[Fic] DC Bat family (AllTim)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,329 Views

  • 80 Comments

  • 74 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    57

    Overall
    2,329

ตอนที่ 17 : Cross the time to find love 9 อำลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    1 ก.ค. 61

Cross the time to find love

ข้ามกาลเวลาตามหารัก

Jason x Tim


ตอนที่ 9  อำลา
__________________________________________





เพลง Attack on Titan FULL VER. "Call Your Name" 

Sam Luff - Studio Yuraki



She said she gave all her lo ve to me 
We dreamt a new life
Some place to be at peace
But things changed suddenly
I lost my dreams in this disaster

เธอบอกว่าเธอมอบความรักทั้งหมดให้ฉันแล้ว
เราฝันถึงชีวิตใหม่
ที่ที่จะได้อยู่อย่างสงบสุขด้วยกัน
แต่อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลัน
ฉันสูญเสียความฝันไปในโศกนาฏกรรมนี้


 

 



เสียงโฮร้องของเหล่าทหารนับพันดั่งก้องทั่วผืนป่า  แสงไฟย่อมๆเริ่มลุกลามกลายเป็นกองไฟ 

 

 

ตูม!!

 

เสียงระเบิดดังจากห้องทำงานของราส์พร้อมเศษปูนที่แตกกระจายจากแรงระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยใส่ร่างเจสันที่ยังกอดทิมไม่ปล่อย จนเมื่อการทำลายล้างจบลงเจสันจึงคลายกอดให้ทิมขยับตัวได้อย่างอิสระ  ทิมรีบดูอาการเจสันทันทีก่อนใช้เศษผ้าพันรอบบาดแผลที่ต้นขาเพื่อห้ามเลือด  ทันทีที่ได้เห็นสภาพอัลฟ่าหนุ่มชัดๆก็ยิ่งเจ็บปวด  ทั้งรอยแผลขีดข่วนตอนช่วยเขาจากนักฆ่า หรือตอนเอาตัวพุ่งชนกระจกแล้วใช้ร่างกายรับแรงกระแทกเพื่อปกป้องเขา ทั้งหมดนั้นทำให้ทิมรู้สึกผิดต่อเจสันมากจนไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย

 

ขอโทษนะ...   ทิมเอ่ยอย่างแผ่วเบา

 

เห้ย อย่าทำหน้าเป็นหมาหงอยสิวะ  เละกว่านี้ฉันก็เจอมาเยอะแล้ว  แทนที่แกจะมัวรู้สึกผิดแล้วมาขอโทษฉัน แกควรตอบแทนเป็นคำขอบคุณฉันมากกว่านะเจ้าเตี้ย   เจสันนั่งชันเข่าข้างหนึ่งพลางยกยิ้ม  ในใจเขาอยากลูบผมอีกฝ่ายให้รู้สึกดีขึ้นแต่เพราะร่างกายบอบช้ำยังไม่ทันฟื้นฟู   แค่ยกแขนจึงดูลำบากเกินกำลังไปชั่วขณะ

 

ทิมเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายก็ยอมยกยิ้มตาม  อืม... ขอบคุณนะ เจสัน

 

ว่าแต่  แกใช้กระบองนั่นจัดการกับเจ้านักฆ่านั่นเหรอ ”  เจสันชี้ที่กระบองเหล็กที่ทิมถือไว้ในมือมาตั้งแต่ตอนกระโดดจากห้องราส์  “ ใครสอนแกน่ะ หรือแกเคยฝึกมาจากโลกอนาคตของแก

 

ทิมสะดุ้งพลางทองกระบองในมือ  ดะ เดเมี่ยนสอนให้น่ะ ”  

 

เจ้าเด็กบ้าอีกแล้วเหรอ... ช่างเถอะ คราวนี้ฉันต้องขอบคุณมันสินะ ”  เจสันขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนคลายลงเป็นหัวเราะในลำคอเมื่อในที่สุดก็รู้เหตุผลที่ทั้งสองคนสนิทกันขนาดนั้น

 

 

 

ตูม!!  ตูม!!

 

สองหนุ่มชะงักเมื่อได้ยินเสียงระเบิดลูกใหญ่ถูกยิงออกมาถี่ๆพร้อมแรงสั่นสะเทือนที่พวกเขายังสัมผัสได้แม้จะอยู่บนอาคารสูง  เจสันและทิมพาตัวเองมายังริมทางเดินก่อนชะโงกดูสงครามเบื้องล่างที่เริ่มทวีคูณความรุนแรงเหมือนขุมนรก

 

แผนต่อไปว่ายังไง! ”  เจสันหน้าเคร่งเครียดเพราะคาดคะเนว่ากำลังพลของเขาเสียเปรียบด้านอาวุธ  เกรงว่าหากยื้อสงครามให้นานเท่าไหร่ เขาจะยิ่งสูญเสียกำลังพลมากขึ้นเท่านั้น

 

เอ่อ... ไปช่วยคุณริชาร์ด!!   

 

ฉันอยู่นี่แล้วน้องชาย   ริชาร์ดเดินกะเผลกกุมท้องก่อนยกมือทักทายทิมกับเจสัน

 

คุณริชาร์ด  ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมครับ   ทิมรีบเข้ามาประคองให้ชายหนุ่มรุ่นพี่นั่งพักผ่อน

 

อ่า  ฉันกับบรูซเข้าไปในห้องนอนของราส์แต่ถูกพวกนักฆ่ารับจ้างของมันสกัดไว้ มันเลยหนีไปได้   ชายหนุ่มรุ่นพี่ส่งสายตาไปยังชายร่างสูงใหญ่ผู้มีใบหน้านิ่งราวไร้ความรู้สึกที่ยืนอยู่ใกล้ๆ  บรูซอยู่ในชุดคล้ายคลึงกับเจสันที่เหมือนนายพรานแต่คุมโทนด้วยสีดำพร้อมผ้าคลุม  หลังจากนั้นไม่นานเดเมี่ยนก็กระโดดลงจากด้านบนมาสมทบกับพวกเขา

 

เหรอครับ  แต่ก็โชคดีที่ทุกคนยังปลอดภัย  ทิมกล่าวยิ้มๆแต่สายตาจ้องบรูซไม่วางตา  นั่นเพราะสายตาของบรูซเองก็มองเดเมี่ยนเหมือนพยายามสื่อบางอย่างแทนคำพูดออกมา

 

ช่าย  เห็นแบบนี้บรูซก็เป็นสุดยอดนักสู้ล้มราชสีห์เลยนะ ฮ่า ฮ่า   ริชาร์ดที่ไม่ทันสังเกตพฤติกรรมของทิมก็ได้แต่หัวเราะเรียกบรรยากาศสดใสกลับมา  ผิดกับใครบางคนที่ทำหน้าบึ้งและกำลังแยกเขี้ยวใส่ทุกคนเหมือนแมวที่พยายามทำตัวเองให้ฟู่ตัวใหญ่แต่ไร้ซึ่งพิษภัยแก่คนรู้จักอย่างเจสันตอนทิมกำลังส่งเอกสารที่รวบรวมมาได้ส่งให้บรูซ

 

เดี๋ยว!  นี่หมายความว่า ทุกอย่างเป็นแผนของแกงั้นเหรอไอแก่   เจสันชี้หน้าบรูซอย่างเอาเรื่อง

 

...  เธอไม่ถามฉันเอง  เจสัน   บรูซตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบดั่งหินผา

 

ไอแก่---   เหมือนเห็นประกายไฟลุกโหมทั่วร่างอัลฟ่าหนุ่มจนทุกคนพากันออกห่าง แต่ก่อนที่เจสันจะแผลงฤทธิ์ใส่พ่อบุญธรรมนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขัดเขาไว้เสียก่อน

 

เลิกงานสังสรรค์ได้แล้ว  เราควรรีบตามหาราส์นะ ”  ทาเลียเอ่ยขึ้นด้านหลังพวกเขา  เจ้าของดวงตาสีเขียวมรกตเข้มจับจ้องสงครามเบื้องล่างราวกำลังประเมินสถานการณ์ในสมองเงียบๆ

 

อ้ะ  คุณทาเลีย  สบายดีนะครับ   ทิมที่เพิ่งเห็นทาเลียก็เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มทันที

 

เธอคิดว่าเราจะเริ่มอย่างไรดี   บรูซถามโดยเมินการมีอยู่ของเจสันไปแล้วเรียบร้อย

 

สถานการณ์ตอนนี้ท่านพ่อข้าต้องคิดหลบหนีทางเรือซึ่งเป็นทางออกเดียวแน่  มีทางหนีใต้ดินอีกแห่งใต้ปราสาท ลำเลียงทอดยาวถึงถ้ำใต้หุบเหวเชื่อมกับทะเล  เขาต้องเตรียมเรือเพื่อหนีขึ้นแผ่นดินทางเหนือเป็นแน่  หากปล่อยให้หนีไปได้จะไม่มีทางหาเขาเจออีก   ทาเลียกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

 

 ทางหนีนั่นอยู่ไหน   บรูซถามอีกครั้ง  แม้สีหน้าและน้ำเสียงจะดูปกติ แต่ภายใต้แววตาสีน้ำเงินฟ้านั้นกลับซ่อนความรู้สึกอ่อนไหวไว้ในส่วนลึกที่สุด ยามที่หญิงสาวเจ้าของดวงตาสีเขียวคู่นั้นประสานกับตน เหมือนบางอย่างในใจพวกเขาตรงกัน แต่ไม่สามารถเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้  ทาเลียหลบสายตาบรูซครู่หนึ่งก่อนหันกลับมาด้วยแววตาจริงจังอีกครั้ง


...ตามข้ามา

 

 

 

ทาเลียนำทางมาถึงใต้ปราสาทใกล้ชั้นล่างสุด  จากสิ่งก่อสร้างปูนเริ่มเป็นผนังถ้ำสีดำที่ถูกขุดโดยฝีมือมนุษย์  คบไฟถูกจุดตามทางเดินที่ทอดยาวลงเบื้องล่างอย่างไม่มีสิ้นสุด  พวกเขาวิ่งลงมาได้สักพักก็มาถึงทางสามแยก  ทาเลียสบถอย่างหัวเสียก่อนสงบสติตัวเอง

 

ราส์สร้างไว้หลายเส้นทางเป็นเขาวงกตเพื่อป้องกันทางหนีสุดท้ายของเขา  พวกเราควรแยกกันตามหา ”  ทาเลียยืนครุ่นคิดก่อนหันมามองเหล่าชายหนุ่มทั้งหลาย  “ แยกกันเป็นกลุ่มละสองคน  ริชาร์ดไปกับเจสัน  เดเมี่ยนไปกับบรูซ  ส่วนเธอ... ทิมมากับฉัน

 

ฮะ?!!(x2) / เอ๊ ผม? / อะไรนะ!! / ....   ริชาร์ดกับเจสันพูดประโยคแรกพร้อมกัน  ต่อมาก็เป็นทิมเอานิ้วชี้ตัวเอง ปิดท้ายด้วยเดเมี่ยน ขณะที่บรูซไม่มีปฏิกิริยาอะไรทั้งสิ้นเหมือนรู้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว

 

ชิ้ง!...

จะขัดคำสั่งข้าเหรอ...  

 

....”  เงียบx 4  แหงละ เจอขุ่นแม่แผ่สายตาพิฆาตขนาดนี้คงมีคนยอมเสี่ยงอยู่หรอก  แถมมือข้างหนึ่งก็จับดาบเตรียมพร้อมฟาดใส่ใครก็ตามที่ยกมือขัดคำสั่งแม่นางอีกด้วย... น่ากลัวจัง

 

ดี  หน้าที่คืออย่าให้ราส์หลบหนีออกไปได้  ไป!   เสียงหวานอันแข็งแกร่งประกาศดังกร้าวจนทำให้บุรุษทั้งห้ารีบทำตามคำสั่งของเธออย่างเร่งรีบ  เหลือเพียงทิมที่ยืนอยู่เพียงโดดเดี่ยวจ้องตากับทาเลียเหมือนมีบางอย่างคาใจ ถึงอย่างนั้นโอเมก้าหนุ่มก็ยอมวิ่งตามหญิงสาวโดยไม่ปริปากถาม

 

 

โครม!!

ทาเลียกระโดดเท้าคู่พังแผ่นไม้ที่ปิดกั้นทางจนหักเป็นท่อนๆ สาวมากประสบการณ์กลิ้งตัวกับพื้นผ่อนแรงกระแทกก่อนเร่งฝีเท้าวิ่งไม่แม้เรียกทิมแต่อย่างใด  ทิมเห็นอย่างนั้นก็ได้แต่กลืนน้ำลายกับเศษซากไม้ที่กระจายบนพื้น

 

อั๊ก!   ทิมสะดุดก้อนหินก้อนใหญ่จนล้มกระแทกพื้นอย่างแรงทำให้ทาเลียรีบมาดูอาการ

 

ไม่เป็นอะไรใช่ไหม  เราเปลี่ยนมาเดินแทนเพื่อเก็บแรงดีกว่านะ...   หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย  ทิมได้แต่ขานรับเบาๆ

 

ระหว่างทางเดินที่เงียบสงบและมืดสนิท ทิมใช้ไม้ขีดไฟจุดขึ้นเป็นระยะๆทำให้เห็นว่ามีคบไฟที่ไม่ได้ใช้ติดตามทางเดินเป็นช่วงๆ คาดว่าราส์ไม่อยากให้คนที่กำลังตามล่ารู้ว่าเขาใช้เส้นทางนี้ในการหหลบหนีจึงเลี่ยงไม่จุดคบไฟแต่อาจเลือกใช้ตะเกียงหรือคบไฟเคลื่อนที่ใช้นำทางแทน ซึ่งทาเลียก็หยิบคบไฟมาหนึ่งอันก่อนใช้ไม้ขีดไฟของทิมจุดไฟขึ้นเพื่อสร้างแสงสว่าง  หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่พูดอะไรกันอีกยิ่งสร้างความกดดันกับทิมที่เดินตามอยู่ข้างหลัง

 

เอ่อ... คุณทาเลีย   ทิมรวบรวมความกล้าเอ่ยถามในที่สุด

 

  สงสัยอยู่สินะ ”  หญิงสาวเหมือนรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเด็กหนุ่มต้องสงสัย เธอหยุดเดินหันหน้ามองทิมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก

 

คะ ครับ  ทำไมถึงเป็นผมล่ะ

 

หญิงสาวเงียบไปชั่วขณะพลันแววตาสีเขียวสะท้อนภาพเปลวเพลิงที่กำลังเคลื่อนไหวไปมาอยู่ในดวงตาของเธอ  ข้าไม่สามารถสู้หน้าบรูซตอนนี้ได้   ทาเลียยื่นคบไฟให้ทิมถือชั่วคราวก่อนที่เธอจะใช้มือรวบผมเข้าด้วยกันไว้ด้านหน้าก่อนเกี่ยวคอเสื้อลงมา เผยให้เห็นท้ายทอยที่มีรอยฟันของมนุษย์ประทับตราความเป็นเจ้าของอย่างไม่อาจลบล้างออกไปได้

 

หรือว่า! คุณกับบรูซ... ทิมเบิกตาโตด้วยความตกใจ เพราะทุกคนล้วนรู้ดีว่าโอเมก้าที่ถูกอัลฟ่ากัดคอจะไม่สามารถมีคู่กับใครได้อีกนอกจากคนที่ประทับตรารอยฟันนั้นไว้ โอเมก้าคนนั้นจะกลายเป็นสมบัติของอัลฟ่าคนนั้นตลอดชีวิตไม่ว่าพวกเขาจะรักกันหรือไม่  ผิดกับอัลฟ่า  ถึงพวกเขาจะกัดคอโอเมก้าจนได้คนๆนั้นมาแต่อัลฟ่ายังสามารถมีสัมพันธ์กับคนอื่นได้อีก

 

 

และทาเลียเธอเป็นโอเมก้า...

 

 

นี่ล่ะเหตุผลที่ข้าเลือกเจ้า  เจ้าเป็นคนฉลาด ทิม ราวกับข้ามองเห็นตัวเองในดวงตาเจ้า  อย่างน้อยข้าก็คิดแบบนั้น... ”  ทาเลียรวบผมไว้ด้านหลังตามเดิม ดวงตาสีสวยไหววูบเมื่อนึกถึงอดีตที่ตนไม่อยากจดจำ มันแสนเจ็บปวดและไม่ควรเกิดขึ้นกับพวกเขา  “ มันเป็นเพียงค่ำคืนในงานเต้นรำที่ข้าและเขาตกในสิ่งมัวเมาทางกามรมณ์จากพิษร้ายที่ราส์จัดฉากขึ้น  เพื่อเป็นข้อต่อรองกับบรูซ  ไม่ว่าข้าจะเต็มใจหรือไม่...  จนกระทั่งเด็กคนนั้นเกิดมา  ลูกชายของข้า

 

เดเมี่ยนรู้เรื่องนี้รึเปล่าครับ   ทิมถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อนึกถึงเจ้าเด็กอวดดีจอมแก่แดด

 

ไม่  เด็กคนนั้นไม่ควรรับรู้เรื่องนี้...   ทาเลียชิงคบไฟจากมือทิมก่อนเร่งเดินไปข้างหน้าโดยไม่รอ  ทิมตกใจเล็กน้อยกับท่าทีที่ไม่อยากตอบคำถามของเธอแต่ทิมรู้ว่าเธอไม่ได้รำคาญ แต่กำลังสับสน

 

แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อไปละครับ   ทิมรีบเดินข้างเธอโดยเว้นระยะเพียงหนึ่งช่วงแขน

 

ทาเลียเหลือบมองทิมเพียงหางตาก่อนหันกลับทางเดิม  ใบหน้างามครุ่นคิดเงียบๆก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสลด  ... ข้าอยากให้เดเมี่ยนมีชีวิตที่ดีกับพ่อของเขา  โดยไม่มีข้า

 

คุณจะทิ้งเดเมี่ยนเหรอ!  แต่เขารักคุณมากเลยนะครับ   ทิมยังคงไม่เข้าใจเหตุผลของเธอ แต่เมื่อได้ยินคำตอบของทาเลียนั้นก็ทำเอาโอเมก้าหนุ่มสะอึก

 

เชื่อข้าเถอะ  ข้าน่ะ ไม่ดีพอสำหรับพวกเขาหรอก  ไม่ใช่สตรีอ่อนหวาน ไม่ใช่คนดีที่ควรยกย่อง  ไม่ใช่แม่ที่ดีสำหรับเดเมี่ยน  ซ้ำยัเป็นบุตรสาวของอาชญากร  สัญชาตญาณของผู้หญิงที่เป็นโอเมก้าน่ะ รับรู้มันได้ดีกว่าใครทั้งนั้น...   ทาเลียเอ่ยอย่างแผ่วเบา  นี่เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาโดยไม่อดกลั้น แววตาคู่สวยฉายความโศกเศร้าถึงความรู้สึกลึกๆของเธอ

 

ทิมรู้สึกเหมือนมีก้อนหินขนามใหญ่กดทับอกของเขาจนพูดไม่ออก  ราวกับเขารับรู้ความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ของเธอ พลันนึกย้อนไปถึงสายตาที่บรูซมองทาเลียตอนอยู่บนดาดฟ้ากลับทำให้ทิมรู้สึกขัดแย้งกับสิ่งที่ทาเลียบอก

 

ถ้างั้น  ทำไมบรูซถึงมีแววตาที่รู้สึกผิดได้ขนาดนั้น  ถึงแม้บรูซจะทำให้คุณทาเลียเป็นแบบนี้ แต่... สายตาคู่นั้นที่มองไปยังคุณ มันมีความรู้สึกที่ลึกซึ้งมากกว่านั้น

 

 

ความห่วงใย และความคิดถึง...

 

 

แต่คงเพราะ  เธอกำลังแบกรับชะตากรรมของทุกคนเอาไว้บนไหล่ที่แสนบอบบางของเธอเพียงลำพัง  ความเจ็บปวดที่ต้องทนรับความรู้สึกมืดดำไว้มากมายเป็นเวลายาวนานได้บดบังความจริงอันสวยงามและบริสุทธิ์จากชายคนหนึ่งที่พยายามมอบมันให้เธอรับไว้อย่างระมัดระวัง 

 

ความรู้สึกผิด ก่อตัวเป็นความห่วงใย  จนกลายเป็นความรักที่อยากปกป้องดูแลอีกฝ่ายไปตลอดชีวิต

 

 

 

หยุด   ทิมสะดุ้งเฮือกเมื่อทาเลียยื่นแขนล็อคตัวเขาไว้ไม่ให้เดินหน้าต่อ  ทาเลียทำมือจุปากให้เงียบเสียง

 

ได้ยินไหม  เสียงคลื่นทะเล   ทาเลียกระซิบ ทิมลองตั้งใจฟังเสียงโดยรอบและก็เป็นอย่างที่ทาเลียบอก  เขาได้ยินเสียงคลื่นทะเลกระทบฝั่งดังมาไกลๆ  ทิมพยักหน้าเป็นเชิงตอบว่าใช่

 

พวกเราคงต้องรีบแล้ว   ทาเลียกล่าวเสียงเรียบก่อนเริ่มวิ่งทันที

 

ทั้งสองวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆก็ยิ่งได้ยินเสียงคลื่นทะเลดังใกล้เข้ามาจนกระทั่งพวกเขาเห็นแสงสีส้มสุดปลายทางเดิน  ทาเลียรีบดับคบไฟแล้วทิ้งอย่างไม่ใยดีก่อนวิ่งไปหลบยังขอบผนังถ้ำโดยมีทิมตามมาติดๆไม่ให้ห่าง  ทิมค่อยๆชะโงกหน้ามองก็ปรากฏภาพถ้ำอันกว้างใหญ่ขนาดพาเรือสำเภาเข้ามาจอดได้สบาย ปากถ้ำก็กว้างใหญ่มาก น้ำทะเลกินพื้นที่เข้าใต้ถ้ำหนึ่งส่วนสาม บริเวณท่าเรือนั้นมีเรือคล้ายเรือสำเภาจีน ท้ายเรือยกสูงและยื่นออก ส่วนหัวเรือต่ำ มีสองเสา สองใบคล้ายใบพัด ขนาดพอรับคนประมาณ 20-30 คน  ซึ่งจากที่พอนับจำนวนคนที่กำลังขนของขึ้นเรืออยู่นั้นก็เพียงพอสำหรับเรือพอดี

 

ราส์!  พวกเรามาถูกทางสินะ  เราควรหาวิธีบอกคนอื่นๆไหม   ทิมร้องทักเมื่อเขาเห็นชายชราสวมผ้าคลุมสีเขียวดำเด่นสะดุดตา กลางฝูงลูกเรือที่กำลังง้วนขนของอยู่ด้านล่าง

 

เกรงว่าคงไม่ทันการ ”  ทาเลียตอบพลางประเมินเวลาที่พวกตนต้องวิ่งย้อนกลับขึ้นด้านบนเพื่อตามคนมาช่วยกับเวลาที่ราส์ใกล้ขนของเตรียมหนีนั้นเธอรู้ทันทีว่าไม่ทัน  “ เจ้าหลบอยู่ตรงนี้  อย่าออกมาจนกว่าข้าจะสั่ง   ทาเลียส่งดาบให้ทิมถือไว้โดยไม่รอ เธอเดินออกจากที่ซ่อนสู่เบื้องล่างที่เต็มไปด้วยคนของราส์อย่างไม่เกรงกลัว

 

 

ท่านพ่อ!   หญิงสาวตะโกนด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวเรียกให้ทุกคนแม้แต่ราส์หันมายังเธอเป็นตาเดียว

 

ทาเลีย  ทำไมเจ้า...   ราส์เบิกตาโตอย่างตกตะลึง

 

ได้โปรดหยุดเถอะ  มอบตัวและสำนึกผิดตอนนี้ยังทันนะเพคะ  ท่านพ่อ   ทาเลียพยายามเดินเข้าไปหาผู้เป็นพ่อช้าๆด้วยสีหน้าอ้อนวอน  ซึ่งการกระทำนั้นทำให้นักฆ่าสวมชุดดำของราส์สี่คนชักดาบหมายขัดขวางทาเลียแต่ราส์ยกมือห้ามไว้

 

จนถึงตอนนี้เจ้ายังไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ข้าทำเลยงั้นหรือ   ชายชราผู้สูงศักดิ์มองบุตรสาวด้วยแววตาดูแคลน

 

ทาเลียหยุดเดินเช่นกัน เธอยืนตรงอกผายอย่างเข้มแข็งไม่ไหวติงต่อความกลัวตรงหน้า  แววตาสีเขียวมรกตเข้มฉายแววเอาจริง  ข้าไม่อาจทนเฉยได้หรอก  พวกเขาล้วนเป็นมนุษย์มีลมหายใจเฉกเช่นเดียวกับข้า ไม่ว่าจะเป็นชาวโอเมก้า เบต้า หรืออัลฟ่า ท่านก็ไม่มีสิทธิ์ถือตนเป็นเจ้าชีวิตพวกเขา!

 

เจ้ามัน... อกตัญญูเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ   ราส์ถลึงตาใส่อย่างโกรธเกรี้ยวก่อนส่งสัญญาณมือชี้นิ้วไปยังหญิงสาวเบื้องหน้า  ฆ่านางซะ!!

 

ท่านพ่อ!   ทาเลียนิ่งอึ้งราวไม่เชื่อสิ่งที่ตนได้ยิน

 

นักฆ่าทั้งสี่กรูเข้าใส่ทาเลียในขณะที่หญิงสาวไม่มีอาวุธอะไรต่อกรสักชิ้น  ทิมเห็นท่าไม่ดีรีบออกไปช่วยทันที  ผิดกับเหล่าลูกเรือของราส์ที่ต่างวิ่งไปหลบตามโขดหินในถ้ำเกรงโดนลูกหลง

 

คุณทาเลีย!!   ทิมโยนดาบคู่ให้หญิงสาว

 

ทาเลียกระโดดถอยหลังรับดาบก่อนเหวี่ยงตัวฟันนักฆ่าคนหนึ่งเข้าที่อกเป็นทางยาว  เลือดสีแดงสดไหลทะลักอย่างน่ากลัว  เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังก้องถ้ำก่อนจะค่อยๆเลือนหายไปราวกับถูกสายลมกลืนกินจนหายไปตลอดกาล

 

ทาเลียนั่งวางเข่าข้างหนึ่งติดพื้นเป็นฐาน มือทั้งสองจับดาบไว้แน่น  แววตาสีเขียวเตรียมพร้อมพุ่งร่างกายนี้เข้าใส่เหยื่ออย่างก้าวร้าว  นักฆ่าทั้งสามที่เห็นทักษะดาบของทาเลียกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวอย่างใด  พวกเขาพุ่งตัวหวังสังหารทาเลียต่อไม่หยุด  ทิมรีบเข้ามาช่วยผลักไปได้คนหนึ่งให้ล้มหน้าหงาย  ทาเลียตะโกนลั่น

 

หยุดราส์เร็วเข้า!!  

 

ทิมหันมองทาเลียสีหน้าลังเล  แต่เขาก็ทำตามที่เธอสั่ง  ทิมใช้ร่างกายเพรียวบางวิ่งไม่กี่อึกใจก็ใกล้ถึงราส์ที่ยืนเพียงลำพังไร้ลูกน้อง  ทิมตัดสินใจกระโดดหวังโจมตีจากด้านบน

 

ย้า!!!   ทิมจับปลายกระบองเหวี่ยงไปยังร่างชายชรา  พริบตาเดียวนั้น ราส์หันกลับมาพร้อมดาบเล่มใหญ่  แววตาสีน้ำเงินเบิกกว้าง  สายเกินกว่าจะถอยหลบ ทิมดึงกระบองกันดาบแต่ก็ยังช้าไป

 

อ้าก!!!   ทิมโดนดาบฟันหน้าอกถึงหน้าท้องเป็นทางยาว แม้ไม่ลึกมากแต่ความเจ็บปวดทำให้ทิมลงไปนอนกุมบาดแผลตัวสั่นเทาแทบเท้า ราส์ อัลกูล

 

ทิม!  อ้า!!!   ทาเลียตกใจจนเสียสมาธิไม่ทันระวังคมดาบฟันต้นแขนหญิงสาวเลือดไหลเป็นทาง  ทาเลียกัดฟันกรอดอย่างโกรธแค้น

 

ราส์แสยะยิ้มจิกผมทิมให้เงยหน้าขึ้นก่อนใช้สันหมัดต่อยไปข้างแก้มนวลอย่างแรง  และตอนที่กำลังปล่อยหมัดที่สองใส่นั้น...

 

 

ตูม!!!

 

 

พลันเกิดแสงสว่างจ้าสีส้มและไอร้อนจากเปลวเพลิงทำลายล้างเรือหลบหนีของราส์จนย่อยยับ  ราส์หันมองสภาพเรือของตนด้วยสีหน้าตื่นตระหนกก่อนแปรเปลี่ยนเป็นโกรธแค้นสุดขีดค่อยๆหันกลับมามองร่างเพรียวที่กำลังแสยะยิ้มรออยู่ก่อนแล้ว

 

ลูกระเบิด...  กรอด-- ”    

 

หึ หึ  แกแพ้แล้วราส์   ใช่แล้ว  ตอนทิมกระโดดนั้น เขาได้ขว้างลูกระเบิดเข้าไปในคบไฟที่จุดบนเรือก่อนที่ราส์จะทันเห็น   แน่นอนว่าสำหรับทิมไม่มีทางปาพลาด  ที่เหลือเพียงรอเวลาที่ไฟจะไหม้สายชนวนเท่านั้น

 

 

 

สวบ!

 

อึก...

 

ความเจ็บปวดแผ่ซ่านทั่วทั้งร่างจนสติพร่าเลือน  ดวงตาคู่สวยสั่นระริกก้มมองดาบสีเงินแทงกลางท้องของเขาทะลุด้านหลัง  มือที่กำกระบองสั่นสะท้านก่อนค่อยๆปล่อยมันทิ้งลงข้างตัว  มือเปื้อนเลือดสีแดงฉานพยายามยกจับด้ามดาบอย่างช้าๆแต่ชายชรายิ่งบิดดาบเฉือนเนื้อเปิดปากแผลกว้างเป็นรูโบ๋  เสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาดังกึกก้องแทบขาดใจ ร่างเพรียวบางอาบ ชโลมด้วยสีเลือดราวกับเป็นงานศิลปะที่มีชีวิต

 

 

 

ย้าก!!!   เดเมี่ยนที่ไม่รู้มาตอนไหนฟันดาบหั่นมือที่จับดาบของราส์จนขาด

 

อ้ากกกกกก!   ราส์กรีดร้องอย่างเจ็บปวดแต่ยังใช้มืออีกข้างดึงดาบอีกเล่มหวังต่อสู้กับเดเมี่ยน

 

ดะ... เด เมี่ยน...     สิ่งที่ทิมเห็นคือเดเมี่ยนกำลังต่อสู้กับผู้เป็นตาแท้ๆของตนด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยวที่ทิมไม่เคยเห็นมาก่อน

 

ทิมนอนตะแคงกุมดาบที่คาท้องของตน  ไม่มีเรี่ยงแรงดึงดาบออก แม้แต่ขยับนิ้วยังทำได้ยากลำบากนัก  สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนหาย   เปลือกตาที่พยายามเบิกกว้างหวังจดจำภาพของทุกคนเอาไว้แต่ช่างยากลำบากเหลือเกินในยามที่ดวงตาของเขาพร่าเบลอเช่นนี้

 


นี่เรากำลังจะตายแล้วเหรอ  จะต้องตายแบบนี้น่ะเหรอ...

 

 

 

 

เจ...สัน...   ริมฝีปากบางขยับอย่างอ่อนแรง เสียงเรียกถึงบุคคลที่รักแผ่วเบาราวหยุดเพียงในลำคอ กองเลือดที่ขยายท่วมร่างของเขาไม่มีวี่แววจะหยุด ราวกับเขากำลังสัมผัสได้ถึงวาระสุดท้ายในทุกๆลมหายใจ

 

 

 

 

ทิม... ทิม ฉันอยู่นี้แล้ว  ทิม...  

 

เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งดังกึกก้องในความมืดอันเหน็บหนาว  เสียงนั้นช่างอบอุ่นจนอยากภาวนาให้ตนสามารถมองเห็นผู้เอื้อนเอ่ยประโยคนี้กับเขา แม้เขากำลังลืมตาอยู่ก็ตาม  แต่มันช่างสายไปยามเขานั้นไม่สามารถควบคุมร่างกายได้อีกต่อไปแล้ว  ลมหายใจที่โรยริน  อ้อมกอดที่หวังมอบความอบอุ่นมาให้มันช่างไร้ค่าเมื่อร่างในอ้อมแขนเริ่มเย็นลง  ร่างกายที่ด้านชา การรับฟังเสียงรอบข้างค่อยๆเลือนหาย



 

ทิม ได้โปรด อย่าจากฉันไป...อึก  

 

เสียงที่อ้อนวอนแผ่วเบาราวกระซิบ คลอด้วยเสียงสะอื้นและหยดน้ำอุ่นตกกระทบแก้มนวลที่เริ่มเย็นซีด  ถึงกระนั้น ร่างไร้สติในอ้อมกอดกลับมีน้ำตาเอ้อล้นออกมาราวรอรับความรู้สึกสุดท้ายที่อยากได้ยินมันมาเสมอ

 

 

 

ฉันรักแก... ทิม

 

 

 


และคำๆนี้จะอยู่ในใจของเขาตลอดไป

 

.

.

.

.

.

 

 

สิ่งแรกที่ผมรู้สึก  นั่นคือแสงสีขาวสาดใส่จนแสบตา  ผมยกมือขึ้นบังก่อนลืมตาอย่างระมัดระวัง  สิ่งที่เห็นล้วนเต็มไปด้วยแสงสีขาวรอบตัวของผม  ในหัวขาวโพลนไม่ต่างจากบรรยากาศรอบตัวราวกับร่างกายของผมเบาหวิวจนลอยกลางอากาศ  น่าแปลกที่ผมกลับรู้สึกสงบในความว่างเปล่านี้...  เกิดอะไรขึ้นกับผมกันนะ

 

คุณพ่อ  คุณแม่  สเตฟ  คอน  ทุกคน...  ทำไมจู่ๆก็คิดถึงพวกเขาขึ้นมาได้นะ  นี่ก็ผ่านมาเนิ่นนานแล้วหลังจากที่ผมจำความได้  พวกเขา  ยังรอคอยผมอยู่รึเปล่า  พวกเขา... ยังคิดถึงผมไหม

 

ถ้าหากผมหลับตาลงอีกครั้ง  ผมจะตื่นขึ้นมาอีกรึเปล่า...

 

 

 

คุณพ่อ  คุณแม่  ผมคิดถึงพวกเขาเหลือเกิน

 

 

 

 

ภายในบ้านจัดสรรสองชั้นที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรมากกลับเติมเต็มไปด้วยความสุขจากสมาชิกในครอบครัวที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกันเสมอมา  พวกเขามีสมาชิกทั้งหมดสี่คน  ประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูกชาย และลูกสาว  เป็นครอบครัวโอเมก้าล้วน นับว่าหาได้ยากยิ่ง  แต่ที่ยากยิ่งกว่า คือสมาชิกในบ้านล้วนมีหน้ามีตาในวงการต่างๆ ผู้เป็นพ่อเป็นแพทย์ใหญ่ในโรงพยาบาลเอกชน  ผู้เป็นแม่เป็นสถาปนิกชื่อดัง  ลูกชายเป็นนักสืบ มีชื่อเสียงในวงการตำรวจอาชญากรรม  แม้ภายนอกมีน้อยคนที่รู้จัก แต่ความสามารถด้านกฎหมายและวิชาการก็มีชื่อเสียงจนถูกจับตามอง  และลูกสาว คนนี้นับว่ากำลังบูมสนั่นในวงการนักแสดงและนางแบบรุ่นเยาร์  แนวคิดกว้างไกลและสร้างสรรค์ของเธอจุดประกายความกล้ากับเหล่าวัยรุ่นทุกเผ่าพันธุ์  


พวกเขาทั้งสี่ฝ่าฟันอุปสรรคมาอย่างยากลำบากจนถือได้ว่า เป็นครอบครัวโอเมก้าตัวอย่างที่น่าชื่นชม

 

 

               แต่ ณ เวลานี้  บ้านจัดสรรสองชั้นที่เคยมีเสียงหัวเราะกลับกลายเป็นบรรยากาศสีเทา  เมื่อลูกชายของบ้าน หายสาบสูญรวมสามเดือน ยังไร้วี่แววจนถึงปัจจุบัน  ภายในห้องนั่งเล่นใจกลางบ้าน มีสองสามีภรรยานั่งบนโซฟาตัวยาวมองกรอบรูปพลางร้องไห้ไม่หยุด  พวกเขายังคงรอคอยการกลับมาของลูกชายสุดที่รักไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มี ขอเพียงต้องการพบหน้าลูกอีกครั้งพวกเขาก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว...

 

 

                คุณพ่อ  คุณแม่... ”  เสียงเรียกอันแผ่วเบาเรียกความสนใจสองสามีภรรยาราวต้องมนตร์  พวกเขาหันไปยังประตูบ้านที่ยังปิดสนิท  แต่แล้ว  มันก็ค่อยๆเปิดออก  แสงสีเหลืองส้มสาดส่องจนพวกเขาต้องหรี่ตา  เมื่อปรับสายตาให้เด่นชัดพวกเขาต่างตกตะลึงเกินพรรณนา  ผู้เป็นแม่ถึงกับกระโดดจากโซฟาเกือบหกล้มเพียงเพื่อวิ่งไปกอดลูกชายของตนอย่างโหยหา 

 

               ชายหนุ่มยิ้มกว้างอ้าแขนรับกอดจากผู้เป็นแม่อย่างมีความสุข  หญิงวัยกลางคนน้ำตาไหลพรากเข้าไปอีกเมื่อเธอสัมผัสร่างกายอันอบอุ่นของลูก  ผู้เป็นแม่คลายกอดพลางจับใบหน้าลูกชายมาหอมทั้งสองข้างไม่หยุดก่อนกลับมากอดอีกครั้ง

 

                ทะ ทิม!  ลูกกลับมาแล้ว   ผู้เป็นพ่อเดินอย่างไร้เรี่ยวแรง  แทบไม่เชื่อสายตาว่าเขาจะได้พบลูกชายอีกครั้ง  ชายวัยกลางคนกอดผู้เป็นภรรยาและลูกชายพร้อมกันด้วยท่าทางเกร็งๆแต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความสุขเกินกว่าจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบ  ลูกชายเห็นผู้เป็นพ่อก็รีบหันมากอดทันที  แม้เป็นชายอกสามศอกแต่ก็ไม่อาจสะกดกลั้นน้ำตาและเสียงร้องไห้ยามลูกชายกล่าวคำคิดถึงและรักพวกเขาไม่หยุด

 

                ทิม!!  พี่กลับมาแล้ว  ฮึก  พี่!!   สาวน้อยร่างบางได้ยินเสียงตะโกนของพ่อแม่จึงรีบลงมาดู  ภาพตรงหน้าทำเอาเธอเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่างก่อนถูกดึงกลับเข้าร่างอย่างแรง  เธอโฮร้องทันทีเมื่อเห็นพี่ชายสุดที่รักอยู่เบื้องหน้าเธอและกำลังอ้าแขนรอรับเธออย่างอบอุ่น  สาวผมทองกระโดดกอดเกี่ยวขากับสะโพกชายหนุ่มเหมือนลูกลิงพลางร้องไห้เสียงดัง

 

                ฮะ ฮะ ฉันสบายดี สเตป...   ชายหนุ่มแทบล้มเมื่อต้องรองรับน้ำหนักของน้องสาว  มือเรียวลูบกลุ่มเส้นผมสีทองอย่างเอ็นดู  เขาแทบจำไม่ได้ว่าน้องสาวหนักเท่าไหร่  ช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอกัน เขาคิดถึงวิธีการกอดของน้องสาวแสนซนคนนี้ที่สุด

 

                กะ เกิดอะไรขึ้นกับลูก  ทะ ทำไมถึง   ผู้เป็นพ่อพยายามรวบรวมสมาธิถามออกไป  ร่างของสาวน้อยถูกวางลงกับพื้น  ชายหนุ่มสบตาผู้เป็นพ่อ  ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปาก 

 

               ทิม!!    เสียงฝีเท้าหนักที่คุ้นเคยก็วิ่งมาหยุดที่หน้าประตูบ้านของพวกเขาพร้อมเสียงเรียกที่ทิมไม่เคยลืม  ชายหนุ่มหันหลังก็พบ คอนเนอร์  เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของตน  ร่างสูงสวมเสื้อโปโลกีฬาสีดำรัดรูปเข้ากันได้ดีกับกางเกงยีนส์สีคราม รองเท้าผ้าใบเกรดดีสีดำ  ที่ยังคงเพิ่มเส่นห์นักกีฬาประจำโรงเรียนอย่าง คอนเนอร์ เหมือนวันสุดท้ายที่พวกเขาได้พบกันไม่มีผิด

 

                คอน  ดีใจจังที่ได้เจอกันอีก   ชายหนุ่มยกยิ้ม หรี่ตามองเพื่อนของตน

 

                นายหายไปไหนมาฮะ  ฉันเป็นห่วงนายแทบตาย ไอบ้าเอ๊ย!!   ร่างสูงของนักกีฬากอดเพื่อนสนิทแน่นพลางด่าทอไปด้วย  แต่ชายหนุ่มและครอบครัวไม่ถือสา เพราะพวกเขารู้ว่าร่างสูงเป็นห่วงเพื่อนขนาดไหน  

 

               ชายหนุ่มในอ้อมกอดหัวเราะ ยกมือตบหลังเพื่อนชายเบาๆ  บรรยากาศเดิมๆที่เขารักกลับมาอีกครั้งราวปฏิหารย์  แต่ชายหนุ่มรู้ดีแก่ใจว่าปฏิหารย์นี้ ไม่คงอยู่ชัวนิรันดร์  ชายหนุ่มคลายกอดก่อนหันมองครอบครัวของเขาด้วยแววตาโศกเศร้า

 

 

                มีเรื่องมากมายที่ผมต้องบอก... ”  ชายหนุ่มพยายามยกยิ้มแม้ในใจกำลังเจ็บปวด  




               ใบหน้างามที่กำลังยิ้ม พลันเปียกชื้นเมื่อสายน้ำอุ่นเอ้อล้นท่วมดวงตาถึงปลายคาง

 

 

 

 

 

ผม...

 

 


 

 

 

...........................................................................................................................................

//หมุนตัว 360 องศา แล้วคุกเข่าอ้าแขนด้วยความดีใจสุดขีด// 

 อ้ายยยยยยยยยยย ในที่สุดเราก็แต่งฉากที่ยากที่สุดของเราจบแล้ว ค่า~  ตอนต่อไปคือตอนจบบริบูรณ์แล้วเนอะ  รู้สึกเหงาๆขึ้นมาตะหงิดๆ 555555 

ตอนนี้ก็... ชงบรูซกับทาเลียเต็มที่ค่ะ ชงจนแก้วแตกหลายใบเลยทีเดียว(อวยทั้งทาเลียและเซลิน่า)  คู่พระนางที่มาตอนท้ายก็... ข้ามไป   ในส่วนตอนหน้าก็ตอนจบ  สปอยนิดนึงว่าจบสวย.... แค่นี้ล่ะค่ะ 5555+


ขอบคุณทุกท่านอีกเช่นเคยนะคะ ที่คอยคอมเม้นเป็นกำลังใจ(อันนี้สำคัญต่อใจมาก) และกดให้กำลังใจ ทำให้เราฮึดสู้ถึงจุดนี้ ถ้าไม่มีพวกคุณเราคงตันตั้งแต่สามตอนแรกแล้วแน่นอนค่ะ ขอบคุณจริงๆนะคะ ไว้จะร่ายยาวกว่านี้ในตอนที่สิบนะ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #49 V323577 (@Viewykanyavee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 15:11

    ฮืออ เจอกันซักที น้ำตาจิไหล????????

    แล้วคนอีกโลกนึงหล่าา หน่วงอ่าาา

    #49
    1
  2. #48 std5930594 (@std5930594) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 00:22
    ทำไมไรท์ทำหนูน้ำตาไหล ฮือออ!!! ชอบขุ่นแม่ทาเลียเท่มากกก!!! อวยคู่นี้ต่อไปค่าา สู้ๆค่ะติดตามตลอดเลยชอบมากกกก!!
    #48
    1
    • 6 กรกฎาคม 2561 / 09:58
      โอ๋ๆนะคะ // ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

      เราชอบลุคสาวห้าวแบบขุ่นแม่ทาเลียมากค่ะ ดูคล้ายๆไดอาน่าแต่เซกซี่กว่า ช๊อบชอบ

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ >3<
      #48-1
  3. #47 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 15:41
    โอ้ยยยย อ่านแล้วปวดใจแทนเลยค่ะไรต์ แงงง ตอนราส์บิดดาบนี่คือแบบ /กุมใจ รอตอนหน้านะคะ รอให้ตอนหน้ามาฮีลใจ;-;
    #47
    1
    • 1 กรกฎาคม 2561 / 16:04
      ขยี้แล้วต้องขยี้ให้สุดค่ะ 55555&#8203; //นอนกุมอกตัวเองไม่ต่างกัน

      จะพยายามปั่นตอนจบให้สวยงามที่สุดนะคร้าาาา
      #47-1
  4. #46 mintpoor (@mintpoor) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 13:59
    ไรท์ทำไมตอนท้ายๆๆๆๆๆๆๆ
    มันเศร้าอ่า ไม่นะทิมนายต้องอยุ่กับเจสันสิ กำลังไปได้สวยเลย`~~~~~~~`&#128547;&#128547;&#128547;&#128547;&#128547;&#128547;
    #46
    2
    • 1 กรกฎาคม 2561 / 14:10
      โอ๋ๆนะ การันตีว่าจบสวยนะคะ //ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
      แต่ยอมรับว่าตอนแต่งฉากเลือดสาดค่อนข้างน้ำตาซึมเพราะเปิดเพลงบิ้วอารมณ์ด้วย 555
      #46-1