ตอนที่ 19 : My Beloved Coffee Shop (DamiTim)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    23 ก.ค. 61



My Beloved Coffee Shop
ร้านกาแฟที่รัก
(Dami x Tim)

 






Sam Smith - Latch (Acoustic) เปิดฟังเพื่ออรรถรสค่ะ




เรื่องนี้ เน้นบรรยายนะคะ  ** รู้ว่าแนวพบรักที่ร้านกาแฟมีเยอะแล้ว แต่บรรยากาศมันก็อดไม่ได้ที่จะแต่งแนวนี้ หากซ้ำกับใครก็ขออภัยในความไม่รู้มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

 _______________________________________________


 




มันคือวันหนึ่งในช่วงฤดูหนาวแห่งเมืองกอตแธม  ประชาชนที่อาศัยในเมืองอัธยาศัยดีไม่น้อยแต่ก็มีพวกแหกคอกกฏหมายเยอะเหมือนเมืองทั่วไปอื่นๆเช่นกัน  ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์มีงานทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ  ถึงพวกเขาเป็นเหมือนแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของประชาชนแต่เบื้องลึกแสงสว่างที่มีเกียรติพวกนั้นกลับดำมืดจนน่าสะเอียดสะเอียน พนักงานเงินเดือนต่างนั่งอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์และกองเอกสารจนสุขภาพเสีย  แม้ทุกอาชีพจะเผชิญสภาพอากาศภายนอกที่เยือกเย็นจนไม่อยากขยับเขยื้อนร่างกาย  แต่เมื่อท้องว่างก็จำเป็นต้องหาอะไรเข้าท้อง  แน่นอน ผู้ใหญ่วัยทำงานทุกคนทุกอาชีพต้องเลือก กาแฟ ดื่มเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวพร้อมปฏิบัติทำงาน  แต่ความสำคัญของกาแฟ ไม่ได้มีเพียงคาเฟอีนที่กระตุ้นระบบประสาทเพียงเท่านั้น  สิ่งที่ครองใจผู้บริโภคในปัจจบันอีกอย่างนั้นคือ ร้านกาแฟ

 

 

 

ณ มหาวิทยาลัยนานาชาติแห่งหนึ่งในเมืองกอตแธม  ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวบริสุทธิ์ทั่วอาณาบริเวณ  ถึงอย่างนั้นระบบความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุของเมืองก็อยู่ในระดับดี  เพียงหิมะตกหนักเมื่อคืน เช้าวันต่อมาหิมะเหล่านั้นกลับถูกกวาดจนสามารถจราจรได้ตามปกติ  เหล่านักศึกษาส่วนใหญ่ต่างออกมาเดินเล่นหลังจบคาบเรียนรวมของวันนี้ เกล็ดหิมะตกโปรยปรายในยามเย็นสีขาวทาวชวนอึมครึม  มันคงเป็นอีกวันในฤดูหนาวที่ทุกคนต่างหาเรื่องสังสรรค์ออย่างปาร์ตี้หรือออกกำลังให้คลายหนาว  



ผิดกับชายผู้หนึ่งที่จิตใจเขาเยือกเย็นเสียยิ่งเสียกว่าน้ำแข็งที่ใครต่อใครขนานนามว่า ' เทพบุตรไร้หัวใจ '


 

สองเท้าภายใต้รองเท้าหนังมีเชือกสีดำราคาแพงเดินอย่างกระฉับกระเฉงมุ่งหน้าสู่นอกรั้วมหาลัย เรียวขายาวดูแข็งแรงภายใต้กางเกงยีนส์ยืดขาเดฟสีดำตัวหนา  สองมือที่ไร้การปกคลุมซุกซ่อนให้ไออุ่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงของตน  ร่างกายท่อนบนสวมเสื้อไหมพรหมคอเต่าแขนยาวสีดำสวมทับด้วยโค้ทยาวสีดำที่ไม่ได้ติดกระดุม  แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ผ่านการออกกำลังมาอย่างหนักเป็นประจำจนผิวกลายเป็นสีแทน แต่ก็ยังทนอากาศหนาวเช่นนี้ได้ไม่เกินสิบห้านาทีหากไม่ไปหลบหนาวในร้านใดร้านหนึ่ง

 

ชายหนุ่มโครงหน้ารูปหัวใจเห็นสันกรามได้รูปพองามคล้ายทรงไข่ดูหล่อเข้มเข้ากับดวงตาเรียวคมปลางหางตาชี้ขึ้นเล็กน้อยเหมือนเหยี่ยวที่คอยมองหาเหยื่อตลอดเวลา  สองดวงตาสีเขียวมรกตดังหยกเปล่งประกายฉายแสงใต้มหาสมุทรสีครามที่กำลังเพ่งมองไปเพียงเบื้องหน้าโดยไม่คิดหันมองสิ่งอื่นรอบตัว แม้ดวงตาดูแข็งกระด้างแต่กลับเป็นเอกลักษณ์ที่ใครๆต่างพากันจ้องมอง  จมูกโด่งสวยเป็นสันยิ่งได้มองจากด้านข้างยิ่งดูเข้ารูปได้ดีกับโครงหน้า  ริมฝีปากบางที่เอาแต่ปิดสนิทเป็นเส้นตรงโดยมักจะไม่ขยับเปล่งเสียงใดๆออกมาหากไม่จำเป็น  จบด้วยทรงผมซอยสั้นเปิดท้ายทอยให้เห็นเพียงตอผมสีดำสากๆ แม้ยิ่งดูยิ่งอันตรายแต่กลับเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่ดึงดูดทุกสายตาให้ลุ่มหลง  นั่นเพราะนอกจากรูปร่างภายนอกที่เปรียบดั่งเทพบุตรนั้น  ยังมีบารมีอันยิ่งใหญ่คล้องตำแหน่งเก้าอี้ประธานเวนย์เอ็นเตอร์ไพร์ในเวลาอันใกล้นี้อีกด้วย  ถึงใครต่อใครต่างอิจฉาบุรุษผู้คาบช้อนทองมาเกิด แต่จะมีสักกี่คนที่ล่วงรู้ความปรารถนาจริงๆของเขา

 

เดเมี่ยน เวนย์ คือชื่อของเทพบุตรที่ทุกคนต่างหลงใหลใคร่รู้อยากเข้ามาอยู่ในสายตาไว้เป็นคู่ควง  ติดเพียงปัญหาเล็กๆแต่ยากเกินกระทำนั่นคือ กำแพงที่ชายหนุ่มสร้างขึ้นมาปิดกั้นทุกๆคนที่ต้องการข้ามเข้ามา แทบไม่เคยมีใครเห็นเขายิ้มหรือแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้าเลยนอกจากใบหน้าเรียบเฉยเหมือนรูปปั้นกรีกที่มีลมหายใจ  แม้คนสนิทมักเอ่ยชมว่าเขาหน้าเหมือนบิดาขนาดไหนก็ไม่อาจทำให้เขาปิติยินดีแม้แต่น้อย  นั่นเพราะเขามีใบหน้าเหมือนพ่อต่างหากคือปัญหาของเขา  การถูกเปรียบเทียบ ยัดเยียดสิ่งที่เรียกว่าความคาดหวัง การถูกมองข้ามตัวตนของเขาเพียงเพราะเห็นเขาเป็นพ่อคือความเจ็บปวดฝังลึกมาตั้งแต่เขายังเด็ก  ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดพ่อตัวเองหรอก แต่เขาเกลียดชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้ต่างหาก...

 

สิ่งที่ทุกคนบนโลกพยายามด้วยความเพียรกระทั่งหยาดเหงื่อกลายเป็นหยดเลือดเพื่อที่จะได้มาใน อำนาจ ชื่อเสียง เงินทอง ผู้หญิงและบริวาร  ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นพ่อของเขาสะสมเพิ่มพูนจนยากมีใครทัดเทียม  อำนาจและเงินทองที่พ่อเขามีเป็นเงินสะอาดที่ได้จากธุรกิจการค้า การลงทุนและอีกมาก ซึ่งเดเมี่ยนยืนยันได้ว่าไม่มีเงินสกปรกในบัญชีของเวนย์เอ็นเตอร์ไพร์  เพราะบรูซ เวนย์น่ะ เป็นคนมีคุณธรรมจริยธรรมบวกกับความฉลาดไหวพริบเป็นเลิศด้านการบริหารยังไงละ  ผู้เป็นพ่อสร้างสมบารมีทั้งหมดเพื่อเป็นรากฐานให้กับลูกชายเพียงคนเดียวของเขาแต่ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มพยายามปฏิเสธมาโดยตลอด  เพราะคาบช้อนเงินช้อนทองมาตั้งแต่เกิดอย่างที่ใครเขาว่าไว้ ความปรารถนาใช้จะชีวิตเยี่ยงคนธรรมดา หรืออิสระทางความคิดน่ะ โยนทิ้งไปได้เลย  การใช้ชีวิตแบบที่คนทั่วไปเรียกว่าคนรวยมีอำนาจนั่นน่ะ เดเมี่ยนเกลียดที่สุด

 

 

กริ๊ง~

 

ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ กรุณามาอุดหนุนอีกนะคะ

เสียงกระดิ่งและเสียงพนักงานสาวเรียกสติชายหนุ่มให้กลับมายังปัจจุบันเบื้องหน้าเขา  สิ่งแรกที่เห็นคือร้านคอฟฟี่สองชั้น  มีสองคูหาตกแต่งกึ่งสถาปัตกรรมยุคเรนาซองค์อิตาลีที่ผสมความเป็นกรีกลงไปให้มีความคลาสสิกด้วยลวดลายเสาประดับลายไม้เถาวัลย์อย่าประณีต ประตูไม้เหลี่ยมด้านบนทื่อสีม่วงแลดูเก่า มีกระจกเทมเปอร์ลายกระต่ายหลากสีพร้อมเถาวัลย์ที่สลักจากไม้ติดรอบกระจกหน้าประตู  เหนือประตูร้านคือป้ายชื่อที่สลักด้วยไม้เนื้อขาวแต่งแต้มสีโทนฤดูใบไม้ผลิว่า ‘Beloved Coffee’  แค่ชื่อร้านก็ชวนให้นึกถึงสถานที่พักดื่มกาแฟของคู่รักเสียมากกว่าชายหนุ่มโสดไร้วาสนามีคู่อย่างเขา  แต่มีหรือชายหนุ่มจะสนเรื่องนั้น ในเมื่อเขาชอบดื่มบรรยากาศในร้านนี้มาก และ กาแฟกับชาที่นี่ก็อร่อย

 

อ้ะ  ยินดีต้อนรับค่ะ คุณเวนย์

พนักงานสาวยิ้มรับลูกค้าประจำของร้านอย่างเป็นมิตร แม้ทุกครั้งลูกค้าคนนี้ไม่เคยยิ้มกลับเลยก็ตาม แต่เธอไม่มีสิทธิ์ต่อว่าอีกฝ่ายในเมื่อพนักงานในร้านต่างรู้ดีกว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นใคร

 

เดเมี่ยนเดินผ่านประตูร้านก็ปะทะกับความอบอุ่นและกลิ่นหอมหวานของเมล็ดกาแฟคั่วบดชวนให้อารมณ์ดีหลังฝ่าความหนาวเย็นด้านนอก  ภายในร้านแต่งเฉดสีโทนร้อนของช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใช้แนวการตกแต่งสไตล์วินเทจผสานกับมินิมอลได้อย่างลงตัว ไม่มากไม่น้อยเกินไป อย่างพวกเก้าอี้และโต๊ะก็เป็นไม้สีน้ำตาลเข้มธรรมดาที่นับจำนวนรวมๆสามารถรับลูกค้าได้ร้อยกว่าคน ส่วนเพดานด้านบนประดับด้วยโคมไฟ้ครึ่งวงกลมเรียบๆติดตามแนวเป็นเส้นตรงตั้งแต่หน้าสุดไปหลังสุด  ตามกำแพงก็เน้นความเรียบง่ายโดยใช้สีเนื้อน้ำตาลของลายไม้  แต่เน้นความเป็นวินเทจตามเสาหรือมุมกำแพงที่จะตั้งโต๊ะแจกันไม้และดอกไม้ประดับให้มีความหรูหราและผ่อนคลายยามเชยชม  เคาน์เตอร์ชงกาแฟอยู่ริมสุดร้านด้านในซึ่งก็มีเก้าอี้สำหรับนั่งคนเดียวอีกสิบที่นั่ง  ยิ่งพื้นที่ร้านมีถึงสองคูหา ชั้นสองก็ยังสามารถขึ้นไปนั่งชิวได้เช่นกันแถมมีโซนโต๊ะญี่ปุ่นให้ด้วยสำหรับลูกค้าที่อยากนั่งพื้น

 

เดเมี่ยนเหลือบมองทางเดินที่ทอดยาวไปจนสุดขอบร้านฝั่งขวามือของตน  ซึ่งตลอดสองข้างทางมีโต๊ะเก้าอี้เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ  ด้านซ้ายของทางเดินจะชิดกำแพงที่ค่อนข้างมืดสลัด ส่วนด้านขวาจะติดหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเลือกนั่งติดหน้าต่างเพราะมีแสงสว่างและได้มองบรรยากาศนอกร้าน  นัยน์ตาสีเขียวมรกตเปล่งประกายวูบหนึ่งเมื่อได้เห็นใครคนหนึ่งนั่งที่โต๊ะสำหรับสี่ที่ตรงมุมกำแพงด้านซ้ายสุด ในมุมที่ไม่ค่อยมีใครอยากนั่งกลับมีบุรุษรูปงามยกแก้วกาแฟร้อนดื่มด้วยกิริยาสงบเรียบร้อย

 

 

 

            อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว...

 


 

ชายหนุ่มผู้นั้นมีรูปโฉมงดงามราวสตรีเพศ  ด้วยผิวพรรณสีขาวเหลืองและผมสีดำสนิทยาวเลยท้ายทอยถึงลำคอ ผมแสกกลางหน้าผากดูมีหน้าม้าหน่อยๆคล้ายคนเอเชียแต่โครงหน้ารูปไข่ที่พอเห็นสันกรามได้รูปกับดวงตากลมโตสีน้ำเงินและจมูกโด่งเห็นสันชัดดูเป็นชาวแถบอเมริกันชนมากกว่า  ถึงบุรุษจะมีใบหน้าละม้ายคล้ายสตรีแต่สัดส่วนก็ยังสมชายทั่วไป ไหล่กว้างพอดีส่วนลำตัวและช่วงขายาวเหมือนนายแบบเข้ากันได้ดีกับเสื้อยืดสีเทาแขนยาวกับกางเกงกีฬาทรงสลิมสีดำและรองเท้ากีฬาสีดำ  เก้าอี้ข้างตัวก็พาดเสื้อโค้ทสีน้ำตาลเหลืองอ่อนไว้  นัยน์ตาสีน้ำเงินสวยกำลังจดจ่อกับหนังสือและกองเอกสารขนาดย่อมเบื้องหน้า ใกล้ๆกันฝั่งขวามือมีแล็ปท็อปเปิดค้างไว้ เหมือนชายผู้นี้กำลังทำรายงานบางอย่าง

 

เอ่อ คุณจะนั่งที่ประจำหรือที่เคาน์เตอร์คะ  คุณเวนย์...  

 

เดเมี่ยนที่มองชายคนนั้นอยู่นานราวต้องมนตร์ถูกพนักงานสาวเอ่ยเรียกจนได้สติ  เจ้าของดวงตาสีเขียวที่ใครๆต่างหลงใหลและหวาดกลัวกลับแสดงความไม่แน่นอนจนพนักงานสาวเลิกคิ้วขึ้น เดเมี่ยนรีบปรับสีหน้าให้สุขุมเช่นเดิมพลางกระแอ้มแก้เขิน

 

ที่เดิม

 

รับทราบค่ะ แล้วจะสั่งออเดอร์เลยไหมคะ

 

ฉันเอาเหมือนเดิม

 

เดเมี่ยนเดินสวนพนักสาวทันทีโดยไม่รอเธอเอ่ยทบทวนรายการเครื่องดื่มแต่อย่างใด  ซึ่งที่นั่งประจำของเขาคือ โต๊ะที่อยู่ฝั่งขวาติดหน้าต่างถัดมาสี่ที่นั่งจากชายหนุ่มคนนั้น  แน่นอน คงไม่มีใครเชื่อหรอกถ้าบอกว่าเขาเลือกนั่งตรงนี้เพื่อจะได้มองคนๆนั้นได้ใกล้ๆโดยไม่ถูกมองว่าเป็นพวกโรคจิต...

 

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน เดเมี่ยนอยากหาร้านกาแฟสักร้านนั่งฆ่าเวลาเล่นเพราะไม่อยากรีบกลับหอพัก ถึงอย่างไรกลับไปก็ไม่มีอะไรให้ทำนอกจากงานเรียนรู้ธุรกิจเพื่อสืบทอดตำแหน่งประธานอย่างที่ผู้เป็นพ่อต้องการ  หนุ่มผิวแทนจึงเลือกร้านกาแฟหน้ามหาลัยแบบไม่ต้องคิดมาก  ทันทีที่ร่างกายกำลังหนาวสั่นจากฤดูกาลได้สัมผัสกับไออุ่นของร้านที่หอมกรุ่นจากเมล็ดกาแฟ  พลันอุณหภูมิกลับสูงขึ้นเมื่อหัวใจของเขาเต้นระรัวที่ได้เห็นชายคนหนึ่งในมุมอับของร้าน  ชายผู้มีดวงตาสีไพลินแสนลึกลับและเยือกเย็น เส้นผมดำสนิทลู่ลงตามแรงโน้มถ่วง  พวงแก้มขึ้นสีจางๆเมื่อกำลังสัมผัสแก้วกาแฟร้อนๆในมือ   

 

เดเมี่ยนเคยได้ยินเรื่องเล่าละครน้ำเน่าอย่าง รักแรกพบ หรือ คนที่ถูกชะตาเพียงแรกเห็น  แต่ด้วยนิสัยเดเมี่ยน ไม่เคยถูกใจใครตั้งแต่แรกพบ  เขาต้องดูแล้วดูอีกหลายครั้งกว่าจะยอมเป็นเพื่อนกับใครสักคน ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มี จอน เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวหรอก  แต่ก็ช่างเถอะ  ในวินาทีที่เขาได้บังเอิญสบตากับหนุ่มลึกลับคนนั้น สิ่งที่เขาไม่เคยเชื่อเลยกลับถูกดึงมาคิดใหม่  การถูกชะตากับใครตั้งแต่แรกพบ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นเพศตรงข้าม  มันสามารถเกิดขึ้นได้กับเราทุกคน ไม่มีเหตุผลหรือการคาดเดาได้ว่าใครคือคนๆนั้น  แต่เดเมี่ยน ยอมรับแล้ว ทันทีได้พบชายคนนี้...

 

 

ตัดกลับปัจจุบัน  หนุ่มผิวแทนกระดิกนิ้วตามจังหวะเพลง Sam Smith - Latch (Acoustic) ที่นำมาร้องใหม่เป็นแนว อคูสติก  บรรเลงด้วยเปียโนและเชลโล  ให้อารมณ์ดนตรีคลาสสิกที่ฟังแล้วรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และหอมหวานไปด้วยความรักจากบทเพลงที่ร้องใหม่ให้เชื่องช้าลงเข้ากับดนตรี  เป็นแนวเพลงที่ร้านนั่งชิวส่วนใหญ่ชอบเปิดเพื่อสร้างบรรยากาศสบายๆ  และดูเหมือนว่าผู้จัดการร้านนี้จะชอบเพลงนี้มาก เพราะเดเมี่ยนได้ยินทุกครั้งที่เข้าร้าน แน่นอนว่าแรกๆเขาค่อนข้างรำคาญและเบื่อเพลงนี้พอสมควร  แต่... เมื่อตั้งใจฟังเนื้อเพลงและท่วงทำนองที่ขัดเกลามาอย่างดีแล้วนั้น มันช่างดูสวยงามและอบอุ่นขึ้นทันทีที่เขาฟังมันขณะเฝ้ามองชายในมุมร้านคนนั้น

 

 

You lift my heat up when the rest of me is down
You, you enchant me even when you’re not around
If there are boundaries,  I will try to knock them down
I’m latching on,  babe,  now I know what I have found

เธอทำให้หัวใจฉันโล่งขึ้น เมื่อทุกๆอย่างกำลังแย่
เธอทำให้ฉันหลงใหล ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ใกล้กันก็ตาม
หากมีขอบเขตใดๆอยู่ ฉันก็จะทำลายมันให้หมด
ฉันเหมือนโดนล็อคกลอนไว้กับเธอซะแล้วล่ะ ที่รัก เพราะตอนนี้ฉันพบแล้ว

 

I feel we’re close enough
I wanna lock in your love
I think we’re close enough
Could I lock in your love

ฉันคิดว่าเราใกล้ชิดกันมากพอแล้วนะ
ฉันอยากจะติดอยู่ในความรักของเธอ
ฉันคิดว่าใกล้ชิดกันมากพอแล้วนะ
ขอฉันเลือกกลอนอยู่ในความรักของเธอได้ไหมที่รัก

 

Now I got you in my space
I won’t let go of you
Got you shackled in my embrace
I’m latching on to you

ฉันได้เธอมาอยู่ในเพื้นที่ของฉันแล้ว
ฉันจะไม่มีทางปล่อยเธอไปเด็ดขาด
พันธนาการเธอด้วยอ้อมกอดของฉัน
ฉันล็อคกลอนอยู่กับเธอแล้วนะ

เครดิต  คลิ๊ก!

 

นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเดียวกับเสียงเปียโนอย่างผ่อนคลายอารมณ์  รอยยิ้มที่ยากจะพบเห็นปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัวเพราะเขาเคลิ้มไปกับเพลงเสียแล้ว  อาจไม่มีใครรู้  เดเมี่ยนมีความสามารถและพรสวรรค์ด้านดนตรีสากลที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นแม้แต่เพื่อนสนิท เพราะเขาจะเล่นต่อเมื่ออยู่คนเดียวในบ้านพักส่วนตัวเท่านั้น แน่นอนว่าเครื่องดนตรีที่เขาถนัดคือ เปียโนกับเชลโล  ดูเป็นผู้ชายสุนทรีย์และโรแมนติกขึ้นมาเลยสินะ เพราะงั้นหนุ่มหน้าเข้มผิวแทนถึงไม่บอกให้ใครรู้ยังไงละ 

 

แต่ตอนนี้... เขากำลังนึกภาพตัวเองเล่นเพลงนี้ให้ใครคนหนึ่งฟังอยู่

 

ถ้าหากมีโอกาสที่ชายคนนั้นอยากให้เขาเล่นเพลงให้ฟังสักเพลง แน่นอนว่าเขายินดีโดยไม่มีข้อโต้แย้ง  แค่นึกภาพชายคนนั้นมีรอยยิ้มให้เขาขณะเพลิดเพลินบทเพลงที่เขาบรรเลงให้ฟังแล้วนั้น หัวใจก็พองโตจนอดเผยยิ้มเสียไม่ได้

 

คุณเวนย์คะ  English Breakfast Tea Latte Hot ได้แล้วค่ะ

 

หนุ่มผิวแทนถูกดึงสติเมื่อเสียงของพนักงานสาวดังขึ้นข้างกาย  หญิงสาววางแก้วกาแฟใสที่บรรจุชาอังกฤษสีน้ำตาลนวลอ่อนหวานไว้เต็มแก้ว  เดเมี่ยนกล่าวขอบคุณเบาๆ เมื่อพนักงานสาวเดินจากไปเดเมี่ยนก็ยกชาขึ้นจิบ  รสชาติของชาอังกฤษและกลิ่นหอมหวานแบบเฉพาะช่วยไล่ความหนาวราวกับได้เกิดใหม่  และอีกอย่างที่ไม่มีใครรู้ก็คือ เขาชอบชาอังกฤษมากกว่ากาแฟ  สำหรับหนุ่มมหาลัยผู้นี้ เมนูกาแฟที่ผสมคาเฟอีนมากที่สุดที่ดื่มได้คือ ลาเต้ เท่านั้น สูงกว่านั้นเขาจะขมคอจนลิ้นชา  มันจึงเป็นเหตุให้ชอบชาที่มีคาเฟอีนต่ำกว่า  ไม่จำเป็นต้องเป็นชาราคาแพง ขอแค่รสชาติพอดื่มได้เขาก็ไม่ปฏิเสธ 

 

เดเมี่ยนหยิบหนังสือนวนิยายสยองขวัญมาเปิดอ่านในบรรยากาศชวนฝัน เครื่องดื่มอุ่นๆ ดนตรีเพราะๆ และ ชายหนุ่มหน้าหวานตรงหน้าของเขา เป็นแม่เหล็กดึงดูดชายหนุ่มทายาทเศรษฐีให้เข้ามาแวะเวียนร้านนี้ได้ทุกวัน 

 

ความรู้สึกอันอ่อนหวานและเปราะบางที่เกิดขึ้นกับหัวใจแข็งกระด้างของเดเมี่ยนเป็นสิ่งที่เขาพยายามสร้างระยะห่างอันพอเหมาะกับชายหน้าหวาน  แน่นอน เดเมี่ยนไม่เคยมีแฟน ไม่เคยจีบใครมาก่อน ไม่เคยสนเรื่องรักๆ เพราะฉะนั้น การเป็นฝ่ายรุกเพื่อทำความรู้จักอีกฝ่ายเป็นเรื่องอภิมหายากที่สุดสำหรับคนที่ได้ชื่อว่าเทพบุตรไร้หัวใจจะกล้าเข้าหา  เดเมี่ยนเพียงต้องการได้เห็นชายคนนี้ทุกวัน  ได้อยู่ใกล้กันที่สุดเท่าที่จะทำได้  ได้เฝ้ามองเขาจากขอบหนังสือ  ได้แอบส่งความรู้สึกพิเศษฝ่ายเดียวก็เพียงพอแล้ว  ขอเพียงเท่านี้จริงๆ...

 

 

 

แต่  ถ้าหากมีโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดหรือทำความรู้จักได้สักครั้งคงดีกว่านี้...

 

 

 

ช่วงเวลาอันแสนสงบสุขดำเนินผ่านไปจนถึงช่วงสำคัญสำหรับนักศึกษา  นั่นคือ  สัปดาห์สอบกลางภาค

 

เดเมี่ยนยืนค้างอยู่ภายในร้านที่อัดแน่นไปด้วยลูกค้าจนไม่มีเหลือเก้าอี้ให้เขานั่ง ทั้งที่ตอนนี้ใกล้หมดฤดูหนาว  อุณหภูมิก็อุ่นขึ้นมากจนไม่ต้องสวมเสื้อหลายๆชั้นแล้ว ความทุกข์ทรมานในการต่อสู้กับอุณหภูมิติดลบสิ้นสุดลงแต่คนยังเข้าร้านซะแน่น กลายเป็นว่าภายในร้านอุ่นกว่าด้านนอกเสียอีก  

 

คิ้วเข้มแสดงความฉงนปนไม่พอใจแต่เขาก็เข้าใจที่เป็นเช่นนี้ในเมื่อลูกค้าทั้งหมดเป็นนักศึกษาที่อ่านหนังสือเตรียมตัวสอบในช่วงหนึ่งสัปดาห์ต่อจากนี้นี่นา  ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าเป็นช่วงสอบปลายภาคจะยิ่งเยอะขนาดไหน  นัยน์ตาสีเขียวเหลือบมองที่นั่งประจำของเขาที่บัดนี้มีลูกค้าชายหญิงจองไปเสียแล้ว เห็นแบบนั้นก็อดทอดสายตาไปยังที่นั่งมุมในสุดฝั่งซ้ายเสียไม่ได้  แล้วก็เป็นดั่งที่คาด...  โต๊ะที่มีถึงสี่ที่นั่งกลับมีเพียงชายหนุ่มหน้าหวานครอบครองเพียงคนเดียวรายล้อมด้วยเอกสารเช่นเดิม  ความคิดชั่ววูบที่อยากจะเนียนขอร่วมโต๊ะจึงจุดประกายขึ้นในหัวแต่เพียงครู่เดียวก็ต้องลบทิ้งในเมื่อเดเมี่ยนไม่กล้าพอ ความหวังสุดท้ายจึงอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์แต่ก็ล่มอีกเพราะที่นั่งเต็มไปด้วยลูกค้าเช่นกัน

 

เดเมี่ยนค่อยๆเลื่อนโฟกัสไปที่เก้าอี้ตัวว่างตรงข้ามชายผู้ชวนหลงใหล  เหงื่อเม็ดใหญ่พุดขึ้นท่ามกลางความคิดที่ตีวนไปมาในหัว  เขาสามารถสั่งชาแล้วกลับบ้านเลยก็ยังได้ แต่อีกใจกลับแย้งให้อยู่ต่อ  ครั้นจะแค่ซื้อแล้วออกไปเลยโดยไม่ได้เห็นหน้าคนๆนั้นมีหวังคืนนี้เขาคงเสียใจจนนอนไม่หลับแน่ๆ

 

 

เฮ้อ... ต้องทำจริงๆสินะ

 

 

 

ขอประทานโทษ  ตรงนี้มีใครนั่งรึเปล่า

 

เหมือนมีใครเอากลองตีอัดกรอกหูจนไม่ได้ยินเสียงดังรอบตัว เพราะตอนนี้เขากำลังยืนอยู่เบื้องหน้าชายหน้าหวานคนนี้แล้ว  และทันทีที่เจ้าของนัตน์ตาสีไพลินมหาสมุทรอันแสนลึกลับปรากฏภาพสะท้อนของเขาอยู่ในนั้น  หัวใจก็เต้นไม่หยุดจนแทบระเบิดออกมาข้างนอก 

 

 ... อ๋อ ไม่มีครับ  เชิญนั่งได้เลย

 

น้ำเสียงอันแสนไพเราะอ่อนหวานที่เอือนเอ่ยกับเขาเป็นประโยคแรก  ได้แผ่ความร้อนไปทั่วร่างกายเหมือนโดนน้ำร้อนสาด  ยิ่งรอยยิ้มจางๆเป็นกันเองที่เพิ่งได้เห็นในระยะเพียงหนึ่งเมตรอีก  ขณะที่เจ้าของโต๊ะกำลังเก็บเอกสารให้เรียบร้อยเพื่อสร้างที่ว่างให้ผู้ร่วมโต๊ะอีกคน  มือใหม่เรื่องหัวใจอย่างเดเมี่ยนแทบไม่มีแรงจะเปล่งเสียงขอบคุณ  หนุ่มผิวแทนพยายามอย่างมากที่จะไม่เผลอยิ้มกว้างด้วยความดีใจสุดๆออกมา  มือหนาดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามให้เสียงเบาที่สุดเพื่อไม่ให้ส่งเสียงรบกวนหรือเป็นการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อชายเบื้องหน้า  ทันทีที่ได้นั่ง เดเมี่ยนตั้งใจจะนั่งให้เงียบและนิ่งที่สุด  แต่ถึงอย่างนั้น ก็อดแอบมองใบหน้างามไม่ได้อยู่ดี  รูปร่างที่เล็กกว่าเขาพอสมควร  แต่ถ้าเทียบกับผู้ชายทั่วไป คนๆนี้ถือว่ามีหุ่นที่ดีทีเดียว แม้จะมีเสื้อตัวหนาปกปิดแต่ก็พอเห็นกล้ามเนื้อที่ผ่านการออกกำลังกายอยู่บ้าง  แต่ก็อย่างว่า เขาร่างโตกว่าอีกฝ่ายแน่นอน พอเห็นแบบนั้น มือไม้เริ่มร้อนๆขันๆราวกับร่างกายของเขาอยากดึงคนตรงหน้ามากอดไว้ในอ้อมแขน  อยากสัมผัสแม้เพียงปลายนิ้วก็ยังดี...

 

ลำบากน่าดูนะครับ... ” 

 

เดเมี่ยนชะงักตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายเอ่ยทักขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายภายในใจของเขาเหมือนสงคราม  ดวงตาเรียวคมเหลือบมองนัยน์ตาสีน้ำเงินน่าค้นหาด้วยแววตาไม่เข้าใจจึงไม่ได้ตอบอะไรออกไปเลย  ซึ่งชายหน้าหวานก็มองเขากลับด้วยแววตาแบบเดียวกันก่อนจะยกยิ้มหวาน

 

พวกเด็กๆมหาลัยน่ะ  เข้าสู่ช่วงสอบกลางภาคแล้วนี่นา  ดูๆแล้วลูกค้าในนี้ก็มีครบทุกชั้นปีเลยนะเนี่ย  เพราะอยากหาที่อุ่นๆสบายๆอ่านหนังสือเลยเลือกร้านนี้  คุณเป็นขาประจำพอไม่มีที่นั่งเลยลำบากแย่สินะครับ

 

ชายหนุ่มตาสีไพลินเท้าคางกับโต๊ะพลางทอดสายตาไปรอบๆร้าน ซึ่งเดเมี่ยนก็เผลอหันหลังมองตาม  พอหันกลับมาก็เจอเข้ากับดวงตาคู่เดิมจ้องเขาไม่กระพริบด้วยรอยยิ้มเป็นกันเองแต่หนุ่มมือใหม่กลับหลบตาเสียอย่างนั้น  ด้วยความไม่รู้ก็เผลอคิ้วขมวดเองอัตโนมัติทำให้ชายหน้าหวานเข้าใจผิดว่าเป็นการสร้างความลำบากใจเสียอย่างนั้น

 

  อ้ะ  ขอโทษที่ผมอาจพูดมากไปหน่อยนะครับ

 

เปล่า  ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น  แต่...   เดเมี่ยนเอ่ยเสียงแผ่วขณะยังแกล้งมองกำแพงด้านหลังชายเบื้องหน้า

 

 

แต่?

 

 

นายรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นลูกค้าประจำ

 

นัยน์ตาสีเขียวกลับมาสบตาอีกฝ่ายด้วยความกล้าทั้งหมดที่มี  พวงแก้มเริ่มขึ้นสีทันทีที่สีหน้าของชายหน้าหวานแสดงความตกใจเล็กน้อยพอได้ยินคำถามจากเขา 

 

แค่เดาน่ะครับ  ถูกเหรอ?  

 

อา... ก็ถูก ถึงฉันจะไม่ต้องกังวลเรื่องสอบก็เถอะแต่ก็อยากหาที่อุ่นๆมานั่งดื่มชิวๆหลังเลิกเรียนเหมือนกัน   เดเมี่ยนต้องเหล่ตาไปทางอื่นโดยแกล้งทำเป็นหยิบโทรศัพท์มากดเล่น  จะให้ทนอย่างไรไหวในเมื่อรอยยิ้มและดวงตาเปล่งประกายนั่นช่างน่ารักเกินกว่าทนมองได้นาน

 

เห... คุณอยู่ปีไหนเหรอ

... ปี3 

 

งั้นก็เป็นรุ่นน้องผมหลายปีเลยสิเนี่ย หึ หึ

 

ถึงอย่างนั้นบทสนทนาของพวกเขาก็ยังไม่ถึงกับตันซะทีเดียว เพราะเดเมี่ยนได้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนยิ้มง่ายคุยง่ายเป็นกันเองมาก ผิดกับตัวเขาลึกลับ  ดวงตาเรียวคมที่ทำเป็นจ้องหน้าจอสมารท์โฟนแต่จิตใจยังนึกห่วงว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี จากเมื่อครู่เห็นได้ชัดว่ามีแต่ฝ่ายนั้นพูดอยู่ฝ่ายเดียว และตัวเองก็รู้ว่าอีกฝ่ายเกร็งไม่น้อยที่เขาทำเย็นชาใส่แบบนี้  เดเมี่ยนกัดฟันแน่นก่อนรวบรวมความกล้าเผชิญสายตาคู่นั้นอีกครั้ง

 

 เอ่อ...  นายชื่ออะไรเหรอ

 

ดูเป็นคำถามโง่ๆ แต่ก็ขาดมันไม่ได้เช่นกัน  และถึงแม้จะรู้แล้วว่าอีกฝ่ายอายุมากกว่าหลายปีซึ่งไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายอยู่แล้ว แต่เดเมี่ยนก็ไม่เปลี่ยนสรรพนามเพื่อให้ตัวเองดูด้อยลงทางอายุหรอกนะ  ชายหน้าหวานเอียงคอเล็กน้อยก่อนจัดตัวเองให้นั่งตัวตรงอย่างสุภาพ

 

ผมชื่อ ทีโมธี แจ็คสัน เดรค ครับ  จะเรียก ทิม ก็ได้ครับ ... ส่วนคุณก็คือ เดเมี่ยน เวนย์สินะ

รู้จักฉันเพราะนามสกุลรึไง

 

 

เงียบ...

 

 

ย่ะ  แย่แล้ว  เผลอพูดไป...

 

 

หนุ่มหน้าหวานที่เพิ่งแนะนำชื่อว่า ทิม ยิ้มค้าง  ดวงตาสีไพลินแสดงความฉงนเพราะไม่ต่อไม่ถูก  ฝั่งเดเมี่ยนเองก็หน้าชาล่ามไปทั่วร่างทั้งที่คำพูดเชิงจิกกัดเกิดจากปากเขาเอง  เป็นเพราะที่ผ่านมาเขาซึ่งถูกเปรียบเทียบกับพ่อผู้แสนเพียบพร้อม เป็นที่รักและรู้จักไปทั่ว คนส่วนใหญ่จะรู้จักเดเมี่ยนก็ต่อเมื่อบอกนามสกุลแล้วคนเหล่านั้นก็จะร้องอ๋อและเข้าตีสนิททันที  ถึงความน้อยใจที่สะสมมานานจะทำให้พ่อเทพบุตรกลายเป็นพวกปากตรง  แต่สำหรับเหตุการณ์นี้ เดเมี่ยนไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

 

 

ขอโทษ.... ฉันต้องขอโทษเขา

 

 

ฉันจะทำพังแบบนี้ไม่ได้...

 

แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยสิ่งใด  เสียงๆหนึ่งก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน และเสียงนั้นคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ทิม

 

... เปล่าหรอกครับ  ผมได้ยินพนักงานเอ่ยชื่อคุณทุกครั้งตอนเข้าร้านนี่นา  แล้วก็ชื่อ เดเมี่ยน น่ะ  เป็นชื่อที่แปลกดีผมเลยจำได้แม่นน่ะครับ

 

เดเมี่ยนรู้สึกโล่งใจและสำนึกผิดในคราเดียว เพราะเขายังไม่ทันได้ขอโทษ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีเรื่องคาใจอีกเรื่องเข้ามาแทนที่

 

นาย... ไม่แปลกใจกับนามสกุลฉันหน่อยเหรอ

 

เพราะเรื่องกังวลเมื่อครู่ทำให้เดเมี่ยนคาใจเรื่องสนามสกุลแทน  ทิมขมวดคิ้วพลางกอดอกเท้าคางเหลือบตามองด้านบนด้วยสีหน้านึกอะไรบางอย่างจริงจัง  ขณะนั้นเองพนักงานร้านก็มาเสิร์ฟ English Breakfast Tea Latte Hot ให้เดเมี่ยนพอดี  จังหวะนั้นทิมก็คลายคิ้วออกพร้อมรอยยิ้มเจื่อนเพราะนึกไม่ออกจริงๆ

 

ถ้าคุณไม่ได้เป็นลูกประธานาธิบดีหรือคนในเครือญาติผมก็ไม่รู้จักหรอกครับ  ขอประทานโทษด้วยหากคุณเป็นคนดังมีชื่อเสียงน่ะครับ

 

ทิมได้แต่ยิ้มให้แทนคำขอโทษเพราะเวลาส่วนใหญ่ของเขาอยู่แต่ในบ้าน ร้านกาแฟและมหาลัย ทีวีหรือโลกอินเตอร์เน็ตเขาแทบไม่เปิดหากไม่จำเป็นหรือเกี่ยวกับงาน แม้ลึกๆเขาก็คุ้นๆชื่อและนามสกุลของหนุ่มร่างสูงท่าทางหยิ่งๆก็ตาม ความรู้สึกว่าตัวเองเคยได้ยินชื่อนั้นเมื่อนานมาแล้วแต่มันติดอยู่ที่ริมฝีปากนึกอย่างไรก็นึกไม่ออกอยู่ดีจึงได้พูดออกไปอย่างนั้น

 

หนุ่มผิวแทนไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆกับการตอบของทิม แววตาเรียวคมอ่อนลงก่อนเผยยิ้มบางๆด้วยความผ่อนคลาย

 

ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันดีใจออกที่นายไม่รู้จัก  งั้นเรียกฉันว่า เดเมี่ยน อย่างเดียวก็แล้วกัน   เดเมี่ยนยกชามาจิบ

 

แปลกคนจังนะ หึ หึ  ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ แม้ทิมยังมีเรื่องคาใจแต่เขาไม่อยากซักถามให้มากความ เอ่อ  ถ้าไม่ว่าอะไร  ผมขอทำวิทยานิพนจ์ต่อนะครับ

วิทยานิพจน์?  นายเรียนปริญญาโทอยู่เหรอ

อ้ะ?  เรียกถึงปริญญาเอกแล้วล่ะครับ  ส่วนสาขา... ผมขอสงวนนะครับ

 

ทิมหันไปพิมงานต่อในแล็ปท็อปโดยไม่ลืมส่งยิ้มหวานให้เดเมี่ยน ซึ่งโชคดีแล้วที่ทิมกลับไปทำงาน ไม่เช่นนั้นคงได้สังเกตเห็นใบหน้าที่แดงก่ำของเดเมี่ยนแน่ๆ

 

 

เพราะรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้างามนั้น  ช่างงดงามเหลือเกิน...

 

 

 

______________________________________________________________

 

 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมาก็เป็นอีกวันที่ร้าน ‘Beloved Coffee’  มีลูกค้าเต็มร้าน ไม่มีโต๊ะว่างเหลือพอสำหรับเขา  เหลือก็แต่เพียงโต๊ะของทิมเช่นเดิม  นัยน์ตาสีเขียวมองรอบร้านๆอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งพลางถอนหายใจออกมาพร้อมใบหน้าที่เริ่มขึ้นสี  สองเท้าค่อยๆเคลื่อนที่ไปยังโต๊ะมุมอับซ้ายสุดของร้าน

 

ขอรบกวนหน่อย

อ้าว เธอนั่นเอง  เชิญตามสบายเลย   ทิมกล่าวเชิญให้นั่งด้วยรอยยิ้มดีใจจนปิดไม่มิด 

 

หนุ่มผิวเข้มมองครึ่งหนึ่งของโต๊ะฝั่งตนที่ว่างเปล่า ต่างจากฝั่งตรงข้ามที่เต็มไปด้วยเอกสาร แฟ้มรายงานและแล็ปท็อป  ทั้งที่ปกติกองกระดาษพวกนี้จะจัดกระจายเต็มโต๊ะไปหมดจนแทบไม่เหลือที่ให้วางแก้ว  แต่จะเป็นแบบนั้นก็ไม่แปลกเลยเพราะตั้งแต่นั่งด้วยกันครั้งแรกเดเมี่ยนก็มาขอร่วมโต๊ะด้วยทุกวันจึงไม่แปลกที่ทิมจะเผื่อที่ไว้ให้  แต่กระนั้นก็อดดีใจไม่ได้จริงๆ...

 

พลันรอยยิ้มก็เกิดขึ้นตอนที่ทิมไม่ได้สังเกต  รอยยิ้มที่แสนดีใจและสุขล้นของเทพบุตรไร้หัวใจผู้นี้...

 

เดเมี่ยนดึงเก้าอี้เบาๆก่อนย่อตัวนั่งฝั่งตรงข้ามตามเดิม เสียงดนตรีแนวอคูสติกเพลงเดิมถูกบรรเลงขึ้นอีกครั้งราวกับตั้งใจมอบให้เขาและทิม  แม้ชายร่างเล็กไม่มีปฏิกิริยาต่อเพลงโปรดของเดเมี่ยนแต่ภายในใจชายหนุ่มรู้แก่ใจถึงความหมายที่เขาพยายามมอบมันให้คนตรงหน้า  แม้จะเป็นเพียงสายตาอันลึกซึ้งที่จะมอบยามอีกฝ่ายไม่รู้ก็ตาม...

 

คราวนี้อ่านหนังสือแล้วเหรอ   ทิมเอ่ยทักขึ้นเมื่อเดเมี่ยนหยิบหนังสือเล่มโตและแฟ้มเอกสารอีกหลายๆปึกใหญ่วางบนโต๊ะพร้อมแยกเป็นกองๆเหมือนกำลังจำแนกเป็นรายวิชาที่ต้องสอบ

 

อืม  ถึงจะมั่นใจอยู่แล้วแต่ก็อยากอ่านซ้ำให้ชัวร์ละนะ   เดเมี่ยนเปิดหน้าหนังสือก่อนก้มอ่านอย่างตั้งใจเพื่อปกปิดผิวสีแดงก่ำบนใบหน้า

 

แหมๆ ดีแล้วล่ะ พยายามเข้านะ   ทิมเอ่ยยิ้มๆพลางขบขันในลำคอด้วยความเอ็นดู

 

อืม

 

เดเมี่ยนเพียงตอบรับในลำคอเหมือนไม่สนคำอวยพรจากทิม แต่ทุกคำพูดของทิมน่ะ เขาจำได้หมดทุกถ้อยคำนั่นแหละ เพียงแต่ไม่แสดงอาการให้เห็นเท่านั้น

 

เสียงดนตรีของเปียโนและเชลโลบรรเลงอย่างแผวเบาชวนให้ตกอยู่ในภวังค์ในความรัก  แม้ลูกค้าส่วนใหญ่ง้วนกับตัวอักษรตรงหน้า เสียงพึมพำในการท่องจำส่งเสียงอื้ออึงไปกับเสียงดนตรี  ถึงอย่างนั้น  ในมุมอับแห่งหนึ่งของร้านที่ความวุ่นวายและเสียงสอดแทรกเข้าไม่ถึง  มีเพียงสองหนุ่มที่นั่งทำงานอยู่หนึ่งกับอ่านหนังสืออีกหนึ่งอยู่เงียบๆตามลำพังโดยไม่รบกวน ไม่ส่งเสียงดังสร้างความรำคาญแก่อีกฝ่าย  มีแต่เพียงความรู้สึกสบายใจยามได้เห็นใบหน้าของกันและกันในระยะที่พวกเขาสามารถเอื้อมมือถึงกันแม้เพียงหางตาก็ตาม

 

ใช่... แม้พวกเขาไม่ได้คุยกันเลย  ไม่ได้มองหน้า สบตา หรือยิ้มให้กัน  พวกเขาเพียงแค่ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเองไปเรื่อยๆ แต่สิ่งที่เป็นเหมือนสมาธิให้พวกเขาใจจดใจจ่อกับงานได้ขนาดนี้ก็เพราะ พวกเขาได้เห็นกันและกัน  เพียงรู้ว่ามีอีกฝ่ายนั่งร่วมโต๊ะด้วยก็มีความสุขและสบายใจเหมือนกับว่าพวกเขาได้อยู่ในที่ของตัวเองแล้ว  ราวกับสถานที่นี้เป็นของพวกเขา  มีกันแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

 

 

ความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกนี้คงไม่มีใครในโลกเข้าใจได้ดีกว่าพวกเขาสองคนอีกแล้ว

 

 

 

ซ่า!!

 

เสียงฝนตกดังเข้ามาในร้านเรียกให้ทั้งสองหันออกไปข้างนอกโดยไม่ได้นัดหมาย ภาพของม่านฝนรุนแรงขนาดเห็นเพียงเสาไฟหน้าร้านกับรถที่จอดหน้าร้านเท่านั้น ไกลออกไปเห็นเพียงม่านสีขาวเหมือนหมอกยามเช้าที่บดบังทัศนวิสัยอย่างมาก  ทิศทางของฝนบ่งบอกถึงแรงลมที่รุนแรงจนคนกางร่มอาจถูกพัดจนร่มหักยังได้เลย

 

แย่ะล่ะสิ ออกไปไม่ได้แน่ ”  เดเมี่ยนเผลอบ่นพึมพำเพราะเขามากับมอเตอร์ไซด์ ถ้าจะให้ขับฝ่าฝนมีหวังหวัดกินหรือเกิดอุบัติเหตุแน่ๆ

 

ทิมมองเวลาในนาฬิกาข้อมือพลางชะโงกหน้ามองไปรอบๆร้านก็เห็นว่าเหลือเพียงพวกเขาแค่สองคนที่ยังใช้บริการอยู่ และมันก็ดึกมากแล้ว

 

ใกล้เวลาปิดร้านแล้วด้วยสิ  ทำอย่างไรดีละเดเมี่ยน  

 

ขณะที่ทั้งสองกังวลอยู่นั้นก็มีชายอายุประมาณ 30 ต้นๆซึ่งเป็นเจ้าของร้านได้เดินมาพร้อมกาแฟและชาแก้วใหม่มาให้พวกเขาทั้งคู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

คุณเดเมี่ยนกับคุณทิมไม่ต้องกังวลหรอกครับ  พวกคุณเป็นลูกค้าประจำ ผมจะต่อเวลาเปิดให้จนกว่าฝนจะหยุดตกนะครับ  อ้อ แล้วก็กาแฟกับชาผมไม่คิดเงินหรอกครับ ถือว่าผมเลี้ยงให้กับการทำงานอย่างหนักของพวกคุณ   เจ้าของร้านวางชาอังกฤษร้อนให้เดเมี่ยน ส่วนกาแฟร้อนก็ให้ทิม

 

สองหนุ่มสบตากันนิ่งๆราวกับถามกันผ่านโทรจิต  แต่แค่มองตาจะไปอ่านใจได้ยังไงกันล่ะ

 

ถ้างั้นก็รบกวนด้วยนะครับ  ขอบคุณจริงๆครับ ”  ทิมหันไปยิ้มให้เจ้าของร้าน

 

ชายวันสามสิบอยู่คุยกับพวกเขาอีกสามสี่ประโยคก่อนขอตัวไปเก็บร้าน  เมื่อทิมกับเดเมี่ยนอยู่ตามลำพังท่ามกลางเสียงสายฝนตกกระหน่ำอย่างหนักหน่วงดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุดโดยง่ายพวกเขาก็หันกลับมาสบตากันอีกครั้งแล้วก็เป็นทิมที่ยืนบิดขี้เกียจพลางบ่นด้วยน้ำเสียงอิดออด

 

อืม  เอาไงดีล่ะ  ฉันขี้เกียจทำงานต่อแล้วด้วย

ฉันก็ขี้เกียจอ่านหนังสือพวกนี้แล้วเหมือนกัน

 

เดเมี่ยนเก็บหนังสือเข้ากระเป๋าเป๋ด้วยสีหน้าเหนื่อยๆ  จะเล่นโทรศัพท์แบตก็ใกล้หมด เหลือ10%สุดท้าย เดเมี่ยนไม่อยากเสี่ยงใช้มันจนจอดำใส่หน้าเขาด้วย

 

งั้นก็คุยสัพเพเหระไปเรื่อยๆแล้วกันเนอะ

 

ทิมเก็บเอกสารเท่าภูเขาของเขาและปิดแล็ปท็อปจนตอนนี้บนโต๊ะไม่มีอะไรกั้นกลางทั้งคู่อีกแล้ว  เมื่อทิมจัดของเสร็จก็เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาต่างๆตั้งแต่เรื่องเล็กๆอย่างข่าวรอบเช้าที่มีคนโดนจระเข้ไล่กัดที่ริมบ่อน้ำหลังบ้าน หรือข่าวรถบรรทุกยางระเบิดสัมภาระตกเกลื่อนถนน ไปจนถึงข่าวใหญ่อย่าง ข่าวการเมือง ข่าวการยิงระเบิดในประเทศที่มีความขัดแย้งไม่มีวันจบสิ้น  เมื่อคุยถกเถียงและเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องข่าวจบ ทิมก็เริ่มยกเรื่องพัฒนาการเกี่ยวกับวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีที่แทบยกสารนุกรมกับหนังสือวิทยาศาสตร์มาตั้งคุยกัน  นั่นทำให้เดเมี่ยนรู้ว่าทิมเป็นคนฉลาดมาก  ถึงเจ้าตัวไม่เปิดเผยเรื่องสาขาที่เรียนแต่ด้วยความรู้ที่ได้คุยกันก็พอเดาออกว่าต้องเกี่ยวกับพวกวิทยาการทางวิทยศาสตร์ขั้นสูงทีเดียว  เมื่อเวลาผ่านไปนอกจากเรื่องมีสาระก็ยังมีเรื่องทั่วๆไปอย่างอาจารย์ที่สอนในมหาลัย ชอบสวนไหนที่สุดในมหาลัย กับชีวิตในมหาลัย ซึ่งทิมมักเป็นคนโยนคำถามมาให้เดเมี่ยนตอบจนดูเหมือนคนที่ได้ประโยชน์จะเป็นฝ่ายทิมมากกว่าเพราะเดเมี่ยนได้แต่ตอบ แทบไม่ได้ถามอีกฝ่ายเลย

 

แต่ทุกครั้งที่ทิมได้ฟังเดเมี่ยนเล่าเรื่องราวต่างๆแล้ว  ประกายตาสีมหาสมุทรนั้นก็ดูมีสุขมากขึ้น ใบหน้าตื่นเต้นและสนอกสนใจในทุกเรื่องราวนั้นดูน่ารักขนาดเดเมี่ยนไม่อาจกลั้นความประหม่าจนต้องคอยหลบตาเป็นระยะบ่อยๆ  ทำไงได้ละ ก็ทิมทำหน้าตาน่ารักจริงๆนี่นา

 

 

 

ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้  ฉันควรทำอย่างไรกับหัวใจดวงนี้ดี

 

 

 

เดเมี่ยนได้แต่เอ่ยคำนั้นในหัววนเวียนซ้ำๆทุกครั้งที่เผลอสบตากับทิมขณะยิ้มให้เขา  ถึงจะประหม่าแต่เดเมี่ยนก็มีความสุขมากที่ได้ใช้เวลาร่วมกันภายในร้านแห่งนี้  แม้รู้ว่าอีกไม่นานฝนจะหยุดแต่เขาก็อยากยื้อช่วงเวลานี้ไว้ให้นานที่สุดจนกว่าน้ำเสียงจะเหือดแห้งไป

 

 

______________________________________________________________

 

 

 

หลายสัปดาห์ต่อมาที่สนามบาสในร่มของมหาลัย  เป็นช่วงบ่ายที่คลาสของเดเมี่ยนและจอนโดนยกคลาสกะทันหัน กลายเป็นว่าพวกเขาว่างถึงสามชั่วโมงกว่าจะเริ่มเรียนอีกทีตอน 4 โมง

 

จอน  หรือ โจนาธาน เคนต์  เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเดเมี่ยน  เป็นคนร่าเริง ขี้เล่น เป็นที่รักของเพื่อนๆและอาจารย์  ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่ประถม  แน่นอนว่าตอนแรกพวกเขาเกลียดขี้หน้ากันถึงขนาดมีเรื่องชกต่อยได้ทุกครั้งที่เจอหน้า  แต่ด้วยสถานการณ์และเหตุจำเป็นหลายประการทำให้พวกเขาต้องทำงานด้วยกันจนได้รู้นิสัยที่แท้จริงว่าพวกเขามีส่วนคล้ายกันหลายอย่าง หลังจากนั้นพวกเขาก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ม.ต้นจนถึงปัจจุบันนี้  เดเมี่ยนกับจอนเรียนคนละคณะแต่ก็มีบางวิชาที่ต่างสาขาจะเรียนร่วมกัน แล้วบังเอิญวิชานั้นก็โดนยกคลาสไปทำให้ทั้งคู่ต้องนั่งว่างไม่มีอะไรทำแถวสนามบาสในร่มที่คนน้อยนั่นเอง

 

จอนนอนแผ่บนพื้นสนามกำลังเล่นเกมโทรศัพท์ฆ่าเวลา  ส่วนเดเมี่ยนนั่งขัดสมาธิอยู่ใกล้ๆกำลังอ่านหนังสือภาษาสเปนเกี่ยวกับวิศวกรรมที่ยากจะเข้าถึง  แต่แล้วบรรยากาศอันเงียบสงบก็จบลงเมื่อเดเมี่ยนปิดหนังสือลงพร้อมเอ่ยประโยคบางอย่างออกมา

 

จอน  ช่วยหน่อย  ฉันแอบใครคนหนึ่งว่ะ

 

จอนที่ไม่ทันตั้งตัวก็มือลั่นทำโทรศัพท์ตกใส่หน้าตัวเองจนร้องเสียงหลงก่อนลุดพรวดเหมือนโดนกระชากร่างเพียงเพราะจอนเคยพนันกับพ่อว่าเพื่อนจอมเย็นชาคนนี้จะไม่มีวันแอบชอบใครนั่นเอง

 

เอ๊! ห๋า!!!  จริงอะ  คนอย่างนายเนี่ยนะ!

 

คนอย่างฉันมันทำไมฟะ!!   เดเมี่ยนหรี่ตามองจิกที่ทำเอาจอนสะดุ้งเฮือก

อ๋อ เปล่า... ”  จอนเก็บโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงพร้อมนั่งในท่าขัดสมาธิด้วยสีหน้าตื่นเต้นแม้จะแอบเสียดายเพราะแพ้พนันพ่อเสียแล้ว เรื่องเป็นมาเป็นไปอย่างไรเพื่อน

ขอไม่เล่า

อ้าว แล้วจะให้ฉันช่วยยังไง  

บอกแค่ฉันจะจีบคนอายุมากกว่าได้ยังไง

 

ใบหน้าที่เรียบเฉยราวรูปปั้นบัดนี้ดูมีสีสันของชายวัยหนุ่มที่กำลังมีความรักได้แต่งแต้มสีแดงบนใบหน้าและใบหูด้วยอารมณ์เขิน โกรธ กังวล คาดหวังอันเต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น  ซึ่งนี่เป็นสีหน้าที่จอนเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกนอกจากหน้าปลาตายและหน้าขู่เข็ญใส่ทุกคนที่เข้าหา

 

อายุมากกว่ากี่ปีอะ?

...ไม่รู้สิ รู้แค่เขาเรียนปริญญาเอก

โอ่โห้~...  แล้วอย่างอื่นล่ะ

 

เดเมี่ยนเสยตาขึ้นทางซ้ายเหมือนค้นหาสิ่งที่พอนึกออกแต่แล้ว...

 

ไม่รู้   คำตอบแบบขอไปทีของเดเมี่ยนทำเอาจอนสตั้นไปหนึ่งวิ

ห๋า!! นายคิดจะชอบผู้หญิงรุ่นพี่ทั้งที่ไม่รู้ข้อมูลเขาเลยน่ะเรอะ  นายไหวรึเปล่าเดเมี่ยน!  ผู้หญิงคนนั้นมีอะไรพิเศษถึงมัดใจ เทพบุตรไร้หัวใจ ได้กันน่ะ!

เฮ้ย  ถ้ามัวแต่ถามไม่คิดช่วยละก็ ฉันไม่ปรึกษาแกก็ได้เว้ย!

 

เดเมี่ยนแยกเขี้ยวใส่จอนก่อนทำท่าจะลุกเดินออกไปจริงๆถ้าไม่ติดว่าเพื่อนตัวโตคลานมาเกาะขอบกางเกงของเขาอย่างแรงจนเกือบเห็นชั้นใน

 

หยุดดดดด! ก็ได้ๆจะไม่ถามมากแล้ว ฉันคิดว่านายต้องรุกเขาแบบรุ่นน้องไร้เดียวสา!!   จอนรีบตะโกนบอก

 

ประโยคหลังสะกิดต่อมอยากรู้ของเดเมี่ยน  มือหนาที่กำลังทำท่าชกหน้าเพื่อนเพราะดึงกางเกงแทบหลุดก็ชะงักลง  ใบหน้าคมดูสนใจอยู่ไม่น้อย ท้ายที่สุดเดเมี่ยนก็ยอมกลับมานั่งตามเดิม

 

ไร้เดียงสา??

ใช่  ทำเป็นสนิทสนมแบบรุ่นน้องที่ต้องการพี่สาวใจดีน่าพึ่งพา  นายต้องทำตัวให้น่ารักสดใสพร้อมอารมณ์ขันเข้าไว้  แบบว่า พี่สาวครับ!  ผมไม่เข้าใจทษฎีการถือกำเนิดจักรวาลจากอนุภาพพลังสนามแม่เหล็กแบล็คโฮ ของดร.สตีฟ(พูดมั่ว) เลยอะครับ พี่สาวช่วยสอนผมหน่อยสิ นะๆๆ ...  อะไรแบบเนี่ย  คิดว่าไงละ?


.....

 

สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าจอนคือ สีหน้าขยักแขยงของเดเมี่ยนเมื่อเห็นจอนแสดงละครล้อเลียนเขาเป็นเด็กประถมร้องขอลูกอมด้วยดวงตาเป็นประกายแบบการ์ตูนตาหวานเหมือนหมาเห็นเจ้าของ  จอนไม่ต้องถามให้เปลืองน้ำลายก็รู้คำตอบผ่านสายตาได้ทันทีว่า ห่วยแตกที่สุดเท่าที่เคยได้ยิน   จอนรู้สึกเหมือนเส้นเลือดแถวขมับกระตุกสองสามครั้งกับสีหน้ารังเกียจโดยไม่ปิดบังของเพื่อนสนิท  ก็นะ เพราะเป็นเพื่อนกับพ่อเทพบุตรคนนี้ไงถึงได้ประสาทแตกกับการแสดงสีหน้าท่าทางที่ไม่ไว้หน้าน่ะ

 

แกแค่อยากให้ฉันทำหน้าปัญญาอ่อนแบบเมื่อครู่อย่างเดียวน่ะสิ  ไอเพื่อนเวร...

 

ชิ  รู้ทันอีกแล้ว น่าเบื่อชะมัด ”  จอนเบะปากไม่สบอารมณ์ก่อนล้มตัวนอนเช่นเดิมก่อนจะพูดคำแนะนำให้ส่งท้าย เอาเป็นว่า ทุ่มเททั้งหัวใจไปเลย!  ไม่ว่าพี่สาวคนนั้นจะจีบยากขนาดไหนต้องใจอ่อนแน่ๆ  ถ้าจีบติดแล้วอย่าลืมแนะนำให้ฉันรู้จักด้วยนะ!

 

ทุ่มเททั้งหัวใจงั้นเหรอ?  หมายถึงเดินหน้าจีบเต็มที่เลยสินะ  แต่ว่านะ จอน  คนที่ฉันชอบไม่ใช่ผู้หญิงหรอกเว้ย...

 

ไม่มีวันซะหรอก

 

ใช่... อย่างเขาน่ะ ไม่มีความกล้าพอจะทำอะไรแบบนั้นหรอก...

 

 

 

เรื่องจีบคงต้องพักไว้ก่อน  เอาเป็นว่าตอนนี้คิดเรื่องที่จะชวนทิมคุยเย็นวันนี้ดีกว่า

 

 

 

______________________________________________________________

 

 

 

ชีวิตประจำวันของพวกเขาก็ดำเนินไปตามปกติ พวกเขาคงความสัมพันธ์เรื่อยๆนี้โดยเดเมี่ยนไม่หวังว่าพวกเขาจะรู้จักกันมากกว่านี้หรือสานต่อให้มากกว่าเดิม  พวกเขาให้เกียรติความเป็นส่วนตัวอีกฝ่ายมาก บทสนทนาเรื่อยเปื่อยอย่างเช่น วันนี้ทานอะไรหรือยัง วันนี้มีเรียนอะไรบ้าง เจอเรื่องดีๆหรือเรื่องแย่ๆมาเล่าสู้กันฟังโดยไม่เคยถามถึงครอบครัวหรือความเป็นส่วนตัวมากเกินไป  แม้มันฟังดูน่าเบื่อสำหรับหลายๆคน แต่มันก็ไม่เสมอไปหากคุณได้แชร์เรื่องราวน่าเบื่อกับคนพิเศษที่คอยรับฟังทุกอย่างของคุณโดยไม่แสดงความรำคาญ มีแต่รอยยิ้มและคำแนะนำดีๆเสมอมา

 

หรือเพราะเดเมี่ยนแค่กลัว... กลัวว่าหากทิมรู้ความในใจของเขา ความสัมพันธ์ที่มั่นคงนี้จะพังทลาย  กลัวที่วันหนึ่งจะไม่ได้เจอกันอีก แล้วพวกเขากลับมาเป็นคนแปลกหน้าเหมือนเดิม

 

ปล่อยให้เป็นเพียงรุ่นพี่และรุ่นน้องก็พอ  ถ้าหากจะยื้อให้ทิมอยู่กับเขา

 

แต่ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนไม่จีรัง  เมื่อวันหนึ่งสิ่งที่เดเมี่ยนกลัวที่สุดก็เกิดขึ้น

 

 

 

 

เอ๊  ไม่อยู่?  แปลก...  ปกติเขาจะรออยู่ทุกวันไม่ใช่เหรอ

 

 

ประโยคแรกที่ผุดขึ้นในหัวเมื่อเห็นโต๊ะและเก้าอี้ในมุมอับที่ประจำว่างเปล่า  เดเมี่ยนถามกับพนักงานว่าวันนี้ทิมมาที่ร้านไหม แต่คำตอบก็คือ ไม่  เดเมี่ยนใจหวิวๆอย่างห้ามไม่อยู่แต่ก็พยายามคิดในแง่ดีว่าทิมอาจมาสายหรือไม่สบาย เพราะเมื่อวานทิมก็ไม่มีอะไรผิดปกติหรือบอกว่ามีนัดที่ไหน...

 

 

นัดเหรอ? ”

 

 

จริงสิ  เรื่องนัดมันค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัวนี่นา  ถ้าหากทิมนัดกับใครสักคนจริงๆก็ไม่แปลกที่จะไม่ได้บอกกับเขา  ใช่แล้ว  มันก็แค่นั้นแหละ  เขาไม่ได้สำคัญถึงขนาดต้องรายงานตารางชีวิตให้รู้เลยนี่ บอกไปแล้วคงไม่มีประโยชน์อยู่ดีสินะ...

 

 

นายคิดแบบนั้นกับฉันรึเปล่า ทิม

 

 

เดเมี่ยนทำได้เพียงสลัดความคิดแง่ลบทุกอย่างทิ้งไปจากสมองแล้วเริ่มให้กำลังใจตัวเองว่าพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ทิมก็กลับมา เพราะเขายังทำวิทยานิพจน์ไม่เสร็จนี่นา  ใช่... เขาต้องกลับมา

 

 

 

 

 

หนึ่งเดือนต่อมาที่ว่างเปล่า

 

 

ทิมยังคงไม่ปรากฏตัวที่ร้านนี้อีกเลยนับแต่นั้น

 

 

เขาหายไปไหน?

 

 

นี่คือสิ่งประโยคแรกทุกครั้งที่เดเมี่ยนเข้ามาแล้วพบกับความว่างเปล่าในที่นั่งริมสุด ทุกวันเขาได้แต่คิดถึงสาเหตุที่ทิมไม่มา  ทั้งที่มหาลัยยังไม่ปิดเทอมแต่เดเมี่ยนกลับไม่เห็นทิมแม้แต่เงา 

 

หนุ่มผิวแทนเดินมานั่งตรงตำแหน่งของทิมหรือก็คือนั่งหันหน้าไปที่ประตูร้าน ด้านหลังชิดกำแพง  มือหนาถอดแจ็คเก็ตคอปกสีดำตัวโตของตนมาพาดเก้าอี้ข้างๆ เผยให้เห็นเสื้อยืดสีดำคอวีรัดรูปกับกางเกงยีนส์สีครามเข้ม  เดเมี่ยนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง  ชาอังกฤษที่ถูกเสริฟจนเย็นชืดไม่มีวี่แววว่ามันถูกดื่มแม้แต่นิดเดียว  ท่วงทำนองเพลงคลาสสิกที่บรรเลงด้วยเปียโน และเชลโลที่เขาชอบกลับไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

 

ทำไมละ  ทำไมถึงไม่มา...

 

เดเมี่ยนดูเวลาครั้งที่ร้อยยิ่งย้ำเตือนถึงเข็มเวลาที่เดินหน้าไม่มีย้อนหลัง  ล่วงเลยเวลาจนใกล้ปิดร้าน  พนักงานเริ่มเช็ดถูโต๊ะเพื่อเตรียมเก็บร้านแต่ก็ยังไร้วี่แววคนที่รอคอย  หากรอจนเช้าต่อแล้วได้พบทิมเขาก็ยอมรอโดยไม่อิดออด แต่... พรุ่งนี้ของเขาและทิมคงไม่มีอีกแล้ว  ในเมื่อวันนี้คือวันสุดท้ายของการศึกษาในปี 3 ของเดเมี่ยน  หลังจากนี้เขาต้องไปฝึกงานถึงสามเดือน ถึงเวลานั้น ทิมคงไม่อยู่มหาลัยแล้วเหมือนกัน

 

 

อีก  10 นาทีถึงเวลาปิดร้าน...

 

 

เดเมี่ยนวางมือที่สวมนาฬิกาลงกับโต๊ะเบาๆ  นัยน์ตาสีเขียวมรกตแสดงความหวั่นไหวและเจ็บปวดออกมาโดยไม่อาย  สองมือกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ  ไม่ใช่ทิมแต่เป็นตัวเขาเอง  โกรธที่ตัวเองช่างงี่เง่าเหลือเกินที่รักใครได้ถึงขนาดนี้  โกรธที่กว่าจะรู้ว่ารักมากถึงขนาดไหนมันก็สายไปเสียแล้วที่จะเอ่ยคำนั้น

 

ความรักสำหรับเขามันเป็นเหมือนสายลมอุ่นตามฤดูกาล พัดพาให้เขาอบอุ่นใจเพียงชั่วครู่ก็จากไปโดยไม่เอ่ยคำร่ำลา

 

 

ฉันมัวรออะไรอยู่  ทำไมถึงปล่อยโอกาสนั้นไปอย่างไม่มีวันกลับ

 

 

ทิม...  นายจะทิ้งฉันไปแบบนี้เหรอ

 

 

ได้โปรดเถอะ  ให้ฉันเห็นหน้านายอีกสักครั้ง  ฉันอยากเจอนาย

 

 

ได้โปรดเถอะ...

 

 

 

 

 

 

 

ที่ตรงนี้ว่างหรือเปล่าครับ...

 

 

 

เดเมี่ยนเหมือนถูกตบอย่างแรงที่ใบหน้า  น้ำเสียงอันคุ้นเคยที่แสนอ่อนหวานจนไม่อาจสลัดออกจากสมองยามหลับฝันดึง สติให้เขากลับมายังปัจจุบัน  เดเมี่ยนไม่รู้ตัวเลยว่าดวงตาของเขาคลอด้วยน้ำตาที่ใกล้เอ่อล้นเต็มทียามได้เห็นชายคนนั้นยืนอยู่เบื้องหน้าเขา

 

 

 

ทิม!

... ไงเดเมี่ยน  ไม่ได้เจอกันสักพักเลยนะ

 

ชายที่เฝ้าคิดถึงปรากฏตรงหน้าด้วยเสื้อยืดสีขาวแขนยาวถึงข้อมือ  ข้อมือซ้ายใส่นาฬิกาสีดำ กางเกงลำลองสีดำมีแถบสีขาวด้านข้างสองแถบ ร้องเท้ากีฬาสีดำ  ในมือถือเสื้อยีนส์สีครามเทา คิดว่าคงถอดเมื่อเข้าร้านที่มีบรรยากาศอบอุ่น  ผมที่ยาวขึ้นเล็กน้อยถูกมัดจุกห้างม้าน้อยๆด้านหลังแต่ผมเกือบครึ่งก็หลุดมาปรกหน้าและด้านข้าง  รอยยิ้มบางๆที่เดเมี่ยนหลงรักยังประดับบนใบหน้าที่เขาหลงใหล

 

ทิมนั่งลงตรงข้ามเดเมี่ยนด้วยกิริยาเรียบร้อย  ทั้งสองสบตากันโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยทักทายตามปกติ  บางอย่างมันจุกอยู่ในคอของพวกเขา  หนุ่มปริญญาเอกลดรอยยิ้มลงเป็นใบหน้าเรียบเฉย  เดเมี่ยนคิ้วขมวดเล็กน้อยกับทิมที่ดวงตาฟุบต่ำลง  ทิมลูบมือตัวเองไปมาบนตักเหมือนกำลังชั่งใจอย่างหนัก  เดเมี่ยนเองก็เงียบไม่กล้าเอ่ยทัก ทั้งที่เขารอที่จะได้เจอทิมถึงขนาดนั้นแต่ทำไมการพบกันครั้งนี้ มันมีบางอย่างกำลังฉุดหัวใจเขาให้ดิ่งลงเรื่อยๆกันนะ...

 

ทิมเอ่ยหลังทั้งคู่ต่างเงียบและหลบตากันเนิ่นนาน  เป็นสองประโยคที่บาดลึกลงกลางใจยิ่งกว่ามีดแหลมคมทิ่มแทง

 

ผ่านแล้วล่ะ  วิทยานิพนจ์ของฉันน่ะ ” 

 

....

 

ตอนนี้ฉันเรียนจบแล้วล่ะ

 

 

เหมือนฤดูหนาวอันหนาวเหน็บหวนกลับมาในหัวใจของชายหนุ่ม  นัยน์ตาสีเขียวมรกตนิ่งค้างราวโลกหยุดหมุน  ความเจ็บปวดกรีดลึกบนหัวใจของเขาจนกรีดร้อง  ทั้งที่ควรยินดี แต่เขากลับไม่สามารถเผยยิ้มออกมาได้เลย  ทั้งที่รู้แก่ใจมาตลอดว่าพวกเขาไม่สามารถคงความสัมพันธ์นี้ไปตลอด  เขาไม่ควรหวังสูงกับความสัมพันธ์ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปแบบนี้เลยจริงๆ

 

จริงเหรอ  ยินดีด้วยนะ  หลังจากนี้เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วสินะ...

 

อืม  วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะได้อยู่ในมหาวิทยาลัย แล้วก็ร้านแห่งนี้

 

งั้นเหรอ...

 

จำเป็นต้องกลืนความรู้สึกพวกนี้เอาไว้  ถึงยังไงเขาก็ไม่มีวันสมหวัง  คือคำที่เดเมี่ยนกำลังพูดกรอกสมองตัวเองซ้ำไปซ้ำมา  แววตาของเขาฉายแววความเจ็บปวดแต่ยังไม่ทันที่ทิมจะทันสังเกตเห็น ใบหน้าอมทุกข์นั้นก็กลับมาเรียบเฉย  ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น....ในหัวใจเขาทั้งนั้น

 

ให้ฉันเลี้ยงฉลองกับนายแล้วกัน   เดเมี่ยนฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้ทิมสังเกตเห็นความผิดปกติของเขา

 

 ขอบคุณนะ  แต่ร้านจะปิดแล้วนี่นา   ทิมว่าพลางมองเวลา

 

ไม่เป็นไร ฉันจะซื้อเวลาเพิ่ม  ทั้งเค้ก  เครื่องดื่มและขนม นายสั่งได้เลยตามต้องการ

 

เดเมี่ยนชูบัตรเครดิตสีทองหรูขึ้นมาด้วยรอยยิ้มมุมปากโดยไม่รอให้ทิมตอบก็รีบลุกขึ้นเดินไปถามเจ้าของร้านเสียแล้ว  ทิมได้แต่เหลียวหลังมองหนุ่มร่างสูงคุยบางอย่างกับเจ้าของร้านด้วยสีหน้าจริงจัง

 

ถ้าคุณเดเมี่ยนว่าอย่างนั้น  ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ ถือซะว่าฉลองให้กับการจบการศึกษาของคุณทิมด้วยก็ได้ครับ  

 

เดเมี่ยนยิ้มขอบคุณก่อนจะเดินหายไปในหลังร้านแล้วออกมาพร้อมกับเค้กนับสิบชิ้นในถาดขนาดใหญ่  ทิมเบิกตากับครอบครัวตระกูลเค้กที่ถูกนำมาวางจนเต็มโต๊ะพร้อมขนมปังอีกนิดหน่อย  พนักงานสาวนำกาแฟแก้วใหม่มาให้ บนฟองสีขาวถูกวาดลวดลายเป็นถ้วยรางวัลผูกโบว์จนดูน่ารัก

 

เห็นไหม   เดเมี่ยนกลับมานั่งที่เดิมพร้อมรอยยิ้มอย่างมีชัย

 

จ้าๆ ฉันยอมใจนายเลย  ฮะ ฮะ   ทิมได้แต่ยิ้มแห้งๆพลางถอนหายใจกับเค้กและขนมจำนวนนับไม่ถ้วน

 

สงสัยคงต้องงดของหวานสักหนึ่งเดือนแล้วล่ะ...

 

 

 

พวกเขาและสมาชิกในร้านอยู่ฉลองด้วยบรรยากาศสบายๆไม่ได้ครื้นเครงเสียงดัง มีแต่คำแสดงความยินดีและอวยพรจากบรรดาพนักงานและเจ้าของร้าน  กระทั่งเวลาล่วงเลยถึง 23:00 นาฬิกา  พวกเขาจึงได้เวลากลับบ้านกันจริงๆ

 

ขอบคุณที่เลี้ยงอีกครั้งนะ

 

ไม่สะเทือนกระเป๋าฉันหรอกนา

 

ฮะ ฮะ  จริงด้วยเนอะ

 

ทั้งสองเดินออกมายืนคุยกันที่หน้าร้านแต่แล้วบทสนทนาก็หยุดลง ความเงียบเข้าปกคลุมรอบกาย  เดเมี่ยนเหลือบมองคนตัวเล็กกว่าข้างกายด้วยหัวใจเต้นระรัว

 

ให้ฉันไปส่งไหม

 

ทิมหันมองคนตัวสูงด้วยสายตาฉงนก่อนเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจางๆกับแววตาที่ซ่อนความเศร้าไว้ภายในส่วนลึก

 

...ไม่เป็นไร  ฉันขับมอเตอร์ไซด์มาเอง

 

เดเมี่ยนรู้สึกถูกบีบหัวใจอย่างแรงที่ดูเหมือนทุกอย่างไม่เต็มใจกับเขาเลบ  เขารู้ดีว่าหากปล่อยไปทั้งอย่างนี้มันจะเป็นอย่างไร  ... ให้มันผ่านไปโดยไม่กล้าจะไขว่คว้าเอาไว้ละก็...

 

 

โอกาสนั้นคงไม่มีอีกเป็นครั้งที่สอง

 

 

เดเมี่ยน  ฉันขอตัว เอ๊?

 

เสียงใสขาดห้วงลงเมื่อร่างสูงข้างกายจับมือของเขาไว้  นัยน์ตาสีไพลินเปล่งประกายสีน้ำเงินอมม่วงยามแสงไฟสีส้มจากเสาไฟแบบอังกฤษคลาสสิกที่หน้าร้านสาดมายังใบหน้าของตน ส่วนเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวมรกตตอนนี้กลายเป็นสีเขียวเหลืองของใบไม้ในฤดูร้อนอันอบอุ่นและอ่อนโยน  ใบหน้าคมที่แสนมุ่งมั่นและตื่นเต้นจนแก้มขึ้นสีนั้นสะกดให้ทิมหยุดนิ่ง พร้อมกับหัวใจที่เริ่มเต้นเร็วขึ้น

 

 

ทิม...  ฉะ ฉัน... ฉันน่ะ

 

เดเมี่ยนบีบมือเรียวขาวแน่นขึ้น  ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน รู้สึกตัวอีกครั้งเขาก็คว้ามือทิมมาจับไว้เสียแล้ว  และตอนนี้ เขาก็กำลังจะสารภาพความในใจแก่ชายผู้หลงรัก

 

 

อยากบอกเหลือเกิน  จะบอกดีไหม  ความรู้สึกนี้มันอัดแน่นจนไม่อาจกักเก็บไว้ได้อีกต่อไปแล้ว  ไม่อยากให้นายผ่านเข้ามาแล้วผ่านไปง่ายๆแบบนี้

 

 

แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายในทันทีที่เดเมี่ยนกำลังจะพูดคำๆนั้นออกมา  นั่นคือ ทิมยื่นธนบัตร 100 ดอลลาร์ พับครึ่งมาให้เดเมี่ยน

 

 

เอานี่...

 

เดเมี่ยนกระพริบตาสองทีด้วยสายตางุนงน

 

...ไม่ เป็นไร  ฉันบอกแล้วว่าฉันเลี้ยง

 

เถอะนา  รับไปเถอะ ฉัน เต็มใจ ให้   ใบหน้างามนั้น ปรากฏรอยยิ้มบางๆด้วยสีผิวที่แดงระเรื่อบนพวงแก้มและใบหูพร้อมดันธนบัตรนั้นลงในมืออีกข้างของเดเมี่ยน

 

แต่ทิม... ฉัน--

ขอโทษนะ  ฉันมีธุระต้องรีบกลับ

 

เดเมี่ยนสะอึกกับน้ำเสียงที่เริ่มเย็นชาลงของทิม  เดเมี่ยนยอมปล่อยมือที่กุมไว้ช้าๆเหลือทิ้งไว้เพียงความอบอุ่นอันเจือจางไว้เท่านั้น...

 

อา  โชคดีนะ

 

อื้ม  เธอก็... โชคดี

 

ทิมยกมือขึ้นเกี่ยวปรอยผมมาทัดหู  ใบหน้าที่ขึ้นสีดูประหม่าไม่ต่างจากชายหนุ่มร่างสูง นัยน์ตาสีมหาสุทรหันกลับมาจ้องลึกลงไปในดวงตาสีเขียวอีกครั้ง  ทิมสบตาเนิ่นนานราวกับอยากจดจำช่วงเวลาตรงนี้ไว้ให้นานที่สุด  เดเมี่ยนเองก็หวังให้ทิมเอ่ยอะไรบางอย่างมาให้เขา  แต่สิ่งที่เอ่ยมานั้นกลับยิ่งบีบหัวใจเขาจนหายใจไม่ออก...

 

ลาก่อนนะ เดเมี่ยน

 

 

คำง่ายๆสั้นๆ แต่มันก็คือคำที่บอกว่าเขาและทิมจะไม่ได้เจอกันอีกตลอดไป และทิมก็ไม่หวังจะรู้จักกับเขามากกว่านี้ นั่นเพราะ ถ้าอย่างน้อยพอมีใจให้เขาบ้าง ทิมคงบอกคำอื่นที่ไม่ใช่ลาก่อน อย่างน้อยที่สุดคงเป็น ไว้เจอกันใหม่ หรือ ขอให้ให้ได้เจอกันอีก   แต่ในเมื่อคำที่แสดงเจตนาอยากรักษาความสัมพันธ์ยังไม่มี แปลว่าทิมไม่อยากคุยหรือเจอเขาอีกแล้วยังไงละ...

 

 

เดเมี่ยนไม่ได้ตอบกลับหรือแสดงสีหน้าอะไรออกมา เขาเพียงยืนดูทิมขับรถมอเตอร์ไซด์ห่างออกไปช้าๆ จนกระทั่งลับสายตาของเขา เลือนหายไปในความมืด ทิ้งความเหน็บหนาวไว้ในใจและจากไปตลอดกาล

 

นัยน์ตาสีเขียวมรกตแสดงความโศกเศร้าและตัดพ้อจนดูหม่นหมองลง  มือหนายังถือธนบัตรไว้ด้วยใจอันโหยหาและคิดถึง  สัมผัสอุ่นยังติดอยู่ที่ปลายนิ้ว ถึงอย่างนั้น คำที่อยากบอกความในใจกลับยังอยู่กับเขาเช่นเดิม และเขาคงไม่มีทางมอบมันให้ใครได้อีก...

 

 

จบแล้วสินะ  รักแรกของฉัน 

 

 

เดเมี่ยนยกยิ้มประชดให้ตัวเองที่แสนงี่เง่าพลันยกธนบัตรขึ้นมาดูโดยหวังจะเก็บมันในกระเป๋าเงินอย่างดีและไม่คิดจะใช้มัน  ถึงจะไม่สมหวัง แต่ชายหนุ่มที่เพิ่งค้นพบว่าตนก็มีหัวใจนั้นอยากเก็บความทรงจำว่าเขาเคยหลงรักคนๆหนึ่งมาก่อนในชีวิต 

 

แต่ความคิดนั้นก็สะดุดเมื่อเขาสังเกตเห็นแผ่นกระดาษสีขาวเล็กๆยื่นออกมาจากธนบัตรที่พับครึ่ง

 

 

กระดาษโน้ตเหรอ ?

 

 

เดเมี่ยนกางธนบัตรออกก็พบว่าเป็นกระดาษโน้ตจริงๆ  ทันใดนั้น ดวงตาที่ไร้แววก็เบิกกว้างขึ้น แสงประกายในดวงตาเจิดจ้าขึ้นราวกับถูกมอบชีวิตใหม่  เพราะในกระดาษโน้ตแผ่นนั้นได้เขียนบางสิ่งทิ้งไว้ให้เขา...

 

 

เบอร์โทร xx-xxxx-xxx  บ้านเลขที่ xx/xx xxxx   
           
ฉันว่างตลอดสามารถติดต่อได้เสมอหากเธอต้องการ

 

 

ทันทีที่อ่านจบพลันเกิดรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า  หัวใจได้กลับมาเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและเป็นสุข

 

... ฮ่า ฮ่า  นายทำให้ฉันแปลกใจอยู่เรื่อยเลยนะ

 

เดเมี่ยนลองนึกย้อนไปเมื่อครู่ที่ทิมหน้าแดงตอนเห็นว่าเขาจะสารภาพรัก  ตอนนั้นเดเมี่ยนคิดว่าคงตาฝาดหรืออีกฝ่ายแค่กลัว แต่ตอนนี้สิ่งที่คิดกลับผิดหมดเลย 

 

 

 

ทิมไม่ได้กลัวแต่เขิน  ทิมไม่ใช่ไม่รู้แต่รู้มานานแล้วว่าเดเมี่ยนชอบตนและอาจรู้ตัวจริงของเขาแล้วด้วย  ทิมไม่ได้ตัดโอกาสแต่ขอโอกาสให้ตัวเองกลับไปตั้งตัว  ทิมเอ่ยคำลาเพราะรู้ว่าเดเมี่ยนจะต้องติดต่อกลับมาแน่ๆจึงคาดเดาได้ว่าอย่างไรพวกเขาก็ได้พบกันอีกอยู่แล้ว

 

 

 

เดเมี่ยนหัวเราะอย่างมีความสุขกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกของทิมที่ส่งมาให้เขา  ในตอนนี้ทั้งในหัวสมองและหัวใจของเขาล้วนมีแต่ใบหน้างดงามของทิม  มือหนาใส่กระดาษโน้ตและธนบัตรเก็บไว้ในช่องลับของกระเป๋าเงินก่อนเดินไปที่รถของตนพลางฮัมเพลง Latch ขณะขับรถไปตามท้องถนนที่เขารู้สึกว่ามันช่างสว่างไสวกว่าทุกครา

 

 

 

เพราะถึงอย่างไรก็รู้แก่ใจว่าเขาจะต้องได้ใช้กระดาษแผ่นนี้ภายใน 24 ชั่วโมงต่อจากนี้แน่นอน

 

 

 

อย่างน้อย ก็ให้เวลาจนกว่าอีกฝ่ายจะกลับถึงบ้านก่อนนะ









เตรียมใจไว้ได้เลย ทิม  ต่อจากนี้ฉันจะเดินหน้าจีบนายแน่นนอน

 

 








...................................................................................................................


โย่วๆ  สวัสดีค่า ชอบกันไหมเอ่ย เราใช้เวลาแต่งเรื่องนี้นานโคตร เป็นตอนสั้นทีกินพลังชีวิตจนแทบหมดเรี่ยวแรง(นอนตี 3 ทุกวัน) และก็ปาไปเกือบ 40 หน้าเลยน่ะสิคะ 55555+  แต่เรากลับชอบเรื่องนี้มากเลยนะ พล๊อตไม่ยาก ไม่ซับซ้อน และเราก็ชอบเขียนบรรยายฉากเรื่อยๆแบบนี้ด้วย 


ความจริงเรากะจะแต่งเป็นคู่ KonTim นะคะ แต่ติดอย่างเดียว .... คือเราอยากแต่งฉากจอนกับเดเมี่ยนแค่นั้นแหละค่ะ!!! 

แฟนๆ KonTim ไม่ต้องเสียใจที่เหมือนเราเทคอนเนอร์นะ เราวางพล๊อตคู่นี้ไว้เรื่องนึงแล้ว  เป็นแนวสนุกสนานและเฮฮาด้วย ถ้าไม่ติดขัดอะไรจะรีบปั่นนะคะ


ส่วนข่าวคราวการอัพเราอาจหายไปสักพักนะ เพราะมหาลัยใกล้เปิดแล้ว เราต้องเตรียมตัวกลับม. เตรียมรับน้องใหม่ และอาจมีงานเข้ามากระทันหันตอนม.เปิด เราจึงเร่งแต่งเรื่องนี้ให้เสร็จเพื่อมาบอกข่าวนี่แหละค่า ถ้ามีเวลาแต่งเราจะอัพทันทีแน่นอนไม่ต้องห่วง แต่ถ้าหายไปนานโปรดเข้าใจว่ามีงานนะคะ หากไม่สามารถหาเวลามาแต่งได้เลยเราจะประกาศหน้าสารบัญนะคะ


ขอบคุณทุกท่านมากๆค่ะที่ติดตามและคอยให้กำลังใจเราเสมอมา แล้วพบกันใหม่นะคะ จุ๊บๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #73 Nut .. (@supawitsombatlay) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 16:42
    โอ้ยยยมันดีย์อะไรแบบนี้~

    ไรต์หักมุมซะตกใจเลย ชอบมากๆๆๆๆๆ
    #73
    1
  2. #64 yongyeethamdy123 (@yongyeethamdy123) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 03:54

    ชอบการเล่าเรื่องแบบนี้ของไรท์มากเลยค่ะ เรื่องนี้เราลุ้นอีกแล้ว แววว เดเมี่ยนAdultนี่เป็นผู้ชายที่ดูเข้ากับเสื้อคอเต่ามากเลย อิเคเม่งมาก เรื่องนี้อ่านได้ยาวมากแล้วทำให้เราจินตนาการได้ทั้งบรรยากาศและถ่ายทอดความรู้สึกของเดเมี่ยนได้ดีมากเลยค่ะ หลุดขำตอนจอนแนะนำวิธีจีบสาวให้น้อง5555 ชอบเพลงที่ไรท์นำมาประกอบฟิคแต่ละตอนมากเลยค่ะ ฟังแล้วเคลิ้มมากเลย อ่านจบทุกเรื่องแล้ว // เราไปนอนก่อนนะ // zzzzzz

    #64
    1
    • 5 สิงหาคม 2561 / 11:29
      คือ จุดเริ่มต้นแฟนชั่นของหนูเมี่ยนเอามาจากแฟนชั่นเกาหลีค่ะ แต่น้องใส่อะไรก็ดูหล่อ ดูดีไปซะหมดอยู่แล้ว(ปิดหน้าเขิน) ดีใจที่ชอบเพลงที่เราแนบมาด้วยนะคะ คือเราก็เป็นคนชอบฟังเพลงเลยใส่ไปเพื่อให้เข้าถึงเนื้อเรื่องมากขึ้น ดีใจอีกครั้งที่่ชอบการบรรยายของเรานะคะ

      สุดท้ายนี้ขอขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มาคอมเม้นให้กำลังใจ จากนี้จะพยายามสร้างสรรค์ผลงานให้ดีขึ้นและหลากหลายมากขึ้นนะคะ
      ปล. แต่ตอนนี้เปิดเทอมแล้ว ชักไม่แน่ใจว่าจะอัพได้อีกทีเมื่อไหร่ ถ้านานไปเหมือนหายเงียบก็ขออภัยด้วยนะคะ T T
      #64-1
  3. #60 KiNOZE (@spy_gang) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 16:28

    นึกว่าจะอกหักซะแล้ว แต่ได้เบอร์โทรพร้อมที่อยู่เฉย ทำบุญมาเยอะแน่ๆเลยเมี่ยนเอ้ยยยยยย ดีใจจจจจจ TTwTT)


    หูยย นี่หายไปนานกลับมาแล้วค่ะ ฮืออออ หิวโหยฟิคมากเลยตอนนี้ Orz

    #60
    1
    • #60-1 (@sunday80) (จากตอนที่ 19)
      1 สิงหาคม 2561 / 20:32
      แต่งมาเพื่อฮีลตัวเองล้วนๆเลยค่ะ >/////<

      คุณพี่เองก็สู้ๆนะคะ พักผ่อนเยอะๆรักษาสุขภาพด้วยนะคะ เห็นว่าขอบตาดำขึ้นด้วย เป็นกำลังใจให้นะ ส่วนเค้าตอนนี้มหาลัยก็เปิดเทอมแล้ว ฟิคคงหายไปสักพักเลยอะค่ะ T T
      #60-1
  4. #59 V323577 (@Viewykanyavee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 01:12

    เป็นการบรรยายฉากที่เห็นภาพได้ชัดที่สุดเลยยยย

    พออ่านปุ๊บก็รู้สึกหิวกาแฟปั๊บ ????????

    เรื่องสั้นเกือบทุกตอนเนี่ยสังเกตุเห็นว่าจะนำเพลงมาเปิดให้ฟังตลอดเลยพร้อมกับมีเนื้อเพลง+ความหมายมาด้วย แสดงว่าไรต์เป็นคนละเอียดนะเนี่ย เลือกเพลงนานมั้ยเอ่ย55+


    รอคอย -tim อยู่นะพี่ คืออยากอ่านหนักมาก(สาเหตุ:ไม่มีคนแต่งเลย) ถ้าไปอ่านฟิคของต่างชาติ พอมาแปลไทยโดยพี่กูเกิล ก็สงสารชื่อพี่ดิ๊กซะเหลือเกิ๊นนน เพราะคำว่า - แปลว่า ****

    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ยามจะอ่านนิยายต่างชาติ อย่าได้ริบังอาจให้พี่กู(เกิล)แปล

    ----------------------- จบการคอมเมนต์เพียงเท่านี้ --------------------


    #59
    3
    • #59-2 V323577 (@Viewykanyavee) (จากตอนที่ 19)
      23 กรกฎาคม 2561 / 08:06
      เรียกวิวหรือน้องก็ได้ค่ะพี่ เรียกคุณแล้วมันแปลกๆสำหรับหนู^^
      #59-2
    • 23 กรกฎาคม 2561 / 12:10
      ได้เลยค่ะ งั้นเราเรียกน้องวิวนะ พี่ชื่อโมนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่า //จับมือๆ
      #59-3
  5. #58 std5930594 (@std5930594) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 23:53
    ฮืออออ~นึกว่าน้องจะนกซะเเล้วลุ้นแทบตายยย!! สนุกได้ฟิวไปอีกเเบบนะค่ะเนี่ย อารมณ์ประมาณว่า น้องนิ่งก็นิ่งตามน้อง น้องเศร้าก็เศร้าตามน้อง น้องดีใจน้องยิ้มก็ทำตามน้อง น้องหัวเราะเราก็หัวเราะคนเดียวตามน้อง(นี่ฉันใกล้บ้าเเล้วใช่ไหมเนี่ย555)ได้อารมณ์มากค่ะ ติดตามผลงานนะค่ะ ขอให้โชคดีในวันเปิดเรียนนะค่ะ
    #58
    0
  6. #57 std5930594 (@std5930594) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 23:52
    ฮืออออ~นึกว่าน้องจะนกซะเเล้วลุ้นแทบตายยย!! สนุกได้ฟิวไปอีกเเบบนะค่ะเนี่ย อารมณ์ประมาณว่า น้องนิ่งก็นิ่งตามน้อง น้องเศร้าก็เศร้าตามน้อง น้องดีใจน้องยิ้มก็ทำตามน้อง น้องหัวเราะเราก็หัวเราะคนเดียวตามน้อง(นี่ฉันใกล้บ้าเเล้วใช่ไหมเนี่ย555)ได้อารมณ์มากค่ะ ติดตามผลงานนะค่ะ ขอให้โชคดีในวันเปิดเรียนนะค่ะ
    #57
    1
    • 18 กรกฎาคม 2561 / 00:31
      งุ้ย&#8203; ดีใจมากค่ะที่ชอบ หนูเมี่ยนไม่มีวันนกค่ะถ้าเป็นพระเอก 555555

      ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ เปิดเทอมคือการขึ้นภูเขาเอเวอเรสเลยละค่ะ 555
      #57-1
  7. #56 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 17:01
    คือนั่งอ่านอยู่ที่ร้านกาแฟพอดีเลย ข้างนอกฝนก็คก อากาศเย็น แต่ในร้านอุ่นมากก ได้รับบรรยากาศไปเต็มๆเลย5555

    ได้เห็นจอนกับเมี่ยนอยู่ด้วยกันซะทีค่ะ ยังตีกันเหมือนเดิม5555 รออ่านคอนทิมฉบับคุณโมนะคะ XD
    #56
    1
    • 17 กรกฎาคม 2561 / 17:21
      โอ้โห&#8203; นั่งอ่านในร้านกาแฟพอดีเลยเหรอคะ ดีใจที่มันเข้ากับบรรยากาศนะคะ เพราะเราก็เคยเข้าร้านกาแฟแค่ไม่กี่ครั้งเองแต่ชอบบรรยากาศมากๆเลย

      หนูเมี่ยนได้เป็นพระเอกเรื่องนี้เพราะหนูจอนล้วนๆเลยค่ะ 555555&#8203; เราจะรีบปั่นคอนทิมนะค่า
      #56-1
  8. #55 mintpoor (@mintpoor) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 15:45
    ขอเป้นทิมในเรื่องได้ไหม ไรท์
    ขอร้อง;_; น้า~~~~
    &#128537;&#128512;&#128525;&#128580;
    #55
    2