แหวนมิติ

ตอนที่ 55 : ถังอิงเออร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 306 ครั้ง
    9 ต.ค. 61



 หลางหลินล็อกประตูห้องและเปิดแอร์เย็นๆ ครืด ครืด--! แอร์ค่อนข้างเก่าและมันก็ส่งเสียง หลางหลินขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ห้องราคาแค่ 200 หยวนมันก็จะประมาณนี้ล่ะนะ 

เขาเดินไปเปิดไฟในห้องน้ำ ห้องน้ำมีขนาดเล็กและผนังก็ผุผัง มีฝักบัวอาบน้ำสีขาวติดคราบเหลืองๆ แขวนอยู่ หลางหลินถอดเสื้อที่เต็มไปด้วยเหงื่อ ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการที่สุดก็คือการอาบน้ำ 

ตั้งแต่จัดการกับคางคกมรกตเขาก็ยังไม่ได้อาบน้ำเลย เพียงแค่เปลี่ยนชุดเท่านั้น ทำให้ตอนนี้ร่างกายมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์นัก เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถังเสี่ยวเฟยถึงทนกับกลิ่นนี้ได้

"มันไม่มีที่แขวนเสื้อ?" ในห้องน้ำไม่มีที่แขวนเสื้อ หลางหลินค่อนข้างเซ็ง เขาโยนชุดออกไปนอกห้องอาบน้ำอย่างไม่แยแสเเละเริ่มเปิดฝักบัว
ซ่าส์-!เสียงของน้ำไหลกระทบกาย ลูบไล้ไปตามกล้ามเนื้อที่แน่นขนัด มันเป็นกล้ามเนื้อที่เรียงตัวกันอย่างดี ราวกับก้อนหินสีขาวที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความเป็นชายชาตรี มันไม่เหมือนกับเขาคนเดิมที่มีแต่กระดูกเมื่อสองเดือนก่อน

ตอนนี้หลางหลินเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง!

หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาหยิบผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนหนึ่งมาเช็ดผมและร่างกาย ใบหน้าของเขายังดูธรรมดา ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่มันก็มีเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ไม่สามารถบอกได้

หลางหลินโยนผ้าเช็ดตัวลงบนที่นอน เขาเดินเปลือยกายมองไปที่หน้าต่าง ตอนนี้เขาอยู่ชั้น 3 แสงอาทิตย์สีส้มส่องกระทบตึกรามบ้านช่องจนเห็นเป็นเส้นแสงขนาดเล็ก
สภาพความเป็นอยู่ของคนในระแวกนี้เป็นชนชั้นแรงงาน พวกเขาหาเช้ากินค่ำ ส่งลูกเรียนอย่างยากลำบาก 

"ถ้าหากฉันไม่ได้พบกับแหวนมิติ ชีวิตฉันก็คงไม่ต่างจากพวกเขานัก" หลางหลินถอนหายใจ ชีวิตคนเรานั้นถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด คนที่เป็นแรงงานก็ต้องเป็นแค่แรงงาน คนรวยก็คือคนรวย ทุกคนไม่ได้มีโอกาสพิเศษแบบเขา ทำให้หลางหลินตอนนี้อยู่ในความรู้สึกหลายอารมณ์

เขาลูบแหวนบนนิ้วมือ ตอนนี้มันไม่มีแสงสีแดงจากดวงตาหัวกระโหลก มันยังคงสะสมพลังงานในการเปิดมิติครั้งต่อไป 

หลางหลินละสายตาจากแหวนชั่วหนึ่ง เขามองไปที่นอกหน้าต่าง เห็นป้ายโฆษณาแผ่นใหญ่ติดอยู่กับตึกตึกหนึ่ง มันเป็นดาราสาวคนหนึ่งที่เพิ่งจะมีผลงานในวงการบันเทิงมาไม่กี่เดือน แต่ผลตอบรับก็ดีเกินคาด ซีรีย์ที่เธอได้แสดงโด่งดังเป็นพลุแตก ทำให้เธอมีงานเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

"ลู่อิงเซี่ยน!? นี่คือชื่อในวงการของเธองั้นเหรอ?" หลางหลินคำราม ใบหน้าเขาดูดุร้ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อเห็นลู่อิงเซี่ยน

ลู่อิงเซียนคือใคร? เธอคือคนที่ขับรถชนหลางหลินจนขาเขาพิการ เธอไม่ได้ถูกตำรวจจับเพียงจ่ายค่าปรับไม่กี่พันหยวนตำรวจก็ปล่อยไป 
เนื่องจากเธอเป็นลูกของผู้มีอิทธิพลตระกูลที่มีอำนาจ  ตำรวจไม่อยากจะมีเรื่องกับพวกเขา จึงให้เธอเสียค่าปรับเล็กๆน้อยๆ 

หลางหลินเป็นแค่คนธรรมดาและตำรวจก็ไม่ได้สนใจอะไร เรื่องจึงจบลงแค่นั้น มาวันนี้เขาได้เห็นป้ายของเธอเด่นหราอยู่บนตึก ทำให้ในใจรู้สึกโกรธ  ตอนนั้นเธอไม่ได้ใช้ชื่อลู่อิงเซียน ชื่อจริงของเธอคือถังอิงเออร์ 

หลางหลินมั่นใจว่าตอนนั้นเธอยังไม่ได้เข้าวงการบันเทิง และประวัติรถชนก็จะทำให้เธอมีความด่างพร้อยในชื่อเสียง พวกเขาไม่ยอมหรอก เพราะงั้นเรื่องจึงจบลงอย่างเงียบๆ 

"ชีวิตของเธอดูมีความสุขดีจริงนะ แตกต่างจากฉันที่ต้องนอนเป็นผักในโรงพยาบาลลิบลับ" หลางหลินเต็มไปด้วยความโกรธเมื่อนึกถึงช่วงเวลาในโรงพยาบาล 
เขานอนเป็นผักอยู่ตัวคนเดียวไม่มีแม้สักคนที่เหลียวแล และคนที่ขับรถชนตอนนั้นก็ยังมีชีวิตที่สุขสบายอีกทั้งยังเป็นดารา ใช้ชีวิตสุดหรูอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับว่าไม่ใช่ฝีมือของเธอ

"ดี!" หลางหลินยิ้ม "เป็นดาราแบบนี้ฉันก็จะได้รู้ถึงการเคลื่อนไหวและกำหนดการทำงานของเธอ เมื่อถึงตอนนั้น..." 
หลางหลินหัวเราะราวกับคนเสียสติ นิ้วมือหงิกงออย่างน่าประหลาด ใบหน้าของชายหนุ่มมีรอยยิ้มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ค่อยๆ แย้มออกมาอย่างมืดทะมึน

เขาทำอย่างนั้นอยู่สิบนาทีก่อนจะสงบลง "และตำรวจที่ทำคดีในตอนนั้น อ๊า....ฉันไม่เคยลืมเลย ตอนนี้มันได้คงเลื่อนตำแหน่งแล้วสินะ ด้วยการช่วยเธอ หึหึ" หลางหลินยังจำตำรวจที่จบคดีได้ มันเป็นตำรวจเล็กๆ ที่อ้วนลงพุงในตอนนั้น และตอนนี้มันก็ได้เป็นผู้กำกับสถานีตำรวจแล้ว ตำแหน่งนี้ได้มาโดยการช่วยลู่อิงเซี่ยน มันเป็นตำแหน่งที่ได้มาในทางที่ผิด

"มาเห็นใบหน้าของเธอในวันนี้เหมือนกับรื้อฟื้นความทรงจำ" เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้ม "ฮิฮิ ตอนนี้ฉันมีแหวนมิติ มันจะทำให้ฉันมีพลังเหนือกว่าทุกคน ด้วยทรัพยากรจากต่างมิติ ทุกคนที่เคยทำให้ฉันเจ็บปวด....มันจะต้องตาย!" หลางหลินกำหมัดแน่น น้ำลายไหลจากปาก มันยืดยาวจนน่าหวาดกลัวเหมือนกับว่าเขาเป็นคนเสียสติคนหนึ่ง

หลางหลินยืนอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเกือบจะหกโมง เขาก็นำชุดจากแหวนมิติออกมาสวมก่อนจะลงไปข้างล่าง ตามที่นัดกับถังเสี่ยวเฟย

"เดี๋ยวสิ ถังเสี่ยวเฟยมีเเซ่ว่าถัง หรือว่าเธอจะเป็นญาติกับถังอิงเออร์หรือเปล่า?" หลางหลินครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ แต่ก็ต้องส่ายหัว "เฮ้อฉันนี่บ้าจริง แซ่ถังในประเทศจีนมีตั้งเยอะแยะ มันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอก" 

"คุณมายืนรอฉันนานหรือยัง?" ถังเสี่ยวเฟยลงจากรถก่อนจะโบกมือ

"ผมเพิ่งลงมาเอง" เขาตอบ "ร้านไหนเหรอที่คุณจะพาผมไป แต่บอกไว้ก่อนเลยนะถ้าเป็นร้านหรูๆ ล่ะก็ผมคงต้องขายไตเพื่อจ่ายค่าอาหาร ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วผมคงทำงานไม่ได้ แบบนั้นแล้วคุณจะช่วยดูแลผมได้หรือเปล่า" หลางหลินพูดติดตลก

"ฮิฮิ มุขขายไตของคุณเนี่ยทำผู้หญิงต้องรับผิดชอบมาแล้วกี่รายล่ะ" ถังเสี่ยวเฟยเอามือปิดปาดเล็กๆ พร้อมกับหัวเราะ ใบหน้าของเธอสวยงามเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่ทำให้หลางหลินเกลียดเธอก็คือ ส่วนสูง!
ส่วนสูงของเธอสูงถึง 180 เซ็นติเมตร เมื่อรวมเข้ากับรองเท้าส้นสูงก็ปาเข้าไป 190 เซ็นติเมตร เมื่อเทียบกับหลางหลินที่สูงเพียง 170 เซ็นติเมตร เขาดูเหมือนกับคนแคระ
ตอนนั้นที่อยู่ในรถเขาไม่รู้ว่าเธอสูงเท่าไร แต่เมื่อเธอลงจากรถ มันทำให้หลางหลินแก้มกระตุก

"ใจเย็นไว้ ด้วยเลือดของยักษ์กระดูกโบราณระดับต่ำ มันน่าจะช่วยให้ฉันสูงได้ในอนาคตแหละน่า" หลางหลินคิดในใจ เลือดยักษ์กระดูกโบราณระดับต่ำมันสามารถทำให้ร่างกายเปลี่ยนไปได้เหมือนไก่ รวมทั้งความสูงและกล้ามเนื้อต่างๆ ที่แข็งแกร่ง
สิ่งที่เขาต้องทำก็คือ แค่ฉีดมันเข้าเส้นเลือดเท่านั้น แต่นั่นแหละปัญหาเมื่อตอนอยู่ที่ภูเขาหนิวหนิว เขาก็ฉีดไปแล้ว มันทำให้เขาคลั่งจนกินหัวใจมนุษย์ หลางหลินค่อนข้างหวาดกลัวตัวเองในตอนนั้น เขาไม่อาจควบคุมร่างกายหรือจิตใจได้แม้แต่น้อย ราวกับถูกจอมปีศาจตนหนึ่งสิงสู่!

"เป็นอะไรไป?" เธอถามเมื่อเห็นหลางหลินทำหน้าแปลกๆ 

"เปล่าผมแค่คิดถึงเรื่องในภูเขาน่ะ ถ้าได้แอลกอฮอล์แรงๆ มาล้างคอคงดี" หลางหลินพูดกลบเกลื่อนและพยายามปรับสีหน้าให้เหมือนเดิม

"นี่คุณจะชวนฉันไปดื่มงั้นเหรอ?" ถังเสี่ยวเฟยทำสีหน้าประหลาด

"แล้วคุณดื่มหรือเปล่าล่ะ" หลางหลินเลิกคิ้วถาม

"ฮิฮิ ถ้างั้นฉันจะทำให้คุณเมาจนอ้วกแตกเลยคอยดู" เธอหัวเราะ "ขึ้นรถเถอะ กินข้าวก่อนแล้วค่อยไปกัน"

"โอเค" หลางหลินตอบรับและขึ้นลัมโบร์กีนีของเธอ 

รถขับออกไปด้วยความเร็ว ดูเหมือนว่าถังเสี่ยวเฟยจะเป็นสาวนักซิ่ง เพียงครู่เดียวเธอก็มาจอดอยู่ร้านข้างทาง เป็นร้านข้าวผัดเล็กๆ มีที่นั่งเพียง 8 ที่เท่านั้น
หลางหลินขมวดคิ้ว เขามองไปที่เธอครู่หนึ่ง แต่การมองครั้งนี้ถังเสี่ยวเฟยก็รู้ เธอถาม"อะไร? แปลกใจงั้นเหรอที่ฉันแวะร้านแบบนี้ คุณคงไม่คิดว่าฉันขับรถราคาหลายล้านหยวน แล้วจะกินอาหารแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ"

"ใช่ผมคิดอย่างนั้น" หลางหลินยิ้ม "ผมเคยเจอพวกคนรวยแบบคุณ แต่พวกเขาก็ต่างจากคุณอย่างเห็นได้ชัด พวกเขามักจะกินอาหารหรูๆ และใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย แต่..คุณดูต่างจากพวกเขาทั้งภายนอกและภายใน"

"ฉันจะถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกัน" เธอก้าวลงจากรถ "สำหรับฉันแล้วอาหารมันไม่สำคัญหรอกว่าจะกินที่ไหน แต่มันอยู่ที่ว่าตอนนั้นเรากินกับใครต่างหาก" 

หลางหลินเองก็ลงจากรถแล้ว "ถ้างั้นผมก็ถือเป็นคนพิเศษสินะ?" 

"ฮิฮิ ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะ" เธอยิ้มให้เขาก่อนจะเรียกเถ้าแก่ร้าน "เถ้าแก่ขอข้าวผัดสองจานค่ะ เเละผัดผักหนึ่งที่" 

เถ้าแก่ร้านเป็นชายร่างผอมสูงคนหนึ่ง ใบหน้าเขามีรอยยิ้มประดับอยู่เมื่อเห็นคนสวยอย่างถังเสี่ยวเฟย คนในร้านตอนนี้มีอยู่ประมาณ 3 คน เเละเมื่อเห็นลัมโบร์กินีสุดหรูมาจอดที่ร้านแบบนี้ ทุกคนก็ประหลาดใจ แต่ที่ทำให้ประหลาดใจกว่านั้นคือไอ้คนที่พามาด้วย มันดันเป็นไอ้เตี้ยที่ไม่เหมาะกับเธอเลย พวกเขารู้สึกโกรธเมื่อเห็นหลางหลิน

หลางหลินไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้น คนพวกนี้ในสายของเขาไม่ได้มีค่าอะไรเลย แล้วทำไมจะต้องแคร์? 

"ได้ครับคุณหนู" เถ้าแก่ตอบราวกับคนสนิท เขามองหลางหลินชัวครู่ก่อนจะเริ่มทำอาหาร

"คุณมาทานอาหารที่นี่บ่อยเหรอ?" ช่วยไม่ได้ที่หลางหลินจะสงสัย เมื่อเห็นเถ้าแก่พูดจาสนิทนสนมกับเธอ

"ใช่" ถังเสี่ยวเฟยนั่งลงตรงข้าม "ฉันชอบบรรยากาศแบบนี้ มันสบายและไม่น่าอึดอัด เสียงรถและน้ำมันในอากาศทำให้ฉันผ่อนคลาย" 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 306 ครั้ง

471 ความคิดเห็น