69 (yaoi)

  • 99% Rating

  • 10 Vote(s)

  • 102,174 Views

  • 1,720 Comments

  • 3,475 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    366

    Overall
    102,174

ตอนที่ 2 : สายพันธุ์ของผม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    22 ม.ค. 58

อีก 10 นาที มีประชุม  ...ปิ๊บ อีก 10 นาที มีประชุม

เสียงจากระบบเตือนอัตโนมัติดังขึ้นตรงมุมโต๊ะในห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในอาคารลิเบอร์ตี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของกองควบคุมเขตที่ 3

พันเอกนิโคลัส โฮเวิร์ด ยื่นมือไปกดปิดสัญญาณเตือน เขาไม่ละสายตาจากภาพโฮโลแกรมตรงหน้า ที่กำลังแสดงผลเป็นเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อโรครุ่นล่าสุดที่รัฐบาลใช้อยู่ในปัจจุบัน มันมีข้อดีตรงที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถบินลอยซอกซอนไปได้ทุกที่ แม้แต่ซอกระหว่างตึกในตรอกแคบๆ แต่ข้อเสียคือการเคลื่อนที่สูงเหนือพื้นดินเกินกว่า 10 เมตร ที่มักจะเกิดปัญหาน็อกกลางอากาศ 

อีก 5 นาที มีประชุม  ...ปิ๊บ อีก 5 นาที มีประชุม

นิโคลัสถอนหายใจ เขากดปิดทั้งภาพและสัญญาณเตือน ก่อนจะลุกขึ้นยืนและหยิบเสื้อคลุมตัวยาวที่พาดไว้อย่างเรียบร้อยข้างโต๊ะทำงานมาสวมทับเครื่องแบบด้านใน เขาหันไปมองทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ที่สามารถมองออกไปเห็นตัวเมืองกว้างใหญ่ของเขต 3 ที่เต็มไปด้วยตึกสูงทันสมัยในระยะใกล้ และตึกเสื่อมโทรมรูปทรงรวงผึ้งในระยะไกล ท้องฟ้าวันนี้เป็นสีเทาหม่น ภาพชายหนุ่มตัวสูงท่าทางองอาจผึ่งผายสะท้อนเลือนรางบนแผ่นกระจก

นิโคลัสจัดปกเสื้อคลุมตัวนอกสีเทาที่พาดเฉียงไปยังกระดุมแถว 7 เม็ดให้เรียบร้อย เครื่องหมายนกอินทรีกางปีกเหยียบโลกเด่นชัดอยู่ตรงอกด้านซ้าย แถบไหมสีขาว 3 แถบพาดเป็นแนวอยู่ตรงปกเสื้อตัวในที่เป็นคอปกตั้ง  มันเป็นสิ่งแทนความภาคภูมิใจอย่างมากสิ่งหนึ่งของเขา ที่ก้าวมาถึงตำแหน่งผู้บังคับการกองควบคุมมนุษย์กลายพันธุ์ด้วยอายุเพียง 28 ปี

ชายหนุ่มก้าวออกจากห้องทำงาน ตรงไปยังห้องประชุมของสำนักกองควบคุมเขตที่อยู่ในชั้นเดียวกัน

ในห้องประชุมรูปไข่ ดูเหมือนทุกคนจะมากันเกือบครบแล้ว ขาดก็แต่นายพลคาร์เตอร์ที่เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของเขต 3  นิโคลัสนั่งลงตรงที่นั่งถัดลงมา 2 ที่จากหัวโต๊ะ และกวาดตามองผู้ร่วมประชุมทั้ง 11 คน ที่ประกอบด้วยผู้บังคับการกองต่างๆและผู้เกี่ยวข้อง  ข้อมูลบนโต๊ะถูกเซ็ตไว้เป็นค่าว่าง มีเพียงแถบสีของธงชาติอเมริกันสว่างเรืองอยู่เหนือโต๊ะ

ดูเหมือนผมจะมาสายไปเล็กน้อยสินะ

เสียงของนายพลคาร์เตอร์ดังขึ้น นิโคลัสเบนสายตากลับมา

ร่างกฎหมายควบคุมเขตมนุษย์กลายพันธุ์ ที่สรุปไม่ลงตัวสักทีนี่ทำเอาผมปวดหัว นายพลคาร์เตอร์ยกมือขึ้นเป็นเชิงอนุญาตให้ทุกคนนั่งลงอีกครั้ง ก่อนจะพูดต่อ แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ ถ้าเราไม่ทำ ก็อย่าหวังว่าประเทศนี้จะสงบสุขได้จริงๆ

นิโคลัสยิ้มบางๆให้กับคำพูดนั้น คำว่า เรา ในที่นี้นั้นหมายความถึงมนุษย์ธรรมดาที่อย่างที่ทุกคนในห้องประชุมนี้เป็นอยู่ มนุษย์สายเลือดปกติซึ่งไม่มี DNA สัตว์สายพันธุ์อื่นปะปนอยู่แม้แต่นิดเดียว

และเมื่อนายพลคาร์เตอร์พูดเปิดประชุม ความสนใจก็มุ่งไปที่พลตรีบอนด์วิลล์ ซึ่งเป็นผู้บังคับการกองจัดหา เขาเป็นชายร่างท้วม ศีรษะเถิก จมูกโค้งงุ้ม พลตรีบอนด์วิลล์กระแอมเล็กน้อยและพูดขึ้น

 อย่างที่ผมเรียนให้ท่านทราบไปแล้ว ว่าวันนี้เราจะมาพิจารณาเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อโรครุ่นใหม่ เพื่อลงชื่อรับรองตามที่เขต 1 กับเขต 2 ได้ทำไปแล้ว ผมขออนุญาตแนะนำ OC-102 ของบริษัทสไตรเกอร์อินดัสทรี เราเรียกมันง่ายๆว่าออคโทปุส

ภาพแถบสีธงชาติอเมริกันหายวับไป และถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรกลรูปทรงกลมขนาดเท่าลูกฟุตบอล ที่มีหนวดโลหะ 4 เส้นขยับเคลื่อนไหวอยู่รอบตัว

นิโคลัสเอนหลังพิงพนักพิง ดวงตาสีเทาซีดจับจ้องภาพในอากาศ ซึ่งกำลังแสดงถึงความสามารถอันน่าทึ่งของออคโทปุส  สไตรเกอร์อินดัสทรีเคยเป็นบริษัทข้ามชาติที่ส่งออกชิ้นส่วนเล็คทรอนิคส์ แต่หลังจากที่ประธานบริษัทตายไปเมื่อ 3 ปีก่อน และถูกบริหารงานโดยคีธ สไตรเกอร์ ลูกชายคนเดียวของประธานบริษัท สไตรเกอร์อินดัสทรีก็เริ่มเบนเข็มมาพัฒนาอุปกรณ์และสิ่งประดิษฐ์เพื่อความมั่นคง

นี่แสดงว่าเราต้องจ่ายเพิ่มเกือบหนึ่งเท่า เพื่อให้เจ้าลูกบอลหนวดนี่บินขึ้นไปพ่นสารต่างๆในอากาศได้สูงเกินกว่า 10 เมตร อย่างนั้นสินะนายพลคาร์เตอร์พูดเนิบๆ

ออคโทปุสข้ามผ่านปัญหาปัญหาเรื่องความสูงและที่แคบ รวมทั้งประหยัดพลังงานกว่าจริงๆ แต่สิ่งที่ทำให้เขต 1 กับเขต 2  ตัดสินใจลงชื่อรับรองอย่างรวดเร็ว น่าจะเป็นคุณสมบัติข้อต่อไปมากกว่าครับท่าน พลตรีบอนด์วิลล์ยิ้มมีเลศนัย

ภาพในอากาศเริ่มสร้างรูปทรงมนุษย์ขึ้นมาคนหนึ่ง รอยริ้ว 9 เส้นตรงขมับบ่งบอกว่านั่นเป็นภาพจำลองของมนุษย์กลายพันธ์ ภาพฉายเหตุการณ์ที่มนุษย์กลายพันธุ์เดินปะปนไปกับผู้คนในเมือง ก่อนจะก้าวไปซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงตึก หญิงสาวคนหนึ่งเดินผ่านมา เธอถูกดึงตัวเข้าไปและถูกทำร้ายด้วยมีด  

ออคโทปุสปรากฏตัวขึ้น ส่วนล่างใต้รอยผ่าของตัวเครื่องหมุนครึ่งรอบ หนวดทั้ง 4 ถูกดึงกลับ ก่อนจะเด้งออกมาอีกครั้ง และปล่อยกระสุนเจาะร่างมนุษย์กลายพันธุ์จนล้มลงนอนแน่นิ่งกับพื้น

ภาพที่เห็นเรียกเสียงอืออาในลำคอจากหลายๆคน

พลตรีบอนด์วิลล์ยิ้มพึงพอใจ ออคโทปุสมีระบบเซ็นเซอร์พิเศษตรวจจับไลน์โค้ด ซึ่งแปลว่ามนุษย์กลายพันธุ์ทุกคนที่อยู่ในระยะสัญญาณ จะถูกจับตามองโดยออกโทปุส ซึ่งถ้าหากเกิดเหตุร้าย อย่างเช่นปล้นหรือทำร้ายร่างกายมนุษย์ธรรมดา ออคโทปุสจะปล่อยกระสุนยาสลบเข้าใส่ ซึ่งก็หมายความว่า หน่วยลาดตระเวนของเราจะทำงานง่ายขึ้นมาก

แล้วมันจะเลือดสาดแบบนั้นเสมอเลยรึไงใครบางคนตั้งข้อสังเกตขึ้น เมื่อเห็นภาพเลือดสีแดงสดยังคงไหลทะลักออกมาจากบาดแผลของมนุษย์กลายพันธุ์ จนเจิ่งนองเป็นวงกว้างรอบตัว

อันที่จริงคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่เป็นไปได้ว่าภาพในการพรีเซนต์น่าจะเป็นรสนิยมส่วนตัวของคุณสไตรเกอร์มากกว่า

คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะครืนรอบโต๊ะ ก่อนจะเงียบลงเมื่อพลเอกคาร์เตอร์กระแอมเบาๆ เอาเป็นว่า ผมจะลงชื่อรับรองเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อโรครุ่นนี้

หลังจบการประชุมและนายพลคาร์เตอร์ออกจากห้องไปแล้ว นิโคลัสก็เดินไปหาพลตรีบอนด์วิลล์ ผู้การบอนด์วิลล์ หวังว่าคุณคงไม่ว่าอะไร หากผมจะขอข้อมูล OC-102 อย่างละเอียด ผมอยากทำความเข้าใจกับการทำงานของมันให้ชัดเจน

พลตรีบอนด์วิลล์ยิ้มเหมือนรู้อยู่แล้ว ผมเข้าใจ การจัดหาอุปกรณ์เป็นธุระของผม แต่ถ้าหากมันไปเกี่ยวข้องกับมนุษย์กลายพันธุ์ มันก็กลายเป็นธุระของคุณไปด้วยทันที อีกสักครู่ผมจะส่งไฟล์ข้อมูลอย่างละเอียดไปให้ ถ้ายังมีข้อสงสัยอะไรก็ถามผม หรืออันที่จริง จะรอถามจากคนที่สร้างมันขึ้นมาเลยก็ได้

นิโคลัสเลิกคิ้ว

คีธ สไตรเกอร์ เขาเพิ่งจะเดินทางมาถึงเขต 3 เมื่อเช้านี้ พลตรีบอนด์วิลล์ขยายความ เราจะมีการพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการสั่งซื้อออคโทปุส และบางทีอาจมีอะไรอย่างอื่นเพิ่มเติมขึ้นมาอีก และท่านนายพลให้ผมเชิญเขามางานเลี้ยงคืนนี้ด้วย

นิโคลัสพยักหน้า คืนนี้จะมีงานเลี้ยงต้อนรับหน่วยลาดตระเวนที่มาจากรัฐอื่น ตามโครงการแลกเปลี่ยนหน่วยลาดตระเวนระยะสั้น ซึ่งเขาเองก็ต้องไปร่วมงานด้วย

นิโคลัสก้าวเท้าไปบนพรมนุ่มหนา เขาไม่ได้สนใจคีธ สไตรเกอร์เป็นพิเศษ นอกเหนือจากเรื่องที่เข้ามาเกี่ยวกับงานในความรับผิดชอบของเขา แต่แค่กำลังสงสัยว่าพลตรีบอนด์วิลล์ได้รับผลประโยชน์ใต้โต๊ะจากการจัดซื้อครั้งนี้หรือเปล่า พลตรีบอนด์วิลล์นิยมชมชอบการใช้ชีวิตที่หรูหราเกินกว่าฐานะนายทหาร ส่วนคีธ สไตรเกอร์ ก็คือนักธุกิจ

 

งานเลี้ยงเริ่มขึ้นในเวลาหนึ่งทุ่ม มันเป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นในโดมสวนจำลองขนาดใหญ่ใจกลางเขตเมือง

นิโคลัสสวมเครื่องแบบเต็มยศเหมือนกับนายทหารคนอื่นๆและเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตะเวน  พวกผู้หญิงที่เป็นภรรยานายทหารแต่งตัวด้วยชุดราตรีสวยงาม เสียงแก้วไวน์กระทบกันเบาๆเคล้าไปกับเสียงดนตรี นิโคลัสกำลังพูดคุยอยู่กับกัปตันของหน่วยลาดตระเวน และเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งที่เพิ่งมาจากแคนซัส เพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน

แคนซัสแย่กว่าที่นี่เยอะ ผมไม่คิดว่าต้องปรับตัวอะไรมากเลย ฝ่ายนั้นพูด

นิโคลัสพยักหน้าเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเจ้าหน้าที่รายนี้คงยังไม่ได้ออกไปไหนไกลเกินกว่าเขตที่พักของตัวเอง  คุณได้มีโอกาสบินลาดตระเวนหรือยัง

คิดว่าคงเป็นวันพรุ่งนี้

นิโคลัสหันไปทางกัปตัน ควรจัดให้เขาบินตรวจแถบใต้ของเมืองนะ

กัปตันหน่วยลาดตระเวนหัวเราะออกมา นิโคลัสยิ้มตอบอย่างรู้กัน ในขณะที่เจ้าหน้าที่จากแคนซัสทำหน้าสงสัย เขายังไม่รู้ว่านอกเขตเมืองต่ำลงไปทางใต้เป็นแหล่งเสื่อมโทรม และอุดมไปด้วยบ่อนพนันกับซ่อง

นิโคลัสขอตัวแยกออกมา เมื่อเจ้าของสำนักข่าวแห่งหนึ่งเดินเข้ามาขอร่วมวงสนทนา เขาไม่ค่อยชอบคุยกับพวกนักข่าวสักเท่าไหร่ พวกนี้ก็เหมือนหมาล่าเนื้อ ซุ่มเงียบๆแต่ไว้ใจไม่ได้ นิโคลัสเดินเลี่ยงออกมาทางพุ่มไม้เขตร้อนที่ตัดแต่งเป็นแนว คิดว่าจะกลับไปนั่งที่โต๊ะรวมกับเพื่อนนายทหารคนอื่นๆ แต่แล้วเขากลับถูกเรียกตัวไว้โดยใครคนหนึ่ง

ผู้การโฮเวิร์ด  ขอเชิญทางนี้หน่อยเถอะ เสียงของพลตรีบอนด์วิลล์ ทำให้นิโคลัสต้องหันไป

พลตรีบอนด์วิลล์กำลังยืนอยู่กับชายหนุ่มตัวสูงหน้าตาดีคนหนึ่ง และรายล้อมด้วยหญิงสาวอีก 4 คน ที่ต้องเรียกว่ารายล้อม เพราะผู้หญิงทั้งหมดที่ยืนตรงนั้นต่างก็หันไปหาชายหนุ่มคนที่ว่า ทั้งยิ้มและส่งสายตาพลางหัวเราะคิกคัก ไม่มีใครสักคนที่จะเหลือบไปทางพลตรีบอนด์วิลล์ ที่รูปลักษณ์ด้อยกว่าอย่างไม่ต้องเอามาเทียบกันให้เสียอารมณ์

นิโคลัสจำเป็นต้องเดินเข้าไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

ผู้การโฮเวิร์ด คุณคงยังไม่ได้พบคุณคีธ สไตรเกอร์ พลตรีบอนด์วิลล์แนะนำ ใบหน้าเขาแดงก่ำจากการดื่มไวน์เข้าไปหลายแก้ว คุณสไตรเกอร์ นี่คือพันเอกนิโคลัส โฮเวิร์ด ผู้บังคับการกองควบคุมมนุษย์กลายพันธุ์ของเขต 3

นิโคลัสยื่นมือออกไป ฝ่ายนั้นหันมาทางเขาเต็มตัวและกระชับมือเขาอย่างแนบแน่น คีธ สไตรเกอร์ ดูหนุ่มกว่าและหล่อกว่าที่เขาเคยเห็นในข่าวธุรกิจ ตัวสูง ไหล่กว้าง ผมดำหยักศกเล็กน้อย คิ้วเข้มหนา ตาสีน้ำตาลสวยโศกคล้ายพวกอิตาเลียน อายุน่าจะอ่อนกว่าเขาไม่มาก แต่ลักษณะการจ้องแบบไม่วางตาขณะประสานมือกัน กับรอยยิ้มที่มีลับลมคมใน ก็ทำให้รู้ว่าคนคนนี้มีเล่ห์เหลี่ยมพอตัว

ผู้การโฮเวิร์ด ได้ยินชื่อคุณมานานแล้วเสียงของฝ่ายนั้นนุ่มทุ้มและมีจังหวะจะโคนน่าฟัง ไม่น่าแปลกใจที่สาวๆแถวนี้กำลังจะละลาย

ได้ยินชื่อคุณมานานเหมือนกันนิโคลัสตอบ เขารู้สึกว่าฝ่ายนั้นจับมือเขานานเกินปกติไปเล็กน้อย และถึงเขาจะสวมถุงมืออยู่ แต่นิโคลัสกลับรู้สึกเหมือนได้สัมผัสมือกันตรงๆ

หวังว่าจะเป็นในทางดีนะครับ ไม่ใช่ ไอ้ชาติชั่วกระหายเลือดอย่างที่พวกขายข่าวใต้ดินเรียกกัน

พลตรีบอนด์วิลล์หัวเราะเสียงดัง สาวๆเอามือปิดปากและอุทาน ...ไม่นะ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะด้วย มันเป็นฉายาที่พวกมนุษย์กลายพันธุ์ใช้เรียกเขาอย่างเคียดแค้น หลังจากที่สไตรเกอร์อินดัสทรีส่งออกกระสุนปืนชนิดพิเศษที่ใช้กับมนุษย์กลายพันธุ์ ให้หน่วยปราบจลาจลในออสเตรีย

แล้ว... ที่ว่าคุณมาที่นี่ เพื่อทำธุรกิจกับหน่วยงานของรัฐ นั่นจริงรึเปล่าคะ มันเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะหญิงสาวคนหนึ่งถามขึ้น นิโคลัสจำได้ว่าเธอเป็นลูกสาวของนายทหารใหญ่คนหนึ่ง

ผมคงยังตอบอะไรไม่ได้ ใช่ไหมครับคีธจงใจหันมาทางนิโคลัส ริมฝีปากได้รูปแย้มออกเล็กน้อย มันเป็นรอยยิ้มที่มีเสน่ห์อย่างมาก แต่นิโคลัสกลับรู้สึกไม่สนิทใจ จนกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะออกมาพูดเอง

คำพูดนั้นทำให้นิโคลัสมั่นใจว่าพลตรีบอนด์วิลล์คงปูดออกไปแล้ว ว่าเขต 3 จะลงชื่อรับรองออคโทปุส และเขต 4 กับ 5 ก็ไม่น่าจะแตกต่าง และหลังจากนี้อีกไม่กี่วัน เมื่อรัฐออกเอกสารสั่งซื้อ เครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อโรคนับหมื่นตัวจะกระจายไปยังเขตต่างๆทั่วรัฐ และสไตรเกอร์อินดัสทรีคงรวยมหาศาลขึ้นไปอีก

แหม... ดูเป็นความลับจังนะคะ พวกเราควรกังวลรึเปล่าคะเนี่ย หญิงสาวกะพริบตา และหันมองคีธสลับกับนิโคลัส เหมือนยังตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะเลือกทิ้งสายตาให้ใครดี ระหว่างหนุ่มหล่อในเครื่องแบบ กับเศรษฐีหนุ่มเสน่ห์แรง

นิโคลัสยิ้มบางๆและไม่ตอบอะไร

แย้มหน่อยไม่ได้เหรอคะหญิงสาวอีกคนหันไปอ้อนคีธ เห็นได้ชัดว่าเธอตัดสินใจแล้วว่านายทหารน่ะเย็นชาเกินไป ไม่น่าตื่นเต้นเร้าใจเท่านักธุรกิจ

ถ้าสาวสวยอย่างคุณถามผมในสถานการณ์อื่น อย่างเช่นมื้อสายที่คุณให้เกียรติมาร่วมโต๊ะกับผม ผมคงเผลอตอบคุณหมดเปลือก ไม่เว้นแม้แต่เรื่องที่ควรเก็บเป็นความลับ แต่นี่มันต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐตั้ง 2 คนนะครับ ผมควรเก็บความรู้สึกอ่อนไหวเอาไว้ก่อนจะดีกว่า จริงไหมครับผู้การโฮเวิร์ด

คำพูดที่ทิ้งมาทางนิโคลัสอีกครั้ง ทำให้พลตรีบอนด์วิลล์ที่กำลังอ้าปากจะพูดบ้าง ต้องหุบปากลงแบบเก้อๆ

ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลหรอกครับ” นิโคลัสพูดเรียบๆ “เพราะไม่ว่าจะออกมาแบบไหน ประชาชนจะได้รับประโยชน์สูงสุดแน่นอน และตอนนี้ผมคงต้องขอตัวก่อน มีบางคนที่ผมควรต้องเข้าไปทัก ยินดีที่ได้พบนะครับคุณสไตรเกอร์ พบกันครั้งหน้าเราคงเวลาคุยกันมากกว่านี้”

“ผมคงไม่ให้คุณรอนานหรอก ผู้การโฮเวิร์ด”

นิโคลัสย่นคิ้วเล็กน้อย

“คุณสไตรเกอร์ได้แจ้งขอเข้าพักในตึกรูปไข่ของเราระหว่างที่ยังพักอยู่ที่เขต 3” พลตรีบอนด์วิลล์รีบอธิบาย เหมือนกลัวจะไม่มีโอกาสได้พูดแทรกอีก “ใช่ไหมคุณสไตรเกอร์”

“เมื่อคิดถึงชื่อเสียงดีๆของผมในสายตาพวกมนุษย์กลายพันธุ์ การพักในโรงแรมทั่วไปดูจะไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่”

นิโคลัสพยักหน้า ในขณะที่พวกสาวๆอมยิ้ม อาชีพบางอาชีพอย่างทหารหรือนักการทูต จะไม่มีการรับมนุษย์กลายพันธุ์เข้าทำงานเด็ดขาด และตึกสูงรูปไข่ซึ่งเป็นที่พักของทหารก็มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมาก แม้แต่พ่อครัวหรือคนทำความสะอาดก็ต้องเป็นมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ดังนั้นแขกสำคัญที่มาจากรัฐอื่น หรือนักธุรกิจที่เงินหนามากๆที่ต้องการการรักษาความปลอดภัยระดับพิเศษ ก็สามารถทำเรื่องขอเข้าพักในชั้นล่างๆของตึกรูปไข่ได้ ไม่แปลกที่คีธ สไตรเกอร์ ก็เป็นอีกคนหนึ่ง

“ไว้เจอกัน” นิโคลัสพูดสั้นๆ

“ยินดีที่ได้เป็นเพื่อนบ้านกับคุณ ผู้การโฮเวิร์ด” คีธตอบกลับ นัยน์ตาคมกริบเหมือนตาเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาจางของพันเอกนิโคลัส “ผมเชื่อว่าเราจะได้มีเวลาทำความสนิทสนมคุ้นเคยกันมากกว่านี้แน่นอน บางทีอาจจะใกล้ชิดมากๆ อย่างที่คุณนึกไม่ถึงเลยก็ได้”

นิโคลัสก้าวออกมาจากตรงนั้น เขารู้สึกขุ่นมัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้กระทั่งตอนที่นั่งลงตรงโต๊ะของนายทหารด้วยกัน ความรู้สึกนั้นก็ยังคงอยู่

นิโคลัสหันควับ เมื่อรู้สึกว่ามีคนจ้องมองเขาจากทางด้านหลัง และด้วยความรู้สึกคุกคามมากกว่าจะเป็นมิตร แต่เมื่อนิโคลัสหันไปมอง ก็พบว่าในโดมสวนจำลองกว้างใหญ่นี้ ไม่มีใครกำลังจับจ้องมาทางเขาเป็นพิเศษเลย

...ไม่มีอะไร เขาคงคิดไปเอง

......

......

 

“เกล เอาจานนี้ออกไปเสิร์ฟหน่อย พวกข้างนอกทำงานไม่ทันแล้ว”

 

 

 

“รับทราบ” ผมรับคำสั่งแข็งขันและยกถาดอาหารมาไว้ในมือ กลิ่นล็อปสเตอร์อบเนยหอมฟุ้งจนอยากจะแอบเลียสักนิด แต่พอคิดถึงโทษตอนโดนจับได้ ผมก็หักใจสูดแค่กลิ่นและจำภาพไปสำเร็จความหิวต่อในความฝัน

 

 

“ไปฝั่งหน่วยลาดตระเวนนะเกล เราปล่อยให้อาหารฝั่งนั้นขาดตอนเกินไปแล้ว ไม่รู้จะไปรุมเสิร์ฟตรงฝั่งทหารอะไรกันนักกันหนา” พ่อครัวส่ายหัว “วิกเตอร์ นายก็ไม่ต้องมัวแต่ยืนยิ้ม รีบออกไปพร้อมกันเลย”

วิกเตอร์กับผมประคองถาดเดินเข้าไปในอุโมงค์สั้นๆ ที่เชื่อมต่อไปยังโดมกระจกของสวนจำลองขนาดใหญ่ ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่เข้ามาร่วมในงานเลี้ยงกระชับสัมพันธ์ระหว่างเขต 3 และเจ้าหน้าที่จากรัฐอื่นในโครงการแลกเปลี่ยนหน่วยลาดตะเวนระยะสั้น

“ถ้าเราลองปล่อยให้พวกหน่วยลาดตะเวนหิวจัดๆ นายว่าจะเกิดอะไรขึ้น” วิกเตอร์หันมาถามผม

“เอาเป็นว่าฉันจะไม่เฉียดไปแถวนั้นแน่ๆ” ผมตอบ “ต่อให้ปกติพวกนั้นจะชอบกินเนื้อคนด้วยกันอยู่แล้วก็เถอะ”

วิกเตอร์หัวเราะร่วน เราชอบเล่นมุกเกี่ยวกับพวกหน่วยลาดตระเวนแบบนี้บ่อยๆ เพราะวิกเตอร์เป็นมนุษย์ธรรมดาที่อาศัยอยู่ในตึกรวงผึ้งที่ผู้อาศัยส่วนใหญ่เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ พ่อของเขาพิการและแม่ก็อายุมากแล้ว แถมยังมีน้องอีก 2 คนที่ยังเรียนไม่จบ พวกเขาก็เลยตัดสินใจย้ายไปอยู่ตึกรวงผึ้ง ที่ค่าเช่าถูกกว่าตึกระดับกลางๆแบบที่ผมอยู่

“นายน่าจะเอาผมลงมาบังๆไว้หน่อยนะ” วิกเตอร์ชี้ตรงขมับด้านซ้ายของผม

ผมส่ายหน้า “มันดูไม่เรียบร้อย ฉันไม่อยากให้ทางภัตตาคารโดนตำหนิ”

แล้วเราก็ทะลุผ่านอุโมงค์ออกไปสู่สวนกว้างใต้โดมใส ที่ตอนนี้ถูกแปลงให้กลายเป็นห้องจัดเลี้ยง กลิ่นดอกไม้หอมจางปนเปไปกับกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นอาหารชวนน้ำลายสอ ผู้คนในงานส่วนใหญ่เป็นบุคคลในเครื่องแบบ มีบางส่วนที่เป็นนักธุรกิจ ผู้มีอำนาจ คนดัง และนักข่าว 

ผมเดินข้ามสะพานไม้ที่ทอดข้ามลำธารใสแจ๋ว ซึ่งไหลมาจากผาน้ำตกจำลองสูง 30 ฟุต เสียงน้ำตกซู่ซ่าและละอองน้ำบางๆใต้อุณหภูมิที่ควบคุมไว้ ทำให้บรรยาศสดชื่นเย็นสบาย ต่างจากสภาพอากาศจริงทางด้านนอกที่เย็นเฉียบจนปากสั่น    

วิกเตอร์เดินนำหน้าผมเลี้ยวไปทางฝั่งที่ส่วนใหญ่เป็นโต๊ะของพวกหน่วยลาดตระเวน ที่จริงพวกเขาก็นั่งปะปนกันบ้าง แต่ก็ยังมีหลายโต๊ะที่จับกลุ่มกันอยู่เฉพาะสายงานเดียวกัน ตามสัญชาติญาณมนุษย์ที่อดจะไม่ได้ที่จะรวมตัวกันแบ่งพรรคแบ่งพวก

“โอ๊ะ... ขอโทษครับ” ผมเอ่ยคำขอโทษโดยอัตโนมัติ เมื่อชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากแนวพุ่มไม้ โชคดีที่ผมหยุดฝีเท้าไว้ได้ทัน และเอี้ยวถาดล็อบสเตอร์หลบวิถีปะทะ ไม่อย่างนั้นเจ้ากุ้งยักษ์คงได้ไปเกาะเล่นอยู่บนเสื้อคลุมสีเทา ที่เป็นเครื่องแบบของนายทหาร ซึ่งผมว่านั่นคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่

ฝ่ายนั้นหันมา สีหน้าเขาดูเฉยเมยจนเกือบจะบึ้งตึง เขาไม่พูดอะไร แต่มองผมด้วยดวงตาสีเทาเย็นชา ก่อนจะหันหน้ากลับไป และเดินผ่านผมไปโดยไม่คิดจะเสียสละเวลาพูดคำว่า ไม่เป็นไร

ผมระบายลมหายใจ ที่เพิ่งเดินผ่านหน้าผมไปนั่นคือผู้บังคับการกองควบคุมมนุษย์กลายพันธุ์ ที่ชื่อว่าพันเอกนิโคลัส โฮเวิร์ด ผมเคยเห็นเขาในข่าว และจำได้ ตัวจริงเขาแตกต่างจากที่เคยเห็นในข่าวนิดหน่อย ผมสีบลอนด์หม่น ตาสีเทาจาง แผ่นหลังนี่แข็งตรงยังกับเอาแผ่นเหล็กไปดามไว้ ที่จริงเขาหน้าตาดีมากนะ เวลายิ้มคงหล่อชวนเข่าอ่อนเลยล่ะ แต่รัฐคงแอบมีกฏลับๆว่าห้ามเผยแพร่ภาพทหารยิ้มละมั้ง ผมเลยไม่เคยเห็นภาพเขาตอนยิ้ม

ผมสูดลมหายใจตั้งสติ และเดินผ่านแนวพุ่มไม้เข้าไปยังส่วนโต๊ะอาหารที่คนส่วนใหญ่แถวนั้นสวมเครื่องแบบสีดำ ด้วยความรู้สึกว่ากำลังแหวกว่ายเข้าไปสู่ดงฉลาม แต่ฉลามจริงๆจะดูเป็นมิตรมากกว่า

“ไอ้น้อง เติมเบียร์หน่อย” เจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนคนหนึ่งสั่งผมเสียงห้วน ทั้งๆที่ก็เห็นอยู่ว่าผมถือถาดล็อบสเตอร์ ไม่ใช่ถาดเครื่องดื่ม

“ถ้าชักช้า ฉันจะเตะก้นแกให้น่วม แล้วให้แกคลานไปหาเบียร์มาเสิร์ฟ”

ผมบังคับตัวเองไม่ให้กลอกตา นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่พวกพนักงานเสิร์ฟอยากเลือกที่จะไปเสิร์ฟทางฝั่งทหารมากกว่า พวกนั้นจะนิ่งๆ แต่อาจจะยิงเราทิ้งได้ง่ายๆโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน แต่พวกหน่วยลาดตระเวนน่ะต่างออกไป พวกนี้จะเหมือนแมว ไม่ใช่เมี๊ยวๆน่ารักนะ หมายถึงชอบเล่นทรมานเหยื่อก่อนเขมือบน่ะ

วิกเตอร์หันมาทางผม เขาเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เลยรีบดิ่งมาทางนี้เพื่อเติมเบียร์ ผมหลบฉากไปเสิร์ฟล็อบสเตอร์ให้โต๊ะถัดไป โต๊ะนี้เป็นพวกหน่วยลาดตระเวนซะส่วนใหญ่ แต่ก็มีผู้หญิงนั่งปะปนอยู่ด้วย พวกเขาดูจะดื่มไปมากพอควร สังเกตุจากสีหน้าและจำนวนแก้ว

“เดี๋ยว... นี่นายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์นี่” ชายคนหนึ่งดึงแขนผมไว้

ผมหันไปมองเขา เขาเป็นผู้ชายร่างใหญ่ ไว้หนวด และมีสายตาดุดัน หน้าเขาเป็นสีเข้ม บ่งบอกถึงปริมาณแอลกอฮอล์ที่อยู่ในเลือด

“สายพันธุ์อะไร” เขาถาม

ผมนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลยจริงๆ แต่ในที่สุดก็ต้องจำใจตอบออกไป

มุมปากเขาขยับยกขึ้นเล็กน้อย และนั่นก็เรียกความสนใจจากเพื่อนร่วมโต๊ะขึ้นมา

“พันธุ์อะไรวะ พูดดังๆ ไม่ได้ยิน!” อีกคนที่นั่งเก้าอี้ตรงกันข้ามโพล่งขึ้นมา

ผมกำลังอ้าปากจะพูด แต่ชายไว้หนวดกลับยกมือห้าม “ไม่ต้อง... โชว์ให้พวกเขาเห็นเลยดีกว่า”

ผมงงงันไปวูบหนึ่ง ทีแรกคิดว่าตัวเองคงฟังผิด แต่พอเห็นรอยยิ้มของเขา ผมก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้หูฝาด และเขาไม่ได้พูดเล่น

“ผมว่าไม่น่าจะเหมาะนะครับ” ผมตอบออกไป

“ถอดเสื้อออก แล้วลงไปในนั้น” เขาบุ้ยปากไปทางธารน้ำตก “ถ้ามัวลังเล ฉันจะช่วยถอด และอาจไม่ถอดแค่เสื้อด้วย”

เสียงโห่ฮาดังขึ้นอย่างถูกใจ โต๊ะอื่นเริ่มหันมาสนใจทางนี้ และนั่นทำให้ดีกรีความสนุกสนานพุ่งกระฉูดขึ้นไปอีก

“ถอดเลย... ถอดเลย!

ผมยืนนิ่งอย่างอึดอัดคับข้องใจ วิกเตอร์มองมาอย่างเป็นห่วง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ผมก้มหน้าลงและเม้มริมฝีปาก ตัดสินใจว่าจะทำมันให้เสร็จๆไป ผมถอดเสื้อกั๊กตัวนอกออก และเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ด เสียงเป่าปากเปี๊ยวป๊าวลอยมาให้ได้ยิน

“พอเถอะน่า...” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น และนั่นทำให้ผมเบนสายตาไปมองเธอ

เธอคือเวร่า นางโชว์ดาวเด่นในคลับชั้นสูงที่พวกคนรวยๆชอบไปเที่ยวกัน เวร่าเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ครึ่งนกยูงที่สวยมาก โดยเฉพาะเวลาที่รำแพนโชว์สีสันอันงดงามอยู่บนเวที  เวร่ามองมาที่ผมด้วยสายตาเจือความเห็นใจ เธอนั่งอยู่ข้างๆชายวัยกลางคนในเครื่องแบบหน่วยลาดตระเวน แสดงว่าข่าวลือที่ว่าเวร่าเป็นเมียเก็บของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยลาดตระเวนนั่นอาจจะมีมูลจริงๆ

“เงียบเถอะเวร่า” ชายคนนั้นพูดขึ้น และนั่นก็ทำให้เวร่าต้องหุบปาก

ผมหันไปทางธารน้ำตก และเริ่มก้าวเท้าออกไป รู้ว่ามีสายตาหลายคู่มองตาม นายทหารบางคนเริ่มหันมาทางนี้ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะสอดมือเข้ามายุ่ง ไม่ใช่เพราะไม่อยากมีเรื่อง แต่เป็นเพราะพวกเราด้อยค่าเกินกว่าจะใส่ใจ ผมอยากหัวเราะออกมาดังๆ ...โลกของเรานี่มันบ้าบอดีจริงๆ

ผมหยุดอยู่หน้าก้อนหินที่กั้นระหว่างพื้นดินกับผิวน้ำ ความลึกของน้ำตรงบริเวณใกล้น้ำตกดูจะลึกพอควร ผมถอดรองเท้าออก ตามด้วยเสื้อ รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกคนบางคนมองด้วยความคิดแบบไหน ลำพังแค่ผิวขาวละเอียด ผมสีทองนุ่มนิ่ม และดวงตาสีม่วง ก็เพียงพอจะกระตุ้นกำหนัดของคนบางคนได้แล้ว และการที่เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ด้วยนี่ ยิ่งเพิ่มความต้องการย่ำยีให้กับคนบางกลุ่มที่นิยมเสพสุขกับมนุษย์กลายพันธุ์

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมหลีกเลี่ยงการทำงานที่ต้องโชว์หน้าตาและรูปลักษณ์ของสายพันธุ์ตัวเอง ทั้งที่มันมีรายสูงกว่าการเป็นพนักงานเสิร์ฟเห็นๆ แต่ผมไม่ชอบให้ใครมาประเมินค่าเหมือนผมเป็นสิ่งของ ไม่อยากให้ใครมาเสนอให้ผมไปเป็นเมียเก็บ และยิ่งขยะแขยงเข้าไปใหญ่ เมื่อรู้ว่าเมียเก็บบางคนก็ไม่ได้สนองความต้องการของคนที่เลี้ยงดูแค่คนเดียว

“กระโดดลงไปเลย!

ผมมองผิวน้ำที่ใสแจ๋วจนมองเห็นก้อนกรวดที่อยู่ก้นสระ กระทั่งพรายฟองจากสายน้ำตกก็ยังบดบังได้แค่เพียงบางส่วน ผมก้าวไปยืนบนหินก้อนใหญ่สีน้ำตาลเรียบลื่น ก่อนจะกระโดดลงไป

ในโลกของเรานั้นมีสัตว์ต่างๆมากมายหลากหลายหลายสายพันธุ์ เคยมีบางครั้งที่ผมเคยนึกอยากให้ตัวเองเป็นมนุษย์กลายพันธุ์สายพันธุ์อื่น อย่างลูกครึ่งไส้เดือน จะได้มุดลงดินเวลาที่ไม่อยากเจอใคร หรือแมลงวัน ที่มีตามองเห็นภาพต่อกันเป็นช่องๆละลานตา จะได้มองเห็นสิ่งผิดปกติและหลบหลีกไปก่อน หรืออาจเป็นวัวที่ไม่ได้มีพิษร้ายอะไร แต่ก็ดูถึกบึกบึนข่มขวัญคนอื่นได้บ้าง แต่จริงๆแล้วครึ่งหนึ่งของตัวผมไม่ใช่อะไรที่ให้ประโยชน์แบบนั้นเลย ผมเป็นมนุษย์ครึ่งปลาทอง ...สายพันธุ์ที่มีอยู่ในโลกนี้เพียงเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม

ทันทีที่ร่างของผมจมลงใต้ผิวน้ำ เหงือกปลาที่อยู่ใต้แนวกรามก็ทำหน้าที่หายใจแทนปอด ใบหูของผมแปรเปลี่ยนเป็นครีบข้างสีขาวน้ำนม และเหลือบสีน้ำเงินตรงบริเวณใกล้ใบหน้า เส้นผมสีทองงอกยาวพลิ้วนุ่มอยู่ในน้ำ มันเป็นประกายยิ่งกว่าตอนอยู่บนบก และเมื่อผมเริ่มแหวกว่าย คนที่อยู่บนบกก็คงมองเห็นครีบที่งอกออกมาจากแผ่นหลัง มันโปร่งพริ้วเหมือนผ้าม่านบางเบา และมีสีส้มหลายเฉดปะปนอยู่ในสีขาว

ผมโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำหลังจากที่ว่ายวนหนึ่งรอบ วิกเตอร์เข้ามาใกล้และช่วยเอาเสื้อคลุมตัวให้ผมตอนที่ผมก้าวขึ้นจากสระ

“มีใครรับเลี้ยงรึยังอีหนู!

ใครบางคนร้องถามออกมา ตามด้วยเสียงหัวเราะหยามหยันที่ดังขึ้นรอบๆ ผมรู้สึกชามากกว่าจะอาย และในจังหวะหนึ่งขณะที่ผมก้มลงหยิบรองเท้าและเงยหน้าขึ้นมา สายตาผมก็เจอเข้ากับใครบางคนที่นั่งอยู่ไกลออกไป เขากำลังจ้องเขม็งมาที่ผม ด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์

...แพทริค

ผมเบนสายตาไปอีกทาง ไม่ได้หวังว่ามิตรภาพที่เราเคยมีให้กันเล็กน้อยก่อนที่เขาจะรู้ว่าผมเป็นมนุษย์กลายพันธุ์จะส่งผลอะไรขึ้นมาตอนนี้ และยิ่งสายตาของเขา ที่ไม่ได้ส่ออะไรนอกจากความเหยียดหยัน ก็ยิ่งทำให้ผมคิดว่าดีแล้วที่เราอยู่กันคนละโลก

คืนนั้นผมกลับถึงบ้านหลังเที่ยงคืนและรีบเข้านอน ซุกตัวในผ้าห่ม และหวังว่าการหลับไปหนึ่งตื่น จะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเหมือนที่มันเคยช่วยมาตลอด และในตอนเช้า เรื่องของเมื่อวานก็จะเป็นแค่ภาพหนึ่งที่เราผ่านมันมาแล้ว และเราเลือกที่จะจำหรือจะลืมมันก็ได้

 

ผมตื่นขึ้นมาตอนใกล้เช้า จากเสียงเอะอะโวยวายที่ดังจนทำให้สะดุ้งตื่น

“ปล่อย! ปล่อยโว้ย ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด!

เสียงของเควินที่อยู่ห้องข้างๆ ทำให้ผมตาสว่างทันที ผมลุกพรวดออกมาจากเตียง และรีบเปิดประตูออกไปดู

เควินกำลังโดนลากถูลู่ถูกังออกมาห้องโดยเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนคนหนึ่ง เควินพยายามดิ้นรน ผมเผ้าเขายุ่งเหยิง ขอบตาแดงช้ำเหมือนผ่านการร้องไห้ฟูมฟายมาอย่างหนัก และที่ต้นแขนถูกรัดไว้ด้วยปลอกโลหะสีเงิน

“เกล... อย่าปล่อยให้พวกนี้เอาฉันไป ...ช่วยคลอเดียด้วย” เควินโอดครวญขณะโดนผลักให้เดินไปข้างหน้า

“เกิดอะไรขึ้น ...คลอเดียเป็นอะไร!” ผมถามปากคอสั่น หัวใจเต้นตุบเหมือนจะหลุดออกมาจากอก

“เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ไง” หน่วยลาดตระเวนคนนั้นตอบให้แทน

ผมส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ เควินกับน้องสาวเป็นมนุษย์ธรรมดา พ่อแม่พวกเขาก็เป็นมนุษย์ธรรมดา “บอกเขาไปสิเควิน! ว่ามันเป็นการเข้าใจผิด คลอเดียไม่ได้เป็นมนุษย์กลายพันธุ์!

สีหน้าของเควินทำให้ผมเย็นวาบไปถึงสันหลัง เควินสะอื้นในลำคอ เสียงเขาสั่นจนฟังแทบไม่เป็นคำ “เมื่อวานคลอเดียปล่อยใยใส่เด็กผู้ชายที่แกล้งเธอ เธอเป็นมนุษย์ครึ่งแมงมุม ...เธอเป็นพวกแสดงผลช้า และเธอก็ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นอะไรแบบนั้น แต่ฉันไม่ใช่! ฉันเป็นมนุษย์ธรรมดา ปล่อยฉันสิโว้ย!

เสียง ฟุ่บ ดังขึ้นเบาๆ ร่างของเควินกระตุกเฮือก ก่อนจะอ่อนป้อแป้ร่วงลงไปอยู่แทบเท้าหน่วยลาดตระเวน ฝ่ายนั้นกระชากตัวเขาขึ้นมา 

ผมถลันเข้าไปทันที โดยที่ไม่ทันได้ไตร่ตรองอะไร

“อย่าแส่หาเรื่องดีกว่า ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีโทษตามกฎหมาย ไม่รู้รึไง หรืออยากโดนช็อตด้วยปลอกแขนอีกคน” ใครคนหนึ่งก้าวมาขวางผมไว้ แขนเขายันไว้กับผนังด้านหนึ่ง กันไม่ให้ผมเข้าไปหาเควิน

ผมเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าของหน่วยลาดตระเวนคนนี้ รอยยิ้มร้ายกาจผุดพรายขึ้นบนริมฝีปากหยักโค้ง ขณะที่ดวงตาสีฟ้ามีแววสะใจ

แพทริคยื่นหน้าเข้ามาใกล้ และพูดออกมา “เจอกันอีกแล้วนะ คุณปลาทอง...”



..............................................................................................................................................

จบตอน 2 แล้วค่า... 

รีบเอามาลง เพราะทิ้งช่วงไปหลายวัน กลัวคนอ่านจะเบื่อรอ แล้วเลิกอ่านค่ะ  (อย่าน๊า...)

ดีใจนะคะที่หลายๆคนให้การต้อนรับนิยายเรื่องนี้ ทีแรกยังหวั่นๆว่าจะไม่มีคนตามอ่าน ยังไงๆก็อยู่เป็นกำลังใจให้กันก่อน อย่าเพิ่งหนีไปไหน นิยายเรื่องนี้ไม่ได้หนักหน่วงจนชวนเครียดหรอกนะคะ มีผ่อนหนักผ่อนเบาบ้าง ยังไงก็ยังอยากให้เป็นนิยายรักค่ะ ^ ^

ตอนนี้เริ่มจะเปิดเผยเรื่องราวของเกลมากขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ขยายความนะคะ  ทางฝั่งนิโคลัสก็แย้มๆออกมาบ้าง แต่ยังมีเรื่องราวให้ได้ลุ้นรออยู่ค่ะ 

ขอบคุณที่คอมเม้นต์กันอย่างจริงใจมากเลย ผู้แต่งชอบอ่านนะ และสำหรับคนที่แนะนำหรือติติงมา ผู้แต่งขอบคุณและน้อมรับค่ะ บางจุดก็อาจแก้ไข บางจุดอาจเก็บไว้แก้ทีเดียวตอนใกล้จบเรื่อง หรือบางจุดก็เอาตามนั้นไปเลย ไม่เป๊ะมาก เพราะอยากได้อารมณ์นั้น  เวลาติติง ไม่ต้องกังวลว่าผู้แต่งจะโกรธนะคะ ...ไม่เลย ถือว่าเราช่วยๆกันค่ะ

และสำหรับคนที่เปิดเข้ามาอ่าน แล้วตัวหนังสือมันเรียงแปลกๆ  ก็ลองเปลี่ยนไปเปิดดูจากทางอื่นนะคะ  เช่น เปิดจาก Firefox แล้วเพี้ยน ก็ลองเปลี่ยนไปเปิดจาก IE หรือ Google Chrome ดูค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ  ^3


ป.ล.  เข้ามาพิมพ์แก้ลักษณะของคีธนิดหน่อยค่ะ  ^ ^




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. #1708 ☪пʏx (@yohime-sama) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 22:08

    แบ่งแยกเกินไปไหมอ่ะ

    ก็คนเหมือนกันเปล่าวะ


    #1708
    0
  2. #1700 TEDDYBEAR_93 (@TEDDYBEAR_93) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 02:17
    รู้สึกดีใจที่เจอนิยายเรื่องนี้ค่ะ จะตามไปซื้อเล่มจริงแน่นอน
    #1700
    0
  3. #1697 inwater (@inwater56) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 14:22
    โลกทีมืดมน คนที่แบ่งแยกแบทุกอย่างที่แตกต่าง นั้น น่ากลัว
    #1697
    0
  4. #1696 lantine (@lantine) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 12:27
    เออ เรางงชื่อตัวละคร ถึงกับจดใส่กระดาษเลย 555 สนุกมากเลย
    #1696
    0
  5. #1674 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 21:06
    น่าสนุกมากกก ชอบเกล รู้สึกได้ถึงความสวย ต้องสวยมากแน่ๆ หลงงงง ตาแพทริคนะ อย่าให้เห็นว่าหลงน้องนะ
    #1674
    0
  6. #1655 C Griffin (@mungmingii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:40
    เหมือนจะมีเงื่อนงำเยอะแน่ๆเลย
    #1655
    0
  7. #1651 sasagiga_boom (@sasagiga_boom) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 19:22
    ไรท์คะ อ่านแล้วงง-^- ไรท์ช่วยเติมพาร์ทตัวละครให้หน่อย เกล พาร์ท ไรงี้ค่อยบรรยาย
    #1651
    0
  8. #1602 Thitaphorn Tiemnara (@thitanana) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 12:49
    สงสารเกลสงสารเควิน
    #1602
    0
  9. #1586 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 08:58
    ชอบเกลมากๆ มากกกกกจริงๆ ดูแมนๆแต่ก็อ่อนหวานดี และก็สงสารเกลที่สุดเช่นกัน ถึงแม้แพทริคจะร้ายกับเกล

    แต่รู้สึกถึงความเข้ากัน น่าจะเพราะความร้ายกับความไม่ค่อยสู้คนเพราะไม่เยากมีปัญหามั้ง ดูเข้ากันดี และหน่วงได้อีก 

    อะไรคือการตัองถอดเสื้อ โชว์สายพันธุ์ของตัวเอง กดขี่ไปมั้ย อำนาจนะคนเรา
    #1586
    0
  10. #1581 ducky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 20:15
    กำลังลุ้นว่าใครคือ มนุษย์กลายพันธุ์ที่โดนนิโคลัสปล่อยไป อย่าบอกน่ะว่าเป็นคีธ
    #1581
    0
  11. #1496 lk-czsoung (@lk-czsoung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 19:54
    นังแพททริค แกปากร้ายชะมัด
    #1496
    0
  12. #1437 KrisYeol xx (@vipexotic) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 13:36
    เกลสวยจังลูกคิดภาพตามแล้วสวยมากเลย แพททริกสนใจเขาลึก ๆ นั่นแหละใช่ไหม สนใจเขาตั้งแต่ที่ผับตอนนั่นแล้วแตายังรับว่าเขาเป็นมนุษย์กลายพันธ์ไม่ได้ไรงี้
    #1437
    0
  13. วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 23:23
    แพทริคนี่มันกัดไม่ปล่อยจริงๆ
    #1405
    0
  14. #1271 ไอแอมอะก้อย (@pk4u) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 23:38
    อิหน่วยลาดตะเวณ นิสัยแย่จริงๆ
    #1271
    0
  15. #1197 A low Ha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 18:37
    กรี้ดดดดด กร้าดดดดดด

    ปลาทอง !!!!!!

    golden fish !!!!!!

    แม่หกตกกระใจ

    เหนือคาดมาก

    ชอบฉากแสดงอภินิหารค่ะ

    สวยงามตราตรึงจนอยากให้พรรณนาต่อนานๆเลย

    จริงๆน่าจะมีปลาหางนกยูง ปลากัดด้วยนะ น่าจะสวย 55555

    หางสีรุ้งค่อยๆแผ่พริ้วไหวหยอกล้อกับสายธาราสีคราม

    แต่สีทองนิดูเลอค่าไปเลยค่ะ โฮกกกกกก

    #1197
    0
  16. #1080 Dearest ❤ Deer (@pretty-angel) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 15:45
    เป็นปลาทองนี่เอง ต้องสวยแน่ๆ
    #1080
    0
  17. #1079 ปอเต๊อะ (@luffy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 14:56
    แพทริค มองบนเลยค่ะ นิสัยแย่มวก
    #1079
    0
  18. #1069 STEM1995 (@eveymin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 14:11
    ไม่ชอบแพทริคเลย ????
    #1069
    0
  19. #916 Azlyss (@Azlyss) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 02:35
    เกลคงจะแบบสวยอ่ะ เป็นปลาทองด้วย
    แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเหยียดปากได้เสมอคือการดูถูกกันนี่แหละ แบ่งชั้นกันอย่างเห็นๆ สงสารเกลนะแต่ไม่รู้จะทำยังไง
    #916
    0
  20. #873 NongYingNutty (@haruminilove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 18:34
    น้องปลาทอง เราชอบคนผมทองที่สุดดด
    #873
    0
  21. #795 TheJ_J (@prunes) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 18:12
    อะไรมันจะเหยียดชนชั้นขนาดนี้ เห้ออออจอมปลอมกันจริงๆ
    #795
    0
  22. #706 UnsTopaBle (@unstopable) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:15
    สนุกมากๆ
    #706
    0
  23. #698 13812BNKH (@13812bnhk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:13
    ปลาอะไรนะที่อยู่บนไอโฟน ที่สีสวย ๆ มีหลายสี ครีบพริ้วไหว ดูสง่างาม (ย่างเข้าสู่เข้าประเด็นปลาอะไรดี)
    #698
    0
  24. #555 123testo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 16:05
    เพิ่งเริ่มอ่าน สนุกดีค่ะ ไอเดียน่าสนใจดี

    ละก็ สังเกต สะกดอย่างนี้ค่ะ ไม่มีสระอุ ..ไม่เข้าใจว่าทำไมคนชอบสะกดผิดกันจัง
    #555
    0
  25. #547 ALoHaTheStars (@alohathestars) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2558 / 14:00
    เหหห สองคู่หรอคะเนี่ย ก้อว่าอ่านๆมาแอบงงๆบ้าง แปลว่าแพททริคคงจะคู่กับเกล แต่คู่นิโคลัสคือใครหว่า ออกมารึยังน้า
    #547
    0