{SF,OS} honey lemon juice ♡ ll chanbaek

ตอนที่ 35 : {OS} hide and seek

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    3 พ.ค. 61





ไปหลบอยู่ตรงที่ใด ใจฉันนั้นอยากจะรู้



.





.






.










.











“จะนับแล้วนะ.. หนึ่ง.. สอง..”




หัวใจกระหน่ำรัวราวกับตีกลองเมื่อรู้สึกตื่นเต้น.. กับเด็กวัยเพียงเจ็ดขวบจะมีเรื่องใดให้ตื่นเต้นมากมายไปมากกว่าการได้วิ่งเล่นกับเพื่อนแถวบ้าน หรือการได้หลับตาอิงแอบกับกำแพงของบ้านหลังหนึ่ง พร้อมกับเสียงรองเท้าของเพื่อนๆที่วิ่งห่างออกไปทุกขณะ


นับหนึ่ง.. ไปจนถึงยี่สิบ


“เอายัง จะไปหาแล้วนะ!” ตะโกนเสียงใส และเมื่อไม่ได้ยินเสียงเพื่อนคนไหนตอบกลับมา จึงผละออกจากกำแพง แล้วหันซ้ายหันขวา มองหาใครบางคน


ใครบางคนที่แบคฮยอนมักจะตามหาเป็นคนแรก เพราะว่าหาง่าย ตัวสูง ซ่อนและอำพรางตัวยากกว่าคนอื่น


“ชานยอล อยู่ไหนเหรอ” เรียกไปแย้มยิ้มไป วิ่งรอบๆบริเวณสวนสาธารณะของหมู่บ้านที่ไม่ได้แคบและไม่ได้กว้างมากจนเกินไปนัก ชานยอลชอบซ่อนอยู่ตรงพุ่มไม้ที่สูงๆ.. เพื่อที่ว่าแบคฮยอนจะได้หาไม่เจอ แต่หารู้ไม่ว่าเพราะซ่อนตรงนั้นประจำ แบคฮยอนเลยจับไต๋ได้หมดแล้ว


“ชานยอลอยู่แถวนี้หรือเปล่า” แสร้งว่าก่อนจะหัวเราะคิกคัก


เด็กน้อยยืนอยู่หน้าพุ่มไม้ที่ตัดแต่งเป็นทรงสูง ต้นประจำที่ชานยอลชอบมายืนอยู่ตรงนี้ เพราะว่ารู้ดีดังนั้นจึงยิ้มจางๆ ก่อนจะกระโดดเหยงพาร่างของตัวเองไปข้างหลังพุ่มไม้ดังกล่าว


“ชาน--!”


หากก็ไม่มีร่างของเพื่อน.. ไม่เหมือนเช่นทุกที


ตอนนั้นเองที่หัวคิ้วเล็กขมวดติดกัน มองหาไปยังต้นไม้ต้นอื่นๆหรือก็ไม่พบร่างของเพื่อนตัวสูง มองเป็นภาพกว้างๆ ก็ไม่ยักเจอคนตัวใหญ่ที่จูงมือเดินเล่นด้วยกันทุกวัน


“ชานยอล..”


เรียกเสียงเบาเพราะปราศจากความมั่นใจไปหมดสิ้น เพราะไม่เคยมีสักครั้งที่หาเพื่อนสนิทไม่พบ ไม่เคยเลย.. ชานยอลไม่เคยหายไปแบบนี้เลย


ไม่เคยหายไป


“ชานยอล ชานยอลอยู่ไหน” ป้องปากตะโกนเรียก แทบจะลืมไปหมดแล้วว่าต้องตามหาเพื่อนคนอื่นๆต่อด้วย


ไม่มีชานยอลอยู่ตรงนี้.. แบคฮยอนก็ไม่มีกะจิตกะใจอยากจะเล่นกับใครอีกแล้ว


“ชานยอล.. ออกมาหาแบคฮยอนหน่อย”


เอ่ยเรียก.. ทั้งที่ก้อนสะอื้นจุกอยู่ตรงลำคอ


“ชานยอล..”


อย่าหายไปได้ไหม..


อย่าหายไปเลย



“ชานยอล..”







“ชานยอล!”



แล้วเขาก็ผวาตื่นขึ้นมาบนเตียงหลังหนึ่ง


หอบหายใจอย่างรุนแรง พร้อมกันกับแรงกระเพื่อมของหน้าอกที่เคลื่อนตาม หัวใจเต้นรัวเหมือนเหนื่อยเสียเต็มประดา


เขายกมือขึ้นเสยผม ยกมือขึ้นมามองแล้วก็พบว่าตื่นแล้ว


ตื่นขึ้นมา.. พร้อมกับร่างผู้ใหญ่ของตัวเอง


เขากระพริบตาถี่ๆ มองไปยังหัวเตียงที่มีรูปถ่ายของคนสองคนอัดใส่กรอบไม้อย่างดี คว้ามันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม พร้อมกับหยดน้ำตาหนึ่งที่กลิ้งไหลลงมา เขาทำแบบนี้เป็นกิจวัตร ไม่ต่างไปจากวันก่อนๆ


รูปที่เราถ่ายรวมกันในวันเกิดของแบคฮยอน.. เมื่อสามปีก่อนหน้านี้


เขาเกลียดความขมขื่นทุกประการจึงวางกรอบรูปเอาไว้ที่เดิมอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่ามันจะแตกสลาย ก่อนที่เขาจะพาร่างของตัวเองเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำ ด้วยสภาพที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ เพราะใครบางคนกระชากมันออกไปอย่างไม่ใยดี


ใครบางคนที่เคยให้คำมั่นสัญญา ว่าจะอยู่ดูแลกันแบบนี้เรื่อยไป


แบคฮยอนเดินลงมาชั้นล่าง.. เขาแย้มยิ้มให้แม่ที่ทำกับข้าวอยู่ในครัว เธอทักทายเขาเหมือนอย่างเช่นทุกวัน “จะไปไหนเหรอลูก”


“ว่าจะออกไปหา..”


เธอชะงักมือที่กำลังคนซุปในหม้อไปชั่วขณะหนึ่ง และเขาเห็น


“..ไปหาคยองซูครับ พอดีเป็นวันหยุด ผมอยากออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย”


แม่คลายสีหน้าเป็นยกยิ้มจางๆ คงเพราะรู้ดีว่าเขาทำงานหนักมาตลอดและสมควรจะได้รับวันพักผ่อนเหมือนอย่างคนอื่นๆบ้าง “ไปเถอะลูก ยังไงก็รีบกลับนะ กลางคืนมันอันตราย”


“ผมเป็นผู้ชายนะ”


“ก็นั่นแหละ โจรชุกชุม ผู้ชายมันก็ขโมยของได้เหมือนกัน”


“อะ.. ครับ” แบคฮยอนยิ้ม “ยังไงจะรีบกลับก่อนฟ้ามืดครับ”


เธออวยพรให้เขาโชคดี.. และแบคฮยอนเองก็อวยพรให้ตัวเองโชคดีเช่นกัน


เขาผิดคำพูดที่ให้ไว้กับแม่โดยการนั่งรถโดยสารปรับอากาศมาที่สถานีรถไฟ ที่นั่นไร้เงาของคยองซู เพราะเขาไม่ได้นัดเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคนนั้นเอาไว้ตั้งแต่แรก แต่ถ้าหากไม่พูดแบบนั้น แม่อาจจะเป็นห่วง..


แม่ต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว.. ถ้ารู้ว่าสิ่งที่เขาจะทำต่อไปนี้คืออะไร


เขาจองตั๋วรถไฟมุ่งหน้าไปยังปูซาน และสามารถทำมันได้โดยไม่ต้องแบกกระเป๋าเสื้อผ้าให้หนักเล่นเหมือนอย่างคนอื่น ใครๆก็นั่งรถไฟไปกลับจากปูซานมาที่โซลกันทั้งนั้น แบคฮยอนคิดว่ามันง่ายเสียเหลือเกิน


แต่ทำไม.. ทั้งที่มันง่ายถึงขนาดนี้ ชานยอลถึงไม่ตีตั๋วรถไฟกลับมา


แบคฮยอนนั่งรถไฟคนเดียว.. และการรอคอยมันช่างนานเหลือเกินในความรู้สึก สองชั่วโมงที่ผ่านไปนานราวกับครึ่งวัน แต่อย่างไรเขาก็มาถึงปูซานในอีกสองชั่วโมงถัดมาเมื่อมองจากหน้าปัดนาฬิกาที่สวมใส่อยู่


เขาคว้าเอาสมุดเล่มเล็กที่พกติดตัวไปทุกที่ออกมาจากกระเป๋าสะพายของตัวเอง เปิดไปยังหน้ากลางที่มีรูปถ่ายของใครบางคน


เขายิ้ม.. แต่ก็เศร้าหมอง


‘ครั้งล่าสุดที่คุยแชทกัน ชานยอลบอกว่ามันอยู่ซัมยอน’


เขายังจำได้ดี.. คำพูดของเพื่อนสนิทชานยอลคนหนึ่งเอ่ยบอกกับเขาเมื่อปีที่แล้ว ในนาทีที่เขาโทรศัพท์ไปหาและบอกว่าชานยอลขาดการติดต่อไปอย่างไร้ร่องรอย เพื่อนคนนั้นได้บอกกับเขาเอาไว้เช่นนั้น


แบคฮยอนไม่เคยรอช้า.. ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่มาที่นี่ สภาพไร้วิญญาณก่อนหน้านี้ของเขาจะหายไป เหลือแค่เพียงแบคฮยอนที่ทำอะไรรวดเร็ว เพราะเขาเชื่อว่าถ้าหากช้าไปเพียงแค่ไม่กี่วินาที ชานยอลที่เคยยืนอยู่ตรงนั้น อาจจะไม่อยู่แล้ว


ที่ซัมยอนคนเยอะเหมือนอย่างเคยโดยเฉพาะในวันหยุดเพราะเป็นย่านการค้า.. จะหายังไงให้เจอ แบคฮยอนถามตัวเองอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนที่เขาจะเดินเข้าออกตามร้านรวงต่างๆที่วางอยู่สองข้างทาง ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคงจะเหมือนการคว้าน้ำเหลว


กี่ครั้งกี่หนที่ทำ แต่ก็ไม่เคยเจอชานยอลแม้แต่ครั้งเดียว


เขาเปิดสมุดบันทึกหน้าถัดไปขณะที่พาตัวเองออกมาจากร้านสุดท้าย.. รูปถ่ายที่ชานยอลอัพเดตลงอินสตาแกรมรูปล่าสุด ก่อนที่แอคเค้าท์นั้นจะปิดไปอย่างมีข้อกังขา 


แบคฮยอนไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน.. เขาใช้เวลาพักใหญ่ถึงได้รู้ว่ามันคือที่ตลาดแห่งหนึ่ง


‘ตลาดปลา.. คิดว่าใช่นะ ว่าแต่มันไปทำอะไรที่นั่น’


เขาไม่รู้.. แบคฮยอนไม่รู้ว่าชานยอลไปทำอะไรที่นั่น รู้แค่เพียงว่ามันเป็นอีกที่หนึ่งที่เขาต้องไป เผื่อว่าจะเจอ..


แบคฮยอนไม่ชอบกินปลาเลย แต่ใครบางคนเคยบอกเขาเอาไว้ว่าต้องกินมันเข้าไปเยอะๆ จะได้ฉลาด แถมยังชอบแซวว่าแบคฮยอนเป็นเด็กโง่ ทั้งที่ตัวเองก็อายุเท่ากันกับแบคฮยอน


ถ้าชานยอลกลับมา.. แบคฮยอนจะกินปลาเยอะๆ


ถ้าชานยอลกลับมา


เขานั่งลงที่ขอบฟุตปาธแถวนั้นก่อนจะใช้กำปั้นเล็กๆของตัวเองทุบขาที่เริ่มปวดเมื่อย นาฬิกาข้อมือชี้บอกว่าตอนนี้บ่ายสามโมงแล้ว แบคฮยอนมีเวลาไม่มากก่อนที่รถไฟรอบสุดท้ายจะหมด เขาต้องรีบตามหา


ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของตัวเองเพื่อเพิ่มความอบอุ่น หน้าหนาวของปูซานมันบาดเย็นถึงกระดูก.. หากก็ยังไม่หนาวเหน็บเท่าหัวใจของแบคฮยอน


ถัดจากนั้นเขาก็นั่งรถต่อเพื่อมานั่งเงียบๆอยู่ที่ริมทะเล.. มันกินเวลาจนถึงหกโมงเย็นที่แบคฮยอนอยู่ตรงนั้น ชานยอลเคยบอกว่าถ้ามีโอกาสจะพาแบคฮยอนไปทะเลสักครั้ง เพราะทะเลเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว.. และแบคฮยอนเองก็พบว่ามันจริง ตลอดนับสิบครั้งที่เขามาที่นี่คนเดียว


หนาว.. แต่แย่จริงๆที่ไม่มีคนคอยกอดเหมือนอย่างเคย


ได้แต่ปล่อยให้หยดน้ำตารินไหลลงมาอีกรอบ เขาใช้หลังมือปาดมันออกเพราะไม่อยากให้คนที่เดินผ่านไปมาเห็น แต่รอยสีแดงจางๆที่จมูกคงจะเป็นตัวบอกคนพวกนั้นหมดแล้ว


‘ชานยอล.. หายไป..’


พระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าทำให้แบคฮยอนนึกไปถึงวันนั้น วันที่เขาบอกเรื่องนี้กับแม่.. อีกครั้ง


‘แม่.. ชานยอลหายไป’


‘รู้แล้วลูก แม่รู้แล้ว’ แม่คว้าตัวเขาเข้าไปกอด ลูบหลังปลอบทันทีที่เขาสะอื้น ‘อย่าร้อง แบคฮยอนคนเก่งไม่ร้องไห้นะลูก’


‘เขาหายไป..’


‘ใช่ลูก เขาหายไป..’


‘......’


‘แต่เราแจ้งตำรวจแล้วไงลูก’


แบคฮยอนรับรู้และเข้าใจมาตลอดว่าตอนนี้ชานยอลกลายเป็นบุคคลสูญหายไปแล้ว


‘ที่บ้านของชานยอลแจ้งความแล้ว ทุกคนไม่ได้อยู่เฉยๆนะลูก’


ทุกคนไม่ได้อยู่เฉยๆ.. และแบคฮยอนเองก็เช่นกัน


ชานยอลหายไปอย่างไร้ร่องรอยในระหว่างการท่องเที่ยว วันนั้นแบคฮยอนไม่ได้ไปด้วยเพราะติดงาน แต่ชานยอลไปกับเพื่อน ซึ่งน่าแปลกเหลือเกินที่เพื่อนของชานยอลทุกคนกลับมา แต่อีกคนไม่ได้กลับมาด้วย..


‘แบคฮยอน.. ทำใจดีๆไว้นะ’ ..คำนั้น แบคฮยอนยังจำได้


และความรู้สึกถัดมาที่เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจนั้น เขาก็จำได้เช่นกัน


ร่างเล็กพาตัวเองมาหยุดยืนที่วัดริมทะเลแห่งหนึ่ง.. ใครก็บอกว่ามันเป็นแลนด์มาร์กของที่นี่ และแบคฮยอนเชื่อเหลือเกินว่าชานยอลก็คงจะคิดเหมือนกัน


อีกคนจะเดินออกมาที่นี่ไหมนะ.. แบคฮยอนจะได้เจอชานยอลหรือเปล่า ในวันหยุดแบบนี้ที่ใครต่อใครก็พากันออกมาเดินเล่น ชานยอลเองก็คงจะคิดเหมือนกันใช่ไหม


หกโมงครึ่งแล้ว.. และรถไฟรอบสุดท้ายจะหมดลงในเวลาสองทุ่มครึ่ง แต่แบคฮยอนยังนั่งอยู่ตรงนี้ เพราะเขายังรอคอย


ที่จริงเขาเกลียดการรอวันเวลาให้ผ่านพ้นไป เพราะมันเชื่องช้าเหลือเกินในความรู้สึก เกลียดเหลือเกินที่ทุกคนเอาแต่เป็นห่วงและคอยกันท่าไม่ให้เขามาที่นี่ พร้อมกับบอกว่ามันไร้ประโยชน์


ใช่.. มันไร้ประโยชน์ แต่แบคฮยอนรู้ว่าชานยอลยังไม่ตาย


มันคงจะเหมือนกับวันนั้น วันที่เราเล่นซ่อนหาด้วยกันในตอนที่เรายังเป็นเด็ก ที่แบคฮยอนหาชานยอลไม่เจอก็เพราะชานยอลเข้าไปกินน้ำในบ้าน.. 


‘ร้องไห้ทำไม..’


‘ก็ชานยอลหายไป! แบคฮยอนตกใจหมดเลย!’


‘จะหายไปได้ไง.. ต้องอยู่ดูแลแบคฮยอนตลอดไปนี่นา’


บทสนทนาเล็กๆของเราเกิดขึ้นในวันนั้น.. ชานยอลไม่ได้หายไป ชานยอลไม่ได้ตาย และสุดท้ายชานยอลก็กลับมาอยู่กับแบคฮยอน อยู่ด้วยกันเรื่อยมา จนกระทั่งเราเติบโตและเปลี่ยนจากเพื่อนกลายเป็นคนรัก


เราจะต้องได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง.. แบคฮยอนรู้ดี แบคฮยอนเชื่อว่ามันจะเป็นอย่างนั้น


เขาลูบลงไปเบาๆบนแหวนที่สวมอยู่ตรงนิ้วนางข้างซ้าย เป็นปีแล้วที่คนซึ่งสวมมันให้แก่เขาหายไป.. ชานยอลหายไป พร้อมกับหัวใจของแบคฮยอนที่อีกคนเอาติดมือไปด้วย


ร่างเล็กนั่งคู้ตัวเมื่ออากาศหนาวเริ่มหนักข้อขึ้นกว่าเดิม เวลาค่ำก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง แต่ผู้คนก็มักจะออกมาเดินเล่นกันเสมอๆ ย้อนแย้ง.. แต่ก็พอเข้าใจได้


เช่นกันกับชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังเดินมาทางนี้


แบคฮยอนไม่ใช่คนสายตาดีมากนัก ดังนั้นเขาจึงมองไม่ค่อยเห็นใบหน้าของคนทั้งคู่ รู้เพียงแค่หัวใจของแบคฮยอนวูบโหวงไปชั่วขณะเมื่อได้พบ


ตัวสูง.. อย่างที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนทุกครั้งเวลาเล่นซ่อนแอบด้วยกัน


รอยยิ้ม.. ที่อีกฝ่ายกำลังมอบให้ใครอีกคนซึ่งไม่ใช่เขา


น้ำตาคลอหน่วยทั้งสองข้าง ไม่ใช่เพราะความน้อยเนื้อต่ำใจที่อีกฝ่ายเดินอยู่กับใคร แต่เป็นเพราะการตามหาของแบคฮยอนประสบความสำเร็จแล้ว


เขาเจอแล้ว


เจอปาร์คชานยอลแล้ว


ร่างเล็กลุกขึ้นยืน ระรอกคลื่นน้ำตาสว่างเสียจนอีกฝ่ายคงสังเกตเห็น ถึงได้หยุดชะงักการหัวเราะต่อกระซิกกับผู้หญิงคนนั้น ทั้งคู่เงียบไปขณะมองมาทางเขา และถึงแม้สายตาจะไม่ดีนัก แต่แบคฮยอนก็เห็นว่าชานยอลตกใจมากเพียงใด


แบคฮยอนรู้สึกราวกับได้เจอหัวใจที่ทำหล่นหายไป


เขาร้องไห้ออกมาในที่สุด เขาวิ่งและถลาเข้าไปกอดอีกคนเอาไว้ด้วยความรู้สึกคิดถึงจนหัวใจแทบจะขาด ความหนาวจะบาดเนื้อก็ไม่สนใจแล้ว เขาสนใจแค่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามากกว่าสิ่งใดบนโลกนี้


“ฮึก ชานยอล!”


เขาเรียกเสียงดังแล้วกอดร่างสูงเอาไว้ คว้าเอาความอบอุ่นที่เคยมอบให้กันเมื่อปีที่แล้ว คว้าเอาทุกสิ่ง คว้าเอาหัวใจของตัวเองกลับคืนมา


“ฮึก! หายไปไหนมา!”


แบคฮยอนหลับตาแน่น ซุกหน้าเข้ากับอกของอีกฝ่ายก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างรุนแรง 


“คิดถึง.. จนจะตายอยู่แล้ว”


กลิ่นน้ำหอมของชานยอลเปลี่ยนไป แต่นอกจากนั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยแม้แต่อย่างเดียว.. ตอนนั้นเองที่ความหนาวจางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นในอ้อมกอดของอีกคนเท่านั้นที่แวดล้อม



แต่เขาได้อยู่ในความอบอุ่นนั้นเพียงไม่กี่อึดใจ


.. ก่อนที่มันจะถูกกระชากออกไปอย่างไม่ใยดี เมื่อจู่ๆแบคฮยอนก็ถูกดึง ถูกลากให้ออกห่างจากชานยอล


“แบคฮยอน!”


“ไม่..” แบคฮยอนเหมือนคนสติแตก เขาเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยซึ่งเรียกเขาเอาไว้  ร่างเล็กเกร็งตัวพร้อมยื้อสุดกำลัง “ไม่นะ! ปล่อยผม!”


สะบัดแขนและรั้งเอาไว้อย่างสุดแรง.. ขณะที่ถูกกอดเอาไว้ด้วยแรงมหาศาลไม่แพ้กัน แบคฮยอนร้องไห้พร้อมแผดเสียงจนแสบไปทั้งคอ แต่มันยังไม่เท่าหัวใจของเขาในตอนนี้


ชานยอลมองมาพร้อมกับขมวดหัวคิ้ว เขาทำเหมือนจะห่วง แต่ก็ไม่ซะทีเดียว


“ปล่อย! ปล่อยผมนะ!”


“แบคฮยอน กลับบ้าน! อย่าทำแบบนี้!”


“ฮึก! ไม่! ปล่อยผมนะ! ปล่อย! จะหาชานยอล! ปล่อย!”


เขาสะบัดร่างอีกครั้งจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น.. แต่จะไปสู้แรงของพี่ชายที่ตัวใหญ่กว่าตนเองสักเท่าหนึ่งได้อย่างไร


อีกฝ่ายกอดเขาเอาไว้จากด้านหลัง.. สิ่งสุดท้ายที่แบคฮยอนมองเห็นคือใบหน้าของชานยอลที่มองมา พร้อมกับเสียงแม่ของแบคฮยอนที่เดินเข้าไปพูดกับอีกคน


“ชานยอล.. แม่ขอโทษนะ ทำให้เดือดร้อนใช่ไหม”


“ชานยอล! กลับมาหาแบคฮยอนก่อน! ฮึก! ชานยอล!” เขาแผดเสียงดังลั่น ใบหน้าของคนรักเลือนลางเข้าไปทุกที


“ขอโทษที่แบคฮยอนมาที่นี่นะชานยอล ขอโทษ..”


แบคฮยอนไม่เคยเข้าใจเลยว่าแม่พูดแบบนั้นไปทำไม เขาเอาแต่ร้องไห้ซ้ำๆ เมื่อรู้ว่าจะถูกพรากจากคนรักอีกครั้ง


แบคฮยอนอยากกอดอีกครั้ง


แบคฮยอนอยากอยู่กับชานยอลเหมือนอย่างเมื่อก่อน



และแบคฮยอนไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลย






‘ป่วยเหรอ..’



‘อืม.. ป่วย แต่ไม่ได้หนักมากหรอก แค่เพียงต้องรั้งเขาเอาไว้เท่านั้นเอง’


เขาได้ยินแม่คุยกับเพื่อนของแม่.. มันยังคงกระเด้งกระดอนอยู่ในหัว 


ชี้ชัดว่าเขาเป็นเพียงคนป่วยคนหนึ่ง.. คนป่วยทางจิตที่ไม่สามารถดึงและรั้งจิตใจของตัวเองออกมาจากอีกคนได้ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขาไปมีคนอื่นแล้ว รู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่รักกันแล้ว แต่ก็ยังฝืน


‘ทำใจดีๆไว้นะ..’


‘......’


‘ชานยอล.. มันไม่ได้รักแกแล้วว่ะ’


เขาเลือกที่จะไม่จำคำพูดที่ทำให้เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจในวันนั้น ก่อนจะสร้างสถานการณ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อเยียวยาตัวเอง.. สร้างมันขึ้นมาว่าชานยอลแค่หายตัวไป ถ้าแบคฮยอนตามหา ชานยอลก็จะกลับมา


กลับมาเพื่อดูแลกันเหมือนเดิม


ที่ผ่านมาแบคฮยอนต้องกินยา.. เขาต้องกินมันทุกวันในช่วงระยะเวลาหนึ่งที่จินตนาการกำลังฆ่าเขา มันดีขึ้นเรื่อยๆ.. เรื่อยๆจนแม่กับพี่ชายไว้วางใจให้เขากลับไปทำงาน กลับไปอยู่กับสังคมได้อย่างปกติเหมือนเดิม


แต่ใครจะรู้ว่าบาดแผลครั้งนี้ มันลึกเกินกว่าจะกลับมาสมานกัน


แบคฮยอนแอบมาหาชานยอลครั้งแล้วครั้งเล่า ออกตามหาไปทั่วตามสถานที่ต่างๆ แต่ยังไม่ทันได้เจอ พี่กับแม่ก็จะมาตามเขากลับไป มันเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง จนกระทั่งช่วงหนึ่งที่แบคฮยอนไม่ทำเพื่อให้พวกเขาตายใจ แล้ววันนี้แบคฮยอนก็ลงมือทำมัน


คุ้มค่าเหลือเกินที่ได้พบ.. แต่น่าเศร้าที่ต้องพรากจากกันอีกครั้ง


‘จะหายไปได้ไง.. ต้องอยู่ดูแลแบคฮยอนตลอดไปนี่นา’


เป็นถ้อยคำเดียวที่อยากจะจำเอาไว้.. มากกว่าคำบอกลาที่ไม่เคยได้ยินสักครั้ง เพราะเขาเลือกที่จะทิ้งกันไปอย่างเลือดเย็น


แต่ทว่า.. คนทางนี้ก็ไม่คิดจะจำเช่นกัน


มันจะกลับไปสู่วงจรเดิมๆ




เมื่อตื่นขึ้นมาเพื่อพบเช้าวันใหม่.. แบคฮยอนจะออกตามหาชานยอลอีกครั้ง










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,420 ความคิดเห็น

  1. #3385 BYUNEE04 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 15:11
    มันคงเจ็บปวดมากใช่มั้ย ฮือสงสารน้อง😭 ต้องมาวนลูปแบบเดิมอีก
    #3,385
    0
  2. #3341 Ohhhhh (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 22:02

    สงสารแบคฮยอนมากเลย

    #3,341
    0
  3. #3328 lilac (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 19:02

    ฟังuniversevอยู่แล้วเจอคำว่าแบคฮยอนจะออกตามหาชานยอลอีกครั้งแล้วน้ำตาไหลเลย ฮืออ

    #3,328
    0
  4. #3311 realkan4 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 00:05
    ร้องเลยเพราะเคยเจอแบบนี้5555 มาอ่านแล้วจี้ใจมากฮือออออ
    #3,311
    0
  5. #3153 phangaaaa (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 14:21
    เห้อ กลับมาอ่านซ้ำอีกรอบ ดีไปหมดดีไปหมดจริงๆ
    #3,153
    0
  6. #1383 dezy4283 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 10:40
    สามคนเเล้วนะคะ เราเล่นด้วยเเล้วนะ
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆนะ^^
    #1,383
    0