ตอนที่ 73 : Ch.66 Operation Outflank I - [First Hour]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ธ.ค. 59


Crystalfall: Awakened!

คริสตัลฟอร์: อเวกเกน!

Ch.66 Operation Outflank I - [First Hour]

[Mission Briefing]

หน่วยความมั่นคงแห่งเวิลด์เจเนอรัล

Login: ******

Password: *************

Checking…

Loading…

Welcome Back Director Daniel

Operation Outflank เริ่มปฏิบัติการณ์ไปแล้วสิบห้านาที

Incoming Transmission…

มอชชินนี่: นี่คือมอชชินนี่ หอบังคับการวิเคราะห์ทางยุทธวิธีจาก HQ ขออภัยที่มาช้า...ขอทราบสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อการวิเคราะห์ด้วย

แดเนียล: นี่คือแดเนียล หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง...ปฏิบัติการณ์ Outflank เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 05.45 น. ที่ผ่านมา การรุกคืบทางเหนือของเกาะดิไวน์เป็นไปด้วยความยากลำบากถึงแม้จะมีกองหนุนของไฮเทคอัพเปอร์แล้วก็ตาม หากยังเป็นอยู่แบบนี้แผนตัวล่ออาจจะใช้ได้ไม่นานนัก

มอชชินนี่: เราไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด! ยังพอมีหน่วยรบพิเศษหรือสมาชิกเฮฟเว่นพันนิชเชอร์แถวนั้นบ้างไหม

แดเนียล: แนวหน้ารบมีสมาชิกเฮฟเว่นพันนิชเชอร์ที่เข้าร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจสามศุนย์หกอยู่คนหนึ่ง ติดต่อสัญญาณเอชพีซิส

แดเนียล: มอชชินนี่ เอชพีซิสได้ไฟเขียวบนสายแล้ว

รันเนอร์: นี่คือรันเนอร์ ทราบแล้ว ฉันกำลังรับคำสั่งจากคุณ เปลี่ยน

มอชชินนี่: ยินดีที่ได้ร่วมงานอีกครั้งนะ รันเนอร์

รันเนอร์: ดิออลโนว์!?

มอชชินนี่: ในสถานการณ์ตอนนี้ขอให้เรียกฉันว่ามอชชินนี่

มอชชินนี่: ระบบฐานป้องกันของดิไวน์ทางเหนือมีป้อมปืนใหญ่เลเซอร์คริสตัลชายน์กว่าหกจุดที่กำลังระดมยิงกดดันอยู่ เราต้องการให้เธอใช้เครื่องอนุภาคบนตัวลอบเข้าไปทำลายปืนใหญ่นั้นให้หมด

มอชชินนี่: และในพื้นที่นั้นเต็มไปด้วยแจมเมอร์ความถี่สูงเพราะฉะนั้นเธอจะไม่ได้รับการติดต่อ ทางนี้จะใช้เหยื่อล่อให้เธอเข้าไปได้สะดวก เปลี่ยน

รันเนอร์: รับทราบแล้ว ฉันจะจัดการทั้งหมดเอง ไว้เสร็จงานนี้ขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวนะ

มอชชินนี่: ขอให้รอดกลับมาก็แล้วกัน รันเนอร์...เลิกกัน

***

[รายการถ่ายทอดสดของสถานีเมก้า]

นักข่าวประจำสถานี: มีการรายงานด่วนเข้ามาจากนักข่าวภาคสนามครับ...คุณซาร่าครับ!

นักข่าวภาคสนาม: ท่านผู้ชมค่ะ! ณ ขณะนี้ดิฉันอยู่ยานสังเกตการณ์ของไฮเทคอัพเปอร์ที่อยู่แนวหลังการรบที่เกาะดิไวน์ค่ะ! ปฏิบัติการณ์ช่วยเหลือตัวประกันนับหมื่นคนได้เริ่มขึ้นแล้วคะ!! สมรภูมิรบแม้อยู่ไกลก็ยังเห็นได้เลยว่าเป็นไปด้วยความดุเดือดมากค่ะ!

นักข่าวประจำสถานี: คุณซาร่า ช่วยอธิบายเหตุผลที่คุณไปอยู่ตรงนั้นแก่ผู้ชมหน่อยครับ

นักข่าวภาคสนาม: ค่ะ! เมื่อหกชั่วโมงดิฉันได้รับการเชื้อเชิญเร่งด่วนจากไฮเทคอัพเปอร์ในการเข้าร่วมทำข่าวการร่วมมือที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากที่ประชุมสภาโลกภายใต้สนธิสัญญาเวิลด์เจเนอรัลระหว่างหน่วยเฉพาะกิจสามศูนย์หกภายใต้การสั่งการของเวิลด์เจเนอรัลกับไฮเทคอัพเปอร์ที่นำโดยรองประธานมิซากะบุกเข้าโจมตีเกาะดิไวน์ทางตอนเหนือที่มีดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ที่กำลังรวบรวมพลังงานก่อตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ!!

นักข่าวประจำสถานี: คุณซาร่าครับ! หมายความว่านี้เป็นการบุกโจมตีเทหน้าตักต่างจากคราวก่อนใช่ไหมครับ

นักข่าวภาคสนาม: ไม่ขอยืนยันเรื่องนั้นนะคะ แต่ดูจากภาพที่คุณเห็นตอนนี้...ต้องมีความเสียหายมหาศาลอย่างแน่นอนค่ะ!!

***

[ช่องสัญญาณสื่อสารหลักอีกช่อง]

ผู้บัญชาการเมงุมิ: นี่เป็นงานหนักกว่าที่ฉันคิด...

เลขาธิการวิคตอเรีย: แน่นอน ทางนั้นมีเทคโนโลยีการรบที่เหนือกว่า...แต่เราจะทะลวงเข้าไป

ผู้บัญชาการเมงุมิ: ท่านเลขาธิการ ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการร่วมปฏิบัติการณ์ครั้งนี้และจะเป็นเกียรติยิ่งขึ้นถ้าได้ส่งกำลังเสริมไปยังแนวอื่นด้วย

เลขาธิการวิคตอเรีย: ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่เราเอาอยู่...เลิกกัน

เลขาธิการวิคตอเรีย: เปิดช่องสัญญาณแทสก์ฟอร์ซสามศูนย์หก (Task Force 306)

เลขาธิการวิคตอเรีย: นี่คือวิคตอเรีย ทางเหนือกำลังล่อให้พวกคุณอยู่ โปรดรายงานสถานการณ์ล่าสุดด้วย

นานามิ: นี่คือนานามิ กำลังนำหน่วยเฉพาะกิจแล่นบนผิวน้ำทางตะวันออกห่างจากเกาะเป้าหมายห้ากิโลเมตร ขอการสนับสนุนทางอากาศด้วย เราถูกยิงกดดันจากชายฝั่งอย่างหนัก...

เลขาธิการวิคตอเรีย: ขอปฏิเสธ อาวุธต่อต้านอากาศยานแถวนั้นมีมากเกินไปถึงแม้จะเป็นแนวป้องกันที่เปราะบางที่สุดก็ตาม โปรดใช้เพาเวอร์สูทเฉพาะกิจนั่นในการหลบเลี่ยงอันตรายแทน

นานามิ: หึ เอาตัวรอดเองสินะ เยี่ยม...

เลขาธิการวิคตอเรีย: ขอทวนภารกิจอีกครั้ง ภารกิจของหน่วยคุณคือลอบเข้าไปทางใต้ของเกาะ ยึดไลฟ์โดมที่ควบคุมหมื่นชีวิตนั่นให้ได้และช่วย VIP ก่อนใคร งานนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด

นานามิ: แน่นอน...ยัยนั่นเป็นเพื่อนคนสำคัญของฉันนิ!


  

[Secret Agent Nanami - Taskforce 306]

[26/05/2055 - 06:02 UTC+8]

[Area CH-3, Warning-Zone, ทะเลฝั่งตะวันออกห่างจากเกาะดิไวน์ห้ากิโลเมตร]

“เบี่ยงซ้าย!!

นานามิสั่นสายวิทยุให้ลูกน้องในทีมรวมทั้งเฟียน่าและเดซี่เอนตัวไปทางซ้ายเพื่อเสริมให้เพาเวอร์สูทเกราะเบาที่มีส่วนเสริมเท้าที่ทำให้แล่นได้เหมือนกับเรือเร็วเล็กและชุดส่วนอื่นก็เสริมพยุงไม่ให้ถูกลมหรืออะไรก็ตามที่ทำให้เสียสมดุลล้มได้ง่ายๆ พวกเขาที่ใช้เพาเวอร์สูทนั้นกว่าห้าสิบคนเคลื่อนตัวไปทางซ้ายเพื่อหลบลูกกระสุนพลังงานที่ถูกยิงออกมาจากชายฝั่ง กระสุนพลังงานลูกใหญ่สีเหลืองตกพลาดเป้าระเบิดในน้ำจนทะเลแถวนั้นกระพือขึ้นเป็นสายฝน

ยังดีที่เป็นแค่ปืนใหญ่ธรรมดา ขืนเป็นเจ้าเลเซอร์ยักษ์คริสตัลชายน์คงไหม้เกรียมไปแล้ว

“คุณน้า! ถ้าเข้าใกล้มากกว่านี้จะมีเซอร์ไพร์อะไรไหมคะ?”

“อย่าโดดมาสิ!! จะหัวใจวายเพราะเธอนี่แหละ!

เฟียน่าดีดตัวเองลอยสูงขึ้นเล็กน้อยแล้วมาลงข้างๆ ตัวนานามิเลยมีคลื่นกระทบเล็กน้อย ซึ่งเธอก็รู้อยู่ว่าคลื่นเล็กแค่นั้นทำอะไรชุดเพาเวอร์สูทให้ล้มได้แต่ก็เสียวไส้อยู่ดี

“ขอโทษค่ะ แค่อยากลองซ้อมจริง”

“เฮ้อ ฉันนึกว่าเธอจะไม่เหมือนแม่เธอแล้วนะ นิสัยชอบแกล้งอยู่ในสายเลือดจริงๆ”

คนถูกแกล้งกัดฟันกรอดซึ่งเจ้าตัวดูเหมือนไม่ได้สะทบสะท้านที่พูดเลย เดซี่ที่เป็นแอนดรอยด์ระดับสูงหรือเรพลอยด์ในชุดเพาเวอร์สูทเกราะเบาตามมาติดๆ เพื่อเอ่ยถาม

“คุณนานามิ! ขอพูดตรงๆ นะคะถึงรู้ว่าจะช้าไปก็ตาม...ถ้าเกิดขึ้นเกาะไปแล้วเจอกับศัตรูมากเกินที่จะรับมือแนะนำให้ถอยนะคะ!

“ไม่!! ทำตามแผนที่วางไว้ก็พอแล้ว! เฟียน่าจะเป็นคนจัดการเองถ้ามันจวนตัว!

นานามิปฏิเสธทันควันและทำให้แผนปฏิบัติการณ์ในที่ประชุมกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง

แผน...ใช่ แผนที่เดิมพันด้วยกองทัพมหาศาลทางเหนือที่เป็นตัวเบี่ยงเบนความสนใจให้นี่มันบ้าชัดๆ!!

หวังว่าพวกกองกำลังบนเกาะจะโง่ไปทางเหนือให้หมด!

หือ!? ปืนใหญ่นั่นไม่ยิงมาแล้ว งั้นแสดงว่าเริ่มเข้าเขตปะทะชั้นใน...

นานามิคิดแล้วย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อเร่งเครื่องแล่นบนฝ่าเท้าให้เร็วขึ้นแล้วยกแขนขวากำชูขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณแก่คนในทีมกว่าสิบคนที่นัดแนะไว้ให้เคลื่อนมาอยู่แนวหน้ากระดานก่อนที่ปีกซ้ายและขวาจะค่อยๆ ผ่อนความเร็วลงจนเรียงกันเป็นลูกศรและคนที่เหลือกว่าสี่สิบคนตามอยู่ภายในแนวหลังลูกศรนั้น นานามิเห็นว่าเข้าตามแผนแล้วออกคำสั่งผ่านระบบสื่อสารทันที

“ทีมเอ! กางโล่เตรียมการป้องกัน!!

ลูกน้องในหน่วยทั้งสิบคนที่ยืนเป็นแนวลูกศรต่างควักลูกเหล็กกลมลายสีฟ้าปะเข้าที่เกราะแขนด้านข้างฝั่งที่ยืนอยู่แล้วกดปุ่มบนเกราะแขนอีกครั้งทำให้มีแสงพลังงานสีฟ้าใสฉายปรากฏขึ้นเบื้องหน้าแต่ละคนเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวนอนกว้างเมตรครึ่งสูงเกือบสองเมตร นานามิเองก็ทำเฉกเช่นเดียวกันโดยเป็นส่วนหน้าสุดแทรกระหว่างปลายลูกศรซ้ายและขวา เหล่ากำแพงศรกำลังทะยานเข้าสู่ชายฝั่งเกาะดิไวน์ตะวันออก...ป้อมปืนกลและระเบิดกว่ายี่สิบที่หันเล็งรอเข้าระยะของตน หัวใจของนานามิเต้นรัวๆ

หวังว่าบาเรียปรับแต่งนี่จะทนทานมากพอขึ้นฝั่ง!

ความกังวลเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นแสงสีเหลืองมากมายกำลังพุ่งมาทางนี้ยิ่งทำให้รู้ว่าป้อมปืนพวกนั้นไม่ได้ใช้ดินปืนหรือดินระเบิด แต่เป็นแร่คริสตัลชายน์ที่หายากนำมาสกัดเป็นกระสุนพลังงาน ความรู้สึกบางอย่างที่คุ้นเคยมีแล่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว จนเธอต้องเอ่ยตะโกนลั่นวลีที่เป็นสัญลักษณ์ของเวิลด์เจเนอรัลโดยแท้จริง

“ออลไฮฟิวเจอร์!!! (All Hail Future)”

พึ่บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!

กระสุนพลังงานกว่าหมื่นนัดถูกยิงจากชายฝั่งระดมใส่โล่บาเรียแนวลูกศรของหน่วยแทสก์ฟอร์ซสามศูนย์หกไม่ยั้งแต่กลับถูกปัดเปลี่ยนทิศทางไปทางอื่นหมดแทนด้วยบาเรียของพวกเขาและแนวการวางบาเรียด้วย หนึ่งในลูกน้องที่กางบาเรียวิทยุบอก

“ดูอัตราความทนทานแล้วตัวบาเรียจะรับมือได้อีกสามนาทีครับ!!

“แค่นั้นก็ถมเถพอขึ้นฝั่งได้แล้ว!” นานามิว่าเช่นนั้นเพราะระยะทางเหลือไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรแล้วก่อนที่จะสั่งอีกคนตามแผน “เฟียน่า!! ลงมือเลย!!!

เฟียน่าเอาแว่นตาฟ้าใสที่คาดหัวลงมา ซึ่งมันไม่ใช่แว่นธรรมดาๆ แต่เป็นแว่นคำนวณที่ใช้ในทางการทหารอย่างดีเยี่ยม เธอเห็นจำนวนป้อมทั้งหมดที่อยู่บนชายฝั่งในระยะห้าร้อยเมตรแล้วเริ่มตั้งสมาธิวางตำแหน่งสองมือที่หน้ากลางอกเหมือนกำลังโอบอุ้มลูกบอล เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาก็มีแสงพลังงานสีเหลืองกำลังรวบรวมพลังระหว่างมือทั้งสอง เดซี่จ้องไม่กระพริบเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นพลังจิตหรือพีทูชัดขนาดนี้

พอมันใหญ่เท่าลูกบอลแล้วก็ถือมันด้วยมือเดียวก่อนที่จะโยนขึ้นไปกลางอากาศข้างหน้าแล้วเยียดแขนทั้งสองตึงออกไปโดยที่นิ้วมือแต่ละนิ้วต่างชี้ไปทางป้อมปืนทั้งสิบป้อม

“เจเนซิสไลท์!!! (Genesis Light)

เฟียน่าตะโกนลั่นแล้วลูกบอลที่ลอยอยู่บนหัวก็แตกออกกระจายเป็นรูปทรงเข็มสิบเล่มแล้วพุ่งเข้าหาป้อมปืนทั้งสิบด้วยความเร็วแสง

ตูมๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!

เสียงระเบิดที่ชายฝั่งดังขึ้นสิบครั้งซ้อน เฟียน่าตะโกนบอกนานามิ

“สอยได้แค่สิบป้อมนะคุณน้า!!

“แค่นั้นก็ช่วยได้มากแล้ว! ว่าแต่ทำไมต้องพูดชื่อท่าด้วย? ตอนซ้อมไม่เห็นจะต้องพูดเลย!?

“ต้องบอกให้คนในทีมรู้ค่ะ! ไม่งั้นจะตกใจกับสิ่งที่ฉันทำก็ได้!

“อ๋อ...”

“น่าทึ่งจริงๆ นะคะ ไม่คิดว่าจะได้เห็นของดี”

เดซี่กล่าวเช่นนั้นเพราะช่วงลองซ้อมพีทู เธอไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับการสังเกตการณ์ นานามิกลับมามีสมาธิกลับการรบอีกครั้ง

“อีกสิบห้าวินาทีเตรียมขึ้นฝั่ง!! ทีมบีกางโล่!

ลูกน้องในหน่วยที่อยู่แนวหลังรอบนอกสิบคนเริ่มประกอบลูกบอลพลังงานนั่นเข้าที่แขนฝั่งตัวเองแล้วรีบกางบาเรียทันที ตอนนี้แนวการเรียงบาเรียจากลูกศรกลายเป็นดอกจิกไปแล้วและสองคนที่อยู่ตรงกลางควักปืนยิงลูกระเบิดควันออกมาเตรียมไว้ นานามิเริ่มนับถอยหลังอีกครั้ง

“จะเข้าฝั่งภายใน ห้า สี่ สาม สอง...เปลี่ยนเป็นโหมดเดินเท้า!!!

ทันทีที่โดดเข้าฝั่งใต้เท้าเพาเวอร์สูทก็เคยมีแผ่นกระดานพลังงานถูกปลดออกทันที มือระเบิดควันทั้งสองเริ่มยิงให้ตกรอบตัวเพื่อบดบังทัศนวิสัยและมันไม่ใช่ระเบิดควันธรรมดาเพราะมันยังรบกวนการทำงานพวกกล้องความร้อนและอื่นๆ อีกด้วยทำให้เจอตัวได้ยาก คนที่เหลือที่ไม่ได้ถือบาเรียไว้ยกเว้นนานามิต่างหยิบปืนกระบอกใหญ่อย่างอินฟินิตี้แอลเอ็มจีที่สะพายหลังถือตั้งท่าพร้อมยิง

แล้วนานามิสั่งเดินหน้าทันที พอออกจากกลุ่มควันที่สร้างไว้ เหล่าป้อมปืนที่ยิงมั่วก่อนหน้านี้ต่างหันมาแต่ยิงได้เพียงชั่วครู่เท่านั้นเพราะพวกเขาได้วิ่งเลยชายฝั่งเข้ามาข้างในเกาะแล้ว เมื่อวิ่งเข้าป่าไปสักพักพอเห็นว่าป้อมปืนไม่ยิงตามหลังมา นานามิก็ออกคำสั่ง

“หยุด!!! ทีมเอปลดบาเรียที่พังแล้วทิ้งซะแล้วร่วมกับทีมซีของฉัน  ทีมบีมาประจำตำแหน่งป้องกันรอบด้านแทน”

เมื่อทีมเอตั้งท่าพร้อมใช้ปืนแล้วก็เข้าแนวร่วมกับทีมซีที่อยู่ข้างหลังทีมบีที่ถือบาเรียที่ค่อยๆ เดินหน้าไปทางทิศตะวันตกตามสถานที่ตั้งของไลฟ์โดมที่เฟลิกซ์ถูกคุมขังอยู่ในโลกเสมือน

และแล้วเดซี่ก็อดสงสัยไม่ได้

“มันเงียบไปหน่อยไหม?”

“นั่นสิคะคุณน้า” เฟียน่าเสริม “มันน่าจะมีศัตรูบนบกบ้างสิ? หรือจะมีแค่ป้อมปืนนั่น?”

“ถ้าเป็นแบบนั้นได้คงดี แต่เท่าที่ได้รับรายงานมา มันน่าจะมีอยู่นะ...”

นานามิบอกตามที่รู้มา ไม่ถึงห้านาทีก็เริ่มเห็นว่ากำลังพ้นจากป่าแล้วก็เห็นทัศนวิสัยที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ

นี่มัน...รีสอร์ทกลางทะเลฮาวาย???

นานามิเหวออย่างหนักเพราะตรงหน้ามันคือแอ่งน้ำคล้ายทะเลที่มีหาดทรายและต้นมะพร้าวเรียงรายเป็นพื้นที่กว้างพร้อมๆ กับสนามฟุตบอลที่สวยมากจนไม่คิดว่าอยู่ในสถานการณ์รบแบบนี้แต่สิ่งที่ขัดสุดๆ ก็คือมีรางรถไฟตัดผ่าน

มาถูกที่หรือเปล่าเนี่ย!?

“นั่นมันอะไร!?

หนึ่งในลูกน้องทีมบีเอ่ยขึ้นแล้วชี้ไปข้างหน้า นานามิรีบเอาแว่นครอบตาลงเพื่อใช้ฟังก์ชั่นวิเคราะห์และซูมเข้าไป ซึ่งทำให้เธอยิ้ม

“หึ ต้องอย่างงี้สิ....ถึงจะไม่ผิดปกติ นั่นมันพวกกองทัพหุ่นยนต์ของเกาะนี้!! มีประมาณสามร้อยตัวกำลังมุ่งหน้าตรงมา! ตั้งป้อมปืนพร้อมยิง!

พอสั่งแบบนั้นเหล่าคนถือบาเรียต้องปรับเครื่องสร้างบาเรียให้มีช่องว่างให้ปืนกลเบาสอดได้ตามตำแหน่งที่ต้องการ ทำให้เหมือนมีป้อมปืนคนที่มีบาเรียคุ้มกันอยู่นั่นเอง เดซี่เองก็เตรียมยิง เฟียน่าเสกลูกบอลพลังงานขึ้นมารอไว้และนานามิเตรียมออกคำสั่งเมื่อพวกหุ่นยนต์เข้าระยะยิง การที่ไม่ใช้แผนลอบเร้นเน้นความเร็วก็เพราะรู้ว่าต้องปะทะกับกองกำลังที่ไม่รู้ว่ามันเท่าไรเลยเลือกที่จะตั้งเป็นป้อมปืนคนเคลื่อนไหวแล้วค่อยๆ บุกเข้าไปแต่ก็ต้องใช้เวลาให้น้อยที่สุดด้วยเช่นกันเพราะไม่รู้ว่าจะถูกตลบหลังจากพวกที่อยู่ตรงดาร์คไซเบอร์เอลฟ์เมื่อไร

ทำไมพวกมันเหมือนเพิ่งจะรู้ตัว? แผนโง่ๆ นี้ได้ผลหรือไงเนี่ย!?

ช่างเถอะ...ถ้ามันได้ผลก็คือได้ผล

ความไม่สบายใจเธอเลือกที่จะทิ้งมันไป ก่อนที่จะออกคำสั่ง

“ยิง!!!

[ในขณะเดียวกัน - ยานแม่มอชชินนี่]

[ทะเลฝั่งเหนือห่างจากเกาะดิไวน์ยี่สิบกิโลเมตร]

ทำไมต้องรู้สึกผิดขึ้นมาตอนนี้ด้วย...

วิคตอเรียที่กัดฟันปวดใจนั่งดูสถานการณ์รบที่ศูนย์บัญชาการที่กำลังวุ่นวายอย่างขีดสุด

ถ้าเขาทั้งสองคนยังอยู่ละก็...คงมีวิธีการจัดการเรื่องนี้ง่ายกว่านี้

ขอโทษ...ขอโทษจริงๆ...

จันทรา ยาโตะ...ที่ฉันต้องให้พวกคุณต้องตายไปเพราะการมีอยู่ของคุณทั้งสองมันทำให้โลกตกอยู่ในวนเวียนไม่มีที่สิ้นสุด...

เธอกัดฟันแน่นกว่าเดิมและแสดงสีหน้าที่เจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและเธอตอกย้ำตัวเอง

อย่า...อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเด็ดวิคตอเรีย เธอไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าเครื่องนั่นอีกแล้ว...

“ท่านเลขาธิการ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

แดเนียลที่เดินขึ้นมาชั้นลอยถามอย่างเป็นห่วง วิคตอเรียถอนหายใจแล้วหมุนเก้าอี้กลับ

“ชักจะเกลียดเจ้าเครื่องจับชีพจรขึ้นทุกวัน”

“นั่นก็เพื่อความปลอดภัยนะครับท่าน ตกลงแล้วท่านเป็น—”

“ไม่มีอะไร แค่คิดมากไปหน่อย”

“คิดถึงสองคนนั้นหรือครับ”

สิ่งที่แดเนียลกล่าวนั้นทำให้ตาคู่ของวิคตอเรียเบิกโตขึ้นอย่างประหลาดใจก่อนที่จะหรี่ลงอย่างน่าสนใจ

“โอ้...นี่คุณรู้ดีเอาเรื่อง”

“ไม่เชิงขอรับ ก็แค่เวลามีวิกฤติทีไรข้าก็เห็นนักวิทย์สองคนนั้นอยู่ตลอด แต่ตอนนี้อยากให้ท่านมีสมาธิกับเรื่องตอนนี้ก่อน”

“ฉันรู้ตัวเองอยู่ แดเนียล”

วิคตอเรียหมุนเก้าอี้กลับไปด้านหน้าของศูนย์บัญชาการอีกครั้ง ได้ยินเสียงของมอชชินนี่กำลังสื่อสารกับหน่วยที่กำลังบุกทางเหนืออย่างวุ่นวายและในจอยักษ์เห็นสัญลักษณ์ทั้งศัตรูและพวกตนลบหายไปอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งปกติที่เธอมักจะเห็นเรื่องแบบนี้เวลาทำสงครามกับพวกไอริสแต่เรื่องคราวนี้มีหลายอย่างที่ถูกเดิมพัน เธอนึกถึงกุญแจสำคัญที่จะทำให้ชนะล้มกระดานรบครั้งนี้

เฟลิกซ์...รีบๆ ฟื้นขึ้นมาสักที!!

[ในขณะเดียวกัน – แนวรบทางเหนือของเกาะดิไวน์]

“นี่คือรันเนอร์...ตอนนี้แทรกซึมเข้ามาหลังแนวป้อม—”

สาวผมสั้นชมพูที่เป็นสมาชิกเฮฟเว่นพันนิชเชอร์ที่แอบอยู่ในพุ่มไม้ที่เพิ่งจะใช้เครื่องเร่งอนุภาคบนตัวเธอพุ่งราวกับวาปเข้ามาในเกาะอยู่หลังแนวป้อมคริสตัลชายน์ได้สำเร็จโดยหลบการตรวจจับของพวกเซ็นเซอร์รอบเกาะได้แล้วกำลังจะรายงานให้ศูนย์ให้ทราบแต่ได้ยินเสียงซ่าดังขึ้นแทน

ลืมสนิทเลย...ว่าที่นี่มีแจมเมอร์กวนสัญญาณอยู่

รันเนอร์คิดแล้วอยากจะไปตามหาแจมเมอร์แล้วโค่นมันทิ้งซะเพราะไม่ชอบใจที่ติดต่อกับคนอื่นไม่ได้กลางสนามรบนี้แถมฟิโอล่าที่เป็นหุ่นยนต์คู่ใจของเธอไม่ได้มาด้วยกันอีกเพราะด้วยลักษณะทางกายภาพที่ไม่เหมาะกับปฏิบัติการณ์นี้

ถ้าจำไม่ผิด บนเกาะนี้มีแต่พวกหุ่นยนต์...

รันเนอร์มองรอบตัวแล้วค่อยๆ ย่องตามแนวป่าไปหาป้อมปืนคริสตัลชายน์อันหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนักที่มันกำลังชาร์จยิงลำแสงใส่กองทัพเวิลด์เจเนอรัลและไฮเทคอัพเปอร์อย่างสนุกสนาน เธอใช้เครื่องอนุภาคเร่งความเร็วเขยิบใกล้ทีละจังหวะเรื่อยๆ จนมาอยู่หลังป้อมปืนขนาดใหญ่ที่หนึ่งได้สำเร็จ

เอาละ แค่ติดระเบิด—

ความคิดชะงักเพราะหางตาซ้ายเธอเห็นใครบางคนยืนอยู่ข้างหลัง รันเนอร์ชักปืนคู่พลิกตัวกลับเล็งใส่พร้อมยิงแต่แล้วด้วยรูปร่างอีกฝ่ายที่เห็นทำให้เธอยิงไม่ออก

เด็ก!? เด็กผู้หญิง?

เธอเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งผมยาวสีแดงยืนหันหลังอยู่ รันเนอร์กระซิบเรียก

“นี่เธอ! นี่เธอ!

ไม่ได้ยิน?

รันเนอร์ไม่ชอบใจขึ้นมาเลยค่อยๆ เดินเข้าไปหาจากข้างหลังโดยเก็บปืนแล้วใช้มือทั้งสองจับไหล่แล้วดันตัวกลับให้เห็นหน้า

“นี่เธอ...เธอมาอยู่นี่ได้...ไง—”

สิ่งที่ได้เห็นในสายตาหลังจากจับตัวเด็กพลิกกลับมาก็พบว่าไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นหุ่นยนต์ตัวน้อยที่ถือระเบิดพร้อมจุดฉนวนอยู่ด้วยมือทั้งสอง หุ่นยนต์เด็กเอ่ยตามคำสั่งที่ได้รับมาอย่างน่าใจหาย

“ตรวจพบบุคคลภายนอกในระยะ ทำการระเบิดภายใน สอง หนึ่ง—”





53 ความคิดเห็น