teeny-weeny ll chanbaek

ตอนที่ 7 : 07 - รถ(ยนต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    10 ม.ค. 60



เพราะตอนนี้
ฉันคิดถึงเธออีกแล้ว





















ผ่านมาอีกหนึ่งอาทิตย์ซึ่งถือว่าเป็นอาทิตย์ที่หนักมากสำหรับแบคฮยอน 





หลังจากวันที่ไปทำหน้าที่เป็นคุณครูชั่วคราว ขบวนแห่การบ้านก็เข้ามารุมในวันพฤหัสบดีอย่างกับว่าจะฆ่ากันให้ตาย การปั่นการบ้านที่ค่อนข้างหนักหน่วงทำให้แบคฮยอนไม่ได้พูดคุยอะไรกับทั้งจูฮยอกและชานยอลมากนัก



อ้อ.. และถ้าถามถึงเรื่องวันนั้นหลังจากที่ชานยอลเอ่ยประโยคปลิดชีพเขาออกมาน่ะหรอ



หลังจากนั้นมันก็เกิดความเงียบขึ้นประมาณห้าวินาที แบคฮยอนเงียบ เด็กๆทุกคนเงียบ จะมีบ้างที่ส่งเสียง ‘ฮะ?’ ออกมาแบบงงๆ จากนั้นในวินาทีที่หก ทั้งห้องก็ส่งเสียงฮือฮากันออกมายกใหญ่



‘พี่คนนี้น่ะหรอที่มึงบอกว่าแอบชอบอยู่’



‘ไม่มีบอกเพื่อนฝูงก่อนเลยนะมึง มาถึงก็พูดเปิดตัวเลย’



‘เรียกแม่มาขอเลยดิวะ ไม่ต้องรออะไรแล้ว!’



และอีกสารพัดถ้อยคำที่ทำให้แบคฮยอนหน้าร้อน เด็กพวกนั้นหันไปพูดกับชานยอลที่ยิ้มจนแก้มบุ๋ม แล้วก็หันมามองหน้าเขาพร้อมกับสายตาล้อเลียนสลับกันอยู่แบบนั้น สุดท้ายเพื่อให้ทุกอย่างอยู่ในความสงบ แบคฮยอนจึงกระแอมดังๆ ส่งสายตาคาดโทษไปให้เด็กรีทรีฟเวอร์ก่อนที่จะเอ่ยขานชื่อคนต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น



ดีที่แบคฮยอนสอนประวัติศาสตร์เด็กห้องอื่นๆเสร็จทันก่อนโรงเรียนเลิก เขาเลยหนีกลับห้องก่อน ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาให้โดนแซวอีกทีนึงเท่าไหร่หรอก



แต่ไอ้เด็กตัวสูงก็ไม่วายมางอแงในแชทอีกจนได้ หาว่าเขาไม่ยอมบอกว่าจะไปสอนแทนมั่งล่ะ หนีกลับบ้านไม่บอกมั่งล่ะ แบคฮยอนเลยตอบกลับไปว่าเขาอยากเซอร์ไพร์ส ส่วนที่กลับก่อนก็เพราะต้องรีบกลับมาทำงาน



แค่นั้น.. แล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้คุยกับชานยอลอีกเลย




ไม่ใช่แค่ชานยอล จูฮยอกเองก็ด้วย ได้เจอกันแค่ตอนที่อีกฝ่ายมาหาเขาถึงคณะเพราะไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน แต่ถ้าโทรมาหรืออยากจะแชทคุย บอกตามตรงว่าแบคฮยอนไม่มีเวลาเลย



แต่เขาก็มีเวลามากพอที่จะสงสัยว่า.. ทำไมเจ้าเด็กรีทรีฟเวอร์ถึงไม่มารับเขาที่หน้าอพาร์ทเม้นท์เหมือนวันนั้นนะ




“การบ้านผมเพียบเลยอะพี่”



แล้วแบคฮยอนก็ได้รับคำตอบในวันพุธถัดมา



วันนี้เป็นอีกวันที่เขามาสอนเด็กๆที่โรงเรียน ตอนเช็กชื่อช่วงเช้าก็ถูกสายตาล้อเลียนแบบเดิมส่งมาให้ไม่หยุดหย่อน แถมยังพากันแซวเขากับปาร์คชานยอลยกใหญ่จนแบคฮยอนต้องรีบเปลี่ยนเรื่องเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา



กว่าจะผ่านวันนี้ไปได้ก็เล่นเอาเหนื่อยล้า เพราะเรื่องของเขากับชานยอลไม่ได้แพร่ไปแค่ในปีสองห้องบีเท่านั้น แต่ลามไปถึงห้องอื่นๆด้วย กลายเป็นว่าวันนี้เขาก็ต้องรับมือกับพวกเด็กผู้ชายขี้แซวทั้งวัน



แถมตอนเย็นก็ดันต้องกลับช้าเพราะมีเหตุจำเป็น พอเจ้าปาร์คชานยอลรู้ก็เลยมานั่งรอที่หน้าห้องพักครูเป็นเพื่อนอยู่นานสองนาน



แล้วก็ถึงเวลา



“การบ้านเยอะมากจนถ้าเอามาวางกองไว้ต้องสูงกว่าผมแน่เลย”



“เกินไป” แบคฮยอนเอ็ดระหว่างที่เรากำลังเดินไปหน้าโรงเรียน สูงตั้งร้อยแปดสิบกว่า ถ้าการบ้านเยอะขนาดนั้นเดือนนึงคงยังไม่เสร็จ



“อ้าว จริงๆนะ” ชานยอลยืนยัน “พี่นั่นแหละ โทรไปก็ไม่รับ แชทยังไม่ตอบผมเลยด้วยซ้ำ”



“พี่ก็การบ้านเยอะเหมือนกันนั่นแหละ” 



“หรอ แล้วคิดถึงผมบ้างป่ะ”



พอชานยอลถามคำถามนั้นจบเราก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโรงเรียนพอดี แบคฮยอนหันไปมองเจ้าเด็กคนถามที่ตีสีหน้าเรียบเฉยออกมาได้ง่ายๆ ให้ตาย ถามคำถามนั้นออกมาโดยที่ไม่เขินได้ยังไง



“ไม่คิดถึง”



“โห.. จริงหรือเปล่า น้อยใจเลยนะ”



“…………”



“เพราะผมโคตรคิดถึงพี่เลย”



แบคฮยอนนิ่งอีกแล้ว.. เขานิ่งทั้งที่โกหกตัวเองไม่ได้เลยว่าใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆกับคำพูดพวกนี้ทั้งที่เคยเป็นแบบนั้นแค่กับจูฮยอก ชานยอลถอดผ้าพันคอออกมาให้เขาอีกครั้ง เกือบลืมไปเลยว่าอากาศตอนนี้หนาวพอสมควร แล้วตอนนี้ที่ชานยอลย่อตัวลงมาให้หน้าอยู่ระดับเดียวกัน แบคฮยอนก็รู้สึกเหมือนเดจาวู



“อย่าหายไปแบบนี้อีกนะ ผมเองก็จะไม่หายไปไหนเหมือนกัน” ชานยอลค่อยๆพันผ้าพันคออย่างใจเย็นเหมือนอย่างครั้งแรก แบคฮยอนไม่กล้าสบตาเด็กตรงหน้าเลย เขาเพิ่งรู้ตัวว่าถ้าชานยอลใกล้กันมากขนาดนี้เขาจะเผลอหลบตาทุกครั้ง 



“เสร็จแล้ว” เด็กรีทรีฟเวอร์ยิ้มบางๆแล้วก็มองหน้าเขาอยู่แบบนั้น จนกระทั่งเสียงรถยนต์เคลื่อนตัวเข้ามาพร้อมกับเสียงบีบแตรน้อยๆเหมือนกำลังจะเรียกทำให้เราสองคนต้องหันไปมอง



รถของจูฮยอก..



อีกฝ่ายเปิดหน้าต่างฝั่งคนขับแล้วยิ้มให้ ชะงักไปนิดหน่อยเมื่อเห็นชานยอลแต่ก็ยิ้มให้เด็กคนนี้เช่นเดียวกัน ก่อนจะหันมาพูดกับเขา “รอนานไหม”



แบคฮยอนส่ายศีรษะเป็นเชิงว่าเขาไม่ได้รอนานอะไร เขาหันไปมองชานยอลอีกครั้งหนึ่ง อ้าปากเตรียมจะบอกลา แต่เด็กคนนี้ก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน



“ไปไหนกันหรอครับ” ชานยอลทำตาโต มองหน้าเขาสลับกับจูฮยอก



“ไปดูหนังน่ะ” เป็นคนบนรถที่เอ่ยตอบ “รุ่นน้องของแบคฮยอนอยากไปด้วยกันไหม”



ชานยอลมองหน้าเขาเมื่อจูฮยอกจงใจเน้นคำว่า ‘รุ่นน้อง’ ที่จริงเขานัดกับจูฮยอกตั้งแต่เที่ยงแล้ว เด็กรีทรีฟเวอร์เงียบไปพักหนึ่งจนแบคฮยอนใจเสียว่าชานยอลจะงอนหรือเปล่า 



แต่ก็ต้องเปลี่ยนจากใจเสียเป็นตกใจแทน เมื่อชานยอลยิ้มบางๆแล้วเอื้อมมือมาโอบไหล่ของเขาเอาไว้ให้เข้าไปแนบชิดกับตัวเอง



“…………”



“ไม่ไปหรอกครับ ขี้เกียจน่ะ ผมมีการบ้านต้องทำเยอะแยะ” เด็กหนุ่มตอบพร้อมกับรอยยิ้ม หันมามองหน้าแบคฮยอนที่ยังทำหน้าเหวออยู่ “ในโรงหนังมันหนาวเนอะ ดีนะที่ผมพันผ้าพันคอให้พี่ก่อน แค่นี้ก็น่าจะอุ่นแล้ว”



“…………”



“จะได้ไม่ต้องกุมมือตัวเองหรือมือใครให้อุ่นขึ้นด้วย”



แบคฮยอนลมหายใจสะดุดเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขามองจูฮยอกที่นั่งอยู่บนรถพร้อมสีหน้าตึงๆเหมือนไม่ค่อยจะพอใจ ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะส่งเสียงเหอะในลำคอแบบดังมากพอที่จะได้ยินกันทุกคนออกมา



“งั้นพี่ก็ไปเถอะครับ ดูหนังให้สนุกนะ” ชานยอลปล่อยมือออกจากไหล่ของเขาแล้วเอื้อมมาจัดผ้าพันคอให้อีกที “คืนนี้รับสายโทรศัพท์ผมด้วยนะครับ”



พูดจบก็เดินมาส่งเขาขึ้นรถของจูฮยอกแต่โดยดี ตลอดเวลาที่พูดหรือแม้กระทั่งตอนเดิน ชานยอลยังมีรอยยิ้มติดอยู่ที่ริมฝีปากอยู่แบบนั้นจนเขาคิดว่าไอ้เด็กคนนี้มันอารมณ์ดีชะมัดเลย 



ดีที่ชานยอลไม่ได้ห้ามไม่ให้เขาไปกับจูฮยอกหรือทำตัวเหมือนเด็กๆ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นแบคฮยอนคงอึดอัดมาก



จูฮยอกรีบเร่งเครื่องยนต์ทันทีที่เสียงปิดประตูฝั่งของเขาดังขึ้น ขับออกมาไวมากชนิดที่แบคฮยอนเกือบจะตั้งตัวไม่ทัน เขามองไปที่กระจกมองข้าง เห็นเจ้าเด็กรีทรีฟเวอร์คนเดิมยืนล้วงกระเป๋าพร้อมกับรอยยิ้มอยู่อย่างนั้น



ไอ้เด็กบ้า..




จะทำให้รู้สึกดีไปถึงไหนกัน














จูฮยอกเลือกดูหนังโรแมนติคดราม่า ซึ่งแบคฮยอนก็ไม่ได้ขัดอะไรถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่แนวของเขาเลยก็ตาม




เรานั่งกันตรงที่นั่งธรรมดาโซนกลางๆของโรงหนัง หนังก็ดำเนินไปเรื่อยๆในรูปแบบของหนังโรแมนติค ไม่ได้มีอะไรหวือหวาตามประสา แต่ออกจะเศร้านิดหน่อยเมื่อหนังดำเนินมาจนถึงกลางเรื่องก็มีคนเสียชีวิต ซึ่งแบคฮยอนไม่ใช่คนเซ้นส์ซิทีฟถึงขนาดร้องไห้ออกมาเหมือนอย่างผู้หญิงที่นั่งถัดไปอีกสองเก้าอี้นี่หรอก



“เศร้าเนอะ” จูฮยอกเอ่ยเบาๆ



“อือ..” เขาก็เอ่ยตอบไปเบาๆเช่นกัน



“หน้าตาแกดูไม่เห็นเศร้าเลย”



“อ้าว” แบคฮยอนหันไปมองคนพูดบ้าง แม้ว่าจะมืดแต่เขาก็เห็นแววตาของจูฮยอกชัดเจน “คนที่เศร้าจำเป็นต้องแสดงออกด้วยหรอ บางทีฉันอาจจะเศร้าจากข้างใน--”



เขาเงียบเสียงพูด เมื่อจู่ๆจูฮยอกก็คว้ามือของเขาขึ้นไปกุมเอาไว้



ใจของแบคฮยอนกระตุกไปเพียงเล็กน้อย และเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดบางสิ่งออกมา.. บางสิ่งที่จูฮยอกอยากจะพูดมาตั้งนานแล้ว แต่ก็มักจะมีอะไรมาขัดพวกเราเอาไว้ทุกที



แต่คราวนี้มีแค่เราสองคน.. และเขาคงต้องรับฟัง



“ฉันอยากจะพูดนานแล้ว แต่โอกาสไม่เคยเป็นใจเลย”



“…………”





“เราลองคบกันดูไหม”






50%






เสียงร้องไห้ของนางเอกภาพยนตร์ยังดังเข้ามาในหูให้ได้ยินอีกครั้ง ขณะเดียวกันแบคฮยอนเองก็กำลังสบตากับจูฮยอกไปด้วย





ทั้งที่ควรจะหลบตาอย่างขวยเขินเพราะถูกขอคบเหมือนกับคนทั่วๆไป แต่สำหรับคนที่รู้มาก่อนและต้องการจะปฏิเสธตั้งแต่แรก แบคฮยอนจึงเลือกพูดออกไปตรงๆอย่างที่ใจคิดเอาไว้



“ไม่คิดว่ามันเร็วไปหน่อยหรอ”



จูฮยอกยิ้มเจื่อนในตอนนั้น อีกฝ่ายไม่ได้ชักมือกลับ แต่หลุบตาต่ำเลี่ยงการสบสายตากับเขา อาจจะดูใจร้ายไปสักหน่อย แต่แบคฮยอนคิดแบบนั้นจริงๆ



“เราเพิ่งจะคุยกันมาได้แค่เดือนกว่าๆเองนะ.. ถ้าคบกันมันจะเร็วไปหน่อยไหม” เขาพูดเหมือนต้องการจะให้อีกคนคิดตาม



“ไม่เป็นไร” จูฮยอกเงยหน้าแล้วยิ้มให้อีกครั้ง “ถ้าแกยังไม่พร้อมฉันก็ไม่บังคับหรอก”



พูดจบก็ชักมือกลับไปแล้วเอื้อมมือมาเกลี่ยผมด้านหน้าของเขาเบาๆ “แต่ขอถามอะไรหน่อยสิ”



“………..”



“ที่ไม่คบกับฉัน คงไม่ใช่เพราะเด็กผู้ชายที่แกบอกว่าเป็นรุ่นน้องคนนั้นใช่ไหม”



เรื่องน่าเศร้าในรอบวันคือแบคฮยอนไม่ได้ตอบออกไปทันทีว่าไม่ใช่ เขาหลุบตาต่ำเพราะไม่คาดคิดว่าจูฮยอกจะเอ่ยถามแบบนี้ออกมา



“ฉันเห็น.. ตอนที่เด็กคนนั้นสวมผ้าพันคอให้แก”



“……….”



“สายตามันไม่เหมือนคนที่กำลังมองรุ่นพี่เลย”



แบคฮยอนไม่ตอบอะไร นั่นคงทำให้จูฮยอกรู้คำตอบ อีกฝ่ายพูดพึมพำเบาๆว่า ‘ใช่จริงๆสินะ’ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพิงหลังลงกับเก้าอี้โรงหนังอีกครั้ง



“อาจเป็นเพราะฉันยังดูแลแล้วก็ใส่ใจแกไม่มากพอใช่ไหม แต่ขอเถอะ..”



“…………”





“อย่าเพิ่งชอบเด็กคนนั้นมากกว่าที่ชอบฉันเลย”















สิ่งที่น่าปวดหัวอีกเรื่องหนึ่งสำหรับผู้ชายอกสามศอกแบบคิมจงอิน คือการที่ต้องมานั่งรับฟังไอ้เด็กโย่งข้างบ้านพูดจาเลอะเทอะตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยยันตอนนี้





“กูจะซื้อรถ”



มันประกาศกร้าวขณะที่พวกเรานั่งพักผ่อนหย่อนใจอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนตัวกลมหน้าบ้านของเขา จงอินกำลังพิมพ์งานใส่โน้ตบุ้คที่ยังทำไม่เสร็จ ส่วนไอ้ชานยอลก็พูดพล่ามไปพร้อมกับกินขนมที่แม่เขาเอาออกมาเสิร์ฟให้ถึงที่



“ซื้อรถอะไร เงินในกระปุกหมูมึงมีถึงพันวอนไหม”



“เยอะกว่าพันวอนแล้วกัน”



“เออ เรื่องของมึง” เขาเอ่ยปัดๆ ตาจ้องจอโน้ตบุ้คพร้อมพิมพ์ไปด้วย “แล้วนึกครึ้มอะไรถึงอยากซื้อรถวะ”



“วันนี้ไอ้พี่วิศวะมันขับรถมารับพี่แบคฮยอนถึงหน้าโรงเรียน” เขาพูดไปตามจริง เพราะกับไอ้จงอินไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว “ไม่อยากชมมันหรอกนะ แต่คนมีรถขับแม่งโคตรเท่”



“มึงคิดว่าไอ้แบคจะยอมคบมึงเพราะมึงมีรถขับหรอ”



“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นป่ะวะพี่ แต่มันก็ทำให้กูดูดีขึ้นมาระดับนึงไม่ใช่หรอ” ชานยอลว่า “อีกอย่างกูก็เคยเรียนขับรถอยู่ ปีที่แล้วพ่อเพิ่งจะสอน”



จงอินกดเซฟงานเป็นอย่างสุดท้ายเมื่อทำเสร็จ เขาพับหน้าจอลง ก่อนจะเท้าแขนไว้กับโต๊ะแล้วเริ่มต้นพูดคุยกับไอ้เด็กชานยอลเป็นจริงเป็นจัง



“งั้นกูย้อนไปคำถามแรก กระปุกหมูมึงมีเงินถึงพันวอนหรือเปล่า”



“ก็ขอพ่อไง”



“ว่าแล้วเชียว” เขาหัวเราะเหอะ “พ่อมึงคงมึนตึ้บ โรงเรียนก็อยู่ใกล้แค่ตูดจะเอารถไปทำเตี่ยอะไร”



“เออน่า กูไม่ค่อยขออะไรจากพ่อเท่าไหร่ ถ้าได้ลองขอเขาอาจจะให้ก็ได้”



“งั้นก็โทรไปเดี๋ยวนี้เลย” เขาพยักเพยิดหน้าบอกไอ้เด็กตรงหน้า ดูท่าทางมันจะอยากได้รถจริงๆอย่างที่ปากว่า เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพ่อมันจะให้หรือเปล่า



“โทรเลยหรอ”



“เออสิ โทรเดี๋ยวนี้แหละ”



มันมีสีหน้าลังเลนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ยอมหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางค้างไว้บนโต๊ะขึ้นมา กดอะไรยุกยิกๆพักหนึ่งแล้วก็เอามาแนบหู



ผ่านไปประมาณสิบวินาที ก็ดูเหมือนปลายสายจะกดรับแล้ว



“พ่อ หวัดดีครับ”



“…………”



“พ่อทำไรอยู่หรอ” จงอินหลุดขำให้กับคำถามโคตรเบสิคสำหรับคนจะขออะไรสักอย่างผ่านโทรศัพท์ “ผมนั่งอยู่กับพี่จงอินครับ”



“…………”



“ก็.. ผมมีเรื่องจะถามพ่อนิดหน่อย”



“…………”



“ถ้าเกิดว่าผมจะขอพ่อซื้อ.. รถ” เขาเห็นไอ้เด็กตัวสูงสูดหายใจเข้าปอด ก่อนที่มันจะว่าต่อ “พ่อจะว่าอะไรหรือเปล่า”



“………….”




“…………..”




“…………..”



“ห้ะ! จริงหรอพ่อ!” ไอ้ชานยอลยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วอุทานออกมา ตาโตๆของมันแทบจะถลนเพราะความดีใจ นั่นทำให้จงอินถึงกับช็อค นี่พ่อมันซื้อรถให้ง่ายขนาดนั้นเลยหรอวะ “ขอบคุณนะพ่อ พ่อจะซื้อให้ผมจริงๆใช่ไหม”



“………….”



“ครับ”



“………….”




“ห.. ห้ะ?”




มันเปลี่ยนสีหน้าจากความดีใจเป็นงุนงงในชั่วพริบตาเหมือนได้ยินอะไรสักอย่างจากปลายสาย ปาร์คชานยอลขมวดคิ้ว ตาโตๆของมันจ้องมายังเขาเหมือนกำลังช็อคอะไรเต็มเปี่ยม





ดูท่าว่าจะมีเรื่องอีกแล้ว 




งั้นจงอินจะไม่ยุ่งก็แล้วกัน
















เป็นอีกเช้าหนึ่งที่อากาศไม่หนาวจนเข้ากระดูกอีกต่อไป






แบคฮยอนมีเรียนเช้าอีกแล้ว เอาเข้าจริงเขาก็มีเรียนเช้าทุกวันที่มีเรียน ก็เลยตื่นแต่เช้า อาบน้ำอาบท่า กินอาหารสำเร็จรูปตามประสาคนขี้เกียจทำ ก่อนจะเดินลงมาเพื่อเตรียมตัวไปเรียนเหมือนอย่างเช่นทุกวัน



แต่วันนี้มันมีอะไรแปลกไปอีกแล้ว



ปาร์คชานยอลขยันหาเรื่องมาเซอร์ไพร์สเขาจริงๆ



ชานยอลยังไม่เห็นเขา.. อีกฝ่ายนั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์คันสีครีมที่เขาเรียกกันว่าเวสป้า ที่หัวครอบหมวกกันน็อคสีเดียวกับรถเอาไว้ ส่วนอีกใบหนึ่งก็ห้อยไว้ตรงแฮนด์มอเตอร์ไซค์ ช่วงขายาวๆยันพื้นถนนไว้ข้างหนึ่ง ส่วนมือก็กดโทรศัพท์ยิกๆไปด้วย



ไม่อยากชมหรอกนะว่ามันเท่ แต่มันก็ดูดีจริงๆ ดูดีจนพวกผู้หญิงพากันมองจนเหลียวหลังไปหมด



แบคฮยอนรีบเดินไปยังรถเวสป้าสีครีม เจ้าของของมันเงยหน้าสบตากับเขา ก่อนจะยิ้มร่าเมื่อพบว่าเป็นเขาที่เดินมา



“พี่..” ชานยอลเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ใช้สองมือจับแฮนด์แล้วทำท่าเหมือนเด็กอวดของ “รถผมเท่ป้ะ”



แบคฮยอนไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไป อยู่ๆไอ้เด็กนี่ก็ดันมาถามว่ารถรูปร่างน่ารักแบบนี้เท่ไหม แล้วเขาควรจะตอบยังไงดี



“ทำไมทำหน้าแบบนั้น ไม่ชอบรถผมหรอ” คราวนี้เด็กรีทรีฟเวอร์ทำหน้างอ ยิ่งทำหน้าแบบนี้ยิ่งเหมือนหมาตัวใหญ่ที่กำลังหงอยไม่มีผิดเลย



“ไม่ใช่สักหน่อย” เขายิ้มบางๆ “รถน่ารักดี แค่ไม่คิดว่าเราจะขับมอเตอร์ไซค์ด้วย”



“ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้ขับมอเตอร์ไซค์” ปาร์คชานยอลว่า มือใหญ่ๆของเจ้าเด็กตัวใหญ่หยิบหมวกกันน็อคที่ใบเล็กกว่าซึ่งคล้องอยู่ตรงแฮนด์ส่งให้เขา “ใส่นี่แล้วขึ้นมาซ้อนผมเร็ว เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง”



แบคฮยอนหยิบหมวกกันน็อคจากเจ้าเด็กตัวโตมาแต่โดยดี เขาสวมมันที่หัวเสร็จสรรพก่อนจะก้าวขึ้นไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ชานยอล



“ขับเป็นหรือเปล่าเนี่ย”



“เป็นสิ ผมระดับไหนแล้ว” เด็กมันว่าแล้วเริ่มสตาร์ทรถ “จะขับแล้วนะ เกาะดีๆล่ะ”



สิ้นคำพูดนั้นรถเวสป้าคันสีครีมก็ค่อยๆเคลื่อนตัวไปยังถนน เพราะเป็นถนนเส้นย่อยออกมาจึงมีรถไม่มากนัก พวกนักเรียนหรือนักศึกษาที่มีคนมาส่งส่วนใหญ่ก็จะลงปากซอยแล้วเดินกันเข้ามาเอง



“ที่จริงผมขอพ่อซื้อรถแหละ” ชานยอลเริ่มต้นบทสนทนา เพราะค่อยๆขับ ลมจึงไม่ได้ตีเสียงของพวกเราจนได้ยินไม่ชัด



“หือ ซื้อรถยนต์น่ะหรอ”



“ใช่ รถยนต์” เด็กรีทรีฟเวอร์พยักหน้า “ผมโทรไปขอพ่อ พอเขาอนุญาตผมก็ดีใจใหญ่เลย”



“………….”



“แต่สุดท้ายพ่อก็เหมือนจะนึกได้ ถามว่าจะขับรถไปโรงเรียนหรอ บ้านก็อยู่ใกล้แค่นี้” เขาได้ยินเสียงเด็กตัวโตถอนหายใจนิดหน่อย “ก็เลยถอยเวสป้ามาให้ผมแทน”



ถึงตรงนี้แบคฮยอนหัวเราะร่า จวบกันกับจังหวะขึ้นเนินทำให้เขาต้องคว้าชายเสื้อของชานยอลเอาไว้ “สมควร.. แล้วทำไมอยู่ดีๆอยากได้รถล่ะ”



“ผมเห็นพี่วิศวะขับแล้วเท่ดี”



“………..”



“มันคงจะดีนะ ถ้าสมมติว่าผมได้ขับรถแล้วพาพี่ไปหาของกินอร่อยๆบ้าง”



แบคฮยอนเผลอยิ้มกว้างออกมาอีกแล้ว วันนี้เขายิ้มให้ชานยอลไปกี่ครั้งแล้วนะ แต่ยอมรับเลยว่ามันเป็นเรื่องดีจริงๆที่เด็กคนนี้คิดถึงเขา แล้วก็ใส่ใจเขา



มันไม่แพ้กับที่จูฮยอกใส่ใจเขาเลย



“แต่พี่ยังไม่ได้บอกเลยนะว่าชอบรถผมหรือเปล่า” เด็กตัวสูงเอ่ยทวงถาม



“ชอบสิ น่ารักดีออก”



“จริงหรอ” 



ชานยอลไม่ได้รอให้เขาตอบคำถาม เด็กคนนั้นผละมือจากแฮนด์รถมาข้างหนึ่ง ก่อนจะคว้ามือของเขาที่จับอยู่ตรงชายเสื้อทีละข้าง ให้ไปทับกันไว้ที่หน้าท้องของตัวเองแทน กลายเป็นว่าเขากำลังกอดเอวอีกฝ่ายอยู่




น่าแปลกที่เขาก็ยอมให้เด็กมันทำ



“ถ้าชอบก็กอดเอวผมแน่นๆนะ” 



“………..”



“ยิ่งกอดแน่นเท่าไหร่ หมายความว่าพี่ยิ่งชอบรถผมมากขึ้นเท่านั้น.. ตกลงไหม”




แบคฮยอนกลั้นยิ้มไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว คราวนี้เขายิ้มจนเห็นฟัน ไม่ได้พูดตอบอะไรชานยอลกลับไป แต่ตอบโดยการกระทำแทน



.. ในตอนนั้น เขากอดปาร์คชานยอลแน่นเข้าไปอีกนิด




น่าจะเป็นคำตอบเพียงพอ ว่าเขาชอบเจ้าเวสป้าคันนี้มากเลย











TALK:

โมเม้นชานแบคไปเล่นสกีด้วยกันนี่มันกร๊าวใจพี่มาก ฮืออออ

ตอนนี้กะเป็นอีกตอนที่น่าร้ากกก แล้วก็โชว์ให้เห็นความสัมพันธ์แบบเต็มๆ

ยังไงก็ฝากติดแท็กกับเม้นท์ด้วยนะคะ รักทุกคนนน






#teenyweenyCB




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,575 ความคิดเห็น

  1. #1573 PinkySirakarn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 00:13
    โฮฮฮแสนเขินมากกกกกกกค่ะ
    #1,573
    0
  2. #1543 บบตพ ♡ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 16:13

    โอ้โหหหหหหห
    #1,543
    0
  3. #1510 momi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 16:57
    เขินนนนนนมากกกกกกกก ฮืออออ ชานยอลเหมือนจะซื่อจะแต่ก็ไม่สุด แต่ดูรวมๆแล้วมีสเน่ห์เหลือเกินนนนน
    #1,510
    0
  4. #1505 areenachesani (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 20:32
    ยิ้มตามแบคฮยอนเลยย
    #1,505
    0
  5. #1466 Supwd0625_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 10:32
    แบคฮย๊อนนนนนนนนน ชั้นล่ะหนักใจแทนเล้ยยยยยยยยย ชาติที่แล้วทำบุญด้วยอะไรคะ ทำไมถึงมีแต่คนหน้ารักอยู่รอบตัวขนาดนี้
    #1,466
    0
  6. #1438 dark chocolate (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 01:35
    ฮือออ ชอบมากกก มุขเสี่ยวๆนี่ไปเอามาจากไหนนะเจ้ารีทรีฟเว่อ ชอบตรงที่บอกว่า ถ้าชอบรถผมก็ให้กอดเอวแน่นๆ โอ๊ยตายแล้วววว เขินมากเขินมาย น้องต้องชนะเจ้าวิศวะเด้อ เพราะพี่เชียร์น้องนะ!
    #1,438
    0
  7. #1415 pcy921 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 12:01
    น่ารักจังเลย อยากได้ชานยอล
    #1,415
    0
  8. #1371 tawann_614 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 13:08
    อหหหหหหหหห
    #1,371
    0
  9. #1361 nuneoyjung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 06:42
    ชอบเจ้าของรึเปล่าาาแบค
    #1,361
    0
  10. #1353 szbH (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 14:34
    ชอบเวสป้าหรือชอบชานยอล 555555555 น่ารักอ่ะ เขิน >/////<
    #1,353
    0
  11. #1331 PINKLAND (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 08:24
    ชอบเวสป้าแน่ๆหรอพี่แบค แหมมม
    #1,331
    0
  12. #1297 Ohsem (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 21:00
    คือมันดีมาก ดีมากๆ 555555 ตลกกระปุกหมูมาก เอ็นดู งือๆๆๆๆ
    #1,297
    0
  13. #1285 seaseaa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 21:49
    เขิล!!!!
    #1,285
    0
  14. #1251 bbbbbbbys (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 22:33
    สงสารจูฮยอกกกกกกกฮือออออ พิแบคเริ่มเทใจให้น้องละนา
    #1,251
    0
  15. #1232 nsjcbw. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:00
    แหนะๆ แน่ใจนะคะว่าชอบแค่เวสป้าอ่ะ อิอิ
    #1,232
    0
  16. #1227 ` DieKatze (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:30
    ชอบเวสป้ารึชอบคนขับจ๊ะ เอาตรงๆ
    #1,227
    0
  17. #1125 ARMMOMII |♡ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:03
    ชอบรถหรือชอบเจ้าของรถจ๊ะแบคฮยอนน
    #1,125
    0
  18. #1077 Chopoom94 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:21
    ไม่มีตอนไหนที่เราอ่านแล้วไม่ยิ้มเลย คิดถึงตอนที่พี่ชานขับให้แบคซ้อนอ่ะ โอ้ย ค่ดน่ารักปนฮานิดหน่อย 555 
    #1,077
    0
  19. #896 empty XOXO (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:24
    เรากลัวสัญญาของชานยอลกับพ่อมากๆเลย หน่วงแปลกๆ
    #896
    0
  20. #752 klst_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 00:31
    ใช่สิ๊ เรามันเขินง่ายอยู่แล้วนิ!!
    #752
    0
  21. #737 `อริศรา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 18:04
    โอ้ยยยยยย รถน่ารักซะไม่มี 55555555555
    #737
    0
  22. #727 Title Thanatporn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 14:26
    ฟินเวอร์
    #727
    0
  23. #642 samssam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 14:39
    งื้ออออ แบคเริ่มหวั่นไหวกับชานเเล้วแน่เลย
    #642
    0
  24. #482 ฮยอนบีค (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 18:40
    ฮื่ออออออ อยากได้คนตามจีบแบบนี้จังค่ะ ใจสั่นไปหมดแล้วววว
    #482
    0
  25. #433 yimyimcute112 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 15:02
    พี่ชานน่ารักกก
    #433
    0