แหวนมิติ

ตอนที่ 54 : ถังเสี่ยวเฟย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3909
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 306 ครั้ง
    8 ต.ค. 61


 
หลางหลินวิ่งออกไปด้วยความเร็ว แม้แต่พวกที่กำลังหั่นร่างของคางคกน้อยก็ไม่เห็นตัวของเขา ด้วยความเร็วบวกกับบัพลดแรงโน้มถ่วงของแหวนมิติ ทำให้มองเห็นเพียงภาพเบลอๆ เท่านั้น ตอนนี้หลางหลินสามารถใช้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาราวกับสามารถควบคุมพลังในร่างได้อย่างใจนึก

หากจะบอกว่าเมื่อก่อนเขาเหมือนกับเด็กทารกก็ไม่ผิดนัก และตอนนี้เขาก็เติบโตขึ้นแล้ว

หลางหลินออกมาจากถ้ำ เวลานี้แสงแดดลอดผ่านต้นไม้ มีสายรุ้งพาดผ่านท้องฟ้า มันสวยงามและมีนกร้องขับขานบนผืนฟ้า

ชายหนุ่มได้กลิ่นธรรมชาติและดินโคลน มันเป็นอากาศที่ชื้น ซึ่งอากาศบริสุทธิ์อย่างนี้แม้แต่บ้านราคาแพงที่สุดในเมืองก็ไม่มีมัน
อากาศบริสุทธิ์จะมีเฉพาะแถบภูเขาและชนบท หลังจากยืนสูดหายใจสักพักหลางหลินก็วิ่งออกไปตามทางที่เขาเข้ามา เขาไม่ได้เข้าไปในภูเขาลึก แต่เลือกที่จะออกไป ตอนนี้ได้ประสบการณ์ต่อสู้ที่ดีเยี่ยมมันช่วยพัฒนาเขาเป็นอย่างมาก

หลางหลินไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเข้าภูเขาเพื่อไปหาสัตว์มาต่อสู้ เขาเชื่อว่าประสบกานณ์ของเขามีมากพอแล้ว การต่อสู้กับสัตว์ธรรมดาเป็นอะไรที่ไร้สาระ มันไม่ได้ช่วยอะไรให้เลย

หลางหลินออกจากภูเขา ตอนนี้ยืนอยู่ที่ถนนเพื่อรอรถเมล์ เขามองไปที่ถนนว่างเปล่าด้วยความหน่ายใจ "เฮ้อ รอนานแล้วนะเนี่ยแต่ทำไมยังไม่มีรถมาอีก" 

ชายหนุ่มมาถึงที่นี่ได้ชั่วโมงกว่าแล้ว แต่รถเมล์ก็ยังไม่มีผ่านมาเลยสักคัน จะมีก็แต่รถยนต์ส่วนตัวซึ่งคนพวกนั้นไม่มีทางจอดให้เขาขึ้นไปอยู่แล้ว ตอนนี้หลางหลินอยู่ในชุดใหม่ ชุดเก่าของเขาเต็มไปด้วยเลือดสกปรกของคางคก มันจะไม่ดีแน่หากเขาสวมเสื้อมีกลิ่นแบบนั้นขึ้นรถ เขาคงจะถูกโยนลงจากรถก่อนที่จะขึ้นด้วยซ้ำ

หลางหลินเปิดโทรทัศน์มองนาฬิกา ขณะนี้เป็นเวลาบ่ายใกล้จะค่ำแล้ว เหลืออีกเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นก็จะมืด

"เมืองหลี่หมิงอยู่ห่างจากที่นี่หลายร้อยกิโล ตอนนี้หากรถยังไม่มาอีกล่ะก็... ฉันควรที่จะเดินไปเมืองหูไท่" เมืองหูไท่อยู่ติดกับภูเขาหนิวหนิว เดินเพียงแค่ไม่กี่กิโลเมตรก็ถึงแล้ว

ครึ่งชั่วโมงผ่านไปแต่ก็ยังไม่มีรถเมล์ หลางหลินขบริมฝีปาก "คงจะต้องไปเมืองหูไท่จริงๆสินะ"  
มันไม่มีทางเลือกอื่น ตอนนี้เขาเหนื่อยและอยากพักผ่อน ถึงแม้การนอนในป่าสำหรับหลางหลินมันจะไม่เป็นอันตรายก็เถอะ แต่มันก็ทำให้เขาหลับไม่สนิท 

 "ฟู่ว-!" หลางหลินเริ่มออกวิ่งด้วยความเร็ว ใบหน้ามีเม็ดเหงื่ออยู่เต็มไปหมด ท่าทางของเขาในตอนนี้เหมือนกับนักกีฬา กล้ามเนื้อและกระดูกต่างๆ ในร่างกายมันแข็งแกร่งถึงแม้เขาจะมีเหงื่ออยู่เต็มร่างกาย แต่ก็ไม่ได้เหนื่อยอะไร

บรื้น--!  ขณะนั้นเองมีรถคันหนึ่งขับตามมา ไม่สิต้องบอกว่ามันเป็นทางของรถต่างหาก 
มันเป็น ลัมโบร์กีนี สีดำ รถไม่ได้ขับเร็วอะไรมากไม่อย่างนั้นหลางหลินก็คงถูกแซงไปแล้ว ถึงแม้ว่าหลางหลินจะมีพละกำลังเหนือกว่ามนุษย์ แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังไม่เร็วกว่ารถหรอก โดยเฉพาะรถซูเปอร์คาร์

"เฮ้ คุณวิ่งทำอะไรน่ะ? คุณจะไปไหนงั้นเหรอ" ผู้หญิงในรถลดกระจกลงก่อนจะถาม 

"แค่วิ่งไปเมืองหูไท่" หลางหลินตอบโดยไม่หันไปมอง

"เมืองหูไท่งั้นเหรอ ฉันก็จะไปเมืองนั้นพอดี" เธอพูด "เฮ้ คุณไม่เหนื่อยเหรอ หยุดวิ่งก่อนสิแล้วไปด้วยกัน"

"คุณจะให้ผมไปด้วยจริงๆ งั้นเหรอ?" หลางหลินหยุดวิ่ง เขาหันไปมองเธอ ตอนนี้เขาเห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน มันเป็นใบหน้าละเอียดอ่อนเหมือนกับหยดน้ำค้าง ริมฝีปากเล็กๆ เเละมีใฝเสน่ห์ใต้ดวงตาซ้าย

"ใช่" เธอตอบ "การขับรถคนเดียวมันค่อนข้างน่าเบื่อน่ะ แล้วคุณวิ่งมาจากไหนงั้นเหรอถึงจะไปเมืองหูไท่ อ้อฉันชื่อถังเสี่ยวเฟยนะยินดีที่ได้รู้จัก" หญิงสาวเผยรอยยิ้มน้อยๆ

"ผมหลางหลินยินดีที่ได้รู้จัก" หลางหลินยิ้ม "พอดีผมวิ่งมาจากภูเขาหนิวหนิวน่ะ"

ถังเสี่ยวเฟยทำหน้าตกใจ "จริงดิ? ไปล่าสัตว์ในช่วงวันหยุดเหรอ แต่คุณดูไม่เห็นมีกระเป๋าเลยนี่" ช่วงวันหยุดมักจะมีคนไปล่าสัตว์ในภูเขาเป็นธรรมดา ไม่แปลกที่เธอจะคิดอย่างนั้น

หลางหลินเกาหัว "ใช่ผมไปล่าสัตว์โดยขึ้นรถเมล์มาลงจากเมืองอื่น และก็เกิดเรื่องขึ้น พอดีไปเจอกับหมีเข้าน่ะเลยต้องรีบหนีออกมาจากภูเขา และตอนนี้ผมก็กำลังวิ่งไปที่เมืองที่ใกล้ที่สุด เพื่อหาที่พักอย่างที่คุณเห็นนั่นแหละ"

คำโกหกของหลางหลินถึงจะฟังดูน่าประหลาด แต่มันก็สมเหตุสมผล

"อย่างนี้นี่เอง" ถังเสี่ยวเฟยไม่ได้คิดมาก เธอเพียงเห็นเขาวิ่งเหนื่อยหอบเลยอยากจะชวนไปด้วยกันเท่านั้น และอีกอย่างดวงตาของเขาก็ดูไม่เหมือนกับคนเลวเลย มันเหมือนคนรู้จักกันเมื่อนานมาแล้ว แต่เธอก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าเมื่อไหร่

"แล้วผมจะเข้าไปในรถได้หรือยัง?" 

"อ๊ะ...จริงสิฉันลืมชวนคุณเข้ามาเลย ขอโทษด้วย" เมื่อถังเสี่ยวเฟยยังเห็นหลางหลินยืนอยู่นอกรถ เธอก็ขอโทษก่อนจะบอกให้เขาเข้ามาในรถ 

"ไม่เป็นไร เป็นผมซะอีกที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ หากไม่ได้คุณผ่านมาล่ะก็ ผมก็คงจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะไปถึงเมืองหูไท่ ผมติดหนี้คุณซะแล้วสิ" หลางหลินเข้ามาในรถแล้ว มันเป็นรถหรูที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต อดที่จะประหม่าไม่ได้ 

"ฮิฮิ งั้นเย็นนี้คุณก็เลี้ยงข้าวฉันซะสิ" ถังเสี่ยวเฟยพูดในขณะขับรถออกไป

"ได้สิถ้าคุณไม่รังเกียจ ว่าแต่คุณไม่อึดอัดเหรอที่นั่งรถกับผม" หลางหลินรู้ตัวนี้ว่าร่างกายของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อ มันจะไม่ดีนัก ถ้าทำให้ผู้หญิงที่เพิ่งเจอรู้สึกแย่ 

ถังเสี่ยวเฟยยิ้ม "รังเกียจเรื่องอะไร? อย่าบอกนะว่าเรื่องเหงื่อ?"

"ใช่" หลางหลินตอบและมันค่อนข้างอึดอัด

"มันไม่ได้เหม็นสักหน่อย" เธอตอบ "ฉันคิดว่าผู้ชายที่ออกกำลังกายน่ะมีเสน่ห์ดีนะ" 

"ว้าว นี่คุณจีบผมเหรอ?" หลางหลินรู้สึกประหลาด เขาไม่มีคำอธิบายอื่นนอกจากคำนี้อีกแล้ว ใบหน้าเขาไม่ได้หล่อเหมือนดารามันก็แค่ขาวกว่าเมื่อก่อนที่ผิวคล้ำเท่านั้น แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็เถอะ มันไม่น่าจะมีเสน่ห์พอที่จะให้เธอมาหลงรักได้

"คุณนี่หลงตัวเองจังเลยนะ" ถังเสี่ยวเฟยหัวเราะ "แล้วคืนนี้มีที่พักหรือยังล่ะ? ถ้าไม่มีฉันแนะนำให้ได้นะ"

"แน่นอนว่ายังไม่มี" หลางหลินตอบ "นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาเมืองหูไท่ ถ้าคุณช่วยเเนะนำโรงแรมให้ผมล่ะก็ จะขอบคุณมากเลย" บ้านของหลางหลินถึงจะอยู่ติดกับเมืองหูไท่ไม่ไกล แต่เขาก็ไม่เคยมาเมืองนี้เลยสักครั้ง เขาไม่รู้ว่าจะมาทำไมตอนนั้นเงินก็ไม่มีอยู่แล้ว การจะเที่ยวเมืองอื่นในตอนนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลย 

"ได้สิ"  พวกเขาพูดคุยกันตลอดทางและก็ทำให้หลางหลินรู้ว่าเธออาศัยอยู่ในเมืองนี้ และมันก็ทำให้ทั้งสองสนิทกัน
ไม่นานก็มาถึงเมืองหูไท่ ตัวเมืองไม่ได้ต่างจากเมืองหลี่หมิงมากนัก ที่นี่เศรษฐกิจค่อนข้างดี และเป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยพวกคนรวยมีระดับ ในขณะเดียวกันก็มีแก๊งใต้ดินมากมายอาศัยอยู่อย่างลับๆ ดั่งเช่นเมืองหลี่หมิง

"โรงแรมนี้แหละ หลางหลินคุณคิดว่าไง?" ตอนนี้รถได้มาจอดอยู่หน้าโรงแรมแล้ว มันชื่อเห่ยอ้าวซวน เป็นโรงแรมเล็กๆ ที่ไม่ใหญ่นัก แทบจะเรียกไม่เต็มปากว่าเป็นโรงแรม ดูจากสภาพของสีซีดเซียว อีกทั้งยังเป็นป้ายชื่อโรงแรมเก่าๆ ที่ผ่านลมผ่านฝนมาหลายปี สภาพค่อนข้างทรุดโทรม ดูแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากโรงแรมจิ้งหรีดนัก เพราะสภาพของมัน...ไม่น่าดูเท่าไหร่นัก 

หลางหลินถอนหายใจก่อนจะมองใบหน้าเธอและคิด "เธอคงคิดว่าฉันไม่มีเงินเพราะต้องขึ้นรถเมล์สินะ? นี่ฉันดูไม่มีเงินขนาดนั้นเลยเหรอ?" 

หลางหลินไม่ได้รู้ตัวเลยว่าสภาพของเขาดูไม่ดี เสื้อผ้าราคาถูก วิ่งไปตามถนนแบบโง่ๆ เพื่อไปอีกเมือง เป็นธรรมดาที่ถังเสี่ยวเฟยจะคิดว่าเขาไม่มีเงิน

"มันก็ดู...ไม่เลวนะ" หลางหลินตอบด้วยเสียงเรียบ ถึงแม้ว่าโรงแรมนี้จะเป็นโรงแรมจิ้งหรีด แต่ก็ไม่ได้รังเกียจมันนัก ถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีเงินแต่ก็ไม่ลืมว่ามาจากไหน การนอนในโรงแรมจิ้งหรีดเป็นแค่เรื่องเล็กๆ เมื่อก่อนเขาก็นอนได้ แล้วตอนนี้ทำไมจะไม่ได้ล่ะ 

ถังเสี่ยวเฟยยิ้ม"ฉันดีใจนะที่คุณชอบ แล้วฉันจะมารับไปทานข้าวตอนเย็นนะ เวลาหกโมงห้ามขาดห้ามเกินโอเคมั้ย?" 

คำพูดของเธอฟังดูเหมือนกับเป็นแฟนกันทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันเนี่ยนะ?

 "ดีในเมื่อเธอทำอย่างนั้นฉันก็จะขอแกล้งหน่อยก็แล้วกัน ดูสิว่าเธอจะกินอาหารราคาถูกได้มั้ย"  หลางหลินพึมพำในใจ ก่อนจะตอบ "โอเค แต่อย่าพาผมไปร้านราคาแพงล่ะ ไม่งั้นล่ะก็ผมคงต้องขายไตเพื่อจ่ายค่าอาหารให้คุณ" 

"ฮิฮิ อย่าทำให้ฉันขำสิ ถ้าหากคุณขายไตให้ฉันแบบนั้นคงแย่แน่ ฉันไม่พาไปร้านแพงๆ หรอกน่า ตอนเย็นเจอกันนะ" ถังเสี่ยวเฟยโบกมือลาขณะขับรถจากไป 

"ผู้หญิงประหลาด" หลางหลินไม่ได้ถามว่าเธอไปที่ไหน เพราะเขาไม่ได้อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเธอมากนัก  เขามองลัมโบร์กีนีสีดำของเธอหายเข้าไปในถนน ที่มีรถมากมายบนท้องถนน รถที่อยู่บนถนนดูยั้วเยี้ย มันค่อนข้างเหมือนแมลงสาบเต็มถนน  ไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่ารถใครเป็นรถใคร รถดูเหมือนกันไปหมด มันน่าอึดอัดทุกครั้งที่มอง

หลางหลินละสายตาจากถนนและเดินเข้าโรงแรมเห่ยอ้าวซวน  เขาเลือกห้องที่ดีที่สุดหนึ่งคืน ราคาของมันเพียง 200 หยวนเท่านั้น หากราคาต่ำสุดก็คือ 90 หยวน

แกร๊ก... หลางหลินไขกุญแจห้อง เป็นห้องเล็กๆ มีเตียงขนาด 3 ฟุต พร้อมกับผ้าปูเตียงสีขาวที่วางทับด้วยสบู่และแชมพูสำหรับอาบน้ำ ผนังของห้องค่อนข้างผุ คล้ายจะพังครืนได้ทุกเมื่อหากมีเซ็กส์กันขณะพิงผนัง มีโปสเตอร์เก่าๆ เป็นดาราโป๊เปลือยกายติดอยู่บนผนัง....   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 306 ครั้ง

471 ความคิดเห็น

  1. #115 เงาสีแดง (@gugew15911) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 10:35
    เตียงถูกๆก็ 5ฟุต(150-165 ซม.) แล้วนะ นี้ 3 ฟุต (99-105 ซม) จะนอนยังไงล่ะนั้น
    #115
    1
    • #115-1 Emryz (@pizzamaiza) (จากตอนที่ 54)
      2 ธันวาคม 2561 / 15:38
      ในไทยเวลาไปพักที่โรงแรมจะเจอ พนงถามว่าจะเอา เตียงเดี่ยว กับเตียงคู่

      เตียงเดี่ยวคือเตียงใหญ่เตียงเดียว ปกติจะ6ฟุต แต่บางที่ที่เป็น5ฟุตก็มีเจอบ้างเป็นโรงแรมถูกๆ
      เตียงคู่ คือเตียง3ฟุต2เตียง

      ส่วนที่ตปท. เคยเจอเป็นเตียง3ฟุตเตียงเดียว ไม่รู้เหมือนกันว่าห้องแบบนั้นเรียกอะไร เพราะไม่ได้จองเอง -..-

      ที่จะบอกคือเตียง3ฟุตคนปกตินอนได้ครับ ไม่ได้เล็กขนาดเท้าเลยเตียง แค่ไม่มีที่กลิ้งเท่านั้นแหละ ส่วนกว้างยาวเท่าไหร่นี่ผมก็ไม่รู้นะแต่ไม่ใช่100cm แน่ๆ
      #115-1
  2. #106 chock4540 (@chock4540) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 14:36

    หายนานจัง
    #106
    0