Fic Harry potter : Traitor END

ตอนที่ 32 : 31 เริ่มการตอบโต้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    17 ม.ค. 63

ครีเชอร์เป็นเอลฟ์แก่ที่น่าส่งลงหลุมสักรอบหากคนที่มาเจอมันเป็นแค่มักเกิ้ลบอร์นหรือพวกเลือดผสม มันทำตัวราวกับสติเลอะเลือนแต่ลับหลังกลับพูดถ้อยคำที่ต่อให้ไม่หยาบคายก็เรียกให้อารมณ์พุ่งสูงได้

พวกเขาคิดถูกที่ให้ดัมเบิลดอร์กับซิเรียสมาด้วย—แตก็คงคิดน้อยไปเพราะครีเชอร์เกลียดพวกเขา

ซิเรียสไม่เคยดูดำดูดีมัน ครีเชอร์รักเบลลิกซ์ มันเคารพนาร์ซิสซาและถวายชีวิตให้เรกูลัส ซิเรียสเป็นคนเดียวในบ้านที่นอกคอกหากไม่นับแอนโดรเมดาที่แต่งงานออกไปอยู่กินกับพวกมักเกิ้ล

และกับดัมเบิ้ลดอร์—ใช่ เขาเป็นเลือดบริสุทธิ์ แต่ครีเชอร์ไม่เคยไว้ใจคนที่ราวกับน้ำไหลลึก มันเคยถูกคนประเภทนี้แต่โหดร้ายกว่านี้ทรมานจนเสียสติมาแล้ว

ส่วนอีกสองคนที่มาด้วย...สเนปกับทอมจัดได้ว่าควรอยู่ให้ห่างจากเจ้าเอลฟ์ตัวปัญหานี่มากที่สุด

มันมีร้อยแปดวิธีสำหรับคนที่ไม่ชอบการรอคอยในการเปิดปากครีเชอร์ให้พูดออกมา หรือแค่สะกดใจง่ายๆ ให้มันยอมมอบล็อกเก็ตที่ห้อยอยู่ที่คอมันมาให้พวกเขา 

แน่นอนล่ะว่านอกจากดัมเบิ้ลดอร์แล้ว สามคนที่เหลือคิดแบบนั้น

แต่เจ้าเอลฟ์นี่ถือว่าแสบใช่ย่อย กว่าพวกเขาจะลากมันออกมาได้ก็เลยหลังเที่ยงคืนไปแล้ว หลังจากนั้นอีกสิบห้านาทีก็ต้องเสียไปกับการถกเถียงของทอมกับดัมเบิ้ลดอร์

บางทีพอตเตอร์กับไดลานานอาจคิดผิด พวกเขาไม่ควรปล่อยให้สี่คนนี้มาด้วยกัน

และก่อนที่จะได้มีการลงมือกันเกิดขึ้นจริงๆ พวกเขาได้ยินเสียง ปัง! ดังขึ้นหน้าประตูบ้าน

ตอนนี้ไม่ควรมีใครโผล่มาที่นี่

ซิเรียสเป็นคนแรกที่เยี่ยมหน้าออกไปดู “ใคร!?”

“ซิเรียส นี่พวกฉันเอง”

คนที่มาไม่รู้รหัสผ่านลับๆ ที่ต้องพูดก่อนเหยียบเข้ามาที่นี่ แต่ทันทีที่พวกเขาเห็นว่าใครมาเยือนต่างเป็นต้องเบิกตากว้างกันทุกคน นาร์ซิสซากำลังพยุงสามีของเธอที่ทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยใบหน้าเปื้อนฝุ่นและขาวซีด 

เป็นธรรมดาถ้าสองคนนี้จะไม่รู้รหัสผ่านว่ามันเปลี่ยนไปแล้ว สเนปปรี่เข้าไปช่วยพยุงลูเซียสอีกแรง อีกฝ่ายดูไม่ได้เอาเสียเลย เนื้อตัวสกปรกทั้งยังไม้กายสิทธิ์ที่ไม่มีอีกล่ะ ดูแล้วคงเป็นนาร์ซิสซาที่พาหายตัวมาที่นี่

“เกิดอะไรขึ้น? ล่าสุดเราขาดการติดต่อจากคุณ”

“เราถูกจับขัง มีคนช่วยหนี เธอบอกว่าให้มาที่นี่ก่อนเช้า”

ครีเชอร์พรวดออกมา มันดีใจที่เห็นนายหญิงของมัน “คุณหนู! คุณหนูกลับมาหาครีเชอร์! คุณหนูผู้สูงส่ง!”

ชายหนุ่มทั้งสี่มองท่าทางเคารพเทิดทูนของเอลฟ์แก่ก่อนจะหันมาสบตากันโดยไม่ได้นับหมาย—ใช่ บางทีเรื่องบังเอิญแบบนี้ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ นาร์ซิสซามาถูกจังหวะจริงๆ

พวกเขาพาเธอกับลูเซียสเข้ามาพักที่ห้องนั่งเล่นแคบๆ ที่ยังรกไปด้วยของมากมายและแถวร่องไม้ยังมีราเกาะเกรอะกรังอยู่ นั่นเป็นเพราะไม่มีใครดูแลและสนใจพอจะทำความสะอาดบ้านหลังนี้ให้สะอาดอยู่ตลอดเวลา

ซิเรียสมีที่พักอยู่ที่ฮอกมีดส์ มันสะดวกกว่าเวลาเขาไปทำงาน และครีเชอร์ไม่เคยอยู่ในบ้านหลังนี้หรือทำความสะอาดเหมือนตอนที่พวกแบล็กยังอยู่ครบทุกคน มันรังเกียจซิเรียสถึงขั้นที่ยอมทำทุกอย่างที่จะทำให้นายของมันความดันขึ้น

และหากไม่มีประชุมหารือหรือคนในภาคีแวะมาเป็นครั้งคราว บ้านหลังนี้ก็คงร้างกว่านี้

ลูเซียสหลับไปด้วยความอ่อนเพลียบนโซฟา ส่วนนาร์ซิสซานั่งไม่สงบอยู่ที่เก้าอี้นวมข้างๆ ตอนแรกพวกเขาอยากจะให้เธอช่วยสั่งให้ครีเชอร์ยกล็อกเก็ตมาให้แล้ว แต่กลับเป็นทอมที่ก้าวออกมาข้างหน้า ถามด้วยน้ำเสียงที่ติดจะเย็นยะเยือกไปเล็กน้อยอย่างไม่มีสาเหตุ

“คุณมัลฟอย คุณหนีออกมาได้ยังไง?”

นาร์ซิสซาเงยหน้ามอง ก่อนที่จะหน้าซีดจนแทบจะไร้สีเลือด “คุณ—ท่าน...”

แน่นอนว่าหญิงสาวไม่เคยพบทอมสมัยที่ยังหนุ่มขนาดนี้แน่นอน เพียงลอร์ดโวลเดอมอร์มีบรรยากาศรอบตัวที่ทำให้คนอื่นรู้โดยไม่ต้องมองหน้าว่านี่คือเขา—คนตรงหน้าเธอมีบรรยากาศเดียวกับจอมมาร

“ตอบผม”

“นายจะสนใจทำไมขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าสนแค่ล็อกเก็ตหรือไง?” ซิเรียสขนาดคิ้วถามเสียงห้วน 

“เขากำลังอารมณ์ดี” ทอมตวัดสายตากลับมามอง “คิดว่ามีกี่เรื่องที่ทำให้คนที่คุณก็รู้ว่าใครอารมณ์ดีทั้งๆ ที่นักโทษของเขาหนีออกมา”

และนาร์ซิสซาที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนกดดันจนเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง

 

เป็นเขา—แต่ทำไมจอมมารถึงมีสองคน!?

 

“เอาล่ะทีนี้ช่วยพูดความจริงมาให้หมดด้วย คุณมัลฟอย เพราะถ้าไม่อย่างนั้น...”

ทอมก้าวมาด้านหน้า ใช้ดวงตาที่แทบจะเปลี่ยนเป็นสีแดงมองหญิงสาวคนเดียวในนี้ “ผมคงต้องไปล้วงเอาจากจิตใจของคุณ”

ดัมเบิ้ลดอร์ขัดขึ้น “ทอม เธอตกลงแล้วว่าจะไม่ใช้วิธีแบบนั้น” 

“ผมสัญญากับเธอ ไม่ใช่คุณอัลบัส”

“...”

ดูท่าว่าที่ถูกคุมอยู่ที่คฤหาสน์ตัวเองไม่กี่เดือนมานี้จะทำให้เธอกับสามีพลาดไปหลายอย่าง แต่ยังไงก็ตามนาร์ซิสซาต้องใช้เวลาตั้งสติมากกว่านี้ เธอเป็นคนฉลาด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนไม่กลัวตาย อย่างน้อยเด็กคนนั้น—ไดลานาน ก็บอกว่าทอม ริดเดิ้ลคนนี้คือคนที่เธอไว้ใจ 

อย่างน้อยถ้านาร์ซิสซาเห็นเขาเป็นจอมมารอีกคน เธอก็ต้องตอบแทนบุญคุณคนที่ช่วยให้เธอหนีออกมาจากที่นี่

“เธอฝากข้อความมาบอกคุณ--ทอม ริดเดิ้ล”

ทอมชะงัก “เธอขอให้ผมไปช่วยหรือเปล่า?”

เพราะถ้านาร์ซิสซาพยักหน้า ทอมจะฆ่าหล่อนทันที ทอมรู้ดีว่าคนอย่างไดลานานจะไม่พูดแบบนั้น

“เธอบอกว่า ‘อย่าวู่วาม ขอโทษที่ฉันไม่ได้อยู่รอคุณ’”

“...” 

แล้วทุกคนในนั้นก็ต้องตกใจที่ได้เห็นคนที่คิดว่าเลวร้ายที่สุดในโลกเวทมนต์กำลังทำหน้าเจ็บใจ

“สมกับเป็นเธอดี”

ซิเรียสพูดขึ้นอย่างไม่แน่ใจ “ไดลานาน เดอ ราโรส? แต่...เธอไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง? แถมช่วยเธอออกมาได้งั้นเหรอซิสซา? ไม่ใช่ว่าหล่อนเป็นสควิปส์เหรอ?”

“เธอไม่ใช่ คุณเดอ ราโรสเจาะอุโมงค์ใต้ดินให้เราออกไปจนถึงนอกเขตอาคม เธอบอกว่าจะถ่วงเวลาไว้ให้ ฉันไม่รู้ว่าเธอใช้เวทมนต์ได้ยังไง เธอไม่มีไม้กายสิทธิ์ แต่แค่จ้องไปที่ลูกกรง มันก็บิดงอแล้วพังลงมา เพ็ตติกรูว์ถูกเธอเล่นงานจนสลบ—แล้วเธอก็ขึ้นไปถล่มด้านบนซะยับ”

นาร์ซิสซาแทบจะจิกเล็บเข้าไปที่ตักของตัวเอง “คุณเดอ ราโรสบอกว่าเธอหนีไปไม่ได้ นายท่านต้องการบางอย่างในหัวของเธอและที่นั่นต้องการนกต่อ—เธอพูดเหมือนยอมรับชะตาตัวเอง...ตอนแรกฉันแทบไม่เชื่อหูด้วยซ้ำว่าคนที่เธอบอกให้มาคือคุณ...คุณ คุณคิดจะฆ่าตัวเองเหรอ?”

ดวงตาทอมวาวโรจน์ในขณะที่ใบหน้าของเขายังเรียบเฉย “ผมไม่ควรมีสองคนและคนที่โง่กว่าต้องหายไป”

“อะไรที่อยู่ในหัวของเดอ ราโรส?” สเนปถามขึ้น “ถ้าเขาอยากรู้อนาคตแค่ล้วงเข้าไปในใจของเด็กพอตเตอร์นั่นก็ได้แล้ว”

“มันไม่เหมือนกัน พอตเตอร์มาจากอนาคต ถ้าอดีตเปลี่ยนอนาคตก็ต้องเปลี่ยน เพราะฉะนั้นความทรงจำที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น—อดีตสร้างอนาคต นั่นหมายความว่าตัวตนของพอตเตอร์ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย” ทอมว่า “แต่ไดลานานไม่ใช่ เหตุการณ์ทุกอย่างยังอยู่ที่เธอ ยังมีความทรงจำที่เกิดขึ้นครบทุกอย่าง—เขาต้องการสิ่งนั้นเพื่อมาแก้ไขตัวเอง”

“แล้วทำไมเธอถึงไม่โดนผลกระทบเหมือนแฮร์รี่?”

ขอบคุณที่ในนี้ไม่มีใครสักคนที่ไม่ฉลาด พวกเขาตามกันได้ทันหมด

โดยเฉพาะดัมเบิ้ลดอร์ “ตอนแรกฉันสงสัยว่าเธอจะรวบรวมวิญญาณของตัวเองไปทำไมทอม ฉันคิดว่าเธอจะเอามันมาใช้แบบเดิม—อำนาจ ความกลัว...ฉันคิดแบบนั้นจนลืมสังเกตผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เธอตลอดเวลา”

“...”

“ไม่ใช่ว่าคุณเดอ ราโรสยอมติดตามเธอ แต่เป็นเธอไม่ยอมให้คุณเดอ ราโรสห่างจากตัวมากกว่าใช่หรือเปล่า?” ดวงตาสีฟ้าใสของดัมเบิ้ลดอร์ใสกระจ่าง “เพราะมัวแต่สนใจเธอกับแฮร์รี่ฉันเลยไม่สังเกตอีกคน—ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าคุณเดอ ราโรสจะทำอะไร...เธอเหมือนไม่ใช่คนของที่นี่”

ทุกคนที่ฟังคล้ายกับค่อยๆ เข้าใจบางอย่าง ได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง 

“เป็นไปได้หรือเปล่าที่แฮร์รี่มาจากอนาคตก็จริง แต่คนที่เสนอให้พวกเธอกลับมาแก้ไขช่วงเวลานี้จะเป็นคุณเดอ ราโรสที่รู้เรื่องทุกอย่างเป็นคนแรก?”

“แต่...เป็นไปได้เหรอ?” ซิเรียสอึ้งจนสมองไม่ทำงานไปแล้ว

“เป็นไปได้หรือไม่ได้—ต้องถามคนที่เข้าไปอ่านความทรงจำของคุณเดอ ราโรสมาแล้วอย่างเธอ” ดัมเบิ้ลดอร์หันมาสบตากับอดีตลูกศิษย์ดีเด่นของฮอกวอส์ต น่าแปลกที่ครั้งนี้ความคลาแคลงเริ่มเบาบาง “ว่าใช่หรือเปล่า?”

ทอมเงียบอยู่นาน ก่อนจะยิ้มขึ้นมาแล้วเล่าว่า “ที่จริงมีสามคน ญาติของเธอหนึ่งคนและพี่สาวของเธอหนึ่งคน—คนหนึ่งโดนฆ่า อีกคนหนึ่งก็โดนฆ่าเพราะช่วยคนเอาไว้”

ดัมเบิ้ลดอร์เหมือนเข้าใจในบางอย่าง แววตาก็ยิ่งกระจ่างใสขึ้น “เธอเก็บเสี้ยววิญญาณของตัวเองไปเพื่ออะไร ทอม?”

“...” 

ทอม ริดเดิ้ลเพียงแค่พูดว่า

“แค่เอาล็อกเก็ตมาให้ผมก็พอ ถ้าจะทำตามแผนของผม”

“แล้วคุณเดอ ราโรส” นาร์ซิสซาถามด้วยความเป็นห่วง

“เธอจะยังไม่เป็นไรตราบใดที่เขารับรู้ว่าผมโกรธแค่ไหนที่เธออยู่ที่นั่น—วิญญาณเราเป็นดวงๆ เดียวกัน เหมือนกับที่พอตเตอร์จะรู้ตลอดเวลาว่าผมกับเขากำลังรู้สึกยังไง”

ส่วนล็อกเก็ต--เรื่องนี้ง่ายแล้วเมื่อนาร์ซิสซายังนั่งอยู่ตรงนี้ และครีเชอร์มีท่าทางเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่หล่อนอยู่ที่นี่ แต่ทอมไม่ได้ตั้งการแค่นั้น

“และไม้เอลดอร์ ผมต้องใช้มัน”

“แก!” ซิเรียสคำรามลั่น สเนปเองก็ไม่เห็นด้วย 

แต่ดัมเบิ้ลดอร์ยกมือห้าม กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มกว่าครั้งไหนๆ ที่ใช้พูดกับเขา

“หลังจากทุกอย่างจบลงด้วยดี มันจะเป็นของเธอ ทอม”

 

 

 

 

 

 

 

 

อิเลียตกลับมาอีกครั้งเมื่อใกล้จะรุ่งสาง ตามร่างกายของเขาปวดระบมจนแทบอยากเข้าไปสาปไอ้เด็กเวรที่สาปเขาจนมีสภาพแบบนี้ เด็กหนุ่มประมาทจนลืมไปว่าเดรโก มัลฟอยเรียนรู้เร็วแค่ไหน นั่นรวมถึงศาสตร์ทุกอย่างและคาถาต่างๆ เข้าไปด้วย

แต่ตอนนี้มันก็ป่วยติดเตียงไม่ต่างกันหรอก

ฟิลล์โง่ชะมัดที่ถูกหลอกด้วยแค่ของเล่นที่ส่งเสียงแหกปากที่ทางเดินอีกฝั่งของปราสาท คุณนายนอร์ริสเองก็ถูกยาสลบที่ผสมอยู่ในปลาวางยาไปเรียบร้อย

ทุกอย่างช่างง่ายดายมากที่อิเลียตจะย้อนกลับมาอีกทีที่ห้องพยาบาล แล้วเจอเข้ากับมัลฟอยที่ยังหลับสนิทอยู่บนเตียง

ตัวซีดอย่างกับศพ—แต่อีกเดี๋ยวก็คงกลายเป็นศพสมใจ

อิเลียตคิดอย่างย่ามใจ ก้าวเข้าไปใกล้พร้อมกับไม้กายสิทธิ์เปี่ยมจิตสังหาร เขามองใบหน้าของคนที่ยังไม่รู้ว่ตัวเองกำลังจะตายเป็นครั้งสุดท้าย

“แกรนหาที่เองนะ มัลฟอย”

 

“ฉันรนหาที่เหรอ?”

 

!!

 

ร่างของรุ่นพี่หนุ่มผวาเฮือกหันไปด้านหลังตัวเอง ก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเป็นมัลฟอยอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่!

เป็นไปไม่ได้ แล้วคนที่นอนอยู่...!

แต่เมื่อหันกลับมา มัลฟอยที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงก็ยืนอยู่อีกฝั่งไกลออกไปซะแล้ว ทั้งยัง—ขอโทษเถอะ อิเลียตไม่เคยเห็นหมอนี่ทำไมกวนประสาทได้เท่านี้มาก่อนเลย!

มัลฟอยที่เขาจ้องพูดว่า “แต่ฉันเห็นด้วยนะ เดรโก มัลฟอยก็ชอบเปรี้ยวเท้าไปทั่วอยู่แล้ว”

เสียงหึดังมาจากอีกฝั่ง เป็นเดรโกที่ใบหน้าบึ้งตึงและเย็นชา “หุบปากไปซะ”

นี่มันอะไรกันเนี่ย!

แต่จะคนไหนก็ช่างเถอะ อิเลียตต้องฆ่าคนทรยศ จากนั้นเขาก็จะได้ความเชื่อใจจากจอมมาร!

มือพุ่งไม้กายสิทธิ์ไปทางมัลฟอยที่มีสีหน้ากวนโอ้ย

“อะวาดา--!”

แต่ยังไม่ทันได้พูดจบ—ยังไม่ทันที่เดรโกคนหน้ากวนจะทำหน้าตกใจด้วยซ้ำ ไม้ในมือของอิเลียตก็ปลิวมาอยู่ในมือของเดรโกอีกคนซะแล้ว!

คาถาไร้เสียง!

“ขอโทษทีนะ ไอ้เบื้อก! หน้าฉันเป็นมัลฟอยขนาดนั้นเลยหรือไง?” คนที่เกือบโดนฆ่าเมื่อครู่โมโหขึ้นมา “เห็นไอ้หน้าตูดตรงนั้นไหม? ใช่ นายควรชี้ไปทางนั้นก่อนมาทางนี้! สมองนายมีปัญหาหรือไง! หรือว่ามัวแต่คิดถึงอำนาจขนาดนั้นจนลืมพกสติมาด้วย!”

“...เอ็กเปลิอามัส”

และไม้กายสิทธิ์ในมือของเดรโกที่กำลังพล่ามอยู่ก็ปลิวไปอยู่ในมือของเดรโกอีกคน

“เฮ้...!”

“หนวกหู วีสลีย์”

แล้วก็—ปึก! ร่างทั้งร่างลอยหวือก้นจ้ำเบ้าห่างออกไปไกลอีกหลายเมตร

แต่เดี๋ยว—วีสลีย์?

อิเลียตหันมาเผชิญหน้ากับเดรโกอีกคนที่ยังยืนนิ่งอยู่ จะเพราะในนี้มันมืดเกินไปหรือเดรโกแต่งตัวด้วยชุดสีดำสนิทก็แล้วแต่ เขาเกือบจะไม่สังเกตเห็นผ้าพันแผลแถวข้อมือของอีกฝ่ายที่โผล่ออกมาแล้วด้วยซ้ำ และถ้ามองดีๆ...เดรโกก็ยังเจ็บขาอยู่

“ก็คาดไว้แล้วว่านายต้องกลับมาฆ่าฉันแน่ๆ เชนต์” มัลฟอยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “แต่แค่สมองแยกฉันกับตัวปลอมให้ออกยังทำไม่ได้ แกนี่โคตรโง่เลยว่ะ”

อิเลียตโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่เขาแทบไม่กล้าขยับตัวเมื่อมัลฟอยชี้ไม้กายสิทธิ์มาหาตน

“แกฆ่าไม่ได้หรอกมัลฟอย แกมันขี้ขลาดเกินกว่าจะฆ่าคน!” เขาขู่

แต่อิเลียตควรรู้ว่าเขาไม่ควรดูถูกคนที่โดนประทับตรามารไว้บนแขนซ้ายไปแล้ว--และเขาควรรู้ขึ้นมาอีกนิดว่ามัลฟอยไม่ใช่พ่อพระ

มัลฟอยเลิกคิ้ว “โอ้ ใช่ ฉันฆ่าไม่ได้ แต่อะไรนะ...”

เขาแสร้งทำท่านึก

โอ้ ใช่--ครูซิโอ?”

 

“อ้ากก!”

 

อิเลียตงอตัวอยู่บนพื้น ความกลัวเริ่มตีแผ่ คาถากรีดแทงเมื่อกี้ไม่มีแม้แต่ความลังเลเลยสักนิด—หมอนี่มันเอาจริง!

“นี่สำหรับที่แกจะฆ่าฉันเมื่อวานก่อน เชนต์” 

มัลฟอยก้าวเข้ามาใกล้

“หายห่วงได้ ถึงฉันอยากจะทรมานแกขนาดไหนแต่พวกพ่อพระเอกของฉันเขารับไม่ได้ที่เห็นเลือด เพราะฉะนั้นถ้าแกยอมคายข้อมูลทุกอย่างออกมาว่าแผนการถูกเปลี่ยนไปยังไงบ้างฉันจะให้โอกาสแกไปนอนในอัซคาบันแบบสบายๆ...แกก็รู้ว่าบริการแถวนั้นดีขนาดไหน ผู้คุมวิญญาณคงชอบใจน่าดูที่จะไปต้อนรับแก”

“เหอะ! แกคิดว่าฉันจะยอมทรยศจอมมารเหรอ?” อิเลียตจ้องอย่างกินเลือดกินเนื้อ “กับแก ฉันไม่บอกหรอก!”

มัลฟอยถอนหายใจ ไม่สนใจเสียงฮึดฮัดของวีสลีย์ในคราบตัวเองที่เดินเข้ามาใกล้

“ฉันก็คิดแบบนั้นนั่นแหละ แกมันซื่อสัตย์ ฉันก็ไม่อยากเสวนาก็คนพูดไม่รู้เรื่องซะด้วย” แต่รอยยิ้มร้ายบนใบหน้าของมัลฟอยไม่น่าไว้วางใจเอาซะเลย

“เพราะแบบนั้นฉันเลยเตรียมตัวเลือกให้แกไง เชนต์”

เสียงฝีเท้าอีกสองคู่เดินเข้ามาในห้องพยาบาล อิเลียตเบิกตากว้างเมื่อเห็นชัดๆ ว่าเป็นใครที่เดินเข้ามา

คนหนึ่งคือเด็กสาวผมฟูที่ฉลาดที่สุดในชั้นปี ส่วนอีกคนหนึ่งคือเด็กหนุ่มชื่อดังที่ใบหน้านิ่งสนิทที่แฝงไว้ด้วยอันตราย

มัลฟอยยิ้มอย่างผู้ชนะ ผายมือไปทางทั้งสองคนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียกได้ว่ากวนประสาทที่สุดเท่าที่อิเลียตเคยได้ยินมา

“เลือกสิเชนต์ ว่าแกจะให้เกรนเจอร์หรือพอตเตอร์มาสืบสวนแกดี?”

ตอนนั้นเองที่อิเลียตรู้ว่าตัวเองมาถึงทางตันแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #345 WxxN (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 21:50

    ชอบตอน 4 คนนี้ร่วมมือกันมากๆๆๆๆ
    #345
    0
  2. #297 Maerd_ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:43
    อุ้ยแง้ ขอยืนยันนอนยันนั่งยัน เดรกตอนนี้คือสุดยอด แง้ นึกภาพนางแสยะยิ้มแบบผู้ชนะ กับภาพพอตเตอร์ที่มาพร้อมความทมึน555555555555555
    #297
    0
  3. #277 VtecBigc (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 22:28

    โอ้ยชอบ คือสนุกมากอ่ะตอนนี้ เอาเเล้วเชนต์นายจะเลือกใครดีหละทีนี้?55555 รออ่านตอนต่อไปนะค่าบ
    #277
    0
  4. #276 สาววายฟินทะลุจอ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 20:47

    นึกภาพรอนต้องกลั่นใจดื่มน้ำยาสรรพรสจากผมเดรโกแล้วขำว่ะ 555555

    #276
    0
  5. #273 N เอ็น (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 01:38
    พ่อพระเอกของฉัน ของฉัน ของฉัน ของฉัน...~
    #273
    0
  6. #272 Way-down-we-go (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 21:32
    อู้วว แซ่บบบ
    #272
    0
  7. #271 0618241277 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 21:28
    พ่อพระเอกของฉัน!!
    พ่อพระเอกของฉัน!!
    พ่อพระเอกของฉัน!!
    #271
    0
  8. #270 Mamorudes (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 19:03

    ชอบตอนนี้มว้ากกกกกก หุยๆๆๆๆ คือแซ้บแซ่บ ชอบดัมเบิลดอร์ตรงความรู้ทันมาก 5555555 เดรโกก่คือปีศาจน้อยดีๆนี่เอง

    #270
    0
  9. #269 buaholly (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 18:49
    กริ๊ดดดดดดดดดฉากสุดท้ายคือแบบอีเลีตตแกตายแน่5555555555โอ๊ยยเท่ห์มากๆเลยค่ะไรท์55555
    #269
    0