Fic Harry potter : Traitor END

ตอนที่ 2 : 02 ร่องรอยของคนขี้ขลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    30 พ.ย. 61

02 ร่องรอยของคนขี้ขลาด

 

 

รอน วีสลีย์ ตัดสินใจที่จะช่วยจอร์จบริหารร้านเกมกลแทนส่วนของเฟร็ดต่อ ชายหนุ่มเพื่อนซี้เลือกที่จะตัดความฝันที่จะเป็นมือปราบมารของตัวเองหลังจากที่ทุกอย่างกำลังฟื้นฟู

 

“จอร์จต้องการเวลา” รอนว่า “พวกเราทุกคนต้องการเวลา แม้แต่ฉันหรือว่าพวกนาย”

 

เฮอร์ไมอานี่เองก็ตัดสินใจที่จะเรียนต่อ เธอต้องการทำตามความฝันแม้จะต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงและฝันร้ายที่ฝังรากลึกที่ฮอกวอส์ตก็ตาม

 

และสำหรับแฮร์รี่—เขาต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้าและต้องการเวลาเยียวยาเช่นเดียวกัน ทุกคนที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ต่างรู้ดีว่าอะไรติดตามตนเองมา มันอยู่ด้วยตลอดเวลาที่พวกเขาสูญเสีย มันหัวเราะตลอดเวลาที่พวกเขาล้มลง—และมันเล่นงานเขาหนักที่สุดเพราะแฮร์รี่คือต้นเหตุที่ทำให้ใครหลายๆ คนต้องตาย

 

คนอื่นบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดเขา แต่นั่นก็แค่การปลอบใจ จริงๆ แล้วส่วนใดส่วนหนึ่งในจิตสำนึกของพวกเขามักจะตะโกนร้องบอกแน่ๆ ว่าใครคือคนที่ทำให้ทุกอย่างมันแย่

 

ไม่ใช่โวลเดอร์มอล์ ไม่ใช่แม้แต่ผู้เสพความตาย—แต่มันคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์

บ่าของเขามันหนัก—บ่าของแฮร์รี่มีภาระมากมายที่เขาต้องแบก ชายหนุ่มแบกมันเอาไว้และตระกองกอดราวกับเป็นของรัก ทั้งที่ความจริงแล้วมันคือหนามแหลมที่คอยตำให้เขาเจ็บอยู่ตลอดเวลา

 

มันเป็นสิ่งที่ทำให้แฮร์รี่อยากจะใช้เวลาในการวางมันลง และตัดทุกอย่างที่ทำให้เขาต้องแบกรับมาตลอดออกไปจากวงจรชีวิตชั่วคราว—หนึ่งในนั้นคือฮอกวอส์ต

 

มันตัดไม่ง่ายเลยหากจะบอกกันตามตรงว่าที่นั่นเป็นที่ๆ เขารักมากที่สุด ทั้งเพื่อนสนิท ทั้งรุ่นน้อง ทั้งอาจารย์หรือแม้แต่คู่อริ—ทุกอย่างคือสิ่งสำคัญที่แฮร์รี่ไม่อยากจะทิ้งมันไป

 

เงามืดมันเริ่มหัวเราะอีกครั้ง เสียงของมันดังแทรกบทสนทนาเล่ารายละเอียดตัวคดีความเสียจนกลายเป็นเสียงเซ็งแซ่ฟังไม่ได้ศัพท์ มันร้องออกมาเป็นเพลงว่า มัลฟอย เจ้าคนขี้ขลาด หายทุกคราเวลาคับขัน

 

แฮร์รี่ตวาดมันกลับไปว่า หุบปาก

 

คิงส์ลีย์มอบหมายงานตามรอยมัลฟอยให้กับลอว์เซอร์เรียส ซึ่งเป็นรุ่นพี่เขาหนึ่งรุ่น แฮร์รี่ต้องจับคู่กับอีกฝ่ายจนกว่าจะมีมือปราบคนใหม่เข้ามา และจากคำให้การที่ชัดเจนของลูน่า ทอมสัน งานตอนนี้ทั้งหมดจึงพุ่งเป้าไปที่จุดๆ เดียว

 

“จับเป็นถ้าเป็นไปได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็จับตายซะ” ลอว์เซอร์เรียสว่า ยื่นเอกสารฉบับคัดลอกให้แฮร์รี่หนึ่งฉบับ มันเป็นประวัติของคนที่เกี่ยวข้องกับเดรโก มัลฟอย หนึ่งในนั้นคือนาร์ซิสซา มัลฟอยที่ตอนนี้คงอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ ส่วนอีกคนแฮร์รี่ไม่รู้จัก แต่ชื่อที่แนบมานั้นบอกว่าผู้หญิงอายุไล่เลี่ยกับเขาชื่อว่า แอสทอเรีย กรีนกลาส

 

“พรุ่งนี้เช้าแปดโมงเจอกันที่คฤหาสน์มัลฟอย ฉันจะรอที่หน้าประตู”

 

เงาปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อลอว์เซอร์เรียสออกไป มันจ้องมองเอกสารไม่กี่ใบที่แฮร์รี่ยัดใส่กระเป๋าอย่างลวกๆ แล้วเอาแต่ส่งเสียงหัวเราะแหลมสูง มัลฟอย คนขี้ขลาด--

 

แฮร์รี่ปิดประตูดัง ปัง!’ กลบเสียงทั้งหมดที่จะหลุดคำว่ามัลฟอยให้เขาได้ยิน

 

แฮร์รี่อออกมาจากกระทรวง เขาก้าวผ่านเหล่ามักเกิ้ลมากมายที่เดินสวนไปมาในยามโพล้เพล้ ขึ้นรถบัสประจำทางแล้วเดินทอดน่องกลับบ้านที่ก็อดดริกฮอลโลว์ กลิ่นอาหารลอยโชยออกมา มันเป็นกลิ่นซุปหัวหอมและกลิ่นหอมๆ ของขนมปังอบกระเทียบ แสงไฟสว่างทั้งบ้าน แฮร์รี่ทิ้งกระเป๋าทำงานไว้ที่โซฟาอย่างไม่ใยดีแล้วก้าวไปยังห้องครัวที่ยังมีเสียงทำอาหารออกมาไม่ขาดจังหวะ

 

จินนี่กำลังยืนหันหลังให้เขา เธอโบกไม้กายสิทธิ์อย่างมีชีวิตชีวาเป็นท่วงทำนอง บรรเลงเหล่าวัตถุดิบและเครื่องครัวในอากาศด้วยความเพลิดเพลินของเธอ โค้ทหนังถูกถอดวางไว้ที่เก้าอี้ และเมื่อแฮร์รี่มองลงมาก็พบว่าเธอยังใส่รองเท้าสำหรับซ้อมควิดดิทอยู่

 

 

เขาเข้าไปกอดจากด้านหลัง

 

“อ้าว ไง” หญิงสาวทัก เป็นเสียงร่าเริงที่ทำให้แฮร์รี่รู้สึกดีขึ้นมาก เงามืดที่คอยลูบหลังจางหายทุกครั้งเมื่อเขาเข้าใกล้เธอ “วันนี้ฉันจะค้างที่นี่นะ บอกแม่แล้วด้วย”

 

“ดีเลย” เขาว่า ก้มลงไปจูบเธอทีหนึ่งเบาๆ “ฉันดีใจนะ”

 

“แหงล่ะ” จินนี่หัวเราะ เธอยอมพิงอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้วโบกไม้กายสิทธิ์ไปเรื่อยๆ เสียงทำครัวใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว “ฉันทำเยอะเลยสำหรับวันนี้ของเรา—ที่จริงวันนี้ฉันมีซ้อมหนักมากแหละและหิวมากด้วย ถ้าพี่ไม่ว่าอะไรฉันคงได้มูมมามแน่ๆ”

 

แฮร์รี่หัวเราะ เขาปล่อยจินนี่ให้เป็นอิสระแล้วเดินไปเก็บโค้ทของเธอแทน “ตามที่เธออยากเลยที่รัก วันนี้ฉันก็เหนื่อยมามากเหมือนกัน”

 

มันเป็นเวลาที่สมบูรณ์แบบ แฮร์รี่รู้สึกผ่อนคลายจากงานต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา จินนี่ยืนอยู่ตรงนี้ พวกเขาทานข้าวด้วยกัน จูบราตรีสวัสดิ์และนอนกอดกันจนถึงเช้า เขาชอบความอบอุ่นที่แผ่ออกมา ชอบกลิ่นแชมพูของเธอและกลิ่นเบอร์รี่อ่อนๆ ที่เป็นกลิ่นประจำของเธอ

 

แต่เวลาแสนสุขของเขาไม่เคยอยู่นาน จินนี่ต้องไปซ้อมควิทดิชกับทีมของเธอต่อ อีกไม่นานเธอบอกเขาว่าเธออาจจะได้เล่นเป็นตัวจริงในทีมถ้าเธอบินได้ดีขึ้นอีกนิด แฮร์รี่จูบลาเธอก่อนที่ตัวเขาจะต้องออกไปทำงานด้วยเช่นกัน เอกสารที่เขาทิ้งไว้ที่โซฟายังคงอยู่อย่างนั้น เขาไม่แม้แต่จะอ่านมันสักตัวอักษร แฮร์รี่ออกจากบ้านและในเวลาไม่นาน เขาก็มาถึงที่นัดหมายก่อนลอว์เซอร์เรียสแค่สองนาที

 

คฤหาสน์มัลฟอยยังเต็มไปด้วยความมืดมน แฮร์รี่มองมันจากนอกรั้วที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเดินเข้าไปเพราะถูกพวกนักต้อนจับได้ และแม้ว่ามันจะไม่ได้เต็มไปด้วยความชั่วร้ายอย่างที่เขาคุ้นเคย แต่ความหดหู่กลับอบอวลจนน่าอึดอัด

 

เอลฟ์ประจำบ้านที่สูงไม่ถึงเอวของแฮร์รี่ปรากฏตัวขึ้นสองตัว มันทำหน้าที่พาพวกเขาเข้าไปด้านในด้วยใบหน้าบึ้งตึงและมองอย่างระแวดระวัง ลอว์เซอร์เรียสทำหน้าขยะแขยง ในขณะที่แฮร์รี่เริ่มได้ยินเสียงหัวเราะของเงามืดอีกครั้ง

 

มัลฟอย เจ้าคนขี้ขลาด หายทุกคราเวลาคับขัน—มันร้องขึ้นอีกครั้ง และจบเพลงลงเมื่อเท้าของแฮร์รี่เหยียดลงที่ส่วนรับแขก

 

และตรงนั้น ด้านหลังโซฟาสีดำที่หันหลังให้กับพวกเขาสองคน คือนาร์ซิสซา มัลฟอยที่กำลังยกชาขึ้นจิบทำเหมือนพวกเขาเป็นอากาศธาตุ แฮร์รี่รู้สึกคุกรุ่นขึ้นมาไม่ได้ หล่อนทำเหมือนว่าตัวเองไม่มีความผิด ทั้งๆ ที่แฮร์รี่รู้ดีว่าพวกเขาส่งเรื่องที่จะมาวันนี้ให้หล่อนรับรู้แล้ว

 

และเงามืดก็ร้องออกมาอีกครั้ง—นางมัลฟอย ผู้หยิ่งยโส

 

หุบปากซะ!แฮร์รี่ตะคอกด่า เขามีมากพอแล้วกับอารมณ์ร้ายๆ ที่ปะทุอยู่ในอก

 

ลอว์เซอร์เรียสก้าวเข้าไปหาก่อน ถือวิสาสะนั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกับนางมัลฟอย ซึ่งแฮร์รี่ทำตามโดยไม่อิดออด ใช้เวลาที่เงียบงันจ้องมองใบหน้าแสนหยิ่งยโสของนาร์ซิสซาไปเรื่อยๆ เขามองเห็นริ้วรอยแห่งความชราภาพ แต่นั่นก็ไม่ได้ปิดบังความงามของหล่อนลงทั้งหมด เส้นผมสีบลอนด์จางของหล่อนยังคงยาวเหยียดตรงและชุดก็ยังดูราคาแพงเรียบหรูไม่เปลี่ยน ริมฝีปากของนาร์ซิสซายังคงเม้มเรียบ แฮร์รี่มองไม่เห็นแม้แต่ความรังเกียจในสายตาของหล่อนเวลาจ้องมาที่พวกเขาเลยสักนิด

 

“คุณนายมัลฟอย” ลอว์เซอร์เรียสเริ่ม

 

และนาร์ซิสซาหยุด จ้องมองพวกเขาเป็นครั้งแรก หล่อนไม่ได้พูดอะไรมากไปก่อนการวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะ ยืดตัวตรงแล้วรอรับฟัง

 

“เกี่ยวกับเรื่องลูกชายของคุณ เดรโก มัลฟอย” ลอว์เซอร์เรียสว่าแล้วสังเกตการณ์ “เมื่อไม่นานมานี้เกิดคดีผู้เสพความตายคนที่เหลือตามล่าคนทรยศ เหยื่อรายนั้นบอกว่าลูกชายคุณมีความเกี่ยวข้องกับการที่ข้อมูลรั่วไหลออกไป”

 

แฮร์รี่สังเกตเห็นว่ามือที่วางบนตักของนาร์ซิสซากระตุกครั้งหนึ่งสั้นๆ แต่หล่อนยังคงนิ่งเงียบแล้วรอฟังต่อ

 

“ตอนนี้เราอยากพบลูกคุณหรือไม่ก็ที่อยู่ที่ทำงานของเขา—พวกเราขอความร่วมมือจากคุณด้วย”

 

เมื่อลอว์เซอร์เรียสพูดจบ นาร์ซิสซาก็เริ่มขยับ

 

“หลักฐานล่ะ?”

 

ลอว์เซอร์เรียสชะงัก “อะไรนะ?”

 

“หลัก-ฐาน—ฉันกำลังถามว่าหลักฐานที่คุณกำลังปรักปรำลูกชายของฉันว่าเป็นผู้ต้องสงสัยน่ะ อยู่ที่ไหน?” นาร์ซิสซาหรี่ตาลง “จดหมายที่ส่งมาให้ฉันเมื่อวานกล่าวไว้ว่าลูกชายฉันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารอดีตผู้เสพความตายที่อยู่ในความคุ้มครองของกระทรวง—และคนที่บอกคุณนั้นน่าเชื่อถือได้แค่ไหนล่ะว่าเขาจะพูดความจริง”

 

“เธอเกือบจะโดนฆ่า!” แฮร์รี่โพล่งขึ้นอย่างโกรธจัด ทั้งสองต่างหันมามองเขาเป็นตาเดียวแต่เขาไม่ได้สนใจอีกแล้ว ภาพของลูน่า ทอมสันที่โดนทรมานและเสียงกรีดร้องของเธอนั่นก็เป็นหลักฐานให้กับเขาทั้งหมดแล้ว “และถ้ามัลฟอยบริสุทธิ์จริงเขาควรที่จะออกมาพูดอะไรบ้าง! ไม่ใช่เอาแต่มุดหัวอยู่ไหนก็ไม่รู้แบบ—“

 

“ขี้ขลาดเหรอ?” แววตาของนาร์ซิสซาวาวโรจน์ จ้องมาเขาอย่างเย็นเยียบ “ฉันไม่ต้องการให้คนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าและวิสัยทัศน์คับแคบเพราะอคติของตัวเองมาว่าลูกฉันเหมือนรู้จักกันดีหรอกนะ คุณพอตเตอร์”

 

เธอผายมือไปทางประตูที่พวกเขาพึ่งเข้ามาได้ไม่ถึงสิบนาที “เชิญ

 

ลอว์เซอร์เรียสลุกขึ้นอย่างกระแทกกระทันด้วยความโมโห ใบหน้าของชายหนุ่มเป็นสีแดงก่ำไม่ต่างจากแฮร์รี่ที่แทบอยากจะตบโต๊ะเพื่อข่มขู่ในเธอกลัว เขาเดินตามหลังลอว์เซอร์เรียสออกมาเร็วกว่าตอนแรกที่เดินเข้ามา ผ่านผนังที่แขวนรูปมากมายเรียงราย นั่นเป็นรูปของมัลฟอยแต่ละรุ่น ล่าสุดนั้นคือลูเซียส มัลฟอยและครอบครัวของเขา มัลฟอยคนลูกยิ้มแฉ่งอยู่ในนั้น ทั้งตัวเล็ก เชิดหน้าขึ้นและมองมาที่กล้องเหมือนกำลังเยาะเย้ยใครอยู่ แฮร์รี่เดาว่านั่นอาจจะตากล้องก็เป็นได้

 

“ผมขอโทษครับ” เขาพูดขึ้นทันทีที่ออกจากเขตกำแพงบ้านหลังนั้น เอลฟ์ที่ตามมาด้วยปิดประตูรั้วดังปังเป็นการขับไล่ “ผมไม่ควรพูดแบบนั้น”

 

“ช่างมันเถอะ เรายังเหลืออีกคนที่สืบหาอยู่แล้ว” ลอว์เซอร์เรียสว่าเสียงห้วน “เราจะไปที่บ้านของแอสโทเรียกัน”

 

แฮร์รี่ต้องเก็บความคุกรุ่นนี้ไว้ในใจ พวกเขาหายตัวตามกันมาติดๆ มาที่อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งย่านกลางเมืองของพวกมักเกิ้ล แฮร์รี่มองบานประตูไม้โอ้คตรงหน้าด้วยความมึนงง ก้มลงหาประวัติของหล่อนออกมาจากกระเป๋าเอกสารของตัวเองเพื่อความแน่ใจ กระดาษยับยู่ยี่เล็กน้อยตอนที่เขาดึงออกมาและนั่น มันยังเขียนว่า กรีนกลาส อยู่ชัดเจน

 

“แล้วทำไม?” เขาหันไปถามลอว์เซอร์เรียส “ผมหมายความว่าเธอเกี่ยวอะไรกับมัลฟอย?”

 

“นายไม่ได้อ่านมันล่ะสิ” หนุ่มใหญ่ว่าเสียงเอื่อย เดินขึ้นไปกดออดสีทองหม่นหมองตรงหน้าบ้าน “หล่อนเป็นอดีตคู่หมั้นของเด็กนั่น”

 

คู่หมั้นเหรอ?—แฮร์รี่ก้มลงมองเอกสารในมืออีกครั้ง เขาใช้เวลาพินิจมองดวงหน้าในรูปภาพหลายนาทีก่อนที่ความคิดจะเริ่มแล่น แฮร์รี่มองเห็นใบหน้าของมัลฟอยช่วงอายุสิบเจ็ดปีออกมาได้อย่างเลือนราง หมอนั่นจะมีสีหน้ายังไงนะตอนที่รู้ว่าตัวเองมีคู่หมั้นเป็นคนที่สวยแบบนี้ มัลฟอยจะเชิดหน้าชูตาแล้วบอกออกมาอย่างภาคภูมิใจหรือเปล่า แล้วทางตัวหญิงสาวล่ะ? แอสโทเรียจะยินดีหรือเปล่าที่ต้องมีผู้เสพความตายเป็นคู่หมั้นของตัวเองหรือเธอเองก็จะเป็นเหมือนอย่างนาร์ซิสซาและเลือดบริสุทธิ์คนอื่นๆ ที่เอาแต่หยิ่งยโส

 

และความคิดทั้งหมดทั้งมวลของแฮร์รี่ก็หยุดลงทันทีเมื่อบานประตูถูกเปิดออก ไม่ใช่หญิงสาวในรูปที่ออกมาเปิดประตูต้อนรับ

 

แต่เป็นชายมักเกิ้ลแปลกหน้าคนหนึ่ง

 

“สวัสดีครับ?” เขาว่าเสียงสูง

 

ในตอนแรกแฮร์รี่คิดว่าเขาควรลบความทรงจำของคนตรงหน้า มันเป็นปฏิกิริยาที่น่าแปลกใจของลอว์เซอร์เรียสที่มองเหมือนเสียความมั่นใจเป็นครั้งแรก

 

มักเกิ้ลคนนี้เป็นใครกัน? แอสโทเรียย้ายออกไปแล้วเหรอหรือว่าเขาได้ข้อมูลที่อยู่ของเธอมาผิดกันแน่ แต่ชายคนนี้ไม่ได้ดูสงสัยอะไรเลยไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ตื่นตระหนกหรือมองการแต่งตัวของลอว์เซอร์เรียสเหมือนหลุดออกมาจากยุคแฟนตาซีด้วย

 

และกว่าที่แฮร์รี่จะได้ทำอะไรลงไป มักเกิ้ลคนนั้นก็เหลียวกลับเข้าไปในบ้าน ร้องเรียก “เหมือนคุณจะมีแขกมาหาแน่ะ แอส!

 

แฮร์รี่มองดู ชายหนุ่มคนนั้นเว้นว่างพื้นที่ข้างตัวเอาไว้ ไม่นานที่หญิงสาวพิมพ์เดียวกับในรูปจะเดินออกมา เธออยู่ในชุดลำลองมักเกิ้ลธรรมดา ผมยาวม้วนเก็บแบบง่ายๆ ไม่ได้ทำให้เธอดูดีน้อยลงไปเลยแม้แต่นิด ทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นแอสโทเรีย กรีนกลาสนั้นช่างสวยงามจนลอว์เซอร์เรียสยังมองจนตาเคลิ้ม

 

“คุณคือแฮร์รี่ พอตเตอร์?” ประโยคแรกที่ทักคือการหันมามองเขา

 

แฮร์รี่กระแอมไอครั้งหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “คุณกรีนกลาส เรามาเรื่องมัลฟอยครับ”

 

ปฏิกิริยาของแอสโทเรียนั้นตรงไปตรงมาทีเดียว หล่อนชะงักไปแล้วแสดงท่าทางกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด แอสโทเรียหันไปหาชายหนุ่มมักเกิ้ลข้างตัว สื่อสารกันด้วยสายตาแล้วบอกว่า “คุณไปทำงานก่อนเถอะ เจนัส สองคนนี้ฉันเอาอยู่”

 

น่าสงสัยถึงความสัมพันของสองคนนี้เหลือเกิน—ใช่ มันคงจะทำใจเชื่อได้ยากหากแฮร์รี่จะเผลอคิดไปแล้วว่าพวกเขากำลังคบกัน

 

“คุณแน่ใจ?”

 

“ค่ะ”

 

และทุกอย่างก็ชัดเจนเมื่อทั้งสองจูบกันต่อหน้าต่อตาพวกเขาที่เหมือนจะแข็งทื่อไปแล้ว

 

แอสโทเรียกำลังทำลายอคติของเขาเรื่องที่เลือดบริสุทธิ์จะรังเกียจมักเกิ้ล สายตาของเธอยามจ้องมองคนรักที่เป็นเพียงคนธรรมดานั้นช่างลึกซึ้งจนเขารู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทาง

 

แฮร์รี่กับลอว์เซอร์เรียสเดินเข้ามาด้านใน มันเป็นอพาร์ทเมนต์ที่ต้องเดินขึ้นไปด้านบนอีกถึงจะเป็นห้องของหญิงสาวจริงๆ

 

ระหว่างทางแอสโทเรียแสดงออกมาชัดเจนแล้วว่าเธออัธยาศัยดีแค่ไหนกับพวกมักเกิ้ลเพื่อนบ้าน เพื่อนข้างห้องของเธอที่ชื่อไดอา มูนส์ มอบคุกกี้ให้ด้วยตอนเดินสวนทางกัน หล่อนเป็นหมอที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในลอนดอน

 

และเมื่อประตูถูกปิดลง หญิงสาวถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะยกไม้กายสิทธิ์ออกมา โบกมันหนึ่งครั้งก่อนที่เฟอร์นิเจอร์จะถูกจัดเป็นชุดรับแขกสำหรับสามคน

 

“เอิร์ลเกรย์หรือกุหลาบ?” หล่อนถาม “บ้านฉันมีอยู่แค่นี้”

 

“แล้วแต่คุณเลย คุณกรีนกลาส” ลอว์เซอร์เรียสว่า เขาดูนอบน้อมยิ่งกว่าตอนคุยกับนาร์ซิสซาเสียอีก

 

แต่แอสโทเรียไม่ได้จัดชา เธอนั่งลงตรงข้ามพวกเขาทั้งสองด้วยใบหน้าที่ไม่สบายใจนัก มือทั้งสองวางไว้ที่หน้าตักนั้นกุมกันแน่นสลับกับคลายออกเป็นระยะๆ

 

“คุณได้คุยกับมัลฟอยบ้างหรือเปล่า คุณกรีนกลาส?”

 

“ที่จริงฉันเปลี่ยนนามสกุลแล้ว เป็น เกรย์น่ะค่ะ”

 

พวกเขาทั้งสองเบิกตากว้าง

 

“นั่นนามสกุลสามีฉันเอง เราแต่งงานเมื่อสามเดือนก่อน ฉันคุยกับเดรโกครั้งสุดท้ายตอนนั้นแหละ”

 

“โอ้...” ลอว์เซอร์เรียสอุทานออกมาคำหนึ่ง เหมือนกำลังพยายามปรับตัวตามให้ทันข่าวใหม่สดๆ ร้อนๆ ที่พึ่งได้รับมา “คุณ...ว้าว ขอโทษที ผมนึกว่าคุณกับมัลฟอยแค่ยกเลิกหมั้นกันเฉยๆ”

 

“มีหลายเหตุผลค่ะที่เราเลิกกัน” แอสโทเรียยิ้มอย่างเยือกเย็น ราวกับเรื่องนี้ไม่สามารถกระทบจิตใจของเธอได้

 

เหมือนพวกเธอไม่เสียใจที่ถอนหมั้น—เธอดูมีความสุขจนแฮร์รี่อดไม่ได้ที่จะนึกถึงใบหน้าของมัลฟอยตอนที่รู้ว่าหล่อนแต่งงานแล้ว

 

หมอนั่นจะรู้สึกเสียหน้าหรือเปล่า หรือว่าแม้แต่ตอนนี้ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟกันแน่

 

“หมอนั่นรู้หรือเปล่าว่าคุณ...” ขอบคุณลอว์เซอร์เรียสที่ถามในสิ่งที่เขายังค้างคาให้

 

แอสโทเรียส่ายหัว “เขาไม่โกรธหรอกค่ะ...อันที่จริงเดรโกเองนั่นแหละที่มาเป็นคนส่งตัวฉันในวันงาน—พ่อฉัน—ขอโทษที ฉันไม่ควรพูดเรื่องนี้”

 

แฮร์รี่นึกถึงภาพแผนผังตระกูลแบล็กที่ครั้งหนึ่งเขาเคยถามซิเรียสที่กริมโมเพลส ชื่อของคนที่ทำให้ตระกูลเสื่อมเสียมักถูกลบออกไป เขาคิดว่าแอสโทเรียตอนนี้ก็คงโดนอะไรที่คล้ายๆ แบบนั้นแน่ เพราะเธอตาแดงก่ำตอนที่พูดถึงพ่อตัวเอง

 

แต่เขาแค่ไม่นึกว่ามัลฟอยจะไม่รังเกียจ...และที่สำคัญ นี่คู่หมั้น

 

“เขาได้พูดอะไรกับคุณบ้างหรือเปล่าครับ?”

 

“มันสามเดือนมาแล้วนะคะ” แอสโทเรียขมวดคิ้ว “เขาทำอะไรเหรอคะ?”

 

ไหวพริบดี—พวกเขาคิด

 

“เขาถูกสงสัยนิดหน่อย แต่ไม่มีอะไรน่าหนักใจหรอกครับ เพียงแต่ตอนนี้เราต้องการหาตัวเขาให้พบเท่านั้นเอง”

 

ต่างกันจริงๆ กับตอนที่ไปหานาร์ซิสซา มัลฟอย

 

แอสโทเรียส่ายหัวอีกครั้ง ดูจากท่าทางของเธอแล้ว แฮร์รี่รู้เลยว่าวันนี้พวกเขาคว้าน้ำเหลว ลอว์เซอร์เรียสถอนหายใจออกมาครู่หนึ่ง ระยะเวลาที่ห่างกันถึงสามเดือนไม่ใช่น้อยๆ และในช่วงนั้นเองก็ไม่ได้เกิดเรื่องกับผู้เสพความตายเสียด้วย มันไม่มีมูลเหตุอะไรที่จะทำให้พวกเขาเอามาเชื่อมกันเลยสักนิด

 

“งั้นผมคงต้องขอตัวก่อน” ชายหนุ่มหันมามองเขา “ฉันยกงานนี้ให้นาย ตอนนี้ฉันติดธุระด่วน”

 

โกหก—หมอนี่กำลังโยนงานมาให้เขาชัดๆ

 

แฮร์รี่มองร่างของรุ่นพี่หนุ่มเดินออกไปด้วยความไม่พอใจนัก ทำไมงานบ้าๆ นี่ต้องตกมาอยู่ในมือของเขากัน แล้วผู้ต้องสงสัยมีเป็นล้าน เขากลับได้มัลฟอย?—เหอะ!

 

แอสโทเรียยังคงนั่งอยู่ที่เดิม “มีอะไรจะถามอีกไหมคะ?”

 

เขาส่ายหัว “ตอนนี้เรายังไม่มีเบาะแสพอจะสืบสวนต่อหรอกครับ...ผมมาอีกได้ไหม?”

 

“ได้เสมอถ้าคุณต้องการ” หญิงสาวว่า “ถ้าเป็นเรื่องเดรโก ฉันว่างเสมอค่ะ”

 

แฮร์รี่ขมวดคิ้ว “คุณดูเป็นห่วงเดรโก ไม่เหมือนคนที่เจ็บช้ำเพราะถูกถอนหมั้นเลยนะครับ”

 

รู้ว่าอาจจะละลาบละล้วงเกินไปที่จะถาม แต่แอสโทเรียไม่ได้ใจแคบพอจะด่าทอเขาว่าเสียมารยาท อันที่จริงแล้วเธอดูไม่เคอะเขินด้วยซ้ำเวลาพูดถึงเรื่องละเอียดละอ่อนนี้

 

“มีหลายอย่างที่สื่อเขียนไม่ตรงกับความเป็นจริงนะคะ คุณพอตเตอร์”

 

สายตาที่อ่อนโยนทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว แฮร์รี่รู้สึกไม่พอใจความอ่อนโยนที่ทำเหมือนเข้าใจความคิดของเขาของอีกฝ่ายขึ้นมาเสียดื้อๆ...เพราะมันเหมือนเขากำลังโดนตำหนิ

 

ตำหนิเรื่องมัลฟอยน่ะเหรอ?

 

“และเดรโกเขาดีกับฉันจนน่าเสียดายเลยล่ะค่ะ” เธอยิ้ม “เขาเป็นพี่ชายที่ดีมาก”

 

ภาพที่เขาเห็นคือมัลฟอยที่เอาแต่ทับถมและรังแกคนอื่น

 

“เราอาจจะรู้จักมัลฟอยคนละคนกันก็ได้” แฮร์รี่ประชดประชันกลับไป “หมอนั่นอาจจะมีสองคน”

 

“อาจเป็นไปได้ค่ะ” หล่อนหัวเราะก่อนจะลุกขึ้น “ให้ฉันไปส่งคุณนะคะ”

 

“ขอบคุณ” เขาว่าก่อนจะลุกขึ้น

 

คว้าน้ำเหลว—คำๆ นี้วนเวียนอยู่ในหัวเขาเป็นร้อยรอบ เขาไม่ได้อะไรเลยจากแอสโทเรีย เกร์ยและนาร์ซิสซา มัลฟอย บุคคลที่อาจจะเกี่ยวพันกับมัลฟอยมากที่สุด

 

เงาที่น่ารังเกียจหัวเราะเยาะเขา เพราะแกมันตาถั่วไง

 

หุบปากซะ เขาก้าวออกจากอพาร์ทเมนต์ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว นี่เป็นงานแรกที่ห่วยแตกสิ้นดี

 

 

++++++++++++

 

 

เซนต์มังโกมีเวลาปิดสำหรับคนที่มาเยี่ยมเยือนอย่างตรงเวลา และอภิสิทธิ์พิเศษสำหรับมือปราบทุกคนคือเขาสามารถเข้าออกเวลาไหนก็ได้เพียงแค่การชูป้ายของตัวเองให้ผู้คุมเวรยามดู

 

ลูน่า ทอมสันถูกพามาที่ห้องแยกพิเศษที่คุ้มกันแน่นหนา เขาต้องขึ้นไปชั้นที่สิบสามเพื่อดูอาการเธออีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

 

ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆ จะเห็นกลางวันหรือกลางคืน ภาพสีขาวยาวยืดที่จะนำพาเขาไปยังห้องของผู้ได้รับการคุ้มครองสว่างอยู่ทุกเวลา แฮร์รี่พบเข้ากับมือปราบคุ้นหน้าคุ้นตาอีกสองคนที่กำลังมาเปลี่ยนกะเฝ้ายาม

 

“หล่อนเป็นยังไงบ้าง” เขาถาม

 

“ยังไม่ฟื้น” สก็อตตอบด้วยเสียงเอื่อยเฉื่อย “หมอพึ่งเข้าไปตรวจหล่อนก่อนที่ฉันจะมาแค่ไม่กี่นาทีเอง ตอนนี้หลับปุ๋ยเพราะฤทธิ์ยา”

 

แฮร์รี่พยักหน้ารับก่อนจะเปิดประตูเข้าไปด้านใน เป็นอย่างที่เพื่อนของเขาว่ามาทุกอย่าง ลูน่า ทอมสันกำลังหลับหนีความเจ็บปวดทางกายของเธอ ตามตัวของเธอดูบอบช้ำมากจนน่าสงสาร เอกสารการจ่ายยามากมายที่แนบไว้ที่ท้ายเตียงของหล่อนมากมายบ่งบอกถึงระดับความร้ายแรง

 

มันทำให้ความโกรธของเขาไม่อาจมอดดับลงได้ ถึงแม้เจ้าคนที่เป็นตัวการจะถูกยัดเข้าอัซคาบันไปแล้ว แต่ตัวอย่างที่น่าสงสัยอีกคนกำลังก่อกวนจิตใจของเขา

 

ทำไปทำไม?—แฮร์รี่จำได้ดีถึงใบหน้าตอนปีเจ็ดที่อีกฝ่ายแปรพักตร์กลับมาเข้าข้างเขาได้ มัลฟอยในตอนนั้นผ่ายผอมและซีดเซียวจนเหมือนผี เขาจำไม้ฮอว์ธอร์นที่ถูกโยนมาให้เขาได้ ภาพการกลับตัวกลับใจในตอนนั้นยังคงเป็นความทรงจำของเขาเกี่ยวกับมัลฟอย

 

จะบอกว่าที่ทำไปเพื่อหลอกอย่างนั้นเหรอ?

 

“มีหลายอย่างที่สื่อเขียนไม่ตรงกับความเป็นจริงนะคะ คุณพอตเตอร์”

 

แล้วอะไรล่ะที่ไม่เป็นความจริง ความทรงจำของเขาหรือสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้กันแน่

 

“...!” ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย อาจจะเพราะความเผลอที่ทำให้เขากะระยะไม่ถูก เข่าชนเข้ากับเอกสารยาที่แนบไว้อย่างจัง ส่งผลให้กระดาษกระจายเกลื่อนห้อง

 

แฮร์รี่ก้มเก็บอย่างไม้ใส่ใจนัก ตาปรายมองไม่กี่ตัวอักษรที่เขียนอย่างสวยงามลงในกระดาษ

 

ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเลื่อนสายตาไปปะทะเข้ากับชื่อของผู้บำบัดที่เซ็นต์รับรอง

 

 

 

มันเขียนไว้ชัดเจนว่าชื่อ ไดอา มูนส์

 

ชื่อของหมอสาวที่พักอยู่ข้างห้องของแอสโทเรีย กรีนกลาส

 

 

+++++++++

Talk : คอนเซ็ปของเรื่องนี้คือเรื่องที่ไม่มีเหตุผลค่ะ ดังนั้นอย่าหาสาระเยอะ อ่านไปสนุกๆ พอ (ฮา)

ตอนแรกว่าจะอัพพรุ่งนี้ แต่ไหนๆ นี่ก็สิ้นเดือนแล้วก็เขียนเสร็จพอดี เอามาลงก่อนก็ไม่เสียหายอะไรเผื่อว่าเราจะไม่ว่างด้วย

ผิดพลาดประการด้วยเมนต์ได้นะคะ คำผิดก็บอกๆ กันได้ จบเรื่องนู้นแหละเราถึงจะแก้ให้(ฮา)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #360 Plankton J (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 13:57
    รำคานนังเงาดำมาก
    #360
    0
  2. #227 N เอ็น (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 05:44
    เอ๊ะะะะ
    #227
    0
  3. #193 Malika1 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 08:16
    เดรกออกมาเถอะะะะะ 😭😭
    #193
    0
  4. #177 earnnaruk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 22:03
    มาว่าเดรโกนะอีเงามืดด อย่ามาว่าลูกฉันน
    #177
    0
  5. #64 Liana-milky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 10:17
    ไดอา มูนส์!!! ว่่าจะไม่คอมเมนท์จนกว่าจะอ่านถึงตอนล่าสุดแล้วนะไรท์ แต่เอาจริงดิ

    ปล.เค้ามาตามอ่านแล้วน้า อิ-อิ
    #64
    1
    • #64-1 Tiaros(จากตอนที่ 2)
      19 เมษายน 2562 / 14:28
      ไดอา ชื่อนี้มีที่มา//ฮา
      #64-1
  6. #33 Hayeon22 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:56
    ตัวละครมาเพิ่มอีกแล้ว​ แต่น้องเดรกก็ยังไม่ออกมาเลย​ แงงง
    #33
    0
  7. #10 Maerd_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 14:58
    เดรโกเราค่าตัวแพงจริงๆเลยย
    ชอบคาร์แอสมาเลยค่ะ น่ารัก รู้สึกคล้ายลูน่าเลย
    #รอตอนต่อไปนะคะ
    #10
    2
    • #10-1 Tiaros(จากตอนที่ 2)
      7 ธันวาคม 2561 / 09:29
      ตัวละครในเรื่องนี้คือสายน้ำค่ะ --สายน้ำที่เชี่ยวกราด//ผิด
      #10-1
  8. #9 Loste (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 22:39

    ทำไมเดรกของเราหายไปไหน

    #9
    1
  9. #7 Yoseop~Ah :) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 22:53
    ฮืออออ ทำไมหนูเดรกค่าตัวแพงจังเลยล่ะคะ55555 ตอนนี้นางก็มาแต่ชื่ออ่าาา งื้อออออออ อยากรูเเล้วว่านางทำไปเพื่ออะไร มันต้องมีอะไรแน่ๆเลยยย คนแต่งก็สู้ๆนะคะ !!!!!
    #7
    1
  10. #6 NoonCharunda (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 21:41
    แล้วเดรโกไปไหนอ่ะะ?? //รอติดตามตอนต่อไปน้าาาาาา
    #6
    1