{SF,OS} honey lemon juice ♡ ll chanbaek

ตอนที่ 44 : {OS} คนใจดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 267 ครั้ง
    21 พ.ค. 63










หากว่าย้อนเวลากลับไปได้ 

ฉันจะไม่รักเธอ





เวลาอกหักคนอื่นเขาทำอะไรกัน


 

เปิดเพลงเศร้าๆ ให้ดังที่สุด กอดหมอนแล้วจมตัวเองอยู่กับกองน้ำตา ออกไปกินเหล้าให้ลืมโลก หรือออกไปหาเพื่อนฝูงแล้วพากันออกไปแดนซ์ ปลดปล่อยความเครียดแถวข้าวสาร


ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามาไม่ใช่เขาสักอย่าง


“เบาหน่อยพี่ เบา..”


เขาเหลือบตามองไอ้เพชร ก่อนจะเคี้ยวหมูย่างเกาหลีในปาก พร้อมกันนั้นก็ยัดเข้าปากไปอีกคำ กินๆ มันลงไป กินให้ก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ตรงคอพากันลงไปสักที!


ขี้เกียจร้องไห้เพราะมันแล้ว ไอ้คนโลเลแบบนั้นน่ะ!


“คอยดูนะ กูจะเอาน้ำหนักทั้งหมดที่ลดเพื่อมันคืนมา”


“มึงหมายถึงน้ำหนักตอนเข้าปีหนึ่งใหม่ๆ น่ะเหรอ”


เขาพยักหน้า


“มันก็ไม่ได้ต่างจากตอนนี้เท่าไหร่เลยนะจะว่าไปแล้ว”


“มึงว่ากูอ้วนเหรอไอ้เพชร”


“ไม่ได้ว่า.. แต่มึงอ้วนขึ้นจากตอนผอมๆ มาหลายกิโลแล้วไงบูม”


เขาไม่ได้สนใจแม้จะเป็นเรื่องจริง พอเลิกกับไอ้เฮงซวยนั่นเขาก็เอาแต่กินจนน้ำหนักขึ้นเกือบจะเท่าสมัยยังวัยรุ่น แต่ก็ช่างมันเถอะ ไม่มีมันคอยบอกให้ยั้งปากแล้ว เขาก็เลยมากินให้สมกับที่อยากกินมาตลอดนี่ไง


การกินคือสิ่งที่เยียวยาหัวใจของเขาได้ดีที่สุด


“เฮ้อ.. เมื่อไหร่มึงจะเลิกกินเยอะแบบนี้วะ” ไอ้เพชรที่อิ่มแล้วถอนหายใจ “กูรู้นะว่ามึงไม่ได้กินเพราะอยากกิน แต่มึงกินเพราะอยากลืมไอ้ปัน”


“มึงหยุดพูดชื่อมันเดี๋ยวนี้เลยนะ” เขาเอาที่คีบหมูชี้หน้ามัน คนกำลังอารมณ์ดีเพราะได้กินหมูย่าง มันดันมาขัดมู้ดเขาเฉยเลย


“หรือว่าไม่จริงล่ะ”


บูมขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง เลยหยิบนู่นหยิบนี่เข้าปากอีกที


“มันแม่งแย่ มึงก็รู้”


เขาเริ่มพูด.. เริ่มย้อนความหลังอีกครั้งทั้งที่ไม่จำเป็น ไอ้เพชรมันทนฟังเรื่องของเขามาเป็นสิบครั้งแล้วมั้ง แต่นี่ก็เพิ่งจะสองเดือนหลังจากเลิกกับมันมา เพราะฉะนั้นไอ้เพชรคงต้องทนฟังเรื่องเดิมๆ ไปอีกพักใหญ่


“มันจะไปทำดีกับคนคุยเก่ามันทำไม มันก็รู้ว่ากูจะเสียใจ”


“ก็มันเป็นเพื่อนกันมาก่อน” แล้วไอ้เพชรก็ยังพูดคำเดิมๆ


“มึงเข้าข้างมันอีกแล้วเหรอ” เขาถามอย่างเอาเรื่อง “มันไปรับไปส่งกันตลอดเลยนะ”


“……”


“มึงรู้ไหม ตอนนั้นที่กูด่าคนคุยเก่ามันนะ มันก็ด่ากู หาว่ากูไปด่าเขาทำไม”


“ก็มันเป็นเพื่อนกันไงวะ ทำไมมึงเข้าใจยากอย่างนี้เนี่ย”


“มึงรู้ได้ไงว่ามันบริสุทธิ์ใจต่อกันจริงๆ”


เขาเริ่มเสียใจที่ไอ้เพชรมันไม่เข้าข้างเขาอีกแล้ว แต่ไม่ว่าเขาจะเล่าอีกเป็นร้อยครั้งมันก็ยังพูดอยู่ดีว่าไอ้สองคนนั้นมันเป็นแค่เพื่อนกัน


เพื่อนแล้วตัดกันไม่ได้เลยหรือไง เขาเป็นแฟนนะ นั่นมันก็แค่เพื่อน!


“เฮ้อ.. กูก็รู้นะ กูไม่ใช่มึงก็คงจะเข้าใจมึงร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้” มันเอ่ยบอกอย่างปลงตก “ถ้างั้นมึงก็ต้องพยายามนึกถึงเรื่องแย่ๆ ที่มันเคยทำไว้กับมึงนั่นแหละ”


เขาหยุดเคี้ยวหมูในปากไปเสี้ยววินาที เมื่อพบว่าเคยพยายามทำแล้ว แต่สุดท้ายสิ่งไม่ดีพวกนั้นมันก็เบาบางจนมีน้ำหนักไม่พอที่จะทำให้เขาลืมได้


“ขี้เกียจมากินหมูย่างกับกูแล้วล่ะสิ รู้หรอกนะไอ้เพชร” เขาเอ่ยอย่างรู้ทัน


“นั่นก็ใช่ แต่ความจริงคือกูอยากให้มึงมูฟออน”


เพชรเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแบบเดิมๆ ของมัน


“ถ้ามึงให้อภัยแล้วกลับไปคบกับมันไม่ได้ มึงก็ต้องไปต่อ ไม่ใช่มาจมปลักอยู่คนเดียวแบบนี้”


เขาก็คิดเหมือนกัน แต่ไอ้พูดน่ะมันพูดง่าย การจะให้มูฟออนไปข้างหน้ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด แต่จะให้จมอยู่แบบนี้วันนึงเขาคงกินหมูย่างจนอ้วนตาย หรือไม่ก็ไขมันในเส้นเลือดสูงเกินลิมิต


มันต้องทำยังไงถึงจะแก้ไขเรื่องพวกนี้ได้นะ


หรือต้องไม่รักกันตั้งแต่แรก?



 


“คิดถูกแล้ว”


 

ฝันอีกแล้วเหรอวะ มืดตึ๊ดตื๋อแบบนี้ใช่แน่ๆ


“คิดอะไรถูกครับ งง”


“พูดเพราะจัง ไม่ต้องพูดเพราะขนาดนั้นก็ได้” เป็นเสียงผู้หญิง.. อืม… แต่ไม่เห็นหน้า อย่างกับอยู่ในห้องที่ปิดไฟ “ไอ้ที่คิดว่าจะทำยังไงถึงจะแก้ไขเรื่องพวกนี้ได้น่ะ คิดถูกแล้วว่าต้องไม่รักตั้งแต่แรก”


เขาขมวดคิ้วอย่างงุนงง “หมายถึง.. ที่ยังไม่ลืมไอ้ปันน่ะเหรอ”


“อืม..”


“ใครก็รู้ทั้งนั้นว่าต้องแก้ไขแต่ต้น แต่มันไม่ง่ายน่ะสิ” เขาเอ่ยตอบกลับไป ไม่รู้หรอกว่าคุยกับใคร แต่ก็ตอบไปอย่างนั้น


“เป็นไปไม่ได้เลยต่างหาก” เธอตอบกลับมา “แต่ว่าเราช่วยได้นะ ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะทำได้ไหม”


“คืออะไรอะ งงอีกแล้ว”


“ลองย้อนไปดูไหมล่ะ”


บูมขมวดคิ้ว แต่เขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้คงมองไม่เห็น


“ย้อนไปไหน”


“ย้อนไปแก้ไขที่ต้นเรื่องไง แบบที่เธอคิด”


“……”


“อยากรู้เหมือนกันว่าจะทำได้ไหม ไอ้การไม่รักน่ะ..”


เขาไม่ได้ตอบ เพราะตอบไม่ได้ อยู่ดีๆ เสียงหายไปไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน


“ลองดูก็แล้วกัน”


หลังจากนั้นเขาก็หลับไปอีกครั้ง เสียงของเธอหายไป และเขาก็ไม่ได้ยินอะไรอีกนอกจากความคิดของตัวเอง


ถ้าได้ย้อนกลับไปน่ะเหรอ.. ก็แน่น่ะสิ เขาก็จะไม่รักมันหรอก


ไม่เลยอย่างเด็ดขาด





เขาตื่น.. ลืมตามองเพดานที่มีพัดลมหมุนติ้ว



พอลุกขึ้นนั่งก็เห็นรูมเมทนั่งเขียนหนังสืออยู่ตรงโต๊ะ ดูจากแผ่นหลังน่าจะเป็นไอ้เพชร เรื่องตื่นเช้าขอให้ไว้ใจมัน


“อ้าว ตื่นแล้วเหรอมึง” สักพักมันก็หันมามองแล้วเอ่ยทัก “แดกข้าวปะ จะเที่ยงแล้ว”


ไอ้เพชรในทรงผมตอนนั้น ห้องทั้งห้องนี่ก็ห้องในตอนนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างย้อนกลับไปที่ตอนนั้น..


เขาเงยหน้ามองนาฬิกาก่อนจะหลุบสายตาลงมองปฏิทินติดผนังที่ไอ้เต็มเอามาติดไว้ รอยขีดฆ่าที่ไอ้เพชรทำไว้ตามประสาคนมีระเบียบ ทำให้เขารับรู้ว่าวันนี้คือวันที่ 13 พฤศจิกายน


13 พฤศจิกายน 2557


“เราเรียนอยู่ปีอะไรกันวะมึง”


“ห้ะ” ไอ้เพชรทำหน้างง “ถามอะไรของมึงวะ ความจำเสื่อมหรือไง”


เขาไม่ได้ตอบแต่กลับขมวดคิ้วแล้วมองหน้ามัน ซึ่งมันก็คงเห็นถึงความจริงจัง ก็เลยยอมตอบกลับมา


“ปีหนึ่งเทอมสอง”


“.....”


“มึงถามทำไมวะบูม”


เขาไม่ได้ตอบ แต่กลับเสยผมแล้ววางมือค้างไว้ตรงกลางหัว พลันนึกถึงฝันประหลาดเมื่อคืนที่โคตรเหมือนจริง แต่พอตื่นมากลับจำมันได้ลางๆ ตามประสาความฝัน


‘ลองย้อนไปดูไหมล่ะ’ แต่ว่าเขาก็ยังพอจะจำคำพูดนั้นได้ ‘อยากรู้เหมือนกันว่าจะทำได้ไหม.. ไอ้การไม่รักน่ะ’


ไม่รู้เหมือนกันว่าใคร แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้เขาฝันอยู่เหมือนกันไหม


แต่ไอ้คำสบประมาทนั่นน่ะ คอยดูได้เลย!




 

อยู่ดีๆ ก็วาร์ปตัวเองกลับมาเมื่อหกปีที่แล้ว


“อร่อยว่ะ คิดถึงฉิบหาย” 


เขาพูดถึงจานสุกี้ยากี้ร้านโปรดในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย เพราะพอเรียนจบไปก็ไม่ได้กินอีกเลย


“มึงกินติดต่อกันมาสามวันแล้วนะไอ้บูม ยังจะคิดถึงอีกเหรอ”


ไอ้เต็มเอ่ยถาม ซึ่งไอ้เพชรเองก็ทำหน้างงใส่เขาไม่แพ้กัน


“เอ่อ..” บูมอึกอักเล็กน้อย แต่ก็ตอบต่อ “สำหรับสุกี้ที่กูรักน่ะ ห่างกันข้ามคืนกูก็คิดถึงแล้วจ้ะ”


ได้ยินพวกมันด่าว่าเขาเป็นเอามาก แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ทำแค่ก้มหน้าก้มตากินสุกี้ในชามให้สมกับความอยากมาตลอดระยะเวลาหกปี


เคยขอให้ใครบางคนพามากินอยู่เหมือนกัน แต่มันดันบอกว่าเขาปัญญาอ่อน


เหอะ.. อย่าให้เห็นว่ามันก็กินนะ พ่อจะด่าว่าปัญญาอ่อนจนกว่าจะร้องไห้เลย


“ไอ้ปัน!”


ชื่อต้องห้ามหลุดออกมาจากปากไอ้เพชร พร้อมกับที่มันสองตัวตรงข้ามเขาชูมือขึ้นสูงโร่ ทำท่าเรียกใครบางคนที่อยู่ด้านหลังซึ่งเขามองไม่เห็น เขาเห็นหรอกว่าพวกมันแอบชำเลืองมองเขาด้วยสายตากึ่งจะแซว แต่ช้าไปสิบปี ความรู้สึกหัวใจฟูตอนได้ยินชื่อมันน่ะ ไม่มีในใจเขาอีกแล้ว


แต่สิ่งที่เขาต้องทำคือการสูดหายใจเข้าลึกๆ ปั้นยิ้มให้เหมือนกับที่ไอ้บูมเมื่อหกปีที่แล้วจะทำ ก่อนจะหันไปมองมันพร้อมรอยยิ้มฝืนๆ


แล้วเขาก็เจอมันในตอนนั้น


มันในแบบที่เขาเคยใจเต้นแรงทุกครั้งที่เห็น.. มันในแบบที่เขาชอบ มันในแบบที่เขารัก


แต่นี่คือมันในอดีต ไม่ใช่ในปัจจุบันของเขาอีกต่อไป


ไอ้ปันสมัยหน้าละอ่อนในชุดนักศึกษาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเขา แต่ไม่นานมันก็ยิ้มรับเขาทั้งสามคน แล้วก็มานั่งลงข้างๆ พร้อมกับชามสุกี้ในมือ


นั่นไง สุกี้!


“พวกมึงนี่ก็ชอบกินสุกี้ร้านนี้กันจังเนอะ”


ก็เออน่ะสิ แล้วมันมีสิทธิ์อะไรมาว่าเขาปัญญาอ่อนกันวะ!


“แล้วพวกเพื่อนมึงอะปัน ไม่มาเหรอ”


“มันยังคุยเรื่องสอบกับอาจารย์อยู่ แต่กูไม่รู้จะคุยอะไรเลยลงมาก่อน” 


“อ้อ.. มึงมันเรียนเก่งอะเนอะ ไม่ต้องคุยก็สอบได้ฉลุย” ไอ้เต็มแซวพร้อมกับหัวเราะ “อะ ไอ้บูม ใบ้แดกเหรอมึงอะ ไม่คุยกับมันหน่อยล่ะ”


เขาพยายามคิดว่าเขาตอนปีหนึ่งเทอมสองจะทำอย่างไรถ้าหากปันมานั่งข้างๆ คำพูดคำจาของเขาเป็นแบบไหนในตอนนั้น แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก


มันผ่านมานานมากแล้ว นั่นคือสิ่งที่เขาตระหนักได้


“เรียนวิชาอะไรมาเหรอ” เขาเอ่ยถามโง่ๆ พร้อมกับรอยยิ้มฝืนๆ ที่มันคงไม่ทันสังเกตเห็น เพราะมันโง่จะตายไป


“อิ้งบังคับ” ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาเรียบๆ แล้วตักสุกี้เข้าปากไปอีกคำ “แล้วพวกมึงจะไปไหนกันต่อ หรือว่ากลับหอเลย”


“กูกับไอ้เพชรจะกลับหอ แต่ไอ้บูมมันอยากไปห้องสมุด”


“ห้ะ” เขาทำหน้างง กูไปพูดอะไรแบบนั้นตอนไหนวะ


“มึงพามันไปหน่อยก็แล้วกันนะปัน”


แต่พอเห็นรอยยิ้มของเพื่อนทั้งสองคน เขาก็ไม่กล้าทำตัวกระโตกกระตาก เพราะตอนนี้ต้องสวมบทไอ้บูมวัยสิบเก้าที่กำลังคลั่งรักเดือนคณะโดยที่มันไม่รู้


ไอ้บูมตอนนั้นแม่งโคตรโง่เลย


 

รักคนอย่างมันไปได้ยังไงวะ


 

 


“มายืมหนังสือเรื่องอะไรเหรอ”


 

มันเอ่ยถามเมื่อเห็นเขากำลังเดินอยู่แถวๆ โซนวรรณกรรมในห้องสมุด อยากบอกออกไปว่ากูก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ในเมื่อเพื่อนโยนบทนางอยากยืมหนังสือมาให้แล้ว เขาก็เลยต้องตามน้ำ


“ก็มาหาพวกวรรณกรรมอ่านอะแหละ พอดีอยู่ห้องมันว่างๆ”


“อ๋อ..” ปันหัวเราะ “นึกว่าเอกบูมจะมีการบ้านเยอะซะอีก”


ก็คงเยอะมั้ง.. เขาได้แค่ยิ้มแกนๆ เพราะก็ไม่รู้ว่าป่านนี้จะมีการบ้านให้ต้องรับผิดชอบเยอะไหม ว่าไปแล้วก็ขี้เกียจว่ะ คิดถูกไหมเนี่ยที่ย้อนเวลากลับมา


แต่เออ.. ความจริงแล้วเขาย้อนกลับมาเพื่อไม่ให้รักมันนี่


“ไม่มีเล่มไหนน่าสนใจเลยอะ” เขาหันไปบอกปัน “งั้นเรากลับก่อนดีกว่า ปันแยกไปเลยก็ได้นะ เราไปละ”


เขาพูดแล้วรีบเดินออกมาจากบริเวณนั้น ได้ยินเสียงปันเอ่ยถามไล่หลังแบบงงๆ แต่ก็ไม่ได้หันไปให้ความสนใจอีก


ถ้าเป็นไอ้บูมตอนนั้นจะทำยังไง.. แน่นอนว่าก็คงยืมหนังสือมาสักเล่ม ยอมซ้อนท้ายจักรยานไอ้ปันกลับหอแล้วกลับไปนอนเพ้อคนเดียว ทั้งที่มันก็แค่ใจดี อาสาอยากจะพาเพื่อนไปส่งถึงหอเท่านั้นเอง


เพ้อเจ้อจริงๆ ไอ้บูมตอนสิบเก้าน่ะ


แต่ก็ไม่ต่างไปจากไอ้บูมตอนยี่สิบหกเท่าไหร่



 


“ปันมันบอกมึงทำท่าทางแปลกๆ”



ไอ้เพชรพูดขึ้น ส่วนเขาก็นอนอ่านการ์ตูนอยู่บนเตียง เหลือบตามองมันนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป


“อยู่ดีๆ ก็ทิ้งมันไว้ที่ห้องสมุด มันเป็นห่วงมึงนะ รีบโทรมาถามกูใหญ่เลยว่ามึงเป็นอะไรหรือเปล่า”


เสแสร้งน่ะสิ.. ตอนนั้นมันสนใจเขาที่ไหนล่ะ ทำเป็นใจดีทั้งที่ตัวเองคุยกับคนอื่นอยู่แท้ๆ


คิดแล้วก็เจ็บที่ใจแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้


“ช่างมันดิ กูสนใจซะที่ไหนล่ะ” ก็เลยทำเป็นไม่สนใจมันกลับบ้าง เขาจะไม่ยอมกลับไปเป็นไอ้บูมในตอนนั้นอีกเด็ดขาด


“อ้าว.. แล้วไหนมึงบอกกูว่ามึงชอบไอ้ปันไง” เพชรทำหน้างง คงเป็นเพราะเมื่อวานเขาเพิ่งจะเพ้อถึงปันให้มันฟัง วันนี้กลับเปลี่ยนเป็นคนละคน มันก็เลยไม่เข้าใจ


“กูจะบอกอะไรให้มึงรู้นะเพชร” เขาตัดสินใจวางมือจากหนังสือการ์ตูนแล้วจ้องหน้ามันที่กำลังทำหน้าเหมือนคนสับสน “ไอ้ปันเพื่อนมึงน่ะ มันมีคนคุยอยู่แล้ว”


“ไอ้ปันเนี่ยนะมีคนคุยแล้ว” เพชรทำหน้างง “ถ้ามันมีกูก็ต้องรู้ดิ ถึงจะอยู่คนละเอกแต่มันก็เป็นเพื่อนสนิทกูเลยนะ”


“ไม่เชื่อมึงโทรไปถามมันตอนนี้เลยมั้ยล่ะ”


บูมท้า ซึ่งเขามันใจว่าถ้าไอ้เพชรโทรไปยังไงก็ต้องเป็นคำตอบเดียวกันกับที่เขาเคยเผชิญมา


เพราะว่าไอ้บูมในตอนนั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบเดือนคณะ คิดเอาเองว่าปันก็คิดเหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้วมันก็ทำให้รู้ว่ามันก็เป็นแค่คนใจดีคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับคนอย่างเขาแม้แต่นิดเดียว


เจ็บไหมล่ะ.. แล้วมันยังจะมาสงสัยอีกทำไมว่าเพราะอะไรเขาถึงโมโหตอนที่รู้ว่ามันยังติดต่อกับคนคุยเก่าของมันอยู่ในตอนที่เราคบกันแล้ว


ปันมันไม่ค่อยฉลาดเลย โดยเฉพาะกับเรื่องความรู้สึกของเขา


“อะ ถ้างั้นกูจะโทร แล้วก็เปิดสปีคเกอร์โฟนให้ได้ยินกันทั้งหมดเนี่ยแหละ” ทั้งหมดที่ไอ้เพชรพูดถึงหมายถึงเขา กับไอ้เต็มที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ


มันต่อสายจริงๆ อย่างที่ปากว่า แล้วไม่นานนักปลายสายก็กดรับแล้วเอ่ยคำทักทาย


“ฮัลโหล ว่าไงเพชร”


“ปัน.. กูมีคำถามค้างคาใจว่ะ ช่วยให้คำตอบกูทีได้ไหม”


“คำถามอะไรวะ”


“กูอยากรู้ว่ามึงมีคนคุยแล้วเหรอวะ” ไอ้เพชรเอ่ยถามแล้วอธิบายต่ออย่างตรงไปตรงมา “ได้ยินมาว่ะ แต่กูก็เถียงให้มึงอยู่นะว่าไม่มี แล้วสรุปว่ามึงมีหรือเปล่าวะเพื่อน”


ปลายสายเงียบไปเพียงครู่ แต่มันก็ค่อนข้างจะนานในความรู้สึกของคนที่รอฟัง


นาน.. ในความรู้สึกของบูม


“ไม่มีหรอก.. มึงไปเอามาจากไหนวะ”


แต่ทำไมคำตอบที่มันตอบกลับมาถึงไม่เป็นไปดั่งใจของเขาเลยวะ


ไอ้เพชรหันกลับมายักคิ้วเหมือนจะบอกว่า ‘เห็นไหม กูบอกแล้ว’ ก่อนที่มันจะคุยกับปลายสายอีกหน “อ้าว เหรอวะ.. งั้นคนที่มาถามกูก็คงจะมั่วมั้ง”


“เออ.. ฝากบอกเขาด้วยแล้วกันว่ากูไม่มี”


“อาห้ะ เดี๋ยวจะบอกให้ แค่นี้นะมึง”


มันกดวางสาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขา “ไงไอ้บูม ไหนคนคุยไอ้ปันที่มึงบอก”


บูมขมวดคิ้ว.. เขาจำได้ว่าตอนนั้นปันเป็นคนเปิดตัวเองเลยด้วยซ้ำว่ากำลังคุยกับเพื่อนในเอกของตัวเองอยู่ แต่แล้วทำไมตอนนี้ถึงบอกว่าไม่มี ทั้งที่ตอนนั้นก็ออกจะเปิดเผยขนาดนั้น


“กู.. กูจะไปรู้เหรอ กูก็ได้ยินมาอีกทีเหมือนกันนั่นแหละ”


เขาตอบอ้อมแอ้ม หยิบหนังสือการ์ตูนขึ้นมาอ่านอีกครั้งทั้งที่ใจไม่ได้จดจ่ออยู่กับมันเลยแม้แต่นิดเดียว


“มึงก็รู้แล้วเนี่ยว่ามันไม่ได้มีคนคุย เพราะงั้นจะลุยต่อได้หรือยัง”


ไอ้เพชรเอ่ยขึ้นมาตามสไตล์เดิมของมัน สไตล์ที่คอยเชียร์เขากับเพื่อนสนิทของมัน โดยที่มันไม่รู้เลยว่าที่ไอ้ปันทำก็แค่ตามประสาคนใจดี


“กูถามอะไรมึงอย่างดิเพชร” คราวนี้เขาพูดกับมันด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น “มึงเชียร์กูให้เพื่อนมึงขนาดนี้ มึงจะรู้สึกผิดไหมวะถ้าวันนึงกูต้องเสียใจ”


“…….”


“มึงจะรู้สึกอะไรไหม ถ้าวันนึงกูต้องร้องไห้เพราะเพื่อนของมึง”


เพราะเขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าไอ้เพชรเสียใจมากขนาดไหนที่เขาร้องไห้หลังจากเลิกกับปัน แล้วเขาเองก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นเลย


ถ้าไม่ได้คบกับปันตั้งแต่แรก ก็จะไม่มีเรื่องให้เลิกกัน แล้วเพชรก็จะไม่ต้องเสียใจเพราะรู้สึกผิดด้วย


แม้บางทีคนที่เสียใจอาจจะเป็นเขาเองก็ตาม


 

 


โผล่มาอีกแล้ว ไม่รู้จะมาทำไมนักหนา


 

“สุกี้อีกแล้ว.. มึงกินอย่างอื่นกันเป็นไหมเนี่ย”


ที่โรงอาหารคณะที่เดิม ทุกคนนั่งตำแหน่งเดิม เขากินสุกี้น้ำหมูเหมือนเดิม ปันก็เช่นกัน แตกต่างที่คราวนี้เขาไม่ได้ฝืนยิ้ม ตรงกันข้าม เขาทำหน้างอเลยต่างหาก


“แล้วนี่มึงเป็นอะไร หมูเหนียวเหรอ ทำหน้าเหมือนปวดฟัน”


เขาไม่ได้ตอบเพราะกำลังอารมณ์เสียแปลกๆ ที่ไอ้ปันยังมานั่งตรงนี้ นี่ก็เกือบจะสิ้นเดือนพฤศจิกาแล้ว ป่านนี้มันต้องย้ายสารร่างของตัวเองไปนั่งกับคนคุยของมันแล้วไม่ใช่หรือไง


แล้วป่านนี้เขาก็ต้องเศร้าเสียใจ ร้องไห้กินข้าวไม่ลงเพราะอกหัก ไม่ใช่มานั่งซดสุกี้สบายใจแบบนี้!


“อิ่มว่ะ แดกไม่ค่อยจะลง” เขาเอ่ยตอบปัดๆ วางช้อนแล้วยกน้ำในขวดขึ้นกระดก


“แปลก.. ปกติไอ้บูมซัดสุกี้หมดชามตลอด” เขาไม่ได้สนใจที่ไอ้เต็มเอ่ยแซว เพราะขณะที่กำลังกระดกน้ำจากขวด ตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนเดินมาพร้อมรอยยิ้ม


ใครบางคนที่เขาเคยนึกอิจฉา.. ว่าทำไมถึงน่ารักได้มากมายขนาดนี้


“ปัน..”


ใครบางคนที่เขาเคยคิดว่าถ้าเกิดเป็นเธอก็คงจะดี


“ไปตีแบตกันไหม”



ปันจะได้รักเขา


 

 


ไม่.. มันต้องไม่เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอวะ


 

“ไอ้เพชรตีแบตกากฉิบหาย มึงว่าปะ”


บูมได้ยินคำถามของไอ้เต็ม แต่ไม่ได้หันไปตอบ เขาได้แค่มองไอ้เพชรที่กำลังตีแบตอยู่กับไอ้ปัน แต่คนที่ชวนมากลับนั่งอยู่ข้างสนามแล้วก็เล่นโทรศัพท์ สลับกับมองการแข่งขันแบบยิ้มๆ เท่านั้น


ที่บอกว่าไม่ใช่แบบนี้.. คือไอ้ปันมันไม่ควรจะชวนพวกเรามาดิ ความจริงแล้วมันควรจะมาตีแบตกับจูนแค่สองคนไม่ใช่หรือไง


แล้วมันชวนมาทำไมวะ


“ไอ้บูม ซักหน่อยมั้ยมึงน่ะ”


ได้ยินเสียงไอ้เพชรเอ่ยถาม เขาได้แต่ส่ายหัวตอบกลับไป


“หึ ไม่อะ กู..”


กำลังจะบอกว่ากูเล่นไม่ได้เพราะเคยผ่าหัวเข่า.. แต่ก็นึกได้ว่าตอนนั้นเขายังไม่ได้ผ่าเลยนี่หว่า


ทดลองยืดๆ ขาดูก็พบว่ามันใช้การได้ดีจนน่ามหัศจรรย์ ไม่รู้สึกอะไรที่หัวเข่าเหมือนมันปกติดี บูมก็เลยลุกขึ้นยืน รับไม้แบตต่อจากไอ้เพชรที่ขยิบตาให้ในเชิงส่งซิก.. ชงเก่งเหลือเกิน มันเคยเหนื่อยกับการชงเขาให้ไอ้ปันบ้างไหมนะ


บูมลงมายืนในสนามแบต น่าจะสี่ห้าปีแล้วที่เขาไม่ได้เล่นกีฬาที่ชอบอย่างการตีแบต


เออ.. ก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้นี่แหละว่าเมื่อก่อนเขาชอบตีแบตมากแค่ไหน


ปันไม่ได้พูดอะไรนอกจากเริ่มเสิร์ฟลูกขนไก่ มันตีตอบโต้กับเขาไปเรื่อยๆ แต่ไม่ยอมตีจริงจังสักที ขนาดผ่านไปตั้งเกือบจะสิบนาทีแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมเล่นจริง.. เขารู้ว่าปันตีแบตเก่ง มันจะเอาชนะเขาเลยก็ยังได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงยังยั้งมือเอาไว้อีก


ไอ้โรคใจดีเรี่ยราดแบบที่มันเป็น เมื่อไหร่จะเลิก


เพราะมันทำแบบนี้ไง ไอ้บูมตอนนั้นถึงได้ชอบมันมากจนเสียใจแทบตาย


“จะอ่อนให้ทำไมเนี่ย” เขายอมให้ลูกขนไก่หล่นลงพื้นฝั่งเขา แล้วเอ่ยถามเชิงติดตลก แม้ความจริงจะหงุดหงิดจนใจแทบระเบิด “เหมือนปันยั้งไว้อะ ไม่ต้องอ่อนให้หรอก เราตีได้”


“ก็บูมเจ็บขาไม่ใช่เหรอ” เขานึกสงสัยว่าเผลอไปทำท่าทางเจ็บขาตอนไหน แต่อีกฝ่ายก็พูดออกมาก่อน “เราเห็นบูมยืดขาอยู่เมื่อกี้เลยคิดแบบนั้น แต่ถ้ามันทำให้บูมรู้สึกแย่ก็ขอโทษนะ”


บอกแล้วไงว่าให้เลิกเป็นไอ้แสนดีได้แล้ว


บูมสูดหายใจเข้าลึกจนสุดขั้วปอด ก่อนที่เขาจะเป็นคนบอกทุกคนว่าให้เลิกเล่นแล้วไปหาข้าวกินได้แล้ว เนื่องจากนี่ก็ปาเข้าไปเย็นย่ำ แม้ความจริงเขาก็แค่ไม่อยากจะหงุดหงิดไปมากกว่านี้แล้วก็เท่านั้นเอง


“ขอโทษนะจูน.. ชวนมาแท้ๆ แต่พวกเราก็เล่นกันเองจนจูนแทบไม่ได้ตีเลย” ขณะกำลังเดินไปที่โรงอาหารเพชรก็เอ่ยขอโทษหญิงสาวหนึ่งเดียว แม้ความจริงเธอจะชวนปันมาคนเดียว แต่ปันมาชวนพวกเราต่ออีกทีก็เถอะ แต่ก็อดจะสงสารไม่ได้ที่เธอต้องนั่งอยู่ริมสนามเงียบๆ แบบนั้น


“ไม่เป็นไรเลย เราดูพวกปันตีก็สนุกแล้ว” เธอยิ้ม..  แต่เขารู้ว่าเธอก็คงจะรู้สึกเซ็งนิดหน่อย “เราว่าจะไปกินข้าวกับเพื่อนอะ ยังไงขอแยกตรงนี้เลยนะ”


เธอบอกลา ก่อนจะหันไปหาคนที่อยากคุยด้วยมากที่สุด


“ไปก่อนนะปัน ไว้เดี๋ยวไลน์หา”


ทิ้งรอยยิ้มเอาไว้แล้วเดินแยกออกไป เหลือแค่เพียงพวกเขาสี่คนที่ยืนอยู่ตรงนี้


“จูนน่ารักเนอะ” ไอ้เพชรเอ่ยแล้วหันไปตามไอ้ปันต่อ “แล้วมึงอะ ไม่ไปกินข้าวกับเพื่อนหรือไง”


“พวกมันกินกันไปแล้ว ไปกินกับพวกมึงนี่แหละ เดี๋ยวกูเลี้ยงน้ำด้วย”


“บ้านผลิตแบงค์เหรอ”


“อะไรนะ”


“เปล่า” บูมยักไหล่ ทำเหมือนไม่ได้พูดอะไร “วันนี้กูกินร้านสองนะ เบื่อสุกี้แล้วอะ”


“ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินคำนี้จากมึง” ไอ้เต็มหัวเราะ “งั้นกูร้านสองด้วย อยากกินสเต็กปลามาหลายวันละ”


หลังจากตกลงกันได้พวกเขาก็จับจองที่นั่งในโรงอาหาร ตำแหน่งการนั่งแบบเดิมเหมือนกลายเป็นความเคยชินไปซะแล้ว พักนี้ปันมากินข้าวกับพวกเราบ่อย โดยให้เหตุผลแตกต่างออกไป แต่พวกไอ้เพชรกับไอ้เต็มก็ไม่ขัด ซ้ำยังคิดว่าเขากับปันแอบไปคุยกันลับหลังพวกมันอีก


มีแบบนั้นที่ไหนกัน.. เขาอยากจะอยู่ให้ห่างมันด้วยซ้ำ แต่การกินข้าวคนเดียวมันไม่อร่อยเลย


“ว่าแต่ทำไมจูนถึงมาชวนมึงตีแบตวะ เขาไม่มีเพื่อนเหรอ” ไอ้เต็มเอ่ยถามในคำถามที่บูมรู้อยู่เต็มอก ก็จูนชอบไอ้ปันจะตายไป จะมาชวนก็ไม่แปลก แต่คงผิดแผนไปหน่อยที่ปันชวนพวกเขาไปด้วย


“จูนบอกกูตีแบตเก่ง เขาอยากฝึกตีก็เลยชวน”


“อิจฉาว่ะ ทำยังไงถึงจะมีคนน่ารักๆ แบบนั้นมาชวนกูไปตีแบตบ้างวะ” ไอ้เต็มหันไปถามไอ้เพชร ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าก่อนอื่นมึงต้องเบ้าหน้าเหมือนไอ้ปันก่อนถึงจะมีสิทธิ์


“กูจะไปซื้อน้ำนะ พวกมึงเอาอะไรไหม” พอคนใจดีเอ่ยอาสาอีกครั้ง.. ตอนที่ยังคบกันเขาน่าจะบอกให้มันไปทำงานจิตอาสา ป่านนี้คงรุ่ง


“น้ำเปล่าคนละขวดแล้วกัน”


“บูมล่ะ เอาชาเขียวปั่นไหม”


บูมละความสนใจจากจานข้าว ก่อนจะเงยหน้ามองคนถามที่ก็มองมาเหมือนรอคำตอบ


มันในตอนนั้นรู้ได้ยังไงว่าเขาชอบชาเขียวปั่น?


“อะแหนะ.. ไอ้ปัน มึงรู้ด้วยเหรอวะว่าบูมชอบกินชาเขียวปั่น” ไอ้เพชรขาชงเอ่ยขึ้นมาก่อนใคร ตามด้วยไอ้เต็มที่ก็แซวยกใหญ่เหมือนจะไม่ได้แซวอีกแล้วต่อจากนี้


“ก็.. กูสังเกตเอา” ปันเกาแก้ม “แล้วตกลงเอาชาเขียวปั่นไหม”


บูมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อมันทำตัวเป็นพวกคนใจดีเรี่ยราด.. ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ด้วยนะ ทำไมต้องเป็นแบบนี้กับทุกคน มันทำให้เขาเข้าใจผิดซ้ำซากแบบนี้ทำไม


สายตาที่มองมาเหมือนอย่างตอนที่มันบอกเขาว่ารักตอนที่เราคบกันนั่นน่ะ


ไอ้สายตาแบบนั้น ใช้กับเขาทำไมในเมื่อตอนนี้มันไม่ได้รัก


“เบื่อชาเขียวปั่นแล้ว” เอาละสายตาจากมันก่อนจะให้ความสนใจกับจานข้าวอีกครั้ง “เดี๋ยวไปซื้อเอง ปันซื้อแค่ของตัวเองกับของมันสองคนเถอะ”


เพื่อนสนิทสองคนของเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ส่วนปันก็ทำแค่ตอบรับในลำคอแล้วเดินไปซื้อน้ำตามที่ปากบอก


“มึงเป็นอะไรวะบูม พักนี้มึงดูหงุดหงิดนะ”


“นั่นดิ” ไอ้เต็มพูดอย่างเห็นด้วย “มึงดูอารมณ์เสีย ไม่ยิ้ม ไม่เขินตอนอยู่กับไอ้ปันแล้วอะ มึงเป็นอะไรหรือเปล่าวะ”


บูมวางช้อนส้อมในมือลงกับจานข้าว ก่อนจะเงยหน้ามองพวกมันสองคน


แล้วพูดด้วยเสียงดังฟังชัดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ


“กูไม่ได้ชอบปันแล้ว..”


“…….”


“เพราะฉะนั้นเลิกชงกูกับมันสักทีเถอะ”


 

ควรจะหยุดอย่างเด็ดขาดได้แล้ว.. ก่อนที่ความใจดีของมันจะกัดกร่อนใจของเขาอีกครั้ง


 



กลายเป็นว่าทั้งเขากับไอ้เพชรแล้วก็ไอ้เต็มก็มีความรู้สึกตึง ๆ กันไปโดยปริยาย


 

“มึงโกรธกูเหรอเนี่ย” เขาเอ่ยถามมันในวันหนึ่ง ขณะที่เรานั่งอยู่ในห้องด้วยกัน “ขอโทษนะเพชร เต็ม.. คือกูอาจจะเผลอใช้น้ำเสียงแย่ๆ ใส่มึงสองคนใช่ไหม”


“เฮ้อ..” ไอ้เต็มถอนหายใจ “มันก็นิดนึงแหละ.. แต่ก็เข้าใจนะที่มึงพูด ที่พวกกูชงไปมึงก็คงอึดอัด”


“แต่ใครจะไปรู้วะ ก่อนหน้านี้มึงยังทำท่าชอบมันฉิบหายอยู่เลย”


ก็คงใช่แหละ พวกมันคงตกใจที่เขาเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคนแบบนี้.. ไอ้ท่าทีเวลาเขินอายตอนปันอยู่ใกล้ๆ แค่คิดก็น่าโมโหแล้วที่มันยังใจดีกับเขา ทั้งที่รู้ว่าเขาชอบมันขนาดนั้น


ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะจับพลัดจับผลูจนได้คบกันก็เถอะ.. แต่มันก็ยังใจดีไม่เลิก เพียงแต่ว่าไม่ได้ใจดีกับเขาแล้วเท่านั้นเอง


มันใจดีกับคนคุยเก่าของมัน แทนที่จะเป็นแฟนของมันอย่างเขา


“เออ จะว่าไปแล้วมันก็ซื้อขนมมาฝากมึงด้วยนะ” ไอ้เต็มพูด ก่อนที่มันจะเดินไปหยิบถุงขนมบนโต๊ะมาให้เขาที่ยังนั่งแหมะอยู่บนเตียง “มันซื้อกล้วยทอดมาให้พวกกูด้วยแหละ แต่มันบอกว่าอันนี้มึงชอบ ก็เลยซื้ออันนี้แยกมาให้มึงโดยเฉพาะ”


เขาเปิดถุงมอง ก็พบกับขนมปังปิ้งทาเนยโรยน้ำตาล


“มึงไม่ได้ชอบกินอันนี้ไม่ใช่เหรอวะ ทำไมมันถึงบอกว่ามึงชอบเฉยเลย”


บูมนั่งจ้องขนมปังสองชิ้นในถุงอยู่นาน มันนานมากพอที่ไอ้เพชรจะเอ่ยถามเขาว่าเป็นอะไร หากแต่ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขากลับลุกขึ้นยืน คว้ากุญแจห้องแล้วเดินออกมาจากหอ ทิ้งให้เพื่อนตะโกนไล่หลังอยู่แบบนั้นโดยไม่ได้หันไปตอบ


ตั้งแต่เจ็บขา.. ชาเขียว.. เรื่อยมาจนถึงขนมปังปิ้งโรยน้ำตาลที่เขาเพิ่งมาชอบเมื่อสองปีที่แล้ว


อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะตอบคำถามว่ายังไง


เขาเดินมาที่หอของมัน ถือวิสาสะเดินดุ่มๆ ขึ้นมาบนตึก เคาะประตูห้องดังๆ จนกระทั่งคนที่เขาจำได้ว่าเป็นรูมเมทของมันในสภาพเปลือยท่อนบนเดินมาเปิด


“ปันอยู่ไหน!”


“เอ่อ.. มีอะไร..”


“ถามว่าปันอยู่ไหน!”


เสียงของเขาคงดังมากพอที่จะทำให้เจ้าของชื่อรีบโผล่หน้าออกมา ปันทำหน้าตาตื่น ดันรูมเมทให้ไปอยู่ข้างหลังก่อนจะมาเผชิญหน้ากับเขาเอง


บูมชูถุงขนมปังปิ้งในมือขึ้นต่อหน้าแล้วเอ่ยถาม


“นี่คืออะไร”


“…….”


“เราไปชอบกินขนมปังปิ้งทาเนยโรยน้ำตาลตอนไหนเหรอปัน”


อีกฝ่ายถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะหลบเลี่ยงสายตา ครู่หนึ่งก็คว้าข้อมือของเขา แล้วลากให้เข้ามาในห้อง หันไปไล่รูมเมทให้ออกไปข้างนอกก่อน ซึ่งไอ้นั่นก็งุนงง แต่ก็ยอมใส่เสื้อแล้วออกไปแต่โดยดี


“ว่าไง เธอมีอะไรจะอธิบายกับเราไหม”


ปันเสยผมก่อนจะหันมามองหน้าเขา


“เออ.. เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมาอยู่ตรงนี้”


“……”


“เราไม่รู้.. รู้แค่ว่าเราฝันแปลกๆ แต่เราจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ พอตื่นมาอีกทีก็ย้อนมาเมื่อหกปีที่แล้วตรงนี้เนี่ยแหละ”


บูมแค่นหัวเราะ เขาโยนถุงขนมปังไปไว้บนโต๊ะของใครสักคนที่อยู่ข้างๆ “แล้วยังไง.. สรุปคือเธอรู้ตลอดว่าเราก็ย้อนกลับมา แต่เธอทำเป็นไม่รู้เหรอ”


“ตอนแรกเราไม่รู้เลย.. เราสาบาน” ปันเอ่ยอย่างจริงจัง “จนเธอเริ่มทำตัวแปลกๆ เหมือนเกลียดขี้หน้าเรา ทั้งที่ถ้าเป็นบูมเมื่อหกปีที่แล้วจะไม่ทำแบบนี้ เราก็เลยรู้ว่าเธอก็คงย้อนกลับมาเหมือนกัน”


บูมเมื่อหกปีที่แล้วจะไม่ทำแบบนี้เหรอ..


ก็คงใช่


“แล้วเธอจะกลับมาทำไมวะ” บูมเอ่ยถามอย่างสุดกลั้น “เธอมีอะไรให้กลับมาแก้ไขด้วยหรือไง”


“แล้วเธอล่ะ กลับมาทำไม”


พอถูกถามกลับ บูมก็นิ่งไปเล็กน้อย หากแต่สุดท้ายเขาก็พบว่าเราไม่จำเป็นต้องรักษาน้ำใจกันให้วุ่นวายอีกต่อไป


ดังนั้นเขาจึงตอบอย่างฟังชัด


“เรากลับมาเพื่อจะไม่รักเธอ”


“…….”


“ความใจดีของเธอทำให้เราเจ็บมาสองครั้งแล้วปัน” บูมรู้สึกแสบจมูกเหมือนจะร้องไห้ แต่เขาก็พยายามกลั้นมันเอาไว้ “ครั้งแรกคือตอนที่เธอทำใจดีกับเรา ทำเหมือนว่าก็รักเรา แต่สุดท้ายก็ไปคุยกับคนอื่นที่ไม่ใช่เรา”


“…….”


“ครั้งที่สองคือตอนที่เราคบกันแล้ว แต่เธอก็ยังไปใจดีกับคนคุยเก่าเธอ.. คนเดิมที่ทำให้เราเคยเจ็บตอนนั้น เธอเห็นใจความรู้สึกของเราบ้างไหม”


ปันถอนหายใจเล็กน้อย เขาไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะพูดอะไรออกไปดีเพื่อให้บูมเข้าใจความรู้สึกของเขา แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะพูดตอบกลับไป


“ที่เธอถามว่าทำไมเราถึงย้อนกลับมา มีเหตุผลอะไรที่เรามา เธอรู้มั้ยว่ามันคืออะไร”


“.....”


“เรากลับมาเพื่อทำให้เธอรักเราเหมือนเดิมไง”


คำพูดนั้นทำให้บูมหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมอย่างบอกไม่ถูก เขาอุตส่าห์จะไม่รัก แล้วทำไมปันถึงต้องทำแบบนี้ด้วย 


มันเห็นความรู้สึกของเขาเป็นอะไร


“โมโหใช่ไหม ใจเย็นๆ ฟังก่อน”


“.....”


“ในฝัน.. เราจำได้ลางๆ ว่าเป็นเสียงผู้หญิง บอกเราว่าเธอกำลังจะกลับมาเลิกรักเรา”


“.....”


“เราเลยขอกลับมาด้วย เพราะเราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น” ปันอธิบายต่อ “เรากลับมาเพื่อเซฟความรู้สึกเธอ.. เราเลี่ยงจะไม่ไปกับจูนสองคนเพราะรู้ว่าเธอตอนนั้นเสียใจ แล้วที่เราแสดงออกกับจูนตอนนี้มันยังไม่ชัดอีกเหรอ”


“.....”


“เราพูดจริงๆ บูม.. เรากับจูนเป็นแค่เพื่อน ตั้งแต่เลิกคุยกันก็เป็นแค่นั้นมาตลอด”


บูมมองหน้าปันด้วยสีหน้าที่ยังไม่คลายความโมโห “แล้วทำไมต้องไปรับไปส่ง พอเราถามเธอก็ไม่บอกอะไรสักอย่าง แบบนี้เราจะเชื่อเธอได้ยังไงว่าไม่ได้มีอะไร”


ปันเผยสีหน้าหนักใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง


“จูนขอไม่ให้บอก เพราะจูนอาย”


“.....”


“แต่เราจะบอกเธอแล้วกัน” ปันตัดสินใจค่อยๆ เล่า “จูนเป็นบ้านเล็ก แล้วตอนนี้ก็กำลังท้อง”


คำพูดของปันทำให้บูมตกใจ.. เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าจูนเป็นแบบนั้น เพราะจากที่เคยไปแอบส่องโซเชียลทุกอย่างเธอก็ดูปกติเหมือนคนโสดทั่วไป แถมยังสวยมากๆ จนบูมยังนึกชื่นชมในใจหลายครั้ง


“แฟนจูนไม่ค่อยดูแล.. เพื่อนจูนก็ไม่มีใครอยากคบพอรู้ว่าจูนเป็นแบบนี้ เราเองก็สงสาร เลยไปรับไปส่งบ้างบางครั้ง”


“แล้วทำไมเธอไม่บอกเรา”


“จูนไม่อยากให้บอกใคร” ปันพูดตามความจริง “อีกอย่างเราเองก็กลัวว่าจูนจะไม่มีใครมากไปกว่านี้ก็เลยไม่บอก”


“แล้วพอเป็นเรื่องจูน เธอถึงกับยอมเลิกกับเราเลยเหรอ”


“เราก็พยายามจะง้ออยู่นี่ไง แล้วเราก็ง้อเธอมาตลอด แต่แค่พูดความจริงไม่ได้” ปันทำหน้าสำนึกผิด “เราขอโทษ”


บูมมองหน้าแฟนของตัวเองในรูปแบบที่ยังเป็นหนุ่มน้อยในวันวาน เขาถอนหายใจ พอรู้เหตุผลแล้วก็พอจะเข้าใจได้ แต่ที่โมโหคือทำไมถึงไม่ยอมบอกเขาตั้งแต่แรกนี่แหละ


“เรามันขี้ขลาดเอง.. แต่เธอยกโทษให้เราได้ไหม”


 “ง่ายไปมั้ง” เขาเสียใจมาตั้งนาน กินหมูย่างกับไอ้เพชรจนจะเป็นไขมันอุดตันในเส้นเลือดแล้ว อยู่ดีๆจะให้ยกโทษง่ายๆ มันก็คงเกินไปหน่อย “เอาไว้กลับไปค่อยคุยกัน”


ปันทำท่าดีใจ เผลอจะกอดเขาแต่ก็โดนเอามือยันไว้ทัน


เขาเดาได้ว่าพรุ่งนี้ก็คงจะตื่นมาในโลกเดิม อย่างแรกที่เขาจะทำคือเดินไปตบหัวไอ้ปันในโลกนั้นแรงๆ แล้วก็กอดให้สมกับความคิดถึง ก่อนจะไปหาจูนเพื่อดูว่ามีอะไรที่พอจะช่วยเหลือเธอได้บ้างไหม.. บางทีเขาอาจจะต้องไปเอง เพื่อเป็นการตัดปัญหาทุกอย่างให้สิ้นซาก


“อ่อ เดี๋ยวนะ ยังมีอีกเรื่อง” บูมนึกขึ้นได้ “เธอเคยบอกว่าเราปัญญาอ่อนตอนเราขอให้เธอพากลับมากินสุกี้ จำได้ไหม”


“ก็ปัญญาอ่อนจริงๆ นี่” บูมง้างมือเตรียมตี “อย่าตีๆ ขอโทษ.. ก็เรางงอะ อยู่ดีๆ เธอก็จะให้เราพามากิน มันโคตรไกลเลยนะ”


“ก็พูดดีๆ สิว่ามันไกล ไม่ใช่ด่าเราปัญญาอ่อน”


“ขอโทษครับ ทีหลังจะไม่ด่าอีกแล้ว”


ปันทำหน้ารู้สึกผิดจนบูมเกือบหลุดขำ แต่ไม่ได้ มันยังง้อเขาไม่สำเร็จสักหน่อย 



จะมาเสียฟอร์มให้มันตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!





เช้าอีกวัน พอตื่นมาก็รู้สึกเหมือนฝันไปอีกคืน เพราะบูมตื่นมาในห้องนอนปัจจุบันของตัวเอง ไม่ใช่หอเมื่อหกปีที่แล้ว



บูมนึกว่าตัวเองคิดไปเอง แต่พอเห็นปันโทรมาปลุกด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสดใสเหมือนเราคืนดีกันแล้ว เขาก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่ความฝันธรรมดาทั่วไป


“ดีกันแล้วก็ยังไม่เลิกกินเนอะ หมูย่างมึงเนี่ย”


ไอ้เพชรนั่งเท้าคางมองอยู่ฝั่งตรงข้าม พร้อมกับทำหน้าเหม็นเบื่อเมื่อเห็นปันที่นั่งอยู่ข้างๆ ยื่นหมูเข้าปากเขาอีกคำ


“ไอ้บูมจะเป็นไขมันในเส้นเลือดตายเพราะผัวนี่แหละ”


“พูดมากว่ะเพชร รีบๆ กินฝั่งมึงเถอะ ไหม้หมดแล้ว”


พ่อคนใจดีนามว่าปันก็ยังใจดีวันยันค่ำ มันคีบหมูใส่จานของไอ้เพชรให้เสร็จสรรพ เพชรทำปากมุบมิบแต่ก็ยอมคีบหมูเข้าปากแต่โดยดี “ว่าแต่เรื่องจูนว่าไงวะ มึงสองคนเข้าใจกันแล้วเหรอ”


“เออสิ ไม่งั้นกูจะดีกันมั้ยเอ่ย” เขาถามอย่างกวนประสาท “สรุปปันกับจูนก็เป็นเพื่อนกันจริงๆ เหมือนที่มึงบอกแหละ”


เขาเลือกจะไม่พูดความลับของจูน เพราะคิดว่ายังไงรายนั้นก็คงไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ไปมากกว่านี้แล้ว ถึงแม้ไอ้เพชรจะเป็นเพื่อนสนิทของทั้งเขากับปันก็เถอะ


“กูบอกละ มึงก็ไม่เชื่อ” มันว่าต่อไปอีก “อยากกินของหวานว่ะ มีอะไรให้กินบ้าง”


เขาจัดการหมูในเตาต่อ ส่วนไอ้เพชรคว้าเมนูไปเปิดดูของหวาน มันเป็นประเภทกินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่ ก็เหมือนกับเขาแหละ ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพื่อนกันได้ยังไง


“เอ้อ ดีว่ะ.. ร้านหมูย่างมีขนมปังปิ้งของโปรดมึงด้วยไอ้บูม”


“กูกินติดต่อกันมาสามวันแล้ว เอียนจะแย่”


“เห็นแล้วก็นึกถึงตอนมหาลัยที่ไอ้ปันมันซื้อขนมปังให้มึง” ไอ้เพชรพูดแล้วหัวเราะไปด้วย “ตอนนั้นมึงรีบวิ่งไปหามัน กูกับไอ้เต็มตกใจแทบตาย สุดท้ายแค่วิ่งไปขอบคุณ”


เขาขมวดคิ้ว หันหน้ามองกับปันโดยมิได้นัดหมาย


“มึงหมายถึง.. ตอนปีหนึ่งเหรอ”


“เออดิ ช่วงนั้นที่มึงอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ไง” เพชรพูดต่ออีก “ช่วงนั้นไอ้ห่านี่ก็ทำตัวแปลกๆใส่จูน แต่สุดท้ายก็ปกติ กูจำได้เลยว่าพวกมึงทำตัวผิดปกติฉิบหาย”


เขากับปันไม่ได้พูดอะไรนอกจากเก็บความสงสัยไว้ในใจ พอกินกันเสร็จก็แยกย้ายบ้านใครบ้านมัน ปันพาเขาไปส่งที่บ้านเหมือนเดิม บทสนทนาเล็กๆ ก็เกิดขึ้นบนรถของปัน


“สรุปคือเรากลับไปแก้ไขอดีตได้เหรอเธอ” ปันถามเรื่องที่เขาก็อยากรู้ “เหลือเชื่อว่ะ..”


“นั่นดิ เป็นไปได้ไงวะ” ตอนแรกเขาคิดว่าแค่ฝัน หรือไม่ก็แค่กลับไปชั่วคราวในห้วงเวลาสักอย่างที่มีคนสร้างไว้ แต่กลายเป็นว่าช่วงเวลานั้นดันมีจริงขึ้นมาเฉยเลย “แล้ว.. เธอว่าคนที่คุยกับเราในฝันคือใครวะ”


“ไม่รู้ดิ..” ปันทำหน้าไม่แน่ใจ “ผีในห้องมั้ง”


ไม่ว่าจะเป็นผีในห้อง ผีในบ้าน เจ้าที่เจ้าทาง หรือแม้แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ตาม แต่ยังไงก็ขอบคุณที่ส่งเขากลับมา


อย่างน้อยก็ทำให้เขารู้ว่าเรื่องของความรู้สึก ต่อให้ย้อนเวลากลับมามันก็ยังเหมือนเดิมอยู่ดี


 

โดยเฉพาะความรู้สึกรัก









- END-




TALK:
นานๆ ทีจะเขียนแฮปปี้เอนดิ้งกับเขาบ้างค่ะ
รักทุกคนน้า รักโปรเจคนี้ด้วยค้าบ
ฝากคุยกันในแท็ก #น้ำผึ้งมะนาวCB เช่นเคยค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 267 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,420 ความคิดเห็น

  1. #3413 โชคเข้าข้าง (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 18:27
    น้ำตาซึมช่วงย้อนวัยมากกก
    สงสารน้องบูม
    เจ่บมาเยอะนะะ
    #3,413
    0
  2. #3412 บนกึม (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 11:04
    น่ารักมากค้าบลลบ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ ❤️😳
    #3,412
    0
  3. #3408 Kitty (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 03:33

    น่ารักมากค่ะ;-;

    #3,408
    0
  4. #3407 Mhorex (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 21:31
    ฮือออออคิดถึงมากเลยคับบบบ
    #3,407
    0
  5. #3402 byun belbell (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 23:01
    คิดถึงคูมไรท์ที่สุดเลยค่าาาา ชอบมากๅๆ
    #3,402
    0
  6. #3401 lilacforu (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 12:57
    ชอบมากๆๆๆ คิดถึงคุณไรท์นะคะ
    #3,401
    0
  7. #3400 CB-614 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 09:46
    ดีที่ผีให้กลับไปแก้ไขทั้งคู่ ไม่งั้นบูมคงทำสำเร็จ
    #3,400
    0
  8. #3399 24/7-B100HYUN (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 08:38
    น่ารักมากกกกกกกกก ชอบพล็อตมากๆๆๆๆเลย
    #3,399
    0
  9. #3398 mam_sukanya35 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 01:45
    ดีงามมากกก
    #3,398
    0
  10. #3397 Inyamuuu (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 00:31
    คิดถึงมากๆเลยค่ะะะ ดีที่ผีในห้องยังใจดีให้กลับมาเคลียกันทั้งสองคน
    #3,397
    0
  11. #3396 SaraPcyBbh (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 22:25
    คืออออออดี ☺️☺️☺️
    #3,396
    0
  12. #3395 bammbn (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 13:52
    น่ารักมาก
    #3,395
    0
  13. #3394 KaRToon_HH (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 10:52
    น่ารักมากเลลยยยยย
    #3,394
    0
  14. #3393 Mayy-lali (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 10:46
    ถ้าปันไม่ได้กลับไปด้วยจะเกิดอะไรขึ้น
    #3,393
    0
  15. #3392 Renoir92 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 08:15
    พลาดที่ไม่คุยกันให้เข้าใจแต่แรก ดีว่าปันก็ได้ย้อนไปด้วย ไม่งั้นนี่ บูมคงแก้ไขอดีตสำเร็จ
    #3,392
    0
  16. #3391 nutnichh (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 06:49
    ช็อคมากตอนเห็นไรท์อีพ รีบเข้ามาอ่านเลยทั้งๆที่เราเริ่มห่างหายจากเด็กดีไปแล้ว ฟิคเรื่องเป็นเป็นเรื่องที่เราขอบมากๆๆ ทุกเรื่องที่ลงเลย ขอบคุณที่กลับมาลงอีกนะคะ
    #3,391
    0
  17. #3390 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 22:36
    คิดถึงจังเลยค่ะ ยังชอบมากเช่นเคย ดีจังที่กลับไปแก้ไขได้ คือก็อยากให้เข้าใจกันด้วยดีอะนะ ถ้ายังรักกันทั้งคู่แล้วมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แถมเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ก็ควรจะได้รับโอกาสดีๆแบบนี่แหลั
    #3,390
    0
  18. #3389 Chully_Oummy (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 19:39
    เนื้อเรื่องผิดคาดมากเลยค่ะ สนุกมากด้วย ไม่คิดว่าจะกลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่ก็ดีมากๆที่ทำให้ทั้งสองคนกลับมารักกัน
    #3,389
    0
  19. #3388 ่CB21 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 19:09
    ชอบผีในห้อง555555555555555 สนุกม้ากกกก
    #3,388
    0
  20. #3387 kfangja (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 18:33
    นี่เป็นแบคก็โกรธนะ เพราะมันไม่รู้อะไรเลยอ่ะ55555 จูนทำแบบนี้ก็ไม่ถูก ถึงจะอายแต่ค้องเกรงใจคนมีแฟนบ้างเนอะ
    #3,387
    0
  21. #3383 deereastsea (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 09:13
    ไม่คาดคิดเลย ตอนอ่าน
    มันแบบเซอร์ไพรส์ ไม่คิดว่าจะได้กลับไปจริงๆ
    ถ้าในความเป็นจริง ทำได้แบบนั้น ก็คงดีเนาะ จะได้ไม่รัก แต่ก็เป็นไปไม่ได้ ถึงมันจะเจ็บแค่ไหน ตอนที่มีความรู้สึกรัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันก็ดีแล้ว.. แบบนั้น
    เข้าใจความรู้สึกบูมเลย แต่ทำไงได้เนาะ คนมันจะรัก ต่อให้พยายามไม่รักแค่ไหน สุดท้าย ก็ลงเอยแบบเดิม ถ้ายังไม่เฉลยว่า กลับมาเหมือนกัน เราว่า บูมคงชอบปันอีกแน่ แค่บอกว่าสังเกตเรามากกว่าคนอื่น ก็คือเริ่มทำให้หวั่นไหวแล้วอะ
    ขอบคุณนะคะ ชอบเลย
    เดี๋ยวจะไปตามอ่านโปรเจคนี้อีกค่ะ
    สู้ๆนะคะ
    #3,383
    0
  22. #3382 ข้าวฟ่าง ผู้เลอโฉม (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 08:13
    ดีมากๆเลยค่ะ
    #3,382
    0
  23. #3381 •ZIRIA• (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 07:16
    ซาหนุกเหมือนเดิม
    #3,381
    0
  24. #3380 iwannascreamallthetime (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 06:43
    สนุกกกกกก ตอนบูมวิ่งไปหาปันนี่แอบคิดแล้วก็เป็นแบบที่คิดจริงๆ แล้วตอนบูมบอกปันว่ากลับมาเพื่อให้ไม่รักเรานี่โหวงแทนปันเลย;-; เจ๋งจังแต่แอบกลัวนิดๆค่ะเรื่องคนที่พากลับไป555555
    #3,380
    0
  25. #3379 mbye614 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 05:00
    น่ารักมากเลยค่า💖
    #3,379
    0
  26. #2068 XMCB_BB (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 01:58
    อยากข้ามเวลาไปดูก็ได้ดูสมใจแล้วนะอิพี่ อิอิ
    #2,068
    0
  27. #2041 AEGIDIOS (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 12:55
    เห้ยย!!!555555555555555 เรื่องมันอเมซิ่งมากๆ ติดตามค่ะ! ตื่นเต้นมากแล้วตกลงจะรู้ใช่มั้ยว่าพี่ชายรักกะแฟนยังไง5555
    #2,041
    0
  28. #2022 bbbbbbbys (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 02:07
    น่ารักกกกก แต่กลัวแอบม่าจังงงง
    #2,022
    0
  29. #1992 hmy_sasi (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 22:21
    ง้ะชอบบบบอะดูนวลๆฟุ้งๆคิดถึงบรรยากาศสมัยก่อนเลยยยยจากเด็กยุค2000 ตื่นเต้นมากค่ะ6555555555555555
    #1,992
    0
  30. #1965 fernsarinrat (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 18:47
    เอาแล่วววว เจอพี่ชายล้าวว นี่จะมาดูว่าเค้ารักกันได้ไงจริงอ่ะ ขำ55555555555 ถ้ากลับไปปัจจุบันคงมีเรื่องให้ล้อตาพี่ชายเยอะเเน่นอลล5555555 ไม่เหลือซาก5555 งี้ปัจจุบันพี่แบคก็แก่แล้วก็เป็นเพื่อนพี่เฮงอ่ะสิ เห๋ยยย อยากให้เขาเจอกัน ตื่นเต้นนนน
    #1,965
    0
  31. #1963 Sansorn Raikeiat (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 15:48
    น่ารักกกกกกก รออออออ เรื่องนี้แบ๊วแรงง สู้นะค่ะไรท์
    #1,963
    0
  32. #1962 toonny_do (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 14:59
    น่าร้ากกกกกกกกก
    #1,962
    0
  33. #1958 ดั๋มได๋ยัยแตง (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 14:08
    ชอบเรื่องแนวนี้อ่าน่ารักดี
    #1,958
    0
  34. #1957 BABYzPCY (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 13:12
    ชอบเรื่องจัง ><
    #1,957
    0
  35. #1955 Siraprapa Jaja (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 12:25
    เฮ้ยหยาาาาาาาา
    #1,955
    0