[Fic] DC Bat family (AllTim)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,333 Views

  • 80 Comments

  • 75 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    61

    Overall
    2,333

ตอนที่ 16 : Cross the time to find love 8 เริ่มสงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    25 มิ.ย. 61

Cross the time to find love

ข้ามกาลเวลาตามหารัก

Jason x Tim


ตอนที่ 8  เริ่มสงคราม
__________________________________________




เพลง Tomorrow We Fight (feat. Svrcina)Produced 

by Tommee Profitt Subtitulada al Español 




 

 

 

หลายวันต่อมาในคืนเดือนมืดเต็มดวง ทิมกำลังยืนรอใครบางคนในป่าใกล้ปราสาท เพื่อความปลอดภัยจึงใส่ผ้าคลุมพร้อมฉีดน้ำหอมแล้วเรียบร้อย

 

ทำไมยังไม่มาอีกนะ...   ใบหน้าหวานเหลือบมองท้องฟ้าที่มืดสนิท  ทันใดนั้นที่ไม่ทันระวังตัวก็ถูกชายสวมผ้าคลุมอีกคนรวบตัวจากด้านหลัง  จับกดติดกับต้นไม้ก่อนถูกแขนแกร่งยันประกบปิดทางหนี  ความเงียบปกคลุมพวกเขาจะเป็นทิมเอ่ยออกมา

 

เจสัน... อื้อ!   ทิมกำลังเอ่ยเรียกก็ถูกริมฝีปากหนาบดจูบแนบแน่นจนยากที่จะขัดขืน แม้ไม่ได้ล่วงล้ำแต่ก็รู้สึกถูกสูบพลังชีวิตไม่น้อย โอเมก้าหนุ่มที่รู้แก่ใจว่าต่อต้านไปก็เสียแรงเปล่าจึงปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบจนกว่าจะพอใจ

 

ผ่านไปเนิ่นนานกว่าเจสันจะยอมปล่อย  ทันทีที่ทั้งสองได้เห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ หัวใจก็เต้นระรัวด้วยความคิดถึง  แกยังปลอดภัย  ฉันขอโทษที่ไม่เชื่อแก ฉันจับไอคนทรยศตัวจริงได้แล้ว  ฉัน---   เจสันพูดรัวจนฟังไม่ทันกระทั่งทิมใช้มือปิดปากเพื่อให้อีกฝ่ายตั้งสติ เพราะตอนนี้เจสันกระวนกระวายจนไม่รักษาบุคลิกคนคูลอีกแล้ว

 

ทิมหัวเราะเบาๆเมื่อเจสันยอมอยู่นิ่งๆให้เขาเอามือปิดปากไว้อย่างนั้น  ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้ง ทิมปล่อยมือช้าๆพลางสำรวจใบหน้าที่ดูซูบลง ขอบตามีรอบดำเพิ่มขึ้นเหมือนคนหม่อนหมองไร้ชีวิตชีวา  ทิมกระตุกยิ้มเอ็นดู  “ อื้ม  ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ  ความจริงเรื่องที่คุณไล่ฉัน​  ต้องขอบคุณมากกว่าเพราะการที่คุณทำแบบนั้นทำให้มีคนพาฉันลักลอบเข้าปราสาทง่ายขึ้น

 

คนลักลอบ  ใคร ?   เจสันขมวดคิ้ว

 

ทิมเลิกคิ้วขึ้น สีหน้างุนงงไม่ต่างกัน  “ เอ๊? บรูซไม่ได้บอกคุณหรอกเหรอ  

 

เจสันเบ้ปากทันทีเมื่อได้ยิน  เหอะ  ทำยังกับว่าฉันจะยอมคุยกับไอแก่นั่นนานๆ   เจสันย้อนความทรงจำไปวินาทีที่เจอข้อความของทิมในกล่องใส่น้ำหอมนั่น

 

 

เนื้อหาจดหมายที่เจสันพบในกล่องใส่ขวดน้ำหอม มีอยู่ว่า

        หากคุณได้อ่านข้อความนี้  แปลว่าฉันได้เข้าสู่แผนการลับลอบเข้าปราสาทราส์ อัลกูลแล้ว  ฉันขอโทษที่ไม่สามารถบอกแผนนี้กับคุณได้  มันเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องจัดการเพียงคนเดียวจึงจะสำเร็จ  บอกตามตรงว่าฉันไม่ไว้ใจคนของคุณทั้งหมดและฉันรู้สึกว่าถูกแอบมองตลอดเวลา  ฉันไม่อาจนิ่งนอนใจได้เพราะฉันอ่านแผนของราส์ออก  จากที่ฉันได้คำนวณความสำเร็จจากแผนทั้งหมดแล้วนั้น การส่งฉันไปเป็นสายเพียงคนเดียวจะมีโอกาสมากที่สุด  แน่นอน  ฉันรู้ว่าคุณต้องโกรธที่ทำโดยไม่ปรึกษา  แต่ฉันไม่ได้ทำงานนี้เพียงคนเดียวหรอกนะ  ฉันจำเป็นต้องให้คุณช่วยนำซองจดหมายอีกแผ่นให้กับบรูซ  มันจำเป็นมาก เพราะคุณกับบรูซต้องทำงานด้วยกัน คุณต้องทำนะ เจสัน  อย่างอแงหรือถือทิฐิเป็นเด็กเด็ดขาด  เพราะฉันรู้ว่าตอนนี้คุณกำลังคิดและทำหน้ายังไงอยู่

 

 

เจสันอ่านจบก็หยิบซองจดหมายสีน้ำตาลอีกฉบับ  ชั่งใจอยู่นานว่าจะแกะอ่านก่อนดีหรือไม่ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของบรูซพ่อบุญธรรมที่ทั้งรักทั้งเกลียด​ เจสันก็สบถอย่างหงุดหงิด  ตัดสินใจเก็บซองเอกสารไว้ใต้เสื้อนอกแล้วรีบเดินทางไปยังคฤหาสน์เวนย์ทันที  ทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยคำถามที่ว่า...


ให้เดาหน้าคุณตอนนี้ คุณคงอยากถามว่าฉันไปคุยกับบรูซตอนไหนใช่ไหม...  เพราะคุณไม่มีทางถามจากบรูซเองใช่ไหมละ   ทิมยิ้มกรุ้มกริ่ม  เจสันมองค้อนไม่สบอารมณ์แต่ก็เถียงไม่ออกเพราะทิมเดาถูก

 

ใช่ ”  เจสันกอดอกหน้านิ่วคิ้วขมวดยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นรอยยิ้มขบขันของทิม  “ อย่ามัวอมพะนำสิวะ  บอกมาเดี๋ยวนี้​   เจสันรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่ตนเองจะหน้าแดงมากกว่านี้

 

ทิมยกมืออย่างยอมแพ้รีบปรับอามณ์ให้เป็นปกติ  บรูซแอบใส่จดหมายถึงฉันในกระเป๋าเสื้อ  แล้วฉันก็พบในวันที่คุณพาฉันไปประชุมครั้งแรก  ฉันก็เลยทำตามที่จดหมายบอกแค่นั้นแหละ

 

ทำไมใจง่ายนักวะ  แค่ไอแก่นั่นเรียกก็ไปหาเลยหรือ   เจสันหรี่ตามองแอบน้อยใจ

 

ทิมหุบยิ้มพลันพวงแก้มเริ่มขึ้นสีด้วยอารมณ์หลากหลาย  คิ้วขมวดเป็นปมเชิงน้อยใจที่อีกฝ่ายไม่รู้จริงๆหรือว่าเขาทำไปเพื่อใคร  ทิมเอานิ้วจิ้มอกเจสันหลายๆที เพราะรู้ว่าบรูซเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องกับคุณโดยตรงต่างหากเล่า ตาทึ่ม! ”  ทิมหยุดพูดก่อนสูดหายใจเฮือกใหญ่  “ บรูซน่ะรู้แผนของคุณทุกอย่าง  เขาบอกกับฉันให้ระวังคนของคุณเพราะบรูซรู้ว่าราส์ต้องชิงลงมือจัดการฉันก่อนเพื่อล่อให้คุณเข้ามาติดกับยังไงล่ะ  เขาเป็นคนบอกให้ฉันลักลอบเข้าปราสาทเพื่อคอยส่งข่าวกับเขาและฉันก็ยินดีรับหน้าที่นี้  ฉัน... ฉันทำเพื่อคุณทั้งนั้น  พอใจรึยัง

 

เจสันรู้สึกหัวใจพองโตจนอยากคว้าคนตัวเล็กกว่ามากอดแต่พยายามสะกดกลั้นความต้องการ  เจสันรีบหาคำถามอื่นเบี่ยงเบนความสนใจตัวเอง  ... แล้วตกลงใครคอยช่วยเหลือแกในปราสาท

 

ทิมเลิกคิ้วขึ้นพลางส่ายหน้าเอื่อมๆก่อนหัวเราะในลำคอ  เฮ้อ... จริงๆเลยนะ ทั้งคุณทั้งบรูซ  ถ้าอย่างนั้นก็ให้มันเป็นความลับต่อไปก็แล้วกัน  ไว้เมื่อเจอกันจะแนะนำให้รู้จักนะ   ทิมพูดพลางดึงผ้าคลุมศรีษะเพื่อเดินทางกลับปราสาท

 

ฮะ!! ไม่ตลกนะเว้ย  บอกมาว่าคนพาแกเข้าไปและคอยช่วยเหลือแกคือใคร   เจสันกำลังคว้าแขนทิมแต่แล้วก็มีคนเข้ามาขัด

 

ข้าเองเจ้าโง่   เสียงอันคุ้นเคยเรียกให้เจสันและทิมหันมองด้านบน  ปรากฏร่างเด็กหนุ่มนั่งย่องๆบนกิ่งไม้มองพวกเขาอยู่ ซึ่งหากไม่เพ่งมองดีๆก็แทบกลืนกับความมืด

 

เห้ย  แก!  ไอเด็กนรก!   เจสันอุทานดังลั่นพลางชี้หน้าเหมือนเจอผี

 

รู้ฐานะหน่อยเจ้าคนเถื่อนไร้การศึกษา  ข้ามีเชื้อสายขุนนางระดับสูงเชียวนะ   เดเมี่ยนมีสีหน้าเรียบเฉยก่อนกระโดดลงจากกิ่งไม้ขั้นระหว่างเจสันกับทิมพอดิบพอดี  แล้วก็เดรก... เจ้าประมาทเกินไปแล้ว หากข้าเป็นศัตรูละก็พวกเจ้าคงโดนลอบทำร้ายแล้ว

 

อา... ขอโทษทีเดเมี่ยน แล้วก็ขอบใจนะที่เตือน   ทิมยิ้มแห้งๆที่โดนดุจากคนอายุน้อยกว่า  แต่อีกความคิดหนึ่งก็อายตัวเองเพราะไม่รู้ว่าเดเมี่ยนอยู่ข้างบนนั่นนานหรือยัง แล้วเห็นอะไรบ้าง

 

เจสันมองเดเมี่ยนสลับกับทิมไปมาอย่างงุนงง  อะไรนะ  นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน  แกช่วยทิมเข้าปราสาทงั้นเหรอ  รีบอธิบายให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยไอเด็กบ้า!!   เจสันอ้าแขนกำลังตะครุบเดเมี่ยนแต่เด็กหนุ่มเร็วกว่ารีบกระโดดหนี

 

อย่าคิดสั่งข้าเชียว ...  ให้ตายสิ  ทำไมข้าต้องมาสนทนากับคนไร้สติปัญญาเช่นเจ้าด้วยนะ   เดเมี่ยนจงใจยิ้มยียวนพลางแกล้งมองทางอื่นเมินเจสันราวกับเป็นธาตุอากาศ

 

อยากตายนักใช่ไหมไอเด็กเปร-!!!!   เจสันเดือดขึ้นหน้าทำท่าชักปืนที่สะโพกแต่ก็โดนทิมเข้ามาขัดเสียก่อน

 

พะ พอแล้ว  ไหงเจอกันครั้งแรกก็จะฆ่ากันแล้วล่ะเนี่ย   ทิมหน้าตื่นเลิกลั่กเพราะไม่รู้จะห้ามสองคนนี้ยังไงหากพวกเขาละเลงเลือดกันเสียเอง

 

เดเมี่ยนเหลือบมองทิมกับเจสันนิ่งๆก่อนหันกลับทางเดิม  ...  ถึงเวลาแล้วเดรก   เด็กหนุ่มดึงผ้าคลุมศรีษะเดินห่างออกไป

 

ทิมพยักหน้า  เจสัน  คุณเตรียมการพร้อมแล้วใช่ไหม

 

อืม  พร้อม เหลือแค่รอสัญญาจากแกเท่านั้น   เจสันตอบ

 

เข้าใจแล้ว  ฉันไปก่อนนะ   ทิมยกยิ้มเริ่มถอยห่าง

 

เดี๋ยว!!   เจสันดึงตัวทิมเข้ามากอดแน่น  หากแผนล้มเหลวให้รีบหนีออกมา  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามตายเด็ดขาด   เจสันกำผ้าคลุมแน่นราวกับไม่ต้องการปล่อยคนในอ้อมกอดไปไหน

 

ทิมหน้าแดงระเรื่อพลางตบหลังเจสันเบาๆ  อะ อื้ม... ไม่ต้องห่วง นอกจากเดเมี่ยนฉันก็ยังมีไม้ตายอยู่อีก  แผนต้องไปได้สวย

 

ไม้ตาย?  เฮ้ย เดี๋ยว!   เจสันผละกอดทำให้ทิมใช้จังหวะนั้นรีบวิ่งตามเดเมี่ยนทันที  เจสันได้แต่ยกมือค้างกลางอากาศ คิ้วขมวดเป็นปมด้วยความสงสัย

 

 

 

นี่หรือว่าฉันพลาดจริงๆที่ไม่ยอมคุยกับไอแก่นั่นให้ชัดๆวะ!

 

 

 

 

นั่นน่ะเหรอ  โซลเมทของเจ้า   เดเมี่ยนเอ่ยขึ้นขณะลอบเข้าปราสาทจากเส้นทางลับที่พวกเขาพบโดยบังเอิญเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งระหว่างทางทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย

 

ทิมเหลือบมองเด็กหนุ่มก่อนหันกลับมา พลันรอยยิ้มผุดขึ้นเมื่อนึกถึงเจสัน  ไม่ค่อยกล้าพูดเต็มปากเท่าไหร่หรอก  แต่เขาก็เป็นคนดีนะ

 

...   เดเมี่ยนแอบมองใบหน้าขึ้นสีของทิมเงียบๆ

 

ว่าแต่ถามทำไมเหรอ   ทิมถามกลับ

 

...   เดเมี่ยนยังปิดปากเงียบ  อารมณ์หงุดหงิดเกิดขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

มีอะไรรึเปล่า?   ทิมชะโงกเข้าใกล้ด้วยความอยากรู้

 

ออกไป ”  เดเมี่ยนรีบเอามือยันหน้าทิมผละออกห่าง  ทิมพองแก้มอมลมไม่สบอารมณ์เล็กน้อยก่อนเอามือตัวเองมาถูๆใบหน้าจุดที่โดนมือเดเมี่ยนจับ

 

เอาล่ะ  เราคงต้องแยกทางกันแล้ว รู้ใช่ไหม ต้องทำให้เงียบที่สุด   ทิมเอ่ยพลางมองดูลาดเลา

 

เออ เจ้าย้ำข้ารอบที่สิบของวันแล้วเจ้างั่ง   เดเมี่ยนแขวะ

 

ทิมยิ้มแห้งพลางถอนหายใจ   จ้าๆ  เอานี่  แผนที่   ทิมยื่นกระดาษขนาดA4ให้เดเมี่ยน

 

แผนที่อะไร?  ... นี่มัน   เด็กหนุ่มตาโตเมื่อมันคือแผนที่ห้องขังแม่ของตน  ทิมแอบยิ้มเมื่อเดเมี่ยนรีบดึงแผนที่จากมือตนอย่างรวดเร็ว

 

ไปช่วยคุณแม่ของเธอก่อน   ทิมลูบศรีษะเดเมี่ยนเบาๆแต่ก็โดนปัดออกทันทีเช่นเดิม

 

รู้แล้วนา! ... ระ รีบไปได้แล้ว  เจ้านั่นไม่ใช่พวกขี้รอเสียด้วย   เดเมี่ยนแก้มขึ้นสีเหมือนผลมะเขือสุกยิ่งปรากฏบนผิวสีแทนสวย สีแดงก็ยิ่งชัดจนน่าเอ็นดู

 

อ่า นั่นสินะ  งั้น... ไว้เจอกัน  ขอให้โชคดี  เดเมี่ยน   ทิมขำพรืดก่อนโบกมือลาเด็กหนุ่ม

 

เดเมี่ยนยกยิ้มมุมปาก  เจ้าก็เช่นกัน   และแล้ว พวกเขาก็แยกทางไปทำในส่วนของตน

 

 

 

 

ณ ห้องทำงานของราส์ อัลกูล

 

ภายใต้ห้องอันมืดมิดไร้แสงจัน​  ความรู้สึกว่ามันทั้งคับแคบและกว้างไกลไร้สิ้นสุดครอบงำจิตใจจนไม่กล้าขยับ  ทิมขยับเท้าช้าๆพลางหลับตาเพื่อเร่งให้ดวงตาปรับกับความมืดโดยเร็ว  เมื่อลืมตาก็เริ่มเห็นสิ่งต่างๆในห้องได้ชัดขึ้น รวมถึงเงาปริศนาที่ยืนพิงโต๊ะของราส์ด้วยท่าทีสบาย

 

ช้าจังเลย  ฉันนึกว่าเธอถูกจับได้ซะแล้วนะเนี่ย  น้องชาย   เจ้าของเงาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนเดินเข้าหาทิม ปรากฏร่างของชายหนุ่มรุ่นพี่ ริชาร์ด เกรย์สัน  เขาอยู่ในชุดเดียวกับพวกนักฆ่าราส์ อัลกูล หรือก็คือชุดที่เดเมี่ยนใส่ในวันปะทะกับเขาในป่านั่นเอง

 

ใช่แล้ว  คนที่คอยช่วยเหลือเดเมี่ยนมาตลอดก่อนทิมจะมาก็คือ ริชาร์ด เกรย์สันนั่นเอง  เขาเป็นกำลังเสริมที่บรูซส่งเข้ามาให้ดูแลเดเมี่ยนและส่งข่าวอีกที  แต่เพราะริชาร์ดปลอมเป็นนักฆ่าที่ไม่เคยเปิดเผยตัวจึงไม่แปลกที่ทิมจะไม่เคยเจอริชาร์ดในระหว่างหลบซ่อนในห้องเดเมี่ยน  เรียกได้ว่า  พี่ริชาร์ดตีบทแตกมากกว่าเดเมี่ยนเสียอีก

 

ขอโทษนะครับ  คุณริชาร์ด   ทิมยิ้มแห้งๆ

 

ไม่เป็นไรๆ  เรามาเริ่มกันเถอะ   ริชาร์ดตบไหล่ทิมก่อนชี้นิ้วไปยังกองเอกสารมากมายบนโต๊ะราส์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์  ทิมมองตามก็ยกยิ้มเข้าใจ  ทิมเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน ส่วนริชาร์ดปิดหน้าต่างและผ้าม่านโดยเหลือเปิดทิ้งไว้หนึ่งบานให้พอเห็นด้านนอกก่อนจะโรยเมล็ดข้าวและเศษขนมปังตรงขอบหน้าต่างไว้เล็กน้อย  ริชาร์ดกลับมาสมทบกับทิมซึ่งได้เปิดโคมไฟรอไว้ก่อนแล้ว

 

เอกสารมีแค่นี้เองเหรอ   ริชาร์ดกุมคางพลางมองเอกสารที่ราส์ทำค้างไว้บนโต๊ะ

 

ผมว่าต้องมีอีกแน่นอนครับ  มาช่วยหากันเถอะ   ทิมขมวดคิ้วพลางมองซ้ายมองขวา

 

จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีละ  ถึงจะมีโคมไฟช่วยให้พอเห็นบ้างก็เถอะ  แต่ตามจุดอับของห้องมันก็ลำบากอยู่นะ   ริชาร์ดมองรอบห้อง

 

ราส์ต้องไม่เก็บเอกสารที่อาจเป็นโทษกับตัวเองไว้ในที่แจ้งและกระจายไปทั่วแน่ๆ  และคงไม่สามารถทำลายมันทิ้งเพราะหากเกิดเรื่องผิดพลาดกับบรรดาลูกค้าของเขา ราส์ก็​ยังใช้เอกสารพวกนั้นทวงสัญญาได้  ผมว่าเขาต้องซ่อนในหีบหรือกล่องขนาดกลางๆไว้ในมุมอับของห้อง  ซึ่งมุมอับที่ว่าน่าจะเป็นหลังชั้นหนังสือพวกนี้นี่แหละครับ   ทิมร่ายยาวขณะนั่งย่อๆลูบตามพื้นปูนเพื่อหาร่องรอยกลไกภายในห้องแต่ดูเหมือนนี่จะเป็นห้องธรรมดาไม่มีห้องลับหรือสิ่งประดิษฐ์พิเศษอย่างที่คิด

 

วิเคราะห์ได้ยอดเยี่ยมมากทิมมี่  ยังกับเห็นบรูซตอนไขคดีเลย   ริชาร์ดปรบมือสีหน้าตื่นเต้น

 

แหะ แหะ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ  เรารีบหาก่อนดีกว่า   ทิมลูบท้ายทอยแก้เขิน ก็นะ ถูกไอดอลที่ตนชื่นชอบชมมันก็ต้องเขินเป็นธรรมดา

 

ริชาร์ดพยักหน้ารับทราบก่อนแยกพื้นที่หากับทิม โดยทิมหาชั้นหนังสือฝั่งซ้าย ริชาร์ดหาฝั่งขวา ชั้นหนังสือพวกนี้ติดกับผนังก็จริงแต่สามารถเลื่อนได้โดยจะมีตัวหมุนติดที่ด้านข้างและมีล้อขนาดเล็กข้างใต้ชั้นสามารถหมุนให้เคลื่อนตามแรงหมุนเพื่อที่จะเก็บสมุดได้ถึงสองด้าน

 

เฮ้!  ฉันว่าฉันเจอแล้วล่ะ   ริชาร์ดตะโกนพอให้ได้ยินเมื่อเขาเจอกล่องไม้บุกำมะหยี่สีน้ำตาลแดงขนาด 40 ซม. หลายกล่องซ่อนอยู่ด้านหลังตู้หนังสือเลื่อนได้

 

ทิมหยิบขึ้นมากล่องหนึ่ง เห็นแม่กุญแจล็อคอย่างแน่นหนา   ใส่กุญแจไว้ด้วยนี่นา  ทำยังไงดีครับ

 

สบายมาก  นี่ไง   ริชาร์ดชูเหล็กเส้นขนาดเล็กอย่างภาคภูมิก่อนจัดการสอดเหล็กเส้นเข้ารูกุญแจพลางขยับไปมา กระทั่งในที่สุดก็ปลดแม่กุญแจสำเร็จ​ ทิมจึงปรบมือชื่นชม เรียกรอยยิ้มหล่อจากรุ่นพี่ได้อย่างดี

 

สองหนุ่มชะโงกมองสิ่งที่อยู่ในกล่อง พบกระดาษขนาดA4หนึ่งกองซึ่งขนาดของกล่องก็เหมือนสร้างมาเพื่อใส่กระดาษพวกนี้อยู่แล้ว  เมื่อทั้งสองเห็นว่ามีเพียงกระดาษจึงหยิบออกมาเพื่ออ่านดู เพียงไม่นานรอยยิ้มกรุ้มกริ่มกับแววตาเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏบนใบหน้าของทั้งคู่

 

เธอคิดเหมือนกันไหมน้องชาย

 

 

 

 

 

ขณะเดียวกันเดเมี่ยนได้เริ่มแผนการช่วยประชาชนที่ถูกจับอยู่ในคุกใต้ดินแล้ว  แต่ก่อนจะเริ่มแผนเขาต้องรีบไปที่แห่งหนึ่งเสียก่อน  นั่นคือ คุกใต้ดินที่กักขังมารดาของตนเอาไว้

 

เดเมี่ยนจัดการทหารที่คอยเฝ้าทางเดินใต้ดินอย่างเงียบเชียบที่สุดก่อนที่เวรยามรอบต่อไปจะมา  เด็กหนุ่มหยิบแผนที่มาดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจเพราะเขาไม่คุ้นกับเส้นทางใต้ดินแห่งนี้แม้แต่น้อย มันเหมือนเขาวงกตขนาดย่อมที่ถูกสร้างทับปราสาทราส์  เดเมี่ยนเร่งฝีเท้าให้เร็วและเบาเพื่อไปถึงเป้าหมายกระทั่งพบแสงไฟส่องสว่างเคลื่อนไหวสั่นๆตรงปลายทางเดิน

 

เดเมี่ยนมาจนสุดขอบก่อนเอาหลังแนบกำแพงเอียงหูฟังบทสนทนาและเสียงฝีเท้าของทหารเฝ้ายามเพื่อคาดคะเนจำนวนคน

 

ประมาณ 4 คนรึ...  อัลฟ่าหนุ่มดึงกระจกเงาในกระเป๋าเสื้อลับออกมาค่อยๆยื่นพ้นขอบกำแพงอย่างระมัดระวัง  มาถึงตรงนี้แล้วเขาต้องควบคุมสติให้มั่น หากทำผิดพลาดเหลือรอดคนใดคนหนึ่ง พวกมันจะส่งสัญญาณเตือนให้แตกตื่นทั้งปราสาทแล้วแผนของพวกเขาก็จะล่ม  เด็กหนุ่มเม้มปากเป็นเส้นตรงพลางเหลือบมองภาพในกระจก เขาเห็นทหารทั้งสี่นั่งพื้นซดเหล้าอย่างสนุกสนาน และเบื้องหลังพวกเขาเป็นห้องขังกรงเหล็กขนาดใหญ่มีสตรีผู้หนึ่งนั่งบนเตียงด้วยกิริยาสงบเสงี่ยม 


ท่านแม่...    ต่อให้ไม่พบกันหลายปีแต่ผู้เป็นลูกย่อมไม่ลืมมารดาผู้ให้กำเนิดอยู่แล้ว  มือเล็กกำกระจกแน่นด้วยความตื่นเต้นก่อนเริ่มส่ายไปมาโดยเจาะจงที่ใบหน้ามารดาให้เธอเห็นแสงสะท้อนจากกระจกนี้

 

มันได้ผล  เธอเห็นแสงสะท้อนแล้ว  เธอเปลี่ยนจากนั่งเป็นย่อตัวเพื่อหยิบบางอย่างใต้ฟูกเตียงช้าๆ นัยน์ตาสีเขียวมรกตเข้มคู่สวยของหญิงสาวจ้องกระจกบ่งบอกว่าเธอพร้อมแล้ว  เดเมี่ยนเก็บกระจกไว้ที่เดิมก่อนหยิบก้อนหินปาชนกำแพงจนเกิดเสียงดังก้องสะท้อนมาถึงนายทหารทั้งสี่

เห้ย เสียงไรวะ เอ็งไปดูสิ   นายทหารคนหนึ่งผลักไหล่เพื่อนข้างๆตน

 

เออ ได้ๆ อย่าลักเหล้าของข้านะเว้ย!   คนที่ถูกผลักคว้าดาบมาแนบกายก่อนเดินมาใกล้เดเมี่ยนมากขึ้น มากขึ้น และในที่สุด...

 

อั๊ก!! 

เดเมี่ยนใช้ด้ามจับดาบทื่อๆแทงลำคออีกฝ่ายอย่างแรงก่อนที่ปากจะเปล่งเสียงเตือนหรือรับรู้ใดๆ ร่างของอัลฟ่าน้อยก็กระโดดข้ามนายทหารก่อนใช้สันดาบนั้นตรึงคอของเขาเอาไว้ให้แผ่นหลังของเขาแนบชิดกับหลังเด็กหนุ่มในท่าที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

 

เห้ย!  อ้าก!!   นายทหารที่เห็นภาพเบื้องหน้าก็รีบลุกขึ้นแต่ก็มีมือปริศนายื่นจากกรงเหล็กล็อคศรีษะเขาไว้ก่อนที่มือนั้นจะออกแรงหักคอในคราเดียว  ร่างไร้วิญญาณทรุดลงกับพื้นเหมือนตุ๊กตาถูกตัดสาย 

 

ทหารอีกสองนายสางเมาเป็นปลิดทิ้งเตรียมพุ่งตัวไปที่กระฆังส่งสัญญาเตือนแต่คงไม่ทันเมื่อคมดาบปริศนาได้พุ่งเสียบไหล่ทะลุติดกำแพงตรึงร่างของเขาไว้ เหลือเพียงนายทหารอีกหนึ่งก็โดนร่างเพื่อนทหารที่ถูกตรึงคอไว้คนแรกเหวี่ยงกระแทกจนล้มศรีษะฟาดกรงเหล็กเสียงดังสนั่นน็อคสลบในทันที  นายทหารที่ถูบดาบเสียบพลันหน้าซีดเมื่อเห็นผู้บุกรุกเต็มสองตา  เดเมี่ยนเพียงสบตาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเดินตรงเข้ามา

แก!  ทำไม---   ไม่ต้องรอให้พูดจบเด็กหนุ่มก็ประเคนหมัดเน้นๆจนน็อคคาที่

 

เดเมี่ยนพ่นลมหายใจคลายเหนื่อยก่อนดึงดาบออกจากร่างไร้สติพลางใช้ผ้าพันมือเช็ดเลือดที่เปรอะใบหน้า  เด็กหนุ่มมองหาคนที่ถือกุญแจก่อนหยิบมันเพื่อไขกุญแจห้องขังให้มารดา

 

ทำไมไม่ฆ่าซะล่ะ   ทาเลีย ในชุดคล้ายกี่เพ้าแขนกุดสีเขียวเข้ม โชว์หน้าท้องที่มีซิกแพคพอให้เห็นว่าเธอนั้นแข็งแกร่งไม่แพ้ชายชาตรีเอ่ยถามกับลูกชายที่ง้วนกับการหากุญแจที่ถูกดอกไขห้องขัง

 

เดเมี่ยนเงยหน้าสบตามารดาของตนนิ่งๆก่อนกลับไปสนใจลูกกุญแจในมือ พลันภาพบางอย่างปรากฏขึ้น เสียงบทสนทนาสั้นๆวนเวียนอยู่ในความทรงจำของเด็กหนุ่ม

 

ทำไมถึงเลือกสิ่งนี้เป็นอาวุธ?  ของทื่อๆแบบนี้จะไปต่อสู้ปืนกับเหล็กคมๆได้อย่างไร

 

... ฉันไม่ได้ต้องการอาวุธที่สังหารชีวิต  ฉันแค่ต้องการอาวุธที่ปกป้องตัวเองและคนที่รัก

 

 

... ข้าสัญญากับใครบางคนไว้   น้ำเสียงที่เอ่ยตอบดูเบาและไร้ความมั่นใจจนทาเลียสัมผัสได้

 

หญิงสาวผิวสีแทนกอดอกเท้าคางขบขันที่เห็นพฤติกรรมลูกชายของตนผ่านลูกกรงพลางนึกถึงชายหนุ่มอีกคนที่เธอติดต่อด้วยเมื่อไม่กี่วันก่อน  โอเมก้าหนุ่มน้อยน่ารักที่เธอรู้สึกถูกชาตะแปลกๆ  หึ หึ หนุ่มน้อยคนนั้นสินะ  ลูกดูสนิทกับเขาดีหนิ   ทาเลียแกล้งแหย่เดเมี่ยนเพื่อดูปฏิกิริยา  ซึ่งก็เป็นไปตามที่หญิงสาวคิดไว้  เดเมื่อนชะงักเมื่อได้ยินพลันพวงแก้มเริ่มขึ้นสีจางๆ นัยน์ตาสีเขียวมองค้อนมารดาแต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจแบบเด็กๆที่เขาควรมียิ่งทำให้ทาเลียขบขันมากกว่าเดิม

 

เดเมี่ยนไม่โต้ตอบใดๆเพียงเร่งหากุญแจให้เร็วที่สุด จนในที่สุดก็หากุญแจเจอ  ทันทีที่ห้องขังเปิดออกไร้ซึ่งสิ่งกีดขวางระหว่างมารดาและบุตรชายที่ไม่ได้พบหน้ากันเนิ่นนาน เดเมี่ยนพุ่งตัวโอบกอดมารดาด้วยความคิดถึง  ท่านแม่...  ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน...  

 

เดเมี่ยน... แม่ก็เช่นกัน   หญิงสาวกอดตอบ

 

ข้าจะพาท่านไปยังที่ปลอดภัย  ข้าให้เดรกเตรียมทางหนีแล้ว   เดเมี่ยนคลายกอดก่อนดึงแขนทาเลียให้มากับตนแต่ผู้เป็นแม่กลับต้านแรงเอาไว้

 

ไม่  ลูกต้องไปช่วยคนเหล่านั้นก่อนช่วยแม่  ลูกควรทำในสิ่งที่ควรก่อน   ทาเลียใช้มืออีกข้างจับข้อมือเดเมี่ยนเพื่อให้ปล่อย​  หญิงสาวถือดาบออกมาสองเล่มเหน็บไว้ขนาบข้างตัว มือเรียวเสยผมน้ำตาลออกดำยาวที่ปรกหน้าเผยให้เห็นตัวตาสีเขียวสวยแฝงไปด้วยอันตราย

 

 “ ท่านจะทำอะไร?   เดเมี่ยนขมวดคิ้ว

 

แม่จะช่วยสู้   ทาเลียเดินนำออกจากห้องขัง

 

ไม่ได้!  ท่าน--  

 

ลูกลืมไปแล้วหรือ  ใครสอนดาบให้ลูกกัน...   ทาเลียหันมองลูกชายของตนซึ่งเป็นผลิตผลที่เธอรักและภาคภูมิใจจนสามารถแลกชีวิตของเธอเองได้  เดเมี่ยนอึ้งไปชั่วขณะก่อนยกยิ้มมุมปากด้วยความดีใจพลางรีบเดินตามผู้เป็นแม่ทันที  ทาเลียเห็นดังนั้นก็ยิ้มแบบเดียวกัน  “ ต่อจากนี้ อยู่ข้างหลังแม่ไว้  รอคำสั่งแม่เท่านั้น

 

ขอรับ!

 

 

 

ทาเลียและเดเมี่ยนวิ่งลัดเลาะตามทางใต้ดินอีกทางเพื่อหลบซ่อนสายตาของทหารที่ลาดตระเวนอยู่โดยรอบจนมาถึงคุกใต้ดินขนาดใหญ่ใต้ปราสาทที่กักขังประชาชนโอเมก้าทั้งหมด  แต่เมื่อทั้งสองมาถึงก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากวิ่งอย่างรวดเร็วไม่เป็นจังหวะราวเกิดเหตุชุลมุน  ทันทีที่วิ่งลงมาจนสุดทางก็เจอคลื่นประชาชนนับร้อยๆวิ่งกรู่ไปยังทางออกหลังปราสาทอย่างพัลวันโดยมีชายคนหนึ่งยืนส่งสัญญาณมือเร่งให้ประชาชนรีบไป

 

พวกเจ้าเป็นคนของใคร   ทาเลียชักดาบจ่อคอชายปริศนาจากด้านหลังทำเอาชายร่างสูงสะดุ้งเฮือกรีบหันกลับมาด้วยท่าทีช็อคหน้าซีด

 

กระผม เป็นคนของ  ทะ ท่านเจสันขอรับ ”  เอิร์ดตอบเสียงสั่นพลันจ้องหญิงสาวสระสวยและเด็กชายอายุประมาณสิบกว่าปีซึ่งมีดวงตาสีเขียวเหมือนกัน  “ พวกท่านคือบุตรสาวและหลานชายของราส์ใช่ไหมครับ  ถ้าอย่างนั้นก็รีบเดินทางมากับเราเถอะขอรับ  ยิ่งคนจำนวนมากยิ่งต้องใช้เวลา  อาจถูกจับได้หากยังโอ้เอ้  พวกเราต้องรีบพาประชาชนออกมาจากปราสาทก่อนสงครามจะเริ่มขึ้น   เอิร์ดผายมือให้สองแม่ลูกมากับตน

 

เช่นนั้นหมายความว่า  จุดประสงค์ของสงครามไม่ใช่เพื่อจัดการราส์ แต่เพื่อหลอกล่อหักเหความสนใจและถ่วงเวลาพวกทหารไม่ให้ไล่ตามขบวนทันใช่ไหม   ทาเลียเท้าคางวิเคราะห์ด้วยสมองอันชาญฉลาด

 

ชะ ใช่ขอรับ  

 

ทาเลียพยักหน้าเข้าใจก่อนตะโกนเรียกทหารของเจสันมาทั้งหมด  พวกเจ้าไปขนย้ายประชาชนทางคุกฝั่งตะวันออก  เดเมี่ยนไปตะวันตก ข้าจะไปทางเหนือ  ที่เหลือเฝ้าทางออกและเฝ้าระวังรอบด้าน   หญิงสาวร่างสูงและแข็งแกร่งดั่งชายออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดจนไม่กล้ามีใครขัดขืนแม้จะรู้ว่าเธอไม่ใช่หัวหน้าของพวกเขา

 

การลำเลียงประชาชนจำนวนมากเริ่มไปอย่างรวดเร็ว ประชาชนที่เป็นโอเมก้าชายคอยช่วยโอเมก้าที่เป็นหญิง เด็กและคนชราเพื่อแบ่งเบาภาระเหล่าทหารให้กระชับเวลาน้อยที่สุด ส่วนคนที่ได้รับบาดเจ็บหรือถูกทรมานก็ได้รับการช่วยเหลือจนเสร็จเรียบร้อย 

 

ยังเหลืออีกเท่าไหร่   เดเมี่ยนถามเมื่อเห็นว่ายังเหลืออีกไม่มาก

 

อีกประมาณร้อยกว่าคนขอรับ   เอิร์ดตอบ

 

ดี  ข้าจะไปส่งสัญญาให้เดรกและเกรย์สันรู้   เดเมี่ยนยื่นมือมาที่เอิร์ด

 

นี่ครับ   เอิร์ดพยักหน้าก่อนยกกรงขังนกพิราบมาให้

 

เดเมี่ยนรับกรงนกมาก่อนวิ่งขึ้นชั้นบนเหนือพื้นดินเพื่อปล่อยนกพิราบสีขาว  เด็กหนุ่มออกสู่นอกปราสาทได้สำเร็จก็เงยหน้ามองหาห้องทำงานของราส์ เมื่อเห็นแสงไฟจากหน้าต่างบานหนึ่งเดเมี่ยนก็เปิดกรงก่อนผูกเชือกสีแดงไว้ข้างข้อเท้าของนกพร้อมเสียบกระดาษแผ่นจิ๋วเอาไว้แน่น และแล้วนกพิราบสีขาวก็โบยบินสู่เบื้องบนตรงไปยังหน้าต่างที่ถูกเปิดไว้พร้อมเศษอาหารที่โรยเอาไว้เพื่อรอให้มันมาจิกกิน

 

ทิมและริชาร์ดได้ยินเสียงกระพือปีกของนกก็หันไปยังหน้าต่างแทบจะพร้อมเพรียงกันก็พบนกพิราบสีขาวที่มีเชือกสีแดงพันรอบขากำลังกินเศษขนมปังที่พวกเขาโรยไว้เมื่อตอนแรก  ริชาร์ดเป็นคนเดินไปหยิบแผ่นกระดาษนั้นมาอ่านก่อนยกยิ้มในเชิงที่พวกเขารู้กันดี

 

ลิตเติ้ลบอยส่งสัญญาณมาแล้ว  เริ่มแผนขั้นที่สองได้!

 

ทิมพยักหน้าก่อนเร่งเอาเอกสารการทำธุรกิจที่โกงบ้านเมืองและการค้าชาวโอเมก้ามามัดรวมกันเป็นกองๆให้มากที่สุดเท่าที่จะขนไปได้เพื่อเอาผิดราส์ อัลกูล  ส่วนริชาร์ดจะไปจับตัวราส์ที่ห้องนอน  มันคือแผนที่เขาคนนั้นวางไว้ตั้งแต่แรก 

 

หลังริชาร์ดหายไปได้ไม่นาน ความเงียบยังคงปกคลุมรอบกายแต่ทิมก็คิดว่าเงียบๆแบบนี้เป็นสัญญาณที่ดีว่าแผนพวกเขายังไม่ถูกจับได้  แต่แล้วทิมกลับรู้สึกไม่ดีขึ้นมาอย่างประหลาด  มีบางอย่างบอกว่าตอนนี้มันผิดปกติเกินไป

 

 

มันเงียบเกินไป...

 

 

ระวัง!!!

 

ฟิ้ว!!

ลูกดอกหน้าไม้พุ่งเฉียดใบหูทิมเพียงปลายเส้นผมผ่านทะลุอกนักฆ่าที่กำลังฟาดดาบใส่ทิมจากด้านหลังอย่างฉิวเฉียดก่อนที่เจ้าของเสียงตะโกนจะทิ้งหน้าไม้แล้วพุ่งตัวกระโดดกอดทิมหลบอย่างรวดเร็ว

 

ทิมหลับตาปี๋ด้วยความตกใจก่อนลืมตาขึ้นก็ยิ่งตะลึงเข้าไปอีก  จะ เจสัน!?   ทิมเบิกตาด้วยความตกใจก่อนเพิ่งสังเกตเห็นกลุ่มคนแต่งกายด้วยชุดรัดรูปสีดำคล้ายนินจาอีกสองคน ซึ่งคนที่โดนลูกดอกอาบยาพิษได้นอนแน่นิ่งไปเรียบร้อยแล้ว

 

ชิ!  พวกเราประมาทราส์มากเกินไป  มันจ้างนักฆ่านอกรีตมาคุ้มครองมันไว้ด้วย   เจสันสบถก่อนชักดาบยาวออกมาแล้วใช้มืออีกข้างกันทิมให้อยู่ข้างหลังตน

 

ชายหญิงคู่หนึ่งปรากฏตัวจากเงามืด  ฝ่ายชายถือดาบคู่  ส่วนฝ่ายหญิงมีกรงเล็บเหล็กติดที่มือทั้งสองข้าง  แววตาพวกเขาไม่มีแววล้อเล่นและเต็มไปด้วยจิตสังหาร

หึ หึ  รู้ตัวตอนนี้ก็ช้าไปแล้วเจ้าหนู   นักฆ่าหญิงพูดเสียงต่ำภายใต้ผ้าปิดปาก  ดวงตาเรียวคมหรี่ลงราวกับกำลังยกยิ้มอย่างมีชัย

 

ป่านี้เพื่อนอีกคนของแกคงถูกจัดการไปเรียบร้อยแล้วกระมั้ง   นักฆ่าชายกล่าวต่อด้วยแววตาไม่ต่างกัน

 

คุณริชาร์ด!   ทิมอุทานหน้าซีดยิ่งกว่าเดิมด้วยความกังวลและเป็นห่วงรุ่นพี่ที่เผชิญภัยเพียงลำพัง ในที่สุดทิมก็เข้าใจแล้วว่าราส์ได้เตรียมแผนซ้อนแผนรับมือพวกเขาไว้อยู่แล้ว

 

อะไรนะ  ไอบ้านั่นมันก็มาด้วยเหรอ! สีหน้าเจสันแสดงความตกใจปนช็อค  ไม่ต่างกับทิมที่หันมองร่างสูงด้วยสีหน้าแบบเดียวกันเพียงแต่มีอารมณ์อื่นแทรกเพิ่มมาด้วย

 

นี่คุณก็ไม่รู้เหมือนกันเหรอ!! เจสัน!  คุณไปอยู่ไหนมาเนี่ย!   ทิมแทบอยากเอาหัวโขกกำแพงรัวๆพลางนึกสมเพศตัวเองที่มีโซลเมทบ้าบอถึงเพียงนี้... หวังว่าเจสันคงไม่ได้ยินเสียงด่าในใจเขาหรอกนะ

 

เดี๋ยวพวกแกก็จะตามไปอยู่กับมันแล้วล่ะ!!   นักฆ่าสาวพุ่งตรงมายังเจสันก่อนฟาดกรงเล็บเหล็กอย่างแรง

 

เคร้ง!! 

เจสันยกดาบรับ  เหตุที่ไม่ใช้ปืนเพราะจะเกิดเสียงดังแล้วมันจะเรียกพวกทหารให้เข้ามารุมยำพวกเขายังไงละ  แม้ภาพที่เห็นจะเป็นเพียงแรงผู้หญิง แต่แรงของเธอกลับทำให้มือเจสันที่กำดาบอยู่นั้นสั่นไม่หยุด  เจสันคำรามราวสัตว์ป่าก่อนใช้แรงทั้งหมดปัดร่างนักฆ่าสาวจนกระเด็นถอยออกไป  เป็นจังหวะเดียวกับที่นักฆ่าชายพุ่งตัวเข้าหาทิมพร้อมดาบเงางามที่เปล่งประกายสีเงินภายในความมืด  ทิมกระโดดหนีจนล้มนอนกับพื้นก่อนจะรีบทรงตัวนั่งยองๆดูชั้นเชิงอีกฝ่ายด้วยสายตาตื่นๆ

 

พวกแกไม่มีทางส่งสัญญาเรียกพรรคพวกแกได้แล้ว  หึหึ   นักฆ่าชายควงดาบสองรอบก่อนยกดาบชี้มายังทิม

 

อ้าก!!   เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของเจสันเรียกความสนใจทิมให้หันไปมอง  ภาพที่เห็นคือ ชายหนุ่มร่างสูงถูกนักฆ่าสาวฟาดกรงเล็บใส่ผิวหนังอย่างบ้าคลั่ง และมีครั้งหนึ่งที่เล็บฝังเข้าไปในเนื้อต้นขาเจสันจนเลือดไหลอาบขา

 

เจย์!   ทิมพยายามวิ่งเข้าไปช่วยแต่ก็โดนขัดจากปลายคมดาบฟันตัดหน้าทิมอย่างฉิวเฉียด  ทิมหันมาให้ความสนใจชายเบื้องหน้าด้วยแววตาโกรธแค้น  ชายนักฆ่ายิ้มอย่างพอใจก่อนเป็นฝ่ายบุกทิมที่ไร้อาวุธแทบไม่ให้พักหายใจ

 

ทิมที่ใช้สมาธิหลบคมดาบอยู่นั้น พลันภาพที่เขาต่อสู้กับเดเมี่ยนในป่าครานั้นปรากฏซ้อนทับกับชายเบื้องหน้า  ภาพการเคลื่อนไหวจากแขนไปถึงขาค่อยๆปรากฏเป็นเส้นแสดงทิศทางการขยับของร่างกายเหมือนภาพสโลโมชั่น  แต่เพราะตั้งใจมองการเคลื่อนไหวมากไปทำให้ลืมป้องกันช่วงท้อง  นักฆ่าชายใช้ช่องว่างที่เผลอเปิดออกมาเตะเข้าไปเต็มแรงจนร่างเพรียวกระเด็นชนแท่นเก็บอาวุธใกล้ๆล้มลงทั้งชั้น  ทิมยกมือกุมศรีษะหลบบรรดาอาวุธยาวมีคมที่เอนลงมาไม่ให้โดนตัว  กระทั่งกระบองเหล็กอันหนึ่งหล่นใกล้มือทิมพอดี

 

หึ หึ   นักฆ่าชายยกดาบฟันลงมาหวังปลิดชีพทิม  

 

เคร้ง!!  สัญชาตญาณเร็วกว่าความคิด  ทิมกันคมดาบด้วยกระบองยาวทื่อๆท่อนเดียวเท่านั้น​  พลันปรากฏรอยยิ้มมุมปากและประกายไฟบางอย่างในดวงตาไร้เดียงสาคู่นั้น

 

ขอโทษนะ  ฉันไม่ใช่เหยื่อให้แกขย้ำเล่นง่ายๆหรอก

 

สีหน้านักฆ่ามีแววตาฉงนครู่เดียวก่อนปรับสมาธิเป็นปกติฟาดฟันยังเป้าหมายไม่ยั้ง  ทิมควงกระบองป้องกันพลางหมุนตัวหลบอย่างรวดเร็ว  เร็วเกินไปสำหรับคนเพิ่งจับครั้งแรกแน่ๆ  ชั่ววิที่นักฆ่ามึนงงไปกับท่วงท่าการควงกระบองเป็นวงกลมนั้น ทิมหมุนตัวกลางอากาศฟาดกระบองเหล็กผ่ากลางศรีษะนักฆ่าหนุ่มอย่างจังจนชายร่างสูงล้มหน้าฝาดพื้น

 

นี่แก  เป็นใคร!   นักฆ่าชายกุมศรีษะพลางส่ายหน้าแรงเพื่อไล่อาการมึนงงออกไป

 

...ไม่มีความจำเป็นที่แกต้องรู้จักฉัน   ทิมกล่าวเสียงเรียบ  พลันปรากฏภาพที่เขากับเดเมี่ยนฝึกฝนการใช้อาวุธอยู่ภายในห้อง  ใช่แล้ว... คนสอนทิมใช้กระบองยาวคือหนุ่มน้อยอัลฟ่าที่มักไม่ถูกคอกันนั่นเอง  ความน่ากลัวที่ได้สบตากับเพชฌฆาตไร้ความเมตตา ไร้ความปราณี น่ากลัวดั่งปีศาจร้ายนั้น เขาได้เผชิญทุกวัน ในการต่อสู้ของพวกเขา เพื่อให้ตัวเองเก่งขึ้น           

 

 

 

ร่างกายอันบอบช้ำเต็มไปด้วยบาดแผลถลอกและช้ำเลือดอันเกิดจากการต่อสู้ที่ไม่มีการออมแรงของอัลฟ่าตัวน้อย  ทิมหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย  แม้เขาจะพอจับการเคลื่อนไหวของเดเมี่ยนได้แต่เขากลับหาจังหวะตอบโต้ไม่ได้เลยสักครั้ง  ทิมได้แต่กำหมัดทุบระบายความเจ็บแค้นลงกับพื้น ซึ่งทั้งหมดอยู่ในสายตาของอัลฟ่าหนุ่มน้อยจนแววตาอ่อนลงจนดูเหมือนคนธรรมดาที่มีความเห็นอกเห็นใจ  ร่างเล็กกว่าที่เต็มไปด้วยด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งนั่งลงข้างกายพลางโยนผ้าขนหนูบนศรีษะทิมเหมือนไม่ใส่ใจ

 

จำไว้เดรก  การต่อสู้ในความมืดที่ฝ่ายศัตรูมีความได้เปรียบมากกว่า สิ่งสำคัญคือสมาธิและประสาทสัมผัสทั้งห้า  เหมือนที่เจ้าต่อสู้กับข้าในป่า สมาธิเจ้าดีแต่ยังขาดไหวพริบ ทันทีที่เจ้าได้แผลสติเจ้าก็เตลิดไปไกลแล้ว  เจ้าต้องปรับปรุงตรงจุดนี้

 

 


ทิมถูกปลายดาบเฉี่ยวท่อนแขนหวุดหวิดแต่ก็ได้แค่แผลตื้นๆเท่านั้น  ใบหน้าหวานไม่แสดงความเจ็บปวดแม้แต่น้อยในเมื่อสมาธิทั้งหมดหลอมรวมมาที่ดวงตาที่จ้องศัตรูตรงหน้าไม่กระพริบจนลืมความรู้สึกทั้งหมด  พลันภาพความทรงจำของเดเมี่ยนก็ห้วนมาอีกครั้ง

 

 


งั้นบอกหน่อยสิ ทำไมเธอถึงแรงไม่ตกเลยสักนิด   ทิมว่าพลางนำพาขนหนูเช็ดเหนื่อยตามใบหน้า

 

การต่อสู้โดยไม่ให้ตนใช้แรงเกินไปคือการเล่งที่จุดตายต่างๆตามร่ายกาย ไม่ใช่ทุ่มแรงทั้งหมดที่จุดๆเดียว  การทำแบบนั้นเหมาะกับพวกต่อสู้มือเปล่าที่เจ้าถนัดมากกว่า แต่การต่อสู้ที่ใช้อาวุธสำหรับพวกฝึกฝนมาดี การเล่งจุดตายแค่จุดเดียวไม่อาจล้มพวกมันได้ เจ้าต้องเก็บแรงเพื่อเตรียมป้องกันและโต้กลับทุกสถานการณ์จะได้ผลดีกว่า  เดรก ... ใช้อาวุธทื่อๆของเจ้าปกป้องคนที่เจ้ารักให้ได้ล่ะ

 

เดเมี่ยนยกยิ้มมุมปากด้วยแววตาอ่อนโยนจนทิมลืมตาค้างราวต้องมนตร์  ในตอนนั้นความคิดแง่ลบมองรอยยิ้มนั้นว่ากำลังเยาะเย้ยเขา  แต่ความคิดแง่บวกกลับมองว่านั่นเป็นรอยยิ้มที่กำลังให้กำลังใจและคาดหวังในตัวเขา

 

 

 

ทิมกำอาวุธในมือแน่นก่อนเหวี่ยงกระบองไปมาฟาดไปยังจุดต่างๆบนร่างกายทำลายทุกจุดอ่อนตามท่อนแขน ท่อนขา สีข้าง ช่องท้องและปลายค้าง ทุกเสี้ยววินาทีที่หายใจ  

 

  อั๊ก!  อ้าก!!   เสียงที่แสดงความเจ็บปวดช่างเสียดแทงประสาทรับฟังของโอเมก้าหนุ่ม

 

ทิมสกัดขาจนนักฆ่าชายล้มศรีษะกระแทกพื้น ทิมกระโดดคร่อมกดไหล่ในท่าหน้าคว่ำติดพื้น มืออีกข้างจับแขนนักฆ่าล็อคพันธนากรไม่ให้ดื้นหลุดได้อีกซึ่งนักฆ่าชายเองก็ไม่มีกำลังดิ้นรนทิมได้เช่นกัน  เป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบของโอเมก้าที่ใครๆต่างดูถูกว่าอ่อนแอและต่ำต้อย  ในเวลาเดียวกันทิมได้ยินเสียงดังโครมไม่ใกล้ไม่ไกลนัก  เมื่อเงยหน้ามองดู ปรากฏร่างหญิงสาวนักฆ่าโดนชั้นหนังสือขนาด 9 ฟุตล้มทับร่างจนเห็นเพียงอาวุธของหล่อนตกอยู่ข้างๆ  เสียงกรีดร้องเงียบลงบ่งบอกว่าเธอน็อคไปแล้วเรียบร้อย  เจสันหอบเหนื่อยเนื้อตัวเต็มไปด้วยร่องรอยขีดข่วน เสื้อผ้าขาดวิ่นเกินซ่อม  เจสันบ่นไม่หยุดปากแม้แต่ตอนช่วยทิมจับนักฆ่าชายมัดเชือกป้องกันแผลงฤทธิ์ก็ตาม

 

 

โครม!

 

หยุด!!!   พวกทหาร รวมถึงเหล่านักฆ่าพันธมิตรแห่งเงาพังประตูห้องกรูเข้ามานับสิบๆคน 

 

เวรเอ๊ย!  แกเก็บข้อมูลนั่นเสร็จรึยัง!   เจสันสบถเป็นรอบที่ร้อยของวันก่อนหันไปหาทิม

 

เสร็จแล้ว! ทิมตอบ

 

ไปเอามาเร็วเข้า!   เจสันขว้างระเบิดควันใส่กลุ่มทหาร​  ไม่กี่อึกใจก็เกิดเสียงระเบิดขนาดย่อมพร้อมกลุ่มควันสีขาวตลบอบอวนทั่วห้องภ   ทิมได้จังหวะวิ่งหลบกระสุนปืนและมีดสั้นที่ถูกยิงออกมาไม่เป็นทิศเป็นทางไปคว้ากองเอกสารที่เขามัดรวมไว้เรียบร้อยมาอยู่ในอ้อมแขน เสียงฝีเท้าหนักที่ทิมจำได้ว่าเป็นของเจสันวิ่งดึงแขนเขาให้วิ่งตามไป  เป้าหมายที่เจสันและทิมพุ่งไปไม่ใช่ประตู  แต่มันคือกระจกหน้าต่างระเบียงห้อง!

 

ทิมอ้าปากเหวอ สีหน้าแสดงอาการตกใจสุดขีดก่อนจะระเบิดเสียงหลงด้วยความกลัว

 

เจสัน!  นี่มันหนะ ว้ากกกก!!!

 

 

เพล้ง!!!!

 

เจสันใช้ตัวเองพุ่งชนกระจกแตกเป็นเสี่ยงๆ  ขณะทั้งคู่ลอยกลางอากาศ  เจสันดึงทิมมาโอบกอดไว้ทั้งร่างก่อนที่ทั้งสองจะล้มกระแทกพื้นกลิ้งไปหลายตลบ  ทิมแทบไม่รู้สึกเจ็บเพราะเจสันใช้ร่างของตนรับแรกกระแทกไว้  โชคยังดี จุดที่ทั้งคู่ลงเป็นทางเดินนอกปราสาทอยู่สูงจากจุดที่กระโดดมาประมาณสี่เมตรได้  หากพวกเขาไม่รู้วิธีลงให้ถูกวิธีอาจเจ็บหนักเป็นแน่

ทันทีที่ทั้งคู่ตั้งตัวได้ เจสันเงยหน้าไปด้านบนตะโกนดังลั่น ยิงเลยเดเมี่ยน!!!

  

 

เดเมี่ยนที่รออยู่บนดาดฟ้าเหนือพวกเขาก็ใช้ปืนใหญ่ยิงพรุขึ้นสู่ท้องฟ้า

 



ตูม!

 

ลูกไฟยักษ์แตกกระจายทั่วผืนฟ้าบังเกิดแสงสว่างสีแดงฉานทั่วบริเวณสร้างความแตกตื่นให้กับทหารที่ประจำการทั่วปราสาท  และทันทีนั้น เมื่อเสียพลุค่อยๆเงียบลง แสงสีแดงเริ่มจางหายกลับมีลูกไฟสีส้มดวงเล็กจุดขึ้นที่เบื้องล่างโอบล้อมปราสาทไว้เหมือนงูกินหาง  ลูกไฟสีส้มค่อยๆลามไปไกลขึ้นเรื่อยราวกับผืนป่ากำลังมอดไหม้

 

 


เฮ้!  เฮ้!!!

 

เหล่ากองกำลังของเจสันนับพันที่หลบซ้อนอยู่ในป่าล้อมรอบปราสาทร้องเฮดังก้องทั่วทั้งป่า 

 

 

 

และแล้ว สงครามก็บังเกิดขึ้นในที่สุด

 

 

 


 

 

 

และแล้ว สงครามก็บังเกิดขึ้นในที่สุด






 

 ...................................................................................................................................................


จนถึงตอนนี้ยังยืนยันจากตอนที่แล้ว... อยากเปลี่ยนพระเอก--- //โดนหมวกกันน็อคสีแดง(??)เขวี้ยงใส่หัว
รู้สึกตอนนี้ยังชงเดเมี่ยนทิมมากกว่าพระเอกอีกแหะ 555  แต่แม่ยกเจย์ทิมไม่ต้องห่วง พวกเขาได้สวีทกันในตอนจบแน่นอน(??)

ขออภัยที่หายไปนานค่ะ ตอนนี้ปาไป 21 หน้า  หืดขึ้นคอเลย  จากตอนที่ 7 บอกเลยว่า ยอดวิวขึ้นสูงมาก ตกใจสุดๆ(ยอดวิวเท่ากับตอนที่ 1 เลยค่ะ) เป็นเพราะเดเมี่ยนใช่ไหมคะ 5555  ส่วนเนื้อเรื่องตอนนี้เราอาจไม่เก่งเท่าไหร่ในการบรรยายหรือโยงเนื้อเรื่อง มือใหม่สำหรับการแต่งแนวนี้ค่ะ ยังไงถ้าพบความผิดพลาดประการใดก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ


ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นและกำลังใจนะคะ เราซึ้งใจมากเลยที่ฟิคคู่แรร์อย่างเรามีคนอ่านไม่ขาดแบบนี้ (เฉลี่ยยอดวิวเพิ่มวันละ 3-4ครั้งต่อวัน ยกเว้นวันที่อัพตอนใหม่) ถึงน้อยก็ดีใจมากแล้วค่ะ //ซับน้ำตา


ตอนต่อไป ยังระบุวันไม่ได้เช่นเดิม แต่จะพยายามไม่ให้เกิน 1 สัปดาห์นะ  จะบู๊ทั้งตอนเลย ความยาวประมาณ 10 หน้ามั้ง คงไม่นานถ้าไม่อู้ไปแต่งเรื่องอื่นก่อน 5555  ก็นะ พยายามปั่นให้จบเพราะอยากลงเรื่องอื่นด้วย และจะได้ไม่ดอง... อิอิ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #45 V323577 (@Viewykanyavee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 01:58

    โห เขียนฉากบู๊ใช้ได้เลยนะพี่ มันส์มากก //หันกลับมามองตัวเอง ㅠ^ㅠ

    อัพได้ตรงกับใจหนูมากพี่ เลิกเรียนปุ๊บนึกถึงนิยายพี่ปั๊บ "จะอัพรึยังน้าา" ความคิดหนูตอนนั้น เปิดเข้าเด็กดี อัพแล้ว!! ^^

    ยังไงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแรกเนอะที่หนูค้นหาคำว่า "alltim" แล้วเจอ ยังไงก็มาอัพบ่อยๆนะค้า :)

    #45
    1
    • 24 มิถุนายน 2561 / 06:55
      ดีใจที่ชอบค่า นึกว่าจะเขียนฉากบู๊ไม่ขึ้นซะอีก555

      ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวด้วยรึเปล่าเนี่ยสิคะ​ อยู่ด้อมนี้ต้องทนต้องทึก... //ซับน้ำตา
      #45-1
  2. #44 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 10:57
    บู๊มันส์มากเหลือเกินค่ะไรต์ ฮื่อออ นั่งอ่านไม่ติดเก้าอี้เลย โอยย สนุกอ่ะ5555 อนึ่งเราชอบแนวแอ๊กชั่นด้วยแหละค่ะ ฟฟฟฟฟ /คุ้มกับที่รอมากเลยค่ะ;-;
    #44
    16
    • 23 มิถุนายน 2561 / 21:18
      โอ้โห​ ข้อมูลครบถ้วนเลยค่ะ เราเองก็ชอบสะสมเป็นเล่มเหมือนกันค่ะ ให้อารมณ์คลาสสิค​ดี555​ //มองเงินในบัญชีแล้วร่ำไห้หนักมาก

      ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากๆเลยค่ะ เหมือนได้บรรลุความจริงที่ตามหามานาน //กอด
      #44-13
    • 23 มิถุนายน 2561 / 21:40
      เห็นด้วยค่ะ​ เพื่อสิ่งที่รักนับว่าคุ้มค่า พร้อมมาม่าตลอดเดือน 5555(ในเลข5มีน้ำตาซ่อนอยู่)
      #44-15
  3. #43 mintpoor (@mintpoor) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 08:36
    ทั้งฟิน ทั้งเขิน เเทน
    เเบบ นั่งยิ้มกับโทรสับ
    ดีต่อใจสุดๆๆ
    ไรท์เจ๋งมาก😀😁????😃😄😉😙😗😙☺🙂😊😉
    #43
    3
    • 23 มิถุนายน 2561 / 09:18
      ขอบคุณมากๆค่ะ​
      ดีใจที่ชอบนะ นึกว่าเนื้อเรื่องจะน่าเบื่อซะอีก 5555
      #43-1
    • 23 มิถุนายน 2561 / 09:24
      55555555555​ ปกติฟิคเรื่องนี้จะมีขาประจำอยู่3-4คนเท่านี้แหละค่ะ แต่ก็ดีใจที่มีขาประจำนะ

      ให้รางวัลเม้นแรกเป็นความรักจากไรท์นะ จุ๊บ​ๆ​ 555
      #43-3