[Fic] DC Bat family (AllTim)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,344 Views

  • 80 Comments

  • 75 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    72

    Overall
    2,344

ตอนที่ 14 : Cross the time to find love 6 ผิดพลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61

Cross the time to find love

ข้ามกาลเวลาตามหารัก

Jason x Tim




ตอนที่ 6  ผิดพลาด
____________________________________


 


 

Sam Tsui - Clumsy  คำแปลเพลงค่ะ คลิ๊ก!

 



 

 

 

นับจากวันประชุมแผนการ  เวลาได้ล่วงเลยมาเกือบสี่สัปดาห์  ในทุกๆวันล้วนผ่านไปอย่าง​รวดเร็ว​  ทุกคนต่างร้อนรนและตึงเครียดกับแผนบุกปราสาทของราส์ อัลกูล 

 

นอกจากงานฝึกหน่วยสอดแนมของทิมซึ่งก็เป็นงานหนักมากพออยู่แล้ว  ทิมยังมีงานเรื่องเอกสารจัดหาอุปกรณ์และเสบียงสำหรับกำลังพล  แม้เจสันจะบอกว่าควรยกงานเอกสารให้คนอื่นทำก็ได้แต่ทิมปฏิเสธ เพราะเอกสารเหล่านี้เป็นความลับและสำคัญต่อการวางแผนมาก ต้องรอบคอบห้ามขาดตกบกพร่องโดยเด็ดขาด  หากแผนที่ 1 ผิดพลาด ต้องมีแผนที่ 2 3 4 สำรองไว้เสมอ  ทำให้ตลอดสี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทิมกับเจสันแทบไม่ได้พูดคุยกันเท่ามี่ควร

 

ช่วงนี้เจสันเริ่มสังเกตเห็นว่าทิมเปลี่ยนไป  ไม่ร่าเริง  ไม่กวนประสาท  ถามไม่ค่อยตอบ  พยายามหลบหน้าเขา  และใบหน้าที่ดูแบกรับความทุกข์เพียงคนเดียว ถึงนั่นเป็นเพราะทิมหางานเข้าตัวเองก็ตาม แต่เจสันก็ยอมรับในความสามารถด้านการจัดการและการวางแผนของทิมมาก  ร่างเพรียวที่เป็นเพียงโอเมก้า กลับมีความสามารถเทียบเท่าผู้บริหารบ้านเมือง  แต่ถึงอย่างไร  การหมกตัวยู่แต่ในห้องนอนของเขา(ตอนนี้ยกให้ทิมอย่างเป็นทางการแล้ว) นอนเพียงวันละ 2-4 ชั่วโมง  และออกมาเฉพาะตอนฝึกมันก็เกินไปหน่อย  เพราะโอเมก้าหนุ่มคนนี้ก็อายุเพียง 18  ภาระมันมากเกินไปสำหรับคนๆเดียวที่ต้องแบกไว้

 

 

บ่ายวันนี้เจสันนั่งเช็ดปืนบนโซฟาพลางมองทิมที่ออกมารับประทานอาหารมื้อแรกของวันด้วยสีหน้าอิดโรยราวคนไม่ได้นอน  เจสันตัดสินใจวางปืนก่อนเดินตรงไปหาทิมทันที

 

เฮ้  เตี้ย!   เจสันเรียกเสียงดัง

 

... ทิมเพียงมองหน้ากลับ ไม่พูดอะไรตอบพลางหยิบขนมปังก้อนเข้าปาก

 

ทำไมทำหน้าเหม็นขี้แบบนั้นวะ   เจสันยังไม่หยุดพยายาม

 

...   ทิมยังคงไม่ตอบโต้เช่นเดิม

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเจสันคงโมโหวีนแตกไปแล้ว  แต่คราวนี้เขาไม่กล้าทำแบบนั้นกับทิม  เขารู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของอีกฝ่าย   ถึงอย่างไร​เจสันก็คือเจสัน  เขาคว้าแขนทิมก่อนดึง+ลาก ให้ออกจากอาหารที่มันดูสำคัญกว่าเขามากเหลือเกิน   ปล่อยเถอะ  ฉันยังทำงานไม่เสร็จนะ   ทิมได้แต่ขมวดคิ้วไม่พอใจ

 

เงียบ แล้วเดินตามมาเฉยๆ   เจสันพูดเสียงต่ำ เพราะเขาเองก็ไม่พอใจที่ทิมทำเมินเขาเหมือนกัน

 

เจสันพาทิมออกจากบ้านก่อนพาซ้อนหลังม้าขี่เข้าป่าหลังหมู่บ้านอย่างเงียบเฉียบ  ตลอดการเดินทางที่ทิมซ้อนหลัง ไม่อาจปกติเสธได้เลยว่าเขารู้ถึงดีที่ได้กลิ่นอัลฟ่าของเจสันเหลือเกิน  สองมือที่กอดเอวคนตัวโตไว้แน่นค่อยๆคลายลง  ใบหน้างามซบท้ายทอยเจสัน  กลิ่นหอมที่สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งและอบอุ่น กล่อมให้ทิมค่อยๆหลงลืมความทุกข์และภาระอันหนักอึ้งได้อย่างอัศจรรย์  แววตาสีน้ำเงินเริ่มอ่อนลง เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อล้าเป็นเวลายาวนาน

 

แม้ไม่ได้พูดคุยกัน  แต่ทิมรับรู้ความห่วงใยจากเจสันมาตลอด  เจสันก็ได้เห็นความพยายามของทิมที่จะปรับตัวและเข้าใจในตัวตนของเขา  ถึงจะเป็นช่วงเวลาไม่นาน แต่แค่นี้ก็มากพอสำหรับความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวระหว่างพวกเขาทั้งคู่แล้ว  ไม่ว่าความรู้สึกนั่นจะมาจากสายสัมพันธ์โซลเมทหรือความใกล้ชิดก็ตาม...

 

 

 

 

แรงสั่นสะเทือนเริ่มเบาลงจนรู้ว่าม้ากำลังเดินบนพื้นหญ้าเรียบๆ  ทิมเปิดตาขึ้นเมื่อแสงแดดกระทบเปลือกตา  เสียงน้ำไหล ไอเย็นจากแรงลมพัดกลิ่นไอแดดและกลิ่นหญ้าแสนอุดมสมบูรณ์ปลุกสมองเฉยชาให้ตื่นขึ้น  ทิมเบิกตากว้างเมื่อภาพที่เขาเห็น แม่น้ำสายใหญ่ติดที่ราบลุ่ม รายร้อมด้วยหญ้าสีเขียวขจีและต้นไม้สูง 

 

เจสันลงจากหลังม้าก่อนยื่นมือให้ทิม  แต่ทิมกลับเลือกลงเองแบบเมินน้ำใจเจสัน ทำเอาร่างสูงจิกปากไม่สบอารมณ์

 

พาฉันมาที่นี่ทำไม   ทิมมองยังแม่น้ำที่ไหลอย่างเชื่องช้าด้วยสายตาว่างเปล่า

 

เจสันถอนหายใจเฮือกใหญ่  มือหนาลูบกลุ่มผมสีดำเงางามพลางขยี้เบาๆ  แกแทบจมในกระดาษพวกนั้นอยู่แล้ว  หัดผ่อนคลายสมองเล็กๆของแกซะบ้าง

 

ทิมเผลอห่อไหล่หดคอเมื่อเจสันออกแรงขยี้ผมของเขาอย่างหมั่นไส้จนทิมเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ  เมื่อเจสันปล่อยมือลง ทิมเงยหน้าสบดวงตาสีเขียวราวต้องการอ่านความคิด  รอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเจสันทำเอาทิมต้องเป็นฝ่ายหลบหน้าเสียเอง  โอเค... ”    ทิมเอ่ยเบาๆก่อนเดินเข้าไปใกล้ริมแม่น้ำ 

 

หญ้าแถวนี้ผ่านการดูแลโดยมนุษย์ไม่ผิดแน่เพราะหญ้าทุกต้นมีความสูงไม่ถึงเข่าและยังสูงเท่ากันอีกต่างหาก  เป็นไปได้ว่า คนในหมู่บ้านคงมาพักผ่อนหรือเล่นน้ำที่นี่บ่อย  ทิมหาที่นั่งเหมาะๆก่อนหย่อนตัวลงนั่งชันเข่าทั้งสองข้าง โน้มตัวกอดเข่าวางคางซบแขนตัวเอง

 

แกเป็นอะไรของแกฮะ   เจสันย่อตัวนั่งข้างซ้ายของทิม  ร่างสูงนั่งชันเข่าข้างซ้ายวางแขนพาด มือขวาค้ำจุนอยู่ด้านหลังนั่งในท่าสบายและผ่อนคลาย  แต่ใบหน้ากลับไม่สบายตาม  เจสันจ้องทิมไม่ว่างตา  แต่ทิมไม่มองกลับ

 

... ไม่มีอะไร   ทิมเอ่ยตอบแบบไม่รีบร้อน

 

แกก็รู้ว่าแกโกหกไม่เก่ง  ทิม   เจสันขมวดคิ้วไม่พอใจ มือขวาจับไหล่ซ้ายของทิมดึงให้หันมาพูดตาต่อตา

 

ทิมเปิดตาเต็มที่ยามถูกจ้องด้วยดวงตาสีเขียวใบไม้คู่นี้  ทิมปล่อยตัวจนไหล่ลู่ลง หากอัลฟ่าหนุ่มเบื้องหน้า​กระชากแรงๆร่างของเขาคงปลิวตามแรงแน่นอน  แต่ทิมรู้ว่าเจสันไม่มีวันทำแบบนั้นหากเขาแสดงท่าทางอ่อนแอเช่นนี้...

 

ฉันแค่เพลียจากการทำงานหนักติดต่อกันหลายวันเท่านั้นแหละ  คุณไม่ต้องห่วงหรอก   ทิมยกยิ้มบางๆพลางยกมือขวากุมมือเจสันที่ยังจับไหล่ของตนอยู่

 

ต้องห่วงสิวะ!  ก็แกเป็น---...   เจสันขึ้นเสียงพลันหยุดชะงักไปเสียดื้อๆ  ดวงตาสั่นไหววูบหนึ่งอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

 

...   ทิมนั่งนิ่งรอสิ่งที่เจสันจะพูด

 

เจสันจู่ๆก็ทำหน้ายักษ์ จับไหล่ทั้งสองข้างของทิมแน่น  โว้ยยย!!  แกบอกมาเลยว่าฉันให้งานแกหนักไป  หรือแกทำต่อไม่ไหว  ฉันจะให้แกหยุดทำงานทุกอย่าง  แต่แกอย่าทำเหมือนแบกรับทุกอย่างอยู่คนเดียวแล้วเมินฉันได้ไหมวะ!!! ”  เจสันขึ้นเสียง สีหน้าหงุดหงิด  ผิดกับใบหน้าเรียบเฉยของทิม

 

ทิมยังคงจับมือเจสัน  รอยยิ้มเศร้าปรากฏขึ้นบนใบหน้า  “ ... คุณสำคัญ  เจย์  คุณสำคัญกับฉันเสมอ  คุณให้ที่พัก  อาหาร  เสื้อผ้า  และอีกหลายๆอย่าง  ฉันไม่มีวันลืมสิ่งที่คุณมอบให้หรอก

 

เจสันค้างทำอะไรไม่ถูก  คำพูดเชิงตัดพ้อเช่นนี้ยิ่งทำให้เขากระอักกระอ่วน​ ความรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนแรงถาโถมเจ้ามาภายในใจ  “ ไม่ใช่  ฉันไม่ได้ต้องการสำคัญเพราะมีพระคุณให้ความสบายกับแก  ฉันอยากสำคัญมากกว่านั้น   เจสันเอ่ยเสียงแผ่ว

 

  สำคัญมากแค่ไหนล่ะที่คุณต้องการ...   ทิมขมวดคิ้ว

 

เจสันสตั้นชั่วขณะ  เจสันทบทวนความรู้สึกที่ผ่านๆมา  แม้เป็นช่วงระยะเวลาไม่นาน แต่การกระทำและความรู้สึกที่มีต่อโอเมก้าคนนี้มีมากกว่าคนรู้จักหรือเพื่อน  ไหนจะความสัมพันธ์ที่พวกเขาเป็นโซลเมท  เจสันคงไม่อาจปฏิเสธหัวใจได้อีก  เจสันเอ่ยช้าๆ  ... สำคัญมากพอที่แกจะขาดฉันไม่ได้

 

แววตาสีมหาสมุทรอ่อนลงเมื่อได้ยินคำหวานที่สุดเท่าที่เจสันเคยเอ่ย   หัวใจพองโตอย่างไม่เคยเกิดขึ้นกับตนมาก่อนแต่ก็ต้องบีบแน่นลงเมื่อนึกถึงความจริงที่กำลังเผชิญ  ความคิด​ ความรู้สึก​ปะปนจนยากที่จะแยกความจริงของหัวใจ

 

... เจสัน  ถึงอย่างไรเราก็เป็นโซลเมท  ต่อให้ไม่มีความรู้สึกยุ่งยากแบบนั้นอย่างที่คุณกำลังคิด  ฉันก็หนีจากคุณไม่ได้อยู่ดี  ฉันน่ะ... ไม่รู้จริงๆว่ามันคืออะไร ”  ทิมก้มหน้ามองต้นขาของตน  มือที่กุมเจสัปล่อยลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง  ทิมหลับตาอยากหนีความรู้สึกตรงหน้าให้ไกล  ต่อให้ทั้งคู่จะมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน  แต่ในท้ายที่สุดทิมก็ไม่อาจลบความจริงที่เขามาจากอนาคตไม่ได้อยู่ดี  และสักวันเขาต้องกลับบ้าน

 

หรือบางที  คงเพราะฉันกำลังคิดถึงบ้านอยู่มั้ง   ทิมค่อยๆเปิดตาขึ้น  ดวงตาเริ่มร้อนผ่าวแต่ทิมพยายามกั้นเอาไว้  บ้าน  ครอบครัว  เพื่อน  โรงเรียน  ชีวิตที่กำลังไปได้สวย  บางทีถ้าทุกอย่างจบลง  ฉันอาจหาวิธีกลับ---

 

เสียงสะอื้นหยุดนิ่งลงเมื่อร่างกายถูก​โอบรัดด้วยท่อนแขนทั้งสองของเจสัน 

 

อย่าพูดออกมาอีก   เจสันเอ่ยเสียงสั่นจนทิมรู้สึกได้ยามที่ร่างกายทั้งสองแนบชิดกัน  ทิมไม่อาจมองเห็นสีหน้าอีกฝ่ายว่าเป็นอย่างไร  หรืออาจเพราะ เจสันไม่ต้องให้ทิมเห็นจึงเลือกที่จะกอดไว้เช่นนี้เพื่อให้ทิมได้ยินคำสารภาพจากเขาชัดๆอีกครั้ง  “ อย่าพูดว่าแกจะกลับไป  ถ้าแกหายไปฉันก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว  ทิม

 

ทิมค้างหลายวินาที  ดวงตาหรี่ลงอย่างเจ็บปวด  ใบหน้าหงิกงอสะกดกลั้นความรู้สึกเอาไว้

 

เจย์...  ฉันไม่ใช่คนที่นี่  ฉันมาจากที่อื่น  ฉันมีครอบครัวที่ต้องกลับไปหา  พวกเขาก็คงรอให้ฉันกลับไปเหมือนกัน   ทิมเอ่ยเบาๆ

 

เจสันกัดปาก  เสียงหายใจติดขัดยิ่งกระชับกอดให้แน่นขึ้น  แววตาของเขาเจ็บปวดจนดูอ่อนแอ  ... แล้วฉันล่ะ  ถ้าแกกลับไปแล้ว แกอยากกลับมาที่นี่รึเปล่า   แค่คิดว่าคนในอ้อมกอดหายไปตลอดกาลก็เจ็บราวกับมีคนเอามีดทิ่มแทงกลางใจ

 

ทิมรู้สึกว่าตนช่างอ่อนแอเหลือเกิน  เขาไม่อาจทนเห็นสภาพเจสันเช่นนี้ได้​  ทิมพยายามผลักตัวเองให้เจสันคลายกอด  ทิมเงยหน้าสบตาร่างสูงอีกครั้งก่อนเผยยิ้มเมื่อยามนี้ เจสันหน้าขึ้นสี  ขอบตาแดงก่ำสัมผัสได้ถึงความกลัวและความหวั่นไหวจากดวงตาสีเขียวคู่สวยที่ทิมชอบมองมันไม่ว่าเมื่อไหร่  เวลาไหน  และกลิ่นกายหอมหวานนี้  ทิมไม่ปฏิเสธหรอกว่าเขาชอบมัน

 

 

ฉันชอบ...    ฉันชอบคุณ  เจสัน

 

 

ทิมเอื้อมมือทั้งสองทาบบนสันกรามได้รูปซึ่งมีร่องรอยการโกนเคราเหลือเพียงตอสากๆเมื่อสัมผัส  แต่นั่นกลับยิ่งเพิ่มเส่นห์ให้ร่างสูงผู้มากประสบการณ์เป็นเท่าตัว  ทิมยกยิ้มหวานทั้งที่ดวงนาฉายแววเศร้า  ถ้าคุณต้องการแบบนั้น...  

 

ทิมรั้งศรีษะเจสันลงมาทาบริมฝีปากเข้าหากันอย่างแผ่วเบา  เจสันเบิกตาก่อนกระชับกอดให้ทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น  ริมฝีปากบดเบียดอย่างอ่อนโยนก่อนเริ่มร้อนแรงขึ้นเมื่อร่างสูงสอดลิ้นร้อนผ่านริมฝีปากบางเกี่ยวพันกับลิ้นน้อยๆที่ไร้ประสบการณ์  มือที่กำผ้าร่างสูงเริ่มออกแรงทุบอกเบาๆ  ลมหายใจติดขัดเพราะหายใจไม่ทันทำให้เจสันค่อยๆถอนจูบออกช้าๆ​  น้ำลายเหนียวข้นยังเชื่อมพวกเขาให้เป็นหนึ่งเดียว  ทิมยกมือปิดปากตัวเองเอียงตัวซบไหล่เจสันอย่างเขินอาย 

 

ทิมซบอยู่นานจนสามารถปรับอารมณ์ได้อีกครั้ง  ... ฉันกลัว  กลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว  กลัวว่าสักวันจะเสียคุณไป  ที่แห่งนี้  ไม่มีใครสักคนที่ฉันรู้จัก  หรือรู้จักฉันจริงๆ  ไม่มีใครที่ฉันเชื่อใจได้สักคน  ถ้าวันหนึ่งพวกเขาหรือคุณไม่ต้องการฉัน  ฉันคงเริ่มต้นใหม่ไม่ได้อีก   ทิมสารภาพสิ่งที่เขากังวลมาตลอด  แค่นึกภาพตัวเองต้องอยู่คนเดียวในบ้านเมืองที่เขาไม่รู้ว่าต้องเดินทางไหนมันก็ทำให้เขากลัวแล้ว

 

มันจะไม่มีวันนั้นแน่นอน  ... ฉันสัญญา   เจสันลูบแผ่นหลังทิมเบาๆพลางกดจมูกสูดดมกลิ่นหอมหวานของทิมอย่างสบายใจ  วันนี้ทิมไม่ได้ใช่น้ำหอมดับกลิ่น  เพราะงั้นเจสันจึงได้กลิ่นโอเมก้าของทิมแบบชัดเจน  แถมตอนนี้ยังหอมกว่าทุกทีอีกต่างหาก... เพราะอะไรกันนะ   เจสันได้แต่ตั้งข้อสงสัยกับตัวเอง เพราะเจ้ากลิ่นที่หอมกว่าทุกทีของทิมคราวนี้ เหมือนมันกระตุ้นบางอย่างในร่างกายให้ร้อนรุ่มแปลกพิกล

 

ขอบคุณเจสัน  แล้วก็ ขอโทษ...   เสียงหวานเจือความเศร้าเรียกสติเจสันให้กลับมามีสมาธิกับร่างในอ้อมกอด

 

ขอโทษทำไม?   เจสันคลายกอดก้มมองทิมสีหน้าฉงน

 

  ขอโทษในหลายๆอย่าง ”  ทิมอมยิ้ม สายตาเหลือบมองบรรยากาศรอบข้างด้วยท่าทีสบาย

 

เจสันขมวดคิ้วไม่เข้าใจแต่ก็ยกยิ้มขบขันเช่นกัน  ...  บางครั้งฉันก็รู้สึกว่าแกเข้าใจยากกว่าที่คิดนะ

 

  คงงั้นมั้ง... ”  ทิมยิ้มบางๆ ดวงตาฝุบต่ำดูว่างเปล่าแต่ก็ดูโล่งใจในเวลาเดียวกัน  เจสันขำพรืดขึ้นจมูกก่อนหยิบวัตถุบางอย่างยื่นให้ทิม 

 

ฉันอยากให้แกเก็บนี่ไว้ป้องกันตัว ”  สิ่งที่เจสันให้คือมีดสั้นความยาว 15 เซนติเมตร กว้าง 7 เซนติเมตร  เป็นมีดปลายแหลมมีคมทั้งสองด้าน  ถูกเก็บในปลอกหนังสัตว์สีน้ำตาลมีเชือกไว้ผูกกับขอบหูกางเกงอย่างดี

 

มีดเหรอ  ไม่เป็นไรหรอก  ฉันไม่ต้องใช้ก็หาวิธีเอาตัวรอดได้อยู่แล้วนา   ทิมตอบ

 

เจ้าบ้า  การต่อสู้จริงๆไม่อาจรู้ได้ว่าคู่ต่อสู้จะมาไม้ไหน  กันไว้ดีกว่าแก้ดีกว่านะเว้ย   เจสันดึงมือทิมให้รับมีดสั้นโดยไม่รอคำตอบ  ทิมก้มมองมีดในมือพลันอมยิ้มกรุ้มกริ่ม

 

ก็ได้ครับ  คุณนี่ชักขี้กังวลตั้งแต่เมื่อไหร่นะ   ทิมเก็บมีดไว้ด้านหลังด้านขวาเพื่อยามดึงใช้งานจะได้สะดวก

 

ตั้งแต่เจอแกมั้ง ”  เจสันขำในลำคอเสียงต่ำก่อนยกมือขึ้นขยี้ผมทิมจนยุ่งเหยิง  ทิมไม่ได้ขัดเพียงแค่ร้องท้วงขัดใจแต่ก็เผยรอยยิ้มออกมาในที่สุด  เจสันยิ้มอย่างโล่งอก  “ อารมณ์ดีขึ้นแล้วใช่ไหม

 

อืม...   ทิมขานรับเบาๆ

 

ดี ”  เจสันก้มตัวลงไปจุ๊บกลุ่มผมสีดำนุ่มลื่นอีกที

 

ทิมยกมือจับจุดที่โดนสัมผัสพลางอมลมในปากทำหน้าไม่พอใจแก้เขิน  มากไปแล้วนะ...

 

หึ  แล้วใครนะ ขโมยจูบฉันไปโดยไม่ขออนุญาตเลยสักนิด   เจสันหัวเราะ  ใบหน้าหล่อจงใจยื่นเข้าไปใกล้ให้ทิมหวั่นไหวเล่น

 

... ก็ตอนนั้น   ทิมเอนหลังหนีทันที  พวงแก้มขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด  ดวงตากลมโตเบนทางอื่น  สมองขาวโพลนเมื่อถูกต้อนจนมุมไร้ข้อแก้ตัว  ยิ่งเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเป็นฝ่ายดึงร่างสูงจูบเองยิ่งอายแทบแทรกแผ่นดินหนี

 

หึ หึ  ยอมรับแล้วสิ   เจสันหัวเราะยียวนกวนประสาทจนทิมหันหน้าทำเสียงลมขึ้นจมูกเรียกเสียงหัวเราะจากร่างสูงดังลั่น  เจสันถอยหายใจในความปากแข็งของทิมซึ่งไม่ต่างอะไรกับเขาเอาเสียเลยจึงลุกขึ้นยืนก่อนยื่นมือมาให้ทิมอีกครั้ง  “ ไปเดินเล่นกันเถอะ

 

ทิมมองฝามือที่ยื่นมาอยู่ตรงหน้าตนพลางมองเจสันสลับกันก่อนตัดสินใจยื่นมือตนเองให้เจสันในที่สุด  ระหว่างทางเดินที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติแสนร่มรื่นและไออุ่นจากแสงแดดยามเย็น  พวกเขาต่างคุยกันในหลายๆเรื่อง ถ้าหากสงครามจบลง  ประชาชนกอตแธมจะทำอะไรบ้าง  รวมถึง​การจัดระเบียบสังคมให้โอเมก้า เบต้า และอัลฟ่าได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข  ตลอดการสนทนามีทั้งจริงจังและล้อเล่นขำๆ  ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังหยิบยกเรื่องราวต่างๆรอบตัวขึ้นมาพูดคุยได้อย่างสนุกสนาน  พวกเขาต่างรู้ดีว่าสงครามในครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงพวกเขาและทุกคนไปตลอดกาล

 

 

และพวกเขาก็คิดว่า  มือที่กุมอยู่นี้คงไม่ยอมปล่อยได้ง่ายๆอีกต่อไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

ในคืนวันนั้น  หลังเจสันและทิมกลับถึงบ้าน  ทั้งคู่ก็อยู่รับประทานอาหารเย็นด้วยกันก่อนแยกย้ายทำงานในส่วนของตน  ทิมอยู่จัดการเอกสารต่อจนเวลาล่วงเลยเกิน 2 นาฬิกาของวันใหม่  ทุกอย่างยังปกติดี แต่ทิมกลับมีลางสังหรณ์แปลกๆเกิดขึ้น  ทิมจัดการฉีกกระดาษขนาดครึ่ง A4 และเขียนบางอย่างก่อนนำไปซ่อนในที่ๆเขามั่นใจว่าปลอดภัย 

 

และลางสังหรณ์แม่นราวตาเห็น  ทันทีที่ทิมนำของบางอย่างไปซ่อนเสร็จ  เสียงปืนก็ดังขึ้นภายในบ้านของเขา  หมายถึง ภายในห้องนั่งเล่นของเจสัน!!?

 

 

 

พวกแกเป็นใคร!!   เสียงแข็งกร้าวของเจสันดังลั่นพร้อมเสียงข้าวของล้มโครมครามจนแรงสะเทือนมาถึงห้องนอนที่ทิมอยู่  ใบหน้าหวานซีดเผือก  ทิมรีบวิ่งไปเปิดประตูด้วยความเป็นห่วงทันที

 

เจสัน!   ทิมร้องเรียกพลันดวงตาเบิกกว้างเมื่อภาพที่เห็นคือเงาสีดำรูปร่างคล้ายคนมีมากกว่าสาม วิ่งว่อนทั่วห้องนั่งเล่น  พวกเขาเคลื่อนไหวเร็วจนมองตามไม่ทัน  แต่ที่เห็นชัดๆคือ กลุ่มเงาปริศนานั้น ถือดาบ!

 

ฆ่ามัน!!   หนึ่งในเงาปริศนาชี้มายังทิมที่ยืนสตั้นตรงประตู  กว่าทิมจะรู้ตัวว่าเป้าหมายสังหารคือตนเอง แสงสว่างจากคมดาบก็พุ่งตรงมายังตนเสียแล้ว  ทันใดนั้น

 

ปัง!!

เงาปริศนาที่หมายมุ่งร้ายทิมล้มลงไปกลิ้งกับพื้นกระแทกผนังเสียงดัง  ทิมหันมองยังต้นเสียงเห็นเจสันเล็งปืนมาที่เขา  สภาพไม่สู้ดีเพราะมีรอยบาดแผลจากของมีคมฟันตามเสื้อผ้าและแขนขา  เขม่าควันลอยจากปากกระบอกปืนให้ได้กลิ่นดินปืนเจือจาง  เจสันหอบพราก หัวใจตกวูบตอนเห็นว่าเงานั่นกำลังพุ่งไปยังทิม  โชคดีที่เขาลั่นไกสกัดได้ทันท่วงที

 

เมื่อเห็นว่าเจสันสามารถจัดการหนึ่งในเงาปริศนาได้ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น จัดการเลย!!

 

สิ้นเสียงนั้น  เงาที่ล้มลงข้างทิมก็รีบเด้งตัวขึ้นโยนบางสิ่งเข้าไปในห้องของเจสัน  ทิมหันตามวัตถุกล่องสีดำเงาพุ่งหายเข้าไปในกองเอกสารของเขา  แต่ก่อนที่จะทันคว้าตัวคนโยน กลุ่มเงาปริศนาก็รีบกระโดดหนียังหน้าต่างทันที  เสียงยามลาดตระเวนด้านนอกเหมือนกำลังปะทะกับกลุ่มเงาสีดำทำให้ทิมรีบเข้าไปดูอาการเจสัน

 

เจสัน ไหวไหม!  

 

แค่ถากๆนา ”  เจสันกระตุกยิ้ม ปืนในมือสั่นเทา  ตามบาดแผลมีเลือดออกแต่ก็ไม่มาก ถึงอย่างไรก็เยอะพอที่จะกินแรงชายร่างสูงให้ขยับตัวลำบาก  ทิมพยักหน้าเข้าใจก่อนเริ่มสงสัยในวัตถุกล่องดำเมื่อครู่จึงตัดสินใจเดินไปดู 

 

ภายในห้องที่สว่างด้วยโคมไฟกลับเคลื่อนไหวเหมือนมีชีวิต  เสียงซู่ซ่าคล้ายเสียงน้ำมันเดือดดังอยู่เบื้องหลังหน้าต่างห้อง  กลิ่นดินปืนและกลิ่นน้ำมันแสบจมูกทำให้ทิมหน้าถอดสีด้วยความกลัว

 

หนีเร็ว! ”    ทิมร้องลั่นก่อนหันตัวคว้าแขนเจสันพาดไหล่ออกแรกทั้งหมดอุ้มร่างอันใหญ่โตวิ่งออกจากประตูบ้านอย่างรวดเร็ว  และทันทีที่เท้าเหยียบพ้นประตู

 

 

 

ตูม!!

 

แรงดันระเบิดผสมไอร้อนของดินปืนผลักให้ทั้งคู่กระเด็นไปด้านหน้าจนล้มกลิ้งกับพื้น  ความร้อนจากเปลวเพลิงสร้างบาดแผลจนใบหน้าบิดเบี้ยวเกินกลั้น  เมื่อตั้งสติได้ทิมรีบลุกขึ้นมองหาเจสันแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าเจสันกลับมายืนเต็มสองขาได้แล้ว  ทิมกำลังยกยิ้มด้วยความโล่งใจ  แต่หายนะยังไม่จบเพียงเท่านั้น

 

 

ตูม!!  ตูมตูม!!!

 

ผู้คนแตกตื่นเมื่อการระเบิดเกิดขึ้นที่โรงเก็บรถม้า  โรงอาหาร  และโรงอุปกรณ์  ซึ่งเป็นแหล่งเก็บอาหารและยานพาหนะทั้งหมดในการเตรียมทำสงคราม  คอกสัตว์กำลังวุ่นวายเมื่อม้าต่างตื่นตระหนกจนพังเชือกและไม้กั้นจนพัง ส่งผลให้ม้านับสิบๆตัววิ่งวุ่นชนกับผู้คนจนชุลมุน  เจสันขบฟันอย่างโกรธเกรี้ยว

 

รีบดับไฟเร็วเข้า   ร่างสูงสั่งลูกน้องทั้งหมดด้วยใบหน้าแค้นเคืองจนทิมยังไม่กล้าเข้าไปหา  ทิมทำได้เพียงช่วยทุกคนดับไฟอย่างสุดความสามารถ 

 



เมื่อเปลวไฟมอดลงสิ่งที่เหลืออยู่กลับมีเพียงเศษซากสีดำถ่านไว้ต่างหน้า  เอกสารทั้งหมด  เสบียงทั้งหมด อุปกรณ์เครื่องไม้และหนังทั้งหมด ถูกเผาไหม้เป็นจุล  โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิจากแรงระเบิด  มีเพียงผู้บาดเจ็บจากสะเก็ดไฟและสูดควันมากเกินไปเท่านั้น   สภาพพวกเขาเหมือนไปคลุกกับขี้เถาก็ไม่ปาน พวกเขาต่างหมดแรงกายและแรงใจจนยากเยียวยา  ทิมที่ตอนนี้ตามตัวเต็มไปด้วยเศษขี้เถ้าและดินทรายกำลังมองหาเจสันเพื่อสอบถามว่ากลุ่มคนพวกนั้นเป็นใคร

 

 

พวกมันรู้ที่ซ่อนได้ยัง!!! ”  เจสันสภาพไม่ต่างจากทิมกำลังสอบถามเหล่าลูกน้องคนสนิททั้งหมดด้วยสีหน้าแค้นจนคนที่ก้มหัวต่างมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

ก็แน่ล่ะ  แผนการของพวกเขาถูกทำลายไม่เหลือซากเลยนี่นา...

 

หัวหน้า!   ขณะทุกคนยังกระอักกระอ่วนเหมือนตกอยู่กลางขุมนรกอยู่นั้น เอิร์ดกับแจซ สองหนุ่มอัลฟ่าก็วิ่งหน้าตื่นพร้อมของบางอย่างในมือ  เมื่อมาหยุดอยู่หน้าเจสันและทิม  สองหนุ่มก็หน้าซีดด้วยความหวาดระแวงและลังเล ทั้งคู่เหลือบมองกันเองก่อนตัดสินใจยื่นของในมือให้เจสัน  พวกเรา.... จะ เจอบางอย่างในห้องของคุณ  อ่ะ  เอ่อ...

 

นี่อะไร!   เจสันรับกองกระดาษสีเนื้อจำนวนหลายฉบับ  ทิมเดินเข้าไปใกล้อยากรู้อยากเห็น

 

เหมือนจดหมายจากราส์ อัลกูล  เขียนถึง  ....   คำพูดแจซขาดห้วงเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่พบ

 

ทีโมธี  แจ็คสัน เดรก!!!   เจสันหน้าชา  สมองขาวโพลนเมื่อกระดาษแต่ละแผ่นล้วนเขียนถึงการเคลื่อนไหวของกองทัพเจสัน โดยชื่อผู้รับและผู้ส่งคือราส์ อัลกูล ที่ส่งถึง ทีโมธี

 

ทุกคนหันหน้ามองทิมอย่างไม่ได้นัดหมาย  โอเมก้าเพียงคนเดียวที่ไม่ถูกราส์ อัลกูลจับ

 

ทิมหน้าซีดเผือก  เป็นไปไม่ได้  ไม่ใช่นะเจสัน

 

นี่มันเป็นลายมือของราส์ อัลกูล... ที่เขียนถึงแก และจดหมายที่แกติดต่อกับมัน...   เจสันหัวเราะเสียงเย็นขณะไล่อ่านจดหมาย  ราวกับหัวใจของเขาโดนฉีกกระชากจนย่อยยับ  ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเชื่อในคำพูดและการกระทำของทิม มันหลอกลวงหมดทุกอย่างงั้นสินะ...

 

เจสัน  นั่นไม่เรื่องเรื่องจริง  ฉันไม่เคยติดต่อกับเขา นั่นไม่ใช่ลายมือฉัน  เชื่อฉัน---   ทิมพยายามอธิบายแต่ก็ถูกชายร่างท้วมมากอายุสองคนล็อคแขนทั้งสองของเขาไว้

 

แกโกหกฉัน   เจสันหันมาสบตาทิมอย่างเกรี้ยวกราด

 

เพี๊ยะ!

 

ใบหน้าหวานรู้สึกแสบด้านชาไปครึ่งหน้าจากแรงตบอย่างแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดในปาก  ทิมเบิกตาด้วยความตกใจ  แม้ความเจ็บแสบจะทำให้สมองด้านชาแต่หัวใจดวงน้อยนั้นยิ่งเจ็บกว่า  เจสัน  ได้โปรด  มีคนใส่ร้ายฉัน   ทิมพยายามอีกครั้งหวังให้เจสันเห็นความจริงในแววตาของเขา  แต่ในแววตาของร่างสูงกลับมีเพลิงแห่งไฟแค้นบดบังความจริงของทิมจนสิ้น

 

ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะเชื่อใจแก ไว้ใจแก  ที่แท้แกก็เป็นหนอนบ่อนไส้ซะเอง ในจดหมายเขียนทุกความเคลื่อนไหวระหว่างฉันกับแก  นอกจากแกที่ใกล้ชิดกับฉันที่สุดแล้วจะเป็นใครได้อีก...   เจสันขย้ำเอกสารจนยับ  นัยต์ตาสีเขียวที่เคยสวยบัดนี้ช่างน่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์ร้าย

 

เจย์...   เหมือนมีบางสิ่งอุดกล่องเสียงทิมให้พูดไม่ออก  ริมฝีปากสั่นไม่หยุดเมื่อเสียงสะอื้นกลั้นความจริงไม่ให้มันออกมา

 

เจสันเห็นทิมพูดไม่ออกก็ยิ่งแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยว  ไปเอาดาบมา   น้ำเสียงกดต่ำชวนขนลุกทำให้หนึ่งในลูกน้องคนสนิทรีบไปหยิบดาบเล่มยาวมาให้

 

แกคงรู้สินะ  โทษของผู้ทรยศคือประหารเท่านั้น  เจสันคว้าดาบมาโดยไม่มองลูกน้องที่นำมาให้  สายตาของเขายังจดจ้องทิม

 

ทิมถูกกดไหล่ให้นั่งคุกเข่าก้มศรีษะจนแทบติดกับพื้น  ท่ามกลางความตกใจและงุนงงของพวกเขาทุกคนกลับไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคำ 

 

ไม่ เจสัน ได้โปรด  เชื่อคำพูดฉันสักครั้ง ฉันเป็นพวกเดียวคุณ--  

 

แกไม่ใช่พวกฉัน!!  แกไม่ใช่คนที่นี่ด้วยซ้ำ  ไม่มีเหตุผลที่ต้องฟังแกอีกแล้ว  ทิม   เจสันก้มหน้าสบนัยต์ตาสีน้ำเงินที่บัดนี้มีแต่เพียงความเจ็บปวดและเสียใจ  ซึ่งภายใต้แววตาสีเขียวที่นิ่งจนน่ากลัว กลับซ่อนความเจ็บปวดไม่แพ้กัน

 

... เจย์... อึก   เหมือนโดนมีดนับพันแทงทะลุร่างให้สิ้นคาคมดาบ  ทิมปล่อยหยาดน้ำตาให้ไหลอาบแก้มพลางมองร่างสูงเบื้องหน้าเขาที่กำลังหันคมดาบใส่ตน

 

ทิมกัดริมฝีปากเน้นก่อนปิดเปลือกตาตัวเองลงเชื่องช้า ค่อยๆก้มหัวยอมจำนนต่อชะตากรรม  เจสันชะงัก แววตาส่อแววสับสน

 

อึก   เจสันขบฟันกำดาบในมือแน่น  ในขณะที่มือง้างขึ้นเตรียมฟาดลงมานั้น... 

 

คุณเจสัน  อย่านะคะ!!   ซาแมนธาวิ่งเข้ามาขวางเจสันไว้  หญิงชราอ้าแขนทั้งสองโดยไม่กลัวหากคมดาบจะลงมาฟาดโดนตัวเธอ

 

เจสันเบิกตาตกใจก่อนแปรเปลี่ยนเป็นโมโห  ออกไป  หรือเธอคิดสงสารมัน   เจสันวางดาบลง

 

... อึก  ได้โปรดไว้ชีวิตคุณทีโมธีไปเถอะค่ะ  อย่าฆ่าเขาเลย  ดิฉันขอร้อง   ซาแมนธาคุกเข่าลงกับพื้น  สองมือประสานกุมไว้ระดับอก  แววตาโศกเศร้าจนเจสันเริ่มใจอ่อน

 

มันทรยศพวกเรา ซาแมนธา  มันทรยศผม   เจสันแสดงสีหน้าเจ็บปวดโดยไม่ปิดบัง

 

แต่คุณทีโมธีรักคุณจริงๆนะคะ ดิฉันมั่นใจว่าเขาไม่มีทางทรยศคุณแน่   หญิงชราจับขากางเกงเจสัน  น้ำตาของเธอทำให้เจสันสะอึก  เพลิงไฟแค้นเหมือนถูกความหนาวเย็นสาดซัด เหลือเพียงควันสีเทาที่บดบังเขาจากแสงสว่าง

 

เจสันเหลือบมองใบหน้าหวานเปื้อนน้ำตาพลันความคิดในหัวตีจนคิดไม่ออก

 

บัดซบ! ”  เจสันทิ้งดาบลงกับพื้นอย่างแรง  ต่อหน้าทิม ซาแมนธาและทุกๆคน  ออกไป...   เจสันกล่าวออกมาอย่างยากลำบาก

 

ออกไปจากที่นี่  อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าแกอีก ”  เจสันเอ่ยช้าๆราวกับเขาไม่ต้องการพูดคำดังกล่าว  ยิ่งเขาเห็นแววตาสีน้ำเงินกำลังมองเขาอย่างสิ้นหวัง 

 

เจสันหยุดพูดก่อนที่แววตาของเขาจะเปลี่ยนไป

 

 ที่ฉันปล่อยแกไปเพราะ... ครั้งหนึ่งแกเคยมีความหมายกับฉัน ทิม

 

 

เมื่อเจสันเดินจากไป  ชายร่างท้วมทั้งสองก็ปล่อยทิมอย่างไม่ใยดี  ทิมได้แต่หมอบมองดินด้วยหัวใจว่างเปล่า  คนๆนั้นได้เดินจากเขาไปแล้ว  ไม่มีย้อนกลับมา...

 

ทิมถูกแจซและเอิร์ดพาตัวออกไป  เขายังช็อค  อึ้ง และเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นภาระให้แจซพยุงทิมขึ้นมาแทน

 

 

ออกไป  อย่าคิดกลับมาอีก   แจซผลักทิมจนล้มกลิ้งไม่เป็นท่า  เบื้องหน้าพวกเขาคือผืนป่ารกอันมืดมิด

 

ทิมค่อยๆลุกอย่างยากลำบาก  น้ำตายังคงไหลอาบแก้มไม่หยุด  ใบหน้าเศร้าเปื้อนดินหันกลับไปมองชายทั้งสองที่ถือปืนเล็งมายังตน  ทิมชะงักเมื่อใบหน้าของพวกเขาแสดงความเจ็บปวดและเสียใจในสิ่งที่พวกเขาทำกับทิม  พวกเขาไม่ต้องการทำร้ายทิม  แต่พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากทำตามคำสั่ง

 

ได้โปรด รีบไปเสียเถอะครับ คุณทีโมธี   เอิร์ดเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่นเทา

 

ทิมเหลือบมองด้วยแววตาว่างเปล่า  หยาดน้ำตาไหลรินชโลมแก้มนวลสู่ปลายคางตกบนผืนดิน  ชายทั้งสองไม่อาจทนเห็นได้  พวกเขารู้สึกผิดเหลือเกินที่ไปเจอกล่องใส่เอกสารนั่น  พวกเขาไม่ควรรีบนำไปให้เจสัน  ไม่ก็ควรตรวจสอบหรือทำลายมันเสียเอง  พวกเขารู้แก่ใจว่าทิมไม่ใช่ผู้ทรยศ  แต่ไม่อาจทำอะไรได้  พวกเขาไม่คิดว่ามันจะลงเอยแบบนี้  ทิมเห็นเช่นนั้นก็หันหน้ากลับ  ดวงตาคู่สวยแต่งแต้มด้วยประกายดวงดาวจากสายน้ำอุ่นที่โอบล้อมดวงตาไว้  ทิมก้าวเท้าไปข้างหน้า ดำดิ่งสู่ผืนป่าแสนมืดมิดด้วยร่างกายอันสั่นเทา  ไม่รู้ว่าต้องเดินไปทางไหน  ไม่รู้ว่าเบื้องหน้าจะเจออะไร  เขาทำได้เพียงเดินไปเรื่อยๆ ไม่หวนกลับมาอีก

 

ชายทั้งสองทำได้เพียงยืนมองทิมเดินหายเข้าไปในป่ามืดจนลับตา

 

 



ทิมเดินเท้าเปล่าอยู่เนิ่นนานจนขาทั้งสองด้านชาไร้ความรู้สึก  ร่างแสนเหนื่อยล้าทรุดตัวลงกลางป่าท่ามกลางความมืดมิดและหนาวเหน็บ  “ อึก  ฮือๆ...   ทิมปล่อยเสียงสะอื้นอยู่เงียบๆ

 

 

 

ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้  มันไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้เลยสักนิด  ทำไม... เจสันถึงไม่เชื่อผม

สิ่งที่นายพูดไปตอนนั้นมันก็แค่เรื่องโกหกใช่ไหม

 

 

 

ทิมหยิบนาฬิกาพกออกจากกระเป๋ากางเกง มองจุดเริ่มต้นเรื่องทั้งหมดด้วยแววตาปวดร้าว  มือเรียวเปิดฝานาฬิกาขึ้น  เข็มนาฬิกายังคงเดินต่อไป  แต่ทิมไม่ต้องการเห็นมันเดินต่ออีกแล้ว  ได้โปรด  พาผมกลับบ้านที  ผม... อยากกลับบ้าน   ทิมบีบนาฬิกาแน่น  เขานึกถึงบ้านอันแสนอบอุ่นของเขา  คุณพ่อ คุณแม่  และน้องสาว  คิดถึงโลกที่จากมาจากก้นบึ้งหัวใจ 

 

ทิมปล่อยให้ความรู้สึกทะลักออกมาผ่านหยดน้ำตาไหลผ่านนาฬิกาอย่างเชื่องช้า

 

ทันใดนั้น  บังเกิดแสงสีทองประกายโอบล้อมนาฬิกาในมือ  ทิมชะงักรีบปล่อยนาฬิกาลงพื้นทันที  แต่แล้ว  ในหัวก็เห็นภาพบ้านของเขา  เห็นภาพคุณแม่นั่งร้องไห้กอดรูปของเขาโดยมีคุณพ่อโอบกอดอยู่เคียงข้าง  และน้องสาวที่ขังตัวเองอยู่ในห้องนั่งกอดเข่าร้องไห้ด้วยความคิดถึง  พวกเขากำลังรอคอยการกลับมาของทิม  ทิมเหมือนถูกกระชากวิญญาณให้จมดิ่งสู่มหาสมุทร  ความคิดถึงและโหยหาที่พึ่งพิงประดังเข้ามาช่วงชิงหัวใจอันห่อเหี่ยวดวงนี้ให้อยากเข้าไปหาบุคคลในครอบครัวอันเป็นที่รัก

 

ทิมเอื้อมมือไปที่นาฬิกาหวังให้มันพาเขาไปหาครอบครัว 

 


 

 

 

 

เจอตัวเจ้าแล้ว

 

“!!!”  ทิมหันไปยังเบื้องหลัง  แต่แล้ว สิ่งที่เขาเห็นคือ ปลายคมดาบกำลังพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็ว  และเขาคงไม่สามารถหลบทันเป็นแน่

 

 




..........................................................................................................................

ความหักมุมนี้  ลูบหลังตบหัวชัดๆ 5555​ 


ขออภัยหากตอนนี้ไม่สามารถดึงอารมณ์ให้ถึงที่สุดทั้งฉากหวานและฉากหน่วง  ขอสารภาพเลยว่าตอนแต่ง เรากำลังดีดเป็นม้าดีดกะโหลกอยู่ค่ะ 55555555


ตอนต่อไปหนูเมี่ยนออกมาแล้วนะคะ อัพในวันที่ 15 มิถุนายน​ 2561 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #39 V323577 (@Viewykanyavee) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 01:41

    โถ่ ไรต์อ่าา

    ตอนแรกๆฟิน พออ่านถึงตอนท้าย สงสารทิมมี่ T^T

    หาฟิค AllTim ฉบับคนไทยแต่งยากมากเลยย ก่อนหน้านี้ก็ไปแต่งสนองความต้องการตัวเองในสมุดบันทึกตั้งนาน พอมาเจอนิยายไรต์ มันใช่อ่ะ หาคนคอเดียวกันเจอแล้ววว

    อยากให้ตอนหน้าหนูเมี่ยนมาเอาน้องทิมไปแทนมากๆเลย//ไม่ใช่แระ สู้ๆนะคะไรต์ รีบๆมาต่อน้าา ค้างหนักมาก


    ปล.ไรต์อายุเท่าไหร่ อยู่จังหวัดไหนหรอคะ ตอนนี้หนูอายุ13พึ่งเข้าม.1ค่ะ ^^ ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรนะคะ

    #39
    1
    • 11 มิถุนายน 2561 / 02:36
      ดีใจที่เจอคนอยู่ด้อมเดียวกันเหมือนกันค่า​ //จับมือ
      เราก็เพิ่งอวยหนูทิมได้ไม่นานเท่าไหร่แต่ด้วยความต้องการ(??) และหลายๆอย่างทำให้ลั่นฟิคAllTim ไว้ซะมากมายไปเสียแล้ว 555​ หวังว่าจะชอบนะคะ ติชมได้เลย ยินดีรับการปรับปรุงค่ะ

      หนูเมี่ยนเรื่องนี้เราเก็บไว้เป็นลาสบอสค่ะ 55555

      เค้าเรียนมหาลัยเตรียมขึ้นปี2แล้วค่า ลองเดาอายุดู​ ยังไม่แก่มาก5555​ ส่วนจังหวัดเอาเป็นปัจจุบันเราอยู่ภาคใต้ค่ะ​ อิอิ
      #39-1
  2. #38 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 09:32
    ไรต์ทำร้ายมาก แงงง กำลังแบบดีใจที่เขาจูบแล้ว55555 อ่านไปอ่านมาคือพีคเกิ๊น เศร้ามากค่ะไรต์ อ่านแล้วหน่วงสุดๆเลย ฮื่อออ ชีวิตทิมทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ โว้ยย;-; สงสารนางงง
    #38
    12
  3. #37 KiNOZE (@spy_gang) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 08:48
    กำลังฟินเลย กลับมาเศร้าทำไม สงสารทิมแงงงง /ซับน้ำหูน้ำตา/

    เดเมี่ยนใช่ไหมคะ นั่นเมี่ยนใช่ไหม ????????????????
    #37
    1
  4. #36 mintpoor (@mintpoor) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 08:39
    ตอนเเรกๆ ฟิน ตอนหลังๆ เศร้า
    😭😭😢😭😙😙😚😙
    #36
    2