สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 333 : ตอนที่ 329 นครยักษ์ !!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    17 ส.ค. 63

ตอนที่ 329
 
 
          กี๊ซ !! ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! เสียงค้างคาวร้องออกมาก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีใส่สตีฟเพราะเขาดันเอาไฟฉายไปส่องพวกมันเข้าแต่ก็นะค้างคาวพวกนี้เลเวลแค่สี่ร้อยห้าสิบเท่านั้นทำให้พวกมันโดนสตีฟใช้ฝ่ามือตบตายไม่ต่างจากยุงที่บินเข้ามาตายบนไม้ตียุง
 
 
          “ค้างคาวเยอะแยะไปหมดให้ตายสิ” สตีฟบ่นออกมาเพราะเขาฆ่ามันไปไม่ต่ำกว่าห้าสิบตัวแล้ว
 
 
          เจอค้างคาวก็ดีแล้วครับเจ้านาย จานิสบอก
 
 
          “ดียังไงฟระจานิสค้างคาวพวกนี้สกปรกจะตาย” สตีฟพูด
 
 
          ดีสิครับเพราะการที่เจอค้างคาวแสดงว่าโพรงใต้ดินนี้จะต้องมีทางออกเพราะค้างคาวน่ะอาศัยอยู่ในสถานที่มีทางออกเท่านั้นครับ จานิสอธิบายว่าทำไมถึงดีที่เจอค้างคาวพวกนี้
 
 
          “จริงเหรอจานิส !!” สตีฟเบิกตากว้างเพราะเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน
 
 
          ใช่ครับเจ้านาย จานิสยืนยันอีกครั้ง
 
 
          “แบบนั้นก็ดีสิต้องรีบหาทางออกแล้วกลิ่นในโพรงนี่โคตรจะเหม็น...ว่าแต่เลเวลเราขึ้นมาเท่าไหร่แล้วนะ” สตีฟสงสัยเลเวลของตัวเองว่าขึ้นมาเท่าไหร่แล้ว
 
 
          ชื่อ : สตีฟ แมคดูวัลล์ Level : 467 (435)
อาชีพ : ฮีโร่
อายุ : 30
ฉายา : สุดยอดพ่อบ้าน
Rank : SSS
 
 
“อือขึ้นมาเยอะพอสมควรเลย” สตีฟค่อนข้างพอใจกับเลเวลที่ขึ้นมาในการออกมาเก็บเลเวลครั้งนี้
 
 
สตีฟเดินใช้ไฟฉายส่องเพดานหาค้างคาวตามมันไปเรื่อยขอแค่ตามค้างคาวไปเขาก็จะใกล้ทางออกไปเองตอนนั้นเอง
 
 
สตีฟเดินอยู่ในโพรงนานนับชั่วโมงไม่รู้ทิศทางว่าเขากำลังเดินลงลึกไปเรื่อยๆหรือกำลังเดินขึ้นสู่พื้นดินทว่าในตอนนั้นเองก็มีลมพัดผ่านใบหน้าเขาไป
 
 
ฟิ้ว !! เสียงลมพัดผ่านใบหน้า
 
 
“หือลมงั้นเหรอแสดงว่าแถวนี้มีทางออก” สตีฟยิ้มออกมาและเมื่อสตีฟเดินต่อไปอีกประมาณยี่สิบนาทีจู่ๆเขาก็เจอบางอย่างที่มันไม่น่าจะอยู่ในโพรงนี่
 
 
“ประตูหิน !!” สตีฟอุทานออกมาเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเจอประตูซึ่งมันเป็นประตูที่สร้างขึ้นมาจากหินแกะสลักด้วยลวดลายเป็นตัวอักษรอะไรสักอย่างซึ่งเขาอ่านไม่ออกแต่ดูจากอายุแล้วคงไม่ต่ำกว่าพันปีแน่นอน
 
 
 ขนาดของประตูนั้นสูงเท่ากับขนาดของโพรงที่กระตุ่นขุดพอดีซึ่งนั่นคือห้าเมตรที่มุมด้านบนมีรอยแตกประมาณหนึ่งฟุตซึ่งนั่นน่าจะเป็นรอยแตกที่ค้างคาวในโพรงนี่ใช้ลอดผ่านเข้ามา
 
 
ค้างคาวในโพรงนี่คงลอดผ่านรอยแตกนั่นเข้ามาสินะแสดงว่าน่าจะมีทางออกอยู่หลังประตูนี่ สตีฟรู้ได้ทันทีว่าน่าจะมีทางออกอยู่ที่ไหนสักแห่งอยู่ด้านหลังประตูหินบานนี้
 
 
ประตูหินงั้นเหรอครับเจ้านาย จานิสเองก็แปลกใจที่เจอประตูหินอยู่ใต้ภูเขาแบบนี้
 
 
“ใช่เป็นประตูหินที่บานประตูมีสลักตัวอักษรไว้ด้วยแต่ฉันอ่านไม่ออก” สตีฟบอก
 
 
ตัวอักษรงั้นเหรอครับเจ้านายลองบอกลักษณะตัวอักษรมาสิครับในฐานข้อมูลผมมีข้อมูลเกี่ยวกับภาษามากมายเดี๋ยวผมจะลองเทียบตัวอักษรดูเผื่อจะรู้ว่ามันถูกสร้างขึ้นในยุคสมัยไหน จานิสบอก
 
 
“ได้สิ...” สตีฟพยักหน้าก่อนจะพูดถึงลักษณะของตัวอักษรให้จานิสฟัง
 
 
ขอเวลาเปรียบเทียบข้อมูลสักครู่นะครับเจ้านาย จานิสพูดก่อนจะเงียบไป
 
 
“ระหว่างรอขอลองเปิดประตูนี่หน่อยแล้วกัน” สตีฟพูดก่อนจะวางไฟฉายไว้ที่พื้นและออกแรงเปิดประตูหินบานนี้ทันที
 
 
ย๊าก !! สตีฟออกแรงผลักประตูตอนแรกเขานึกว่าไม่ต้องใช้แรงมากเสียอีกที่ไหนได้เขาใช้แรงเกือบทั้งหมดแล้วประตูยังไม่ขยับสักนิด
 
 
แม่งเอ้ย...หนักกี่สิบตันกันฟระไอ้ประตูนี่ไม่สิน่าจะหนักเป็นร้อยตันเลยด้วยซ้ำ สตีฟคิดในใจถึงแม้เขาจะไม่เคยลองก็เถอะว่าความแข็งแกร่งของตัวเองในตอนนี้สามารถผลักหรือดันสิ่งก่อสร้างหนักได้กี่ตันแต่เขาคิดว่าสิ่งก่อสร้างที่หนักเกินสิบตันเขาน่าจะขยับมันได้ไม่ยากแต่กับประตูหินนี่ที่สูงแค่ห้าเมตรเขาใช้แรงทั้งหมดมันกลับไม่ขยับเลยสักนิดแสดงว่าประตูบานนี้น่าจะหนักเป็นร้อยตันแน่นอน
 
 
แต่เขาก็ไม่ถอดใจเขาทุ่มสุดตัวเพราะถ้าเปิดประตูบ้านี่ไม่ได้เขาคงไม่ได้กลับบ้านกันพอดี
 
 
ย๊าก !!!!!!! สตีฟเพิ่มแรงเข้าไปอีกเขาเกร็งจนกระทั่งเส้นเลือดปูดไปทั้งตัวตอนนั้นเองเสียงจานิสก็ดังแทรกขึ้นมา
 
 
เอ่อเจ้านายครับผมเปรียบเทียบตัวอักษรเสร็จแล้วครับ เสียงจานิสดังออกมาจากถุงมือ
 
 
“อย่าพึ่งกวนจานิสฉันกำลังพยายามเปิดประตูอยู่ !!” สตีฟบอกกับจานิส
 
 
แต่ว่า...
 
 
“อย่าพึ่งกวนไงเล่า !!!” สตีฟเบรคจานิสเอาไว้อีกครั้งทำให้จานิสได้แต่ทำตามที่สตีฟบอก
 
 
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
 
 
          แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! สตีฟนั่งหอบหายใจหมดสภาพอยู่หน้าประตูเขาพยายามเปิดประตูหินบ้านี่อยู่ครึ่งชั่วโมงแต่มันก็ไม่ยอมขยับเลยสักนิด
 
 
          “ให้ตายสิถ้าไม่ติดว่ากลัวภูเขาลูกนี้ถล่มทับตูล่ะก็ตรูจะทุบประตูนี่ให้พังเลย” สตีฟบ่นออกมาเขานั่งพักจนกระทั่งหายเหนื่อยและนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้จานิสบอกว่าเปรียบเทียบตัวอักษรบนประตูเสร็จแล้ว
 
 
          “จานิสแกบอกว่าเปรียบเทียบตัวอักษรบนประตูเสร็จแล้วได้ความว่ายังไงบ้าง” สตีฟถาม
 
 
          ครับเทียบจากฐานข้อมูลแล้วพบว่าอักษรบนประตูมีความเป็นไปได้ที่จะตรงกับภาษาไอริชโบราณถึง 82% ครับซึ่งตัวภาษามีอายุไม่ต่ำกว่าเก้าพันปีครับ จานิสบอก
 
 
          “หือเก้าพันปีเลยงั้นเหรอเก่าแก่น่าดูเลยนะนั่นแสดงว่าประตูนี่ถูกสร้างโดยชาวไอริชสินะสร้างได้ยังไงกันสมัยก่อนมันมีเทคโนโลยีที่สามารถเจาะเข้ามาสร้างเจ้าประตูนี่ในภูเขาได้ด้วยงั้นเหรอ !!” สตีฟนึกไม่ออกเลยว่ามนุษย์กว่าเก้าพันปีที่แล้วเข้ามาสร้างประตูนี่อยู่ในภูเขาลูกนี้ได้อย่างไร
 
 
          ไม่ทราบเช่นกันครับ จานิสเองก็บอกไม่ได้ว่าชาวไอริชโบราณสร้างประตูหินที่อยู่ใต้ภูเขานี่ได้ขึ้นมาอย่างไร
 
 
          “แล้วแปลความหมายได้ว่ายังไงล่ะ” สตีฟถามถึงความหมายของตัวอักษรที่อยู่บนประตู
 
 
          ครับจากการเทียบข้อมูลและวิเคราะห์แล้วตัวอักษรที่เขียนอยู่บนประตูนั้นเขียนว่า [ดึง] ครับ จานิสบอกถึงตัวอักษรที่เขียนไว้บนประตู
 
 
          “ห๋า !!!!!!!!!!!” สตีฟที่ได้ยินความหมายของตัวอักษรบนประตูถึงกับร้องเสียงหลง
 
 
          ยะ...อย่าบอกนะว่าที่ตรูออกแรงผลักเพื่อเปิดประตูนี่แทบตายแต่มันก็ไม่ยอมขยับเป็นเพราะตรูเปิดไม่ถูกวิธี.... สตีฟนึกถึงการกระทำของตัวเองก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่าตัวเองดูโง่ขึ้นมาทันที
 
 
          สตีฟไม่รอช้ารีบฉายไฟฉายไปที่ประตูอีกครั้งเพื่อดูว่าตรงไหนมีช่องหรือมีอะไรให้สามารถจับประตูแล้วดึงได้บ้างและเมื่อสำรวจดูอย่างละเอียดเขาก็พบช่องที่สามารถสอดมือเข้าไปได้ไม่รอช้าสตีฟรีบลุกขึ้นและสอดมือเข้าไปในช่องนั่นและออกแรงดึงประตูทันที
 
 
          ครืน !! ทันทีที่สตีฟดึงประตูก็เริ่มขยับ
 
 
          “..........................” ทันทีที่ประตูเริ่มขยับสตีฟได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรเขาออกแรงเปิดประตูนั่นจนกว้างพอให้เขาแทรกตัวผ่านไปได้
 
 
          ฟุ่บ !! สตีฟแทรกตัวผ่านประตูเขาไปและทันทีที่ผ่านประตูสตีฟก็เบิกตากว้างเพราะภาพที่เห็นคือห้องโถงขนาดใหญ่เพดานสูงมากจนสตีฟไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสูงเท่าไหร่เพราะไฟฉายเขาเป็นแค่ไฟฉายธรรมดาฉายไปได้ไกลแค่ไม่กี่สิบเมตรแต่ที่น่าตกตะลึงอีกอย่างคือเสาหินที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างดีขนาดของเสาหินน่าจะใหญ่ประมาณสิบคนโอบแถมเสาหินพวกนี้ยังมีเรียงกันเป็นร้อยต้น

error loaded
ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง The Lord of The Ring


 
 
          (ไรท์ : ถ้าให้จินตนาภาพก็ที่เห็นก็เหมือนกับภาพของนครแห่งดวอโรเดลฟ์อาณาจักรของคนแคระจากเรื่อง The Lord of the Ring ภาคแรกครับซึ่งหนังเรื่องนี้ฉายครั้งแรกในปี 2001 เด็กยุค 90 คงรู้จักกันดี)
 
 
          “เหลือเชื่อนี่มันอะไรกันเนี่ย!!” สตีฟอดตะลึงไม่ได้เพราะภาพที่เขาเห็นนี่มันสวยงามเกินจะบรรยาย
 
 
          อะไรเหลือเชื่อเหรอครับเจ้านาย จานิสนั้นไม่สามารถเห็นภาพเดียวกันกับที่สตีฟเห็นได้จึงไม่รู้ว่าสตีฟเป็นอะไร
 
 
          “ไม่รู้จะอธิบายให้แกฟังยังไงเลยว่ะจานิส” สตีฟไม่รู้จะอธิบายภาพที่เห็นอย่างไรดี
 
 
          งั้นเหรอครับว่าแต่เจ้านายจะไม่หาทางออกเหรอครับ จานิสเองก็ไม่เซ้าซี้แต่ก็เตือนเรื่องเป้าหมายของสตีฟแทน
 
 
          “อ๊ะจริงด้วยทางออกตรูต้องหาทางกลับบ้านนี่เนอะ” สตีฟมัวแต่ตกตะลึงจนลืมเป้าหมายไปเมื่อได้จานิสเตือนเขาจึงกลับมาที่เป้าหมายของเขาอีกครั้งนั่นก็คือหาทางออกเพื่อกลับบ้าน
 
 
          แต่ทว่าสถานที่แห่งนี้มันกว้างมากจนสตีฟไม่รู้เลยว่าจะเริ่มสำรวจทางไหนก่อนแน่นอนในโถงแหงนี้อากาศค่อนข้างโปร่งมีลมแต่ก็ยังมีกลิ่นของก๊าซมีเทนอยู่ทำให้เขาไม่สามารถใช้ไอพ่นเพื่อขึ้นบินได้เพราะประกายไฟจากไอพ่นมันจะทำให้ก๊าซมีเทนระเบิดเขาจึงต้องเดินสำรวจด้วยตัวเอง
 
 
          สตีฟเดินสำรวจอยู่สักพักระหว่างสำรวจเขาก็เจอข้าวของเครื่องใช้มากมายแต่ทว่าข้างของเครื่องใช้พวกนี้มันแปลกๆ
 
 
          “หม้อบ้าอะไรฟระเนี่ยโคตรจะใบใหญ่ต้มซุปเลี้ยงคนทั้งเมืองยังได้เลยมั้ง...แล้วดูนี่สิช้อนงั้นเรอะเวรช้อนบ้าอะไรใหญ่เท่ารถตู้” สตีฟมองดูหม้อและช้อนที่พบ
 
 
          จะเก็บกลับบ้านมั้ยครับเจ้านาย จานิสถาม
 
 
          “ไม่เอาอ่ะไม่รู้มันมีอาถรรพหรือเปล่าขืนมีอาถรรพขึ้นมาตรูเก็บไปก็ซวยสิตอนนี้ตรูก็ไม่ได้ร้อนเงินด้วยเก็บกลับไปก็ขายยากอีกต่างหาก” สตีฟตอบซึ่งเขาไม่กล้าเก็บสุ่มสี่สุ่มห้า
 
 
          “แม่งกว้างเป็นร้อยสนามฟุตบอลเลยไอ้เวรตอนแรกตะลึงที่มันสวยอลังการอยู่หรอกนะแต่สร้างกว้างไปแล้วนะเว้ย...อ๊ะนั่นเจอกำแพงแล้วและก็นั่นประตูอีกแล้วหวังว่าคงเป็นทางออกนะ” สตีฟเดินสำรวจจนเจอกำแพงของห้องโถงแถมยังเจอประตูอีกบานด้วยไม่รอช้าสตีฟรีบเดินไปเปิดประตูนั่นทันที
 
 
          “ขออนุญาตนะครับ !!” สตีฟเดินไปเปิดประตู
 
 
          ครืด !! เสียงประตูถูกเปิดออกสตีฟรีบแทรกตัวเข้าไปทันทีที่มันเปิดกว้างพอเมื่อเข้ามาด้านในสตีฟก็ฉายไฟฉายไปทั่วห้อง
 
 
          “ห้องโถงเล็ก...หือนั่นอะไรน่ะ !!” สตีฟเข้ามาก็พบห้องโถงเล็กและสิ่งก่อสร้างบางอย่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวประมาณสี่เมตรกว้างประมาณสองเมตรสูงจากพื้นดินประมาณสองเมตร
 
 
          “อย่างกับหลุมศพแต่ขนาดใหญ่ไปหน่อยนะ” มองแวบแรกคิดว่ามันคือหลุมศพ
 
 
          หือตรงนี้มีตัวอักษรสลักเอาไว้ สตีฟเห็นว่ามีตัวอักษรบางอย่างสลักเอาไว้ด้วย
 
 
          “จานิสช่วยแปลข้อความให้ทีสิ” สตีฟบอกจานิสก่อนจะบอกถึงลักษณะของอักษรใช้เวลาไม่นานจานิสก็แปลเสร็จ
 
 
          มันเขียนว่า...หลุมศพของกษัตริย์แห่งนครแห่งยักษ์...ครับเจ้านาย จานิสบอก
 
 
          “หลุมศพจริงด้วย...เดี๋ยวสิกษัตริย์แห่งนครยักษ์งั้นเหรออย่าบอกนะว่าที่นี่เป็นเมืองยักษ์อะไรทำนองนั้นน่ะ !!” สตีฟคิดถึงความเป็นไปได้
 
 
          ประตูสูงกว่าห้าเมตร...ห้องโถงที่โคตรจะสูงจนมองไม่เห็นเพดาน...ข้าวของเครื่องใช้ขนาดใหญ่...ดูๆไปแล้วมันไม่ใช่ของที่มนุษย์สูงเมตรกว่าๆจะใช้ได้เลยนี่ตรูค้นพบนครของยักษ์เหรอเนี่ย !! สตีฟตกตะลึงเป็นอย่างมากเพราะนึกไม่ถึงว่าการออกมาเก็บเลเวลของเขาจะทำให้เขาค้นพบกับนครยักษ์แบบนี้
 
 
จบ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น

  1. #3614 -chin-jung- (จากตอนที่ 333)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 13:11

    ทำงานเป็นนักสำรวจนักบุกเบิกก็ได้นะสตีฟเนี้ย555

    #3,614
    0
  2. #3613 SATANG AI (จากตอนที่ 333)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 05:48
    โถ สตีฟเจออะไรแปลกๆอีกแล้ว
    #3,613
    0