นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF CNBLUE&SNSD] 12 PM...............(100%)

"เขาว่ากันว่าถ้าโกหกหลังเที่ยงในวันเอพริ่วฟูเด แล้วเรื่องโกหกจะกลายเป็นความจริง" ถ้าฉันโกหกว่าเขาบอกรอกฉัน แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องจริงด้วยรึเปล่านะ?

ยอดวิวรวม

2,340

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


2,340

ความคิดเห็น


48

คนติดตาม


23
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 2
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 เม.ย. 56 / 21:37 น.
นิยาย [SF CNBLUE&SNSD] 12 PM...............(100%)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


 
Girl's Day - Oh Great!


 

 

 
สวัสดีค่ะรีดเดอร์ทุกคน ช็อทฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คิดพล็อตได้ตอนนั่งท่องโลกออนไลน์ในวันที่ 1 เมษายน หรือวัน “April fool day” ที่เราๆรู้จักกันนั่นเอง แล้วไปเห็นข้อความในทวิตของใครก็ไม่รู้ประมาณว่า “อย่าโกหกหลังเที่ยงเพราะมันจะกลายเป็นเรื่องจริง” ด้วยความที่ไรเตอร์เป็นคนชอบหาเรื่องให้ตัวเอง(?) เลยโยนฟิคเรื่องยาวที่เขียนอยู่ทั้งสองเรื่องทิ้งแล้วมานั่งแต่งช้อทฟิค  ความจริงกะว่าจะอัพช็อทฟิคก่อนแล้วค่อยไปอัพเรื่องยาว จะได้ถือโอกาสโปรโหมดไปด้วย ไปๆมาช็อทฟิคมันยาวเบื้อยกินความยาวหน้ากระดาษไป16หน้า  แต่งเสร็จแล้วยังพิมพ์ไม่เสร็จ ส่วนฟิคยาวก็ค้างเติ่งแต่งเสร็จแล้ว พิมพ์เสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้อัพ ไรเตอร์เลยต้องตัดใจเอาช็อทฟิคมาอัพก่อน 10% แล้วค่อยไปอัพอีกสองเรื่องต่อ....

ช็อทฟิคเรื่องนี้เป็นคู่แปลก จงฮยอน + แทฮยอน ชานมไข่มุกคอปเพิล>>>>ตั้งเองเรียกเองเสร็จสรรพ5555

เนื่องจากไรเตอร์เป็นเมนจงฮยอนที่ตกข่าวพึ่งรู้ว่าพี่แทเขียน Thank you ถึงจงฮยอนใน I Got A boy และพึ่งจะฟิน ไม่รู้จะมีคนรึเปล่า อิอิ>>>>> เอาเถอะ อ่านไรเตอร์แพล่มมาเยอะแล้ว ไปอ่านฟิคกันเล๊ย!!^^


 

 


 

 


 Got A Boy รักร้ายฉบับผู้ชายสีฟ้า

 

123722102554




   Ghost girl

Detective Highschool!

By พันธนาการฟ้า


Dangerous valentine

 





:)  Shalunla   



 Label Factory !


 

 

 

 

123722102554
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 เม.ย. 56 / 21:37





[SF Jonghyun - Taeyeon]

12 PM

Hey Girl’s!  Listen to ma love story

This song for one and only

เฮ้! สาวๆ มาฟังเรื่องราวความรักของฉันกันเถอะ

เพลงนี้เพื่อใครคนนั้นคนนั้นล่ะ...”

Girl’s Day – Oh Great!


 

Taeyeon Part




 

            ฉันก้าวเข้ามาในห้องนอนของตัวเองพร้อมกับแก้วน้ำอัดลมแก้วใหญ่เย็นเจี๊ยบในมือ  ก่อนจะต้องทำหน้าเบ้เพราะอากาศอันร้อนระอุราวกับถูกขังอยู่ในเตาอบของวันแรกในเดือนเมษายน  เดือนที่ร้อนที่สุดในรอบปี  ฉันทิ้งร่างของตัวเองลงนั่งบนเก้าอี้บุฟองน้ำนุ่มนิ่มก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของตัวเองและเริ่มวันที่แสนน่าเบื่อด้วยการท่องโลกโซลเชี่ยวเน็ทเวิร์ก  ก่อนอยู่ๆก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างซ้ายมันจะเต้นตึกตักขึ้นมาเพราะรูปถ่ายรูปแรกที่ปรากฏแก่สายตาบนทามไลน์ของฉันในเฟสบุ๊คส์.....รูปถ่ายของผู้ชายผิวขาวราวกับกินกลูต้าแทนข้าว  เจ้าของผมสีดำสนิทตัดกับสีผิว  ดวงตาคมจมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากสีแดงจัดที่มักจะยกยิ้มกว้างโชว์ลักยิ้มที่ข้างแก้มให้คนอื่นอยู่เสมอ  ยิ้มที่ทั้งสดใสและอบอุ่นราวกับแสงแดดอ่อนๆในยามเช้า.......ลีจงฮยอน  มือกีต้าร์สุดหล่อหนึ่งในสมาชิกวงดนตรีประจำโรงเรียนที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันกรี๊ดกร๊าดและแทบจะลงไปนอนแดดิ้นอยู่บนพื้นเมื่อเขาหันมามองและส่งยิ้มให้.....และแน่นอนที่พูดๆมาทั้งหมดนั่นน่ะมันรวมถึงฉันด้วย!......ก็เขาเล่นทั้งหล่อขาว  เรียนดี  กีฬาเด่น  อัธยาศัยเยี่ยม เล่นดนตรีเลิศ แถมร้องเพลงก็เพราะจับจิต....

 

.........บอกตรงๆว่าคนนี้น่ะสเป็คแทยอน!!!........

 

ฉันเลื่อนเม้าส์ในมือกดเข้าไปดูโปรไฟส์ของเขาโดยอัตโนมัติและเริ่มต้นเซฟรูปของเขาอย่างบ้าคลั่ง  เหมือนเช่นทุกวัน.......... ฉันคลิกออกมาจากโปรไฟส์ของจงฮยอนอย่างอิ่มเอิบใจหลังจากได้เสพรูปคนหล่อเป็นอาหารตาไปเกือบร้อยรูป  พลางเลื่อนดูความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆในเฟสบุ๊คส์ก่อนคิ้วจะขมวดเข้าหากันนิดๆเมื่อชักสังเกตว่าข้อความบนหน้าทามไลน์มันออกมาในแนวเดียวกันเกือบหมด

 
 

จ่าเงิงมหาเสน่ห์

            “วันนี้ฉันไปดัดฟันมาล่ะ  ฟันฉันหายเงิงแล้วนะ! # Happy April fool day!
 

ควอน ยูริ

            “ฉันขาว  #นี่เรื่องจริงนะ#เชื่อมั้ย#Happy April fool day!
 

น้องซอรักโลก

            “วันนี้ฉันไปกินแฮมเบอร์เกอร์มาค่ะ  และตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะเลิกกินผักเพราะมันเป็นการตัดต้นไม้ทำลายป่า ซอรักโลกนะคะ  # สุขสันต์วันเมษาน่าโง่!

 

 

            April fool day ? วันเมษาน่าโง่?  จริงสินะวันนี้มันวันที่หนึ่งเมษายน วันโกหกโลกนี่นา.....ฉันลืมไปซะสนิทเลยนะเนี่ยว่าเคยมีวันแบบนี้ถือกำเนิดขึ้นบนโลกกลมๆใบนี้ด้วย  ข้อความบนหน้าเฟสบุ๊คมันไม่ได้ทำให้ฉันสนใจมากนัก  เพราะส่วนใหญ่มันจะเป็นการโพสเรื่องโกหกเล็กๆน้อยๆเพื่อร่วมสนุกในวันเมษาน่าโง่ซะมากกว่า  ฉันเกือบจะปิดหน้าเฟสบุ๊คส์ไปและไปหาอย่างอื่นทำอยู่แล้วถ้าดวงตากลมโตไม่ไปสะดุดเข้ากับข้อความที่รุ่นน้องที่รู้จักโพสขึ้นมาซะก่อน

 


 

Kang Minhyuk

            “เขาว่ากันว่าถ้าโกหกหลังเที่ยงในวันเอพริ่วฟูเดเรื่องโกหกจะกลายเป็นเป็นความจริง  อย่าโกหกหลังเที่ยงกันนะครับ^^

 



 

................ห้ามโกหกหลังเที่ยง พึ่งเคยได้ยินเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย ฉันเผลอเหลือบไปมองบนหน้าจอแล็ปท็อปและพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงหนึ่งนาทีพอดีเป๊ะ เหมือนสวรรค์จะเป็นใจอยากให้ฉันลองของซะเหลือเกิน  ฉันนิ่งคิดอยู่ซักพัก ดวงตากลมโตจับจ้องอยู่ที่ข้อความของ Kang Minhyuk ก่อนไอเดียประหลาดๆที่ผุดขึ้นมาในหัวผสมกับความอยากรู้อยากลองมันจะสั่งให้ฉันรัวเคาะคีบอร์ดพิมพ์ข้อความสั้นๆลงบนกล่องข้อความในเฟสบุ๊คส์

 



 

Taeyeon_SS

            “ลีจงฮยอนบอกรักฉัน!!  #Happy April fool day



 

 

ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะหลับหูหลับตากดส่งข้อความนั่นเข้าสู่โลกโซเชี่ยวเน็ทเวิร์ก  แค่ลองดูมันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายใช่มั้ยล่ะ! ....และถ้าไอ้ความเชื่อเรื่องห้ามโกหกหลังเที่ยงนั่นเป็นเรื่องจริง....



 

 

......ลีจงฮยอน  งานนี้นายเสร็จฉันแน่!!






 

************************(((10%)))***************************




 

“อะไรนะ! เมื่อวานแกโพสลงเฟสว่าถูกจงฮยอนบอกรัก!

ยัยมิยองเพื่อนสนิทของฉันโวยวายเสียงดังลั่นโรงอาหารจนคนอื่นหันมามองทางเรากันเป็นตาเดียวทันทีที่ฉันเล่าวีรกรรมของตัวเองให้ยัยนั่นฟังจบ

“เบาๆหน่อยสิวะ  กลัวคนอื่นเขาไม่รู้รึไง!

“ขอโทษๆ ก็คนมันตกใจนี่หว่า”

มิยองพูดโดยลดระดับเสียงให้เบาลงก่อนจะยื่นหน้าเข้ามากระซิบกับฉัน

“แล้วนี่แกจะทำยังไงต่อ”

“ทำยังไง  หมายความว่าไง  ฉันต้องทำอะไรด้วยเหรอ”

“เอ๊า! ไหนๆก็อุตส่าห์ลงทุนเสี่ยงโดนแฟนคลับของจงฮยอนตบโพสว่าถูกเขาบอกรักไปขนาดนั้นแล้ว ทำไมไม่พิสูจน์ให้มันรู้ดำรู้แดงไปเลยเล่าว่าไอ้เรื่องห้ามโกหกหลังเที่ยงนั่นมันจริงรึเปล่า”

“ฉันไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้ขนาดนั้นซักหน่อย  แล้วอีกอย่าง.......”

“ไม่ต้องเสียเวลาคิดแล้ว  ที่รักแกเดินมานู่นแล้วลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลย!

ยังไม่ทันพูดจบประโยคคำพูดที่เหลือมันก็ถูกกลืนหายลงคอไปทันทีเมื่อยัยมิยองพูดแทรกขึ้นมาแถมยังฉุดให้ฉันลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้  และลากให้ฉันเดินตามไปแบบไม่ถามความเห็นซักคำว่าฉันอยากจะไปกับมันด้วยรึเปล่า

..........แล้วฉันก็เห็นจงฮยอนยืนอยู่ตรงนั้น  ที่หน้าประตูทางเข้าโรงอาหารพร้อมกับเพื่อนในกลุ่มของเขาอีกสามคนที่ระดับความหน้าตาดีไม่มีใครแพ้ใครเลยซักนิด  หัวใจของฉันมันเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาอยู่นอกอกเมื่อมิยองลากให้ฉันเดินเข้าไปใกล้เขามากขึ้นทุกที.....ยิ่งมองผิวขาวๆนั่นของเขาใกล้ๆ  ยิ่งได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาเหมือนเทพบุตรตกลงมาจากสวรรค์นั่นในระยะประชิด  หัวใจของฉันมันก็ยิ่งทำงานหนัก  ให้ตายเถอะ!  ถ้าขืนเข้าไปใกล้เขามากกว่านี้ฉันต้องเป็นลมหรือหัวใจวายตายเพราะโดนออร่าความหล่อของเขาเล่นงานแหงๆ!

“นี่! เลิกทำหน้าเหมือนพวกโลกจิตชอบถ้ำมองผู้ชายแบบนั้นได้แล้ว  เก๊กๆหน่อยสิยะ!

เสียงกระซิบของมิยองดึงให้ฉันหลุดออกจากภวังค์  ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะแกล้งทำหน้านิ่งเหมือนไม่สนใจในจังหวะที่กำลังจะเดินสวนกับจงฮยอน  ถึงมันจะดูไม่เนียนเอาซะเลยเพราะแก้มแดงๆสองข้างของฉันก็เถอะ..........หันมามองฉันสิ   ฉันมายิ้มให้ฉัน  แล้วบอกว่านายรักฉัน  พิสูจน์ว่าเรื่องห้ามโกหกหลังเที่ยงนั่นมันเป็นความจริง! ......ฉันภาวนาพร้อมกับอวัยวะที่เต้นกระหน่ำอยู่ในอกข้างซ้าย

“อ้าว”

นั่นไง!  เขาทักฉันแล้ว!!  จงฮยอนหันมาทางฉันพร้อมกับคลี่ยิ้มกว้างที่ทำให้โลกกลมๆใบนี้ดูสดใสขึ้นอีกเป็นกอง  ขอบคุณสวรรค์  ขอบคุณวัน April fool day ขอบคุณที่ทำให้เรื่องโกหกที่ฉันโพสไปนั่นมันกลายเป็นความจริง!

“มากินข้าวเหรอเจสสิก้า”

อ่อใช่ เจสสิก้า....หะ!  อะไรนะเจสสิก้า!  ใครคือเจสสิก้า! ฉันชื่อแทยอนต่างหากเล่าแทยอน!

จงฮยอนทำให้หัวใจฉันแทบหยุดเต้นเมื่อเขาสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ฉันทีละก้าวๆและ.....เดินผ่านไปหน้าตาเฉย!

......แล้วความจริงที่ลอยมากระแทกหน้ามันก็ทำให้ฉันแทบล้มทั้งยืนเมื่อรู้ว่าคนที่จงฮยอนทักแถมยังส่งยิ้มชวนละลายนั่นไปให้ไม่ใช่ฉันแต่เป็นผู้หญิงผมทองหน้าหวานที่ยืนอยู่ด้านหลัง

 

เพล้ง  เพล้ง!

 

.......ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหน้าตัวเองแตกเลยล่ะ  ใครก็ได้ช่วยเก็บเศษให้ที!

“ทำไมเขาไม่เห็นสนใจแกเลยวะ”

มิยองยื่นหน้าเข้ามากระซิบกับฉัน  รู้แล้วโว้ย! ว่าถูกเขาเมินจะย้ำให้มันชีช้ำระกำใจกันไปถึงไหนยัยเพื่อนบ้า!

“แบบนี้ก็แสดงว่าเรื่องห้ามโกหกหลังเที่ยงอะไรนั่นของแกมันโม้น่ะสิ”

“เออ!

ฉันกระแทกเสียงอย่างหัวเสีย  แล้วก็ยิ่งหัวเสียหนักกว่าเดิมร้อยเท่าเมื่อเห็นว่าจงฮยอนกำลังหัวเราะต่อกระซิบอยู่กับผู้หญิงที่ชื่อเจสสิก้าอย่างสนิทสนม.....โอ้ย! จะมาโชว์หวานความสัมพันธ์เกินเพื่อนอะไรกันแถวนี้ยะ  เห็นแล้วหมั่นไส้!  ห้ามโกหกหลังเที่ยงอะไรกัน  คำสาปวันเอพลิ้วฟูเดอะไรกัน  มันเพ้อเจ้อทั้งเพ!

 









 

ตู้แช่ไอศกรีมถูกฉันเปิดออกก่อนไอศกรีมรถผลไม้มากมายจะถูกฉันโยนลงตะกร้าในมือตัวเอง  เพื่อตุนไว้กินหลังเลิกเรียนในวันที่อากาศร้อนนรกแตกเหมือนพระเจ้าลงโทษแบบนี้  ฉันเลียริมฝีปากบางเคลือบลิปมัน กลิ่นสตอเบอรี่ของตัวเองเมื่อเหลือบไปเห็นไอศกรีมรสกีวี่ของโปรดแท่งสุดท้ายในตู้แช่  แต่ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบ  ไอศกรีมสุดที่รักกลับถูกใครบางคนฉกไปต่อหน้าต่อตา

“นี่!..........

ฉันขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจ  ตั้งใจจะด่ากราดคนที่ยังอาจมาแย่งไอศกรีมจองฉันไปต่อหน้าต่อตาให้หูชา  ก่อนคำด่ามากมายจะถูกดีลีททิ้งไปโดยอัตโนมัติเหลือเพียงแค่สีขาวโพลนในหัว  เมื่อพบว่าคนตัวสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือ...........ลีจงฮยอน!!

..........อยู่ๆก็บังเอิญเจอกันนอกโรงเรียนแบบนี้แถวบ้านฉันเรียกว่าพรหมลิขิตชัดๆ!!

“ฉันแย่งไอศกรีมของเธอรึเปล่า”

“ปะ....เปล่า ถ้านายอยากได้ก็เอาไปเถอะฉันหยิบอันอื่นมาเยอะแล้ว”

จงฮยอนพยักหน้าช้าๆ  เขาหันไปเลือกไอศกรีมอีกสองสามแท่งในตู้แช่  ก่อนจะทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบผูกเป็นโบว์เพราะประโยคต่อมาของเขา

“ยูสเซอร์เธอในเฟสบุ๊คส์ใช่ Taeyeon_SS รึเปล่า”                                      

เขารู้ชื่อยูสเซอร์ของฉันด้วยเหรอ! ฉันควรจะดีใจใช่มั้ยเนี่ย....แต่ทำไมอยู่ๆฉันถึงรู้สึกเหมือนได้กลิ่นลางร้ายมันลอยมาเข้าจมูกแบบนี้ล่ะ....

“เมื่อวาน.....ฉันเห็นนะว่าเธอโพสอะไร”

 

ตุ่บ!

 

ตะกร้าในมือฉันมันร่วงลงไปนอนแอ่งแม้งบนพื้นทันทีเพราะประโยคเรียบๆของคนตรงหน้า  จงฮยอนไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าฉันตอนพูดด้วยซ้ำเขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเลือกไอศกรีมในตู้แช่  แต่ฉันนี่สิ!

ทั้งช็อกทั้งอายจนอยากจะเอาหน้ามุดดินหนีอยู่แล้ว  เพราะโพสเดียวที่ฉันโพสลงเฟสบุ๊คส์เมื่อวาน  และคงเป็นโพสเดียวกับที่เขาเห็นมันคือ....โพสที่ฉันบอกว่าถูกเขาบอกรัก!

 

Taeyeon_SS

            “ลีจงฮยอนบอกรักฉัน!!  #Happy April fool day

 

ชื่อเป๊ะ  นามสกุลมี ในจักวาลนี้มันจะยังมีลีจงฮยอนคนไหนอีก  เขาต้องรู้แน่ว่าฉันหมายถึงเขา  ถึงจะมีคำว่า Happy April fool day ต่อท้ายก็เถอะแต่ฉันกับเขาไม่ได้สนิทกันซักหน่อยเคยพูดกันยังไม่ถึงสิบประโยคเลยมั้ง เอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นเขาต้องโกรธฉันมากแน่ๆเลย!  ตาย  ตาย  ตาย! คิมแทยอนงานนี้เธอตายหยังเขียดแน่!  ฉันก้าวเท้าถอยหลังออกมาห่างจากเขาโดยอัตโนมัติก่อนจะหันหลังกลับและใส่เกียร์หมาวิ่งแบบไม่คิดชีวิตออกมาจากมินิมาร์ท  ปล่อยให้สุดที่รักของฉัน(?)ยืนงงเป็นไก่ตาแตกกับท่าทางแปลกๆอยู่ในมินิมาร์ทนั่นคนเดียว  ให้ตายเถอะคิมแทยอนงานนี้เธอไม่มีหน้ากลับไปเจอเขาอีกแล้วแหงๆ  ให้ตายเถอะๆ  ให้ตาย!!!

 

 

.............แต่รู้อะไรมั้ย การไม่ได้เห็นหน้าจงฮยอนซักวันสำหรับฉันมันหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าการก่อการร้ายซะอีก!

           

 

            เพราะงั้นวันนี้ฉันถึงต้องมายืนอยู่ตรงนี้ไง  ในซอกมืดๆระหว่างอาคารเรียนข้างๆสนามบาสกลางแจ้งที่พวกนักบาสกำลังขับเขี้ยวกันอย่างเมามันอยู่อยู่ในสนาม  และนั่น!  จงฮยอนก็เป็นหนึ่งในนักบาส พวกนั้น  วันนี้เขาสวมเสื้อกล้ามสีแดงและกางเกงขาสั้นสีเดียวกันเพื่อความคล่องตัวในการเล่นบาส  เสื้อผ้าสีสดพวกนั้นมันยิ่งช่วยคลับผิวขาวๆของเขาให้ยิ่งดูขาวสว่างเข้าไปอีก  เม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าคมคายเพราะการเล่นกีฬามันเกือบทำให้ฉันกรี๊ดออกมาอยู่แล้วถ้าไม่ติดอยู่ที่ว่าฉันกำลังพยายามซ่อนตัวจากสายตาของทุกคนน่ะนะ.....ทำไมฉันต้องซ่อนตัวน่ะเหรอ? ก็เพราะฉันไม่อยากถูกจงฮยอนมองเหมือนเป็นตัวประหลาดแล้วชี้มาที่ฉันและหันไปพูดกับเพื่อนของเขาว่า “เฮ้ย! ดูนั่นดิยัยนั่นโกหกคนอื่นว่าถูกฉันบอกรักว่ะ!  น่ะสิ!  แต่ถ้าไม่ได้เห็นหน้าเขาเลยทั้งวันมีหวังฉันต้องขาดใจตายแน่(เว่อร์!) สุดท้ายก็เลยต้องมายืนแอบเป็นผีเฝ้ามุมตึกอยู่แบบนี้....

“เฮ้ย! นั่นมึงจะชู้ดไปไหนวะ!

เสียงตะโกนโหวกเหวกในสนามเรียกให้ฉันหลุดออกจากภวังค์และหันกลับมาสนใจสนามบาสตรงหน้า  เสียงโวยวายอย่างหัวเสียนั่นดังมาจากผู้ชายผิวเข้มอย่างกร้านแดด  ส่วนสูงของเขาน่าจะราวๆหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรได้มั้ง  ถือว่าไม่สูงเท่าไหร่สำหรับพวกนักบาส  แต่ฝีมือบาสของผู้ชายคนนี้น่ะเรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยนะบอกให้  ฉันได้ยินมาว่าเขาคนนี้แหละคือกัปตันทีมบาสของโรงเรียนที่พาทีมบาสไปได้แชมป์ระดับภาคมาแล้วหลายสมัย   ทำไมฉันถึงรู้ข้อมูลของเขาดีนักน่ะเหรอ 

....แฮะๆ ก็เพราะว่าผู้ชายคนนี้เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของจงฮยอนน่ะสิ  เขากำลังบ่นลูกทีมคนหนึ่งทำนองว่าเพราะชอบโดดซ้อมเลยทำให้ฝีมือตกเลยชู้ดพลาดบ่อยๆแบบนี้

“เดี๋ยวกูไปเก็บลูกเองแล้วกัน”

จงฮยอนตะโกนบอกเพื่อนของเขา  ผู้ชายอะไร! นอกจากหล่อแบบไม่บันยะบันยังแล้วยังน้ำใจประเสริฐเป็นเลิศ อุตส่าห์อาสาไปเก็บบาสให้เพื่อนอีก  เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวนะนั่นจงฮยอนกำลังวิ่งมาทางฉันนี่  เขากำลังวิ่งมาทางฉันจริงๆด้วย! หรือว่าเขาจะเห็นแล้วว่าฉันอยู่ตรงนี้ก็เลยจะมาไล่  ไม่นะ ไม่!

..........อาจจะเป็นเพราะฉันกำลังฟุ้งซ่านและสติแตกกับร่างสูงที่วิ่งมาทางนี้เลยทำให้ลืมสังเกตไปซะสนิทว่าลูกกลมๆสีส้มกำลังลอยมาหาฉันและ......

 

            โป๊ก!!

 

“โอ้ย!!

กระแทกเข้ากับหัวของฉันแบบเต็มๆ  แรงกระแทกจากลูกบาสนั่นทำให้ฉันล้มลงไปกองกับพื้นแบบหมดสภาพ  แต่สิ่งที่ทำให้ฉันช็อกยิ่งกว่าการโดนลูกบาสกระแทกหัวแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่มันคือคนที่วิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันและเข้ามาช่วยให้ฉันยืนขึ้นต่างหาก

“เป็นอะไรรึเปล่า!

“ม.....ไม่....ไม่เป็นไร”

ฉันตอบเสียงตะกุกตะกักอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างซ้ายมันกำลังเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง  จงฮยอนเป็นห่วงฉันล่ะ  เขาช่วยพยุงฉันด้วย! ตอนนี้ฉันกำลังโดนเขาโอบเอาไว้ล่ะเห็นมั้ย  กรี๊ดดดด!

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่อีกสิบชาติฉันก็จะไม่มีวันลืมเลย!

“ไม่เป็นไรกับผีอะไรล่ะเธอหัวโนยังกับลูกมะนาวแหนะ.....เฮ้ย! เธอเลือกกำเดาไหล!

“ห....หา”

คำพูดของจงฮยอนมันทำให้ฉันรู้ตัวว่ามีของเหลวอุ่นๆกำลังไหลออกมาจากโพลงจมูกของตัวเอง  ฉันยกมือขึ้นเช็ดใต้จมูกก่อนจะต้องเบิกตาโพล่งเมื่อพบว่าสิ่งที่ติดอยู่บนมือคือของเหลวสีแดงสด  และรู้อะไรมั้ยว่าฉันน่ะ.......กลัวเลือด!!!

“ก.........กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!!!!!!

เสียงกรี๊ดราวกับกลายเป็นอีบ้าที่พึ่งหลุดออกมาจากโรงพยาบาลประสาทของตัวเองคือเสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยินก่อนภาพทุกอย่างรอบตัวมันจะดับวูบลง......

 








 

ฉันค่อยขยับเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งเพราะแสงจากหลอดไฟนีออนที่แยงตา  ก่อนจะต้องอ้าปากค้างและยกมือขึ้นหยิกแขนตัวเองแรงๆเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป  เมื่อภาพแรกที่เห็นหลังจากลืมตาขึ้นมาคือภาพของจงฮยอนที่นั่งกุมมือฉันอยู่ข้างเตียง!

....อ๊ะ! เดี๋ยวนะกลับขึ้นไปอ่านบรรทัดเมื่อกี้อีกทีซิ  ฉันบอกว่าจงฮยอนกุมมือฉันอยู่งั้นเหรอ...

กรี๊ด! เขากุมมือฉันอยู่จริงๆด้วย!

“เธอฟื้นแล้ว....”

“นี่ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย”

“ห้องพยาบาลน่ะสิ  อยู่ๆเธอก็เป็นลมฉันไม่รู้จะทำยังไงก็เลยพาเธอมาที่นี่......มึนหัวรึเปล่า”

โถจงฮยอนจ๋า  แค่เห็นหน้านายโรคภัยไข้เจ็บของฉันมันก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้วล่ะ

“ความจริงที่เป็นลมน่าจะเป็นเพราะฉันตกใจที่เห็นเลือดมากกว่า ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”

“ถ้าไม่ได้เป็นอะไรแล้วทำไมเธอถึงหน้าแดงล่ะ  มีไข้รึเปล่า”

เขาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยจนอดทำให้ฉันใจสั่นไม่ได้ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะบนหน้าผากของฉันเบาๆเพื่อวัดอุณหภูมิ

“ตัวไม่เห็นร้อนเลยนิ”

จงฮยอนพึมพำเบาๆกับตัวเอง  เขาหันไปหยิบกระเป๋าเป้ที่วางทิ้งเอาไว้บนโต๊ะด้านหลังขึ้นมาสะพายไหล่  ก่อนจะทำให้หัวใจที่พึ่งจะพองโตได้ไม่นานของฉันห่อเหี่ยวลงอีกครั้งด้วยประโยคต่อมาของเขา

“เธอไม่เป็นไรก็ดีแล้ว  งั้นฉันกลับล่ะ”

“อย่า.....อย่าพึ่งไปได้มั้ย!

เสียงตะโกนของฉันเรียกให้จงฮยอนที่กำลังจะเดินออกจากห้องพยาบาลไปหันกลับมามองฉันอีกครั้ง  เขาเลิกคิ้วขึ้นสูงเหมือนต้องการถามทางสายตาว่า “มีอะไรอีก”

“คือ.....คือฉันอยากขอโทษนายเรื่องเมื่อวาน”

“เรื่องเมื่อวานไหน?”

“ทำเป็นความจำเสื่อมไปได้ ก็เรื่องที่ฉันโพส...ว....ว่า”

“ว่าฉันบอกรักเธอ”

เขาต่อประโยคของฉันให้จบ เมื่อเห็นว่าฉันชักจะพูดตะกุกตะกักมากขึ้นทุกทีเพราะความกระดากอาย  จงฮยอนเดินกลับมาหาฉันอีกครั้งก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงของฉัน  และเป็นฉันเองที่ต้องกระเถิบหนีออกมาจนเกือบจะชิดขอบเตียงเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างเราสองคนเอาไว้......ถ้าขืนอยู่ใกล้กันกว่านี้มีหวังหัวใจฉันมันได้เต้นแรงจนกระเด็นออกมาอยู่นอกอกแหงๆ.....

“ขอโทษนะ....ฉันคงทำให้นายโกรธมาก”

“ฉันไม่โกรธหรอก แต่ตกใจมากกว่าว่าเธอรู้ความลับของฉันได้ยังไง”

“...”

“...”

“ฮะ!

ฉันหันกลับไปมองจงฮยอนตาแทบถลนทันทีที่สมองประมวลผลประโยคของเขาเมื่อกี้ได้  ก่อนคิ้วของฉันมันจะขมวดมุ่นเข้าหากันจนแทบผูกเป็นปมแน่นเมื่อเห็นเขายกยิ้มมุมปากเหมือนพวกผู้ชายเจ้าเล่ห์ที่ชอบมีแผนการในหัวตลอดเวลา........ต่างกับเทพบุตรจงฮยอนผู้แสนดีที่ฉันเคยรู้จักแบบสุดขั้ว...

“ที่พูดเมื่อกี้.....นายหมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่าเธอมันไม่ได้เรื่องไงล่ะ  ทำไมเอาเรื่องจริงมาบอกว่าเป็นเรื่องโกหกแบบนั้น”

จงฮยอนพูดพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันจนทำให้สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของเขา  ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาหัวใจฉันแทบหยุดเต้นด้วยเสียงกระซิบ

“ฉัน........รักเธอ”

!!!!

ฉันกระพริบตาถี่ๆมองคนตรงหน้าราวกับกลัวว่าเขาจะเป็นแค่ภาพลวงตาแล้วพอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็จะหายไป  แต่เขาก็ยังยืนอยู่ตรงนี้  จงฮยอนยังคงยืนส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ฉันอยู่ที่เดิม  และเรื่องที่เขาบอกรักฉันมันคือความจริง.......แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อที่ผ่านมาฉันแอบชอบเขาข้างเดียว  จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อที่ผ่านมาฉันกับเขาแทบคุยกันไม่ถึงสิบประโยค!!!

 

......หรือว่านี่มันจะเป็นปาฏิหาริย์ ?  ปาฏิหาริย์ที่เกิดจากการโกหก!

 

เขาว่ากันว่าถ้าโกหกหลังเที่ยงในวันเอพลิ้วฟูเดเรื่องโกหกจะกลายเป็นเป็นความจริง”

 

คุณเองก็เหมือนกัน....ถ้าไม่อยากเจอเรื่องช็อกโลกแบบฉัน......อย่าโกหก!


จบ!!!
ซะที่ไหน....
.
.

.

.

.
.
.

.
.

.

Jonghyun Part




 

            ถ้าจะถามว่าเรื่องนี้มันเริ่มขึ้นตอนไหน อืม....มันคงจะเป็นตอนนั้นล่ะมั้ง  วันธรรมดาๆวันหนึ่งในเดือนเมษายนเมื่อสามปีที่แล้ว......

            วันนั้นเป็นวันที่อากาศร้อนจนทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าออกไปเดินกลางแจ้งตอนแดดเปรี้ยงแบบนี้นานๆมันจะทำให้เครื่องในของผมสุกรึเปล่า  ผมเดินปาดเหงื่อตรงมาที่ร้านขายชานมไข่มุกร้านหนึ่งในโรงอาหารหลังจากหมดคาบเรียนพละ  ความจริงผมก็ไม่ได้ชอบไอ้เครื่องดื่มรสหวานผสมลูกดำๆลื่นๆที่เรียกว่าไข่มุกนี่เท่าไหร่  แต่เพราะในวันที่อากาศร้อนจัดแบบนี้ร้านขายน้ำคนแน่นเอี๊ยด คนต่อแถวซื้อน้ำยาวเหยียดจนแทบจะเลยออกไปนอกรั้วโรงเรียน  ด้วยความที่ผมขี้เกียจรอจึงเลือกจะเลี่ยงมาซื้อเครื่องดื่มๆเย็นๆที่พอจะดับกระหายได้อย่างชานมไข่มุกแทน.......และในระหว่างที่ผมกำลังต่อแถวยืนรอซื้อชานมไข่มุกเสียงร้องไห้ดังลั่นจากใครบางคนก็ลอยมาเข้าหู

“นั่นมันชานมของฉันนะ....ฮึก....ทำ....ทำไมนายถึงทำแบบนี้ล่ะ!

เด็กผู้หญิงวัยไล่เลี่ยกันกับผมกำลังยืนปาดน้ำตาชี้หน้าเด็กผู้ชายตัวอ้วนกลมผิวคล้ำคนหนึ่ง  ที่เท้าของเธอมีชานมไข่มุกหกกระจายอยู่เต็มพื้น   อะไร! นี่เราขึ้นม.ปลายปีหนึ่งกันแล้วนะ ยังจะร้องไห้เพราะแค่ทำชานมหกอีกเหรอ.....

“ช่วยไม่ได้ก็เธออยากถือไม่ดีเองนี่”

“แต่ถ้านายไม่แกล้งสกัดขาฉันมันก็ไม่หกหรอก!

“เกิดอะไรขึ้นมิยอง”

แล้วเสียงใสๆของใครบางคนก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่รีบร้อนวิ่งเข้ามาหาเพื่อนวัยเดียวกันที่กำลังยืนร้องไห้  เธอเป็นผู้หญิงผิวขาว   ขาวมากจนทำให้ผมที่กำลังจะเลิกสนใจการทะเลาะไร้สาระนั่นต้องหันกลับมามองอีกครั้ง  ใบหน้าน่ารักนั่นฉายแววความไม่พอใจออกมาเมื่อเห็นว่ามีคนทำให้เพื่อนของตนต้องร้องไห้

“ขอโทษเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้ยักษ์กลายพันธ์!

“เธอว่าใครน่ะยัยเตี้ย!

“ก็ว่าแกไง!  เป็นผู้ชายซะเปล่าแกล้งผู้หญิงแถมยังไม่ขอโทษ ทุเรศ!

“เธอ!!

ผู้ชายคนนั้นเงื้อหมัดเหมือนต้องการจะจัดการผู้หญิงปากกล้าตรงหน้า  ผมตัดสินใจว่าจะเข้าไปช่วยเธอ  แต่ยังไม่ทันจะก้าวไปไหนก็ต้องยืนอ้าปากค้างเพราะผู้หญิงคนนั้นจัดการเตะเข้าที่หน้าแข้งผู้ชายผิวคล้ำที่ตัวใหญ่กว่าเธอหลายเท่าจนหมอนั่นล้มลงไปกองกับพื้น

“ถ้าคิดว่ารังแกคนที่อ่อนแอกว่าแล้วมันเท่ก็ไปเอากระโปรงแม่มาคลุมหัวซะเถอะ!!

เธอตะโกนเสียงกร้าวก่อนจะจูงมือเพื่อนที่กำลังร้องไห้เดินจากไป  ท่าทางห้าวๆเหมือนไม่กลัวใครแบบนั้นของเธอมันทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว  ถึงจะตัวเล็กแค่นั้น  แต่แสบไม่เบาเลยแฮะยัยนี่......

            หลังจากนั้นผมได้รู้ว่าเธอชื่อคิมแทยอน  เราอยู่ชั้นม.ปลายปีหนึ่งเหมือนกันเพียงเต่อยู่กันคนล่ะห้องเลยทำให้ผมกับเธอไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว  ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดไปเองรึเปล่าแต่เธอมักจะมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆตัวผมเสมอ......จากตอนแรกที่เพียงแค่สะดุดตาก็กลายเป็นชิน  และต้องมองหาทุกครั้งที่ไม่มีร่างบางความสูงต่ำกว่ามาตรฐานของเธอมาอยู่ในสายตา  และแล้ววันหนึ่งผมก็รู้ตัวว่าความรู้สึกพิเศษบางอย่างที่มีต่อแทยอนมันกำลังก่อตัวขึ้นที่อวัยวะในอกข้างซ้าย  แต่มันกลับเหมือนเรื่องตลกร้ายที่คนบนฟ้าจงใจกลั่นแกล้ง  ผมพยายามจะเข้าไปทักแทยอนก่อน  พยายามเข้าไปแนะนำตัวให้เธอรู้จัก  พยายามทุกอย่างเพื่อให้สถานะของเราสองคนมันไม่ใช่แค่คนแปลกหน้า.......แต่เธอกลับเอาแต่หลบหน้าผม  แทยอนจะวิ่งหนีทุกครั้งที่ผมเข้าไปใกล้เธอเกินสามเมตร  เธออาจจะคิดว่าผมไม่รู้  แต่ผมนี่แหละรู้ดีที่สุดและแทบกระอักเลือดทุกครั้งเวลาเห็นเธอทำท่าเหมือนรังเกียจผมแบบนั้น  แล้วเวลาก็ค่อยๆผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหมือนโลกเป็นตะคริว  จากหนึ่งปีเป็นสองปีและจนถึงตอนนี้มันก็สามปีแล้ว
 

..........สามปีของการแอบมอง
 

..........สามปีที่ผมแอบชอบเธอข้างเดียว
 

..........และสามปีที่ยัยนั่นเอาแต่วิ่งหนีผม

 

 

แล้ววันนั้นมันก็มาถึง.......วันที่เป็นจุดเปลี่ยนของทุกอย่าง....


 

            วันที่ 1 เมษายน  วันธรรมดาๆที่ระดับอุณหภูมิสูงแบบไม่ธรรมดาเลยซักนิด  ผมนอนตากแอร์อยู่ในห้องของตัวเองและกำลังเช็คความเคลื่อนไหวในหน้าทามไลน์บนเฟสบุ๊คส์ผ่านไอโฟนเครื่องใหม่ที่พึ่งจะถอยออกมาสดๆร้อนๆแก้เซ็ง  ดูเหมือนวันนี้ใครๆก็ออกมาโพสเรื่องโกหกเพื่อร่วมสนุกกับวัน April fool day กันทั้งนั้น และส่วนใหญ่จะเป็นการโกหกเอาฮามากกว่าจริงจังแทบทั้งนั้น แล้วดวงตาคมของผมมันก็ไปหยุดอยู่ที่ข้อความหนึ่งที่เด้งขึ้นมาในหน้าทามไลน์ ผมจำทั้งชื่อยูสเซอร์และภาพดิสเพลย์นี้ได้ดีเพราะมันคือเฟสบุ๊คส์ที่ผมคลิกเข้าไปดูโปรไฟส์และความเคลื่อนไหวของเธอแทบทุกวัน....

 

Taeyeon_SS

            “ลีจงฮยอนบอกรักฉัน!!

 

ผมกระพริบตาถี่ๆมองข้อความบนหน้าจอมือถือเพราะคิดว่าบางทีผมอาจจะเบลอหรืออ่านผิด    แต่ข้อความตรงหน้ามันก็ยังคงเหมือนเดิม ทำไมแทยอนถึงบอกว่าผมบอกรักเธอล่ะ   หรือว่าเธอจะรู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับเธอ......  หัวใจของผมมันเต้นแรงจนแทบบ้าทันทีที่ความคิดนี้ปรากฏขึ้นในหัว  ก่อนทุกอย่างมันจะต้องหยุดชะงักลงเพราะข้อความสั้นๆที่ถูกเธอกดเปลี่ยนบรรทัดให้มาอยู่ข้างล่างข้อความชวนหัวใจเต้นแรงเมื่อครู่.....

 

#Happy April fool day

 

 Happy April fool day!! งั้นเหรอ  แฮปปี้บ้าบออะไรกัน! นี่หมายความว่าเมื่อกี้ผมเผลอหัวใจเต้นแรงเพราะเรื่องโกหกในเทศกาลงี่เงาของเธองั้นเหรอ!  ทั้งๆที่เมื่อกี้ผมอุตส่าห์คิดว่าถ้าเธอรู้ว่าผมคิดยังไงเราอาจจะได้เป็นมากกว่าคนแปลกหน้า  ทั้งๆที่เมื่อกี้ผมอุตส่าห์ดีใจแล้วแท้ๆ  คิดว่าการเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นมันสนุกมากนักรึไง!

.......ก็ได้ถ้าเธออยากโกหกนักผมจะทำให้เรื่องโกหกนั่นมันกลายเป็นความจริงให้ดู!

 







 

........แต่ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ  พอเจอหน้าแทยอนเข้าจริงๆความกล้าที่ตอนแรกพกมาเต็มกระเป๋ามันกลับหดหายไปหมดเกลี้ยง 

            บ่ายวันนั้นผมเดินลงมากินข้าวกับเพื่อนที่โรงอาหารตามปกติ  และทันทีที่ก้าวเข้าไปในโรงอาหารสิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจไปจากสายตาของผมก็คือร่างเล็กๆของแทยอนที่กำลังถูกเพื่อนสนิทของเธอดึงกึ่งลากให้เดินมาทางนี้  สมองของผมมันตีรวนไปหมดเมื่อเห็นว่าเธอก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกทีๆ

........ผมควรจะบอกรักเธอใช่มั้ย  ทำตามเจตนารมณ์ที่ตั้งเอาไว้เมื่อคืนใช่รึเปล่า ทำให้เธอรู้ว่าการเอาเรื่องความรักมาล้อเล่นมันไม่สนุก!

“เฮ้....เมื่อวานฉันเห็นนะว่าเธอโพสอะไร  แต่ขอโทษด้วยนะ  เพราะนั่นมันไม่ใช่เรื่องโกหก....ฉันชอบเธอ”

นั่นคือประโยคที่เมื่อคืนผมซ้อมพูดกับตัวเองหน้ากระจกมาเกือบร้อยรอบ  เอาเลยลีจงฮยอน  นายเป็นผู้ชายนะ  แค่บอกรักผู้หญิงที่ตัวเองชอบแค่นี้ต้องทำได้สิ!

“อ้าว!

.....เธอคือเจ้าของยูสเซอร์ที่บอกว่าถูกฉันบอกรักนิ  นั่นคือสิ่งที่ผมตั้งใจจะพูด  แต่พอถูกดวงตากลมโตของแทยอนหันมามองอาการปอดแหกมันกลับกำเริบขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ลงมากินข้าวเหรอเจสสิก้า!

ผมแกล้งทำเป็นทักเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่บังเอิญยืนอยู่ด้านหลังแทยอนพอดี  ก่อนจะเดินตัวเกร็งผ่านแทยอนไปหาเจสสิก้าแบบมิพิรุธสุดๆแต่ดูเหมือนยัยตัวเล็กนั่นจะไม่ได้สังเกต  เจสสิก้าเพื่อนร่วมห้องเจ้าของผมสีทองสว่างและใบหน้าน่ารักราวกับตุ๊กตามองผมเหมือนต้องการด่าทางสายตาว่า “คนมาโรงอาหารก็ต้องมากินข้าวสิ จะให้มาซักผ้ารึไง”  แต่ผมไม่มีกะจิตกะใจสนใจสายตาจิกกัดนั่นเลยซักนิด  ดวงตาคมหันกลับไปมองทางแทยอนทันทีและพบว่าเธอกำลังลากเพื่อนสนิทของตัวเองเดินออกไปจากโรงอาหาร....เอา หน่าถึงตอนนี้จะยังไม่ได้บอกความรู้สึกกับเธอแต่โอกาสก็ยังมีนี่นา........

 









 

และดูเหมือนโอกาสที่ว่านั่นมันจะมาถึงเร็วกว่าที่ผมคิด  หลังเลิกเรียนระหว่างที่ผมกำลังเดินกลับบ้าน  ผมหันไปเห็นว่าแทยอนกำลังเลือกไอศกรีมอยู่ในร้านมินิมาร์ทพอดี  ภาพของเธอที่กำลังหยิบไอศกรีมแท่งแล้วแท่งเล่าลงตะกร้าจนมันแทบจะเต็มล้นปรี่ออกมานอกตะกร้ามันทำให้ผมต้องหยุดมองและยืนยิ้มเป็นไอ้บ้าอยู่คนเดียว  ก็เธอออกจะน่ารักแบบนี้แล้วจะไม่ให้ผมแอบรักเธอมาตลอดสามปีได้ยังไง....ก่อนคำถามมากมายมันจะแล่นเข้ามาในหัวของผม

.........แล้วผู้ชายคนอื่นจะคิดแบบผมรึเปล่า  นอกจากผมยังมีคนอื่นอีกมั้ยที่แอบชอบผู้หญิงตัวเล็กคนนี้อยู่  แล้วถ้าพวกนั้นมันบอกชอบแทยอนตัดหน้าผมล่ะผมจะทำยังไง......

ความคิดบ้าๆพวกนั้นมันทำให้ผมรู้สึกโหวงเหวงในอกขึ้นมายังไงชอบกล  ก็อย่างที่บอก  ผมแอบรักเธอข้างเดียวมาตั้งสามปีนะ!  สามปีมันไม่ใช่เวลาน้อยๆเลยสำหรับผู้ชายคนนึงที่มองเพียงผู้หญิงคนเดียวโดยไม่สนใจคนอื่น......เพราะงั้นไม่ว่าใครหน้าไหนผมก็ยอมให้มันมาแย่งเธอไปจากผมไม่ได้ทั้งนั้น!  ผมกำมือเข้าหากันแน่นก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อไล่อาการปอดแหกเมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าเป็นตายร้ายดียังไงวันนี้ก็ต้องบอกรักแทยอนให้ได้  ผมเดินเข้าไปในมินิมาร์ทนั่นพร้อมกับความมั่นใจที่เหมือนจะถูกเรียกออกมาจนเกือบเต็มร้อย  ก่อนจะไปหยุดยืนอยู่ที่ตู้ไอศกรีมข้างๆแทยอนและแกล้งทำเป็นสนใจแต่ไอศกรีมในตู้แช่เพื่อเลี่ยงการมองหน้าแทยอนเพราะรู้ดีว่าการทำแบบนั้นมันจะทำให้หัวใจของผมเต้นแรงจนไม่เป็นอันทำอะไร  และแผนบอกความรู้สึกกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆมันจะล่มไม่เป็นท่าเหมือนคราวก่อน

“นี่!.......”

แทยอนพูดเสียงดัง  ดูเหมือนเธอจะตกใจไม่น้อยที่เจอผม  แต่ทำไมต้องตกใจด้วยล่ะ  กลัวผมจะเอาผิดเรื่องที่เธอโมเมว่าถูกผมบอกรักรึไง......

“ฉันแย่งไอศกรีมของเธอรึเปล่า”

“ปะ....เปล่า ถ้านายอยากได้ก็เอาไปเถอะฉันหยิบอันอื่นมาเยอะแล้ว”

ผมพยักหน้าให้เธอก่อนจะพึมพำเสียงเบาเพื่อเข้าเรื่องทั้งที่ตายังคงจับจ้องอยู่แต่ที่ไอศกรีมในตู้แช่

 “ยูสเซอร์เธอในเฟสบุ๊คส์ใช่ Taeyeon_SS รึเปล่า”                                     

“...”

 “เมื่อวาน.....ฉันเห็นนะว่าเธอโพสอะไร”

“....”

“ที่เธอโพสน่ะมันไม่ใช่เรื่องโกหกหรอก  ความจริงแล้วฉันแอบ.....”

คำพูดที่เหลือมันกลับต้องค้างอยู่ในลำคอเมื่อผมหันกลับมามองแทยอนอีกครั้งและพบว่าที่ๆเธอควรจะยืนอยู่ตอนนี้มันเหลือเพียงความว่างเปล่าและตะกร้าใส่ไอศกรีมที่หล่นอยู่บนพื้น  ผมกวาดตามองไปรอบๆก่อนจะพบว่ายัยตัวเล็กนั่นกำลังวิ่งกระหืดกระหอบออกไปจากมินิมาร์ทราวกับต้องการหนีใครซักคน

“ฉันแค่จะบอกว่าฉันแอบชอบเธอเธอมาสามปีแล้ว....”

ผมพึมพำคำพูดของตัวเองให้จบประโยค  ดวงตาคมจับจ้องอยู่ที่ร่างบางของแทยอนจนกระทั่งเธอวิ่งหายลับไปจากระยะที่สายตามองเห็น.....เธอหนีผมไปอีกแล้ว  หนีเหมือนกับที่ทำมาตลอดสามปี

“เมื่อไหร่เธอจะฟังฉันซักทีนะคิมแทยอน....”

 



 

 

สวบ!

 

เสียงของลูกบาสที่ถูกโยนลงห่วงกลมๆดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับจับวาง  แต่นั่นมันไม่ใช่ฝีมือของผมหรอกครับ  แต่เป็นเพื่อนของผมที่เป็นกัปตันทีมบาสโรงเรียนต่างหาก  ส่วนผมน่ะเหรอได้แต่วิ่งไล่ลูกบาสไปไล่ลูกบาสมาในสนามนั่นแหละ  ไม่ได้ทำลูกเสียซักลูกแต่ก็ชู้ตไม่ได้ซักลูกเหมือนกัน  แต่อย่าพึ่งหาว่าผมอ่อนล่ะ  ความจริงผมเป็นนักยูโดต่างหากล่ะไม่ใช่นักบาสมืออาชีพที่ต้องมาลงเล่นก็เพราะทีมบาสคนขาดเพราะงั้นจะฝีมือด้อยกว่าคนอื่นสนามก็ไม่แปลก

 “เฮ้ย! นั่นมึงจะชู้ดไปไหนวะ!               

เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้นเมื่อมีลูกทีมคนหนึ่งชู้ตพลาด  ถ้าจำไม่ผิดหมอนั่นชู้ตพลาดเป็นลูกที่ห้าแล้วล่ะมั้ง  สู้ผมไม่ได้เลยใช่มั้ยล่ะ  ถึงผมจะไม่ได้ชู้ตแต่ก็ไม่ได้ทำพลาดพร่ำเพรื่อแบบหมอนั่น  เพื่อนผมที่เป็นกัปตันทีมมันเดินเข้าไปเฉ่งลูกทีมตัวเองทันทีทำนองว่าเพราะโดดซ้อมบ่อยเลยทำให้ฝีมือตกลงแบบนี้

 “เดี๋ยวกูไปเก็บลูกเองแล้วกัน”

ผมตะโกนบอกเพื่อนเพื่ออาสาออกไปเก็บลูกเองเมื่อเห็นว่ากัปตันคงจะเทศน์ลูกทีมอีกยาวและตัวเองชักไม่มีอะไรทำ  ผมวิ่งออกจากสนามตรงไปตามทางที่ลูกบาสกระเด็นออกไปก่อนความเร็วในการวิ่งมันจะค่อยๆเพิ่มระดับขึ้นทีล่ะนิดเมื่อเห็นว่าลูกบาสกำลังลอยไปหาใคร....

“แทยอนหลบ!!!!

ผมตะโกนเสียงดังลั่นเพื่อบอกให้ผู้หญิงตัวเล็กที่ยืนหลบอยู่มุมตึกรู้ตัวแต่ดูเหมือนมันจะสายเกินไปซะแล้ว

 

            โป๊ก!!!

 

“โอ้ย!!

แทยอนร้องเสียงหลงก่อนร่างเล็กๆของเธอมันจะล้มก้นจ้ำเบ้าลงบนพื้นไม่เป็นท่าเพราะแรงกระแทกจากลูกบาส  ยัยบ้าเอ๊ย! ทั้งๆที่เห็นๆอยู่ว่าลูกมันลอยมาทางตัวเองทำไมถึงไม่หลบเล่า!

 “เป็นอะไรรึเปล่า!

ผมถามพลางเข้าไปช่วยพยุงให้เธอลุกขึ้นยืน

“ม.....ไม่....ไม่เป็นไร”

 “ไม่เป็นไรกับผีอะไรล่ะเธอหัวโนยังกับลูกมะนาวแหนะ.....เฮ้ย! เธอเลือดกำเดาไหล!

ผมตะโกนเมื่อเห็นของเหลวสีแดงข้นไหลทะลักออกมาจากจมูกของคนตัวเล็กในอ้อมแขน 

“ห....หา”                                         

แทยอนยกมือขึ้นป้ายบริเวณใต้จมูกก่อนดวงตากลมโตจะเบิกกว้างจนแทบถลน  ใบหน้าขาวๆนั่นซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือดเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ติดอยู่บนมือเรียวคือของเหลวสีแดงข้น

 “ก.........กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!!!!!!

เธอกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่นจนผมตกใจก่อนเปลือกตาบางจะปิดสนิทลงพร้อมกับร่างเล็กๆที่เกือบล้มลงไปกองกับพื้นถ้าผมรับเอาไว้ไม่ทัน

“แทยอนๆ!!!

ผมเรียกชื่อเธอพร้อมกับเขย่าร่างบางแรงๆเพื่อปลุกให้เธอฟื้น  แต่ก็ไร้การตอบสนองจากคนในอ้อมแขน  แถมเนื้อตัวของเธอยังเย็นชืดจนน่าใจหาย

 

........ยัยบ้าเอ๊ย!  ดูเหมือนเธอจะเก่งเหลือเกินนะไอ้เรื่องทำให้คนอื่นกังวลเพราะตัวเองเนี้ย!

 

 








 

ผมนั่งมองร่างบางที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงมาเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเปลือกตาบางของเธอสั่นไหวเบาๆก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง

“เธอฟื้นแล้ว....”

ผมพูดก่อนจะรีบปล่อยมือเรียวที่กุมอยู่ให้เป็นอิสระ

“นี่ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย”

“ห้องพยาบาลน่ะสิ  อยู่ๆเธอก็เป็นลมฉันไม่รู้จะทำยังไงก็เลยพาเธอมาที่นี่......มึนหัวรึเปล่า”

 “ความจริงที่เป็นลมน่าจะเป็นเพราะฉันตกใจที่เห็นเลือดมากกว่า ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”

“ถ้าไม่ได้เป็นอะไรแล้วทำไมเธอถึงหน้าแดงล่ะ  มีไข้รึเปล่า”

ผมเอื้อมมือหนาไปแตะบนหน้าผากมนของเธอเพื่อวัดอุณหภูมิก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อพบว่าเธอตัวไม่ร้อนอย่างที่คิด

 “ตัวไม่เห็นร้อนเลยนิ”

“...”

 “เธอไม่เป็นไรก็ดีแล้ว  งั้นฉันกลับล่ะ”

ผมพูดก่อนจะหันไปหยิบประเป๋าของตัวเองและเตรียมเดินออกไปนอกห้องพยาบาล  ความจริงสถานการณ์ตอนนี้มันดูเป็นใจเหมาะกับการบอกรักไม่น้อย....... ผมอยากบอกแทยอนว่าผมรักเธอ  อยากบอกให้เธอรู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับเธอ  แต่ดูเหมือนทุกครั้งที่พยายามหรือตั้งใจจะทำมันกลับเหมือนต้องมีอุปสรรคโผล่มาขัดขวางตลอด......ถ้าตอนนี้ยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร  ไหนๆก็รอมาตั้งสามปีแล้วรออีกหน่อยไม่เห็นจะเป็นไรเลย

 

.......แต่แล้วผมก็ต้องหยุดยืนอยู่กับที่และเปลี่ยนความคิดเพราะเสียงเรียกของแทยอน

 

“อย่า.....อย่าพึ่งไปได้มั้ย!

ผมหันกลับไปมองเธอพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

 “คือ.....คือฉันอยากขอโทษนายเรื่องเมื่อวาน”

“เรื่องเมื่อวานไหน?”

“ทำเป็นความจำเสื่อมไปได้ ก็เรื่องที่ฉันโพส...ว....ว่า”

“ว่าฉันบอกรักเธอ”

ผมพูดต่อประโยคของเธอจนจบ  พร้อมกับความรู้สึกแปลกๆที่แล่นเข้ามาในอก  ก่อนจะเดินไปหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงพยาบาลข้างๆแทยอน

......ขอลองอีกทีหน่า  อีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น  ถ้ารอบนี้ยังไม่สำเร็จบางทีมันอาจจะเป็นเพราะคนบนฟ้าไม่อยากให้เราคู่กันจริงๆก็ได้.....

 “ขอโทษนะ....ฉันคงทำให้นายโกรธมาก”

“ฉันไม่โกรธหรอก แต่ตกใจมากกว่าว่าเธอรู้ความลับของฉันได้ยังไง”

“...”

“...”

“ฮะ!

แทยอนหันกลับมามองผมจนตาแทบถลน  ใบหน้าสวยๆนั่นบ่งบอกชัดเจนว่าเธอกำลังตกใจกับสิ่งที่ผมบอกแค่ไหน.....

 “ที่พูดเมื่อกี้.....นายหมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่าเธอมันไม่ได้เรื่องไงล่ะ  ทำไมเอาเรื่องจริงมาบอกว่าเป็นเรื่องโกหกแบบนั้น”

“....”

 “ฉัน........รักเธอ”

!!!!

พวงแก้มขาวๆของแทยอนมันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทันทีที่ผมพูดประโยคนั้นออกไป  ดวงตากลมโตกระพริบถี่ๆราวกับไม่เชื่อว่านี่คือเรื่องจริง....

 

...... คงจะช็อกมากล่ะสิท่า บอกแล้วว่าเรื่องโกหกในวัน April fool day นั่นของเธอผมจะทำให้มันเป็นเรื่องจริงเอง .......


 

เขาว่ากันว่าถ้าโกหกหลังเที่ยงในวันเอพลิ้วฟูเดเรื่องโกหกจะกลายเป็นเป็นความจริง”

คุณเองก็เหมือนกัน....ถ้าไม่อยากโดนเอาคืนจนไปไม่เป็นแบบยัยนี่......อย่าโกหก!

 

จบ!!!!

จริงๆล่ะนะ!




************************************************************

12/04/2556
 
@คุณ M๐Rtune
แก้ไขคำผิดเรียบร้อยแล้วค่ะ  ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยตรวจทาน ^^



**************************************************************************************
08/04/2556
เย้! จบแล้ว จบแบบแปลกที่สุดตั้งแต่เคยเขียนมา-..- อ่านฟิคเรื่องนี้แล้วรู้สึกเหมือนเดจาวูมั้ยคะ55555
ตอนเขียนพาร์ทพี่แทใส่ฟิวลิ่งตัวเองไปเยอะมากแบบ..ถ้าเจอจงฮยอนตัวจริงฉันจะเป็นแบบนี้นะ55555

ปล.เหมือนจะมีคนชอบคู่ชานมไข่มุกคอบเพิลเยอะไม่น้อยเลยทีเดียว
ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมีโครงการแต่งฟิคยาวของคู่นี้ 555555+

*********************************************************************************

อีก90% จะมาอัพทีหลังนะคะ เป็นคู่แปลกไม่รู้จะมีคนอื่นรึเปล่า ฮุฮุ

 



 

ผลงานอื่นๆ ของ พันธนาการฟ้า

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

48 ความคิดเห็น

  1. #48 INloveTY
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 13:16
    กลับมาอ่านกี่ครั้งก็ยังฟิน
    ชอบคู่นี้มากกกกกกกก
    ถึงใครไม่จิ้น
    ถึงแม้ไม่มีโมเมนท์
    แต่เราก็ฟิน 5555
    #48
    0
  2. วันที่ 1 เมษายน 2557 / 09:50
    ปีนี้ก็กลับมาอ่านใหม่ ^^
    #47
    0
  3. #46 june
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 21:40
    คู่นี้น่ารักมากกก เราชอบทั้งแทยอนและจงฮยอนเลย แอบจิ้นจริงๆนะ คู่โอโม่ เราจะรอติดตามเรื่องจงแทต่อไปนะ ^_^
    #46
    0
  4. วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 / 14:47
    กลับมารีรันค่ะ >__<

    พี่ยังรอเรื่องยาวคู่นี้นะคะ ฮี่ๆๆ



    ชานมไข่มุก ไฟท์ติ้ง

    #45
    0
  5. #44 S.pudpong
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2556 / 06:52
    เป็น short fic ที่น่ารักมากอ่า
    อารมณ์นี้แหละ ฟีลลิ่งใช่เลยอร้า
    ชอบๆ คู่นี้ก็ดีนะจงแท
    รอเรื่องยาวค่า
    #44
    0
  6. #43 Numnum
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 13:00
    อร๊ายยยยย.ชอบอ่ะแต่น่าจะยาวกว่านี้หน่อยอ่ะเสียดาย
    #43
    0
  7. วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 22:38
    อ๊ากกก น่ารักสุดๆ ค่ะคู่นี้

    ชอบอ่านเรื่องสั้นที่เป็น Two point of view แบบนี้ค่ะ

    ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งสองมุมมองของตัวเอก

    เห็นมีแย้มๆ ว่าอาจจะดขียนเรื่องยาวของคู่นี้

    มายกมือรออ่านนะคะ  ^^
    #42
    0
  8. #41 CARTOON
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 04:06
    โอ้ย ฟินสุด ๆ

    แต่งดีมากเลยอ่ะ ตบมือ (แปะๆๆๆๆ)

    ถ้าเราเป็นแทๆ ในเรื่องก็คงจะอารมณ์นั้นเลยล่ะ 555

    พลิคล็อคเรื่องฮยอนสุดๆ ปริ่มมาก

    ต่างกับเรื่อง Got A Boy สุดโต่งจริงๆ 55

    ติมตามอยู่นะจ๊ะ :) เป็นกำลังใจให้นะ
    #41
    0
  9. #40 bvavee
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 21:15
    ชอบจงฮยอนมากๆ เหมือนกันค่ะ อนากให้มีฟิึยาวของฮนอนบ้าง
    #40
    0
  10. วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 08:44
    เชียร์ให้เขียนเรื่องยาวคู่นี้ค่ะ พี่ชอบนะ ฮิฮิ ชานมไข่มุข >.<
    น่ารัก ,, 

    ตอนอ่านพาร์ทของพี่แท ลุ้นมาก!!! กรี๊ดกร๊าดตามพี่แทไปด้วย
    โดยเฉพาะฉันที่มินิมาร์ท ตอนฮยอนบอกว่ารู้ หูยยย แอบใจเต้นแรงตาม
    แล้วยิ่งช็อตห้องพยาบาล สงสัยแต่แรกแล้วว่าทำไมต้องนั่งจับมือ
    พอพูดออกมาแบบนั้น .. อื้อหือ ตกใจ หน้าเหวอตามพี่แทไปเลย
    ,, ฮยอน ดูหล่อ และอยู่แสนไกลมาก

    แต่พอมาเป็นพาร์ทฮยอน เอ้า ที่แท้ฮยอนก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดา
    ที่หลงรักคิมแทนี่เอง เปลี่ยนความรู้สึกไปทันทีเลย
    #39
    0
  11. วันที่ 30 เมษายน 2556 / 18:32
    น่ารักมากเลยคู่นี้ ><
    เดือนเมษาปีหน้าลองทำบ้างดีกว่า อิอิ 
    #38
    0
  12. วันที่ 28 เมษายน 2556 / 15:36
    น่ารักมากเลยคุ
    คู่แปลกแต่ฟินนนน้าาา
    #37
    0
  13. วันที่ 24 เมษายน 2556 / 15:15
    5555555555555 รอปีหน้าก่อนหนูจะโกหกหลังเืี่ที่ยง ♥

    คู่นี้น่ารักไปป่ะ??
    #36
    0
  14. #35 Ayo_GG!
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 15:13
    พึ่งเจอฟิคเรื่องนี้ น่ารักมากเลย

    น่ารักจนตัวจะระเบิดอยู่แล้วววววว

    ฟินคู่นี้เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่เห็น Thank to ของแทในIGB
    #35
    0
  15. #34 bananakai
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 02:24
    น่ารักมากๆๆๆๆ คู่แปลกแต่ชอบ ต่างคนต่างแอบชอบ และต่างคนต่างไม่รู้ว่าถูกชอบ
    #34
    0
  16. #33 Jongtae
    วันที่ 19 เมษายน 2556 / 23:31
    อ่านแล้วฟินนนนนน

    แต่งเรื่องยาวคู่นี้เถอะนะไรเตอร์

    ชอบมากเลยจงแท แต่ฟิคก็หาอ่านยากเหมือนกันT__T
    #33
    0
  17. #32 wootaereal
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 21:22
    โอ๊ย น่ารักจนหัวใจรับไม่ไหว 555

    ชอบคู่นี้เหมือนกันค่ะไรทเตอร์ ตั้งแต่ Thank to

    แสนพิศดารของแทๆ
    #32
    0
  18. #31 TTBB
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 02:44
    โอ๊ยยย กรี๊ดอ่ะค่ะ น่ารักมากกกก
    แอบชอบคู่นี้ตอนแทเขียน thanks to ในอัลบั้ม
    พยายามหาฟิคอ่านก็แทบจะไม่มีเลย
    ไรท์เตอร์ทำให้เค้าฟินมากกกกกกกกกกกกกกนะคะ
    เขียนเรื่องยาวเถอะนะคะ นะๆๆๆ
    #31
    0
  19. #30 M๐Rtune
    วันที่ 11 เมษายน 2556 / 10:53
    แอร๊ยยยยยยยยย ยย ทำไมน่ารักอย่างนี้ล่ะ >O< !!!!!
    ชอบ ชอบ ชอบที่สุดเลยค่ะ มันน่ารักเกินไปอ่ะ >< !
    ตอนที่รีดอ่านรีดอ้าปากหวอเลยค่ะ มันลุ้นจริงๆ นะ 5555555555
    คู่โอโม่+โอโม่ กลายร่างเป็นคู่ ซุปเปอร์โอโม่ >[]< !!!!
    ฮึ้ยยยย ย ย ~ ชอบจริงๆ นะคะเนี่ย การบรรยาย อะไรทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบไปหมดเลย
    จงฮยอนที่ตอนแรกดูเข้มๆ จริงๆ น่ารักมากเลยนะเนี่ย >/////< !
    นับวันยิ่งหลงผช.โอโม่มากขึ้นๆ ทุกที จริงๆ รีดเมนมินนะเนี่ย แต่ฟิคที่แต่งทำให้รีดหลงจงฮยอนหมดเลยอ่ะ ><
    รอเรื่องยาวคู่นี้นะคะ ^_^

    *มีคำผิดบางที่นะคะ ><
    - ฮ่าว = ห้าว รึเปล่าคะ ?
    - จิตร = จิต อันนี้เจอผิดตั้งแต่เรื่อง Got a boy ค่ะ ><
    - หน้าผาก "มล" = มน อันนี้ไม่แน่ใจนะคะ
    แล้วก็ตอนท้าย พิมพ์คำว่า "เลือด" ผิดนะคะ ตรงที่จงฮยอนบอกว่า "เธอเลือดกำเดาไหล" ไรต์พิมพ์ "เลือด" เป็น "เลือก" ค่ะ
    + ช่วยตรวจเล็กน้อยด้วยความหวังดี ไมชอบก็ขอโทษน้า ><
    #30
    0
  20. #29 Sobo
    วันที่ 11 เมษายน 2556 / 00:29
    อ๊าย!!!!ฟินเวอร์อ่ะไรต์เตอร์ แอบเพ้อคู่นี้มานานแล้วเหมือนกัน

    ตั้งแต่รู้ว่าแทยอนเขียนขอบคุณจงฮยอนในอัลบั้ม

    พอรู้ถึงขั้นไปรีเพลดูไลฟ์ที่cnblueได้ที่1 music bank มีโมเมน แทกับฮยอยด้วย

    ยิ่งฟินเข้าไปอีก ขอบคุณไรเตอร์ที่ทำให้เราได้ฟินต่อน่ะคะ^^
    #29
    0
  21. วันที่ 10 เมษายน 2556 / 17:25
    คู่นี้น่ารักดีเนอะ ฮยอนน่ารัก แทยอนก็น่ารัก >< 
    เเต่ว่าไรเตอร์อย่าลืมจงเจสน้าาา 555

    #28
    0
  22. #27 มุก
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 12:05
    น่ารักจังเลยอะคู่นี้
    #27
    0
  23. #26 aoaoy
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 01:00
    น่ารักมากกกกกกกก



    ถ้าพี่แทกับจงคู่กันลูกคงเรืองแสงได้ในที่มืดอ่ะ



    สว่างจ้าเห็นแต่ลูกกะตาเลยทีเดียว 



    สนุกมากๆค่า
    #26
    0
  24. #25 mink
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 17:47
    น่ารักมากเลยไรต์ บ่องตงว่าอ่านคู่นี้เป็นเรื่องแรก น่ารักมากๆๆๆ คิมแทน่ารักสุดๆๆๆ อ่ะ อยากให้ไรต์เตอร์แต่งคู่นี้ให้อีก ชอบมากเลย อ่านแล้วฟินเว่อร์
    #25
    0
  25. #24 Doraefon
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 13:26
    เป็นคู่ที่น่ารักมากเลย
    #24
    0