มายาแค้น

ตอนที่ 5 : 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,947
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,850 ครั้ง
    16 ส.ค. 62

4


               “ผมรู้ว่าสิตางศุ์ชอบกระเป๋าใบนั้นมาก แต่ว่าไปประชุมก่อนแล้วค่อยไปซื้อดีไหม?”พีทพูดกับนักแสดงที่อยู่ในความดูแลของตัวเองเมื่อได้รับทราบข่าวว่ากระเป๋าสุดหรูที่เจ้าตัวชอบกำลังวางขาย และสิตางศุ์เองก็ต้องการจะเป็นคนแรกที่ได้มันมา

                หญิงสาวจำได้ว่าชีวิตก่อนตอนที่ประชุมทีมงานและนักแสดงทุกคนอีกครั้งก่อนวันฟิตติ้งชุด เธอกำลังหงุดหงิดผู้จัดการส่วนตัวเรื่องที่เขาห้ามไม่ให้เธอซื้อกระเป๋าแบรนด์โปรดที่เพิ่งออกวางขาย ตอนนั้นเธอต้องการมันทันทีแต่ผู้จัดการกลับบอกให้เธอมาประชุมก่อน และด้วยความหงุดหงิดเธอจึงไม่ได้สนใจรอบข้าง เอาแต่ทำหน้าบูดท่าเดียว

                “ช่างเถอะค่ะ สิตางศุ์ยังมีกระเป๋าหลายใบที่ยังไม่ได้ใช้เลย ซื้อมาอีกก็ไม่มีที่เก็บ อีกอย่างพอย้ายกลับบ้านแล้วพื้นที่ก็ไม่พอให้เก็บด้วย”

                กระเป๋าที่สุดท้ายเธอก็ได้มันมาด้วยความพยายามสายตัวแทบขาดของพีท ที่สุดแล้วในวันที่ผู้ชายคนนั้นยังไม่โด่งดังและเธอเองมีชื่อเสียงที่แย่ลง สิตางศุ์ต้องเอากระเป๋าใบนี้ไปให้กับภรรยาของผู้กำกับคนหนึ่งเพื่อแลกงานแทนการใช้ร่างกาย อย่างนี้แล้วเธอจะยังต้องการมันไปทำไม ถ้าสุดท้ายมันก็เป็นแค่เครื่องบรรณาการให้กับคนอื่น

                “สิตางศุ์....ไม่อยากได้แล้วหรอ?”เมื่อเดือนก่อนเขายังได้ยินเธอโวยวายว่าจะเอามันมาให้ได้ราวกับเป็นของสำคัญ ตอนนี้กลับกลายเป็นว่ามองมันเป็นของไร้ค่าไปแล้ว

                “เอาเงินส่วนที่ไปซื้อกระเป๋าใบนั้นมาซื้อของแจกแฟนคลับที่ติดตามสิตางศุ์ในเพจครบห้าแสนคนดีกว่าค่ะ”ตอนนี้เพจที่เธอสร้างขึ้นเติบโตรวดเร็วอย่างมาก แต่หญิงสาวก็ไม่ท้อที่จะอัพเดทและตอบทุกคนด้วยตัวเองเพราะคนพวกนี้จะเป็นทั้งกำลังใจและเกราะป้องกันให้กับตัวเธออย่างมากในอนาคต

                “ก็ดีนะ แล้วสิตางศุ์คิดไว้หรือยังว่าอยากซื้ออะไร?”

                “ก็มีหลายอย่างนะคะ แต่ก็คิดว่าหรือจะจัดMeetingดี ให้ทุกคนที่สะดวกมาเจอกัน ยังไงก็มีวันว่างอยู่แล้ว ถ้ายังไงสิตางศุ์ขอถามแฟนคลับก่อนแล้วกันค่ะ”

                “ถ้าไม่ไหวจริงๆ ผมว่าสิตางศุ์ควรหาคนดูแลเพจอีกคนก็ดีนะ ทำคนเดียวอาจจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า?”แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเพจนี้ ไม่รู้รหัส ไม่รู้ว่าสิตางศุ์จะโพสต์อะไร แต่เท่าที่เขาถูกผู้ใหญ่สั่งให้เฝ้าดู ก็พบว่าสิตางศุ์ทำทุกอย่างดีเยี่ยมมาก เธอไม่ได้อัพเดทชีวิตมากเกินไป ไม่ได้บอกทุกคนว่าไปไหนทุกครั้ง รูปถ่ายบางส่วนก็เป็นรูปที่เผยแพร่ได้ แต่เขารู้สึกว่าเธอให้ความสำคัญกับมันมากกว่างานที่ทำอยู่ตรงหน้าด้วยซ้ำ

                “ไม่เป็นไรค่ะ สิตางศุ์อยากให้เพจนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของสิตางศุ์กับแฟนคลับ ให้สิตางศุ์ได้พูดคุย ชี้แจงอะไรบางอย่าง”เธอไม่อาจไว้ใจใครได้อีกแล้วแม้กระทั่งผู้จัดการส่วนตัวที่ห่วงใยเธอมากที่สุด สิ่งที่เธอทำตอนนี้ก็เพราะต้องการเตรียมความพร้อมให้กับปัญหาหลายอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น และที่สำคัญเธอยังต้องหาทางดับแสงของคนที่เคยใช้เธอเป็นบันไดสู่ความสำเร็จให้ได้ ดังนั้นเธอจะไม่ยอมให้ใครมาเป็นจุดเล็กๆในการเป็นชนวนพังแผนการของเธอเด็ดขาด!

 

                สิตางศุ์เข้ามาในห้องประชุมเป็นคนแรกๆจากนั้นก็หาที่นั่งลงอย่างยิ้มแย้มและแน่นอนว่าในวันนี้เธอก็พร้อมที่จะเจอกับหญิงโฉด ชายชั่ว ที่เคยทำให้ชีวิตเธอพังพินาศ หลังจากนั้นไม่นานพระเอกของเรื่องก็เดินเข้ามานั่งข้างๆกับผู้จัดการส่วนตัวของเขาอย่างทุกที

                “ขอบคุณที่คุณขายห้องนั้นให้เพื่อนผมนะ เพื่อนผมชอบห้องมาก”เขาหันมาทักทายเธอ ก่อนจะพูดขอบคุณเรื่องที่สิตางศุ์ขายคอนโดฯให้กับเพื่อนสนิทของเขา

                “ก็....”

                “เอา....มาแล้วๆ ทุกคนมารู้จักนักแสดงใหม่หน่อยสิ”ก่อนที่เธอจะได้ตอบอะไรกลับไป เสียงจากบริเวณหน้าห้องก็เรียกสายตาเธอให้หันไปมอง จากนั้นเงาร่างที่อยู่ในความทรงจำของสิตางศุ์ก็ค่อยๆปรากฏตัวขึ้น ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อคมคายชวนฝันที่แฝงไปด้วยความขี้เล่นนิดๆ ดวงตาคู่สีน้ำตาลที่เคยมีเธอสะท้อนอยู่ข้างใน จมูกที่เธอเคยสัมผัส ริมฝีปากที่ชวนให้เธอหลงใหล ใบหน้าที่ทำให้เธอหลงรักจนสามารถทำเรื่องโง่ๆลงไปอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง

                ศุทธวีร์ ผู้ชายที่เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจฆ่าตัวตายในชีวิตก่อน เธอจำเขาได้ไม่มีวันลืม!

                “สวัสดีครับ ผมศุทธวีร์ แต่ทุกคนเรียกผมว่าธีมเถอะครับ ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”ชายหนุ่มยกยิ้มก่อนจะมองไปรอบๆห้องและปะทะกับสายตาคู่สวยที่มองมาที่เขาอย่างตกตะลึง เขาจำผู้หญิงคนนี้ได้ เธอคือนักแสดงสาวดาวรุ่งที่กำลังโด่งดังและมีชื่อเสียงมากที่สุด ยิ่งระยะหลังๆสิตางศุ์ก็มีแฟนคลับเพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้ข่าวเสียหายเกี่ยวกับเธอดูเหมือนจะถูกคนค่อยๆลืมลงไปบ้าง

                แต่อาการตกตะลึงของหญิงสาวที่มองเขาไม่ใช่อาการของคนที่หลงใหลในตัวเขาตั้งแต่แรกเห็น เพราะชั่วพริบตาสายตานั้นก็เปลี่ยนไปเย็นชาและมีความโกรธแค้นแฝงปนอยู่ด้วย

                “สวัสดีค่ะ พิมพ์ดาวนะคะ เป็นน้องใหม่ หากผิดพลาดอะไร พิมพ์ก็ขอโทษทุกคนเอาไว้ก่อนเลยนะคะ”หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มโผล่ออกมาจากแผ่นหลังของชายหนุ่มอย่างขวยเขิน เรียกสายตาบรรดาทีมงานให้มองอย่างเอ็นดู แต่ในสายตาของสิตางศุ์นั้น ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้น่ารักอย่างรูปลักษณ์ภายนอก เพราะคนที่สามารถกรีดหน้าเธอได้ด้วยสีหน้าระรื่น คงไม่ใช่เด็กสาวอ่อนหวานน่ารักอย่างที่เห็นหรอก

                “เอาล่ะ เมื่อมากันครบแล้ว เราก็เริ่มประชุมกันเลยนะ อย่างที่รู้ว่าละครเรื่องนี้.......”ระหว่างที่หลายฝ่ายกำลังประชุมกันอยู่ สิตางศุ์ก็รู้สึกถึงสายตาที่กำลังมองมาและเมื่อมองหาสาเหตุของความรู้สึกนั้นก็พบว่าศุทธวีร์กำลังมองและยิ้มให้เธออยู่ ซึ่งนั่นทำให้อารมณ์ความโกรธแค้นที่พยายามเก็บมาตลอดระเบิดขึ้นในทันที

                พรึ่บ!

                “สิตางศุ์ขอตัวสักครู่นะคะ!”หญิงสาวลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจบรรดาผู้คนในห้องประชุมที่มองกันไปมองกันมาอย่างสับสนและทำตัวไม่ถูก

                สิตางศุ์คิดว่าเธอจะทนได้เพราะเตรียมใจมาพร้อมแล้วสำหรับการเผชิญหน้าชายที่เธอรักในชีวิตก่อน เธอคิดว่าเธอจะสามารถปั้นหน้ายิ้มแย้มและไม่คิดอะไรได้ชั่วคราว แต่ทันทีที่เห็นเขาส่งสายตาหวานเชื่อมอบอุ่นอันคุ้นตามาให้ สิตางศุ์ก็อยากจะทำให้พวกเขารับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับ เธอต้องการให้คนพวกนั้นรู้ว่าการตกนรกทั้งเป็นมันรู้สึกยังไง?!

                “เป็นอะไรหรือเปล่า?”เสียงทุ้มที่แฝงด้วยความเป็นห่วงเป็นใยบางๆถามขึ้นจากด้านหลัง นั่นทำให้สิตางศุ์ต้องรีบปรับสีหน้าของตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อหันไปตอบคนที่ตามมา

                “อยู่ในห้องคนมันเยอะค่ะ สิตางศุ์หายใจไม่ออก ก็เลยอยากออกมาสูดอากาศสักหน่อย คุณซันมีอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าคนในห้องให้มาตาม?”

                “ผมเห็นท่าทางคุณไม่ดีตั้งแต่ในห้อง ยิ่งเห็นหน้าคุณซีดแบบนี้ผมว่าคุณไปหาหมอดีไหม?”ตอนที่วราทิตย์เห็นคนในห้องรวมถึงผู้จัดการส่วนตัวของสิตางศุ์มองหญิงสาวที่จู่ๆก็เดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าตำหนิ เขารู้สึกว่ามันไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไร เพราะว่าเขานั่งใกล้เธอมากที่สุด ถึงได้รู้ว่าจริงๆแล้วหญิงสาวมีอาการไม่ค่อยดีนัก

                ผมขอออกไปดูสิตางศุ์หน่อยนะครับ หน้าเธอซีดมากนักแสดงหนุ่มลุกขึ้นชี้แจงกับทุกคนด้วยสีหน้านิ่งเฉยจากนั้นก็มองไปทางพีท ผู้จัดการส่วนตัวของเธอ

                ผมได้ยินมาว่าสิตางศุ์ย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านซึ่งค่อนข้างไกลจากที่นี่พอสมควร แปลว่าเธอต้องตื่นเช้ามากในการมาประชุมวันนี้ คุณพีทเป็นผู้จัดการของเธอไม่ทราบเหรอครับว่าสิตางศุ์ดูเหมือนจะไม่สบาย

                เขาไม่มองสีหน้าของคนในห้อง เพียงแต่เดินออกจากห้องมาด้วยความเป็นห่วงเพื่อนร่วมงานซึ่งมีสีหน้าท่าทางที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูอ่อนแอเกินกว่าที่จะเป็นผู้หญิงที่ชื่อสิตางศุ์ นักแสดงสาวฉายาจอมเหวี่ยง

                “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง เรากลับเข้าไปกันเถอะค่ะ”หญิงสาวไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้นเพียงแต่ชวนให้เขากลับเข้าไปในห้องประชุมพร้อมกัน

                สิตางศุ์เอ่ยปากขอโทษที่ทำให้ทุกคนตกใจ เมื่อทุกคนเห็นว่าเธอดูท่าทางไม่สบายจริงๆ ไม่ได้อยากจะก่อเรื่องก็เบาใจส่วนหนึ่งพร้อมกับบอกให้เธอพักผ่อนมากๆ ตอนที่เริ่มประชุมกันต่ออีกครั้ง สิตางศุ์ก็ยิ่งพยายามข่มกลั้นอารมณ์ตัวเองทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของศุทธวีร์และพิมพ์ดาว แต่เธอก็หนีไปไหนไม่ได้อีกแล้วจึงทำได้เพียงกำมือเอาไว้แน่นโดยไม่รู้ว่าการกระทำเล็กๆน้อยๆนี้กลับมีคนสังเกตเห็น

 

                ตอนที่เลิกประชุม สิตางศุ์บอกพีทว่าขอนั่งพักในห้องประชุมสักพัก ทำให้เธอไม่ได้ลุกตามเขาออกไปข้างนอกห้องเพียงแต่พิงเก้าอี้ หลับตา ปล่อยให้เสียงฝีเท้าของผู้คนค่อยๆเงียบลง

                “ท่าทางคุณไม่ชอบนักแสดงหน้าใหม่สองคนนั้นนะ”เสียงที่ดังจากข้างตัวทำให้สิตางศุ์ต้องลืมตาขึ้นมองและเมื่อเห็นว่าเป็นวราทิตย์ เธอก็เพียงแต่ดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งหลังตรงเช่นเดิม

                “เปล่านี่คะ”

                “แต่ผมเห็นคุณก้มหน้าตลอดเลยนะ เวลาที่สองคนนั้นพูด อีกอย่างทุกครั้งคุณก็จะกำมือแน่นด้วย”ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าแต่คว้ามือของหญิงสาวขึ้นมาดูอย่างถือวิสาสะ

                “นี่คุณ....คุณซัน คุณเป็นนักสืบหรือไงถึงได้ช่างสังเกตอะไรไร้สาระแบบนี้!”เมื่อถูกสัมผัสตัวอย่างไม่ได้ทันตั้งตัว สิตางศุ์ก็ไม่พอใจอย่างมาก คิดจะดึงมือออกจากมือหนาแต่ก็ไม่เป็นผล

                “ไม่พอใจคนอื่นทำไมต้องทำร้ายตัวเอง อีกไม่กี่วันต้องฟิตติ้งชุดแล้ว แบบนี้มันดูไม่เป็นอาชีพนะถ้านางเอกของเรื่องจะมีแผล”

                “ถ้าพวกเขาจะถอนสิตางศุ์ออกเพราะเรื่องเล็กแค่นี้ก็เอาเลย สิตางศุ์แคร์ที่ไหน”หากว่าเป็นไปได้เธอก็อยากจะออกจากวงการนี้เต็มที ถ้าไม่ติดว่ายังมีเรื่องที่ต้องทำให้ได้อยู่ หญิงสาวก็อยากจะไปทำตามความฝันเล็กๆของตัวเองและมีชีวิตธรรมดาอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องมาคอยปั้นหน้าอยู่ในวงการมายาที่กลืนกินชีวิตเธอแบบนี้

                “แต่ผมยังไม่อยากเล่นคู่กับคนอื่นตอนนี้เท่าไร”วราทิตย์ไม่สนใจท่าทางโวยวายน่ารำคาญของสิตางศุ์ เนื่องจากที่ผ่านมาเขาก็เห็นภาพนี้ที่เธอทำกับคนอื่นจนชิน เพียงแต่เขาคิดว่าครั้งนี้หญิงสาวดูไม่ได้น่ารำคาญมากขนาดนั้นแล้ว

                “ปล่อยสักที”เห็นเขาใช้นิ้วโป้งค่อยๆลูบฝ่ามือที่มีรอยเล็บเบาๆ สิตางศุ์จึงเอ่ยปากพร้อมกับดึงมือกลับมาอีกครั้งและคราวนี้เขาก็ปล่อยแต่โดยดี

                “ผมยังมีเรื่องที่อยากถามคุณนิดหน่อย”

                “เรื่องอะไรคะ?”

                “เพื่อนผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงขายห้องที่ทำเลดีแบบนั้น”

                “สิตางศุ์บอกไปแล้วนะคะ ว่าสิตางศุ์แค่อยากไปอยู่บ้านก็เท่านั้นเอง”ก่อนที่จะเซ็นสัญญาซื้อขาย หญิงสาวได้มีโอกาสได้คุยกับเจ้าของห้องคนใหม่และเธอก็บอกเหตุผลหลักๆไปแล้วว่าเพราะอะไรเธอถึงต้องการรีบขาย และหญิงสาวเองก็รู้สึกโอเคกับราคาเขาที่เสนอมา

                “แต่เงินทั้งหมดที่ขายได้ คุณให้เพื่อนผมเอาไปบริจาค”

                “ก็แล้วใครเป็นคนออกกฎว่าเงินที่ขายคอนโดฯได้ ต้องเอาไปใช้อย่างเดียวคะ?”ดวงตาคมเฉี่ยวมองหน้านักแสดงหนุ่มอย่างท้าทายและไม่ค่อยพอใจที่ตัวเองเหมือนกำลังถูกซักประวัติ

                “ตัวผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่เพื่อนผมแค่กลัวว่าในห้องนั้นมีคนตาย....หรือว่ามีพวกเรื่องลี้ลับอะไรหรือเปล่าก็เท่านั้น”เห็นเขายักไหล่ถามอย่างไม่ได้ใส่ใจ สิตางศุ์ก็ได้แต่คิดตามเหตุผลที่เพื่อนสนิทของชายหนุ่มไม่สบายใจ

                คนตายอย่างนั้นหรอ?

                มีสิ.....ชีวิตก่อน เธอเป็นคนจบชีวิตในห้องนั้น คงบอกได้ไม่เต็มปากจริงๆนั่นแหละว่าไม่เคยมีคนตายหรือเรื่องลี้ลับเกิดขึ้นมาก่อน เพราะถึงยังไงชีวิตใหม่ที่ได้มาคนทั่วไปต้องไม่เรียกมันว่าเหตุการณ์ปกติแน่นอน

                “สรุปว่า?”

                “สิตางศุ์เองค่ะที่ตาย.....สิตางศุ์ฝันว่าตัวเองจบชีวิตลงอนาถและไร้คุณค่าในห้องๆนั้น ตายอย่างไร้ศักดิ์ศรี ไม่เหลือใครเคียงข้าง ตัวคนเดียว สูญสิ้นความภูมิใจทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความโง่ของตัวเอง”จนถึงทุกวันนี้แม้ว่าจะได้ชีวิตใหม่มาแล้ว แต่เธอก็ยังจำความรู้สึกเหล่านั้นได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เธอโง่มากแค่ไหน ถูกทำร้ายยังไง ทุกสิ่งทุกอย่างตอกย้ำว่าเธอไม่สามารถให้อภัยการกระทำของคนที่หลอกใช้ความรักของเธอเพื่อความสำเร็จของตัวเองได้

                “.....นั่นแหละค่ะเหตุผล ถ้าคุณซันฝันแบบเดียวกัน จะยังอยากใช้ชีวิตในห้องนั้นหรือเปล่า อีกอย่าง....ยิ่งอยู่ที่สูงเวลาตกลงมาก็ยิ่งเจ็บ สิตางศุ์ขอกลับไปอยู่บ้านสองชั้นหลังเล็กๆดีกว่า”หญิงสาวยกยิ้มออกมาเล็กน้อยให้กับเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานกันมานานก่อนจะขอตัวเดินออกจากห้องไป

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.85K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,066 ความคิดเห็น

  1. #2047 Apple1811 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 13:15
    อิพี่งงงงงงง
    #2,047
    0
  2. #2045 zezeuiaz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2564 / 14:21
    ยิ่งสูงยิ่งเหน็บหนาวโดดเดี่ยวเดียวดายและตกเจ็บมาก แม้จะโดนด่าใฝ่ต่ำ แต่ขออยู่กับพื้นดินเรียบๆดีกว่า

    หากหกล้มก็แค่เลอะฝุ่น ได้เลือดนิดหน่อย มันไม่เจ็บปวดทรมานมากมาย หากเกิดเรื่อง ก็ยังมีทางให้ก้าวเดินมากกว่า
    #2,045
    0
  3. #1821 saro116 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 22:53
    นางตอบได้ดี
    #1,821
    0
  4. #1316 Nisakarn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 19:14
    ดีงามมม
    #1,316
    0
  5. #353 iamagril (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 17:15

    รอออออออ
    #353
    0
  6. #246 19112518 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 13:17

    ติิิิิดตาม

    #246
    0
  7. #220 สักวัน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 11:05

    ตติดตามมมมมม

    #220
    0
  8. #178 Dreammimi1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 10:17
    ค่ะชอบแปลกเเคยอ่านแต่นิยายจีนอืม?แบบนี้นี้ก็ดีไปอีกแบบ
    #178
    0
  9. #177 Dreammimi1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 10:15

    แล้วทิ้งว่าไง?
    #177
    0
  10. #66 miyumiyu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 21:33
    คุณซันจับมือลูกเราทำไม เดี๋ยวตีมือขาด
    #66
    0
  11. #30 mykray (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 21:04
    แหมมมมมมมม

    อยากจะแหมคุณซันไปถึงดาวเสาร์เลยค่ะ สังเกตคนอื่นเก่ง
    #30
    0
  12. #12 sarabiya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 19:20

    เศร้าอ่ะ สงสารนาง ไรท์สวดยอด แต่งดีจนรีดอินหนักมาก ขอบคุณค่ะ สู้ๆน้าเป็นกำลังใจให้จ้า^_^


    https://image.dek-d.com/27/0546/3881/128846678

    #12
    0
  13. #5 runa-j (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 19:35
    ติดตามค่ะ อ่านนิยายจีนแนวย้อนกลับมาแก้แค้นมาหลายเรื่อง เพิ่งเคยได้อ่านนิยายไทยแนวนี้เป็นเรื่องแรก เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #5
    0
  14. #4 ตาล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 21:21

    สนุกมาก อย่าเทกันนะ หานิยายที่ย้อนกลับมาแก้แค้นไม่ค่อยมีใครแต่งเลย มีแต่พวกที่มาเข้าร่างคนอื่น กดเป็น favorite แล้วนะ

    #4
    0
  15. วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 21:07
    สนุกดี น่าติดตามมาก
    #2
    0