Fic Hakuouki : Shiro Tsubaki End.

ตอนที่ 24 : 03 บทพิเศษ : ก้าวแรกสู่การหวนคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    9 พ.ย. 61

03 บทพิเศษ : ก้าวแรกสู่การหวนคืน

 

 

 

มันเลวร้ายกว่าที่คิด...หรือชิชิโอะ มาโคโตะเลือกที่จะต้อนรับเขาตั้งแต่แรก

 

ตั้งแต่ที่ถูกไหว้วาน ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายส่งลูกน้องของตัวเองมาบอกเขา อีกฝ่ายจงใจให้เขาได้เห็นความโหดร้ายขึ้นเรื่อยๆ กดดันให้เขากลับไปเป็นตัวตนที่ดำมืดยิ่งกว่าเงาร้ายอีกครั้ง

 

หมู่บ้านที่อยู่เลยโอดาวาระไปเล็กน้อยถูกกดขี่ ครอบครัวของเด็กคนหนึ่งที่ยืนหยัดขึ้นมาเพื่อต่อต้านอำนาจของชิชิโอะได้รับบทลงโทษราคาแพงแสนแพง

 

เคนชินจดจำได้ดีถึงเสียงกรีดร้องของเด็กชายที่มาขอความช่วยเหลือจากเขา

 

ทั้งกรีดร้อง คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าศพของบุพการีที่ถูกแขวนคอประจานอย่างน่าเวทนา

 

แม้แต่นินจาสาวอย่างมากิมาจิ มิซาโอะยังไม่กล้าแม้แต่จะแหกปากตะโกนโวยวายอย่างที่ตัวเองทำ

 

 

ก้าวแรกสู่การหวนคืน

 

 

เพลงดาบล่องนภาอันโดดเด่นถูกร่ายรำ แม้จะมีไว้เพื่อสังหาร แต่ด้วยดาบสลับคมในมือก็ทำให้ศัตรูสลบศิโรราบแก่ตนเท่านั้น

 

เพื่ออุดมการณ์ที่จะเป็นจริง

 

เพื่อตัวเองที่ปฏิญาณไว้แล้วว่าจะไม่ฆ่าใครอีก

 

นักดาบที่ไม่มีวันได้เป็นซามูไรเหล่านั้นพ่ายแพ้ราบคาบในพริบตา รอยยิ้มไร้เดียงสาบนใบหน้าของเซตะ โซจิโร่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อีกฝ่ายยืนนิ่งมือไขว้หลังราวกับกำลังชื่นชมกับฝีมืออันล้ำเลิศของเขาอยู่

 

พวกชาวบ้านที่ต่างหวาดกลัวเริ่มโผล่หัว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครสักคนที่กล้าสู้หน้าเด็กน้อยที่ถูกทอดทิ้งในอ้อมแขนของมิซาโอะ

 

แม้จะรู้สึกสงสารและรู้สึกผิดต่อคนที่พวกตนทอดทิ้ง

 

แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือความละอายใจที่ทิ้งให้เด็กน้อยต้องเผชิญหน้ากับเหล่าคนชั้นต่ำพวกนั้นแต่เพียงลำพัง ปิดหูปิดตาเมินเฉยเพื่อเอาชีวิตรอด

 

น่าสังเวทเหลือเกิน

 

 

 

“ช่างแข็งแกร่งเกินกว่าจะให้เป็นมนุษย์”

 

น้ำเสียงเย็นเยียบ เมื่อเคนชินเงยหน้าขึ้นมอง ที่ตรงนั้นกลับยังเหลือร่างของอีกคนหนึ่งที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะล้มลงเหมือนคนอื่นๆ

 

ไม่สิ—ต้องบอกว่ามาปรากฏตัวตอนไหนก็ไม่ทราบถึงจะถูก

 

เป็นชายหนุ่มที่มีบรรยากาศโดดเด่นไม่ต่างจากเด็กหนุ่มที่ยืนยิ้มอยู่เลย

 

เพียงแต่มีบางอย่างที่บิดเบี้ยวกว่ามาก

 

หากเปรียบเซตะ โซจิโร่เป็นน้ำเย็นสดชื่น อีกฝ่ายคงเป็นเปลวเพลิงอันเยือกแข็งที่แผดเผาศัตรูจนมอดม้วย

 

“เจ้าเองก็รับใช้ชิชิโอะอย่างนั้นเหรอ?” ชายหนุ่มเอื้อนเอ่ยต่อผู้มาใหม่

 

“ข้าไม่เคยรับใช้ใคร” อีกฝ่ายตอบมาพร้อมแสยะยิ้มปีศาจร้าย “เพียงแค่เป็นผู้เฝ้ามองที่จะเห็นความพินาศของมนุษย์อย่างพวกเจ้าเท่านั้น”

 

เอ่ยราวกับไม่ใช่มนุษย์...ไม่สิ ด้วยรูปร่างภายนอกที่ดูราวกับเปลวเพลิงแล้ว เคนชินยังเคลือบแคลงว่าอีกฝ่ายใช่มนุษย์จริงๆ หรือเปล่า

 

บางตำนานเคยเล่าขานถึงมนุษย์ที่กัดกินมนุษย์ด้วยกันเองจนเริ่มกลายเป็นอย่างอื่น รูปลักษณ์บิดเบี้ยวผิดเพี้ยนจนเหมือนปีศาจร้าย

 

แม้ชายหนุ่มตรงหน้านี้จะไม่ได้อัปลักษณ์ แต่บรรยากาศนั้นช่างบิดเบี้ยวจนไม่น่าไว้วางใจ

 

“แค่เห็นพวกเจ้าเข่นฆ่ากันเองก็บันเทงไม่ใช่น้อยๆ แล้ว” ชายหนุ่มหัวเราะ ดึงคาตานะที่เรี่ยราดแถวนั้นขึ้นมาพิจารณา ไล่มือไปตามคมดาบอย่างไม่เกรงกลัว

 

“เจ้าไม่คิดแบบนั้นหรือ บัตโตไซ?”

 

รอบข้างคล้ายจะถอยไปก้าวหนึ่ง แววตาเริ่มฉายแววหวาดกลัว

 

ทุกอย่างล้วนจับจ้องมาที่เขา

 

เคนชินกำดาบแน่น “สิ่งที่เจ้ามองเห็นนั้นมีเพียงเลือดอย่างนั้นเหรอ?”

 

มีแค่ความตายที่เป็นสิ่งสวยงามอย่างนั้นหรือ?

 

หรือแค่เพราะว่ามันทำให้รู้สึกสาสมจนอยากหัวเราะแค่นั้น?

 

ชายหนุ่มยิ้มแย้ม ชี้ปลายดาบมาที่เขา “ใช่แล้วล่ะ”

 

ก่อนจะตั้งท่าหมายจะพุ่งเข้ามา “เจ้าไม่ลองกลับไปเพลิดเพลินกับมันอีกครั้งดูล่ะ?”

 

และเพียงพริบตาเดียว ร่างตรงหน้าก็หายไปแล้ว!

 

 

 

เคร้ง!

 

 

 

หนักหน่วง—ถึงแม้จะตั้งท่ารับเอาไว้ได้ แต่เคนชินรู้ดีว่าแรงที่กดลงมานั้นไม่ธรรมดา จิตสังหารที่แผดพุ่งก็แทบจะปลุกสัญชาตญาณของเขาให้ตื่นขึ้นมา

 

สัญชาตญาณเข่นฆ่าที่หายไปนานแล้วกำลังถูกกระตุ้นเพื่อป้องตัวเองจากตัวตนที่แข็งแกร่งกว่า

 

แล้วครั้งเมื่อได้จดจ้องที่ดวงตาคมสีเพลิงของอีกฝ่าย เขาก็เข้าใจทันทีว่าทำไมชิชิโอะถึงมีคนๆ นี้ร่วมอยู่ในอุดมการณ์

 

เพราะมันมีแต่ความบ้าคลั่ง—ความบ้าคลั่งที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่งอย่าง

 

ความบ้าคลั่งที่เหนือกว่าเขาจนน่าขนลุก

 

“ตัวเจ้าในตอนนี้กำลังฟาดฟันอยู่หรือเปล่า?” อีกฝ่ายถาม กดแรงลงมาจนเขาต้องถอยหลัง

 

เรี่ยวแรงมหาศาลนี้มาจากไหนกัน?—ชายหนุ่มคิดอย่างตื่นตระหนก

 

“หรือว่าเจ้าอยากจะร่ายรำไปกับมันดีล่ะ?”

 

แขนของเขาเริ่มสั่น ก่อนที่จะมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น

 

ร้อน—ความร้อนที่ก่อเกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุกำลังทำให้ใบดาบของฝ่ายตรงข้ามกลายเป็นสีแดง

 

เคนชินเบิกตากว้างก่อนจะตัดสินใจปัดดาบเล่มนั้นออกในกระบวนท่าถัดมา เสียงใบดาบหักก้องกังวานในโสตประสาท แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้นไหล่ของเขากลับโดนคลื่นความร้อนฟาดหันเข้าใส่จนไหม้

 

ช่างเหมือนกับแผลที่ฟูจิตะ โกโร่ได้มาไม่มีผิดเพี้ยน

 

มองอีกฝ่ายที่ทิ้งดาบตนเองที่หักไปแล้วอย่างไม่ใยดี

 

“เป็นเจ้าเองสินะ” มองชายหนุ่มที่ไม่เหมือนมนุษย์ด้วยความระแวง “ที่ทำให้ไซโต้ ฮาจิเมะพ่ายแพ้”

 

อีกฝ่ายคล้ายกำลังเยาะเย้ย “ชื่อนี้ช่างน่าคิดถึงจริงๆ” เขาว่า “เจ้านั่นแพ้เพราะยังคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์อยู่ยังไงล่ะ!

 

ถ้อยคำที่เป็นปริศนา กับความสงสัยที่เพิ่มพูนขึ้นมากทุกที

 

ตัวตนของชายคนนี้เป็นใครกันแน่

 

หรือแม้แต่ไซโต้ ฮาจิเมะเอง...ช่างน่าสงสัยในถ้อยคำนั้นยิ่งนัก

 

“เอาล่ะ ทักทายกันแค่นั้นก็พอเถอะขอรับ ท่านคาโนะ” โซจิโร่แทรกขึ้นมา ก้าวเข้ามาขวางพวกเขาทั้งสองเอาไว้

 

หันมามองเขาด้วยความอารีที่ไร้จิตใจ “ท่านชิชิโอะ เรียกให้ท่านไปพบขอรับ”

 

เป็นไปอย่างที่คิด นี่คือการต้อนรับ

 

การเชื้อเชิญที่ถูกตกแต่งด้วยเลือดและวิญญาณของผู้บริสุทธิ์

 

เคนชินเก็บดาบเข้าฝัก ใบหน้าของเขาในตอนนี้น่ากลัวจนไม่อยากที่จะมองหน้าใครทั้งนั้น

 

มิซาโอะมองด้านหลังของชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วงปนระแวง นั่นไม่น่าแปลกใจเลยเมื่อครั้งอดีตนั้น กลุ่มโอนิวาบังไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับเขา

 

เคนชินได้ยินเสียงซุบซิบที่ปะปนมากับเสียงแห่งความหวาดผวา ชายหนุ่มหลุบตาต่ำ ความหม่นหมองกำลังฉุดในเขาตกลงไปในบ่อโคลนตม

 

นั่นเป็นความรู้สึกเดียวกับครั้งอดีต เมื่อยังออกสังหารผู้คนจนมีแต่คนหวาดกลัวและรังเกียจ

 

 

“เจ้าคือเจ้า”

 

 

ใบหน้าของคามิยะ คาโอรุคือแสงหนึ่งเดียว กับรอยยิ้มอันเดียงสาของนาง

 

 

“คือฮิมูระ เคนชิน...ไม่ใช่ฆาตรกรอย่างที่คนอื่นกล่าวว่า”

 

 

เซตะ โซจิโร่ยืนรออยู่นาน

 

“ข้าจะไป” ชายหนุ่มตอบ

 

ได้ยินเสียงหัวเราะของคาโนะลอยมากระทบหู ก่อนที่ทั้งสองจะออกเดินนำเข้าไปยังจุดหมาย

 

“หวังว่าดาบของเจ้าจะมั่นคงและแข็งแรงพอ ฮิมูระ บัตโตไซ” คาโนะกล่าว

 

 

เคนชินละทิ้งชาวบ้านออกมา หันหลังตามศัตรูไปด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกเคลือบไว้ด้วยความนิ่งสงบ

 

 

ชิชิโอะ มาโมโตะ—เป็นเจ้าเองที่ทำให้ข้าต้องลงมืออีกครั้ง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น