ตอนที่ 20 : Just Say That Love 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    1 ต.ค. 61


Just Say That Love 1  (All x Tim)

แค่อยากบอกให้รู้ว่ารัก




เพลง The Ready Set - Love Like Woe!



 *ตอนนี้คือกาวและมโนมากๆ หากไม่ชอบไม่พอใจอย่างไรก็ขออภัยด้วยน้าาาาา 
ปล. ตอนนี้เน้นคู่ D!ck x Tim นะจ๊ะ
ปล.2 ทิมเรื่องนี้เป็น ผู้หญิง นะคะ

 



 

สวัสดี  ฉันชื่อ ทีโมธี แจ็คสัน เดรค อายุ 19 ปี  ปัจจุบันเป็นนักศึกษาและเป็นเรดโรบิ้น

... หลายคนคงไม่รู้หรอกว่าฉันเป็น ผู้หญิง   น่าแปลกดีใช่ไหมล่ะ ถึงภายนอกจะเหมือนผู้ชายก็ตามแต่มันก็เพราะชุดและความพยายามในการฝึกฝนกล้ามเนื้อไว้ปกปิดส่วนโค้งเว้าให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้เหล่าพี่น้องของฉันรู้ว่าฉันไม่ได้เหมือนพวกเขา 

หืม... พี่น้องฉันมีใครบ้างน่ะเหรอ?  ก็มีดิ๊กเป็นพี่คนโต เป็นโรบิ้นคนแรกที่ฉันนับถือเคารพเหมือนพี่ชายจริงๆ แล้วก็เจสัน เป็นโรบิ้นคนที่สอง เขาอายุมากกว่าฉัน2-3ปี แต่ถ้าเทียบความเคารพกับดิ๊กแล้วคนละเรื่องเลย คนสุดท้าย... ตรงข้ามกับความเคารพและให้เกียรติ หมอนี่เป็นน้องชายที่ทั้งฉันและเขาไม่เคยมองว่าอีกฝ่ายสามารถญาติดีกันได้สักนิด เขามีชื่อว่า เดเมี่ยน ทายาททางสายเลือดของบรูซ  ขอบอกว่า ไม่ว่าอะไรก็ตามก็ไม่อาจลบคำว่า เด็กปีศาจ ไปจากนิยามของเจ้าเด็กนี่ในสายตาของฉันเด็ดขาด

แน่นอนว่าคนที่รู้ตัวจริงของฉันมีบรูซและอัลเฟรด  อ๋อ แล้วก็มีสเตปกับแคสแซนดร้าด้วยนะ ยังไงก็ต้องมีเพื่อนสาวบ้างจะได้เบาสมองลงหน่อย การต้องแสดงละครว่าเข้มแข็งและเป็นผู้ชายตลอดมันก็เหนื่อยทั้งกายและใจไม่ใช่น้อย  ส่วนเหตุผลที่ต้องเก็บเป็นความลับถึงขนาดโกหกพวกพี่น้องมาหลายปีนั้น มันก็เป็นเหตุผลส่วนตัวของผู้หญิงแสนขี้ขลาดอย่างฉันเท่านั้นเอง...

 

แต่ดูเหมือนว่า ความอดทนมันเริ่มลดน้อยลงทุกวันๆแล้วสิ  เมื่อชีวิตเข้าสู่มหาลัย การแสดงออกถึงตัวตนของตัวเองอย่างอิสระเสรีทำให้ฉันอยากเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น แน่นอนว่านิสัยของทิม เดรค กับ เรด โรบิ้นก็เหมือนกันหลายอย่าง แต่ฉันไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันทำให้ฉันอยากแต่งตัวสวยๆบ้าง  การต้องทนใส่ชุดชั้นในแบบรัดหน้าอกมันทำให้ฉันเจ็บหน้าอกจนหายใจไม่ออกและนับวันมันก็ทรมานเรื้อรัง ร่างกายของฉันเริ่มปฏิเสธการแสดงเป็นผู้ชายของฉันมากขึ้นจนฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป สิ่งที่เด่นชัดขึ้นก็คือ อาการปวดประจำเดือน  มันรุนแรงขึ้นทุกเดือนและฉันก็เดาได้ล่วงหน้าว่ามันจะหนักหนากว่าเดือนผ่านไปมาแน่ๆ  สเตปแนะนำให้บอกความจริงกับดิ๊กเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่ที่สุดในบรรดาโรบิ้น และยังได้รับความเคารพจากเจสันและเดเมี่ยนที่สุด หากดิ๊กเข้าใจซึ่งแน่นอนว่าคนอย่างเขาต้องเข้าใจ อีกสองคนก็ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว

สิ่งที่ฉันทำคือเพียงพยักหน้าเข้าใจแต่ไม่ตกลง  แล้วเรื่องนั้นมันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วด้วยสิ...



 

ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่เสียงดัง  ลืมไปว่าตอนนี้ฉันกำลังนั่งดื่มกาแฟบนเคาน์เตอร์ห้องครัวในคฤหาสน์เวนย์อยู่ และที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงฉันคนเดียวเพราะ  ดิ๊ก หรือ ไนท์วิงก็อยู่ด้วย เขานั่งตรงข้ามกับฉันถัดไปทางขวาสองที่นั่งกำลังตักซีเรียลเข้าปากแต่ก็ชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงถอนหายใจของฉัน

 

เป็นอะไรรึเปล่าทิม หน้าเครียดเชียว   เขาถาม

 ...แค่เหนื่อยจากงานตามปกติแหละนา   ฉันตอบพลางจิบกาแฟในมือช้าๆ

 

ดิ๊กยังชำเลืองมองฉันเป็นพักๆแต่ก็กลับไปกินอาหารเช้าต่อ ฉันทำเป็นเล่นโทรศัพท์แต่ก็แอบมองดิ๊กเหมือนกัน ในหัวฉันกำลังตีกันไปมาเหมือนสงครามขนาดย่อมจนคิ้วแทบผูกเข้าหากัน  ความจริงที่อยากบอกเพื่อยกภูเขาออกจากอกมันกรีดร้องให้ฉันอ้าปากพูดแต่อีกครึ่งนึงในจิตใจ ตัวตนของทิมที่เป็นผู้ชายมันบีบกล่องเสียงไม่ให้พูดออกไป  ความกลัวที่อาจถูกปฏิเสธและไม่ยอมรับเข้ามาแทนที่  ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองถือโทรศัพท์ค้างจนหน้าจอดับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ กระทั่ง...

 

เฮ้ ทิมมี่  เหม่ออะไรอยู่เนี่ย

 

ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนเงยหน้ามองดิ๊กที่ยืนอยู่เบื้องหน้า  สีหน้าของเขาแสดงความเป็นห่วงจนฉันรู้สึกผิด  เพราะเขาเป็นคนที่ใจดีและอ่อนโยนที่สุด คนที่เป็นแรงบันดาลใจและแรงพลักดันให้กับฉันตั้งแต่ยังเด็ก แม้จะผ่านมาหลายปีแต่เขาก็ยังเป็นพี่ชายหวงน้องๆไม่เปลี่ยนแปลงเลย  ถ้าฉันทำให้เขาผิดหวังละก็... ฉันจะกลับไปมองหน้าเขาได้ยังไง

 

โทษที  คิดเรื่องงานอยู่น่ะ   ฉันรีบเบี่ยงตัวลุกหนีแต่ก็ถูกมือแกร่งรั้งแขนเอาไว้

นายโอเคใช่ไหม ทิม  ฉันเป็นห่วงนายจริงๆนะ  มีเรื่องไม่สบายใจบอกฉันได้นะ   คำพูดนั้นทำให้ฉันชะงัก

 

ฉันจ้องมองลึกเข้าไปในแววตาสีฟ้าประกายนั้นราวกับค้นหาบางอย่างในแววตาคู่นั้น แต่อยู่ๆฉันก็เกิดกลัวขึ้นมากะทันหัน  ฉันปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนส่งยิ้มให้ดิ๊ก

 

ฉันโอเคจริงๆ ที่เครียดเพราะงานมันเดทไลน์วันนี้น่ะสิ แถมคืนนี้ก็มีภาระกิจด้วยฉันเลยเครียดว่าจะเคลีย์งานเสร็จทันรึเปล่า   ฉันแกล้งยิ้มเพื่อให้เขาสบายใจ ซึ่งมันก็ได้ผล

งั้นเหรอ  งั้นฉันไม่กวนแล้วกัน พยายามเข้านะ   ดิ๊กปล่อยแขนฉันให้เป็นอิสระ

 

ฉันและดิ๊กกำลังต่างฝ่ายต่างแยกไปทำงานของตัวเองแต่แล้วฉันก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 

ดิ๊ก  คืนนี้นายก็ร่วมภารกิจด้วยใช่ไหม

ใช่  เจสันก็มาด้วย   ดิ๊กตอบ

ฉันยิ้มมุมปาก คืนนี้รบกวนนายอีกครั้งนะ พี่ชาย

ดิ๊กนิ่งไปเสี้ยววิก่อนยกยิ้มกว้างอย่างขบขัน แน่นอน  ทิมมี่

 

ฉันทำเพียงหัวเราะในลำคอก่อนเดินจากไปพร้อมแบกรับความทุกข์กับการเก็บความลับนี้ต่อไป 

 

 

หรือว่าฉันจะต้องเป็นแบบนี้ตลอดไปเลยนะ...

 

.

.

.

.

.

.

 

 

 

ผมมีน้องชายไม่แท้คนหนึ่ง ชื่อ ทิม  อายุ 19 ปี   เขาคือเรดโรบิ้น

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น  ทิมมี่เป็นเด็กฉลาดและหน้าตาดีจึงมีเหล่าชายหญิงรุมล้อมได้ทุกวี่ทุกวัน  ไม่เว้นแม้แต่น้องชายไม่แท้อีกสองคนของผม  เจสัน และ เดเมี่ยน  ทำไมผมถึงรู้น่ะเหรอ  ก็ผมเป็นพี่ชายยังไงละ  และทิมก็ทำงานร่วมกับผมบ่อยครั้ง  ไม่รู้น่ะสิแปลก  ผมไม่รังเกียจเรื่องแบบนี้หรอกนะ  โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว แถมยังไงพวกเขาก็เป็นน้องชายที่ผมรัก  ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นอะไรผมรับได้เสมอ  แต่หลังๆมานี้ ผมเริ่มเปลี่ยนสภานะจากพี่ชายเป็น ไม้กันหมา   ไปโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว  นั่นก็เพราะ... ทิมมี่เริ่มรู้สึกว่าอีกสองคนเป็นภัยคุกคามกับเขามากเกินไปจนไม่ได้ทำงาน  ในฐานะที่ผมเป็นพี่ชายที่สองคนนั้นเคารพ(??) มากที่สุด ทิมจึงขอให้ผมคอยกันเจสันกับเดเมี่ยนให้หน่อยถ้ามีโอกาส  ผมจะทำยังไงได้ล่ะ  ต้องตามใจเท่านั้นละนะ  แม้ว่าผมจะเริ่มสะกิดใจในพฤติกรรมที่ขอให้ผมคอยปกป้องเนี่ยแหละ ถึงยังไงทิมก็เป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นต้องกลัวอีกสองคนขนาดนั้นเลยก็ได้นี่นา การขอให้ผมมาคอยคุมเชิงสองคนนั้นมันเหมือนผมปกป้อง น้องสาว ที่โดนหนุ่มตามตื้อมากกว่า  จะว่ายังไงดีละ  พฤติกรรมแบบนี้ส่วนมากมักเกิดกับผู้หญิงที่รู้สึกไม่ปลอดภัยจากพวกนักตื้อมากกว่าการให้ผมเป็น ไม้กันหมา ทั่วๆไปนะ  หรือผมคิดไปเองกัน...

 

 

 

ขณะปฏิบัติภารกิจสอดแนมลับในอาคารร้างตามภารกิจของแบทแมน

 

เสร็จงานนี้ไปดื่มกันไหม ทิมมี่   เจสัน ทอดด์  หรือ RedHood  ที่ถอดหมวกเหล็กสีแดงออกแล้วกำลังยืนสูบบุหรี่พิงแท้งค์น้ำลอบมองทิมในชุด Red Robin ซึ่งกำลังนั่งใช้กล้องส่องทางไกลเพื่อสะกดรอยอาชญากรที่พวกเขาทั้งสามตามตัวอยู่

 

โทษที  ฉันไม่ว่าง   ทิม ตอบผ่านๆเหมือนไม่สนใจ เพราะเขาต้องตั้งสมาธิเพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าว

 

ไม่เอาน่า  นายไม่เคยว่างเลยสักวินาทีรึไง   เจสันว่าพลางอัดบุหรี่เข้าปอด นัยน์ตาสีเขียวใบไม้คู่สวยยังจับจ้องทิมไม่วางตา

 

ใช่   ทิมยังยืนยันคำเดิม และดูเหมือนคิ้วเรียวเริ่มขมวดเข้าหากันเพิ่มขึ้นทั้งที่ดวงตายังจดจ่อที่กล้องส่องทางไกล

 

พวกนาย  นี่พวกเรากำลังทำภารกิจอยู่นะ   ดิ๊ก ในคราบ Nightwing ซึ่งนั่งข้างๆทิมมาตั้งแต่แรกเอามือกุมขมับเพราะต้องมานั่งห้ามการวิ่งไล่จับทางประสาทของเจสันกับทิม ทั้งที่ตอนนี้พวกเขาอยู่ระหว่างสอดแนมควรทำให้เงียบที่สุด  ถึงจุดที่อยู่จะไกลเกินกว่าพวกนั้นได้ยินแต่มัวเถียงกันไปเถียงกันมามันทำให้เขาเสียสมาธิและรำคาญหน่อยๆ

 

น่า  หลังจากนี้นายก็ไม่มีงานแล้วไม่ใช่รึไง   แต่เหมือนความพยายามห้ามของดิ๊กจะไม่ได้ผลเพราะเจสันยังคงตื้อต่อไป

 

ทิมวางกล้องส่องทางไกลลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเหมือนระงับอารมณ์ไม่ให้ระเบิดออกมาก่อนหันไปที่เจสันแล้วขยับปากเปล่งเสียงชัดถ้อยชัดคำ ฉัน-ไม่-ดื่ม-แอล-กอร์-ฮอล - เรด - ฮู้ด! 

 

คิ้วได้รูปของทิมย่นเข้าหากันจนยับทำเอาดิ๊กที่อยู่ใกล้เริ่มกลืนน้ำลายเกรงว่าเขาอาจต้องเข้าไปห้ามทิมในไม่ช้า

 

เจสันหัวเราะในลำคออย่างถูกใจ  นายควรหัดดื่มบ้างนะ  เด็กน้อย

 

ฉันไม่ดื่มของไม่มีประโยชน์ให้ร่างกายย่ำแย่หรอกนะ เจสัน  ที่สำคัญ  ฉันอายุ 19 แล้ว ทิมหรี่ตาเพ่งมองบุหรี่ในมือเจสันราวกับมันคือพิษร้ายก่อนหันตัวกลับมาสอดส่องด้วยกล้องเช่นเดิม

 

นายไม่ลองสิ่งใหม่ๆในชีวิตบ้างแบบนี้จะไปหาแฟนได้ยังไงเล่า   เจสันพ่นควันพลางแหวนหน้ามองท้องฟ้า คำพูดที่ดูเอนเอียงไปทางจิกกัดนั้นไม่สะทกสะท้านทิมได้เช่นกัน

 

หึ  โทษทีนะ  ทุกวันนี้ฉันโดนสารภาพรักมากกว่าจำนวนคนร้ายที่นายจัดการซะอีก  

 

อื้อหือ  จี้ใจดำสุดๆ  ดิ๊กคิด

 

ได้!  ถ้าแกไม่ไปกับฉัน  ฉันจะเอาเหล้าไปให้ถึงบ้านแกเลย!  เหมือนคำพูดจี้ใจดำนั้นไปสะกิดจุดเข้าพอดี เจสันโยนบุหรี่ทิ้งยกยิ้มน่ากลัวก่อนชี้นิ้วมาที่ทิม

 

อ้าว ฟิวส์ขาดแล้วเหรอ นึกว่าจะทนได้นานกว่านี้ซะอีก  ดิ๊กคิดแอบยิ้มขบขันที่เจสันโดนทิมปั่นหัวซะเอง  แต่แล้วก็เกิดเรื่องเหนือความคาดหมายขึ้นเมื่อ...

 

งั้นฉันจะหนีไปอยู่กับดิ๊ก   น้ำเสียงทุ่มต่ำเอ่ยเอื่อยๆอย่างไม่เดือดร้อนอะไร ผิดกับสีหน้าชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสอง

 

เดี๋ยวๆ  จะเอาคนอื่นไปอ้างก็ขอกันก่อนสิ ทิมมี่!!  ดิ๊กกรีดร้องในใจเมื่อเห็นออร่าทมิฬส่งมาจากสายตาพิฆาตของเจสัน

 

นี่แกคิดปั่นหัวฉันจริงๆใช่ไหม   เจสันกดเสียงต่ำ

 

นายก็ตื้อไม่หยุดเหมือนกัน   ทิมยังคุมโทนเสียงเรียบเฉยราวกับทำเมิน

 

โฮ่ว  สงสัยฉันกับแกคงต้องคุยกันยาวแล้วว่ะ ไอเตี้ย...  

 

เฮ้ พวกนาย พอได้แล้ว!   ในที่สุดดิ๊กก็ทนฟังต่อไม่ไหวเพราะมีแววเจสันกับทิมจะเปิดศึกตรงนี้จริงๆ

 

ทิม  พวกนั้นทำอะไรอยู่   ไนท์วิงรีบเปลี่ยนเรื่องและเรียกสมาธิในการทำงานกับทิมอีกครั้งซึ่งทิมก็ปฏิบัตตามอย่างดี

 

ทิมสอดส่องอยู่สักพักก็พูดขึ้น  กำลังเริ่มทำการแลกเปลี่ยนของกันอยู่ แต่ฉันยังไม่เห็นของที่ว่าเลย--   ทิมหยุดพูดกะทันหันเพราะเสียงฝีเท้าหนักของเจสันบนขอบดาดฟ้า  ทิมกับดิ๊กมองอย่างไม่เข้าใจแต่ดูเหมือนพี่ใหญ่อย่างดิ๊กจะเก็ตเมื่อเจสันสวมหมวกสีแดงมาสวมอย่างรีบร้อน

 

ไม่ทนแล้วเว้ย  ถล่มแม่*!

 

เห้ย! หยุดนะ เจสัน!!!   ดิ๊กร้องห้ามแต่มันก็ดูเหมือนสายไป

 

 

 

และแล้ว เจสันก็กระโดดลงสู่เบื้องล่างในทันที  ท่ามกลางสายตาช็อคของดิ๊กและทิม

 

 

 

 

ปัง ปัง ปัง!  ตูม!  โครม!!

 

เสียงสาดกระสุนและลูกระเบิดพร้อมเสียงการถล่มของหนักดังมาเป็นระยะไม่หยุด  แม้ในตอนจบเหล่านกน้อยสามารถจับคนร้ายได้หมด แต่...

 

 

 บทลงโทษฐานไม่ปฏิบัติตามแผนจนสร้างความเสียหายมหาศาล ฉันจะยึดคลังอาวุธของนาย 20 ชิ้น  เจสัน...

 

นั่นคำพูดสุดท้ายของบรูซก่อนจะเดินจากไปพร้อมอาวุธปืนคู่กายของเจสัน  ท่ามกลางเสียงกรีดร้องสุดแสนเจ็บปวดดังอยู่เบื้องหลัง

 

 

 

 

นั่นล่ะครับ  ผมล่ะ(โคตร) เพลีย ...

 

 

 

 

 

 

ไม่กี่วันต่อมา  ณ คฤหาสน์เวย์น

 

ผมยังคงอยู่ในกอตแธมเพราะต้องสานต่อภารกิจจากบรูซ  ดูเหมือนเขาจะสิงฐานบัญชาการจัสติกบนอวกาศมากกว่า  ก็นะ ถึงเขาจะหวงแหนกอตแธมมากขนาดไหน แต่ภารกิจใหญ่นอกโลกก็สำคัญกว่า...

 

นอกจากผมที่ถูกเรียกแล้วก็ยังมีทิมเหมือนกัน  ส่วนเจสันเหมือนจะโดนทัณฑ์บนห้ามออกจากเซฟเฮาท์หนึ่งสัปดาห์สินะ  ถึงจะแอบสงสารก็เถอะแต่ก็สมควรแล้วล่ะสำหรับภารกิจที่เกือบล้มเหลวคราวก่อน

 

ผมลงมายังถ้ำค้างคาวใต้ดินเพื่อหาข้อมูลสำหรับทำภารกิจในคืนนี้อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ  แต่เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกก็บังเอิญเจอทิมยืนรออยู่ก่อนด้วยสีหน้าซูบลงเล็กน้อยกับขอบตาดำขึ้นเหมือนหมีแพนด้า

 

อ้าว  อรุณสวัสดิ์ทิม  ตื่นเช้าจัง... หรือยังไม่ได้นอน   ผมแกล้งหยอกขำๆ

 

ข้อหลังดูจะเหมาะกับฉันตอนนี้มากกว่านะ   ทิมตอบกลับด้วยสภาพตาแทบหลับปิดสนิท ในมือยังคงถือแก้วกาแฟที่ทิ้งร่องรอยคราบในนั้น ผมขมวดคิ้วเพราะคิดว่าทิมจะต้องไปชงกาแฟมาเพิ่มอีกแน่ แค่นี้ก็ดื่มแทนน้ำอยู่แล้ว

 

เฮ้  แบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพเลยนะ  นายควรพักผ่อนก่อนเริ่มงานคืนนี้นะ   ผมก็ทำได้แค่ตักเตือน แต่ก็รู้แก่ใจว่านิสัยน้องชายคนนี้ดีว่าทำไม่ได้

 

อา     ทิมเพียงขานรับในลำคอแบบขอไปที ใบหน้ายังคงแสดงความอ่อนล้าจนกระทั่ง...

 

เฮ้ เดรค!

 

หืม... เฮ้ย!!!   ทิมหันหลังด้วยท่าทีเอื่อยๆก่อนร้องอย่างตกใจ รีบเบี่ยงตัวหลบวัตถุคล้ายบูมเมอแรงรูปค้างคาวสีดำเงาพุ่งตรงมายังใบหน้าของเขา

 

ฟิ้ว!!

 

แบททาแรงเฉี่ยวปลายผมทิมเพียงสองมิลลิเมตรปักคาประตูลิฟต์ใกล้จุดที่ผมยืนอยู่

 

ทำบ้าอะไรอีกน่ะ เดเมี่ยน!!   ทิมขมวดคิ้วตาตื่นคลายง่วงเป็นปลิดทิ้งทันทีเมื่อเห็นตัวการลอบสังหารเขายื่นยิ้มร้ายกาจอยู่ไม่ใก้ลไม่ไกล

 

เปล่านี่  ข้าแค่ฝึกปาให้โดนเป้า   เดเมี่ยนถือแบททาแรงอีกอันไปมา ใบหน้าไร้หน้ากากแสดงสีหน้ายียวนได้อย่างชัดเจนจนทิมแทบปาแก้วกาแฟในมือให้รู้แล้วรู้รอด

 

โดยใช้ฉันเป็นเป้าเนี่ยนะ ทิมพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่ขุ่นมัวไม่ให้เสียแรงโดยปล่าวประโยชน์ แม้นั่นจะเป็นสิ่งที่เดเมี่ยนนั่นต้องการมากที่สุดก็ตาม

 

 ที่จริง  ก็แค่อยากไล่เจ้าไปไกลๆหูไกลๆตาข้าแค่นั้นแหละ

 

เห็นไหมล่ะ...

 

ไม่ต้องไล่ฉันก็ไปอยู่แล้ว  ไม่อยากอยู่เถียงกับนายหรอก หึ!   ทิมขมวดคิ้วจนแทบผูกกับเป็นโบว์ก่อนเดินกระแทกเท้าเข้าลิฟต์ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์สุดๆ

 

ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง  ผมยิ้มกรุ้มกริ่มมายังน้องชายคนเล็กของบ้านด้วยสายตาทะเล้น

 

หึ หึ   ผมหัวเราะในลำคอก่อนดึงแบททาแรงปาคืนเดเมี่ยนซึ่งเขาก็รับได้อย่างง่ายดาย

 

หัวเราะอะไรเกรย์สัน   เดเมี่ยนถลึงตาใส่ก่อนเปลี่ยนมาปาแบททาแรงใส่เป้ากระดาษที่อยู่ไกลออกไป

 

ถึงจะเจตนาดีแต่เลือกใช้วิธีตรงข้ามกับความอ่อนโยนอีกแล้วนะลิตเติลดี   ผมยกมือกลั้นขำอย่างเอ็นดูแต่เหมือนคนโดนล้อจะไม่เล่นด้วย

 

หุบปากไปซะเกรย์สัน   นั่นคือคำสุดท้ายก่อนผมจะยอมแพ้เพราะเจ้าตัวเล็กเปลี่ยนทิศปาแบททรแรงจากเป้ากระดาษมาเป็นผมแล้วน่ะสิ

 

 

ได้ความซึนมาจากใครนะ....

 

 

 

 

 

4 ชั่วโมงผ่านไป ทิมกลับมาด้วยสีหน้าดีขึ้นมานิดหน่อย  อย่างน้อยขอบดำใต้ตาก็จางลงไปเยอะ สี่ชั่วโมงที่หายไปคงได้พักจริงๆ ผมนี่ดีใจสุดๆเลย

 

ภารกิจก็มีประมาณนี้นะ  แต่ต้องระวังให้มากหน่อย  ดูเหมือนพวกนั้นจะมีอาวุธสงครามด้วย   ผมเปิดเอกสารในมืออย่างไม่รีบร้อนสีหน้าสบายๆ  ผิดกับใครบางคนข้างหน้าผม

 

นี่... ภารกิจนี้มีแค่ฉันกับนายจริงๆเหรอ   ทิมเอ่ยถาม

 

ก็... บรูซบอกมาแบบนั้นนะ   ผมลดระดับกระดาษลงมาอยู่หน้าท้องเพื่อก้มมองทิมได้สะดวก

 

แล้วทำไมเจ้าเดม่อนนี่ถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ   ทิมใช้นิ้วโป้วชี้มายังเดเมี่ยนที่ยืนกอดอกห่างออกไปสามเมตร

 

เดเมี่ยนที่รู้ว่าถูกพาดพิงถึงก็เอ่ยขึ้นลอยๆ  อ้อใช่  มีข่าวใหม่  ภารกิจวันนี้ท่านพ่อให้ข้าไปกับเจ้าด้วย

 

ฮะ!!  ให้นายไปด้วย  ทำไม?   ทิมประหลาดใจเล็กน้อย

 

เพราะกลัวเจ้าทำภารกิจไม่สำเร็จไง  เจ้ามันกาก  เดเมี่ยนยิ้มมุมปากพร้อมเน้นเสียงประโยคสุดท้าย

 

ชิ  งั้นคงช่วยไม่ได้สินะ   ทิมทำได้เพียงพ่นลมหายใจอย่างโดนขัดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อเป็นคำสั่งของบรูซ

 

อา...  จะบอกทิมดีไหมเนี่ย  ว่าเดเมี่ยนต่างหากเป็นคนรบเร้าบรูซให้อนุญาตเขาทำภารกิจกับทิม  แต่ไม่ดีกว่า  ขืนบอกละก็  เดเมี่ยนเอาผมตายคาคมดาบแน่ๆ  ข้อหาทำให้แผนจีบ(ฉบับเดเมี่ยน)ล่ม

 

วันนี้คงวุ่นวายอีกแหงๆ...

 

ผมเก็บเอกสารวางมันลงกับโต๊ะข้างๆ เอาละๆ แยกย้ายไปเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม อีก20 นาทีเจอกัน

 

เมื่อกล่าวจบเดเมี่ยนก็เดินออกไป ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปไหน บางทีอาจไปหยิบของที่ลืมไว้ แต่ความสนใจของผมกลับเป็นน้องชายอีกคนที่วันนี้ใบหน้าขาวดูซีดเหมือนขาดเลือด

 

เฮ้  เป็นอะไรรึเปล่าทิม วันนี้หน้าซีดเผือกเลยนะ

 

ไม่มีอะไรหรอก แค่... รู้สึกปวดท้องกับเจ็บตามข้อกระดูกนิดหน่อยน่ะ   ทิมย่นคิ้วเล็กน้อยพลางหมุนหัวไหล่

 

ไปตรวจสุขภาพไหม   ผมยื่นข้อเสนอ รู้สึกว่าช่วงนี้ทิมมีปัญหาสุขภาพมากเกินกว่าเด็กอายุไม่ถึง 19 ต้องเผชิญ

 

ทิมที่เอียงคอซ้ายทีขวาทีก็เอ่ยขึ้นทั้งที่ยังหลับตาอยู่  ไม่ละ  มันก็แค่อาการของ...   แต่แล้วริมฝีปากบางก็ชะงักลง

 

อาการของ?   ผมเลิกคิ้วข้างหนึ่งถาม

 

ช่างเถอะ  เดี๋ยวมันก็หาย   ทิมปัดมือไปมา

 

งั้นเหรอ  ถ้านายว่าแบบนั้นฉันก็ไม่บังคับหรอก  แต่ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจก็ปรึกษาฉันได้ทุกเมื่อเลยนะทิมมี่   ผมยอมรับว่ายังสงสัยเรื่องที่ทิมกำลังปกปิดแต่ก็ไม่อยากคาดคั้นเกินจำเป็น ทิมไม่ชอบให้ใครตื้อมากหรอกนะ ในฐานะพี่ชายผมคงทำได้เพียงแนะนำและตักเตือน...

 

ไม่รู้ว่าผมแสดงสีหน้าแปลกๆออกไปหรือเปล่าทิมถึงมองผมด้วยดวงตาสั่นไหวคล้ายลังเล ... อื้ม  ฉันก็หวังจะให้มันเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน   ทิมกล่าวจบก็เดินไปทำงานหน้าแล็ปท๊อปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

แววตาแบบนั้นมันหมายความว่าไงน่ะ...

 

ผมขมวดคิ้วเพราะรู้สึกแปลกๆแต่ผมกลับหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่ามันคืออะไร  ถึงอย่างไรภารกิจวันนี้กลับผ่านไปได้ด้วยดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเดเมี่ยนไม่กวนประสาททิมเลยสักนิด ทิมเองก็เผลอหวาดระแวงจนกลายเป็นฝ่ายแอบมองเดเมี่ยนเป็นพักๆซะงั้น

.

.

.

.

.

.

.

 

ริชาดร์  เกรย์สัน  ในชุดลำลองธรรมดากำลังนอนเล่นโทรศัพท์บนเตียงนุ่มหลังเสร็จภารกิจเมื่อคืนเพื่อเตรียมตัวกลับบลัดเฮเวนในวันพรุ่งนี้

 

ทันใดนั้นโปรแกรมแชทอันคุ้นเคยก็เด้งขึ้น  ชื่อผู้ส่ง ทำเอาคิ้วไนท์วิงยกขึ้นด้วยความฉงน  นั่นเพราะผู้ทักมาคือ  ทิม

 

[ทิม: ดิ๊ก  ว่างรึเปล่า  มาซื้อของเป็นเพื่อนหน่อยสิ ] 

 

ดิ๊กถึงกับประมาณผลทำความเข้าใจความหมายแฝงจากประโยนชวนธรรมดานี้อยู่นานก่อนนิ้วจะกดคำตอบช้าๆ

 

ตกลงจ้า  เจอกันอีก 30 นาทีนะ

               

 

 

 

 

                ณ ร้านคอฟฟี่ชื่อดังในห้างสรรพสินค้า ดิ๊กในชุดเสื้อยืดคอปกสีน้ำเงินคราม เสื้อโค้ทสีดำ กางเกงยีนส์สีครามรองเท้ากีฬาสีดำเดินโบกมือทักทายทิมที่นั่งรอในร้านอยู่ก่อนแล้วด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

ทิมมี่~

 

ไง  ขอบคุณนะที่มาเป็นเพื่อน   ทิมในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวลายทางสีน้ำเงินพับแขนเสื้อถึงศอก ชายเสื้อถูกเก็บอยู่ใต้กางเกงชิโน่สีเนื้ออมน้ำตาลอย่างเรียบร้อย  นาฬิกาสีดำดูหรูหราประดับบนข้อมือสีขาวนวลยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้ผู้สวมเป็นเท่าตัว  ทิมลุกจากที่นั่งก่อนหยิบแก้วกาแฟกระดาษไว้กับตัว รอยยิ้มบางถูกส่งให้เป็นการทักทายยิ่งดูน่ารักน่าทะนุถนอม

 

ดิ๊กอดแปลกใจไม่ได้เพราะเขาแทบไม่ค่อยเห็นทิมในลุคนักศึกษามหาลัยสุดเนี๊ยบมากนัก

 

ไม่เป็นไร  ว่าแต่ จะมาซื้ออะไรเหรอ  

 

ก็... ของกินกับของใช้ทั่วไปนั่นแหละ  แต่คราวนี้ซื้อเยอะกว่าทุกที เลยต้องชวนนายมาช่วยถือของน่ะ  .... ไม่ได้รบกวนเวลาพักผ่อนก่อนกลับบลัดเฮเวนใช่ไหม   ทิมเอียงคอเล็กน้อย ใบหน้าหล่อติดหวานแสดงความกังวลอย่างไม่ปิดบัง

 

สบายมาก  ดีซะอีกได้ออกมาเดินเที่ยวบ้าง   ดิ๊กรีบส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มกว้าง

 

ทิมคลายปมที่คิ้วก่อนคลี่ยิ้มบางๆอย่างที่ตนชอบทำเวลาอยู่กับคนสนิท เหรอ  งั้นไปกันเถอะ

 

จ้า  ดิ๊กยิ้มรับก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกจากร้านกาแฟ

 

 

ตลอดการเดินซื้อของทิมเงียบกว่าปกติ ไม่สิ ถึงทิมจะดูชอบคิดอะไรตลอดเวลาก็จริงแต่คราวนี้ดูเคร่งเครียดกว่าทุกที  และตอนนี้มือข้างหนึ่งถือแชมพูสระผม ส่วนอีกข้างถือครีมนวดยี่ห้อเดียวกันก็ไม่เห็นจำเป็นต้องทำหน้าเครียดราวกับมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจนเสียเวลาจ้องพวกมันเกือบ 15นาที ขนาดนั้นเลยนี่  ดูก็รู้ว่ากำลังคิดเรื่องอื่นอยู่แน่นอน

 

ทิม   ดิ๊กเอ่ยทักในที่สุดเพราะเริ่มยืนนานๆจนเมื่อยขา

 

อะไรเหรอ?   ทิมกระพริบตาเหมือนเพิ่งได้สติก็รีบหันมาหา

 

คิดอะไรอยู่น่ะ เครียดเชียว   หนุ่มรุ่นพี่เอียงตัวถามด้วยรอยยิ้มน้อยๆ

 

ทิมเผลอหลบตาไปทางอื่น  ...ก็ กำลังเลือกแชมพูอยู่ว่าจะใช้ยี่ห้อดี

 

แต่ที่นายดูมันเป็นแชมพูกับครีมนวดยี่ห้อเดียวกันนะ   ดิ๊กชี้ไปยังของในมือทิมพลางหัวเราะขบขัน

 

อะ...   ทิมถึงกับหน้าเสียกับหลักฐานความผิดพลาดใหญ่หลวงของตัวเอง  ใบหน้าหวานขึ้นสีด้วยความอายจนหนุ่มรุ่นพี่อดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้

 

อืม  ดูท่านายกำลังเครียดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่สินะ  ว่ามาเลย ฉันยินดีรับฟัง หนุ่มร่างสูงส่งยิ้ม

 

ทิมเหลือบมองรอยยิ้มนั้นก่อนถอนหายใจอย่างยอมแพ้ เฮ้อ... ก็เจ้าบ้าสองคนนั้นน่ะสิ

 

สองคนนั้น...  เจสัน กับ เดเมี่ยนเหรอ?

 

เฮ... รู้ด้วยนี่ ว่าฉันหมายถึงเจสันกับเดเมี่ยน   ทิมเลิกคิ้วถามด้วยสายตาจับผิด

 

อ้ะ!  อ่ะ เอ่อ คือ...   ชายหนุ่มรุ่นพี่เลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูกเพราะเผลอหลุดความลับออกไปเสียแล้ว

 

ไม่เป็นไรหรอก  ฉันรู้อยู่แล้ว   ทิมละสายตามาจับจ้องชั้นวางเหล่าแชมพูเพื่อหาที่วางตา

 

อะ อืม  ก็คงจะอย่างงั้น   ดิ๊กยิ้มเจื่อนๆพลางเกาท้ายทอยแก้เขิน  ก็นะ ถ้าเกิดทิมโมโหเพราะเขาไม่ยอมบอกเรื่องสองคนนั้นตั้งแต่แรกมีหวังได้โดนงอนแน่ๆ แถมง้อยากกว่าเดเมี่ยนเป็นไหนๆ

 

ทิมตัดสินใจเอาแชมพูกับครีมนวดในมือวางบนรถเข็นที่มีพี่ดิ๊กยืนควบคุมอยู่ด้านหลังก่อนทั้งคู่จะเดินต่อไปช้าๆ  ระหว่างนี้ทิมก็ยอมเล่าเรื่องลำบากใจไปด้วย  ช่วงนี้สองคนนั้นทักมาหาฉันประจำทุกวัน  คอยถามตลอดว่าวันนี้ฉันจะไปทำอะไรบ้าง  และคอยหาเรื่องบุกคอนโดฉันตลอด

 

อืม... ลำบากใจแทนเลยแหะ  ดิ๊กคิด

 

วันนี้ก็ด้วย  พอรู้ว่าฉันจะมาซื้อของ  สองคนนั้นรีบเสนอความช่วยเหลือทันที  แต่ฉันรู้ว่า ถ้าใครคนใดคนหนึ่งมา เจ้าบ้าอีกคนต้องมาโวยวายถึงที่แน่นอน แล้วมันคงเกิดเหตุการณ์แย่ๆจนฉันไม่ได้ซื้อของ  และถ้าฉันชวนคอนเนอร์มา มีหวังเขาได้โดนคริปโตไนท์เสียบอกกลางห้างพอดี  เพราะงั้นฉันเลยตอบพวกเขาไปว่า ฉันนัดมากับนายแทนยังไงล่ะ   ทิมหยิบเส้นสปาเก็ตตี้ลงบนรถเข็นเหมือนไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องราวที่เล่ามาเท่าไหร่ ดิ๊กมองแผ่นหลังที่ดูบอบบางกว่าทุกทีด้วยแววตาขบขันแต่แฝงไปด้วยความหวงอยู่ไม่น้อย

 

ความจริง  ถ้านายจะมากับซุปเปอร์บอยฉันก็ไม่อนุญาตเหมือนกันนะ...

 

อย่างงี้นี่เอง  เจ้าพวกนั้นนี่กัดไม่ปล่อยเลยแหะ ฮะ ฮะ   ดิ๊กหัวเราะกลบเกลื่อนสลัดความขุนมัวออกไปจากสมอง  น่าแปลกที่ตอนทิมเอ่ยถึงเจสันกับเดเมี่ยนดิ๊กไม่มีความรู้สึกแบบนี้ แต่เมื่อเอ่ยถึงคนที่ไม่ใช่คนในครอบครัว  ความไม่พอใจก็ปรากฏขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

 

... คงไม่โกรธนะ  ที่เอานายมาอ้างโดยไม่ขออีกแล้ว   ทิมหันมามอง แววตาอ่อนลงด้วยความรู้สึกผิด

 

อย่าเครียดนา  ฉันไม่เกี่ยงความช่วยเหลือจากน้องชายอยู่แล้ว   ดิ๊กยิ้มพลางโบกมือบอกว่าไม่เป็นไร

 

ทิมอดยิ้มตามอีกฝ่ายไม่ได้  ไม่ว่าอย่างไรคนๆนี้ก็เป็นพี่ชายที่เขานับถือมาตลอดจริงๆ ขอบคุณนะ...

 

 

 

เมื่อกลับถึงคอนโดก็ใกล้ค่ำแล้ว  ดิ๊กยังอาสาทำมื้อค่ำให้แม้ทิมจะปฏิเสธแค่ไหนก็ตาม  ก็นะ พี่ชายบ้าน้องยินดีทำทุกอย่างให้น้องๆอยู่แล้ว

 

ขอโทษที่ทำให้รอนานนะ   ดิ๊กเดินออกจากครัวพร้อมสปาเก็ตตี้เบคอนกับไส้กรอกผัดกระเทียม 2 จาน กลิ่นหอมกรุ่นมาเสริฟถึงโต๊ะอาหารตรงหน้าทิม

 

ไม่เป็นไร  ฉันต่างหากล่ะที่รบกวนนายอีกแล้ว  แต่... นายทำน่ากินชะมัด   ทิมจ้องอาหารด้วยแววตาเปล่งประกายความตื่นเต้นและความหิวเหมือนเด็กๆจนดิ๊กหัวเราะ

 

ฮะ ฮะ สบายๆนา  เอ้า ทานให้อร่อยนะ   ดิ๊กขยี้ผมน้องชายอย่างเอ็นดูแต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ล้างกลิ่นกระเทียมออก  ทำเอาหนุ่มรุ่นพี่ชักมือกลับแทบไม่ทัน  โชคดีที่ทิมเหมือนจะไม่ได้กลิ่นกระเทียมที่ว่า คงเพราะสนใจอาหารตรงหน้ามากกว่า  ดิ๊กเคลื่อนตัวเองมานั่งฝั่งตรงข้ามพลางนั่งเท้าคางมองน้องชายรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย

 

... อื้ม  ฝีมือทำอาหารดีขึ้นเรื่อยๆเลยนะ   แก้มขาวอมชมพูที่กำลังเคี้ยวอาหารอย่างไม่รีบร้อนแม้ตัวเองจนหิวมาก นิ้วเรียวสวยที่กำลังม้วนเส้นด้วยส้อมเพื่อให้รับประทานง่าย  กิริยาทุกอย่างดูเรียบร้อยและเพอร์เฟคไปหมด

 

ดีใจที่นายชอบนะ   นัยน์ตาสีฟ้ายิ้มตาหวานจนตาหยี่ก่อนจะเริ่มทานส่วนของตัวเองที่มันดูจืดไปเลยเมื่อเทียบกับคำชมของคนตรงหน้า

 

               

 

ฮ้าว~ เริ่มง่วงแล้วแหะ   ดิ๊กบิดขี้เกียจบนโซฟาตัวโตในห้องรับแขกพลางดูข่าวในโทรทัศน์ไปด้วย

 

นายจะพักที่นี่ก็ได้นะ   ทิมที่นั่งโซฟาตัวข้างๆพูดขึ้นทั้งที่สายตายังจับจ้องตัวอักษรในหนังสือ

 

ไม่เป็นไรๆ พรุ่งนี้ฉันต้องรีบออกจากเมืองแต่เช้าน่ะ   ดิ๊กโบกมือปฏิเสธ จะว่าไป  ช่วงนี้นายอยู่คอนโดมากกว่าคฤหาสน์เพราะอะไรล่ะ เดเมี่ยนกับเจสันเหรอ?

 

 ... คำตอบอยู่ในคำถามนั่นแหละ   ทิมตอบเสียงเรียบ

 

ลิตเติ้ลดีกับเจย์ทำอะไรบ้างล่ะ   ดิ๊กขยับตัวเข้าใกล้อย่างสนอกสนใจ

 

ทิมละสายจากหนังสือก่อนเปลี่ยนสีหน้าหงิกงอนิดหน่อย  “ เหอะ  อย่าให้เล่าเลย  เยอะแยะจนแทบบันทึกลงกินเนสบุ๊คยังได้  ซึ่งมันก็มากพอทำให้ฉันหนีมาอยู่นี่ตอนไม่มีงานในถ้ำ และที่นี่ก็อยู่สูง มีระบบรักษาความปลอดภัยดีมากพอจะกันคนแอบงัดหน้าต่างตอนกลางคืนด้วย   ทิมแอบยิ้มมุมปากราวกับคนถือไพ่เหนือกว่า

 

บางทีฉันก็สงสัยว่านายไม่สติแตกได้ยังไงนะ   ดิ๊กนับถือความอดทนของทิมจากใจจริง

 

ทิมนิ่งไปสักพักก่อนจะเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มน้อยๆที่ดูมีสีสันขึ้นมาก ... ก็เพราะมีนายเป็นที่พึ่งให้นั่นแหละ  นายคอยรับฟังเรื่องวายป่วนของเจ้าพวกนั้นฉันเลยไม่รู้สึกกดดันเท่าไหร่เวลามีนายอยู่ด้วยใกล้ๆ

 

ดิ๊กถึงกับยิ้มกว้าง ดวงตาเบิกกว้างกว่าเดิม เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังแสดงสีหน้าตื่นเต้นบวกดีใจมากแค่ไหน  เอ๊ จริงเหรอเนี่ย  พี่ชายดีใจจนยิ้มไม่หุบเลยอะ แปลว่าฉันเป็นคนที่นายไว้ใจมากที่สุดเลยสินะ

 

ทิมเหลือบมองนิดๆ  คำตอบก็คงใช่

 

ชายหนุ่มรุ่นพี่แทบพุ่งเข้าไปกอดร่างเพรียวให้เต็มแขน  เขาไม่เคยคิดเลยว่าคำชมธรรมดาๆจะทำให้เขามีความสุขจนหัวใจพองโตได้ขนาดนี้ เหมือนว่าการเป็นพี่ชายของเขาไม่สูญเปล่า แม้จะรู้แก่ใจว่าเขาได้รับความเชื่อใจจากน้องๆทุกคนแต่เมื่อได้ยินจากปากของทิมเองแล้วนั้น  เขาแทบอยากหยุดช่วงเวลาตรงนี้ไว้ให้นานที่สุดจริงๆ

 

แหม ฉันมีความสุขจริงๆนะ  เอาเป็นว่าหลังจากนี้นายสามารถไว้ใจฉันได้ทุกเรื่องเลยนะ ทิมมี่   ดิ๊กลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างเบามือ

 

เจ้าตัวอาจไม่รู้ แต่การสัมผัสที่อ่อนโยนและบรรยากาศอบอุ่นในรอยยิ้มหวานนั้นกำลังจู่โจมคนโดนลูบผมอย่างหนักหน่วงจนหัวใจแทบกระเด็นออกมา

 

อะ- อืม   ทิมทำได้เพียงขานรับเสียงเบาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตัวเองเสียงสั่น

 

ถึงจะรักและนับถือเสมือนพี่แท้ๆแต่อีกฝ่ายก็เป็นผู้ชาย ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไรยามถูกสัมผัสแบบนี้ถึงจะเป็นทิมก็ไม่อาจต่อต้านความรู้สึกแปลกๆนี้ได้  ความรู้สึกผ่อนคลายจนอยากระบายความลับที่ฝังเน้นนั้นทำให้ทิมอยากตะโกนบอกซะเดี๋ยวนี้  แต่อีกใจกลับรู้สึกกลัวว่าเมื่อบอกไปอาจต้องสูญเสียแววตาอ่อนโยนคู่นี้หรือรอยยิ้มใจดีและฝ่ามือที่คอยปลอบโยนแสนมั่นคงนี้ไปตลอดกาล

 

 

 

แต่ มันต้องไม่เป็นอะไรสิ  เขาจะต้องเข้าใจ...

 

 

 

ดิ๊ก...     ใบหน้าหวานเงยหน้ามาสบตากับหนุ่มรุ่นพี่ด้วยสีหน้าคาดหวังปนไม่แน่ใจ

 

ฮืม??   ดิ๊กขานรับทั้งที่ยังคงยิ้มค้าง

 

ทิมจับมือแกร่งของดิ๊กลงจากศรีษะ  ฉันน่ะ   คือว่า...   


ความเงียบเข้าปกคลุม  จากความอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัด  หน้าอกของทิมกำลังบีบรัดจากหัวใจที่เต้นแรง  ทิมกัดริมฝีปากอย่างชั่งใจ พวงแก้มขึ้นสีเหมือนกุหลาบแดงในยามเช้า นัยน์ตาสีครามสั่นไหวจนสูญเสียความมั่นใจ  ริมฝีปากอมชมพูที่เผยอขึ้นเล็กน้อยดูยั่วยวนน่าลิ้มลองจนไม่สามารถละสายตาไปไหนได้

 

สิ่งที่ไนท์วิงเห็นทำเอาหัวใจเต้นระรัวอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมานาน    ทิม  กำลังหน้าแดงและหลบตาเขา

 

ทิม...   ดิ๊กเรียกชื่อเบาๆเพราะสถานการณ์มันชวนให้เขาคิดถึงหนังวัยใสหรือการ์ตูนจากญี่ปุ่นหลายๆเรื่อง และสมองของเขาก็คิดไปไกลถึงสิ่งที่ทิมจะบอก

 

แต่เหมือนคนร่างเล็กกว่าจะมีปฏิกิริยาต่อต้านกับความคิดตัวเองจนแสดงออกทางสีหน้าชัดเจน  ริมฝีปากที่อ้าขึ้นกลับปิดแน่น ดวงตาสีครามหม่นลง คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันอย่าไม่พอใจและเจ็บปวด  ทิมหันหน้าหลบมากกว่าเดิมเหมือนไม่ต้องการให้ชายหนุ่มเห็นใบหน้าของตน

 

มะ...ไม่มีอะไร  ถือว่าไม่ได้ยินที่พูดเมื่อครู่เถอะนะ  เดินทางปลอดภัยล่ะ บาย   ทิมรวบรัดตัดบทเร็วๆก่อนรีบลุกเดินเข้าห้องนอนทันที

 

อ่ะ ทิม   ดิ๊กที่ยังไม่ได้สติกลับมาเต็มร้อยก็นั่งเอ๋อไปต่อไม่ถูก  เหมือนภาพของทิมถูกหยุดไว้เบื้องหน้าและชายหนุ่มผู้เป็นถึงไนท์วิงกลับไม่รู้ว่าเขาได้ตกหลุมพรางบางอย่างไปเสียแล้ว

 

 

กึก

 

เสียงประตูถูกปิดลงเงียบๆ  ดิ๊กยืนหันหลังให้ประตูโดยยังไม่ขยับไปไหน ใบหน้าหล่อเรียบเฉยเหมืนรูปปั้น มือแกร่งถูกยกมาแนบที่หน้าอกข้างซ้ายเพื่อวัดอัตราการเต้นหัวใจที่ยังคงเต้นแรงไม่ลดหย่อนลงเลย ร้อยทั้งร้อยของสาเหตุนั้นก็เพราะเจ้าของใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแสนยั่วยวนนั้นไม่สามารถสลัดไปจากหัวเขาได้นั่นเอง

 

 

ไม่จริงนา... ฉัน ใจเต้นเหรอ...     ดิ๊กยิ้มเจื่อนๆเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่คิด  เขาพยายามหาเหตุผลร้อยแปดเพื่ออธิบายคำตอบที่เขาใจเต้นกับน้องชายตัวเอง

 

มันไม่ผิดใช่ไหม ที่ผู้ชายจะใจเต้นกับผู้ชายด้วยกัน

 

เป็นเรื่องปกติใช่ไหมที่ไม่ว่าใครได้เห็นใบหน้าแบบนั้นแล้วจะใจเต้น?

 

ถ้าหากผมแค่คิดไปเองละ?

 

 

 

 

                แล้วเมื่อกี้...  ผมกำลังคาดหวังอะไรจากทิม...

 




              หรือว่าไนท์วิงจะโดนเสน่ห์สาวน้อยเข้าให้เต็มเปาแล้วล่ะเนี่ย...


 



 ............................................................................................................................

ฮาโหล  สวัสดีค่ะ ยังจำเราได้ไหมเอ่ย หายไปนานเป็นเดือนๆเลยเนอะ  

อยากบอกตามตรงว่าคิดถึงการแต่งฟิคมากกกกกกกกกกกก(ก ล้านตัว) เปิดเทอมมาคือไม่ว่างขั้นสุด ที่ได้ตอนแรกมาก็ค่อยๆแต่งทีละน้อยๆจริงๆนะ หลังจากนี้ก็มีแววว่าจะไม่ว่างยาวต่อไปอีกเดือนกว่าแหงๆ 

มันเหมือนช่วงฟ้้าสงบก่อนพายุจะเข้าอะค่ะพอเข้าใจใช่ไหม 555555


ในส่วนตอนนี้ก็รู้กันไปแล้วว่าเราให้หนูทิมของเรากลายเป็นสาวสวยที่โดนผู้หล่อๆตามเต๊าะจนต้องขอความช่วยเหลือจากพี่ดิ๊ก แต่ตอนท้ายเหมือนพี่ดิ๊กจะกลืนน้ำลายตัวเองซะแล้ว ตอนจบจะเป็นอย่างไรก็ต้องรอตอนต่อไปนะ มีแค่ 2 ตอน ไม่ยืดเรื่องเยอะแน่นอนค่ะ อิอิ



ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจนะคะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #79 miruha (@miruha) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 17:11
    ขอบคุณที่แต่งคู่นี้นะคะไรท์TvT เป็นคู่ที่ชิปมานานแต่แทบไม่มีแหล่งให้เสพเลยorz แถมอ่านฟิคที่ทิมมี่เป็นสาวน้อยแล้วรู้สึกนุ่มนิ่มฟีลกู๊ดแปลกๆ ดีต่อใจจังค่า;//////;
    #79
    1
    • 12 มกราคม 2562 / 20:03
      คู่พี่ดิ๊กกับน้องทิมใช่ไหมคะ เราก็ชิปเหมือนกันค่ะ เห็นด้วยเรื่องหาอ่านยากมาก พอแต่งเองเลยเขินๆนิดนึง แต่ก็ขอบคุณมากๆนะคะที่ชอบ >///<
      #79-1
  2. #70 V323577 (@Viewykanyavee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 00:45

    คิดถึ๊งคิดถึงไรท์ แต่ถ้าจะให้เรียนไปแต่งฟิคไปสมองคงระเบิดตู้มเกิดเป็นโกโก้ครั้น ดีไม่ดี พี่อาจจะเอาเรื่องที่เรียนมาเขียนในฟิคก็ได้นะ ได้ความรู้ไปอี้กกก//หยอกๆ????????

    ยังไงก็อย่าหักโหมมากนะพี่ มีเวลาว่างแล้วค่อยแต่งก็ได้ ถึงอัพช้ายังไง พี่ก็ต้องมา หนูรู้^^ คนที่ติดตามพี่อยู่ก็มีถมไป ยังไงก็รอได้ค่าาา


    กลับมาที่เรี่ยงนิยาย..

    อึดอัดแทนนุ้งทิม ยิ่งตอนที่ปวดท้องประจำเดือนนะมันเป็นอะไรที่ทรมานมากกก แล้วถ้าไปปวดตอนทำภารกิจนี่ หนูไม่ชิปหายหรอลูก บอกไปเถ๊อะ ยังไงพี่ดิ๊กกี้ก็เข้าใจ (จะหวงหนักขึ้นด้วยล่ะสิ????) แล้วคุณพี่เจย์กับคุณน้องเมี่ยนเขาจะได้เลิกแกล้งหนูด้วย พวกนางอาจจะเปลี่ยนจากตื้อมาเป็นเทคแคล์หนูเพื่อเอาใจด้วยก็ได้นะ????

    #70
    3
    • #70-2 V323577 (@Viewykanyavee) (จากตอนที่ 20)
      11 ตุลาคม 2561 / 11:16
      สายที่พี่เรียนก็น่าเรียนนะ โดยเฉพาะสายเกม มันดูไม่เครียด55+
      แต่ตอนนี้ต้องเอาเกรดตัวเองให้รอดก่อน T^T
      #70-2
    • 11 ตุลาคม 2561 / 12:40
      ทุกคณะทุกสาขามีความยากเหมือนๆกันค่ะ สายของพี่มันเป็นสายเฉพาะทางมากๆ ถ้าไม่มีใจรักและความพยายามก็จะยากขึ้นไปอีก สายเกมต้องเรียนภาษาc หรือภาษาคอมพิวเตอร์ กับพวกโค้ดอีกมากมาย งานไม่เยอะแต่ต้องศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง

      พี่อยู่สาย2Dนะ สายนี้ไม่ได้นอนค่ะ งานเยอะและหนักสุดในคณะและ 55555
      #70-3
  3. #69 RedJay (@khemjira6645) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 20:21
    น่ารักมากๆเลยค่ะ แงงง TT อ่านไปยิ้มไปตลอดเลย แล้วก็เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยค่ะ ยังไงก็อย่าลืมพักผ่อนด้วยนะคะ &#10084;
    #69
    1
    • #69-1 (@sunday80) (จากตอนที่ 20)
      6 ตุลาคม 2561 / 08:38
      ขอบคุณมากๆค่ะ&#8203; จะรีบปั่นนะคะ&#8203; แล้วก็&#8203;ขอบคุณี่เป็นห่วงสุขภาพเค้าด้วยน้า
      #69-1
  4. #68 GD19971997 (@GD19971997) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 01:53
    สงสารยัยทิมละเกิน ผู้ชายแต่ละคนที่มารังขวานก็แบบน่าปวดหัว ไหนจะความลับตัวเองเป็นผู้หญิงอีก
    #68
    1
  5. #67 YThamdee (@yongyeethamdy123) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 12:07

    ทิมมี่ลำบากมากเลยลูก เจอแบบนี้ ไมร์เกรนขึ้นสมองแน่นอน ฮ่าาา โดนผู้2คนไล่เต๊าะแถมพวกนี้อ่อนโยนไม่เป็นเลย ช่วงปวดปวด.นี่ ทรมานขั้นสุด สายรัดอกนี่แทบหายใจไม่ออก ยังต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายอีก เหตุผลที่น้องต้องทำแบบนี้ เราว่าน้องน่าจะกลัวที่ไม่ได้ใส่ชุดโรบิ้นแต่อาจจะได้ใส่ชุดแบทเกิร์ลแทน( เราเดามั่วค่ะ555 it's a joke ) ขำที่พี่ดิ๊กคิดว่าน้องๆเป็นเกย์ 55555555555 มีแอบหวงน้องกับคอนด้วย5555 เราอยากรู้ว่าผู้ทั้ง2ที่ตามเต๊าะน้อง รู้หรือเปล่าว่าน้องเป็นผู้หญิง ตามจีบมาตั้งนานถ้าไม่รู้ ตอนรู้ความจริงคงช็อตตาย5555555 พี่ดิ๊กเริ่มรู้สึกแปลกๆกับน้องชะแล้ง

    สุดท้ายแล้วขอบคุณ ไรท์มากนะคะที่แต่งมาให้อ่านทั้งๆที่งานยุ่งมาก เราจะรอต่อไปนะ
    // เราเริ่มเมากาวแล้วค่ะ //ชูบบบบบบ

    เราแก้ไขข้อความเพราะพิมพ์ผิดค่ะ ทั้งๆที่ตรวจอักษรดีแล้ว แต่กดลง กับกลายเป็นผิดแบบตอนแรกๆชะงั้น



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 ตุลาคม 2561 / 12:12
    #67
    1
    • 1 ตุลาคม 2561 / 13:25
      เกิดมาหน้าตาดีก็ลำบากค่ะ 555555//โดนกระบองยาวฟาดใส่
      น้องก็มีเหตุผลของน้อง เราจะเฉลยในตอนหน้าแน่นอนค่ะ ที่คุณวิเคราะห์มานี่ก็ใกล้เคียงเลย ส่วนพี่ดิ๊กอะ ว่าแต่คนอื่น ตอนนี้คงต้องกลับคำพูดแล้ว อิอิ

      ในตอนหน้าเราจะใส่ความกาวเพิ่มไปอีก2เท่าเลยค่ะ รับรองว่าไม่ดราม่า(มั้งนะ)

      ขอบคุณจริงๆนะคะ นึกว่าจะลืมไปแล้วนะเนี่ย ดีใจที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นน้า เราจะพยายามฝ่ามรสุมโปรเจคมาอัพให้อ่านนะคะ จุ๊บๆ
      #67-1
  6. #66 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 05:36
    โอ้ยยย น่ารักกก ขำเจสันกับเดเมี่ยนเหลือเกินค่ะ จีบแต่ละวิธีไม่มีคำว่าอ่อนโยนกันเลย ดีแล้วที่หนีมาหาพี่คนโต แค่กกก

    คิดถึงคุณโมมากๆค่ะ แงงง พอเห็นแจ้งเตือนนี่รีบกดเข้ามาอ่านเลย ฟฟฟฟฟฟ
    #66
    1
    • 1 ตุลาคม 2561 / 06:32
      จู่โจมรุกหนักแบบนี้ สาวน้อยอย่างหนูทิมก็ต้องวิ่งหนีไปหลบหลังพี่ดิ๊กเป็นธรรมดาค่ะ 55555

      คิดถึงคุณมี่เช่นกันค่า ดีใจที่ยังรอเราอยู่น้าาาา ขอสัญญาว่าตอนหน้าจะกาวกว่านี้แน่นอนค่ะ---//สัญญาณ&#8203;ขาดหาย
      #66-1