พิศวาส Kiss of tenderness

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 2 ดีลสุดพิเศษ? 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    14 ธ.ค. 62

ความจริงคำถามของแซคคารีนั้นกว้างมาก แล้วรสิกาก็เหมือนคนมีชนักติดหลัง ทั้งสีหน้าที่เปลี่ยนไปและการตอบแบบตะกุกตะกัก ก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อเธอเลย

“อะ...เอาอะไรล่ะ”

“ถ้ารู้จะถามเหรอ”

“ไม่มี้...”

ตอบเสียงสูงปรี๊ด เป็นคนชนชาติไหนก็คงจะโกหกได้เหมือนกันหมด แซคคารีจึงเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ แล้วถูกใจตรงที่เธอไม่ได้หลบ “เมื่อกี้นี้ถามว่าเอาอะไรใช่ไหม”

“อือ” ครางรับด้วยเสียงแสร้งรำคาญใจ แต่ความจริงแล้วต้องกลืนน้ำลาย

ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดทางเพศที่มีระหว่างกัน มันมากล้นจนกลัวว่าถ้ามีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายแตะต้องกันมันจะเกิดไฟฟ้าสถิตจนเสียวแปลบไปทั้งตัว

“อยากเอาเธออีก เรายังกินกันไม่อิ่ม เธอก็หนีฉันมา”

“อะไรนะ” ทั้งที่ได้ยินชัดเต็มสองหู แต่รสิกาก็หลุดถามราวกับละเมอ

“ชื่ออะไร”

“เลิฟ...”

ชื่อของเธอเลือนหายเข้าไปในลำคอแกร่งที่บดจูบร้อนแรงลงมาทันทีที่บอกชื่อออกไป ต้องยอมเผยอปากกว้างขึ้นๆ ให้เขาได้สอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัด ดูดดึงลิ้นของเธอจนหลวมตัวสอดเข้ามาในโพรงปากของเขาบ้าง

โอ... จูบไม่เป็นด้วยซ้ำ!

ความจริงที่ทำให้แซคคารีหัวเสียอยู่แวบหนึ่ง แต่ความขัดแย้งเช่นนี้ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง จนเป็นฝ่ายถอนจูบออกมาอย่างรวดเร็ว

“อื้อ...” รสิกาเปิดเปลือกตาขึ้น มองตามอย่างเสียดาย

“เลิฟ...” 

เรียกเธออย่างเต็มปากเต็มคำ แต่กลับมองอย่างระแวงแคลงใจ “เธอใช่... หรือไม่ใช่สาวเวอร์จิ้นกันแน่”

“แล้วมันเกี่ยวไร” รสิกาหลุดถามออกไปอย่างว่องไว

“ก็เธอจูบไม่ได้เรื่อง เอาจริงๆ ก็ห่วยแตกแหละ แต่ตอนที่ฉันแหย่ตัวเข้าไปหา ตรงนั้นของเธอไม่เหมือนพวกผ่านเซ็กซ์มาเลย เธอแน่น ตอดหนัก ดูดแรง แต่ฉันก็ไม่แน่ใจเพราะเธอร่อนเก่ง ส่ายเป็น... คือ...” 

ตอนที่พูดว่า ‘ตรงนั้น’ ยังงอนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้เข้าหากัน ขยับให้มันเป็นวงกลมเล็กๆ แล้วพูดค้างเอาไว้ก็ซูดปาก ส่ายหน้าแบบไม่รู้จะเชื่ออย่างไร

“คือไม่รู้สิ มันก้ำกึ่งไง เลยถามดู”

คนถูกถามตรงๆ ก็เลยเป็นใบกิน อ้ำอึ้งไปครู่ใหญ่เพราะไม่รู้ว่าจะลดอายุเล่นบทสาวเวอร์จิ้น หรือสวมบทที่เธอต้องปกป้องตัวเองมาจนเป็นนิสัย แต่ดูจากคำพูดคำจาสุดห่าม ปากมอมแล้วเห็นจะต้องสู้ยิบตา

รสิกาจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ หัวเราะพรืดแบบทำให้คู่สนทนารู้ว่าถูกประเมินอยู่ในเกณฑ์ต่ำ 

“เฮอะ... นี่คงผ่านศึกมาไม่กี่คนสินะ ถึงได้เป็นหนุ่มน้อยหน้าสับสนอย่างนี้”

แทนที่จะเกรี้ยวกราดเพราะถูกหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชายซึ่งหน้า แซคคารีกลับระเบิดเสียงหัวเราะถูกใจกับคำตอบเหลือเกิน

“หนุ่มน่ะใช่ แต่น้อยนี่ต้องเถียง เพราะถ้าน้อยจริงคงไม่ทำให้เธอดิ้นพล่าน ตาเหลือกรีบส่ายก้นหนีหรอก”

ว้าย... ไอ้นี่มันร้าย!

รสิกาได้แต่คิดเข่นเขี้ยวอยู่ในใจ สมองต้องทำงานอย่างหนักเพื่อโต้กลับ ทว่าไม่ทันได้ตอบว่าอย่างไร ไอ้ตัวร้ายก็พูดโพล่งออกมาเสียก่อน

“นี่... เอาตรงๆ เลยว่าที่ตามมาเนี่ย ไม่ได้จะมาคอมเพลนหรอก”

รสิกาหัวเราะพรืด ผลักแผงอกกว้างให้ถอยห่าง แล้วขยับนั่งตัวตรง “เชื่อได้เรอะ เธอเพิ่งว่าจูบฉันห่วยแตก”

“ก็มันจริง แต่รวมๆ แล้วฉันชอบเซ็กซ์ของเรา มันร้อนแรงดี แล้วฉันก็แทงสดไปสองรอบ ขี้เกียจหาคนใหม่ด้วย”

เป็นคำพูดที่น่าตบให้เลือดกบปากนัก แต่ก็ยังไม่ทำให้รสิกากระจ่างใจว่านักเตะแข้งทองตามขึ้นมานั่งบนรถยนต์ด้วยจุดประสงค์ใด “แล้ว?...”

“ก็ฉันมีวันว่างในกรุงเทพฯ เหลืออีกเจ็ดวัน จ้างเธอเป็นเมียเช่าแล้วกัน”

ไอ้ตัวร้ายมันพูดหน้าตาเฉย แถมยังประสานมือทั้งสองข้างสอดไว้ใต้ท้ายทอย คาดเบลต์รอเรียบร้อย เหลือแค่ให้เธอพาไปปู้ยี่ปู้ยำ

‘เมียเช่า’ ออกจะเป็นศัพท์ที่ดูเก่า แต่ความเก่าที่ว่านั้นตีความหมายได้ชัดเจนยิ่งนัก

คงสืบเนื่องมาจากเรื่องเมื่อคืนที่รสิกาสวมรอยเข้าไปเป็นเด็กเอ็นวี อาจเป็นเพราะเหตุนี้ที่นักเตะหนุ่มพูดจาด้วยถ้อยคำดิบเถื่อน ฉะนั้นเธอควรอธิบายให้เขาเข้าใจใหม่

“คืองี้นะ... ฉันไม่ใช่เด็กเอ็นวี ไม่ได้มีอาชีพเป็นพวกสาวคอลเกิร์ล ขายตัวหรืออะไรทำนองนั้น แต่เมื่อคืนนี้มันคือเรื่องเข้าใจผิด ฉันกับน้องสาวเข้าไปอยู่ผิดที่ผิดทางจนเกิดเรื่องเลยเถิด ซึ่งฉันก็ไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดของใคร ไม่ได้คิดจะเรียกร้องอะไรด้วย ถือว่าเจ๊ากันไป” 

รสิกาคิดว่าตัวเองอธิบายอย่างละเอียด ซึ่งคนฟังควรมีสีหน้าที่แตกต่างออกไปจากความราบเรียบที่แสดงอยู่นี้

คำพูดของเธอจะฟังดูแล้วไร้น้ำหนักมาก หากของมีค่าหายไปสักชิ้น แต่ทั้งเงินสดและของที่หยิบฉวยไปได้ง่ายก็ยังอยู่ครบ อีกทั้งเห็นแล้วว่าพวกเธอทำงานอย่างขยันขันแข็ง ซึ่งถ้าเป็นพวกสาวรักสนุกรักสบายจริงก็คงไม่มียืนขาแข็ง เสียเวลาอยู่ในปาร์ตี้เมื่อครู่

สู้เอาเวลาสามสี่ชั่วโมงไปรับลูกค้าก็คงได้เงินเข้ากระเป๋ามากกว่า

“อือ”

รสิกาต้องขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง เมื่อได้ยินแค่เขาครางรับ “อะไร จะมาอือ... แล้วนั่งนิ่งแบบนี้ไม่ได้นะ ลงไป”

“ไม่ลง ก็รู้แล้วว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่เซ็กซ์นั่นมันเกิดขึ้นแล้ว ฉันก็บอกไปแล้วว่าขี้เกียจหาคนใหม่” แซคคารีย้ำความต้องการของตนเองอีกครั้ง

“แต่ฉันไม่ได้ขายตัว”

“ก็ไม่มีใครว่านี่นา... ทำไม... อย่ามาอ้างนะว่ามีแฟนรออยู่บ้าน” แซคคารีบอกแล้วรีบดักคอ “รูเธอฟิตเปรียะขนาดนั้น ถ้ามีแฟนจริงไอ้จ้อนมันคงใช้การไม่ได้แล้วไหม”

โธ่... ใครจะปล่อยให้ผู้หญิงสวยเฉี่ยว อกฟู รูฟิตนอนอยู่ข้างๆ โดยที่ไม่หลงไปฟัดเธอบ้าง!

เป็นเขาหน่อยไม่ได้ จะอึ๊บให้ดิ้นไปเลย แซคคารีคิดในใจ “ตกลงว่าเป็นคู่เดตฉันหน่อยนะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น