๆ ผมเลื่อนปลายนิ้วลงมาตามวันเวลาที่สลักอยู่บนนั้น มันระบุไว้อย่างชัดเจนว่าพวกเราเสียชีวิตในวันเกิดตอนอายุ 18 ปี

ไม่จริง...  ผมกัดฟันกรอดและพึมพำกับตัวเอง

และในเมื่อสิ่งที่มองเห็นเป็นสิ่งรับไม่ได้ ผมก็ตัดสินใจที่จะทำลายมัน

ผมคว้าก้อนหินขนาดใหญ่ที่สุดที่หาได้ ทุบแรงๆลงบนแผ่นป้ายหินอ่อน  มันกะเทาะบิ่นไปเพียงเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ผมมีแรงใจที่จะทำมันต่อ  ผมทุบลงไปอีกอย่างไม่ยั้งครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี

ผมทุบไปเรื่อยๆโดยไม่หยุดพักจนเหงื่อโทรมกาย หัวใจเต้นตุบและตึงไปหมดทั้งแขนและไหล่ ผมมองป้ายหลุมศพอย่างพอใจที่เห็นมันพังลงมาแล้วเกินครึ่ง

แต่แล้วผมก็ต้องจ้องมองอย่างประหลาดใจ เมื่ออยู่ๆกองเศษหินที่ถูกทุบจนแตกกระจายอยู่รอบป้ายหลุมศพก็ขยับเคลื่อนที่ ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นพวกมันลอยกลับเข้าไปยังที่เดิมอย่างรวดเร็ว ไม่กี่วินาทีต่อมาป้ายหลุมศพก็กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์อย่างที่มันเป็นก่อนหน้า

ผมโกรธจนหูอื้อ

แม่_งเอ้ย! จะให้ตายให้ได้ใช่มั้ย!

ช่วงเสี้ยววินาทีเดียวหลังจากที่ตะโกนออกไปอย่างเดือดดาล ผมก็พบว่าตัวเองกำลังยืนกระพริบตาปริบๆ อยู่ท่ามกลางเพื่อนร่วมห้องที่อ้าปากค้างและมองมาที่ผมอย่างตกตะลึง ผมกลืนน้ำลายก่อนจะเบนสายตาไปยังหน้าห้อง ที่มีใครบางคนยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น

ครูแม็คคลัสกี้มองผมด้วยสายตาเย็นชา ถ้านั่นคือความคิดเห็นของเธอที่มีต่อการสั่งงานของฉัน ฉันก็ขอเพิ่มเติมมันเล็กน้อยสำหรับเธอคนเดียวโดยเฉพาะ คุณแวนดีสเทน เย็นวันนี้หลังจากเลิกเรียนคาบสุดท้าย เธอจะต้องมานั่งเขียนรายงานนั่นในห้องทำงานของฉัน และทำแบบนั้นต่อไปทุกวันจนกว่ามันจะเสร็จ

“แต่... เย็นนี้ผมมีธุ...

คำพูดของผมหลุดออกมาได้แค่นั้น เสียงกริ่งหมดคาบเรียนก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของครูแมคคลัสกี้ที่ก้าวฉับๆออกไปโดยที่ไม่คิดจะหยุดฟังผมเลย

นายซวยแล้วเอ็ดการ์วิกเตอร์ดันกรอบแว่นตรงสันจมูกและกระซิบกระซาบ ครูแม็คคลัสกี้ไม่เคยปรานีใครที่หยาบคายในชั้นเรียนของครู นายต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงติดแหง็กอยู่ในห้องนั้นแน่

แต่ฉันมีคัดตัวเข้าทีมลาครอสส์ตอนเลิกเรียนผมพูดออกมา

นั่นเรียกว่าซวยซ้ำซวยซ้อนแคทรีน่าที่นั่งอยู่ข้างลีโอพูดเสริมขึ้นมา เธอส่ายหน้าอย่างสังเวชปนเห็นใจ เพราะโค้ชวอลเลซจะคัดตัวแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในหนึ่งเทอม พลาดแล้วพลาดเลย เสียใจด้วย

ผมครางออกมาก่อนโน้มตัวลงจนหน้าผากโขกกับโต๊ะ นี่ผมจะต้องทำยังไง เพื่อจะให้ตัวเองไปทันคัดตัวกับโค้ชวอลเลซในเย็นวันนี้ ซึ่งดูแล้วมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

และตอนนั้นแหละ ที่ผมเริ่มคิดว่าคงจะดี ถ้ามีเรื่องอะไรสักอย่างเกิดขึ้น และทำให้ผมไม่ต้องไปทำรายงานในห้องทำงานของครูแม็คคลัสกี้...

เย็นนั้น หลังจากเรียนคาบสุดท้ายเสร็จ ผมก็เดินไปยังห้องทำงานของครูแม็คคลัสกี้แบบคนหัวใจสลาย  ลีโอตบบ่าปลอบใจผม ก่อนจะปลีกตัวไปซ้อมไวโอลินกับชมรมดนตรี ผมส่งข้อความไปบอกแซ็ค ว่าวันนี้เขาและคนอื่นๆควรไปหาอะไรสนุกๆทำ แทนการไปรอเชียร์ผมอยู่ตรงสนามแข่ง ที่ผมคงไม่มีทางได้ไปอยู่ตรงนั้น

ผมเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของครูแม็คคลัสกี้ และเคาะประตู

“เอ็ดการ์ แวน ดีสเทนครับ” ผมพูดออกไป

“เข้ามาได้” เสียงเข้มๆของครูแม็คคลัสกี้ตอบออกมา

ผมสูดลมหายใจและผลักบานประตูเข้าไป พลางคิดหาคำพูดดีๆ ที่จะทำให้ครูใจอ่อนยอมเลื่อนเวลาออกไปเป็นวันพรุ่งนี้แทน แต่พอผมเห็นหน้าครูแม็คคลัสกี้ ผมก็รู้เลยว่าอย่าหวังซะให้ยาก

“นั่งลงที่โต๊ะนั่น และเริ่มทำงานของเธอได้”

ครูแม็คคลัสกี้ชี้ไปที่โต๊ะอีกตัวในห้อง ที่เต็มไปด้วยตั้งหนังสือหนาๆ ที่แค่เห็นก็หน้ามืดวิงเวียนแล้ว ที่นี่มันคือห้องทรมานแบบถูกกฏหมายชัดๆ ...จริงๆนะ ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าเห็นหยดเลือดกับคราบน้ำตาเลอะอยู่ตามผิวโต๊ะนั่น

ผมนั่งลงและเปิดหนังสือ ในขณะครูแม็คคลัสกี้มองลอดแว่นมาที่ผมด้วยสายตาข่มขู่ ผมถอนหายใจและปรับความรู้สึกตัวเองเข้าสู่โหมดปลง

ผมจรดปากกาลงบนกระดาษ และพยายามที่จะเขียนอะไรที่มีเนื้อหาสาระลงไปในนั้น แต่ปรากฏว่ามันล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะในหัวผมมันเต็มไปด้วยความคับข้องใจจากการพลาดการคัดตัว และความขุ่นมัวของความฝันบ้าๆตอนกลางวันที่โผล่มารบกวนจิตใจเป็นระยะๆ

และเมื่อผมฝืนเขียนตัวหนังสือลงบนกระดาษได้ 2-3 ประโยค โทรศัพท์บนโต๊ะของครูแม็คคลัสกี้ก็ดังขึ้น ผมแอบแหล่มองและเงี่ยหูฟังการสนทนา ครูดูมีสีหน้าปกติในตอนแรกที่รับโทรศัพท์ แต่ก็หน้าซีดลงเรื่อยๆ ทุกวินาทีที่ผ่านไป และในเวลาต่อมามือไม้ครูก็สั่นเทิ้มไปหมด

“ฉะ.. ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” ครูวางโทรศัพท์ลง ก่อนจะคว้ากระเป๋าถือและเดินแกมวิ่งผ่านโต๊ะที่ผมนั่งออกไปทางประตู โดยไม่หันมามองผมเลย

ผมนั่งงงอยู่ตรงนั้นราว 3-4 วินาที และทันทีตั้งสติได้ผมก็ ผมก็ทิ้งปากกาและผลุนผลันออกมาจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว

ผมไปทันเวลาคัดตัวอย่างเฉียดฉิว โค้ชวอลเลซมองผมด้วยสายตาตำหนิ แต่ก็ยอมให้ผมเป็นคนสุดท้ายที่เข้าคัดตัวจนได้

ผมโชว์ฟอร์มการเล่นอย่างสุดฝีมือ เพอร์ซีกับพรรคพวกโห่ร้องเสียงดังทุกครั้งที่ผมทำแต้มได้ ในขณะที่โคโค่โผเข้ากอดลีโออย่างดีใจทุกรอบที่ลูกลอยมาเข้ามือผม  ...เว่อร์ไปหน่อยนะ  และเมื่อโค้ชวอลเลซประกาศชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าทีม ซึ่งแน่นอนว่ามีชื่อผมอยู่ด้วย พวกเราก็เฮลั่น ก่อนจะพากันไปฉลองกันที่ร้านประจำของเพอร์ซีตรงถนนเฟิร์สอเวนิว

สามชั่วโมงหลังจากนั้น ลีโอก็หิ้วผมออกมาจากร้านนั่น และยัดผมเข้าไปตรงเบาะหลังของรถแท็กซี่ ก่อนจะหันไปล่ำลาเพื่อนๆที่ยืนส่งอยู่ตรงฟุตบาธ

“อย่าให้เขาอ้วกใส่รถผมนะ” แท็กซี่หันมาสั่ง

ลีโองึมงำรับปาก ผมเริ่มร้องเพลงชาติอเมริกันด้วยเสียงอ้อแอ้กระท่อนกระแท่น ซึ่งมันทำให้ลีโอหัวเราะออกมาอย่างขำๆ

“นายนี่มันเมาจนดูไม่ได้เลย” เขาส่ายหัวอย่างระอา

 “นายว่าฟิโอน่าจะบ่นมากรึเปล่า” ผมเอียงหน้าไปถามเขา

“ช่างเถอะน่า” ลีโอจับหัวผมให้ซบลงที่ไหล่เขา เมื่อเห็นคอผมอ่อนพับไปทางนั้นทีทางนี้ที “เดี๋ยวฉันแก้ตัวให้เอง”

ผมยิ้ม “มีฝาแฝดนี่มันดีจริงๆเลยเนอะ”

“แหงอยู่แล้ว” ลีโอดีดปลายจมูกผมเบาๆ ก่อนที่ผมจะหลับตาลง

ผลจากการชุมนุมแอลกอฮอล์หลายสัญชาติในกระเพาะในคืนนั้น  วันต่อมา ผมก็เลยตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนหัวสุดขีดเหมือนมีคนเอาค้อนมาทุบ ฟิโอน่าบ่นกระปอดกระแปดขณะเสิร์ฟน้ำผลไม้สดกับขนมปังกรอบๆเพื่อบรรเทาอาการเมาค้างให้ผม

ผมไปโรงเรียนด้วยความรู้สึกไม่ปลอดโปร่งในหัวนัก และกลายเป็นหนักอึ้งในเวลาต่อมา เมื่อได้ยินเรื่องราวบางอย่างจากวิกเตอร์และแคทรีน่า ตอนที่ไปหยิบหนังสือในล็อคเกอร์

“อะไรนะ ครูแม็คคลัสกี้เข้าโรงพยาบาล?” ผมย้ำอย่างไม่เชื่อหู

“ไม่ใช่ครู แต่เป็นสามีครู นี่ฉันบอกรอบที่สามแล้วนะ” แคทรีน่าอธิบายอย่างอดทน “โรคเบาหวานกำเริบ และหมดสติล้มลงระหว่างเดินทางกลับบ้าน แต่มันแย่ตรงที่เขาดันล้มไปฟาดเข้ากับกระถางหิน ครูแม็คคลัสกี้ก็เลยต้องลางานยาว”

ผมฟังคำพูดนั่นด้วยความรู้สึกหวั่นไหวในอกแปลกๆ มันบังเอิญเกินไปรึเปล่า ที่มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับครูในเวลาแบบนี้ และเมื่อทนเก็บความรู้สึกนั่นไว้ไม่ไหว ผมก็พูดกับลีโอตอนที่เรากำลังเดินอยู่ตรงระเบียง

“ลีโอ นายไม่รู้สึกว่าเรื่องนั้นมันแปลกๆเหรอ?”

“แปลกยังไง”

“ก็... เมื่อวานฉันโดนสั่งให้อยู่เย็นกับครูแม็คคลัสกี้ อดไปคัดตัว แล้วฉันก็โคตรอยากจะให้มีอะไรมาทำให้ฉันหลุดออกมาจากที่นั่นเลย แล้วในนาทีต่อมา ...โป๊ะเช้ะ!  หัวของสามีครูก็ไปฟาดเข้ากับกระถางแข็งๆ”

“เอ็ด...” ลีโอถอนใจ “นี่นายกำลังจะลากเข้าเรื่องภูตผีปีศาจ ที่ตามล้างตามเช็ดเราอีกแล้วใช่มั้ย? จะบอกอะไรให้นะ เรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับเราตรงไหนเลย แค่บังเอิญมันมาถูกที่ถูกเวลาเท่านั้นเอง รึนายคิดว่าตัวเองมีอำนาจบันดาลให้ตับอ่อนของสามีครูผลิตอินซูลินออกมาน้อยๆ จะได้หมดสติได้พอดีกับเวลาที่นายต้องการ”

ผมมองหน้าเขา “ฉันเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้แหละ ว่าเบาหวานเกี่ยวข้องกับการผลิตอินซูลินของตับอ่อน”

“เห็นมั้ยล่ะ” ลีโอเอาหนังสือตบหลังผมให้เดินเข้าไปในห้องเรียน

คำอธิบายของลีโอมีเหตุผลก็จริง แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะปัดความรู้สึกแปลกๆที่วนเวียนรบกวนผมอยู่ตลอดเวลา แล้วไหนจะภาพความฝันซ้ำซากในสุสานนั่นอีก และในตอนพักเที่ยง ผมก็ตัดสินใจที่จะจัดการกับสิ่งที่ค้างคาใจนั่นด้วยตัวเอง

“แซ็ค บ่ายนี้นายว่างมั้ย?” ผมแอบกระซิบถามแซ็ค ตอนที่ลีโอเดินไปหยิบมันฝรั่งทอด

“ฉันมีเรียนฝรั่งเศสขั้นสูง โคตรจะน่าเบื่อเลย นายถามทำไม”

“ฉันเก่งฝรั่งเศสนะ เราเคยมีพี่เลี้ยงเป็นคนฝรั่งเศสมาก่อน และฉันยินดีช่วยนาย”

“ยังไง? ติวให้นอกเวลาเรียนเหรอ”

“เปล่า” ผมยิ้ม “ติวในเวลาเรียนนี่แหละ เพราะบ่ายนี้นายจะออกไปข้างนอกเพื่อติวกับฉันแค่สองคน นายสั่งให้คนขับรถเอารถมาให้นายได้มั้ย เราจะได้ขับรถออกไปนอกเมืองด้วยกัน”

“เดท?” แซ็คเลิกคิ้วสูง

“แล้วแต่นายจะเรียก”

แซ็คยิ้มแป้น “ฉันจะโทรเรียกคนขับรถเดี๋ยวนี้เลย”

บ่ายนั้น ผมก็เลยมีข้ออ้างที่จะโดดเรียนออกไปข้างนอกกับแซ็ค ลีโอเม้มริมฝีปากเหมือนไม่ค่อยพอใจนัก แต่บังเอิญว่าเรื่องความรักอันเร่าร้อนมันบังคับกันไม่ได้ (เชื่อเถอะ ถ้ามันบังคับกันได้ ผมคงไม่ทนนอนฟังเสียงหัวเตียงกระแทกกับผนังเป็นจังหวะเกือบค่อนคืน เพราะเขาเอาผู้หญิงมานอนค้างด้วย ตอนที่เราไปเล่นสกีที่แอสเพนกันหรอก) ลีโอก็เลยต้องยืนเงียบๆ มองผมกระโดดขึ้นรถมาเซราติของแซ็ค เพื่อไปเดทกัน(ตามที่แซ็คเข้าใจ)

และเมื่อแซ็คพาผมมาถึงจุดหมายที่ผมตั้งใจเอาไว้แต่แรก ผมก็เปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา ลมเย็นพัดใบไม้เกรียวกราวอยู่เหนือหัว ต้นไม้แถวนี้กำลังผลัดใบ มันเป็นสีส้มทองตลอดแนวยาวของรั้วเหล็กดัดสีดำ

แซ็คลงจากรถมายืนเคียงข้างผม เขามองผ่านประตูเหล็กโค้งบานใหญ่อย่างแตกตื่น “นี่เหรอ ที่นายชวนฉันมาเดท ...พระเจ้า สุสานเนี่ยนะ”

“นายอยากเจอพ่อแม่ฉันมั้ย? พวกท่านอยู่ในนั้น” ผมชี้นิ้วไปด้านใน “ฉันจะเข้าไปเยี่ยมท่านสักหน่อย”

แซ็คกลืนน้ำลาย “เอ็ดการ์ ถึงฉันจะประมาณว่า ...เอ่อ  จีบนายอยู่ แต่เรื่องนี้ฉันขอผ่านล่ะ ฉันไม่ค่อยถนัดอะไรทำนองนี้เท่าไหร่ เอาเป็นว่า นายเข้าไปแล้วก็รีบกลับออกมาก็แล้วกัน เพราะดูเหมือนฝนใกล้จะตกแล้ว”

ผมเงยหน้ามองท้องฟ้ามืดครึ้ม ที่มาพร้อมกับสายลมพัดพรู

“โอเค” ผมตบไหล่เขา “นายรออยู่ในรถ เดี๋ยวฉันกลับมา”

ผมผลักบานประตูเข้าไปด้านใน มันลั่นเอี้ยดเพราะความฝืด ผมสูดลมหายใจลึก ก่อนจะพาตัวเองเข้าไปพิสูจน์ความฝันอันน่าพรั่นพรึงที่ตามรบกวนผม

ผมก้าวผ่านป้ายหลุมศพของคนในตระกูลโดยที่สายตาพุ่งตรงไปข้างหน้า ไม่อยากหันไปมองรายชื่อที่สลักอยู่บนบนแผ่นหินพวกนั้น เพราะกลัวว่ามันจะเหมือนกับในความฝันเกินไป และแล้วผมก็มาหยุดอยู่หน้าหลุมฝังศพของพ่อและแม่ ผมอ่านคำไว้อาลัยบนป้ายหลุมศพ แบบที่ทำทุกครั้งเวลาที่มาที่นี่

“พ่อครับ แม่ครับ ผมแวะมาเยี่ยม” ผมพูดกับแผ่นหิน

แล้วผมก็ค่อยๆเบนสายตาไปยังพื้นดินที่อยู่ด้านข้างด้วยความรู้สึกลุ้นระทึกปนหวาดหวั่น มันเป็นพื้นดินราบๆที่มีหญ้าขึ้นอยู่ประปราย ไม่มีร่องรอยว่ามีการขุด หรืออะไรก็ตามที่ส่อให้เห็นถึงการเตรียมการจะฝังใครไว้ตรงนี้

วินาทีนั้นผมเกือบจะหัวเราะออกมา  มันบ้ามาที่ผมถ่อมาไกลถึงที่นี่เพราะอยากพิสูจน์ความฝันพิลึกๆพวกนั้น แต่มันไม่มีอะไรเลย นอกจากความเพ้อเจ้อไร้สาระ อย่างที่ลีโอบอกผมไปแล้ว

และในจังหวะที่ผมกำลังจะหันกลับไปตามทางที่เดินมา ผมก็ต้องสะดุ้งจากเสียงที่ดังมาจากทางด้านหนึ่ง

“พี่ชาย สนใจจะตรวจดูดวงชะตารึเปล่า”

ผมหันควับ แล้วก็ต้องประหลาดใจอย่างที่สุด ท่ามกลางความเย็นเยียบวังเวงในสุสาน มีเด็กคนหนึ่งนั่งอยู่ถัดจากจุดที่ผมยืนอยู่ไม่ไกล เขานั่งอยู่ตรงโต๊ะที่มีผ้าคลุมสีดำ โดยมีสำรับไพ่เก่าๆวางอยู่บนนั้น

เขาผายมือให้ผมไปนั่งที่เก้าอี้ว่างอีกตัวที่ตั้งอยู่ ใบหน้าเล็กๆและดวงตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ผม “ไม่เสียเวลามากหรอก รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน”

ผมเดินเข้าไปเหมือนถูกสะกด  มันพิลึกมากที่มีอะไรแบบนี้มาอยู่ตรงหน้า ผมเคยเจอพวกยิปซีเร่ร่อนที่ชอบดูดวงด้วยไพ่มาบ้าง แต่นี่มันในสุสานนะ ...บ้าเกินไปรึเปล่า!?  

“ไอ้หนู นายเข้ามาในนี้ได้ยังไง แล้วแม่นายอยู่ที่ไหน?” ผมถามออกไป

เด็กนั่นยิ้ม เส้นผมสีดำเป็นเงาที่ตัดกับสีเหลืองสว่างของดวงตา ทำให้ใบหน้าเขาดูแปลกประหลาด “นั่งลงก่อน”

ผมนั่งลงตรงข้ามกับเขา เด็กคนนั้นเลื่อนสำรับไพ่มาตรงหน้าผม “เลือกไพ่สำหรับอดีต ปัจจุบัน และอนาคต”

ผมทำตามที่เขาบอก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

“เป็นอดีตที่น่าเห็นใจจริงๆ” เขาจุ๊ปาก “ความสูญเสีย อ้างว้าง และถูกทอดทิ้ง น้อยคนนะที่จะผ่านเรื่องราวพวกนั้นมาได้ โดยที่ไม่มีแผลบอบช้ำในชีวิต”

“ส่วนปัจจุบัน...” เขาหงายไพ่อีกใบขึ้น มันเป็นรูปผู้ชายถูกแขวนห้อยกลับหัวลงมา “The hange man ...ไม่ดีเท่าไหร่  มันบ่งชี้ถึงความกดดัน การผูกติดอยู่กับบางสิ่งที่หาทางออกไม่ได้ หรืออธิบายไม่ได้ รวมทั้งการรอคอยอันทรมาน”

“คราวนี้ลองมาดูอนาคตกัน สิ่งที่จะเป็นคำตอบของทุกสิ่ง” เขาเลื่อนมือไปยังไพ่ใบสุดท้าย ริมฝีปากเล็กๆคลี่ยิ้มกว้างเหมือนแมวเชสเชียร์

แล้วเขาก็พลิกไพ่ใบนั้นขึ้น มันเป็นไพ่ที่มีชื่อว่า The Devil

“ช่างดีจริงๆ” เขาสูดลมหายใจ สายตาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มบูชา “สิ่งนี้จะนำพาจิตวิญญาณของท่านไปตามเส้นทางที่เหมาะสม จะโอบอุ้มดูแล ปลอบโยน และเป็นที่พักพิงชั่วนิรันดร์”

ผมมองไปที่ภาพปีศาจน่าเกลียดน่ากลัวซึ่งมีเขาแพะอยู่บนหัว “The Devil นี่น่ะเหรอ? ...บ้าแล้ว ฉันไม่ยอมให้มันนำทางฉันแน่”

เด็กน้อยหยุดยิ้ม ใบหน้าเขาบึ้งตึง “มันถูกกำหนดไว้แล้ว”

“แค่เลือกไพ่เนี่ยนะ”

“แกไม่ใช่คนเลือก!” เด็กนั่นตะคอกและทุบโต๊ะดังปัง “ถ้าเขาต้องการแก แกก็ต้องเดินเข้าไปหาเขา!

“โว้วๆๆๆ ใจเย็นไอ้หนู” ผมยกมือ “นี่มันแค่ไพ่ โอเค๊?  ฉันต้องจ่ายเท่าไหร่สำหรับค่าดูดวงชะตา เราจะได้แยกๆกันไปซะที”

“หยดเดียว” เขาจ้องมองเข้ามาในตาของผม ดวงตาเขาเป็นสีเหลืองสดยิ่งกว่าเดิม และมันทำให้ผมรู้สึกวิงเวียน  “แค่เลือดหยดเดียวจากดวงวิญญาณอันไร้ที่พึ่ง จงส่งสัญญาณและเอ่ยนามเขา แล้วเขาจะมาปรากฏตัวต่อหน้าแก”

“ส... สัญญาณอะไร?”  ในหัวผมหมุนติ้ว และเริ่มมองไม่เห็นสิ่งรอบตัว

เด็กนั่นยิ้มอีกครั้ง และตอนนี้รีมฝีปากเขาฉีกกว้างมากกว่าเดิม ก่อนที่ขนสีดำจะค่อยๆงอกลามปกคลุมไปทั่วตัว ร่างเล็กๆของมนุษย์อายุราว 10 ขวบโก่งตัวบิดเบี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น

ผมอ้าปากค้างเบิ่งตาดูเขาเปลี่ยนร่างเป็นแมวดำตัวโตอย่างตกตะลึงพึงเพริด แมวดำกระโจนเข้าใส่ผมอย่างรวดเร็วจนผมหงายหลังล้มลงไปนอนกับพื้น   มันข่วนเสื้อผมขาดเป็นริ้ว ก่อนจะใช้เล็มที่คมเหมือนมีดกรีดลงบนอกผม

“ไม่!!!

ผมตะโกนเมื่อหยดเลือดเป็นเม็ดซึมขึ้นมาตามรอยลากของปลายเล็บ มันกลายเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่างที่ผมไม่รู้จัก ผมเบิกตากว้างมองแมวดำที่เหยียบอยู่บนอก มันส่งเสียงออกมาเหมือนขู่คำราม

“จงเอ่ยนามเขา เอ็ดการรรรรร์”

หัวผมหมุนคว้างและรู้สึกเหมือนร่างกำลังดิ่งวูบลงใต้พื้นผิวโลก

“เอ็ดการ์... เอ็ด! นายเป็นอะไรรึเปล่า!?”

ผมกระพริบตา และมองเห็นใบหน้าของแซ็คอยู่ตรงหน้า

“ที่นี่มัน...” ผมขยับตัวอย่างเบลอๆ  รู้สึกถึงเม็ดฝนที่ร่วงเปาะแปะลงมากระทบผิวหน้า

“ฉันเห็นนายหายไปนาน และฝนก็กำลังตกแล้วด้วย ก็เลยเข้ามาตาม” แซ็คช่วยประคองผมให้ลุกขึ้น “แล้วก็เห็นนายนอนฟุบอยู่ตรงนี้ ...เอ่อ เดาว่าเป็นหลุมศพพ่อแม่นาย”

ผมมองไปรอบๆ และเห็นว่าตัวเองนอนอยู่หน้าป้ายหลุมศพพ่อแม่จริงๆอย่างที่แซ็คว่า ใบหน้าและเนื้อตัวผมชื้นไปด้วยน้ำฝน  ผมมองเลยไปยังจุดที่เห็นเด็กประหลาดและโต๊ะตัวนั้นตั้งอยู่ แต่มันก็เป็นเพียงพื้นดินว่างๆใต้ต้นไม้ ผมก้มลงมองตัวเอง ก็เห็นว่าเสื้อผ้าอยู่ในสภาพเรียบร้อยดี ไม่ได้ขาดวิ่นที่ตรงไหน

“ฉันง่วงมาก ก็เลยเผลอหลับไป” ผมแก้ตัวแบบขุ่นๆ

แต่ดูเหมือนแซ็คจะไม่ได้ต้องการคำอธิบายอะไร เขามองไปรอบตัวอย่างหวาดๆ “ฉันว่าเรารีบออกไปจากที่นี่เถอะ ฉันขนลุกยังไงชอบกล”

เราทั้งคู่ออกจากสุสานด้วยกัน แซ็คพาผมไปส่งที่บ้าน เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะฝืนแกล้งทำเป็นเดทกันต่อ ในเมื่อมันกร่อยไปหมดแล้ว ผมให้สัญญากับแซ็ค ว่าคราวหน้าผมจะชวนเขาไปที่เด็ดๆ ที่ไม่ใช่สุสาน แซ็คยักไหล่อย่างไม่ถือสา และกำชับให้ผมอาบน้ำอุ่นๆ จะได้ไม่เป็นหวัด

ผมเดินผ่านห้องโถงขึ้นไปยังบันไดซึ่งทอดไปยังชั้นสาม ซึ่งเป็นห้องนอนของผม ภาพแมวดำในสุสานยังตามหลอกหลอนผมชนิดที่ไม่รู้จะเอามันออกจากหัวได้ยังไง และผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นมันเป็นความฝันหรือความจริง

ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อถอดเสื้อผ้าชื้นๆออกจากตัว หัวผมปวดหนึบเหมือนมันกำลังจะระเบิด ร่างกายผมมันคงเรียกร้องการพักผ่อน  เพื่อให้สมองไม่ระเบิดไปจริงๆ

ผมยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่เหนือเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า และปลดกระดุมเสื้ออกทีละเม็ด ขณะมองเงาตัวเองในกระจก

ผมถอนหายใจฟู่อย่างโล่งอก เมื่อเห็นผิวเนื้อเนียนเรียบตรงแผ่นอกของตัวเอง ที่ไม่มีร่องรอยสัญลักษณ์แปลกๆอะไรอยู่ตรงนั้น แต่ในขณะที่ผมกำลังถอดเสื้อออกจากตัวด้วยความรู้สึกโล่งใจ มือผมก็สัมผัสโดนวัตถุแข็งๆที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ

ผมล้วงมือเข้าไปและดึงมันออกมา มันเป็นกระดาษแข็งขนาดเล็กกว่าฝ่ามือที่เก่าและชื้นเล็กน้อย ผมเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นว่ากระดาษแผ่นนั้นมันคืออะไร

ผมทิ้งมันลงบนพื้นเหมือนมันเป็นถ่านไฟร้อนๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังและมองมันอย่างหวาดหวั่นสุดขีด

...มันคือไพ่ The Devil ที่ผมเห็นในสุสาน...

 



..............................................................................................

เย้! ลงจบตอนจนได้  (คือว่ามันยาวอ่ะ)
อย่าลืมติดตามตอนหน้ากันนะคะ  รับรองว่ามีอะไรให้ลุ้น  ...หุหุ  ^ ^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #1168 bambybamby (@bambamamlovecake) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 23:48
    แอบหลอนหน่อยๆอ่ะ
    #1168
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #1050 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 18:58
    อึย น่ากลัวอะแต่ก้ศฯูฏ
    #1050
    0
  4. #1026 RINKUWAc .™ (@hasuki) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:21

    ยังไงอ่ะ ยังไง โอ๊ยยยยย ลูซิเฟอร์อย่ามาแยกสองคนนี้นะ ไม่ยอมให้เเยกหรอก!

    #1026
    0
  5. #1002 กระต่ายสีเงิน (@jerot) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:54
    แล้วเอ็ดจะเป็นยังไงต่อไปล่ะเนี่ย
    #1002
    0
  6. #965 rorony (@ricotta) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 20:18
    ตื่นเต้นนน แต่ถ้าเราเจอกับตัวคงกลัวเหมือนกัน เหอๆ...
    #965
    0
  7. #816 Sanny (@suisei3) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 23:07
    ฮือ น่ากลัว
    สรุปว่าเอ็ดคือคนที่ถูกเลือกสินะ


    #816
    0
  8. #725 Penguin[G] (@caucasus27) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 22:28
    ฮือออออออ!!! กลัวนะ !แต่ยังจะอ่านต่อ ฮือออออแแT^T(อีนี่กลัวผีขั้นสุดยอด)
    #725
    0
  9. #635 little-red-cap (@little-red-cap) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 01:52
    น่ากลัวอ่ะ
    #635
    0
  10. #538 liuyue06 (@liuyue) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2556 / 00:05
    มันเริ่มน่ากลัวขึ้นแล้ว  แต่ก็สนุกขึ้น
    #538
    0
  11. #488 SilHouEtte (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 09:17
    อ๊าากกกกก มันส์มากๆๆๆ
    #488
    0
  12. #486 Koviz (@kovie97) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 00:51
    มันส์มากค่ะ ตื่นเต้นนนนนน o_o
    #486
    0
  13. วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 15:42
    ลุ้นระทึก 


    #479
    0
  14. #474 smile.frogy (@FROGY_PrincesS) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 22:37
    ตกลงเอ็ดเป็นที่ถูกเลือกหรอนี่..
    มีแววว่าอย่างนั้นมากๆ แต่ล่ะฉากที่เอ็ดการ์ฝัน(หรือไม่ฝัน...)นั้นน่าสะพรึงเป็นที่สุด
    ลีโอก็ยังคงเหมือนไม่รุ้อะไรเช่นเคย
    แต่อาการหวงเอ็ดการืของลีโอก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เสื่อมคลาย อิอิ 
    ลุ้นคู่นี้ได้ป่าว -..- คริคริ
    #474
    0
  15. #473 Hanabel (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 13:58
    สนุกมากกกก จะรอตอนต่อไปนะคะ

    เชียร์ลีโอสุดติ่ง เฮ้!!
    #473
    0
  16. #472 ภาณุมาศ (@Sakuratsuka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 23:30
    ลีโอกับเอ็ดการ์น่าจิ้นยิ่งกว่าเดิม หุหุ
    #472
    0
  17. #470 Aa_J' (@imk3-pp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 13:58
    ริเวอร์เปลี๊ยนไป๋ (วิบัติเพื่อเสียง).....เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นมากเลยค่ะ สนุกจัง ><
    (ชูป้ายไฟเชียร์ลีโอกับเอ็ดรัวๆ)
    #470
    0
  18. #469 ภาณุมาศ (@Sakuratsuka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2556 / 16:45
    มาเมนต์กับเนื้อเรื่องที่เริ่มเปลี่ยนไป อิอิ
    #469
    0
  19. #369 Rime137 (@rime_cherrub) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2556 / 14:06
    หนุ่มผู้มากับความมืด อ๊ายยย 

    ลีโอเป็นอะไรไป >< ต้องรีบจิ้มตอนต่อไป
    #369
    0
  20. #367 Rime137 (@rime_cherrub) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2556 / 13:46
    หนุ่มผู้มากับความมืด อ๊ายยย 

    ลีโอเป็นอะไรไป >< ต้องรีบจิ้มตอนต่อไป
    #367
    0
  21. #304 แกงส้ม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2555 / 12:28
    เกิดอะไรขึ้นกับลีโอ
    #304
    0
  22. #119 ดั้งเเหมบ (@puma_buffalo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 09:24
    ลีโออย่าเป็นอะไรไปนะ
    เมฟฟิสทำอะไรลีโอหรือเปล่าถึงได้ปวดหัวบ่อยแบบนี้
    แล้วทำไมอยู่ๆลีโอมีความลับกับเอ็ด

    อูย...ชักเยอะและ :0

    เรายังคงชาบูริเวอร์นักสักต่อไป
    ให้นายเอกคู่กะคนหน่อยเถอะ  555
    #119
    0
  23. #107 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 18:24
    ลีโอเป็นอะไรไป?

    อย่าเป็นอะไรไปน้าาาาาาาา
    #107
    0
  24. #99 Yuura-i (@vampire-23) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 01:08
    ลีโอโดนเมฟฟิสอำอะป่าว&bull;_&bull;
    #99
    0
  25. #98 yen0 (@dog8) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2555 / 21:49
    อยากรู้แล้วคร้าาาาอัพไวๆๆนะคร้าา
    #98
    0