คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #7 : [SF:3]Kiss Candy 1
Title: Kiss Candy
Author: WolF_BuNnY
Greet: เรื่องที่สามแล้วครับ หลังจากที่ SF สองเรื่องที่ผ่านมา แต่งให้คริสเป็นผู้ใหญ่วัยทำงานมาตลอด เรื่องนี้ ขอเปลี่ยนแนวหน่อยแล้วกัน ยังไงฝากติดตามด้วยนะครับ
1
“ฉันชอบนาย”ฮะ อะไรนะ นี่จู่ๆในขณะที่ผมกำลังกลับบ้านอยู่ดีๆจู่ๆก็มีผู้ชายร่างสูงใหญ่ สวมยุนิฟอร์มชุดเดียวกับโรงเรียนผมแต่เสื้อหลุดลุ่ยเล็กน้อย ที่มุมปากที่รอยฟกช้ำจางๆปรากฏอยู่ ผมรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร เขาเป็นบุคคลอันตรายที่ใครๆหรือแม้กระทั่งผมไม่อยากเข้าใคร “คริส อู๋ฟาน นักเรียนนักเลง สุดป่วน ที่ย้ายมาจากจีนแผ่นดินใหญ่”
“ฮะ นะ...นายว่าอะไรนะ”ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อจู่ๆไอ้บุคคลอันตรายที่ว่าก็โผล่ออกมา แล้วบอกว่าชอบผมอะไรของหมอนี่
“คบกับฉัน..ได้มั้ย”
“ไอ้บ้า ใครคบกับนายก็บ้าแล้ว ถึงหล่อก็จริงเถอะ แต่คบกับนายมันอันตรายชะมัด ทุกวินาทีเหมือนแควนอยู่บนเส้นด้าย มีคนจ้องจะรุมทำร้ายอยู่ตอดเวลา ถ้าเกิดฉันตายไปใครมันจะรับผิดชอบ”ผมถึงกับวีนแตกออกไป
“นายจะแคร์ทำไม ฉันสัญญาถ้านายคบกับฉัน ฉันจะปกป้องนายเอง”ถึงนายนี่จะดูอันตรายก็จริงนะ แต่พอหมอนี่มองหน้าผมด้วยสายตาจริงจัง คำพูดที่ฟังดูเข้มแข็ง มันทำให้ผมชักใจอ่อนแล้วสิ
“ขอเวลา...เอ่อ...ให้ฉันคิดก่อนได้มั้ยล่ะ”พูดไปทั้งที่เหงื่อผมก็แตกพลั่ก หัวใจก็เต้นแรงแปลกๆอย่าบอกนะว่าผมหลงเสน่ห์ไอ้บุคคลอันตรายคนนี้เข้าแล้ว
“ฉันให้เวลานายสามวิ ถ้านายไม่ตอบแสดงว่านายตกลง”
“เฮ้ย!นี่นายจะบ้ารึเปล่า”
“หนึ่ง”
“เฮ้ย!หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“สอง”
“เฮ้ย!จะรีบนับไปไหนเนี่ย”
“สาม แสดงว่านายคบกับฉันแล้ว เดี๋ยววันนี้ฉันไปส่งที่บ้านเอง”ว่าแล้วนายคริสจึงกระชากกระเป๋าเป้ของผมไปถือไว้เอง แล้วจูงมือผมแล้วเดินนำหน้า ไอ้บ้าเอ้ย สรุปอะไรเอาง่ายขนาดนี้นะ ทั้งชีวิตนี้ก็วันนี้ล่ะที่ผมมีแฟนคนแรก
“เอ่อ...บ้านนายไปทางไหนล่ะ”
“เอ้า ก็นายเดินนำเองทำไมล่ะ”
“งั้นโทษทีแล้วกันนะ ที่นี้นายนำเลยแล้วกัน”จู่นายคริสก็เอามือมาเกี่ยวเอวผมไว้ ผมมองหน้าเขาอย่างค้อนๆทันที
“อะไรของนายอีกล่ะ”
“..........”ผมไม่ตอบแต่เอาแก้มอมลมอย่างไม่พอใจ ไอ้บ้าเอ้ย!ปล่อยมือออกจากเอวฉันสิ
“อยากให้ทำก็ไม่บอก”แล้วนายคริสก็โน้มหน้าเข้ามาหอมแก้มผม ไอ้บ้าเอ้ย ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นซักหน่อย
“วันนี้วันแรกเริ่มต้นแค่นี้ก่อนดีกว่า ไว้วันพรุ่งนี้เป็นกอด ไว้วันมะรืนค่อยเถิบเป็นจูบ แล้วค่อยเป็น....”ก่อนที่หมอนี่จะพูดอะไรที่ลามกไปมากกว่านี้ ผมรีบเอามือปิดปากหมอนี่ไว้ก่อนทันที
“พูดอะไรของนายน่ะ น่าเกลียด แล้วอีกอย่างฉันยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกับนายเลย อย่ามาขี้ตู่”
“ก็ฉันนับสามแล้วนี่ถ้านายไม่ตอบก็แสดงว่านายตกลง”ตอบได้หน้าตาเฉยเลยนะ ผมอยากจะชกหมอนี่ซักเปรี้ยง แต่กลัวหมอนี่จะบีบคอผมตายซะก่อนผมจึงต้องหยุดความคิดไว้
.
.
.
.
.
“ถึงบ้านฉันแล้ว”ผมตอบพลางยื่นมือขอเป้คืน แต่ดูท่าทางนายคริสจะไม่ยอมคืนให้แฮะ
“ขอรางวัลก่อนสิ”
“อะไรของนาย”
“อ้าว ก็คนอุตส่าห์มาส่งไม่มีรางวัลให้หน่อยเหรอ”
“จะเอาอะไร”
“หอมแก้มก่อนสิ เดี๋ยวฉันจะกลับ”ไอ้บ้าเอ้ย!นี่ขนาดวันแรกยังหื่นขนาดนี้ แล้วอาทิตย์หน้าผมจะไม่โดนมันข่มขืนเลยเหรอครับ
“แล้วถ้าฉันไม่ทำล่ะ”
“ฉันจะจูบนาย”สายตาของหมอนั่นดูจริงจังเอามากๆและผมมั่นใจว่าปากน่าจูบของหมอนั่นคงจะจูบกับคนมานับไม่ถ้วนแน่นอน ถ้าให้ผมแลก ผมยอมหอมแก้มดีกว่า
“เออๆก็ได้”ผมตอบปัดแล้วค่อยๆเขย่งตัวขึ้นตอนนี้เหงื่อของผมแตกพลั่ก หัวใจก็เต้นแรงผิดปกติ อีกไม่กี่เซน ปลายจมูกของผมก็จะชนแก้มของนายคริสอยู่แล้ว ผมรีบๆหอมๆแล้วรีบยืนกลับมาอยู่ที่ตำแหน่งเดิม
“อะไรกัน ยังไม่ได้หอมเลย”หมอนั่นทำแก้มอมลมเลียนแบบผม ชิ น่ารักตายล่ะ
“หอมแล้ว จมูกฉันชนแก้มนายแล้ว”
“ต้องให้ฉันสอนมั้ย ว่าหอมแก้มน่ะเขาทำกันยังไง”
“ก็ฉันบอกแล้วนี่ว่าฉันหอมไปแล้ว เฮ้ย!”จู่ๆนายคริสก็ยื่นจมูกมาหอมแก้มผมอีกข้างที่เหลือ สรุปแล้ววันแรกที่คบกันผมโดนหอมแก้มไปแล้วถึงสองข้างเลยเหรอนี่
“พอใจแล้วใช่มั้ย รีบๆกลับไปได้แล้ว”ผมรีบๆผลักใสไล่ส่งเขา เพราะอีกไม่นานพี่ชายผมคงต้องกลับมาแล้วแน่ๆ
“ไม่คิดจะชวนฉันเข้าบ้านหน่อยรึไง”
“ไว้วันหลังเถอะน่า เพิ่งวันแรกเองจะรีบไปไหนเล่า”
“งั้นแสดงว่านายก็ยอมรับเรื่องที่เราคบกันแล้วสิ”ไอ้บ้าเอ้ย!เล่นแซวไม่ดูเวล่ำเวลาเลย
“เออๆช่างมันเถอะน่า กลับไปได้แล้วไป”
“งั้นพรุ่งนี้ฉันมารับนะ”
“เออๆจะไปที่ไหนก็ไปเถอะ”
“งั้นกลับก่อนนะครับ น้องยอลลี่”
“ไอ้บ้าเอ้ย!ใครใช้ให้นายเรียกอย่างนั้นกัน อีกอย่างฉันกับนายมันเรียนม.ปลาย ปีเดียวกันไม่ใช่เหรอวะ ทำไมต้องมาเรียกฉันน้องด้วยล่ะ ไอ้บ้าคริสเอ้ย!”ผมตะโกนไล่หลังเขาอย่างโมโหให้ตายเถอะ คนที่มีสิทธิ์เรียกผมว่าน้องยอลลี่คนเดียวน่ะ คือ คุณแม่ของผมเท่านั้นนะ แต่ว่าท่านก็เสียไปนานแล้วล่ะ ส่วนคุณพ่อของผมท่านก็ไปทำงานต่างประเทศนานๆทีถึงจะได้กลับ ส่วนพี่ชายผมน่ะเหรอ เฮอะ อย่าพูดถึงเขาเลยดีกว่า
“ยอล ทำแผลให้พี่ที”พูดปุ๊บก็มาปั๊บตายยากจริงๆนะพี่ผม
“ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาอีกล่ะพี่”ผมพูดหลังจากที่วางกล่องปฐมพยาบาลลงที่โต๊ะแล้วเตรียมทำแผลให้พี่
“ก็ไอ้พวกแก๊งค์ของพวกไอ้อี้ชิงน่ะสิ แม่ง ไม่น่าไปคนเดียวเลย หน้าเลยเป็นแบบนี้”
“แล้วพวกมันล่ะพี่”
“ตายยกแก๊งค์”
“หา???”
“พี่ล้อเล่น แค่บาดเจ็บกันถ้วนหน้าแค่นั้นเอง”พี่ชายของผมชื่อฮวาง จื่อเทา เป็นลูกชายคนละแม่กับผม เพราะเป็นลูกของเมียเก่าของพ่อที่เป็นคนจีนที่หย่ากันไปแล้ว พ่อจึงพ่วงพี่จื่อเทามาด้วยอีกคน ผมชอบเรียกพี่เขาว่า พี่เทา เฉยๆ พี่เทาเป็นนักเลงโตแต่ก็เรียนติดอันดับของมหาวิทยาลัย พ่อจึงไม่ได้ว่าอะไร เพราะต่อให้เขามีเรื่องแต่การเรียนของพี่เทาก็อยู่ในเกณฑ์ดีมากทุกที
“อ๋อฮะ ทนเจ็บหน่อยนะฮะ”ผมว่าพลางเอาสำลีชุบแอลกฮอล์แตะปากพี่เถาเบาๆเท่านั้นล่ะ
“โอ้ย!เบาๆหน่อยสิยอล”
“โธ่พี่ มือผมไม่ได้เบาเหมือนมือผู้หญิงนะ ทนเอาหน่อยแล้วกัน”
“แกออกจะสวย ทำไมน้ำเสียง กับมือมันถึงตรงข้ามแบบนี้วะ”พี่เถาพูดบ่นเล็กน้อย จนกระทั่งผมทำแผลให้จนเสร็จ
“น้องของพี่สวยออกขนาดนี้ ไม่มีใครมาจีบบ้างเหรอยอล”
“อะ...เอ่อ..”จะว่ายังไงดีล่ะ ไอ้ที่มาก็ไม่ได้จีบนะ แต่รวบตึงขอคบเลยต่างหาก
“มะ...ไม่...หรอกฮะ”
“โกหก พี่เห็นนะว่ามีคนมาส่งน่ะ”ตายแล้วเอายังไงดีล่ะ
“อ่อ คนนั้นแค่เพื่อนน่ะฮะ”
“แล้วไป แต่ถ้าจะคบใครเมื่อไหร่ให้มาหาพี่ก่อน แล้วถ้าไอ้หน้าไหนทำให้น้องของพี่ต้องร้องไห้ พี่นี่ล่ะจะฆ่ามัน”พี่เถาว่าก่อนจะกอดคอผมแน่น ถ้ามันถึงวันที่คริสทำให้ผมต้องร้องไห้จริงๆผมว่า พี่เถาคงจะไม่เอา นายคริสไว้แน่ๆ
Kris Part…
หลังจากที่ผมเดินไปส่งชานยอลมา ผมกลับเดินไปอมยิ้มไปทันที ทั้งๆที่หมอนี่เรียนอยู่ห้องเดียวกันกับผม ชั้นปีเดียวกัน แต่ด้วยความที่ผมไม่ค่อยได้เข้าห้องเรียนซักเท่าไหร่(เพราะโดดประจำ)จึงทำให้ผมไม่ได้เห็นหน้าเพื่อนร่วมห้องสุดน่ารักคนนี้ แต่ในเมื่อเรียนวิชาพละเมื่อคาบบ่ายวันนี้ ทำให้ผมได้เจอเขา สายตากลมโตที่ดูน่ารักเหมือนลูกแมวนั้น มันได้สะกดหัวใจผมไว้ ผมไม่รั้งรอขอคบกับเขาทันที ด้วยวิธีบ้าๆตามสไตล์ของผม แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเขาก็ยอมคบกับผมด้วย(ยอลมันเอ๋ออยู่นะคริสเอ้ย!) ทุกครั้งที่ผมได้สัมผัสเขา ชานยอลเหมือนกับลูกกวาดที่ทั้งหวานทั้งหอม และอมได้กี่ทีก็ไม่มีเบื่อ ทั้งๆที่รู้ว่าผมอันตรายและไม่น่าเข้าใกล้ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็จะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องลูกกวาดของผมเด็ดขาด
“กลับมาแล้วครับ”ผมพูดหลังที่เหวี่ยงกระเป๋าเป้ที่ว่างเปล่าลงที่โซฟา ความจริงผมก็พูดไปอย่างนั้นล่ะ จะมีใครอยู่บ้านได้ล่ะ
“กลับมาก็ดีแล้วแก...อูย..เจ็บชะมัดเลย”ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างพี่อี้ชิงจะกลับมาตั้งแต่หัววัน พี่อี้ชิงเป็นพี่ชายคนละพ่อกับผมเอง พี่อี้ชิงเป็นเด็กช่างกลอย่างที่รู้ๆกันว่าทั้งเถื่อน ทั้งโหดคุณผู้อ่านคงรู้แล้วใช่มั้ยล่ะครับ ว่าผมได้นิสัยเลือดร้อนมาจากใคร
“ไงพี่...ไปโดนใครมาอีกล่ะ”ผมถามเพราะเห็นหน้าขาวๆของแก เต็มไปด้วยรอยเลือดที่มุมปาก แถมตายังเขียวปั๊ดซึ่งมันเป็นความเคยชินของผมแล้วล่ะ ก็มีกันอยู่แค่สองพี่น้องนี่นา ส่วนคุณแม่ทำงานหามรุ่งหามค่ำนานๆทีถึงจะกลับมาบ้าน
“ก็ไอ้จื่อเทาหัวโจก มหา’ลัยคยองกิฝั่งตรงข้ามไง”ถึงผมจะไม่รู้ว่าจื่อเทาคือใคร แต่ผมก็พอจะสรุปได้ว่ามีเรื่องกับมหาวิทยาลัยฝั่งตรงข้ามของโรงเรียนช่างกลของพี่อี้ชิงนั่นเอง
“อ้อ แล้วเป็นยังไงล่ะครับ”
“โห ไอ้บ้านั่นหมัดหนักชะมัดเลย หวดมาทีเล่นเอาฟันแทบหลุด...อูย”ผมรู้หน้าที่ประจำวันของผมดี เลยเดินไปหยิบเอากระเป๋าปฐมพยาบาลทันที แล้ววางไว้ตรงหน้าพี่อี้ชิง
“ไม่น่าเชื่อว่าหน้าสวยๆอย่างพี่เนี่ย จะโดนคนอื่นชกซะตาเขียวขนาดนี้”
“น้อยๆหน่อยไอ้คริส อยากโดนรึไง แล้วนี่ทำไมไม่ทำแผลให้พี่วะ”
“พี่ก็ทำเองสิ ผมจะทำการบ้าน”
“ไอ้นี่ ท่าจะเพี้ยนร้อยวันพันปี ไม่เห็นแกยักสนใจเรื่องเรียนทำไมวันนี้ถึงคิดจะทำขึ้นมาล่ะ แล้วอีกอย่างไอ้กระเป๋าน่ะ พายไปก็ไม่เห็นมีอะไรอยู่จะพายไปให้มันหนักหลังเพื่ออะไรวะ”
“แล้วพี่รู้ได้ยังไงว่าการบ้านผมจำเป็นต้องเขียน”ผมยิ้มให้พี่อี้ชิงหนึ่งที ก่อนที่จะหยิบเอากระเป๋าเป้ที่อยู่ตรงโซฟาเอาขึ้นห้องไปด้วย
“เฮ้ย!ไอ้คริสรีบๆทำแล้วลงมาทำกับข้าวนะเว้ย!”พี่อี้ชิงตะโกนไล่หลัง ผมรีบวิ่งขึ้นห้องแล้ววางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะอ่านหนังสือแล้วรีบรื้อหาตารางเรียนที่ผมอาจจะเหวี่ยงลงถังขยะไปแล้วก็ได้
“อ่า เจอแล้ว”ผมหยิบเอาตารางเรียนที่ผมเขวี้ยงไปไว้ใต้เตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แล้วเอามาติดไว้ที่ตรงหัวโต๊ะ
“พรุ่งนี้มีเรียนอะไรบ้างนะ มีประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์.....”ผมพูดวิชาที่จะเรียนพรุ่งนี้ไปด้วยพลางจัดกระเป๋าอย่างสบายใจ นับจากนี้เป็นต้นไป ผมจะเป็นคนดี ผมจะตั้งใจเรียน เพื่อชานยอลลูกกวาดของผม
หลังจากที่ผมจัดกระเป๋าเรียบร้อยแล้วในเมื่อรู้สึกว่าไม่มีอะไรก็เลยคิดว่าจะโทรไปหาลูกกวาดสีสวยของผม แต่ซวยแล้วล่ะ เวรกรรมเบอร์โทรก็ไม่ได้ขอไว้ ทำยังไงดีล่ะ
“อยู่ในลิ้นชักรึเปล่านะ”ผมพูดกับตัวเองพลางค้นหาทำเนียบรุ่นตอนม.ต้น ของโรงเรียนมัธยมซึ่งตอนนั้นผมยังไม่ได้ย้ายเข้ามา แต่มันมีชื่อกับเบอร์โทรศัพท์ของเด็กม.ต้นเมื่อสองปีที่แล้ว ซึ่งก็คือรุ่นของชานยอลนั่นเอง ซึ่งหัวหน้าห้องเป็นคนให้กับผมไว้เพื่อทำความรู้จักกับทุกคนในห้อง
“อ่า นี่ไง”ว่าแล้วผมจึงค่อยๆเปิดไปหาทีละหน้าๆจนเจอกับ
“ปาร์ค ชานยอล นี่ไง จะยังใช้เบอร์นี้อยู่รึเปล่านะ”ว่าแล้วผมจึงกดเบอร์โทรศัพท์แล้วโทรหายอดดวงใจของผมทันที
(ฮัลโหล นั่นใครฮะ)เสียงทุ้มๆต่ำๆที่ตรงข้ามกับหน้าต่างของคนๆนั่นผมจำได้
“ฉันให้ทาย ลองทายดูสิ”
(ขอโทษนะ ผมไม่มีเวลามาเล่นอะไรไร้สาระ)
“ก็เอาสิ ถ้าทายผิดพรุ่งนี้เช้าฉันจะจูบนาย”
(นายคริส!) หึๆตกใจล่ะสิ
“เออ ฉันเองทำไมล่ะ”
(นะ...นายเอาเบอร์ฉันมาจากไหน)
“มันไม่สำคัญหรอกนะว่าฉันเอามาจากไหน”
(แล้วโทรมาทำไม ไม่มีอะไรจะทำแล้วรึไง)
“ก็แค่คิดถึง ฉันคิดถึงนายไม่ได้รึไง”แล้ซักพักปลายสายก็เงียบไป หึ เขินผมล่ะสิ
“ชานยอล”
(อะ...อะไร)
“เห็นเงียบไปมีอะไรรึเปล่า”
(ฉันต่างหากที่ควรถามนายว่ามีอะไรรึเปล่า ถ้าไม่มีอะไรฉันวางล่ะนะ)
“เดี๋ยวก่อนสิ ที่ฉันโทรมาเพื่อจะบอกนายว่า”
(.................)
“ฝันดีนะครับ ลูกกวาดของผม”ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่หวานเอาซะจนแทบอ้วก คนเป็นแฟนกันเขาก็ต้องพูดแบบนี้สินะ
(ไอ้บ้าเอ้ย!ใครลูกกวาดของนายกันเล่า) แล้วชานยอลก็ตัดสายไป ฮ่าๆๆพูดหยอดแฟนนี่มันมีความสุขแบบนี้นี่เอง
Ps.รายงานผลการโหวต 81 เปอร์เซ็นต์ได้เทไปให้แนวหื่นซะหมด ถามจริงๆอยากให้ไรเตอร์แต่งแนวนี้เหรอครับ? งั้นรอเรื่องแนวกันเนอะเพราะป๊อปยังคิดแนวไม่ออกเลยตอนนี้ก็อ่านแนวเดิมไปก่อนเนอะ
Ps2.ขอ 70 เม้น แล้วเจอกันนะครับ โหวตด้วยนะ งุงิ
ความคิดเห็น