{WONHYUK}When I fall in LOVE the PAIN&When U COME BACK to me

ตอนที่ 69 : COME BACK-[24]=สิ้นสุดกันเสียที

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ต.ค. 56





                รองเท้าหนังสีดำที่ถูกขัดจนมันเงา ก้าวย่ำลงไปบนพื้นหญ้า ก่อนจะหยุดอยูที่หน้าป้ายหินอ่อน ซึ่งสลักตัวอักษรเอาไว้ว่า “Minho Choi” ชางมินในเครื่องแบบของนักบินเต็มยศ ใช้มือข้างหนึ่งถือหมวกประจำตัวเอาไว้ ในขณะที่สายตายังคงมองทอดไปยังป้ายหินอ่อนด้วยแววตาที่แสนอ่อนโยนไม่เคยเปลี่ยนไป

 

                วันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปี ตั้งแต่วันที่มินโฮได้จากไป พร้อมกับการ

เคี่ยวเข็ญเรียนต่ออย่างหนักของชางมิน เพื่อที่จะได้เป็นนักบินให้ได้เร็วที่สุด

 

                “ฮยอง...รักษาสัญญาแล้วนะ”

 

                ชางมินยิ้มเล็กน้อยก่อนจะวางช่อดอกกุหลาบสีขาวลงตรงหน้าแท่นหินอ่อนดังที่เคยมอบให้มินโฮเป็นประจำเมื่อครั้งยังคงมีชีวิตอยู่

                ร่างสูงโปร่งเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า อยู่บนนั้นจะเป็นยังไงบ้างนะ...สุดที่รักของฮยอง เหงาบ้างมั้ย รู้รึเปล่า? คนที่อยู่ตรงนี้คิดถึงนายทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร แต่ละวันของฮยองผ่านไปอย่างไร้ค่าเมื่อไม่มีนายอยู่ด้วย

 

                “อยากให้นายอยู่ตรงนี้ อยู่กับฮยอง อยู่ด้วยกันตลอดไป” มันคงจะเต็มไปด้วยวันแห่งความสุข ฮยองไม่เคยเสียใจเลยที่ได้รักนาย แม้ในวันที่รู้ว่าเราสองคนเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกันก็ตาม มินโฮ...นายเป็นทั้งหัวใจ เลือด เนื้อ เป็นทั้งชีวิตของฮยอง เป็นเหตุผลที่ฮยองมีชีวิตอยู่บนโลกนี้

 

                แต่ตอนนี้ลมหายใจของฮยองมันแผ่วลงทุกทีแล้ว นายสัมผัสถึงมันได้มั้ยมินโฮ...ฮยองคิดถึงเราเหลือเกิน

 

                “เมื่อฮยองได้เป็นนักบินเต็มตัวแล้ว...ช่วยบอกให้สายลมโอบกอดฮยองเอาไว้ด้วยได้มั้ย ให้เหมือนกับเมื่อครั้งที่เราเคยนั่ง เคยนอนกอดกัน....”

 

                ดวงตาคู่โตหลับตาลงเมื่อพบว่าน้ำใสๆมันไหลลงมาอย่างสงบ...น้ำตาแห่งความคิดถึง ใครจะรู้บ้างว่ามันให้ความรู้สึกหดหู่มากขนาดไหน ฮยองไม่อยากจะมีชีวิตต่อไปอีกแล้วมินโฮ บนโลกที่ไร้นาย มันไม่น่าอยู่เลย

 

                “เมื่อไหร่....เมื่อไหร่เราจะได้พบกันอีกครั้งล่ะ ทำไมกัน ทำไมไม่ยอมให้ฮยองไปอยู่ด้วยสักที ทำไมใจร้ายจัง...ฮยองรักเรานะมินโฮ...มองเห็นมั้ย ฮยองยืนอยู่ตรงนี้...ยังรัก...ยังรอนายเสมอ...”

 

                ชางมินก้มหน้าลงปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาอยู่แบบนี้ ไหลจนเปรอะเปื้อนเครื่องแบบที่แลกมาด้วยความพยายามอย่างยิ่ง เพื่อสานต่อความฝันของใครคนหนึ่ง ซึ่งสำคัญกว่าชีวิตของตัวเค้าเอง

 

                ฮยองจะเป็นนักบินที่ดี...จะอยู่บนฟ้า อยู่รอบๆนาย จนกว่าเราจะได้ไปพบกันบนนั้นจริงๆสักทีนะ...

 

                มินโฮ...My forever heart,Eternal love.

 

               

                เสียงเหยียบใบไม้จนเกิดเสียงกรอบแกรบ ให้ชางมินต้องลืมตามองผู้มาเยือนใหม่

 

                “เอ่อ...ขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะรบกวน” เสียงที่แหลมกว่าเอ่ยอย่างเกรงใจ

 

                “อ่อ ไม่เป็นไรครับ มาเยี่ยมมินโฮหรอ” ชางมินยิ้มให้ อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร

 

                ฮยอคแจพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะวางช่อดอกกุหลาบสีส้มอ่อนลงข้างๆช่อสีขาวของชางมิน

 

                “ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ว่าจะผ่านไปนานถึงหนึ่งปีแล้ว มันเหมือนกับว่า...เพิ่งจะเมื่อวานนี้เองที่ผมยังได้คุยกับมินโฮอยู่” ฮยอคแจพูดด้วยแววตาเศร้าสร้อย

 

                “นั่นสินะครับ...เวลามันผ่านเร็วเกินไปรึเปล่านะ แต่ถึงจะผ่านมาหนึ่งปีขนาดนี้แล้ว ผมก็ยังทำใจกับการสูญเสียเค้าไปไม่ได้เลย...ไม่เคยเลย” ชางมินมีสีหน้าที่หม่นหมองจนแทบจะซีดขาว

 

                ฮยอคแจยิ้มเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่าย ก่อนที่จะหันกลับมามองยังป้ายหลุมศพ จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็เงียบลง ไม่มีใครพูดอะไรออกมาประมาณเกือบสิบนาที

 

                “คุณ...ได้พบกับเพื่อนของผมบ้างรึเปล่า?” ชางมินเอ่ยถามขึ้นมาก่อน

 

                “เปล่าครับ...ไม่ได้เจออีกเลย” ฮยอคแจตอบสั้นๆ

 

                ชางมินถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะหันมามองอีกฝ่าย

 

                “มีความสุขรึเปล่าครับ?...”

 

                “ครับ?...” ฮยอคแจทำสีหน้าเหมือนไม่เข้าใจ แต่กลับไม่กล้าสบตาเจ้าของคำถามซะอย่างนั้น

 

                “ไม่ต้องตอบผมหรอก แค่หาคำตอบให้ตัวคุณเองให้ได้ก็แล้วกัน ว่าทุกวันนี้ที่ทำอยู่ คุณมีความสุขกับมันจริงๆแล้วหรอ...”

 

                “ผม....”

 

                “คุณคิดว่าตัวเองมีความสุขกับความแข็งแกร่งจอมปลอม ซึ่งที่จริงมันเป็นเพียงกำแพงที่คุณสร้างขึ้นมาเพราะกลัวว่าตัวเองจะต้องเจ็บปวดอีกครั้งต่างหาก”

 

                “สิ่งที่เพื่อนคุณทำ ถ้าคุณเป็นผมคุณจะให้อภัยเค้าได้ง่ายๆอย่างนั้นหรอครับ” ฮยอคแจยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเช็ดน้ำใสๆที่อยู่บริเวณขอบตาของตัวเองออก

 

                “ผมคงไม่เก่งพอที่จะพูดได้ว่าจะลืมหรอกนะ แต่อย่างน้อยผมก็จะไม่วิ่งหนีหัวใจตัวเองอย่างที่คุณทำ ผมจะซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ความรู้สึกของผมก็ยังคงมั่นคงเช่นเดิม ตราบนานเท่านาน”

 

                “งั้นก็คงจะต้องขอโทษด้วย ที่ผมไม่มีความอดทนขนาดนั้น...”

 

                “คุณไม่เข้าใจสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อต่างหาก” ชางมินสั่นศีรษะไปมา

 

                “หมายถึง?...”

 

                “หรือจะต้องรอ...ให้เป็นเหมือนผมกับมินโฮ” ชางมินพูดสั้นๆ แต่อัดแน่นไปด้วยใจความสำคัญจริงๆ

 

                “จะต้องรอให้ซีวอนหมดลมหายใจ หายไปต่อหน้า ต่อตาของคุณเลยรึเปล่า คุณถึงจะรู้สึกตัวสักทีว่าเค้าสำคัญกับคุณมากแค่ไหน หรือคุณอยากจะเป็นแบบผม ไม่ไหวหรอกนะครับ ผมบอกคุณได้เลยว่ามันทรมาน....ทรมานมากๆ”

 

                “ผมเหนื่อย....”

 

                “ไม่ใช่แค่คุณ....แต่เป็นทุกคน”

 

                “ผมท้อ....”

 

“ผมว่ายังมีคนท้อกว่าคุณอีกเยอะ”

 

“นั่นมันก็เรื่องของเค้า...”

 

“ถ้าอย่างนั้น ผมก็คงไม่มีอะไรจะพูดแล้วล่ะครับ เพราะมันขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณตัดสินใจเพียงคนเดียว” ชางมินยอมจำนนในที่สุด

 

อย่างพึงสอนบุคคลที่ไม่ต้องการเรียนรู้ คติที่เค้ายึดถือมาทั้งชีวิต เค้าเป็นคนนอก ช่วยได้เท่านี้ก็ถือว่าทำหน้าที่เพื่อนได้ดีที่สุดแล้ว ที่เหลือก็สุดแล้วแต่พวกเค้าทั้งสองคนก็แล้วกัน           

               

                “ผม..........”

 

                “ไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะครับ ผมเข้าใจ เพียงแต่แค่อยากจะเตือนคุณไว้สักนิดว่า เวลาไม่เคยเดินย้อนกลับ การที่คุณคิดจะมองตรงไปข้างหน้านั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกแล้ว หากแต่คุณมั่นใจจริงๆแล้วหรอว่า...คุณพร้อมจะเดินไปบนถนนที่ไม่มีเพื่อนผมอยู่ด้วย”

 

                “พอเถอะครับ...อย่าพูดอะไรอีกเลย” ฮยอคแจเบือนหน้าหนี

 

                อดีตนายแพทย์ ว่าที่นักบินจึงได้แต่ส่ายศีรษะเบาๆ

 

                “คุณเป็นคนเลือกมันเอง...ฮยอคแจ”

 

                ฮยอคแจก้มหน้ารับกับประโยคนั้น ก่อนจะหันหน้ามองแท่นหลุมศพนั่นอีกครั้ง ก่อนจะบอกชางมินว่าตนจะกลับแล้ว

 

                ไม่ว่าชีวิตของเราจะขึ้นหรือลง คงมีเพียงสิ่งเดียวที่จะทำได้นั่นก็คือการมองตรงไปข้างหน้านั่นเอง

 

                ชางมินเปลี่ยนจากการยืนมองเป็นการถอดรองเท้าหนังสุดหรูและล้มตัวลงนั่งหน้าป้ายหินแทน เพราะยังไงแล้ว วันนี้เค้าก็ต้องการที่จะอยู่ที่นี่ทั้งวัน

 

                อย่างน้อยๆ นี่ก็เป็นแรงใจเดียวที่ทำให้เค้ามีแรงที่จะทำสิ่งอื่นๆต่อไป สถานที่ไหนๆที่ทำให้เค้ารู้สึกคิดถึงมินโฮ ที่นั่นล่ะคือที่ๆเค้าต้องการจะไป

 

                “มานานแล้วหรอวะ...” เสียงทุ้มของผู้มาเยือนพร้อมกับการทรุดตัวนั่งลงข้างๆ ทำให้ชางมินรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร

 

                “ไง...ตัวแสบ” ซีวอนเอ่ยทักน้องชายเล็กน้อย

 

                “อืม...ก็สักสองชั่วโมงได้แล้วล่ะ แล้วนี่แกมาทางประตูไหนล่ะ” ชางมินเอ่ยถาม เพราะว่าที่สุสานแห่งนี้มีประตูทางเข้า-ออกหลายทาง เค้าแค่อยากรู้ว่าจะได้เจอคนที่เพิ่งจะเดินกลับออกไปหรือไม่

 

                “ทางลานจอดรถไง พ่อโทรตามให้ลูกน้องเก่าๆเค้าไปรับที่สนามบินน่ะ มีอะไรหรอ?” ซีวอนขมวดคิ้ว แล้วมองไปยังป้ายหลุมศพ

 

                เค้าเพิ่งเดินทางกลับมาจากอเมริกา เมื่อเช้านี่เอง เค้ากลับมาที่ญี่ปุ่นก็เพื่อวันครบรอบวันที่มินโฮจากไปโดยเฉพาะ

 

                ทั้งๆที่คิดว่าจะต้องเพ่งความสนใจมาสู่น้องชายผู้ล่วงลับเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อสองเท้าได้เหยียบกลับเข้ามาสู่แผ่นดินบ้านเกิดอีกครั้งแล้ว ความรู้เก่าๆกับเรื่องราวเดิมๆมันก็แล่นเข้ามาถาโถมทันที

 

                คิดถึง...คำสั้นๆแต่มีพลังมากมายเหลือเกิน แค่ได้สัมผัสกับสายลม เดินผ่านสถานที่เก่าๆ เค้าก็แทบจะทนต่อความห่วงหามากขนาดนี้ไม่ไหว

 

                ฮยอคแจ...ชั้นคิดถึง ...คิดถึงนายจริงๆ

 

                “เปล่า....” ชางมินตอบเบาๆ ไม่รู้...ว่าพระเจ้าจะทรงกลั่นแกล้งสองคนนี้ไปอีกนานแค่ไหน

 

                “แกเป็นยังไงบ้าง?” ซีวอนไม่ได้ติดใจคำถามของชางมินเท่าไหร่นัก จึงเปลี่ยนประเด็นไปถามไถ่ความเป็นอยู่ของอีกฝ่ายแทน เพราะถึงแม้ว่าจะได้ติดต่อกันเป็นระยะ แต่เพราะชางมินติดภารกิจการเรียนและการฝึกที่หนักเอาการ ทำให้ระยะห่างของการติดต่อกันมีมากขึ้นเรื่อยๆ

 

                “ก็...ดีว่ะ ถึงแม้ว่าจะต้องฝึกหนักมากขึ้น แต่มันก็ยิ่งทำให้ความฝันของชั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ”

 

                “เอาใจช่วยก็แล้วกัน...” ซีวอนอวยพรสั้นๆ เค้ารู้ดีว่าเพื่อนรักของเค้าคนนี้ ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากมากแค่ไหน ตั้งแต่ที่ตัดสินใจหันหลังกลับให้กับกิจการครอบครัวของตัวเอง หันหลังให้กับตระกูลที่มากด้วยเกียรติยศและชื่อเสียง เพียงเพื่อจะได้เดินตามรอความฝันของคนที่ตนเองรัก

 

                มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ หากแต่เพื่อนรักของเค้าคนนี้ ก็เลือกจะทำในสิ่งที่หัวใจของตนเองปรารถนา ชางมินไม่เคยโกหกความรู้สึกของตนเอง นี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่เค้าไม่เคยเอาชนะอีกฝ่ายได้เลย

 

                ไม่เคยทำได้อย่างที่คนตรงหน้านี้ทำ...

 

                “ยังรัก...เขาอยู่ไหม?....” ชางมินถามเบาๆ

 

                “ใคร?...” ซีวอนทำราวกับว่าไม่ได้ยิน

 

                “แกรู้อยู่แก่ใจว่าชั้นหมายถึงใคร”

 

                “งง............”

 

                “อย่าวิ่งหนีอีกเลยว่ะเพื่อน ชั้นทรมานแทน...” ชางมินตบบ่าซีวอนเบาๆ ทำให้เจ้าตัวยอมแพ้ในที่สุด

 

                “เป็นหนึ่งปีที่ผ่านมาอย่างยากลำบากจริงๆว่ะ...ชั้นนอนไม่เคยหลับได้เต็มตา ผวาตื่นขึ้นมากลางดึกทุกคืน จนพ่อต้องให้หมอจัดยามาให้ตลอด มันเหนื่อยจริงๆว่ะ” ซีวอนยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตัวเอง

 

                “แล้วรู้รึเปล่าล่ะ ว่าทั้งหมดที่เป็นมามันมีอะไรเป็นสาเหตุ”

 

                “รู้สิ....รู้ดีเลย...” ซีวอนแค่นยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก

 

                “คือ?...”

 

                “เพราะชีวิตชั้นไม่มีเค้าอีกแล้วยังไงล่ะ...ไม่เหลือคนที่รักอีกแล้ว...”

 

                “ยอมรับแล้วหรอว่ารักเค้า”

 

                “เออ แพ้อย่างหมดท่าเลย....แพ้อย่างราบคาบ...”

 

                “ความรักไม่ใช่เกมส์นะ ชเว ซีวอน”

 

                ซีวอนยกมือขึ้นเสยผมตัวเอง ทำให้ทรงผมที่ถูกจัดทรงไว้อย่างดีนั่นระเกะระกะประปรายกันไม่เป็นท่า

 

                “ชั้นคิดถึงเค้าจังเลยว่ะ...จากใจจริงเลยนะ”

 

                “คงไม่เท่าที่ชั้นคิดถึงมินโฮหรอกมั้ง” ชางมินยิ้มเหยียด

 

                “แกเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์วัดว่าไม่เท่ากัน” ซีวอนขมวดคิ้ว

 

                “เพราะกรณีของชั้นกับแกมันไม่เหมือนกันน่ะสิ” ชางมินตอบอย่างใจเย็น พร้อมกับเหลือบมองนาฬิกาเล็กน้อย คำนวณดูแล้วน่าจะยังไม่ขึ้นรถนะ

 

                “ยังไง?”

 

                “มินโฮของชั้น...เค้าไปอยู่บนนั้นแล้ว...” ชางมินชี้ไปยังท้องฟ้า

 

                “แต่ฮยอคแจที่นายรัก เค้ายังอยู่บนโลกนี้ ยังเหยียบอยู่บนพื้นดินแผ่นเดียวกับนาย นี่ล่ะที่ชั้นบอกว่าเราไม่เหมือนกัน”

 

                “แต่...........”

 

                “จะต้องให้ตัวเองพบกับความทรมานต่อไปอีกนานแค่ไหนวะเพื่อน ถ้ามั่นใจว่ารัก และก็รู้สึกผิดแกก็พยายามใหม่สิวะ...รักเค้าก็บอกเค้า แสดงออกให้เค้ารู้ว่ารัก ผลมันจะเป็นยังไงก็ดีกว่ามานั่งเสียใจที่ไม่ได้ทำอะไรเลยแบบนี้”

 

                “ถ้ามันต้องผิดหวังอีก...”

 

                “ก็ทำใหม่อีก ถ้าเป็นชั้นต่อให้จะต้องกลับมานับหนึ่งอีกเป็นล้านครั้ง ถ้าความรู้สึกในหัวใจของชั้นที่มีต่อเค้ายังคงไม่แปรเปลี่ยน ชั้นก็จะยังคงนับมันไปเรื่อยๆ แกคิดให้ดี ว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันคือสิ่งที่แกต้องการจริงๆรึเปล่า เอาแต่หนีกันไปจนจะสุดขอบโลกอยู่แล้วเนี่ย”

 

                ซีวอนนิ่งไปประมาณ2-3นาที ก่อนจะพยักหน้าในที่สุด

 

                “ชั้นอยู่ไม่ได้จริงๆว่ะ ถ้าไม่มีเค้าในชีวิต”

 

                “ถ้าเค้าบอกว่าไม่ได้รักแกแล้ว?”

 

                “ชั้นก็จะทำให้เค้ารักชั้นอีกครั้ง”

 

                “ถ้าเค้าผลักไสแกให้ออกไปจากชีวิตของเค้า?”

 

                “ชั้นก็จะถอยไปหนึ่งก้าว แล้วพุ่งเข้าใส่ชีวิตเค้าอีกครั้ง”

 

                “และถ้าทุกอย่างมันพังทลายลงมาหมดล่ะ”

 

                “ชั้นก็จะสร้างมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ชั้นจะไม่ใช่แค่พูด แต่จะต้องทำให้ได้ ตราบใดที่ชั้นมั่นใจว่าหัวใจของชั้นยังคงเป็นฮยอคแจที่อยู่ข้างในนี้”

 

                ชางมินยิ้มออกมาในที่สุดก่อนจะบอกเพื่อนรักเบาๆ

 

                “ถ้าอย่างนั้นก็รีบไป....”

 

                “อะไรนะ?” ซีวอนขมวดคิ้ว

 

                “ประตู1ไง ... หวังว่าเค้าจะยังไม่ขึ้นรถออกไปนะ หัวใจของนายน่ะ รีบไปสิ”

 

                ร่างสูงอีกฝ่ายเบิกตากว้าง ระล่ำระลักบอกลาเพื่อนแทบไม่ทัน ขายาวก็รีบวิ่งออกไปทันที

 

                ทิ้งไว้ให้ชางมินได้แต่มองรูปของมินโฮบนป้ายหลุมศพอยู่คนเดียว เพียงแต่ครั้งนี้ ประกายแววตาในรอยยิ้มของมินโฮนั้น มันดูมีความสุขมากกว่าที่เคยมองทุกครั้ง

 

                “เอาใจช่วยซีวอนด้วยนะ...มินโฮ”

 

 

                ซีวอนแทบจะกู่ร้องขอบคุณพระเจ้าทันทีที่เห็นว่าฮยอคแจนั้นยังนั่งอยู่ที่ป้ายรอรถโดยสารประจำทาง สงสัยว่าวันนี้เจ้าตัวคงจะเดินทางมาเองแน่ๆ

 

                ร่างบางยกข้อมือตนเองขึ้นมาเพื่อมองดูนาฬิกา ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาของใครสักคนเข้ามาใกล้ๆตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ

 

                “สวัสดี....” ซีวอนเอ่ยทักขึ้นมาก่อน นั่นยิ่งทำให้ฮยอคแจทำอะไรต่อไม่ถูก แม้แต่การจะเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายก็ยังไม่ทันได้ทำเลย

 

                “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” ฮยอคแจเลือกที่จะก้มหน้า

 

                “เอ่อ...เมื่อเช้าน่ะ ขอชั้นนั่ง....ด้วยได้มั้ย?” ซีวอนถามเบาๆ

 

                “......” ฮยอคแจนิ่งและไม่ตอบอะไรออกไป

 

                ซีวอนพยักหน้ารับน้อยๆ เพร้อมกับเงยหน้าแล้วยิ้มเหยียดที่ริมฝีปากอย่างเจ็บปวด

 

                “ฆ่าชั้นเลยเถอะฮยอคแจ...” ซีวอนพูดสะท้อนความรู้สึกที่อยู่ในใจ

 

                “ฆ่าชั้นให้ตายไปจริงๆ มันยังดีซะกว่าการที่นายกำลังฆ่าชั้นให้ตายทั้งเป็นอยู่แบบนี้” มือหนากำเข้าหากันแน่น

 

                “นายพูดเรื่องอะไรของนาย?”

 

                “ชั้นสูญเสียมามากพอแล้ว ฮยอคแจ...”

 

                ฮยอคแจลุกขึ้นยืนพร้อมกับหันหน้ามาเผชิญกับใครที่คน ร่างบางก้าวเข้าไปยืนจนอยู่ห่างจากซีวอนเพียงเล็กน้อย

 

                ซีวอนบอกไม่ถูกเลยว่าตัวเองลืมวิธีหายใจไปแล้วรึยังไง ฮยอคแจอยู่ใกล้เค้าเพียงแค่เอื้อม ไม่สิ...เพียงแค่ยื่นมือออกไป

 

                ฮยอคแจยกมือขวามาบริเวณแก้มใบหน้าหล่อ แล้วลูบไล้เบาๆ ก่อนจะ...

 

                เพียะ!!!

 

                มือบางสะมัดข้อมือกระทบใบหน้าของซีวอนอย่างแรง จนอีกฝ่ายถึงกับหันใบหน้าไปตามแรงหันเลยทีเดียว

 

                “เห็นแก่ตัว!

 

                ราวกับถูกสาป เพราะซีวอนตอนนี้ เหมือนจะสูญเสียการรับรู้ไปแล้ว ความชาที่ใบหน้าเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นในใจตอนนี้

 

                “นายบอก....ว่านายสูญเสียมามากพอแล้ว....งั้นหรอ? อย่างนั้นหรอ? นายคิดว่านายสูญเสียคนเดียวรึยังไง ชเว ซีวอน!!!” ฮยอคแจตวาดถามจนลั่นไปทั่วบริเวณนั้น

 

                “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ความคิดของนายก็ไม่เคยเปลี่ยน ยังคงเดิมๆ ไม่เคยพัฒนาอะไรขึ้นมาบ้างเลย!” ฮยอคแจบอกตัวเองว่าเค้าไม่ต้องการจะร้องไห้ ไม่ได้อยากเสียน้ำตาให้คนตรงหน้านี้อีก

 

                เพียงแต่ตอนนี้ พูดไปน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง ไหลมาให้กับคนเดิมๆ ให้กับเรื่องเดิมๆ

 

                “ชั้น.....”

 

                “นายสูญเสียคนเดียวที่ไหน?! คนรอบตัวนาย มีใครที่เค้ามีความสุขบ้าง! พวกเค้าไม่ได้สูญเสียเหมือนนายยังงั้นหรอ? ห๊า!!!

 

                ซีวอนรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจมลงไปในมหาสมุทรเรื่อยๆ ยิ่งฮยอคแจพูดออกมา เค้ายิ่งด่ำดิ่งลงไปในความลึกที่มากขึ้น

 

                ชั้นจะขาดใจตายแล้วฮยอคแจ...จะทนไม่ไหวแล้ว

 

                “แล้วชั้น....ชั้นล่ะ! ความรู้สึกของชั้นล่ะ!!! นายบอกว่านายอยากตาย ขอให้ชั้นฆ่า แล้ววันนั้นล่ะ วันที่นายฆ่าความเป็นคนของชั้นจนหมดสิ้น นายข่มขืนชั้น ทารุณชั้นทั้งร่างกายและความรู้สึก นายเหยียบย่ำอยู่บนศักดิ์ศรีของชั้น วันเวลาเหล่านั้นนายอาจจะลืมมันไปได้ แต่สำหรับชั้น ไม่มีวัน! ไม่เคยมีวันไหนที่ชั้นหลับตาลงแล้วจะลบภาพพวกนั้นลงไปได้!!!

 

                ไม่ไหว ชั้นไม่ไหวแล้วจริงๆฮยอคแจ...

 

                ซีวอนถึงกับซวนเซ แทบจะทรงตัวไม่อยู่...

 

                ไม่เลยฮยอคแจ ชั้นเองก็ไม่เคยลืม ไม่ใช่แค่นายคนเดียวที่ถูกภาพในวันเหล่านั้นคอยตามหลอกหลอน ชั้นเองก็เป็น ชั้นเองก็ยังคงทรมานจากความทรงจำร้ายๆเหล่านั้น ชั้นทนต่อความละอายใจที่เกิดขึ้นในแต่วันแทบจะไม่ไหว ไม่ใช่ชั้นไม่ใส่ใจในความรู้สึกของนายเลยฮยอคแจ ไม่ใช่เลย...

 

                ซีวอนทอดมองร่างบางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและรวดร้าว อยากจะเอ่ยคำอธิบายที่มีเป็นร้อยเป็นพันออกไปให้ร่างบางได้รับรู้

 

                ได้โปรด...อย่าเข้าใจผิดชั้นแบบนี้เลยฮยอคแจ ไม่ใช่เลย

 

                ไม่ใช่อย่างที่นายคิด ได้โปรด...รับฟังคำอธิบายจากชั้นก่อน

 

                “ฉัน...........” ซีวอนเอื้อนเอ่ยออกมาเบาๆ

 

                “รักนาย”

 

                ฮยอคแจสะท้านอยู่ในใจ เพราะหวั่นไหวเหลือเกินกับคำๆนี้

 

                แต่ทว่า....ในวันนี้

 

                “มันสายเกินไปแล้ว” ฮยอคแจบอกเบาๆ

 

                “ชั้นบอกนายไปแล้วไง...ระหว่างเรา มันเป็นไปไม่ได้” ฮยอคแจพูดก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาร่างสูงตรงๆ

 

                “เลิกฝันลมๆแล้งๆซะเถอะ ชั้นเดินจากมาไกลมากแล้ว และไม่คิดจะเดินกลับไปหานายอีกส่วนนายก็จงลืมชั้น แล้วเดินต่อไปข้างหน้าเถอะ”

 

                “ไม่....” ซีวอนส่ายหน้าเบาๆ

 

                “ชั้นไม่ได้ต้องการจะเดินไปข้างหน้า แต่ชั้นต้องการเดินอยู่ข้างๆนาย ชั้น...ชั้นอยู่ไม่ได้ถ้า....”

 

                “อย่าพูดออกมาว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีชั้น เพราะชั้นยังอยู่ได้เลยเมื่อไม่มีนาย ชั้นผ่านคืนวันอันโหดร้ายมามากแล้วซีวอน ทำใจยอมรับเถอะ ระหว่างเรา...มันเปลี่ยนไปแล้ว” ฮยอคแจเชิดหน้าขึ้นอย่างเย็นชา

 

                “ทุกอย่างทั้งหมดทั้งปวงที่นายทำกับชั้น ชั้นยกโทษให้นาย อภัยให้นาย ต่อจากนี้ไป เราทั้งสองคนไม่มีอะไรที่จะต้องเกี่ยวข้องกันอีก ขอให้นายได้เจอกับชีวิตที่ดี และจงลืมเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเราทั้งหมดให้มันหมดไป เพราะชั้นเอง...ก็จะลืมเหมือนกัน”

 

                จบสิ้น...กันแล้วหรอ?

 

                สองขายาวจากอดีตผู้กำกับหนุ่มไม่สามารถพยุงร่างทั้งร่างเอาไว้ได้อีกแล้ว มันทรุดตัวลงทั้งๆที่ยังไม่ทันจะได้ยินครบทุกประโยค

 

                ชั้น...ต้องสูญเสียนายไปจริงๆแล้วใช่มั้ย?

 

                ฮยอคแจกัดริมฝีปากจนเค้ารู้สึกถึงคาวเลือดที่ไหลออกมาข้างใน น้ำตาก็ไหลลงมาราวกับฝนอยู่แบบนี้

 

                พอกันทีเถอะนะซีวอน...ให้มันจบลงแค่ตรงนี้

 

                แล้วเราก็แยกย้ายไปมีชีวิตดีๆ ของตามแต่ละคนจะดีกว่า

 

                “มันอาจจะเจ็บในตอนนี้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปนายจะรู้...นายจะผ่านมันไปได้”

 

                “ไม่!....ไม่เอา...ฮยอคแจ...ได้โปรด....” บัดนี้...ศักดิ์ศรีทั้งหมดมันถูกลบหายไปแล้ว น้ำตาลูกผู้ชายมันไหลออกมาอีกแล้ว

 

                “ยอมรับเถอะซีวอน ลืมชั้นซะเถอะ”

 

                “ฉันรักนายฮยอคแจ...ฉันรักนาย ได้โปรด...ชั้นรักนาย” ซีวอนร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายภาพลักษณ์ ไม่อายในความเป็นจริงอยู่ตอนนี้

 

                สิ่งเดียวที่เค้ากลัวในตอนนี้ คือการสูญเสียฮยอคแจไปอย่างไม่มีวันกลับ

 

                เค้าทนไม่ได้จริงๆ

 

                “รักอย่างเดียวมันไม่พอ!!! แค่รักอย่างเดียวมันไม่พอให้ชั้นลืมความเลวร้ายทั้งหมดของนายหรอกนะ!!!

 

                “ให้ชั้นทำอะไรฮยอคแจ นายต้องให้ชั้นทำอะไร บอกชั้นมาเถอะ แค่แลกกับการไม่ต้องเสียนายไป...จะให้ชั้นทำอะไร ชั้นก็ยอม”

 

                “ออกจากชีวิตของชั้นไปซะเถอะ” ฮยอคแจตอบ

 

                “อย่าพยายาม...ทำอะไรอีกเลย เปล่าประโยชน์” ฮยอคแจพยักหน้ายืนยันคำพูดของตัวเองเบาๆ ก่อนจะมองไปยังรถยนต์คันคุ้นตาที่ค่อยๆแล่นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ก่อนจะจอดลงเมื่อเข้ามาเทียบริมขอบถนนแล้ว

 

                ซีวอนเงยหน้าสบตาใครอีกคน วอนขอทางสายตา อย่าไปเลยนะ...อย่าจากชั้นไปเลย

 

                “ฮยอคแจ.....” ร่างสูงเอ่ยเรียกอีกคนด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

 

                “ลืมชั้น...แม้แต่ชื่อของชั้นก็อย่าจำเลย”

 

                ฮยอคแจพูดก่อนจะเดินไปขึ้นรถยนต์คันที่จอดอยู่

 

                เหลือเพียงซีวอนที่ได้แต่มองตามจนรถคันนั้นแล่นออกไปจนสุดตา

 

                ไปแล้ว....ชั้นเสียนายไปแล้วจริงๆ...ใช่มั้ย?

 

                ถ้าใช่แน่ๆเลย เพราะถ้าหากมันเป็นเพียงความฝัน ทำไมมันถึงได้สมจริงขนาดนี้ล่ะ ทำไมเค้าถึงรู้สึกปวดที่หัวใจอย่างรุนแรงราวกับว่ามีใครฉีกมันออกเป็นชิ้นๆจนไม่เหลือแม้แต่ซากความรู้สึก

 

                น้ำตามันยังคงไม่ยอมหยุดไหล...ยังคงทะลักออกมาเรื่อยๆอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น

 

                มือหนาจิกเข้าที่หน้าขาทั้งสองข้างของตัวเอง เงยหน้าตะโกนขึ้นฟ้าเพื่อระบายความเจ็บปวดที่อัดแน่นอยู่ในใจ

 

                “อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!

 

 

ภายในรถ

 

                “โฮ!........” ฮยอคแจระเบิดน้ำตาออกมา

 

                “ให้ผมเลี้ยวรถกลับมั้ย?” ซึงกิเอ่ยถามเบาๆ

 

                “ฮึก...ฮือ....ไม่...ไม่ต้อง ไม่...ไม่มีอะไรให้หันหลังกลับอีกแล้ว ฮือๆ....” ร่างบางซุกหน้าลงกับฝ่ามือแล้วร้องไห้ออกมาอีกระลอกใหญ่

 

                ซึงกิมองพี่ชายของตัวเองแล้วก็ต้องลอบถอนหายใจออกมาหนักๆ รอบนี้...ไม่ใช่แค่พี่ชายเค้าคนเดียวอีกแล้วที่ต้องเป็นฝ่ายเสียใจ

 

                ภาพของ ชเว ซีวอนคุกเข่าร้องไห้อยู่ตรงหน้าพี่เค้าเมื่อกี๊ คงจะเป็นภาพที่เค้าไม่มีวันลืมไปได้เลยตลอดชีวิต

 

                สุดท้าย...มนุษย์เราถึงจะเข้มแข็งยังไง ก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่าง “ความรัก”

 

                “ฮือๆ......ฮึก.....” ฮยอคแจยกสองมือขึ้นมาโอบกอดตัวเองเอาไว้ กอดไว้ให้มันอุ่น หายจากความเหน็บหนาว กอดตัวเองเอาไว้ แล้วเก็บเค้าเอาไว้ส่วนที่ลึกที่สุดภายในหัวใจ

 

                เจ็บช้ำมาเท่าไหร่...อยากขอให้สิ้นสุดกันเสียที...

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1969 keroro (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 14:51
    ต้องการแบบนี้จริงๆหรอฮยอกแจ



    ทั้งที่ตัวเองก็เสียใจ ซีวอนก็เสียใจ



    แต่ก็เข้าใจว่าฮยอกไม่มั่นใจในซีวอน เข้าใจๆๆๆ



    ได้แต่เปนกำลังใจให้ซีวอน เวลายังคงเดินต่อไป ก็พิสูจน์กันต่อไปแล้วกัน



    หวังว่ามันจะไม่ถึงเวลาที่สายเกินไปนะ
    #1,969
    0
  2. #1960 piggy-oun (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 11:37
    ทำไมต้องทำร้ายตัวเองด้วย
    ทั้งที่ยังรักกันอยู่ ทั้งที่รู้ว่าเจ็บแต่ก็ยังทำ
    คนรอบตัวก็พยายามจะลุ้นจะช่วยให้คืนดีกันนะ
    แต่ฮยอกแจก็ยังไม่ใจอ่อน คงต้องลุ้นกันต่อไปแหละ
    #1,960
    0
  3. #1957 ทาสน้อยของฮี (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 18:38
    จะให้มันจบอย่างนี้จริงๆหรอฮยอก
    #1,957
    0