Fic Harry potter : Traitor END

ตอนที่ 11 : 11 เหล่าคนที่ตายไปแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 800
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    20 เม.ย. 62

11 เหล่าคนที่ตายไปแล้ว

 


น่าจะเกือบปีแล้วหรือเปล่าที่เดรโกไม่ได้กลับไปที่วิลเชียร์—ไม่หรอก อันที่จริงมันแค่ไม่กี่เดือน แต่การต้องอยู่คนเดียวมันทำให้เดรโกคิดแบบนั้น


กับสองสัปดาห์หลังจากวีสลีย์ตาย การทำงานที่เซนต์มังโกยังคงราบรื่นพอๆ กับที่เขาต้องเจียดเวลาในการนอนของตัวเองออกไปตระเวนตอนกลางคืนเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับฮัตสัน เดรโกพบว่าคิงส์ลีย์กำลังมอบงานใหม่ให้พอตเตอร์ไปทำแทนชั่วคราว โดยที่ส่งมือปราบมารคนใหม่มาตามตอแยเขาแทน


มันก็เข้าท่าดีที่ส่งคนมาให้เขาปั่นหัวเล่น เด็กใหม่นี่ตามเขาไม่ค่อยจะทันเท่าไรตอนที่เดรโกออกจากโรงพยาบาล—ที่น่าประทับใจที่สุดคือมันทำงานตามเวลาราชการ งานวันนี้ของเขาเลิกดึก มันดีที่สุดที่มองออกไปนอกห้องแล้วจะไม่เห็นไอ้เด็กหน้าอ่อนสองคนนั้นนั่งอยู่ตรงนั้น


ใช่ ตรงที่พอตเตอร์ชอบนั่งประจำเพื่อรอเขากลับบ้านนั่นแหละ


เดรโกส่งจดหมายไปบอกแม่ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่เพราะวันนี้เลิกดึก ชายหนุ่มหวังว่าเธอจะไม่รอเขาจนอดหลับอดนอนหรอกนะ เขาไม่อยากให้แม่เสียสุขภาพ


เดรโกมองนาฬิกาอีกครั้ง มันเป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว เขารีบเก็บข้าวของแล้วเดินออกมา ลงลิฟต์ไปชั้นล่างสุดก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้แวะเข้าแลมเบอร์ตันเพื่อไปหาหมอสาว


ไดอา มูนส์นัดเขาไว้คืนนี้ หล่อนต้องการนาฬิกาอีกเรือนที่อยู่ในกระทรวงและเดรโกเห็นด้วยที่จะเอาออกมาแล้วเปลี่ยนที่ซ่อน


ประตูลิฟต์เปิดออก เขาเดินผ่านทางเดินที่เงียบสงัดยามค่ำคืน ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่าพยาบาลที่ประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์ฟุบหน้าลงไปกับเอกสาร มือที่เคยถือไม้กายสิทธิ์ปล่อยละลงข้างลำตัว ดวงตาเบิกค้างเหมือนคนกำลังตกใจสุดขีด


เดรโกรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาทั้งตัว ปลายนิ้วของเขาสั่นเทา รีบหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา แต่มันก็ไม่ทันเมื่อปลายไม้อีกอันจี้เข้ากับลำคอของเขา พร้อมพึมพำคาถาเบาๆ ที่อยู่ชิดริมหู “แอ็กซิโอ” และอาวุธเพียงหนึ่งเดียวก็ปลิวออกจากมือของเดรโก


ความตายกำลังรินรดอยู่ใกล้แค่เอื้อม เขามองชายหนุ่มใบหน้าคมสันที่ยกยิ้มย่างเหี้ยมเกรียมด้วยความกลัวที่เกาะกินอยู่ในจิตใจ อีกฝ่ายหน้าตาคล้ายกับไมอา ฮัตสันอยู่หลายส่วน เพียงแต่ดวงตาสีน้ำเงินเข้มนั้นกลับมีความบ้าคลั่งมากกว่าจนน่าหวาดหวั่น


“กำลังจะกลับบ้านเหรอ เดรโก มัลฟอย”


แจ็กสัน ฮัตสัน กำลังแสยะยิ้มอยู่ด้านหลังเดรโก

 

 

 



แฮร์รี่แทบจะลืมไปแล้วถึงรายละเอียดของสงคราม—และใช่ เขายังจำรายละเอียดของคนที่หมายเอาชีวิตของตัวเองมาตลอดสิบกว่าปีได้ขึ้นใจ เขาจดจำดวงตาสีแดงสดเส้นขีดเดียวของโวลเดอร์มอร์ได้ เขาจำลมหายใจยามกลายเป็นคนๆ เดียวกับอีกฝ่ายหรือของนากีนีได้


เขาจำได้หมด และมาคราวนี้แฮร์รี่คิดว่าทุกอย่างหวนคืนกลับมาอยู่ใกล้เขามากกว่าที่คิด


เขารู้สึกเหมือนตัวเองเข้าใกล้ความตายอีกครั้งหลังจากที่ได้ฟังความจริงจากปากของนาร์ซิสซาร์ แฮร์รี่ต้องกลับออกมาจากคฤหาสน์มัลฟอยอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่ดิ่งลงเหว และนั่นก็กัดกินสติเขามาได้หลายอาทิตย์แล้วตั้งแต่ที่คิงส์ลีย์ไล่ให้เขาไปทำงานอื่นชั่วคราว


คอร์เนล อาร์ชวาว์ล เป็นมือปราบมารเข้าใหม่ที่เขาไม่มั่นใจเอาเสียเลยในการให้ติดตามมัลฟอยแทนตัวเองชั่วคราว แฮร์รี่เห็นคู่หูของอีกฝ่ายแล้ว แม็กซิมอต โลลอยด์ก็ไม่ได้น่าวางใจพอๆ กันนั่นแหละ พวกนั้นไม่เคยลงสนามจริง และคดีของมัลฟอยซับซ้อนเกินกว่าจะปล่อยให้มือใหม่ทำ


“คุณกำลังกันผมออกมาจากคดีผู้เสพความตาย”


เห็นได้ชัดว่าคิงส์ลีย์ไม่ได้คิดข้อโต้แย้งเรื่องนี้เลยสักนิด “เธอรู้แล้ว?” และไม่สนด้วยว่าเขาจะโมโหแค่ไหนกับการถูกเมินในครั้งนี้ “เป็นอย่างที่เธอคิดนั่นแหละ มันเสี่ยง”


“แล้วอะไรคือที่คุณบอกว่ามัน เสี่ยงเหรอครับ” แฮร์รี่ถาม “เสี่ยงที่ผมจะรู้ว่าตลอดมามัลฟอยเป็นสายให้เรา หรือเสี่ยงที่ผมต้องโดนโวลเดอร์มอร์กลับมาฆ่า?”


เขามองคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานของนายกรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์ คิงส์ลีย์ทำหน้าลำบากใจ--แน่ล่ะ เขาควรจะเป็นแบบนั้นในเมื่อแฮร์รี่กำลังไล่ต้อนเขาทุกทางเพื่อให้คายความลับที่อมพนะไว้หลายปีออกมา


“ผมไปหาคุณนายมัลฟอยมาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน—เธอบอกผมเรื่องนาฬิกาย้อนเวลาที่มีคนไปดัดแปลงมัน” เขาว่า “มีคนบอกว่านาฬิกาถูกทำลายไปแล้ว แต่ตอนนี้ที่ผมรู้คือมันมีสองเครื่อง หนึ่งในนั้นคือของมัลฟอย หมอนั่นถูกไล่ล่าเพราะสิ่งนั้น—ทำไมเราไม่เก็บเอาไว้กับกระทรวงเอง”


“เราจำเป็นต้องมีตัวล่อ แฮร์รี่”


แต่ต้องไม่ใช่มัลฟอย—แฮร์รี่ค้านในใจ ต้องไม่ใช่หมอนั่นแค่คนเดียวที่จะต้องทำเรื่องอันตรายคนเดียวแบบนั้น


จินนี่ตายไปแล้ว—เธอต้องตายเพราะความประมาทของพวกเขา ที่ผ่านมามัลฟอยกันคนออกจากตัวเองมาตลอด แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เขามั่นใจว่าไมอากับแจ็กสันรู้แล้วว่าต้องวางแผนยังไงต่อไป


ตราบใดที่มีคนวนเวียนอยู่รอบหมอนั่น การไล่ต้อนมัลฟอยก็จะเป็นไปได้ง่าย


พวกมันใช้คนรอบข้างมัลฟอยมาเป็นตัวล่อ—และใช้ถูกคนเสียด้วย เพราะแฮร์รี่ไม่มีวันปล่อยไอ้สารเลวพวกนั้นได้สิ่งที่มันต้องการหรอก


“ฉันจำเป็นต้องกำจัดจุดอ่อนของเขา ช่วยเข้าใจฉันเถอะนะ แฮร์รี่” คิงส์ลีย์ว่าอย่างหนักใจ “และต้องเข้าใจด้วยว่าเราปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตรายไม่ได้”


“แล้วหมอนั่นสมควรต้องเข้าไปตายแทนผมเหรอ!?”


ไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด—แฮร์รี่ไม่ต้องการแบบนั้น ไม่แม้แต่จะคิดให้ใครมาเสี่ยงอันตรายแทนเขาทั้งนั้น


และมัลฟอย—ไม่ ถึงแฮร์รี่จะเคยอยากให้หมอนั่นเจอกับกรรมที่เคยกลั่นแกล้งเขาสมัยเรียน แต่นั่นก็แค่ความคิดของเด็กที่อายุไม่ถึงยี่สิบ มัลฟอยควรจะเป็นแค่ผู้บำบัดธรรมดา ทำงานรักษาตัวเองไปวันๆ แล้วมีความสุขกับอาชีพและชีวิตของตัวเอง—และมันคงจะดีกว่านี้ถ้าเขากับมัลฟอยมาเจอกันอีกรอบในสถานการณ์ปกติ ไม่ใช่การที่แฮร์รี่จะต้องมาคอยห่วงหน้าห่วงหลังว่าจะมีผู้เสพความตายคนไหนเข้าใกล้อีกฝ่ายทุกครั้งที่เขาคลาดสายตา


ต้องไม่ใช่แบบนั้น


ทำไมไม่มีใครคิดแบบเขาบ้างล่ะ?—โอ้ ใช่! ก็เขามันเป็นคนสำคัญมาตั้งแต่เกิดน่ะสิ!


“นานแค่ไหนแล้วครับที่มัลฟอยเป็นพวกภาคี”


และคำตอบของคิงส์ลีย์ก็ไม่ได้ทำให้แฮร์รี่ลดอารมณ์ที่ร้อนระอุลงได้เลยสักนิด “เป็นมาตั้งแต่แรก ทั้งลูเซียส นาร์ซิสซาร์แล้วก็เดรโก”


เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนาร์ซิสซาร์ถึงแสดงท่าทีรังเกียจออกมาขนาดนั้น—หล่อนรังเกียจทุกคนที่ทำให้ลูกชายของตัวเองกลายเป็นเศษเดนผู้เสพความตาย แทนที่จะเป็นคำยกย่องสำหรับคนที่คอยช่วยเหลือทุกคนมาตลอดในความมืด


และกับมัลฟอย—แฮร์รี่หลับตา—ตลอดเวลาที่อยู่ฮอกวอส์ต หมอนั่น...


“ผมจะไปหาหมอนั่น” แฮร์รี่หันหลัง พอแล้วกับการสนทนากับท่านนายกคนนี้ หันหลังแล้วเดินออกมาจากห้อง

 


คิงส์ลีย์พูดขึ้นมาเป็นครั้งสุดท้าย “ได้โปรดเถอะ แฮร์รี่—เธอเป็นจุดอ่อนของเดรโก อย่าให้เขาต้องเป็นห่วงเธอไปมากกว่านี้เลย”


ในตอนสุดท้ายก่อนที่บานประตูจะงับปิด เขาพูดทิ้งท้ายไว้อย่างเย็นชาว่า 


“แล้วคุณไม่คิดบ้างเหรอ ว่าถ้าหมอนั่นเป็นอะไรไปอีกคน ผมจะรู้สึกยังไง?”



 

 

ช่วงค่ำไม่ค่อยสดชื่นเท่าไรเมื่อฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า ด้วยงานที่ถาโถมเข้ามาทำให้กว่าเขาจะมีเวลาว่างมาตรวจสอบข้อมูลใบมรณะบัตรก็เป็นช่วงค่ำเสียแล้ว


แฮร์รี่ไม่อยากกลับไปที่อพาร์ทเมนต์ ที่นั่นยังหลงเหลือกลิ่นไอและความทรงจำของจินนี่มากเกินไป เขายังหวังไว้ตลอดว่าถ้าเขาเปิดประตูกลับเข้าไป แฟนสาวของเขาจะยังส่งยิ้มหวานกลับมาให้จากในครัว อาหารมากมายกำลังปรุงเองอยู่ในอากาศและเสียงกระทบของจานชามดังไม่ขาดสาย


แต่ก็นั่นแหละ เขาควรจะตื่นได้แล้ว—และตอนนี้ควรจะหาทางลากไอ้คนที่ฆ่าเธอมาลงโทษซะ


แฮร์รี่มองตึกสูงตรงหน้า เขาเปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบเชียบ เดินเลยผ่านประตูของแอสโทเรีย กรีนกลาสขึ้นไปอีกก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าห้องของหมอสาว ไม่มีอะไรมาหยุดการบุกรุกครั้งนี้ได้ และประตูก็ไม่ได้ล็อก มันเชื้อเชิญให้แฮร์รี่เข้าไปด้านใน ห้องว่างเปล่าที่มืดสนิท


ไดอา มูนส์ยังไม่กลับมา


ชายหนุ่มตรงเข้าไปยังจุดที่เขาเจอเข้ากับใบมรณะบัตร มันยังตั้งอยู่ที่เดิม แต่สิ่งที่เขาตามหานั้นกลับถูกวางไว้อย่างเรียบร้อยบนโต๊ะ—นี่มันไม่ถูกต้อง


ไวเท่าความคิด ไม้กายสิทธิ์ที่ถูกชักออกมาชี้ไปยังด้านหลังของตัวเองทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา!


“เพ็ตตริฟิคัส โททารัส!


และไม่เกิดอะไรขึ้น ก่อนที่แฮร์รี่จะตกใจไปมากกว่านี้ คนที่โดนเขายิงคาถาใส่ร้องออกมาอย่างตกใจว่า “โว้ว! ใจเย็น นี่ผมเอง!


เป็นวลอฟที่เดินออกมา ซีอีโอหนุ่มของโรสเมลล์เดินออกมาโดยยกสองแขนขึ้นอย่างจำยอม “อย่ายิงคาถาใส่ผมนะ”


แฮร์รี่หรี่ตา “งั้นก็ให้ความร่วมมือมา” ยกใบมรณะบัตรสองใบนั้นให้อีกฝ่ายดู “อธิบายมาสิ”


แต่คนที่อธิบายกับเขาไม่ใช่วลอฟ แต่เป็นหญิงสาวอีกคนที่เดินเข้ามาจากอีกทางต่างหาก “ก็ตามที่คุณเห็น นั่นแหละความจริง”


แฮร์รี่จ้องมองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง หล่อนเป็นหญิงสาวท่าทางเย็นชา สวมชุดสีดำทั้งตัวจนแทบจะกลืนไปกับความมืดหากวลอฟไม่กดเปิดไฟในห้องเสียก่อน


ด้วยสถานการณ์อันแสนพิลึกพิลั่นนี้ แฮร์รี่กำลังเลือกว่าเขาควรจะจับใครสักคนมัดไว้ดีหรือเปล่า


“ถ้าอย่างนั้นพวกคุณเป็นใคร?”


“ก็เป็นไดอากับวลอฟไง” ซีอีโอหนุ่มอธิบาย “คุณมูนส์ตายไปแล้ว พวกผมก็เลยเข้าสวมรอยซะ”


แฮร์รี่กำลังคิดว่าตัวเองกำลังเจอเรื่องที่พิสดารที่สุดในชีวิต มองสองคนที่อยู่ด้านหน้าอย่าไม่เชื่อสายตา


เขาอ่านใจคนออก และสองคนนี้ไม่ได้โกหก


“พวกคุณชื่ออะไร?”



“วลอฟ ซัน เดอ ราโรส” วลอฟชี้ไปยังหญิงสาวอีกคนที่ยืนนิ่ง “ส่วนนั่นคือไดลานาน มูนชายน์ เดอ ราโรส”



“เราเป็นพวกเดียวกับคุณ คุณพอตเตอร์”



“ไม่มีอะไรมารับประกันคำพูดของคุณหรอก เดอ ราโรส” ชายหนุ่มหรี่ตา “แล้วคุณจะอธิบายยังไงเรื่องที่หน้าตาของพวกคุณเหมือนคุณมูนส์อย่างกับแกะ”


“มันไม่สำคัญหรอก มูนส์ถูกฮัตสันฆ่าตอนที่พวกผมกำลังหาทางตามหามัลฟอยพอดี มันก็แค่จังหวะเหมาะที่จะสวมรอยซะ เพราะยังไง เราก็เป็นคนๆ เดียวกัน” วลอฟว่า “และถ้าคุณอยากช่วยมัลฟอย แนะนำว่าร่วมมือกับพวกผมดีกว่า—อย่างน้อยเราก็มีศัตรูคนเดียวกัน ผมไม่ต้องการให้จ้าวแห่งศาสตร์มืดกลับมาหรอก”


แต่แฮร์รี่จะเชื่อได้มากมายแค่ไหนกันล่ะ?—กับบุคคลที่ไม่มีหลักฐานยืนยันตัวตนสองคนที่กำลังบอกว่าสวมรอยคนตายเพื่อตามล่าคนที่ฆ่ามูนส์ มีอะไรที่เชื่อมโยงกับพวกเขากัน?


กับมักเกิ้ลที่รู้เรื่องโลกผู้วิเศษแบบนี้น่ะ


“ฮัตสันฆ่ามูนส์แค่เพราะพวกเขาเป็นมักเกิ้ลธรรมดา แต่พวกฉันไม่ใช่มักเกิ้ลหรอกนะ พอตเตอร์” คนพูดคือไดลานาน เธอใช้ดวงตาสีดำสนิทอันแสนเย็นชาจ้องมองมาที่เขา “เราต้องการความช่วยเหลือจากนาย”


“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมัลฟอย?” เขาถาม “ถ้าแค่อยากหยุดฮัตสัน พวกคุณก็ไม่จำเป็นต้องเจาะจงมัลฟอยเข้ามาเกี่ยวด้วย”


ยังไม่มีใครตอบ หรือเอาจริงๆ แฮร์รี่คิดว่าพวกเขากำลังเรียบเรียงคำพูดมากกว่า วลอฟเหมือนเป็นพวกวาทกรคนหนึ่งที่จะหลอกลวงให้เขาเขวด้วยคำพูด ไดลานานเองก็ดูเหมือนคนที่ไม่ชอบจบปัญหาด้วยคำพูด


ประตูเปิดผวะเข้ามาก่อน และคุณหมอมูนส์ที่มีท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อยก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้อง เธอชะงักไปเพียงนิดเดียวเมื่อกวาดตามองคนในห้อง ดูก็รู้ว่าสองคนนี้ก็เป็นแขกไม่ได้รับเชิญเช่นเดียวกับแฮร์รี่


“ผมขอแนะนำให้รู้จักอีกรอบ” วลอฟพูดขึ้นยามมองไปยังหมอมูนส์ “นี่ไดอา ฮัตสัน เป็นหมอ”


แต่ยังไม่ทันที่จะตกใจอะไรอีก น้ำเสียงกดต่ำของหมอสาวก็ขัดขึ้นมาก่อน “ฉันติดต่อมัลฟอยไม่ได้—เขานัดฉันไว้ก่อนกลับวิลเชียร์ว่าให้มาเจอกันก่อนเรื่องนาฬิกา”


ไม่ต้องฟังคำอะไรทั้งนั้น แฮร์รี่หายตัวออกไปทันที ทิ้งสามคนนั้นเอาไว้ด้านหลัง


ในหัวตอนนี้มีแต่มัลฟอยเพียงอย่างเดียว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #186 earnnaruk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 00:03
    เจ็บทุกทางเลยแม่ ฮืออ
    #186
    0
  2. #78 jeon__jimin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 10:11
    น้องเดรต้องปลอดภัยนะคะ เเฮร์รี่ช่วยน้องด้วยยยย
    #78
    0
  3. #70 Hayeon22 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 10:46

    *อุทายด้วยความตกใจ* แฮร์รี่ไม่ฟังอะไรเลยหายตัวไปแบบนั้น​ จะไปที่ไหนนนน​ แล้วทำไมน้องเดรกต้องถูกกระทำอยู่เรื่อยเลย​ สู้มันรู๊ก​ อย่าไปยอมมัน
    #70
    1
    • #70-1 Tiaros(จากตอนที่ 11)
      22 เมษายน 2562 / 19:11
      เดรโกต้องสู้!
      #70-1
  4. #69 Yoseop~Ah :) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 22:10
    โอ้!! ไม่นะะ หวังว่าหนูเดรกจะไม่เป็นอะไรนะคะ แง้ๆ คือไม่อยากเดาตอนต่อไปเลยยกลัวเจ็บปวดด โอ้ยยยยทำไมหนูเดรกต้องเป็นคนที่ซวยตล้อดดดด
    #69
    1
  5. #68 MmN<3 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 19:20
    ค้างอย่างแรงงงงงTT แฮรี่รีบไปหาเดรโกที โอ่ยยยย เห็นได้ชัดว่าเป็นห่วงขนาดไหน ฮรึก/จิกหมอน ได้แต่หวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาเรื่องจินนี่แล้วทั้งสองคนจะเปิดใจมากขึ้นนะคะ
    #68
    1
  6. #67 Mamorudes (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 18:14

    ถ้าไม่อมยิ้มกับประโยคของพอตเตอร์ เรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรให้ชื่นใจแล้วล่ะ//กิ๊สสสสส //w//

    โอ๊ยเดรกเอ้ย ทำไมลูกซวยตลอดเลย555555//ปาดนั้มตา

    #67
    1
  7. #66 Plang2503 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 18:09
    รออยู่เสมอนะคะ
    #66
    1