BAP :: See You In California [LODAE]

ตอนที่ 2 : #LoDaeInCalifornia : 1 : Romeo Part : Move to California

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 639
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    18 ก.ค. 59

(c)              Chess theme
 






“I want a person who comes in by accident, and stay on purpose.”

 


 

            “สุขสันต์วันเกิดปีที่ 22 นะ โรมีโอ อาเธอร์  กอนซากา ชอยผมเอ่ยคำอวยพรให้กับบุคคลภาพสะท้อนในกระจกที่กำลังจ้องมองอยู่ ใบหน้าของคนที่สบตากลับมานั้นเป็นเพียงความเฉยชาและไม่ยินดียินร้ายกับ

ถ้อยคำปรารถนาดีนั้นสักเท่าไร

           

            วันเกิดงั้นเหรอ...มันสำคัญน้อยกว่าความที่ว่าวันนี้ผมจะกอบโกยเงินได้มากกว่าวันอื่นๆเพราะตรงกับวันเสาร์เสียอีก

 

            แต่จะว่าไปก็ไม่ได้ยินเสียงเรียกชื่อเต็มของตัวเองมานานแล้วสักพักเหมือนกัน ครั้งล่าสุดอาจจะเป็นวันนี้เมื่อปีที่แล้วก็ได้ ขณะที่ผมกำลังยืนแต่งตัวเช่นวันนี้ และกล่าวคำอวยพรแห้งๆแบบนี้เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วด้วย เวลาหนึ่งปีนี่ผ่านไปไวจริงๆ

            ที่ผมเอ่ยถึงชื่อจริงนั่นก็เพราะหากทำเอกสารอะไรทั่วไป ผมก็จะใช้เพียงชื่อโรมีโอ ชอย คนทั่วไปรู้จักผมในนามว่าโรม และเรียกกันแบบนี้จนชินปากมาหลายปีแล้ว ในเมืองแห่งนี้อาจจะแทบไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่านั่นเป็นภาษาอิตาเลียน ส่วนชื่อภาษาอังกฤษของผมคืออาเธอร์ คนละแวกนี้ล้วนคิดว่าผมเป็นส่วนผสมระหว่างเกาหลีและคนพื้นเมืองอะไรสักเชื้อชาติในอเมริกา หรือก็อาจจะเป็นทางสเปนเสียด้วยซ้ำ ซึ่งผมก็มักจะไม่เสียเวลาอธิบายเพิ่มเติมด้วย

            พวกเขาคาดเดาถูกเพียงครึ่งเดียวว่าผมมีเลือดในตัวครึ่งหนึ่งเป็นแถบเอเชียจากเกาหลีใต้ หากแต่อีกครึ่งหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างและไม่ได้ทำให้ผมภาคภูมิใจอะไรกับมันสักเท่าไรนักนั้นคืออิตาเลียนต่างหาก ไม่ใช่ละตินหรือแถบเทือกสเปน ผมเกิดบนเกาะซิซิลี สืบทอดรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง แขนขายาว หากได้ได้ผิวขาวซีดและดวงตาชั้นเดียวจากฝั่งเอเชีย ผมอาจจะดูกลมกลืนกับชาวจีนที่แทบจะมีอยู่ทุกมุมเมืองของที่นี่แล้วก็ได้ หากว่าดวงตาของผมนั้นจะไม่ใช่สีฟ้าแบบนี้ และนั่นก็ทำให้ผมดูแปลกแยกมากขึ้นไปอีกล่ะ

            ผมถอนหายใจแล้วส่ายหัวเล็กน้อย เอาเถอะ นี่มันเพิ่งจะบ่ายสองของวันเสาร์ ผมไม่ควรทำให้ตัวเองหดหู่ด้วยการคิดถึงเรื่องเก่าๆ มันไร้สาระและเปลืองเวลาบวกพลังชีวิตมากเกินไป อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันจบไปเถอะ ผมไม่คิดจะพันผูกอะไรเอาไว้อีกแล้ว

            ข้างนอกมีเสียงเอะอะลอดเข้ามาให้ได้ยินอยู่เนื่องๆ ผมเดาว่าเพื่อนบ้านจอมขยันของผมคงจะหาเรื่องทะเลาะกับสามีตามที่ทำเป็นประจำ แต่ถึงจะโต้เถียงกันบ่อยๆ ก็ต้องนับถือที่แต่งงานกันมาได้เกือบสามสิบปีแล้ว แถมยังปฏิบัติกับผมอย่างดีเสมอด้วย






            ผมเดินไปยังห้องนั่งเล่นตรงกลางบ้าน ซึ่งความจริงแล้วบ้านหลังนี้ของผมไม่ได้ถูกแยกเป็นสัดส่วนขนาดนั้นหรอก ดูจากขนาดของมันแล้ว จะให้ทำแบบนั้นก็คงจะเป็นเรื่องยาก แต่หากเปิดประตูเข้ามาก็จะเจอทางเดินเข้ามาสู่ตรงกลางบ้านแบบนี้ จากนั้นด้านขวาก็จะมีห้องนอนสองห้องของผมกับแม่ ไปด้านหลังคือห้องครัว นอกบ้านหลังนี้ยังมีสวนขนาดย่อมๆอยู่โดยรอบ ซึ่งยอมรับเลยว่าการต้องคอยดูแลพวกมันทุกต้นนี่ล่ะเป็นงานใหญ่ในชีวิตของผมเลย


            ผมลังเลอยู่เล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องนอนของแม่ ยกมือขึ้นเคาะประตูแบบที่เคยทำประจำ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปพบกับห้องที่ว่างเปล่า ผมเหลือบมองผ้าปูที่นอนสีไข่ไก่บนเตียงนอนที่ผมดูแลอย่างดี ไม่ยอมให้ฝุ่นมาเกาะ ข้าวของต่างๆก็ยังวางอยู่ที่เดิมไม่มีการเคลื่อนคล้ายใดๆสักครั้ง

            ผมค่อยๆก้าวเท้าหยุดอยู่หน้าผนังที่มีกรอบรูปขนาดใหญ่กว่าเอสี่เล็กน้อยแขวนอยู่ ใบหน้าของผู้หญิงที่ผมเชื่อว่าในโลกของผมเธอสวยที่สุดแล้วจริงๆ อาจจะเป็นเพียงผู้หญิงคนเดียวก็ได้ที่ผมนึกชมแบบนี้ ดวงตาเปล่งประกายพร้อมรอยยิ้มที่ชวนชิดใกล้ น่าจะถูกถ่ายตอนที่เธอยังเป็นวัยรุ่น แต่ที่แน่ๆก็คงก่อนจะตั้งท้องเขาแน่ๆ

            ผมจ้องใบหน้าของเธอจนรู้สึกว่าดวงตาทั้งสองข้างของตัวเองสั่นระริก ก่อนที่จะปล่อยให้มันไหลลงมาผมกลับเลือกเคลื่อนใบหน้าไปกดจูบที่แก้มของเธอแทน ความเย็นของกระจกใสกระทบกับปากผม ช่างแตกต่างจากไออุ่นของแก้มจริงที่ผมเคยได้กลิ่นความหอม “วันนี้วันเกิดของผมนะครับแม่ ขอบคุณที่ทำให้ผมเกิดมา”

            ผมยืนค้างนิ่งอยู่แนบนั้นอยู่หลายนาที มือเอื้อมไปลูบไล้ชุดกระโปรงสีขาวที่แขวนอยู่ข้างๆอย่างทนุถนอม ผมมักจะเห็นแม่สวมมันบ่อยๆในวันหยุด เอ่ยปากให้ผมไปรดน้ำต้นไม้ ทำความสะอาดห้อง หรือเก็บของออกจากตู้เย็นหากมันหมดอายุแล้ว บ้านเล็กๆบนเนิของเราแห่งนี้ มันคือเงินของแม่ทั้งหมด เป็นเพียงสมบัติชิ้นเดียวที่เหลือไว้ให้ผม คือสถานที่ๆผมอยู่มาตั้งแต่จำความได้ เราไม่เคยไปพักที่อื่น อยู่ภายใต้หลังคาสีแดงอิฐแห่งนี้ ใต้ร่มเงาของแสงแดดแห่งมาลิบู สวรรค์บนดินในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย

            “ผมอายุครบ 22 ปีแล้วนะครับ หล่อขึ้นมาด้วย” ผมหัวเราะให้กับประโยคแสนทระนงตัวนั้น “แม่กำลังมองดูผมอยู่ใช่มั้ย ภูมิใจกับลูกชายคนนี้บ้างมั้ย แต่ชีวิตผมมันก็ยังธรรมดาเหมือนปีก่อนๆล่ะครับแม่ ปีหน้ามันก็คงจะเป็นแบบนี้อีก ผมก็มีความสุขดีนะครับ แต่วันไหนที่คิดถึงแม่มากๆก็ยังแอบร้องไห้บ้าง แม่ล่ะครับ บนฟ้านั่นสบายดีมั้ย แต่จะไปสบายได้ยังไงล่ะเนอะ ไม่มีผมคอยกวนให้แม่บ่นนี่นา” ผมยิ้มน้อยๆให้กับดวงตาของเธอ “ผมรักแม่นะครับ รอผมด้วยนะ สักวันผมจะตามไปครับ”




            ผมเดินกลับออกมาด้านนอกเมื่อได้ยินเสียงทุบประตูบ้านรัวๆ ถอนหายใจหน่อยๆเพราะรู้ดีว่าจังหวะการเคาะประตูแบบนี้คงจะมีอยู่เดียว ผมเปิดประตูออกไปก็เจอเข้ากับอลิเซีย ลูกสาวคนเล็กของคู่สามีภรรยาที่ทะเลาะกันโครมครามอยู่ เธอโตกว่าผมไม่กี่เดือนเราจึงเป็นเหมือนเพื่อนกัน พี่ชายของเธอชื่อไมเคิล เป็นหมอประจำโรงพยาบาลของที่นี่ “ไง...อลิซ”

            “แม่ฉันให้เอามื้อเช้าที่ตอนนี้คงเป็นมื้อบ่ายแล้วมาให้นาย รวมทั้งสารพัดของกินมายัดใส่ตู้เย็นโล่งๆของนายด้วย” เธอพูดก่อนจะเดินแทรกตัวเข้ามาในบ้าน เดินตรงไปยังที่ครัวอย่างคุ้นเคย ผมเหลือบมองชุดที่เธอใส่ เสื้อกล้ามสีเหลืองที่เล็กจนเหมือนมันหดตอนซักหรือยังไง และประโปรงจีบสีดำที่สั้นเสียจนทุกจังหวะที่เธอก้าวเดินนั้นผมเห็นผิวแก้มก้นเธอได้โดยไม่ต้องช้อนสายตาเลย

            “ฝากขอบคุณป้ามอลลี่ด้วย บอกว่าฉันจะกินให้หมดอย่างดี” ผมเอ่ยขึ้นที่เธอก้มตัวลงจัดเข้าให้เข้าที่ในตู้เย็นอย่างคล่องแคล่ว ก็แน่ล่ะ เธอทำแบบนี้มาเป็นสิบปีแล้วนี่นา ตั้งแต่ตอนที่แม่ผมยังอยู่ เธอก็เป็นลูกมือที่ดีในครัวของแม่ผม “วันนี้ลุงนิโคลัสทำอะไรผิดอีกล่ะ”

            “พ่อจอมงี่เง่าของฉันเอาเงินเดือนที่เพิ่งออกไปซื้อให้เครื่องมือตัดหญ้าโง่ๆมาน่ะสิ สมควรแล้วที่จะโดนด่า ทำเหมือนสวนหน้าบ้านเราใหญ่เป็นพระราชวังอย่างนั้นล่ะ” เธอพ่นลมหายใจ

            ผมหัวเราะเมื่อนึกภาพว่าลุงนิโคลัสแสนซื่อคงจะโดนพวกข้างถนนหลอกขายของเกินราคามาอีกแล้วสินะ “แล้ววันนี้ป้ามอลลี่ทำอะไรกิน” ผมเดินไปยังอ่านล้างจานที่มีอาหารพร้อมกินวางอยู่ อลิซแยกมันออกมาจากพวกที่จะเก็บใส่ตู้เย็น

            “แม่บอกว่าเพราะวันนี้เป็นวันเกิดนาย ก็เลยทำของที่นายชอบมาให้” เธอปิดตู้เย็นแล้วเดินมานั่งบนชั้นวางข้างๆอ่างล้างจานที่ผมยืนอยู่ “ซุปฟักทองกับแซนวิชอกไก่ใส่ซอสทาท่าไง ฉันทำซอสเองเลยนะ” เธอยกยิ้มอย่างภูมิใจ

            “ขอบใจ ฉันหวังว่ามันคงจะอร่อยนะ” ผมยกมือตีฝ่าเท้าที่ซุกซนของเธอเมื่ออลิซยกมือขึ้นมาสีอยู่รอบๆเอวและสะโพกของผม ทรงผมของเธอยาวตรงประมาณบ่า สีน้ำตาลเข้ม เคยมีพักหนึ่งเธอย้อมเป็นสีทองแต่สุดท้ายก็กลับมาเป็นสีนี้ ด้วยทางสีน้ำตาลอมทอง ริมฝีปากที่แดงเหมือนผลเชอร์รี่น่าจะเป็นจุดเด่นที่สุดบนร่างกายของเธอแล้วล่ะ หากไม่นับบรรดารอยกระสีน้ำตาลแดงที่กระจายอยู่ทั่วใบหน้าขาวๆนั่นนะ

            “ต้องอร่อยสิ แต่ไม่อร่อยเท่าฉันหรอกนะ” เธอยิ้มอีกและผมรู้ดีว่ารอยยิ้มนี้มันสื่อความหมายต่างออกไป เธอเดินตัวไปข้างหลังเล็กน้อยโดยใช้แขนและข้อศอกยันตัวไว้ไม่ให้หงายหลัง สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าของผม “อย่าคิดนานสิโรม...ทำเหมือนไม่เคยไปได้”

            “จะเดินออกมาจากบ้านเธอก็ควรจะใส่บราสักหน่อยนะ” ผมละมือจากกล่องอาหารพร้อมทาน ขยับมาใช้สองแขนกักกันรอบตัวเธอแทน ก้มหน้ามองเสื้อสีเหลือสดสกรีนตัวอักษร ‘SUNSHINE’ สีดำ “คนแถวนี้คงจะเห็นหัวนมเธอหมดแล้วล่ะมั้ง” ผมก้มหัวลงไปกัดงับมันทีละข้าง และได้ผลเธอหัวเราะคิก

            “ทำไมมาหวงเอาป่านนี้่ล่ะ ฉันแก้ผ้าเดินในบ้านนี้ออกจะบ่อย เรายังนั่งซักกางเกงในให้กันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ หนุ่มน้อย” เธอเอ่ยเสียงล้อ พร้อมยกมือขึ้นลูบข้างแก้มของผม กดปากสีแดงนั่นลงบนริมฝีปากของผม และเป็นอีกครั้งที่ผมต้องยอมรับว่าลิ้นของอลิซยังยอดเยี่ยมเช่นเคย สองมือของเธอประคองรอบแก้มทั้งสองข้างของผม “Happy birthday my boy, hope you enjoy your life in this xing world.” ปลายจมูกของเธอขยับยุกยิกอยู่บนปลายจมูกของผม

            “ฉันเปล่าหวงสักหน่อย” ผมหัวเราะ “แค่คิดว่าเสื้อเธอมันดูตัวเล็กไปจนใกล้จะปริแล้วต่างหาก ถ้าใส่เสื้อตัวนี้เธอก็ยังจะยัดบราเข้าไปเพิ่มไม่ได้หรอก”

            “ทำเป็นพูดไป” เธอย่นคิ้วคล้ายกำลังหาคำพูดมาเอาชนะผม “แต่ทุกครั้งที่ฉันใส่มา ก็เป็นเธอเองไม่ใช่เหรอที่เข้ามาวอแวให้ฉันถอดออกน่ะ เจ้าเด็กยังไม่หย่านม” โอเค และเธอก็ชนะอีกเช่นเคย แถมเมื่อเธอใช้มือเลิกชายเสื้อข้างหนึ่งขึ้นจนหน้าอกกลมนั้นเผยจากที่ซ่อน ยอดสีชมพูระเรื่อนั่นก็ชักทำให้ผมกระหายขึ้นมาทันที “Calm down boy, I will definitely feed you my milk, but hold on.” เธอดันแผ่นอกผมที่พร้อมจะทำศึกใต้ร่มผ้าแล้วให้ขืนตัวออก “ฉันมีของขวัญจะให้เธอ”

            ผมหลุดหัวเราะจนแทบจะก้องบ้าน เมื่อเธอขยับแยกขาชันเข่าขึ้นเลื่อนชายกระโปรงสั้นๆนั้นขึ้นเผยให้เห็นเนินเนื้อเหนือส่วนสำคัญที่อลิซแว็กให้เกลี้ยงเกลามีตัวอักษรเขียนด้วยเมจิกสีดำว่า ‘HBD’ พร้อมลูกศรลากลง “เธอนี่มันแสบจริงๆ” ผมอดเอื้อมมือไปขยี้ผมเธอเล่นไม่ได้ “ไหนว่าวันนี้มีถ่ายแบบบิกินี่ แบบนี้จะทำงานยังไง”

            อลิซยักคิ้วอันเป็นท่าประจำตัวของเธอ “นายไม่รู้หรอกว่าพวกเขาจะยอมจ่ายฉันสามเท่าเลยหากฉันยอมให้เขากดถ่ายชอตแบบนี้น่ะ” เธอลากนิ้วที่ทาเล็บสีดำไปรอบต้นขาเล็กของตัวเอง

 


            “แล้วเธอจะถ่ายรึเปล่า”

            “นายคิดว่าไงล่ะ” เธอย้อนถาม ซึ่งผมมั่นใจว่าเธอต้องถ่ายแน่ๆ ค่าแรงสามเท่า ไม่มีทางที่เธอจะปฏิเสธหรอก

            “ฉันจะเล่นให้เธอบวมโชว์กล้องเลย”

 


            เซ็กส์ของผมกับอลิซก็ยังเข้ากันได้ดีเหมืือนทุกครั้ง ถุงยางไม่อาจจะสกัดกั้นความรู้สึกเสียววาบไปทั่วตัวได้เลย อลิซรู้จักดีเรื่องจุดที่จะทำให้ผมเข้าถึงอารมณ์ดิบของตัวเอง ในขณะที่ผมก็ไม่เคยพลาดที่จะทำให้เธอครวญครางร้องขอให้ผมทำแรงขึ้น ผมสอบเอวเข้าหาเธออย่างเร็วจนจานแถวนั้นเริ่มสั่นสะเทือนไปตามแรงโยก อลิซใช้ขาหนึ่งวางพาดไว้บนบ่าของผมส่วนอีกข้างก็เกี่ยวรัดที่เอว ผมใช้สองมือสอดรองที่ก้นแน่นของเธอเพื่อยกตัวเธอให้กระแทกรับกับจังหวะของผม ผมชอบหน้าอกของอลิซมันกลมสวยได้ขนาดพอเหมาะกับมือของผม เอวคอดของเธอก็ทำให้ผมมีอารมณ์ได้บ่อยๆ แต่เหนือกว่าส่วนอื่น ลิ้นของอลิซทำให้ผมลืมความเหนื่อยและเครียดได้เสมอนั่นล่ะ

            “โรม ฉัน...” เธอเกร็งสั่นไปทั้งตัวเป็นสัญญาณว่ากิจกรรมก่อนกินข้าวของเราวันนี้ใกล้จะถึงฝั่งแล้ว ผมเองก็เกือบแตะลิมิตแล้ว จังหวะการขยับตัวของเราจึงเร็วและแรงขึ้นกว่าเดิม จนกระทั่งอลิซกรีดร้องจนลั่นส่วนผมก็เกร็งตัวฉีดน้ำขุ่นร้อนออกมาใส่ถุงยาง เสียงหอบหายใจของเราทั้งคู่ประสานกันอยู่พักใหญ่

            “ถึงฉันจะมีแฟน แต่ฉันก็จะหาโอกาสมานอนกับนายอีกอยู่ดี” เธอพูดติกตลกขณะเทซุปใส่ถ้วยให้ผม

            “ทำไมล่ะ”

            “ไอ้จ้อนนายใหญ่ดี ของ Made in Italy จะดีแบบนี้ทุกอันมั้ย” เธอเป็นหนึ่งในไม่มีกี่คนที่รู้เรื่องเชื้อชาติของผม แน่นอน เราไม่ใช่คนรักกัน เราเป็นเพื่อน...เพื่อนสนิทที่ขึ้นเตียงนอนด้วยกันเท่านั้นเอง

            เรามีความสัมพันธ์ทำนองนี้มาได้สองสามปีแล้วล่ะและผมก็ว่ามันไม่แย่นะ อลิซเป็นสายอินดี้ที่รักอิสระสูง ส่วนผมเองก็ค่อนข้างสันโดษ เธอไม่เคยตามราวีผม ส่วนหนึ่งเพราะเราไม่ได้ตกลงเป็นอะไรกัน เธอดูแลผมแบบเดียวกับที่ผมห่วงใยทั้งครอบครัวของเธอ เรามีเซ็กส์กันบ้างประปราย หรือไม่ก็หางานให้กันและกัน เล่าเรื่องต่างๆให้กันฟัง

            อลิซเป็นมนุษย์จำพวกพูดเยอะ แต่เธอก็เป็นผู้ฟังที่ดีเช่นกัน

            ผมซ้อนมือใต้เข่าข้างหนึ่งของเธอ เมื่อเธอมานั่งคร่อมตักของผมเอาไว้หลังจากที่ผมกินแซนวิชหมดแล้ว จ้องดูส่วนอ่อนไหวของเธอ “มันบวม”

            “แน่สิ และมันเจ็บด้วย” เธอเอ่ยก่อนจะเพยิดหน้าหน้าให้ผมดูหน้าอกทั้งสองข้างของเธอ “ฉันเคยบอกนายแล้วใช่มั้ยว่าห้ามกัด แถมดูดจนแดงแบบนี้ฉันจะถ่ายแบบไม่ได้จริงๆก็งานนี้ล่ะ”

            “จริงๆฉันอยากกัดข้างล่างนี่ด้วยซ้ำ” ผมเย้าแหย่เธอ “มันเป็นสีแดง ฉันชอบสีแดง”

            เธอยกสองมือของผมไปแตะหน้าอกของเธอ “มาต่อกันคืนนี้มั้ยล่ะ ฉันจะให้นายทั้งกัดและเลียทั้งคืนเลย” อลิซแลบลิ้นเลียปลายคางของผมจนรู้สึกเปียกชื้น

            “ก็อยากอยู่นะ” ผมเอ่ยอย่างเสียดาย “แต่คืนนี้ฉันมีโชว์ที่บาร์ ค่าแรงสูงด้วย” เพราะวันนี้ผมจะได้คุมโชว์บนเวทีเดี่ยวๆคนเดียวเลยนี่นา

            “นายจะกลับกี่โมง”

            “ตีสองได้” ผมคำนวณ

            “โธ่ โรม” เธอส่ายหัว “เราเคยทำกันตอนตีสี่นะ แค่ตีสองนี่กระจอกมากเถอะ” อลิซดีดหน้าผากผม “ค่าแรงถ่ายแบบวันนี้ฉันจะให้เป็นของขวัญวันเกิดนาย”

            “เธอให้ของขวัญฉันแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เงินเพิ่ม”

            “แต่ฉันอยากให้ และนายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธด้วย ไว้วันเกิดฉันนายก็ให้เงินฉันสิ สลับกัน ได้ใช้ประโยชน์แน่ๆ” เธอขยับขึ้นไปนั่งบนโต๊ะกินข้าว อ้าขาจนตัวอักษร HBD เด่นชัดแก่สายตาผม “แต่ตอนนี้มาต่อกันอีกรอบมั้ย ฉันว่านายออกไปทำงานทั้งสภาพนั้นไม่ได้นะ”

            เธอเดาถูกอีกครั้ง เพราะตอนนี้ที่หว่างขาของผมมันปวดหนึบอีกแล้ว

 



 

            ผมเสร็จธุระกับอลิซตอนเกือบห้าโมง เพราะการมีเซ็กส์กับอลิซทำให้ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากๆ เรามีอะไรกันต่ออีกกสองยกก่อนที่เธอจะขอให้ผมอาบน้ำให้ ผมตั้งท่าจะปฏิเสธแต่สุดท้ายเราก็เข้าไปอาบด้วยกันอยู่ดี เมจิกที่อลิซใช้เขียนเป็นแบบกันน้ำ เธอบอกน่าจะใช้เวลาเกือบอาทิตย์กว่ามันจะเลือนหายไป ผมจัดการใช้น้ำอุ่นร้อนและเย็นฉีดประคบอย่างดีให้ส่วนอ่อนไหวของเธอดีขึ้นจากอาการบวมบ้าง และดูท่าว่าอลิซจะชอบใจมาก เพราะเธอจูบให้รางวัลผมอยู่หลายที

            ผมกอดลาอลิซก่อนจะอวยพรให้เธอตั้งใจทำงานแล้วคว้าเสก็ตบอร์ดที่ใช้อยู่ประจำไถลลงมาตามเนิน โบกมือลาป้ามอลลี่และลุงนิโคลัสทีตะโกนถามผมว่าเห็นอลิซบ้างมั้ย ดูท่าคงจะยังไม่สงสัยถึงเรื่องความสนิทของผมและอลิซ บ้านของผมตั้งอยู่บนถนน Fines ห่างออกมาจากจุดศูนย์กลางของเมืองราวๆครึ่งชั่วโมงได้ เพราะก็หลายบล็อกอยู่ แต่ผมชอบนะ มันเงียบสงบมากเมื่อเทียบกับส่วนต่างๆของมาลิบู ผมดีใจที่แม่ฉลาดเลือกจุดนี้

            ผมไม่มีรถส่วนตัวแต่จะเดินทางไปไหนมาไหนในมาลิบูนี้ด้วยเสก็ตบอร์ดเพราะสะดวกมากกว่า ควบคุมความเร็วก็ได้ง่าย และได้ออกกำลังกายไปด้วยในตัว ที่สำคัญที่สุดคือมันช่วยประหยัดค่าเดินทางไปได้โขเลยล่ะ บนแผ่นดินอเมริกาแห่งนี้ เราจ่ายภาษีกันหนักจริงๆ

            ผมยกมือป้องแสงแดดแคลิฟอร์เนีย ที่ถึงแม้จะไม่ได้ร้อนมากแต่ก็จ้าจนแสบตาอยู่พอสมควร ถึงที่นี่จะได้รับสมญญาณามมาเป็นสวรรค์บนดิน แต่แดดขนาดนี้บางทีแอบจะเป็นนรกบ้างก็ได้นะผมว่า

            ผมไถลบอร์ดมาตามถนน Cross Creek จากที่บ้านไปยังบาร์ที่ผมทำงานเป็นนักเต้นอยู่ก็ราวๆสามสิยห้านาที ไม่ได้เป็นช่วงเวลาที่หนักหนาอะไรเกินไปนัก

            ผมโบกมือทักทายผู้คนบนสองฟากถนนที่เห็นกันเป็นประจำทุกวัน บางคนสนิทกับแม่ของผมมากๆ บางคนก็อุ้มผมตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ผมจะอยู่บ้านคนเดียวแล้วตอนนี้ แต่ทุกคนที่นี่ก็เหมือนครอบครัวของผมเอง เราใช้ชีวิตริมหาดอย่างมีความสุขด้วยกันมานาน

            แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกสุดของสหรัฐฯ และติดกับมหาสมุทรแปซิกฟิกอันกว้างใหญ่ มีประชากรมากที่สุดและมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ ที่นี่มีชื่อเล่นอันคุ้นหูไปทั่วโลกว่า The Golden State ซึ่งจริงๆแล้วที่มาของมันก็คือในฤดูแล้งทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่จะกลายเป็นสีทองจนแผ่นดินเหมือนมีทองปกคลุมระเรื่ออยู่จริงๆ ไม่ใช่อย่างที่เข้าใจผิดกันอยู่บ่อยๆว่าเป็นกระแสตื่นทองหรือ The Gold Rush ของที่นี่ แต่จริงๆแล้วตอนเด็กๆผมก็เชื่อแบบนั้นมาตลอดนะ เพราะยามที่แสงแดดของฤดูร้อนกระทบเข้ากับเศษหญ้าพวกนั้นมันทำให้ของไร้ค่าดูคล้ายของมีราคาขึ้นมาทันที

            ประชากรส่วนมากอยู่ทางตอนใต้ของรัฐมากกว่าทางเหนือและแคลิฟอร์เนียรัฐเดียวก็สามารถสร้างผลผลิตผลิตภัณฑ์มวลรวมได้ถึง 14% ของทั้งประเทศ โดยเป็นรัฐที่ผลิตได้เป็นอันดับหนึ่ง ภาคพื้นธุรกิจส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นเกษตรกรรม คุณจะเห็นไร่และฟาร์มรวมทั้งสวนต่างๆอัดแน่นไปหมด รวมทั้งยังส่วนของโรงงานฐานการแปรรูปอีกด้วย รองลงมาก็จะเป็นภาคอวกาศยาน ธุรกิจบันเทิง และธุรกิจทางเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วที่ Silicon Valley

            ด้วยความที่รัฐนี้มีขนาดใหญ่จนคล้ายจะจัดตั้งเป็นประเทศๆหนึ่งได้ จึงมีความหลากหลายทางพื้นที่อยู่ค่อนข้างสูง มีทั้งที่เป็นภูเขา ติดทะเล ติดมหาสมุครหรือกระทั่งพื้นทะเลทรายก็ยังมี เราจึงประกอบไปด้วยรูปแบบชีวิตที่ผสมรวมหลายๆที่ตามไปด้วย นอกจากนิวยอร์คที่ต้อนรับบุคคลอพยพแล้ว แคลิฟอร์เนียเองก็เป็นท่าด่านต้อนรับผู้อพยพจากชีวิตเก่าๆมาเริ่มต้นหาความฝันอันยิ่งใหญ่บนแผ่นดินอเมริกาเช่นกัน ส่วนใหญ่จะเป็นคนเอเชีย หรือไม่ก็เม็กซิโกและสเปน

            ประเทศสเปนกับแคลิฟอร์เนียมีความเกี่ยวกันพันมาตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์การสร้างประเทศ ไม่แปลกสักเท่าไรนักที่ทั่วพื้นที่บริเวณนี้จะมีภาษาสเปนปะปนอยู่ค่อนข้างมาก ยกตัวอย่างง่ายๆก็ชื่อเมืองอันแสนโด่งดังไปทั่วโลกอย่าง Los Angeles ยังไงล่ะครับ เมืองนางฟ้า เมืองสวรรค์ที่หลายคนฝันใฝ่จะมาเยือน มาลิบูอยู่ห่างจากแอลเอไม่ถึงสองชั่วโมง ผมมีโอกาสได้ไปทำงานที่นั่นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะการย้ายข้าวของให้หมู่บ้านคนรวยอย่างเบเวอรี่ฮิล บอกตามตรงผมไม่ได้คิดว่ามันเป็นเมืองที่พิเศษอะไรมากหรอกนะ เทียบกับมาลิบูที่ผมเติบโตมาด้วยแล้ว ผมยิ่งมองว่าตัวเองโชคดียิ่งกว่า

            ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาชื่นชมความภูมิใจที่มีต่อมาลิบูมากนักเพราะตอนนี้ผมใกล้จะเฉียดคำว่าสายเข้าไปทุกที ผมควรจะถึงที่บาร์ให้ทันหกโมงซึ่งก็แปลว่าเหลืออีกสิบนาทีเท่านั้น ผมจึงเร่งฝีเท้าในการเก่งบอร์ดให้เคลื่อนที่ไปเร็วกว่าเดิม งานโชว์คืนนี้ค่อนข้างสำคัญมาก ผมไม่อยากพลาดโอกาสดีๆแบบนี้ในครั้งหน้าหรอกนะ

           


            “หอบมาเลยนะโรม” เสียงทักเอ่ยขึ้นเมื่อผมเปิดประตูห้องพัก ผมโบกมือให้เดฟหรือเดวิด เพื่อนร่วมงานของผม แล้วรีบละไปเปลี่ยนชุด

            “วันนี้ถนนแทบจะไม่มีที่ให้ซิกแซกเลยล่ะ ฉันเลยมาช้า”

            “ฉันบอกหลายครั้งแล้วว่าให้นายซื้อรถสักคนซะ จะมือสองฉันก็ช่วยหาราคาดีๆให้นายได้ ใจคอนายจะพึ่งแต่เจ้าแผ่นไม้นี่ไปตลอดชีวิตเลยรึไง”

            “ข้อแรกนะเดฟ” ผมถอยหลังมาพูดกับเขาขณะที่ถอดเสื้อ “ฉันก็บอกหลายครั้งแล้วเหมือนกันว่าฉันไม่คิดจะไปไหนไกลจากมาลิบู ฉะนั้นการมีรถคือความสิ้นเปลือง” ถอดกางเกงออก “และอีกข้อ อย่าเรียกเส็ตบอร์ดของฉันว่าแผ่นไม้อีก ไม่งั้นฉันจะเตะก้นนาย”

            “โอเคพรรคพวก อย่าโมโหเลยน่า นี่ฉันอุตส่าห์มีของขวัญมาให้นายนะ” เขาโยนกล่องขนาดไม่ใหญ่มากมาทางผมจนต้องละมือไปรับ “สุขสันต์วันเกิดนะเพื่อน ขอให้นายมีเมียเป็นตัวเป็นตนสักที”

            “นั่นไม่ใช่คำอวยพรที่ฉันอยากจะได้รับหรอกนะ” ผมส่ายหัวพร้อมหัวเราะ “ช่วยอวยพรให้ฉันได้รับเงินเยอะๆยังจะดีกว่า”

            “ทำเป็นพูดไป นายพูดเหมือนไม่รู้ว่านายน่ะโคตรฮอตเลยนะเว้ย สาวๆมาที่บาร์นี้ก็เพราะอยากจะเจอนายกันทั้งนั้น หลังๆนายได้เงินโคตรเยอะเลยนี่หว่า” เดฟผิวปาก “อ้อ นอกจากสาวๆก็น่าจะมี...หนุ่มน้อยด้วยล่ะมั้ง”

            “นายหมายความว่าไง” ผมหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวออกมาสวม “อย่าบอกนะว่า...”

            “ปิ๊งป่อง...คุณหนูน้อยคนนั้นก็มาที่นี่อีกแล้วนะ” เสียงเขาแทบจะปกปิดความล้อเลียนไว้ไม่มิดเลยล่ะ

            ผมเอนหัวโขกกับฝาล็อกเกอร์เบาๆ “นี่ยังไม่ยอมแพ้อีกเหรอเนี่ย”

            “นายก็ใจแข็งจังน้า น่ารักขนาดนั้นเป็นฉันทนเฉยไม่ไหวมาเป็นปีแบบนี้หรอก ต่อให้เป็นผู้ชายก็เถอะ หน้างี้หวานยิ่งกว่าผู้ใหญ่”

            “เพ้อเจ้อใหญ่แล้วเดฟ นายกำลังหาเรื่องส่งฉันเข้าคุกนะ”

            “ใครสนล่ะ ถ้ามันเป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่าย ไม่เอาน่าโรม นายจะมาคิดจิตใจคุณธรรมสูงส่งทำไมวะ เด็กนั่นมาเสนอให้นายถึงที่นะเว้ย นายคิดดูเขาโดนนายไล่ตะเพิดกลับไปตั้งกี่รอบก็ยังคอยวิ่งตามนายต้อยๆขนาดนี้ แล้ว...”

            “พอเลยเดฟ ช่วยพูดเรื่องอื่นที่มันสร้างสรรค์กว่านี้หน่อยเถอะ นายมีอารมณ์กับเด็กสิบห้าได้ลงคอเหรอวะ บ้าไปแล้ว”

            “งั้นพูดมาสิว่าตอนนายอายุสิบห้า นายไม่มีอารมณ์ทางเพศน่ะ”

            ผมชักจะเถียงเขาไม่ได้ขึ้นไปทุกทีแล้วสิ “ฉันไม่อยากโดนพ่อแม่เด็กคนนั้นมาตามเก็บหรอกนะ” ชูนิ้วกลางแถมให้ “และอีกอย่างฉันไม่ชอบเด็ก โดยเฉพาะแบบนายคุณหนูนี่นะ ไม่ไหวว่ะ บอกตรงๆตรงข้ามกับที่ฉันชอบทุกอย่างเลย”

            “แล้วแบบไหนที่นายชอบวะ”

            ผมอมยิ้ม “แบบอลิซไง”

            “เฮอะ” เขาส่ายหัวแล้วชูนิ้วกลางใส่ผมบ้าง “พูดแบบนี้แต่ก็ไม่เคยเห็นตกปากขอเธอคบเป็นแฟนสักที”

            “ทำไมล่ะ แบบนี้ก็สบายใจดีออก”

            “ระวังเถอะนะโรม อลิซของนายจะหายไปอยู่ในวันเดอร์แลนด์”

            “ฉันจะโดดตามเธอลงไปในหลุมนั้นด้วย”

            “พอเหอะ จะอ้วกว่ะ” เขาปิดประโยคสนทนาก่อนที่เราจะหัวเราะออกมาลั่นห้องแต่งตัวพร้อมกัน

 

            ถ้าเวลานั้นมาถึงจริงผมจะกล้าโดดตามอลิซไปมั้ยนะ

            ไม่รู้สิ...ถ้าให้ตอบตอนนี้ผมก็คงตอบว่าโดดนะ โดดแน่นอน

 




            ผมมองลอดม่านจากด้านหลังเพื่อมองไปรอบๆหน้าเวทีวันนี้มีแขกเยอะจริงๆด้วย ความรู้สึกกระหายแสงไฟเริ่มก่อตัวขึ้นและแล่นไปทั่วร่างกายของผม Paradiso Bar เป็นบาร์เปลื้องผ้าชื่อดังของมาลิบู แม้จะไม่ใช่ที่ๆติดอันดับมีคนดังมาบ่อยๆ แต่ก็เรียกได้ว่าค่อนข้างมั่งคั่งกว่าหลายๆที่ ผมทำงานกับที่นี่มาได้เกือบสองปีแล้ว เพราะกฎของที่นี่คือต้องอายุยี่สิบปีขึ้นไป เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน่าปวดหัวอื่นๆที่อาจจะตามมา

            ขึ้นชื่อว่าบาร์เปลื้องผ้าอาจจะฟังดูมีชื่อเสียงในทางที่ไม่ค่อยดีนัก แต่สำหรับผมมันเป็นอาชีพที่ทำเงินได้ค่อนข้างดีถึงดีมากเลยล่ะ ผมสามารถใช้หนี้ค่าบ้านและค่ารักษาอาการป่วยของแม่ได้จนหมดก็เพราะทำงานที่นี่ได้ไม่ถึงปี แม้มันจะไม่เหลือให้ตั้งตัวต่อ แต่เมื่อกลับมาทำอีกก็ยังได้เรื่อยๆนะ ลูกค้าติดน้อยก็ได้น้อย แต่ถ้าพอเป็นที่รู้จักขึ้นบ้าง ค่าตัวมันก็มาเรื่อยๆ ผมไม่เร่งรีบในการไต่เต้าเหมือนคนอื่น พวกเขาอาจจะมาทำงานที่นี่เพื่อเก็บเงินแล้วก็จากไป แต่สำหรับผมที่ไม่คิดจะไปจากมาลิบู การสั่งสมสกิลไปเรื่อยๆดูจะเป็นเรื่องที่น่าพอใจเสียมากกว่า

            สายตาผมหยุดลงและก็รู้สึกได้ว่าหว่างคิ้วตัวเองมันย่นเข้าหากัน เมื่อเห็นว่าเก้าอี้โต๊ะกลางด้านหน้าสุดถูกจับจองโดย...บุคคลที่ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะมานั่งอยู่ตรงนั้น แน่นอนมันเป็นโต๊ะที่บัตรราคาแพงที่สุดผมไม่เถียงว่ามีคนยินดีจะจ่ายมัน แต่ต้องไม่ใช่เด็กคนนี้สิ!! แค่อายุก็ไม่ผ่านจะให้เข้ามายังที่แห่งนี้แล้วด้วยซ้ำ ไหนจะการแต่งตัวนั่นอีก นี่มันชุดเด็กไปเรียนพิเศษชัดๆ เสื้อแขนยาวตัวโคร่งสีขาวสกรีนลายเด็กอนุบาลแบบนั้น โกหกที่บ้านว่าออกมาเรียนรึเปล่า ในช่วงเวลาสามทุ่มแบบนี้เขาควรจะตรงดิ่งกลับบ้านนะ

            แต่ก็ช่างสิ ยังไงเขาก็คงจะขับรถคันแพงลิบตรงมาจากเบเวอรี่ฮิลล์อยู่ดีอย่างที่ทำเป็นประจำนั่นล่ะ ไม่ใช่ธุระของผมที่จะไปเดือดร้อนแทนพ่อแม่ของเขา หากแต่ถ้าเขาล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของผมมากเกินไป นั่นคงจะไม่ส่งผลดีต่อตัวเขาแน่ๆ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจเลยว่ามีเหตุผลอะไรที่ลูกคนรวยอย่างเด็กคนนี้ถึงได้คอยมาเฝ้าผมแทบจะทุกฝีก้าวแบบนี้ ถึงจะบอกว่าชอบผมก็ตามเถอะ ผมไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ และผมก็ไม่มีทางตอบรับความรู้สึกของเขากลับได้แน่ๆ มัวดันทุรังแบบนี้มีแต่จะเสียเวลา

            และผมก็บอกเขาเช่นนี้ไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าเจ้าหนูนี่จะยอมแพ้ถอยทัพกลับไปได้สักที ผ่านมาเกือบสองปีแบบนี้ พูดตามตรงว่าผมเหนื่อยแทน ไม่รู้จะดื้อรั้นไปอีกนานแค่ไหน อยากจะเอ่ยถึงพ่อแม่ของอีกสักครั้ง เลี้ยงลูกยังไงนะ ถึงปล่อยให้ออกมาเล่นนอกบ้านได้ไกลขนาดนี้ จะรู้รึเปล่าว่าลูกชายตัวเองมานั่งยิ้มแป้นอยู่ในบาร์เปลื้องผ้าแบบนี้

            “โรม จะถึงคิวนายแล้วนะ” เดฟตะโกนเรียกจนผมต้องทิ้งเรื่องขุ่นใจลงไว้ตรงนี้ ตบแก้มเรียกสติตัวเองอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินไปใกล้ๆประตูทางเดินขึ้นไปยังเวที เมื่อเดินขึ้นไปอยู่ท่ามกลางแสงไฟแห่งนี้แล้ว ผมก็จะลืมเลือนเรื่องราวทุกอย่าง ปล่อยให้เสียงเพลงนำทางผมไป และผมเชื่อว่ามันจะพาผมไปยังสถานที่ๆเหมาะสมกับผมในที่สุด

 

            PILLOW TALK

 

            ผมขยับตัวไปตามเสียงบีทด้วยท่าทางที่ผมเป็นคนคิดและออกแบบการแสดงเองตั้งแต่ต้นจนจบ จังหวะกลางและเบสที่ผมรีมิกซ์เข้ามาทำให้ท่วงท่าของผมสอดคล้องกับแสงไฟสปอร์ตไลท์ได้เป็นอย่างดี เนื้อร้องอันล่อแหลมแต่กลับแฝงอารมณ์ปรารถนาไว้อย่างชัดเจน ผมยกยิ้มขณะที่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเอง ตอนนี้ใบหน้าของคนดูมันเบลอไปหมดแล้ว คล้ายกับว่าผมกำลังเทคยา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งจำเป็นของผมหรอกนะ ใบหน้าหลายร้อยคนที่เริ่มโปรยเงินขึ้นมาบนเวทีขณะที่ผมหมุนตัวไปรอบเสาสีเงิน ถูกแทนที่ด้วยใบหน้าที่เรียกรอยยิ้มของผม

 

            ภาพของอลิซ...ยืนเปลื้องผ้าอยู่ตรงหน้าของผม

           

            ผมเปลี่ยนท่าเต้นกะทันหันเมื่อนึกกิจกรรมที่ทำร่วมกับอลิซไปก่อนมาทำงาน ผมกดร่างของเธอในมโนภาพให้นอนราบกับพื้น ซุกใบหน้าลงกับพื้นที่บริเวณหน้าอกของเธอ เสียงเพลงที่ดังขึ้นยิ่งเร้าอารมณ์ดิบของผมให้กระแทกกระทั้นสอบเอวลงกับพื้นที่เสมือนส่วนอ่อนไหวแสนอุ่นของเธอ ให้ตายเถอะใต้กางเกงผมปวดหนึบแบบที่อยากให้เธอนอนอยู่ใต้ร่างผมจริงๆตอนนี้เลย ผิวหอมติดกลิ่นบุหรี่รสซากุระ น้ำหอมที่ใช้ขวดเดียวกับผม หรือเหล้าที่ผมมักจะหยิบจากบาร์ติดมือกลับบ้านอยู่บ่อยๆ ริมฝีปากแดงของเธอ ผมสีน้ำตาลเข้ม เอวคอด และหน้าอกที่พอดีมือของผม








            “x, Alice, I wanna x you right now.” ผมแลบลิ้นออกมาราวกับว่ากำลังได้โลมเลียเธอไปทั้งตัว เหมือนตอนที่ผมเง้างอดให้เธอถอดชั้นในออกตอนมาอยู่ที่บ้านของผม หรือตอนที่ผมก้มลงถอดกางเกงในของเธอแล้วนำมันไปซักให้โดยมีเธอยืนโวยวายอยู่ข้างๆสลับกับหัวเราะ ตอนที่เธอหัดทำขนมใหม่ๆแล้วมันกลายเป็นสีดำทั้งหมด แต่ผมก็ยังยินดีที่จะกินมันนะ แม้เธอจะนั่งหน้ามุ่ยอยู่ข้างๆก็ตาม ความแข็งนอกอ่อนในของอลิซเป็นสิ่งที่ผมก็ชอบเหมือนกัน “Damn!!” ผมคำรามแข่งกับเสียงเพลงขณะที่ลุกขึ้นไปโยกตัวกับเสาสีเงิน

            ตอนนี้ผมไม่สนใจแล้วว่าเงินที่โปรยขึ้นมาจะมีมูลค่าเท่าไร หรือบนตัวผมจะเหลือเพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียวแถมส่วนกลางของร่างกายผมยังแข็งจนนูนออกมาอย่างชัดเจนด้วย เพลง Pillow Talk มอมเมาผมด้วยภาพหลอนของอลิซจนผมอยากให้นาฬิกาวิ่งไปหยุดที่ตีสองสักที หรือบางทีเมื่อโชว์นี้จบลงผมอาจจะโทรให้เธอมาหาผมที่บาร์นี้ก่อนก็ได้นะ ห้องน้ำก็ไม่ใช่สถานที่ยอดแย่สักเท่าไรในการมีเซ็กส์

 

            ผมต้องการเธอเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ได้เลยยิ่งดี

 




            สติผมกลับมาตอนได้ยินเสียงร้องโห่ กรี๊ดแหลมและปรบมือดังจนก้อง ผมจำต้องสะบัดหัวแล้วจุดรอยยิ้มกว้างมองไปรอบๆ ทุกคนต่างยืนขึ้นจากเก้าอี้และโปรยกระดาศสีเขียวที่เป็นสกุลเงินดอลล่าขึ้นมาบนเวที บางคนใจกล้าหน่อยก็เดินมายัดที่ขอบกางเกงของผม มีบ้างที่ปัดโดนลูกชายของผมอย่างจงใจ แต่เอาเถอะ นั่นเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับเงินที่พวกเธอจ่ายให้ผมวันนี้

            “ฮึบ....” เสียงร้องแปลกๆทำให้ผมต้องก้มมองเบื้องล่างของเวทีก่อนจะต้องแอบยกมือกุมขมับ คุณหนูตัวแสบนี่เลือดกำเดาทะลักคาโต๊ะ!! แถมยังไม่ยอมละสายตาไปจากร่างกายของผมอีก

            ให้ตายเถอะ เด็กหนอเด็ก!!!

            ผมถอนหายใจหนักๆแล้วกระโดดลงจากเวทีไปใช้ผ้าขนหนูที่พนักงานของร้านยื่นให้เช็ดเหงื่อแล้วใช้มืออุดใบหน้าของเด็กแก่แดดนี่แทน จับท้ายทอยของเขาให้แหงนขึ้นด้วย ตอนนี้บนเวทีมีพนักงานคนอื่นๆมาเก็บเงินที่โปรยอยู่เต็ม รวมทั้งเปิดเสียงเพลงกระหึ่มร้านแสดงว่าโชว์พิเศษหลักๆของวันนี้จบลงแล้ว “เงยหน้าไว้ ถ้าคุณไม่อยากเลือดไหลหมดตัวน่ะ” ผมกึ่งลากกึ่งจูงเขามาที่หลังเวที ก่อนที่ตัวผมเองจะโดนประชิดตัวจากลูกค้าหญิงคนอื่นๆ

            ตอนนี้ก็เป็นเวลาเวลาใกล้สี่ทุ่มแล้วล่ะ ถ้านับจากจุดเริ่มต้นที่ผมให้เขานั่งให้เลือดหยุดไหลออกจากจมูก ผมยังจะต้องออกไปเต้นอีกราวๆ สามรอบ เว้นวรรคไปรอบละชั่วโมง และแน่นอนผมจะไม่ยอมให้จอมก่อเรื่องนี้อยู่ถึงตีสองแน่ๆ แข้นี้มันก็ดึกเกินไปแล้วสำหรับเด็กแล้วล่ะ

            “โรม....” เสียงลากยาวของเขาคำแรกก็ทำเอาผมปวดหัวแล้วล่ะ

            “ใครให้เด็กอายุสิบห้าเข้ามาที่นี่” ผมที่เปลี่ยนชุดใหม่แล้วยืนเท้าเอวมองเขาราวกับว่ากำลังมองเด็กสูงครึ่งเมตร จริงๆเขาก็ตัวเล็กเกินกว่าเด็กวัยเดียวกันจริงๆล่ะ น่าจะ 160 ซม.ได้มั้ง เทียบกับผมที่ 187 ซม.แล้วก็ดูเหมือนผมเป็นยักษ์ไปเลย

            “แซ่บอะ ขอจีบได้มั้ย” รอยยิ้มกว้างนั่นดูจะไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

            “ผมถามว่าใครอนุญาตให้คุณมาที่นี่”

            “โธ่อย่าดุนักสิ” เสียงกระเง้ากระงอดเริ่มมาแล้ว​ “คนอื่นจ่ายค่าเข้าเท่าไรฉันก็จ่ายตามนั้นล่ะ” เขาลอยหน้าลอยตาตอบ “แต่แค่เติมเลขศูนย์ต่อท้ายเข้าไปด้วยก็เท่านั้นเอง”

            “พ่อแม่คุณรู้รึเปล่าครับเนี่ย ว่าคุณทำตัวแบบนี้น่ะ”

            “ไม่รู้หรอก และฉันก็ไม่คิดจะให้รู้ด้วย” เขายกยิ้มก่อนจะยื่นกล่องสี่เหลี่ยมมาตรงหน้าผม “สุขสันต์วันเกิดนะโรม ฉันซื้อเค้กมาให้นาย!!” ผมเหลือบตามองยี่ห้อบนกล่องนั่นแล้ว ชื่อดังมากเสียด้วย ไม่บอกก็รู้ว่าราคามันคงจะสูงลิบลิ่ว

            “ขอโทษครับ ผมไม่ชอบของหวาน”

            “แต่นี่ดาร์คช็อกโกแลตนะ ฉันสั่งทำและตกแต่งพิเศษเลย สำหรับนาย ถึงจะไม่กินก็ช่วยมองมันหน่อยนะ ฉัน...”

            “คุณครับ อย่าทำแบบนี้เลย” ผมขัดเสียก่อน “มันเปล่าประโยชน์อยู่ดีนะครับ ผมบอกคุณหลายครั้งแล้วว่า...”

            “ไม่กินเค้กไม่เป็นไร” เขาส่ายหัวไปมา “ฉันมีของขวัญมาให้นายด้วยล่ะ ดูสิๆ” เขายื่นถุงสีน้ำตาลมาตรงหน้าผม “ฉันตั้งใจเอามาให้นายเลยนะ เชื่อสิว่า”

            “คุณเมอร์ลิน” ผมเพิ่มน้ำเสียงของความจริงจังขึ้นไปอีก “เอากลับไปเถอะครับ วันนี้ผมได้ของขวัญวันเกิดที่ผมถูกใจแล้วคงจะรับน้ำใจของคุณเอาไว้ไม่ได้หรอก แล้วก็อย่าเสียเงินจำนวนมากมายที่คุณสามารถเอาไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้ให้ผมเลย อย่ามาที่นี่อีกมันไม่ใช่ที่ของเด็กอย่างคุณ ไม่ใช่ที่สำหรับลูกคุณหนูรวยๆอย่างคุณด้วยซ้ำ”

            “วันนี้ปฏิเสธเต็มรูปแบบเลยแฮะ” เขาสีหน้าสลดลงนิดหน่อย และมันก็ฉุกให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง

            “ผมจริงจังนะครับ”

            “แต่ฉันก็จริงจังเหมือนกันนั่นล่ะ”

            “อะไรนะครับ” ผมย่นคิ้ว

            “นายเล่นไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้ทำคะแนนเลย แบบนี้ฉันจะจีบนายสำเร็จได้ยังไงล่ะ ฉันยังมีอีกตั้งหลายอย่างที่อยากทำให้นายนะ อย่างเช่นคืนนี้เราไปนั่งรถเล่นฉลองวันเกิดนายด้วยกันมั้ย กินเค้กไป เปิดดูของขวัญของฉันไป ฉันไม่ได้ใช้เงินซื้อ...”

            “คืนนี้ผมมีนัดแล้วครับ สำคัญมากด้วย และไม่ว่าจะคืนนี้หรือตอนไหน ผมก็ไปทำให้สิ่งที่เรียกว่าเดทกับคุณไม่ได้หรอกนะครับ กลับไปเถอะ แล้วหยุดตามผมได้แล้ว ผมไม่เคยมองคุณเป็นอะไรไปมากกว่าเด็กผู้ชายอายุสิบห้าที่ควรจะอยู่บ้านกับครอวครัวไม่ใช่มาวิ่งตามผมต้อยๆแบบนี้ มันไม่คุ้มกัน ชีวิตข้างนอกโดยเฉพาะชีวิตกลางคืนแบบผม มันจะเป็นอันตรายให้กับคุณนะครับ”

            “นายมีนัดกับใคร”

            “นี่ที่ผมพูดไปทั้งหมดคุณสนใจแค่ประโยคเดียวเองเหรอเนี่ย”

            “กับใครเหรอ” เขายังถามย้ำ

            ผมยกมือกุมขมับ “กับผู้หญิงของผม แบบนี้คุณน่าจะเดาต่อเองได้แล้วใช่มั้ยครับ ว่าผมกับเธอจะทำอะไรกัน”

            มีความไม่พอใจปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา แต่ผมก็ยังเห็นประกายตาของความดื้อดึงอยู่เหมือนเดิมด้วย คงจะไม่ยอมแพ้หรอกแบบนี้ “แล้วนายคิดว่าฉันขับรถมาเป็นชั่วโมงเพื่ออะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่ว่าเพราะอยากเจอนายน่ะ”

            “กลับไปเถอะครับ” ผมย้ำคำเดิม

            “รู้แล้ว กำลังจะกลับนี่ไง!!” เขาโพล่งออกมาก่อนจะคว้ามับเข้าที่ผ้าขนหนูเปื้อนเลือด “แต่ผ้านี้ฉันขอนะ นายเช็ดหน้าให้ฉันด้วยล่ะวันนี้ ไว้เจอกันใหม่นะโรม” เขาวางถุงสีน้ำตาลไว้ตรงหน้าผมแล้วเดินรุดออกไป โดยที่ผมได้แต่ถอนหายใจตาม

 



            “โอ้ วันนี้ยอมถอยทัพกลับไปง่ายแฮะ” เดฟเดินเข้ามาตบบ่าผม

            “แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ”

            “นายนี่ใจร้ายจริงๆ แล้วจะเอายังไงกับเค้กและของขวัญที่น่าสงสารนี่ล่ะ”

            ผมยักไหล่ “ฉันยกให้นาย ตามสบายเลย”

            เดฟตาวาว “ขอให้เป็นของขวัญราคาแพงๆด้วยเถอะ” แล้วเขาก็หยิบมันไปทั้งสองถุงเลยล่ะ เอาน่า อย่างน้อยก็ยังดีกว่าผมโยนมันทิ้งใช่มั้ยล่ะครับ ส่งต่อให้คนอื่นได้กินและใช้ประโยชน์แบบนี้คงไม่ดูใจร้ายสักเท่าไรนัก

 



            “เลิกมาตอแยกับผมไปวันๆแบบนี้เถอะเด็กน้อย คุณยังมีอนาคตดีๆรออยู่ข้างหน้านะ เล่นสนุกไปวันๆแบบนี้วันหนึ่งคุณจะเสียใจ”



 

            ผมเดินไปเตรียมความพร้อมสำหรับโชว์ชุดต่อไป ก่อนจะรู้สึกฮึกเหิมกว่าเดิมเมื่อพนักงานเดินมาบอกยอดตัวเลขของโชว์แรกเมื่อครู่ที่ผมจะได้รับ ยังเหลืออีกตั้งสามโชว์ รายได้ผมวันนี้คงจะมากพอให้อยู่สบายๆไปทั้งเดือนนี้เลยล่ะ บางทีผมอาจจะมีเงินเหลือพอที่จะซื้อของราคาแพงๆให้อลิซสักชิ้น เธอบ่นอยากได้อะไรสักอย่างนี่ล่ะเมื่อวันก่อน ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสดีนะที่จะได้ให้ของขวัญเธอบ้าง

            แน่ล่ะ เป็นรางวัลที่เธอทำให้ผมอยากกลับบ้านมากซะขนาดนี้ เมื่อไรจะถึงตีสองสักทีนะ ผมอยากรีบไถลเสก็ตบอร์ดกลับบ้านไปโดดขึ้นเตียงกับเธอแล้ว



            ผมอยากจะฉลองวันเกิดทั้งคืนด้วยการมี Pillow Talk กับเธอ

 

 




- - - - - - - - 



See You in Twitter with #LoDaeInCalifornia


- - - - - - - - 



"ห้ามแคปฉากล่อแหลมไปโพสในทวิตทุกกรณี"



- - - - - - - - 




Reference

wiki.en /  pantip.com/topic/31950818  /  weheartit


Chapter Soundtrack

Pillow Talk - by Zayn Malik



- - - - - - - -


I hope you guy will fall in love with Rome as I did!!

See you next chapter when this reaches more 200 retweets on Twitter!

I will look forward for your comments!


love and respect

@suanjean





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #58 bbpw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 15:24
    ก่อนอื่นเลยนะเราไม่ค่อยชอบฟิคที่ไม่ใช้ชื่อของศลป.จริงๆแบบนี้หรอกแต่พี่จีนก็ทำให้น่าอ่านมากจนเราอดใจไม่ไหวต้องเข้ามาอ่านจนได้ แล้วนี่ก็พึ่งจะมาอ่านรู้สึกชอบมากค่ะมันแบบ อิพี่โรมมมมมมม ทำไมต้องปฏิเสธน้องด้วย กินเด็กมันเป็นอมตะนะพี่พี่ต้องจำวรั้ย! แล้วแบบเริ่มมาก็ฉากอย่างว่าของอิพี่เลยมันอือหือมากกกกกก พี่คะน้องอยากเป็นอลิซ น้องอยากได้ น้องอยากโดน 55555 แต่ก็นะสงสารน้องมู่มากๆเลยค่ะโดนปฏิเสธตลอดเลย เป็นเรานะจะไม่ตามวอแวอิพี่แบบนี้ให้เสียเวลาหรอกบอกไว้เลย แต่ๆๆๆ แต่ชอบโชว์ของพี่โรมมากค่ะ อ่านแล้วขึ้นเลย อารมณ์เนี่ยขึ้นเลย 5555555 อ้อๆ นี่ #ทีมมูมู่ นะรู้ยัง 5555555



    พี่จีนแต่งสนุกมาก จะรออ่านตอนต่อไป ต่อไป และต่อไปนะค้าาาาาา สู้ๆนะพี่จีน
    #58
    0
  2. #56 UNIWHALE (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 17:26
    สงสารน้องมู่ ฮืออออออ นังพี่โรม นังบ้า
    #56
    0
  3. #54 bambi_salmon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 01:20
    คุณโรมเจ้าขาาาาาา /คลานเข่าถวายตัว Merlin, I feel you!! (QwQ)d!
    #54
    0
  4. #39 littleboxx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 14:19
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด พี่โรมแซ่บมากกกกกก ฮอตมากกกกกกก มีความปั๋วววววววววววว ฮืออออออ เจาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จะบ้าตายแล้ว นิ้วหงิกงอมาก แงงงงงง ทำไมพี่โรมมีความหื่นกาม!

    ส่วนมูมู่น่าเอ็นดูมากๆ เลยยย แงงงง นั่ลลั้คคคคคคค ทำไมพี่โรมใจแข็งได้ตั้งสองปีนะ ถ้าเป็นนี่แค่ไม่กี่วิก็ระทวยแล้วววว เด็กแก่แดดที่น่าเอ็นดูววววว ฮื้อออ สู้ๆนะลูกกกก เด็ดพี่เขามากินให้ได้!!!!!!!!!
    #39
    0
  5. #36 ploy-p-ploy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 14:14
    ขอน้องกระโดดยันหน้าอิพี่โรมสักทีได้มั้ยคะ me/พ่นไฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    โมโหหหหหหหหหหห โอ๊ยยยยยย โมโหโว้ยยยยยยยยยยยย
    อิพี่โรมมมมมมมมมมมมมม อิโรมมมมมมมม แกกกกกกกกกก!!!
    โอ๊ยของขึ้น ของขึ้นนนนนนนนนนนนนน ขึ้นหนักมากด้วย
    รอให้พี่ทิมออกโรงไม่ไหวแล้วค่ะะะะะะ กร๊าซซซซซซซซซซซ
    ไม่รู้จะพูดถึงอะไรก่อนดีเลย โอ๊ยยยยย โอ๊ยยยยยยยยยยยย
    สักวัน! สักวันแกจะรู้สึก! ผมนี่ #ทีมมูมู่ เลย!!!
    เอาจริง ความรู้สึกตอนอ่านพาร์ทพี่โรมนี่ต่างกับออบแจมากเลยค่ะ
    ของพี่โรมนี่ทำอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา แบบ ตอนแรกที่เปิดมา
    โห มีความหล่อ มีความเท่ มีความกรี๊ดพี่โรมหนักมากค่ะ
    แบบ หล่อจัง หล่ออะไรแบบนี้ ยิ่งตอนพูดถึงแม่ก็แบบ โอ๊ย
    สงสาร ฮือออ แบบ ไม่ใช่สงสารแบบนั้นอ่ะ ใช้คำไม่ถูก
    คือโรมดูรักแม่มากๆ แล้วยิ่งประโยคที่แบบรอก่อนนะ ผมจะตามไป
    โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ อธิบายไม่ถูกอ่ะค่ะ
    แต่พอเสียงออดดังเท่านั้นแหละค่ะ อารมณ์กรี๊ดกร๊าดก็หายไป
    เหลือไว้แต่อารมณ์เกรี้ยวกราด (กร๊าซซซซซซซ อิพี่โรมมมมม!!)
    คือแบบ คือแบบ ฮือออออออออ นี่โหยหวนตลอดเวลาที่อ่าน
    ทำไมเป็นแบบเน้!! แงงงงงงงง อิพี่โรมมมมม โกรธแล้วนะว้อย
    ตอนเข้ามาแรกๆ เราก็แบบ เอ๊ะ สงสัย อะไร ยังไง ก็คิดว่าแบบ
    เออ เขาเพื่อนกันไงแก ก็เพื่อนกันอ่ะ ไม่มีไร เมกันบอยไง
    ไม่ซีเรื่องไรพวกนี้อยู่แล้ว ก็แบบ แก้เหงาไง เพื่อนกัน
    เพื่อนกัน ... เพื่อนกันบ้าอะไรทำแบบนี้!!! โฮฮฮฮฮฮฮฮ
    ตายซะอิพี่โรม วันนี้วันตายของแกแล้ว แงงงงงงงงงงง
    คือแบบ คือแบบ แงงงงงงงงงงงงงงง เดฟแบบ เปิดโลกให้เรา
    ให้เราเลิกหลอกตัวเองว่าเขาสองคนเป็นเพื่อนกัน! แงงงงงงง
    อิพี่โรมมันชอบอลิซ! มันรักอลิซซซซซซ!! แงงงงงงงงงง
    แล้วมูมู่เค้าล่ะ! เอามูมู่ไปไว้ที่ไหนนนนน อิพี่โรมมมมมม
    ฮือ ของขึ้น ของขึ้นนนนนนนนนน
    แล้วไหนจะตรงที่บรรยายว่าแบบจะโดดตามไปมั้ย
    แล้วโรมบอกตอนนี้โดดแน่นอน นี่แบบ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    ไปเลยยยยย ไปเล้ยยยยยยยยยย อยากโดดตามไปนักใช่มั้ยย
    ไปปปปปปปปปปปปปป๊!!! โอ้ย โมโห เดี๋ยวถีบลงหลุมตามไปเลย
    แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง โมโหโว้ยยยยยยยยย
    โกรธ โกรธธธธธ แล้วยิ่งพอรู้ว่ามูมู่ตามอิพี่โรมมาสองปีแล้ว
    โอ้โหหหหหหหหหหหหหห ผมนี่...! (จริงๆอารมณ์รุนแรงกว่านี้มาก
    แต่เกรงว่าอาจจะไม่สุภาพเกินไป เราจึงทำการเซ็นเซอร์ตัวเอง..)
    โมโหหหหหหหหหหห แงงงงงงงงงงงงง โมโหหหหหหหหห
    คือแบบ ก็เข้าใจแหละ รักแรกใช่ป่ะวะ รักมานานแล้วใช่ป่าว
    แต่ยังไงก็ทีมน้องเมิร์ลอยู่ดี แงงงงงง สงสารรรรรรรรรร
    อยากรู้ว่าน้องคิดอะไรอ่ะ ฮือ อิพี่โรมใส่น้องอย่างงี้ทุกวันมาสองปี
    โค ตรใจร้ายเลยยยยยยยยยย โมโหหหหหหหหหหหห
    จริงๆ ตอนแรกคิดว่าอลิซกับโรมแค่แก้เหงาอ่ะ แต่ไปๆ มาๆ ไม่ใช่
    ช้ำใจจังค่ะ ฮือออออ แบบ โมโหอ่ะ โรมหายใจเข้าออกเป็นอลิซ
    แล้วแบบ ชอบมาก รักมาก หลงมาก แงงงงงงงงงงงงงงง
    แล้วมูมู่จะเอาไรไปสู้อ้ะ! ฮืออออออออออออออออออ
    อลิซก็เดาใจยากอ่ะ ชอบโรมเหมือนกันรึเปล่า คือ มันได้มั้งสองทาง
    อลิซอาจจะไม่ได้คิดอะไร พอๆ กับที่อลิซอาจจะคิดอะไร
    แงงงงงงงงงงงงง ไม่คิดได้มั้ยอ่ะะะะ แก้เหงาพอได้มั้ยยยย
    ก็แค่แบบรู้จักกันตั้งแต่เด็กเลยสนิทกัน แค่นั้นพอได้มั้ย
    ถ้าอิลิซคิดคือจบ คือเจ๊ง ไปมูมู่ กลับบ้าน .... 
    เอ๊ะ หรือที่มูมู่กลับบ้านก็เพราะสองคนนั้นเขาใจตรงกัน
    โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ไม่ได้นะะะะะะะะ ฮืออออออ 
    สงสารน้องงงงงง แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    ก่อนจะถึงพาร์ทหลังอีก 5 ปี จะมีฉากสวีทของคู่นี้บ้างมั้ยคะ
    หรือมีแต่ฉากที่อิพี่โรมใจร้ายใส่น้อง แงงงงงงงงงงงง
    คงไม่ได้เพิ่งมารู้ตัวตอนหลังใช่มั้ย แบบ น้องหายไปถึงรู้
    ไม่เอานะะะะะะะ อย่างน้อยก็ควรจะรักกันก่อนบ้างสิ แง
    แต่นะ เอาจริงๆ จากสปอยคือมูมู่เนี่ยโดนอิพี่โรมใจร้ายใส่
    ซึ่งเดาไม่ออกหรอกว่าทำอะไรบ้าง แต่มันต้องไม่ใช่แค่ไม่สนใจอ่ะ
    (เพราะตอนนี้นางก็ไม่สนน้อง..) แปลว่ามันต้องร้ายแรงกว่านั้น
    เดาว่าอย่างน้อยคงต้องแบบกิ๊กกั๊กกันก่อนบ้างล่ะ ไม่รู้สิ
    ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน จะบอกว่าตอนอ่านๆ กำลังโมโหพี่โรม
    แบบโอ๊ยชีวิตพี่รู้จักแต่คำว่าอลิซรึไง พอตัดภาพมาที่ยัยมูมู่
    เลือดกำเดาไหล ผมนี่ขำก๊าก 55555555555555555555
    ยัยมูมู่ ยันเด็กน้อยเอ๊ยยยยยย อะไรเนี่ย ดูพี่เขาแล้วเลือดไหล
    ขำาาาาาาาา 55555555555 เอาจริง พี่โรมเนี่ย ถึงจะเหมือน
    ไม่สนใจ เหมือนจะรำคาญ คอยแต่จะไล่ให้ไปไกลๆ
    จริงๆก็แอบรู้สึกว่าพี่เขาเป็นห่วงมูมู่เหมือนกันนะ
    ไม่รู้สิ ถ้าไม่สนใจทำไมต้องมาเช็ดเลือดให้ล่ะ
    จริงๆ จะปล่อยไว้งั้นก็ได้อ่ะ แล้วที่นางบ่นทุกอย่างเอาจริง
    มันก็จะดีกับตัวมูมู่ทั้งนั้นแหละ ไม่รู้นะ แต่บางทีก็ใจร้ายไป
    ไม่รู้อ่ะ ไม่รู้ๆๆๆๆๆๆ แต่แบบอิพี่โรมก็ต้องรู้สึกอะไรกับน้องบ้าง
    ไม่งั้นจะรู้เรื่องน้องเยอะได้ไง ไม่งั้นจะชอบบ่นน้องในใจได้ไง
    แต่ก็นะ ใจร้ายไปอ่ะ ไม่สนใจของเลยสักนิด
    สงสารมูมู่มากเลย ยิ่งนางบอกไม่กินไม่เป็นไรแค่มองก็ได้
    งี้อ่ะ! โรมใจแข็งขนาดนั้นกับเด็กน่ารักๆ แบบนี้ได้ไงวะ
    ยิ่งตอนที่บอกว่าเอาของขวัญมาให้ ในถุงน้ำตาล
    ที่บอกว่าไม่ได้ใช้เงินซื้อแล้วโรมพูดแทรกอ่ะ แบบ ไม่สนใจเลย
    ไม่สนใจเสิ่งที่น้องจะพูดเลย แงงงงงง ของอันนั้นมูมู่ต้องทำเองแน่
    ต้องตั้งใจทำมากด้วยแน่ๆ แงงงงงงงง แล้วดูดิ ยกให้คนอื่นงั้น
    ยกให้คนอื่นง่ายๆ เลยอ่ะ สงสารน้องจัง เดฟก็นะ เฮ้อ
    จริงๆ โรมก็ดูห่วงน้องอ่ะ อย่างตอนคุยกับเดฟ แต่แบบ 
    ทำไมล่ะะะะะะะะะะะ ทำไมมมมมมมมมมม ฮือออออออ
    พี่เดฟคะ พี่สนใจมูมู่มั้ยคะ กระตุกหนวดหมาหน่อยได้มั้ยคะ
    ให้พี่โรมมันหึงสักหน่อย ฮือออออ หมั่นไส้ว้อยยยยย
    รอพาร์ทน้องเมิร์ลอย่างใจจดใจจ่อ และสุดท้ายนี้

    มูมู่คะ นี่หนูเข้าบาร์เปลื้องผ้าตั้งแต่อายุสิบสามเลยเหรอคะลูกกกกก

    #36
    0
  6. #35 PrimiePrim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 11:52
    อิจฉาอลิซมากกกกก และสงสารคุณหนูเมอร์ลินมากๆเช่นกันนนนน โรมมีความใจแข็งมากกกกกกกกก ใจร้ายมากกกกกกกก และคุณเมิร์ลเธอก็มีความตื้อของเธอ แต่หนูยังเด็กอยู่เลยนะลูกกกกกกกกกกก เป็นเด็กแก่แดดจริงๆล่ะแก55555
    #35
    0
  7. #33 kwanjira8699 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 08:59
    อ่านแล้วรู้สึกอิจฉาอลิตเบาๆ เบาจริงๆนะ จริงจริ๊งงงง แต่ก็สงสารคุณหนูเมอร์ลินอ่า โดนปฎิเสธตลอดเลย เดี่ยวก็เจอพี่ทิมละลูก สู้เขา~~
    #33
    0
  8. #32 น้ำจิ้มหวาน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 00:41
    ทำไหมว่าน้องยังงั้นนน ชุดเรียนพิเศษ 55555555+
    มีความไม่สนใจใครสูงมาก คุณหนูเมอร์ลินของน้องงงงงงง สู้เขาลูกกกก
    #32
    0
  9. #31 pkbbic (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 23:55
    พี่สวนจีนคะ เลือดจะหมดตัวเป็นเพื่อนมูมู่แล้ว.. แซ่บจริง55555555555555555 มูมู่เด็กน้อยน่ารักมากอ่าพี่โรมก็โห ใจแข็งจังรู้ว่าเป็นห่วงอนาคตแต่สงสารหนูน้อยคนนี้หน่อยย ตื๊อจนกำเดาไหลแหน่ะแม่คุณ น่ารักอะไรขนาดนี้ อลิซนี่ไม่ได้แย่เลยนะแต่หวงพี่โรมอะ เอาอลิซออกไปได้มั้ย55555555 โอย หลงมูมู่บทไม่เยอะหรอกแต่หลง งือ บรรยายสวยเหมือนเดิมค่ะ คำผิดนิดหน่อย สู้ๆนะงับบบบบ
    #31
    0
  10. #30 @!k@w@_k (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 23:13
    อุว้าก กรี๊ดร้องงงงงงงงง

    เข้าใจแล้วว่าทำไมคุณหนูเมอร์ลินถึงเลือดกำเดาไหล

    ก็พี่โรมแซ่บลืมซะขนาดนั้น 55555
    #30
    0
  11. #29 TeB_B (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 23:11
    ตายแล้ววววว มู่ลูก ทำไมหนูเป็นคนอย่างนี้ เหมือนใส่ชุดเรียนพิเศษไปดูพี่เขาเต้นจริงๆให้ตายเถอะ55555 ตาพี่นี่ก็ใจแข็งจริ๊ง เออแต่เขาก็มีสาวที่ถูกใจอยู่แล้วอะ.. แล้วลูกฉันล่ะ ลูกฉันนนนนนน
    #29
    0
  12. #27 ahcit.n (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 22:41
    แซ่บมากกกกกกกกกกกกกกกค่ะคุณพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพี่ วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดพ ขอกรี้ดยาวๆไปถึงหาดมาลีบู โอ้มายยยยยยก้อดดดดดดดดดดด อยากเป็นยัยอลิซ นางทำให้พี่โรมคลั่งใคล้งี้ได้ไงคะ ฮือออออออ ! ไม่ยอมค่ะ ! น้องมูมู่ของเราต้องแซ่บกว่า ทำให้พี่โรมตาค้าง น้องชายค้าง หายใจไม่ทั่วท้องกว่ายัยอลิซไรนี่ไปเลย ฮึ่มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นตอนแรกที่โครตตตตตตตตเซะซี่ และคาดว่าต้องเซะซี่ขึ้นไปกว่านี้แน่ๆค่ะsis 555555555555555555 โอ๋ยยยยย คือมันดีอ่าาาาาา ดีมากกกกกกกกกกกกกกก ขออวยตรงงๆเลออออแ รักโปรเจคเนนนนนน้ ฟิคบ้าบออะไรกลิ่นอายฝรั่ง กลิ่นอายซีรีส์ชีวิตเท่ๆมันจะตลบอบอวนขนาดนี้ อย่าว่าอย่านั้นอย่างนี้เลยนะคะคุณพี่ นี่คิดไปถึงเปิดฟอร์มจองฟิคเรื่องนี้แล้ว 555555555555555555 กี้ดๆๆๆๆ รีบหรออออออ555555 ยัง ยังไม่จบ เรื่องของอลิซกับพี่โรมยังไม่จบ น้องชอบมากค่ะพี่จีน ฮืออออออออ กีดร้องงงงงงง แต่ก็อิจฉามากเช่นกัน หัวจิตหัวใจร้อนรุ่มไปหมดล้าวววววว ชอบ ข่ะน้องมาสายกามข่ะ ฮือ สารภาพ 45555555555 ตัดมาที่คุณพี่โรมไถแผ่นไม้ของเจ้าตัวไปทำงาน #เรียกแผ่นไม้เดี๋ยวโดนพี่โรมฟาดแน่ อยากโดนฟาดค่ะ กี้ดๆๆๆๆๆ ละแบบตอนเปิดตัวน้องมูมู่ก็ดี ชอบบบบ ชอบบทน้องนางมาก เหมาะสมกับทีมเมียพี่โรมเหลือเกิน ส่งตัวแทนยัยน้องมูมู่ให้ไปฟาดฟันตาพี่โรมมาให้ได้ 15 ก็เด็ดนะ ลองมะ ง่อวววววว มูมู่สู้ค่ะลูก เด็กน้อยไซส์ครึ่งเมตรสิเฮ้ย! ของจริง ! พี่โรมต้องชอบ หุ่นบึ้มมีนมอะไรไร้สาระ เราไม่นมแต่เรามีตูดค่ะ ! 55555555555444 สนุกกกกกกมาก ฮือแแแแแแ นี่เม้นสด ใจร้อนรุ่มตุ๊มต่อมมากค่ะ เสียสติใส่ฟิคพี่จีนตลอดๆ 5555555555555555 ขอโทษด้วยนะคะ อิอิอิอิอิ พี่โรมอย่าใจแข็งมากนะคะ เปิดทางให้น้องมูมู่ซักที่สิคะ หึ้มมมมม เดี๋ยวรู้เลย จูบทีเดี๋นวติดใจแน่ แฟนเด็กแต่เซ็กส์จัดอะ รู้จักมะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ ! ง่อววววววว ! #ทีมน้องมูมู่ #ทีมเมียพี่โรม
    #27
    0
  13. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(