แพ้คุณ (BL)

ตอนที่ 4 : แพ้ครั้งที่ 2 แพ้เพื่อนพี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,498
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 183 ครั้ง
    25 ธ.ค. 60

“ฮ่าๆๆ มึงดูภาพนี้ดิ่ๆ โอ้ย มึงเอ้ย”

 

            ภูยื่นโทรศัพท์มาจ่อตรงหน้าผมที่กำลังนั่งหน้าหงิก ก็จะไม่ให้ทำหน้าอย่างนี้ได้ยังไงกันละครับ เมื่อภาพความอับอายของผมปรากฏไปทุกที่ให้ชาวมหาลัยเห็นกันหมด ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวานในงานรับน้องเฟรชชี่ที่ผมหาเรื่องทำให้ตัวเองขายหน้า


            วันนี้พอผมตื่นขื้นมาตอนเวลาเกือบเที่ยงหน้าจอโทรศัพท์ที่วางไว้ข้างหัวเตียงก็ขึ้นแจ้งเตือนไม่หยุด ผมที่ว่าจะกดเข้าไปดูก็ถูกขัดจังหวะโดยไอ้เพื่อนที่นั่งอยู่ตรงหน้าว่าให้ลงไปหาที่ร้านกาแฟใต้หออีกสิบห้านาที จึงมาพบกับความอับอายอย่างหาที่สุดไม่ได้แบบตอนนี้เนี่ยแหละ


“ทำหน้าเป็นตูดเลยมึง ไม่ดีหรอ ประกาศความเป็นเจ้าของไง”


“ไม่ใช่แบบนี้โว้ยย กูจะเอาหน้าไปไว้ไหนเอามาดูชัดๆอีกรอบดิ้”


            ไม่พูดเปล่า ผมคว้ามือถือที่ล่อนไปล่อนมาอยู่ตรงหน้ามาดูชัดๆอีกรอบ ภาพที่ปรากฏอยู่ในเพจที่ผมตามส่องมาตั้งแต่มัธยมยิ่งตอกย้ำความหน้าอายได้อย่างดี ใช่ครับ เพจคิ้วบอย นั่นแหละ



ทำไมหมอนอกใจเราอย่างนี้ ทำไมหมอไปแกล้งน้องเฟรชชี่อย่างนี้ หมอขา

หมอเก้า แพทย์ศาสตร์ ปี 2 @KKao  x น้องเฟรชชี่

 


           แคปชั่นกับภาพสองภาพในเพจทำผมจี๊ดขึ้นมาบนหัว ภาพแรกคือภาพที่ไม่เห็นหน้าของเจ้าตัวแต่เห็นหน้าผมที่ทำหน้าเหวอๆชัดเจน เพราะเป็นตอนที่พี่เขากระซิบกับผมพอดี ส่วนอีกภาพคือภาพที่ผมสลบไปแล้วแต่เห็นหน้าพี่เขาที่จ้องหน้าผมอยู่ ผมซูมภาพเข้าไปดูชัดๆเพื่อดูหน้าพี่เขาเต็มๆ ที่ทำหน้าเหวอไม่ต่างจากผมภาพแรก แต่เขาคงเหวอเพราะเห็นผมสลบไป


“โอ้ย ชีวิตกู ไอ้ภู ชีวิตกูอะมึงง”


“แล้วมึงดูคอมเม้นยัง มึงดูๆ”


            ผมเลื่อนไปตามที่เพื่อนว่าก็พบกับความน่าปวดหัวมากยิ่งขึ้นที่ทำให้ผมเข้าใจว่าทำไมโทรศัพท์ผมถึงสั่นไม่หยุดสักทีตั้งแต่ตอนตื่นมาและผมตัดสินใจวางไว้บนห้อง เพื่อชาตแบตที่ไม่ได้ชาตตั้งแต่เมื่อคืน


Mint Sitanan  โอ้ยย อยากไปอยู่ตรงนั้นนนน

Kaekae kunta อกปีสี่อย่างพี่จะแตกก

Sosoo Soo ขอวาปน้องหน่อยค่า หน้าใสมากก

Ant Anti ว้าย จิ้นมากค่าแอด

Kaew Kunrawee เพื่อนดังใหญ่แล้วจ้า @Ping Kuntapit

Phu PH @Sosoo Soo  นี่เลยครับ @Ping Kuntapit

 


“ไอ้เชี่ยภู มึงเอาเฟสกูไปแปะทำไมเนี่ยย” ผมหันไปโวยวายใส่


“เอ้า ไม่ดีหรอมึง เนี่ยเขาเรียกการกันคู่แข่งนะเว้ย”


            ฟังจบก็ได้แต่หันไปทำหน้าเมื่อยๆใส่มัน ผมไม่คิดเลยว่ารูปคู่รูปแรกกับคนที่มองมานานจะกลายเป็นรูปที่สาธารณะแล้วสร้างความยุ่งยากในชีวิตให้กับผมขนาดนี้


“แหนะ ดูทำหน้า ทำเหมือนกูเป็นคนถ่าย ได้ข่าวมึงเองไหมที่ตะโกนเรียกซะดัง พี่คนนั้นครับผมเอาพี่คนนั้น โถ่”


            มันพูดบีบเสียงอย่างน่าหมั่นไส้ ซึ่งผมมั่นใจเลยว่าผมไม่ได้พูดเสียงอย่างนั้นออกไปแน่นอน แต่ผมก็ไม่สามารถเถียงอะไรได้ ทำได้แค่บอกให้มันเงียบๆไปซะ มือหนาๆเลยยกมายีหัวของผมจนผมยุ่งไปหมด


การเลือกคบเพื่อนมันสำคัญนะครับ เลือกผิดคิดจนตัวตาย ดูอย่างผมนี่...


“เออมึง พวกหวานไลน์มาชวนไปสยามอะ ไปปะ ซื้อของเข้าหอด้วย”


“ไกลจังวะ”


“ผู้หญิงอะมึง”


“เกี่ยวอะไรวะ ละไปกี่โมงอะ” ไอ้ภูก้มลงมองนาฬิกาในโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานให้จนผมขนลุก


“ตอนนี้หว่ะมึง ปะ ไปกันเลย”


“เห้ยไอ้สัส เดี๋ยวๆ กูขอขึ้นไปหยิบของก่อน”


“ไม่ต้องละมึง เนี่ยหวานมันขับรถมาจอดรอหน้าหอละ”


“ห้ะ มึงคิดจะบอกกูตอนไหนเนี่ย”


            ภูไม่ตอบแต่ลากแขนผมออกไปจากร้านทันที ตรงไปยังรถฮอนด้าแบบสามตอนที่จอดเทียบท่ารออยู่หน้าหอราวกับนัดแนะกันไว้


            ก็แน่สิครับ มันคงเป็นการนัดแนะกันไว้นั่นแหละ แต่ผมเอง ผมเพียงคนเดียวที่ไม่รู้เรื่อง เมื่อก้าวขึ้นมานั่งบนรถ ก็พบกับหวานที่รับหน้าที่ขับกับชาที่นั่งอยู่ข้างๆเบาะคนขับ


            “ไงพวกมึง” ไอ้ภูทักก่อน


            “เอ้า แล้วแก้วไม่มาด้วยหรอวะ” อันนี้ผมถาม


            “แหวะ!!!!


            “เหี้ยย!


            ผมเอามือลูบอกด้วยความตกใจเมื่อเจ้าของร่างที่ถามถึงโผล่พรวดขึ้นมาจากหลังเบาะรถตอนที่สาม แก้ววันนี้ดูเปรี้ยวมากต่างจากเมื่อวานแบบหน้ามือเป็นหลังมือ


            “เล่นไรเนี่ยมึง” ผมแยกเขี้ยวใส่ ซึ่งเธอก็ยักไหล่แสดงท่าแบบ แล้วไงใครแคร์ ได้น่าหมั่นไส้มากๆ


            ถึงแม้ว่าพวกผมพึ่งรู้จักกันเมื่อวานแต่ด้วยวัยที่ใกล้เคียงกันแล้วดูจากนิสัยของแต่ละคนแล้ว ที่ได้ทดลองคุยกันตั้งแต่ในงานเมื่อวานจนถึงขั้นตั้งกรุ๊ปไลน์ด้วยชื่อว่า ห้าสหายผจญตาย แล้วคุยกันยาวจนผมหลับ


            “ชาๆเปิดจีพีเอสดิ้”


            “อ่าหะ ได้ๆ” ชาหันไปพยักหน้าให้หวาน ซึ่งผมก็แอบงงนะก็สยามมันก็ขึ้นทางด่วนตรงๆไป ลงสีลมเลี้ยวนิดหน่อยก็ถึงแล้วนี่นา แต่ช่างเถอะครับเดี๋ยวจะโดนไล่ไปขับเองเปล่าๆ


            “เออ ผิง เห็นภาพตัวเองในเฟสยังอะ” ผมหันไปทำหน้าเอือมใส่แก้ว กำลังจะเอ่ยปากตอบแต่ก็ดันมีคนแทรกขึ้นมาแทนเสียก่อน


            “มันเห็นแล้วมึง หน้าตอนเห็นนี่บานมาก”


            “ก็เชี่ยละ บานตอนไหน” ผมชี้นิ้วด่าไอ้ภู


            “ยังไงอะผิง กูสงสัยตั้งแต่ที่เลือกพี่เขาแล้วนะ” ชาหันมาถามบ้าง ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวยังชันขาขึ้นมาบนเข่าแล้วหันมาเกาะเบาะมองหน้าผิงชัดๆอย่างคาดคั้น แต่เจ้าตัวหารู้ไม่ว่าไอ้ท่าทางที่ทำมันเหมือนกับเด็กมาอ้อนขอขนมไม่มีผิด


            ผมผลักหัวมันให้กลับไปนั่งดีๆแต่ชาไม่ยอมง่ายๆ เจ้าตัวขืนศีรษะแล้วจ้องกลับมาต่ออย่างอยากรู้อยากเห็นปนเอาแต่ใจ


            “จะอยากรู้ไปทำไมเนี่ย”


            “ก็เพื่อนกัน ก็ต้องอยากรู้ไหมอะ”


            “จริงมึง” แก้ว


            “ใช่ๆ” หวาน


            “เออจริงหว่ะ” ภู


            “โว้ย อะไรของพวกมึง ไร้สะรไม่ต้องรู้หรอก ละไอ้ภูไม่ต้องมาใช่เลยมึงอะ”


            ผมโวยวายใส่ ก็ใครมันจะไปบอกได้หล่ะครับเท่าที่ผมดูจากนิสัยของเพื่อนใหม่ทั้งสามคนถ้ารู้เข้าผมว่าผมได้โดนล้อยันลูกบวชหลานบวชเหลนบวชจนกระทั่งโหลนบวชผมยังไม่รู้เลยว่าพวกมันจะหยุดล้อรึเปล่า


            มันไม่ใชเรื่องง่ายหรอกนะครับ สำหรับการบอกคนอื่นว่า เราชอบคนๆนึงโดยไม่มีเหตุผลได้ยังไง ทุกคนมักชินกับการถามหาเหตุผลรองรับเสมอ ว่าเราชอบคนๆนึงเพราะอะไร ทั้งที่ในหลายๆครั้งมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรมาตอบได้นอกจากการ..แค่ชอบ


            เพ้อเจ้อดีเนอะ


            ความรักอะหรอ


            เปล่า ผมตั้งหาก

.


            เล่นเองตบเองในใจเสร็จ ก็หันไปฉีกยิ้มให้เพื่อนรอบๆแล้วเปลี่ยนเรื่องคุยไปสัปเพเหระตั้งแต่ลงเรียนวิชาอะไร กิจกรรมคณะมีอะไรบ้าง เรื่องเล่าสยองขวัญในมหาลัย คุยจนคอเกือบแห้งก็เห็นตึกตระหง่านกลางย่านที่มีความวุ่นวายสูงสักที หวานเลี้ยวรถเข้าไปยังห้างสรรพสินค่าชื่อดัง


            การหาที่จอดในวันนี้ซึ่งเป็นวันหยุดไม่ได้ยากมากมายอย่างที่คิดและเราได้ให้ขอสรุปว่าคงเป็นโชคดีเข้าข้างพวกเราแน่ๆ ทำให้พวกเราสามารถลงมาเดินเตร่ภายในห้างได้ในเวลารวดเร็ว


            “มึง หาไรกินได้มะ กูหิว” ผมว่าแล้วเอามือลูบท้องเบาๆแสดงความหิวจัด เพราะตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาถึงบ่ายกว่าๆ แต่ตั้งแต่ตื่นมานอกจากโกโก้ร้อนในร้านกาแฟที่ไปนั่งกับภูตอนเช้า เขาก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องอีกเลย


            “เอาๆ หิวเหมือนกัน” แก้วตอบ


            “พี่บอกก่อนเลยนะว่า พี่เนี่ย ต้องการของหนักๆ เอาให้อยู่ท้องยันเช้าพรุ่งนี้จะดีมาก” หวานเก๊กเสียงแล้วจีบปากจีบคอพูด ซึ่งเสียงของหวานที่ออกมาเรียกได้ว่าชวนขำแบบสุดๆจนผมหัวเราะจนปวดท้อง  


“อยากกินชาบูอะ” คนตัวเล็กสุดในกลุ่มว่า ซึ่งครับ นั่นคือชา ไม่ใช่แก้ว เพราะผมจับเทียบส่วนสูงกันแล้วชายังตัวเล็กกว่าแก้วอีก


ไม่มีใครค้านความคิดของชาจึงเป็นอันตกลงกับการกินชาบู และไปจบอยู่ที่ร้านชาบูสไตล์ไต้หวันที่มีคนพอประมาณ เมื่อเข้ามาภายในร้านทุกคนก็ได้แสดงอภินิหารการกลายร่างจากคนเป็นปอบโดยการช่วยกันสั่งอาหารจากพี่พนักงาน และถ้าผมมองไม่ผิดผมว่าผมเห็นเหงื่อพี่เขาตอนรัวนแป้นพิมพ์รายการอาหารตามด้วย


...นับถือพี่เขานะครับ ณ จุดนี้ เขาเก่งมากที่พิมพ์ทัน...


            เมื่อของมาเสิร์ฟทุกคนสามารถการันตีความเป็นปอบของแต่ละคนได้อย่างดีมากโดยการจ้วง จก จุ่ม จิ้ม ด้วยความไวแบบที่ผมเองยังต้องเร่งสปีดให้ทัน ผมจะให้ทุกคนทายนะครับว่าใครไวสุด ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก


            แอ๊ดดด


            ผิดครับ ไม่ใช่ไอ้ภู ไม่ใช่ผม ไม่ใช่ชา แต่เป็นสองสาวที่ทำสงครามหน้าหม้อกันอย่างรวดเร็ว เหมือนกับการออกอาวุธของหนังจีนที่แทบจะมองตามไม่ทัน เรากินอยู่อย่างนั้นร่วมชั่วโมง มีพูดคุยกันบ้างนิดหน่อยแต่ความสนใจก็ยังคงอยู่กับการกิน


            “ภูๆ ไปเอาไอติมให้กูหน่อยดิ่” ผมหันไปบอกไอ้ภูที่นั่งอยู่ริมนอก


            “ไรวะ กู กูตลอด” มันไม่ว่าเปล่ายังฟาดมือลงบนแขนผมจนต้องร้องโอดโอย อย่าคิดว่ามันเล่นเบาๆนะครับ เล่นโคตรแรง แต่ยังดีที่สุดท้ายมันก็ยอมลุกไปตักไอติมมาให้ผมแต่โดยดี รวมถึงชาที่ถอนตัวจากการกินของในหม้อก็ลุกไปด้วยเช่นกัน


            รสชาติวานิลาหอมอวลไปทั้งปากล้างรสชาติของชาบูที่กินไปก่อนหน้าได้เป็นอย่างดี กลิ่นหวานๆลอยคลุ้งจมูกทำให้สดชื่นและเป็นของปิดท้ายจากการกินจนจุก จนผมรู้สึกได้ว่ากระเพาะรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย


            ผมนั่งละเลียดไอติมอยู่สักพักจนสังเกตเห็นชาที่นั่งมองนิ่งออกไปข้างนอกอย่างคนตกใจอะไรสักอย่าง ผมเลยหันไปมองตามซึ่งก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตามาก ร่างสูงโปร่ง กับหน้าตี๋ขี้เล่น ผมย้อมสีน้ำตาลอ่อนรับกับผิวขาว ในเสื้อฮาวายสีแดงจัดทำให้คนๆนั้นดูดีไม่หยอก ถึงจะไม่ได้หล่อเหมือนกับคุณชายที่หลุดมาจากวังไหน แต่ก็ถือเป็นหน้าตาแบบที่คนสมัยนี้นิยมเป็นอันดับต้นๆ



            “เฮียย!!


            “เห้ยผิง!


            เมื่อร่างนั้นเห็นคนที่โบกไม้โบกมือเรียกก็รีบเดินตรงเข้ามาเร็วๆ ซึ่งตลอดระยะที่ร่างนั้นเดินเข้ามาใบหน้าของชาก็ซีดลงเรื่อยๆสวนทางกับใบหน้าของผิงที่ยังคงยิ้มยินดี


            “เฮียมาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย”


            “เดี๋ยะเตะให้ เฮียอะต้องถามว่าผิงมาอยู่ได้ไง เมื่อวานโกวพึ่งไปส่งที่มอไม่ใช่หรอ”


            “ก็ผิงมาเที่ยวกับเพื่อนเนี่ย เพื่อนลากมา”


            พายเหลือบสายตาไปมองรอบๆโต๊ะที่ผิงว่าเป็นเพื่อน แล้วแจกยิ้มไปทั่วทั้งโต๊ะเรียกรอยยิ้มเขินๆจากสาวๆในโต๊ะได้เป็นอย่างดี


            “นี่ๆพวกมึง นี่เฮียกูชื่อพาย เฮียคนนี้หวาน แก้ว ภู แล้วก็ชา”


            ผมไล่แนะนำตัวให้เพื่อนกับเฮียรู้จักกันซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ทักกันพอเป็นมารยาท เมื่อเห็นว่าทักทายกันเสร็จแล้วผมจึงปีนเก้าอี้ออกไปยืนคุยกับเฮียให้สะดวกมากขึ้น


            “คิดถึงเฮียจังเลยเนี่ย เฮียแม่งลืมน้อง หายหน้าหายตา”


ผมกอดเฮียอย่างอ้อนๆ ใครจะมองว่าตลกก็เถอะที่มาเห็นผู้ชายสองคนกอดกันกลางร้านชาบู แต่ผมคิดถึงของผมนี่นา ผมกับเฮียไม่ได้เจอกันมากว่าครึ่งปีเพราะเฮียติดเรียนที่มหาลัย ส่วนผมก็ติดเตรียมตัวสอบมาตลอด ทำให้การไปมาหาสู่กันน้อยมาก


“เดี๋ยวเหอะผิง ใครกันแน่ที่ยุ่งจนมาหาเฮียไม่ได้”


มือหนายกขึ้นโขกหัวผมแรงๆหนึ่งที ไม่ใช่ไม่เจ็บนะครับเนี่ย ทำไมทุกคนชอบเล่นแรงๆกับผมจัง ไอ้ภูก็คนนึงแล้ว นี่ยังมาโดนเฮียเล่นแรงๆด้วยอีกคน ผมไม่โอเค


เฮียยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูแล้วทำท่าคิดอะไรสักพัก ก่อนจะหันมาพูดกับผมต่อ


“เออผิง เดี๋ยวเฮียต้องไปแล้วหว่ะ ผิงจะกลับพร้อมเฮียปะ” ผมนิ้งคิดนึงหน่อย


“อืออ ไม่อะเฮีย เดี๋ยวผิงกลับกับเพื่อน แล้วทำไมเฮียรีบกลับ”


“ก็เฮีย...มีนัดทำงานกับเพื่อนต่อ อีกอย่างก็ไม่ได้มีธุระอะไรที่นี่เหลือแล้วด้วย ไปแล้วนะ ไว้เจอกันที่มอ”


ผมกอดเฮียแรงๆอีกหนึ่งทีก่อนร่างสูงจะเดินหายไปแบบรีบๆ ไม่รู้จะรีบอะไรของเขานักหนา กับน้องกับนุ่งนี่อยู่ด้วยกันนานๆหน่อยไม่ได้ ผมดันให้ไอ้ภูเขยิบเข้าไปนั่งแทนที่ที่ผมนั่งอยู่ตอนแรกและนั่งลงบนเก้าอี้


“เฮียมึง อย่างหล่ออะ” แก้วทำหน้าเคลิ้มๆ


“แล้วกูไม่หล่อไง ใครๆก็บอกว่ากูกับเฮียหน้าคล้ายกันยังกับพี่น้องแท้” เมื่อแก้วฟังจบมันก็เอามือมาจับที่คางผมให้หมุนไปหมุนมา ขึ้นบ้างลงบ้างจนผมชักจะเวียนหัวเลยปัดมือมันออก


“เออ คล้ายอยู่นะเนี่ย แต่แบบ มันดูให้ความรู้สึกคนละแบบแหะ”


“ยังไงวะแก้ว” ภูถามขึ้นมาด้วยความสงสัย


“อธิบายยากอะ ช่างมันได้ปะ” แก้วตอบแบบขอไปที เรียกให้คนที่นั่งรอฟังอยู่ทั้งโต๊ะมองค้อนให้หนึ่งครั้ง


“แล้วนี่มึงกับเขาไม่ใช่พี่น้องแท้ๆกันหรอ แต่หน้าเหมือนกันอยู่นะ” หวานถามขึ้นมาบ้าง


“ไม่ใช่ๆ คือเฮียพายอะเป็นลูกของพี่สาวพ่อกู กูมีพี่แท้ๆอีกคน ไม่ใช่เฮียพายๆ” หวานพยักหน้าเข้าใจ คือถ้าลำดับศักดิ์แล้วเฮียกับผมอายุไล่เลี่ยกันมาก เกิดปีเดียวกัน แต่เฮียเกิดต้นปี ผมเกิดท้ายปีทำให้เฮียเรียนไวกว่าผมไปหนึ่งปีนั่นเอง


“อ่อ เข้าใจแล้วที่เลือกพี่เก้าเพราะมึงรู้จักอยู่แล้วใช่ป่าว ผิง”


ชาจากที่เงียบไปนานพูดขึ้นบ้าง ทำให้ผมที่กำลังยกน้ำขึ้นดูดต้องมองอย่างงงๆ แล้วหันไปมองไอ้ภูอย่างงงๆ ซึ่งทางนั้นก็ทำท่าว่าไม่รู้เรื่องกับสิ่งที่ชาพูดเช่นเดียวกัน


“ยังไงวะชา” ผมถามจบก็ยกน้ำขึ้นดูดต่อ


“อ่าว ก็พี่เก้ากับพี่..คนเมื่อกี้อะ เขาเป็นเพื่อนสนิทกันนี่”


.


.


“แค่กๆๆๆ!! ว่าไงนะ”




..........................................................................................................................................................

จากผู้เขียน : แง่ววว เอาผิงมาฝากแล้วววววจ้าาาา เฮียพายก็มาแล้วววววว 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 183 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

309 ความคิดเห็น

  1. #300 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 13:25
    ออหอ โลกกลมเว่อวัง
    #300
    0
  2. #225 Preamai Yudsungkud (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 20:16
    หรือว่ามันคือพรหมลิขิต~
    #225
    0
  3. #215 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 03:18
    โลกกลม มีลุ้นขึ้นอีกนิด
    #215
    0
  4. #162 eye-water maker (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 19:52
    เฮียพายกับภู ยังไงเนี่ยยยยยยย
    #162
    0
  5. #154 filmfilm12123 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 16:08
    โลกมันจะกลมหน่อยๆ
    #154
    0
  6. #128 KHUNCHAN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:29
    เฮียพายโผล่มาแค่นี้ออร่าฟามหลัวก็พุ่งกระแทกเรตินาน้องเลย ชาแอบชอบเฮียแน่เลย ส่วนผิงมีโอกาสแล้วรู้ก บุกๆๆๆ
    #128
    0
  7. #105 .•:*´Lenna`*:•. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:44
    ชากับพี่พายมีซัมติงงง
    #105
    0
  8. #60 Chooon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:43
    ชาแอบชอบเฮียพายอ่อ
    #60
    0
  9. #43 nami-maya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:47
    ชารู้จักเฮียพาย?
    #43
    0
  10. #4 ` ฟู่ฟี้บูบีลั้ลล้า . (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 21:56
    อ้าว เฮียพายเป็นเพื่อนพี่เก้าทำไมไม่บอกน้องผิงงง
    #4
    1
    • #4-1 snowday(จากตอนที่ 4)
      26 ธันวาคม 2560 / 15:17
      เฮียพายหรือผิงดีที่ควรโดนจับตี
      #4-1
  11. #3 eye19445 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 20:06
    รอนะคะ
    #3
    1
    • #3-1 snowday(จากตอนที่ 4)
      26 ธันวาคม 2560 / 15:16
      ขอบคุณที่ติดตามกันน้ะ ไม่ต้องรอนานแน่นอนน :)))
      #3-1