teeny-weeny ll chanbaek

ตอนที่ 3 : 03 - วับไปแวบมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,692
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    1 ม.ค. 60



เธอมีใครหลายคนหมายปอง

ฉันเองก็ยังคอยมอง

แต่ไม่กล้าเหมือนเดิม จะทำฉันใด














เด็กนั่นหายไปอีกแล้ว





เฮ้.. แบคฮยอนไม่ได้นับวันเวลาเอาไว้หรอกนะว่าเด็กตัวสูงๆคนนั้นหายไปกี่วันแล้ว แต่จะบอกก็ได้ นี่ก็สองอาทิตย์แล้วนับจากวันที่เขากับผองเพื่อนสนิทอีกสองหน่อไปยืนรอเด็กคนนั้น จงอินไม่ได้เจอ แต่เขานี่สิเจอเต็มๆ ถึงแม้ว่าหลังจากที่เด็กคนนั้นเดินจากไปเขาจะเป็นใบ้ไปประมาณเกือบนาที ไอ้จงอินเลยต้องถามคำถามซ้ำสามรอบว่าผ้าพันคอที่คอเขามาจากไหน




‘จำได้ว่ามึงไม่ได้พันมานี่ แถมสีน้ำตาลแบบนี้ไม่ใช่แนวมึงเลยสักนิด’ ช่างสังเกตจนเขาเบื่อ




‘อะไร กูหยิบขึ้นมาจากกระเป๋าเมื่อกี้’ เขาตอบกลับไปเพื่อเลี่ยงการโดนด่า ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเขย่งเอาแขนซ้ายพาดคอมัน ‘กลับบ้านกันเถอะนะเพื่อน กูหนาวมากเลยเนี่ย’




‘แต่หน้ามึงแดงอย่างกับคนร้อน’



‘หนาวขนาดนี้มึงคิดว่าคนอย่างกูจะร้อนไหมล่ะ’ เขาว่าอย่างนั้น แต่ก็ยังไม่วายยกมือขวาขึ้นจับหน้าตัวเอง ‘คนหนาวก็หน้าแดงได้เหมือนกันหรือเปล่าวะ’



‘ก็ไม่ค่อยเจอ’



‘นี่ไง ก็เจอไว้ซะสิ’ 



สุดท้ายแล้วเขาก็ลากคอมันกลับบ้านจนได้ ซึ่งไอ้จงอินเองก็ไม่ได้รั้งให้เขารอเด็กคนนั้นต่อเลยด้วยซ้ำ เขาแปลกใจในทีแรกว่าทำไมคนที่ทำท่าทีว่าอยากเจอเด็กนั่นนักหนาถึงยอมกลับบ้านง่ายๆแบบนี้ แต่สุดท้ายมันก็มาเฉลยทีหลังว่าจะแยกไปหาสาวในสต็อคเหมือนกัน



แล้วก็อย่างที่บอก.. หลังจากวันนั้นก็สองอาทิตย์แล้ว



แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก





“เฮ้อ”



“ถอนหายใจทำไมวะ” ไอ้มุนบยอลที่นั่งดูดน้ำอยู่ข้างๆเอ่ยถาม สายตาของมันก็จับจ้องไปยังคิมจงอินที่กำลังว่ายน้ำอยู่ในสระของมหาวิทยาลัยเหมือนกันกับเขา แต่เชื่อเถอะ ในหัวของเราไม่มีใครคิดถึงมันหรอก



“กูปวดหัว”



“ปวดหัว” มุนบยอลหันมาเลิกคิ้ว “เป็นไรอะ ไมเกรน”



“ไม่ได้ปวดหัวแบบนั้น”



“หรือหน้ามืด”



“ไม่ใช่ กูไม่ได้ปวดแบบเป็นโรคน่ะเข้าใจไหม” แบคฮยอนถอนหายใจ ก่อนจะเปิดปากอธิบาย “คือเรื่องมันเยอะจนกูปวดหัว”



“เรื่องอะไรวะ ไฟนอลก็ส่งเสร็จไปแล้วนี่”



“…………”



“หือ.. อย่าบอกนะว่า..”



เขาหันไปสบตากับมุนบยอลก่อนจะพยักหน้าเบาๆ มันทำสีหน้าเหมือนจะบอกว่า ‘กูว่าแล้ว’ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แบบเอนนอนได้ที่วางอยู่ข้างสระน้ำ



“มึงก็คิดเหมือนกูใช่ไหมว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ”



“อาห้ะ” มันรับคำแล้วพยักหน้า เงียบไปเหมือนนึกอะไรสักอย่าง แล้วก็ว่าต่อ “แปลกจริง.. กูไม่ได้สนิทกับมันหรอกนะ แต่ก็แปลกตรงที่เพิ่งจะเลิกกับแฟนแล้วก็มาจีบมึงเลยเนี่ย”



“เดี๋ยว.. มึงว่าอะไรนะ” 



ยังไม่ทันที่ไอ้มุนบยอลจะตอบอะไรกลับมา เสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ทำให้ทั้งแบคฮยอนและมันต้องหันไปมอง เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันแต่คนละคณะที่ตัวสูงชะลูดเดินมาหยุดอยู่ข้างๆเก้าอี้ที่แบคฮยอนนั่งอยู่



“นั่นไง พูดถึงก็มาเลย” มุนบยอลกระซิบกระซาบ แล้วตอนนั้นเองที่เขาเข้าใจอย่างถนัดว่าไอ้มุนบยอลมันคิดไปคนละเรื่องกับเขาโดยสิ้นเชิง



“แบคฮยอน” เสียงเรียกของผู้มาเยือนทำให้เขาต้องหันไปมอง “ป่ะ.. กินข้าวกัน หิวจะตายแล้วเนี่ย”



เขาหันไปมองหน้ามุนบยอลที่กำลังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วก้มลงกดโทรศัพท์ในมือมัน ส่วนอีกมือก็ถือแก้วน้ำส้มจิบอย่างกับคุณนาย แบคฮยอนจึงคว้ากระเป๋าแล้วลุกขึ้น ไม่วายหันไปบอกลาไอ้จงอินที่ก็ไม่รู้จะได้ยินไหม เพราะเห็นมันกำลังว่ายน้ำท่าผีเสื้ออย่างเอาเป็นเอาตาย



“กินอะไรดี” พอเดินออกมาจากศูนย์กีฬาของมหาวิทยาลัย รายนั้นก็ถามเขา “ปิ้งย่างไหม รู้จักอยู่ร้านนึง”



“อะไรก็ได้ ถ้าแกเลี้ยง”



ฝ่ายนั้นหัวเราะกลับมาเบาๆก่อนจะเอ่ยตอบ “ฉันเลี้ยงอยู่แล้วน่า.. จะขุนให้เป็นหมูเลย”



แบคฮยอนยิ้มบางๆแล้วเดินตามอีกฝ่ายไปขึ้นรถยนต์ เขาไม่คิดว่ามันเป็นรอยยิ้มสำหรับจูฮยอกเสียทีเดียวหรอก แม้ว่าส่วนหนึ่งจะใช่ แต่สำหรับเขา มันเป็นรอยยิ้มสำหรับความสัมพันธ์ของเราต่างหาก



จูฮยอกเรียนอยู่วิศวะ เป็นเพื่อนของเพื่อนในสาขาของเขาอีกที แบคฮยอนเคยเจออีกฝ่ายไม่กี่ครั้ง ทุกครั้งที่เจอกันเราก็คุยกันบ้างตามประสา แต่ไม่นานมานี้ก็ได้ข่าวว่าอีกฝ่ายเลิกกับแฟนที่อยู่คณะเดียวกัน แล้วจู่ๆจูฮยอกก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเขาเฉยเลย



สองสามอาทิตย์มานี้คนที่ไม่เคยแม้แต่จะสนใจผู้ชายคนไหน กลับไม่ปฏิเสธการจีบที่เพื่อนของเพื่อนคนนี้เสนอให้เลย เหมือนอย่างเมื่อเที่ยงที่มันบอกว่าตอนเย็นจะพาเขาไปกินข้าว แบคฮยอนก็ไม่ได้คัดค้านอะไรเลยแม้ว่าจะทำก็ได้



คงเพราะว่า.. รู้สึกดีเหมือนกันล่ะมั้ง



“เป็นอะไร ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียว” รายนั้นถามเขา แบคฮยอนเพิ่งสังเกตไม่นานมานี้ว่าจูฮยอกชอบขับรถมือเดียว ก็เท่ดีนั่นแหละ แต่ก็อันตรายใช่เล่น



“เลิกขับรถมือเดียวสักทีเถอะน่า”



“ทำไม เป็นห่วงหรอ”



“ขับมือเดียวยังไงมันก็ไม่ดีอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวหรอกว่าจะห่วงหรือไม่ห่วง” แบคฮยอนพูดแล้วสะบัดหน้าไปอีกทาง จะไม่ให้มันเห็นหรอกว่าเขายิ้มอยู่



“แน่ะ ยิ้มอีกละ” ..แต่มันก็เห็นจนได้



“ย่าห์ จะจับผิดอะไรกันอีกล่ะ” เขาทำหน้าเหมือนโมโห แต่สุดท้ายก็หัวเราะเบาๆ เราเงียบกันไปพักหนึ่งเหมือนไม่รู้จะคุยอะไรต่อดี ไม่ใช่ความอึดอัดหรอก แต่เป็นความสุขลึกๆในใจต่างหาก



“นี่.. ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ”



จู่ๆจูฮยอกก็พูดขึ้นมา แบคฮยอนจึงหันไปมองเพื่อนตัวโตที่ขับรถอยู่ มันทำหน้าเครียดขึ้นมานิดหน่อยเหมือนกำลังจะพูดอะไรจริงจังสักอย่าง



“เรื่องที่ฉันเพิ่งเลิกกับแฟนแล้วก็เข้าหาแก”



“…………”



“ฉันไม่ได้เลิกกับเธอเพื่อมาหาแกหรอก.. แต่พอเลิกกับเธอ ฉันก็คิดว่าแกน่ารักดีนะ”



“………….”



“คงจะดีถ้าได้สนิทกันมากกว่านี้” มันเหลือบมองเขานิดหน่อยก่อนจะพรูลมหายใจออกมา “แล้วแกล่ะ.. คิดว่าไง--”





Rrrrrrr rrrrrrrrrrrr



เสียงริงโทนของแบคฮยอนทำให้ทั้งสองคนสะดุ้ง เขายิ้มแห้งๆให้จูฮยอกนิดหน่อย ก่อนที่มันจะพูดเบาๆกลับมาว่ารับเถอะ หน้าจอโทรศัพท์เป็นชื่อของไอ้มุนบยอล.. เพิ่งแยกกันแท้ๆ โทรมาทำไมเนี่ย



แต่เขาก็ต้องกดรับอยู่ดี



“ฮัลโหล”



[แบคฮยอน! บอกว่าที่แฟนมึงให้ขับรถกลับมาสระว่ายน้ำด่วนเลย!] มันพูดดังจนเสียงลอดออกมาจากลำโพงของโทรศัพท์ ภายในรถเงียบมากจนจูฮยอกเองก็น่าจะได้ยิน มันถึงหันมามองแบบสงสัยอย่างนั้น



“ฮะ.. อะไรวะ กลับไปทำไม” เขาเด้งตัวขึ้นมาจากเบาะเล็กน้อยแล้วขมวดคิ้ว



[ไอ้จงอินอะดิ มันโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงเลย หาว่ามึงไปไม่บอกมัน!]



คราวนี้แบคฮยอนปวดหัวจี๊ด ท่าทางไมเกรนจะขึ้นจริงๆอย่างที่ไอ้มุนบยอลทำนายไว้ จะไม่อะไรเลยถ้าไอ้จงอินเป็นคนโกรธแล้วหายไว แต่นี่มันหายยากมาก เขาเคยโดนโกรธครั้งนึงตั้งสองเดือนกว่ามันจะยอมคุยด้วยอีกที



โอ๊ย.. แต่เมื่อกี้ก็บอกลาไปแล้วไง ไม่ได้ยินจริงๆหรอวะ



“จูฮยอก.. โทษทีนะ” เขาแตะเบาๆลงไปที่แขนของคนที่กำลังขับรถอยู่ “แต่ช่วยวนรถกลับไปสระว่ายน้ำหน่อยได้ไหม”




ปวดหัวจริงๆ.. มีเพื่อนแบบนี้มันน่าปวดหัวจริงๆเลย










แบคฮยอนปวดหัวมากตอนอยู่บนรถ และมากเข้าไปอีก ตอนที่กลับมาสระว่ายน้ำแล้วเจอไอ้จงอินนั่งกระดิกเท้าบนเก้าอี้ตัวเมื่อกี้ที่เขาเคยนั่ง




ไหนที่ไอ้มุนบยอลบอกโกรธนักโกรธหนาไงวะ!



“เล่นอะไรของพวกมึงเนี่ย!” เขาตวาดดังลั่น โกรธจัดจนอยากถีบไอ้จงอินให้หน้าคะมำลงน้ำไปเลย อ้อ.. ยัยมุนบยอลที่นั่งทำหน้าตาปั้นยากอยู่ข้างๆมันด้วย



เขาบอกให้จูฮยอกกลับไปก่อนเพราะคิดว่าคงจะเคลียร์กับไอ้จงอินยาว ขอโทษขอโพยยกใหญ่แต่ฝ่ายนั้นก็ยิ้มออกมาแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ทั้งๆที่แบคฮยอนน่ะรู้ดีว่าจูฮยอกคงรู้สึกแย่



แล้วดูพวกมันทำสิ..



มุนบยอลชี้ไปยังไอ้จงอินที่นอนใส่ชุดคลุมอาบน้ำสีขาวเป็นคุณชาย พูดแบบไม่ส่งเสียงกลับมาว่า ‘มันนั่นแหละ’ เพียงเท่านั้นเป้าหมายของแบคฮยอนก็หยุดอยู่ที่ไอ้จงอินเพียงคนเดียว



ดูมัน.. ยังทำหน้าระรื่นอยู่ได้!



“บอกเหตุผลมึงมา ไม่งั้นกูโกรธ” 



“มากมั้ย”



“คิมจงอิน!”



“เออๆๆ” มันยอมลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ดีๆ ทำปากจิ๊จ๊ะแล้วหยิบกระดาษอะไรสักอย่างบนโต๊ะ ก่อนจะยื่นให้เขา “มึงต้องสนใจสิ่งนี้มากกว่าไอ้วิศวะหน้าหล่อนั่นแน่ๆ”



แบคฮยอนรับกระดาษที่ถูกพับสามทบขึ้นมาพิจารณา.. มันเป็นกระดาษสีครีมๆ ไม่แตกต่างอะไรจากเมื่อสองฉบับก่อนหน้านี้นักหรอก และเขารู้ว่าเป็นของใคร



“ได้มาจากไหน” เขาถามไอ้จงอิน อารมณ์ครุกกรุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัยได้อย่างง่ายดาย



“กูได้มาตั้งแต่เที่ยงแล้ว แต่ไม่ได้เอาให้มึง” มันตอบเรียบๆ “อาจารย์ที่ปรึกษาฝากพี่อี้ฟานมาให้เหมือนเดิม แต่กูยังไม่ได้อ่านหรอกนะ วางใจได้”



เขาไม่ค่อยอยากจะเชื่อนักหรอกว่าจงอินมันยังไม่ได้เปิดอ่าน แล้วก็ตะขิดตะขวงใจสุดๆว่าทำไมมันจะต้องเรียกเขากลับมาตอนนี้ด้วย แต่เขาก็ยอมสงบศึกกับมันชั่วคราว ก่อนจะเปิดจดหมายในมืออ่านแต่โดยดี



ลายมือเดิมๆตามคาด.. แบบที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบนัก




‘ขอโทษที่หายไปหลายวัน

แต่ถึงอย่างนั้นพี่ก็ยังเข้ามาอยู่ในหัวผมทุกวันอยู่ดี



ปล.อากาศหนาวจนปวดจมูกไปหมด เพราะฉะนั้นผ้าพันคอนั่น ผมยกให้นะ

พี่ตอนจมูกแดงน่ะ ผมไม่อยากพูดคำนี้ซ้ำๆหรอกนะ

แต่ว่า.. น่ารักมากเลย’




หัวใจของแบคฮยอนเต้นผิดจังหวะไปนิดหนึ่ง 



สาบาน นิดเดียวจริงๆ เป็นใครถูกชมว่าน่ารักแบบนี้ก็เขินกันทั้งนั้นแหละน่า 



เขาไม่ได้แสดงอาการอะไรนอกจากยืนนิ่งไปสักพัก อ่านคำว่า ‘น่ารักมากเลย’ วนอยู่ประมาณสามสี่รอบ ก่อนจะกระแอม แล้วพับกระดาษเก็บเพื่อพบกับสายตาของเพื่อนสองคนที่มองอยู่



“หน้ามึงแดงเหมือนวันนั้นเลยว่ะ” ไอ้จงอินว่า



“เอ้าไอ้นี่ ก็กูหนาว” เขาพูดเลี่ยงๆ แม้อยากถามใจจะขาดก็ตามว่า ‘แล้วจมูกกูแดงด้วยหรือเปล่า’ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามออกไป



“เออ ตามใจ” มันพยักหน้าส่งๆ “ว่าแต่มึงจะเอาไงต่อ ดูท่าทางไอ้เด็กนี่มันก็ไม่ได้มาเล่นๆแล้วนะ”



จดหมายฉบับที่สามตอกย้ำว่าแบคฮยอนคิดผิด.. เอาเข้าจริงแม้จะเว้นระยะเวลาไปนานสักหน่อย แต่มันก็สม่ำเสมอจนเขาไม่กล้าคิดว่าเด็กคนนั้นแค่เล่นสนุกอีกแล้ว แบคฮยอนทรุดนั่งลงตรงเก้าอี้ที่เพิ่งไปลากมา



ถึงจะเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองไปหน่อยก็เถอะ เพราะก่อนหน้านี้เขาห้ามไอ้จงอินนักหนาว่าอย่าทำเลย แต่ยังไงก็ตาม



“ไปโรงเรียนข้างมหาลัยกัน”




เขาก็เริ่มอยากรู้แล้วว่าเด็กคนนั้นชื่ออะไร











[มึงเป็นอะไรมากไหมเนี่ย]




ร่างสูงฟุบหน้าลงกับโต๊ะแล้วหันออกไปทางหน้าต่างห้องเรียน ทำสีหน้าหมดอาลัยตายอยากอย่างที่พวกเพื่อนๆในกลุ่มบางคนชอบล้อกัน ประโยคหลักๆที่เขาพอจะจำได้คือ คนอย่างมึงไม่น่ากลายเป็นแบบนี้เลย หรือไม่ก็ เศร้าแทนมึงว่ะ ปกติไม่เคยจีบใครจริงจัง พอจีบทีก็ไปไม่เป็นซะงั้น 



.. อะไรเทือกนั้นแหละ ไม่ต้องสนใจมากนักหรอก



“มึงพูดจริงป่าววะ”



[เออดิ] ปลายสายซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่สนิทกันมานานเอ่ยบอก [เย็นนี้แหละมันจะไปหามึง]



“ไม่ต้องมาได้ไหม”



[วะ ทีงี้ล่ะมาถามว่าไม่ไปได้ไหม ตอนนั้นไอ้หมาตัวไหนกันที่เรียกให้กูพามันไปเจอ]



“มันไม่เหมือนกันไง” เขาถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ เงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ เสียงโหวกเหวกของเพื่อนร่วมห้องซึ่งเป็นธรรมดาของช่วงพักเที่ยงดังเข้าหูจนน่าเวียนหัว “กู.. ไม่กล้าเจอเขาแล้ว”



[กูอุตส่าห์ช่วยมึงเลยนะ นี่เมื่อวานมันจะไปกินข้าวกับไอ้วิศวะที่กูเคยเล่าให้มึงฟัง แต่กูก็เรียกมันกลับมาเอาจดหมายจากมึงก่อน] ปลายสายทอดถอนหายใจ คงจะเหนื่อยกับคนอย่างเขาเต็มที [งั้นกูบอกให้มันไปๆกับไอ้วิศวะนั่นก็แล้วกัน]



“เฮ้ย! ไม่ได้นะไอ้พี่จงอิน!”



คงจะร้องเสียงดังไปหน่อย บรรดาเพื่อนในกลุ่มที่กำลังเล่นไพ่ถึงได้พากันหันมามอง ชานยอลทำหน้าเหรอหรา ส่ายหัวนิดๆเป็นเชิงว่าไม่มีอะไร ก่อนจะหันหน้าเข้าหน้าต่างแล้วสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำเสียงดังให้พวกเพื่อนมันจับได้อีก



ในกลุ่มเขาน่ะมีอยู่หลายคน แต่ที่รู้เรื่องว่าเขาชอบใครมีอยู่ไม่กี่คนหรอก แม้ว่าพวกมันจะสงสัยกันสุดๆก็เถอะ



[งั้นตกลงมึงจะเอายังไงไอ้ปาร์ค] ปลายสายพูดกลับมาอีกทีอย่างเหนื่อยอ่อน [นู่นก็ไม่เอา นั่นก็ไม่เอา แต่อยากจะได้มันมาเป็นแฟนเนี่ย]



“กูบอกมึงตอนไหนวะพี่ว่าอยากได้พี่เขามาเป็นแฟน”



[แล้วไง แล้วที่จีบอยู่ทุกวันนี้อยากได้มาสอนการบ้านวิชาประวัติศาสตร์มึงหรอ]




ชานยอลพูดไม่ออก เขาอึกอักจนปลายสายหัวเราะออกมาเบาๆเหมือนจับไต๋ได้ ก็อย่างนี้แหละ ว่ายน้ำด้วยกันมาตั้งแต่เด็กยันเขาเข้าม.ปลาย แถมยังสนิทกันมากเพราะบ้านอยู่ติดกัน แม่เป็นเพื่อนกัน พี่จงอินก็เลยรู้ใจเขาไปหมดทุกอย่าง



[ยังไงก็เถอะ กูไม่ได้โทรมาถามว่ามึงโอเคไหม แต่โทรมาบอกเล่าว่าไอ้แบคจะไปหามึงที่โรงเรียนตอนเย็น]



“…………”



[อย่าปล่อยให้มันรอนานล่ะ รู้ใช่ไหมว่ามันขี้หนาว]



อีกคนวางสายไปแล้ว ส่วนเขาก็ยังทำสีหน้าหนักใจเหมือนเดิม



มันเป็นความต้องการของเขาเอง ปาร์คชานยอล-- เด็กนักเรียนที่โรงเรียนเอกชนในเครือมหาวิทยาลัยที่พวกจงอินกับเพื่อนเรียนอยู่ แถมโรงเรียนยังตั้งอยู่ติดกับมหาวิทยาลัยอีกต่างหาก เขาก็แค่นักเรียนธรรมดานี่แหละ มาเรียนเอง กลับบ้านเอง ตอนเย็นๆก็เล่นบาสกับเพื่อนบ้าง 



และต้องขอบคุณบาสเก็ตบอลอย่างสูง เนื่องจากสนามบาสสามารถมองเห็นประตูหน้าโรงเรียนได้ เขาก็เลยได้เจอกับคนคนหนึ่ง



คนคนนั้นใส่ชุดนักศึกษาชาย เอาเข้าจริงแล้วรูปร่างก็เหมือนผู้ชายนั่นแหละ แต่หน้าตาน่ารักไกลจากนั้นอยู่มาก สูงพอควรแต่ก็น้อยกว่าเขาโข ผมสีน้ำตาลยาวระต้นคอ ท่าทางก็เหมือนผู้ชายทั่วไป แต่ออกจะตัวเล็กบางกว่าสักหน่อย



นาทีที่อีกฝ่ายหันมา ในขณะที่ชานยอลซึ่งเพิ่งชู้ตลูกบาสลงห่วงได้สำเร็จก็เผลอสบตาอีกฝ่ายเช่นกัน



นาทีนั้น.. หัวใจของเขาเต้นแรงจนเหมือนแทบหลุดออกมาจากอก และชานยอลก็ไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อนเลย



หลังจากวันนั้นเขาก็คิดถึงใบหน้าของคนคนนั้นตลอดเวลา กระทั่งตอนหลับก็ยังฝันถึงฉากนั้นซ้ำๆอย่างกับคนบ้า คอยรอตลอดว่าพี่นักศึกษาคนนั้นจะเดินผ่านหน้าโรงเรียนอีกทีตอนไหน พอพี่เขาเดินมาก็หัวใจเต้นแรงอีก เป็นอย่างนั้นอยู่หลายวันจนเขาทนไม่ไหว ต้องไปปรึกษาจงอินถึงที่บ้าน



แล้วก็โคตรบังเอิญ..



‘ที่หน้าเล็กเท่าฝ่ามือกูนี่ ตาตกๆ ผมสีน้ำตาลใช่ไหม’ 



‘อือ ใช่’ ชานยอลพยักหน้ารับคำที่จงอินบอก เขาชี้นิ้วไปที่ข้างบนริมฝีปากด้านขวาของตัวเอง ‘มีขี้แมลงวันตรงนี้ด้วย’



‘ชัดเลย’ พี่จงอินตบเข่าฉาด ‘ไอ้นั่นชื่อแบคฮยอน เพื่อนกูเอง’



หัวใจของชานยอลพองโต เขาเผลอยิ้มกว้างจนจงอินหลุดหัวเราะ



‘มันอยู่อพาร์ทเม้นท์แถวนั้นเลยต้องเดินผ่านโรงเรียนมึงทุกวัน.. กูคิดว่าไม่น่าพลาดนะ’



ยิ่งจงอินเปิดรูปของพี่คนนั้นให้เขาดู ชานยอลก็ยิ่งแน่ใจว่าเป็นพี่คนน่ารักของเขา จงอินบอกว่าจะช่วยเขาเอง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เขาต้องการมากที่สุดในโลก



‘จดหมาย.. ใช้จดหมาย ไอ้แบคมันชอบขีดๆเขียนๆ พวกโซเชียลมันไม่ค่อยตอบเท่าไหร่ พ่อคุณเขาฮอตปรอทแตก’



พอบอกมาอย่างนั้นไอ้คนลายมือขี้เหร่ที่สุดในห้องแบบเขาก็ต้องหมดกระดาษไปหลายใบ.. ชานยอลเขียนจดหมายฉบับแรกอยู่นาน แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ได้ใบที่เขาถูกใจที่สุด



‘จะมีวันออกบูธอีกไม่นานนี้แหละ วันนั้นมึงก็เอาไปให้มันด้วยตัวเอง โอเคไหม’



เขาวางแผนอยู่พักหนึ่งว่าควรทำยังไงดี.. คนที่เต๊าะผู้หญิงมาหลายครั้งหลายคราวแบบเขากลับไม่กล้าเอาจดหมายไปให้พี่แบคฮยอนซะอย่างนั้น ชานยอลจะเอาไปยังไง เดินเข้าไปแล้วก็บอกว่าผมชอบพี่อย่างนั้นน่ะหรอ มันออกจะน่าอายอยู่ไม่เบาเลยหรือเปล่าถ้าทำแบบนั้น



เลยใช้มุกเพื่อนชอบ แต่เฉลยในจดหมายไปเลย..



นั่นแหละที่มาของจดหมายฉบับแรก ส่วนฉบับที่สอง ที่สาม.. เขาฝากพี่จงอินไป ไม่รู้มันเอาไปให้พี่แบคอิท่าไหนเหมือนกัน แต่เขาไม่ส่งไปถี่ๆหรอก เหตุผลเดิมๆนั่นแหละ



ไม่กล้า



‘วันนี้มึงต้องมาเจอไอ้แบค’ พี่จงอินที่เป็นพ่อสื่อลับๆว่าอย่างนั้น ‘ยังไงมึงก็ต้องได้คุยกับมันห้ามป๊อดเด็ดขาด!’



วันนั้นหนาวจนติดลบ ชานยอลเป็นห่วงพี่แบคฮยอนแทบแย่ที่ต้องรอเขากลางอากาศเย็นๆแบบนั้น แต่เนื่องจากเขาต้องเรียนเสริมตอนเย็น พออาจารย์ปล่อยชานยอลก็รีบเดินออกมา เขาเห็นแล้ว.. เห็นไอ้พี่จงอินทำท่าคุยโทรศัพท์ แต่พอมันหันมาเจอเขาก็รีบบุ้ยหน้าไปทางพี่แบคฮยอนที่นั่งอยู่ตรงป้อมยามทันที



‘หยุดเดินทำไมวะ’ เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งถาม



‘เปล่า.. พวกมึงไปกันก่อนเลย พรุ่งนี้เจอกัน’



พอพวกมันเดินไป เขาก็เดินเข้าไปหาพี่แบคฮยอน.. ให้ตายสิ พี่แบคฮยอนจะจับได้ไหมว่าลิ้นเขาพันกันแทบแย่ตอนพูด แถมมือยังสั่นอีกตอนที่ถอดผ้าพันคอไปพันให้พี่เขาแทน มีเรื่องอยากจะพูดมากกว่านั้นแท้ๆ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องขอตัวกลับก่อน ทั้งที่ใจจริงอยากจะอาสาไปส่งเลยด้วยซ้ำ



ชานยอลตีอกชกหัวตัวเองแทบบ้า ตอนที่หันหลังเตรียมกลับบ้านน่ะ..



แต่แน่นอน วันนี้เขาจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้น ถึงจะกลัวว่าตัวเองจะทำเรื่องเด๋อด๋าใส่พี่แบคฮยอนก็เถอะ แต่จากที่จงอินเล่า แบคฮยอนมีคนชอบเยอะแยะ ที่ดูจะจริงจังสุดก็เป็นวิศวะคนหนึ่งที่แบคฮยอนก็ทำท่าว่าจะสนใจเช่นกัน



เขาไม่ยอมให้พี่แบคฮยอนคบใครหรอกนะ



เพราะฉะนั้นวันนี้ชานยอลจะเปิดใจกับพี่แบคฮยอนเอง





เขาต้องทำได้!










เซอร์พร้ายยยยยยยยยยยยยย

สวัสดีปีใหม่นะคะ




#teenyweenyCB



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,575 ความคิดเห็น

  1. #1564 Monmanee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 01:33
    ชานยอลน่ารักเป็นบ้า
    #1,564
    0
  2. #1539 บบตพ ♡ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 15:37
    ฮือออ ทำไมน้องน่ารักจังเลยน้า T_T
    #1,539
    0
  3. #1536 sol_tt31 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 17:21
    ซู่ๆนะน้องนะะ
    #1,536
    0
  4. #1531 XMCB_BB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 15:25
    น้องชานน่ารักกกกก สู้ๆนะลูกกก จงอินเนียนมากกกกกก55
    #1,531
    0
  5. #1496 PIKACHUCY. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 06:40
    ชานยอลน่ารักกกกก
    #1,496
    0
  6. #1492 CBforever (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 01:43
    จงอินนน 55555555+ ชานยอลสู้ๆน้าาา มัดใจพี่แบคฮยอนให้ได้ล่ะ ฮี่ๆ
    #1,492
    0
  7. #1465 Supwd0625_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 09:13
    คิดไม่ถึงเลยนะว่าพ่อสื่อจะอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้5555555555
    #1,465
    0
  8. #1434 dark chocolate (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 00:02
    ชานยอลลลลล น้องต้องสู้นะ อย่าไปยอมเด็กวิศวะเด็ดขาดเด้อ ชอบใจมากตรงที่จงอินเป็นพ่อสื่อลับๆ 555555 ให้ตายเถอะน่ารักจริงๆพล็อตเรื่องนี้ ชอบมากกกเวลาอ่านบทแบบที่ชานยอลเป็นคนเข้ามาจีบแล้วก็ยังเขินด้วย ว้ายยย
    #1,434
    0
  9. #1411 pcy921 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 10:21
    ที่แท้พี่จงอินนี่เอ้งงงงง
    #1,411
    0
  10. #1398 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 22:23
    จงอินนนทำดีค่ะ อิอิ
    #1,398
    0
  11. #1382 Oum Sirilak (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 16:05
    โอโห เรื้องนี้ชักใยจากจงอินเองค่ะ แหมๆ เอาออสก้าร์ไป โครตเนียน
    #1,382
    0
  12. #1357 Peerless__ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 17:38
    จงอินร้ายอ่ะ ร้ายกาจจจจจจ
    #1,357
    0
  13. #1349 szbH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 02:04
    ฮืออออ สู้ๆนะชานยอลลล ว่าแล้วว่าจงอินต้องรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ 555555555
    #1,349
    0
  14. #1327 PINKLAND (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 21:20
    เด็กมันไม่ได้ร้ายหรอก จงอินเนี่ยร้ายยน55555555555
    #1,327
    0
  15. #1288 sweetpss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:50
    อ้าวอะไรอ่ะจงอินแหมะพ่อสื่อแปปปป ชานยอลใจกล้าหน่อยลูกกกอย่าให้จูฮยอกงาบไปปป
    #1,288
    0
  16. #1279 somruethai1307 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 15:27
    -เด็กน้อยจีบพี่เขาเลย
    #1,279
    0
  17. #1247 bbbbbbbys (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 21:49
    พ่อสื่อนี่เองงงงง จงอินคนรั้ยกาจจจจจจจ
    #1,247
    0
  18. #1223 ` DieKatze (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:08
    ตอนแรกๆคิดว่าจงอินแค่อยากเห็นหน้าคนส่งจดหมาย ที่ไหนได้มันเป็นแผนแถมรู้จักกันอีกต่างหาก --ยิ่งอ่านยิ่งเขิน /-
    #1,223
    0
  19. #1217 nsjcbw. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:43
    งื้ออ นี่มันชานยอลเด็กน้อยชัดๆ สู้ๆนะชานยอลลาา~
    #1,217
    0
  20. #1196 salmonpuffx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:05
    ชานยอลน่ารักอะไรแบบนี้ น่่รักกกมาก ที่บอกว่าร้าย เค้าขอโทษนะ งึกงื้อ
    #1,196
    0
  21. #1121 ARMMOMII |♡ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:21
    แบคฮยอนรู้สึกดีกับคนนั้นหรอ TT
    #1,121
    0
  22. #1112 mdyeolly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:36
    ชานยอล สู้~~
    #1,112
    0
  23. #1107 kkimmaggurren (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:17
    แหม่ จงอินนี่ ร้ายยยย
    #1,107
    0
  24. #1099 BN0412 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:46
    ชานยอล สู้ๆๆๆๆๆ
    #1,099
    0
  25. #1073 Chopoom94 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:57
    น้องปาร์ค สู่สู่นะคะ 5555 รุกหนักๆ เลยพ่อเดี๋ยววิดวะคาบไปกิน ฮุฮุ
    #1,073
    0