มายาแค้น

ตอนที่ 3 : 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,504
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,819 ครั้ง
    16 ส.ค. 62

2


               การคุยงานเรื่องบทบาทที่ได้รับในเรื่องนี้ราบรื่นเสียจนผู้จัดทางช่องแปลกใจว่าเพราะอะไรแม่ดาราสาวจอมเรื่องเยอะถึงไม่พูดอะไรออกมาสักคำ นอกจากพยักหน้ารับทุกอย่างเงียบๆ ซึ่งเพราะเป็นแบบนี้บรรยากาศในห้องจึงยิ่งตึงเครียดอย่างบอกไม่ถูก

                “แน่ใจนะสิตางศุ์ ว่าไม่มีปัญหาอะไร?”

                “ไม่มีค่ะ กับคุณซันเอง สิตางศุ์ก็ร่วมงานมาหลายเรื่องแล้ว ถ้าจะมีเรื่องให้กังวลก็เรื่องนักแสดงมือใหม่ตามรายชื่อ”ตอนที่เห็นรายชื่อนักแสดงร่วมคนอื่นๆ สิตางศุ์ก็เหมือนจะเห็นใบหน้าแสแสร้งของสองหนุ่มสาวที่พยายามเข้าหาเธอเพื่อใช้เธอเป็นบันได เมื่อต้องเก็บความแค้นไว้ในใจ สิ่งที่แสดงออกมาจึงเป็นเพียงแค่การพยักหน้าโดยไม่พูดจาเท่านั้น

                “เด็กใหม่พวกนี้ผ่านการแสดงมาบ้าง เห็นว่าเหมาะสมดี ทางสังกัดของสิตางศุ์เองก็คิดอยากจะปั้นให้โด่งดังด้วยไม่ใช่เหรอ?”

                “สิตางศุ์ไม่ทราบเรื่องราวภายในสังกัดเท่าไรเพราะไม่ค่อยได้เข้าไป แต่สิตางศุ์ก็หวังว่าพวกมือใหม่จะทำงานได้ดีนะคะ”หญิงสาวพูดแค่นั้น ไม่ได้โวยวายให้ปลดใครออก ไม่ได้บอกว่าจะถอนตัวหากมีนักแสดงหน้าใหม่ นอกจากความไม่พอใจกับความนิ่งเงียบแล้ว ไม่มีระเบิดโวยวายอย่างที่ทุกคนคิด นั่นทำให้สายตาหลายคู่ในห้องต่างมองไปที่หญิงสาว รวมถึงนักแสดงหลักอย่างวราทิตย์ที่ไม่ค่อยชอบหญิงสาวที่สวยแต่รูปคนนี้นัก ชายหนุ่มเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองสำรวจว่าเพราะอะไรสิตางศุ์ถึงได้กลายเป็นแบบนี้

                “มีอะไรหรอคะ?”เมื่อเห็นว่าในห้องจู่ๆก็เงียบเสียงลง หญิงสาวที่ตกเป็นเป้าสายตาจึงเงยหน้าขึ้นมองทุกคนอย่างสงสัย

                “เปล่าๆ ถ้าตกลงเรียบร้อยแล้วก็เลิกประชุมได้ ไว้ตอนก่อนฟิตติ้งค่อยมาประชุมรวมกันครบๆคนอีกที”

                สิตางศุ์ยกมือไหว้บรรดาผู้จัดที่มาในวันนี้ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุม วันนี้เธอยังมีอะไรที่ต้องการทำอยู่หลายอย่าง เลยหันไปสั่งงานผู้จัดการส่วนตัว

                “คุณพีทไปส่งสิตางศุ์ที่มหาลัยหน่อยนะคะ สิตางศุ์จะไปหาตะวัน จากนั้นก็ช่วยประกาศขายคอนโดฯให้สิตางศุ์ด้วย สิตางศุ์จะกลับไปอยู่บ้าน”

                “อะไรนะ....ขายคอนโดฯ?!

                “ค่ะ....สิตางศุ์จะกลับไปอยู่บ้าน นอกจากข้าวของส่วนตัวแล้ว ที่เหลือให้ติดไปกับห้องเลย ส่วนราคาสิตางศุ์ไม่เกี่ยง เท่าไรก็ได้”ตอนที่มีสติรับรู้แล้วว่าเธออยู่ในห้องสุดหรูของตัวเอง สิตางศุ์ก็มีความคิดที่จะขายมันทันที ตลอด 5 ปี เธอต้องใช้ชีวิตร่วมกับชายคนรักในห้องๆนี้ โดนหลอกให้ทำทุกอย่างก็ในห้องๆนี้ เงาของเขาคอยตามหลอกหลอนเธอทุกซอกทุกมุม อย่างนี้แล้วเธอจะอาศัยอยู่ต่อไปได้ยังไง?

                “แต่ห้องนั้น สิตางศุ์ชอบมากไม่ใช่หรอครับ?”

                “ตอนชอบ ตอนรักก็ทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา สุดท้ายแล้วพอไม่รักไม่ชอบก็ทิ้งไปไม่เห็นค่า คุณพีทไม่เคยได้ยินคำพูดพวกนี้บ้างหรอคะ ตอนนี้สิตางศุ์ไม่อยากอยู่ที่นั่นแล้ว คุณพีทก็จัดการให้สิตางศุ์หน่อยนะคะ”หญิงสาวรู้ว่าตอนที่ได้ห้องๆนี้มาเธอดีใจแค่ไหน ห้องที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง เพียงแค่ตอนที่รู้ว่าต้องเดินเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้ง กลิ่นอายแห่งความสิ้นหวังก็ตามติดตัวเธอไม่หยุด หญิงสาวไม่ต้องการกลับไปจมกับเหตุการณ์เหล่านั้นอีกแล้ว

                “ขอโทษที่เสียมารยาทนะ ผมเดินผ่านมาได้ยินว่าคุณจะขายคอนโดฯ เพื่อนผมอยากได้คอนโดฯอยู่พอดี ไม่รู้ว่าคุณจะว่ายังไง?”ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน วราทิตย์เจอกับเพื่อนสนิทสมัยเรียนเมืองนอก ซึ่งเขาเพิ่งกลับมาและอยากจะได้คอนโดฯดีๆสักแห่ง แน่นอนว่าสิ่งที่อยู่ในมือของสิตางศุ์ที่ผ่านมามักจะเป็นของดีที่สุดเสมอ

                “อ๋อ...อย่างนั้นก็ดีเลยค่ะ ให้เพื่อนคุณซันติดต่อคุณพีทได้เลย หากว่าชอบก็ตกลงซื้อขายกันไป เดี๋ยวสิตางศุ์จะเซ็นไว้ให้ เรื่องราคาเท่าไรก็ได้ค่ะ”

                “ช่วงนี้คุณร้อนเงินหรือเปล่า?”ชายหนุ่มซึ่งแสดงละครร่วมกับหญิงสาวมาหลายเรื่องเอ่ยปากถามด้วยความสงสัยกับอาการร้อนใจอยากขายที่อยู่อย่างกะทันหันและยิ่งบอกว่าเรื่องราคายังไงก็ได้ เขาก็นึกได้แค่เพียงว่าเธอคนนี้อาจจะมีความจำเป็นต้องใช้เงิน

                “ก็เพราะว่าไม่ได้ร้อนเงิน สิตางศุ์เลยขายเท่าไรก็ได้ต่างหากล่ะคะ”สิตางศุ์ขมวดคิ้วตอบนักแสดงหนุ่มที่จู่ๆก็ถามคำถามที่ไม่น่าฟังออกมา คนอย่างเธอเหรอจะมีเรื่องเดือดร้อนเกี่ยวกับการเงิน?

                “ถ้าอย่างนั้นผมจะให้เพื่อนติดต่อไป”เขาไม่ได้สนิทกับนักแสดงสาวมากจนถึงขั้นถามให้ลึกกว่านี้  ในเมื่อเธอยืนยันว่าไม่มีอะไร เขาก็ไม่ใส่ใจ เพียงแต่รับนามบัตรของผู้จัดการส่วนตัวของเธอมาเก็บไว้ ขณะที่กำลังจะหมุนตัวกลับก็ได้ยินเสียงแว่วหวานของเธอเรียกไว้ก่อน

                “เอ่อ....สิตางศุ์ขอโทษนะคะที่ตัดหน้า แต่ถ้าจะแนะนำก็ให้ถ่ายรูปด้วยน่าจะชดเชยกันได้”

                พูดจบร่างบางก็จากไป ทิ้งให้คนฟังขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่าเมื่อครู่นี้หญิงสาวต้องการจะบอกอะไรเขากันแน่ ตัดหน้าอะไร....ถ่ายรูปอะไร เขาไม่เข้าใจสักอย่าง?

               

                ตอนที่เดินออกมาหน้าตึกเพื่อพบเจอกับแฟนคลับเหมทอนทุกที ใจก็รู้สึกว่าอยากจะตอบแทนทุกคนที่สนับสนุนเขามาตลอดสักหน่อย แต่ก่อนอื่นก็ต้องออกไปนับจำนวนคน เพื่อจะได้ให้คนไปซื้อน้ำหรือขนมมาแจกเป็นน้ำใจเล็กน้อย เพียงแต่ไม่คาดว่าเมื่อเดินออกมาจะพบว่าแต่ละคนกำลังช่วยกันเก็บขยะบรรดาพวกแก้วน้ำกับกล่องขนมใส่ถุงขยะใบใหญ่สีดำ

                “พี่ซันออกมาแล้ว!

                “กรี๊ดดดดด สวัสดีค่ะพี่ซัน ทำงานเหนื่อยไหมคะ คุยงานราบรื่นดีหรือเปล่า?”

                เขาตอบคำถามทุกคนยิ้มๆ แฟนคลับเหล่านี้เป็นคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาดีก็เลยสบายใจที่จะคุยด้วยพร้อมอัพเดทผลงานของตัวเองเพื่อไปกระจายข่าวต่อ ซึ่งถือว่าเป็นการโฆษณาทางอ้อมอีกทางหนึ่ง

                “พวกขนมกับน้ำนี่....มาจากไหนหรอ?”วราทิตย์ถามเมื่อเห็นปริมาณของในถุงขยะที่เรียกได้ว่าเลี้ยงทุกคนจนอิ่มแน่นอนอย่างสงสัยว่าใครกันที่ตัดหน้าเขา

                ......ตัดหน้า!......

                “อ๋อ....ของพี่สิตางศุ์ค่ะ พี่เขาเห็นว่าพวกเราน่าจะมากันแต่เช้าเลยซื้อมาฝาก ตอนมาถึงก็ช่วยกันกับบรรดาแฟนคลับยกลงมาแจก จากนั้นก็รีบเข้าไปคุยงานต่อค่ะ”

                “สิตางศุ์หรอ?”เขาถามซ้ำด้วยความแปลกใจระคนตกใจ คำพูดของหญิงสาวที่เดินแยกกันไปสักพักก็เหมือนจะดังเข้ามาย้ำเตือนเขาอีกครั้ง

                สิตางศุ์ขอโทษนะคะที่ตัดหน้า แต่ถ้าจะแนะนำก็ให้ถ่ายรูปด้วยน่าจะชดเชยกันได้

                เธอพูดเหมือนจะรู้ว่าเขาจะซื้อขนมเลี้ยงบรรดาแฟนคลับ แต่จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อเขาคิดเรื่องนี้ได้ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เอง

                “แต่บังเอิญมากเลยนะคะ พี่สิตางศุ์ซื้อขนมกับน้ำมาพอดีพวกเราทุกคนเลย อย่างกับว่านับมาแล้วว่ารวมทั้งแฟนคลับของพี่เขามีกี่คน แฟนคลับพี่ซันกับคนอื่นๆมีกี่คน แจกกันไปแจกกันมาพอดีไม่มีขาดไม่มีเกินเลยค่ะ”

                พอได้ยินสิ่งที่แฟนคลับของตัวเองพูด ในหัวของวราทิตย์ก็ปรากฏภาพใบหน้าของหญิงสาวที่เงียบสงบผิดปกติคนนั้น.....คนเราสามารถทำเรื่องบังเอิญได้ถึงสองเรื่องในวันเดียวกันได้ขนาดนี้เลยงั้นหรอ?

 

                ตอนที่สิตางศุ์มาถึงมหาลัยที่น้องชายเรียนอยู่ ก็เรียกได้ว่าทำให้บรรดาเด็กหนุ่มแตกตื่นตกใจยกใหญ่ คนไหนมีความกล้าหน่อยก็เข้ามาขอถ่ายรูป แต่คนไหนขี้อายก็จะเฝ้ามองห่างๆ ในสายตาของสิตางศุ์เธอรู้สึกว่าทุกคนล้วนแต่น่ารักดีทั้งนั้น

                “ทำไมจะมาไม่บอกล่วงหน้า มากะทันหันแบบนี้ได้ยังไง?”หญิงสาวมองน้องชายที่ทำตัวเหมือนผู้ปกครองยิ้มๆก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่อคว้าเขาเข้ามากอดเอาไว้แน่น

                “พี่ทำอะไร....อายคนอื่น!

                “พี่คิดถึงตะวันจริงๆนะ”ตั้งแต่มีข่าวแย่ๆ สิตางศุ์ก็เลิกติดต่อครอบครัว ไม่สุงสิง ไม่เข้าใกล้ ไม่มาหา ตอนที่ตัดสินใจจบชีวิตของตัวเอง มีเสี้ยววินาทีหนึ่งที่เธอคิดถึงครอบครัวและละอายใจที่ไม่อาจเป็นลูกและพี่ที่ดีได้ พอเห็นใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกับตัวเองของน้องชาย มันก็อดไม่ได้ที่จะคว้าเขาเข้ามากอดเพื่อยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่จริงๆ

                “เป็นอะไรหรือเปล่า?”เมื่อเห็นท่าทางอ่อนแอของพี่สาว ตะวันก็ไม่ได้ผลักเธอออกอย่างที่คิด แต่ใช้มือตบลงที่หลังของเธอเบาๆเพื่อปลอบประโลม

                “เอ่อ....พี่สิตางศุ์ครับ ผมเป็นเพื่อนไอ้ตะวันมัน ถือว่าเป็นน้องชายพี่ได้บ้างไหมครับ?”บรรดาเพื่อนๆที่เดินมาด้วยยื่นมือออกมาตามๆกัน เมื่อเห็นสิตางศุ์กำลังกอดกันกลมกับตะวัน ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกอิจฉาและอยากเกิดเป็นน้องชายของคนที่ทั้งสวยทั้งมีชื่อเสียงบ้าง

                “เดี๋ยวจะโดน....อย่ามายุ่งกับพี่กู!

                “ฮ่าๆ....ได้สิได้ แต่กอดไม่ได้หรอกนะ ชดเชยด้วยวันนี้พี่พาไปเลี้ยงข้าวก็แล้วกัน”สิตางศุ์ผละตัวออกจากน้องชายก่อนจะหันไปตอบบรรดาเด็กๆ 3-4 คนที่เดินมากับตะวัน

                “เย้!

                “พี่ไม่ยุ่งหรอ?”ปกติหากเขาจะอยากเจอพี่สาวของตัวเองสักครั้งหากไม่ใช่ทางหน้าจอก็เป็นทางป้ายโฆษณา ความจริงตัวเขาเองก็ไม่ได้เจอหน้าสิตางศุ์มานานแล้วจริงๆ ถึงได้ตกใจตอนที่เห็นพี่สาวโผเข้ามากอดแน่น

                “เลิกยุ่งแล้วถึงได้มาหาตะวันนี่แหละ ว่าแต่ทุกคนอยากกินอะไรก็เลือกเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”

                “อยากกินเนื้อย่าง!

                สุดท้ายก็จบที่เนื้อย่างอย่างที่เด็กๆทุกคนเสนอมา หากเป็นเมื่อก่อนสิตางศุ์คงไม่ยอมเข้าร้านที่จะทำให้เนื้อตัวเหม็นคลุ้งแบบนี้ แต่พอวันนี้เธอรู้สึกว่าชีวิตก่อนของเธอช่างจืดชืดน่าเบื่อเหลือเกิน

                “พี่สิตางศุ์คร้าบบบบ ชิ้นเนื้อย่างสุดพิเศษที่ย่างจากใจผมเลยคร้าบบบบบบ”

                “ขอบใจนะ เราก็รีบกินเถอะ เดี๋ยวทุกคนแย่งกินหมดนะ”

                “แค่ได้เห็นพี่สิตางศุ์อยู่ตรงหน้า ผมก็อิ่มอกอิ่มใจสุดๆแล้วคร้าบบบบบบบบ”

                “มึงเลิกมายุ่งวุ่นวายกับพี่กูสักที เดี๋ยวกูดูแลพี่กูเองแหละ ไม่ต้องให้ถึงมือมึง”ตะวันที่มองเพื่อนสนิทข้ามหน้าข้ามตาดูแลพี่สาวก็ทำตาเขียว ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้คนข้างตัวอีก

                “เพื่อนๆตะวันน่ารักดี ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้”

                “อย่าไปเข้าข้างพวกมันเลย เดี๋ยวจะได้ใจไปกันใหญ่”เห็นน้องชายมองหน้าเพื่อนแต่ละคนเขม็งจนไม่มีใครกล้ามองหน้า สิตางศุ์ก็หัวเราะแล้วคีบชิ้นเนื้อในจานขึ้นมากิน

                “จะไม่อ้วนหรอ?”

                “นานๆทีไม่เห็นเป็นไรเลย”

                “เอ่อ....ขอโทษนะครับ ใช่คุณสิตางศุ์หรือเปล่าครับ?”ระหว่างที่กำลังทานข้าวกับน้องชาย ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าที่โต๊ะ ก่อนจะถามด้วยท่าที่เก้ๆกังๆอย่างมีมารยาท

                “ใช่ค่ะ...แต่ว่าขอโทษนะคะถ้าอยากจะถ่ายรูปด้วย สิตางศุ์ขอเวลาส่วนตัวกับน้องๆก่อนนะคะ ต้องขอโทษจริงๆค่ะ”ตอนนี้หญิงสาวไม่อยากสละเวลาของตัวเองที่ได้อยู่กับน้องชายให้คนอื่น แต่เธอก็ตอบเขาไปอย่างนุ่มนวลและเกรงใจ

                “ทางผมผิดเองครับที่เข้ามากวนเวลา คุณสิตางศุ์ตัวจริงดูสวยมากเลยนะครับ”

                “ขอบคุณค่ะ”สิตางศุ์ยิ้มมองเขาเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองที่มากับบรรดาเพื่อนๆ จากนั้นก็หันกลับมาสนใจที่โต๊ะของตัวเองต่อ แต่ก่อนที่เธอกับเด็กๆจะออกจากร้าน เมื่อเห็นว่าแฟนคลับหนุ่มยังไม่ได้กลับ สิตางศุ์จึงไปเรียกเขาออกมาถ่ายรูปด้วยกันอยู่ดี

                “อาหารมื้อนี้ พวกผมขอบคุณมากครับ!!”เห็นเด็กแต่ละคนพร้อมใจก้มหัวขอบคุณเธออยู่หน้าร้าน สิตางศุ์ก็หัวเราะเสียงใสทันที

                “ไว้คราวหน้าพวกเราไปกินข้าวด้วยกันอีกนะ ถึงตอนนั้นหากหายไปสักคนพี่จะโกรธไม่ยอมคุยด้วย”

                “แน่นอนครับ!

                “พี่ไม่น่าไปตามใจพวกมันเลย คอยดูนะเดี๋ยวทุกวันผมจะต้องถูกพวกมันตามตื้อไม่จบแน่”ขณะที่ขึ้นรถ ตะวันก็หันมาบ่นใส่พี่สาวที่มองเขายิ้มๆ

                “แล้วนี่จะให้ผมไปส่งที่คอนโดฯเลยไหม?”น้องชายของนักแสดงสาวถาม เพราะเห็นว่าพี่สาวนั้นดูเหนื่อยล้ามากแล้วในวันนี้ เขาควรรีบส่งตัวเธอกลับไปพักผ่อน เพียงแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้เจอกันอีก

                “ไม่ต้องหรอก กลับบ้านเลย....พี่ขายคอนโดฯแล้ว”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.819K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,066 ความคิดเห็น

  1. #2030 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 00:39

    กลุ่มน้องตะวันน่ารักกันทุกคนเลยค่ะ

    #2,030
    0
  2. #2006 Bee_Bee_1225 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 01:34
    สิตางศ์เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากๆๆ ชอบตอนที่นางได้กอดน้องชายมากๆๆ แถมเล่นกับเพื่อนๆของน้องแบบเป็นกันเองอีก
    #2,006
    0
  3. #1731 Need1239 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 23:08
    ชอบนะที่คิดถึงครอบครัวก่อน เป็นนิยายย้อนเลาไม่กี่เรื่องหรอก ที่พอย้อนมาแล้วจะคิดได้ ส่วนใหญ่ก็มุ่งไปหาเจ้ากรรมนายเวรทั้งนั้น และชอบที่ไม่ย้ำแคนจนทำให้ตัวเองจิตตก
    #1,731
    0
  4. #1337 porporjb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 21:32

    ยิ่งอ่านยิ่งสนุก
    #1,337
    0
  5. #1280 PlairTipchada (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 03:35
    รู้สึกดีกับสิตางศ์อ่ะ กลับเนื้อกลับตัว ถึงจะต้องตายก่อนแต่อ่านแล้วรู้สึกดี แปลกม่ะ 555
    #1,280
    0
  6. #1268 w-inds (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 21:46
    ช่วงประโยคคำพูด ....ขอโทษที่เสียมารยาทนะ พอดีเดินผ่านมาได้ยินว่าคุณจะขายคอนโด พอดีเพื่อนผมอยากได้คอนโดอยู่พอดี .....
    คำว่า พอดี มันเยอะจังเลยค่ะ อ่านแล้วสะดุดนิดๆ ค่ะ
    #1,268
    0
  7. #1254 vviiwwyy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 16:42

    ครอบครัวกะมี ไม่น่าหลงผู้เล้ยยย

    #1,254
    0
  8. #1012 IsadaBewbam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 03:19
    ดีใจ อย่างน้อยนางก็ยังมีครอบครัวให้กลับไปหา
    #1,012
    0
  9. #886 Honery (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 17:21
    ถ้านางยังมีมุมฟูมฟายหน่อยว่าจะไม่อ่ารแล้ว สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ ชอบตัวละครที่พัฒนาเสมอ รอวันแม่มงลงน้า
    #886
    0
  10. #878 Panitpicha_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 00:04
    ชอบแนวที่นางเอกย้อนมายุคปัจจุบันมากเลย

    อยากอ่านมานานแล้วค่ะ

    ปกติเจอแต่ยุคจีนโบราณ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ

    สนุกมากเลย
    #878
    0
  11. #351 iamagril (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 17:15

    รอออออ
    #351
    0
  12. #244 19112518 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 13:16

    ติิิดตาม

    #244
    0
  13. #218 สักวัน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 11:03

    ครอบครัวคือคนที่รักเราที่สุด

    #218
    0
  14. #48 Someonepp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 23:31
    สุดท้าย เมื่อชีวิตแทบไม่เหลืออะไร ก็ยังมีครอบครัวรออยู่ข้างหลังเสมอ ฮากเข้าไปกอดน้องชายคือเข้าใจเลยอ่ะ ดีแล้วที่คิดได้
    #48
    0
  15. #28 mykray (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 20:39
    ประโยค "คุณร้อนเงินหรอ" ขำลั่นมาก

    น้องตะวันมีความหวงพี่สาวสูงมากกกกกกกกกกก

    ปล.เราชอบนิยายคุณทุกเรื่องเลยค่ะ จะติดตามผลงานนะคะ
    #28
    0
  16. #10 sarabiya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 19:00

    น้องๆน่ารักกกก ขอบคุณมากค่ะ สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ค่ะ^_^




    https://image.dek-d.com/27/0546/3881/128846615

    #10
    0
  17. #1 Mashmallo14 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 20:01

    สนุกกก
    #1
    0