[Fic] DC Bat family (AllTim)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,331 Views

  • 80 Comments

  • 75 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    59

    Overall
    2,331

ตอนที่ 15 : Cross the time to find love 7 ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    15 มิ.ย. 61

Cross the time to find love

ข้ามกาลเวลาตามหารัก

Jason x Tim




ตอนที่ 7  ความจริง
___________________________________

*ตอนนี้พี่ยกให้เดเมี่ยนเลยนะ >///< //ปาบทใส่เดเมี่ยนด้วยความรัก  




เพลง  Karliene - Red Right Hand



 

 

ทันทีที่ทิมเห็นคมดาบพุ่งมาอย่างรวดเร็วนั้นก็รีบกระโดดหลบอย่างหวุดหวิด  ร่างเพรียวใช้ข้อเท้าหมุนตัวเหวี่ยงแข้งหนักๆใส่ร่างปริศนาเจ้าของดาบไปเต็มไหล่  ทิมรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจใช้ไหล่รับแรงกระแทกเพื่อป้องกันลำคอและปลายคางที่ทิมตั้งใจฟาดทีแรก  แต่แรงของทิมก็ใช่จะเบา ร่างปริศนากลิ้งคลุกดินสองตลบ  ทิมพยายามเพ่งมองแต่ด้วยความมืดจึงไม่เห็นว่าเป็นใคร  


แกเป็นใคร!!   ทิมตะโกนลั่น

 

...   เงาปริศนาลุกขึ้นยืน อีกฝ่ายตัวเล็กกว่าทิมเล็กน้อย แต่เพราะความมืดจึงมองไม่ชัด แยกไม่ออกว่าอีกฝ่ายเป็นหญิงหรือชาย  ถึงอย่างนั้นจมูกพิเศษของโอเมก้าก็ถูกกลิ่นบางอย่างกระตุ้นให้ตื่นขึ้น

 

อัลฟ่าหนุ่ม...

 

ทิมเบิกตาโต  ยังไม่ทันที่สมองจะประมวลผล  อัลฟ่าหนุ่มปริศนายกดาบขึ้นตั้งตรงก่อนพุ่งเข้าหาทิมด้วยความเร็วที่ทิมยังตกใจ

 

เคร้ง!    ทิมใช้มีดสั้นที่เจสันมอบให้เขาสกัดดาบก่อนมาถึงคอแบบฉิวเฉียด

 

ฮืม... ตอบสนองเร็วดีนี่   ทิมได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจของร่างเล็กกว่า  เป็นเสียงของเด็กวัยรุ่นชายเพิ่งแตกหนุ่มประมาณสิบกว่าปี  เดี๋ยวนะ เด็ก?

 

ทิมดันตัวออกแต่ร่างปริศนาพุ่งตามติดๆแบบไม่ให้พักหายใจ  ทิมทำได้เพียงใช้มีดเล่มเล็กสกัดดาบที่เข้ามาหวังทำร้ายเท่านั้น  แม้จะพยายามหาช่องโหว่เพื่อโต้กลับแต่มันดูเป็นเพียงความหวังเพราะร่างเล็กกว่าเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว​และรวดเร็วมากในที่มืด   ทิมต่อสู้กับเด็กในเงามืดอยู่ครู่ใหญ่ๆ ไม่สิต้องบอกว่าทิมหนีการโจมตีมากกว่า เพราะทิมไม่สามารถตอบโต้ได้สักนิด   ทิมรู้ดีว่าเขาเสียเปรียบในที่มืดแคบแบบนี้  แต่อีกฝ่ายก็ดูไม่ได้เอาจริงกับเขา  เหมือนกำลังเล่นเสียมากกว่า  ถึงจะรู้ว่าเล่น ก็ใช่ว่าร่างเพรียวจะไม่เจ็บตัวเลย ด้วยเวลาที่ทั้งสองปะทะกัน เป็นทิมที่ค่อยๆหมดแรงลงไปทุกที  เสียงหอบหายใจหนักเป็นหลักฐานอย่างดีรวมถึงการเคลื่อนไหวที่เริ่มช้าลงทุกขณะ 

 

หึ หึ หมดฤิทธิ์แล้วรึ   ร่างเล็กกว่าเผยรอยยิ้มน่ากลัวออกมาก่อนจะกระโดดคร่อมทับร่างของทิม  จี้ปลายดาบจ่อคอยาวระหงส์เบื้องล่าง  ร่างเล็กกว่าหัวเราะในลำคออย่างรื่นรมย์ราวกับการกระทำของเขาเป็นเพียงการเล่นไล่จับเท่านั้น แต่เขาก็ใช้แรงไล่จับไปเยอะเหมือนกัน  ถึงอย่างไรซะเขาก็ชนะในที่สุด

 

 

เหมือนนักล่าที่เล่นกับเหยื่อให้หมดแรงขัดขืนก่อนกินทั้งเป็น

 

 

เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมมีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างหมดแรง  ร่างเล็กชะงักไปชั่วขณะเมื่อมองเหยื่อเบื้องล่าง ผิวขาวเนียนสวยเปื้อนเศษดินหลอมรวบกับเหงื่อที่เกาะกุมทั่วใบหน้า  ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลยังทิ้งคราบน้ำตาไว้ให้เห็น  โอเมก้าหนุ่มหอบหนักเพราะออกแรงไปมาก  กลิ่นกายลอยคละคลุ้ง​ปะปนไปกับฟีโรโมนของโอเมก้ายามรู้สึกตื่นเต้นหรือตื่นกลัว  อัลฟ่าแตกหนุ่มด้านบนนิ่งงันไปชั่วครู่ราวต้องมนตร์เมื่อสัมผัสกลิ่นโอเมก้าที่รุนแรงและหอมหวานเช่นนี้ครั้งแรก  ร่างเล็กกว่าลดดาบลงข้างตัวก่อนโน้มลงไปข้างล่างอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้  เสียงสูดหายใจบ่งบอกว่าร่างเล็กกำลังดมกลิ่นกายของทิมอยู่  แต่ยิ่งนานเข้า เสียงสูดดมยิ่งใกล้เข้ามามากขึ้น มากขึ้นจนสัมผัสได้ว่าปลายจมูกชนกับต้นคอของตน

 

อึก...   ด้วยการกระทำส่อเกินเลย  ยิ่งกระตุ้นต่อมความกลัวร่างเบื้องล่างสั่นเบาๆจนร่างเล็กด้านบนรับรู้ได้จากเสียงลมหายใจที่ติดขัด  อัลฟ่าหนุ่มก็เพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังทำมากเกินคำสั่ง  เจ้าตัวเด้งขึ้นแต่ช่วงล่างยังทับคนร่างสูงกว่าเอาไว้ ดาบถูกวางจ่อคอทิมอีกครั้งแต่คราวนี้วางในแนวนอนเพื่อป้องกันทิมปัดออก  แถมมือของทิมก็ถูกมือเล็กเรียวล็อกตรึงกับพื้นด้วย

 

อัลฟ่าหนุ่มน้อยหัวเราะเยาะเย้ยทิม  ... นี่น่ะเหรอ  คนที่ท่านปู่สั่งให้ระวังนักระวังหนา  อ่อนแอยิ่งกว่าที่คิดนัก

 

เธอ... สะกดรอยฉันอยู่ตลอดเลยสินะ   ทิมพอจะเห็นร่างด้านบนได้บ้าง แต่ไม่อาจเห็นหน้าชัดเพราะอัลฟ่าหนุ่มใส่ผ้าคลุมปิดไว้ แถมใส่หน้ากากปิดรอบตาอีกด้วย   ทิมใช้สมาธิปะติดปะต่อเรื่องราวในหัวก่อนจะเพิ่งนึกขึ้นได้งั้นเธอก็คือคนวางระเบิดบ้านเจสัน!  

 

ใช่  เพื่อล่อให้เจ้าออกห่างจากไอเจ้าตัวเหม็นนั่นยังไงละ  ช่างเป็นงานที่น่าเบื่อจนข้าอยากถล่มให้สิ้นเสียแต่แรกให้หมดเสี้ยนหนาม...   ถ้าท่านปู่ไม่สั่งข้าไว้ละก็ เจ้าตายไปนานแล้ว   อัลฟ่าตัวน้อยแสยะยิ้มจนอดหมั่นไส้ไม่ได้

 

ทิมยิ้มมุมปากกวนประสาทกลับไป  มั่นใจเสียเหลือเกินนะ  เดเมี่ยน

 

!!!   ร่างเล็กชะงัก  แรงกดดาบแรงขึ้นจนทิมสัมผัสได้ถึงความเจ็บแสบที่คอ  เจ้ารู้นามของข้าได้อย่างไร!!   เดเมี่ยนถามเสียงแข็ง  ใบหน้าทั้งสองใกล้กันจนทิมมองเห็นดวงตาสีเขียวเข้มภายใต้หน้ากากสีดำ

 

ทิมหัวเราะในลำคอ  หึ  ไม่ได้มีแค่เธอหรอกนะที่ทำตัวเป็นสายลับสอดแนมศัตรูน่ะ   ทิมเว้นจังหวะพูด  แล้วก็ ไม่ได้มีแต่เธอที่เคยเรียนการต่อสู้!!   สิ้นเสียง  ร่างเพรียวใช้มืออีกข้างสอดช่องว่างระหว่างแขนของเดเมี่ยไปดันคางอย่างรวดเร็วจนสูญเสียการทรงตัว  ทิมยกเข่าดันร่างเดเมี่ยนให้หงายหลังลงพื้น  มือข้างที่โดนเดเมี่ยนจับตอนนี้กลายเป็นฝ่ายถูกจับเสียเอง ไม่ต้องพูดถึงดาบเพราะมันหลุดออกจากมือตั้งแต่ทิมดันคางเดเมี่ยนอย่างแรงแล้ว  ทิมดึงข้อมือเดเมี่ยนยึดไว้ด้านหลังก่อนจะกดไหล่ให้หน้าติดพื้นแล้วขึ้นคร่อมทับร่างไว้โดยที่มีแขนทั้งสองของอัลฟ่าน้อยเป็นตัวประกัน ยิ่งเดเมี่ยนขยับ​ความเจ็บปวดก็ยิ่งแล่นให้เจ็บมากขึ้น

 

ทิมจับเด็กตัวแสบได้อยู่หมัดในท่า คู้เข่ากดให้หมอบ ตามกระบวนท่าล็อคข้อต่อและแขนศัตรูไม่ให้ขยับขัดขืนได้ เป็นหนึ่งในสิ่งที่กองกำลังพิเศษสอนทิมมาอย่างดี  ถึงแม้ท่าตอนนี้ดูล่อแหลมไปสักหน่อยก็ตาม

 

ปล่อยข้านะ  ไอพวกชั้นต่ำ!!   เดเมี่ยนร้องลั่นอย่างเกรี้ยวกราด

 

ชั้นต่ำเหรอ  งั้นเธอก็คงเป็นอัลฟ่าที่เสียชาติกำเนิดมาก ที่มาเสียท่าให้คนชั้นต่ำอย่างฉัน!   ทิมแยกเขี้ยวใส่ด้วยความโมโหไม่แพ้กัน

 

หน่อยแหนะ!   เดเมี่ยนโมโหจนควันแทบออกหู  ร่างเล็กกว่าดิ้นราวกับปลาที่อยู่บนพื้น  ทิมต้องใช้แรงพอสมควรดันแขนเดเมี่ยนเพื่อให้เด็กร้ายกาจแสนพยศหมดฤทธิ์เสียที

 

ยอมซะเถอะเจ้าเด็กบ้า!   เธอยังอ่อนประสบการณ์เกินไปที่คิดจะสู้กับฉัน...   ทิมยิ้มอย่างผู้มีชัย

 

เดเมี่ยนหยุดการเคลื่อนไหวลง  ทิมคิดว่าในที่สุดเด็กบ้าคนนี้ยอมแพ้  แต่อัลฟ่าน้อยค่อยๆหันข้างจ้องทิมด้วยรอยยิ้มเจ่าเล่ห์  ... หึ  แกนั่นแหละ ไอโง่  

 

ทันใดนั้น  มีเงาดำปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง​  ทิมรีบหันทันทีโดยไม่ทันป้องกันตัวใดๆก็ถูกของแข็งฟาดต้นคออย่างแรงจนสลบล้มทับร่างเล็กด้านล่าง  เดเมี่ยนพลักร่างที่หมดสติออกจากตัว  นัยต์ตาสีเขียวภายใต้หน้ากากมองผู้มาใหม่ด้วยอารมณ์หงุดหงิด บอกไม่ถูกว่าเด็กน้อยโกรธเพราะอะไร อารมณ์ไหน

 

ทำไมทำสีหน้าโหโมกระผมแทนล่ะครับนายท่าน  หรือกระผมเข้ามาขัดจังหวะกันขอรับ   ชายร่างสูงผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นในความมืด

 

....   เดเมี่ยนทำเมิน  สายตายังจ้องร่างเพรียวที่นอนสลบอยู่บนพื้น

 

นี่คงเป็นครั้งแรกเลยสินะขอรับที่นายท่านเจอกับโอเมก้า  กลิ่นหอมใช้ได้เลยนะครับ   ชายร่างสูงกล่าวเสียงยียวน

 

เดเมี่ยนหันมองด้วยสายตาพิฆาต  หุบปากไปซะ   รีบกลับปราสาทกันได้แล้ว  แบกเจ้านี่ไปด้วย

 

ชายร่างสูงยักไหล่ยอมแพ้ยกอุ้มร่างเพรียวพาดไหล่กว้างก่อนที่ทั้งสองจะเรียกม้าขี่หายเข้าสู่ป่าลึก  ทิ้งเพียงนาฬิกาเรือนสวยกับมีดสั้นเปื้อนเลือดไว้เป็นของดูต่างหน้าเท่านั้น

 

 

 

 


สามวัน ต่อมา  ณ บ้านเจสัน

บ้านหลังโตถูกซ่อมแซมโดยใช้แค่แผ่นไม้ปิดส่วนห้องนอนของเจสัน  ผลจากแรงระเบิดไม่ได้มีอนุภาพทำลายล้างบ้านทั้งหลังเพราะจุดวางระเบิดคือกำแพงนอกห้องนอน และดินปืนที่ใช้ก็มีอนุภาพเพียงทำลายกำแพงเท่านั้น  แรงระเบิดทำให้ประตูห้องกระเด็นหลุดจากตัวยึด  เตียงนอนไม้ไหม้ไปครึ่งเตียง  ตู้เสื้อผ้าดีหน่อย ความเสียหายจากรอยไหม้กินพื้นที่เพียงสามสิบเปอร์เซนต์ที่เหลือยังมีสภาพใช้การได้ ส่วนชั้นวางหนังสือใกล้จุดวางระเบิดเสียหายอย่างหนัก  แต่เมื่อพ้นห้องนอนไปยังจุดอื่นๆในบ้านกลับไม่ได้รับความเสียหายจากเปลวเพลิงแม้แต่น้อย

 

เจสันคลุกตัวอยู่แต่ในบ้านที่ยังทิ้งรูโหว่ขนาดใหญ่ไม่มีการซ่อมแซมนอกจากเอาไม้ปิดไว้ลวกๆพลางกินเหล้าเมามายทั้งวัน ไม่ออกไปลาดตระเวน ไม่ออกไปพบปะผู้คน  สร้างความเป็นห่วงแก่บรรดาลูกน้องเป็นอย่างมาก  ซาแมนธา แม่บ้านคนสนิทเปิดประตูเข้ามาพร้อมถาดอาหารก็เจอเจสันนอนซมบนโซฟา​  รอบตัวมีแต่ขวดเหล้าเกลื่อน  ใบหน้าซูบผอมทรุดโทรมลงมากทั้งที่ผ่านไปเพียงสามวัน


คุณเจสัน  คุณไม่ได้ทานอะไรนอกจากเหล้ามาสามวันแล้วนะคะ   ซาแมนธากล่าวด้วยความเป็นห่วง

 

ยุ่งนา  มีงานก็ไปทำไป!   เจสันยกแขนปัดไปมาบนอากาศ

 

อย่างน้อยก็ออกไปเดินข้างนอกบ้างเถอะค่ะ   ซาแมนธาจับแขนเจสัน  เธอไม่อาจทนเห็นคนที่เป็นดั่งครอบครัวทุกข์ทรมานอยู่อย่างนี้

 

เจสันเปิดตาขึ้นอย่างยากลำบากก็เห็นหญิงชราใกล้ร้องไห้เต็มที  เออ ก็ได้ๆ

 

 

 

เจสันในตอนนี้ไม่อาจลืมทิมได้เลย  เขาโหยหา  คิดถึง  ต้องการอีกฝ่ายจนร้อนรุ่มไปทั้งกายใจ  แต่อีกใจนั้นเขาเจ็บปวด เจ็บที่ทิมหักหลังเขา  ทรยศเขา  นั่นเป็นเรื่องที่เจสันไม่อาจให้อภัยได้

 

 

 

เจสันเดินโซเซเข้าเขตป่าเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์หวังให้สมองปลอดโปร่ง  พลันนัยต์ตาสีใบไม้สดสะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างส่องแสงอยู่กลางป่าอันมืดมิด

หืม?  แสงอะไร   เจสันขมวดคิ้วก่อนก้าวเท้าให้เร็วขึ้น พลันหัวใจตกวูบเมื่อพบวัตถุส่องแสง นี่มัน... นาฬิกาของทิม!  

 

เกิดอะไรขึ้น  ทำไมถึงทิ้งของสำคัญเอาไว้แบบนี้  หรือว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี... 

 

เจสันคุกเข่าหยิบนาฬิกาขึ้นมา  ฝาถูกเปิดทิ้งไว้จึงเห็นหน้าปัดนาฬิกาชัดเจน  ทันทีที่นาฬิกาอยู่ในมือเจสัน แสงประหลาดที่ส่องประกายก็ค่อยๆเลือนหายไปจนกลับสู่ปกติ  เจสันก้มมองนาฬิกาใกล้ๆอย่างครุ่นคิด ทันใดนั้น ปลายจมูกก็ได้กลิ่นบางอย่างที่สะกิดเขาอย่างแรง

 

กลิ่น... !!!   อัลฟ่าหนุ่มสางเมาเป็นปลิดทิ้งรีบวิ่งกลับบ้านของตนทันที

 

คุณเจสัน  เกิดอะไรขึ้นคะ?   ซาแมนธาสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆเจสันก็พรวดพราดเหวี่ยงประตูบ้านจนแทบหลุดติดมือมา  ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเหนื่อย

 

กลิ่น!  กลิ่นของทิมบนนาฬิกาไม่เหมือนกับกลิ่นในจดหมายนั่น   เจสันพูดด้วยน้ำเสียงดุดันพลางชูนาฬิกาในมือ


นอกจากกลิ่นของโอเมก้าแล้ว  ยังไม่มีกลิ่นน้ำหอมที่เจสันซื้อให้ทิมตั้งแต่วันแรกที่เข้าเมืองอีก  ทิมใช้น้ำหอมนั่นทุกวันทำไมเขาจะจำไม่ได้ละ



ทำไมกัน​  ทำไมเพิ่งจะมานึกได้เอาตอนนี้!! 

 

 

เจสันแต่งตัวพร้อมรบก่อนเกณฑ์คนนับยี่สิบออกไปตามหาทิมในป่า จุดแรกคือจุดที่เจสันพบนาฬิกา คราวนี้เจสันพบมีดสั้นและร่องรอยการต่อสู้ด้วยของมีคมอย่างดาบหรือมีดยาวตามต้นไม้ รอยเลือดสีที่แห้งจนกลายเป็นสีน้ำตาลเปรอะเปื้อนอยู่รอบบริเวณจำนวนไม่น้อย​  ยิ่งทำให้เจสันเป็นกังวลมากขึ้นกว่าเดิม ถึงขนาดต้องใช้พละกำลังชายกว่าสิบคนรั้งเจสันไม่ให้ไปถล่มปราสาทราส์ อัลกูล ด้วยตัวคนเดียวได้  ใช้เวลาร่วมชั่วโมงกว่าจะทำให้เจสันหมดแรงและลากเขากลับหมู่บ้าน​ อย่างน้อยเพื่อให้เขาตั้งสติมากกว่านี้หน่อย

 

เจสันหมกตัวอยู่ในห้องทำงานชั้นสองของตน เสียงทำลายข้าวของดังไม่หยุดมาหลายชั่วโมง เสียงกรีดร้องอย่างโกรธเกรี้ยวไม่มีท่าทีอ่อนลง มีแต่จะทวีคูณมากขึ้นเท่าตัว  เจสันต่อยกำแพงระบายอารมณ์ ประชดความโง่เขลาของตนที่หน้ามืดตามัวในสิ่งที่เห็น ไม่ยอมเชื่อทิม เขาโทษตัวเองในเรื่องนี้อย่างหนักไม่อาจให้อภัยตัวเองได้แม้แต่นิดเดียว ต่อให้เขาช่วยทิมออกมา  ทิมก็ไม่มีวันเชื่อใจเขาอีกต่อไป  ไม่ว่าหนทางใดเจสันก็สูญเสียทิมไปอยู่ดี

 

เจสันเปิดนาฬิกาพกมองเข็มวินาทีเคลื่อนที่อย่างอ้อยอิ่ง  พลันดวงตาคมเห็นสิ่งผิดปกติตรงฝาเปิดปิดด้านในนาฬิกาพก  มีกระดาษสีน้ำตาลทองติดรอบฝาด้านใน  หากมองแวบแรกคงแยกไม่ออกเพราะสีกระดาษกับนาฬิกาเป็นสีเดียวกัน  เจสันค่อยๆใช้นิ้วแกะกระดาษออก  เมื่อแกะเสร็จ เจสันไม่รีรอเปิดดูเนื้อความในกระดาษแผ่นจิ๋วทันที

 

หากล่องสีแดงในห้องนอนของคุณ

 

เนื้อความสั้นๆเหมือนคำใบ้บอกทางไปหาขุมทรัพย์  เจสันเด้งตัวพุ่งไปยังห้องนอนของตน  เมื่อเข้ามาถึงเจสันกวาดตารอบห้อง แทบล้มโต๊ะล้มเตียงเพื่อหาของดังกล่าว  เพียงไม่กี่นาทีสภาพเจสันก็กลายเป็นมนุษย์สีดำจากเถ้าถ่านแต่ก็หาสนไม่ เขายังคงเพียรหาของสิ่งนั้นต่อไป  จนกระทั่งเจสันก้มดูใต้ตู้เสื้อผ้าที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด มันทั้งมืดและแคบเพียงแขนลอดผ่าน  ด้านในมีกล่องใส่ของอยู่มากมาย  เจสันกวาดตารอบเดียวก็เจอกับกล่องสีแดงเป้าหมาย  แขนยาวเอื้อมไปลากกล่องสีแดงขนาดพอดีมือออกมา  เจสันจำได้ว่ามันคือกล่องใส่น้ำหอมกล่องที่สองที่เขาซื้อให้ทิมเมื่อสองสัปดาห์ก่อน และเพราะมันถูกเก็บในจุดอับจึงรอดจากแรงระเบิดและเปลวไฟ  ร่างสูงกลืนน้ำลายอึกใหญ่  เขาไม่อาจรู้ได้ว่าทิมเก็บอะไรไว้ในนี้ แล้วสิ่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาเขาได้อย่างไร

 

เจสันเปิดฝาออก  ภายในกล่องมีสมุดหนึ่งเล่ม  ซองจดหมายสีน้ำตาลอ่อนหนึ่งฉบับ และแผ่นกระดาษสีขาวเด่นสะดุดตาวางไว้บนสุด  เจสันตัดสินใจอ่านกระดาษแผ่นสีขาวเป็นอย่างแรก  เนื้อความด้านในคือ...

 

 

 

ตกดึกคืนนั้นเจสันเรียกให้แจซและเอิร์ดมาหาพร้อมสั่งให้นำกล่องใส่เอกสารเจ้าปัญหาที่ทั้งสองพบมาด้วย  ทันทีที่สองหนุ่มอัลฟ่ามาเยือนห้องทำงานบนชั้นสองและเจอเจสันยืนพิงขอบโต๊ะประชันหน้าพวกเขาอยู่นั้น  เอิร์ดเป็นคนแรกที่เอ่ยเสียงดังทันที

หัวหน้า!  ได้โปรดฟังพวกเราอีกครั้งเถอะครับ! พวกเรามีหลักฐานว่าคุณทีโมธีไม่ใช่คนของราส์ อัลกูลนะครับ!!   เอิร์ดคุกเข่าแทบเท้าเจสัน  ในขณะที่แจซถือกล่องสีดำอยู่เบื้องหลัง แก้มขวามีร่องรอยช้ำบวมเป่งกำลังมองเจสันด้วยสายตาเรียบเฉย

 

ฮะ  แกพูดเรื่องอะไร   เจสันมองเอิร์ดที่ยังคุกเข่าไม่ขยับเขยื้อน

 

เอิร์ดเงยหน้า  ก็พวกเราเคยมาบอกเรื่องนี้กับคุณเมื่อวาน  แต่พอเอ่ยชื่อคุณทีโมธีคุณที่เมาไม่มีสติก็ชกแจซจนคว่ำ พวกเราเลยไม่กล้าบอกเรื่องนี้...    เอิร์ดชี้ไปที่เพื่อนของตนที่ยังคงยืนนิ่งไม่แสดงอาการอะไร เพียงแต่หลบตาเจสันด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองไม่หาย

 

ฉันขอโทษ... ฉันจำเรื่องเมื่อวานไม่ได้  เอาเป็นว่า รีบลุกขึ้นแล้วบอกเรื่องหลักฐานมา   เจสันถอยหลังให้ทั้งสองเข้ามาในห้อง 

 

เอิร์ดมองแจซอย่างลังเลทำให้แจซต้องรับหน้าต่อทั้งที่ยังปวดระบมทั่วทั้งปาก  แจซเปิดกล่องสีดำหยิบเอกสารบางแผ่นออกมาพร้อมกระดาษอีกแผ่นซึ่งมีลายมือจริงๆของทิมที่เคยเขียนขั้นตอนการฝึกให้พวกเขา  ซึ่งทั้งสองหนุ่มเก็บมันไว้อย่างดี  เอ่อ...  ตลอดสามวัน พวกเราเปรียบเทียบลายมือของคุณทีโมธีและลายมือในเอกสารพวกนี้พบว่าในเอกสารจงใจคัดลายมือให้เหมือนคุณทีโมธีครับ

 

จงใจรึ   เจสันรับกระดาษทั้งสองแผ่นมาดู

 

แจซพยักหน้า  ครับ  หากดูดีๆทีละตัวอักษรในกระดาษของคุณทีโมธี ตัวอักษรตวัดเป็นธรรมชาติ มีการลากปลายอักษรให้สวยงาม  แต่กับอีกแผ่นที่พบในกล่องดำกลับมีน้ำหนักรอยกดปากกาเท่ากันทุกตัว ดูฝืนธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด  และเรื่องการเขียนรวมตัวอักษรให้บางตัวมันติดกัน​ เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลก็แยกได้ว่าคนเขียนจดหมายพวกนี้ไม่ใช่คนเดียวกัน  แล้วที่สำคัญกว่าคือคุณทีโมธีไม่ได้เขียนหรือแตะต้องจดหมายพวกนี้เลยก็เพราะ​  กลิ่น... ”   

 

เอิร์ดพูดแทรกขึ้น  พวกเราสองคนเป็นอัลฟ่าที่เคยดูแลเขาตลอดสองวัน  พวกเรามั่นใจว่าคนเขียนไม่ใช่คุณทีโมธีครับ

 

ถ้าเรื่องกลิ่นฉันก็รู้แล้วเว้ย ”  ดวงตาสีเขียวฉ่ายแววพิโรธ  เจสันเงยหน้ามองสองหนุ่ม  “ ที่พวกแกกำลังบอกฉัน  มีอีกใช่ไหม

 

สองหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่  ครับ...  ผมคิดว่า พอจะรู้ว่าใครคือคนของราส์  

 

 

.

.

.

.

.

 

 

 

ก๊อก  ก๊อก

ประตูไม้สลักแต่งแต้มด้วยสีสันให้หรูหราถูกเปิดออกช้าๆ  เผยให้เห็นเด็กหนุ่มผิวสีแทน ผมสีดำสั้น ดวงตาเรียวคมสีเขียวมรกต ใบหน้าเรียบเฉยจับจ้องไปยังชายอวุโสดูมีภูมิฐานอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานตัวโต นาม ราส์ อัลกูล   ชายผู้มีดวงตาสีเทาชี้คม ผมชี้แหลมสีดำตัดขาวบริเวณขมับทั้งสองข้าง  ริ้วรอยของอายุไม่อาจบดบังความอันตรายแฝงไปด้วยพิษสง  ยิ่งชายร่างสูงผู้นี้สวมผ้าคลุมสีเขียวยาวจรดพื้นกับรอยยิ้มแสยะ ยิ่งไม่อาจปฏิเสธได้ว่าชายคนนี้สามารถฆ่าคนได้แม้ยังมีรอยยิ้มบนใบหน้า 

 

ราส์เห็นผู้มาเยือนคือหลายชายของตนก็ยกยิ้ม  ศอกชันโต๊ะก่อนสองมือประสานกันตรงระดับปาก เจ้าเองหรือเดเมี่ยน  ... หาตัวเจ้าโอเมก้านั่นเจอรึยัง

 

ขออภัยท่านปู่  ข้าหาเขาไม่พบ  แต่ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่   เดเมี่ยนตอบ

 

ข้าอุสาเสียไปหลายเหรียญเพื่อเลี้ยงหนอนในกองกำลังงี่เง่านั่นเพื่ออะไร  นี่ก็ผ่านมาเนิ่นนานแล้วทำไมถึงยังไม่พบตัวอีก...  ข้าให้เวลาอีกหนึ่งอาทิตย์ รีบหาตัวมัน ”  แววตาสีเทาแปรเปลี่ยนเป็นโมโหแต่ยังพอคุมความโกรธนั้นไม่ให้หลุดออกมาผ่านเสียง

 

ขอรับ  ข้าขอตัว---   

 

ข้าได้ยินมาว่าพักหลังนี้เจ้าเดินทางเข้าออกเมืองอยู่บ่อยครั้ง มีอะไรหรือเปล่า   น้ำเสียงสงสัยของราส์ อัลกูล ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นแรง  นัยต์ตาสีเขียวสั่นไหววูบหนึ่งก่อนกลับมานิ่งสงบเหมือนเดิม

 

ไม่ขอรับ   

 

เจ้าคงยังไม่ลืมสัญญาระหว่างเจ้ากับข้าใช่หรือไม่  หลานรัก ”  ราส์สบตาเดเมี่ยน 

 

เด็กหนุ่มยังตีหน้าเรียบเฉย  ... ไม่  ข้าไม่ลืมอยู่แล้ว  ข้าแค่ออกไปเดินเล่นในเมืองบ้างตามประสาของข้า  ท่านต่างหาก  หากท่านทำร้ายท่านแม่ล่ะก็  ข้าจะฆ่าท่าน   เดเมี่ยนแยกเขี้ยวคาดโทษผู้เป็นปู่แท้ๆ

 

ราส์หัวเราะที่ได้เห็นแววตานักฆ่าเหมือนของตน  หึ หึ หึ  ไปได้แล้ว ตามหาทีโมธีจนกว่าจะเจอ

 

 

 

 

หลังจากเดเมี่ยนระเบิดบ้านเจสัน ก็ผ่านมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว  ทางนักรบเงาหรือกองกำลังราส์ อัลกูล ตามล่าหาตัวโอเมก้าทีโมธี แจ็คสัน เดรก ที่จู่ๆหายไปราวกับควัน

 

เดเมี่ยนกลับเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของตน  ภายในห้องปูด้วยอิฐปูนสีเทาทมึน  โครงสร้างห้องนอนเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 7  เมตร  ยาว 10 เมตร  สูง10 เมตร ซึ่งนับว่าเพดานห้องอยู่สูงมาก  เพราะพื้นที่ว่างด้านบนเดเมี่ยนเอาไม้เนื้อแข็งติดตามมุมต่างๆเพื่อฝึกปีนและทรงตัวบนต้นไม้นั่นเอง  ภายในห้องมีหน้าต่างแค่บานเดียว ต่อให้เป็นตอนกลางวัน ภายในห้องก็ยังมืดสลัวอยู่ดี  ยิ่งด้านบนไม่ต้องถาม แทบมองอะไรไม่เห็นเลย  ภายในห้องมีชั้นวางอาวุธเรียงรายนับยี่สิบชิ้น เดเมี่ยนมักฝึกอาวุธภายในห้องคนเดียวมากกว่าฝึกในสนามฝึกและอีกมากมายที่จำเป็นต่อการเป็นนักฆ่าอย่างเขา

 

เดเมี่ยนล้มลงนอนบนเตียงที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับความนุ่มสักเท่าไหร่  ดวงตาสีมรกตเหลือบมองยังเพดานอันมืดมิดก่อนจะหลับตาถอนหายใจเฮือกใหญ่

ลงมาได้แล้ว

 

สิ้นเสียงเด็กหนุ่ม  เสียงเหยียบท่อนไม้ด้านบนเพดานก็ดังขึ้น  ก่อนที่ร่างเพรียวอันแสนคุ้นเคยจะกระโดดลงมาอยู่เบื้องล่าง  ใช่แล้ว  ทิม นั่นเอง

เป็นยังไงบ้างเดเมี่ยน   ทิมตรงดิ่งไปหาเด็กหนุ่ม

 

เป็นอย่างที่เจ้าบอกไม่มีผิด  ราส์ เริ่มสงสัยข้าแล้ว เห็นทีต้องรีบจัดการตามแผน   เด็กหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด

 

ถึงยังไงก็ต้องรอคืนเดือนมืดเท่านั้น   ทิมกล่าวสีหน้าครุ่นคิด

 

เด็กหนุ่มเด้งตัวขึ้นนั่งขัดสมาธิ  เรื่องนั้นข้ารู้แล้ว  แต่ทางเจ้าเถอะ เมื่อไหร่ไอเจ้าคนเถื่อนจะมาเสียที หรือมันตัดใจไปหาสตรีใหม่จนไม่เห็นข้อความของเจ้าแล้ว   เดเมี่ยนชี้หน้าทิม

 

ไม่มีทาง  เจสันไม่ใช่คนแบบนั้น   ทิมตอบโดยเร็ว

 

เดเมี่ยนขำพรืดขึ้นจมูกเชิดหน้าขึ้นพลางกอดอก  นัยต์ตาสีเขียวคมหรี่ตายิ้มเยาะเย้ย  มั่นใจเสียเหลือเกินนะ  เจ้าเพิ่งอยู่กับเจ้าป่าเถื่อนไม่นานเองไม่ใช่หรือ

 

ทิมมองค้อนกลับไปหนึ่งทีก่อนเป็นฝ่ายยอมแพ้  พอนึกถึงเจสันพลันริมฝีปากบางก็ยกยิ้มขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ก็บอกความรู้สึกไม่ถูกเหมือนกัน  แต่ฉันเชื่อใจเขา... ฉันเชื่อว่าเขาจะไม่ทิ้งฉัน

 

ชิ  น่าหมั่นไส้ชะมัด   เดเมี่ยนจิกปากไม่สบอารมณ์ ก่อนล้มตัวลงไปนอนอีกครั้ง

 

ทิมเชิดหน้าทำเสียงขึ้นจมูกท้าทายกลับ เดินตรงไปหาเด็กหนุ่ม หึ เธอยังเด็กไปที่จะเข้าใจเรื่องพวกนี้น่ะสิ  รีบๆโตเข้าล่ะ   มือเรียวลูบๆกลุ่มผมสีดำเงาช้าๆพลางขำเสียงต่ำอยู่ในลำคอ

 

เด็กหนุ่มโกรธควันออกหูทันที  “ โว้ย!  เดี๋ยวข้าจับกดซะเลยนี่!!!   เดเมี่ยนลุกพรวดจากเตียงพุ่งไปตะคลุบร่างเพียวจนหงายหลังกระแทกกับพื้น  ทิมที่ไม่ทันตั้งตัวก็โดนล็อกมือทั้งสองยึดตรึงไว้ข้างตัวเสียแล้ว  ทั้งสองจิกตาใส่กันอย่างไม่ยอมแพ้ ระหว่างนั้นก็มีเสียงฝีเท้าตรงดิ่งมายังพวกเขา

 

ตุบ ตุบ ตุบ  ปัง!

 

ชายสามคนสวดชุดสีดำปิดหน้าเห็นเพียงดวงตาเปิดประตูเข้ามาในห้องด้วยสายตาไม่เป็นมิตร  นายท่าน มีอะไรเกิดขึ้นหรือขอรับ   พวกเขาทั้งสามมองภายในห้องที่ว่างเปล่าไม่พบใครนอกจากเด็กหนุ่มที่ยืนถือดาบยาวกวัดแกว่งไปมาเพียงคนเดียว

 

ไม่มี  พวกเจ้าไม่เห็นหรือว่าข้าฝึกวิชาดาบอยู่  ออกไปซะ   เด็กหนุ่มขึ้นเสียงจนชายทั้งสามชะงัก

 

ขอรับ   ชายทั้งสามเดินออกไปโดยดี  สิ้นเสียงประตูและฝีเท้าจางหายไป  ทิมที่หลบอยู่ใต้เตียงค่อยๆคลานออกมา

 

เกือบไปแล้ว  ทิมถอนหายใจเฮือกใหญ่  เดเมี่ยนเก็บดาบเข้าฝัก

 

เหอะ  เจ้าเกือบทำข้าเดือดร้อนอีกแล้วนะ ”  เดเมี่ยนกอดอกมองทิม  “ แล้วน้ำหอมของเจ้าใกล้หมดรึยัง

 

ทิมเลิกคิ้วเหมือนเพิ่งขึ้นได้  มือเรียวควานหาขวดน้ำหอมในกระเป๋าเสื้อก่อนหยิบมาให้ดู  อืม  ก็ใกล้แล้วล่ะ  ขนาดใช้ขวดที่สองแล้วนะเนี่ย...  แต่ไม่เป็นไรหรอก   ทิมยกยิ้ม

 

ก็ดี   เดเมี่ยนพ่นลมเฮือกใหญ่ก่อนพาตัวเองกลับขึ้นไปนั่งบนเตียง  ทิมก็พาตัวเองออกห่างไปนั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆแทน  อัลฟ่าน้อยไม่รู้จะทำอะไรต่อจึงชักดาบออกมาเช็ดถูทำความสะอาดเงียบๆ

 

ทิมมองหน้าอ่อนวัยของเด็กหนุ่มพลางนึกย้อนในวันที่บรูซคุยกับเขาวันนั้น  



ทุกอย่างคือแผนของบรูซ  




บรูซขอให้ทิมลักลอบเข้าไปในปราสาทราส์  อัลกูล  เพียงคนเดียวและห้ามบอกเจสัน เพราะหากเจสันรู้ เขาจะไม่ยอมให้ทิมรับภารกิจเสี่ยงตายนี้แน่  ทิมถามกลับว่าเข้าไปทำไม  บรูซบอกเพียงว่า เมื่อทิมเข้าไปได้  จะเจอพันธมิตรของเขาเป็นกำลังหนุนช่วยอีกแรง  แต่บรูซไม่ยอมบอกว่ากำลังหนุนที่รออยู่คือใคร  เมื่อทิมถามอีกครั้งว่าทำไมถึงต้องเลือกเขา  บรูซยิ้มมุมปากก่อนพูดว่า เพราะเธอเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้แผนสำเร็จ   ทิมไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ถามต่อ 

 

ตอนนี้ทิมเข้าใจแล้ว เดเมี่ยนให้ข้อมูลว่า  ราส์ อัลกูล  รู้ว่าทิมเป็นโซเมทกับเจสันจากไส้ศึกซึ่งคอยส่งข่าวให้ราส์อยู่ตลอด  ราส์ต้องการจับทิมมาเป็นตัวประกันเพื่อล่อเจสันและกำจัดทิ้ง​  บรูซจึงคิดแผนซ้อนแผน  เมื่อราส์ส่งนักฆ่ามาลักพาตัวทิมเมื่อไหร่ หนึ่งในพันธมิตรที่แฝงตัวอยู่จะแอบพาทิมไปก่อนที่นักฆ่าจะมาถึง  กระนั้น ทิมจึงไม่คิดไม่ฝันว่าสายลับของบรูซจะเป็นเด็กคนนี้ 

 

ส่วนเรื่องแผนหลังจากนั้น  บรูซตั้งใจจะใช้ทิมล่อเจสันมาอีกที  หมายถึง ล่อเจสันให้พากองทัพมาที่นี่นั่นเอง  เพราะงั้นก่อนวันที่ทิมจะถูกจับจึงเขียนจดหมายถึงแผนการทั้งหมดและได้บอกให้เจสันไปหาบรูซเพื่อคุยแผนต่อ 

 

นี่ล่ะคือสิ่งที่ผมทำได้   แต่...  ท่านบรูซเองก็ไม่ต่างกัน  ร้ายกาจนัก  นึกแล้วก็แอบสงสัยว่าเดเมี่ยนกับบรูซเป็นอะไรกัน  ไหนเจสันบอกว่าเดเมี่ยนถูกเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าแต่เด็กไง...  ทิมครุ่นคิด

 

 

...   ทิมเหลือบมองแผ่นหลังเด็กหนุ่มซึ่งกำลังขัดดาบยาวอยู่ริมเตียงนอน  เดเมี่ยนเองเหมือนรู้ว่าถูกแอบมองก็เอ่ยขึ้น

 

แล้วเรื่องที่ข้าสั่ง---  

 

ขอร้องต่างหาก...  ไม่ใช่สั่ง   ทิมพูดขัด

 

เออ! ขอร้อง แล้วหาเจอไหม   เดเมี่ยนวางดาบก่อนหันมาใส่อารมณ์ร้อนขึ้นเสียงอีกครั้ง

 

ทิมแอบขำ “ เจอ  แต่ฉันไม่บอกหรอกนะ  คำตอบทำเอาเดเมี่ยนเบิกตาโตไม่เข้าใจ   ถ้าหากรู้ว่านางอยู่ที่ไหน แผนจะเสียทั้งหมด   ทิมกอดอกล่าวเสียงเรียบ

 

เจ้าจะให้ข้าเผิกเฉยเช่นนั้นหรือ!   เดเมี่ยนเริ่มกระวนกระวาย  นัยต์ตาสีเขียวสั่นไหว

 

เปล่า แต่ต้องการให้เธอใจเย็นและมีสมาธิกับแผนเพียงอย่างเดียว ”  ทิมยังคงเห็นแววตาไม่สบายใจของเดเมี่ยนก็กล่าวต่อ  “ ไม่ต้องห่วง  แม่ของเธอยังสบายดี นางคิดถึงเธอมากเลยนะ

 

ทาเลีย  มารดาของเดเมี่ยน  นางถูกจับขังในคุกใต้ดินปราสาทเนื่องจากขัดคำสั่งผู้เป็นพ่อ และเคยพาเดเมี่ยนหนีแต่ไปไม่รอด  ทั้งสองถูกจับกลับมา  ทาเลียถูกจับมานานกว่าสี่ปีแล้ว  โดยราส์ยื่นข้อตกลงกับเดเมี่ยน หากเด็กหนุ่มยอมทำตามคำสั่ง ราส์จะไม่ทำร้ายมารดาของตน  แต่ราส์ไม่อนุญาตให้ทั้งสองพบกันอีกต่อไป  แม้เด็กหนุ่มจะเติบโตมากับที่นี่  แต่ยังมีอีกหลายร้อยเรื่องนักที่ยังไม่รู้  เดเมี่ยนพยายามลักลอบเข้าไปยังคุกใต้ดินแต่ทหารเฝ้าไว้อย่างแน่นหนา เดเมี่ยนเองแม้จะมีอิสระได้ออกไปข้างนอกได้ แต่ก็มีนักฆ่าติดตามตัวไม่ต่างจากนักโทษอยู่ดี 

 

ส่วนทิม  หลังจากได้รับการช่วยเหลือให้หลบอยู่ในห้องของเดเมี่ยน  นอกจากตอนกลางวันที่ต้องหลบซ่อนแล้ว ในยามค่ำคืนทิมจะออกจากห้องเพื่อสำรวจปราสาทและทำตามคำขอร้องของเดเมี่ยนที่ให้หาที่คุมขังแม่ของตน

 

เจ้าคุยกับท่านแม่อย่างนั้นหรือ!   เดเมี่ยนยอมคลายความกังวล

 

ก็แอบๆนิดหน่อยล่ะนะ  มีทหารเฝ้าหนาแน่นมาก พวกเราจึงเปลี่ยนมาส่งจดหมายแทน ”  ทิมยิ้มก่อนหยิบกระดาษพับสี่ทบเดินเอามาให้เดเมี่ยน  “ ทาเลียเขียนจดหมายฝากถึงเธอด้วย

 

...   เดเมี่ยนสบตากับทิมด้วยแววตาสับสน มือเล็กรีบหยิบจดหมายเปิดอ่านทันที

 

ทิมยิ้มกว้างเมื่อเห็นประกายความสุขอยู่ในแววตาเดเมี่ยน  ทิมจึงพูดต่อ นางยังบอกว่าจะสู้เคียงข้างกับเธอ--

 

ไม่!!  เมื่อไฟสงครามปะทุขึ้น  เจ้าต้องพาท่านแม่หนีไปยังที่ปลอดภัย  ข้าให้ท่านแม่มาเสี่ยงไม่ได้

 

...  เข้าใจแล้ว   ทิมมองแบบอึ้งๆเพราะไม่เคยเห็นด้านนี้ของเด็กปากร้ายมาก่อน  ทิมที่ได้เห็นมุมน่ารักๆของเด็กหนุ่มห่วงแม่ก็อมยิ้มก่อนจะกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม

 

เดรก   เสียงเรียกเบาๆดึงให้ทิมเงยหน้าอีกครั้ง  ใบหน้าเยาว์วัยที่กำลังขมวดไปมากับดวงตาสีเขียวไหว่หวั่น  แก้มเนียนขึ้นสีจนถึงใบหู ริมฝีปากบางขยับหมุมหมิบกำลังเอ่ยบางอย่างแก่โอเมก้าเบื้องหน้า

 

 

 

 

 

ขะ ขอบ... ขอบคุณ

 

 





.................................................................................................................

ขอเปลี่ยนพระเอกตอนนี้ทันไหมคะ--- //โดนยิง

รู้สึกชอบแจซกับเอิร์ดจังค่ะ เป็นตัวประกอบแท้ๆแต่มีสีสันจัง 5555​  ส่วนพระเอกตัวจริงก็ได้ตรัสรู้สักทีเนอะ 

ตอนนี้ใช้เวลานานเวอร์ แต่ก็ฟินเวอร์เช่นกันค่ะ  อิอิ


ตอนต่อไปเราขอไม่ประกาศนะว่าจะอัพวันไหน  คือเราปั่นไม่ทันแล้วน่ะค่ะ​ เนื้อหาอีก3ตอนสุดท้ายก็เยอะและยากสำหรับเราด้วย​ หากมีข่าวอัพเดจจะแจ้งหน้าสารบัญนะคะว่าจะอัพวันไหน

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #42 V323577 (@Viewykanyavee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 11:50

    อัพแล้ววว ดีใจ ><

    ตอนนี้เราฟิน เดมิทิม มากกกก

    เปลี่ยนพระเอกเลยค่ะ//โดนตบ

    ตอนนึงแต่งยาวๆอย่างนี้ล่ะค่ะ อัพทีนึงมันคุ้มมากก

    ปล.หนูมิกับทิมนี่อายุห่างกันเท่าไหร่อ่ะคะ อย่างรู้มานานแล้ว

    (มาทีไรมักจะมีคำถาม55+)

    #42
    1
    • 16 มิถุนายน 2561 / 13:25
      ขอบคุณมากๆค่า&#8203;
      โดยเฉลี่ยแต่ละตอนเราจะตั้งไว้เลยว่าต้องเกิน10หน้าขึ้น บางตอนอาจมี20หน้าก็แล้วแต่การตัดฉากเพราะไม่อยากให้สั้นเกินไป

      เรื่องอายุเราไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ&#8203; เรากะอายุจากสายตาว่าน่าจะห่าง4-6 ปีนะคะ หากผิดก็ขออภัยด้วยน่าาาา
      #42-1
  2. #41 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 09:25
    กรี๊ดดดดด หนูเมี่ยนน่ารักมากค่ะ ฮื่อออ ได้เจอมุมที่ทิมกับเมี่ยนคุยกันดีๆแล้วมันน่ารักมากเลย;-; /ปกติคุยกันไม่ถึง5ประโยคก็บ้านแตกแล้ว555555

    แอบเดาไว้นิดๆว่าแผนจะเป็นประมาณนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นจริงๆ โฮฮฮ เศร้าจากตอนที่แล้วตั้งนาน;-; 555555555
    #41
    4
    • 15 มิถุนายน 2561 / 10:19
      โอ๋เอ๋&#8203;นะคะ&#8203; 55555&#8203; ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว หนูเมี่ยนกับหนูทิมญาติดีกันแล้วด้วย&#8203; อาจได้เห็นมุมเจสันหึงก็ได้ค่ะ 5555
      #41-1
    • #41-3 (@sunday80) (จากตอนที่ 15)
      15 มิถุนายน 2561 / 11:59
      ว้าว&#8203; จะไปอ่านและคอมเม้นนะคะ >_<
      #41-3
  3. #40 mintpoor (@mintpoor) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 07:30
    ตื้นเต้นจัง????????????
    #40
    1
    • #40-1 (@sunday80) (จากตอนที่ 15)
      15 มิถุนายน 2561 / 07:44
      งุ้ย&#8203; ขอบคุณ&#8203;ค่ะ&#8203; กลัวว่าจะไม่สนุกซะอีก 555
      #40-1