ตอนที่ 74 : Ch.67 Operation Outflank II - [เรือเหาะทั้งห้า]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ธ.ค. 59

 

Crystalfall: Awakened!

คริสตัลฟอร์: อเวกเกน!

Ch.67 Operation Outflank II - [เรือเหาะทั้งห้า]

[คริสตัลฟอร์เจ็ดชั่วโมงหลังจากรู้ตัวว่าถูกสะกดรอยตาม]

[26/05/2055 - 06:31 UTC+8]

[เหนือน่านฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือห่างจากแผ่นดินใหญ่ออกไปไกล]

“เบี่ยงซ้ายค่ะ!!

มาเรียตะโกนบอกแรบบิ้นที่เป็นคนบังคับเรือให้เอนเรือเหาะไปทางซ้ายเพื่อหลบเวทมนต์ไฟที่ไล่หลังมา คนอื่นๆ ต่างหาที่จับเพื่อไม่ให้ตัวเองเอนล้ม

พวกมันเอาเรือเหาะมาจากไหน!!!

เฟลิกซ์ที่ยังตะลึงไม่หายหลังจากที่รู้ตัวว่าถูกพวกริสตามหลังมาห่างๆ และก่อนหน้านี้หลายชั่วโมงพยายามที่จะใช้ปืนใหญ่บนเรือนี้ยิงสกัดไม่ให้ตามมาแต่ไม่โดนสักนัดและยิงจนหมดคลัง

แต่เรือเหาะนั่นเหมือนกับลำนี้มาก...ที่ๆ ยังมีเรือเหาะนี้อีกก็ที่เขาอากิเห็นจอด—

หรือว่าแอบตามเรือราชินีมาตลอด!!!

“ไม่มีใครร่ายเวทย์โจมตีเป็นเลยหรือไง!?” เควนเซอร์ที่โซซัดโซเซตะโกนถาม

“เรย์ลี่ไม่ได้อยู่แล้ว!” เจ้าตัวว่างั้นเพราะดันถนัดแค่เวทย์สากล

“ฉันใช้มานามากกว่านี้ไม่ได้แล้วค่ะ! เดี๋ยวคุณเฟลิกซ์จะแย่แทน”

มาเรียพูดแบบนั้นเพราะสิ่งที่ให้พลังแก่เธอก็คือคริสตัลกลางอกที่เชื่อมต่อกับเฟลิกซ์อยู่เลยทำหน้าที่เป็นคนบอกทิศทางการมาของเวทย์ไฟจากริสแทน

“ผมเอง!

ทอมมี่ที่เกาะเสาเรืออยู่ยื่นมือซ้ายเตรียมร่ายเวทย์แต่มาเรียตะโกนให้เรือหักหลบเวทย์ที่ยิงไล่หลังมาอีกครั้ง

“ขวาค่ะ!!

และนั่นทำให้ทอมมี่ต้องชะงัก

“ไม่ได้ครับ! ถ้าเรือไม่นิ่งมากพอละก็—”

“นายเป็นจอมมารไม่ใช่หรือไง!!” เฟลิกซ์หลุดเรื่องความลับ “เรื่องพรรคนี้ของกล้วยๆ นี่!?

“จอมมาร!?

แรบบิ้น เซเบอร์ เควนเซอร์ ทั้งสามต่างร้องเสียงหลง (ที่เหลือรู้เรื่องอยู่แล้ว) เฟลิกซ์ซี๊ดปากคิดว่าตอนนี้ยังไม่มีเวลาอธิบายเรื่องนั้น แต่ทอมมี่หน้าถอดสีไม่ใช่เรื่องที่ถูกเปิดเผยความลับของอีกตัวตนหนึ่งของเขาแต่เป็นเพราะเรื่องที่กำลังจะพูด...

“เอ่อ...มีเรื่องจะสารภาพครับ ช่วงวันสองวันมานี้ความทรงจำกับทักษะของจอมมารมันเริ่มเลอะเลือนหายไปทีละนิดทีหน่อยจนหายไปเกือบหมดแล้วเลยใช้เวทย์ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่”

“หา!! แล้วทำไมเพิ่งจะมาบอกตอนนี้ละห๊ะ!!!

เฟลิกซ์พ่นทุกคำด้วยน้ำโห เล่นให้ทอมมี่ทำตัวไม่ถูกแต่แล้วตัวเรือเหาะโคลงเคลงมีลมพัดแรงมาทำให้ต้องหาที่เกาะอีกครั้ง

“ลมพวกนี้มาจากไหนเนี่ย!” เควนเซอร์เจ้าเดิมโวยวาย

“มันแปลกๆ อยู่” เซเบอร์ออกความเห็นอีก

“เวทย์ลม!?

เรย์ลี่จับไอเวทย์ได้ก่อนที่จะพยายามวิ่งไปที่ท้ายเรือเพื่อดูพวกริสที่ยังตามอยู่อีกไกลมองให้ชัดๆ  เธอเห็นกลุ่มนักเวทย์เอลฟ์บนเรือเหาะกำลังร่ายเวทมนต์ควบคุมกระแสลมอยู่เลยจะร่ายเวทย์แทรกแซงแต่ด้วยการที่ตัวเรือถูกลมพัดก่อกวนอยู่ตลอดเลยไม่สามารถตั้งมั่นใช้เวทย์นั้นได้เลยวิ่งหมอบกลับไปกลางเรือ

“ท่านพี่!! พวกนั้นใช้เวทย์ลมค่ะ!

“งั้นก็แย่สิ! ถ้าคุมลมให้พัดถึงกับพัดเรือเราเอนได้ มันคงถล่มด้วยเวทย์ไฟได้ง่ายแน่!

“ไม่หรอกค่ะ! ทางนั้นเองก็จะใช้เวทย์ไฟไม่ได้เหมือนกันเพราะจะถูกลมตีจนมอดไปก่อน”

“แล้ว...พวกนั้นจะทำแบบนี้เพื่ออะไร?”

คำถามของเฟลิกซ์ได้รับการตอบรับแทบจะทันที ลมที่เกิดจากเวทย์หายไปแล้วมีเรือเหาะสองลำบินเข้ามาประกบคู่ซ้ายขวาที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว เอลฟ์บนเรือทั้งสองต่างโยนตะขอที่เสริมเวทย์ให้แข็งแกร่งและยึดเหนี่ยวได้ไม่หลุดลงมาบนเรือและอีกสองลำที่เหลือก็เกาะติดกับเรือเหาะของพวกมันอีกที เซเบอร์เห็นท่าไม่ดีเลยรีบบอก

“ทุกคน!! มาเกาะกลุ่มที่ท้ายเรือกันให้หมดเลย!!

แล้วทุกคนที่ทำอะไรไม่ถูกก็ทำตามเซเบอร์ว่าตามง่าย เมื่ออยู่กันครบเรย์ลี่ที่รู้สิ่งที่เซเบอร์สื่อก็ใช้เวทย์ทันที

“บาเรีย!!

ถึงแม้จะมีบาเรียคุ้มกันอยู่แต่ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตาพร้อมสู้ สายตาพวกเขาต่างจับจ้องเหล่าเอลฟ์ที่ทยอยลงมาจากเรือเหาะที่ตามมาอย่างประหลาดใจโดยเฉพาะเฟลิกซ์

แค่...สี่คน!? เรือสี่ลำต่อสี่คน? ห๊ะ!?

“สี่คนนี้อันตรายมาก...” เซเบอร์ที่ตั้งโล่เอ่ยอย่างสั่นคลอ “รังสีนักฆ่าจากพวกเขามันแรงมาก”

“หือ!? ยังมีมนุษย์ที่มีสัญชาตญาณที่เป็นปฏิปักษ์กับนักฆ่าด้วยหรือนี่”

น้ำเสียงผู้หญิงที่เอ่ยด้วยความชั่วร้ายเป็นไปไม่ได้นอกจากริสที่เป็นดาร์คเอลฟ์เดินนำลูกน้องทั้งสามที่มีทั้งอาวุธลับและคทาน่าเกรงขามเข้ามาอยู่ห่างจากบาเรียเพียงเจ็ดก้าวแล้วเลิกคิ้ว

“แต่ยังคงแยกแยะไม่ออกระหว่างอัศวินกับนักฆ่าสินะ ถึงได้พูดแบบนั้น”

“ทำไมถึงตอแยพวกเรานักละ!?” เรย์ลี่ถาม

“ตอแย? ฉันเนี่ยนะตอแย...ฮะฮ่า เลือกใช้คำในการสนใจดี...แต่ช่วยสำเนียกหน่อยได้ไหมว่าสถานการณ์ตอนนี้เธอไม่มีสิทธิพูดแบบนั้นอีกแล้ว! เหอะ...คิดว่ายัยปีศาจยูกะอยู่นี่อีก”

“นี่แก” เฟลิกซ์ทักด้วยน้ำเสียงจริงจัง “รู้ตัวไหมว่าสิ่งที่ทำอยู่มันจะพาลให้ตายกันหมด!

“ตาย? หึๆ ใช่!! ฉันรู้ว่าเธอหมายถึงอะไรไอ้ผู้กล้าจอมปลอม...เรือเหาะสี่ลำกำลังล่องลอยบนฟ้าที่ๆ ห่างไกลจากแผ่นดินยักษ์ที่กำลังจะฟอร์ดาวน์...แล้วถ้าเกิดจู่ๆ พื้นไม้ที่พวกแกยืนอยู่เป็นรูขึ้นมา...ถึงแม้จะไม่สาแก่ใจฉันแต่มันก็ช่วยไม่ได้เพราะต้องกลับไปตามล่ายูกะอีก แต่ฉันจำเป็นต้องเอาตัวแกกลับไปเพื่อให้คนอื่นเชื่อว่าเรื่องผู้กล้าจอมปลอมเป็นเรื่องจริง!

“เฮ้ย! ไอ้ดาร์คเอลฟ์งี่เง่า!! ฟังฉัน!!

เฟลิกซ์ที่เดือดสุดๆ เพราะไม่อยากจะสานต่อเรื่องงี่เง่าเลยตะคอกใส่เต็มที่ ริสถึงกับหน้าเหวอ

“พวกฉันกำลังจะไปที่ๆ หนึ่งเพื่อช่วยทุกคนบนโลกนี้!! ใช่...ที่พูดมามันเหมือนกับว่าฉันเป็นผู้กล้าถึงจะจอมปลอมในสายตาของเธอ แต่เชื่อฉันเถอะ...ฉันมาโลกนี้เพื่อหยุดวังวนจอมปลอมให้ทุกคนได้เห็นความจริงว่าโลกที่พวกเธออยู่มันก็แค่ของปลอม!! เธอกำลังฝันอยู่นะริส!! ตอนนี้ทั้งเธอกับฉันและทุกคนถูกบังคับให้หลับมีฝันร่วมกันนี่อยู่!!

ได้โปรด...เชื่อสักนิดก็ยังดี

เฟลิกซ์ภาวนาในใจถึงที่สุด ริสที่ดูเหมือนจะตะลึงกับเรื่องที่ได้ฟังแล้วหันหลังเดินถอยไปเล็กน้อยกำลังกรุ่นคิดบางอย่าง ก่อนที่จะหันมาด้วยสีหน้าที่เฟลิกซ์เห็นแล้วต้องหนักใจ

ไม่เชื่อแน่ๆ!!

ริสสั่งลูกน้อง

“กีนัส...เปลี่ยนแผน...ฆ่าพวกนี้ให้หมด!!! อ๊าก!!!

ร่างริสถูกหมัดซ้ายจักรกลที่เฟลิกซ์ปล่อยให้มันพุ่งไปชนจนกระเด็นไปตกกลางเรือ สร้างความตะลึงแก่ลูกน้องที่เหลือที่กำลังจะใช้เวทย์ระเบิดให้ส่วนที่พวกเฟลิกซ์ยืนอยู่หายไปและจากการที่เฟลิกซ์ใช้หมัดนั่นทำให้บาเรียที่เรย์ลี่ร่ายไว้แตกสลาย คนอื่นต่างจะกระโจนเข้าสู้กับลูกน้องคนอื่นที่เหลือแต่กลับไหวตัวทันกระโดดตัวเบาถอยไปคุ้มกันริส  เควนเซอร์ เซเบอร์ แรบบิ้นออกซ้าย เฟลิกซ์ มาเรีย เรย์ลี่และทอมมี่ออกขวา ลูกน้องสองคนต่างสร้างบาเรียติดแขนขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้วใช้อาวุธลับอย่างมีดสั้นเข้าต่อสู้อย่างคล่องแคล่วจนไม่น่าเชื่อว่ารับมือพวกเฟลิกซ์ที่แยกกันทั้งสองกลุ่มได้

กีนิสลากตัวริสถอยห่างออกมายังหน้าเรือเหาะก่อนที่จะถูกปัดมือ

“ปล่อยฉันกีนัส! ฉันไม่เป็นอะไร!

“ท่านไม่เป็นอะไรหรือ?”

“แค่เผลอ...”

ริสเอ่ยอย่างไม่พอใจแล้วชักดาบขึ้นมาเดินเข้าทางกลุ่มซ้ายที่มีเฟลิกซ์อยู่เข้าต่อสู้แล้วชี้นิ้วสั่งให้กีนัสไปช่วยอีกคนปีกขวา การต่อสู้กลายเป็น สามต่อสองและสี่ต่อสอง

ไม่ถนัดเลย!

เฟลิกซ์โวยในใจเพราะพื้นที่ต่อสู้มันเล็กมาก ขยับตัวอะไรก็ไม่ค่อยถนัดแถมต้องค่อยยกแขนซ้ายกันมีดเคลือบและเพลงดาบของริสที่กวาดแกว่งได้น่ากลัวเอาเรื่องและดูเหมือนริสจะเล็งที่เธอเป็นหลัก ดาบเล่มนั้นจ้องจะฟันคอเธอให้ขาดอยู่อย่างเดียวและแล้วมาเรียก็เข้ามาขัดด้วยการรับดาบด้วยมือเปล่า

“เปล่าประโยชน์ค่ะ!

“นี่แก!? หรือว่า!!!

ริสดูเหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวรีบปล่อยดาบแล้วกระโดดถอยหลังและหนีขึ้นเรือเหาะลำอื่นไป ลูกน้องอีกสามคนต่างสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นเลยโดนมาเรียเอามือที่มีกระแสไฟฟ้าจากการร่ายเวทย์โดยไม่ต้องร่ายแตะตัวทั้งสามเลยลงไปนอนชักดิ้นและเท่านั้นไม่พอมาเรียยังใช้เวทย์บางอย่างทำให้เอลฟ์ทั้งสามตัวลอยขึ้นก่อนที่จะถูกผลักให้ตกเรือลงสู่ขอบโลกไป ทุกคนต่างตะลึงกับสิ่งที่มาเรียทำ

โหดเกินไปแล้ว!

ตูม!!!

ด้านข้างขวาของตัวเรือเหาะที่ทุกคนยืนอยู่เกิดระเบิดขึ้นเพราะริสควบคุมปืนใหญ่จากเรือข้างๆ ยิงใส่ทำให้ตัวเรือโครงเคลงจนทุกคนหน้าคว่ำล้มกับพื้น

อะไรอีกเนี่ย!!

เฟลิกซ์ลุกขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้แล้วจะมองหาตัวต้นเหตุก็เจอจนได้ เธอจะวิ่งกระโดดข้ามไปเรืออีกลำ แต่ปืนใหญ่ก็ถูกยิงมาอีกจนเกือบทำให้เฟลิกซ์เกือบหล่นสู่ขอบโลกถ้าไม่จับรั้วเรือไว้ทันแล้วเห็นตัวเชือกที่เกาะระหว่างเรือไว้อยู่ว่ามันกำลังจะขาดและเห็นว่าปืนใหญ่กำลังยิงเข้าที่บนเรือไม่ใช่ที่ด้านข้างเรือ

เวรแล้วไง!!

เธอไม่มีทางเลือกเพราะไม่มีเวลามากพอจะวิ่งหลบหรือเตือนคนอื่นเลยต้องใช้แขนซ้ายจักลตั้งการ์ดแทน ริสฉีกยิ้ม

“ตายซะ!!!

ตูม!!!

เกิดระเบิดขึ้นตรงหน้าเฟลิกซ์ เรย์ลี่ที่ใจหายเพราะเห็นวินาทีที่ลูกปืนใหญ่พุ่งใส่ตัวท่านพี่ของเธอพอดีแล้วร่างของเฟลิกซ์กระเด็นผ่านเธอไปกระแทกด้านข้างเรือเหาะอีกลำแล้วร่างของเฟลิกซ์ก็ทิ้งดิ่งลงสู่ข้างล่าง เรย์ลี่ร้องลั่น

“ท่านพี่!!!

เรย์ลี่รีบวิ่งไปอีกด้านของเรือแล้วจะก้มลงก็เห็นมือซ้ายของเฟลิกซ์พุ่งขึ้นมาเกาะขอบเรือเหาะอีกลำตรงหน้าไว้แล้วพาตัวเองขึ้นมาบนเรือได้สำเร็จอย่างทุลักทุเลนอนกลิ้งไปกับพื้น เรย์ลี่โล่งใจอย่างสุดซึ้งแต่ต้องชะงักกลับสู่ความจริงอีกครั้งในเมื่อตัวเรือเหาะที่ยืนอยู่เริ่มทรุดลง เธอบอกทุกคนพร้อมร่ายเวทย์เสริมแรงให้

“รีบหนีขึ้นเรืออีกลำเร็วเข้า!! สายลมจงฟัง! จงพัดพาพวกเขาและข้าไปยังเบื้องหน้า!!

ทุกคนยกเว้นเฟลิกซ์และมาเรียต่างมีออร่าสีเขียวปรากฏที่ทำให้การกระโดดข้ามเรือเหาะง่ายขึ้น เรือเหาะที่นำพาพวกเขามาได้ถูกทำลายร่วงลงไปแล้ว เรย์ลี่รีบคุกเข่าเข้าใกล้เฟลิกซ์ใช้เวทย์รักษา

“ท่านพี่!! ฮีล!!

ออร่าบนตัวเรย์ลี่ถูกส่งต่อให้เฟลิกซ์จนเริ่มขยับตัวได้

“อึ่ก! จุกชะมัด!! แขนซ้ายนี่น่าจะรับมือของกายภาพได้ดีเหมือนกับเวทมนต์บ้างนะ”

“ท่านพี่!! เรย์ลี่คิดว่าจะเสียท่านพี่ไปแล้ว!!

เรย์ลี่และคนอื่นต่างมองด้วยความเป็นห่วงยกเว้นทอมมี่ที่มองทางอื่นแล้วบอกเตือน

“เอ่อ...ปืนใหญ่ของเรือเหาะลำนั้นเหมือนกำลังเล็งมาทางนี้นะครับ”

ตูม!!!

ยังไม่ทันไรเรือเหาะที่พวกเขายืนอยู่ก็ถูกโจมตีจนทุกคนโซเซอีกรอบ ทอมมี่ที่ตั้งหลักก่อนใครเพื่อร่ายเวทย์ไฟทันที

“เอาไปกิน!!!

ลูกบอลเพลิงขนาดใหญ่พุ่งออกจากมือของทอมมี่ไปทางเรือเหาะตรงหน้าแต่มันกลับย้อยลงเรือเหาะอีกลำที่อยู่ข้างหลังจนทำให้เรือลำนั้นร่วงลงไปแทน พอจะใช้อีกรอบก็ถือริสยืนปืนใหญ่เข้ามาข้างเรือซะก่อนและดูเหมือนว่าจะถูกเข้าส่วนสำคัญเพราะทำให้เรือเหาะที่อยู่เริ่มเอียงตัว ทำให้ไม่มีตัวเลือกนอกจากวิ่งหนีกระโดดขึ้นเรือเหาะอีกลำที่เป็นลำสุดท้าย เฟลิกซ์ตามหลังสุดเพราะเพิ่งหายจุกและเห็นเซเบอร์ เควนเซอร์และแรบบิ้นต่างวิ่งลงไปในเรือ

“พวกนั้นจะไปไหน!?

“ประจำการปืนใหญ่ของเรือลำนี้ค่ะ!” มาเรียอธิบายแทนก่อนที่จะทรุดลง “ดูเหมือนว่าฉันเวลาที่ออกมาข้างนอกจะหมดลงแล้ว แย่จริงกะจะใช้เวทมนต์จัดการเรือเหาะ...ลำนั้น....แท้ๆ”

แล้วจู่ๆ มาเรียสลายร่างกลับเข้าสู่แท่งคริสตัลกลางอกเหมือนเดิม ความสงสัยเต็มไปหมดแต่ไม่มีเวลาจะคลี่คลาย ทอมมี่และเรย์ลี่กำลังร่ายเวทย์บาเรียคุ้มกันเรือเหาะโดยที่ไม่ให้มันปิดกั้นตรงปืนใหญ่ของเรือ เฟลิกซ์ตอนนี้ทำได้แต่ยืนดูอย่างเจ็บตัวเพราะยังไม่หายดีจากการถูกปืนใหญ่อัดเต็มๆ ตัว

ทำไมยัยดาร์คเอลฟ์นั่นถึงไม่ยอมฟังกันเลยนะ!!

ตูม!!

เรือเหาะที่ริสอยู่ได้ยิงปืนใหญ่เข้ามาอีกครั้งแต่ถูกระเบิดนอกเรื่องเพราะบาเรีย ปืนใหญ่สามกระบอกข้างเรือที่เฟลิกซ์อยู่ยิงคืนไปบ้าง

ตูมๆๆๆ!!!

เรืออีกลำถูกยิงเข้าเต็มๆ ที่ข้างซ้ายสามครั้งติดและมันทำให้เรือลำนั้นเสียการควบคุมเอนมาทางนี้ เฟลิกซ์เบิกตาโต

จะเข้ามาชนแน่ๆ!!!

พอตั้งสติได้จะไปที่ควบคุมเรือที่เป็นพวงมาลัยบนท้ายเรือแต่กลับหน้ามืดขึ้นมาเพราะยังไม่หายดีจนต้องเกาะรั้วเรือใกล้มือแทน เรย์ลี่กับทอมมี่เองก็ไม่สามารถจะละจากการสร้างบาเรียคุ้มกันได้ หน้าที่นั้นเลยตกเป็นอีกสามคนที่กำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาบนเรือ

แต่มันก็สายไป...

เปล้ง!!!

เสียงบาเรียแตกเพราะไม่สามารถจะทนรับการกระแทกของเรืออีกลำได้แต่ก็มากพอที่จะปกป้องไม่ให้เรือไม่ให้เป็นอะไร เรือเหาะที่เซเข้ามากำลังลดความสูงร่วงลง...เฟลิกซ์เห็นริสที่หนีตายกระโดดตัวสูงขึ้นมาเกาะขอบเรือที่เฟลิกซ์ยืนอยู่พอดี ทั้งสองสายตาคู่จับจ้องมองกันโดยที่มือของริสกำลังจะลื่นหลุด เฟลิกซ์จะใช้มือขวารับแต่ริสส่ายหัว

“ไม่...ไม่มีวันที่จะยอมให้แกช่วยฉันให้มีมลทินหรอก”

ความเย่อหยิ่งของริสนั้นทำให้เธอเลือกที่จะปล่อยมือที่เกาะอยู่ เฟลิกซ์ทำได้แต่มองเธอที่กำลังร่วงลงสู่ความมืดมิด ณ ขอบโลกอย่างฉงนใจ

ทำไม...ทำไมกัน...ทำไมถึงแค้นฉันนักละ

ไม่...ไม่ คิดไปก็ไร้ประโยชน์เพราะไม่ได้ตายกันจริงๆ ซะหน่อย

ทำไมกันนะ...

ถึงแม้จะคิดแบบนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าจับมือริสให้เร็วกว่านี้คงจะดีกว่านี้เพราะยังมีเรื่องที่คาค้างใจอยู่แต่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร

“รู้สึก...ได้เลย...พลังมันหายไปเยอะ”

เสียงคราญครางของทอมมี่ทำให้เฟลิกซ์หันกลับมาดูเห็นว่าทั้งทอมมี่และเรย์ลี่ต่างล้มนอนหงายอยู่

“ทั้งสองคน!! เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย!?

“ไม่เป็นอะไรมากค่ะ” เรย์ลี่ตอบด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อย “แค่ทุ่มมานาใส่บาเรียเกือบทั้งหมดเลยหมดแรง แต่ต้องขอบคุณคุณเชอรี่มากนะคะที่ใส่มานามากมายซะขนาดนั้นเลยไม่เป็นอะไรกัน”

“ทอมมี่!? นี่นาย...”

“อย่าทำเป็นซึ้งเลยครับ ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” ทอมมี่ปากดี “แต่ตอนที่ร่ายบาเรียก็หวั่นว่าจะทำได้ไหมเพราะเริ่มรู้สึกตัวว่ามานาของจอมมารที่ควรที่จะมีมหาศาลมันหายไปเยอะเลย ไม่รู้ทำไมถึงมาเป็นตอนนี้”

“หือ?”

เฟลิกซ์เอ๊ะใจเพราะมันก็เกิดขึ้นกับมาเรียด้วยกัน และดูเหมือนแรบบิ้นจะมีคำตอบ

“ทุกคน...ข้างบน...รู้ไหมว่ามันคืออะไร”

เมื่อมองดูท้องฟ้าข้างบนก็เห็นสิ่งที่มันบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอกยาวสุดลูกหูลูกตาจำนวนมาก ตรงเกลียวคลื่นนั้นจะเห็นภาพแตกจนเหมือนภาพถ่ายที่ถูกขยายใหญ่จนเห็นรอยแตกพิกเซลได้ชัด เฟลิกซ์ไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่เรย์ลี่รู้ดี

“ท่านพี่...นั่นมัน...ที่เคยเกิดขึ้นก่อนที่ท่านพี่จะฟื้นขึ้นมา”

“หือ? ฟื้นขึ้น?”

“ก็ที่เคยเล่าค่ะว่าหนึ่งวันก่อนที่จะท่านพี่จะฟื้นขึ้นมาจากอาการเจ้าหญิงนิทรา ท้องฟ้าบิดเบี้ยวแล้วทำให้ทุกคนสลบไปชั่วขณะ”

เรย์ลี่ย้อนความให้ฟัง ซึ่งตัวเฟลิกซ์เองก็รู้สึกคุ้นๆ ว่าเคยได้ยินมาก่อน แต่เธอสนเรื่องผลกระทบของมัน

“แล้ว...ทำไมเราไม่สลบ?”

คำถามนั้นไร้ซึ้งคำตอบอย่างแท้จริง ทุกคนต่างมองหน้ากันและกันโดยหวังว่าจะมีคนรู้แต่ก็ยังคงเงียบสนิท

หรือจะเกิดลางร้ายแบบอื่น?

“ถ้างั้นเราควร—อ๊าก!!

เฟลิกซ์ไม่ทันจะแนะนำ จู่ๆ ตัวเรือเหาะก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเองจนทุกคนต้องหาที่จับไว้เป็นการด่วน ตัวเรือเหาะพุ่งดิ่งเฉียงลงไปข้างหน้า เซเบอร์ตะโกนถาม

“แรบบิ้น!!! นายทำอะไรกับเรือ!!

“ผมเปล่านะ!!

เจ้าตัวปฏิเสธเสียงแข็ง เฟลิกซ์กำลังจะไปที่พวงมาลัยแต่แล้วสิ่งตรงหน้าหลังผ่านเมฆหมอกนั้นทำให้เธอต้องสนใจ

นั่นมัน...แผ่นดิน!?

มันเป็นแผ่นดินเกาะเล็กมากลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยวเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจีและที่ตรงภูเขาเพียงลูกเดียวของเกาะนั้นมีปราสาทอยู่และระยะที่เห็นนั้นค่อนข้างใกล้ไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร

เฮ้ยๆๆๆๆๆๆ ไม่ทันแล้ว! ชนแน่ๆ!!!

[ณ ฐานลับใต้ดินของกองกำลังใต้ดินไอริสในโลกความเป็นจริงแห่งหนึ่ง]

“ค่าพลังที่ดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ปล่อยออกมาช่างน่าสนใจจริงๆ”

ความพึงพอใจของชายคนหนึ่งที่ยืนดูแผงจอแสดงสถานการณ์การรบที่เกาะดิไวน์ที่ตอนนี้เวิลด์เจเนอรัลและไฮเทคอัพเปอร์กำลังถล่มทางตอนเหนืออยู่ โดยที่บนเกาะตรงนั้นมีสัญลักษณ์ลูกบอลสีดำที่มีแถบวัดพลังบางอย่างที่มีตัวเลขกำกับสูงขึ้นเรื่อยๆ

และแล้วก็มีอีกเสียงหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ออกความเห็น

“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะครับผู้บัญชาการ ว่าเวิลด์เจเนอรัลจะจัดการเด็ดขาดไม่ได้ถึงกับยืมมือเอกชนที่มีแต่พวกปิ้นป้อน”

“ในเมื่อกองทัพหุ่นยนต์ของตัวเองใช้ไม่ได้ ให้กองทัพของคนอื่นไปพังแทนนับว่าฉลาด”

“แต่เจ้าพวกไฮเทคอัพเปอร์จะได้หน้าแทนไม่ใช่หรือ? เวิลด์เจเนอรัลไม่น่าจะยอมกันง่ายๆ”

“เชื่อว่าคงมีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างและต้องไม่ใช่เพิ่งจะมาคุยตอนนี้ด้วยแน่ๆ”

“เอ่อ...นั่นมันแย่เอาเรื่อง ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าอิทธิพลของเวิลด์เจเนอรัลทำอะไรไฮเทคอัพเปอร์ไม่ได้เพราะมันอยู่คนละส่วน แต่เรื่องคราวนี้มัน...”

“ถ้าแย่ที่สุดพวกเขาจะเป็นพันธมิตรกันอย่างเป็นทางการ”

ขอสรุปของผู้บัญชาการทำให้อีกคนส่ายหัวไม่ชอบใจ ทั้งๆ ที่น่าจะพอเดาได้อยู่แล้วแต่ทำใจไม่ได้ที่จะได้ยินแบบนั้น

“แล้ว...ที่แลกเปลี่ยนลับกับพวกนั้นคง—”

“ไม่หรอก นั่นมันคนละส่วน” ผู้บัญชาการแย้ง “อย่าลืมว่าไฮเทคอัพเปอร์แบ่งแยกเป็นสองพวก ถึงจะเสียโอกาสที่จะเข้าหาตระกูลมิซากะไปแต่เรายังมีเจ้าตาแก่โลภมากนั่นอยู่”

“อ๋อ ลากัซ...ไม่ชอบพอๆ กับเจ้าดิไวน์นั่น”

“แต่ลากัซคือของจริง อะไรที่ตักตวงได้ก็ทนๆ ไปก่อนนะท่าน ไอริสยังไม่พร้อมที่จะกางปีกสู้กับเวิลด์เจเนอรัล”

“เชอะ! แล้วแบบนี้เมื่อไรเราจะโค่นพวกนั้นได้!?”

“อดทนแล้วรอโอกาส อย่างเช่นเรื่องคราวนี้”

ผู้บัญชาการเอ่ยเสร็จ หน้าจอหลักตรงหน้าถูกเปลี่ยนให้เห็นวงโคจรนอกโลกที่มีจุดสีแดงเล็กสิบจุดและจุดใหญ่อีกหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ตามเส้นปะที่วนรอบและที่ปลายเส้นปะนั้นบรรจบที่เกาะดิไวน์

“นี่จะเป็นการประกาศศักดิ์ดาว่าเราไม่ใช่พวกตุ่นที่ผุดขึ้นจากดิน แต่เราเป็นได้ทั้งปีศาจที่ลงมาจากท้องฟ้ามาขยี้ทุกสิ่ง!!


53 ความคิดเห็น