{SF,OS} honey lemon juice ♡ ll chanbaek

ตอนที่ 36 : {OS} coffee next door ♡

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    3 พ.ค. 61













กาแฟ.. ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับการต่อสู้ในรูปแบบใด



“เขาจะมาเปิดข้างร้านเราเลยนะ”


แบคฮยอนส่ายหัวพลางจิบลาเต้ร้อนในแก้ว ละเลียดเอาความนุ่มของมันเข้าไปทีละน้อยเหมือนอย่างที่ชอบทำ เขาค่อนข้างชอบความสุนทรีย์ในรูปแบบนี้ และไม่ชอบเลยหากจะต้องเร่งดื่มมันเพราะจะต้องรีบไปทำอะไรสักอย่าง ดังนั้นช่วงเวลาตอนที่คนยังไม่เข้าร้านแบบนี้จึงเป็นช่วงที่ดีที่สุดที่เขาจะใช้เวลาไปพร้อมกับกาแฟแก้วโปรดในมือ


“นี่.. พี่จะไม่เดือดเนื้อร้อนใจหน่อยหรือไง เขาจะเปิดวันพรุ่งนี้อยู่แล้วนะ”


แบคฮยอนกลืนกาแฟรสนุ่มแบบที่ชอบลงคอ ก่อนจะเงยหน้ามองน้องสาวที่ยืนโวยวายอยู่ตรงหน้า “ช่างมันเถอะน่า.. พี่ไม่ได้เปิดร้านมาเพื่อแข่งขันกับใครสักหน่อย”


“แต่ถ้าไม่มีคนเข้าร้านเราล่ะ แบบนั้นจะไม่แย่หรือไง”


“อีกอย่าง.. พี่ไม่ได้เปิดร้านมาหาเงิน เราเองก็รู้นี่”


ซึลกิหงุดหงิดจนแทบจะพ่นไฟออกมาอยู่แล้วเมื่อเขาตอบเหมือนไม่ได้ฟังสิ่งที่เธอพูดต่อแบบนั้น และพี่ชายอย่างแบคฮยอนก็รู้ดี น้องสาวของเขากำลังร้อนใจที่ร้านกาแฟข้างๆร้านของเรากำลังจะเปิดวันพรุ่งนี้เป็นวันแรก แม้ว่าจะดำเนินการปรับปรุงตึกเก่าซอมซ่อพร้อมกับแปลงโฉมให้กลายเป็นร้านกาแฟสไตล์โมเดิร์นแตกต่างจากร้านสไตล์คอทเทจของเขามาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งซึลกิก็เป็นคนไปสอบถามเองว่าจะทำเป็นร้านอะไร พอได้คำตอบว่าร้านกาแฟ น้องสาวของแบคฮยอนก็หงุดหงิดตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ที่เจ้าของร้านแบบเขาไม่ยอมทำอะไรเลย


“เจ้าของร้านก็ไม่เห็นยอมเข้ามาสักที ถ้าเข้ามาจะต่อว่าซะให้เข็ด อยู่ดีๆมาเปิดร้านแข่งกันแบบนี้ได้ยังไง”


แบคฮยอนไม่ได้ตอบอะไรน้องสาวอีก เพราะเป็นจังหวะเดียวกันกับตอนที่ลูกค้าพนักงานออฟฟิศพากันเข้ามาในร้าน เขาจึงต้องเดินไปจัดการทำกาแฟให้พวกเขาเหล่านั้นตามที่ได้รับคำสั่ง


“ร้านข้างๆ ก็เป็นร้านกาแฟเหมือนกันเหรอครับ พอดีผมเห็นป้าย”


ลูกค้าคนนี้เป็นลูกค้าอีกคนที่แวะเข้ามาดื่มกาแฟที่ร้านของเขาเกือบจะทุกตอนเที่ยง แบคฮยอนจำหน้าอีกฝ่ายได้แล้ว แต่เขาก็ไม่เคยถามชื่อแซ่ของอีกคนเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็น ในตอนนี้เขาจึงยิ้ม แล้วพยักหน้าตอบกลับไปเท่านั้น


“ถ้าอย่างนี้ก็แย่สิครับ ลูกค้าคุณอาจจะหายไป”


แบคฮยอนสบตากับอีกฝ่ายนิดหน่อยขณะที่มือก็ยังระวิงอยู่กับแก้วกาแฟในมือ หากใบหน้าก็ยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ผมไม่ได้สนใจเรื่องนั้นหรอกครับ.. หมายถึงในเรื่องของรายได้”


“แล้วอะไรที่คุณกังวลครับ”


“ก็คงจะเป็นลูกค้ามั้งครับ.. ถ้าหายไปกันหมดผมก็คงจะเหงาแย่”


เอ่ยไปอย่างไม่ได้คิดอะไร ในขณะที่คนฝั่งตรงข้ามนั้นคิดอะไรต่างๆนานาไปเสียมากมาย หากย้อนเวลากลับไปได้ แบคฮยอนจะไม่พูดให้อีกคนรู้สึกอะไรมากไปกว่าการเป็นลูกค้ากับคนขายกาแฟเลย


“คุณพูดเหมือน.. ผมเองก็มีส่วนจะทำให้คุณเหงาด้วยเหมือนกัน”


กาแฟยังไม่เสร็จดีนัก แต่นั่นเป็นอีกครั้งที่คุณเจ้าของร้านต้องเงยหน้ามองคนพูด ก่อนจะมองข้ามไหล่ของอีกคนไปเมื่อประตูร้านเปิดออก พร้อมกันกับร่างของใครอีกคนที่เดินเข้ามาในร้าน แล้วท้ายที่สุดก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเคาท์เตอร์สำหรับสั่งกาแฟ ข้างกันกับคุณลูกค้าที่ยังคุยกันกับเขาไม่เสร็จดี


“สวัสดีครับ.. ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีครับ” แบคฮยอนเอ่ยถามอย่างสุภาพ แต่สิ่งที่อีกคนตอบกลับมาไม่ใช่การเอ่ยปากสั่งลาเต้ หรือแม้กระทั่งเอสเพรสโซ่สักแก้วหนึ่ง


หากเป็นกระดาษแผ่นเล็กๆที่ถูกยื่นมาให้แบคฮยอน ซึ่งมือเรียวเล็กเองก็รับมันไว้เช่นกัน


“เจ้าของร้านกาแฟข้างๆ เขาฝากมาให้คุณค่ะ”


ปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากของแบคฮยอนในตอนนั้น


“งั้นเหรอครับ.. แล้วเขาอยู่ที่ไหนล่ะ” ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากถาม “ผมอยากทำความรู้จักกับเขาหน่อย”


“วันพรุ่งนี้คุณก็คงจะได้พบกับเขาเองค่ะ.. แต่ตอนนี้เขาขอให้คุณอ่านข้อความของเขาก่อน” เธอเอ่ยตอบอย่างสุภาพแล้วจึงเอ่ยขอตัวลา “วันนี้คงไม่ได้อุดหนุนกาแฟของคุณ แต่เอาไว้วันไหนฉันจะมาลองดื่มดูนะคะ”


แบคฮยอนโค้งให้เธออย่างยินดีและเต็มใจรับคำพูดนั้นไว้ ก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากร้าน และทิ้งให้เหลือเพียงแค่ตัวเขากับคุณลูกค้าคนเดิมที่ยังยืนอยู่ไม่ไปไหน


มือเรียวเล็กก้มลงอ่านกระดาษที่เพิ่งได้รับมา มันถูกพับหนึ่งทบ เขาจึงต้องเปิดออกอ่าน


“แปลกดีนะครับ.. ทำความรู้จักกับคุณโดยส่งจดหมายมาน่ะ ผมว่ามันไม่ค่อยจริงใจสักเท่าไหร่เลย” คุณลูกค้ายังคงพูดต่อไปเรื่อยๆ ทั้งที่ก็รู้ดีว่าคนฟังนั้นไม่ได้มีจิตใจจดจ่อกับคำพูดเหล่านั้นเลย


แบคฮยอนยิ้มให้กับข้อความในกระดาษนั้นอีกครั้ง ก่อนจะพับมันกลับแล้วเก็บมันใส่กระเป๋าเสื้อของตัวเอง เขาจัดการแก้วกาแฟในมือต่ออีกเล็กน้อย แล้วจึงยื่นมันให้กับคุณลูกค้าที่ยืนรออยู่สักพักแล้ว


“ขอโทษที่ช้านะครับ”


“ไม่เป็นไรครับ” อีกฝ่ายแย้มยิ้มส่งมาให้แล้วจึงพูดต่อในสิ่งที่แบคฮยอนกำลังอยากจะตอบอยู่พอดี “แล้วที่คุณบอกว่ากลัวจะเหงา.. สรุปแล้ว..”


“ตอนแรกคิดว่าคงจะเป็นอย่างนั้น”


“.......”


“แต่ตอนนี้คงจะไม่แล้วล่ะครับ”


เป็นการปฏิเสธกลายๆ เพียงแค่ได้อ่านข้อความในจดหมายฉบับเล็กที่ส่งมาให้ ก็กลับคำได้รวดเร็วราวกับเป็นคนละคน



‘คนที่เป็นโลกทั้งใบของผม.. เป็นจักรวาลเล็กๆ ของผม’



คุณเอง.. ก็เช่นกัน



- - - - - - - - - - -




วันรุ่งขึ้น ซึลกิยังคงดูหงุดหงิดเหมือนเคยไม่เปลี่ยน



ซ้ำแล้วเธอยังดูหงุดหงิดมากกว่าเดิมเสียอีก ชะเง้อชะแง้พลางทำเป็นเดินผ่านร้านข้างๆ ตั้งหลายครั้งหลายคราวจนแบคฮยอนเวียนหัวไปหมด ตอนนี้ก็เข้ามานั่งทำหน้ามุ่ยในร้าน ยกมือขึ้นกอดอกราวกับคนอารมณ์เสีย ซึ่งสาเหตุของอาการเหล่านี้ก็เดาได้ไม่ยากนัก


“ร้านนั้นคนเยอะอย่างที่คิดไว้จริงๆ ด้วย”


นั่นไง.. ในเวลานี้ก็มีอยู่อย่างเดียวที่น้องสาวเจ้าของร้านออกจะหงุดหงิดยิ่งกว่าเจ้าของร้านเสียอีก


“พี่ไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเลยเหรอ จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ หรือไง ร้านเราจะเจ๊งเอานะ”


“แล้วเราจะให้พี่ทำยังไง” เขาที่กำลังเช็ดโต๊ะเอ่ยถาม  “จะให้ไปบอกเขาว่าช่วยปิดร้านหน่อยครับ มันซ้ำกับร้านของผม แบบนี้เหรอ”


“แล้วทำได้ไหมล่ะ”


“เขาทำร้านจนเสร็จหมดแล้วนะซึลกิ”


“ก็ตอนที่เขากำลังปรับปรุง หนูบอกให้พี่ไปคุยกับเขา พี่ก็ไม่ยอมไป”


แบคฮยอนไม่รู้จะเถียงอะไรน้องอีก จึงทำได้แค่เงียบทั้งที่ใบหน้ายังติดรอยยิ้มจางๆเอาไว้ เขาเช็ดโต๊ะไปพลาง ฟังน้องสาวบ่นอย่างกับคนแก่ไปพลาง ก่อนที่เธอจะพูดประโยคที่ทำให้เขาสะกิดใจขึ้นมาอีกประโยคหนึ่ง


“เมื่อกี้หนูไปถามพนักงานในร้านมาแล้ว เขาบอกเจ้าของร้านจะเข้ามาตอนเย็นๆ” ซึลกิว่าอย่างนั้นด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิด “เจ้าของร้านบ้าอะไร ไม่เคยมาร้านเลยสักที”


“อย่าว่าเขาเยอะนักสิ เด็กคนนี้”


“ทำไมหนูจะว่าไม่ได้ เขาไม่ใช่ญาติฝ่ายไหนของหนูสักหน่อย”


แบคฮยอนได้แต่ส่ายหัวเมื่อได้ยินน้องสาวว่าอย่างนั้น เขาหยิบเอากระดาษใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกพับเป็นทบเดียวเหมือนที่เขาได้รับมาเมื่อวาน หากเป็นคนละใบอย่างสิ้นเชิง


“อะไร” น้องสาวเอ่ยถาม เมื่อจู่ๆเขาก็ยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้กับเธอ


“ช่วยเอาไปให้พนักงานร้านข้างๆทีสิ” แบคฮยอนเอ่ยคำสั่ง “บอกเขาทีว่าถ้าเจ้าของร้านมาเมื่อไหร่ ฝากเอากระดาษใบนี้ให้เขาด้วย”


“........”


“บอกด้วยว่าคุณแบคฮยอนฝากมา”



ถ้าคุณคนนั้นเขาอยากจะคุยกันผ่านจดหมาย.. แบคฮยอนก็ยินดี




- - - - - - - - -




ช่วงเย็นก็เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ลูกค้าจะเข้าร้านเยอะกว่าช่วงเวลาทั่วไป แบคฮยอนจึงแทบไม่มีเวลาขยับตัวไปที่ไหน นอกจากเคาท์เตอร์และหน้าเครื่องชงกาแฟ


ที่ร้านมีพนักงานที่คอยช่วยกันอยู่ไม่กี่คน ไม่รวมซึลกิที่ไม่ได้มาช่วยประจำเพราะยังคงติดเรียนบ้างบางเวลา แต่เธอก็จะมาช่วยเป็นบางครั้ง อย่างครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน


“หนูจะไปคุยกับเจ้าของร้านร้านข้างๆแล้วนะ” เธอเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่แบคฮยอนกำลังใช้เครื่องตีฟองนมในมือ “พี่ห้ามหนูไม่ได้ด้วย เพราะหนูจะพูดจริงๆ ดูสิ ลูกค้าร้านเราลดลงไปเยอะเลย”


“ไม่ต้องไปหรอกน่า” แบคฮยอนเอ่ยบอกน้องสาวอีกครั้ง ไม่รู้เช่นกันว่าเขาพูดคำนี้มากี่ครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป


เขารู้อยู่แก่ใจว่ามันแตกต่าง..


“บอกแล้วไงว่าพี่ห้ามหนูไม่ได้หรอก” ซึลกิยังคงยืนยันคำนั้น “หนูไปก่อนนะ ถ้าได้เรื่องยังไงจะมาบอกพี่ก็แล้วกัน”


เธอลุกขึ้นยืน เตรียมพร้อมที่จะเดินออกไปจากร้านซึ่งมีแบคฮยอนมองไล่หลังของเธอไปด้วยเช่นกัน


หากก็ไม่ทันการ.. เหมือนอย่างที่คิดเอาไว้ จนแบคฮยอนต้องลอบยิ้มออกมา


ซึลกินิ่งไปถนัดเหมือนถูกตรึงขาเอาไว้เมื่อมองเห็นใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน ใครคนนั้นที่ตัวสูงชะลูด หล่อ และดูดี เหมือนอย่างที่เจ้าตัวก็เคยชื่นชมให้เขาฟังอยู่บ่อยๆ


อีกคนทำผมเปิดหน้าผาก เดินอมยิ้มเข้ามาจากนอกร้าน ก่อนจะวางมือเอาไว้บนศีรษะของซึลกิขณะที่กำลังเดินผ่านเธอมาอย่างเอ็นดูเหมือนเช่นทุกครั้ง หากแต่เป้าหมายของเขาในวันนี้ไม่ใช่ซึลกิ ไม่ใช่ใครทั้งสิ้น


หากเป็นคนที่ยืนอยู่หลังเคาท์เตอร์ตอนนี้ต่างหาก


“รับอะไรดีครับคุณลูกค้า”


รอยยิ้มของแบคฮยอนหายไปจากใบหน้าตั้งแต่ที่เห็นว่าอีกคนเข้ามาแล้ว.. ที่ยิ้มน่ะก็แค่ลอบทำ แต่ก็หุบมันไปได้โดยที่คนตัวสูงคนนี้ไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยด้วยซ้ำ ส่วนซึลกิก็ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม คงจะรู้ว่านี่เป็นเรื่องที่พี่ชายควรจัดการเอง และก็ใช่ตามนั้น


“ผมมาตอบจดหมายน่ะครับ” คุณคนฝั่งตรงข้ามพูดก่อนจะชูกระดาษในมือขึ้นให้แบคฮยอนได้เห็น และคนเขียนเองก็จำได้ว่ามันเป็นจดหมายที่เขาเขียนฝากพนักงานไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า


“ไม่เขียนจดหมายตอบแล้วเหรอครับ” ..คนน่ารักเอ่ยถาม ทั้งที่ไม่ยอมเงยหน้ามองเลยด้วยซ้ำ


“ไม่ดีกว่าครับ เพราะผมอยากคุยแบบเห็นหน้ากับเจ้าของจดหมายมากกว่า”


“งั้นเองเหรอครับ..”


“.......”


“แต่ผมไม่เห็นรู้สึกแบบนั้นเลย”


คนเล่นตัวยังคงลอบยิ้มในใจเมื่อคุณคนฝั่งตรงข้ามดูจะใจฝ่อไปประมาณหนึ่ง นี่แหละที่เขาต้องการ.. คนแบบนี้ก็ต้องเจออะไรแบบนี้ มันเหมาะสมแล้ว


“ผมไม่เชื่อหรอกครับ”


แล้วเขาก็ตอบกลับมา.. พร้อมกับเปิดกระดาษในมือของเขาอ่านอีกครั้ง


“จนกว่าจะได้พบคุณอีกครั้ง..”


“........”


“ที่คุณเขียนมา.. ไม่ได้หมายความว่าคุณเองก็อยากเจอผมเหมือนกันอย่างนั้นเหรอครับ”


แบคฮยอนยอมเงยหน้าจากแก้วกาแฟที่ทำทีเป็นเช็ดอยู่ตั้งนาน เขาจ้องมองเข้าไปยังดวงตากลมโตที่ออกจะตรงข้ามกับดวงตาเรียวเล็กของเขา แต่ในความแตกต่างนั้นมันก็ดูลงตัว เหมือนอย่างที่อีกคนเคยบอกเอาไว้


“มีตรงไหนในจดหมายที่ผมบอกว่าอยากเจอ” เสียงเริ่มแข็งขึ้นมาอีกหน่อย.. และอีกฝ่ายคงจับสังเกตนั้นได้แล้วเช่นกัน


ดังนั้น..


“แบคฮยอน.. ยังไม่หายโกรธชานยอลอีกเหรอครับ”


สรรพนามที่คุ้นเคยจึงถูกขุดขึ้นมาใช้อีกครั้ง พร้อมกันกับใบหน้างอแงของปาร์คชานยอลที่น้อยคนนักจะได้เห็น ถ้าไม่ใช่แบคฮยอน นักธุรกิจแบบคุณคนนี้ก็จะไม่ยอมให้ใครได้เห็นมุมน่ารักแบบที่กำลังเป็นอยู่อย่างแน่นอน


“ชานยอลทำอะไรไว้ จะให้แบคฮยอนหายโกรธง่ายๆเหรอ” ..แบคฮยอนเองก็เหมือนกันนั่นแหละ มุมน่ารักแบบนี้น่ะ ไม่ค่อยให้ใครได้เห็นหรอก “ฝันไปเถอะ”


ใบหน้าเง้างอทำเอาคนมองหัวใจฟีบแบนลงไปทันใด ปาร์คชานยอลรีบเดินอ้อมเข้าไปในเคาท์เตอร์เคียงข้างคนตัวเล็กเอาไว้ ก่อนจะกอดร่างน้อยหลวมๆแล้วโยกตัวไปมาเหมือนกำลังง้องอนเด็กเล็กคนหนึ่งไม่มีผิด


โชคดีที่ลูกค้าในร้านเริ่มบางตาแล้ว และที่ยังนั่งอยู่ก็ไม่ได้สนใจเขาสองคน ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นห่วง


“ชานยอลขอโทษ..” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคน “ก็คิดว่าอยากเซอร์ไพร์ส เลยทำแบบนี้”


“แบบที่ซื้อตึกข้างๆ ร้านแบคฮยอนแล้วก็เปิดร้านกาแฟแข่งแบบที่ไม่บอกล่วงหน้าน่ะเหรอ” แบคฮยอนผละตัวออก และเมื่ออีกคนกำลังคิดคำตอบ เขาก็อาศัยจังหวะนั้นหันหลังเตรียมจะเดินเข้าหลังร้าน แต่ก็ไม่ทันการเมื่ออีกฝ่ายกอดเอาไว้จากด้านหลังอีกครั้งเสียก่อน


“ตัวเล็ก.. ชานยอลไม่ได้จะแข่งนะ” เขาพูดพลางวางคางเอาไว้ตรงลาดไหล่เล็ก “ชานยอลซื้อ เพราะจะขยายร้านให้แบคฮยอนในอนาคตต่างหาก”


“........”


“เดี๋ยวเราก็ทุบกำแพงเชื่อมกันไปเลยไง ไม่ดีเหรอครับ”


รู้ดีหรอกว่าพ่อคนนี้เขาหัวนักธุรกิจ.. แถมความขี้เซอร์ไพร์สนั้นก็ที่หนึ่ง แบคฮยอนรู้สึกสะกิดใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าใครมันจะกล้ามาสร้างร้านกาแฟติดกันกับร้านกาแฟที่มีอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่ปาร์คชานยอล คนรักของเขาที่ชอบเล่นอะไรแผลงๆ อยู่เรื่อย


“ไม่รู้.. ยังไงแบคฮยอนก็ยังโกรธอยู่ดี” ..แม้ว่าจะเริ่มหายแล้ว แต่ก็ยังโกรธที่ชานยอลทำอะไรไม่ปรึกษากันเลย


“หายโกรธเถอะนะ..” พูดจบก็หอมแก้มหอมๆ ดังฟอดจนแบคฮยอนตั้งหันไปค้อนตาเขียว ชานยอลผละตัวออกจากคนตัวเล็ก แล้วก็หันไปถามเด็กสาวที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าร้าน “ซึลกิ”


“ค.. คะ” เธอคงตกใจที่เห็นว่าเป็นเขา พนักงานในร้านนี้ที่ชานยอลให้ทำงานเป็นสายสืบระหว่างที่แบคฮยอนกำลังโกรธบอกเขาหมดแล้วว่าซึลกิดูจะหัวเสียยิ่งกว่าแบคฮยอนเสียอีกที่มีคนมาเปิดร้านกาแฟแข่ง แต่พอเห็นว่าเป็นเขา เธอก็คงตกใจไม่เบา


“ทำยังไงให้แบคฮยอนหายโกรธพี่ดีล่ะ”


น้องสาวของคนรักค่อยๆ เดินมายืนอยู่ข้างหน้าเคาท์เตอร์ เธอยื่นมือมาจับแขนของพี่ชายเอาไว้เบาๆ ก่อนจะเอ่ยบอก “นี่.. พี่แบคฮยอน อย่าโกรธพี่ชานยอลนานนักซี่”


แบคฮยอนหันหน้ามองน้องสาว ก่อนจะเอ่ยถามอย่างเอาเรื่อง “ไหนเมื่อกี้เรายังโกรธเจ้าของร้านข้างๆอยู่เลยไม่ใช่หรือไง”


“ก็หนูไม่รู้นี่.. คือ.. ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร” เธอเอ่ยตอบอ้อมแอ้ม “พอรู้ว่าเป็นพี่ชานยอลก็.. ยิ่งกว่าญาติซะอีกอะ”


คนที่ตามง้อแฟนมาหลายอาทิตย์แบบเงียบๆ ถึงกับหลุดหัวเราะเมื่อซึลกิว่าอย่างนั้น เอาเข้าจริงแบคฮยอนก็เพิ่งจะจับได้ว่าเขาเป็นเจ้าของร้านกาแฟข้างๆก็เมื่อไม่นานมานี่ พอหลังจากนั้นก็งอนเขาสารพัด ไม่ว่าจะง้อยังไงก็ไม่ยอมหาย


ขนาดเอาใจอยู่ตลอดตอนอยู่ในห้อง.. รวมทั้งบนเตียง.. แต่ก็ยังไม่ยอมหายโกรธ ตื่นเช้ามาก็ยังไม่พูดกับเขาอีกเหมือนเดิม หรือถ้าพูดก็น้อยเสียจนน่าใจหาย


เขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เลยใช้วิธีส่งจดหมายโดยให้เลขาเอามาให้แบคฮยอนเองเสียเลย.. แล้วมันก็ได้ผลดีด้วย


“แบคฮยอนโกรธชานยอลมาตั้งหลายอาทิตย์แล้วนะ” คนง้อก็กลับไปอีหรอบเดิม คือกอดคนรักเอาไว้หลวมๆ แล้วก็เอ่ยคำง้องอนออกไป “ชานยอลขอโทษ ทีหลังจะไม่ทำอะไรแบบนี้แล้ว”


พอได้ยินคำว่าขอโทษ คนตัวเล็กก็เหลือบตามองคนที่ตัวสูงกว่า พอเห็นว่าแววตาสำนึกผิดของคนรักมีมากมายขนาดนั้น แบคฮยอนเองก็ใจอ่อนยวบยาบทันใด


“ถ้างั้นแบคฮยอนขอดูพฤติกรรมก่อน”


พอได้ยินคำพูดที่ดูเหมือนจะให้โอกาส ชานยอลก็แย้มยิ้มออกมาทันใด


“ชานยอลต้องทำงานบ้านแทนแบคฮยอนหนึ่งเดือน” พอเห็นคนรักสีหน้าสลดลง แบคฮยอนก็รีบบอกเงื่อนไขต่อไปทันที “แล้วชานยอลก็ต้องออกไปนอนที่โซฟา หนึ่งเดือนด้วยเหมือนกัน”


“โธ่.. แบคฮยอน” แล้วพ่อคุณเขาก็อิดออดกลับมาตามระเบียบ ไม่ต่างไปจากที่คิดไว้เลย “งานบ้านชานยอลทำได้นะ แต่จะไม่ให้นอนเตียงกับแบคฮยอน ชานยอลทำไม่ได้หรอก”


“ถ้างั้นแบคฮยอนก็ไม่คุยด้วย”


“โอเคๆ เดี๋ยวไปนอนโซฟาก็ได้” ชานยอลเอ่ยอย่างยอมจำนน อย่างน้อยแบคฮยอนคุยด้วยเขาก็พอใจแล้ว ดีกว่าเล่นจ้ำจี้กัน แต่ตื่นเช้ามาไม่ได้คุยกันเหมือนตอนกลางคืนตั้งเยอะ ชานยอลคิดแบบนั้น ก่อนที่จะพลิกร่างของคนตัวเล็กให้หันกลับมาแล้วเอ่ยถาม “ทีนี้หายโกรธแล้วใช่ไหม”


คนตัวเล็กพยักหน้าทั้งที่ยังทำหน้าตึงแบบเดิม ก่อนจะได้รับจูบแบบแตะปากจากคนที่ตัวสูงกว่าหนึ่งครั้ง แล้วอีกฝ่ายก็ผละออกไปพร้อมกับยิ้มจนแบคฮยอนมองเห็นลักยิ้มหลุมนั้นชัดเจน


“ทีหลังจะทำอะไรต้องปรึกษากันก่อนนะ”


“ครับ.. ชานยอลจะถาม”



หลังจากนั้นคนที่งอแงก็กลายเป็นปาร์คชานยอลโดยสมบูรณ์แบบ อ้อนให้แฟนหอมแก้มบ้าง จุ๊บปากบ้างอยู่อย่างนั้นจนพี่แบคฮยอนไม่เป็นอันทำอะไรเลย ซึลกิมองภาพดังกล่าวอย่างเหม็นเบื่อ แล้วก็กลายเป็นเธอเสียเองที่ต้องทำตัวเป็นบาริสต้าแทนพี่ชายที่จู่ๆก็หายไปหลังร้านพร้อมกับพี่เขย


ให้ตาย.. ถ้าสนใจสักนิดว่ามีคนอื่นยืนอยู่ตรงนี้ด้วยก็คงดี


เหม็นความรักชะมัด อย่าให้เธอมีแฟนบ้างก็แล้วกัน



อ้อ.. แล้วเรื่องที่พี่แบคฮยอนไล่พี่ชานยอลออกมานอนนอกห้องเดือนนึงน่ะ สำหรับซึลกิ อาทิตย์นึงก็ไม่น่าจะถึงหรอก พนันได้เลย


ไม่ใช่เพราะพี่ชานยอลแอบเข้าไปนอนในห้องหรอกนะ


แต่พี่แบคฮยอนเองนั่นแหละที่จะตามแฟนให้กลับเข้าไปนอนด้วยกัน


เชื่อเถอะ.. พี่ชายของเธอน่ะ เป็นคนแบบนั้นแหละ



แบบที่ติดแฟนยิ่งกว่าอะไร










อดใจไม่ไหวกับทีเซอร์ ต้องเข็นฟีลกู๊ดออกมาจนได้

ห่างหายจากแนวนี้ไปนานเลยค่ะ

สั้นๆ แต่อยากให้รู้ว่าฟิน 55555555



#น้ำผึ้งมะนาวCB













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,420 ความคิดเห็น

  1. #3418 0812315728 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 00:06
    น่ารัก น่ารักมากๆ น่ารักมากๆๆ น่ารักมากๆๆๆ งื้ออออ น่ารัก! •3•
    #3,418
    0
  2. #3414 Olives_oil (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 16:00
    กลับมาอ่านรอบที่377283ก้ยังดือเหมียนเดิม;-;
    #3,414
    0
  3. #3330 Darkmate (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 16:33
    น่ารักมากๆๆๆเลยยชอบมากกอบอุ่น
    #3,330
    0
  4. #3317 parkxbyun (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 18:39
    ฮือออว่าแล้วเจ้าของร้านๆข้างๆต้องเป็นพี่เค้า
    #3,317
    0
  5. #3190 pim pimmi (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 17:09
    งื้อออออน่ารักกก
    #3,190
    0
  6. #3004 Vlaiznoirzz (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 02:39
    โวยยยยยย 555555555 ตรงล้อเล่นของไรท์นี่แบบ จ้าาา
    #3,004
    0
  7. #2794 pcy921 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 23:47
    ตอนแรกคิดว่าแบคจะไปแล้ว แบยตัดใจแน่เลย555
    #2,794
    0
  8. #2645 luck_0x3_lux (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 01:42
    พีคในพีค หักมุมแบบหักขั้นmax ชอบอ่าาาาา
    #2,645
    0
  9. #2399 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 00:16
    เห้อมมมม
    #2,399
    0
  10. #2117 babemay (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 21:03
    โอ้ยนึกว่าจะม่า ฮือชานยอลน่าทุบจริงๆเลยเว้ย!
    #2,117
    0
  11. #1768 EXO121110900KK (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 18:08
    เป็นครั้งแรกที่อ่านฟิคไรท์แล้วไม่อยากให้ พระนาง ลงเอยกัน5555555
    #1,768
    0
  12. #1763 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 16:10
    นึกว่าแบคจะอกหักอีกแล้ว
    #1,763
    0
  13. #1552 คูมุจี'อิไต อึอึ'แอวะะ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 00:14
    อ่านตอนแรกๆนี่หน่วงมากกกกกก มันเป็นฟีลที่เคยเจอกับตัวมาก่อน หลังๆพลิคไปพลิคมาจนใจจะหาย แต่ก็จบด้วยดี น้ำตาเราไหลด้วยแหละ! ฮื่อ555555555555555555555
    #1,552
    0
  14. #1548 พูลิน พูลิน (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 16:48
    เออโง่เเบบคูณสองค่ะ ฮ่าๆ
    #1,548
    0
  15. #1511 dark chocolate (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 01:16
    ชอบในความโง่ของตัวละคร เพราะมันรู้สึกถึงความจริง เรื่องจริงใครจะกล้าเข้าข้างตัวเองยิ่งเป็นแบคยิ่งไม่กล้า 555 ดีจังเลยน้า ที่ชานยอลก็ชอบแบคฮยอนเนี่ย ถึงไรท์จะบอกว่าพล็อตตลาด แต่เราว่าภาษากับสไตล์การเล่าของไรท์มันไม่ได้ตลาดเลยนะ เราอ่านกี่ตอนๆ เราก็ชอบภาษาของไรท์หมดเลย เนี่ย ร้องไห้เลย เพราะเคยแอบรักเพื่อน 55555555
    #1,511
    0
  16. #1500 -.*eieiolemonstar*.- (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 23:32
    เกือบแล้วไรท์ ถ้าไม่มีล้อเล่นนี่จะพิโรธ 555555
    #1,500
    0
  17. #1487 nuttopk625 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 01:02
    พลิคกันไปพลิคกันมา...ฮื่ออออสุดท้ายเค้าก็ชอบกันค่ะคุณคะ
    #1,487
    0
  18. #1454 ikonsouy (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 10:31
    ตอนท้ายถ้าไรท์ไม่บอกล้อเล่น จะกดบล็อกฟิค


    อะล้อเล่นนน 55555555
    #1,454
    0
  19. #1451 CoffeeMate (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 23:03
    มันมีไรต์เตอร์ไม่กี่คนหรอกที่จะแต่งชานแบคออกมาเป็นชานแบคขนาดนี้ ร้ากกกก
    #1,451
    0
  20. #1450 ตะโอโอ๋เอ๋ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 18:03
    สะดุ้งตื่นจากฝัน อ่านถึงช็อตนี้ละแบบลุกขึ้นนั่งเลย ถ้าไม่มีล้อเล่นคงช็อค55455 อย่าทำให้ใจหายสิไรต์
    #1,450
    0
  21. #1443 pim pimmi (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 07:21
    ตอนแรงนี่หน่วงขั้นสุดอ่ะ เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แต่สุดท้ายก็โอเคเเล้วเนอะ พวกบ้า
    #1,443
    0
  22. #1436 แอลซ์ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 01:38
    โอ้โห ถ้าไม่เห็นคำว่าล้อเล่นก่อนนี่เขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งไปแล้วนะ เกลียสไรท์เอาะ5555555555
    #1,436
    0
  23. #1413 Aom_Safety (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 17:51
    ค่อยยังชั่วไม่ม่า ชานยอลฉลาดนี่ 555 แต่ตอนสุดท้ายถ้าไม่มีล้อเล่นนะ กรี๊ดอ่ะ 555
    #1,413
    0
  24. #1412 JokerJung (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 15:57
    ตอนท้ายนี่ถ้าไม่มีคำว่าล้อเล่นโผล่มาด้วย คืออาละวาดแล้ว 55555
    #1,412
    0
  25. #1410 명령이 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 11:53
    นึกว่าจะดราม่าหนัก ดีกับใจหน่อยสุดท้ายก็รักกัน
    #1,410
    0