หวานใจเจ้าพ่อเถื่อน

ตอนที่ 11 : บทที่ 3 ค่ำคืนแห่งความวุ่นวาย 20%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,790
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    15 มิ.ย. 63


เจ้าของร่างบอบบางที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงขยับเปลือกตาปรือขึ้นอย่างมึนงง หัวของเธอหนักอึ้งราวกับมีใครเอาหินหนักๆ มาถ่วงเอาไว้ หญิงสาวกวาดตาที่ตื่นไม่เต็มตาไปทั่วห้อง เธอกระพริบตาเป็นจังหวะ สมองค่อยๆ ซึมซับภาพตรงหน้าช้าๆ

เธอกำลังนอนอยู่บนเตียงขนาดหกฟุต กลางห้องสี่เหลี่ยมที่ถูกทาด้วยสีครีมทุกด้าน ผ้าม่านสีน้ำตาลทองถูกรวบไว้ริมหน้าต่างเหลือไว้เพียงม่านสีขาวโปร่งบางเผยให้เห็นภาพเลือนล่างของท้องฟ้ายามราตรีกาลที่มืดสนิท

ห้องนี้กว้างกว่าห้องนอนของเธอสี่เท่า เฟอร์นิเจอร์หรูหราไม่คุ้นตาถูกจัดวางอย่างลงตัว โคมไฟคริสตัลที่ห้อยระย้ากลางเพดานห้องสวยงามและหรูหราเกินกว่าที่คนฐานะอย่างเธอจะหาซื้อมาประดับห้องได้ เพราะฉะนั้นห้องนี้ไม่ใช่ห้องของเธอ แล้ว...

“ที่นี่ที่ไหน” มินลดาพึมพำกับตัวเอง สมองยังงุนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก คิ้วเรียวขมวดมุ่นพยายามครุ่นคิด  ภาพเหตุการณ์ก่อนที่เธอจะหลับไปไหลเข้ามาอย่างเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้า และเมื่อความทรงจำกลับมาครบถ้วน ร่างเล็กก็ลุกพรวดขึ้นจากเตียง

โอ้ย!” เสียงหวานครางออกมาเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนอีกครั้งเมื่อความหนึกอึ้งที่ศีรษะกลายเป็นปวดหนึบกะทันหัน

หญิงสาวนอนหลับตา นิ่ง อยู่บนเตียงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงอีกครั้ง เมื่อร่างกายปรับสภาพได้แล้ว เธอก็พุ่งไปที่ประตูห้องทันที ทว่า...

กึก!  

ประตูห้องกลับเปิดไม่ออก... มินลดาขมวดคิ้ว เธอพยายามเปิดประตูออกอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง ทั้งพยายามบิด หมุน ดึง ดัน กระชาก แต่ทำยังไงก็เปิดประตูไม่ได้ หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักใจ เมื่อรับรู้ได้แน่ชัดว่าประตูถูกล็อคจากด้านนอก

ร่างระหงเดินพล่านไปทั่วห้องเพื่อหากระเป๋าสะพายใบเก่งของตัวเอง เธอจำได้ว่าตอนที่ถูกผู้ชายคนนั้นยัดเข้าไปในลีมูซีนคันหรู กระเป๋าใบนั้นยังติดตัวเธออยู่ ในนั้นมีโทรศัพท์ บางทีเธออาจใช้โทรศัพท์โทรหาใครสักคนเพื่อให้มาช่วย หรืออาจจะโทรหาตำรวจ แม้ว่าเธอจะเชื่อเขาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีใครหรือตำรวจหน้าไหนกล้ายุ่งกับตระกูลเจ้าพ่ออย่างตระกูลอัลฟองเซ่ แต่อย่างน้อยการได้ลองสักตั้งก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆ แล้วตายโดยที่ไม่มีใครรับรู้

ทว่าความความหวังที่คาดเอาไว้เป็นอันต้องดับวูบลงเพียงเพราะเธอหากระเป๋าของตัวเองไม่เจอ ไม่ว่าจะหาซอกไหนมุมไหนของห้อง... เธอก็หาไม่พบ

โอ้ย! จะทำยังไงล่ะเนี่ย ตอนอยู่ในที่ที่เธอคุ้นเคยที่สุดในลาสเวกัสเธอยังหนีเขาไม่พ้น แล้วมาอยู่ในที่ที่เธอไม่รู้จักแบบนี้เธอจะหนีเขาพ้นได้ยังไง... มินลดาร่ำร้องในใจพลางกวาดสายตาไปรอบกายอย่างหวาดหวั่น แล้วสายตาของเธอก็สะดุดกับโทรศัพท์แบบตั้งโต๊ะที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง

มินลดาพุ่งเข้าไปหาเครื่องมือสื่อสารเครื่องนั้นทันที มือข้างหนึ่งยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ส่วนอีกข้างเอื้อมไปที่แป้นตัวเลข ทว่าก่อนจะได้กดเบอร์ลงไปเธอกลับต้องชะงัก...

ให้ตายเถอะ! เบอร์เดียวที่เธอพอจะจำได้คือเบอร์สถานีตำรวจ หญิงสาวกัดปาก นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดหมายเลขเดียวที่จำได้ลงไป

“ช่วยด้วย ฉันถูกลักพา...” เสียงสัญญาณดังขึ้นสองครั้งก่อนจะตัดไป เมื่อมีคนรับสาย มินลดาก็กรอกเสียงลงไปเร็วปร๋อ

“เสียใจด้วย โทรศัพท์ในบ้านหลังนี้ทุกเครื่องจะถูกเช็คทุกครั้งที่มีคนโทรเข้าหรือโทรออก ทุกสายจะถูกโอนเข้าส่วนกลาง ก่อนโอนต่อให้ผู้ที่คนโทรเข้าหรือออกต้องการจะคุยด้วย หรือกรณีนี้คือโอนให้ผม เพราะคนโทรออกเป็นบุคคลต้องสงสัยอย่างคุณ อีกอย่าง ผมก็เคยบอกคุณไปแล้วไม่มีตำรวจหน้าไหนกล้ายุ่งกับผม ฉะนั้นถึงคุณโทรออกไปได้ ก็ไม่มีใครมาช่วยคุณหรอก”

เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยเนิบนาบขัดขึ้นทั้งๆ ที่เธอพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ

มินลดาอ้าปากค้างกับเสียงที่รอดผ่านมาตามโทรศัพท์ พอตั้งสติได้เธอก็รีบวางหูและถอยห่างจากโทรศัพท์เครื่องนั้นราวกับว่าอีกไม่กี่นาทีมันจะระเบิดตัวเองทิ้ง

เมื่อจ้องมันได้หลายนาทีแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น หญิงสาวก็กลับมาเดินวนไปเวียนมาในห้องนอนที่ถูกยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนอีกครั้ง ไม่สิ ต้องเรียกว่าห้องนอนที่ใช้กักขังอิสรภาพของเธอต่างหาก หญิงสาวกัดปาก หัวของเธอหมุนติ้วไปหมด ไม่น่าเชื่อว่าเพียงวันเดียวชีวิตเธอจะพบเจอกับเรื่องยุ่งยากได้มากมายถึงขนาดนี้ มันวุ่นวายเสียจนเธอตั้งรับไม่ทัน และไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไรดี

“เอาไงดีนะมินลดา คิดสิ คิด” มือบางเริ่มทึ้งผมตัวเองอย่างคิดไม่ตกเมื่อแผนการแรกล้มเหลวไม่เป็นท่า

หญิงสาวกวาดสายตาไปรอบห้องอย่างครุ่นคิด ก่อนจะชะงักสายตากับบางสิ่งบางอย่าง เธอกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ ก่อนจะเริ่มสาวเท้าเดินตรงเข้าหาสิ่งนั้น


มาต่อกันจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,018 ความคิดเห็น