Fic Hakuouki : Shiro Tsubaki End.

ตอนที่ 23 : 02 บทพิเศษ : หนทางที่ไม่อยากเลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    5 พ.ย. 61

02 บทพิเศษ : หนทางที่ไม่อยากเลือก

                                                                                            

 

 

ด้านหน้าของฮิมูระ เคนชินยังคงมีไซโต้ ฮาจิเมะอยู่ในฉากสายตา แม้ตอนนี้สิ่งที่ลอยเข้าหัวเขามาจะมีแต่เรื่องความเลวร้ายของชิชิโอ มาโคโตะก็ตามที

 

ซางาระ ซาโนะสุเกะโมโหเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นทุกครั้งที่รับรู้อดีตอันข่มขื่นและเรื่องราวแย่ๆ ที่รัฐบาลได้กระทำกับเขาและความเหี้ยมโหดของชิชิโอ รุ่นน้องที่รับสืบทอดความสามารถและหน้าที่ในมือสังหารเช่นเดียวกับเขา

 

เพียงแต่คนที่โดนพูดถึงนั้นยังนิ่งเฉยอยู่ เคนชินเพียงแต่นั่งนิ่งๆ เพื่อรอให้ท่านนายกพูดจบแล้วขอตัวกลับเท่านั้น

 

ตอนนี้เขาไม่มีเหตุจำเป็นอะไรให้ต้องจับดาบอีก

 

ชายหนุ่มเมินทุกอย่าง เขารับรู้มาตลอดว่าสายตาสงบนิ่งดั่งน้ำลึกจากไซโต้...ฟูจิตะ โกโร่นั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากยอมรับการตัดสินของตัวเขาเอง

 

เคนชินเมินรอยแผลและรอยช้ำใต้ชายเสื้อที่โผล่พ้นมานั้นแล้วลากซาโนะสุเกะออกมาจากกรม

 

เมินเสียงถอนหายใจราวกับหนักใจของอดีตหัวหน้าหน่วยที่สามนั้น สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นสหายนั้นย่อมคาดเดายากว่านั่นเป็นเพราะความโล่งอกหรือหนักใจของฟูจิตะกันแน่

 

เรื่องของชิชิโอตามหลอกหลอนเขาได้ถึงแค่ก่อนที่จะได้พบหน้ากับท่านคาโอรุเท่านั้น

 

ใบหน้าของนางเป็นกังวลเสียจนเขาต้องระบายยิ้มเพื่อปลอบใจ เด็กสาวช่างมีจิตใจทีอารีเสียจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะบอกความจริงกับนาง

 

เวลาเจ็ดวันกับการตัดสินใจไปที่เกียวโต ช่างหนักหนาเสียเหลือเกิน

 

เรื่องราวที่ตัวเองตัดสินใจทิ้งไว้ในอดีต ทั้งๆ ที่คิดไว้แล้วว่าจะเริ่มใหม่กับยุคสมัยที่กำลังจะดีขึ้น  เขาไม่เคยคาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่ายังจะเหลือผู้คนที่คิดจะทำลายยุคสมัยที่ผู้คนต้องหลั่งเลือดเพราะมันอีก

 

ทำไมไม่ลองกวาดตามองกันล่ะ...มองโลกใบนี้ที่ช่างสวยงาม

 

ถนนในยามนี้ที่ผู้คนต่างสัญจรไปมา

 

ร้านค้ามากมายที่ต่างเรียกลูกค้ามาอุดหนุน

 

แม้แต่ต่างชาติบางรายที่กำลังเข้ามาเพื่อศึกษาวัฒนธรรม...ไม่มีตรงไหนเลยที่จะใช้นิยามคำว่าย่ำแย่ได้เลยสักนิด

 

เคนชินหันมามองโรงละครที่เขากับคนอื่นๆ พึ่งจะเข้าชมไปเมื่อไม่กี่วันก่อน มันยังคงคึกครื้นและแน่นขนัด เรื่องเดิมขอบัตเกียวไซที่หาญกล้ากับโชกุนนั้นโด่งดังจนดึงคนจากทั่วสารทิศมารวมกันได้

 

ชายหนุ่มกระชับชายฮากามะของตัวเอง หลบออกจากเส้นถนนไปยังเก้าอี้ริมทางที่มีคนเอามาตั้งไว้ต่อกันถึงสองชุด เขาเลือกตัวที่ยังว่างเหลืออยู่เพื่อนั่งพัก ข้างๆ กันนั้นคือหญิงสาวในชุดยูกาตะสีอ่อนและฮาโอริสีเข้ม นางคงพึ่งจะเดินทางมาถึง ในมือยังคงถือห่อถ้าบางอย่างเอาไว้

 

ใบหน้าน่ารักนั้นช่างเต็มไปด้วยความสนอกสนใจ อดไม่ได้เลยจริงๆ ที่จะเอ่ยทักไปด้วยความอัธยาศัยดีว่า “พึ่งเคยมาที่เมืองนี้เป็นครั้งแรกเหรอขอรับ?”

 

นางหันมามองด้วยความแปลกใจ ก่อนจะระบายยิ้มออกมา “ใช่เจ้าค่ะ บังเอิญว่าเพื่อนที่สนิทกันได้รับบาดเจ็บ เลยคิดว่าจะมาเยี่ยมเยือนเสียหน่อย”

 

“เขาทำงานเป็นตำรวจหรือขอรับ?” อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ไม่นึกว่าด้วยบุคลิกอย่างนางจะมีความข้องเกี่ยวกับคนที่ทำงานกับราชการด้วย

 

เพียงแต่อีกฝ่ายกลับแค่ยิ้มนิดๆ เท่านั้น “คุณ...เขาบาดเจ็บนิดหน่อยน่ะเจ้าค่ะ ก็เลยเป็นห่วงขึ้นมา” ในดวงตามีวูบหนึ่งที่ฉายแววกังวล “ทั้งๆ ที่ปกติก็ไม่ใช่คนที่จะมีใครทำร้ายได้แท้ๆ”

 

“งั้นเหรอขอรับ...ขอให้เขาหายเร็วๆ นะขอรับ”

 

ช่างน่าประหลาดที่บรรยากาศรอบตัวของหญิงสาวนั้นน่าเข้าใกล้กว่าที่ใครจะคาดคิด ด้วยตัวเขาเองก็ไม่นึกว่าจะพูดกับคนแปลกหน้าไปอย่างไม่คิดอะไรแบบนี้ด้วยจนตกใจ

 

หญิงสาวหัวเราะออกมานิดหน่อย บรรยากาศรอบด้านพลันสดใสขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง “ยูคิมูระ จิซึรุเจ้าค่ะ”

 

รีบค้อมหัวให้ทันที พร้อมยกมือขึ้นลูบท้ายทอย “ฮิมูระ เคนชินขอรับ...ขออภัยแม่นางที่เสียมารยาท”

 

“ฮิมูระ...ท่านนั่นเอง”

 

ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เงยหน้ามองหญิงสาวต่างถิ่นที่คล้ายกับจะรู้จักเขามาก่อนจากที่ไหนสักแห่งก็เป็นอันต้องเผลอเอ่ยปากถามออกไปว่า “ท่านรู้จักชื่อข้าหรือขอรับ?”

 

ครึ่งหนึ่งนั้นคือความแปลกใจ

 

ส่วนอีกครึ่งคือความหวาดระแวงแกมด้วยจิตสังหาร

 

ฮิมูระ เคนชิน

 

ฮิมูระ บัตโตไซ

 

นางจะตอบข้อไหนสำหรับคำถามกันนะ

 

ยูคิมูระ จิซึรุนั้นคล้ายกำลังประมวลคำพูดของตัวเองอยู่ นางคล้ายกำลังลังเลว่าจะตอบออกไปเช่นไรดี

 

เหมือนคนที่มีความลับ

 

มีเรื่องที่พูดไม่ได้

 

“เรื่องนั้น...”

 

ชายหนุ่มหรี่ตา...เผลอแผ่ความกดดันออกมาจนหญิงสาวสะดุ้ง

 

 

“นางรู้มาจากข้าเอง”

 

เสียงทุ้มอันคุ้นหูดังมาจากอีกทางหนึ่ง ร่างของฟูจิตะ โกโร่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง หญิงสาวข้างเขาลุกพรวดทันที ใบหน้าของนางเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีปนเป็นห่วงอย่างไร้เดียงสา

 

“คุณไซโต้!

 

เป็นอีกครั้งที่นางกำลังกระตุ้นความสงสัยของเขา

 

“ข้าบอกท่านแล้วว่าอย่าพูดชื่อนั้นอีก”

 

และด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายลงอย่างหาได้ยากยิ่งจากบุคคลที่เด็ดขาดและเข้มงวดมาตลอดในสายตาของเขา...นั่นยิ่งทำให้เคนชินรู้สึกสับสนและเคลือบแคลง

 

ตัวตนของหญิงสาวที่เคยคิดว่าไม่มีทางยุ่งเกี่ยวกับพวกรัฐบาล เห็นทีคงต้องจับล้างน้ำเสียใหม่

 

“นี่คือเพื่อนที่ท่านพูดถึงหรือขอรับ ท่านยูคิมูระ?”

 

ไซโต้ ฮาจิเมะหันมามองเขา “น่าแปลกใจที่เจ้ารู้จักกับท่านจิซึรุด้วย”

 

น่าอึดอัด...น่าอึดอัดจนอยากก้าวออกมาเสียตรงนั้น

 

แม้จะยังเคลือบแคลงในตัวตนของหญิงสาวและความสัมพันของทั้งสอง

 

แต่สิ่งที่ทำให้เขาอึดอัดคือแผลที่โผล่พ้นออกมาจากชายหนุ่มร่างสูงต่างหาก

 

นั่นคือแผลที่ต่อสู้กับชิชิโอหรือ...ชายหนุ่มพยายามปัดความคิดนั้นออกจากหัว มันไม่เกี่ยวกับเขาอีกแล้ว

 

การที่รัฐบาลตัดสินใจฆ่าชิชิโอเพื่อปิดความเน่าเฟะของตัวเอง มันก็สมควรแล้วที่พวกเขาจะโดนตามฆ่าล้างแค้นแบบนั้น

 

แม้ว่า...คนตรงหน้านี้จะไม่ใช่คนทำก็ตาม

 

 

แต่คนบริสุทธิ์กำลังรับเคราะห์

 

 

 

“เราพึ่งจะเจอกันน่ะเจ้าค่ะ” จิซึรุเอ่ยขัดขึ้นมา นางยื่นห่อผ้าที่ถืออยู่นานให้กับอีกฝ่าย “คุณโอ...พวกคุณรินฝากมาให้”

 

“ฝากขอบคุณด้วย ไว้ข้าว่างเมื่อไรจะไปเยี่ยมเอง”

 

ช่างเป็นภาพแปลกตาที่จะเห็นคนอย่างไซโต้ ฮาจิเมะอยู่กับหญิงสาว แต่ด้วยบรรยากาศที่โอบล้อมพวกเขาเอาไว้ ไม่ได้มีความหมายพิเศษที่เกินเลยไปมากกว่ามิตรสหายอันน่าไว้ใจ

 

แต่เพียงแค่นั้น...แค่นั้นก็สร้างความแปลกใจให้กับคู่ปรับอย่างเขามากพอแล้ว

 

“ข้าไม่โทษหากเจ้าจะปฏิเสธ”

 

ต่อหน้าประชาชน ชายหนุ่มกำลังพูดเรื่องงานลับออกมาราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

 

เขานิ่งเงียบ มองสองคนนั้นที่หันมาเผชิญหน้ากับเขาด้วยความจริงใจและไร้ซึ่งความโกรธเคือง

 

“เจ้าเลือกทางเดินของเจ้าเองได้”

 

น่าแปลก...ผิดจากคราวก่อนที่กดดันให้เขาต้องจับดาบ ครั้งนี้ไซโต้กลับพยายามขับไสเขาออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

มันน่าแปลกจนน่าสงสัย

 

ถึงที่มาของเหตุผล...รวมถึงที่มาว่าจริงๆ แล้วแผลพวกนั้นใช่แผลที่ได้รับจากการต่อสู้กับชิชิโอจริงๆ หรือเปล่า

 

เพราะหากมองดูดีๆ...สายตาของเขาไม่เคยมองพลาด

 

“แผลใต้แขนเสื้อของท่าน...มันไม่ใช่รอยดาบ”

 

ชิชิโอใช้ดาบ พวกหัวรุนแรงมักใช้อาวุธที่เป็นดาบไม่ก็ปืน

 

แต่แผลพวกนั้น...

 

“แต่เป็นรอยถูกไฟลวก”

 

ไฟที่รุนแรงถึงขั้นต้องลอกผิวหนังที่ตายออก ย่อมไม่ใช่เปลวไฟธรรมดาที่โดนลวกแค่นิดหน่อยแล้วประคบเย็นจะหาย

 

“มีอะไรที่ท่านยังไม่ได้รายงานเบื้องบนหรือเปล่า ท่านฟูจิตะ?”

 

ใบหน้าที่นิ่งสนิทนั้นไม่แสดงอะไรออกมาเลยสักอย่าง ฟูจิตะ โกโร่ช่างเป็นคนพูดน้อยจนน่าหงุดหงิด

 

หญิงสาวที่ยืนดูอยู่เองก็นิ่งเงียบและสงบจนน่าสงสัยว่าจะรู้เรื่องที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้มากน้อยแค่ไหน

 

“ข้าพูดสิ่งที่ข้าอยากพูดไปหมดแล้ว”

 

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะพูดทั้งหมดที่จำเป็นต้องรายงาน

 

เคนชินจดจ่ออยู่กับความเคลือบแคลง แม้จะลับร่างของชายหนุ่มที่ตอนนี้กลับรูสึกว่าเต็มไปด้วยปริศนากับหญิงสาวที่ราวกับคนไร้เดียงสาคนนั้น ก็ไม่ได้ทำให้เขาหยุดคิดได้

 

จนกระทั่งเข้าวันที่สาม...แค่สามวันหลังจากนั้น

 

ท่านนายกถูกพวกของชิชิโอลอบสังหาร

 

 

 

ความสงบสุขกำลังถูกสั่นคลอน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น