[Fic] DC Bat family (AllTim)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,344 Views

  • 80 Comments

  • 75 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    72

    Overall
    2,344

ตอนที่ 21 : Just Say That Love 2 (End)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    12 ม.ค. 62



Just Say That Love 2  (End)


แค่อยากบอกให้รู้ว่ารัก





เพลง We The Kings - Say You Like Me






รูปนี้หนูทิมคือหุ่นบางร่างเพรียวมากอะค่ะ =/////=

ต้องขอบคุณรูปนี้จริงๆนะคะ เพราะพอเห็นหุ่นนางตอนนี้แล้วพล็อตมันก็ผุดออกมาเลย 

อเมซิ่งความมโนของสาววายคนนี้มาก 55555







“ เมื่อกี้นายว่าไงนะ  ไหนพูดอีกทีซิ!! ”


ชายเบื้องหลังเสียงโวยวายรีบยกโทรศัพท์ออกห่างจากหน้าพลางเอานิ้วแคะหูตัวเองเพื่อสะบัดเสียงแหลมของดิ๊กเมื่อครู่ออกไป  เมื่อเสียงปลายสายเงียบลง เจสันก็เอาโทรศัพท์มาแนบอีกครั้งก่อนจะพูดประโยคเดิมเหมือนครั้งแรกที่เขาบอก


[ เฮ้อ...  ฉันบอกว่า ช่วงนี้ทิมดูแปลกๆไปนะ ]


“ แปลกไป  ยังไง ตรงไหน? ”  ดิ๊กรัวคำถามใส่


ก่อนที่เจสันจะโทรมา ดิ๊กกำลังนอนแผ่บนเตียงนุ่มสุดสบายของเขาหลังเลิกงานและเตรียมตัวเป็นไนท์วิงค์อีกครั้งตอนค่ำ แต่ความสุขสบายก็สะดุดลงเมื่อดิ๊กยังคงเห็นภาพทิมที่พยายามจะบอกอะไรบางอย่างที่สำคัญมากๆกับเขา  ใบหน้าแดงก่ำและท่าทีประหม่าทำให้ดิ๊กคิดไปไกลได้ไม่ยาก และยังคงเป็นสิ่งค้างคาเหมือนหมากฝรั่งติดพื้นรองเท้าที่ยามเดินก็จะรู้สึกถึงความเหนียวติดหนึบจนน่ารำคาญว่าทำอย่างไรถึงจะสลัดมันออกไป แล้วไหนจะเรื่องความรู้สึกพิเศษแปลกๆที่ดิ๊กพยายามปฏิเสธมันมาเสมอ เพราะเขาต้องเป็นพี่ชายแสนดี ไม่ใช่มาคิดไม่ซื่อตลบหลังทิม  ตลอดหลายวันที่ผ่านมาดิ๊กจึงมักนอนคิดทบทวนความรู้สึกชวนประหลาดนี้อีกครั้ง จนกระทั่งวันนี้เจสันก็โทรมาหาเขา ... ช่างน่าอัศจรรย์ที่เจสันโทรมา


[ เอ่อ... บอกไม่ถูกแหะ  เหมือนหมอนี่ประจำเดือนมาเลยว่ะ ]


“ ฮะ!!! ”  ดิ๊กเบิกตาโตอย่างตกตะลึง


เสียงจากปลายสายส่งเสียงจิกปากอารมณ์เสีย


[ แม่*เอ้ย  อธิบายยากชิบ!  แบบว่าวันนี้ฉันเจอหมอนั่นโดยบังเอิญ เห็นนั่งกุมท้องน้อยหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เหงื่อไหล่เต็มตัว พอฉันจะเข้าไปช่วยมันก็ปัดมือฉันแล้วหงุดหงิดใส่แบบไร้เหตุผลมากเว้ย อารมณ์แปรปรวนจนตามไม่ทันเลย  ท่าเดินก็แปลกๆยังกับโดนเปิดซิงแล้วหุบขาไม่ได้ นายคิดว่าไงวะ ]


ฟังเรื่องราวจบ จากสีหน้าตกตะลึงแปรเปลี่ยนเป็นยกยิ้มขบขัน


“ ฮะ ฮะ  นายคิดมากไปแล้ว อย่าคิดอะไรลามกแบบนั้นสิ  ทิมอาจแค่ตะคริวกินก็ได้นะ ”


[ ตะคริวที่ท้องเนี่ยนะ? ]


“ อา... อ๋อ กล้ามเนื้อเกร็งกะทันหันไง หรืออาจเป็นลำไส้เกิดการบิดตัวอย่างรุนแรงก็ได้นะ ฉันเคยเป็น  มันจะปวดมากถึงขนาดเดินไม่ได้เลยล่ะ แต่ไอที่ปวดตรงท้องน้อยฉันก็เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกัน... ” ดิ๊กตบๆกล้ามท้องตัวเองพลางนึกตามคำพูด


[ งั้นเหรอ  แล้วทำไมหมอนั่นต้องเหวี่ยงใส่ฉันยังกับผู้หญิงด้วย ]


“ เรื่องนั้นถามเจ้าตัวเองไม่ดีกว่าหรือ ”  ดิ๊กเหลือบตาข้างหูโทรศัพท์


[ ... คือ ยังมีอีกเรื่อง ]


หลังจากเงียบไปนานเจสันก็ยังไม่ลดละเรื่องของทิม แต่ดิ๊กก็ยังคงทำหน้าที่ผู้ฟังที่ดีต่อไป


“ ว่า ”




[ หน้าอกทิมมันใหญ่แปลกๆว่ะ... ]






“ ฮืมมม ...? ”




เช้าวันต่อมาที่ถ้ำค้างคาว  ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ต่างจากห้องปิดตายจากโลกภายนอกเลย  


เดเมี่ยนในชุดเครื่องแบบโรบิ้นแต่ไม่มีผ้าคลุมและอุปกรณ์พะรุงพะรังตามตัว มีเพียงเสื้อผ้ารัดรูปกับกางเกงยาวสีดำเดินถือแก้วร้อนมายังหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ประจำของใครคนหนึ่งที่เขาทั้งชอบทั้งเกลียด


“ โฮ่ย  เดรค! ” เด็กหนุ่มวัย 14 เรียกเสียงดังก่อนวางแก้วที่บรรจุน้ำสีเขียวคล้ำๆข้างคนที่ตนเรียกเมื่อครู่


“ อะไรน่ะ  เอายาพิษมาให้เหรอ ” ทิมละสายตาจากหน้าจอนับสิบมาดูน้ำสีประหลาดพลางขมวดคิ้วไม่ไว้วางใจ


“ สมุนไพรเว้ย!  ไม่เชื่อก็ไม่ต้องกิน!! ”  เดเมี่ยนทำโมโหใส่ มือเล็กยื่นหมายคว้าแก้วเอาไปทิ้งถ้าไม่ติดว่าทิมเอาแขนมากันไว้


“ ฉันรู้นา ไม่เห็นต้องโมโหขนาดนี้เลย  เห็นอัลเฟรดชงให้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ขอบใจนะ ”  ทิมยกยิ้มมุมปากก่อนหยิบของเหลวในแก้วมาจิบ กลิ่นฉุนเขียวเอกลักษณ์ของพวกพืซและสมุนไพรตีขึ้นจมูกทิมจนต้องขมวดคิ้วแต่ก็ยังจำใจจิบต่อไป


“ ไม่ยักรู้ว่าเจ้าเปลี่ยนมาดื่มสมุนไพรแทนกาแฟแล้ว ”  เดเมี่ยนกอดอกมองสีหน้าพะอืดพะอมของทิมที่ยังฝืนดื่มมันอยู่


“ ...ก็แค่ช่วงนี้ล่ะนะ ” ทิมตอบ


เดเมี่ยนยิ้มมุมปากเหมือนไม่เชื่อ  “ ช่วงนี้เสียเลือดบ่อยรึไง เจ้าถึงดื่มสมุนไพรบำรุงด้วยธาตุเหล็ก กับสารลดฮอร์โมน ลดอาการปวดกล้ามเนื้อด้วยเหรอ ” เด็กหนุ่มมองร่างเพรียวบางเบื้องหน้าด้วยแววตาจับผิด ซึ่งปฏิกิริยาของผู้ถูกจ้องมองก็ไม่ได้มีอากับกิริยาน่าแปลกใจเท่าที่ควร  เจ้าของดวงตาสีครามเพียงแสร้งยกยิ้มขณะมองน้ำสมุนไพรในแก้ว

“ เก่งนี่ หัดรู้เรื่องยา สมุนไพรด้วยเหรอ ”  ทิมวางแก้วลงบนโต๊ะทั้งที่ยังดื่มไปไม่กี่อึกเท่านั้น


“ ก็รู้มากพอจะเดาได้ว่าเป็นยาสำหรับผู้หญิงมีรอบเดือนไม่ปกติ ”  เดเมี่ยนหรี่ตามองอย่างสงสัย


“ ผิดแล้วปีศาจน้อย  ยาก็คือยา ไม่จำเป็นต้องจำกัดแค่ผู้หญิง ”  ทิมมองกลับไม่สะทบสะท้าน


“ เรียกข้าว่าปีศาจงั้นหรือ!! ” เดเมี่ยนเบิกตาอย่างเกรี้ยวกราด ร่างเล็กกว่าแต่แข็งแกร่งตั้งท่าเตรียมซัดสักยกสองยก


“ โทษที  ฉันไม่ว่างต่อล้อต่อเถียงกับนายแล้ว ”  ทิมตัดอารมณ์โดยการหันมาสนใจข้อมูลในมอนิเตอร์แทนเสียดื้อๆ


เด็กหนุ่มชะงักแต่ก็ลดท่าตั้งการ์ดลงด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ TT


เดเมี่ยนหันหลังเตรียมเดินกลับขึ้นข้างบน แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา นัยน์ตาสีเขียวดุดันเหล่มองร่างเพรียวด้านหลังเก้าอี้ตัวโตด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มมุมปากกระตุกขึ้นสูงไม่น่าไว้วางใจ



และแล้ว...





ฟู่ว


“ เห้ย!!  ทำบ้าอะไรน่ะเจ้าเด็กบ้า! ”  ทิมลุกพรวดเหมือนโดนน้ำร้อนลวกเมื่อโดนลมอุ่นเป่ารดหูของเขาตอนทีเผลอ แน่นอนว่าไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาแกล้งเขานอกจากเดเมี่ยน


“ อะไร ก็แต่หยอกเอง ไม่เห็นต้องโมโหขนาดนี้เลย~ ”  เดเมี่ยนยักไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้พลางยิ้มยียวนสวนกลับด้วยคำที่ทิมเพิ่งพูดไปไม่นานมานี้อีกด้วย


“ หนอย  อึก! ” ทิมที่ทำท่าอ้าปากจะด่า กลับชะงักลงเหมือนโดนกดสวิตซ์ปิดเสียง ใบหน้าหวานซีดเผือกจนผิดสังเกต


บ้าจริง  ทำไมมึนหัวแบบนี้นะ....


ร่างอ่อนแอโซเซอย่างไรเรี่ยวแรงไปชั่วขณะ ทิมที่ได้สติรีบยันร่างตัวเองไว้กับขอบโต๊ะท่ามกลางสายตาคู่หนึ่งที่มองเขาอย่างสงสัย


“ ... ฉันจะทำงานต่อแล้ว  ถ้าไม่มีธุระก็ออกไปซะ ” ทิมกลืนน้ำลายหวังให้อาการปวดหัวและปวดท้องที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนั้นบรรเทาลง  ร่างบอบบางพยายามพาตัวเองนั่งเก้าอี้ตัวโตให้เป็นปกติที่สุด


“ เหอะ ”  เดเมี่ยนได้แต่พ่นลมหายใจอย่างขัดใจเท่านั้น หากไม่ใช่ว่าเห็นอาการอีกฝ่ายผิดปกติเขาคงแกล้งมากกว่านี้แน่ๆ





“ คุณหนูเดเมี่ยน  คุณหนูทิมยังไม่ออกจากถ้ำค้างคาวอีกเหรอครับ ”


อัลเฟรดเอ่ยถามเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งกึ่งนอนบนโซฟาตัวโตดูทีวีกับเจ้าไททัสสุนัขคู่ใจ


“ ทำไมต้องถามข้าด้วยล่ะอัลเฟรด  คุณก็ลงไปดูเจ้านั่นสิ ” เดเมี่ยนขมวดคิ้วไม่พอใจก่อนหันกลับมาสนใจรายการโทรศัพท์ตามเดิม


อัลเฟรดถอนหายใจน้อยๆ “ ครับ ”



ถึงเดเมี่ยนจะปัดความรับผิดชอบเหมือนไม่สนใจ แต่ผ่านไปไม่ถึง 2 นาทีหลังจากอัลเฟรดลงไปยังถ้ำค้างคาว เดเมี่ยนก็แอบตามเงียบๆจนเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก น้ำเสียงตกใจของอัลเฟรดที่เดเมี่ยนไม่ค่อยได้ยินบ่อยนักดังจนเด็กหนุ่มต้องรีบวิ่งด้วยความเร็ว


“ คุณหนูทิม...  คุณหนูทิม!! ”


สิ่งที่เห็นทำเอาเด็กหนุ่มเบิกตาโตทำอะไรไม่ถูก  ร่างของทิมนอนขดเป็นก้อนกลมกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง แขนสองข้างโอบกุมท้องน้อยแน่น ข้างๆกันอัลเฟรดกำลังเขย่าร่างเพรียวเพื่อเรียกสติ แต่ร่างที่นอนบนพื้นไม่มีท่าทีรับรู้แม้แต่น้อย ใบหน้าเจ็บปวดรวดร้าวแสดงออกมาอย่างเด่นชัดจนแทบขาดใจ


“ อึก! ”  ทิมกัดฟันสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่ท้องน้อยจนน้ำตาเอ่อล้นโดยไม่รู้ตัว เขาไม่มีแรงแม้แต่จะเปิดตามองสิ่งรอบตัวด้วยซ้ำ แม้น้ำเสียงมีอายุทำให้รู้ได้ว่าคืออัลเฟรด ทิมใช้พลังทั้งหมดเพื่อหาเสียงตัวเองให้เจอ “ ปะ...ปวด  ท้อง... อ้า ” ความเจ็บแปลบรวดร้าวก็แผ่ซ่านไปทั้งร่างเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางลำตัว ทิมยังนอนขดตัวยิ่งกว่าเดิมด้วยความเจ็บปวด


“ คุณตัวร้อนมาก  คุณต้องไปหาหมอนะครับ! ”  อัลเฟรดสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่สูงเกินปกติจนชายชราหวั่นใจ  อัลเฟรดพยุงให้ทิมค่อยๆลุกขึ้นนั่ง


“ มะ ไม่  อัลเฟรด ไม่... ”  ทิมพยายามขัดขืนด้วยแรงที่แทบไม่เหลือให้มี กระทั่งความเจ็บที่เหมือนกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายกำลังบิดเกร็งตัวจุกไปทั้งร่างก็ส่งผลข้างเคียงมาอย่างหนัก  “ อุ๊ก อ้วกกก!! ” ทิมรีบเบียงตัวอาเจียนออกมาโดยไม่อาจหักห้ามตัวเองได้ สมองของเขามึนตึบไปหมดและสติของเขาก็ใกล้ดับลงทุกวินาที


“ คุณหนูทิม  คุณเป็นไข้ทับระดูนะครับ! ”  อัลเฟรดลูบหลังเพื่อช่วยให้อีกฝ่ายผ่อนคลาย ถึงแม้มันจะไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้นเลยก็ตาม


“ เดรค!  เกิดอะไรขึ้น! ”  ถึงตอนนี้เดเมี่ยนไม่สามารถทนดูอยู่เฉยๆได้ เด็กหนุ่มเข้ามาดูอาการของทิมด้วยสีหน้ายากจะคาดเดา


“ คุณหนูเดเมี่ยน! ได้โปรดช่วยพาคุณหนูทิมไปที่ห้องพักได้ไหมครับ ” อัลเฟรดไม่ตอบคำถามแต่กลับขอความช่วยเหลือแทน


“ หมอนี่เป็นอะไร  แล้วไอไข้ทับระ ระ นั่นมันคืออะไร! ”  เหมือนเดเมี่ยนตกอยู่ท่ามกลางกองหนังสือที่เต็มไปด้วยภาษาที่อ่านไม่ออก สมองของเขาประมวลจนมั่วไปหมด


“ โปรดอย่าเพิ่งถามเลยครับ  ตอนนี้ต้องพาคุณหนูทิมนอนพักและทานยาอย่างเร่งด่วนก่อนนะครับ ”  สีหน้าตื่นตระหนกแต่ยังคงความสุขุมของอัลเฟรดทำให้เดเมี่ยนได้แต่ทิ้งคำถามและข้อสงสัยไว้ก่อน


“ ก็ได้ ”  เด็กหนุ่มตอบเสียงต่ำเพราะไม่อยากขัดก่อนจะค่อยๆช้อนใต้วงแขนโอบเอวพยุงร่างของทิม แต่เพียงลุกขึ้นยืนได้ไม่ถึงครึ่งทิมก็ทรุดตัวลงเหมือนเดิม เดเมี่ยนได้แต่สบถในใจ


‘เอาจริงดิ ข้าต้องทำแบบนี้จริงๆเหรอ...’


เดเมี่ยนสูดหายใจลึกไม่ให้สติเตลิดไปไกลก่อนจะเปลี่ยนมานั่งคุกเข่าหันหลังให้ทิม นัยน์ตาสีครามหม่นแสงมองภาพเบื้องหน้านิ่งๆก่อนจะพาตัวเองวางบนแผ่นหลังพอดีตัวช้าๆด้วยความช่วยเหลือจากอัลเฟรดอีกแรง ในที่สุดเดเมี่ยนก็สามารถแบกร่างผู้ป่วยอาการสาหัสสำเร็จ ทิมใช้มือข้างหนึ่งโอบรอบคอเดเมี่ยนส่วนอีกข้างก็กุมท้องไว้แน่น ใบหน้าหวานซุกไหล่เดเมี่ยนด้วยความลืมตัวจากความเจ็บปวดในขณะนั้น


ด้วยการกระทำอันไม่รู้ตัวของทิมทำเอาเด็กหนุ่มใจเต้นแรงคิดอะไรไม่ออก ยิ่งเสียงครางหวานในลำคอคลอเคลียอยู่ข้างหูของเดเมี่ยนมากเท่าไหร่ เหมือนยิ่งไปกระตุ้นบางสิ่งบางอย่างในร่างกายให้แทบระเบิดออกมาให้รู้แล้วรู้รอด


เดเมี่ยนแบกร่างอ่อนปวกเปียกของทิมมาจนถึงเตียงนุ่มในห้องของเจ้าตัว  


“ แฮ่ก  แฮ่ก อึก! ”  ทิมยังคงหลับตาแน่นพลางเอามือกุมท้องนอนบิดกายไปมาอย่างทุกข์ทรมาน หยาดเหงื่อผุดขึ้นทั่วกาย  พวงแก้มขึ้นสีราวกับถูกไฟร้อนแผดเผา หยาดน้ำตาค่อยๆหลั่งรินช้าๆจนเดเมี่ยนใจหาย


เดเมี่ยนพยายามรูดซิปช่วงอกลงเพื่อให้ร่างที่นอนทรมานอยู่จะได้หายใจสะดวกขึ้น  แต่แล้วมือขาวซีดและเย็นเฉียบนั้นจับมือเดเมี่ยนล็อคเอาไว้ทั้งที่ยังสั่นไม่หยุด


“ ทะ ทำอะไรน่ะ ”  ทิมปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก เดเมี่ยนสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่แทบไม่มีแรงล็อคเขาได้แม้แต่น้อย  น้ำเสียงก็แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน


“ ทำอะไร?  ก็ทำให้เจ้าหายใจสะดวกไง  เอามือออกไป! ป่วยขนาดนี้ก็นอนไปสิเจ้าโง่ ”  เดเมี่ยนดุแยกเขี้ยวพลางสะบัดมือทิมออกและกำลังดึงซิปอีกครั้ง


“ มะ ไม่  อย่ายุ่งกับชุดฉันนะ ”  ทิมพยายามเบี่ยงตัวหนีจากมือคู่นั้น


“ เห้ย  อะไรของเจ้าเนี่ย อย่าดื้อได้ไหม ข้าอุสาช่วยเจ้านะ! ”  เดเมี่ยนยึดไหล่ทิมกดลงกับเตียงด้วยความไม่พอใจแต่การกระทำก็ต้องหยุดลงเมื่อภาพเบื้องหน้าคือหยาดน้ำตาของคนขี้แพ้และใบหน้าหวาดกลัวจนตรอกอย่างน่าสงสาร


“ เดรค... ”



“ ขออภัยครับคุณหนูทิม  คุณหนูเดเมี่ยน ” ทุกการกระทำหยุดลงเมื่อเสียงมากอายุแสนคุ้นเคยผลักประตูเข้ามาในห้อง  “ นี่ครับ ถุงน้ำร้อน แล้วก็ยาแก้ไข้กับแก้ปวดครับ ” อัลเฟรดถือถาดใส่กะละมังขนาดเล็กบรรจุน้ำครึ่งหนึ่งพร้อมถุงน้ำร้องและยาแก้ปวด เดเมี่ยนจำเป็นต้องถอยออกห่างมาสังเกตอยู่ใกล้ๆแทน


“ ขะ ขอบ ค่ะ คุณ ”  ทิมลืมตาได้เพียงครึ่งเดียว ริมฝีปากสั่นๆพยายามพูดอย่างยากลำบาก


“ อย่าเพิ่งพูดเลยดีกว่าครับ  แค่แรงขยับมือยังลำบากขนาดนี้ มาครับ เดี๋ยวผมช่วยประคองคุณกินยา ”  ทิมใช้ระยะเวลาอยู่นานเกือบ 10 นาที กว่าจะทานยาเสร็จ “ แน่ใจนะครับว่าจะไม่ไปโรงพยาบาล ”  อัลเฟรดถามน้ำอีกครั้งด้วยสีหน้ากังวล

“ ค่ะ... ครับ ”  ทิมยิ้มเกร็งใบหน้าซีดไร้เลือด


“ รับทราบแล้วครับ เดี๋ยวผมจะเช็ดตัวให้นะครับ ”  อัลเฟรดกำลังยื่นมือไปยังซิปเสื้อประเด็นร้อนของเดเมี่ยนเมื่อครู่ แต่ยังไม่ทันแตะต้อง พ่อบ้านมากอายุก็หันมามองเด็กหนุ่ม  “ คุณหนูเดเมี่ยน อย่ารบกวนคุณหนูทิมดีกว่าครับ ” อัลเฟรดพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ยากปฏิเสธ เดเมี่ยนขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์เล็กน้อยเพราะยากจะหาเหตุผลขออยู่ต่อ


เดเมี่ยนได้แต่หันมองร่างบางที่นอนทุกข์ทรมานบนเตียงด้วยแววตาสงสัยก่อนจะยอมออกมาเพียงลำพัง






ดิ๊ก เกยร์สันในชุดเครื่องแบบตำรวจกำลังถือสายจากน้องชายคนเล็กบนระเบียงสถานีตำรวจ โชคดีที่ตอนนี้สถานีไม่ค่อยมีคนเพราะออกไปตรวจตรากันซะส่วนใหญ่


[ เฮ้  เกร์ยสัน  ข้ามีเรื่องสงสัย ]


“ ว่ามาเลยลิตเติ้ลดี ”  ดิ๊กตอบรับเสียงใสขณะแบ่งความสนใจส่วนหนึ่งส่องโลกโซเซียลจากโทรศัพท์อีกเครื่องในมือ


น้ำเสียงปลายสายขาดห้วงไปช่วงหนึ่ง


[ ...ไข้ทับ...ระดู คืออะไร? ]  


ดิ๊กกระพริบตาสองครั้ง สมองประมวลที่มาที่ไปว่าเจ้าหนูเดเมี่ยนไปได้ยินคำนี้มาจากไหนแต่ก็ต้องรีบดึงสติกลับมาเพื่อตอบคำถาม “ อ๋อ  มันคืออาการของผู้หญิงที่มีไข้ระหว่างมีประจำเดือน อาจมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว อ่อนแรง ก็ประมาณนี้ ”


[ แล้วผู้ชายมีโอกาศเป็นไข้ทับระดูไหม ]


คราวนี้ดิ๊กตาค้างไปสามวินาที  “ ฮะ? 555555+ ไม่มีทาง ระดูมีแค่ผู้หญิงเท่านั้นแหละ  เดี๋ยวนะ.. นายถามแบบนี้หรือว่า... นายมีประจำเดือนเหรอลิตเติ้ลดี!! ”  ดิ๊กแสดงสีหน้าโอเวอร์ทั้งที่ทำไปอีกฝ่ายก็ไม่เห็น แต่ด้วยน้ำเสียงของเขาแน่นอนว่าอีกฝ่ายต้องเดาสีหน้าเล่นใหญ่ของเขาออก


[ บ้าเรอะ! ไปตายซะเจ้าดิ๊กงี่เง่า!!  ข้าหมายถึงเดรคต่างหาก!! ] เสียงโวยวายจนทะลุแก้วหูเสมือนเปิดลำโพงสุดเสียงทำเอาไนท์วิงต้องยกหูออกห่างแต่ก็ต้องมาสะดุดกับประโยคสุดท้ายเมื่อในรูปประโยคมี ‘ทิม’ เป็นหัวข้อใหญ่ซะด้วย


“ ฮะ  ทิมมี่? ”  ดิ๊กกลับมามีน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังอีกครั้ง


[ ใช่  และข้าอยากตรวจสอบอะไรสักหน่อย  ข้าอยากให้เจ้าช่วย ]


.

.

.

.

.




“ เฮ้อ... ”  


ทิมถอนหายใจอย่างแผ่วเบาท่ามกลางลมหนาวยามค่ำคืนบนดาดฟ้าเพื่อลาดตระเวนในฐานะ เรด โรบิ้น เฉกเช่นทุกครั้ง หลังจากวันที่เขาทรุดหนักเขาก็โดนอัลเฟรดสั่งห้ามออกลาดตระเวนถึงสามวันเพื่อรอให้รอบเดือนหมดก่อน แม้จะอยากเถียงแค่ไหนแต่ดูเหมือนร่างกายจะเห็นดีเห็นยอมตามคำแนะนำของอัลเฟรดโดยการปวดท้องตลอดทั้งสามวันนั่นแหละ  ดีแค่ไหนที่ทิมไม่ได้ถูกห่ามส่งโรงพยาบาลน่ะ....



“ ปกติ เรด โรบิ้น ชอบถอนหายใจหมดอาลัยเหรอวะ ”  


ทิมสะดุ้งเฮือกกับการมาของ เรดฮู้ด แบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง หนำซ้ำยังโผล่มาในระยะประชั้นชิดอีกด้วย  แล้วถุงกระดาษที่อยู่ในมือนั่นอะไรน่ะ?


“ ไง  เจสัน ”  ทิมเอ่ยทักทายโดยจงใจไม่ถามถึงถุงกระดาษ


เจสันถอดหมวกเหล็กสีแดงของตนออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงพร้อมสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย  “ หายป่วยดีแล้วเหรอถึงออกมาลาดตระเวนน่ะ ”


“ ดีขึ้นแล้วล่ะ  ฉันไม่อยากเอาแต่นอนอยู่กับที่ มันน่าเบื่อ ”  ทิมละสายตาจากเจสันมามองเมืองยามราตรีแทน


“ หน้าแกดูซีดๆนะทิม  แกหายดีแล้วแน่เหรอวะ ”  เจสันขมวดคิ้วถาม


“ อืม  ไม่ต้องห่วง ”  ทิมอมยิ้มน้อยๆให้เจสันที่แสดงความเป็นห่วงเขาขนาดนี้ แม้จะรู้อยู่แก่ใจ ความรู้สึกที่ทั้งชอบและไม่ชอบยามมีคนเอาใจใส่เกินความจำเป็นนั้นมันทำให้ทิมเผลอยกยิ้มไม่ได้


“ ฮืม?  เห้ยทิม หันหน้ามานี่สิ ”  เจสันเอ่ยเรียกทิมอีกครั้งทำให้ทิมรีบหันหน้ามายังคู่สนทนา


“ ฮะ ทำไม? ”


ยังไม่ทันได้ตั้งตัว มือหยาบที่ถอดถุงมือแล้วนั้นเข้ามาเกี่ยวหน้ากากข้างใบหูของทิมออกก่อนจะใช้นิ้วเกี่ยวปรอยผมที่หลุดมาอยู่ด้านนอกเข้าไปด้านในหน้ากากให้  “ แกเก็บผมไม่หมด... เอาล่ะ เรียบร้อย ” เจสันยกยิ้มมุมปากตามแบบฉบับของเขา ไม่ใช่รอยยิ้มที่แสดงถึงอารมณ์อะไรที่ชัดเจนสำหรับเจสัน เป็นแค่รอยยิ้มที่มีไว้ให้คนรู้จักสุดพิเศษตอนทีเผลอเท่านั้น


“ ขะ ขอบคุณ  ใส่ใจรายละเอียดดีเหมือนกันนะ ”  ทิมเหมือนถูกต้องมนตร์ด้วยการกระทำเมื่อครู่ก่อนเผลอจับข้างแก้มที่ยังรู้สึกถึงสัมผัสจากปลายนิ้วจางๆ คงเป็นโชคดีสำหรับทิมเพราะหน้ากากเกือบทั้งหน้าช่วยปิดพวงแก้มและใบหูไม่ให้อีกฝ่ายเห็นว่ามันแดงแค่ไหน


เจสันเพียงหัวเราะในลำคอก่อนจะเปิดถุงกระดาษที่เขาแบกมาด้วยออก “ เอานี่ นมอุ่น  ฉันรู้ว่าคนไม่สบายห้ามกินคาเฟอีน แกคงลำบากหน่อยสินะช่วงนี้ ” ทิมมองแก้วกระดาษใส่เครื่องดื่มแบบร้อนมีฝาปิดมิดชิดอย่างดีในมือเจสันก่อนจะเหลือบเห็นเบอร์เกอร์สองชิ้น เฟรนซ์ฟรายสองชุดใหญ่และโดนัทอีกสี่ชิ้นในถุงกระดาษ อ้ะ รวมถึงกาแฟกระป๋องด้วยนะ คิดว่าคงเป็นของเจสัน  ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอาหารพวกนี้มันคือมือดึกที่เจสันเอามาให้เขา


“ ขอบคุณนะ ”  ทิมรับมาด้วยความเต็มใจ  “ ใช่ งานมันจำเป็นก็จริง แต่ร่างกายก็สำคัญกว่า  ตอนป่วยก็คิดว่าร่างกายทนไหวแต่สุดท้ายก็เป็นลมไม่เป็นท่าเลย  น่าอายชะมัด ” ทิมยิ้มปนหัวเราะกลบเกลือนความเจ็บปวดทางร่างกายเหมือนเป็นเรื่องปกติ ถึงยังไงเจสันก็ไม่มีทางนึกถึงความเจ็บปวดสำหรับผู้หญิงมีรอบเดือนอยู่ดี


ทั้งคู่นั่งรับประทานอาหารบนดาดฟ้าอย่างไม่เป็นทางการเท่าที่ควร แต่มันก็เป็นช่วงเวลาสงบสุขช่วงหนึ่งในค่ำคืนนี้  พวกเขาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์อะไรหลายๆอย่าง กระทั่งจู่ๆเจสันก็นึกเอะใจเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้


“ เฮ้  ทิม ฉันขอถามอะไรหน่อยและอยากให้แกตอบตามความจริง ”


ทิมกำลังดื่มนมอุ่นที่หายร้อนไปแล้ว “ จะพยายาม ”




“ แกเป็นผู้หญิงเหรอวะ ”




“ อึก! แค่กๆ  ว่าไงนะ!!! ” ทิมสำลักน้ำลายจนหน้าสั่น แต่กลับไม่สั่นเท่าหัวใจที่เต้นอย่างตื่นตระหนก


ทิมหันมองเจสันแต่ก็ต้องชะงักเมื่อแววตาสีเขียวใบไม้เข้มไม่มีท่าทีล้อเล่นกับคำถามเมื่อครู่ ดวงตานิ่งเฉยและมั่นคงผิดกับแววตาสีครามมหาสมุทรที่สั่นไหวราวคลื่นสึนามิโหมกระหน่ำท่ามกลางพายุ


โกหกน่า  หรือว่าเจสันจะ...



“ ทิม  ฉันถามจริงๆ ”  เจสันถามเสียงเบาซ้ำยังขยับตัวเข้ามาให้ใกล้ทิมมากขึ้น


“ นายบ้ารึเปล่า  ก็เห็นๆอยู่ว่าฉันไม่ใช่... ”  ทิมยกมือห้ามปรามเอาไว้พลางขยับขาและสะโพกพาตัวเองถอยห่างจากเจสันที่แววตาดูคุกคามแปลกๆ  จนกระทั่งเจสันเอ่ยขึ้น...



“ งั้นฉันขอจับหน้าอกแกได้ไหมวะ ”



หยุด... นิ่ง...






“ ไม่ให้เว้ย!!  ไอบ้าโรคจิต! ไอหื่นจอมลามก! ”  ทิมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงร้องโวยวาย พวงแก้มแดงก่ำด้วยความอายที่ต้องได้ยินอะไรแบบนี้


ต่อให้รู้จักกันมานาน แต่มาขอกันโต้งๆแบบนี้ ต่อให้ผู้ชายหรือหญิงก็ไม่ให้หรอกเฟ้ย!!!  ทิมคิด


“ นั่นไง!  ถ้าแกเป็นชายทั้งแท่งแล้วแกจะปิดหน้าอกตัวเองทำไมฟะ!! ”  เจสันเองก็ยืนเต็มความสูงบ้างพลางชี้นิ้วใส่ทิมเหมือนชี้ตัวคนร้าย


“ จะหญิงหรือชายมันเกี่ยวกับเรื่องยอมให้จับหน้าอกด้วยเหรอวะ ตาบ้าเจสัน! ” ทิมแสดงสีหน้าขู่เหมือนแมวจะจับโดนอาบน้ำ


“ งั้นฉันให้แกจับหน้าอกฉันไหมล่ะ! ”


“ ไอบ้า!!  ไม่เอาด้วยหรอกเว้ยยยยย!! ”




จบการบรรยายแต่เพียงเท่านี้ดีกว่า...





ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา


ทิมนำมอเตอร์ไซค์​คันเก่งจอดในถ้ำค้างคาวหลังเสร็จสิ้นภารกิจตรวจตราเมือง ใบหน้าหวานยังขึ้นสีผลลูกพีชสีชมพูอ่อนนวลน่ามอง ซึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์ล่อแหลมกับเจสันเมื่อครู่  แม้จะผ่านมาได้ด้วยดีแต่ทิมกลับไม่สบายใจยิ่งกว่าเดิม


“ เฮ้อ  วันนี้เจสันเป็นบ้าอะไรของเขานะ ” ทิมบ่นพึมพำขณะเดินกลับห้องนอนเพื่ออาบน้ำและพักผ่อนหลังค่ำคืนที่ผ่านมามีหลายอย่างเกิดขึ้นจนน่าปวดหัว


แต่ระหว่างทางตั้งแต่ในถ้ำจนถึงโถงหน้าประตูคฤหาสน์ ทิมไม่ได้ยินเสียงใครน่าผิดปกติ


“ อัลเฟรด  บรูซ ... ปีศาจเดเมี่ยน  ไปไหนกันหมด? ” ทิมลองเดินไปห้องครัวก็แล้ว ห้องทำงานของบรูซ และห้องสมุดก็ไม่เจอวี่แววของทั้งสาม  เอ่อ... บรูซน่ะ ไม่แปลก แต่อัลเฟรดกับเดเมี่ยนไม่อยู่เนี่ยสิน่าสงสัย  ทิมเดินคิดกลับมาโถงหน้าประตูก็สะดุดเข้ากับบางอย่างที่นอกหน้าต่าง


นั่นมอเตอร์ไซส์ของดิ๊ก?


ทิมยิ่งขมวดคิ้วไม่เข้าใจมากกว่าเก่า เขาจำไม่ผิดแน่ๆว่านั่นคือมอเตอร์ไซส์ของดิ๊ก  แล้วถ้าอย่างนั้นดิ๊กก็อยู่ในคฤหาสน์ด้วยน่ะสิ แล้วเขาไปไหน?


ทำไมรู้สึกไม่ดีเลยนะ...


ทิมรีบวิ่งกลับห้องตัวเองด้วยความรู้สึกลางไม่ดีชอบกล




ทันทีที่มือเรียวผลักประตูเข้าไปอย่างแรง ภาพตรงหน้าแทบฉีกร่างของเขาเป็นชิ้นๆ


“ พวกนาย!  มาทำอะไรในห้องของฉัน!! ”  ทิมตะโกนลั่นด้วยความตกใจ


“ นั่นไง  จับได้คาหนังคาเขาเลย!! ”  เดเมี่ยนในชุดโรบิ้นอยู่ในห้องของเขา รวมถึงดิ๊ก


พวกเขาอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าในสภาพประตูตู้เปิดออกและมีเสื้อผ้าหลายชิ้นกระจัดกระจายเต็มพื้น





“ ทะ ทิมมี่... ”  ดิ๊กตาค้าง สีหน้าตกใจ ช็อค สับสน ในมือของเขากำลังถือชุดชั้นในตัวหนึ่ง


“ ชะ ชุดชั้นในฉัน!! ”


“ เดรค!  เจ้าโกหกพวกข้ามาตลอด!! ”  เดเมี่ยนตะหวาดด้วยความโกรธ


.... ทำไม


“ ทิม...  นี่มันหมายความว่ายังไง  ทะ เธอ เป็นผู้หญิงจริงๆเหรอ  ทำไมเธอไม่เคยบอกฉันเลย ” ดิ๊กยังคงไม่หายช็อค เขาพยายามเข้ามาหาทิมที่ยืนก้มหน้านิ่งเหมือนสติหลุดไปแล้ว


.... ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้


“ อึก  พวกนายมัน!  ออกไปนะ ออกไปให้หมด!! ”  ทิมปัดมือดิ๊กที่พยายามมาจับไหล่  สองมือยกขึ้นมาปิดใบหน้า ทั้งอับอายและเจ็บปวด


“ ทิม  ใจเย็นๆ ค่อยๆพูดเถอะนะ ”  ดิ๊กกระวนกระวายทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างดูกดดันไปหมด


“ พวกนายทำแบบนี้ได้ยังไง  ทั้งที่ฉัน... ปกปิดมาตลอด ”  เสียงหวานที่ตอนนี้ไร้การดัดแปลง เปล่งออกมาด้วยเสียงจริงเป็นครั้งแรก แต่มันช่างฟังดูน่าอึดอัดจนอยากร้องไห้


ดิ๊กหน้าตื่นรีบล้วงกระเป๋ากางเกงเผื่อว่าตัวเองจะมีผ้าเช็ดหน้า  แต่เขาเคยพกซะที่ไหน...


“ ข้าต่างหากต้องถามเจ้าว่ากล้าทำแบบนี้ได้ยังไง  เจ้าหลอกลวงพวกเราทุกคน... ไม่สิ ท่านพ่อกับอัลเฟรดคงรู้สินะ ”  เดเมี่ยนยังคงยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าที่เดิม เด็กหนุ่มกอดอกไม่แม้จะอ่อนข้อให้กับทิมที่แทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ


“ อึก... ”


“ ชู่ว  ไม่เป็นไรทิม  พวกเราไม่ได้มาเพื่อต่อว่าเธอ  พวกเราแค่อยากรู้ความจริง ” ดิ๊กโอบไหล่ทั้งสองของทิมตบเบาๆเชิงปลอบ


“ ความจริงอะไรอีก  แค่นี้ก็รู้แล้วไม่ใช่รึไง ”  ทิมยอมเงยหน้าในที่สุด ดวงตาสีครามหม่นเจือไปด้วยหยาดน้ำใสอุ่นโอบล้อมจนเอ่อล้น ใบหน้าหวานที่ถูกถอดหน้ากากโดยไม่เต็มใจแสดงความปวดร้าวยากจะสมานให้เหมือนเดิม


“ ฉันอยากรู้ว่า ตลอดที่ผ่านมาทำไมถึงไม่บอกกับฉันว่าเธอเป็นผู้หญิง ”  ชายหนุ่มรุ่นพี่เม้มปาก แววตาสั่นไหวด้วยความรู้สึกผิด เขาไม่น่าทำตามขอของเจ้าน้องชายคนดีเลยจริงๆ วิธีพิสูจน์มีเป็นร้อย การมาค้นข้าวของแล้วดักรอเช่นนี้ นอกจากอีกฝ่ายไม่ทันได้เตรียมใจและไม่ให้เกียรติแล้วยังอาจไปทำลายความเชื่อมั่นของคนๆนั้นอีกด้วย


ทิมสบตาดิ๊กอยู่ครู่หนึ่ง เสียงสะอื้นค่อยๆจางไปเหลือเพียงใบหน้าที่สะกดกลั้นไม่ให้ปล่อยน้ำตามากกว่านี้  ใบหน้าหวานก้มลงมองพื้นก่อนพยักหน้าเบาๆเป็นสัญญาณว่าเขาโอเคจะพูด



ดิ๊กยกยิ้มอ่อนโยน  “ เข้ามาคุยดีๆเถอะ ไม่ต้องกลัวหรอกนะ ”  ดิ๊กส่งสายตาห้ามปรามตักเตือนเด็กหนุ่มหัวร้อนให้อ่อนโยนกับผู้หญิงหน่อยก่อนจะจับมือทิมให้มานั่งที่เตียง




ทิมนั่งนิ่งสงบสักพักจนน้ำตาเหือดแห้ง น้ำเสียงหวานเหมือนหญิงสาวทั่วไปก็เอ่ยขึ้นในที่สุด


“ โรบิ้น... ”  ทิมเกริ่นสั้นๆ ดิ๊กกับเดเมี่ยนเลิกคิ้วอย่างสงสัย  “ โรบิ้น คือตำแหน่งสูงสุดที่ได้เป็นคู่หูของแบทแมน เหมือนคุณ ริชาร์ด เกรย์สัน ”  ทิมเงยหน้าสบตาดิ๊กด้วยรอยยิ้มเศร้าก่อนก้มลงมองหน้าขาอีกครั้ง


“ ฉันอยากเป็นโรบิ้น ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง แต่ฉันรู้ว่า แบทแมนต้องมีโรบิ้น  และคุณคือคนที่ฉันนับถือมาตลอด ฉันอยากเป็นเหมือนคุณ เก่งเหมือนคุณ  แต่ฉันเป็นผู้หญิง ฉันไม่อยากให้เพศของฉันเป็นตัวชี้โชคชะตาว่าสิ่งไหนควรหรือไม่ควรสำหรับผู้หญิง  และฉันเกรงว่าหากพวกอาชญากรรู้ว่าโรบิ้นเป็นผู้หญิงพวกมันจะเล็งโจมตีที่ฉันเพื่อให้แบทแมนไขว้เขว ฉันเลยคิดว่าทำตัวให้เป็นผู้ชายเหมือนคุณกับเจสันจะช่วยลดความยุ่งยากได้มากกว่าเลยขอบรูซไว้แบบนั้น  ”


ทิมหยุดพูดครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มมุมปากราวกับกำลังสมเพชตัวเอง


“ แต่ก็น่าขำนะ พอฉันได้เป็นโรบิ้นจริงๆถึงได้รู้ว่า ไม่มีใครสนเรื่องเพศหรอก พวกเขาสนแค่แบทแมนกับโรบิ้น  แต่ ปัญหาคือฉันได้พอกพูนคำโกหกไว้ใหญ่โตจนไม่สามารถสลัดมันทิ้งได้แล้ว...  ฉันเลยต้องปกปิดเพศตัวเองมาตลอด ”


“ แต่เธอบอกกับฉันก็ได้นี่นา  เธอควรเชื่อใจฉันไม่ใช่เหรอ ” ดิ๊กถาม


“ ฉันขอโทษจริงๆดิ๊ก  หลายครั้งฉันก็คิดจะบอกคุณนะ  แต่เพราะคุณเป็นคนจิตใจอ่อนโยน หากคุณรู้ว่าฉันเป็นผู้หญิง คุณจะไม่ยอมให้ฉันไปเสี่ยง ซึ่งนั่นไม่ใช่เหตุผลที่ฉันอยากเป็นโรบิ้น ”


ภายในห้องเงียบสงัด ทิมเหมือนถูกขังไว้ในห้องมืดที่ไร้แสงสว่าง เขาไม่สามารถนึกผลลัพธ์ให้เหตุการณ์นี้มันออกมาดีได้เลย


“ ... เอาเลยสิ  จะดุจะด่า จะโกรธฉันยังไงก็ได้  มันสมควรแล้ว... ” ทิมหลับตาแน่นน้อมรับถ้อยคำต่อว่าด่าทอ  ถึงอย่างไรเขาก็รู้แก่ใจว่าวันนี้ต้องมาถึง





“ โธ่~  นางฟ้าตัวน้อยของฉัน  ทิมมี่ที่แสนน่ารัก ฉันโกรธเธอไม่ลงหรอกนะ ”  ดิ๊กโอบกอดทิมเต็มแรงจนแทบหงายหลังไปบนเตียง


“ เอ๊? ” ทิมกระพริบตาอย่างไม่เข้าใจ


“ จริงๆนะ  แค่นึกย้อนถึงตอนที่ฉันพาเธอไปเสี่ยงอันตรายขนาดนั้นฉันกลับโทษตัวเองมากกว่าที่โง่จนดูไม่ออก  ยกโทษให้ฉันด้วยนะ ทิมมี่ น้องสาวที่แสนดีที่สุดของฉัน~ ” ดิ๊กผละออกมากล่าวขอโทษก่อนดึงตัวทิมเข้ามากอดอีกรอบ


“ ไม่หรอก  ฉันสิ ต้องขอโทษทุกคน ”  ทิมยิ้มแห้งๆเพราะไม่คิดว่ารุ่นพี่ที่ตนเคารพจะมีนิสัยขี้เป็นห่วงมากกว่าที่คิด ใบหน้าหวานขึ้นสีเล็กน้อยด้วยความไม่ชินที่ถูกกอดแนบแน่น แต่ก็ไม่ถืออะไรอยู่แล้ว


“ เข้าใจก็ดีแล้วเจ้าโง่ ”  เดเมี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ตึงเครียดอีกแล้ว


“ เฮ้อ... โล่งอกจริงๆ  แบบนี้พวกเราก็ไม่ใช่พวกเบี่ยงเบนทางเพศแล้วสินะ ” ดิ๊กปล่อยกอดพลางถอนหายใจ


“ ฮะ? ”


“ อ๋อ ฉันพูดว่า หลังจากนี้เธอก็เป็นตัวของตัวเองเถอะ ไม่ต้องปกปิดใครอีกแล้ว ” ดิ๊กยิ้มกว้างกลบเกลื่อนทันที


TT ” อืม...สกิลแถขั้นสูงจริงๆ  เดเมี่ยนคิด


ทิมเอียงคอสงสัยแต่ก็ไม่ถามต่ออะไร แต่ตัดสินใจถามสิ่งที่ค้างคา “ ความสัมพันธ์ของพวกเรายังเหมือนเดิมใช่ไหม ”


ดิ๊กได้ยินแบบนั้นก็เผลอยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาทันที ร่างสูงย่อตัวให้เสมอทิม  “ อะ อืม เหมือนเดิมสิ จะมากกว่าเดิมก็ได้นะฉันไม่ว่าหรอก ” ไม่ว่าเปล่ายังดึงมือเรียวขาวมากุมแนบอกอีกต่างหาก


“ เจ้าพูดมากไปแล้วเกรย์สัน! ”  เดเมี่ยนผลักใบหน้าหล่อเหลานั้นออกอย่างแรงจนมือที่กุมอยู่หลุดออก  เดเมี่ยนเลื่อนตัวเองมาหยุดหน้าทิมก่อนออกคำสั่งทันที “ ต่อไปนี้เจ้าต้องออกลาดตระเวนกับข้าทุกครั้ง ห้ามขาด ห้ามเบี้ยว ไม่เช่นนั้นข้าจะตามล่าเจ้า ”


ทิมขมวดคิ้ว  “ ห๋า! ทำไมต้องกับนายด้วยล่ะ  จะบอกให้นะ ต่อให้ฉันเป็นผู้หญิงแต่ฉันก็เป็น เรด โรบิ้นนะ! ”


“ งั้นเปลี่ยนเป็นทุกครั้งที่เจ้าออกลาดตระเวน  ข้าจะตามเจ้าไปด้วยทุกครั้งแล้วกัน ” เดเมี่ยนยังคงไม่ยอม


“ หนอย  ฟังไม่รู้เรื่องรึไง ”  ทิมกัดฟันหน้าบึ้งในความเอาแต่ใจของเด็กเกรียน


“ แล้วซุปเปอร์บอยเพื่อนเธอล่ะ รู้เรื่องนี้ไหม ”  ดิ๊กเอ่ยถามเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของทิม


ทิมหันมาสบตากับไนท์วิง  “ อื้ม รู้สิ ก็เพื่อนกันนี่นา ” ใบหน้าหวานเรียบเฉยเหมือนเป็นเรื่องปกติ


แต่ไม่ใช่กับรุ่นพี่และรุ่นน้อง “ แล้วทำไมทีพวกเราถึงไม่บอกเล่าาาา!!! ”


ทิมสะดุ้งโหยง  “ อะ กะ ก็ ฉันบอกไม่ได้นี่นา... ”


“ สองมาตราฐานอะทิมมี่!  ฉันเสียใจนะ ” ดิ๊กเริ่มงอแง


“ แล้วเจ้ากับไอโคลนนั่นเป็นแค่เพื่อนจริงๆใช่ไหม ”  เดเมี่ยนฉุนตาม

“ ก็จริงสิ!  คอนมีแฟนแล้วพวกนายก็รู้ไม่ใช่รึไงเล่า  อย่าพูดให้เพื่อนแตกคอกันสิฟะ ” ทิมลุกขึ้นตอบโต้ในที่สุด



ทำไมเข้าใจอะไรยากแบบนี้นะ...



ทั้งสามคนจ้องตากันนิ่ง เมื่อไม่มีใครขยับปากโต้เถียงกลับ ดิ๊กจึงหัวเราะออกมาเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ


“ ฮะ ฮะ  เอาเป็นว่า  ตอนนี้มีแค่เจสันที่ยังไม่รู้เรื่องนี้สินะ เดเมี่ยน ”  ดิ๊กแทงศอกสะกิดเด็กหนุ่ม


“ ...ใช่  เจ้านั่นสมองทึบจะตายไป ” เดเมี่ยนกอดอกพลางยิ้มมุมปาก




ทิมมีสีหน้าวิตกกังวล  ใบหน้าหวานเม้มปากแน่นก่อนยอมเอ่ยบางสิ่งออกมาเสียงแผ่ว  “ เอ่อ... เจสันน่ะ รู้แล้วเหมือนกัน ”


“ ฮะ!!  ว่าไงนะ รู้ตอนไหน ” ดิ๊กเบิกตาโต


ทิมเหล่ตาไปทางอื่น  “ ตอนออกลาดตระเวนเมื่อกี้เอง... ”


“ ได้ไงกัน  เจสันพิสูจน์ได้ยังไง? ”  ดิ๊กสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เดเมี่ยนเองก็เหมือนกัน



ขนาดพวกเขาต้องใช้ความสามารถอย่างสูงพังกลอนห้องพักนิรภัยของทิมเพื่อค้นตู้เสื้อผ้าจนได้รู้ความจริง  แล้วเจ้าโง่เจสันรู้ได้ยังไง!!


ทิมหน้าแดงเป็นมะเขือสุก ดวงตาสีมหาสมุทรสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด



“ เขาใช้กำลัง... จับ ‘หน้าอก’ ฉัน -////- ”




เปรี้ยง!!(เสียงมโนในความรู้สึกของดิ๊กและเดเมี่ยน)



แต่มันไม่จบแค่นั้นหรอกนะ...



“ ละ แล้ว.. เจสันก็บอกให้ฉัน ‘คบ’ เป็นแฟนกับเขา  เพื่อเก็บความลับเรื่องที่ฉันเป็นผู้หญิงกับพวกนาย ”




เปรี้ยง!!!!



“ แบบนี้  ฉันก็คบกับเจสันฟรีๆน่ะสิ... ”




คบกับเจสัน


คบกับเจสัน


คบกับเจสัน


คบกับเจสัน


คบกับจสัน


คบกับเจสัน


คบกับเจสัน!!!






“ ไอเจสันนนนน!!! ” x2





ตัดภาพมายังบุคคลอันเป็นที่รักมากที่สุดในตอนนี้


“ บรื้อ!!  ทำไมจู่ๆก็ขนลุกแปลกๆฟะ ” เจสันที่กำลังนอนพักผ่อนบนเตียงอย่างสบายใจพลันรู้สึกร้อนๆหนาวๆอย่างไม่ทราบสาเหตุ


เจสันลุกขึ้นนั่งหันมองซ้าย มองขวาด้วยความระแวงประหลาด  แต่เมื่อทุกอย่างยังเงียบสงบไม่มีแม้แต่เสียงแมลงบินอยู่รอบๆ ร่างสูงเลยกลับมาเอนตัวนอนตามเดิม



“ ช่างเถอะ ยังไงซะวันนี้ฉันก็ได้(เมีย)รางวัลแล้วล่ะนะ หึ หึ ”








.............................................................................

ให้ตายสิ ไม่ถนัดแนวฮาเร็มจริงๆด้วยอะ ถึงจะดีต่อใจก็เถอะ 55555


อิเจย์วินค่ะงานนี้ แต่ไม่รู้จะวินครบ 24 ชม.รึเปล่านะ 55555

ตามทวงตามทักได้ในแท็ก #รวมAlltim_Mo อยากทวงฟิคหรือพูดอะไรถึงฟิคหรือแบทแฟมก็แชร์ในนี้ได้เลยค่ะ เราเหงา เราเป็นมนุษย์ถ้ำ 5555555


เรามีเวลาอ่านเช็คแค่รอบเดียวเองค่ะ ถ้ามีคำผิดเยอะหรือข้อผิดพลาดเยอะก็ขออภัยด้วยนะคะ ไว้ตอนว่างๆจะกลับมาเช็คอีกรอบ T_T


ปล.ขออภัยที่หายไปนานเหลือเกิน คือมีปัญหาหลายอย่างมากค่ะ ทั้งเรื่องเรียนที่กำลังกัดกินชีวิตเราเข้าไปทุกที ทั้งปัญหาแลปท็อปที่เจ๊งจนมันเปิดเวิร์ดไม่ได้ เราต้องแบกสังขารเอาฟิคไปแต่งอีกเครื่องหนึ่ง แล้วไออีกเครื่องมันก็ไม่ได้เชื่อม wifi หอที่เราอยู่อีก ต้องขนฟิคที่แต่งจบแล้วมาลงใน กูเกิลไดร์ และเปิดใน เอกสาร เพื่อเอาฟิคมาใส่ในเด็กดีต่อ โคตรหลายขั้นตอนมาก จะเอาแลปทอปที่มีปัญหาไปซ่อมก็ไม่ได้เพราะไม่ว่าง คือช่วงนี้ชีวิตอยู่ในถ้ำมาก ไม่ได้ติดตามข่าวสารอะไรเลย.... ถ้าฝีมือตกก็ขออภัยด้วยนะค่า


ปล.2 เรื่องต่อไป คือ Warm Winter (Jack Frost & Timothy) นะคะ ส่งกำลังใจให้เรามีเวลาอัพด้วย~ T////T




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #80 V323577 (@Viewykanyavee) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 18:52

    ขายาดขำพี่ดิ๊กกับน้องเมี่ยนมันต้องต้องถึงขนาดพังประตูของทิมมี่มั้ยย55+ ถ้าเป็นเมี่ยนคนเดียวจะไม่สงสัยเลยนะแต่นี่มีพี่ดิ๊กกี้ด้วย​ =^=

    ((ตอนนี้มีแต่คนอิจฉาและพร้อมจะหาเรื่องพี่เจสันตลอดเลยนะถ้าเจอหน้ากัน55+))​


    อย่าหายไปนานน้าา อย่าลืมกลับมาแต่งเรื่องใหม่ต่อด้วย~

    ✌️✌️????????

    #80
    1
    • 30 มีนาคม 2562 / 20:36
      น้องเมี่ยนต้องการซับค่ะ มีพี่ดิ๊กช่วยรับหน้าด้วยอุ่นใจกว่าเผชิญคนเดียว 555555
      เจสันนี้คงไม่รอด มีแต่คนเล็งกระทืบ 5555

      ไรท์ไม่ได้อู้นะ~ ไรท์รอช่วงปิดเทอมอยู่ค่ะ ช่วงเรียนมันไม่มีเวลาแต่งเลย ไม่ลืมแน่นอน ขอบคุณสำหรับกำลังใจมากๆนะคะ จุ๊บๆ
      #80-1
  2. #78 ZalmonT (@prim_12) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 11:02
    น่ารักมากก ตลกเจสัน555555 ระวังโดนรุมเละนะ พี่ดิ๊กช้าอดเลย5555
    #78
    1
    • 12 มกราคม 2562 / 12:15
      ตาเจย์มาสายนี้อยู่และ ไม่ช้าสุดก็ต้องเร็วสุด 5555 โอ๋ๆพี่ดิ๊กเนอะ อุสาดูแลทะนุถนอมตั้งนาน
      #78-1
  3. #77 BartImpulse Allen (@Carorizy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 09:24

    ผมนั่งยิ้มืั้งเรื่องเลยเนี่ยยย//ฮา

    #77
    1
  4. #76 ERiZED1SXT (@ERiZED1SXT) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 08:41
    ตลกมากเลยค่ะ5555 กลายเป็นเจสันรู้ก่อนเลยได้ไปเลยซะอย่างนั้น อวยพรให้พี่เจย์รอดจากแรงอาฆาตนะคะ
    #76
    1
    • 12 มกราคม 2562 / 12:12
      จังหวะนี้มาก่อนได้ก่อนคร่าาาาาา 55555 เรามาร่วมไว้อาลัยตาเจย์ล่วงหน้าเลยดีกว่าค่ะ(??)
      #76-1
  5. #75 KiNOZE (@spy_gang) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 07:32
    ขออนุญาตขำ 5555555555555555555555555555 เนี่ย มัวแต่เป็นสุภาพบุรุษเลยอดเลย เจสันคาบไปกินเอง แถมได้จับหน้าอกตัดหน้าด้วย 55555 //หวังว่าเจสันจะไม่โดนฆ่านะ
    #75
    5
    • #75-2 KiNOZE (@spy_gang) (จากตอนที่ 21)
      12 มกราคม 2562 / 15:30
      เนี่ย ถึงต้องไวๆแบบเจย์ ใครช้าอด55555

      เรื่องฟิคไม่ต้องรีบจ้า ไม่ซีเรียส แวะมาอ่านเพราะช่วงนี้ดาวบ่อย (...) ฟิคนี้ทำให้พี่หายดาวจริงๆนะ ขอบคุณมากๆเลย
      #75-2
    • 12 มกราคม 2562 / 19:59
      งื้อออออออ ขอบคุณค่ะ ดีใจมากๆที่ทำให้คุณพลอยฟินกับเนื้อเรื่องของเรานะคะ เราเองก็ชอบฟิคของคุณพลอยทุกเรื่องมากๆเลยค่ะ ไอดอลเราเลย(ปิดหน้าเขิน) เพราะงั้นเป็นกำลังใจให้คุณพลอยเสมอนะคะ สู้ๆ
      #75-5
  6. #74 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 05:51

    โอยยย ตล๊กกก5555555 อ่านแล้วยิ้มไม่หุบเลยค่ะ แงงง อิเจย์นี่มาเหนือมากกก อีกอย่างคือขำพี่ดิ๊กตอนหาผ้าเช็ดหน้า โอ้ยย เกือบดีแล้วพี่55555 เอาใจช่วยไรต์นะคะ สู้ๆ!!
    #74
    1
    • 12 มกราคม 2562 / 12:04
      อยู่ในสงครามไม่ควรประมาทแม้วินาทีเดียว ไม่งั้นจะโดนคาบไปกินต่อหน้าอย่างเช่นในกรณีนี้แน่นอนค่ะ 5555555

      ขอบคุณมากๆเลยค่ะ แล้วก็ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปอ่านฟิคของคุณมี่เลย ไว้ตอนว่างๆจะไปอ่านและคอมเม้นรวดเดียวเลยนะคะ งื้อT_T
      #74-1