BAP :: See You In California [LODAE]

ตอนที่ 3 : #LoDaeInCalifornia : 1 : Merlin Part : Malibu is Paradise

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    24 ก.ค. 59

(c)              Chess theme
  





­­“Don’t lose yourself, while trying to love someone”

 



            “ฉันตั้งนาฬิกาปลุกแล้วนะ ทำไมมันไม่ยอมปลุกล่ะ ผมบ่นมือถือที่เพิ่งคว้ามาดูเวลา อดทำหน้างอไม่ได้เมื่อตั้งใจจะตื่นตอนเที่ยงตรงแล้วดันเป็นบ่ายโมงกว่าแบบนี้ วันนี้ผมยังมีอะไรที่จะต้องทำอีกเยอะเลยนะ แค่เริ่มต้นก็ดูเหมือนวันเสาร์จะไม่เป็นใจกับผมแล้วล่ะสิ

            “เห็นนายนอนหลับสบายฉันก็เลยกดปิดให้น่ะสิ” เสียงที่ดังมาจากข้างๆเตียงทำเอาผมต้องหันขวับไปทำตาเขียวใส่ทันที เจ้าเพื่อนตัวโย่งแกล้งผมอีกแล้วสินะ

            “ลุค! นายจงใจให้ฉันไปหาโรมช้าใช่มั้ย” ผมหยิบหมอนฟาดไปที่หน้าอกเปลือยของเขาทันที “ยังจะมีหน้ามานอนเล่นรูบิคบนเตียงฉันอีกนะ” ผมเริ่มพาลใส่เขา

            “ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ” เขาเอื้อมมือมาจิ้มหน้าผากผมไม่แรงนักอยู่หลายที “นายเรียกฉันมานอนกอดเป็นหมอนข้างจำเป็นกับนายทั้งคืนแล้วยังกล้าไล่ฉันอีกเหรอ จะใจร้ายเกินไปแล้ว”

            ผมหลุดยิ้มแหยให้เขา “ก็ฉันตื่นเต้นจนนอนไม่หลับนี่นา วันนี้ก็วันเกิดโรมแล้ว และฉันก็…

            “พอๆ นายนี่เป็นเอามากกับไอ้หมอนี่จริงๆนะ ลืมตาตื่นมาก็พูดแต่ชื่อมันอยู่ได้” ลุคส่ายหัวพร้อมกับมองมาที่ผมราวกับกำลังมองดูตัวประหลาดหรือคนเสียสติ และนั่นทำให้ผมฉุนอยู่นะ

            “นายห้ามเรียกโรมว่ามันนะ ไม่ได้เด็ดขาด”

            ลุคเหลือกตามองเพดานห้องแบบที่เขามักจะทำเป็นประจำทุกครั้งที่ผมพูดถึงเจ้าของชื่อโรม แต่ผมไม่สนใจเขาหรอก แน่นอนว่าผมจะยังพูดถึงโรมให้เขาฟังต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อนและลุคก็ควรจะชินได้แล้ว ในเมื่อเขาฟังผมพูดแบบนี้มาเกือบสองปีแล้ว

            ใช่เลย ผมชอบโรมมาจะสองปีเต็มแล้ว ชอบมาตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรก เหมือนเขาขุดหลุมเล็กๆแต่ผมก็ดันไปสะดุดกับความรักในนั้นจนขึ้นมาไม่ได้แล้ว

            เฮ้อ...คิดเรื่องนั้นทีไรผมก็เขินความโรแมนติคทุกที

            “นี่เมิร์ล นายรู้ตัวมั้ยว่านายกำลังทำหน้าตาโคตรรทุเรศเลย”

            “ลุค ฉันจะบอกอะไรนายให้นะ” ผมหันไปหรี่ตามองเขา “ถ้าโมโม่มาได้ยินนายพูดคำหยาบแบบเมื่อกี้ล่ะก็นายจะต้องโดนดุแน่ๆ” ผมเอ่ยถึงพี่ชายคนรองของผมที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประเทศ

            ลุคกลับทำหน้าตาไม่เดือดร้อนซะอย่างนั้น “ใครกันแน่ที่จะโดนลงโทษถ้าเกิดถูกรู้เข้าว่าเอาเวลาตลอดปิดเทอมไปวิ่งตามผู้ชายขายตัวต้อยๆ ไม่สิเปิดเทอมนายก็ไปนั่งเฝ้าเขา แถมเขายังไม่สนใจนายอีกด้วยซ้ำ”

            “ลูคัส!!!” ผมตะโกนใส่เขาด้วยท่าทีที่บ่งบอกว่าผมชักจะโกรธแล้วจริงๆนะ “โรมไม่ได้ขายตัวซะหน่อย เขาเป็นนักเต้นนะ!

            “แต่มันก็เต้นไปแก้ผ้าไปแลกกับเงิน หรือนายจะเถียงฉันว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงหาเมิร์ล”

            ผมเม้มปากไม่พอใจ “เขาไม่ได้ขายตัวนะ”

            “แล้วนายจะรู้ได้ยังไงว่ามันไม่ขาย”

            “ไม่มีเรื่องของโรมเรื่องไหนที่ฉันไม่รู้หรอกนะ!” ผมกอดอกลุกขึ้นไปยืนบนเตียงจังก้ามองหน้าลุคอย่างเหลืออด

            ลุคมองผมไล่ขึ้นมาตั้งแต่ข้อเท้าจนถึงใบหน้าด้วยท่าทีกวนประสาทจนผมอยากจะชกเขาสักเปรี้ยง แต่ก็รู้ดีว่าส่วนสูง 162 เซนติเมตรของผมยังไงก็ไม่มีทางสู้ 180 เซ็นต์ของเขาได้หรอก พระเจ้าใจร้ายชะมัดเลยเขาห่างจากผมไม่ถึงปีด้วยซ้ำแต่ทำไมสูงกว่าผมตั้งเกือบฟุต ต้องโทษความรีบออกจากท้องแม่ของผมเลยล่ะ ยังไม่ทันครบเจ็ดเดือนก็รั้นจะออกมาดูโลกซะแล้ว ผมเลยเหมือนคนแคระท่ามกลางฝูงยักษ์ของเด็กวัยเดียวกันไปซะหมด

            “ถ้ามันดีมากขนาดนั้น เวลานายนอนไม่หลับก็โทรเรียกมันมานอนกอดสิ โทรหาฉันทำไม”

            “ก็ถ้าโรมยอมมานะ ฉันไม่ง้อนายหรอก” ผมเท้าสะเอวแถมด้วยเลย

            ลุคจ้องผมนิ่งขึ้นจนผมชักรู้สึกได้ว่าเขาโกรธจริงๆ “ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้ก็ไม่ต้องโทรหาฉันนะ ฉันจะได้นอนอยู่บ้านตัวเองสบายๆ ไม่ต้องเดินข้ามรั้วกลางดึกมาหานายแบบทุกวันนี้น่ะ”

            “นี่นายโกรธจริงๆเหรอ” ผมเริ่มหน้าเสีย

            “ฉันจะกลับบ้านแล้ว เชิญนายไปทำภารกิจหัวใจของนายให้สำเร็จลุล่วงเถอะ” ลุคตวัดผ้าห่มออกจากตัว ซึ่งภายใต้ผ้านวมผืนโตนั่นร่างกายของเขาก็ปราศจากเสื้อผ้าสักชิ้นเช่นเดียวกับผมตอนนี้เลยล่ะ

            ครอบครัวแชมเบอร์แลนด์ของลุคเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญของครอบครัวผม เราทำโครงการบ้านร่วมกันเยอะโขมาหลายสิบปีตามที่ผมเคยฟังจากปากพวกผู้ใหญ่ พ่อแม่เราทั้งคู่เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิทกัน นั่นทำให้บรรดาลูกสาวลูกชายของทั้งสองบ้านนี้สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก บ้านหลักของเขาอยู่ที่รัฐยูทาห์ แต่เพราะพี่สาวสามคนของเขาเริ่มทำงานในวงการบันเทิงทั้งเป็นนักแสดง นักร้อง และนางแบบทำให้เขาย้ายมาเริ่มต้นชีวิตวัยรุ่นที่ลอสแองเจลลิสแบบนี้

            และเมื่อผมขอที่บ้านว่าอยากจะมาเรียนที่แคลิฟอร์เนียด้วยความคิดหัวรั้นแบบชนฝา การที่มีลุคและพี่สาวอยู่ที่นี่ทำให้ผมได้ใบอนุญาตจากครอบครัวมาได้โดยไม่ยากนัก และผมก็ไม่ต้องไปค้างบ้านเขาด้วย เนื่งอจากในหมู่บ้านเบเวอร์รี่ฮิลล์นี้ ครอบครัวผมก็มีบ้านที่ซื้อไว้พักอยู่นานแล้ว เรียกได้ว่าผมครองบ้านหลังเบ้อเริ่มคนเดียวเลยล่ะครับ มันก็ไม่แย่นะ เพราะส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยอยู่บ้านหรอก ถ้าไม่ออกไปเรียน หรือเที่ยวกับลุค ผมก็จะไปอยู่กับโรม ข้อสุดท้ายนี่มีความสุขที่สุดแล้ว

            ผมห่างจากพี่ชายทั้งสองคนค่อนข้างเยอะ ดังนั้นกับลุคเราจึงสนิทกันที่สุดแล้วเพราะห่างกันนิดเดียว เขาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผมและเราคุยกันทุกเรื่องตามประสาคนโตมาด้วยกัน แม้เขาจะชอบแกล้งผมไปบ้างแต่เราก็สนิทกันมากจริงๆเลยล่ะ ถ้าไม่มีลุคผมก็คงใช้ชีวิตเอาตัวรอดในแอลเอนี่ได้ยาก

            ด้วยหุ่นสูงชะลูดและใบหน้าคมๆของเขาล่ะมั้งทำให้ลุคเริ่มเดินตามรอยของบรรดาพี่สาวแสนสวยทั้งสามคนด้วยกันออดิชั่นเป็นนายแบบตั้งแต่อายุ 14 ตอนนี้ก็เริ่มมีงานเยอะขึ้นเรื่อยๆ ผมเคยตามไปดูกองถ่ายงานของเขาอยู่หลายครั้ง ดูเหมือนคนจะชื่นชอบเขาอยู่เยอะเลยล่ะครับ ผมนี่มีแต่ญาตที่เก่งๆทั้งนั้นเลยนะเนี่ย

            อ้อ แล้วสาเหตุที่ผมมักโทรตามเขามานอนด้วยบ่อยๆ จริงๆเขาก็พูดซะดูเหมือนมันลำบากมาก บ้านของเราห่างกันไปแค่สามหลังเองครับในหมู่บ้านนี้น่ะ เพียงแต่ระยะห่างแต่ละบ้านมันค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวมีสวนมีรั้วกั้นก็เลยอาจจะดูเหมือนไกลหน่อย ผมไม่ค่อยชอบนอนคนเดียวสักเท่าไหร่ เพราะแต่ไหนแต่ไรผมมักจะนอนพร้อมกับพี่ชายมาตลอด ถ้าไม่ใช่พี่ทิมก็จะเป็นแดน จนมันชินไปเอง พอย้ายมาอยู่ที่นี่ต้องอยู่คนเดียวผมก็ไม่ชอบเลย ดังนั้นลุคก็เป็นคนเดียวนี่นาที่ผมนึกถึง เขาจะใจร้ายให้คนขี้กลัวอย่างผมนอนคนเดียวในบ้านหลังใหญ่แบบนี้ก็คงจะเกินไปหน่อยล่ะครับ แดนยังเป็นคนออกปากเองว่าให้เขามานอนเป็นเพื่อนผมบ้าง เห็นมั้ย ผมไม่ได้บังคับเขาเลยนะ พี่ชายผมขอร้องเขาต่างหาก

            “อะไรเล่า” ผมทำหน้าเง้างอด “ทำไมนายต้องโกรธด้วย” ผมรีบนั่งลงไปทับกลางเอวเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะได้ลุกหนีไปจริงๆ “นายแกล้งฉันอีกแล้วนะลุค”

            “ฉันไปแกล้งอะไรนาย” เขาวางมือสองข้างไว้ที่เอวของผมออกแรงบีบเบาๆจนผมชักจั๊กจี๋

            “นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบนอนคนเดียว นายเองก็ไม่ได้ไม่ชอบซะหน่อย ทำไมจะต้องทำท่าเหมือนรำคาญฉันด้วย” ผมยื่นปากใส่เขา

            “นายเข้าใจผิดประเด็นแล้วเมิร์ล ฉันไม่ได้ว่าอะไรเลยเรื่องมานอนที่บ้านนี้กับนาย แต่ฉันไม่ชอบไอ้แมงดานั่นต่างหาก ไม่เข้าใจนายเลย มันมีดีอะไรนักหนา นายถึงติดใจอยู่เป็นปีขนาดนี้ เสียเป็นแสนแขนมันก็ยังไม่ได้จับเลยสักข้างเลย”

            “ไม่จริง! ฉันเคยจับมือโรมแล้วเถอะ”

            ลุคกลอกตาอีกรอบ “เอาที่นายสบายใจเลย ตอนนี้ลุกไปจากตัวฉันได้แล้ว”

            “นายไล่ฉันตลอดเลยนะ” ผมกำมือทุบแผ่นอกเขาไปทีหนึ่ง “ฉันจะฟ้องพี่เดซี่ว่านายทำไม่ดีใส่ฉัน” ผมหมายถึงพี่สาวคนเล็กของเขาที่เอ็นดูผมมากๆ

            “ฉันก็จะบอกพี่ทิมว่านายมาอยู่ที่แอลเอทำไม จะบอกว่านายวิ่งไล่ผู้ชายข้างถนน แถมนายยังไปบาร์เปลื้องผ้าทุกสัปดาห์อีกด้วย มาดูกันว่าใครจะซวยยิ่งกว่า”

            “ลุค!!” ผมลากเสียงยาวพร้อมโน้มตัวไปนอนทับตัวเขาเอาไว้ “นายจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ ฉันโดนฆ่าทิ้งแน่ๆ นายจะทนได้เหรอ นายไม่สงสารฉันเลยเหรอ”

            “หึ...” เขาพ่นเสียงออกทางจมูก “ไอ้หมอนั่นมันไม่ได้ชอบนายสักนิดเลยนะเว้ยเมิร์ล พอได้แล้ว”

            “ไม่เอาไม่อยากฟัง เลิกพูดแบบนี้” ผมส่ายหน้ากับผิวซอกคอของเขา สอดแขนกอดเขาแน่นๆ

            ลุคเงียบไปเล็กน้อย พอๆกับที่ผมก็เงียบเหมือนกันจนกระทั่งเขาพูดขึ้น “อย่ามาร้องไห้เพราะมันให้ฉันเห็นนะ ตอนนี้ก็ห้ามร้องด้วย” เขาเอื้อมมือขึ้นมาลูบแผ่นหลังผมจนเกิดความอุ่นภายใต้แอร์เย็นฉ่ำของห้องนอน

            “ฉันชอบเขาอะลุค”

            “ฉันรู้แล้ว ได้ยินมาจะสองปีแล้ว”

            “ทำไมเขายังไม่ชอบฉันสักทีนะ” ผมถอนหายใจเบาๆ ทำไมโรมถึงได้ใจแข็งจังนะ ใครๆก็รักผมกันทั้งนั้น มีแต่เขานั่นล่ะไม่สนใจผมเลยสักนิด

            แต่เอาจริง บางทีเขาอาจจะแค่รักษาอาการอยู่ก็ได้นะ เขาเป็นคนเท่ขนาดนั้น จะให้ออกอาการชัดเจนแบบผมก็คงจะหลุดมาด ผมตื๊อเขาแบบนี้มาตั้งนาน ไม่มีทางที่เขาจะไม่คิดอะไรเลยหรอกเนอะ ผมก็แค่ต้องพยายามให้มากกว่านี้เท่านั้นเอง

 

            เมอร์ลิน จอง ครอว์ฟอร์ด นายต้องสู้สิ ฮึบ!!

 

            “คิดเรื่องมันอยู่ในหัวอีกแล้วล่ะสิ” ลุคขัดขึ้น

            “ช่าย...” ผมยกหัวขึ้นไปยิ้มเผล่ใส่เขา ขยิบตาแถมด้วยเอ้า

            ลุคพ่นลมหายใจใส่หน้าผม “เชื่อนายเลยจริงๆ” เขาแยกเขี้ยวใส่ผมก่อนจะพลิกตัวผมอย่างเร็วจนตอนนี้ผมมานอนแอ้กอยู่ใต้ร่างเขาซะแล้ว

            “เจ็บนะเนี่ย เล่นบ้าอะไร” ผมอดใจไม่ได้ต้องใช้กำปั้นชกหน้าอกเขาไปหนึ่งที “หยุดเลย ฉันไม่เล่นนะแบบนี้” เขามานั่งคุกเข่าระหว่างขาของผมก่อนจะจับสองขาของผมยกขึ้นพาดบ่ากว้างจนน่าอิจฉาของเขา ตัวผมนี่ลอยหวือเลยเถอะ

            “หมั่นไส้ อะไรๆก็โรมเหรอ เห๊อะ...” เขาพูดก่อนจะใช้สองมือมาขยำก้นผมอย่างแรงไม่หยุด “ทำไม ติดใจอะไรไอ้แมงดานั่นนักหา...”

            “ฉันเจ็บนะลุค” ผมคว้าหมอนใกล้ตัวปาใส่เขาให้เขาหยุดบีบก้นผมสักที มันเจ็บมากเลย

            “ผู้ชายจริงป้ะวะเนี่ย ทำไมก้นอึ๋มขนาดนี้” เขาหัวเราะราวกับว่าสนุกมากกับการได้แกล้งผมแบบนี้ จับผมนอนพลิกคว่ำเป็นตุ๊กตาตามใจชอบแถมยังเอามือเดียวมารวบข้อมือสองข้างผมไว้ได้เลย ทำไมเขาแข็งแรงขนาดนี้นะ เราอายุเท่าๆกันแท้ๆ เข่าข้างหนึ่งของเขากดทับต้นขาขวาของผมไว้จนรู้สึกหนักอึ้ง

            “ผู้ชายแน่นอนสิ มีจู๋เหมือนนายนั่นล่ะ!” ผมมุดหน้าอู้อี้กับหมอน ไม่อยากจะสนใจเจ้าเพื่อนคนนี้อีกแล้ว

            “โรมอย่างนั้น โรมอย่างนี้ ถามหน่อยเวลานายลำบากมันอยู่ไหน เวลานายงอแงมันอยู่ไหน ห๊า ห๊า ไม่ใช่ฉันรึยังที่ต้องคอยวิ่งเป็นเบ๊นายมาแต่เด็กเนี่ย เจ้ามูมู่!!” เขาเรียกชื่อเล่นของผมแล้วรัวฝ่ามือตีลงบนก้นผมเลยล่ะ ทำเกินไปแล้วนะ!

            “อย่าตีเซ่! ก้นฉันช้ำแล้ว หยุดตี!” ผมโวยวาย อยากจะพลิกตัวหนีเขาก็กดร่างผมไว้ซะแน่นจนขยับไม่ได้เลย แรงเขากับผมต่างกันตั้งขนาดนี้ แถมตีแบบไม่ออมมืออีก “ลุค! ฉันเจ็บ!!

            “ต่อไปนี้ถ้านายยังกล้าเรียกชื่อไอ้แมงดานั่นให้ฉันฟังแบบน็อนสต๊อปอีกนะ ฉันจะกัดนายให้เลือดออกเลย” เขาเข่นเขี้ยวใส่ผมแถมยังไม่ยอมหยุดขยำก้นผมอีกด้วย

            ผมเริ่มเบะปากแล้วนะ เขาตีแรงเกินไปแล้ว “ลุค มู่เจ็บ หยุดตีเถอะนะ ก้นมู่จะร้องไห้แล้ว” ผมใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงและมันก็ได้ผลเพราะลุคหยุดตีแล้ว ผมแสบผิวที่ก้นชะมัด มันต้องแดงแหงๆเลย มือเขาใหญ่ขนาดนั้น ลุคนอนแผ่ลงมาทับตัวผมจนรู้สึกได้เลยว่าเตียงมันยวบลง เขาสูงและตัวใหญ่จนบังผมมิดเลย

            จมูกของเขาคลอเคลียอยู่ตรงซอกคอของผม “ผิวนายหอมจัง” ผมได้ยินเสียงสูดหายใจของเขาอย่างชัดเจน ก่อนที่เขาจะเริ่มซุกไซร้จากซอกคอมาที่ท้ายทอย ขมับ และกกหูของผม “นายเป็นผู้ชายที่ผิวนิ่มที่สุดที่ฉันเคยเจอมาเลยรู้มั้ยเมิร์ล” เขาเอ่ยชมผิวและร่างกายผมไม่หยุดขณะที่มือก็ปัดป่ายไปทั่วร่างของผม “ฉันชอบจังที่นายตัวแค่นี้ นายอย่าสูงขึ้นเลยนะ ตัวเท่านี้ดีแล้ว”

            “ดีตรงไหน” ผมถามกลับ ผมอยากสูงกว่านี้อีกสักสิบเซ็นต์ การตัวเล็กแบบนี้ทำให้ผมไม่เคยหลีกหนีคำล้อเลียนได้พ้นสักที แต่ก็เอาเถอะผมเพิ่งจะอายุสิบห้า ยังมีเวลาให้ร่างกายได้ยืดอีกเยอะ คุณครูที่ห้องอนามัยของโรงเรียนบอกผมแบบนั้น

            “จะได้เหมือนว่าฉันมีน้องสาวยังไงล่ะ นายน่ารักขนาดนี้ น่ารักจนฉันอยากจับนายใส่กระโปรงเลยเมิร์ล แล้วไปออกเดทกับฉันนะ”

            “นายบ้าไปแล้วลุคถ้าทำแบบนั้น” ผมเบะปากให้คำพูดชวนขนลุกของเขา

            ลุคกดปากพรมจูบไปทั่วแผ่นหลังของผม เขาชอบทำแบบนี้ประจำเลยเวลาจะทวงค่าจ้างที่ผมลากเขามานอนเป็นเพื่อน แถมยังมีหน้ามาบังคับตั้งมันเป็นสัญญาที่เราจะรู้กันแค่สองคนแต่เด็กแบบนี้อีก ทำไมถึงได้มีแต่คนจับผมสัญญาอะไรที่บอกคนอื่นไม่ได้นักนะ พี่ทิมก็อีกคน ดีนะที่แดนไม่เคยชวนผมทำอะไรแบบนี้ แต่ก็อย่างว่าล่ะ แดนออกแนวไม่สนใจโลกสักเท่าไหร่หรอก

            “ลุค...งื้อออออออ” ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อเขาเคลื่อนตัวไปด้านล่างของเตียงแล้วจับขาผมแยกชันขึ้นก่อนที่ความเปียกชื้นตรงก้นจะทำให้ผมรู้สึกวูบวาบ ลุคบิแก้มก้นผมออกแล้วชอนไชลิ้นเขาเข้ามาอีกแล้ว! “มันจั๊กจี้นะลุค ทำแบบนี้อีกแล้ว มู่บอกว่ามู่ไม่ชอบไง”

            ลุคเสือกไสน้ำลายเข้ามาเยอะกว่าเดิมอีก ผมรู้สึกได้ถึงเมือกลื่นเย็นๆที่ผิวรอบๆนั้น “ก็เคยใช้นิ้วแล้วนายร้องไห้เหมือนจะตายเลยนี่นา” เขาเตือนให้ผมนึกถึงช่วงปีก่อน ลุคเกิดบ้าอะไรก็ไม่รู้แหย่นิ้วเข้ามาในก้นของผมตอนที่เราไปว่ายน้ำเล่นด้วยกันสองคน ผมเจ็บจนไม่ยอมไปเล่นกับเขาอยู่หลายวันเลย แถมลุคยังมากำชับไม่ให้ผมบอกใครอีก ไม่งั้นเขาจะโกรธผม คิดดูสิ เขาทำผมเจ็บแล้วยังมาขู่ผมอีก หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนจากนิ้วมาเป็นลิ้นยาวๆของเขาน่ะ แต่จะอะไรผมก็ไม่ชอบหรอกนะ มันรู้สึกแปลกๆ

            “เมิร์ล ชันก้นขึ้นเร็ว” เขาออกคำสั่งให้ผมขยับนอนคลานเข่ากดหน้าซุกหมอนให้ก้นลอยเด่น ลุคบอกอยู่บ่อยๆว่าชอบก้นของผม ทั้งๆที่ผมคิดว่ามันเป็นปมด้อยนะ ก้นผมมันยื่นเกินไป เวลาใส่กางเกงสกินนี่ทีไรลุคชอบมาบีบมันทุกที เวลานอนเขาก็ยังจะวนเวียนจับมันอยู่ได้

            “ทำแบบนี้อีกแล้ว...” ผมซุกหน้าลงกับหมอนเมื่อรู้ได้ว่าเขาเอาส่วนไหนมาถูไม่ทั่วแก้มก้นของผม มีน้ำเหนียวๆออกมาเต็มไปหมด แถมลุคยังทำเสียงแปลกๆอยู่ตลอดเวลาด้วย “ทำไมชอบทำแบบนี้นักนะ” ผมบ่นอุบในตอนที่เขาใช้กระดาษทิชชู่เช็ดน้ำกลิ่นคาวออกจากก้นและต้นขาของผม

            “นายต่างหากที่ไม่รู้จักมีอารมณ์สักที เจ้าเด็กน้อย ผู้ชายวัยเดียวกับเราเขาก็เริ่มแข็งกันแล้วทั้งนั้นล่ะ”

            “นายพูดเรื่องทะลึ่งอีกแล้วนะ” ผมดุเขา

            “ก็เรากำลังทำเรื่องทะลึ่งกันอยู่นี่นา”

            “เราเป็นเพื่อนกัน นี่ไม่เรียกทะลึ่ง” ผมพลิกตัวลุกขึ้นนั่งประจันหน้ากับเขา “ถ้านายยืนยันว่าทะลึ่งงั้นต่อไปฉันจะไม่ให้นายทำแล้วนะ”

            “โอเคๆ” เขาชูสองมือเหนือหัว “มันเป็นวิธีที่เพื่อนทำกับเพื่อน พี่ชายแสดงความรักกับน้องชาย แบบนี้โอเคมั้ย”

            ผมพยักหน้าให้เขาก่อนจะลุกลงจากเตียงไปยืนอยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้า จริงๆห้องนี้ไม่ใช่ห้องนอนหลักของผมหรอก เป็นห้องแต่งตัวที่มีเตียงตั้งอยู่ด้วยต่างหาก เพราะขนาดห้องใหญ่จนพอจะตั้งเตียงคิงส์ไซส์ได้สบายๆ “มาช่วยฉันเลือกชุดหน่อยสิ นายแบบชื่อดัง”

            ลุคเลือกกางเกงยีนส์สีดำให้ผมใส่ แล้วก็เสื้อแขนบาวสีครีมตัวโครงสกรีนลายสีพาสเทล ผมมองหน้าเขาแล้วก็มองที่ชุดอีกครั้ง “นายแน่ใจนะ มันดูเด็กอนุบาลไปรึเปล่า”

            ลุคส่ายหัวพร้อมกับเดินเข้ามาจับผมแต่ตัวทั้งใส่ชั้นใน กางเกงและเสื้อ “นายน่ารักอยู่แล้ว ต่อให้นายแต่งตัวยังไงนายก็น่ารัก ใส่ชุดนี้ล่ะ ปลอดภัยแน่ๆ ถ้ามันจะชอบนาย ก็ต้องชอบที่นายน่ารักแบบนี้ไง”

            ผมยิ้มพอใจก่อนจะมองเขาแต่งตัวบ้าง ลุคคงจะต้องกลับบ้านตัวเองก่อนเพราะเขามีแคสงานตอนเย็นนี้ “ขอบใจมากนะลุคที่มานอนเป็นเพื่อนฉัน”

            “ก็นายเป็นน้องสาวที่น่ารักของฉันนี่นา”

            “ไม่ใช่น้องสาว!!

            ลุคยิ้มสลับกับหัวเราะจนตาสีฟ้าอ่อนของเขาแทบจะระยิบระยับกับแสงแดดจากหน้าต่างหลังม่าน “You’re my xing sexy sister, honey.” ทำท่าส่งจูบกลับมาอีกน่ะ เขามันคนที่น่าหมั่นไส้ที่สุด แต่งตัวเสร็จก็เดินเข้ามาดึงผมไปฟัดจูบอยู่หลายทีจนเจ็บหน้าไปหมด Be a good girl. Ok? ตบก้นผมสองสามที

            “No”

            “Be a good girl, ok?” เขาถามย้ำ

            “NO!

            “So, be my x?”

            “ลุค!!” ผมอ้าปากงับแขนเขา ใจอยากจะกัดไหล่เลยนะแต่เขาสูงกว่าผมตั้งเยอะนี่ ยืนเทียบกันแบบนี้ผมสูงเลยอกเขามานิดเดียวเอง


            เขาหัวเราะแล้วเอ่ยอีกรอบ Be my good little girl, Merlin.”

            “I get it, Lucas, I promise”

            เมื่อได้คำตอบที่น่าพอใจแล้วเขาจึงสอดลิ้นเข้ามาในปากผมอีกครั้ง

 





           

            ผมขับคุณรูบี้ออกจากบ้านตอนบ่ายสองนิดๆ ลุคปฏิเสธที่จะให้ผมไปส่งเพราะเขาอยากจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดที่บ้านก่อน ผมจึงขับรถออกมายังถนนสายหลักเลย เพื่อที่จะได้ไปถึงมาลีบูให้เร็วที่สุด เมื่อผ่านทางหลวงมาแล้วผมจึงเปิดประตูหลังคาของคุณรูบี้ออกเพื่อรับลมเย็นๆตามธรรมชาติ สองฝั่งของผมเต็มไปด้วยต้นไม้และทะเลที่เริ่มส่งกลิ่นไอมาแต่ไกล






            เอื้อมมือไปเปิดเครื่องเล่นเพลง ผมก็ส่งเสียงฮัมตาม คุณรูบี้เป็นรถที่พี่ทิมซื้อให้ผมเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เอง McLaren รุ่น Exotic สีไวน์แดงถูกใจผมมากๆ และพี่ทิมก็ยังจัดการให้ผมสามารถขี่มันบนถนนได้โดยที่ไม่มีปัญหาอะไรตามมาด้วย ไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง แต่ก็เอาเถอะ การได้ขับรถไปไหนมาไหนเองได้ถือเป็นความเท่อย่างหนึ่งที่ผมค่อนข้างภูมิใจนะ

            จริงๆจะเรียกว่าพี่ทิมซื้อให้เลยก็ไม่เชิงหรอก แต่เพราะผมอยากได้รถมากๆ เนื่องจากเห็นว่าแดนได้รถจากพ่ออีกคันแล้วต่างหาก ผมจึงไปอ้อนให้พี่ทิมซื้อให้ ตื๊ออยู่เป็นเดือนเลยล่ะกว่าเขาจะยอมใจอ่อน ตอนที่แดนรู้ว่าผมได้รถนะ บ่นจนผมหูแทบชาเลยล่ะว่าผมยังเด็กเกินไปและมันอันตราย แต่ผมไม่ฟังเขาหรอกนะ แดนน่ะใจร้าย เขาได้รถคันแรกก็ตอนอายุสิบหก โตกว่าอายุผมตอนนี้แค่ปีเดียวเอง จะมาขี้โกงไม่ได้นะ เขาอายุยี่สิบสองแต่มีรถเป็นของตัวเองตั้งสี่คันแล้ว ผมมีแค่คันนี้คันเดียวก็คงไม่เกินไปหรอกครับ

            เพราะพี่ทิมติดตัวจับเซ็นเซอร์วัดระดับความเร็วเอาไว้ทำให้ผมไม่สามารถเร่งความเร็วตามที่ต้องการได้ มันอยู่ภายใต้สัญญาตกลงซื้อของเรา ถ้าหากขับเกิดกว่าที่พี่ทิมกำหนดผมจะโดนยึดรถคืนทันที ไม่ได้กลัวนะ แต่เพราะพี่ทิมไม่เคยแค่ขู่สักครั้งนี่สิ ผมเลยไม่เคยกล้าละเมิดกฎนี้เลย

            ยิ้มกว้างจนรู้สึกเจ็บแก้มเมื่อหลุดออกจากถนนที่ขับมาเกือบหนึ่งชั่วโมงก็พ้นเขตต้นไม้แทนที่ด้วยทะเลสีน้ำเงินเข้มมาแต่ไกล ต้นปาล์มสูงชะลูดสองข้างทางสัญลักษณ์สำคัญของแคลิฟอร์เนียเรียงรายเต็มสองข้างทาง ผมอดใจเต้นไม่ได้ เหลือบไปมองกล่องเค้กอยู่หลายครั้งรวมทั้งถุงสีน้ำตาลที่ใส่ของขวัญมาอย่างดีด้วย

            “นายจะชอบมั้ยนะโรม ต้องชอบสิเนอะ ฉันตั้งใจทำขนาดนี้” ผมให้กำลังใจตัวเองราวกับว่ากำลังจะไปสารภาพรักใครสักคน ทั้งๆที่ผมก็พูดกับเขาไปเป็นร้อยครั้งได้แล้วล่ะมั้งว่าผมชอบเขา แต่ก็นั่นล่ะนะ ให้พูดกี่ครั้งผมก็ยังตื่นเต้นและประหม่าอยู่ตลอด

            ก็เขาน่ารักซะขนาดนั้น แถมยังเท่สุดๆไปเลย ผมชอบทุกอย่างที่เป็นเขาเลยล่ะครับ ทั้งใจดี สุขุม ยิ้มยากแต่พอยิ้มทีโลกงี้สว่างสไวไปหมด ผมรักรอยยิ้มของเขามากๆ มากจนเผลอคิดไปว่าถ้าผมเป็นคนทำให้เขายิ้มออกมา มันจะรู้สึกดีขนาดไหน โอย แค่จินตนาการเอาเองตอนนี้ก็ยังฟินสุดๆไปเลย

            “เดี๋ยวก็จะได้เจอกันแล้วนะโรม” ผมหัวเราะคิกแล้วเร่งเสียงเพลงให้ดังขึ้นอีกหน่อย วันนี้อากาศดีจริงๆ ขอให้วันนี้โรมใจดีกับผมเยอะๆ ไม่ไล่ผมกลับบ้านเถอะนะ

            จากเบเวอร์รี่ ฮิล หมู่บ้านขนาดใหญ่ชานเมืองลอส แองเจลลิส ผมใช้เวลาขับรถมาถึงมาลีบูภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงพอดิบพอดี ถือว่าผมคิดถูกที่เลือกมาอยู่แอลเอไม่ใช่ซานฟรานซิสโก เพราะจากที่นั่นมายังฝั่งมาลีบูนี่ห่างกันตั้งเก้าชั่วโมงเลยนี่นา เพราะว่ารัฐแคลิฟอร์เนียใหญ่มากกว่าบางประเทศเสียอีก

            ตอนนี้โรงเรียนของผมปิดเทอมอยู่ ผมขึ้นไฮสกูลปีแรกในเทอมที่ผ่านมา สไตล์การเรียนของที่นี่ค่อนข้างจะต่างจากฝั่งชิคาโก้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เรียกว่าเป็นปัญหานะ ที่นี่เน้นกิจกรรมมากกว่าตำราเรียน ซึ่งผมมองว่ามันเข้ากับผมมากกว่า ผมมีพี่ชายที่ใกล้เคียงกับคำว่าอัจฉริยะถึงสองคน ผมก็ไม่คิดจะเจริญรอยตามพวกเขาหรอกนะ กฎเกณฑ์อันน่าเบื่อนั่นไม่ใช่ตัวผมสักเท่าไร

            ผมชอบปิดเทอมนะ ผมจะได้มีเวลาเจอโรมเยอะขึ้นยังไงล่ะ แค่คิดถึงเขาแบบนี้ผมก็มีความสุขแล้ว ใบหน้าเขาที่ผุดขึ้นมาในความคิดทำให้ผมเขินได้อย่างน่าประหลาดใจจนแทบจะขับรถส่ายไปมา ผมผิวปากให้กับชายฝั่งมาลีบู ยักคิ้วหลิ่วตาใส่มันเล็กน้อย ใจจริงแล้วผมไม่ได้ชอบมาลีบูหรอกนะ มันก็สวย แต่ไม่ได้มากอะไรเมื่อเทียบกับฮาวายหรือทะเลทางโซนยุโรปที่ผมเคยไปมา แต่เพราะว่าที่นี่มีโรมยังไงล่ะ ผมจึงรักมาลีบู

 

            เพราะผมรักโรม ทุกที่ๆมีเขาจึงกลายเป็นสถานที่โปรดของผม

 

            ผมคิดอะไรไปเรื่อยขณะที่ลดความเร็วเนื่องจากเข้าสู้เขตเมืองแล้ว บ้านช่องเรียงกันเป็นกระจุก ที่นี่แบ่งโซนชัดเจนระหว่างบ้านหลังใหญ่ที่ไกลลิบ และบ้านหลังเล็กๆที่เบียดกันอย่างแออัด ผมยักไหล่สองสามทีพลางคิดกับตัวเองว่าควรจะเอ่ยคำอวยพรอะไรกับโรมดีในวันนี้ ไม่สิผมควรจะทักทายเขาคำแรกว่ายังไงดีนะ

 

            “ไฮ โรม...”

            “สวัสดีนะโรม”

            “วันนี้ทำได้ดีมากเลยนะ”

            “นี่ ฉันมีอะไรจะให้”

            “นายทำฉันใจเต้นแรงมากเลย”

 

            “ฉัน...ชอบนาย”

 

            ผมลงท้ายประโยคที่ลองซ้อมพูดดูด้วยความรู้สึกที่มีต่อเขามานานเป็นปีสองปี ก่อนจะจอดรถลงกับลานจอดรถแล้วยิ้มให้กับเงาสะท้อนตัวเองในกระจก แล้วจึงคว้าถุงกล่องเค้กและถุงของขวัญลงไปจากรถเพื่อเดินไปยังประตูเข้าบาร์ Paradiso

            “เข้าไม่ได้ครับ” มีผู้ชายตัวใหญ่ใส่ชุดสีดำเดินมาดึงประตูเอาไว้เสียก่อน

            “คราวที่แล้วก็มา...” ผมทำหน้ายุ่ง

            “ประตูเปิดหกโมงเย็นครับ”

            “ก็มาถึงแล้ว ขอเข้าไปรอนะ”

            “ไม่ได้ครับ” เขายังส่ายหัวเช่นเดิม

            “มีบัตร นี่ไง” ผมชูบัตรที่ซื้อมาแพงกว่าราคาจริงตั้งหลายเท่า

            “ถึงจะมีบัตรก็ยังเข้าไม่ได้ครับ ประตูเปิดหกโมง ตอนนี้ร้านเรายังไม่พร้อมครับ”

            ผมทำหน้าอ้อนพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างใส่เขา “ขอผมเข้าไปนั่งรอเถอะนะครับ ตั้งใจมาที่นี่เลยนะเนี่ย เข้าไปนั่งรอเฉยๆจะไม่สร้างความวุ่นวายใดๆเลยนะครับ นะ นะ น้า...”

            “ไม่....”

            “ขอร้องนะครับ นะ...” ผมกระพริบตาถี่ๆหลายที จนกระทั่งเขายอมเปิดประตูให้ผมเข้ามาในที่สุด เฮ้อ เกือบแห้วแล้วนะเนี่ย

            ผมรีบเดินตรงมายังโต๊ะตรงกลางและหน้าสุดติดเวที เก้าอี้แบบบาร์สูงนั้นเมื่อผมขึ้นไปนั่งก็ขายาวจากพื้นเลยแฮะไม่รู้จะสูงไปไหน แต่ก็เอาเถอะ ผมบรรจงวางถุงในมือลงบนโต๊ะแล้วกวาดสายตามองไปทั่วร้าน นี่เพิ่งจะเกือบๆสี่โมงเอง ทุกคนดูวุ่นวายกับการเตรียมของในร้าน

            “อ้าว คุณหนูน้อย” เสียงหนึ่งดังขึ้นเมื่อผมหันไปมองก็เจอเข้ากับเดวิด เพื่อนร่วมงานที่สนิทกับโรม “มาซะไวเลยนะวันนี้”

            “ก็วันนี้วันเกิดโรมนี่นา แถมโรงยังมีโชว์พิเศษด้วย ฉันมีตั๋วนะ นี่!” ผมยกตั๋วในมืออวดเขา

            เดวิดหรือเดฟหัวเราะใส่หน้าผมราวกับว่ามันเป็นเรื่องน่าขันนัก “แต่ไอ้โรมมันเริ่มโชว์ก็เกือบสามทุ่มเลยนะครับ มาเร็วไปมั้ย”

            “ผมรอได้ ผมก็รอโรมมาตลอดนั่นล่ะ”

            เขาเปลี่ยนจากอาการหัวเราะเป็นส่ายหัวแล้วบอกผมว่าจะไปเอาน้ำอัดลมมาให้ เพราะโรมเคยกำชับกับเขาว่าห้ามเอาแอลกอฮอลล์ให้ผมดื่ม เห็นมั้ยเขาออกจะเป็นห่วงผมขนาดนี้จะไม่คิดอะไรกับผมเลยสักนิดได้ยังไง ต้องคิดอยู่แล้ว คุณก็ว่าแบบนั้นใช่มั้ยล่ะ

            “อย่าก่อเรื่องให้ไอ้โรมมันโมโหอีกล่ะครับคุณนายน้อย” เดฟวางน้ำดื่มให้ผมแล้วก็เดินออกไป คำพูดเขาทำเอาผมขุ่นใจอยู่ไม่น้อยนะ เพราะเขาพูดราวกับว่าผมเป็น Trouble Maker หรือพวกชอบก่อปัญหาอะไรทำนองนั้น ผมไม่ได้เป็นคนแบบนั้นซะหน่อย ผมมาที่นี่ก็เพราะอยากจะเจอโรมก็เท่านั้น ได้เจอได้คุยจนพอใจแล้วผมก็กลับบ้าน ทำไมชอบทำเหมือนผมน่ารำคาญกันนัก

            ผมหยิบมือถือขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้วเปิดคลังรูปเพื่อดูรูปของโรมที่อัดอยู่เต็มหน่วยความจำของโทรศัพท์เครื่องนี้ ผมเลื่อนดูรูปแล้วรูปเล่าพร้อมกับอมยิ้มไปด้วย กับคนที่เราชอบและรู้สึกดีด้วยไม่มีทางที่เราจะเห็นว่าอะไรมันน่าเบื่อหรอกครับจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ถ้าเป็นเรื่องของโรมมันล้วนสำคัญต่อผมทั้งนั้นล่ะ ผมทำแฟนเพจให้เขาด้วยนะ fallingforrome.com ผมอัพรูปและเขียนข้อความถึงเขาเต็มไปหมด หลังๆมันเริ่มมีคนเข้าชมและกดไลค์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีคนมาชมการแสดงของเขาที่บาร์นี่เยอะขึ้นตามไปด้วย ผมนี่ทั้งดีใจและทั้งหวงไปพร้อมๆกันเลยล่ะครับ

            ผ่านไปราวๆสองชั่วโมงประตูบาร์ก็เปิดแต่ก็ยังไม่ค่อยมีลูกค้าเข้ามาหรอกตอนหกโมงเย็นแบบนี้ พวกเขาจะเริ่มมากันก็ตอนสองทุ่มนู่นล่ะ ตอนนี้จึงมีแต่ผมนั่งมองพนักงานคนนั้นคนนี้จัดเตรียมร้านไปเรื่อย เมื่อยหน่อยผมก็ขยับเดินวนรอบโต๊ะของตัวเอง เปิดเกมส์ขึ้นมาเล่นในมือถือหรือไม่ก็นั่งดูรูปโรมวนใหม่อีกรอบ ผมขอย้ำอีกครั้งว่าการดูรูปของเขาซ้ำไปซ้ำมาไม่ได้น่าเบื่อเลยนะ ผมชอบมากๆเลยต่างหาก แค่เห็นหน้าเขาผมก็ใจเต้นแล้ว ทำไมเขาถึงได้น่ารักและดีกับหัวใจของผมขนาดนี้นะ

            ถ้ามีการจัดประกวดการแข่งขันเรื่องของการรอคอย ผมมั่นใจเลยล่ะว่าผมค่อนข้างจะเป็นตัวเก็งของการแข่งขันนั้นแน่ๆ ตอนนี้ผมก็ชักจะหิวแล้วล่ะสิ เสียงท้องร้องประท้วงอยู่หลายรอบแล้ว แต่ผมยังไม่อยากออกไปกินตอนนี้เพราะอยากนั่งกินเค้กพร้อมกับโรมนี่นา กินเค้กเสร็จเราอาจจะได้นั่งรถของผมไปกินอะไรด้วยกันก็ได้ ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะ เพราะผมคงจะมีความสุขน่าดูถ้าได้อยู่กับเขาในวันเกิดของเขาแบบนี้

            “อดทนหน่อยสิมูมู่ นายไม่อยากกินข้าวกับโรมรึยังไง ห้ามยอมแพ้ตอนนี้นะ” ผมกระซิบกับตัวเองแต่จริงๆแล้วพูดกับกระเพาะอาหารของตัวเองต่างหาก

           


            ผมนั่งรอจนถึงเวลาสามทุ่ม เสียงเพลงในร้านก็เปลี่ยนโทนไปจากตอนแรกเป็นดนตรีเบาๆเคล้าคลอบรรยากาศก็เริ่มเป็นเพลงดุดันเรียกอารมณ์สนุกสนานจากลูกค้าสาวๆที่มาแอดอัดกันอยู่เต็มร้านในวันนี้ ที่นี่ก็มีลูกค้าผู้ชายด้วยนะครับ มีบ้างปะปนกันไป แต่ผมที่ได้ที่นั่งที่ดีที่สุดแบบนี้ก็แอบภูมิใจอยู่เหมือนกันนะ

            เสียงดีเจประกาศว่าต่อไปจะเป็นโชว์ชุดพิเศษจากโรม นั่นยิ่งทำให้หัวใจผมเต้นแรงสุดๆไปเลยล่ะครับ เขาจะมาแล้ว ไม่ได้เจอกันตั้งสามวัน ผมอยากเห็นหน้าเขาจะแย่ ให้ตายเถอะ เขาจะแต่งตัวแบบไหนออกมานะ ความจริงผมควรจะแอบเข้าไปดูเข้าที่ห้องแต่งตัวก่อน บางทีผมอาจจะได้ให้เค้กเขาตั้งแต่ตอนนั้นก็ได้ เขาอาจจะได้กำลังใจจากของขวัญที่ผมเตรียมมา หรืออาจจะขอบคุณพร้อมยิ้มให้ผม โธ่ ผมนี่โง่จัง ทำไมไม่คิดให้ได้ตั้งแต่หกโมงหรือทุ่มหนึ่งนะ แต่ก็เอาเถอะ หลังจากเขาโชว์ชุดแรกจบผมค่อยไปหาเขาก็ได้ แต่ตอนนี้ผมควรทำยังไงกับหัวใจตัวเองดีนะมันแทบจะกระเด็นออกมาจากใต้อกอยู่แล้ว

 


            แสงไฟในบาร์หรี่ลงสปอร์ตไลท์สีขวาสว่างจ้าขณะที่เขาเดินออกมาจากหลังเวทีที่มีเสาสีเงินตั้งเด่นหรา และนั่นทำเอาเหมือนวิญญาณผมหลุดออกจากร่างไปแล้วเมื่อได้เห็นเขาเต็มๆในวันนี้

 

            บ้าไปแล้ว!! ให้ตายเถอะ!! ผมจะเป็นลม!! โอ้พระเจ้าผมจะต้องตายวันนี้แน่ๆ ทำไมเขาถึงได้...ถึงได้ดูดีขนาดนี้ ร้อนแรงขนาดนี้ ผมละสายตาไปจากร่างกายและใบหน้าของเขาไม่ได้เลย โรมฮอตมาก!! ฮอตจนผมอยากจะลองจับตัวเขาดูสักครั้งว่ามันเป็นไฟอยู่รอบๆเลยรึเปล่า

            เขาใส่รองเท้าหนังสีดำ สีเดียวกับกางเกงแสลคบนขายาวๆของเขา แต่ที่สำคัญที่สุดคือเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่นั่นต่างหาก! มันบางเสียจนผมเห็นเงารำไรจากแสงไฟที่กระทบกับรูปร่างสุดเพอร์เฟ็คของเขา เขา...เขากำลังจะทำให้ผมเป็นบ้า! เขาเหมือนรูปปั้นที่ถูกบรรจงสร้างมาอย่างดี แย่แล้ว แบบนี้ไม่ดีกับใจของผมแล้ว ผมกำลังจะขาดใจตาย ผมละลายตาจากเขาไม่ได้เลย!

            เสียงเพลงและเนื้อเรื่อง PILLOW TALK ยิ่งทำให้ผมสติแตกกว่าเดิม โรมเริ่มวาดลวดลายการเต้นแล้ว แต่ละท่วงท่าก็ยิ่งทำให้ผมอยากจะกรีดร้องออกมา เขาเท่มากๆ แถมยังดูเซ็กซี่ถึงขีดสุดอีกด้วย ทุกสายตาของคนในร้านต่างก็จับจ้องไปที่เขาเหมือนโดนมนต์สะกด แน่นอน เขาต้องเสกคาถาอะไรสักอย่างใส่ผมแน่ๆ ผมถึงได้หลงเขามากขนาดนี้

 


I’m seeing the pain, seeing the pleasure

Nobody but you, ‘body but me, ‘body but us. Bodies together.

I’d love to hold you close, tonight and always.

I’d love to wake up next to you

 


            ดวงตาสีฟ้าของเขากำลังจมดิ่งกับการแสดงและนั่นทำให้ผมยิ่งหลงใหลเขาขึ้นไปใหญ่ เขาดูมีเสน่ห์มากๆขณะที่กำลังทำในสิ่งที่เขารัก ดวงตาของเขาไม่ใช่สีฟ้าซีดเหมือนของลุคแต่เป็นสีฟ้าอมเขียวที่เข้มจนบางครั้งก็เหมือนสีกรมท่าแต่บางทีก็เจิดจ้าเหมือนมรกต ผมให้คำนิยามจำกัดความกับมันไม่ได้ แต่ถ้าให้เปรียบกับอัญมณี โรมก็คงเป็นเพชรที่มีค่ามากๆสำหรับผม และก็นั่นล่ะครับ ผมมีราคาแพงจึงยากที่จะได้มาครอบครอง ต้องแย่งชิงและทำทุกวิถีทางให้ได้มา




So we’ll piss off the neighbors

In the place that feels the tears

The place to lose your fears

Yeah, reckless behavior

A place that is so pure, so dirty and raw

Be in bed all day, bed all day, bed all day

xing in, fighting on

It’s our paradise and it’s our warzone  







 

            ผมแทบหยุดลืมหายใจเมื่อโรมลงไปนอนกับพื้นแล้วกระแทกตัวโยกใส่มันราวกับว่ามันมีชีวิตอย่างนั้นล่ะ โอ้ย ตายแล้ว ผมอยากจะไปนอนอยู่ตรงนั้น จะต้องจ่ายเท่าไรผมก็ยอม ผมอยากจะแสดงร่วมกับเขา ทำยังไงถึงจะได้โอกาสนั้นนะ ดูเขาสิ เขาร้อนแรงยิ่งกว่าไฟซะอีก ผมอยากจะอยู่ใกล้ๆเขาแม้จะต้องโดนแผดเผาก็ตาม ผมตกหลุมรักเขาอีกแล้ว ผมชอบโรม ผมชอบโรมมากๆเลย

            โรมโยกตัวขึ้นมาขณะที่ปลดกระดุมเสื้อออกจนหมดแล้ว แผงอกล่ำและกล้ามหน้าท้องของเขาทำให้ผมต้องร้องโหออกมา อยากจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปจังแต่ตอนนี้ผมแทบจะไม่มีแรงขยับตัวเอง โรมโยกตัวเข้ากับเสาสีเงินตรงกลางอย่างแรงจนผมอยากรู้วาเขากำลังคิดอะไรอยู่ตอนนี้ ทุกครั้งที่เขากวาดสายตามองมายังหน้าเวทีผมก็จะพยายามมองตลอดว่าเขาจะสบตากับผมรึเปล่า

            หรือว่าเขาจะคิดถึงผมบ้างมั้ยขณะที่กำลังเต้นอยู่ตอนนี้ กำลังคิดแต่เรื่องของผมอัดแน่นอยู่ในหัวแบบที่ผมกำลังคิดถึงแต่เขาแบบนี้บ้างรึเปล่า ถ้าใช่ผมคงจะเป็นคนที่โคตรรมีความสุขที่สุดในโลกไปเลยล่ะครับ เขาจะกำลังคิดอะไรอยู่นะ ทำไมถึงได้ถ่ายทอดอารมณ์ได้ออกมาตรงตามเนื้อเพลงขนาดนี้ แต่เอาเถอะ ทุกอย่างมันดีไปเสียหมด ดีจนผมไม่รู้จะหาคำไหนมาบรรยายได้อีก

 

Paradise, paradise, paradise, paradise

War zone, war zone, war zone, war zone

Paradise, paradise, paradise, paradise

War zone, war zone, war zone, war zone

 

            โรมถอดกางเกงออกจนเหลือแต่บ็อกเซอร์ เขาดูเข้าถึงอารมณ์เพลงจนไม่สนใจสิ่งรอบข้างในโลกทั้งหมด เช่นเดียวกับผมที่ละสายตาไปจากเขาไม่ได้เลย ใบหน้าชื้นเหงื่อที่สะบัดไปมา ปากที่พึมพำพูดประโยคที่ผมไม่ได้ยิน ลิ้นของเขาที่แทบจะเลียไปกับต้นเสา ทุกอย่างมีดีเยี่ยมจริงๆ บางจังหวะที่เขาทำหน้าเหยเกคล้ายจะขาดใจแต่สักพักก็สะบัดไปมาพร้อมร้องคราง ให้ตายเถอะเขาทำให้เพลงนี้มันติดเรทขึ้นไปกว่าเก่าอีกหลายเท่าตัว

            ผมได้ยินเสียงสาวๆกรี๊ดไม่หยุด เงินจำนวนมากถูกปาขึ้นไปบนเวที จนมันคล้ายกับเศษริบบิ้นที่ลอยอยู่กลางอากาศ มีเสียงโห่ร้องเกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งถอดบราชั้นในปาขึ้นไปบนเวทีแถมเธอยังใจกล้าถึงขั้นถลกเสื้อขึ้นเห็นหน้าอกหน้าใจต่อหน้าโรมอีก ฝ่ายโรมที่แสดงจนจบเพลงแล้วก็ทำเพียงหัวเราะแถมยังแลบลิ้นเลียอากาศตรงนั้นอีก ผมชักฉุนอยู่เหมือนกันนะ

            ผู้หญิงจำนวนมากไปรุมยัดเงินให้โรมเป็นภาพที่ผมชินตาไปแล้ว ผมก็มีเงินนะ มีเงินสดเต็มกระเป๋าเลย แต่ว่าตอนนี้ผมขยับตัวไม่ได้ ผมละสายตาไปจาก....เป้ากางเกงเขาไม่ได้เลย

 

            “ฮึบ!!!

 

            ผมแทบจะยกมืออุดจมูกตัวเองไม่ทันเมื่อตอนที่ดันอุตริคิดไปว่าถ้าเปลี่ยนจากเวทีเป็นห้องนอนของผม และมีเขาแสดงอยู่บนนั้นมันจะดีแค่ไหนกันนะ พับผ่าสิ ผมเลือดกำเดาพุ่งกระฉูดเฉย!!

            ตายแล้ว นายจะต้องตายเพราะเลือดหมดตัวแน่ๆเมอร์ลิน

            เฮ้ยนั่น! เขาเดินลงจากเวทีตรงมายังโต๊ะของผม โรมเดินมาหาผม ให้ตายสิ ผมจะเป็นลมจริงๆแล้ว นี่ผมฝันอยู่รึเปล่าเนี่ย ผมขอกรี๊ดก่อนได้มั้ย อย่าเพิ่งให้ผมเป็นลมนะ ผมยังหลับไม่ได้ โอ๊ย ผมเห็นหัวนมของเขาชัดมากเลย ผมอยากถ่ายรูป ผมอยากอัดวิดีโอเลยด้วยซ้ำ!!

            เขาใช้ผ้าขนหนูสีขาวมากดลงบนหน้าของผม “เงยหน้าไว้ ถ้าคุณไม่อยากเลือดไหลหมดตัวน่ะ” โอย นี่ทำผมอยากจะเป็นลมจริงๆนะ เสียงทุ้มๆของเขาน่าฟังมากเลย ผมขอให้เขาพูดอีกครั้งจะได้มั้ย ผมอยากอัดเสียงไปกรอฟังซ้ำอีกหลายๆรอบ แต่ก่อนจะได้พูดอะไรเขาก็ทั้งลากทั้งจูงผมไปที่ด้านหลังซึ่งเป็นห้องแต่งตัวของที่นี่แล้ว โอ้ย นี่มันยิ่งกว่าสิทธิ์ของลัคกี้แฟนอีกนะ ลัคกี้เมียเลยเถอะ ฮูเร่ ผมคุ้มค่าบัตรแล้ว เสียไปเท่าไรก็คุ้มล่ะครับงานนี้ ดีนะที่ผมไม่เอ๋อจนลืมหยิบถุงเค้กและของขวัญมาด้วย โอย จะตายแล้ว จะตายแล้ว กลิ่นตัวเขาหอมมากเลยครับ ผมแอบสูดลมไปหลายรอบเลยตอนเดินมา

            “โรม...” ผมเอ่ยทักเขาหลังจากรอให้เลือดหยุดไหลแล้ว โธ่เอ๊ยขัดขวางเวลาของผมกับโรมจริงๆเลย

            “ใครให้เด็กอายุสิบห้าเข้ามาที่นี่” เขายืนประจันหน้ากับผมซึ่งก็ทำให้ผมยิ่งดูตัวเล็กขึ้นไปใหญ่ในเมื่อเขาสูงถึง 187 เซนติเมตร

            “แซ่บอะ ขอจีบได้มั้ย” ผมยิ้มเก้อเมื่อรู้ตัวว่าดันเผลอคิดดังจนออกเสียงไปด้วย แหะๆ แต่ก็จริงนี่นา เขาร้อนแรงขนาดหนัก

            “ผมถามว่าใครอนุญาตให้คุณมาที่นี่” น้ำเสียงเขาเข้มขึ้นแต่มันก็ยังดูดีเลยล่ะครับ ผมล่ะอยากจะลงไปชักดิ้นชักงอที่พื้น

            “โธ่ อย่าดุนักสิ” เพราะได้ยินเสียงโหดๆของเขาทีไรใจผมนี่คิดไม่ดีตลอดเลย ฟาดลงมาเลย ฟาดมา เฮ้ย! รอบนี้ผมไม่ได้พูดออกไปใช่มั้ย ฮือ แต่ถ้าโรมจะฟาดมาผมก็ยอมนะ “คนอื่นจ่ายค่าเข้าเท่าไรฉันก็จ่ายตามนั้นล่ะ แต่แค่เติมเลขศูนย์ต่อท้ายเข้าไปด้วยก็เท่านั้นเอง”

            “พ่อแม่คุณรู้รึเปล่าครับเนี่ย ว่าคุณทำตัวแบบนี้น่ะ” เขากอดอกจ้องหน้าผม โอย ผมแทบจะจับใจความคำพูดของเขาไม่ได้แล้ว ยิ่งมองใกล้ๆก็ยิ่งหล่อ ตาสีฟ้าเข้มของเขานั่นน่ะ ทำเอาผมแทบลงไปกองกับพื้นเลยครับ

            “ไม่รู้หรอก และฉันก็ไม่คิดจะให้รู้ด้วย” ผมอยากจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนานี้จะแย่อยู่แล้ว รีบเอื้อมมือไปหยิบถุงกล่องเค้กมายื่นให้เขา “สุขสันต์วันเกิดนะโรม ฉันซื้อเค้กมาให้นาย!!” มั่นใจเลยว่ามุมปากผมจะต้องอยู่ใกล้กับใบหูแล้วล่ะครับตอนนี้ถ้าผมยิ้มแบบนี้ต่อไปน่ะ

            “ขอโทษครับ ผมไม่ชอบของหวาน” เขากลับดับฝันผมซะดื้อๆ เขาเอาแต่จ้องหน้าผมไม่มองกล่องเค้กในมือผมเลยสักนิด ทั้งๆที่ควรจะเขินนะ แต่ผมกลับเริ่มรู้สึกใจแป้วซะแล้ว

            “แต่นี่ดาร์คช็อกโกแลตนะ ฉันสั่งทำและตกแต่งพิเศษเลย สำหรับนาย ถึงจะไม่กินก็ช่วยมองมันหน่อยนะ ฉัน...” ผมพยายามขอร้องเขาด้วยน้ำเสียงที่ได้ผลกับคนอื่นเสมอ แต่ดูเหมือนว่ามันไม่เคยกระทบกับกำแพงความรู้สึกของเขาเลยสักครั้ง

            “คุณครับ อย่าทำแบบนี้เลย มันเปล่าประโยชน์อยู่ดีนะครับ ผมบอกคุณหลายครั้งแล้วว่า...”

            ผมไม่อยากฟังคำพูดต่อจากนั้นของเขาจึงรีบดึงถุงของขวัญมายื่นให้เขาก่อน “ไม่กินเค้กไม่เป็นไร  ฉันมีของขวัญมาให้นายด้วยล่ะ ดูสิๆ” อย่างน้อยถ้าเขาเห็นของขวัญในถุงนี้อาจจะใจอ่อนและเริ่มมองผมในแง่ดีขึ้นมาบ้างก็ได้ “ฉันตั้งใจเอามาให้นายเลยนะ เชื่อสิว่า”

            “คุณเมอร์ลิน เอากลับไปเถอะครับ วันนี้ผมได้ของขวัญวันเกิดที่ผมถูกใจแล้วคงจะรับน้ำใจของคุณเอาไว้ไม่ได้หรอกแล้วก็อย่าเสียเงินจำนวนมากมายที่คุณสามารถเอาไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้ให้ผมเลย อย่ามาที่นี่อีกมันไม่ใช่ที่ของเด็กอย่างคุณ ไม่ใช่ที่สำหรับลูกคุณหนูรวยๆอย่างคุณด้วยซ้ำ”

            น้ำเสียงและแววตาของเขาราวกับว่ากำลังพูดให้เด็กตัวเล็กๆฟังอยู่เลย “วันนี้ปฏิเสธเต็มรูปแบบเลยแฮะ” แล้วผมจะงัดไม้ไหนมาสู้กับเขาต่อได้ล่ะ เขาเล่นก่อกำแพงรอบด้านขนาดนี้

            “ผมจริงจังนะครับ” เขาถอนหายใจซ้ำ

            คิดเหรอว่าผมจะยอมแพ้ง่ายๆ “แต่ฉันก็จริงจังเหมือนกันนั่นล่ะ”

            “อะไรนะครับ”

            “นายเล่นไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้ทำคะแนนเลย แบบนี้ฉันจะจีบนายสำเร็จได้ยังไงล่ะ ฉันยังมีอีกตั้งหลายอย่างที่อยากทำให้นายนะ อย่างเช่นคืนนี้เราไปนั่งรถเล่นฉลองวันเกิดนายด้วยกันมั้ย กินเค้กไป เปิดดูของขวัญของฉันไป ฉันไม่ได้ใช้เงินซื้อ...”

            “คืนนี้ผมมีนัดแล้วครับ สำคัญมากด้วย และไม่ว่าจะคืนนี้หรือตอนไหน ผมก็ไปทำให้สิ่งที่เรียกว่าเดทกับคุณไม่ได้หรอกนะครับ กลับไปเถอะ แล้วหยุดตามผมได้แล้ว ผมไม่เคยมองคุณเป็นอะไรไปมากกว่าเด็กผู้ชายอายุสิบห้าที่ควรจะอยู่บ้านกับครอวครัวไม่ใช่มาวิ่งตามผมต้อยๆแบบนี้ มันไม่คุ้มกัน ชีวิตข้างนอกโดยเฉพาะชีวิตกลางคืนแบบผม มันจะเป็นอันตรายให้กับคุณนะครับ”

            ผมชะงักไปเลยล่ะ “นายมีนัดกับใคร”

            “นี่ที่ผมพูดไปทั้งหมดคุณสนใจแค่ประโยคเดียวเองเหรอเนี่ย” เขาลดมือลงวางข้างลำตัว ขมวดคิ้วจนยุ่ง

            “กับใครเหรอ” ผมถามย้ำด้วยความอยากรู้

             “กับผู้หญิงของผม แบบนี้คุณน่าจะเดาต่อเองได้แล้วใช่มั้ยครับ ว่าผมกับเธอจะทำอะไรกัน”

            นั่นไม่ใช่คำตอบที่ผมคิดว่าจะได้รับเลยนะ มันทำเอาผมจุกไปอยู่เหมือนกัน หึงอะ หวงด้วย แต่ตอนนี้ผมหาคำมาสู้กับเขาไม่ได้เลย สายตาเขาเหมือนกำลังชักนำให้ผมมองไปยังป้ายทางออก นี่มันเกินคำว่าเชิญแล้ว เขากำลังไล่ผมชัดๆ ผมไม่ได้โง่ขนาดจะไม่รับรู้มันหรอกนะ แต่ก็อย่างที่พูดไปนั่นล่ะ ผมไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆหรอก ผมจะสู้! “แล้วนายคิดว่าฉันขับรถมาเป็นชั่วโมงเพื่ออะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่ว่าเพราะอยากเจอนายน่ะ” จะไม่เห็นใจผมหน่อยเหรอ

            “กลับไปเถอะครับ” เขาก็เอาแต่พูดคำนี้อยู่ได้

            “รู้แล้ว กำลังจะกลับนี่ไง!!” วันนี้คงจะไม่ใช่วันของผมจริงๆนั่นล่ะ เอาเถอะ กลับไปตั้งหลักจัดทัพมารบใหม่ก็ได้ แผนการคราวหน้าจะต้องทำให้เขาหนีผมไม่รอดให้ได้เลย คอยดูนะโรมีโอ ชอย!! “แต่ผ้านี้ฉันขอนะ นายเช็ดหน้าให้ฉันด้วยล่ะวันนี้ ไว้เจอกันใหม่นะโรม” ผมวางถุงของขวัญไว้โต๊ะใกล้ๆแล้วคว้าผ้าขนหนูนั้นเดินออกมาทันที

            เอาน่า ถึงวันนี้จะโดนไล่ยังไง ก็ยังได้ผ้าขนหนูติดมือกลับมาตั้งผืนหนึ่งเชียวนะ แถมยังเป็นผืนที่โรมใช้ซับหน้าให้เขาด้วย จะเอากลับไปใส่ห่อดูแลอย่างดีเลย รักๆๆๆๆ จะเอาไว้ใต้หมอนด้วย เมอร์ลิน วันนี้นายทำไปได้อีกขั้นแล้วนะ!

 

 




            ผมขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วที่เร่งกว่าตอนมาเล็กน้อย แม้ว่าผมจะมั่นใจในการขับรถของตัวเองแค่ไหน แต่การขับเข้าไปกลางป่าตอนใกล้้เที่ยงคืนแบบนี้ก็คงไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไรนักหากจะขับแบบอ้อยอิ่ง โทรศัพท์มือถือที่หน้าจอดำสนิทของผมไม่ใช่ว่ามันแบตหมดหรอกครับ แต่เป็นผมเองที่เลือกจะปิดมัน

            มีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดียังไงก็ไม่รู้แฮะ ตอนนี้ขอขับรถ เปิดเพลงฟังให้สบายใจก่อนดีกว่า ถึงบ้านค่อยว่ากัน

            ผมจอดรถในโรงรถตอนเที่ยงคืนครึ่งส่งกุญแจให้คนดูแลบ้านซึ่งกำลังหาวหวอดพร้อมกับทำหน้าตาตื่นเมื่อเห็นผม “คุณเมอร์ลินครับ คุณไทเลอร์โทร...”

            “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” ผมเอ่ยด้วยความเหนื่อยจากการขับรถตอนกลางคืน โบกมือลาให้เขาไม่ต้องกังวลมากแล้วจึงรีบเดินเข้าบ้าน

            ผมเดินมายังห้องนอนหลักของตัวเองและเมื่อเปิดไฟห้องนอนจนสว่างสิ่งที่รอผมอยู่ในนั้นไม่มีใครหรอกครับ ไม่มีคนอยู่ในห้องผม แต่ถ้าอยู่ในจอล่ะมีแน่ๆ หน้าจอไอแมคขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ติดกับผนังส่งสัญญาณเชื่อมต่อไวไฟทันทีไม่นานก็ตอบรับสัญญาณอัตโนมัติใบหน้าของใครคนหนึ่งก็ปรากฎขึ้น

            “ไง...”

            ผมเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าจอนั้นแบบที่จะมองเห็นเขาได้ถนัด ส่วนเขาเองก็จะเห็นผมอย่างชัดเจนเช่นกัน “ตื่นเช้าจังเลยพี่ทิ ที่ลอนดอนเพิ่งจะเจ็ดโมงครึ่งเองนี่นา”

            “และที่นั่นก็เที่ยงคืนครึ่งเช่นกัน” พี่ชายคนโตซึ่งความจริงเป็นลูกพี่ลูกน้องกันต่างหากเอ่ยเสียงเข้ม คาดว่าผมจะไม่รอดแน่ๆ “ไปไหนมา”

            “ไปเที่ยวกับเพื่อนที่...”

            “ผับ” เขาดักคอ

            “บาร์ต่างหาก”

            “บาร์ที่ไหน ชื่ออะไร ไปกับใคร” คำถามรัวกลับมาทันทีจนผมตั้งรับแทบจะไม่ทัน กับความหวงน้องชนิดเกินขีดลิมิตของเขา “ทำไมไม่บอกพี่ก่อนจะไป”

            “พี่ทิมน่าจะหลับอยู่ตอนมู่ออกไป”

            “อย่ามาแก้ตัว เราจะทิ้งข้อความไว้ก่อนก็ได้ นี่ไม่มีเลย และพี่ไม่ใช่คนหลับลึกขนาดนั้น ถ้าเราส่งข้อความมาพี่ก็ตื่นมาดูได้”

            “โอเค มู่ผิดเอง มู่ขอโทษนะ” ผมทำหน้าเศร้า

            พี่ทิมที่ยังใส่ชุดนอนอยู่เลยจ้องผมกลับด้วยแววตาไม่พอใจนัก “ดื่มรึเปล่า”

            “ไม่ดื่มอยู่แล้ว” ผมรีบตอบ

            “ถอดชุดออก”

            “พี่ทิม” ผมร้องท้วง “มู่ไม่ได้ไปทำอะไรมาสักหน่อย”

            “ดื้อกับพี่แล้วเหรอเดี๋ยวนี้” เสียงที่เด็ดขาดนั้นทำให้ผมรั้นต่อไม่ได้ เพราะรู้ว่าถ้าพี่ทิมเอาจริงขึ้นมาเมื่อไหร่ ถ้าเขาบอกให้ผมกลับบ้านใหญ่ ผมก็ต้องกลับ ผมกลัวเขามากกว่าพ่อแม่แท้ๆของตัวเองเสียอีก

            ผมไปนั่งลงที่ปลายเตียงซึ่งตรงกับหน้าจอพอดิบพอดี ห้งอนอนแห่งนี้เชื่อมต่อกับมือถือและแลปทอปของพี่ทิมเอาไว้ ถ้าเกิดมาเปิดไฟเมื่อไหร่มันจะเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ ก็แปลว่าพี่ชายใหญ่จะสามารถเห็นเขาที่อยู่ในห้องนี้ได้ตลอดเวลา ซึ่งจริงๆเขาเองก็ชอบนะ เวลาที่เขาจะนอนก็จะได้ไม่รู้สึกเหมือนว่าหลับไปคนเดียว ก็จะมีพี่ชายนั่งมองและกล่อมนอนจนกว่าจะเขาจะหลับไปเอง ผมถอดเสื้อแขนยาวออกจากด้วยกางเกงโดยที่มีพี่ทิมนั่งมองไม่ละสายตาไปไหน จนกระทั่งผมถอดกางเกงในออกเป็นชิ้นสุดท้าย “เห็นมั้ย มู่ไม่ได้ทำอะไรแบบที่พี่คิดสักหน่อย”

            “หันหลัง” พี่ทิมเอ่ย และผมก็ทำตามที่เขาบอก ก่อนจะพลิกตัวกลับมาเพื่อชันขาขึ้นและแยกมันออกจากกัน ยกสะโพกขึ้นเล็กน้อยให้อีกคนได้เห็นทุกสัดส่วนของร่างกาย “ทำไมสะโพกเราแดงๆ ไปโดนอะไรมา”

            ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางก่นด่าลุคอยู่ในใจ จะต้องเป็นเพราะฝีมือของเขาในตอนบ่ายแน่ๆ จะทำยังไงดีนะ “พี่ทิม...” ผมลากเสียงยาว “อย่าทักสิ มู่อายนะ เหมือนมู่จะอ้วนขึ้นอะ กางเกงมันก็เลยรัด อึดอัดจะแย่...”

            “ไม่เห็นจะอ้วนขึ้นตรงไหน ก็เหมือนเดิม” พี่ชายใหญ่หรี่ตามองผมกว่าเดิม “แล้วตรงนั้นไปโดนอะไรมาทำไมเป็นแผล”

            ผมก้มมองใต้ท้องน้อยของตัวเองบริเวณเหนือท่องเนื้อกลางลำตัว “ก็พี่ทิมบอกว่าถ้าขนตรงนี้ขึ้นให้โกนออก วันก่อนมู่โกนแล้วมีดโกนมันก็บาด เจ็บมากเลย” ผมได้โอกาสอ้อนพี่ชายทันที “พี่ทิมมาโกนให้มู่สิ”

            เขามีสีหน้าที่พอใจขึ้นทีละนิด “ทำไมไม่ระวัง” ผมสังเกตได้ว่าแววตาสงสัยของเขาจางลงไปแล้ว “ถ้าอยากให้โกนให้ก็กลับมาที่นี่สิ เบื่อแอลเอได้แล้ว จะไปอยู่ทำไมนานนัก แล้วก็มาชอบบ่นว่านอนไม่หลับ”

            “ก็ไม่มีที่ไหนที่มู่จะหลับสบายเท่าบนตัวพี่ทิมแล้วนี่นา” ผมทำปากจู๋ใส่เขา

            “อย่ามาปากหวาน หนีพี่ไปอยู่แคลิฟอร์เนียเป็นปีๆแล้ว รีบกลับมาลอนดอนได้แล้ว”

            “มู่ชอบที่นี่นี่นา” ก็ที่นี่มีโรม ผมจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้นล่ะ ผมจะอยู่กับโรมที่นี่ เหตุผลนี้จะให้พี่ทิมรู้ไม่ได้เด็ดขาด “

            “ชอบแค่ไหนเดือนหน้าเราก็ต้องกลับมาที่บอสตันนะ งานรับปริญญาตรีของแดน ไม่มานี่มีเรื่องแน่”

            “มู่ไม่ลืมหรอกน่า กาบันทึกไว้แล้ว ของขวัญก็ซื้อแล้วด้วย พี่ทิมนั่นล่ะมีรึยัง” ผมแลบลิ้นใส่เขา จนนักธุรกิจหนุ่มคนเก่งหลุดหัวเราะออกมา

            “เตรียมแล้วสิ” พี่ทิมอมยิ้มจนผมอยากรู้เข้าไปใหญ่

            “พี่ทิมจะให้อะไรโมโม่ บอกมู่หน่อย”

            พี่ทิมยักไหล่นิดหน่อย “เครื่องบินเจ็ทส่วนตัว”

            “โอ้โห!!!” ผมแทบจะร้องลั่นบ้าน “มู่อยากเรียนจบปริญญาตรีบ้าง มู่จะจบพรุ่งนี้เลย ทำไงได้บ้าง!

            “พอเลยเจ้ามูมู่” พี่ทิมหัวเราะจนเสียงก้องทั่วห้องนอนของผม “ของเราน่ะเอาแค่จบไฮสกูลได้อยากได้อะไรก็มาขอแล้วกัน”

            “ผมอิจฉาโมโม่ชะมัด ทำไมถึงได้แต่ของเจ๋งๆนะ” อดทนหน้างอไม่ได้

            “ไม่ทำเสียงแบบนั้นสิ ไม่น่ารักเลย ตอนนี้ที่นั่นจะตีหนึ่งแล้ว รีบเข้านอนได้แล้ว”

            ผมเล่นแงใส่พี่ชายใหญ่อยู่อีกสักพักก็เดินไปเปิดหน้าจอแลปทอปแล้วเข้าโปรแกรมเดียวกับที่เปิดอยู่บนหน้าจอใหญ่ ใบหน้าของพี่ทิมก็ปรากฏอยู่บนแมคบุ๊คของผมอีกที่ ผมวางมันลงข้างๆเตียงที่ล้มตัวนอน มองพี่ชายใหญ่ที่กำลังโกนหนวดเตรียมจะไปทำงาน

            “พี่ทิม...” ผมเรียกเสียงยานคราง “ขอเงินหน่อย”

            “บัตรล่ะ” เขาถามผมกลับ

            “มันเต็มวงเงินแล้ว มู่บอกขอแบบแบล็คการ์ดพี่ทิมก็ไม่ยอมให้”

            “แค่นี้เราก็ใช้เงินเหมือนละลายทิ้งอยู่แล้วนะ” เขาส่ายหัว “พอก่อนเลย ยังมีเงินสดไม่ใช่เหรอ ใช้ไปก่อน เดือนนี้เราใช้เงินเกินลิมิตแล้วนะ”

            “ปะป๊า.......” ผมงัดลูกอ้อนอื่นมาใช้ “ปะป๊า....”

            “ไม่ต้องมาเรียกแบบนี้เลย ตัวแสบ”

            “ปะป๊าจ๋า” ผมทำหน้าอ้อนผ่านหน้าจอ “มู่อยากกินขนม แต่มู่ไม่มีเงินเลย ขอโมโม่ก็ไม่ให้มู่เลยสักเหรียญเดียว พี่ทิมอย่าใจร้ายกับมู่เลยนะ มู่จะร้องไห้แล้ว”

            “เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจดังจนลอดลำโพงผมออกมา “ให้มันได้แบบนี้สิ”

            ไม่เกินสามนาทีผมก็ได้ข้อความแจ้งเตือนบนมือถือว่ามีการโอนเงินข้ามประเทศมาสู่บัญชีของผมจำนวนสามหมื่นดอลล่าห์สหรัฐ ทำเอาผมนี่ยิ้มหวานเลย รีบยื่นหน้าไปจุ๊บหน้าจอหลายๆที “พี่ทิมน่ารักที่สุดเล้ยยยยยยย”

            “จะรักพี่ก็เฉพาะเวลาขอตังค์เท่านั้นล่ะ” เขาส่ายหัวไปมา “นอนได้แล้ว มันดึกแล้วครับ”

            “มู่จะนอนแล้ว พี่ทิมนั่งรอดูมู่หลับก่อนนะ โอเคมั้ย” ผมจัดแจงท่านอนให้สบายแล้วจึงจ้องมองพี่ชายที่กำลังแต่งตัวไปด้วย จ้องไปได้สักพักก็เริ่มง่วงแล้วล่ะ

            “อย่าเปิดแอร์แรงนักนะ เดี๋ยวตื่นมาจะคัดจมูก ถ้าจะนอนไม่ใส่เสื้อผ้าแบบนั้นก็ห่มผ้าดีๆด้วย”

            “มู่รักพี่ทิมนะ” ผมยิ้มให้คนที่อยู่อีกทวีปหนึ่ง

 

            “I love you too baby. Have a sweet dream”

          “Have a nice day my superman.”

 

            ผมส่งยิ้มสุดท้ายก่อนจะปิดตาลง เฮ้อ วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยชะมัด ผมอยากจะลุกไปเอาผ้าขนหนูของโรมมาวางไว้ใต้หมอนนะ มันน่าจะทำให้ผมฝันดี แต่ผมก็ไม่อยากเสี่ยงกับสายตาดีดุจเหยี่ยวของพี่ทิมซะด้วยสิ เอาเป็นว่าค่อยเริ่มทำในคืนพรุ่งนี้เป็นต้นไปดีกว่า

            คืนนี้หวังว่าโรมจะมีความสุขในวันเกิดของเขานะ ถ้าเขาชอบเค้กที่ผมเอาไปให้ก็คงจะดี เขาจะกินกี่คำนะ เขาคงไม่ใจร้ายหรอกน่า น่าจะกินจนหมดนั่นล่ะ ไหนจะของขวัญที่ผมตั้งใจทำเองกับมือนั่นอีก

            ถ้าเขาเห็นเขาจะต้องเห็นความจริงใจในความรู้สึกที่ผมมีต่อเขาแน่ๆ แล้วพอเราเจอกันครั้งหน้า เขาคงไม่ไล่ผมแบบวันนี้หรอก ผมแค่ต้องอดทนอีกหน่อย ทุกการรอคอยและทุกความพยายามมันมีค่าทั้งนั้น อีกไม่นานโรมจะต้องรับรักผมแน่ๆ ผมจะไม่ยอมแพ้หรอกครับ

            แต่คืนนี้มันเหนื่อยจริงๆ ผมคงต้องนอนพักเอาแรงเยอะๆ เผื่อจะได้เจอกับโรมในฝันบ้าง ถ้าเป็นแบบนั้นคงเป็นฝันที่โคตรดีเลยล่ะ สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งนะโรม ฉันรักนาย!

 

 

 

 





- - - - - - - - 



See You in Twitter with #LoDaeInCalifornia


- - - - - - - - 



"ห้ามแคปฉากล่อแหลมไปโพสในทวิตทุกกรณี"



- - - - - - - - 




Reference

 weheartit


Chapter Soundtrack

Pillow Talk - by Zayn Malik



- - - - - - - -


It is the longest part I've ever written! Hope you all enjoy it!

Merlin would be your favourite character, I swear! Believe me, you love him!

See you next chapter when this reaches more 200 retweets on Twitter!

(I meant 200 real accounts!) I will look forward for your comments!


love and respect

@suanjean





           

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #59 bbpw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 16:26
    สงสารน้องมู่มากๆเลยอะไรจะรักเค้าขนาดนั้นคะ ฮื่อออ สงสารจริงๆ



    พี่จีนสู้ๆ รออ่านตอนต่อไปอยู่น้าาาา
    #59
    0
  2. #57 UNIWHALE (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 18:05
    ถ้าเหนื่อยก็ไม่ต้องสู้แล้วมู่ ไปหาลุคเลย เราเชียร์อยู่ ไปค่ะ โกโก
    #57
    0
  3. #55 bambi_salmon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 02:55
    โถมู่น้อยยยย T-T
    #55
    0
  4. #52 pkbbic (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 22:07
    แง่มๆ ไปหวีดในเเท็กมา จะมาเม้นจริงจังในเด็กดี55555555555 สมกับเป็นเมิร์ล ทั้งตอนมีแต่โรมและพี่ชาย55555555 แต่ถึงฉากบรรยายจะมีน้อยแต่ก็บรรยายให้เห็นภาพได้เหมือนจริงอย่างเคย รวมถึงฉากพี่โรมเต้น ในมุมมองของพี่โรมก็ว่าเข้าถึงแล้ว ในอารมณ์คนดูก็อีกแบบนึง แต่ก็เข้าใจในความรู้สึกเมิร์ลได้ไม่ยาก ขัดใจอยู่อย่างเดียว ความเดียงสาของเมิร์ลเนี่ยแหละ เด็กน้อยจริงๆ5555555555555 หวง ลุคมาเล่นเเบบนั้นเเล้วยังไม่รู้เรื่องอีก พี่ทิมด้วยขี้หวงน้องแบบเราหวงเมิร์ลไปได้! -..- และถึงพี่สวนจีนจะบอกว่าตอนนี้ยาวแต่นี่กลับรู้สึกว่าสั้นมาก.. อาจจะเพราะการดำเนินเรื่องของเมิร์ลเข้าใจง่ายสไตล์เด็กๆ(?) ต่างจากพี่เจคที่บรรยายผู้คนมากมาย คุณแดนกับสถานที่ความรู้สึกต่อสิ่งรอบตัว หรือพี่โรมที่ถึงแม้จะคล้ายกับเมิร์ลแต่ก็พูดถึงอะไรรอบตัวมากกว่าและเป็นผู้ใหญ่กว่า ซึ่งโอเคเลยค่ะ เป็นคาแรกเตอร์ของตัวละครที่ชัดเจนอย่างที่พี่ตั้งใจไว้จริงๆ ชอบมากนะคะ ? รอที่ท่าน้ำเสมอออ -..-
    #52
    0
  5. #50 PrimiePrim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 10:14
    ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกนะมู่ ตื๊อเข้าไปค่ะซักวันพี่โรมต้องใจอ่อน แต่ก็สงสารนาง ฮืออออ เจ็บมาไม่รู้เท่าไหร่ สู้ต่อไปนะเมอร์ลิน พี่โรมนี่ก็ใจแข็งเหลือเกิน สงสารมู่ ใจร้ายมากกกกกกกกก ไม่หวั่นไหวบ้างเหรอ ใครๆเค้าก็รักน้องมู่คนน่ารัก แต่โรมคงชอบคนแซ่บมากกว่าอ่ะเนอะ5555555 แต่ลุคนี่ก็แซ่บนะ เป็นหมอนข้างแน่เหรอ แน่เร๊อะ!?! ส่วนพี่ทิมนี่หวงน้องเหลือเกิน หวงขนาดนี้มาอยู่กับน้องเลยค่ะ ให้น้องไปอยู่ด้วยดูเหมือนยาก5555 อ่านไปก็หมั่นโรมไป ใจร้ายเหลือเกิน ใจร้ายอีกรอบบบ ใจร้ายยยยย แงงงงงงง อ่านไปก็คิดแบบ ใจแข็งนักก็อย่ามาหลงสเน่ห์น้องมู่บ้างนะ หึ แอบหวังให้โรมต้องตามตื๊อน้องมู่ต้อยๆบ้าง(จะมีโอกาสมั้ย555) หมั่นโรม อยากให้โดนเอาคืนบ้าง5555555
    #50
    0
  6. #49 ploy-p-ploy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 01:42
    ขัดใจจจจจจจจจจจจจจจจจจจ โอ๊ยยยยยย ขัดใจจจจจจจจจจจ
    ไม่ไหวแล้วววววววว แต่แบบ จะโมโหก็โมโหไม่สุด
    ยัยมูมมองโลกในแง่ดีแบบไม่ไหวแล้ว สงสารก็สงสาร ขำก็ขำ
    แต่แบบ ตอนที่ดูโรมเต้นอ่ะ คือขำไม่ออกเลยนะ แบบ
    อย่างตอนเข้าไปในบาร์แรกๆ ก็แบบ เออตลก นางโก๊ะดี
    แต่พอมาบรรยายถึงโรมอ่ะ โหยคือแบบ นี่ว่าไม่ไหวแล้วอ่ะ
    ผมนี่เหลือกตามองบนแบบพี่ลุค แงงงงงงงงงง มันมากไปปป
    คือสงสารอ่ะ เมิร์ลแบบ คิดถึงแต่โรมจริงๆ โรมโรมโรมโรม
    ในขณะที่โรมแม่ งคิดถึงแต่อลิซอ่ะ โอ๊ย โมโหหหหหหหห
    โมโหหหหหหหหหหหห อย่างอิพี่โรมนี่ต้องให้โดนหนักๆ
    เอาให้ทนไม่ไหว กระวนกระวายใจ คิดถึงแต่น้องเมิร์ล!
    แต่เอาจริงพาร์ทมู่นี่น่ารัก ฮือ ชอบความน่ารักของนาง
    รักนาง แง ทำไมอิพี่โรมไม่รักนางบ้างเลยวะ
    ใครๆ เขาก็รักในความน่ารักของนางกันทั้งนั้น!
    ยิ่งเรื่องเค้กกับของขวัญนะ โหย โหยยยยยยยยยยยยย
    ใจร้ายมากอ่ะ จริงๆนะ ใจร้ายมากกกกกกกก เมิร์ลตั้งใจมาก
    แต่โรมอ่ะ ไม่รู้ดิ ตกลงยังไง เหมือนจะสนใจแต่ก็ไม่สนใจ
    หรือความจริงแค่สนใจเพราะว่าเมิร์ลเป็นเด็กอายุสิบห้า
    แบบ ยังเด็กเกินกว่าจะมาที่แบบนี้ สนใจตามภาษาเพื่อนมนุษย์
    ถ้าเป็นแบบนั้นจะยิ่งโมโหหนักเลยนะคะ /พ่นไฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    เมิร์ลน่ารักขนาดนั้นอ่ะ คือแบบ เฮ้ยมันก็ต้องรู้สึกไรบ้างดิ
    แบบอ่ะเออต่อให้ยังไม่หลงไม่ชอบไม่รักอะไรขนาดนั้น
    ก็น่าจะเอ็นดูน้องบ้างอ่ะ นี่แบบ ไล่อย่างเดียว ตัดบททุกอย่าง
    เมิร์ลก็มองโลกแง่ดีจนแบบ ฮืออออ กลับบ้านเรานะคะลูก
    แล้วสรุปน้องเมิร์ลก็ไม่ได้กินข้าวเย็นนะคะ เฮ้อ สงสารอ่ะ
    ยิ่งเวลาเมิร์ลแบบคิดนู่นคิดนี่ว่าเดี๋ยวจะไปทำกับโรมไรงี้
    โห ไม่ไหวล่ะ อยากกอดอยากปลอบ แต่เอาจริงถ้าเป็นคนอื่น
    โดนขนาดนี้น่าจะถอดใจไปแล้วอ่ะ เมิร์ลคือสู้มาก
    สู้แบบสู้มากๆ เมิร์ลคะ หนูคือไฟท์เตอร์ ยอมใจ
    พับเรื่องน่าโมโหไปแล้วมาพูดประเด็นที่ทำให้กรีดร้องดีกว่า
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด กรี๊ดดดดดดดด
    หนูนั่งทับเอวเพื่อนทั้งๆ ที่ไม่ใส่เสื้อผ้ากันทั้งคู่แบบนี้ไม่ได้นะคะ
    ฮือออออออออออออออ ไม่ไหวแล้วววววววว แงงงงงงงงง
    ผมนี่ #ทีมลุค ไม่สิ ไม่ต้องทีมลุคแล้ว ขนาดนี้แล้ว 
    ไม่ต้องเขียร์แล้ว ได้แล้วเนี่ย ฮือออออ (ได้อะไร..)
    มันแบบฟหหกดดดเาสดกากาากกวดดสดสกสสกสกดมาก!
    ฮืออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    ไม่ใช่พี่ชายแล้ว แบบนี้ไม่ใช่พี่ชาย ม่ายช่ายยยยยยยย
    ชอบเขาใช่มั้ยลุค ชอบมั้ยยย ชอบมั้ยยยยยย แงงงงงงง
    ชอบเลย เอาเลย เอาเลยยยยยยยยยยยยยยยย โอ๊ย รัก
    มีความพีคกว่าของโรมนะคะ เอ๊ะ พีคกว่าป่ะ ไม่รู้
    รู้แต่แบบ ถ้าผู้หญิงของโรมแซ่บ ผู้ชายของมู่ก็แซ่บเหมือนกัน!
    #%^฿&@€*^}#€!!! ไม่ไหวแล้ว ฮือออออออออออออ
    ไม่รู้ว่าทุบหมอนไปทั้งหมดกี่ครั้ง แต่ทุบหนักมาก 
    ฮืออออออออออออ ดีงามมากกกกก แงงงงงงงงงงงง
    ชอบเมิร์ลแน่ๆ ชอบแน่ๆ ชอบแน่ แง! ตอนแรกนะ 
    เออคงแค่ถอดเสื้อมั้ง สักพักอ้าวเฮ้ยไม่ใช่ ผมนี่แบบ 
    ฮือออออออออออ ยิ่งพอตอนหลังที่แบบมู่ง้อแล้งหยอกกันนะ
    โอ๊ยยยยยยยยย พี่คะะะะะะ ขนาดนี้แล้ววว ขนาดนี้แล้ววววว
    ยิ่งตอนที่คุยกันเป็นภาษาอังกฤษตรงช่วงนั้นอินี่แบบไม่ไหวแล้ว
    สติหลุด แงงงงงงงงงงงงงงง ชอบเมิร์ลแน่นอน ฮืออออ
    เดา ชอบเมิร์ลแต่เมิร์ลแบบชัดเจนมาก เพื่อนคือเพื่อน
    คือแบบถึงจะยอมให้ทำนู่นทำนี่แต่เพื่อนคือเพื่อน
    ลุคเลยอาจจะแบบเออจำยอมอยู่ในสถานะเพื่อนไปก่อน(ก็ได้วะ)
    ไรงี้ ป่ะ เพราะไม่งั้นเมิร์ลก็จะไม่ให้เข้าใกล้แบบที่เคยทำ
    ปรากฏ มั่ว ไม่ใช่ค่ะ 555555555555555 สงสัย เมิร์ลอ่ะ
    คือตกลงรู้มั้ย ว่ามันแบบ มันไม่ใช่เรื่องที่เพื่อนเขาทำกันอ่ะ
    (รวมทั้งของพี่ทิมด้วย มันไม่ใช่เรื่องที่พี่ชายน้องชายทำกัน)
    เอ๊ะหรือฝรั่งเขาจะฟรีเรื่องพวกนี้.... แต่แบบ เฮ้ยมันเยอะนะ
    แบบว่าถ้าแค่แก้ผ้านอนไรงี้ก็ยัง(พอจะทำใจมองให้)ปกติได้อ่ะ
    แต่เรื่องหลังจากนั้น...... /จะบอกว่าตอนยกขาพาดบ่าหนูตกใจมาก
    มากกกกกกกกกกกกกกกก (แล้วก็กรี๊ดด้วย 55555555555)
    สงสียแค่ว่าเมิร์ลคิดว่าคนอื่นเขาก็ทำกันเลยให้ทำ
    หรือเมิร์ลคิดว่าเพราะสนิทกันเลยทำแบบที่คนอื่นไม่ทำกันได้
    งงมั้ย 555555555555555 ไม่รู้อ่ะ แต่แบบ แซ่บเว่อร์ไม่แพ้ของโรม
    แหม วันไหนอิพี่โรมหลงรักน้องขึ้นมานะ อยากจะลากมาแอบดู
    เอาให้อกแตกตายไปเลย! 5555555555 แต่ชอบพาร์ทนี้อีกอย่าง
    ตรงที่มันแบบแสดงความน่ารักของเมิร์ลเยอะมากกกกกกก
    แล้วเมิร์ลดูน่ารักแบบที่เป็นตัวเองอ่ะ เป็นคนนาารักอยู่แล้ว
    ไม่ได้มาพยายามทำตัวน่ารัก แล้วทุกคนก็รักแล้วก็เอ็นดูอ่ะ ชอบ
    แล้วเมิร์ลก็มีความเป็นเด็กสูงมากกกกกกก น่ารักดี 55555555
    อ่านแล้วก็รู้สึกว่าเป็นเด็กไปด้วยเลยอ่ะ แบบสัมผัสได้ถึงความน่ารัก
    ความเอาแต่ใจ ความเป็นเด็กดื้อ 5555555555555
    จะไม่พูดถึงคนนี้ไม่ได้เลย พี่ทิม อื้อหืออออออออออออออ
    ไม่ใช่ย่อยเลยนะคะ นี่ถ้าไม่ใช่พี่นะ ถ้าไม่ใช่พี่นะ!
    ประเด็นคือเป็นพี่ไง แล้วหวงน้องแบบเว่อวังมากกกกกกก
    มู่ไม่หลอนแต่นี่หลอนค่ะ ใจคอพี่จะให้หน้าตัวเองอยู่ทุกที่เลยรึ
    55555555555555555555 แต่มู่ก็ชอบนี่เนอะ นางขี้เหงา
    แต่แบบ แหม การรายงานตัวกับพี่ทิมนี่ทำหัวใจจะวายรอบสอง
    (รอบแรกเป็นของลุคนะคะ เกือบตั้งรับไม่ทัน รุนแรงกับใจเหลือเกิน)
    คำถามคือนางจะปิดเรื่องโรมกับพี่ทิมได้อีกนานแค่ไหน 5555555
    เออแต่ก็ปิดมาจะสองปีแล้วเนอะ เก่งนะ แบบ ตอนอยู่กับลุคอ่ะ
    พูดถึงโรมแทบจะทุกคำเลย แต่พออยู่กับพี่ทิมไม่หลุดสักแอะ
    55555555555555 รอวันที่พี่ทิมมาลุยอิพี่โรมนะคะ เลิ้บ
    คำถาม(อีกแล้ว) มีความสงสัย ยัยมู่นี่..... เคยรึยัง /ตบปาก
    แง ก็แบบ แหม แต่ละคนรอบตัวดูพร้อมจะงาบมู่อ่ะ
    (ส่วนคนที่มู่อยากให้งาบมันไปงาบอลิซอยู่นะคะ โอ๊ย โมโห)
    เอาเป็นว่า นับวันรอวันที่อิพี่โรมจะหลงน้องจนทนไม่ไหว
    จะมีวันนั้นใช่มั้ยคะ 55555555555555555 
    ขอบคุณที่แต่งฟิคเรื่องนี้ให้อ่านนะคะ สนุกมากดีมากชอบมาก
    ปล.ของขวัญของยัยมู่คืออะไรน้าาาา?
    #49
    0
  7. #48 Z.nik (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 00:23
    ฉันยังรอวันที่พี่โรมจะตามตื้อยัยมูมู่อยู่นะ
    แต่ตอนนี้พี่โรมคือใครฉันไม่รู้จัง รู้จังแต่ลูคัสหมอนข้างน้องมู่อะ 555
    #48
    0
  8. #47 The First in December (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 23:18
    ถึงมู่ : อย่ายอมแพ้นะมูมู่ นายต้องสู้ๆๆๆ สู้ต่อไป
    ถึงโรม : คนใจร้าย หลงอลิสซินะ แล้วจะเสียใจ ฮึ
    ถึงสวนจีน : เป็นฟิคที่เร้าร้อนมาก ชอบที่สุด ติดงอมแงมเลย รีบอัพตอนหน้าไวๆน๊าาา จะลงแดงตายละค่า55555
    #47
    0
  9. #46 น้ำจิ้มหวาน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 22:39
    มู่ ทำไหมนายาขนาดนี้ เจ็บขนาดนี้ไม่เหนื่อยหร่าาาา
    #46
    0
  10. #45 TeB_B (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 22:33
    ยัยหนูของพี่ โดนเขาแอบลักยังไม่รู้ตัวอี๊ก ใสซื่อเกินไปแล้วยัยเด็กอายุ15 โอ้ยเอ็นดูแรง ความรักของน้องเค้ามันมีอำนาจมืดแฝงอยู่ค่ะ5555555 ส่วนเมนฉัน โดนน้องถอนตังค์บ่อยใช่มั้ยเนี่ยพ่อคุณ รักน้องมากล่ะซี่ เลี้ยงน้องดีๆนะ อย่าให้ใครมาทำร้ายน่า~
    #45
    0
  11. #44 Chocomint (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 22:23
    ฟินมากกกกกกกกกก มีแต่คนรุมรักมูมู่ โรมนี่แหละ ใจร้าย ไม่รักน้องเลย

    จริงๆตอนนี้ไม่สนใจละพี่โรมเนี่ย ยกมูมู่ให้พี่ทิมค่ะ หรือจะลูคัสดี ถ้าตัดสินใจไม่ได้ก็จะเก็บไว้เอง

    เมิร์ลน่ารักมากกกก น้องแก่แดดแต่ไร้เดียงสามาก อยากตะเป็นหลัวน้อง

    (เป็นคนเดียวรึป่าวที่อ่านแล้วไม่อยากเป็นเมียใครแต่อยากเป็นหลัวน้องมูมู่)
    #44
    0
  12. #43 Peanutsu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 22:21
    ตั้งเเต่ตอนที่เเล้วละนะที่มู่อุตส่าเอาของขวัญไปให้โรมเเต่โรมไม่เอาเนี่ย ละยิ่งเป็นของทำเองจากมือของคุณหนูยิ่งเเบบ โรม เปิดใจรับมู่หน่อยน้า ;-; น้องเขาทุ่มเทเป็นเธอมากเลยนะ
    #43
    0
  13. #42 kwanjira8699 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 22:05
    ลุค...ทำไมนายทำกับมู่เราแบบนี้!! มู่ก็ซื่อจังไม่รู้สึกไรเลยจริงดิ หรือรู้สึกกับพี่โรมคนเดียว โถ่วเด็กน้อย~ พี่ทิมก็ห่วงน้อยเกิน แต่รวยมากเลย
    #42
    0
  14. #41 Pattia1788 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 22:03
    หูยยยยยยยตอนนี้อย่างแซ่บค่ะน้องมู่ทำไมหนูแก่แดดจังเลยยยยละ ทำไมยิ่งอ่านก็ยิ่งหลงมู่

    หนูมีความตั้งใจมากค่ะลูกตื้อเข้าไปค่ะ บอกก่อนเลยมู่ของเรานี้มีทีเด็ดนะครับ ส่วนลุคนี้ตกลงแค่เพื่อนเองหรอออมู่หนูไม่สนนายแบบหรอคะสนแต่อิพี่โรมนั้นอยู่ได้ เอาจริงๆๆเรานับถือมู่มากเลยนะแอบรักพี่โรมมาทั้งสองปี ขนาดสองปียังรอมาแล้วจะรออีกก็ไม่เป็นไรเนาะ ถึงแม้ว่ามู่จะแก่แดดแต่ทำไมรู้สึกว่าน้องไร้เดียงสา??? ส่วนพี่โรมก็ยังคงทำร้ายจิตใจน้องมู่เหมือนเช่นเคย

    ระวังนะโบราณท่านว่าเกลียดอะไรก็จะได้อย่างนั้นอิอิรอวันที่อิพี่โรมหลงมู่ พี่ทิมตอนนี้เลอค่ามากค่ะปังมากกกกหล่อและรวยมากกกกเปลี่ยนทีมทันไหมค่ะ5555

    ถึงสวนจีนคนสวย ขอบคุณที่แต่งฟิคสนุกๆๆให้อ่านนะคะ เราชอบการบรรยายใช้ภาษาสวยอ่านปับภาพขึ้นมาเป็นฉากๆๆเลยทำให้มโน อ่านง่ายยยขึ้น เราเป็นกำลังใจให้สวนจีนนะ สู้ๆๆ มีความอยากอ่านทุกวันเลยยยฮ่าา เลิฟฟฟฟนะสวนจีน
    #41
    0
  15. #40 ahcit.n (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 22:00
    สงสารน้องมูมู่จังค่ะ .../ซับน้ำตา มันไม่หน่วงแต่นี่วงวารยัยน้องเหลือเกิน ทำดีแต่เขาไม่เห็นค่า แง เมื่อไหร่ตาพิโรมจะรับรักยัยน้อง สองปีที่ผ่านมาเห็นความรักของน้องบ้างมั้ยคะ แต่คนๆม่รักก็คือไม่รักอะเนาะ ตัดมาที่ลุค คือนี่ไม่โอเคคคคคค ไม่โอเคจริงๆ หวงมู่มาก มาทำกับมู่แบบนี้น้องดูเปลืองตัวยังไงก็ไม่รู้อะ แง ดีที่น้องมู่ไม่เล่นด้วย อยากให้น้องเก็บครั้งแรกไว้ให้พี่โรม ดีแล้วค่ะที่น้องบอกลุคไปว่าไม่ชอบ เป็นผู้ชายเหมือนกันก็จริงแต่เราก็ต้องหวงตัวเนาะลูกเนาะ ถ้าพี่ทิมรู้ลูคัสจะต้องโดนระเบิดกัวเป็นจุนแน่ มั่นใจ ! 555555555555 เพราะงั้นทีหลังอย่าทำแบบนั้นกับมู่น้า นอนกอดนางก็พอววววว
    #40
    0