Fic Harry potter : Traitor END

ตอนที่ 3 : 03 หลักฐานที่ชัดเจน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 149 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61

03 หลักฐานที่ชัดเจน

 

 

แฮร์รี่จำได้ลางๆ เพราะเขามองเธอแค่ผ่านๆ แต่ทุกอย่างของไดอา มูนส์คือมักเกิ้ลไม่ผิดแน่ๆ มันเป็นความรู้สึกที่แค่มองก็รู้แล้วว่าเธอเป็น เหมือนกับที่ผู้วิเศษมองผู้วิเศษด้วยกันออกนั่นแหละ

 

เงามืดส่งเสียงหัวเราะ แกแน่ใจได้ยังไงล่ะ?

 

เขาไม่ตอบมัน ขายาวๆ กำลังก้าวพรวดไปยังที่ทำงานของหล่อน เขาได้พิกัดมาจากแอสโทเรียอีกทีเมื่อเช้านี้ที่ไปหาเธอ ไม่นานที่จะเห็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่สีโทนสะอาด นั่นคือที่ทำงานของหล่อน

 

และที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือเขาหาตัวหล่อนง่ายกว่าที่คิด

 

ไดอา มูนส์กำลังหลับตานั่งอยู่ที่โต๊ะชุดหนึ่งของร้านกาแฟ แฮร์รี่ก้าวเข้าไปหาก่อนจะนั่งลงทันทีเมื่อหล่อนลืมตาขึ้นมา ดวงตาสีดำสนิทของอีกฝ่ายจดจ้องมาที่เขา มันไม่มีความแปลกใจหรือสงสัยอยู่ในนั้นแม้แต่น้อย

 

“แฮร์รี่ พอตเตอร์” เขาเอ่ยแนะนำ

 

“ไดอาค่ะ” อีกฝ่ายขานรับ “มีธุระอะไร?”

 

ง่ายมาก

 

“มีเรื่องจะถามคุณอยู่สักหน่อย...เรื่องคนไข้ที่คุณรับผิดชอบอยู่ตอนนี้” เขาลองถามอ้อมๆ

 

ไดอาตอบรับในลำคอ เธอวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะแล้วรอคอยอย่างใจเย็น ท่วงท่าทุกอย่างเป็นไปโดยไม่ส่อแววพิรุธออกมาเลยสักนิด

 

“คนไหนล่ะคะ”

 

“ลูน่า ทอมสัน”

 

หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง “ไม่เหนือคาดสักเท่าไร” หล่อนพยักหน้า “เธอเป็นคนไข้ของฉันที่ส่งมาเมื่อไม่กี่วันก่อน”

 

“ส่งมาที่ไหน?” เขาหรี่ตามอง “ที่นี่?”

 

“ไม่ ที่เซนต์มังโก” หล่อนว่า “แต่การรักษาจำเป็นต้องใช้แบบผสมผสาน ฉันเป็นหมอเข้าเวรพอดีเลยได้เป็นเจ้าของไข้เธอ—คุณคงมีอะไรที่อยากถามฉันมากกว่านี้ คุณพอตเตอร์”

 

ข้อดีของพวกมักเกิ้ลมีอยู่อย่างเดียว นั่นคือพวกเขาไม่รู้ความสำคัญของชื่อ แฮร์รี่ พอตเตอร์

 

และแฮร์รี่ค้นพบว่าหญิงสาวตรงหน้าช่างต่างจากหมอทั่วไป ข้อแรกที่เขาเห็นนั่นคือความหยิ่งยโสของอีกฝ่าย เธอกำลังทำให้ตัวเองอยู่เหนือกว่าเขาทุกอย่างแม้แต่การพูดคุย ข้อสองคือระยะห่างที่หล่อนจงใจเว้นเอาไว้ทุกครั้งที่คุยกับคนอื่นไม่เว้นแม้แต่เขา

 

หมอคนอื่นไม่เป็นแบบนี้ อย่างน้อยพวกเขาจะมีออร่าความน่าเชื่อถือและน่าเข้าใกล้มากกว่าความเกรงใจที่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา

 

หล่อนเพอร์เฟ็ค เสียงหัวเราะแว่วมาอีกรอบ เป็นคนเพอร์เฟ็กที่เหนือกว่าทุกคน

 

“คุณเป็นมักเกิ้ล” เขาว่า “ทำไมเรื่องนี้คุณถึงรู้”

 

“ที่นี่เป็นโรงพยาบาลที่มีเครือข่ายติดต่อกับโลกเวทมนต์” หล่อนตอบทันที “เป็นกรณีฉุกเฉินเพื่อการแลกเปลี่ยนวิธีการการรักษา”

 

ดูไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไรนะ—เขาไม่ได้ว่าอะไรออกมามากนัก ตั้งแต่สงครามจบลง ทุกอย่างคล้ายกำลังพัฒนาอย่างหลากหลาย การประสานงานที่มากขึ้นกับพวกมักเกิ้ลอาจจะเป็นหนึ่งในนั้นก็ได้

 

แต่แฮร์รี่ไม่รู้ว่าไดอาพูดความจริงแค่ไหน เขาอ่านท่าทางของหล่อนไม่ออกเลยสักนิด อีกฝ่ายนิ่งอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ดวงตายังเหมือนถูกม่านหมอกปกคลุม

 

จะเชื่อได้มากแค่ไหนกันเชียว

 

“จะถามอะไรอีกหรือเปล่า?”

 

ชายหนุ่มสะดุ้ง “ครับ?” เหมือนจะพึ่งรู้ตัวว่ากำลังเหม่อ เขาถูกหญิงสาวจ้องกลับมาอยู่ “ขอโทษที ผมคิดอะไรมากไปหน่อย”

 

“อย่างเรื่องคนร้ายที่ทำร้ายคนไข้ฉันเหรอคะ?” เธอว่าเสียงสูง “ได้ยินเพื่อนคุณคุยกันว่ามีสปายปนอยู่ในกลุ่มผู้หลบภัย ถ้าให้ฉันเดา คุณคงกำลังตามหาเขาอยู่”

 

บางทีสก็อตก็ชอบโม้มากเกินไป—แอบคิดแบบนั้นไม่ได้ แต่ไหนแต่ไรมาอีกฝ่ายเป็นแบบนี้มาตลอด

 

“ผมคงบอกเรื่องนี้กับคนที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้หรอกครับ คุณมูนส์”

 

ไดอา มูนส์ยักไหล่ยิ้มๆ เธอวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้น “ฉันมีตรวจคนไข้ต่อแล้ว คุณพอตเตอร์ เจอกันตอนกลางคืน”

 

เขามองแผ่นหลังในชุดกราวน์ที่ค่อยๆ ห่างออกไป แก้วกาแฟของหญิงสาวที่วางทิ้งไว้ยังเหลืออยู่เกินครึ่ง ในที่สุดชายหนุ่มก็พ่นลมออกมาด้วยความหงุดหงิด ยกมือขึ้นขยี้ผมอย่างไม่สบอารมณ์ ไดอา มูนส์กำลังทำให้เขาดูเหมือนคนโง่

 

หล่อนทำเหมือนจะตอบเขาทุกอย่าง แต่ถ้าสังเกตดีๆ แล้วเธอไม่ได้ตอบสิ่งที่เขาต้องการเลยแม้แต่ข้อเดียว

 

นี่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาต้องคว้าน้ำเหลว

 

แฮร์รี่เดินจากมาอย่างรวดเร็ว โชคดีที่แถวนั้นมีตู้โทรศัพท์สาธารณะพอดี ชายหนุ่มปรี่เข้าไปแล้วมุ่งหน้าไปยังกระทรวงเวทมนต์ทันที ชั้นที่เขาทำงานอยู่ยังคงวุ่นวายไม่เปลี่ยน สก็อตกับคู่หูฝึกหัดของเขากำลังไปเข้าสอนมือใหม่ที่กำลังเข้าบรรจุในปีนี้ และลอว์เซอร์เรียสกำลังนั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงาน

 

“มาสักที พอตเตอร์” ชายหนุ่มว่า อีกฝ่ายยื่นไม้เท้าอันหนึ่งมาให้เขา

 

แฮร์รี่รับมาพิจารณา มันทำจากไม้เนื้อดีที่เขาไม่ใส่ใจสักเท่าไรว่าเป็นไม้ชนิดไหน หัวไม้เท้าเป็นรูปทรงเรียวแหลมตูมๆ ทำจากเงิน มันถูกหล่อให้เหมือนมังกรกำลังหุบปีกคุลมตัวเองอยู่ รายละเอียดทุกอย่างมีแค่นั้น

 

ไม่มีอะไรน่าสนใจ

 

“นั่นไม้เท้าของเดรโก มัลฟอย”

 

เขาเบิกตากว้าง จ้องมองมันอีกครั้งเหมือนกับจะสื่อไปยังเจ้าของที่ตอนนี้หายหัวไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง

 

“คุณเจอมันที่ไหน?”

 

“เป็นคำถามที่ดี พอตเตอร์” ลอว์เซอร์เรียสว่า “เมื่อวานตอนที่นายไปเยี่ยมทอมสันมา มีอดีตผู้เสพความอีกคนเกือบโดนฆ่า”

 

เอกสารถูกเลื่อนมาให้เขา แฮร์รี่หยิบขึ้นมาอ่านก่อนจะพบว่ามันเป็นประวัติของอัลการ์ โดเดอร์นอตช์ ในรูปที่แนบมาเป็นชายวัยกลางคนใบหน้าซูบตอบและซีดเซียว ชายหนุ่มมาค้นพบนี่เองว่าพวกผู้เสพความตายส่วนใหญ่มักมีบุคลิกเป็นแบบนี้

 

อมโรค ซีดเซียวเหมือนแวมไพร์และพร้อมจะตายทุกเมื่อ

 

ลอว์เซอร์เรียสพูดต่อ “เขาโดนพบที่แถวๆ โรงพยาบาลแลมเบอร์ตันที่เซนต์มังโกของเราเกี่ยวข้องด้วย โดนคำสาปไปหลายดอกแต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเขาถูกยิง”

 

แฮร์รี่ขมวดคิ้ว “ปืนของมักเกิ้ล?”

 

ที่สำคัญ—นั่นชื่อโรงพยาบาลที่ไดอา มูนส์ทำงานอยู่

 

ลอว์เซอร์เรียสหยิบถุงซิปล็อกสำหรับหลักฐานขึ้นมา ที่น่าแปลกใจคือมันเป็นสิ่งที่พวกมักเกิ้ลใช้กัน ไม่ใช่ผู้วิเศษ

 

บาเร็ตต้าสีเงินหม่น

 

“ฉันพึ่งรู้ว่าของพวกนี้มีแบ่งประเภทออกไปอีก” ชายหนุ่มว่า “มันยิ่งทำฉันปวดหัวเพราะพวกมักเกิ้ลใช้เวลานานในการตามว่าเจ้านี่เป็นของใคร”

 

“แล้วได้คนทำหรือเปล่าครับ?”

 

“ไม่ มันเป็นของเถื่อนไม่ได้จดทะเบียน” รุ่นพี่หนุ่มว่าเสียงห้วน “ของธรรมดาพวกนี้ตามจับยากยิ่งกว่าแกะรอยเวทมนต์ซะอีก คดีนี้เริ่มทำฉันปวดหัวแล้วสิ”

 

ใช่—แฮร์รี่เองก็รู้สึกว่ามันเริ่มจะรุงรังเข้าไปทุกที

 

มันไม่ควรจะใช่เรื่องบังเอิญที่อดีตผู้เสพความตายกำลังโดนปิดปาก และมันน่าสงสัยว่าทำไมฝ่ายที่พ่ายแพ้ในสงครามถึงเริ่มเคลื่อนไหว

 

เขาอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นแตะที่แผลเป็นรูปสายฟ้าของตัวเอง มันไม่เจ็บมาตั้งแต่ที่วอล์เดอร์มอร์หายไป ทุกอย่างยุติลงตรงนั้นแม้แต่ความสามารถพาร์เซลเมาส์ของเขา

 

เขามีเวลาคิดไม่นานก่อนที่จะโดนเรียกไปสืบสวนลูน่า ทอมสันต่อ แอนโธนีติดต่อทางฟลูมาแล้วว่าหล่อนพึ่งจะฟื้นได้ไม่นาน ตอนนี้ผู้บำบัดคนอื่นกำลังตรวจเช็คอยู่ แต่ก็มีเวลาพอให้สอบสวนได้หลังจากนั้น

 

แฮร์รี่กับลอว์เซอร์เรียสหายตัวมาที่หน้าเซนต์มังโก ขึ้นไปที่ห้องสิบสามก่อนจะพบเข้ากับสภาพอิดโรยของพยานของเขา ที่นั่นยังเหลือผู้บำบัดอยู่ไม่กี่คน ยังมีไดอา มูนส์ที่ยังเข้าร่วมการตรวจเช็คร่างกายด้วย

 

“เอาเป็นว่าคุณยังต้องพึ่งยานอนหลับตอนกลางคืนอยู่ คุณทอมสัน” ไดอาว่ามาขณะที่มือจดยุกยิกในเอกสารของเธอ หล่อนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขาหรือเอ่ยทักทายใดๆ ทั้งสิ้น “จนกว่าผู้บำบัดจะตรวจสอบได้ว่าคำสาปของคุณมีอะไรบ้างและจนกว่าร่างกายคุณจะขาวสะอาดปราศจากมนต์ขลัง—คุณต้องพึ่งฉัน”

 

แฮร์รี่สังเกตว่าผู้บำบัดคนอื่นดูไม่พอใจเท่าไรกับหมอมักเกิ้ลคนนี้ อาจจะด้วยท่าทางหยิ่งยโสของเธอหรือการพูดที่บางทีชอบออกแนวจิกกัดคนหลายๆ คนผิดวิสัยจรรยาบรรณหมอปกติทั่วไป

 

พั่บ

 

เสียงปิดเอกสารก่อนที่หญิงสาวจะสอดใบสั่งยาเอาไว้ในช่องที่เริ่มล้น เก็บตัวจริงเอาไว้กับตัวก่อนจะยอมเงยหน้าขึ้นมากวาดตามองพวกเขาทุกคน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เขา

 

ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น—แฮร์รี่ไม่ได้คิดไปเองว่ามันเย็นยะเยือกจนเขาขนลุก

 

เวลางาน ไดอา มูนส์ดูเป็นคนละคนจนน่ากลัว

 

“ขอตัว” หล่อนพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปทันที มีเจ้าหน้าที่ยืนรออยู่ด้านนอก เป็นแอนโธนีนั่นเองที่รับหน้าที่มารับและไปส่งหญิงสาวกลับโรงพยาบาลของหล่อน

 

แล้วพอหันกลับมามองลูน่า พบว่าเธอกำลังรอคอยพวกเขาอยู่ด้วยใบหน้าซูบเซียด

 

“คุณคงรู้ว่าเรามาเรื่องอะไร คุณทอมมสัน” วิลเลี่ยมเป็นคนพูดเปิดประเด็น

 

หล่อนพยักหน้า นั่นเป็นสัญญาณให้พวกเขาเริ่มการสืบสวนได้เลย

 

“อลันทาส์ต—เขาถามอะไรคุณ?”

 

“หลายเรื่อง” หล่อนว่า “แต่ตอนนั้นฉันทั้งโดนคำสาปกรีดแทงไปด้วย และกำลังกลัว”

 

“เรามีความอดทนพอ คุณทอมสัน”

 

มันไม่ใช่เรื่องที่จะห้ามกันได้ คนที่ตกอยู่ในความกลัวและความเจ็บปวดมักจะสั่งปิดสมองการรับรู้เองโดยไม่รู้ตัว และเมื่อความเจ็บพุ่งถึงขีดจำกัด เมื่อนั้นคือช่วงที่ความทรงจำสามารถถูกบิดเบือนได้

 

และด้วยระดับความสามารถของหล่อนเอาความทรงจำออกมาไม่ได้ มันจึงเป็นหน้าที่ของพวกเขาอีกตามเคยที่จะต้องเริ่มตั้งแต่การสอบถาม ลอว์เซอร์เรียสไม่ต้องการพินิจใจ นั่นจะเป็นการทรมานจิตใจของคนไข้มากเกินไป

 

“อย่างแรกมันถามหาคนที่เหลือ—คนทรยศ” เสียงของหล่อนนิ่งเรียบ “ฉันพูดออกมาได้แค่สองสามชื่อมันก็เปลี่ยนคำถามใหม่”

 

“เรื่องอะไร?” ลอว์เซอร์เรียสกระตุ้น ในขณะที่แฮร์รี่ลงมือจด

 

“วัตถุดิบ”

 

มือที่กำลังจดชะงัก—เขาไม่เข้าใจว่าหมายความว่ายังไง

 

“วัตถุดิบอะไร คุณทอมสัน?” แม้แต่ลอว์เซอร์เรียสก็ต้องขมวดคิ้ว

 

แต่ลูน่าส่ายหัว “นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันโดนทรมาน ฉันตอบพวกมันไม่ได้เพราะฉันไม่รู้ว่าพวกมันต้องการอะไร”

 

“แล้วที่คุณบอกว่ามัลฟอยทรยศ?”

 

ดวงตาคล้ายปลาตายของลูน่าวาวโรจน์ขึ้นมาฉับพลัน หล่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นว่า “เพราะมันเป็นนกสองหัว!

 

“อธิบายหน่อยคุณทอมสัน”

 

แฮร์รี่รู้สึกว่าเขาจับปากกาแน่นจนขึ้นข้อขาว ทั้งรู้สึกอยากรู้และอยากปิดหูไปพร้อมกัน

 

“เพราะสแตงเกอร์ลอยด์พูดออกมาเองน่ะสิ!” หล่อนว่าอย่างเกรี้ยวกราด “ว่าเจ้าหนูมัลฟอยนั่นเป็นคนบอกรายชื่อพวกฉันกับมันน่ะ!

 

 

+++++++++

 

 

ไม่มีความสมเหตุสมผล—มันเป็นคำเดียวที่ติดอยู่ในใจของแฮร์รี่มาตั้งแต่ได้ยินลูน่า ทอมสันพูดแบบนั้น มัลฟอยเป็นคนแรกๆ ที่ยอมกลับตัวกลับใจตั้งแต่ที่ทางกระทรวงประกาศการคุ้มครองผู้เสพความตายที่ยอมจำนน ถ้าไม่นับที่มัลฟอยช่วยเขาตั้งแต่ที่บ้านของหมอนั่น...ใช่ มัลฟอยคือคนแรกที่มาที่กระทรวงท่ามกลางสายตาที่มองเขาด้วยความเกลียดชัง

 

แปรพักตร์อีกรอบเหรอ?...เพราะอะไรล่ะ?

 

แล้วจุดประสงค์ที่จู่ๆ พวกนั้นก็เคลื่อนไหวอีกรอบ...มันเป็นเพราะของที่พวกนั้นตามหาอยู่แน่หรือเปล่า?

 

นายทำอะไรลงไปกันแน่?

 

ช่วงพลบค่ำฝนเริ่มตกปอยๆ ลงมา โชคร้ายที่ทั้งเนื้อทั้งตัวของเขาสวมแค่โค้ทหนังเท่านั้น แฮร์รี่ไม่เคยพกร่ม เพราะปกติเขามักจะหายตัวแทนจะมาเดินทอดน่องเหม่อๆ ในโลกของมักเกิ้ล

 

ลอนดอนประกอบขึ้นด้วยสีเทา...มันเป็นกลิ่นอายของความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทุกๆ วินาที ในตอนแรกเขาเห็นเด็กน้อยกำลังวิ่งเล่น ในนาทีต่อมาเขาเห็นว่ามีเจ้าของร้านขายขนมปังกำลังวิ่งไล่ตามเด็กพวกนั้นอยู่ หรือไม่หากหันไปมองอีกฟากถนน คู่รักคู่หนึ่งกำลังจูบกันภายใต้ร่มสีดำ ในเวลาต่อมาก็มีผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามากระชากทั้งสองให้แยกจากกันก่อนจะเริ่มโวยวาย

 

ไม่มีอะไรแน่นอน แม้แต่เขาตอนนี้ที่เริ่มเตร่ไปเรื่อยจนมาถึงซอยเล็กๆ ที่เป็นทางลัดเชื่อมไปยังก็อตดริกฮอลโฮวได้เร็วขึ้นอีกห้านาที

 

แต่แม้แต่ในซอยอันเปลี่ยวเหงา แฮร์รี่ก็ยังพบกับคนทะเลาะกัน

 

เพียงแต่ครั้งนี้สิ่งที่เขาใช้ทะเลาะไม่ใช่กำปั้น...มันคือไม้กายสิทธิ์

 

“เฮ้!” ชายหนุ่มตะโกนทันที หยาดฝนเริ่มเป็นอุปสรรคในการมองเห็นเสียแล้ว

 

คนที่ถือไม้กายสิทธิ์มีแค่คนเดียว ส่วนอีกคนกำลังลอยไปกระแทกผนังเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยคราบสกปรกแล้วสลบเหมือบไปกับพื้นที่เจิ่งนอง คนทำเป็นชายหนุ่มตัวสูง ผมสีทองไม่เป็นทรงซอยท้ายทอยยาวเลยไหล่ ดวงตาคมสีฟ้าฉายแววเย็นเยียบ

 

แฮร์รี่ไม่ลังเลที่จะเสกคาถา “สตูเปฟาย!

 

ชายคนนั้นปลิวไปติดกับกำแพงอีกฝั่งหนึ่ง อีกฝ่ายหันมามองเขาที่เข้ามาแทรกด้วยแววตาน่ากลัว แฮร์รี่เตรียมจะใช้คาถาผูกมัดต่อ แต่เขากลับต้องชะงักเพราะรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ค่อยๆ คลี่ออกมาต่างหาก

 

มันยิ้มทำไม?

 

“อย่าโฟกัสแค่ฉันจะดีกว่า คุณมือปราบ”

 

รอยยิ้มนั่นเย็นเฉียบจนเขาสั่นสะท้าน

 

 

ปัง!

 

 

ภาพเอียงวูบก่อนที่เขาจะล้มลงตามชายมักเกิ้ลคนนั้นไป ภาพสุดท้ายที่แฮร์รี่มองเห็นคือชายผมทองคนนั้นพูดกับคนมาใหม่ด้วยท่วงท่าวางมาด ทุกอย่างบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเขาคือหัวหน้า

 

เป็นหัวหน้าของเหล่าคนที่มีรอยสักที่ท้องแขน

 

“ปล่อยให้มันเอาข่าวคาบไปบอกกระทรวง” มันว่าเสียงเหี้ยม “ตอนนี้หาไอ้เด็กเวรมัลฟอยนั่นให้เจอสักที เราต้องใช้มันพาเขากลับมา”

 

และสติเขาก็ดับวูบ

 

 

+++++++

 

 

แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าเขากำลังฝันอยู่หรือเปล่า หรือแม้แต่จะจำได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองกำลังทำอะไร เขาแค่นั่งอยู่ตรงนี้ ที่เก้าอี้สีขาวสะท้อนแสงกับอีกตัวที่ว่างเปล่า เท้าของเขาจุ่มอยู่ในน้ำ น่าแปลกที่แฮร์รี่ไมรู้สึกสักนิดว่ามันเปียกอยู่

 

เสียงเงามืดกระซิบข้างหู แกมันตายยาก—แล้วก็จบลงแค่นั้น มันไม่ก่อกวนเขาเพิ่ม ราวกับจู่ๆ มันก็หายไปเฉยๆ

 

จากนั้นน้ำที่ท่วมถึงแค่น่องก็เริ่มกระเพื่อม เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนเขาตั้งตัวไม่ติด

 

แฮร์รี่กำลังจะลุก แต่เขามาพบว่าเขาก้าวไปจากเก้าอี้ตัวนี้ไม่ได้

 

“ใครก็ได้!” เขาตะโกนร้อง แต่น้ำท่วมถึงคอแล้ว

 

แฮร์รี่กำลังจม

 

“ใครก็ได้!

 

ก่อนที่ฝันร้ายจะจบลงที่เขาถูกคุณหมอมูนส์ตบหน้าจนสะดุ้ง

 

 

 

 

“ฉันตกใจแทบแย่ตอนที่รู้เรื่อง จินนี่เกือบจะทิ้งงานมาด้วยซ้ำถ้าคนอื่นไม่ห้ามไว้” น้ำเสียงของรอนแสดงชัดถึงสิ่งที่เขาจะสื่อออกมาตามตรง เพื่อนสนิทยอมปลีกตัวออกมาจากร้านและยืนรอหน้าห้องฉุกเฉินหลายชั่วโมงทันทีที่ได้ข่าวร้ายจากโรงพยาบาล

 

ต้องถือว่าแฮร์รี่โชคดีมากที่เขาโดนยิงข้างกับโรงพยาบาลแลมเบอร์ตันและยังพกบัตรประชาชนของมักเกิ้ลไว้ และที่ไม่น่าเชื่อกว่านั้นคือหนุ่มมักเกิ้ลที่โดนทำร้ายจะเป็นญาติของคุณมูนส์ที่พึ่งกลับจากการมาเยี่ยมเยือนหล่อน

 

ลอว์เซอร์เรียสบอกว่าเขาไม่ได้ลบความจำของอีกฝ่ายเพื่อให้เขาเป็นพยานปากคำในการสืบคดี อีกฝ่ายเองก็รู้เรื่องโลกเวทมนต์พอๆ กับญาติของเขา

 

แต่ถึงอย่างนั้นวลอฟ มูนส์ก็ต้องไปทำงาน อีกฝ่ายเป็นซีอีโอของโรสเมลล์ บริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับเทคโนโลยีการแพทย์ที่พึ่งมามีชื่อเสียงเมื่อไม่กี่ปีก่อน

 

เฮอร์ไมโอนี่ยืนอยู่ข้างรอน เธอยังสวมชุดคลุมทำงานอยู่เลย “ไม่นานเดี๋ยวเธอก็มา”

 

“ขอบคุณ” เขาว่า มันคงไม่ดีนักถ้าจะให้จินนี่ทิ้งงานของเธอมา อีกไม่นานเธอก็จะได้เป็นตัวจริงของทีมแล้ว เขาไม่อยากให้เรื่องนี้ทำให้เธอพลาด “ครั้งนี้ฉันพลาดเองที่ไม่ระวังตัว”

 

“โอ้ แฮร์รี่ เราคิดไม่ถึงหรอกว่าพวกนั้นจะใช้ของๆ มักเกิ้ลน่ะ” รอนว่า เขาดูโกรธทีเดียว “นายเห็นหน้ามันหรือเปล่า?”

 

เขาพยักหน้า “ฉันบอกลอว์เซอร์เรียสไปแล้ว ไม่นานเราคงรู้ว่าเขาเป็นใคร”

 

และหวังว่าจะใช้เป็นเบาะแสในการสืบหาแรงจูงใจได้ คำพูดของเจ้านั่นทำให้แฮร์รี่สังหรณ์ใจไม่ดี มันเป็นผู้เสพความตายแน่ๆ แต่ทำไมต้องตามหามัลฟอยด้วย

 

แต่ลูน่า ทอมสันบอกว่ามัลฟอยทรยศ นั่นไม่ได้หมายความว่าหมอนั่นเข้าร่วมกับทางนั้นหรอกเหรอ?

 

หรือว่า...ทอมสันจะเป็นฝ่ายโกหก?

 

“จากที่เธอเล่ามา” เฮอร์ไมโอนี่เปรย “มัลฟอยเหมือนเป็นนกสองหัว”

 

“นกสองหัวไม่โดนตามล่า เฮอร์ไมโอนี่” เขาท้วง “นอกจากว่าหมอนั่นโดนสองฝ่ายจับได้แล้วไปรู้บางอย่างเข้า”

 

“บางอย่างที่เกี่ยวกับเขา” รอนต่อให้ อีกฝ่ายยักไหล่ ไม่ได้คิดมากกับเรื่องนี้เท่าเขา “และเขาที่ว่านี่หมายถึงใครก็ได้ที่มีอิทธิพลพอที่จะรวบรวมศาสตร์มืดกลับมาอีกรอบ—แต่จะเป็นใครล่ะ?”

 

ไม่มีใครรู้—คำตอบนี้ทุกคนย่อมรู้ดี และนี่เป็นแค่ข้อสันนิษฐาน เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีเวทมนต์ไหนที่จะพาใครจากอดีตหรือตายไปแล้วกลับมา

 

การที่ศัตรูบอกว่า พากลับมา อาจไม่ได้หมายความแบบนั้น เฮอร์ไมโอนี่บอก—มันอาจจะหมายความว่าพวกเขากำลังชุบเลี้ยงใครบางคนเอาไว้และกำลังพากลับมาก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นทางไหน แฮร์รี่ก็จับทางไม่ได้เลยว่ามันเกี่ยวกับมัลฟอยยังไงหรือหมอนั่นไปรู้อะไรเข้า

 

อย่างไรก็ตาม บทสนทนาเครียดๆ นี่จบลงทันทีที่จินนี้มาถึงในตอนเย็น หญิงสาวเข้ามาเกือบจะกอดเขาแล้วหากไม่ได้พี่ชายของหล่อนบอกไว้ทันว่าเขาบาดเจ็บตรงไหน เธอดูขวัญเสียมากและเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างตอนที่เธอลงแข่งเพื่อเป็นตัวจริงของทีม

 

“รอนบอกว่าถ้าฉันทำความฝันพังเพราะเป็นห่วงพี่ นั่นหมายความว่ามันเป็นความผิดของพี่” จินนี่จับมือเขาไว้ตลอดเวลา “ฉันจะเลย ฮึ้บ!’ ทำทุกอย่างให้เต็มที่แล้วค่อยร้องไห้ รู้ไหม มันเป็นความคิดที่ดีเลยล่ะเพราะหลังจากที่ฉันผ่านเข้ารอบห้าคน รอนก็ส่งข่าวมาบอกว่าพี่ปลอดภัย”

 

แฮร์รี่ยิ้ม เขาลูบหัวเธอเพื่อปลอบใจ “ดีแล้วที่ฉันไม่ทำให้เธอต้องพลาดตำแหน่งตัวจริง”

 

“ยังไม่ใช่ซะทีเดียวหรอก” หญิงสาวยักไหล่ “ที่จริงเดี๋ยวฉันต้องไปแล้ว เพื่อนๆ กำลังรออยู่ด้านนอก เรามีแข่งคืนนี้—ฉันอยากอยู่กับพี่นะ”

 

“เรามีเวลาหลังจากนี้อีกเยอะ จินนี่” เขาว่า “ฉันยังต้องนอนอยู่ที่นี่อีกหลายวัน”

 

“แล้วฉันจะมานอนกับพี่” เธอก้มลงหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ยิ้มแล้วผละออกไป “แล้วเจอกัน”

 

“แล้วเจอกัน”

 

หลังจากที่นักควิทดิชสาวออกไปแล้ว เขาพึ่งสังเกตเห็นว่าเฮอร์ไมโอนี่กับรอนยังไม่ได้ออกไป และทั้งสองยังมองเขาด้วยสายตากรุ่มกริ่มจนเริ่มรู้สึกเขินอาย

 

แฮร์รี่ยักไหล่ รอนแซวตลอดเวลาหลังจากนั้นว่าเมื่อไรเขาจะมาขอหมั้นน้องสาวตัวเองสักที ซึ่งข้อนี้แฮร์รี่ก็ได้แต่ยิ้มกลับไป จินนี่ยังไม่พร้อมที่จะถูกผูกมัด เขาเองก็ด้วย ตอนนี้สิ่งที่เขาให้ความสำคัญคืองานของตัวเอง

 

“ยังไงก็เถอะ นายอย่าฝืนตัวเองมากไปล่ะ” รอนว่า เขามองนาฬิกาที่บอกเวลาทุ่มตรง

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่นางพยาบาลจะเข้ามาพร้อมกับเครื่องมือแพทย์ เฮอร์ไมโอนี่กับรอนขอตัวกลับตอนนั้น เพื่อนสาวของเขายังมีงานที่ต้องสะสางก่อนวันพรุ่งนี้ มันเป็นงานที่เกี่ยวกับการร่างกฎหมายว่าด้วยเรื่องของเอลฟ์ประจำบ้านที่หล่อนกำลังต่อสู้อย่างหนักกับความไม่เท่าเทียมที่สังคมพ่อมดแม่มดกดขี่พวกมัน

 

แฮร์รี่มองพยาบาลสาวที่เข้ามาตรวจเขาตามหน้าที่ และเมื่อไม่เห็นว่าหมอเฝ้าไข้ตัวเองมาด้วยจึงถามออกไปว่า “คุณหมอมูนส์ไม่มาด้วยเหรอครับ?”

 

หล่อนเงยหน้า ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า “หมอกลับไปแล้วค่ะ เห็นบอกว่ารับงานนอกอีกที่หนึ่งไว้”

 

นั่นคงหมายถึงที่เซนต์มังโก เขาพยักหน้ารับก่อนจะนอนพิงลงไปกับเตียง เมื่อนางพยาบาลนั้นออกไปแล้ว แฮร์รี่พบว่าเขาง่วงเร็วกว่าปกติ บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าวันนี้เผลอคุยกับคนอื่นจนลืมตัว และยาที่หมอให้มาก็กำลังกล่อมให้เขาหลับก็ได้ ดังนั้นในเวลาไม่ถึงสองทุ่ม เขาจมสู่ห้วงนิทราทันที

 

ลอว์เซอร์เรียสมาหาตอนเช้าตรู่ แต่คราวนี้มีเด็กหนุ่มหน้าอ่อนอีกคนเดินตามเข้ามาด้วย ชายหนุ่มแนะนำตัวว่าชื่อเทเรียส ลอสพึ่งบรรจุเข้าเป็นมือปราบมารรุ่นนี้และได้มาทำงานคู่กับเขาซึ่งมีลอว์เซอร์เรียสคุมอีกที

 

“เรารู้ชื่อคนที่ยิงนายแล้ว” ชายหนุ่มเปิดประเด็น เขายื่นใบสเก็ตรูปเหมือนที่แฮร์รี่บอกไปเมื่อวานมาด้วยพร้อมกับประวัติของคนๆ หนึ่ง

 

แฮร์รี่หยิบขึ้นมาเปิดดู พบว่าเป็นคนๆ เดียวกับที่ยิงเขาจริงๆ และรายชื่อนี้ติดแบล็กลิสต์ของกองปราบปรามเสียด้วย

 

“ไมอา ฮัตสัน?”

 

“ฮัตสันเป็นตระกูลฝั่งมืดมาตั้งแต่โคตรเหง้าแล้ว” ลอว์เซอร์เรียสว่า “เขาได้รับความไว้วางใจพอๆ กับมัลฟอย แค่ความจงรักภักดีมันคนละเรื่อง ตอนที่จอมมารโดนนายฆ่า เขาเป็นคนเดียวที่ยังสู้ยืนหยัดไม่ถอยจนตาย”

 

“คุณบอกว่าตาย แต่มีโผล่มาอีกหน่อได้ไง?” เขาถาม

 

“ที่ตายคือคนพ่อ แจ็คกับดาฟลาพ ฮัตสันเป็นคนสนิทของจอมมารรุ่นนั้น ทางเราก็พึ่งมารู้ตัวเอาตอนนี้ว่าสองคนนั้นมีลูกด้วย—ไมอากับแจ็กสัน”

 

“เขาแค้นเราที่พ่อของพวกเขาตายอย่างนั้นเหรอ?”

 

เทเรียสแทรกขึ้น “อันนี้เราไม่รู้หรอกครับ” เด็กหนุ่มว่า “เราไม่รู้ว่าทางบ้านพวกนั้นปลูกฝังพวกเขามายังไง เราไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนด้วยซ้ำ เพราะนอกจากว่ารุ่นพี่จะเห็นหน้าของไมอา ฮัตสัน...เราไม่รู้เลยว่าแจ็กสันคือใคร”

 

แฮร์รี่ขมวดคิ้ว “พวกเขาไม่ได้ลงทะเบียน?”

 

“ใช่ เป็นคนเถื่อนขนานแท้ตั้งแต่รุ่นของแจ็กเป็นต้นมา” ลอว์เซอร์เรียสยักไหล่ “ภาวนาอย่าให้ไอ้สองพี่น้องนั่นมีแผนการใหญ่ก็แล้วกัน ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีเลย”

 

นั่นแค่คำประชด แฮร์รี่รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่แค่ตามจับมัลฟอยมาขึ้นศาลอีกแล้ว หมอนั่นรู้บางอย่างหรืออาจจะเอาอะไรไป ทำให้พวกฝ่ายมืดที่กบดานมานานถึงขั้นเคลื่อนไหวเพื่อตามหามัน และน่าสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายต้องเอาข้อมูลของพวกเดียวกันไปบอกศัตรูด้วย

 

มันเหมือนกับมัลฟอยกำลังวางแผนการบางอย่างโดยแลกคนพวกนั้นเป็นข้อแลกเปลี่ยน

 

แผนการที่อาจจะเป็นข้อตกลงกับพวกผู้เสพความตายหรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้

 

เขาขมวดคิ้ว มาค้นพบว่ายิ่งคิดกลับเจอจุดเชื่อมโยงจุดเดียวกัน

 

เดรโก มัลฟอยเป็นกุญแจ—แถมเป็นกุญแจที่หายสาบสูญเสียด้วย

 

“ยังไงก็เถอะ อีกสองวันนายจะออกจากโรงพยาบาลนี่ได้ใช่ไหม? ตอนนี้ฉันมีงานอื่นแทรกเข้ามาอีกที แต่นี้ไปนายคู่กับเจ้าหนูลอสนี่ซะ”

 

ลอว์เซอร์เรียสว่าอย่างนั้น งานของมือปราบมารดูจะยุ่งขึ้นทุกทีเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวแปลกๆ ไปทั่ว

 

แฮร์รี่ใช้เวลาตอนเที่ยงในการศึกษาแฟ้มประวัติที่ลอว์เซอร์เรียสเอามาให้ พบว่านี่ไม่ได้เป็นข้อมูลที่ทางกระทรวงเก็บไว้แต่มาจากใต้ดิน ถึงเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใช้เส้นทางไหนก็เถอะ แต่ข้อมูลที่ได้มานั้นมีน้อยมากจนคลำทางต่อไม่ค่อยจะได้

 

ถ้าฮัตสันเป็นผู้วิเศษจริง พวกเขาต้องอาศัยสักแห่งในโลกนี้ แต่เทเรียสบอกไว้ก่อนไปว่าลองออกหมายค้นแล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรสักอย่าง สิ่งที่ทำได้ต่อจากนี้คือรอข้อมูลจากทางฝ่ายข่าวสารเท่านั้น

 

ตอนบ่ายคล้อยจะสี่โมง พยาบาลบอกเขาว่าสามารถไปเดินเล่นแถวสวนที่โรงพยาบาลจัดให้ได้ถ้าต้องการผ่อนคลาย พร้อมบอกอีกว่าหมอเจ้าของไข้อนุญาตให้เขาเดินไปไหนมาไหนได้ถึงก่อนหกโมง ครั้นพอแฮร์รี่ถามว่าหล่อนเข้ามาตรวจเขาตอนไหนพยาบาลก็ตอบกลับไปแค่ว่ามาตอนที่เขาหลับไม่ได้สติ

 

การที่มือปราบที่ร่างกายแข็งแรงดีต้องมาถือเสาน้ำเกลือเดินหลังค่อมเพราะกลัวแผลเปิดไม่ได้ให้ความรู้สึกที่สดชื่นนัก เขาต้องระวังตลอดเวลาว่าถ้าเกร็งมากไปจะเจ็บหรือเปล่า หรือถ้าบิดเอวไปกี่องศาถึงจะไม่ทำให้รู้สึกเหมือนมีบางอย่างแทงที่ท้อง

 

สวนที่นางพยาบาลว่าไว้เป็นสวนจำลองที่จัดไว้ที่ส่วนกลางของโรงพยาบาล ตึกของแลมเบอร์ตันสร้างด้วยแผนผังรูปสี่เหลี่ยม ทางเดินหักเป็นรูปกากบาทตัดกันที่สวนนี้ เขาลงมาจากตึกพิเศษฝั่งเหนือ สวนทางฝั่งนี้จัดเป็นแนวป่าน้ำตกเตี้ยๆ ที่เสียงไม่ดังมากนัก

 

แฮร์รี่เลือกม้านั่งสักตัวที่อยู่แถวๆ น้ำตกแล้วนั่ง ใช้เวลาอย่างสิ้นเปลืองไปกับการซึมซับธรรมชาติและมองคนไข้คนอื่นๆ ที่เดินผ่านมาแถวนี้

 

ส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้ที่ประสบอุบัติเหตุเหมือนกับเขา บางคนต้องเข้าเฝือกแขนเพราะรถชนหรือเฝือกขาเพราะตกบันได ไม่มีใครหยุดมองคนอื่นนานเพราะแปลกประหลาด ทุกคนที่นี่บาดเจ็บจนเป็นเรื่องธรรมดา

 

จนกระทั่งใกล้เข้าเวลาปิด เขาคิดว่าเฮอร์ไมโอนี่ รอนและจินนี่คงใกล้มาเยี่ยมแล้ว สามคนนั้นโทรมาบอกเขาตอนบ่ายว่าจะเข้ามาอีกไม่นาน เขาควรขึ้นไปที่ห้องได้แล้ว

 

แฮร์รี่เดินผ่านเคาน์เตอร์ด้านล่าง นางพยาบาลกำลังเปลี่ยนกะ พวกหล่อนกำลังคุยกันเรื่องคนไข้ของตัวเอง ชายหนุ่มกดลิฟต์ รอบนี้มีผู้โดยสารไปกับเขาอีกคนหนึ่ง เป็นชายหนุ่มท่าทางผอมกระหร่องและใบหน้าซีดเซียว

 

แฮร์รี่ไม่ได้ตั้งใจสังเกต แต่เพราะนิสัยติดตัวของเขาที่มองไปจนเห็นว่าอีกฝ่ายตาลึกโบ๋ขนาดไหนหรือสมองของเขากำลังประมวลว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมีท่าทีหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา ชายคนนั้นไม่ได้ถูกเจาะน้ำเกลือ คาดว่าเขาคงจะได้ออกโรงบาลในไม่ช้า

 

แฮร์รี่ยืนอยู่ฝั่งขวาเงียบๆ สายตากวาดมองเงาสะท้อนในกระจกไปเรื่อยจนกว่าลิฟต์จะเลื่อนขึ้นไปถึงชั้นของตัวเอง

 

แต่ชายคนนั้นเหมือนจะเป็นหวัด อีกฝ่ายจามออกมาเสียงดังก่อนจะตามด้วยไอสองสามที เขาส่ายหัว ครั้นพอจะหันไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่าก็เป็นจังหวะเดียวกับตัวที่อีกฝ่ายเอามือลงข้างลำตัวพอดี

 

และเขาก็เห็น...ที่ท้องแขนที่เป็นรอยสักจางๆ ที่แทบมองไม่เห็น

 

สัญลักษณ์ของผู้เสพความตายที่ไม่ควรมีอีก

 

มันค่อยๆ ชัดขึ้นมาราวกับเป็นสัญญาณ

 

ไม่รอให้มีใครส่งเสียง ชายหนุ่มท่าทางผอมแห้งหวาดระแวงอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าเขาจ้องท้องแขนซ้ายของตัวเองก็ร้องโวยวายออกมา เข้ามาผลักเขาจนแผลกระเทือน

 

“อย่าเข้ามา!” อีกฝ่ายว่า ท่าทางหวาดกลัวสุดชีวิต “ขอร้อง! อย่าทำอะไรฉัน!

 

“ใจเย็นๆ!” แฮร์รี่พยายามพูด เขาลงไปนั่งกับพื้นกุมบาดแผลของตัวเองเอาไว้ด้วยความเจ็บ

 

โชคร้ายที่ลิฟต์เปิดแล้ว ชายหนุ่มคนนั้นวิ่งออกไปทันที

 

มันน่านักที่เขาไม่ได้เอาไม้กายสิทธิ์มาด้วย มันถูกวางแน่นิ่งอยู่ในลิ้นชักข้างเตียงและตอนนี้เขาต้องวิ่งจับชายคนนั้นพร้อมด้วยเสาน้ำเกลือ

 

เสียงหัวเราะของเงาน่าขยะแขยงกลับมาตอนที่เท้าเริ่มก้าวออก เวลานี้แฮร์รี่รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นทากสักตัวที่ช้ามาก เขาตามหลังที่วิ่งสะเปะสะปะไปอย่างทุลักทุเล อีกฝ่ายวิ่งหายไปที่บันไดหนีไฟที่ติดตั้งไว้ด้านนอกตัวตึก

 

ฝนตกแล้วสหาย—ท้องฟ้าด้านนอกถูกย้อมเป็นสีหม่น ทันทีที่เขาเปิดประตูออกไปก็ถูกเม็ดฝนกระแทกโดนร่างกายจนเจ็บ ได้ยินเสียงกรีดร้องด้านมาจากด้านบน

 

ท่าไม่ดีแล้ว—ชายหนุ่มรีบวิ่งขึ้นไปทันที เขาไม่สนว่าจากนี้แผลจะเป็นอะไรไหม ตอนนี้ต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านบน

 

น้ำหยดหนึ่งหยดเข้าตา แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาจอภาพของเขากลับเป็นสีแดง

 

และเสียงเงียบหายไปแล้ว—เหลือไว้แค่เสียงหัวเราะในหัวของเขาเท่านั้นที่มันคำรามราวกับบ้าคลั่ง

 

หัวใจแฮร์รี่กระหน่ำด้วยความกลัว มือของเขาสัมผัสกับราวระเบียงเกรอะสนิม ดึงสายน้ำเกลืออันน่ารำคาญออกแล้ววิ่งสุดตัวขึ้นไปด้านบน

 

แต่มันสายไปแล้ว—เขาหอบหนัก เบิกตากว้างกับภาพที่เห็น

 

ไม่ใช่จดจ้องไปที่ศพที่เลือดอาบตัวที่พื้น ไม่ใช่ชานพักเหล็กที่เกรอะสนิทสกปรก

 

แต่เป็นคนที่ยืนอยู่เหนือร่างศพต่างหาก

 

เขาจำได้ เส้นผมสีซีดในตวามทรงจำที่เคยตัดสั้นตลอดเวลา ตอนนี้ถูดถักเปียหลวมๆ ไว้ที่ท้ายทอย

 

อีกฝ่ายหันหลังให้เขา ในชุดสูทสีดำสนิททั้งตัวยาวถึงเข่าและไม้กายสิทธิ์ที่กำแน่นในมือ

 

แฮร์รี่พึมพำเสียงเบา “มัลฟอย...”

 

อีกฝ่ายหันมา ดวงตาสีเทาเย็นชาจ้องเขาเพียงเสี้ยววินาทีกันจะหันกลับไปเหมือนเดิม

 

ไม่มีคำทักทาย ไม่มีแม้แต่บรรยากาศของมนุษย์ ร่างของผู้ต้องสงสัยกลายเป็นกลุ่มก้อนพลังงาน หายวับไปต่อหน้าต่อตาเขาทันที

 

 

เดรโก มัลฟอยหายตัวไป ทิ้งศพของอดีตผู้เสพความตายเอาไว้เป็นหลักฐาน

 

 

++++++

Talk : เงียบไว้ค่ะ เงียบไว้ ชู่...

เดรโกออกมาแล้วนะ (กระซิบ)//ถึงจะแค่ไม่กี่บรรทัดก็คือออกมาแล้วค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 149 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #366 19542559 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 20:23
    อ่ยยย น้อนไว้ผมยาวว่ะะะ ขอได้มั้ยแฮรี่ บั่บ ำย่ริวกวกดย
    #366
    0
  2. #361 Plankton J (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 14:03
    ลึกลับมาก
    #361
    0
  3. #358 yodtoey2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 06:18
    -เราก็สงสัยว่าตัวละครมันคุ้น อ้อคนแต่งเดียวกันนี่เอง
    #358
    0
  4. #357 สาวน้อยเวทมนตร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 16:08

    นึกภาพไม่ออกเลยที่เดรโกไว้ผมยาว5555 จะเหมือนลูเซียสรึเปล่านะ อยากเห็นจุง

    #357
    0
  5. #194 Malika1 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 08:31
    ออกมากระจิ้บนึงก็ดีใจจจ อะฮืออออ ไดน่านี้เดรกหรือป่าวอะ แบบปลอมตัวมา5555555
    #194
    0
  6. #176 earnnaruk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 22:01
    น้อง... หนูฆ่าเขาหรอลูกก
    #176
    0
  7. #65 Liana-milky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 10:25
    คนคุ้นเคยยยย กริ๊ดดดดด
    #65
    1
    • #65-1 Tiaros(จากตอนที่ 3)
      19 เมษายน 2562 / 14:28
      ใครกันเอ่ย?
      #65-1
  8. #34 Hayeon22 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:35
    คืบ... น้องออกมาแล้ว.. จึ๋งนึง55
    #34
    0
  9. #26 Maerd_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 16:46
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ในที่สุด!

    ฮือ ดองมาพอสมควรเลยค่ะ ก่อนหน้านี้ไม่ว่างอ่านเลย (ไม่ได้ลืมกันนะคะ!) พอกลับมาอ่าน เดรกก็มีบทเลยยย ดีใจจังค่ะ;^; ถึงจะโผล่มาแค่นิดเดียว แต่ฉากเปิดตัวนี่ตราตรึงมากเลยทีเดียว...

    #ติดตามอยู่เสมอนะคะ!
    #26
    0
  10. #25 Wednessday (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 23:30
    ลึกลับจังงงงงง ตื่นเต้นๆ ไดอา มูนส์=เดรโก มัลฟอย ป่าวววว หรือเราเพ้อไปเอง555555
    #25
    3
    • #25-2 leel26092545(จากตอนที่ 3)
      6 มกราคม 2562 / 12:24
      ทำไมเราเห็นด้วยอ่าาา
      #25-2
    • #25-3 Tiaros(จากตอนที่ 3)
      6 มกราคม 2562 / 13:00
      อ้าวว เป็นงั้นเฉยอ่ะ
      #25-3
  11. #14 NoonCharunda (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 20:49
    อือหืออออออค่าตัวแพงมากค่ะเดรโกก
    #14
    1
  12. #13 Yoseop~Ah :) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 18:23
    ฮือออออ ค่าตัวเดรกเเพงมากเลยค่ะ ออกมาไม่กี่บรรทัดเองงง แง้ๆๆๆๆ!! ติดตามนะคะสนุกมากๆเลยค่ะ สู้ๆค่ะ
    #13
    1
  13. #12 ❀─CherryPeach (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 16:40
    เราพึ่งมาเจอเรื่องนี้ แงงงงงง
    สนุกมากค่ะ ลึกลับไปหมด เหมือนอยู่ในเรื่องฆาตรกรรมอะไรสักอย่าง555555
    เดรโกโผล่มานิดเดียวเอง น้องค่าตัวแพงงงงงงง
    #12
    1
  14. #11 Porche_pen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 16:39
    มาปุ๊บ ไปปั๊บ ค่าตัวน้องแพงจริงอะไรจริงงง ชอบมากค่ะ สนุก ติดตามนะคะ
    #11
    1