teeny-weeny ll chanbaek

ตอนที่ 6 : 06 - ต่อสายครั้งที่หนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,399
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    8 ม.ค. 60



อยากให้ดาวดวงนั้นเข้าใจ
ขาดเธอไปตัวฉันคงหมดสิ้นกัน

















ที่ต้องเดินกลับบ้าน ไม่ใช่เพราะบ้านไม่มีเงินหรือไม่มีรถขับ





ปาร์คชานยอลบ้านใกล้โรงเรียนชนิดที่ว่าเดินเอาก็ถึง แม้จะเข้าไปในซอยลึกหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเหนื่อยจนหอบแฮ่ก เขาชอบเดินมากกว่า ชอบสูดอากาศบริสุทธิ์ของที่นี่เข้าปอดเยอะๆ เนื่องจากว่าไม่ใช่ในเมืองหลวงอย่างโซล อากาศก็เลยสดใสกว่ามากโข



จากปากซอยเดินเข้ามาถึงบ้านใช้เวลาประมาณห้านาที ชานยอลชินแล้วเพราะเขาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่มัธยมต้นปีแรก พ่อซื้อบ้านให้เขากับแม่อยู่ แล้วก็พาเขามาฝากไว้ที่โรงเรียนเอกชนที่อยู่ใกล้ๆตรงนี้



อย่างที่บอก พ่อซื้อบ้านให้เขากับแม่แต่ไม่ได้มาอยู่ด้วย กลายเป็นว่าบ้านเดี่ยวสองชั้นก็มีคนอยู่แค่สองคนคือเขากับแม่แล้วก็หมาอีกหนึ่งตัว แม้จะเงียบเหงาไปสักหน่อย แต่ก็ยังดีที่ได้เพื่อนบ้านดีแบบครอบครัวไอ้พี่จงอิน



ก็เลยช่วยคลายเหงาไปได้เยอะเลย



“เอ้า นั่นไงมาพอดี” เสียงเอ่ยทักทายที่จะเป็นของใครไม่ได้เลยนอกจากแม่ “มากินข้าวกันชานยอล”



พอถอดรองเท้าเสร็จชานยอลก็หันไปมองโต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่กลางบ้าน เขาเห็นแม่กับพ่อนั่งกันพร้อมหน้าพร้อมตาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา



“พ่อ.. กลับมาไม่เห็นบอกเลย”



“พอดีตารางงานว่างกะทันหันเลยมาน่ะ” พ่อส่งยิ้มมาให้ “มาๆ รีบมานั่งกินข้าวดีกว่า”



ชานยอลเดินไปกินข้าวอย่างไม่อิดออด ไม่ใช่ว่านานทีปีหนจะได้กินข้าวกันพร้อมหน้าหรอกนะ แต่มันก็ไม่บ่อยนักที่จะเกิดขึ้น พ่อมีงานต้องทำที่โซลเยอะแยะไปหมด ทั้งงานประจำแล้วก็งานเสริมที่พ่อชอบ 



“เรียนเป็นยังไงบ้าง”



“ก็ดีครับ.. ถึงบางวิชาจะยากมากก็เถอะ” เขาหัวเราะน้อยๆ “เอ้อแม่ ครูลีที่ปรึกษาห้องผมแกลาออกไปแต่งงานแล้วนะ”



“หือ อายุปูนนั้นแล้วน่ะหรอ”



“เห็นว่าได้สามีเป็นฝรั่ง” เขาพูดพลางคีบถั่วเข้าปากไปพลาง “ตอนนี้ที่โรงเรียนต้องหาครูใหม่กันให้วุ่น เพราะแกไปไม่บอกใครเลย”



เป็นเรื่องปกติที่ชานยอลจะเล่าเรื่องที่ไปพบเจอมาแต่ละวันให้คนที่บ้านฟัง เขาคิดว่ามันเป็นการแชร์เรื่องต่างๆให้กันและกันได้รับรู้ และเพราะว่าแม่ไม่เคยดุเขาเลย ชานยอลจึงเปิดอกพูดคุยกับแม่ได้ตลอดเวลา



“แล้วนี่มีแฟนหรือยังล่ะ”



คำถามของพ่อทำให้เขาชะงักไปหน่อยหนึ่ง ก่อนที่ชานยอลจะยกยิ้มบางๆแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเอ่ยตอบ



“ยังหรอกครับ”



“อืม.. ดีแล้ว”



“………..”



“ยังไม่ลืมที่เราเคยสัญญากันไว้ใช่ไหม”



ทุกอย่างในครอบครัวของเรามันดีหมดเลย ชานยอลไม่ได้เรียกร้องอยากให้พ่อมาหาบ่อยๆ เขาไม่ใช่เด็กเล็กที่ต้องการความอบอุ่นจากครอบครัวให้มากๆอีกต่อไป เขาโตพอจะรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ในเมื่อแม่เองก็ไม่ได้เรียกร้อง แล้วทำไมเขาจะต้องทำแบบนั้น



นั่นเป็นสิ่งที่ชานยอลรู้สึกมาโดยตลอด แต่พ่อก็ทำให้มันน่าอึดอัดทุกทีที่พูดเรื่องสัญญาของเรา



“ไม่ลืมครับ”



ส่วนเขาก็มีหน้าที่ตอบรับคำพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้พ่อสบายใจเหมือนอย่างทุกที



“ดีแล้ว” พ่อตอบกลับมา พร้อมกันกับเสียงโทรศัพท์ของพ่อดังขึ้นจึงหันมาบอกเราสองแม่ลูก “เดี๋ยวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ”



พอพ่อเดินออกไปรับโทรศัพท์ที่หน้าบ้าน ชานยอลก็มองหน้าแม่ที่มองมาทางเขาอย่างเห็นใจ แม่ไม่มีสิทธิ์พูดอะไรหรอก.. และถึงแม้ว่าแม่จะพูดแต่คนอย่างพ่อก็คงจะไม่ฟัง เมื่อปักใจเชื่อสิ่งใดแล้วก็จะเชื่ออยู่อย่างนั้น นั่นเป็นนิสัยของพ่อที่ชานยอลไม่คิดอยากเอามาใช้



“ลูกโอเคไหม”



ชานยอลหลุบตาลงเหมือนคิดอะไรอยู่ในที อาหารมื้อนี้ไม่ค่อยอร่อยอย่างที่ควร 



“แม่” 



“………..”



“ผมเผลอไปชอบพี่คนนึง”



แม่เงียบไปอย่างที่คิด ก็ไม่แปลกอะไร ชานยอลรู้ดีอยู่แล้วว่าแม่คงตกใจ



“ปกติเราไม่เคยไปชอบหรือไปรักใครเขานี่”



“เคย.. ผมเคยชอบหลายคนเลย”



“………….”



“แต่ผมแค่ไม่เคยชอบใครมากขนาดนี้”



ใบหน้าของพี่แบคฮยอนยังลอยอยู่ในห้วงความคิดแทบจะตลอดเวลา อาจจะดูเกินจริงไปสักหน่อย แต่ชานยอลไม่เคยชอบใครขนาดที่เอามาคิดถึงแบบนี้จริงๆ



แล้วก่อนหน้านี้เวลาที่เผลอไปชอบความน่ารักของใครเข้า.. เขาก็ไม่เคยบอกแม่แบบนี้ด้วย



“แต่ชานยอล.. ลูกก็รู้..”



“ครับ ผมรู้” เขาพยักหน้าเบาๆ “แต่ระหว่างนี้มันก็คงจะดีไม่ใช่หรอแม่ ถ้าผมได้ทำตามใจตัวเองบ้าง”



“ถึงแม้ว่าในตอนนั้นมันอาจจะทำให้คนที่ลูกชอบเสียใจน่ะหรอ”



ชานยอลพรูลมหายใจออกมาอย่างไม่คัดค้านในคำพูดของแม่ จริงอยู่ว่าเมื่อถึงวันนั้น พี่แบคฮยอนอาจจะต้องเสียใจในเรื่องของเขา แต่ถ้าไม่ให้ทำอะไรเลยสักอย่างในตอนนี้ มันก็ดูจะขัดกับหัวใจของเขามากจนเกินไป



ชานยอลไม่อยากปล่อยพี่แบคฮยอนไปเลย



“ผมจะชอบเขา.. ให้มากขึ้นไปอีก”




เขายังมีความหวัง



“เผื่อว่าพอถึงวันนั้น พ่ออาจจะเปลี่ยนใจ”




แม้ว่ามันจะยากก็ตามที













เรื่องน่าตกใจอีกเรื่องก็ไม่พ้นเรื่องของปาร์คชานยอล





[พี่แบคฮยอน~]



มันไปเอาเบอร์เขามาแล้ว!



แบคฮยอนนั่งอยู่ที่ปลายเตียงในห้องของตัวเองในเวลาสองทุ่มเศษ โคตรตกใจตอนที่รับเบอร์แปลกแล้วกลายเป็นเสียงทุ้มๆของเด็กรีทรีฟเวอร์



ไอ้จงอิน ไอ้จงอินอีกแน่ๆ!



“ชานยอลหรอ”



[ใช่ ผมเอง ตกใจใช่ไหมล่ะ]



“บอกมานะว่าไปเอาเบอร์มาจากไหน” ตอนเย็นเค้นไอ้จงอินไปทีนึงแล้วแต่มันไม่ยอมรับ คราวนี้แหละเขาจะเค้นจากปาร์คชานยอลแทน “บอกมาเดี๋ยวนี้เลย ไม่อย่างงั้นจะกดวาง”



[พี่ๆๆๆ อย่าวางนะ] มันว่าเสียงอ่อย [ถ้าพี่วางผมจะเสียใจจริงๆด้วย]



“ก็ถ้าไม่บอกว่าเอาเบอร์มาจากไหนจะกดวางเดี๋ยวนี้แหละ.. อ้อ จะบล็อคแชทด้วย” คิดจะขู่ทั้งทีก็ต้องขู่ให้สุด



[โหพี่.. ผมบอกไม่ได้จริงๆ]



“งั้นแค่นี้แหละ บาย”



[เดี๋ยวๆๆๆๆ บอกก็ได้!] ปลายสายร้องห้ามก่อนจะเงียบไปนิดหน่อยเหมือนใช้ความคิด เขานึกหน้าตาเด็กตัวสูงออกเลย ต้องกำลังขมวดคิ้วแล้วหลุบตาต่ำจนเห็นเปลือกตาใหญ่ๆนั่นแน่ 



[เอามาจากพี่จงอินอะ]



ว่าแล้วไง ไอ้คนขายเพื่อน!



เมื่อเช้ามาบอกว่าถูกชะตากับชานยอลอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่คิดเลยว่ามันจะถูกชะตาจนแจกจ่ายไอดีแชทพร้อมกับเบอร์มือถือและที่พักของเขาไปเสร็จสรรพ เซ้นส์แบคฮยอนไม่เคยพลาดจริงๆ



เจอดีแน่ไอ้จงอิน!



[อย่าไปบอกพี่จงอินนะว่าผมบอก] เสียงทุ้มๆเอ่ยบอก [แล้วนี่ผมโทรมาหาพี่เพราะอยากคุยกับพี่นะ ทำไมถึงถามเรื่องอื่นล่ะ]



เสียงกระเง้ากระงอดของรีทรีฟเวอร์ปลายสายทำให้เขาต้องกลับมาให้ความสนใจกับชานยอลอีกรอบ 



“แล้วโทรมาหาทำไม”



[ก็บอกแล้วไงว่าอยากคุยกับพี่]



“เออ รู้ แต่อยากคุยเรื่องอะไรล่ะ” แบคฮยอนทิ้งตัวลงกับพื้นเตียง เห็นทีเด็กรีทรีฟเวอร์คงชวนเขาคุยอีกยาว



[ก็ทั่วไป] ชานยอลพูด [เออ.. แต่การจะชวนใครคุยนี่ก็ยากเหมือนกันเนอะ งั้น..]



“…………”



[ปกติผมจะเล่าเรื่องที่เจอมาในแต่ละวันให้แม่ผมฟัง เดี๋ยวผมเอาเรื่องพวกนั้นมาเล่าให้พี่ฟังด้วยดีกว่า]



“เดี๋ยวนะ” แบคฮยอนเอ่ยปราม “ก็เอาไปเล่าให้แม่ฟังอย่างเดียวสิ พี่ไม่ใช่แม่เราสักหน่อย”



[ไม่เห็นเป็นไร ถึงไม่ใช่แม่จริงๆ แต่ก็..] เด็กนั่นเงียบไปหน่อยหนึ่ง [เออ ช่างเถอะ]



“เอ้า อะไรล่ะ รอฟังอยู่”



[ไม่เอาอะ ผมไม่กล้าพูด มันเขิน]



“ชานยอล ยิ่งไม่อยากพูดพี่ยิ่งอยากรู้เลย” แบคฮยอนคว้าหมอนข้างมากอดไว้แล้วเอ่ยเร่งเด็กตัวสูงต่อ “บอกมาดิ เมื่อกี้จะพูดอะไร”



[พี่ไม่อยากรู้หรอก ผมไม่อยากพูดด้วย]



“อยากรู้มากเลยเนี่ย ไม่งั้นจะเร่งหรอ บอกมาเร็ว”



[ไม่เอาอะ]



“ชานยอล..”



ไม่ใช่ว่าแบคฮยอนเกิดสนใจอะไรในตัวเด็กคนนี้ขึ้นมาหรอกนะ แต่เขาเป็นประเภทถ้ามีอะไรมาค้างคาใจจะนอนไม่หลับ อยากรู้อะไรก็ต้องได้รู้ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง



[งั้นพี่ก็ลองเดาเอาเองสิ] ปลายสายว่า [ถ้าไม่ใช่แม่แท้ๆ มันจะมีแม่อะไรอีกที่ผมอยากให้พี่เป็น]



เอาล่ะ บยอนแบคฮยอนไม่ใช่คนโง่ถึงขั้นไม่รู้ว่าเด็กมันกำลังจะพูดอะไร ถ้าไม่ใช่แม่แท้ๆ แล้วในกรณีที่ชานยอลอยากให้เขาเป็นแม่ มันก็มีอยู่แม่เดียว



“รู้แล้ว”



[หือ.. แม่อะไร]




“ม.. แม่ของลูกใช่ไหมล่ะ”



[………..]



“…………”



เงียบกันไปอึดใจใหญ่ทั้งคนฟังคำตอบและคนที่เดาคำตอบออกไป แบคฮยอนกัดริมฝีปาก พอเด็กมันเงียบไม่หือไม่อือ อยู่ๆเขาก็เกิดความประหม่าขึ้นมาเสียอย่างนั้น



[ผมแค่คิดว่า.. แม่ทูนหัว]



คราวนี้แบคฮยอนอ้าปากค้าง อายจนแทบอยากจะกดวางสายทิ้งเดี๋ยวนี้ เขาลืมไปเลยว่ามันยังมีอีกแม่นึงที่ซอฟต์กว่านั้น 



ทำไงดี.. อายจริงๆนะ



[แต่ไม่เป็นไรหรอก] ชานยอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ติดล้อเลียนอะไร นั่นทำให้เขาสบายใจขึ้นมานิดหน่อย [ผมคิดไม่ถึงจริงๆ ขอบคุณครับ]



“………….”



[เพราะตอนนี้ผมไม่ได้อยากให้พี่เป็นแม่ทูนหัวแล้ว]



คราวนี้แบคฮยอนไม่ได้เซ้าซี้ถามต่อว่าชานยอลอยากให้เขาเป็นแม่อะไร เพราะก็คงจะเป็นแม่เดียวกับคำตอบที่เขาบอกไปนั่นแหละ




[แต่อยากให้เป็นแม่ของลูกมากกว่า]



อุตส่าห์ไม่ถาม ยังจะตอบอีก ไอ้เด็กคนนี้!



“น.. น้อยๆหน่อยเถอะน่า” เขากระแอมแล้วตอบออกไปอ้อมแอ้ม “ไหน แล้วตกลงจะเล่าอะไรให้พี่ฟัง”



[ขอถามคำถามนึงกับพี่ก่อนได้ไหม แล้วเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง]



“อือ.. มีอะไร” แบคฮยอนอ้าปากหาววอดเมื่อเริ่มหายเขินแล้ว เสียงไอ้เด็กนี่มันทุ้มดีชะมัด เขาคิดไปถึงว่าถ้ามันร้องเพลงให้ฟังสักเพลงจะทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นไหมนะ



แบคฮยอนหลับตาลงทั้งที่หูก็ยังฟังสิ่งที่อีกคนกำลังจะถาม





[พี่.. ชอบพี่วิศวะคนนั้นหรือเปล่าครับ]







50%





แบคฮยอนนิ่งเงียบไปพักหนึ่งเมื่อได้ยินคำถามที่ไม่คาดคิด เขาลืมตาขึ้นมาพร้อมความรู้สึกที่หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ผละออกจากหมอนข้างแล้วพลิกตัวไปอีกด้านหนึ่ง



ควรตอบออกไปอย่างไรดี



[พี่ไม่ต้องกลัวว่าผมจะเสียใจหรอกนะ] เด็กคนนั้นเอ่ยดักคอ [ผมแค่อยากฟังความจริงเฉยๆ ถึงพี่จะชอบเขา แต่ผมก็จะชอบพี่อยู่ดี]



เด็กๆมักพูดอะไรที่ตรงกับใจ แบคฮยอนเคยได้ยินอาจารย์พูดอย่างนี้รอบหนึ่งตอนเรียนวิชาที่เกี่ยวกับจิตวิทยา ทีแรกเขาก็ไม่เคยพิสูจน์หรอกว่ามันจริงหรือเท็จ แต่ตอนนี้เขาเชื่อสนิทใจแล้วว่ามันเป็นความจริง



เมื่อเด็กพูดความจริงมา เขาก็คงต้องตอบความจริงกลับไปเช่นกัน



“ก็ชอบ”



[……….]



“บอกให้พูดความจริงพี่ก็พูดแล้วนะ”



[ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย] ฝ่ายนั้นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ [ถึงพี่จะชอบเขาแต่ก็ยังไม่ได้ชอบมากๆหรอก ผมรู้นะ]



“ทำไมถึงคิดแบบนั้น”



[เพราะถ้าพี่ชอบเขามากๆ วันนี้พี่คงไม่ยืนนิ่งให้ผมกอดต่อหน้าเขาหรอก]



“………..”



แบคฮยอนเงียบไป อยากจะอ้างว่าที่ยืนนิ่งเพราะตกใจเหมือนอย่างที่บอกกับตัวเองและบอกกับจงอิน แต่ก็โกหกตัวเองไม่ได้อยู่ดีว่าที่เด็กรีทรีฟเวอร์พูดมาก็ถูก



ถ้าเขาชอบจูฮยอกมากและอีกฝ่ายเองก็ยืนอยู่ตรงนั้น ปฏิกิริยาของความตกใจจะไม่ใช่ยืนนิ่ง แต่จะต้องผลักอกอีกคนออกไปแล้ว



[ถ้างั้นก็แสดงว่าผมยังมีความหวัง]



“ถ้าจะคิดแบบนั้นก็ตามใจ”



[ทำไมพี่พูดเหมือนไม่เห็นด้วยเลยล่ะ]



“ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นสักหน่อย” แบคฮยอนรีบเอ่ยตัดบทก่อนที่เด็กรีทรีฟเวอร์จะงอแงไปมากกว่านี้ แล้วก็พูดเปลี่ยนเรื่อง “ไหน.. เรื่องอะไรที่บอกว่าจะเล่าให้พี่ฟัง”



[อ๋อ] ฝ่ายนั้นเองก็เปลี่ยนอารมณ์เร็วเหมือนกัน อย่างกับว่าพอเขาเปลี่ยนเรื่อง ชานยอลก็พร้อมจะทำตามทุกอย่าง [วันนี้ครูที่ปรึกษาห้องผมแกลาออกแบบกะทันหันน่ะครับ]



ประโยคดังกล่าวทำให้แบคฮยอนต้องรีบเด้งตัวขึ้นมานั่งบนเตียง ก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าเขาต้องไปช่วยสอนที่โรงเรียนของชานยอล แถมยังเป็นชั้นเรียนของชานยอลอีก แต่มันจะบังเอิญไปไหมถ้าต้องไปสอนห้องของชานยอลด้วย



“ล.. แล้วอาจารย์สอนวิชาอะไร”



[ถามทำไม พี่จะมาสอนแทนครูผมหรอ]



“ผู้ใหญ่ถามก็ต้องตอบสิชานยอล” แบคฮยอนเลี่ยงคำตอบทั้งที่ใจเชื่อไปกว่าครึ่งว่าเขาต้องไปสอนแทนครูคนที่ชานยอลบอกแน่



[พี่โตกว่าผมแค่สองปีเองนะ..] เด็กตัวสูงส่งเสียงติดจะงอน [แกสอนวิชาประวัติศาสตร์ครับ]



คราวนี้แบคฮยอนถึงกับหลับตาแน่นแล้วพรูลมหายใจออกมา.. นี่มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่แบคฮยอนคิดว่าไอ้จงอินไม่น่าจะรู้ถึงขนาดว่าเขาจะต้องไปเป็นครูที่ปรึกษาให้ห้องของชานยอลในทุกๆวันพุธด้วย



[พี่มีอะไรหรือเปล่า?]



และเมื่อเขาเงียบไป เด็กตัวสูงก็คงสังเกตได้



“ก็..”



[……….]



“ไม่บอกดีกว่า เดี๋ยวมะรืนนี้ก็รู้เอง”



แบคฮยอนหัวเราะคิกคักเมื่อปลายสายเอาแต่ส่งเสียงกระเง้ากระงอดเข้ามาว่า ‘พี่แบคฮยอนอะ.. บอกผมสิครับ’ วนไปวนมาอยู่แบบนั้นจนเขานึกขำ



ไม่บอกให้รู้ตอนนี้หรอก เดี๋ยวก็ไม่เซอร์ไพร์สกันพอดี




เอาไว้วันพุธนี้ เขาคิดว่าชานยอลต้องตกใจแน่เลย










“ดูพวกแผนการสอนมาแล้วใช่ไหมจ๊ะ”





แบคฮยอนเอ่ยตอบรับครูคิมที่อุตส่าห์เดินมาจนถึงหน้าห้อง วันนี้เป็นชั่วโมงโฮมรูมของวันพุธแรกที่เขาต้องมาเป็นครูที่ปรึกษาชั่วคราวให้เด็กๆห้องนี้ มัธยมปลายปีที่สองห้องบี.. ปาร์คชานยอลเองก็เรียนพอใช้ได้เหมือนกันสินะถึงได้อยู่ห้องนี้



“อันนี้เป็นรายชื่อเด็กนักเรียนในห้องจ้ะ ดีนะที่ก่อนไปอาจารย์ลีแกยังทิ้งพวกสิ่งที่ต้องดูแลเด็กๆเป็นพิเศษเอาไว้ด้วย” แบคฮยอนรับกระดาษรายชื่อมา ทำให้เขารู้ว่าเด็กนักเรียนห้องนี้มีแค่ยี่สิบแปดคน “ยังไงก็ฝากด้วยนะจ๊ะนักศึกษา”



พอพูดจบอาจารย์คิมก็ไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ทิ้งให้แบคฮยอนยืนสูดลมหายใจเข้าปอดอยู่หน้าห้องเรียนนานสองนาน ความคิดหนึ่งแว้บเข้ามาในหัวว่าทำไมถึงไม่เอาพวกรุ่นพี่ที่โตกว่าเขามาสอนกันนะ แต่พอคิดไปคิดมามันก็แค่ชั่วคราวอาจจะไม่กี่อาทิตย์แค่นั้น แถมยังแค่วันพุธวันเดียว เพราะงั้นก็คงไม่ต้องถึงขั้นเอาพวกรุ่นพี่ที่เก่งๆมาสอนหรอก



เขาสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้ง ก่อนจะเปิดประตูห้องที่เงียบเสียงเจี้ยวจ้าวก่อนหน้านี้ทันทีเมื่อเขาปรากฏตัว แบคฮยอนมองสำรวจรอบห้องก่อนจะยิ้มบางๆ ทีแรกก็ตกใจที่มีแต่เด็กผู้ชายทั้งห้องไม่มีผู้หญิงสักคน แต่พอคิดไปคิดมา โรงเรียนนี้มันเป็นโรงเรียนชายล้วนนี่หว่า



และใช่.. เขาเจอปาร์คชานยอลที่มองมาแบบตกใจนั่นแล้ว



เด็กรีทรีฟเวอร์ขนทองตัวใหญ่นั่งอยู่ตรงริมหน้าต่างกลางห้องแถมยังอ้าปากทำตาโตเท่าไข่ห่านมองมา แบคฮยอนกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเองไว้แล้วไปยืนตรงแท่นหน้าห้อง เด็กๆพากันนั่งอย่างสงบและจ้องมองมาที่เขาแบบสนใจ



“สวัสดีครับ” แบคฮยอนเอ่ยทักทาย “พี่ชื่อแบคฮยอนนะ จะมาเป็นครูที่ปรึกษาชั่วคราวของวันพุธ แล้วก็มาช่วยสอนวิชาประวัติศาสตร์ด้วย”



มีเสียงฮือฮาขึ้นเล็กน้อยจากบรรดาเด็กๆแต่แบคฮยอนก็ยังติดรอยยิ้มบางๆเหมือนเดิม หันไปมองชานยอลอีกที เด็กคนนั้นไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าเพื่อนที่นั่งอยู่แถวหน้าจะหันกลับมาเพื่อชวนตัวเองคุย



แต่ชานยอลกลับใช้สายตามองมายังเขาอยู่อย่างนั้น



เขาลอบส่งสายตาล้อเลียนไปให้เด็กตัวสูงตอนที่เด็กๆในห้องไม่ทันสังเกต แบคฮยอนแอบได้ยินเด็กๆพูดว่า ‘พี่เขาน่ารักกว่าอาจารย์ลีที่ลาออกไปเป็นล้านเท่าเลยมึง’ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ สุดท้ายเมื่อรู้สึกว่าปล่อยให้เด็กๆพูดคุยจนน่าจะพอแล้ว เขาเลยเรียกความสนใจของเด็กๆกลับมาอีกที



“เช็กชื่อกันดีกว่าเนอะ” ดีตรงที่เด็กพวกนี้มีมารยาทพอสมควร ก็เลยเงียบลงอย่างกับเสกได้ “เบอูยอง..”



“มาครับ”



แบคฮยอนไล่อ่านชื่อเด็กๆทีละคนและอ่านข้อความกำกับที่อาจารย์คนก่อนหน้าทิ้งเอาไว้ให้ด้วย บางคนก็ต้องดูแลเรื่องเกรดที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนบางคนก็ต้องดูแลเรื่องที่ขาดเรียนอยู่บ่อยครั้ง บางคนก็มีเรื่องทะเลาะวิวาทเข้ามาเกี่ยวข้อง สำหรับเรื่องที่ใหญ่โต แบคฮยอนเลี่ยงการพูดถึง ส่วนเรื่องที่น่าจะเป็นผลกระทบต่อการเรียน เขาเลือกที่จะพูดตรงๆกับเด็กเดี๋ยวนั้น



“คิมยุนฮยอก”



“ครับ”



“ในนี้เขียนว่าสอบได้ที่หนึ่ง” แบคฮยอนเอ่ยบอกเด็กที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดของห้อง “สุดยอดเลย ทำให้ดีแบบนี้ไปเรื่อยๆเลยนะ”



“นิดหน่อยอะพี่ คนมันหน้าตาดี สติปัญญาเลยผกผันไปพร้อมหน้าตา”



เขาได้ยินเสียงพวกเพื่อนๆที่เหลือในห้องสบถด่ากันยกใหญ่ ดูเหมือนว่าเพราะสมาชิกน้อย เด็กพวกนี้ก็เลยเป็นเพื่อนกันได้ทั้งหมด



“เออดี พูดตรงแบบนี้แหละ ถึงจะดูหลงตัวเองไปหน่อยก็เหอะ” 



แบคฮยอนพูดขำๆ เขาไล่เอ่ยชื่อเด็กที่เหลืออีกทีละคน จนกระทั่งถึงเด็กคนที่เขาคุ้นเคย




“ปาร์คชานยอล”



เงยหน้ามองตำแหน่งที่ชานยอลนั่งอยู่โดยไม่ต้องรอเสียงขานตอบรับ เด็กรีทรีฟเวอร์ทำหน้าตื่นเหมือนหมาตัวใหญ่อีกแล้ว แบคฮยอนกลั้นรอยยิ้ม ก่อนจะก้มลงแล้วไล่มองข้อความที่กำกับอยู่ด้านหลัง



‘ชอบหลับในห้องเรียน’



แปลกกว่าชาวบ้านเขาไปเยอะเลย



“ในนี้เขียนว่าชอบหลับในห้องเรียน” เขาเอ่ยบอกเด็กตัวสูงพร้อมทำหน้าดุไปด้วย “ได้ไง.. ครูสอนอยู่แต่ดันมาหลับเนี่ยนะ”



ชานยอลหัวเราะนิดหน่อยเมื่อเขาถาม สายตาของเพื่อนๆทั้งหมดก็จดจ้องไปที่เจ้าตัวเพื่อรอคอยคำตอบด้วย



“ถ้าผมตอบพี่อย่าว่าผมนะ”



แต่.. คำพูดเกริ่นแบบนั้นเหมือนต้องการจะบอกกับเขาว่าเขาน่ะกำลังถามเพื่อให้คำตอบย้อนเข้าตัวเองอีกแล้ว 



แบคฮยอนพลาดแล้ว..




“ที่หลับบ่อยๆ เพราะในฝันผมจะเห็นหน้าพี่ทุกครั้งเลย”





เขาพลาดแล้วจริงๆ













TALK:

คือแบบเป็นเรื่องที่เขียนชิวมาก คือเขียนลื่นมากกกจริงๆนะ Y_Y

มันเป็นฟิคน่ารักๆที่เบาสมองและไม่ต้องคิดอะไรมากค่ะ ถึงมีปมก็ไม่ใช่ปมใหญ่โต(มั้ง)

ระหว่างนี้ก็ดื่มด่ำความน่ารักของเด็กรีทรีฟเวอร์กันไปเน้อ

ขอบคุณคอมเม้นท์แล้วก็สกรีมแท็กด้วยนะคะ ขออีกๆ ชอบอ่านมากๆเลยยย





#teenyweenyCB





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,575 ความคิดเห็น

  1. #1567 Coffee-mate (@nanaco) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 22:54

    กกรี๊ดด เขินนนน อ่านแล้วอยากมีเด็กมาจีบบ้าง 555555

    #1,567
    0
  2. #1542 บบตพ ♡ (@twentynoey) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 16:04
    พี่แบคคะ ระวังตัวด้วยนะ เด็กมันร้าย แงงงงง้ หยอดเก่ง5555555
    #1,542
    0
  3. #1534 XMCB_BB (@pornkanok2557) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 16:18
    อื้อหือออ ชานยอล ขนาดเลยเหรอน้องงงงง ทำพี่แบคเขินอีกแล้วนะเราอะ ^^

    เรื่องพ่อของชานนี่น่าจะเป็นดราม่าสุดล่ะมั้ง จะบังคับให้ลูกแต่งกับคนที่ตัวเองหาให้เหรอ ฮือออออ สงสารน้องชานเลยถ้าเป็นแบบนั้น ไม่มีสิทธิจะเลือกคนรักเลยเหรอ เศร้าาาา
    #1,534
    0
  4. #1525 ZicoXo (@ZicoXo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 22:39
    ชานยอลมันร้ายยยยย
    #1,525
    0
  5. #1504 areenachesani (@areenachesani) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 20:31
    เค้าแค่เช็กชื่อปะ ทำไมชุ้นเขินนน
    #1,504
    0
  6. #1499 arysn_ (@arysn_) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 21:06
    แก้มแตกแล้วฮือออออหยุดยิ้มไม่ได้เลย
    #1,499
    0
  7. #1495 kkaido (@kkaido) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 01:22
    ฮือออ เขินนนนนนนนน
    #1,495
    0
  8. #1458 เบค่อนแบร่ (@namwanmooyang) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 22:49
    เขินมากกก
    #1,458
    0
  9. #1452 freshselu (@freshselu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 11:01
    เขินว้อยย
    #1,452
    0
  10. #1437 dark chocolate (@namimori13) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 01:17
    เด็กนี่ร้ายกาจชะมัด หยอดได้หยอดดี โอ๊ยเขินมากเด้อจ้าาา ถ้าเราเป็นแบตนะเราต้องตายแน่ๆเลย คนบ้าเอ๊ยย แล้วนี่นะ เราเดาว่าน้องสาวของแบคเป็นคู่หมั้นของชานยอล
    #1,437
    0
  11. #1414 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 11:12
    สัญญากับพ่อคืออะไร??? ให้ชายยอลไปเรียนเมืองนอกเหรอ??? #เดา
    #1,414
    0
  12. #1400 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 23:43
    งึ่ยยยยเขิลลล
    #1,400
    0
  13. #1385 Oum Sirilak (@oum-ka143) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 16:31
    กลางห้องเรียนเลยพี่เอ้ยยน โดนเด็กเต๊าะต่อหน้าเพื่อน55555
    #1,385
    0
  14. #1370 tawann_614 (@tawann_614) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 13:01
    เอื้อกกกกก โดนแอ้ทแทคคค
    #1,370
    0
  15. #1365 ikonsouy (@lovejeskyudong) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 21:44
    ชอบความใสๆของดช.ปาร์ค
    #1,365
    0
  16. #1360 nuneoyjung (@nuneoyjung) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 02:20
    เขินนน
    #1,360
    0
  17. #1352 szbH (@exomelo_baby) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 14:25
    แบคฮยอนน็อคเอ้าท์ 55555 อย่าเล่นกับปาร์คชานยอล >////< ว่าด้วยเรื่องดราม่า พ่อชานยอลต้องเลือกคู่หมั้นไว้ให้ชานยอลแล้วแน่ๆ ขอเศร้าล่วงหน้า
    #1,352
    0
  18. #1330 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 08:10
    แบคฮยอน เอ้าท์555555555
    #1,330
    0
  19. #1250 bbbbbbbys (@bestyespd) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 22:25
    เล่นตัวเองเนาะแบคคคคคคค จะแกล้งน้องแต่น้องเล่นกลับ เขินเฉ้ยยยยยย
    #1,250
    0
  20. #1231 nsjcbw. (@ginne) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:48
    งื้อออ เขินน้องไหมล่าาาถามใจพี่ดูนะคะ แต่ชานยอลสัญญาอะไรกับพ่อ??
    #1,231
    0
  21. #1197 salmonpuffx (@phaktsuna) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:42
    โอ้ย ชานยอลลลลลลลลลล กรี๊ดดดดดดด
    #1,197
    0
  22. #1124 ARMMOMII |♡ (@armmomii) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:54
    ชานยอลต้องแต่งกับน้องสาวแบคปะ???
    #1,124
    0
  23. #1076 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:02
    ฮือออออออ เด็กชายชานยอลแอทแทคขั้นสูงอ่ะ เขิลลลลลล UoU
    #1,076
    0
  24. #893 CB_lover (@b2019) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:16
    ห้ามบอกนะว่าที่พ่อชานยอลไม่อยากให้ชานยอลมีแฟนเพราะชานยอลมีคู่หมั้นอยู่แล้ว?? ม่ายยยยยย
    #893
    0
  25. #782 dyodo12 (@dyodo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:23
    โว้ยยยยยย เขินเด็กมากกก ฮืออออออ
    #782
    0