{SF,OS} honey lemon juice ♡ ll chanbaek

ตอนที่ 43 : {OS} bear in mind [70%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 454 ครั้ง
    22 ก.ค. 61




















ผ่านไปไม่กี่ปี ‘บ้าน’ ของเราก็เปลี่ยนไปหลายอย่าง



แบคฮยอนรู้สึกตื่นตากับร้านรวงหรือกระทั่งแบรนด์ใหม่ ๆ ที่เปิดอยู่ตามข้างทาง พอจะรู้หรอกว่าบ้านเราตั้งอยู่ในเขตกลางเมือง แถบนี้มีแต่มหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่มันจะคึกคัก และเต็มไปด้วยร้านอาหารกับร้านเสื้อผ้า หรือกระทั่งนักท่องเที่ยว


“เลี้ยวซอยข้างหน้าครับ”


เขาเอ่ยบอกกับแท็กซี่.. เวลาประมาณเที่ยงคืน ผู้คนแถบนี้ยังพลุกพล่าน แบคฮยอนจ่ายค่าแท็กซี่ผ่านบัตรโดยสารที่เพิ่งซื้อใหม่ตรงสนามบิน เขาหอบเอากระเป๋าเสื้อผ้าลงจากรถอย่างทุลักทุเล แม้บ้านของเขาจะต้องเดินขึ้นเนินมาอีกหน่อย แต่ก็ยังได้ยินเสียงร้องเพลงเปิดหมวกดังมาให้ได้ยิน เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้.. แต่ดูเหมือนพักนี้จะมากกว่าเดิม


นึกไปถึงแชทที่น้องสาวส่งคลิปเสียงมาฟ้องว่าได้ยินคนร้องเพลงแบบนี้ทุกวันจนบางคืนก็นอนไม่หลับ แบคฮยอนยิ้มน้อย ๆ  เขาไม่ได้บอกคนที่บ้านสักคนว่าจะกลับมาวันนี้ บอกไปแค่ว่าช่วงนี้เท่านั้น ป่านนี้ก็คงหลับกันหมดแล้วตามลักษณะนิสัยที่ไม่ได้ชอบนอนหลังเที่ยงคืนกันอยู่เป็นทุนเดิม


เพราะจำที่ซ่อนกุญแจได้ จึงล้วงมือเข้าไปใต้กระถางต้นไม้เก่า ๆ ซึ่งยังอยู่ที่เดิม เขายิ้มเมื่อคว้าเอากุญแจออกมาได้สำเร็จ ก่อนจะไขประตูแล้วหอบกระเป๋าเดินทางเข้ามาในบ้าน


หากก็คิดผิดไปถนัด.. เรื่องที่ว่าคนที่บ้านน่าจะนอนกันหมดแล้ว


แววตาตระหนกของใครคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาทำให้เขาเผลอเบิกตากว้าง มันเองก็คงคิดว่าเป็นโจร แต่สุดท้ายแล้วเมื่อมองเห็นว่าเป็นใคร ใบหน้านั้นก็พยายามตีกลับให้นิ่งกว่าเดิม แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนสนใจ


“อ้าว.. กลับมาเมื่อไหร่”


เขาคลายสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อได้ยินมันถาม เดินไปถอดรองเท้าไว้ตรงชั้นวาง ขณะเดียวกันก็พูดตอบไปด้วย “เพิ่งลงเครื่องเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว.. มึงยังไม่นอนอีกเหรอ”


“ไม่ได้บอกพ่อกับแม่ไว้เหรอว่าจะกลับมา”


มันไม่ตอบคำถาม แต่กลับถามกลับมา


“เออ.. ก็บอกไปว่าจะกลับช่วงนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะกลับวันไหน” เขากางกระเป๋าเดินทางตรงห้องนั่งเล่น คว้าเอารองเท้าออกมาจัดตรงชั้น 


ซ่อนความอึดอัดเกิดที่ขึ้นในใจเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน ด้วยการพยายามไม่หันไปมอง.. ที่จริงความอึดอัดที่มีก็เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เห็นหน้ามัน 


“พ่อกับแม่นอนแล้วเหรอ เยริล่ะ”


“อืม.. พ่อกับแม่นอนแล้ว เยริไปค้างบ้านเพื่อน”


ความเงียบก่อตัว หลงเหลือเพียงเสียงจากโทรทัศน์เท่านั้นที่ยังดังให้ได้ยิน ไม่นานเขาก็สัมผัสได้ว่ามันลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินตรงไปยังกระเป๋าเดินทางอีกใบของเขา “ยกไปไว้ที่ห้องให้นะ”


แบคฮยอนพยักหน้าโดยไม่ได้หันกลับไปมอง แต่พอมันเดินไปไกลอีกหน่อย เขาก็เผลอมองตามแผ่นหลังของมันไป


พี่ชายของเขาตัวใหญ่ขึ้นมาก และดูเหมือนมันจะสูงขึ้นอีกหลายเซนติเมตร.. นับจากวันที่ไม่ได้เจอกัน


เขาไม่เคยรู้ความเป็นไปของมันเลย จะมีก็แค่รูปที่เยริน้องสาวของเราเป็นคนแอบถ่ายมันมาให้ดู แม้จะรู้ก็เถอะว่าผมสีเงินแบบวัยรุ่นของมันถูกย้อมกลับเป็นสีดำแล้วนับตั้งแต่วันที่มันตั้งใจจะเลิกเล่นดนตรีตามร้านแล้วสมัครงานให้ตรงสายตามที่เรียนจบมา แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่ามันจะดูแปลกตาเมื่อต้องกลับมาพบกันอีกครั้ง


ชานยอลไม่มีโซเชียล ไม่มีช่องทางไหนให้เขาได้เห็นความเป็นไป นอกจากทางแชทที่มันไม่เคยแม้แต่จะทักมาไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ


เขารู้.. และเขาก็ไม่ได้คาดหวัง ระหว่างเราไม่ได้สวยงามเหมือนอย่างพี่น้องที่กอดคอร่วมทุกข์ร่วมสุขหรือปรึกษากันได้ทุกเรื่องอย่างบ้านอื่น ๆ อยู่แล้ว


แบคฮยอนละความคิด เขาหันกลับไปสนใจรองเท้าอีกครั้ง เขามีรองเท้าเยอะขึ้นเพราะไปอยู่ที่นั่นมานาน คราวนี้พอต้องย้ายกลับมาอยู่ที่เกาหลีจริงจัง เขาคิดว่าคงไม่ต้องซื้อรองเท้าไปอีกสักห้าหกปีก็ยังพอมีใส่


เพียงครู่หนึ่งพี่ชายของเขาก็เดินลงมาจากชั้นบน


“ให้ปลุกพ่อกับแม่ไหม”


“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาก็เจอกูเอง” เขารีบบอก ไม่อยากรบกวนเวลานอนของบุพการี อีกอย่างก็ไม่อยากรบกวนมันด้วย


ชานยอลไปนั่งที่โซฟาอีกครั้ง เสียงโทรทัศน์ยังคงดังให้ได้ยิน แบคฮยอนกลับมาที่กระเป๋าเดินทางของตัวเอง รูดซิปปิด เตรียมแบกขึ้นไปชั้นบน


“ห้องเดิมนะ”


จู่ ๆ มันก็พูดขึ้นมา แม้สายตาของมันจะยังมองไปที่โทรทัศน์ก็ตาม


“อือ.. แล้วมึงไม่ไปนอนเหรอ” เขาถามขณะมองร่างสูงที่นั่งอย่างสบาย ๆ อยู่ที่เดิม


“ยังไม่ง่วง”


พอได้ยินแบบนั้นเขาก็ตอบรับในลำคอนิดหน่อย ละสายตาออกมาจากมันเมื่อไม่เห็นว่ามันหันมาให้ความสนใจอะไรอีก แล้วเขาก็แบกกระเป๋าเดินทางขึ้นมาที่ชั้นบน ประตูห้องนอนห้องเดิมที่มีรูปสติ๊กเกอร์หน้าเจ้าหมาสนู้ปปี้แปะอยู่ทำให้เขาอุ่นใจเมื่อได้มอง


แบคฮยอนยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเปิดประตูห้องแล้วเดินเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง ซึ่งไม่มีอะไรเลยที่เปลี่ยนไป เพราะเขาเฝ้าบอกแม่ทุกวันว่าให้ช่วยดูแลมันให้หน่อย


เขากลับมา ‘บ้าน’ อีกครั้งหนึ่งแล้ว



แม้คนร่วมบ้านคนแรกที่ได้เจอ.. จะทำท่าทีเหมือนไม่ยินดียินร้ายกับการกลับมาของเขาเลยก็ตาม








ตามที่คาดเอาไว้.. ตื่นเช้ามาพ่อกับแม่ก็มาต้อนรับเขาโดยการเคาะประตูห้องนอน พอเขาเปิดออกไปในสภาพที่เพิ่งตื่นเต็มที่ ก็ถูกแม่คว้าตัวเข้าไปกอด หอมซ้ายหอมขวาไปหลายฟอด



“แก้มแบคฮยอนช้ำหมดแล้วม๊า” เขาพูด หัวเราะน้อย ๆ เมื่อถูกแม่บิดจมูก พ่อเองก็ยืนขำอยู่ข้าง ๆ


“ก็คิดถึงนี่นา ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปีแล้วนะไอ้เด็กดื้อ” แม่ว่า ก่อนจะคว้าแขนของเขาให้เดินลงไปข้างล่างด้วยกัน


“เดี๋ยว ๆ.. แบคฮยอนยังไม่ได้อาบน้ำเลย”


“ไม่ต้องอาบแล้ว กินข้าวก่อนดีกว่า” พูดจบก็ลากเขาเดินลงบันได โดยมีพ่อเดินตาม “รู้ไหม เมื่อเช้าพี่ชายแกเขาบอกม๊าว่าน้องกลับมาแล้ว ม๊าก็นึกว่าเยริ ที่ไหนได้กลายเป็นแบคฮยอน ม๊ากับป๊าเกือบจะเป็นลมแน่ะ”


“เพราะดีใจเหรอม๊า”


“เปล่า เพราะเสียใจ จะมีหมูมากินข้าวที่บ้านเพิ่มอีกตัว เปลืองแย่ล่ะทีนี้”


แบคฮยอนโวยวายก่อนที่พ่อกับแม่จะหัวเราะลั่น.. นี่แหละนะ คนชอบแกล้งลูกก็เป็นแบบนี้ พ่อกับแม่เขาเป็นคนอารมณ์ดีแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็ไม่เคยเห็นเครียดเลยสักครั้ง


อ้อ.. จะเครียดให้เห็นก็ครั้งนึงตอนที่พี่ชายของเขาไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทที่คลับแล้วต้องเข้าโรงพัก พ่อกับแม่ดูเครียด แต่ไม่ถึงกับร้องไห้หรอก ตอนนั้นกลับกลายเป็นแบคฮยอนเสียเองที่ร้องไห้ เพราะเห็นว่าหน้ามันช้ำเป็นรอยสีม่วง ๆ เขียว ๆ เต็มไปหมด


หลังจากนั้นชานยอลก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน


“อ่ะ ม๊าตักข้าวให้” พูดจบก็ยื่นถ้วยใส่ข้าวอัดแน่นมาวางไว้ตรงหน้า แล้วก็ยื่นช้อนให้ด้วยเสร็จสรรพ “กินเยอะ ๆ นะหมูอ้วน ตอนนี้แบคฮยอนดูผอมไปเยอะเลยรู้ไหม”


“แน่สิม๊า ก็แบคฮยอนตรอมใจนี่” เขาพูดติดตลก ใช้ตะเกียบคีบทงคัตสึใส่ถ้วยข้าวตรงหน้าแล้วเอาช้อนตักทั้งสองอย่างเข้าปาก


“ตรอมใจอะไรวะไอ้เปี๊ยก เป็นคนทิ้งเขาเองแท้ ๆ ไม่ใช่เหรอ” ประโยคนี้พ่อของเขาเป็นคนพูด แบคฮยอนจึงหัวเราะน้อย ๆ


“ไม่ได้ทิ้งสักหน่อย” ว่าอย่างนั้นก่อนจะกลืนข้าวลงคอ “เราตกลงกันทั้งคู่แล้วว่าจะเอาแบบนี้ แบคฮยอนไม่ได้ทิ้งเขานะ”


“จ้า.. เอาเถอะพ่อคุณ” ม๊าพูดอย่างนั้น แล้วก็เอ่ยถามออกมาอีกคำ “ว่าแต่เขาจะกลับมาทำเรื่องหย่าตอนไหน”


คำว่าหย่าค่อนข้างสะกิดหัวใจดวงน้อยเพราะความผูกพันยังคงมีเยื่อใยบาง ๆ กั้น แต่ทว่าไม่ได้แน่นแฟ้น หรือความจริงแล้วแบคฮยอนเองก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ได้แน่นแฟ้นอะไรมาตั้งแต่ต้น


เพียงแต่เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะกลายเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่แต่งงาน แล้วต้องหย่ากับภรรยาเพราะทุกอย่างในชีวิตของเราไม่เข้ากันมากจนเกินไป หรือเรียกได้ว่าความรักนั้นไม่มี จนกระทั่งเราสองคนต่างมองไม่เห็นอะไรที่จะยื้อกันและกันไว้อีก


ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจขอหย่าขาด.. ไม่มีกระทั่งคำว่าเพื่อนที่มอบให้ เพราะฝ่ายหญิงเองก็ไม่ได้ต้องการมัน


ตัดสินใจกลับบ้าน.. เป็นลูกนกปีกหักซึ่งกลับมาหาที่พักพิงอีกครั้ง


“เดือนหน้าเขาจะมาแล้วก็จะกลับไปอีก” แบคฮยอนพูด ความจริงเราแยกกันอยู่มาได้สักพักแล้ว แต่ด้วยกิจการธุรกิจที่เปิดร่วมกันกับเธอยังคาราคาซังที่ต่างประเทศ ทำให้เขายังไม่ได้กลับมาทำอะไรให้มันชัดเจน “เขามีแฟนใหม่แล้วด้วยแหละ อีกเดี๋ยวก็คงจะแต่งงานกัน”


ได้ยินม๊าถอนหายใจ ก่อนจะลูบศีรษะของเขาเบา ๆ


“แล้วเราไม่เสียใจหรือไง หือ”


เมื่อได้ยินคำถาม แบคฮยอนก็กลับมาทบทวนกับตัวเองอยู่ไม่กี่วินาที แล้วก็พบว่าคำตอบที่ได้นั้นคือ ไม่เลย


น่าแปลก.. แต่ไม่สักนิดที่เขาจะรู้สึกเสียใจ


“เรื่องมันผ่านมานานแล้ว.. แบคฮยอนลืมไปหมดแล้ว” 


แบคฮยอนตอบกลับไปแค่นั้นพร้อมกับรอยยิ้ม คนที่บ้านไม่ได้ว่าอะไรอีกนอกจากส่งยิ้มให้แล้วมองเขากินข้าวอย่างมีความสุข


ความจริงแล้วก็เป็นเขาเองที่ตัดสินใจโบยบินออกจากบ้านหลังนี้ เพียงเพราะว่าต้องการหนีหน้าใครบางคน..  ทั้งที่ไม่ได้เกลียด แต่มันก็อึดอัดถ้าหากจะต้องเจอกันทุกวัน เขาในตอนนั้นเป็นแค่วัยรุ่นที่ไม่ได้คิดหน้าคิดหลังก่อนจะทำอะไร ไม่ได้นึกถึงผลที่จะตามมา คิดเพียงแค่ว่าถ้าหากไปแล้วทุกอย่างก็คงดีขึ้น


แต่สุดท้ายแล้วคนที่หนีไปก็ต้องกลับมา



กลับมาเพื่อยอมรับความจริง หลังจากที่หนีไปนานแสนนาน








พี่ชายของเขากลับมาจากทำงานเวลาหกโมงเย็นของทุกวัน จะมีแค่บางวันเท่านั้นที่ชานยอลจะกลับดึกกว่าปกติเล็กน้อย



เขารู้เพราะสังเกต.. หลังจากกลับมาอยู่ที่บ้านได้ราวสองสัปดาห์ เขาก็รับรู้ทุกความเป็นไปของคนในบ้าน รู้ว่าเยริต้องกลับบ้านค่ำเพราะกำลังเรียนพิเศษเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย รู้ว่าพ่อจะเข้าไปทำงานแค่วันธรรมดา รู้ว่าแม่จะออกไปตลาดทุกเช้าตอนหกโมง


แต่อย่างหนึ่งที่ไม่รู้.. เขาไม่รู้ว่าชานยอลไปไหนในวันที่อีกฝ่ายกลับบ้านดึก


วันนี้ก็เป็นอีกวัน กลายเป็นแบคฮยอนเองที่นั่งอยู่ตรงหน้าจอทีวี ไฟในบ้านปิดมืด เขาให้ความสนใจกับรายการเพลงตรงหน้าเพราะรู้สึกนอนไม่หลับ ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงเปิดประตู ตามด้วยร่างพี่ชายของเขาที่เดินเข้ามาเพร้อมกับเสื้อเชิตแบบชุดทำงานที่ไม่เรียบร้อยนัก


ชานยอลมีท่าทีตกใจที่เห็นเขานั่งอยู่ตรงนี้ แต่ครู่หนึ่งมันก็คลายสีหน้าลง


“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ถามราวกับขอไปที.. ซึ่งเขาก็ชินเสียแล้ว


แบคฮยอนส่ายหัวตอบกลับไปตอนที่มันมองมาอีกรอบหนึ่ง “แล้วนี่..”


“......”


“มึงไปไหนมา ทำไมกลับดึก”


เขาไม่รู้ว่ามันเป็นการสมควรไหมที่จะถามเรื่องนี้ ชานยอลจะหาว่าเขาละลาบละล้วงหรือเปล่า เขาเดาใจพี่ชายไม่ออกเลย ไม่รู้ว่ามันเป็นคนแบบไหนมาตั้งนานแล้ว


คำพูด.. หรือกระทั่งสรรพนามแทนตัวที่พูดไป มันดูเหมือนว่าเขาจะสนิทกับพี่ชาย หากแท้ที่จริงแล้วมันก็แค่บางสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองสนิทกับมันแค่นั้นเอง


“ไปกินข้าวกับเพื่อนที่ทำงาน”


ชานยอลตอบเรียบ ๆ ซึ่งแบคฮยอนก็พยักหน้าว่าเข้าใจ เขาเห็นพี่ชายเดินเข้าไปในครัว แต่ไม่ได้หันไปมองว่ามันทำอะไร ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงมันเดินออกมา ทำท่าว่าจะเดินขึ้นบันไดไป แต่มันก็หยุดขาเอาไว้แล้วหันมาพูดกับเขา 


“เมื่อคืนได้คุยโทรศัพท์หรือเปล่า”


แบคฮยอนหันไปมอง เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ “เปล่านี่.. ทำไมเหรอ”


อีกฝ่ายเงียบไป เขาไม่เห็นว่าชานยอลกำลังทำสีหน้ายังไง เพราะบรรยากาศแวดล้อมมันมืดเกินกว่าที่คนสายตาสั้นแบบเขาจะสังเกตเห็น “เมื่อคืนได้ยินเสียงเหมือนคุยโทรศัพท์”


“......”


“ดึกแล้ว ถ้าจะคุยก็เบาเสียงหน่อยแล้วกัน”


พูดจบก็เดินขึ้นห้องไปพักผ่อน.. เหลือทิ้งไว้แค่น้องชายอย่างเขาซึ่งนั่งอยู่ที่เดิม


แบคฮยอนไม่รู้ว่าชานยอลไปได้ยินจากไหนว่าเขาคุยโทรศัพท์ แต่ก็เป็นความจริงที่ห้องของเราอยู่ติดกัน ถ้าพูดเสียงดังสักหน่อยผนังซึ่งกั้นเอาไว้ก็บางพอที่จะทำให้เสียงของเราแทรกผ่านไป แม้ว่าถ้าไม่ได้เอาหูแนบกับผนังหรือยืนใกล้ผนังมากจะจับใจความไม่ได้ก็ตามว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไร


ร่างเล็กเลิกให้ความสนใจเรื่องนั้น เขาดูโทรทัศน์ต่ออีกพักหนึ่ง พอเริ่มรู้สึกว่าสายตาเริ่มล้าและอาการง่วงกำลังคืบคลาน เขาจึงปิดมันจนชั้นล่างมืดเกือบสนิท ยังดีที่มีแสงไฟจากห้องครัวทำให้พอมองเห็นทาง


เขาเดินขึ้นมาที่ห้อง.. แต่ไม่ได้เดินเข้าห้องไปเสียทีเดียว


มันเป็นอย่างนี้เกือบจะทุกครั้งที่เขาจะต้องมองไปยังบานประตูห้องข้าง ๆ  ตรงกลางของบานประตูเป็นรอยเหมือนสติ๊กเกอร์ที่ถูกลอกออกไป เขายังจำได้ว่ามันเป็นสติ๊กเกอร์รูปมิกกี้เมาส์


ที่จำได้ เพราะเขาเป็นคนแปะเองกับมือ


ทว่าคนที่แกะมันออก คือเจ้าของห้อง..


แบคฮยอนหลุบตามองต่ำพลางเม้มริมฝีปากเล็กน้อย เขาพาร่างของตัวเองเข้าไปในห้องนอน เพราะว่าก่อนหน้านี้อาบน้ำแล้วจึงไม่จำเป็นต้องอาบอีกรอบให้เสียเวลา ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง คว้าผ้านวมนุ่ม ๆ และหอมกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มแบบที่ตัวเองชอบมาคลุมกายเพิ่มความอบอุ่น


กลางดึกคืนนั้น แบคฮยอนนอนอย่างไม่เป็นสุข


เขารู้สึกเพียงว่าอากาศโดยรอบมันร้อน และตัวเองก็กำลังฝันร้ายจนเกิดอาการสะดุ้ง มันไม่ใช่อาการสะดุ้งรุนแรง หากก็หลายครั้งทั้งที่สมองยังประมวลผลไม่ทันและยังไม่ตื่นดี 


เป็นบ่อยเสียจนรู้สึกเช่นกันว่าฝันคราวนี้มันช่างทำร้ายเขาจริง ๆ  เพราะเขารู้สึกทรมานเกินไป หากขณะเดียวกันก็ไม่สามารถตื่นได้ และไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด


ทว่า.. ในขณะที่กำลังต่อสู้กับส่วนหนึ่งของจิตใจที่รู้สึกทรมานพร้อมกันกับเสียงของตัวเองที่ดังก้องอยู่ในหัว ตอนนั้นเองที่แบคฮยอนรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากใครสักคนที่สอดตัวกอดเข้ามาจากทางด้านหลัง 


ใครคนนั้นนอนซ้อนกายของเขาเอาไว้ ใช้แขนของตัวเองตระกองกอดแบคฮยอน พร้อมกับสัมผัสหนัก ๆ สักอย่างหนึ่งบนศีรษะและความอุ่นวาบขณะหนึ่ง


มันอุ่นไปทั้งตัว.. อบอุ่นจนทำให้ฝันร้ายของเขาหายไป แทนที่ด้วยความอุ่นใจที่โอบล้อม


แบคฮยอนสงบลง เขาไม่ได้ยินเสียงโวยวายหรือกรีดร้องของตัวเองในหัวอีก



‘พี่อยู่นี่.. ไม่ต้องกลัว’



หลังจากนั้นเขาก็หลับ


.. หลับไปในอ้อมแขนของใครบางคน




50%






แบคฮยอนไม่อยากคิดอะไรแบบนี้ แต่การที่เขาฝันถึงไออุ่นของใครบางคนเกือบทุกคืน น่าจะเป็นผลมาจากการที่เขาต้องเจอหน้าชานยอลทุกวัน



ตอนแรกเขาคิดว่ามันอาจจะเป็นความจริง.. เรื่องที่ว่าพี่ชายของเขาอาจจะเข้ามาปลอบให้เขาพ้นจากฝันร้าย แต่เมื่อลืมตาตื่นตอนเช้าครั้งใด เขาก็ไม่เคยพบคนที่นอนอยู่เคียงข้างกันหรือแม้กระทั่งไออุ่นให้พอรู้ว่ามีใครขึ้นมานอนบนเตียงเดียวกันเลยสักครั้ง


ท้ายที่สุดแล้วเขาก็แค่คิดเข้าข้างตัวเองเท่านั้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นไปไม่ได้



“ป๊ากับม๊าแล้วก็เยริจะไปบ้านลุงคังโฮที่ต่างจังหวัด แบคฮยอนอยากไปด้วยกันไหม”


เช้าวันหนึ่ง แบคฮยอนที่กำลังรดน้ำต้นไม้ในตอนเช้าหันกลับไปมองแม่ที่กำลังจะออกไปจ่ายตลาดเหมือนอย่างเช่นทุกวัน ลุงคังโฮเป็นพี่ชายของแม่ พักนี้แกป่วยออด ๆ แอด ๆ  แม่ก็เลยต้องเทียวไปเทียวมาอยู่บ่อยครั้ง 


“คราวนี้จะไปนานเหรอม๊า”


“อือ.. ก็น่าจะเป็นอาทิตย์ เพราะเยริหยุดยาวพอดี ส่วนป๊าเราก็ลางานที่บริษัทได้” แม่อธิบาย “แกเองก็ว่างนี่นา จะไม่ไปด้วยกันเหรอ”


“แล้ว.. ชานยอล”


“รายนั้นมีงานประจำ แทบจะขยับตัวไปไหนไม่ได้เลย” แม่ยิ้มน้อย ๆ มือหนึ่งคว้าเอาตะกร้าที่วางอยู่ไม่ไกลนักมาคล้องแขน “ตัดสินใจแล้วกัน แล้วยังไงก็ค่อยมาบอกม๊า”


ไม่ต้องคิดอะไรให้มากมายนัก แบคฮยอนก็รู้คำตอบของตัวเอง ทันทีที่ม๊ากลับมาบ้านเขาจึงตัดสินใจบอกว่า ‘ไม่ไป’


ดังนั้นเมื่อวันที่ทั้งสามคนจะต้องออกเดินทางมาถึง.. แบคฮยอนกับพี่ชายผู้ที่วันนี้หยุดงานเพราะเป็นวันอาทิตย์จึงช่วยกันแบกกระเป๋าเดินทางพร้อมกับของฝากจุกจิกที่แม่จะเอาไปฝากญาติ ๆ ขึ้นมาไว้บนรถครอบครัวให้ ใช้เวลาไม่นานทั้งสามคนก็พร้อมออกเดินทาง 


“ดูแลฟืนไฟ ปิดประตูบ้านแล้วล็อคทุกครั้งด้วยนะ” แม่ยังคงรอบคอบ สั่งเหมือนลูกชายยังเป็นเด็ก ๆ  ทั้งที่อีกคนเหยียบสามสิบ ส่วนอีกคนก็ใกล้ ๆ กัน “ชานยอลดูแลน้องด้วยนะลูก อย่ากินแต่อาหารสำเร็จรูปเยอะเกินไปล่ะ”


พี่ชายของเขาไม่ได้ตอบอะไรนอกจากรอยยิ้ม ไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกไป แล้วเราสองพี่น้องก็กลับมาใช้ชีวิตด้วยกันในบ้านหลังเดิม


แบคฮยอนไม่ได้สังเกตเห็นอะไรใหม่.. ทุกอย่างเป็นเหมือนอย่างตอนที่สมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวยังอยู่ เราต่างคนต่างก็ทำธุระของตัวเอง แบคฮยอนนั่งที่หน้าจอโทรทัศน์ ส่วนชานยอลก็อยู่ในห้องส่วนตัว ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่ชายทำอะไร


กระทั่งช่วงเย็นของวันนั้นที่ชานยอลยอมพาตัวเองลงมาข้างล่าง บริเวณห้องนั่งเล่นที่แบคฮยอนนั่งอยู่


“จะกินอะไร”


นั่นเป็นคำถามจากพี่ชาย แบคฮยอนเงยหน้าจากหนังสือที่เพิ่งจะซื้อมาอ่านได้ไม่นาน เขาคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบออกไป


“สั่งอะไรมากินไหม จะได้ไม่ต้องลำบากมึงทำ”


เพราะรู้ดีว่าฝีมือการทำกับข้าวของตัวเองห่วยแตกแค่ไหน.. ชานยอลทำกับข้าวเก่งตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนนี้เขาก็ได้พี่ชายเป็นคนเตรียมอาหารเช้าให้ กับบางทีเวลาหิวกลางดึกชานยอลก็ยอมลุกจากเตียงมาทำให้ บ่นว่าเขาจะต้องอ้วนเป็นหมูแน่ในอนาคต แต่แบคฮยอนไม่ได้สนใจคำพูดนั้น คิดเพียงแต่ว่า ถ้าอ้วนเป็นหมูแล้วได้กินฝีมือของพี่ตลอดไป เขาก็ยอม


แต่เรื่องมันก็นานมาแล้ว


“อืม ถ้าอย่างนั้นจะกินอะไร”


สุดท้ายจึงจบด้วยไก่ทอดจากร้านชื่อดัง ชานยอลเป็นคนออกไปจ่ายเงินแล้วหิ้วถุงสีดำเข้ามา จัดแจงแกะกล่องแล้วจัดใส่จานวางบนโต๊ะหน้าโทรทัศน์ให้ เพราะแบคฮยอนบอกเองว่าอยากจะนั่งกินตรงนี้มากกว่าไปนั่งกินที่โต๊ะอาหาร


เราลงจากโซฟามานั่งที่พื้น ตาก็จ้องมองโทรทัศน์ มือก็หยิบชิ้นไก่ทอดเข้าปาก เป็นอีกครั้งที่ความเงียบเข้าโอบล้อมระหว่างเรา


กระทั่งพี่ชายของเขาเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน


“จะไปสมัครงานวันไหน”


แบคฮยอนเงียบไปนิดหน่อยเมื่อได้ยินแบบนั้น


“ก็.. อีกสองสามวัน” แล้วเขาก็เอ่ยตอบ “อยากไปทำงานแล้วเหมือนกัน กูอยู่บ้านก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย นอกจากกวาดบ้านกับถูบ้านแล้วก็เอาผ้าไปปั่นในเครื่องซักผ้า”


แบคฮยอนพยายามพูดเป็นประโยคยาว ๆ พร้อมกับหัวเราะน้อย ๆ ไปด้วยเพื่อให้บรรยากาศมันดีขึ้น แต่ทว่าพี่ชายของเขาคงไม่ได้รู้สึกแบบนั้น


“พอได้งานจะออกไปอยู่ข้างนอกใช่ไหม”


คำถามนี้ทำเอาคนฟังผู้ซึ่งอ่อนไหวอยู่เป็นทุนเดิมรู้สึกเจ็บแปลบ


“มึงอยากให้กูออกไปอยู่ข้างนอกเหรอ”


เขาถามทีเล่นทีจริง และพยายามไม่ใช้น้ำเสียงที่จริงจังมากเกินไป เขาคาดหวังว่าชานยอลจะยิ้มแล้วปฏิเสธคำถามนั้น บอกเขากลับมาหน่อยว่าไม่ได้คิดอยากจะไล่น้องชายคนนี้ออกไปอยู่ข้างนอกเหมือนอย่างที่แบคฮยอนกำลังเข้าใจ


แต่เมื่อไม่ได้รับคำตอบอะไรจากปากของคนเป็นพี่กลับมา แบคฮยอนจึงยิ้มน้อย ๆ  ทั้งที่หัวใจของเขาไม่ได้ยิ้มตามไปด้วยเลย


“มึงจะไล่กูไปถึงไหนวะ” คำถามนั้นแสนปร่า หากน้ำเสียงยังคงแสร้งทำเป็นร่าเริง “ห้าปีที่แล้วมึงก็ไล่กู ตอนนี้มึงก็ยังจะไล่กูอีกเหรอ ตอนนี้ที่กู..”


“.......”


“ตอนที่กูไม่เหลือใครแล้วแบบนี้ ก็ยังจะไล่กูอีกใช่ไหม”


แบคฮยอนไม่รู้ว่าพี่ชายของเขาจะได้ยินเสียงที่เจ็บปวดซึ่งถูกซ่อนเอาไว้ในน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรนี่ไหม หากตอนนั้นเขาก็รู้สึกว่าไก่ทอดที่วางอยู่ไม่อร่อยอีกต่อไปแล้ว รายการทีวีก็ไม่สนุกอีกต่อไปแล้วเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจลุกขึ้นยืน เดินผ่านหน้าชานยอลแล้วพาตัวเองขึ้นมาบนห้อง 


แบคฮยอนไม่อยากรู้อะไรอีกแล้ว ไม่อยากฟังแม้กระทั่งคำตอบของพี่ เพราะเขายังอ่อนแอเกินกว่าจะได้ยินคำพูดทำร้ายจิตใจซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง


คำว่า ‘ออกไป’ ที่เคยได้ยินคราวนั้น มันยังกระเด้งกระดอนอยู่ในหัว เหมือนกับว่าจะไม่เลือนหายไปไหน



ถ้าต้องได้ยินมันอีกครั้ง แบคฮยอนคิดว่าเขาคงรับมันไม่ไหว







นึกย้อนกลับไป.. ตั้งแต่จำความได้ เขาก็มีพี่ชายเป็นเพื่อนเล่นมาโดยตลอด



ตอนเรียนประถมต้น เขาก็มีพี่ชายที่อยู่ประถมปลายและกำลังจะขึ้นชั้นมัธยมมาคอยที่หน้าตึกเรียน เพื่อน ๆ ออกจะตื่นใจที่เขามีพี่ชายตัวสูงขนาดนี้ แต่แบคฮยอนไม่รู้หรอก เขาก็แค่เคยชินที่จะต้องเดินไปจับมือพี่ทุกครั้ง พี่ชานยอลพาเขาออกไปหาอะไรกินที่หน้าโรงเรียน ก่อนที่เราจะเข้ามาในโรงเรียนเพื่อรอให้แม่มารับ


ตอนนั้นพี่ชานยอลก็คือ ‘พี่ชานยอล’ ที่ใจดีที่สุด


พอขึ้นมัธยม.. เขาก็ได้เรียนโรงเรียนเดียวกันกับพี่ชาย แบคฮยอนไม่เคยอยู่ร่วมโรงเรียนกับชานยอลตอนที่ชานยอลอยู่มัธยมต้น ดังนั้นพอเข้าไปก็เห็นพี่ชายในคราบรุ่นพี่มัธยมปลาย พี่ชานยอลเล่นทั้งกีฬา เล่นทั้งดนตรี เป็นขวัญใจของสาว ๆ ในโรงเรียน


และเป็นขวัญใจของแบคฮยอนด้วย


“ชานยอล.. แบคฮยอนอยากกินหมูย่างร้านข้างโรงเรียน”


“ทำไมไม่เรียกว่าพี่ชานยอล” ฝ่ายนั้นดุอย่างไม่จริงจังนัก แบคฮยอนเห็นชานยอลที่อยู่ในชุดกีฬาบาสเกตบอลก้มลงคว้ากระเป๋าใส่เสื้อผ้าของตัวเองมาสะพาย แล้วยื่นมือมาคว้ามือของเขาเอาไว้ “อยากกินแล้วโทรบอกม๊าหรือยัง”


“ยังเลย ก็มาถามชานยอลก่อนว่าจะกินไหม” แบคฮยอนกระชับมือพี่ชายแน่น หัวใจดวงน้อยสั่นไหวทุกครั้งที่ได้ลอบมองเสี้ยวหน้าของพี่


เขารู้ว่ามันผิด.. ไม่ใช่เรื่องดีที่จะ ‘หลงรัก’ พี่ชายของตัวเอง 


มันเป็นบาปชนิดหนึ่งซึ่งไม่สามารถเลี่ยงได้ แต่ถึงแม้จะพยายามบังคับตัวเองอย่างถึงที่สุดว่าให้เลิกคิด เคยถึงขั้นหลบหน้า แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักอย่างเดียว


นับวันความอบอุ่นของชานยอลยิ่งหลอมละลายเขา


คำว่า ‘พี่’ จากปากของน้องเริ่มเลือนหาย เพราะแบคฮยอนไม่อยากให้สรรพนามนั้นแก่พี่ชานยอลอีกแล้ว แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะคิดว่าเขาก็แค่อยากเรียก นิสัยตามใจน้องที่มีมาแต่ทุนเดิมจึงปล่อยเลยตามเลย


ถ้าพี่ชานยอลรู้ พี่ชานยอลจะเกลียดเขาไหม


“ถ้าอย่างนั้นก็โทรศัพท์ไปบอกม๊าก่อน”


“ตกลงจะไปกินใช่ไหม”


“อือ.. ก็เราอยากกินไม่ใช่เหรอ พี่กินอะไรก็ได้ทั้งนั้น”


แบคฮยอนอมยิ้ม มองมือของเราที่จับประสานกัน สลับกับมองหน้าคนเป็นพี่ที่ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร พี่ชานยอลก็เป็นแบบนี้ ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกเท่าไหร่ แต่ก็เป็นแบคฮยอนอีกเหมือนเคยที่ได้เห็นมุมต่าง ๆ ของคนเป็นพี่มากกว่าคนอื่น


เราอยู่ด้วยกัน ตัวติดกันจนแบคฮยอนไม่อยากให้ความรู้สึกนี้หายไปไหน


อย่างตอนที่นั่งเล่นเกม.. แบคฮยอนจะถูกพี่ชายจับให้นั่งลงตรงตัก ชานยอลชอบเอาคางมาเกยไหล่แล้วก็กดจอยเกมไปด้วย แบคฮยอนก็กดจอยเล่นเกมเหมือนกัน แต่พอชานยอลทำอย่างนี้ทีไรเขากฺ็แพ้ทุกที เพราะเขินอายเสียจนไม่เป็นอันเล่นเกม หัวใจมัวแต่พะวงอยู่กับลมหายใจอุ่น ๆ ของอีกคนที่รดลงมาตรงข้างแก้ม


แต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าพี่ชานยอลก็แค่ทำตามสิ่งที่คุ้นเคย ตอนเด็ก ๆ เขาก็นั่งบนตักของพี่แบบนี้ตอนเล่นเกม มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรสำหรับเรา


“ทำไมหน้าแดง.. ไม่สบายเหรอ”


ใช่ที่ไหน.. เขาอยากพูดจะแย่ว่าเพราะเขินต่างหากถึงได้เป็นอย่างนี้ แต่เขาก็รู้ดีว่าคงพูดไม่ได้ เพราะพี่ชานยอลคงเห็นว่าเขาเป็นน้องอีกเหมือนเดิม


เดิมทีเรานอนห้องเดียวกัน บนเตียงเดียวกัน ตอนแรกแม่จะแยกเตียงให้เมื่อแบคฮยอนโตขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว แต่เป็นเขาเองที่ไม่ยอม เพราะว่าติดพี่ชายยิ่งกว่าอะไร แบคฮยอนคิดว่าการที่เขาต้องนอนมองหน้าพี่ชายทุกวัน คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเผลอใจ


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง.. ในตอนที่ชานยอลคว้าตัวของเขาเข้าไปกอด กดจมูกหอมลงมาที่ศีรษะแบบนี้


“หอมว่ะ.. ใช้ยาสระผมยี่ห้อเดียวกันจริงเหรอ”


แล้วก็ซุกหน้าลงกับไหล่ของเขา ชมว่าตัวหอมอีกครั้ง ก่อนที่จะชิงหลับไปก่อน ปล่อยให้น้องชายอย่างเขานอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ภายในอ้อมกอดของอีกคนอย่างนั้น


แบคฮยอนอยากพูด.. อยากถามพี่ว่าเคยรู้สึกแบบเดียวกันบ้างไหม ชานยอลยังทำทุกอย่างเหมือนปกติ จับมือน้องชายคนนี้ที่ตัวเล็กกว่าตัวเอง เวลากินข้าวเลอะก็คอยเช็ดปากให้ รองเท้าเชือกหลุดก็ก้มลงมาผูกให้แบบไม่อายสายตาคนอื่น จนแบคฮยอนยิ่งคิดเข้าข้างตัวเอง



ทั้งที่รู้ว่าสิ่งที่พี่ชานยอลทำอาจจะแค่รู้สึกเอ็นดูน้องชายคนนี้


แต่สุดท้ายเขาก็เป็นแค่น้องชายที่หลงรักพี่ชายอยู่เต็มหัวใจ






70%




บาปไหม มันก็คงต้องบาปสิ

555555555555555555555555

มาทีละนิดเพราะอยากให้ลองเดาเรื่องกันดูค่ะ




#น้ำผึ้งมะนาวCB


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 454 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,420 ความคิดเห็น

  1. #3340 humannnnnnnnnn (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 13:30

    น้องงงงงง
    #3,340
    0
  2. #3325 MEANZOCHIST (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 14:57
    ????🏼 ขอ 30% นะครับบบ
    #3,325
    0
  3. #3314 Chakbann (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 15:33

    ชานรักแบคดูก้รู้ววว

    #3,314
    0
  4. #3312 patinya9835 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 11:13
    หัวใจน้องเจ่บปวดดดดดดดดดด
    #3,312
    0
  5. #3307 bammbn (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 00:04
    รอนะคะะะะ
    #3,307
    0
  6. #3306 kdklhhcb (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 01:10
    แง้ พิ่ชานรักน้องบั้ง อุตส่าห์สั่งไก่มา อย่าพึ่งไล่น้อน
    #3,306
    0
  7. #3305 kjdsslave (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 15:10
    ทำไมถึงรู้สึกว่าชานยอลก็เสียใจอะไรบางอย่างอะ หรือนี่คิดไปเอง555555
    #3,305
    0
  8. #3304 Reenazz_Ireen (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 21:31
    แซ่บบบบ
    #3,304
    0
  9. #3303 babemay (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 17:14
    อยากรู้ว่าเป็นพี่น้องแท้ๆกันใช่ไหม เหมือนจะแอบรู้สึกว่าพี่ชานยอลอาจจะเป็นลูกเลี้ยงไรงี้เลย แต่ถ้าเป็นเรื่องบาปๆ เทางเราก็ชอบนะคะ 55555555
    #3,303
    0
  10. #3302 Yanidaexo (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 10:33
    อยากอ่านเรื่องบาปๆแบบนี้ตั้งนานล่ะ5555 แนวพี่ชายน้องชาย แต่เหมือนไม่ค่อยมีคนแต่ง ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ รอเสมอค่ะ สู้ๆ
    #3,302
    0
  11. #3301 mmii. (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 07:13
    อมกกกก ไม่อยากเดาเลยกลัวใจ เพิ่งเคยอ่านแบบนิยายปกติเคยเห็นแต่แบบการ์ตูน incestนี่เร้าใจดีจีงๆ ฮือ พี่ไล่เพราะน้องบอกชอบหรือยังไง อย่าบอกนะว่าที่แต่งงานเพราะพี่อ่ะยังไงๆ แง
    #3,301
    0
  12. #3300 mmeieiss (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 06:56
    โอ้ยยยย ขออยู่ทีมใจบาปปป
    #3,300
    0
  13. #3299 OooMCooO (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 03:07
    หน่วงไปอีก
    #3,299
    0
  14. #3298 pat.nj_614 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 23:48
    สุดม้ายขอให้สมหวังเถอะ 5555 เริ่มหน่วงละ
    #3,298
    0
  15. #3297 euei00 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 23:42
    ชอบมาก
    #3,297
    0
  16. #3296 _Alice__ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 22:29
    เดาอะไรไม่ได้เลย
    #3,296
    0
  17. #3295 PDanger_94 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 21:38
    น่าสนมากค่ะ รอนะคะ
    #3,295
    0
  18. #3294 BaEk_1992 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 21:28
    ใจคนบาปอย่างชั้น ;_____;
    #3,294
    0
  19. #3293 AumYeol_120408 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 20:58
    พล็อตเรื่องน่าสนใจมากเลย ขอแบบhappy endingนะค้าา
    #3,293
    0
  20. #3292 0818281180 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 20:32
    หรือเขาจะไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ
    #3,292
    0
  21. #3291 Suphanidafon (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 20:19
    ขอจบแบบดีๆนะไรท์จ๋า;-;
    #3,291
    0
  22. #3290 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 19:50
    ขอให้ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆเถอะ เดาแล้วเหมือนจะจบไม่ดีแน่นอนเลย ;-;
    #3,290
    0
  23. #3289 LUCKY🍀 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 19:25
    ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆกันแน่เลย ฮือออ
    #3,289
    0
  24. #3288 BeCraZy (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 19:08
    ตายๆ เราเนี่ยตายเลย ตอนแรกลุ้นว่าขอให้ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ แต่.... เราเศร้าอ่ะ มันเป็นรักที่ผิดและบาปมาก รักต้องห้ามสุดๆ โอยยยเศร้าเลย
    #3,288
    0
  25. #3287 CHANBAEK 4ever (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 18:40
    ไม่ดงไม่เดาแล้วโว้ยยยย
    #3,287
    0