[Fic] DC Bat family (AllTim)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,328 Views

  • 80 Comments

  • 74 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    56

    Overall
    2,328

ตอนที่ 13 : Cross the time to find love 5 ผู้ช่วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    6 มิ.ย. 61

Cross the time to find love

ข้ามกาลเวลาตามหารัก

Jason x Tim



ตอนที่ 5 ผู้ช่วย
_____________________________________________





ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหรอก  แต่เพราะดีนะ เปิดฟังเพลินๆ




 

เช้าวันต่อมา

เจสันและทิมมาถึงศูนย์บัญชาการใหญ่ใจกลางเมือง  แน่นอนว่าทิมไม่ลืมใช้น้ำหอมปกปิดกลิ่นโอเมก้าที่เพิ่งได้รับเป็นของขวัญด้วย  ทิมสวมชุดเหมือนตอนออกไปในเมืองครั้งแรก ดวงตาสีน้ำเงินสวยมองตึกสูงสองชั้น มีป้อมหนึ่งป้อมเป็นชั้นที่สามเด่นออกมาจากตัวอาคาร  ผนังมีสีเหลืองหม่นดูทรุดโทรมไม่ได้รับการตกแต่งเท่าที่ควร  มองจากภายนอกนึกว่าตึกร้างไร้คนอาศัย  แต่เมื่อเปิดประตูไม้เข้าไป  ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์มากมายแตกต่างจากภายนอกโดยสิ้นเชิง  มีหญิงสาวมากอายุนั่งบนโต๊ะทำงานใกล้ประตู ทันทีที่เธอเห็นเจสันและทิม เธอรีบลุกขึ้นทำความเคารพ

 

อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านหัวหน้า   หญิงสาวมากอายุสวมเครื่องแบบผู้ชาย ดูมาดแมนและเข้มแข็ง

 

ส่งรหัสมอร์สติดต่อหัวหน้ากองกำลังทั้งหมดประชุมด่วน  ราส์เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ”  เจสันถอดเสื้อคลุมพาดไหล่ลวกๆ  ออกคำสั่งน้ำเสียงร้อนรนปนโกรธแค้น

 

หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนส่งสายตาสงสัยมายังทิมที่ยืนอยู่ด้านหลัง  รับทราบค่ะ  เอ่อ  แล้วคุณผู้ชายอีกท่าน

 

เขาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวฉัน   เจสันตอบ

 

ค่ะ   หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจอีกครั้ง ก่อนหันหลังกลับมานั่งที่โต๊ะ จัดการกดรหัสมอสตามคำสั่งที่ได้รับอย่างแข็งขัน

 

 

 

 

เจสัน  ที่คุณอาเธอร์ว่าโดนเด็กทำร้ายนั่นหมายความว่ายังไง ”  ทันทีที่เข้าห้องที่คล้ายห้องประชุมขนาดใหญ่ ทิมไม่รอช้ารีบเปิดประเด็นที่ตนสงสัยทันที

 

เจสันเหลือบมองหางตาก่อนพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด   ไ​อเด็กนรกนั่นมีชื่อว่า เดเมี่ยน อัลกูล  เป็นลูกชายทาเลีย ลูกสาวของราส์ อัลกูล   เจสันเว้นช่วงราวกับกำลังนึกข้อมูล  มันถูกเลี้ยงดูให้เป็นนักฆ่ามาตั้งแต่เดินได้แล้ว  สายของเราติดตามครอบครัวพวกมันมาตลอดไม่คิดว่าราส์จะกล้าส่งหลานเพียงคนเดียวของมันมาสังหารคนแล้ว  ไอเด็กนรกนั่นอายุแค่สิบสามแต่ฝีมือร้ายกาจใช่เล่น  เห็นทีฉันเองควรเริ่มเคลื่อนไหวอย่างจริงจังเสียบ้าง

 

แล้วทำไมที่ผ่านมาคุณถึงไม่โจมตีพวกมันตั้งแต่แรกเลยล่ะ   ทิมถามต่อ

 

พวกมันเคยขู่ว่าหากมีการก่อกฎบในเขตกอตแธมมันจะสังหารประชาชนทั้งหมดเสีย และสาเหตุที่พวกราชวงค์ไม่ทำห่*อะไรเลยนั่นก็เพราะราส์ อัลกูลคือตัวสร้างเงินในคลังพวกมันกว่าครึ่งยังไงล่ะ เอกสารการทุจริต คดโกงภาษีประชาชน เอาเงินฟาดหัวปิดปากพวกขุนนางที่ถ่วงดุนอำนาจน่ะ คงมีเท่าภูเขาเลยมั้ง ...  เหลวทั้งรัฐบาล เหลวทั้งราชวงค์  หึ หึ   เจสันหัวเราะร้ายด้วยสายตาน่ากลัว

 

ทิมมองเจสันเงียบๆ  ฟังจากที่เจสันเล่า บ่งบอกว่า เขาต้องต่อสู้มานานเหลือเกิน  “ นี่สินะ คือสาเหตุที่แท้จริงที่คุณสร้างกองกำลังต่อต้านนี้ขึ้น

 

อย่าเรียกให้มันดูตัวร้ายขนาดนั้นสิวะ ”  เจสันพูดขบขัน ใบหน้าดูอ่อนลงเมื่อเห็นสีหน้าทิมเริ่มอมทุกข์

 

... งั้นเราก็ควรลอบเข้าไปไม่ให้พวกมันรู้ตัว ”  ทิมเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

 

เจสันถอนหายใจปล่อยตัวเอนพนักเก้าอี้พลางกอดอก  พวกเราเคยลองแล้วแต่ไม่สำเร็จ  หลายครั้งพวกมันรู้แผนการของเราและดักทางก่อนหลายครั้ง ”  เจสันเด้งตัวเหมือนนึกอะไรออก  ร่างสูงเดินไปหยิบแผ่นกระดาษสีซีเปียผืนใหญ่มากางบนโต๊ะ  เผยให้เห็นแผนที่รอบปราสาท  นิ้วชี้ตามจุดต่างๆ  “ ปราสาทอยู่บนเนินเขาสูงหลังเมืองกอตแธม ด้านหลังเป็นเหวสูงติดมหาสมุทร ใช้เวลาเดินทางรวมสัปดาห์ มีทหารประจำการทั่วพื้นที่ และลาดตระเวรรอบปราสาททุกวัน  หากเดินทัพจำนวนมากพวกมันที่อยู่สูงกว่าต้องเห็นก่อนแน่  หากเดินทัพน้อยก็ไม่มีกำลังพอช่วยเหลือประชาชนกว่าพันคนได้ทั้งหมด  แล้วเรายังขาด กำลังพล อุปกรณ์ และประสบการณ์ในหลายๆอย่างนัก

 

ทิมที่ยืนรับฟังพลางกอดอกมือจับคางอย่างครุ่นคิด  ดูจากภาพวาดปราสาทแล้ว มีขนาดสูงกว่า 50 เมตร  มีป้อมปราการทั้งหมด 4 จุด ทำมุมเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส  พื้นกำแพงถูกทำให้ปีนป่ายได้ยาก  มิน่ากองกำลังของเจสันถึงบุกได้ยาก

 

ฉันทำได้   ทิมกล่าวทั้งที่ดวงตายังจ้องแผนที่ปราสาท

 

ว่าไงนะ?   เจสันหันขวับ

 

ทิมกล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง  ฉันสามารถลักลอบเข้าไปในปราสาทได้ ฉัน.... เฮ้อ  ทิมถอนหายใจ  ขอโทษนะที่ผ่านมาฉันไม่เคยบอก  ฉันไม่คิดว่าจะต้องใช้มันในยุคสมัยของคุณ  

 

อะไร  แกจะบอกอะไร!   เจสันหันมาสนใจเรื่องของทิมแทน

 

ทิมสบตาเจสันอย่างสำนึกผิดที่ปกปิดความลับมาตลอด  ในยุคของฉัน ฉันเป็นนักสืบทำงานร่วมกับตำรวจอาชญากรรม  ก็ทำงานเหมือนพวกลับลอบขโมยข้อมูลโดยไม่ให้ศัตรูรู้ตัวนั่นแหละ  ที่สำคัญ  ฉันเคยผ่านการฝึกของหน่วยซิวขั้นพื้นฐาน... เรียกว่าวิชาฝึกของหน่วยรบและป้องกันตัวเองของทหารในยุคฉันก็ได้มั้ง... เอาเป็นว่า   ฉันรู้วิธีลักลอบเข้าไปในอาคารกว่าร้อยๆวิธี  ฉันรู้จุดอ่อนของพวกมัน   ทิมกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่นเต็มไปด้วยความมั่นใจและความหวัง

 

แต่สำหรับเจสัน เขาเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายยังมีความลับกับเขาอีกแล้ว  ใบหน้าคมแสดงความโกรธปนน้อยใจเล็กน้อย  ... ฉันจะเชื่อใจแกได้มากแค่ไหน ทิม

 

เอ๊   ทิมชะงัก

 

ที่ผ่านมา  แกไม่เคยบอกความจริงทั้งหมด  แกต้องเก็บความลับอะไรบางอย่างตลอดและไม่เคยบอกฉัน  รวมทั้งเรื่องนี้   น้ำเสียงเจือปนอารมณ์ตัดพ้อและไม่เชื่อใจ

 

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปกปิดตัวตนกับคุณเลยนะ  เจสัน  ฉัน .... ขอโทษ   ทิมพยายามหาเหตุผล แต่สมองกลับตื้อตึงเสียดื้อๆเมื่อเห็นใบหน้าอีกฝ่าย  ทิมทำได้เพียงก้มหน้าอย่างสำนึกผิด  หลายต่อหลายครั้งที่เขาปกปิดตัวตนและความลับเสมอมา เพียงเพราะคิดว่ามันไม่จำเป็น  โดยลืมคำนึงถึงความสัมพันธ์และความไว้ใจให้กันและกัน

 

ภายในห้องเงียบสงัด บรรยากาศอึมครึมจนหายใจไม่ออก  ทิมยังไม่กล้าเงยหน้าสบตากับเจสัน  เขาไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร  หากอีกฝ่ายไม่เชื่อใจเขาอีก  เขาคงไม่เหลือใครให้พึ่งพา  ในขณะที่ทิมกำลังมองโลกในแง่ร้ายอยู่นั้น

 

สัญญากับฉันสิ  สัญญาว่าหลังจากนี้แกจะไม่มีความลับกับฉันอีก   เจสันกล่าวเสียงเบา

 

ทิมเงยหน้าสบตาอีกครั้ง  แววตาสีเขียวหม่นหมองลงจนทิมสะอึก  ''​ฉันสัญญา ”  ทิมยิ้มบางๆ

 

 

ทั้งสองมองหน้ากันสักพัก ก่อนที่เจสันจะเป็นฝ่ายหลบหน้าไปทางอื่น  นัยต์ตาสีเขียวใบไม้มองวิวด้านนอกผ่านหน้าต่าง  มือหนายกมานวดขมับแรงๆ เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังจนทิมเกิดหวั่นใจอีกครั้ง  เจสันปล่อยมือลงข้างตัว  แววตากลับมานิ่งสงบเหมือนเดิม 

 

หากเรื่องที่แกพูดเป็นความจริง  ที่สามารถหาวิธีลักลอบเข้าไปในปราสาทได้ ฉันจะให้แกพูดตอนประชุม ”  เจสันพูดขึ้นแม้ไม่ได้สบตากับคู่สนทนา

 

จริงเหรอ..... ทิมเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ ก่อนจะลดเสียงลง ใบหน้าหวานคิ้วขมวดทันที ไม่เจสัน  แผนนี้รู้น้อยยิ่งได้ประโยชน์

 

หมายความยังไง   คำตอบที่เหนือความคาดหมายของทิม ทำให้เจสันสงสัยปนตกใจ

 

เป็นไปได้สูงว่า ในกลุ่มของคุณอาจมีหนอนบ่อนไส้เป็นไส้ศึกเสียเอง ”  ทิมพูดน้ำเสียงเบาแต่จริงจัง

 

  !!!  แกมั่นใจได้ยังไง ”  เหมือนใครเอาน้ำร้อนสาดใส่เจสัน  ร่างสูงโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที 

 

ไม่ว่าบ้านของคุณ  หรือศูนย์บัญชาการแห่งนี้ในสายตาภายนอกล้วนไม่มีอะไรสะดุดสายตาเหล่าทหารได้เลย  แต่ทำไมพวกมันถึงเจอแหล่งกบดานของคุณล่ะ  พวกมันดักแผนพวกคุณราวกับรู้ล่วงหน้าได้ทุกครั้ง  คุณไม่แปลกใจเลยเหรอ ”  ทิมพยายามพูดให้นุ่มที่สุด เพราะเขารู้ดีว่าสำหรับเจสันมันอ่อนไหวขนาดไหน

 

...   ใจจริง เจสันก็อดสงสัยในเรื่องนี้มาตลอด  แต่เขาไม่อาจหมายหัวใครได้เพราะเขาไม่คิดว่าจะมีใครกล้าหักหลังตน  หักหลังพวกพ้อง...

 

ฉันจะเป็นคนทำเอง   ทิมเอ่ยหลังเห็นเจสันเงียบไปนาน

 

เจสันได้สติ เบิกตากว้างอย่างไม่พอใจ  ฉันไม่อนุญาต!  ฉันจะเกณฑ์คนและให้แกฝึกพวกเขาแทน

 

อะไรนะ  แต่ของแบบนี้มันฝึกระยะเวลาสั้นๆไม่ได้นะ   ทิมกำลังอธิบาย แต่ก็โดนเจสันพูดขัด

 

ต้องทำให้ได้  ฉันไม่อนุญาตให้แกไป---

 

 

ขณะทั้งสองเถียงกันอยู่นั้น  เสียงประตูห้องก็เปิดออก  เรียกความสนใจให้หันมอง  เหล่าพลพรรคของเจสันมาตามหมายประชุมด่วน  ตอนนี้มากัน 7 คน แต่ดูยังมีอีก เพียงแค่พวกเขาติดธุระ ไม่สามารถเดินทางด่วนในวันนี้ได้  เจสันทักทายพวกพ้องพร้อมแนะนำทิมให้รู้จักโดยอ้างว่าเป็นผู้ช่วยเช่นเดิม

 

มากันครบแล้วสินะ  เริ่มกันได้   เจสันตัดบทก่อนที่ผู้มียศทุกคนจะนั่งประจำตำแหน่ง 

 

การประชุมแผนการยาวนานหลายชั่วโมง ว่าด้วยเรื่องความคืบหน้าการหาข้อมูลทุจริตและการลับลอบจับโอเมก้าที่ไม่มีท่าทีจะจบโดยง่าย  และยิ่งนานวันเข้า นอกจากโอเมก้าแล้ว ประชาชนที่เป็นเบต้าบางกลุ่มเริ่มหายตัวไปอย่างลึกลับด้วยเช่นกัน  แม้จะไม่มีหลักฐานว่าพวกเขาถูกพวกราส์จับตัวไปแต่ทุกคนในที่นี้ก็มั่นใจมากกว่า100%ว่าราส์ต้องเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ  สีหน้าพวกเขาจริงจังจนบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด  และจบลงโดยเจสันไม่ได้กล่าวเรื่องสายลับ

 

ฉันจะหาคนมาให้แกฝึกตั้งแต่วันพรุ่งนี้  เตรียมตัวแกให้พร้อม  สงครามกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว   เจสันกล่าวกับทิมเมื่อในห้องประชุมเหลือแค่พวกเขาสองคน

 

อืม   ทิมพยักหน้าช้าๆ  ตอนนี้ทิมเริ่มคล้อยตามเหตุผลของเจสัน  เพราะเขาคงทำอะไรไม่ได้ตราบใดที่ยังไม่มีกำลังหรืออุปกรณ์เป็นของตัวเอง

 

เจสันอมยิ้มกับใบหน้าหวานที่ขมวดคิ้วเคร่งเครียดเกินอายุ  มือหยาบหนาลูบกลุ่มผมสีดำเงางาม  รีบกลับก่อนค่ำเถอะ  

 

ทิมเงยหน้ามองการกระทำของเจสันอย่างสงสัยก่อนยกยิ้มบางๆให้  เจสันยิ้มตอบ   อย่าลืมเสื้อล่ะ   ว่าจบก็เดินออกจากห้องโดยไม่รอ

 

ทิมหันมาหยิบเสื้อโค้ทที่พาดกับพนักเก้าอี้มาสวมก่อนที่มือจะสัมผัสของบางอย่างในกระเป๋าเสื้อโค้ท  ทิมขมวดคิ้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กออกมา  ชื่อผู้เขียนทำเอาดาวตาสีน้ำเงินเบิกกว้างด้วยความตกใจ

 

 

 

 

 

เช้าวันต่อมา  ทิมพบกับลูกศิษย์จำเป็น พวกเขาคือ ชายหนุ่มทั้งสองที่เป็นคนดูแลทิมครั้งแรกอย่างแจซกับเอิร์ดนั่นเอง

 

ในวันแรกทิมฝึกพวกเขาตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงวัน  ด้วยหลักสูตรเร่งรัดในความเข้มแบบทหารที่ทิมเคยฝึกดูหนักเกินไปสำหรับชายหนุ่มทั้งสองคน  ทิมหยุดการฝึกเลื่อนไปวันพรุ่งนี้ เพราะเห็นว่าสองหนุ่มร่างกายรับไม่ไหวแล้ว  แต่แท้จริง นั่นเพราะทิมสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งกำลังแอบมองเขาอยู่จากที่ไกล  หรือบางทีเขาอาจคิดไปเองก็ได้ แต่ถึงกระนั้นยังไม่สบายใจอยู่ดี

 

ทิมถามหาเจสันกับซาแมนธาถึงเวลากลับจากประชุม  เมื่อรู้เวลากลับทิมก็บอกกับเธอว่าเขาจะเข้าเมืองสักพัก  โดยขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับเจสัน

 

 

 

 

ทิมมาถึงคฤหาสน์แสนใหญ่โตด้วยรถม้า ความช่วยเหลือจากใครคนหนึ่งเรียกพบเขาด้วยแผ่นกระดาษใบนั้น  ทิมมองไปรอบๆคฤหาสน์แสนใหญ่โตพอที่จะบรรจุคนได้เป็นร้อยๆชีวิต  พื้นที่โดยรอบมีน้ำพุและสวนดอกไม้ตกแต่งอย่างสวยงาม  มีโรงเลี้ยงสัตว์อยู่ด้านหลัง และเสียงคนรับใช้ตะโกนโวกเวกอยู่ไกลๆ

 

ทิมค่อยๆก้าวเท้าตามทางเดินที่ปูด้วยหินสีขาวนวลช้าๆ  มือเรียวกำแผ่นกระดาษในมือแน่น  เนื้อหาในกระดาษที่ทำให้ทิมต้องยอมหลบเจสันเพื่อมาพบใครบางคน

 

 

 

ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ  มาที่ xx/xx xxx ฉันจะส่งคนมารับ

จาก บรูซ เวนย์

 

 

 

ทันทีที่ทิมเดินมาถึงหน้าประตูไม้บานใหญ่ก็มีชายชราในชุดสูทพ่อบ้านเต็มยศเปิดประตูออกมาต้อนรับเขาในทันที  ทิมเบิกตาโตเมื่อพ่อบ้านคนนั้น คือ อัลเฟรด  เพนนีเวิร์ท ผู้ช่วยและผู้ดูแลที่บรูซ เวนย์ ไว้ใจที่สุด  ยินดีต้อนรับครับ มิสเตอร์ทีโมธี  คุณท่านกำลังรอพบท่านอยู่ที่ห้องทำงานแล้วขอรับ  ตามกระผมมาเลยขอรับ 

 

ครับ   ทิมดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นที่ได้พบบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์อีกคน  สำหรับทิม  เขารู้เรื่องบรูซ เวนย์มากกว่าตัวเองเสียอีก  ไม่ว่าจะคนที่บรูซร่วมงานด้วย หรืออาชญากรทั้งหมด ทิมล้วนอ่านมาหมดทั้งสิ้น... ยกเว้น เจสันนะ

 

 

 

ทิมเดินตามเข้าไปในคฤหาสน์หลังงามก็ยิ่งตกตะลึงกับความยิ่งใหญ่และหรูหราราวกับที่นี่คือพระราชวัง  ภายในตกแต่งโทนสีขาวกับสีฟ้าหม่นอ่อนๆ  เมื่อเข้าไปจะเจอห้องโถงกว้างที่เห็นถึงชั้นสอง โครงสร้างเป็นวงกลมวงใหญ่ มีบันไดที่ลงได้สองทางเชื่อมเป็นวงกลม  แชนเดอร์เลียร์แก้วรูปคริสตัลทรงหยดน้ำคว่ำหัวประดับใจกลับเพดานชั้นสอง  ด้านซ้ายและขวามีห้องเชื่อมไปอีกเป็นทอดๆยาวสุดสายตา  ทิมกลืนน้ำลายเดินตัวเกรงกลัวเศษดิน เศษฝุ่นจะทำให้พื้นบ้านเป็นรอยเปื้อน

 

 

ฮ้าว~  อรุณสวัสดิ์อัลเฟรด   ชายคนหนึ่งเดินเกาศรีษะงัวเงียลงบันไดกล่าวทักทายพ่อบ้านที่เดินนำหน้าทิม

 

ทิมเงยหน้ามองชายหนุ่มรูปร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามได้รูปในชุดนอนเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยืดสีดำ  ใบหน้าหล่อเข้มแอบหวานเมื่อชายหนุ่มเผยยิ้มสดใสให้  ผมสีดำแสกข้างกระเซิงเล็กน้อย  ดวงตาสีฟ้าเข้มสะท้อนแสงแดดจนเปล่งกระกายให้น่ามอง  เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ทำให้ทิมจ้องตาไม่กระพริบ อ้าปากค้างและทำหน้าราวคนถูกลอตเตอร์รี่นั้นก็เพราะ...

 

ตอนนี้บ่ายสองแล้วขอรับ ท่านริชาร์ด   อัลเฟรดโค้งเล็กน้อยเพื่อให้เกียรติ  ส่วนทิม ยืนค้างเป็นรูปปั้นไปแล้ว

 

แล้วนั่นใครน่ะ  ไม่คุ้นหน้าเลย ”  ริชาร์ดเดินมาถึงหน้าอัลเฟรดพลางใช้สายตาเหลือบมองร่างเพรียวด้านหลังแทนการใช้นิ้วชี้ถาม

 

ท่านทีโมธี แขกพิเศษของคุณท่านขอรับ   อัลเฟรดผายมือมาทางทิม

 

ร่างสูงโปร่งของริชาร์ดตรงปรี่ประชิดทิมเพียงสองก้าวพร้อมรอยยิ้มแสนผูกมิตร  ดวงตาสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายความสดใสและนิ่งสงบจนทิมเผลอใจเต้นแรง  สวัสดี ฉันชื่อ ริชาร์ด  เกยร์สัน  ลูกชายบุญธรรมของบรูซ  เธอล่ะ  

 

ริชาร์ด  เกรย์สัน  ลูกบุญธรรม​และผู้ช่วยอันดับหนึ่งของบรูซ ต่อมาก็กลายเป็นผู้ก่อตั้งทีมตำรวจพิเศษช่วยคลี่คลายคดีทั้งประเทศนับไม่ถ้วน  ไอดอลอันกับสองคนทิม  โอ้ พระเจ้า!!  เขาดีใจจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แล้ว

 

กระผม... ชื่อ ทะ - - ทีโมธี แจ็คสัน เดรก  ค่ะ-- ครับ  เป็นเกียรติมากที่ได้พบคุณตัวจริงเสียงจริงแบบนี้   ทิมพูดกระตุกกระตัก  รู้สึกประหม่า​เห็นได้ชัด  ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีจางๆที่ข้างแก้ม  มุมปากยกยิ้มจนเห็นฟัน

 

ริชาร์ด​เบิกตาโตเล็กน้อยเมื่อเจอดวงตาสีน้ำเงินเปล่งประกายจนดูเหมือนเด็กน้อยก็ไม่ปาน  ชั่งผิดกับใครบางคนที่เขารู้จัก...   ริชาร์ดยกมือป้องปากหัวเราะในความน่ารักและซื่อตรงของทิม  ขอบคุณๆ  เธอเองก็คงเป็นคนพิเศษมากเช่นกันถึงขนาดที่บรูซเรียกคุยเป็นการส่วนตัวน่ะ

 

ทิมเพิ่งนึกถึงเหตุผลที่เขาอยู่ที่นี่ได้ก็ทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน

 

อัลเฟรด  เดี๋ยวผมจะพาเขาไปเอง   ริชาร์ด​กล่าวกับพ่อบ้านมากอายุ  อัลเฟรดโค้งตัวรับทราบก่อนค่อยๆถอยออกไป

 

ทิมจำต้องเดินตามชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งอย่างนั้น  ตลอดทางเดินที่ทอดยาว ริชาร์ดไถ่ถามเรื่องราวสับเพเหระของทิมเรื่อยๆจนกระทั่ง

 

แล้ว  มีธุระอะไรถึงต้องคุยกับบรูซที่นี่ล่ะ น้องชาย   ริชาร์ดหันมาถามขณะยังเดินไปข้างหน้า  รอยยิ้มเป็นมิตรช่วยให้ทิมผ่อนคลายได้ทุกครั้งยามอยู่ใกล้

 

อะ  เอ่อ  ผมก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่คิดว่าต้องสำคัญมาก   ทิมตอบตามตรง  แม้จะพอรู้อยู่แก่ใจ

 

ชายหนุ่มรุ่นพี่เพียงยิ้มก่อนหันกลับข้างหน้าเช่นเดิม  อืม  คงเป็นอย่างนั้น  นอกจากพวกผู้ดีขุนนางแล้ว  บรูซไม่เคยคุยกับใครเป็นการส่วนตัวเลย  ขนาดฉันที่เป็นผู้ช่วยของเขายังไม่รู้เลยว่าบรูซนัดเธอมาวันนี้  หมายความว่ามันคงเป็นเรื่องไม่ดีเท่าไหร่สินะ   น้ำเสียงสดใสยังคงระดับเดิม แต่ทิมสัมผัสได้ถึงความกดดันแปลกๆจากคำพูดดังกล่าว  ทิมไม่ตอบอะไรจนกระทั่งอีกฝ่ายเอ่ยอีกครั้ง

 

เธอเป็นโอเมก้าสินะ!   ริชาร์ดหัวขวับแบบไม่ให้ทันตั้งตัวมายังทิม

 

ทิมสะดุ้งเฮือก  ...ค่ะ ครับ!   ชายหนุ่มรุ่นพี่หัวเราะขบขันในลำคอที่หยอกรุ่นน้องให้ตกใจเล็ก

 

อืม อย่างนี้นี่เอง ....   ริชาร์ดหยุดเดินก่อนกอดอกเท้าคางจ้องมองทิมตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างครุ่นคิด  ใบหน้าหล่อยื่นเข้ามาใกล้ จมูกขยับฟุดฟิด  ฉันไม่รู้หรอกว่ากลิ่นโอเมก้าเป็นยังไง  แต่ที่ได้กลิ่นอยู่นี่คงไม่ใช่สินะ... เป็นน้ำหอมกลิ่นดีทีเดียว

 

....   ทิมยืนตัวแข็ง  ใบหน้าแสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

 

ชายหนุ่มรุ่นพี่เห็นแบบนั้นกลับมายิ้มสดใสเช่นเดิม  เอานา  ไม่ต้องทำหน้าเป็นกังวลขนาดนั้นหรอก  ถ้าเธอเป็นคนพิเศษจริงเขาก็มีแผนสำหรับเธออยู่แล้ว   ริชาร์ด​ตบไหล่ทิมสองทีเบาๆ

 

แผนสำหรับผม?

 

ใช่... เราทุกคนล้วนอยู่ในแผนของสงคราม  ถ้าเธอพลาดนั่นคือไม่มีโอกาสแก้ตัว    ริชาร์ดลดมุมปากลง  นัยต์ตาสีฟ้าสงบนิ่งสบดวงตาสีน้ำทะเลไม่ไหวติง  มือที่วางบนไหล่ทิมออกแรงบีบจนไม่กล้าขยับ   เพราะฉะนั้น  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าประมาทเด็ดขาด

 

ครับ   การเปลี่ยนบุคลิกจากสดใสเป็นจริงจังของชายหนุ่มรุ่นพี่ทำเอาทิมกระอักกระอ่วนในท้องอย่างช่วยไม่ได้

 

เอาละ  ถึงแล้ว   ริชาร์ดปล่อยมือวางข้างตัวเช่นเดิม  อีกมือผายไปยังประตูสีขาวข้างตัว  ทิมมองประตูกับชายหนุ่มตรงหน้าสลับกันก่อนจะเคาะประตูเปิดเข้าไป

 

ภายในห้องอันใหญ่โตเต็มไปด้วยตู้วางชั้นหนังสือกว่าสิบตู้รอบห้อง  กลิ่นลาเวนเดอร์อ่อนๆผสมกับกลิ่นไอแดดแผ่กระจายรอบห้อง  เบื้องหน้าคือ โซฟาตัวโตสองตัวหันหน้าเข้าหากันโดยมีโต๊ะไม้ขนาดเล็กขั้นกลาง  ชายร่างใหญ่นั่งพิงโซฟาอ่านหนังสือเล่มหนาด้วยท่าทีสงบ  เมื่อทิมหยุดมอง ชายร่างใหญ่มากอายุก็ค่อยๆช้อนตาสีฟ้าเข้มมองผู้มาเยือน

 

ทิมกำมือแน่นเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นว่ามือเขาเหงื่อออกจนชุ่มหมดแล้ว

 

บรูซ เวนย์  ยกยิ้มบางๆ หนังสือในมือถูกปิดวางไว้ข้างตัวก่อนผายมือไปทางโซฟาตัวตรงข้าม  นั่งก่อนสิ   น้ำเสียงเข้มที่พูดอย่างอ่อนโยนไม่อาจปกปิดความดุดันและน่าเกรงขามได้

 

ครับ...   ทิมรีบเดินมานั่งทันที

 

บรูซนั่งในท่าไขว่ห้าง  สองมือประสานเข้าหากันบนต้นขา  กิริยาท่าทางและสีหน้าสงบเงียบจนทิมนั่งตัวแข็ง  “ เธอคงรู้สินะว่าฉันเรียกเธอมาเพราะอะไร  

 

เรื่อง... เจสันเหรอครับ? ”  นั่นคือสิ่งแรกที่ทิมนึกออก  แต่สายตายากเกินคาดเดานั่น  ทิมกลับมองเห็นคำตอบอีกอย่าง  ใบหน้าหวานแสดงความตกใจปนตะลึง  “ ไม่ใช่   หรือว่า...  คุณรู้!

 

บรูซยกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย  ชายมากอายุผู้นี้กำลังพอใจกับโอเมก้าที่เขาเล็งเอาไว้  คิดไม่ผิด  ทีโมธี  เดรก  มีบางอย่างที่วิเศษและเขาไม่สามารถล่วงรู้ได้  แต่อย่างน้อย  โอเมก้าคนนี้สามารถอ่านสายตาและคาดเดาความคิดของบรูซ เวนย์ได้แม้เจอกันเพียงสองครั้ง  นี้ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำได้  บรูซปล่อยขาทั้งสองให้กางออกอย่างอิสระ  ร่างสูงใหญ่โน้มตัววางศอกทั้งสองกับเข่า  สองมือยังประสานไม่ปล่อย  สายตาแปรเปลี่ยนมาเป็นจริงจัง  ฟังสิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้ให้ดี  ทิม ”  

 


 

.

.

.

.

.

.

 

จากท้องฟ้าสีฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง  เหล่าคนใช้ชาย หญิง  เริ่มวิ่งวุ่นรอบคฤหาสน์เพื่อเตรียมมื้อค่ำ  ทิมเปิดประตูออกสู่ภายนอกด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเครียดและกดดันจนใบหน้าหวานซีดเซียว

 

ทิมกำลังก้าวเท้าลงบันไดขั้นแรกพลันต้องชะงักเมื่อหางตาเห็นเงาคนพิงขอบประตูระยะประชิด  ทิมหันมองอย่างรวดเร็ว  ปรากฏคือร่างสูงโปร่งของริชาร์ด เกรย์สัน ในชุดเครื่องแบบที่ทิมคุ้นตายืนกอดอกพิงกำแพงริมประตูยกยิ้มสดใสให้ทิม

 

ค  คุณริชาร์ด?   ทิมรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

 

ริชาร์ดยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร     ดูทำหน้าเข้า  ยังกับไปเจอเรื่องคอขาดบาดตายมาอย่างนั้น   ทิมได้ยินแบบนั้นก็เผลอยกมือจับหน้าตัวเอง

 

ริชาร์ด​หัวเราะก่อนเดินมาขยี้ผมแล้วโอบคอทิม  อย่ากังวลไปเลยนาน้องชาย  มาเถอะ ฉันได้รับหน้าที่ไปส่งเธอกลับก่อนค่ำ ระหว่างทางเรามาเปิดใจคุยกันดีกว่า ” 

 

ทิมมองรอยยิ้มและดวงตาอบอุ่นคู่นั้นทิมก็เผลอยิ้มตาม  รู้สึกอบอุ่นเหมือนได้มีพี่ชายจริงๆเลย

 

 

 

รถม้าเคลื่อนออกจากคฤหาสน์เวนย์อย่างรวดเร็ว  ตลอดทางเสียงพูดคุยดังเป็นระยะไม่หยุด  ริชาร์ดเป็นคนอบอุ่นและใจดีในสายตาทิม  เขาชอบยิ้ม หัวเราะ  เป็นกันเองที่สุดเท่าที่ทิมเคยเจอในโลกแห่งนี้  ความสนิทสนมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับทั้งสองเป็นพี่น้องกันมาแต่ชาติปางก่อน  แม้ตลอดการสนทนาริชาร์ดพยายามเลี่ยงคำถามถึงความเป็นมาของทิมแล้วเปลี่ยนมาเล่าเรื่องของตนก็ตา​ม​  แต่ก็ไม่ทำให้ความสนุกสนานลดลงอย่างใด

 

แต่เมื่อใกล้ถึงหมู่บ้าน  รถม้ากลับไม่เคลื่อนเข้าไป  ทิมจึงลงจากรถ ขณะยืนเช็คของและเสื้อผ้า​  ริชาร์ดก็นั่งริมหน้าต่างวางแขนบนขอบไม้กล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิด  “ ขอโทษนะที่พาไปส่งถึงที่ไม่ได้  เกรงว่าหากขับเข้าไปส่งอาจถูกเห็นได้น่ะ

 

ไม่เป็นไรครับ  แค่ได้พูดคุยกับคุณก็ดีใจมากแล้วครับ   ทิมยิ้มนอบน้อม  ร่างสูงรุ่นพี่ก็ยิ้มกลับอย่างผ่อนคลาย

 

ฉันเองก็มีความสุขมากเลยที่ได้เจอกับเธอนะน้องชาย  ลาก่อน ไว้เจอกันอีกนะ ”  ริชาร์ดโบกมือเตรียมออกรถแต่ก็ชะงักเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก  “ อ่อ  เกือบลืมไปเลยทิม

 

??   ทิมเลิกตาขึ้นเล็กน้อย  ริชาร์ดยิ้มกว้างอย่างขบขันจนดวงตาเปล่งประกายความสนุกสนาน

 

ฝากบอกไอเจ้าน้องชายขี้โมโหด้วยว่า  พี่ชายแสนดีคนนี้อยากให้คุณน้องชายกลับบ้านมาหาครอบครัวบ้างนะ   ริชาร์ด​ส่งสัญญาณ รถม้าออกตัวไปช้าๆก่อนที่ริชาร์ดจะหันมาตะโกนบอกทิมเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมเสียงหัวเราะ  แล้วฉันจะอภัยเรื่องที่มันต่อยบรูซก็แล้วกัน  แถมขนมปังฝรั่งเศส 2 ชิ้น ด้วยนะ ฮ่า ฮ่า!  

 

รถม้าเคลื่อนห่างออกไปจนลับตา  ทิมยังยืนจมกับประโยคของริชาร์ดพลางกอดอกจับคางขมวดคิ้วไขปริศนาคำพูดอย่างจิรงจัง  ก่อนที่เปลวไฟเริ่มจุดประกายขึ้นในสมอง  “ น้องชาย...  บ้าน... ขนมปัง...  เจสัน!   ทิมเบิกตาโต ใบหน้าช็อคค้างเมื่อรู้ความจริงบางอย่างเข้าจนได้

 

ทำไมเขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท  ในเมื่อริชาร์ดเป็นลูกบุญธรรมคนแรกและเจสันก็เป็นลูกบุญธรรมของบรูซเช่นกัน  งั้นแปลว่าพวกเขาก็ต้องเคยเจอกันน่ะสิ ริชาร์ด  กับ  เจสัน  พวกเขาอยู่ใต้หลังคาเดียวกันโดยไม่ฆ่ากันตายได้ยังไงกันเนี้ย!!!

 

 

 



..............................................................................................................................................

สวัสดีค่า  หวังว่ายังรอฟิคเรื่องนี้อยู่นะ เพราะเราจะลงยาวๆจนจบเลยจะได้เปิดเรื่องใหม่อย่างสบายใจ​  หากตอนนี้ขาดตกบกพร่องอย่างไรก็ขออภัยด้วยนะคะ


พี่ดิ๊กก็มาแล้ว  หนูเมี่ยนที่ทุกท่านรอคอย... มาตอนที่ 7 นะคะ  น้องมาช้าแต่บอกเลยว่า มาทั้งตอน -////-



ตอนที่ 6 อัพวันที่ 10 มิถุนายน 2561 นะคะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #35 KiNOZE (@spy_gang) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 15:31
    พี่ดิ๊กดูหล่อดูภูมิฐาน เป็นเราก็คงแอบกรี้ดกร๊าดไม่น้อย ฮือออออ รอตอนต่อไปนะคะ รอเดเมี่ยนออกมาด้วย <3
    #35
    1
  2. #34 mintpoor (@mintpoor) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 11:37
    มาอีกนะไรท์ รออยุ่~~~
    #34
    2
  3. #33 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 08:28
    กรี๊ดดดด มาแล้วววว เห็นความหล่อของพี่ดิ๊กแล้วเช้านี้ก็สดใสตามนิสัยนางเลยค่ะ(?) เอ๊ะ55555 อิเจย์ก็ยังปากแข็งเหมือนเดิม เป็นห่วงเขาก็ไม่พูดเลย555555 อยากรู้แล้วว่าบรูซจะบอกอะไรทิม นางถึงหน้าเครียดจนขุ่นพี่ดิ๊กทักเลย งื้ออ รอนะคะะ
    #33
    5
    • 6 มิถุนายน 2561 / 13:07
      หนูทิมอาจโดนแกล้งเสียเองก็ได้นะคะ 5555
      อยู่ด้วนกันนานๆก็หายซึนเองค่ะ ฮิ้วววว ~~
      #33-3
    • 6 มิถุนายน 2561 / 13:15
      เจสันแพ้ทางให้คนอย่างทิมค่ะ ยอมทุกอย่างเพื่อนเธอคนเดียว~ // ขนลุกเอง 5555
      #33-5