มายาแค้น

ตอนที่ 4 : 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,704 ครั้ง
    16 ส.ค. 62

3


               ทันทีที่กลับถึงบ้านและได้พบหน้าพ่อกับแม่ สิตางศุ์ก็เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด ทำเอาทุกคนในครอบครัวต่างแตกตื่นกันยกใหญ่และพร้อมใจกันถามเหตุผลจากลูกชายคนเล็กที่กลับมาด้วยกัน

                “สรุปว่าแกทำอะไรพี่เขาหรือเปล่าตะวัน!

                “เปล่านะพ่อ ตอนกลับมาพี่เขายังคุยอยู่ดีๆ พอถึงบ้านก็เป็นแบบนี้เอง?!”เพราะถูกมองด้วยสายตาราวกับว่าเป็นความผิดของเขา ตะวันจึงโวยวายเสียงดังลั่นบ้านในทันที

                “แล้วทำไมพี่เขาถึงเป็นแบบนี้ล่ะตะวัน?”

                “อย่าว่าน้องเลยค่ะ น้องไม่ได้ทำอะไร สิตางศุ์แค่คิดถึงบ้าน”เมื่อเห็นว่าน้องชายถูกคนในบ้านคาดคั้นจนเจ้าตัวมีสีหน้าไม่ดี หญิงสาวที่กำลังร้องไห้จึงรีบร้องบอก เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่กำลังจะเกิดขึ้น

                “เห็นไหม....ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย!

                “เงียบปากไปเลยไอ้ตะวัน!”คนเป็นพ่อหันไปว่าลูกชายคนเล็ก ก่อนจะเข้าไปกอดลูกสาวคนโตอย่างทะนุถนอม ปลอบให้เธอสงบลง

                “พ่อกับแม่เข้าใจว่าสิตางศุ์งานเยอะ ก็เลยไม่อยากโทรไปรบกวนเวลาของลูก ไม่คิดว่าจะทำให้ลูกต้องคิดถึงแบบนี้”มือใหญ่อันอบอุ่นที่วางลงบนศีรษะตอกย้ำตัวหญิงสาวอีกครั้งว่าชีวิตก่อนเธอต้องทิ้งสิ่งๆดีอะไรไปบ้าง และรู้สึกโชคดีที่ตอนนี้เธอเองมีโอกาสได้แก้ไขและทำให้ชีวิตที่ได้รับมามีคุณค่าให้มากที่สุด

                “พ่อคะ แม่คะ?”

                “ว่าไงลูก?”

                “สิตางศุ์ขอย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านได้ไหมคะ?”

               

                พีทกำลังมองนักแสดงสาวที่ตนเองดูแล ชี้นิ้วสั่งพนักงานขนย้ายข้าวของเข้าไปในบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ หากจะบอกว่าหญิงสาวแปลกไปที่ตรงไหนก็บอกได้ไม่ค่อยเต็มปากนัก เพราะนิสัยเอาแต่ใจอยากได้อะไรต้องได้ยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปไหน

                “คุณพีท ช่วงนี้สิตางศุ์ไปกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่า?”

                “นั่นสิคะ เห็นบอกว่าขายคอนโดฯที่อยู่ไปเรียบร้อยแล้วด้วย?”ผู้จัดการส่วนตัวคนนี้เข้านอกออกในบ้านหลังนี้ตั้งแต่ที่สิตางศุ์ยังไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่น พอได้เจอคนคุ้นเคยพ่อแม่ของหญิงสาวที่ไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของลูกสาวจึงแอบกระซิบถามคนที่ได้อยู่กับสิตางศุ์เกือบทุกเวลา

                “เรื่องกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่า ผมว่าไม่มีนะครับ ส่วนเรื่องคอนโดฯ....เธอขายแล้วจริงๆครับ แต่ยังไม่ได้เซ็นซื้อขายอย่างจริงจัง”ตั้งแต่วันที่ไปคุยงานแล้วประกาศกร้าวว่าจะขายที่อยู่ปัจจุบัน สิตางศุ์ก็ใช้ให้เขาไปเอาข้าวของส่วนตัวออกมา ก่อนที่จะขายจริงๆซะอีก ส่วนเจ้าของห้องไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปที่นั่นอีกเลย ปล่อยให้ผู้จัดการส่วนตัวอย่างเขาทำทั้งหมด

                “เรื่องงานล่ะคุณพีท มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”จู่ๆการที่ลูกสาวอยากจะกลับมาอยู่ที่บ้านตามเดิม คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ดีใจอยู่หรอก แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่สบายใจที่เห็นว่าสิตางศุ์อาจจะไม่ร่าเริงหากต้องกลับมาอยู่บ้านจริงๆก็ได้

                “ช่วงนี้เธอรับงานน้อยลงครับ แล้วก็เลือกงานมากขึ้นด้วย”ปกติแล้วเรื่องงานสิตางศุ์ไม่ค่อยจะยุ่งเกี่ยวเท่าไร ทางสังกัดให้ทำอะไรเธอก็ทำ เพียงแต่ช่วงสองสามวันนี้นักแสดงสาวปฏิเสธงานที่ติดต่อเข้ามามากมาย จนทางผู้ใหญ่ถึงขั้นปวดหัว ร้องให้เขาทั้งปลอบทั้งขู่ให้สิตางศุ์รับงาน แต่เธอกลับไม่สนใจและเขาเองก็สังเกตเห็นว่าสิตางศุ์มีความสุขมากขึ้นจึงไม่กล้าเซ้าซี้อะไรมากนักเพราะกลัวตัวเองจะโดนนักแสดงสาวเขม่นไปด้วยอีกคน

                “จริงๆมีคุณพีทดูแล เราสองคนก็ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอกนะคะ แต่จู่ๆแกก็ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนแบบนี้ มันก็อดห่วงไม่ได้จริงๆ”

                “ผมเข้าใจครับ ช่วงนี้สิตางศุ์เปลี่ยนไปมากจริงๆ”

                เขาได้เห็นกระแสข่าวของสิตางศุ์จากบรรดาแฟนคลับที่เข้ามาพูดคุยกันถึงเรื่องที่เธอซื้อขนมแจกทุกคน ไหนจะเรื่องยิ้มแย้มรับแฟนคลับหรือคนที่เข้ามาถ่ายรูป แถมยังมีผู้ชายคนหนึ่งโพสต์ภาพของเขากับเธอพร้อมกับคำบรรยายใต้ภาพ ว่าเขาเจอเธอในร้านเนื้อย่างธรรมดากับน้องชายและเพื่อนๆของน้องชาย เธอขอโทษเป็นการใหญ่เพราะว่าเป็นเวลาส่วนตัวเลยถ่ายรูปกับเขาไม่ได้ แต่ตอนจะกลับเธอก็ยังเรียกให้เขาไปถ่ายรูปด้วยอย่างใจดี นั่นยิ่งทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักหรือแม้กระทั่งไม่ชอบสิตางศุ์จากเนื้อข่าวก่อนหน้า ค่อยๆกลับมามองเธอใหม่และสมัครเข้ามาเป็นแฟนคลับกันมากขึ้น ส่วนเพจของสิตางศุ์ตอนนี้ก็มีคนกดติดตามมากขึ้นทุกวัน

                หญิงสาวสร้างกระแสให้กับตัวเองทำให้บรรดาลูกค้าต้องการตัวเธอมากเข้าไปอีก จริงๆช่วงขาขึ้นแบบนี้สิตางศุ์ควรจะรีบตักตวง แต่กลับกลายเป็นว่าเธอกลับเลือกเฉพาะงานที่ต้องการทำและกับผู้ใหญ่บางคนเธอก็ให้เหตุผลว่าไม่อยากร่วมงานด้วย

 

                วราทิตย์ตามเพื่อนสนิทมาดูห้องที่เขาซื้อไว้ตามคำชวน แต่ตอนที่เข้าไปก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้าเพื่อนอย่างนึกสงสัยเรื่องรสนิยมที่เปลี่ยนไปจากเดิม

                “แกเปลี่ยนไปชอบสไตล์การแต่งห้องแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร?”

                “ของฉันที่ไหนล่ะ?”กรณ์ถอนหายใจอย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับข้าวของเครื่องใช้ภายในห้อง ก่อนจะเล่ารายละเอียดให้เพื่อนฟังคร่าวๆ ว่าตอนที่ตกลงซื้อขาย เขาได้มีโอกาสได้คุยกับเจ้าของห้องตัวจริง เธอยอมขายอย่างง่ายดายโดยมีข้อแม้ว่าข้าวของในห้องทั้งหมดเธอไม่เอา เขาจะทำยังไงกับมันก็ได้ เขาเองคิดว่ามันคงไม่เยอะมากมายเลยตอบตกลง ใครจะคิดว่ามันมีครบอย่างกับซื้อคอนโดฯมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมอยู่แบบนี้

                “แกว่าห้องนี่มีผีอะไรแบบนี้หรือเปล่าวะ?”

                “อะไรของแก?”วราทิตย์มองเพื่อนเมื่อเจอคำถามแปลกๆเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับที่ไม่น่าจะออกจากปากนักธุรกิจหนุ่มหัวดีที่สุดในรุ่น

                “แกไม่คิดว่ามันแปลกๆเหรอ จู่ๆเพื่อนร่วมงานของแกก็อยากจะขายคอนโดฯกะทันหัน ขายราคาเท่าไรก็ได้ แถมยังมีข้าวของเครื่องใช้ให้เสร็จสรรพ แล้วแกก็ยังบอกว่าเธอคนนั้นไม่มีปัญหาเรื่องเงินอีก แกว่า.....มันไม่แปลกจริงๆหรอ?”

                ใช่.....มันแปลก แต่เขาก็สอบถามนิติบุคคลมาแล้วว่าตอนที่สร้างคอนโดฯ สิตางศุ์เป็นเจ้าของห้องคนแรกที่เข้ามาอยู่ และระหว่างนั้นก็ไม่เคยได้ยินเรื่องผิดปกติอะไรมาก่อน มันทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเพราะอะไรผู้หญิงคนนั้นถึงยอมทิ้งที่อยู่ทำเลดีขนาดนี้ในราคาที่สามารถเรียกสูงกว่าที่เพื่อนเขาจ่ายก็ได้ด้วยซ้ำ

                “แล้วที่แกคุยกับเธอ....เธอบอกว่าอะไร?”นักแสดงหนุ่มถาม

                “ก็บอกว่าอยากทำให้มันจบเร็วๆ เธอแค่อยากย้ายกลับไปอยู่บ้าน แล้วที่ตลกกว่านั้นคืออะไรรู้ไหม?”

                “อะไร?”

                “เธอให้ฉันโอนเงินให้กับมูลนิธิเด็ก โดยไม่ประสงค์ออกนาม....ไอ้ซัน เงินที่ฉันจ่ายไม่ใช่น้อยๆเลยนะเว้ย แต่แม่เจ้าคุณเอาไปบริจาคหมด นั่นยิ่งทำให้ฉันเชื่อว่าเธอคงไม่ได้ร้อนเงิน แต่ที่ฉันกลัวคือเรื่องราวลี้ลับในห้องนี้ต่างหาก”

                “แล้วแกซื้อทำไม?”ไหนๆก็รู้สึกว่าไม่ชอบมาพากลถึงขนาดนี้แล้ว เป็นเขาก็คงไม่ยอมตกลงจ่ายเงินแล้วไปมองหาที่อื่นแทน

                “ไม่ซื้อที่นี่ก็โง่แล้ว แกดู....คอนโดฯใจกลางเมือง วิวสวย ชั้นบนสุด ไพรเวทสุดๆในราคาที่ฉันจ่ายไหว”

                “ถ้าอย่างนั้นแกเจออะไรก็มาบอกฉันด้วยแล้วกัน”พูดจบวราทิตย์ก็เดินเข้าไปสำรวจภายในห้องกว้าง จากที่ดูเจ้านายเก่าท่าทางจะรักห้องนี้ไม่น้อยเลย ทุกซอกทุกมุมถูกดูแลอย่างดี การตกแต่งก็เป็นแบบสไตล์ที่หญิงสาวอย่างสิตางศุ์ชอบ

                “ห้องสวยใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่นับพวกข้าวของที่เจ้าหล่อนบังคับติดมา”

                “อืม”เขาตอบเพื่อนก่อนจะเดินออกไปที่ระเบียง ซึ่งมองเห็นวิวตัวเมืองสุดลูกหูลูกตา ขนาดที่ว่าคอนโดฯที่เขาอยู่ยังเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ

                “วิวดีมาก นี่แหละที่ทำให้ฉันตัดสินใจซื้อทันทีแม้ว่าจะกลัวผี”

                “อืม”

                “ไอ้ซัน!

                “อะไร?”เมื่อถูกเพื่อนตะโกนใส่อย่างไม่พอใจ ชายหนุ่มก็ปลายตามองเพื่อนสนิทอย่างนึกรำคาญ จริงๆถ้าเขาไม่ได้ยินว่าสิตางศุ์จะขายคอนโดฯและรู้มาว่าที่ที่เธออยู่เป็นที่ทำเลดี ป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทจะหาที่ที่ถูกใจได้หรือเปล่า อย่างนี้แล้วยังมาตะโกนใส่เขาอีก

                “แกช่วยมีอารมณ์ร่วมหน่อยไม่ได้หรือไงวะ แบบเออสวยมาก ดีสุดๆ สุดยอดไปเลย!

                “ฉันพูดอะไรแบบนั้นไม่เป็น”

                “แกเป็นดารานะเว้ย ช่วยเล่นละครหน่อยก็ได้ แกทำแบบนี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าแกไม่พอใจที่ฉันซื้อห้องนี้ต่อจากแม่ดาราเพื่อนร่วมงานของแก”กรณ์ประชดประชันในท่าทีเย็นชาของเพื่อนสนิท เมื่อเห็นว่าเขาถามอะไรก็มักจะได้รับคำตอบแค่ อืมกลับมา

                “สิตางศุ์”

                “อะไรของแกไอ้ซัน?”

                “เจ้าของห้องนี้ นักแสดงที่ร่วมงานกับฉัน คนที่เอาเงินแกไปบริจาค ผู้หญิงที่ขายห้องนี้ให้แกตามราคาที่แกต้องการ เธอคนที่ยกข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงให้แก เธอชื่อสิตางศุ์”เขาอธิบายความคิดของตัวเองให้เพื่อนสนิทฟังพร้อมกับแนะนำชื่อของหญิงสาวออกไปให้อีกฝ่ายได้ยินด้วย

                “ก็ใช่ไง....แกคิดว่าตอนฉันเซ็นซื้อขายไม่ได้ดูชื่อเจ้าของห้องหรอ?”

                “ดังนั้นแกควรจะเรียกเธอดีๆหน่อย”พอเขาพูดจบ เพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆก็จับบ่าของเขาให้หันเข้าไปหาก่อนจะมองหน้าชายหนุ่มอย่างตกใจ

                “แกปกป้องผู้หญิง?!

                “แกเป็นบ้าอะไรวะ ไอ้กรณ์”

                “ไอ้ซัน....แกพูดปกป้องผู้หญิงคนนั้น....ไม่สิๆ....แกกำลังปกป้องสิตางศุ์”ท่าทางที่ตื่นเต้นจนเว่อร์เกินจริงของกรณ์ ทำให้วราทิตย์ถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอากับท่าทางบ้าๆและน้ำเสียงล้อเลียน

                “ฉันก็แค่พูดให้แกฟัง ว่าอย่าเรียกผู้หญิงด้วยคำพูดแบบนั้น”

                “แบบไหน?”

                “ช่างเถอะ แกอยากจะเรียกว่าอะไรก็ตามใจแกแล้วกัน”ก็แค่เขาอยากให้เพื่อนเรียกคนอื่นด้วยชื่อมันแปลกตรงไหน สำหรับเขาเป็นเรื่องที่รู้สึกว่าก็เป็นเรื่องปกติทั่วไป ที่คนธรรมดาจะทำ ไม่ใช่มาเรียกเธอว่า แม่เจ้าคุณ เจ้าหล่อน แม่ดารา คำพวกนี้เขารู้สึกว่าเหมือนเป็นคำเรียกที่เชิงดูถูกนิดๆ

                “โอเคๆ แล้วแกกับสิตางศุ์สนิทกันไหม?”เพราะว่าตัวเองเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศได้ไม่นาน แม้จะรู้ว่าเพื่อนของตัวเองเป็นนักแสดงชื่อดังและเคยดูผลงานของเขาคู่กับนักแสดงสาวอดีตเจ้าของห้อง แต่ก็ไม่เคยได้ยินวราทิตย์พูดถึงเธอมากนัก นี่เป็นครั้งแรกที่จู่ๆเขาก็โทรมาบอกว่ามีคอนโดฯที่เขาน่าจะสนใจ เป็นของสิตางศุ์และเธอต้องการขาย

                “ไม่”วราทิตย์ตอบโดยไม่ต้องคิด เพราะแม้ว่าตัวเองจะร่วมงานกับสิตางศุ์มาหลายเรื่อง แต่เพราะพฤติกรรมของหญิงสาวนั้น ทำให้เขาไม่อยากยุ่งด้วย ผู้หญิงคนนี้เป็นคนเรื่องเยอะอย่างมาก จะต้องมีห้องส่วนตัว ทานอาหารก็ห้ามมีใครยุ่ง ไม่กินข้าวรวมกับคนอื่น เดินชูคอตลอดเวลา แม้ว่าฝีมือทางการแสดงจะดีมาก แต่พอนอกฉากเรียกได้ว่าเขากับเธอพูดกันนับคำได้

                “ฉันว่าเธอก็สวยดีนะ สวยมากด้วย เป็นฉันคงต้องอยากสนิทด้วยมากแน่ๆ ตอนที่ฉันคุยกับเธอผ่านโทรศัพท์ฉันยังอดเคลิ้มไม่ได้เลย”

                “สนใจหรอ?”วราทิตย์เลิกคิ้วถาม

                “ไม่หรอก....แม้ว่าจะสวยมากก็จริงแต่ก็ไม่ใช่แนวฉันเท่าไร ฉันชอบผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักๆเว้ย!...แกล่ะ ไม่ชอบเหรอ?”กรณ์มองหน้าเพื่อนที่ยังคงเย็นชาตามเดิมจากนั้นริมฝีปากบางก็ค่อยๆขยับปากตอบ

                “สิตางศุ์ไม่ใช่สเปคฉัน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.704K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,066 ความคิดเห็น

  1. #2038 wipada0922960367 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 16:05
    สขบงงจภฝอคงสฝแอนะ
    #2,038
    0
  2. #1819 saro116 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 22:43
    สวย และ รวยมาก บริจาคเลยจร้าาาาา
    #1,819
    0
  3. #1046 ไรท์ซู่ๆ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 13:19

    ลด ? ลงหน่อย มีแทบทุกประโยคเลย มันเยอะไป

    #1,046
    0
  4. #1013 IsadaBewbam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 03:24
    จ้าาาา จะรอดูคนที่บอกว่าไม่ใช่สเปค
    #1,013
    0
  5. #352 iamagril (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 17:15

    รอออออออ
    #352
    0
  6. #325 Praw me (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 22:54
    แนวนี้ไม่เคยอ่าน บอกเลยว่าชอบมากค่ะ
    ขอบคุณนะจ๊ะ
    #325
    0
  7. #245 19112518 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 13:17

    ติดตาม

    #245
    0
  8. #219 สักวัน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 11:04

    ติิิิิิิิิดตามมมมม

    #219
    0
  9. #65 miyumiyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 21:22
    จ้าาา ขอให้ไม่ใช่สเปกตลอดไปนะ อย่ากลืนน้ำลายตัวเองหล่ะคุณซันนน
    #65
    0
  10. #49 Someonepp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 23:38
    จ้าาาา ไม่ใช้สเปก
    #49
    0
  11. #29 mykray (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 20:52
    5555 ขนาดพ่อกับแม่ยังแปลกใจในความเปลี่ยนแปลงนี้

    แล้วคุณซันน่ะระวังตัวไว้นะคะ ความไม่ใช่สเปคของคุณซันน่ะ อย่ามาชอบน้องเรานะ
    #29
    0
  12. #11 sarabiya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 19:09

    ไม่ใช่สเปกๆ ระวังเท้อ จะกลืนน้ำลายตัวเองพ่อซัน! ขอบคุณค่าไรท์สนุกมาก เป็นกำลังใจให้ สู้ๆน้า^_^


    https://image.dek-d.com/27/0546/3881/128846642

    #11
    0