สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 334 : ตอนที่ 330 ซอมบี้ ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,064
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    23 ส.ค. 63

ตอนที่ 330
 
 
          หลังจากได้รู้ว่าสถานที่แห่งนี้คือนครยักษ์สตีฟก็ตกตะลึงไปจนกระทั่งได้ยินเสียงจานิส
 
 
          เจ้านายไม่หาทางออกแล้วเหรอครับ !! จานิสถามสตีฟ
 
 
          “อ๊ะจริงด้วยไม่ใช่เวลามาตกตะลึงนี่หว่าตอนนี้ต้องหาทางออกก่อน” สตีฟนึกถึงเป้าหมายตัวเองก่อนจะฉายไฟฉายในมือไปทั่วห้องสำรวจดูว่ามีทางออกบ้างมั้ยและในตอนนั้นเองจู่ๆไฟฉายในมือก็เริ่มอ่อนกำลังลง
 
 
          “หือไฟฉายตรูเป็นไรฟระถ่านจะหมดเรอะ !!” สตีฟอุทานพลางตบเข้าที่กระบอกไฟฉาย
 
 
          ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! สตีฟตบไปที่กระบอกไฟฉายหลายครั้งก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้นไฟฉายมันค่อยๆอ่อนกำลังลงเรื่อยๆจนกระทั่งแสงสว่างดับลง
 
 
          “อ่าวไอ้เวรมืดแบบนี้ตรูจะมองเห็นอะไรได้ล่ะเปลี่ยนกระบอกใหม่แล้วกันดีนะซื้อมาตอนโปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมสาม” สตีฟพูดพลางหยิบไฟฉายกระบอกใหม่ออกมาจากกระเป๋ามิติซึ่งตอนที่เขากำลังหยิบไฟฉายกระบอกใหม่ออกมานั้นถ้าเขาสังเกตให้ดีล่ะก็จะเห็นว่ามีแสงสว่างรอดผ่านออกมาจากภายหลุมศพของกษัตริย์แห่งนครยักษ์ซึ่งแสงสว่างนั่นมันรอดผ่านรอยแตกของฝาหลุมศพออกมา
 
 
          ฟุ่บ !! สตีฟหยิบไฟฉายกระบอกใหม่ออกมาและก็เปิดใช้งาน
 
 
          “อ่า...สว่างแล้วหาทางออกต่อสิรออะไร” สตีฟยิ้มออกมาและเริ่มหาทางออกภายในห้องแห่งนี้ต่อแต่พอผ่านไปไม่ถึงห้านาทีไฟฉายของสตีฟก็เริ่มอ่อนกำลังลงอีกครั้ง
 
 
          “เฮ้...เกิดอะไรขึ้นเนี่ยอย่าบอกนะว่าตรูโดนหลอกขายไฟฉายพร้อมถ่านใกล้หมดอายุน่ะ !!” สตีฟร้องโวยวายพลางทำสีหน้าเจ็บใจเพราะโดนหลอกขายไฟฉายและถ่านใกล้หมดอายุและในตอนนั้นเองจานิสก็จับสัญญาณอะไรบางอย่างได้จึงส่งเสียงบอกสตีฟ
 
 
          เจ้านายครับผมตรวจพบสัญญาณสิ่งมีชีวิตได้ครับ จานิสบอก
 
 
          กึก !! สตีฟชะงักไปทันทีก่อนจะรีบถามสตีฟ
 
 
          “สัญญาณสิ่งมีชีวิตงั้นเหรอทางไหนจานิส” สตีฟถาม
 
 
          ด้านหลังเจ้านายห่างไปเจ็ดเมตรครับ จานิสตอบ
 
 
          ควับ !! สตีฟรีบหันหลังกลับไปดูจุดที่จานิสบอกทันทีและจุดที่จานิสบอกนั้นไม่ใช่ที่ไหนเลยมันคือจุดที่มีหลุมศพของกษัตริย์นครยักษตั้งอยู่นั่นเอง
 
 
          “เฮ้...ไม่ตลกนะพวกไม่เอาแบบนั้นนะตรูยังไม่ได้แตะอะไรในห้องนี้เลยนะ” สตีฟที่ระวังตัวตลอดตั้งแต่เข้ามาในนี้พูดเขานั้นพยายามไม่แตะอะไรมั่วซั่วจนไปทำให้อะไรตื่นขึ้นมาอีกแบบที่อียิปต์
 
 
          และก็เป็นอีกครั้งที่ไฟฉายของสตีฟดับไปคราวนี้พอทุกอย่างมืดลงแล้วสตีฟก็เห็นว่ามีแสงสว่างรอดออกมาจากรอยแตกบนฝาของหลุมศพ
 
 
          “แสงนั่นอย่าบอกนะว่าเป็นแสงจากไฟฉายตรู !!” สตีฟคาดเดาได้ทันทีว่าที่แสงของไฟฉายเขาอ่อนกำลังและดับไปน่าจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
 
 
          ตึกตัก !! ตึกตัก !! ตึกตัก !! ทันใดนั้นเองสตีฟก็เริ่มได้ยินเสียงบางอย่าง
 
 
          “เสียงหัวใจตรูงั้นเหรอ...ไม่สิไม่ใช่เสียงหัวใจเต้นของเราแต่เสียงนั่นมันดังมาจากในหลุมศพกษัตริย์ยักษ์ !!” ตอนแรกสตีฟเข้าใจว่าเสียงนั่นเป็นเสียงหัวใจของเขาที่กำลังเต้นอยู่แต่เมื่อคิดดีๆจะมีมนุษย์คนไหนกันที่มีเสียงหัวใจเต้นที่ดังขนาดนั้น
 
 
          เจ้านายครับพลังงานของผมกำลังลดลง...ไม่สิมันกำลังถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็วครับเจ้านายตอนนี้เหลือ 82...80...77... กำลังลดลงเรื่อยๆครับผมขอแนะนำให้รีบหนีออกจากจุดนี้ครับเพราะดูเหมือนว่าหลุมศพนั่นจะเป็นแหล่งกำเนิดการดูดพลังงานครับและอัตราการดูดพลังงานก็ดูเหมือนจะแรงขึ้นเรื่อยๆและรัศมีก็ขยายกว้างออกไปไปทุกวินาทีด้วยครับ จานิสรายงานสภาพของตนสตีฟได้ยินแบบนั้นก็เบิกตาโพลง
 
 
          “บางอย่างที่อยู่ในหลุมศพนั่นกำลังดูดพลังงานไฟฟ้าไป !!” สตีฟอุทานออกมาก่อนจะรีบหาทางหนีออกไปจากที่นี่และทางเดียวที่มีก็คือประตูที่เข้ามานั่นเองแต่เนื่องด้วยที่มันมืดมากสตีฟจึงจำเป็นต้องรีบหยิบไฟฉายอีกกระบอกมาใช้
 
 
          พรึ่บ !! สตีฟรีบเปิดไฟฉายและวิ่งไปที่ประตูทางออกจากห้องนี้ทันทีแต่ทว่าประตูมันดันไม่มีที่จับสำหรับดึงเขาจึงออกไปไม่ได้เพราะประตูหินบานใหญ่นี่เปิดได้เพียงด้านเดียวเท่านั้น
 
 
          70...66...60 จานิสยังคงรายงานพลังงานของตนที่กำลังลดลงให้สตีฟฟังเรื่อยๆ
 
 
          “ต้องพังออกไปแล้ว” สตีฟไม่สนใจแล้วว่าการพังประตูจะทำให้ห้องที่นี่ถล่มหรือไม่ไม่รอช้าสตีฟยกหมัดขึ้นมาชกพังประตูทันที
 
 
          ตู้ม !! เพียงหมัดเดียวของสตีฟก็ทำให้ประตูหินพังลงทันทีและการที่มีอะไรบางอย่างระเบิดใต้ดินแบบนี้ทำให้เกิดเอฟเฟค(Effect)ที่ตามมา
 
 
          ครืน !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! สตีฟได้ยินเสียงเหมือนกับมีอะไรบางอย่างกำลังจะถล่มแต่นี่ไม่ใช่เวลามาสนใจเขาต้องรีบออกห่างจากห้องนี้ให้ไวที่สุด
 
 
          ฟุ่บ !! สตีฟถีบตัวพุ่งออกไปเพียงพริบตาเดียวเขาก็มาอยู่ที่กลางห้องโถงของนครยักษ์
 
 
          “จานิสพลังงานไฟฟ้ายังถูกดูดอยู่มั้ยแล้วตอนนี้นายเหลือพลังงานอยู่เท่าไหร่” สตีฟถามจานิส
 
 
          หยุดแล้วครับเจ้านายและตอนนี้พลังงานของผมเหลือ 52% จานิสบอก
 
 
          “งั้นเหรอเหลือครึ่งนึงสินะฉันคงต้องเก็บนายไว้ในกระเป๋ามิติก่อนเพื่อป้องกันเอาไว้เผื่อพลังงานนายจะถูกดูดขึ้นมาอีก” สตีฟพูดพลางถอดถุงมือออกและใส่ไว้ในกระเป๋ามิติ
 
 
          ทันใดนั้นเองหูของสตีฟก็ได้ยินเสียงวัตถุบางอย่างกำลังพุ่งแหวกอากาศลงมาแถมวัตถุนั้นดูเหมือนจะใหญ่พอสมควรจึงทำให้เกิดเสียงได้แบบนี้
 
 
          ฟิ้ว !! สตีฟรีบเงยหน้าใช้ไฟฉายในมือส่องดูว่าคืออะไรและเมื่อส่องไฟฉายขึ้นไปสตีฟก็เห็นก้อนหินขนาดใหญ่กำลังตกลงมาไม่สิพูดให้ถูกคือมันเป็นเพดานต่างหากที่กำลังตกลงมา
 
 
          “เห้ย !!” สตีฟร้องอุทานออกมา
 
 
          ตู้ม !! โคร่ม !! เพดานนั่นหล่นลงมาทับสตีฟเต็มๆแต่ดูเหมือนมันจะเป็นเพียงชั้นบางๆของเพดานเท่านั้นนั่นจึงไม่ทำให้สตีฟบาดเจ็บอะไรมากนัก
 
 
          “อูย...อะไรฟระจู่ๆเพดานตกลงมาเฉย” สตีฟตะเกียกตะกายขุดร่างตัวเองขึ้นมาจากซากเพดานที่ตกลงมาทับเขาและเมื่อเขาขุดตัวเองขึ้นมาได้จมูกเขาก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าของก๊าซมีเทนที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม
 
 
          “อี๋...ทำไมก๊าซมีเทนมันเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมเนี่ย” สตีฟบ่นออกมาแต่ทว่ายังไม่ทันได้ทำอะไรต่อสตีฟก็ได้ยินเสียงบางอย่างอีกครั้ง
 
 
          ฮืออออออ !!! เสียงเหมือนกับมีอะไรบางอย่างกำลังครางเบาๆ
 
 
          เสียงมาจากข้างบน สตีฟเงยหน้าขึ้นมองและใช้ไฟฉายส่องดูดีที่เมื่อครู่ไฟฉายเขาไม่ได้พังไปพร้อมกับเพดานที่หล่นลงมาทับเขา
 
 
          และเนื่องด้วยที่ไฟฉายในมือเป็นไฟฉายธรรมดาไม่ใช่ไฟฉายกำลังสูงที่ส่องไกลหลายร้อยเมตรหรือเป็นกิโลเมตรจึงทำให้สตีฟมองเห็นได้ไม่ไกล
 
 
          ฮือ !! ฮือ !! ฮือ !! ฮือ !! ฮือ !! ฮือ !! ฮือ !! เสียงครวญครางนั่นยังคงดังขึ้นเรื่อยๆและดูเหมือนมันจะไม่ได้มีแค่เสียงเดียวด้วย
 
 
          สัตว์กลายพันธ์งั้นเหรออาจจะเป็นเพราะเพดานถล่มลงมาเลยมีโพรงให้มันโผล่ลงมาที่นี่ สตีฟคิดว่าเสียงที่ได้ยินน่าจะเป็นเสียงของสัตว์กลายพันธ์
 
 
          “แต่เสียงครางแบบนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยแฮะเสียงตัวอะไรฟระ” สตีฟไม่เคยได้ยินเสียงของตัวอะไรที่ครางแบบนี้มาก่อนและทันใดนั้นเองไฟฉายของเขาก็ส่องไปเห็นสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่กำลังไต่เสาลงมา
 
 
          “ตะ...ตัวอะไรวะนั่น !!” สตีฟร้องเสียงหลงเพราะสิ่งที่เขาเห็นคือตัวอะไรบางอย่างมันมีขนาดสูงใหญ่กว่าสามเมตรมีมือมีเท้าคล้ายมนุษย์ผิวหนังของมันเป็นสีคล้ำเหมือนกับเนื้อที่กำลังเน่าและที่ใบหน้าของมันเละจนไม่รู้จะอธิบายรูปร่างหน้าตาของมันอย่างไรนั่นจึงทำให้สตีฟต้องใช้ระบบในการตรวจสอบว่านี่มันคือตัวอะไร
 
 
          หน้าต่าง
          ออร์คซอมบี้ Level : 642
        เป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ของยักษ์ที่ตายไปแล้วเคลื่อนไหวได้ด้วยสัญชาตญาณความอยากอาหารเท่านั้น
 
 
        “ซะ..ซอมบี้อย่าบอกนะว่าเป็นซอมบี้แบบในหนังผีดิบน่ะแถมยังเป็นออร์คด้วยนั่นก็หมายความว่ามันเป็นยักษ์น่ะสิแถมกลิ่นก๊าซมีเทนก็หึ่งเลยแบบนี้แสดงว่าก๊าซมีเทนที่อยู่ในใต้ดินนี่ไม่ได้เกิดจากมูลสัตว์เหมือนอย่างที่รู้ตอนแรกแต่มันเกิดจากเนื้อที่เน่าของเจ้าออร์คซอมบี้พวกนี้ !!” สตีฟรู้ทันทีเลยว่าก๊าซมีเทนที่ลอยอยู่ในอากาศตอนนี้ไม่ใช่เกิดจากมูลสัตว์ที่หมักอยู่ใต้ดินเพียงอย่างเดียวแต่มันเกิดจากพวกออร์คซอมบี้พวกนี้ต่างหาก
 
 
สตีฟใช้ไฟฉายส่องไปที่เสาหินต้นอื่นและเมื่อส่องไปเขาก็เห็นออร์คซอมบี้จำนวนมากกำลังไต่เสาหินลงมา
 
 
          สู้...หรือหนี...น่าจะสู้ได้อยู่เพราะออร์คซอมบี้พวกนี้เลเวลไม่ได้เวอร์เท่าไหร่...ไม่สิต้องหนีสิเฟ้ยเสามีเป็นร้อยเป็นพันต้นถ้ามันไต่ลงมาจากเสาทุกต้นล่ะก็เราต้องสู้กับพวกมันเป็นพันเป็นหมื่นตัวแน่แบบนั้นการต่อสู้คงไม่ใช่เบาๆถ้าเกิดการต่อสู้รุนแรงขึ้นล่ะก็นครยักษ์ใต้ดินนี่ถล่มหมดแน่แต่จะหนีไปทางไหนฟระยังหาทางออกไม่เจอเลยเอาจานิสออกมาใช้บินก็ไม่ได้เพราะไอพ่นจะทำให้ก๊าซมีเทนจำนวนมากที่อยู่ในอากาศระเบิดทันที สตีฟคิดในใจแต่นี่คงไม่ใช่เวลาที่ดีจะมานั่งคิดนักและเมื่อเป็นแบบนั้นเขาจึงรีบออกวิ่งทันที
 
 
          สตีฟเริ่มวิ่งหนีและหาทางออกไปด้วยแต่ว่าไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่เสากับกำแพงหินและออร์คซอมบี้ที่กำลังไต่ลงมาและดูเหมือนจะมีบางตัวไต่ลงมาถึงพื้นแล้วด้วยแต่ความเร็วของพวกมันดูเหมือนจะไม่เร็วเท่าไหร่ทำให้มันไล่ล่าและจับสตีฟได้ยากแต่ถ้าจำนวนมันมากขึ้นสตีฟก็จะมีพื้นทีหนีน้อยลงและต้องปะทะกับพวกมันแน่
 
 
          และในตอนนั้นเองก็มีเสียงบางอย่างระเบิดขึ้น
 
 
          ตู้ม !! สตีฟได้ยินเสียงระเบิดดังมาจากด้านหลังเขาหันหลังกลับไปมองและก็เห็นว่าเสียงนั่นดังมาจากทางห้องที่มีหลุมศพของกษัตริย์ยักษ์อยู่
 
 
          “ไอ้ตัวที่อยู่ในหลุมศพนั่นมันพังฝาหลุมออกมาแล้วสินะ” สตีฟรู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นไอ้เจ้าตัวที่อยู่ในหลุมศพกษัตริย์นั่นคงฟื้นขึ้นมาแล้วและมันก็พังหลุมศพออกมาได้แล้ว
 
 
          “เวรเอ้ยขออย่าให้เป็นตัวอะไรที่เกินกำลังตรูเลย !!” สตีฟได้แต่ภาวนาขอให้ตัวอะไรก็แล้วแต่ที่ฟื้นขึ้นมาจากหลุมศพไม่เก่งจนเกินกำลังของเขา
 
 
จบ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น

  1. #3616 0897375544 (จากตอนที่ 334)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 07:47
    เวลขึ้นรัวๆ แน่สตีฟ แต่เหนื่อยหน่อยนะ
    #3,616
    0
  2. #3615 -chin-jung- (จากตอนที่ 334)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 12:48
    มาเร็วๆนะครับฉากบวกรอๆ
    #3,615
    0